WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 18, 2009

5ปี"สมชาย"

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน



11 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 5 ปีการหายตัวของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นอีกคดีที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งเจ้าหน้าที่เร่งรัดดำเนินคดี

โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าการรื้อฟื้นคดีนี้เป็นอีกผลงาน"โบแดง"ของรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่ต้องการให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชน

ก็คงต้องการบอกว่ารัฐบาลยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปล่อยปละละเลย

ทั้งที่ความจริงก็คือ พนักงานสอบสวนทำคดีนี้มาตลอด มีการสืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อมต่างๆ ระบุว่าทนายสมชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อุ้มหายหน้าโรงพักหัวหมาก จนนำมาสู่การพิจารณาคดี

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2549 ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ในข้อหาขืนใจ ทำให้สูญเสียอิสรภาพ กักขังหน่วงเหนี่ยว และอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างการอุทธรณ์คดี

ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 ราย ได้แก่ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์, จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง และส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต นั้นศาลยกฟ้อง เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ

ตรงจุดนี้ก็แสดงว่ามีการสืบสวนดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ติดตรงที่ยังไม่พบศพทนายสมชายจึงยังไม่เป็นคดีฆาตกรรม !

จากนั้นก็มีการโอนคดีนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าสืบสวนสอบสวนมาตลอดเช่นกัน

ทีมงานดีเอสไอตั้งแต่ยุคพล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ เป็นอธิบดี มาจนถึงยุคพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ก็สืบสวนสอบสวนคดีนี้อย่างใกล้ชิด

โดยประสานกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร และชุดมนุษย์กบประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ ลงงมค้นหาและตรวจเก็บวัตถุพยานเพิ่มเติมอย่างละเอียดในแม่น้ำแม่กลอง

เตรียมนำชิ้นส่วนโครงกระดูกที่ขุดค้นได้มาทั้งหมดไปตรวจที่ห้องแล็บของเอฟบีไอ หรือสกอตแลนด์ยาร์ด เนื่องจากมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง

ขณะเดียวกันก็มีการสืบสวนตรวจสอบกรณีญาติระบุว่าพ.ต.ต.เงินถูกโคลนถล่มเสียชีวิตที่จ.พิษณุโลกเมื่อปีก่อน โดยดีเอสไอได้เบาะแสข้อมูลน่าเชื่อว่าพ.ต.ต.เงินยังไม่เสียชีวิต แต่หนีไปกบดานที่เกาะกง

ซึ่งจะต้องติดตามตัวกลับมาให้ได้ เพราะพ.ต.ต.เงินเป็นกุญแจสำคัญสาวถึงกลุ่มบงการอุ้ม

เพียงแต่ไม่เป็นข่าวครึกโครมเท่านั้น เพราะดีเอสไอไม่ได้หวังผลฉาบฉวย

ไม่เหมือนช่วงที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้เป็นรมต.ยุติธรรมหมาดๆ บางหน่วยงานก็ประโคมข่าวใหญ่โต พาท่านรัฐมนตรีไปดูขุดกระดูกที่ราชบุรี เก็บชิ้นส่วนกระดูกไว้ได้เยอะ

แต่พอผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอไม่ใช่ ทั้งรมต.ทั้งผอ.ก็ตัวใครตัวมัน ยกเลิกการแถลงข่าวกันหมด

ทำงานเอาหน้าก็มักจะลงเอยแบบนี้

รัฐบาลไม่ขัดให้เวลาอภิปราย 3 วัน

ที่มา ไทยรัฐ

วันที่ 17 มี.ค.นายชินวรณ์ บุณยะเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่านายชัย ฮั้วกับนายกฯ ในการร่นวันอภิปรายให้เร็วขึ้นนั้น ญัตตินี้เป็นญัตติของฝ่ายค้าน ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อม หากเลือกได้รัฐบาลคงอยากให้มีความพร้อมมากที่สุด เมื่อทุกฝ่ายพร้อมก็ไม่น่าจะเป็นการสมยอม ส่วนที่ฝ่ายค้านต้องการเวลา 3 วันในการอภิปรายนั้น ประธานวิปฝ่ายค้านได้ ประสานมาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ได้นัดหมายหารือกันอีกทีในวันที่ 18 มี.ค. โดยในวันเดียวกันนั้น จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานข้อมูล เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้รัฐมนตรีนำไปชี้แจงในทิศทางเดียวกัน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายนายกฯเพียงคนเดียวในวันแรก คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะนายกฯตอบญัตติได้ดีกว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ ในทางกลับกันยิ่งฝ่ายค้านอภิปรายนายกฯมากๆ ก็ยิ่งกลายเป็นส่วนดี เพราะทำให้นายกฯ มีโอกาสชี้แจงข้อสงสัยประเด็นต่างๆ

ปชป.เปิดอิสระให้ ส.ส.ฟรีโหวต

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้พูดทีเล่นทีจริงว่าอ่านญัตติของฝ่ายค้านแล้วง่วงนอน โดยพรรคประชาธิปัตย์ จะให้อิสระกับ ส.ส.ทุกคนในการออกเสียงลงมติ จะไม่มีมติพรรคออกมาบังคับ เท่าที่ได้พูดคุยกับ ส.ส.หลายคนเชื่อว่า ส.ส.ของพรรคเข้าใจ และเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีสามารถตอบข้อซักถามได้ อย่างไรก็ตาม ได้มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานข้อมูลจำนวน 15 คน จากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เพื่อคอยเตรียมหาข้อมูลให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้หารือถึงกรณีที่นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรีพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าอาจมี ส.ส.หลายคนไม่ออกเสียงลงมติให้นายกษิตหรือไม่ นพ.วรงค์ตอบว่า นายเกียรติกรได้ชี้แจงต่อที่ประชุมแล้วว่า การพูดเรื่องดังกล่าวเป็นการพูดทีเล่นทีจริง

กษิตไม่สน ส.ส.รัฐบาลไม่หนุน

นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนอาจจะไม่ยกมือไว้วางใจว่า เป็นเรื่องของพรรค ไม่เป็นกังวล ส่วนที่ถูกมองว่าจะเป็นจุดอ่อนรัฐบาลนั้น คิดว่าไม่มีปัญหา

นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเลื่อนกำหนดการเยือนประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ภายหลังประธานสภาฯร่นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมาเป็นวันที่ 19-21 มี.ค. ว่าเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจเลื่อนขึ้นมาเร็วกว่าเดิม ส่งผลให้ รมว.ต่างประเทศ ต้องเลื่อนการเยือนสิงคโปร์ออกไป เพื่ออยู่ซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมการชี้แจงข้อซักถามของฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม นายกษิตไม่ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศเตรียมข้อมูล ในการชี้แจงเรื่องใดเป็นพิเศษ มีเพียงการเตรียมการตามปกติ สำหรับทางสิงคโปร์ไม่ได้ติดใจ และเข้าใจถึงความจำเป็นในการเลื่อนการเยือนออกไปในเวลาที่เหมาะสม ส่วนการเยือนสหภาพพม่า ระหว่างวันที่ 22-23 มี.ค.นั้น ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม

ปชป.ตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในการรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ มีการตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีขึ้นมาอีกครั้ง แต่ได้ปรับเปลี่ยนชื่อให้เป็นทางการขึ้น และได้แบ่งหน้าที่ กันอย่างเป็นระบบชัดเจน ทั้งนี้ วิปรัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานกลางจำนวน 19 คน อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายสุวโรช พะลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายธนิตพล ไชยนันทน์ นายนริศ ขำนุรักษ์ นายสกลธี ภัททิยกุล นายศิริโชค โสภา น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย นายอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี จากพรรคประชาธิปัตย์ นายอลงกต มณีกาศ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน นายภราดร ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทยพัฒนา นายปัญญา ศรีปัญญาจากพรรคภูมิใจไทย เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ได้มีการแบ่งทีมองครักษ์เป็นทีมต่างๆ อาทิ ประธานชุดประสานงานสื่อมวลชน มีนายนริศเป็นหัวหน้าทีม คณะกรรมการชุดข้อบังคับการประชุม มีนายสุวโรชเป็นหัวหน้าทีม และคณะกรรมการประสานข้อมูลของรัฐมนตรี มี นพ.วรงค์เป็นหัวหน้าทีม

มท.1 ยอมจำนนถ้ามีหลักฐานชัด

ที่โรงแรมสยามซิตี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเลื่อนวันอภิปรายให้เร็วขึ้นอาจเห็นว่าเป็นคนแก่ลืมง่าย แต่คงไม่เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงกลุ่มเสื้อแดง ไม่ได้หนักใจ เพราะมีเหตุผลชี้แจงได้ทุกเรื่อง ถ้ามีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง ก็ต้องยอมจำนน เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่า รัฐมนตรีตัวจริง คือนายเนวิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นายชวรัตน์ตอบว่า นายเนวินไม่เคยเข้ามาในกระทรวง แต่คนที่ทำงานคือนายศักดิ์สยาม แต่ก็ไม่มีสิทธิ์อะไร สิทธิ์ขาดอยู่ที่ตนเท่านั้น แม้แต่รัฐมนตรีช่วยจะทำอะไรก็ต้องเสนอมาให้ตัดสินใจ เมื่อถามว่า ถ้ามีการเสนออะไรที่ผิดมา ก็ต้องตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำใช่หรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า แน่นอน จะไม่ตัดสินใจทำในสิ่งที่ผิด

บุญจงเล็งตั้งทีมองครักษ์คอยป่วน

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า พร้อมชี้แจงในทุกประเด็น ตอนนี้เตรียมความพร้อมแล้ว 100% ส่วนที่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมช.มหาดไทย ระบุว่ามีใบเสร็จการทุจริตในกระทรวงมหาดไทยนั้น คนพูดก็พูดไปเรื่อยเปื˜อย ไม่มีมูลความจริง คนที่พูดต้องรับผิดชอบคำพูด หากไปพูดพาดพิงบุคคลภายนอกอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เมื่อถามถึงข่าวว่ามีการจ่ายเงิน 7 หลัก เพื่อซื้อตัว ส.ส. นายบุญจงตอบว่า ไม่สร้างสรรค์ ทำให้ประเทศเสียหาย คนที่พูดไร้สาระ ส.ส.มีวิจารญาณในการตัดสินใจ เมื่อถามว่า มั่นใจในเสียงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่เพราะพรรคเพื่อแผ่นดินแตกเป็น 2 ฝ่าย นายบุญจงตอบว่า มั่นใจ แต่ประชาชนต้องติดตามว่าฝ่ายค้านมีข้อเท็จจริงอย่างไรหากไม่อยู่ในกติกา เป็นธรรมดาที่ต้องมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลประท้วง เมื่อถามว่า ต้องมีองครักษ์พิทักษ์นายชวรัตน์ ที่อาจไม่ทันเกมการเมืองหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า ท่านทันเกมอยู่แล้ว เพราะเป็นคนทำงาน แต่การมีองครักษ์ถือเป็นเรื่องปกติ

เชื่อมี ส.ส.ฝ่ายค้านยกมือหนุน รมต.

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรค นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้ชี้แจงว่าได้ใช้อำนาจหน้าที่โดยชอบ ยึดตามกฎหมายระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น ในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส.ส.ทุกคนในพรรคจะเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ การประชุมดำเนินอยู่ในกรอบ และจะทำหน้าที่ช่วยเหลือ หัวหน้าและรองหัวหน้าพรรคอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า มีการกำหนดมติพรรคให้สนับสนุนผู้ถูกอภิปรายหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า ไม่มีการกำหนด แต่เชื่อว่า ส.ส.ทุกคน ในพรรคจะยกมือให้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยและเพื่อแผ่นดินที่มาร่วมประชุมกับพรรคภูมิใจไทย จะต้องปฏิบัติตามมติพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า เป็นเอกสิทธิ์ ส.ส. แต่เชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะยกมือให้อยู่แล้ว โดยที่พรรคไม่ต้องมีมติ เมื่อถามว่า หากการอภิปรายมีการพาดพิงนายเนวินและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จะมีการประท้วงหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า การอภิปรายมีข้อบังคับไม่ให้พาดพิงบุคคลที่ 3 อยู่แล้ว แต่หากมีคนถูกพาดพิง มีสิทธิ์ดำเนินคดี ดังนั้นขอเตือนฝ่ายค้านอย่าพูดพาดพิงโดยไม่จำเป็น

ชุมพลลั่น ชทพ.เสียงไม่แตก

นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนามีมติเป็นเอกฉันท์เรื่องการ โหวต และพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ยืนยันว่าไม่มีเสียงแตก เพราะวันนี้เราได้กำชับ ส.ส.ไปแล้วว่า วันอภิปรายให้ไปกันให้ครบ ให้พร้อมเพรียงกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่าย ค้านมีข้อมูลชัดเจนในการเอาผิดรัฐมนตรี เป็นไปได้หรือไม่ว่า ส.ส.ของพรรคจะไม่ยกมือโหวตสนับสนุนรัฐมนตรีคนนั้นๆ นายชุมพลตอบว่า เท่าที่ดูยังไม่มีรัฐมนตรีคนไหน ที่ร้ายแรงซักคน คิดว่าตัวรัฐมนตรีคงตอบข้อซักถามได้ และไม่เห็นด้วยที่จะเอาเรื่องส่วนตัวมาอภิปราย ขอให้เอา เรื่องที่เกิดในช่วงสามเดือนที่เป็นรัฐมนตรีมาอภิปรายจะ ดีกว่า

เมื่อถามว่า ห่วงนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศหรือไม่ เพราะถือเป็นเป้าหมายที่ฝ่ายค้านจ้องเล่นงาน นายชุมพลตอบว่า ท่านเป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้า เพราะโดนทุกครั้งในสภาฯ แต่คงไม่มีอะไรมาก ท่านคงเอาตัวรอด ได้ เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายค้านขอเลื่อนวันอภิปรายออกไป จะเป็นข้อได้เปรียบหรือไม่ นายชุมพลตอบว่า ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็ถือว่าฝ่ายค้านต้อง เตรียมพร้อมมาอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าขอเลื่อนหรอก

เขี้ยวพอกัน

ที่มา ไทยรัฐ

เป็นธรรมดาของการเมืองและเป็นธรรมชาติของนักการเมืองที่ต้องมีเหลี่ยมมีคูมีลูกล่อลูกชนเหนือคนทั่วไป

ยิ่งนักการเมืองรุ่นเก๋าเชี่ยวประสบการณ์ ระดับเขี้ยวโง้ง ก็ยิ่งมชั้ชเชิงแพรวพราว

เห็นกันได้ชัดๆจากการที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ยื่นถอดถอนและยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158

พร้อมพ่วงถอดถอนและยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 อีก 5 คน คือ

นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย

สิริรวมยื่นเชือดประชาธิปัตย์ 3 ราย ภูมิใจไทย 2 ราย และรวมใจไทยชาติพัฒนา 1 ราย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้รับญัตติฯ จากฝ่ายค้าน และมีหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของญัตติ และความถูกต้องของจำนวนรายชื่อ ส.ส.ผู้ร่วมเสนอญัตติ

เพื่อให้ทุกอย่างถูกต้องเป็นไปตามบท บัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก่อนดำเนินการบรรจุระเบียบวาระและเรียกประชุมสภาฯพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ปรากฏว่าหลังจากฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐ-มนตรีรายบุคคลถึงมือประธานสภาฯ

ประธานชัย ในฐานะมีหน้าที่ตรวจ สอบความถูกต้องของญัตติฯ ก็อาศัยความเก๋า ชิงจังหวะตั้งข้อสังเกต

การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯตามมาตรา 158 และการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 159 มีข้อสงสัยว่า ส.ส.แต่ละคนจะร่วมลงชื่อเสนอ 2 ญัตติได้หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนก้ำกึ่ง

หากมีปัญหาจริงอาจต้องเสนอให้ ตีความในข้อกฎหมาย???

แถมหยอดท้าย ความจริงฝ่ายค้านไม่ต้องเสนอมา 2 ญัตติ เพราะเมื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ แล้ว ถ้านายกฯถูกถอดถอน คณะรัฐมนตรีก็จะหลุดไปทั้งคณะ

งานนี้ดูตามฟอร์มแล้วก็แค่โชว์ความเขี้ยว ทำขวางลำไปอย่างนั้นแหละ

เพราะที่ผ่านมาในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ก็เคยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้ วางใจนายกฯ และญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในยุครัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช มาแล้ว โดยนายชัยนั่งเป็นประธานสภาฯ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ถ้าคราวนี้ ประธานชัยทำยึกยัก ถึงขั้นส่งตีความข้อกฎหมาย ก็คงต้องโดนถล่มว่าพยายามขัดขวางการตรวจสอบของฝ่ายค้าน

ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่คุยนักคุยหนาว่าพร้อมให้ตรวจ สอบในระบบ พลอยเสียรังวัดไปด้วย

ฉะนั้น รับประกันซ่อมฟรี การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเดินหน้าไปได้ฉลุย

ที่สำคัญ เมื่อหันไปทางฝ่ายค้าน สารวัตรเหลิมร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย หัวหน้าทีมอภิปรายฯถล่มรัฐบาล

ออกอาการฟิตเต็มที่ ถึงขนาดตั้งวอร์รูม ติวเข้ม เตรียมจัดระบบข้อมูลเอกสารหลักฐาน และแบ่งทีมย่อย ส.ส. 2-3 คน อภิปรายรัฐมนตรี 1 คน

โดยเฉพาะ สารวัตรเหลิมที่จะเป็นหัวหอกอภิปรายไม่ไว้วางใจถล่มนายกฯอภิสิทธิ์ คุยโขมงมีข้อมูลทีเด็ด ถ้าแบออกมาให้เห็นกลางสภาฯพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องทบทวนการร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน

พร้อมประกาศท้าถ้าอภิปรายโชว์ข้อมูลหลักฐานไปแล้ว ผู้ชมทางบ้านส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้เรื่องได้ราว จะขอลาออกจากตำแหน่งประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลดบทบาทตัวเอง ทันที

ศึกใหญ่หวังล้มรัฐบาล แต่วางเดิมพันแค่เนี้ย เขี้ยวมั้ยล่ะ???

แม่ลูกจันทร์

ครีเอทีฟ แคปปิตอลลิสซึม ทุนนิยมแบบสร้างสรรค์

ที่มา ไทยรัฐ

ช่วงนี้ มีคำพูดเก๋ๆ อยู่สองประโยค ที่กำลังฮิตระเบิด นักวิชาการคนไหน นักการเมืองคนไหนอยากพูดเรื่อง เศรษฐกิจยุคใหม่ ถ้าไม่พูดถึงสองคำนี้ต้องถือว่าเชยแหลก ผมคิดว่าท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว คำพูดสองประโยคนี้ก็คือ Creative Economy และ Creative Capitalist

แปลตรงตัว ครีเอทีฟ อีโคโนมี ก็คือ เศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ และ ครีเอทีฟ แคปปิตอลลิสท์ ก็คือ ทุนนิยมแบบสร้างสรรค์ เป็นยังไงเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

ผู้สร้างสรรค์คำว่า Creative Capitalist เป็นคนแรกก็คือ วิลเลี่ยม เกตส์ ที่ 3 หรือ บิล เกตส์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนล่าสุด แม้ความร่ำรวยจะหล่นหายไปกับวิกฤติเศรษฐกิจถึง 18,000 ล้านดอลลาร์ 648,000 ล้านบาท แต่เขาก็ยังร่ำรวยอยู่ถึง 40,000 ล้านดอลลาร์ 1.44 ล้านล้านบาท

บิล เกตส์ ไปพูดประโยคนี้ที่ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ช่วงที่เขาไปแสดงปาฐกถาพิเศษในงานประชุมเศรษฐกิจโลก เวิร์ล อีโคโนมิค ฟอรัม

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการสถาบันเวิร์ล แอฟแฟร์ สถาบันศศินทร์ เขียนไว้ในวารสาร การเงินธนาคารฉบับเดือนกุมภาพันธ์ว่า กรอบความคิดของ ทุนนิยมแบบสร้างสรรค์ สามารถที่จะเชื่อมโยงแนวคิดกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้อย่างสอดคล้องกลมกลืน การเอาคำว่าครีเอทีฟมาวางไว้ หน้าทุนนิยม หมายความว่า คุณกำลังพยายามทำสิ่งที่ดีกว่าระบบทุนนิยมทั่วไป

จุดมุ่งหมายของ ทุนนิยมแบบสร้างสรรค์ ไม่ใช่การทำเพื่อตนเองอย่างเดียว แต่ต้องห่วงใยต่อผู้อื่นด้วย สิ่งที่ บิล เกตส์ นำเสนอก็คือ การทำกำไรนั้นเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น แต่ไม่เพียงพอ คุณควรจะช่วยทำให้ชีวิตผู้อื่นซึ่งไม่ได้รับผลประโยชน์จากทุนนิยมเสรีนั้นให้ดีขึ้นด้วย

เกตส์บอกว่า คุณทำกำไรได้จากส่วนที่หวังกำไร และคุณก็จะได้รับคำขอบคุณจากส่วนที่ไม่ได้หวังผลกำไร แต่เป็นจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม ซึ่งจิตสำนึกอันนี้มีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ แม้จะประเมินเป็นตัวเงินไม่ได้ก็ตาม

แปลความง่ายๆ ก็คือ วิน-วิน ด้วยกันทุกฝ่าย การทำธุรกิจยุคใหม่ ต้องไม่หวังผลเพียงกำไรของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสังคมให้เข้มแข็งด้วย ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนและเป็นสุขทั้งสองฝ่าย

มิฉะนั้น ระบบทุนนิยม หรือ Capitalism ก็จะไม่ยั่งยืน เหมือน ทุนนิยมเสรีของสหรัฐฯในยุคประธานาธิบดีบุช ที่เทิดทูนเงินตราและกำไรจนไร้คุณธรรมจริยธรรม ในที่สุดมันก็ล่มสลาย ทำให้สังคมและเศรษฐกิจการเงินถล่มทลายทั้งโลก

ในวารสาร การเงินธนาคาร ฉบับเดือนมีนาคมนี้ ดร.สุวิทย์ ได้เขียนตอกย้ำให้เห็นถึง ความเสี่ยงจากตลาดเสรี หรือ โลกาภิวัตน์ ว่า ความเสี่ยงของโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่เป็น ท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น ไปสู่ ท้องถิ่นสู่โลกาภิวัตน์ แต่วันนี้ได้เปลี่ยนกลับข้างเป็น โลกาภิวัตน์สู่ท้องถิ่น ซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤติสหรัฐฯที่กำลังกระทบต่อไทย ไปจนถึง จากโลกสู่โลกเช่น วิกฤติการเงินที่เกิดขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก เป็นต้น

ดร.สุวิทย์ ยังได้ เรียกร้องให้รัฐบาลสร้างกรอบความคิดใหม่ เพื่อใช้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ของโลกที่เกิดขึ้น จะเอาแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แก้ปัญหาเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจโลกอย่างเดียวคงไม่ได้

ทั้งสองเรื่องนี้เป็น เรื่องใหม่ และ เรื่องใหญ่ ครับ ทั้ง Creative Capitalism และ การสร้างกรอบความคิดใหม่เพื่อวางยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจในอนาคต เป็นเรื่องที่ผมคิดว่า รัฐบาลต้องเร่งทำคู่ไปกับแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก่อนปัญหาจะมีตามมามากขึ้น วันหลังผมจะเล่าสู่กันฟังใหม่ทั้งสองเรื่องครับ.

ลม เปลี่ยนทิศ

วัด “กึ๋น” นายกฯ

ที่มา ไทยรัฐ

ว่าที่จริงแล้วปัญหาสนามบินที่กำลังถกเถียงกันว่าควรจะเป็นแบบสนามบินเดียว หรือสนามบินคู่ ซึ่งแบบอย่างของสนามบินทั่วโลกก็มีให้เห็นทั้ง 2รูปแบบ แต่เหตุผลหลักน่าจะอยู่ที่ว่าที่ไหนควรไม่ควร เหมาะไม่เหมาะ พื้นที่ของแต่ละเมือง แต่ละประเทศและผลประโยชน์ทางธุรกิจ

ตรงนี้น่าจะเป็นเหตุผลหลักซึ่งของไทยนั้น หากจะว่ากันถึง สนามบินดอนเมือง หรือสุวรรณภูมิจะด้วยปัจจัย หรือเงื่อนไขอะไร ก็ตามย่อมเกี่ยวพันกับการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติและเป็นตัวหลักที่จะใช้สนามบินทั้ง 2 แห่ง

การจะมีสนามบินเดียว หรือ 2 ก็ตามล้วนขึ้นอยู่กับการบินไทยเป็นด้านหลัก ก่อนหน้าที่เริ่มเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมินั้น การบินไทยปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาดว่า จะใช้สุวรรณภูมิแห่งเดียวเรียกว่าไปสุวรรณภูมิแล้วจะไม่ควรคืนกลับมาอีก

เหตุผลก็คือ หากใช้ 2 สนามบินต้องมีค่าใช้จ่ายมาก เพราะต้องบริหารทั้ง 2 แห่ง ผู้โดยสารจะไม่สะดวก โดยเฉพาะชาวต่างประเทศที่ต้องต่อเครื่องบิน ต้องการให้สุวรรณภูมิเป็นหนึ่งเดียว การใช้เส้นทางก็สะดวก

รัฐบาลสมัยนั้นขานรับทันที แม้แรกๆจะยังลังเล แต่ที่สุดก็เป็นสนามบินเดียว และมีแนวที่จะใช้ดอนเมืองเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินระดับภูมิภาค

แต่ดอนเมืองก็ยังถูกปล่อยทิ้งร้าง เพราะไม่มีการตัดสินใจชัดเจนว่า เมื่อไม่ใช้แล้วจะทำอะไรต่อไป เนื่องจากดอนเมืองที่พร้อมทุกอย่างและมีมูลค่ามากกว่าที่จะปล่อยทิ้งไว้

จนกระทั่งเปลี่ยนรัฐบาลก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย การให้เปิดใช้สนามบินดอนเมืองคู่ขนานกันไป แต่จะเป็นบินภายในประเทศมีนกแอร์ การบินไทย วันทูโก

พอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ก็คิดจะเปลี่ยนกันอีกแล้ว คือไม่เอาดอนเมืองไม่ใช่แค่การบินไทยเท่านั้น ต่อไปนกแอร์ วันทูโก ก็ต้องไปด้วยเพื่อให้สุวรรณภูมิเป็น ฮับจริงๆ

เหตุผลก็ไม่ต่างกันการบินไทยขาดทุน เมืองไทยไม่ควรมีสนามบินคู่ นั่นคือเหตุผลของฝ่ายสนับสนุน แต่อีกฝ่ายคิดต่างบอกว่าเหตุผลของการบินไทยไม่เข้าท่า มันอยู่ที่การบริหารจัดการมากกว่า และเห็นว่ามันเป็นเรื่องการเมืองและผลประโยชน์มากกว่า

เพราะหากไปหมดอย่างแรกก็ต้องว่ากันถึงผลประโยชน์ที่จะตามมาคือร้านค้าแฮปปี้ขึ้น ข้อสำคัญเจ้าของร้านซี้ปึ้กกับนักการเมืองฝ่ายที่ผลักดันเสียด้วย ต้องการสร้างอาคารสนามบินเพิ่มเติม ต้องขยายรันเวย์ที่ 3 เพื่อรองรับผู้โดยสารและเครื่องบินที่จะมากขึ้น

จะเขมือบกันอีกแล้วหรือ?

แต่ได้พูดให้ชัดว่าแล้วจะใช้ดอนเมืองทำอะไร ไม่ใช่แค่บอกว่าเอาไว้ให้เครื่องส่วนตัวจอด เหมาลำจอด ซึ่งศักยภาพดอนเมืองนั้นมันควรจะได้ประโยชน์มหาศาลมากกว่านี้

นายกฯเคยเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเอายังไงแน่ แม้รัฐมนตรีและการบินไทยยืนยันหนักแน่นว่า 29 มี.ค. ดีเดย์ ไม่มีเปลี่ยนแปลง และดูเหมือนท่าทีของนายกฯจะไม่เห็นด้วยที่จะให้ย้ายไปสุวรรณภูมิทั้งหมดแต่ต้องการให้ตัดสินใจกันเอง

เรื่องสนามบินนั้นยังไงเสียก็ต้องเป็นนโยบายระดับชาติของรัฐบาลที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องสำคัญทั้งปัจจุบัน และอนาคต จะต้องมีคำตอบต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่าจะเอายังไงแน่ หากให้ย้ายไปสุวรรณภูมิทั้งหมด

ก็ต้องมีคำตอบว่า จะใช้ดอนเมืองทำอะไรให้คุ้มค่า และเมื่อย้ายไปแล้วต่อไปในอนาคต หากมีความจำเป็นที่ต้องมีสนามบินเพิ่มจะทำยังไง นี่เป็นเรื่องของวิสัยทัศน์ที่ต้องมองไปถึงอนาคต

จริงๆแล้ววันนี้เรื่องหลักก็คือ การบินไทยที่ประสบภาวะขาดทุน และวุ่นวายไม่จบสิ้น เพราะการบริหารที่ผิดพลาด บกพร่อง เป็นแหล่ง

ทำมาหากินของข้าราชการ พนักงาน นักการเมืองมายาวนาน ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ส่อแสดงถึงความล้มเหลว โดยเฉพาะการที่การเมืองเข้าไปล้วงลูก

ตรงนี้แหละ...จะวัดฝีมือนายกฯว่ามี กึ๋นแค่ไหน?.

สายล่อฟ้า

Dstation TT2009-03-17

ที่มา thaifreenews

โดย : Tuxedo


อ้างอิง :

สวัสดีครับ เพื่อนๆ

ก่อนอื่น ขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่เป็นแฟนๆ Download ทั้งขาประจำและขาจร
จนกระทั่งเพื่อนๆ Download กันจนติดเป็นนิสัย เพราะผมเองก็ทำคลิปจนติดเป็น
นิสัยเช่นกัน

แต่ทีนี้ ในระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม ที่จะถึงนี้ผมต้องเดินทางไปทำธุระจะไม่อยู่
หน้าคอมคอยบันทึกรายการ ฉะนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวก็จะไม่คลิปมาบริการเพื่อนๆ
นะครับ


แวะมาบอกกล่าวล่วงหน้า เพื่อนๆจะได้ไม่ต้องรอเก้อครับ







อ้างอิง :
ร่วมสมทบทุนกิจกรรมทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตย
พาพี่น้องเสื้อแดงทั่วทุกสารทิศที่อยากมาร่วมขับไล่รบ.ชั่ว ที่กรุงเทพ แต่ขัดสน

เลขที่ 224 229374 6 ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาอิมพิเรียลเวิลด์
ชื่อบัญชี บริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่จำกัด บัญชี ออมทรัพย์



อ้างอิง :

รับข่าวสารผ่าน SMS Thai People News ของ จักรภพ


สำหรับ AIS พิมพ์ (SMS) PP ส่งไปที่หมายเลข 4552141
สำหรับ TrueMove พิมพ์ PP ส่งไปที่หมายเลข 4552799
แต่สำหรับ DTAC พิมพ์ PN ส่งไปที่หมายเลข 4552146

หรือโทรมาสมัครได้ที่หมายเลข 084-456-6794-5 ( จันทร์- ศุกร์ 9:30-17:30 )


อ้างอิง :


TT2009-03-17 WMV , MP3



เนื้อหา


รบ.มารืคเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วขึ้น สาเหตุหนึ่ง เพราะเชื่อเรื่องดวง , ไอ้ลิ้มเริ่มออกอาการเพี้ยน พูดจาไม่อยู่กะร่องกะรอย


อ้างอิง :

PTV2009-03-17 101นาที WMV 111.85Mb, MP3 17.34Mb



อ้างอิง :
MusicVDO

โปรดรักษาคนดี

Mpeg1 38.05Mb , MP3 .8Mb ขับร้องในสตูดิโอโดย ตั๊กแตน ชลดา

กรณีที่ พบปัญหา คลิกแล้วไม่ Download อัตโนมัติ ให้ทำดังนี้ครับ
(สำหรับท่านที่ใช้ โปรแกรมช่วยเร่ง Download ต่างๆ)

1 ให้นำ Mouse ชี้ไปที่ link จะ Download
2 คลิกนิ้วกลาง ปรากฏเมนู ให้เลือก โปรแกรมช่วยเร่ง Download ที่ท่านใช้ครับ



อ้างอิง :

กระทู้ความจริงวันนี้ที่ผ่านมา

มี.ค.>>17,13,12,11,10,06,05,04,03,02,01

ก.พ.>>27,23,20,19,18,17,16,13,12,11,10,09,08,06,04,03,02

ม.ค.>>30,29,28




อ้างอิง :

ปฏิวัติ ฝรั่งเศส.avi 71.84Mb, รัสเซีย.avi 39Mb

ดร.ใจ กับคดีหมิ่น เสียหายเกินควบคุม ไปไกลเกินกว่าที่คาด

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



การยัดข้อหาหมิ่นฯ ให้ ดร.ใจ อึ้งภากร คาดว่าเป็นความคิดที่จะป้องปราม ไม่ให้มีการเอาเยี่ยงอย่างกันอีก แต่ผมคิดว่าคนที่คิดเรื่องนี้ ไม่อาจคาดเดาความเสียหาย ที่ไปไกลเกินกว่าที่จะควบคุมได้ สถานการณ์ได้เลยเถิดไป เป็นการจุดไฟต่อต้านกฎหมายหมิ่นที่ลามไปถึงระดับสากล

แทนที่จะเป็นการปราม ดร.ใจ แต่กลับกลายเป็นว่า เป็นการยั่วยุให้ ดร.ใจ หันมาต่อต้านอย่างจริงจัง และจุดกระแสติดเสียด้วย และโลกยุคนนี้ไม่ได้เหมือนยุคที่มีการ ขับไล่ ดร.ป๋วย อึ้งภากรออกไปจากประเทศไทย และเมื่อออกไปจากประเทศไทยแล้ว ดร.ป๋วย ก็หมดพิษสงต่อผู้มีอำนาจโดยสิ้นเชิง

แต่กลับ ดร.ใจ บุตรชาย ดร.ป๋วย ที่โดยพิษการเมืองต้องหนีออกจากไทยไปอยู่ต่างประเทศ สถานการณ์กลับตรงกันข้าม เพราะ "โลกยุคใหม่ที่ไร้พรมแดน" การอยู่ที่อังกฤษของ ดร.ใจ ไม่ต่างจากการไปอยู่จังหวัดปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ หรือชลบุรี ความเห็น ความคิด ข่าวสาร บทความต่างๆ ของ ดร.ใจกับมีพลังมากยิ่งกว่าอยู่ กทม. เพราะไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว สามารถคิดและเขียน หรือแสดงความเห็นได้เต็มที่ และความเห็นนั้นก็เข้ามาถึงเมืองไทยด้วยสื่ออินเตอร์เน็ต ชั่วเพียงเสี้ยววินาที

ผมคิดว่า ดร.ใจอาจผลิตผลงานที่ดีกว่าเดิม ลึกซึ๊งกว่าเดิม ได้มากมาย และข้อคิดข้อเขียน ของ ดร.ใจจะมีอิทธิพลและมีพลังมากขึ้นกว่าเดิม ความคิดที่จะสะกัดกั้น ปิดกั้น เป็นเพียงความไร้เดียงสา เพราะโลกยุคนี้ หนังสือดีๆ บทความดีๆ ส่งต่อกันทางอินเตอร์เน็ต และผลิตซ้ำได้นับล้านก็อบปี โดยไม่มีต้นทุนเลย

การยัดคดีหมิ่นให้ ดร.ใจ เท่ากับเป็นการ "ดึงยักษ์ออกมาจากตะเกียง" แล้วจับยัดกลับไปไม่ได้ ยักษ์ยิ่งตัวใหญ่ ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

Tuesday, March 17, 2009

140 ส.ส.เพื่อไทย เข้าชื่อเอาผิด ป.ป.ช.ตามม.157

ที่มา มติชนออนไลน์

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.ท..เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน และพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงยืนยันว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีและพล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมหน้าตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณหน้ารัฐสภา โดย ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า ในการรประชุมคระรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ คืนวันที่ 6 ตุลาคมที่ศูนย์บัญชาการทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว สนามบินดอนเมือง ตนเองและพ.ต.ท.สมชาย และพล.ต.ศรชัย มนตริวัตร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชนขณะนั้น ได้เข้าร่วมสงเกตุการณ์ประชุมเพื่อคอยทำหน้าที่ประสานงานตามคำเชิญของนายสมชายด้วย ที่ประชุมไม่มีการสั่งการใดๆ ให้สลายการชุมนุม เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยถึงการย้ายสถานที่ประชุมสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลในเช้าวันที่ 7 ตุลาคม โดยได้สอบถามไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภา แต่นายชัยตอบกลับมาว่าการแถลงนโยบายรัฐบาลต้องแถลงที่สภาเท่านั้น ไม่สามารถย้ายสถานที่ประชุมได้


ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า หลังประชุม ครม.นัดพิเศษแล้วเสร็จ ตนเองและพ.ต.ท.สมชาย ก็ได้ติดตามพล.อ.เชาวลิต ไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อตรวจดูความพร้อมและหารือกับพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. โดยยืนยันว่าพล.อ.เชาวลิต ไม่ได้สั่งการใดๆ ให้ตำรวจสลายการชุมนุมเช่นกัน มีเพียงกำชับให้ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อย ดังนั้น การที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหานายสมชาย และพล.อ.เชาวลิต จึงเป็นการปฏิบัติมิชอบ ซึ่งตนเอง พ.ต.ท.สมชายและพล.ต.ศรชัย พร้อมเป็นพยานให้กับนายสมชายและพล.อ.เชาวลิต ส่วนบอกว่าตำรวจสลายแล้วมีคนเสียชีวิต เป็นการบิดเบือนข้อมูลเพราะสถานที่ทั้งสองคนเสียชีวิต ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ในบริเวณหน้ารัฐสภาแต่อย่างใด


ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่นายบัณฑิต รชตะนันทน์ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ยื่นฟ้องร้องต่อ ป.ป.ช.กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ สืบเนื่องจากกรณีที่ชี้มูลความผิดนายสมชายซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมขณะนั้นและนายบัณฑิตรองปลัดกระทรวงยุติธรรมขณะนั้น ฐานไม่เก็บเงินค่าธรรมเนียมจากการขายทอดตลาดของศาลธัญญบุรี โดยปรากฏว่าเป็นการวินิจฉัยคนละเรื่องกับที่แจ้งข้อกล่าวหา ทำให้ผู้เสียหายไม่มีโอกาสต่อสู้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวส.ส.พรรคพลังประชาชน ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งต่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาเอาผิด แต่ปรากฎว่าหลังจากที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ ได้มีส.ส.ที่ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อเป็นผลให้เรื่องตกไป


"ดังนั้นผมและนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยพร้อมส.ส.ของพรรคจำนวน 140 คน ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาอีกครั้ง ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ตามรัฐธรรมนูญ ม.249 เพื่อให้ดำเนินการส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อพิจารณาความผิด ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ในความผิดตามกฎหมายอาญาม.157 เนื่องจากปฏิบัติหน้าทำหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง รับใช้เผด็จการและจะมีส่วนสำคัญในการทำลายระบอบประชาธิปไตย จะปล่อยไว้ไม่ได้เพราะ ปปช.ทั้ง 9 คนจะทำให้บ้านเมืองวิบัติ และม.200 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 ม.125 โดยปฏิเสธว่าไม่ใช่การแก้แค้นหรือเอาคืนป.ป.ช.หลังชี้มูลความผิดนายสมชาย" ร.ต.ท.เชาวริน กล่าว

ลูกตัวเงินตัวทองยั้วเยี้ยเพ่นพ่านนอกโพรงไม้ในทำเนียบ

ที่มา มติชนออนไลน์
ทายาทใหม่ บรรดา ลูกๆ ตัวเงินตัวทองที่อาศัยอยู่ในต้นไม้ใหญ่ริมถนน ภายในทำเนียบรัฐบาล ต่างออกมาเกาะอยู่ภายนอกโพรงจำนวนหลายตัว เป็นที่ตื่นตาของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มาติดต่อราชการในทำเนียบรัฐบาลเป็นอย่างมาก เมื่อ 17 มี.ค.

สื่อ…..กลยุทธสังหาร....ยุทธศาสตร์เปลี่ยนประเทศ

ที่มา thaifreenews

บทความ โดย ปูนนก

สถานการณ์การต่อสู้ทางการเมืองในขณะนี้ กำลังเข้าสู่สถานการณ์แย่งชิงมวลชนเพื่อเป็นฐานกำลังนำไปสู่การเคลื่อนไหวขั้นแตกหักในทางการเมือง การเคลื่อนไหวนี้ประสานกันทั้งในสภาและนอกสภา ในสภามีการเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลลาออกด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยจะเปิดโปงความไม่ชอบธรรมของการได้มาซึ่งอำนาจบริหารของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ส่วนภายนอกสภาก็มีการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงที่เป็นแรงกดดันเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เวลานี้จะเห็นได้ว่ามีการชิงพื้นที่ข่าวที่จะปรากฏในหน้าสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ, โทรทัศน์, หนังสือพิมพ์, อินเตอร์เน็ต.... ยิ่งมีพื้นที่ในการนำเสนอข่าวสารมากเท่าใด มวลชนก็ยิ่งให้ความสนใจและเป็นที่รู้จักมากขึ้นเท่านั้น....


อดีตที่ผ่านมาการสื่อสารยังไม่พัฒนาให้กว้างขวางมากนักจึงมีแต่เพียงสื่อหลักเท่านั้น ประชาชนจึงรับฟังข่าวสารเพียงด้านเดียว ถูกพูดกรอกหูอยู่ทุกวัน ได้ดูรายการข่าวอยู่ตลอดเวลา ได้เห็นสปอร์ตรายการและสื่อโฆษณาที่โหมกระหน่ำในทุก ๆ ที่ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระแสให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ไขว้เขว เห็นผิดเป็นถูกไปได้.... สนธิ ลิ้มทองกุล ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่าสามารถใช้สื่อเป็นเครื่องมือที่สามารถล้างสมองประชาชน และสร้างความเชื่อผิด ๆ จนถึงขั้นล้มล้างรัฐบาลท่านนายกทักษิณ ที่มีอำนาจเต็มมาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้มาแล้ว...

หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมาได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่สำคัญยิ่งในประเทศไทย.... นั่นคือการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนของประชาชนเพื่อติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันเอง โดยไม่พึ่งพาอาศัยสื่อหลักของรัฐบาลแต่เพียงด้านเดียวอีกต่อไป.... วิทยุชุมชนที่ก่อตั้งขึ้นโดยประชาชนทั่วไป ได้ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดหน้าฝน ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ, เวปไซด์ต่าง ๆ ที่มีหน้าข่าวและหน้าจอที่สามารถติดต่อให้ประชาชนพูดคุยกันได้ เิิกิดขึ้นเป็นรายวัน, สถานีวิทยุทางอินเตอร์เน็ตที่สามารถส่งข่าวสารไปได้กว้างไกลทั่วโลกรวมทั้งทีวีดาวเทียม เกิดขึ้นอย่างมากมายและเปิดโอกาสให้ประชาชนธรรมดา กลายเป็นผู้จัดรายการ และนำเสนอข่าวสาร ไปสู่ประชาชนทั้งหลายได้อย่างไม่จำกัด....

ผลจากการติดต่อสื่อสารที่สามารถเข้าถึงกันได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด เพียงแค่ใช้นิ้วกดที่แป้นพิมพ์หน้าคอมพิวเตอร์นี้... ทำให้เกิดการหลั่งไหลของข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่ไม่เคยมีใครได้รับรู้ และได้สัมผัสมาก่อนจึงเกิดขึ้นอย่างมากมาย สิ่งที่เคยถูกปิดซ่อนเอาไว้ หรือเคยถูกทาสีเอาไว้เพื่อให้ดูดี ได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดสิ้นในโลกการสื่อสารไร้พรมแดนนี้.... และเป็นเรื่องยากในการที่จะสืบหาที่มาและต้นตอของการให้แหล่งข่าวซึ่งต่างจากสื่อหลักทั่วไป.....

พี่น้องนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุก ๆ ท่าน รวมทั้งท่านนายกทักษิณ ต่างก็มองเห็นถึงความได้เปรียบในเรื่องนี้....การโฟนอินเข้ามาของท่านนายกทักษิณ และการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ รวมทั้งการทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อให้เป็นข่าวที่จะถูกสื่อสารต่อไปทั่วโลก จึงเป็น ยุทธศาสตร์ ที่จะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงประเทศ อย่างแท้จริง.... พี่น้องที่กำลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในขณะนี้อาจจะไม่มี พลังอำนาจทางทหาร, ไม่มีพลังอำนาจทางการเมือง, ไม่มีพลังอำนาจในการปกครอง แต่สิ่งที่พี่น้องเหล่านี้มีอยู่อย่างเหลือเฟือและเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากก็คือ พลังแห่งมวลชน, พลังแห่งสื่อที่ไร้พรมแดน, และ เวลา

การที่เครือข่ายของผู้มีอำนาจขณะนี้ออกมาแสดงความเห็นตอบโต้ และแสดงท่าที ที่จะดำเินินการอย่างเฉียบขาดต่อพี่น้องผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และการโฟนอินเข้ามาของท่านนายกทักษิณ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลัีงเข้าสู่การ เป็นฝ่ายรับทางการเมือง และเป็นผู้ ตั้งรับในเชิงยุทธศาสตร์ ของการต่อสู้นี้อย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีทางที่ผู้ครองอำนาจในประเทศนี้จะ จับกุม หรือ ควบคุม พี่น้องผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้อย่างหมดสิ้น เพราะการต่อสู้ในครั้งนี้ ไม่มีแกนนำ ที่เป็นตัวบุคคล เหมือนสมัยที่ พธม. ได้กระทำในครั้งก่อน.... ไม่มีกระบวนการจัดตั้งแบบจัดจ้างมาเพื่อมาชุมนุมในแต่ละครั้ง.... ไม่มีการต่อรองผลประโยชน์เพื่อให้นำประชาชนมาเข้าร่วมการชุมนุม.....

การชุมนุม และการเคลื่อนไหวของพี่น้องผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในทุกรูปแบบ ทั้งการชุมนุมในภาคสนาม, การเคลื่อนไหวในโลกไซเบอร์, หรือการสนับสนุนในทางอื่นใด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจาก ความศรัทธาในอุดมการณ์ ที่มีร่วมกันนั่นก็คืิอการต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ในประเทศนี้.... หรือจะเรียกอีกนัึยหนึ่งก็คือ ขณะนี้พี่น้องประชาชนผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกำลัง สร้างอำนาจคู่ ขึ้นมาในประเทศนี้ และอำนวจนั้นคืออำนาจของประชาชน เพื่อต่อสู้กับอำนาจเผด็จการที่ครองอำนาจในประเทศนี้มาอย่างยาวนาน....

ประชาธิปไตย ไม่เคยได้รับมาจากการ ร้องขอ จากเผด็จการ แต่ประชาชนจะได้รับความเป็น ประชาธิปไตย ก็ต่อเมื่อมี อำนาจใดอำนาจหนึ่ง มาทำการเปลี่ยนแปลงให้.... อาจจะเป็นอำนาจของกษัตริย์, อำนาจของทหาร, หรืออำนาจของประชาชนเอง และในเมื่อประเทศนี้ไม่มีอำนาจใดที่จะมาช่วยให้ประชาชนชาวไทย ได้รับความเป็นประชาธิปไตยทีสมบูรณ์ได้ ก็จำเป็นอยู่เองที่พี่น้องประชาชนจะต้องลุกขึ้นมาเืืพื่อต่อสู้ที่จะเลือกให้ประเทศนี้ มีการปกครองเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ปกครองแบบ ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่ยังคงแฝงเอาไว้ด้วย "เผด็จการอมาตย์" อย่างสมบูรณ์เหมือนดังเช่นทุกวันนี้....

เพราะประชาชนไทย คือเจ้าของประเทศไทยนี้ ตามคำแถลงการณ์ของคณะราษฎร์ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ตามความตอนหนึ่งว่า “ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร”

ด้วยเหตุนี้การต่อสู้บนหน้าเวปไซด์ หรือหน้าเวปบอร์ด จึงไม่เพียงแต่เป็นการพิมพ์ตัวอักษรเท่านั้น... แต่ในความเป็นจริงแล้วคือการ สร้างอำนาจคู่ ของ สื่อ เพื่อให้กลายเป็น กลยุทธสังหาร และนำไปสู่ ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนประเทศ นั่นเอง

ปูนนก