ที่มา thaifreenews
กัดกันเอง !!! อภิสิทธิ์-เทพเมือก รุม 2 ต่อ 1 สวนกลับ "สนธิ" ระบุ ไม่เคยรับเงิน คิงเพาเวอร์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนยัน บริษัท คิงเพาเวอร์ ไม่ได้ให้เงินสนับสนุนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อย่างที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลกล่าวอ้าง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, March 18, 2009
กัดกันเอง !!! อภิสิทธิ์-เทพเมือก รุม 2 ต่อ 1 สวนกลับ \\\"สนธิ\\\" ระบุ ไม่เคยรับเงิน คิงเพาเวอร์
เสื้อแดงจี้สอบ \"สันติอโศก\" รุกที่ป่า?!
ที่มา thaifreenews
เสื้อแดงเชียงใหม่ยื่นหนังสือจี้ผู้ว่าฯตร วจสอบที่ดินสันติอโศกแม่แตง อ้างรุกที่ป่า พร้อมกดดันสั่งย้ายตำรวจยิงยางรถเสื้อแดงแ หกด่านหอประชุม มช.ออกจากพื้นที่ขีดเส้นตาย 7 วัน ขู่ระดมมวลชนล้อมไล่ต้นสังกัดแน่หากเพิกเฉ ย ด้านปลัดจังหวัด รับลูกส่งสำเนาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนิ นการตามใจม็อบเพื่อลดแรงต้าน เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 26 ม.ค.กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กว่า 50 คน นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุลและน.ส.กัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม ได้เดินทางไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด เชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเร ียกร้องให้จังหวัดเร่งดำเนินการ ตรวจสอบสองประเด็น คือ ให้ทางจังหวัดเข้าไปตรวจสอบการใช้พื้นที่ข องพุทธสถาน "ภูผาฟ้าน้ำ"ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักธรรมข องกลุ่มสันติอโศก สาขาจ.เชียงใหม่ว่ามีการบุกรุกใช้พื้นที่อ ย่างผิดกฎหมายหรือไม่ และเรียกร้องให้ย้ายนายตำรวจที่ยิงปืนเข้า ใส่รถของสมาชิกกลุ่มเสื้อแดงขณะ ฝ่านด่านเข้าไปบุกไล่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่หน้าหอประชุม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา การยื่นหนังสือดังกล่าวมีนายสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้รับเรื่องแทนน ายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
นักศึกษา 3 สาว ปากดี วีนเสื้อแดง ช่วงงานเกย์เชียงใหม่ล่ม
ที่มา thaifreenews
นักศึกษา มช. 3 สาว กริยาตุ้งติ้ง ปากดีวีนเสื้อแดง ชาวเน็ทวิจารย์ 3 สาว โวย ช่วงงานเกย์ เชียงใหม่ล่ม
ขณะ ที่เจ้าตัวเหิมหนัก เปรียบดั่งการ์ตูน เซเลอ มูน โดนแกล้ง แถมปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ถามเสื้อแดงเชียงใหม่อยุ่กันมากี่ปี นักข่าวเห็นแล้วทุเรศ เตือนน้องๆไม่ต้องบอกชื่อ เกรงจะอับอาย
อนาถ!!! รัฐบาลไทย ปิดกั้นสื่อ ข่าวซักฟอกรัฐบาลถูกตัดกลางคัน (ช่อง 9)
ที่มา thaifreenews
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ถูกตัดตอนกลางคัน
แล้วนำเสนอรายงานข่าวที่นายอภิสิทธิ์ไปอังกฤษแทน
ต้นฉบับเต็มที่ รายการข่าวภาคค่ำของช่อง 9
ช่วงเวลา 19:09 - 19:10 น. ของวันที่ 15 มีนาคม 2552
ป.ป.ช.แยกสำนวน คดี 7ตุลาฯชี้มูลผิดเป็นรายคน 140 เพื่อไทยเข้าชื่อเอาผิด ย้ำไม่ใช่การแก้แค้น
ที่มา มติชนออนไลน์
ป.ป.ช.แยกสำนวน คดี 7ตุลาฯสลายม็อบพันธมิตร ชี้มูลความผิดแยกแต่ละคนได้ ผบ.ตร.รับกระทบขวัญตำรวจที่ทำงาน ทส."จิ๋ว"ยันนายไม่ได้สั่งสลายม็อบ เชื่อถูกอ้างชื่อ "เพื่อไทย" ล่าชื่อเอาผิด 9 ป.ป.ช. ปฏิบัติมิชอบ ย้ำไม่ใช่การแก้แค้น ดึง"สมชาย"เป็นพยาน
ป.ป.ช.แยกสำนวนคดี7ตุลาฯ
นายเมธี ครองแก้ว กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ว่า การพิจารณาคดีสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ได้แยกสำนวนผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาทั้ง 7 คนเป็นคนละสำนวน เนื่องจากถูกตั้งข้อกล่าวหาและมีความผิดแตกต่างกัน เพื่อให้การไต่สวนรวดเร็วยิ่งขึ้น หากสำนวนของคนไหนเสร็จก่อน ป.ป.ช.ก็สามารถชี้มูลได้ทันทีไม่ต้องรอคนอื่น
นายเมธีกล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปป.ป.ช.จะให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาหลังจากวันที่ 27 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ก่อนเปิดโอกาสให้ชี้แจงภายใน 15 วันซึ่งสามารถมาชี้แจงด้วยตนเอง โดยเปิดโอกาสให้นำทนายมาร่วมรับฟังการให้ปากคำได้ หรืออาจชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร และสามารถยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ระหว่างนี้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไม่จำเป็นต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่ได้ผู้ถูกชี้มูลความผิด
ทส."จิ๋ว"ยันนายไม่ได้สั่งสลายม็อบ
แหล่งข่าวจากนายทหารคนสนิท (ทส.) ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี หนึ่งในบุคคลที่ถูกป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา เปิดเผยว่า พล.อ.ชวลิตจะไปชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาต่อป.ป.ช. ภายใน 15 วัน ก่อนหน้านี้พล.อ.ชวลิตเคยไปให้ข้อมูลกับป.ป.ช.แล้ว โดยเล่าถึงรายละเอียดในคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2551 หลังพล.อ.ชวลิตร่วมประชุมครม. นัดพิเศษที่สนามบินดอนเมือง ก็ไปประชุมกับนายตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อมอบนโยบาย 3 ข้อคือ 1.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ฝากให้ช่วยดูแลและป้องกันไม่ให้มีการเผาอาคารรัฐสภา 2.ขอให้ตำรวจดำเนินการเพื่อเปิดทางให้ส.ส. เข้าไปในรัฐสภาได้ และ 3. หากเกิดการกระทบกระทั่งให้ยกเลิกภารกิจ ห้ามไม่ให้ประชาชนเลือดตกยางออก
"ก่อนพล.อ. ชวลิตจะเดินทางกลับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินมาส่ง โดยพล.อ. ชวลิตย้ำอีกครั้งว่าถ้าสถานการณ์ลุกลามหนักหนา ให้ยกเลิกภารกิจทันที ให้การเมืองไปแก้ไขกันเอาเอง อย่าให้กระทบกระทั่งประชาชน จากนั้นพล.อ.ชวลิตกลับไปพักผ่อนที่บ้านตอนตี 2 และไม่มีการสั่งการเพิ่มเติมหลังจากนั้น" ทส. ของพล.อ. ชวลิตกล่าวและว่า เชื่อว่าสาเหตุที่พล.อ.ชวลิตถูกป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา น่าจะเป็นเพราะพล.ต.อ.บุญฤทธิ รัตนะพร ที่เป็นคณะติดตามพล.อ.ชวลิต ยังติดตามสถานการณ์อยู่ที่บช.น.ต่อ ทั้งที่พล.อ.ชวลิตไม่ได้สั่งให้อยู่ต่อ แต่เข้าใจว่าพล.ต.อ.บุญฤทธิ อาจไปสั่งการใดๆ โดยอ้างชื่อพล.อ.ชวลิต
"พท."ล่าชื่อเอาผิด 9 ป.ป.ช.
ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน และพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯและพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ ไม่ได้สั่งการให้ตำรวจสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เพียงแต่กำชับให้ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อย ดังนั้น การที่ป.ป.ช. ให้แจ้งข้อหานายสมชาย และพล.อ.เชาวลิต จึงเป็นการปฏิบัติมิชอบ ตนและพ.ต.ท.สมชายพร้อมไปเป็นพยานให้
ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายบัณฑิต รชตะนันทน์ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยื่นฟ้องร้องว่า ป.ป.ช.กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ จากการชี้มูลความผิดนายสมชาย เมื่อครั้งปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายบัณฑิต ฐานไม่เก็บเงินค่าธรรมเนียมจากการขายทอดตลาดที่ดินของศาลธัญญบุรี เป็นการวินิจฉัยคนละเรื่องกับที่แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งก่อนหน้านี้ส.ส.พรรคพลังประชาชน เข้าชื่อเพื่อยื่นประธานวุฒิสภายื่นให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอาผิด แต่หลังจากพรรคพลังประชาชนถูกยุบ มีส.ส.ที่ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อ เป็นผลให้เรื่องตกไป
"ส.ส.พรรคเพื่อไทย 140 คน จะเข้าชื่ออีกครั้ง ในวันที่ 18 มีนาคมนี้เพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาให้ส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาฯพิจารณาความผิด ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ยืนยันไม่ใช่การแก้แค้นป.ป.ช." ร.ต.ท.เชาวรินกล่าว
ผบ.ตร.รับกระทบขวัญตำรวจ
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหากรณีสลายการชุมนุมวันที่ 7 ตุลาคมว่า การชี้แจงเป็นข้อเท็จจริง ตำรวจทุกคนทำตามหน้าที่ คำสั่งที่ให้ปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย ตนพร้อมเข้าชี้แจงกับ ป.ป.ช.
เมื่อถามถึงการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ จะให้ความมั่นใจกับตำรวจผู้ปฏิบัติอย่างไร พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด ความจริงแนวนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้การเจรจา ความอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด ห้ามปะทะ เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ต้องเข้าใจว่าทุกองค์กรมีหน้าที่ตามกฎหมาย เป็นธรรมดาเราทำตามหน้าที่ ต้องมีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจตำรวจ พอสมควร
ที่กองกำกับการ 2 (ป้องปันและปราบปรามการจลาจล) กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.ตปพ.) สโมสรตำรวจ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมรอง ผบช.น. เป็นประธานเปิดพิธีอบรมการควบคุมฝูงชน มีตำรวจปจ.กองบังคับการตำรวจนครบาล ( บก.น.)2, 3, 4, 5, 6 และตปพ. 7 กองร้อย (กองร้อยละ 150 นาย) ร่วมฝึก
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะยังมีการใช้แก๊สน้ำตาหรือไม่ พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า หากจำเป็นจริงๆ ก็คงไม่ใช้แบบยิง แต่จะใช้แบบขว้าง ซึ่งในการสาธิตมีการใช้แก๊สน้ำตาแบบขว้างโยนใส่กลุ่ม ปจ.ที่ฝึกอบรมด้วย เพื่อจะได้ทราบถึงอานุภาพว่าเป็นอย่างไร และยังให้รองผบช.น.ที่ถูกป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาทำงานรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมตามเดิม
ปชป.ยันมี"แผนตากสิน"จริง หวังนำไปสู่สงครามแบ่งแยกปชช. แกนนำ"เสื้อแดง"รับ"แม้ว"ประกาศตัวสู้รบ.
ที่มา มติชนออนไลน์
ปชป.ยันมี "แผนตากสิน" จริง เคลื่อนไหว 5 ด้าน หวังนำไปสู่สงครามแบ่งแยกประชาชน เพื่อให้มีการนิรโทษกรรม เผย "สุเทพ-เนวิน" นัดกินข้าว หารือความเคลื่อนไหวม็อบ "จตุพร" เลื่อนชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงเร็วขึ้นก่อน 29 มี.ค. ยันไม่ตรงกับวันซักฟอก ลั่นยืดเยื้อแน่ รับ "แม้ว" โฟนอินถี่ เพื่อประกาศตัวสู้กับรัฐบาลชัดเจน
ปชป.ยันมี"แผนตากสิน"จริง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงยืนยันว่ามีข้อมูลเป็นเอกสารเรื่องแผนตากสินจริง เบื้องต้นกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว 5 ข้อ คือ 1.จัดตั้งมวลชนโดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง 2.ขัดขวางการทำงานของคนในรัฐบาล 3.ขยายการเคลื่อนไหวจากกรุงเทพฯไปยังต่างจังหวัด 4.ปิดล้อมสถานที่ราชการ และ 5.จัดตั้งมวลชนหัวรุนแรงเพื่อสร้างความรุนแรง ซึ่งสุดท้ายแล้วจะนำไปสู่สงครามเพื่อแบ่งแยกประชาชน โดยเป้าหมายคือต้องการให้มีการนิรโทษกรรม
"การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินตามแผนตากสินนี้ เพื่อโค่นล้มรัฐบาล เห็นได้จากการใช้สงครามข้อมูลข่าวสารที่เป็นส่วนหนึ่งในแผนตากสิน ทั้งการจัดตั้งสถานทีโทรทัศน์พีทีวี มาจนถึงดีสเตชั่น และการซื้อสื่อในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง รวมทั้งให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศหลายฉบับ นอกจากนี้ เส้นทางการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณยังคล้ายการเดินทัพของพระเจ้าตากสิน ตั้งแต่จ.พระนครศรีอยุธยาไปจนถึง จ.จันทบุรี แต่ขอเตือนว่าอย่ามาที่จ.นครศรีธรรมราช ไม่เช่นนั้นจะพบจุดจบ" นายเทพไทกล่าวและว่าการใช้ชื่อแผนตากสิน เพราะพ้องกับพระนามสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถือเป็นชื่อมงคล เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่ชอบถือเคล็ดและโหราศาสตร์ แต่พ.ต.ท.ทักษิณคงลืมไปว่าพระเจ้าตากสินเป็นกษัตริย์ที่กู้ชาติ ไม่ใช่โกงชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แผนตากสินสุดท้ายจะโอละพ่อเหมือนปฏิญญาฟินแลนด์หรือไม่ นายเทพไทกล่าววา ปฏิญญาฟินแลนด์นั้นเขียนไปไกลถึงการโค่นล้มเบื้องต้น ซึ่งไกลเกินไป แต่แผนตากสินตนได้ยินมานานแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามมีการพูดคุยกัน
"สุเทพ-เนวิน" หารือปมเสื้อแดง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินบ่อยมากขึ้น และการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ว่า เขามีเป้าหมายชัดเจน ต้องการให้บ้านเมืองยุ่งเหยิงวุ่นวายเพื่อปูทางให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศ แต่ไม่หนักใจ รู้สึกว่าคนเหล่านี้พยายามทำลายภาพพจน์ดีๆ ไป
เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงติดตามวิเคราะห์กรณีมีการเปิดเผยแผนตากสินเพื่อล้มรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "ผมไม่ได้ไปศึกษาวิเคราะห์เรื่องแผนตากสิน แต่ผมก็ต้องติดตามวิเคราะห์สิ่งที่เขาปฏิบัติออกมาที่เห็นชัดๆ ผมเห็นว่าทุกฝ่ายทุกกระบวนการของเขา มีการวางแผนมา มีการเชื่อมโยง มีเป้าหมายชัดเจน"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา นายสุเทพ เดินทางไปรับประทานอาหารร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ร้านครัวปัญญา ย่านถนนประชาชื่น โดยแหล่งข่าวระบุว่า เนื้อหาที่บุคคลทั้ง 2 พูดคุยกันบนโต๊ะอาหารน่าจะเกี่ยวข้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวหนักขึ้นทุกที
"มาร์ค"กำชับรมต.ลงพื้นที่ต่อเนื่อง
รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ภายหลังปิดประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปรารถต่อที่ประชุมถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนและติดตามนโยบายรัฐบาลทั่วประเทศ ว่า ยังมีบางจังหวัดที่ยังลงพื้นที่กันไม่ครบ ขอให้รัฐมนตรีที่ยังหลงเหลืออยู่ลงพื้นที่ให้ครบทั่วประเทศภายในสัปดาห์นี้ด้วย และสอบถามว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีใครอาสาลงไปบ้าง ทำให้นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลุ่มเพื่อนเนวินอาสาขอลงพื้นที่จ.ปัตตานีและจ.ยะลา นายประจักษ์ แก้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอลงพื้นที่ จ.เลย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอลงพื้นที่จ.เชียงราย นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอลงพื้นที่ จ.ลำพูนและลำปาง
รายงานข่าวแจ้งว่า มีรัฐมนตรีบางคนกังวลกรณีกลุ่มเสื้อแดงขับไล่และขว้างปาสิ่งของใส่ขบวนรถของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่ จ.ปทุมธานี หากกลุ่มเสื้อแดงใช้ยุทธวิธีรุนแรงเช่นนนี้จะแก้ปัญหากันอย่างไร ทำให้นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "จากการลงพื้นที่ในรอบที่ผ่านมา พบว่ามีการตอบรับที่ดีจากประชาชนในนโยบายรัฐบาลต่างๆ แม้จะเกิดปัญหาบ้าง แต่ก็ขอให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ต่อไป ผมคิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีอะไร"
"เสื้อแดง" เลื่อนชุมนุมใหญ่เร็วขึ้น
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าที่รัฐบาลเลื่อนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วขึ้นเพื่อหนีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ว่า เป็นสันดานของรัฐบาล กลุ่มเสื้อแดงประกาศชัดเจนว่าจะชุมนุมนที่ 29 มีนาคม เมื่อเปลี่ยนวันอภิปรายเป็นวันที่ 19-20 มีนาคม กลุ่มเสื้อแดงอาจจะเลื่อนการชุมนุมขึ้นมาอีก แต่ยืนยันว่าจะไม่ไปชุมนุมตรงกับวันที่อภิปรายอย่างแน่นอน อีกทั้งวันที่ 21-22 มีนาคมนี้จะมีการชุมนุมที่จ.เชียงราย และจ.เชียงใหม่ ดังนั้นการชุมนุมของเสื้อแดงจะขยับเลื่อนขึ้นมาหลังวันที่ 22 มีนาคม แต่ก่อนวันที่ 29 มีนาคม
เมื่อถามว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อกว่าครั้งก่อน โดยเริ่มต้นชุมนุมที่ท้องสนามหลวง และเดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาล โดยปิดถนนราชดำเนินทั้ง 2 ทาง ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินหรือไม่นั้น ต้องรอดูอีกระยะหนึ่ง แต่ยอมรับว่าที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินบ่อยครั้ง เป็นการประกาศตัวออกมาสู้กับรัฐบาลอย่างชัดเจน
ปชส.ปทุมเผยเทปบึ้มขบวน"สุเทพ" วันเดียวกัน นายอนันต์ ทิพย์มณเฑียร หัวหน้าสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ได้ตรวจดูภาพเคลื่อนไหวในวีดีโอเทปเหตุการณ์ม็อบเสื้อแดงประท้วงขว้างปาสิ่งของ ขวดน้ำ ตีนตบ รองเท้า และระเบิดปิงปอง ใส่ขบวนรถของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่วิทยาลัยการปกครอง ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่าขณะนายฉัตรชัย เกบุ้ย ช่างไฟฟ้าสื่อสารสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี ผู้ใต้บังบัญชา กำลังบันทึกภาพเหตุการณ์ส่งสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ได้ถูกระเบิดปิงปองโยนใส่ท้ายรถ และกระดอนไปถูกรถเบ๊นซ์ของการ์ดนายสุเทพ ที่ขับตามหลังรถของ นายสุเทพ จนกระจกหน้ารถแตกร้าวยุบตัวลงไปเป็นรูปวงกลมขนาด 20 เซนติเมตร และมีรอยแตกร้าวเป็นทางยาว นอกจากนี้สะเก็ดระเบิดยังกระเด็นไปถูกนายฉัตรชัย จนเสื้อขาดทะลุและรับบาดเจ็บเป็นแผลยาว 1 เซนติเมตร บริเวณหน้าอกและบริเวณหน้าท้องมีเลือดไหล ต้องให้แพทย์รักษา ตนให้นายฉัตรชัยรายงานข้อเท็จจริงต่ออธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ แม้จะขัดต่อรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตาม
นายอนันต์กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนนั่งอยู่ในรถยนต์ปิคอัพ ห่างจากเหตุโยนระเบิดกว่า 30 เมตร ยังได้ยินเสียงดังตูมใหญ่ คล้ายเสียงระเบิดมาก ซึ่งค้านกับที่ตำรวจนำมาทดลองจุดไฟแล้วโยนให้สื่อมวลชนดูว่าเป็นประทัดขนาดจิ๋ว ที่เสียงไม่ดังมาก และไม่สามารถทำกระจกรถให้แตกร้าวยุบตัวได้ แต่ตรวจสอบดูจากภาพวีดีโอที่บันทึกไว้ มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 5-6 เซนติเมตร ตนว่าทีมรักษาความปลอดภัยของนายสุเทพก็คงทราบดีว่าน่าจะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง
5ปี"สมชาย"
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
11 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 5 ปีการหายตัวของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นอีกคดีที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งเจ้าหน้าที่เร่งรัดดำเนินคดี
โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าการรื้อฟื้นคดีนี้เป็นอีกผลงาน"โบแดง"ของรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่ต้องการให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชน
ก็คงต้องการบอกว่ารัฐบาลยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปล่อยปละละเลย
ทั้งที่ความจริงก็คือ พนักงานสอบสวนทำคดีนี้มาตลอด มีการสืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อมต่างๆ ระบุว่าทนายสมชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อุ้มหายหน้าโรงพักหัวหมาก จนนำมาสู่การพิจารณาคดี
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2549 ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ในข้อหาขืนใจ ทำให้สูญเสียอิสรภาพ กักขังหน่วงเหนี่ยว และอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างการอุทธรณ์คดี
ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 ราย ได้แก่ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์, จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง และส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต นั้นศาลยกฟ้อง เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ
ตรงจุดนี้ก็แสดงว่ามีการสืบสวนดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ติดตรงที่ยังไม่พบศพทนายสมชายจึงยังไม่เป็นคดีฆาตกรรม !
จากนั้นก็มีการโอนคดีนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าสืบสวนสอบสวนมาตลอดเช่นกัน
ทีมงานดีเอสไอตั้งแต่ยุคพล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ เป็นอธิบดี มาจนถึงยุคพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ก็สืบสวนสอบสวนคดีนี้อย่างใกล้ชิด
โดยประสานกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร และชุดมนุษย์กบประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ ลงงมค้นหาและตรวจเก็บวัตถุพยานเพิ่มเติมอย่างละเอียดในแม่น้ำแม่กลอง
เตรียมนำชิ้นส่วนโครงกระดูกที่ขุดค้นได้มาทั้งหมดไปตรวจที่ห้องแล็บของเอฟบีไอ หรือสกอตแลนด์ยาร์ด เนื่องจากมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง
ขณะเดียวกันก็มีการสืบสวนตรวจสอบกรณีญาติระบุว่าพ.ต.ต.เงินถูกโคลนถล่มเสียชีวิตที่จ.พิษณุโลกเมื่อปีก่อน โดยดีเอสไอได้เบาะแสข้อมูลน่าเชื่อว่าพ.ต.ต.เงินยังไม่เสียชีวิต แต่หนีไปกบดานที่เกาะกง
ซึ่งจะต้องติดตามตัวกลับมาให้ได้ เพราะพ.ต.ต.เงินเป็นกุญแจสำคัญสาวถึงกลุ่มบงการอุ้ม
เพียงแต่ไม่เป็นข่าวครึกโครมเท่านั้น เพราะดีเอสไอไม่ได้หวังผลฉาบฉวย
ไม่เหมือนช่วงที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้เป็นรมต.ยุติธรรมหมาดๆ บางหน่วยงานก็ประโคมข่าวใหญ่โต พาท่านรัฐมนตรีไปดูขุดกระดูกที่ราชบุรี เก็บชิ้นส่วนกระดูกไว้ได้เยอะ
แต่พอผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอไม่ใช่ ทั้งรมต.ทั้งผอ.ก็ตัวใครตัวมัน ยกเลิกการแถลงข่าวกันหมด
ทำงานเอาหน้าก็มักจะลงเอยแบบนี้
รัฐบาลไม่ขัดให้เวลาอภิปราย 3 วัน
ที่มา ไทยรัฐ
วันที่ 17 มี.ค.นายชินวรณ์ บุณยะเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่านายชัย ฮั้วกับนายกฯ ในการร่นวันอภิปรายให้เร็วขึ้นนั้น ญัตตินี้เป็นญัตติของฝ่ายค้าน ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อม หากเลือกได้รัฐบาลคงอยากให้มีความพร้อมมากที่สุด เมื่อทุกฝ่ายพร้อมก็ไม่น่าจะเป็นการสมยอม ส่วนที่ฝ่ายค้านต้องการเวลา 3 วันในการอภิปรายนั้น ประธานวิปฝ่ายค้านได้ ประสานมาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ได้นัดหมายหารือกันอีกทีในวันที่ 18 มี.ค. โดยในวันเดียวกันนั้น จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานข้อมูล เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้รัฐมนตรีนำไปชี้แจงในทิศทางเดียวกัน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายนายกฯเพียงคนเดียวในวันแรก คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะนายกฯตอบญัตติได้ดีกว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ ในทางกลับกันยิ่งฝ่ายค้านอภิปรายนายกฯมากๆ ก็ยิ่งกลายเป็นส่วนดี เพราะทำให้นายกฯ มีโอกาสชี้แจงข้อสงสัยประเด็นต่างๆ
ปชป.เปิดอิสระให้ ส.ส.ฟรีโหวต
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้พูดทีเล่นทีจริงว่าอ่านญัตติของฝ่ายค้านแล้วง่วงนอน โดยพรรคประชาธิปัตย์ จะให้อิสระกับ ส.ส.ทุกคนในการออกเสียงลงมติ จะไม่มีมติพรรคออกมาบังคับ เท่าที่ได้พูดคุยกับ ส.ส.หลายคนเชื่อว่า ส.ส.ของพรรคเข้าใจ และเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีสามารถตอบข้อซักถามได้ อย่างไรก็ตาม ได้มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานข้อมูลจำนวน 15 คน จากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เพื่อคอยเตรียมหาข้อมูลให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้หารือถึงกรณีที่นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรีพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าอาจมี ส.ส.หลายคนไม่ออกเสียงลงมติให้นายกษิตหรือไม่ นพ.วรงค์ตอบว่า นายเกียรติกรได้ชี้แจงต่อที่ประชุมแล้วว่า การพูดเรื่องดังกล่าวเป็นการพูดทีเล่นทีจริง
“กษิต” ไม่สน ส.ส.รัฐบาลไม่หนุน
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนอาจจะไม่ยกมือไว้วางใจว่า เป็นเรื่องของพรรค ไม่เป็นกังวล ส่วนที่ถูกมองว่าจะเป็นจุดอ่อนรัฐบาลนั้น คิดว่าไม่มีปัญหา
นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเลื่อนกำหนดการเยือนประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ภายหลังประธานสภาฯร่นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมาเป็นวันที่ 19-21 มี.ค. ว่าเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจเลื่อนขึ้นมาเร็วกว่าเดิม ส่งผลให้ รมว.ต่างประเทศ ต้องเลื่อนการเยือนสิงคโปร์ออกไป เพื่ออยู่ซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมการชี้แจงข้อซักถามของฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม นายกษิตไม่ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศเตรียมข้อมูล ในการชี้แจงเรื่องใดเป็นพิเศษ มีเพียงการเตรียมการตามปกติ สำหรับทางสิงคโปร์ไม่ได้ติดใจ และเข้าใจถึงความจำเป็นในการเลื่อนการเยือนออกไปในเวลาที่เหมาะสม ส่วนการเยือนสหภาพพม่า ระหว่างวันที่ 22-23 มี.ค.นั้น ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม
ปชป.ตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในการรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ มีการตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีขึ้นมาอีกครั้ง แต่ได้ปรับเปลี่ยนชื่อให้เป็นทางการขึ้น และได้แบ่งหน้าที่ กันอย่างเป็นระบบชัดเจน ทั้งนี้ วิปรัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานกลางจำนวน 19 คน อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายสุวโรช พะลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายธนิตพล ไชยนันทน์ นายนริศ ขำนุรักษ์ นายสกลธี ภัททิยกุล นายศิริโชค โสภา น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย นายอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี จากพรรคประชาธิปัตย์ นายอลงกต มณีกาศ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน นายภราดร ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทยพัฒนา นายปัญญา ศรีปัญญาจากพรรคภูมิใจไทย เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ได้มีการแบ่งทีมองครักษ์เป็นทีมต่างๆ อาทิ ประธานชุดประสานงานสื่อมวลชน มีนายนริศเป็นหัวหน้าทีม คณะกรรมการชุดข้อบังคับการประชุม มีนายสุวโรชเป็นหัวหน้าทีม และคณะกรรมการประสานข้อมูลของรัฐมนตรี มี นพ.วรงค์เป็นหัวหน้าทีม
มท.1 ยอมจำนนถ้ามีหลักฐานชัด
ที่โรงแรมสยามซิตี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเลื่อนวันอภิปรายให้เร็วขึ้นอาจเห็นว่าเป็นคนแก่ลืมง่าย แต่คงไม่เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงกลุ่มเสื้อแดง ไม่ได้หนักใจ เพราะมีเหตุผลชี้แจงได้ทุกเรื่อง ถ้ามีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง ก็ต้องยอมจำนน เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่า รัฐมนตรีตัวจริง คือนายเนวิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นายชวรัตน์ตอบว่า นายเนวินไม่เคยเข้ามาในกระทรวง แต่คนที่ทำงานคือนายศักดิ์สยาม แต่ก็ไม่มีสิทธิ์อะไร สิทธิ์ขาดอยู่ที่ตนเท่านั้น แม้แต่รัฐมนตรีช่วยจะทำอะไรก็ต้องเสนอมาให้ตัดสินใจ เมื่อถามว่า ถ้ามีการเสนออะไรที่ผิดมา ก็ต้องตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำใช่หรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า แน่นอน จะไม่ตัดสินใจทำในสิ่งที่ผิด
“บุญจง” เล็งตั้งทีมองครักษ์คอยป่วน
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า พร้อมชี้แจงในทุกประเด็น ตอนนี้เตรียมความพร้อมแล้ว 100% ส่วนที่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมช.มหาดไทย ระบุว่ามีใบเสร็จการทุจริตในกระทรวงมหาดไทยนั้น คนพูดก็พูดไปเรื่อยเปื˜อย ไม่มีมูลความจริง คนที่พูดต้องรับผิดชอบคำพูด หากไปพูดพาดพิงบุคคลภายนอกอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เมื่อถามถึงข่าวว่ามีการจ่ายเงิน 7 หลัก เพื่อซื้อตัว ส.ส. นายบุญจงตอบว่า ไม่สร้างสรรค์ ทำให้ประเทศเสียหาย คนที่พูดไร้สาระ ส.ส.มีวิจารญาณในการตัดสินใจ เมื่อถามว่า มั่นใจในเสียงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่เพราะพรรคเพื่อแผ่นดินแตกเป็น 2 ฝ่าย นายบุญจงตอบว่า มั่นใจ แต่ประชาชนต้องติดตามว่าฝ่ายค้านมีข้อเท็จจริงอย่างไรหากไม่อยู่ในกติกา เป็นธรรมดาที่ต้องมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลประท้วง เมื่อถามว่า ต้องมีองครักษ์พิทักษ์นายชวรัตน์ ที่อาจไม่ทันเกมการเมืองหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า ท่านทันเกมอยู่แล้ว เพราะเป็นคนทำงาน แต่การมีองครักษ์ถือเป็นเรื่องปกติ
เชื่อมี ส.ส.ฝ่ายค้านยกมือหนุน รมต.
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรค นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้ชี้แจงว่าได้ใช้อำนาจหน้าที่โดยชอบ ยึดตามกฎหมายระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น ในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส.ส.ทุกคนในพรรคจะเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ การประชุมดำเนินอยู่ในกรอบ และจะทำหน้าที่ช่วยเหลือ หัวหน้าและรองหัวหน้าพรรคอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า มีการกำหนดมติพรรคให้สนับสนุนผู้ถูกอภิปรายหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า ไม่มีการกำหนด แต่เชื่อว่า ส.ส.ทุกคน ในพรรคจะยกมือให้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยและเพื่อแผ่นดินที่มาร่วมประชุมกับพรรคภูมิใจไทย จะต้องปฏิบัติตามมติพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า เป็นเอกสิทธิ์ ส.ส. แต่เชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะยกมือให้อยู่แล้ว โดยที่พรรคไม่ต้องมีมติ เมื่อถามว่า หากการอภิปรายมีการพาดพิงนายเนวินและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จะมีการประท้วงหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า การอภิปรายมีข้อบังคับไม่ให้พาดพิงบุคคลที่ 3 อยู่แล้ว แต่หากมีคนถูกพาดพิง มีสิทธิ์ดำเนินคดี ดังนั้นขอเตือนฝ่ายค้านอย่าพูดพาดพิงโดยไม่จำเป็น
“ชุมพล” ลั่น ชทพ.เสียงไม่แตก
นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนามีมติเป็นเอกฉันท์เรื่องการ โหวต และพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ยืนยันว่าไม่มีเสียงแตก เพราะวันนี้เราได้กำชับ ส.ส.ไปแล้วว่า วันอภิปรายให้ไปกันให้ครบ ให้พร้อมเพรียงกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่าย ค้านมีข้อมูลชัดเจนในการเอาผิดรัฐมนตรี เป็นไปได้หรือไม่ว่า ส.ส.ของพรรคจะไม่ยกมือโหวตสนับสนุนรัฐมนตรีคนนั้นๆ นายชุมพลตอบว่า เท่าที่ดูยังไม่มีรัฐมนตรีคนไหน ที่ร้ายแรงซักคน คิดว่าตัวรัฐมนตรีคงตอบข้อซักถามได้ และไม่เห็นด้วยที่จะเอาเรื่องส่วนตัวมาอภิปราย ขอให้เอา เรื่องที่เกิดในช่วงสามเดือนที่เป็นรัฐมนตรีมาอภิปรายจะ ดีกว่า
เมื่อถามว่า ห่วงนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศหรือไม่ เพราะถือเป็นเป้าหมายที่ฝ่ายค้านจ้องเล่นงาน นายชุมพลตอบว่า ท่านเป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้า เพราะโดนทุกครั้งในสภาฯ แต่คงไม่มีอะไรมาก ท่านคงเอาตัวรอด ได้ เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายค้านขอเลื่อนวันอภิปรายออกไป จะเป็นข้อได้เปรียบหรือไม่ นายชุมพลตอบว่า ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็ถือว่าฝ่ายค้านต้อง เตรียมพร้อมมาอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าขอเลื่อนหรอก
เขี้ยวพอกัน
เป็นธรรมดาของการเมืองและเป็นธรรมชาติของนักการเมืองที่ต้องมีเหลี่ยมมีคูมีลูกล่อลูกชนเหนือคนทั่วไป
ยิ่งนักการเมืองรุ่นเก๋าเชี่ยวประสบการณ์ ระดับเขี้ยวโง้ง ก็ยิ่งมชั้ชเชิงแพรวพราว
เห็นกันได้ชัดๆจากการที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ยื่นถอดถอนและยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158
พร้อมพ่วงถอดถอนและยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 อีก 5 คน คือ
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย
สิริรวมยื่นเชือดประชาธิปัตย์ 3 ราย ภูมิใจไทย 2 ราย และรวมใจไทยชาติพัฒนา 1 ราย
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้รับญัตติฯ จากฝ่ายค้าน และมีหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของญัตติ และความถูกต้องของจำนวนรายชื่อ ส.ส.ผู้ร่วมเสนอญัตติ
เพื่อให้ทุกอย่างถูกต้องเป็นไปตามบท บัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก่อนดำเนินการบรรจุระเบียบวาระและเรียกประชุมสภาฯพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ปรากฏว่าหลังจากฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐ-มนตรีรายบุคคลถึงมือประธานสภาฯ
“ประธานชัย” ในฐานะมีหน้าที่ตรวจ สอบความถูกต้องของญัตติฯ ก็อาศัยความเก๋า ชิงจังหวะตั้งข้อสังเกต
การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯตามมาตรา 158 และการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 159 มีข้อสงสัยว่า ส.ส.แต่ละคนจะร่วมลงชื่อเสนอ 2 ญัตติได้หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนก้ำกึ่ง
หากมีปัญหาจริงอาจต้องเสนอให้ ตีความในข้อกฎหมาย???
แถมหยอดท้าย ความจริงฝ่ายค้านไม่ต้องเสนอมา 2 ญัตติ เพราะเมื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ แล้ว ถ้านายกฯถูกถอดถอน คณะรัฐมนตรีก็จะหลุดไปทั้งคณะ
งานนี้ดูตามฟอร์มแล้วก็แค่โชว์ความเขี้ยว ทำขวางลำไปอย่างนั้นแหละ
เพราะที่ผ่านมาในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ก็เคยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้ วางใจนายกฯ และญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในยุครัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช มาแล้ว โดยนายชัยนั่งเป็นประธานสภาฯ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ถ้าคราวนี้ “ประธานชัย” ทำยึกยัก ถึงขั้นส่งตีความข้อกฎหมาย ก็คงต้องโดนถล่มว่าพยายามขัดขวางการตรวจสอบของฝ่ายค้าน
ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่คุยนักคุยหนาว่าพร้อมให้ตรวจ สอบในระบบ พลอยเสียรังวัดไปด้วย
ฉะนั้น รับประกันซ่อมฟรี การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเดินหน้าไปได้ฉลุย
ที่สำคัญ เมื่อหันไปทางฝ่ายค้าน “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย หัวหน้าทีมอภิปรายฯถล่มรัฐบาล
ออกอาการฟิตเต็มที่ ถึงขนาดตั้งวอร์รูม ติวเข้ม เตรียมจัดระบบข้อมูลเอกสารหลักฐาน และแบ่งทีมย่อย ส.ส. 2-3 คน อภิปรายรัฐมนตรี 1 คน
โดยเฉพาะ “สารวัตรเหลิม” ที่จะเป็นหัวหอกอภิปรายไม่ไว้วางใจถล่มนายกฯอภิสิทธิ์ คุยโขมงมีข้อมูลทีเด็ด ถ้าแบออกมาให้เห็นกลางสภาฯพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องทบทวนการร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน
พร้อมประกาศท้าถ้าอภิปรายโชว์ข้อมูลหลักฐานไปแล้ว ผู้ชมทางบ้านส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้เรื่องได้ราว จะขอลาออกจากตำแหน่งประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลดบทบาทตัวเอง ทันที
ศึกใหญ่หวังล้มรัฐบาล แต่วางเดิมพันแค่เนี้ย เขี้ยวมั้ยล่ะ???
“แม่ลูกจันทร์”