WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 19, 2009

เด็กโง่กับตำราเก่า

ที่มา ไทยรัฐ

วันนี้ผมมีจดหมายจาก คุณหญิงกษมา วรวรรณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ส่งมาชี้แจงเรื่อง หนังสือ เรียนที่ผมเขียนไปวันก่อนว่า กระทรวงศึกษาฯกำลังเอาตำราย้อนยุคเมื่อสิบปีก่อนมาสอนเด็กในปัจจุบัน แล้วอนาคตของชาติ มันจะทันโลกหรือ

ก็ขอเชิญอ่านคำชี้แจงก่อนครับ แล้วผมจะปุจฉาทีหลัง

1. หนังสือเรียนที่จะจัดซื้อในปีการศึกษานี้ เป็นหนังสือเรียนตามหลักสูตรปี 2544 แม้หลักสูตรจะประกาศใช้ในปี 2544 แต่การใช้บังคับจะมีการนำร่องหนึ่งปีในปี 2545 และใช้จริงในโรงเรียนทั่วไปตั้งแต่ปี 2546 โดยทยอยประกาศใช้ทีละปีจนครบทุกชั้นในปี 2548 หนังสือเรียนตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติมี 1,123 รายการ ชุดแรกประมาณ 121 รายการ เป็นหนังสือสำหรับชั้น ป.1, ป.4, ม.1 และ ม.4 ผ่านการตรวจและออกใช้ในปี 2546 หนังสือที่เหลือจะทยอยผ่านการพิจารณาในช่วงเวลา 3-5 ปี ไม่มีหนังสือใดที่เกินอายุ 5 ปี

2. การเรียนการสอนในปัจจุบัน หนังสือเรียนเป็นสื่อหนึ่งที่จะช่วยปู พื้นฐานความคิด และให้เนื้อหาสาระที่สำคัญ แต่ครูต้องส่งเสริมให้ นักเรียนได้เรียนรู้จากแหล่งอื่นประกอบกัน หากมีข้อความใดที่ล้าสมัยไปจากวันที่จัดพิมพ์ สำนักพิมพ์ทุกแห่งต้องแก้ไขก่อนจัดพิมพ์ใหม่ หากไม่ทันต้องทำใบแทรก และเปิดเว็บไซต์นำเสนอเนื้อหาที่เป็นสาระปัจจุบัน เพื่อเสริมการเรียนการสอน

3. ในปี 2551 กระทรวงศึกษาฯได้ปรับปรุงหลักสูตร 2544 เดิม ซึ่งมีเนื้อหาสาระคล้ายหลักสูตรเดิม แต่กำหนดเนื้อหาแกนกลางที่ทุกคนต้องเรียนรู้ให้ชัดเจนขึ้น กำหนดส่วนที่โรงเรียนสามารถพัฒนาเนื้อหาเพิ่มเติม ซอยเนื้อหาที่เคยกำหนดไว้เป็นช่วงชั้น หรือ 3 ปีให้เป็นรายปี เน้นการปรับปรุงการเรียนการสอนและการประเมินผล

4. การพัฒนาหนังสือเรียน ได้วางแนวทางเหมือนทุกครั้ง คือจะรับตรวจหนังสือเรียนในปีที่นำร่อง เพื่อให้ทันประกาศใช้ในปีการศึกษา 2553 เมื่อใช้หลักสูตรที่ประกาศหนังสือเรียนเล่มใดที่โรงเรียนจะซื้อให้ หรือให้นักเรียนซื้อไว้ใช้ประจำตัว จะต้องผ่านการตรวจ แต่จวบจนเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ยังไม่มีหนังสือเรียนตามหลักสูตร 2551 เล่มใดส่งเข้ารับการตรวจ เพื่อจำหน่ายในปีการศึกษานี้ แต่อาจมีการพิมพ์ไว้เพื่อจำหน่ายในโรงเรียนโดยไม่ผ่านการตรวจ...

จดหมายยาวกว่านี้ แต่ที่เกี่ยวข้องกับข้อเขียนผมคงมีเท่านี้ ประเด็นหนึ่งที่ผมยังสงสัยก็คือ การปรับปรุงหลักสูตรและตำราเรียนของกระทรวงศึกษาฯแต่ละครั้ง ใช้เวลานานเหลือเกิน แถมยังทยอยประกาศใช้ทีละปี กว่าจะครบหลักสูตรก็กินเวลาถึง 4 ปี พอปีที่ 5 ก็ถึงเวลาปรับปรุงหลักสูตรอีกแล้ว

นอกจากนี้ ยัง โยนภาระไปให้ ครูผู้สอนไปต่อยอดหรือส่งเสริมให้นักเรียนไปเรียนรู้จากแหล่งอื่น ผมถามจริงๆเถอะครับ ครูไทยทั่วประเทศวันนี้มีศักยภาพและมีเครื่องมือเพียงพอที่จะไปต่อยอด หรือไปหาแหล่งความรู้อื่นให้นักเรียนได้หรือ เมื่อครูยังไม่พร้อม ก็ไม่ควรจะโยนภาระไปให้ครู เพราะคนที่จะรับเคราะห์คือนักเรียน

ความจริงอีกด้านหนึ่งที่กระทรวงศึกษาฯไม่เคยชี้แจง ก็คือ โรงเรียนทั่วประเทศในเวลานี้ขาดแคลนครูอยู่ร่วมแสนคน ในโรงเรียนที่ห่างไกล ไฟฟ้าไม่มี ตำราเรียนหายาก ครูหนึ่งคนต้องรับภาระสอนทุกวิชา ทุกชั้นเรียน ครูเหล่านี้จะหาไปแหล่งความรู้อื่นได้ที่ไหน จะเอาเครื่องมืออะไรไปต่อยอดให้นักเรียนอย่างที่พวกขายตำราเรียนราคาแพงโยนภาระให้ แค่สอนให้ครบชั้นก็เหนื่อยแล้ว

เรื่อง ตำราเรียนเด็กไทยล้าหลังไม่ทันโลก ที่ผมวิจารณ์ไปนั้น ผมเชื่อว่า คุณหญิงกษมา ก็คงทราบดี เพราะ กระทรวงศึกษาฯ ก็เคยวิจัยเอง เมื่อหลายปีก่อนว่า หลักสูตร ป.1-ป.6 ที่ใช้สอนเด็กถึง 6 ปีนั้น เป็นหลักสูตรที่ใช้ไม่ได้ ต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ เพราะมีเนื้อหาไม่ชัดเจนและซ้ำซ้อน เรียน ป.2 แล้วไปเรียนซํ้าอีกในชั้น ป.3

เขียนไปก็สงสารเด็กไทยครับ เมื่อ ตำราเรียนกลายเป็น ธุรกิจผูกขาดไม่กี่สำนักพิมพ์ เลยทำให้ สมองเด็กไทยถูกผูกขาดไปด้วย แล้วประเทศชาติจะพัฒนาไปได้อย่างไร ความรู้ใหม่ๆ ในโลกเกิดขึ้นทุกวินาที แต่เด็กไทยต้องรอไปอีก 5 ปีค่อยเรียน แล้วมันจะทันโลกได้อย่างไร.

ลม เปลี่ยนทิศ

หักเหลี่ยม-ถอนคม

ที่มา ไทยรัฐ

การเมืองวันนี้ต้องเรียกว่า หักเหลี่ยม-ถอนคม กันเลย ทีเดียว เมื่อรัฐบาลและประธานรัฐสภารวมหัวกันเลื่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจากที่กำหนดไว้วันที่ 26-27 มี.ค. มาเป็น 19-20 มี.ค. เร็วกว่าที่กำหนดไว้

แน่นอนว่าการตัดสินใจครั้งนี้คงมิใช่ว่าเพื่อให้การซักฟอกเร็วขึ้นทุกอย่างจะได้จบเสียทีซึ่งนั่นเป็นเพียงเหตุผลหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าเพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านตั้งตัวทัน เพราะจะต้องมีการเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้

และที่สำคัญก็คือการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงมากกว่า เนื่องจากได้มีการนัดหมายชุมนุมใหญ่ล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ซึ่งจะตรงกับการเปิดซักฟอกรัฐบาลพอดิบพอดี ซึ่งก็เพื่อจะเป็นแรงกดดันรัฐบาลนอกสภาอีกทางหนึ่ง

คือไม่ล้อมสภาก็ล้อมทำเนียบฯหวังจะเอารัฐบาลให้อยู่หมัด

เมื่อเลื่อนเวลาเร็วขึ้นทำให้พรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดงตั้งหลักไม่ทันต้องมีการเปลี่ยนแผนกันใหม่หมด ทำให้ทุกอย่างเกิดความฉุกละหุกชิงความได้เปรียบ

แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะพยายามดิ้นหนีตรงนี้ด้วยการยื่นหนังสือ ถึงนายกฯเพื่อขอให้มีการซักฟอกตามหมายเดิม แต่คำตอบที่ได้รับก็คือเป็นการตัดสินใจของประธานสภาผู้แทนฯ คือ นายชัย ชิดชอบ จึงมิอาจเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

ขณะที่นายชัยก็แวบเข้าโรงพยาบาลจะป่วยจริงหรือป่วยการเมืองก็ตาม แต่ก็ไม่ต้องตอบคำถามหรือโดนฝ่ายค้านจี้ให้เปลี่ยนแปลง

นอกจากนั้น นายกฯได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษด้วยการประกาศรับว่ามีปัญหาซึ่งจะต้องมีการอัดฉีดอีกรอบหนึ่งเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟู เป็นการปิดช่องก่อนที่ฝ่ายค้านจะซักฟอกและชี้ว่ารัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา

เรียกว่าเตรียมตั้งรับทุกกระบวนท่า

เป็นที่รับรู้กันดีว่าแผนปฏิบัติการของอดีตนายกฯทักษิณที่เร่งวันเร่งคืนเพื่อจะล้มรัฐบาลทุกวิถีทางโฟนอินเป็นรายวันแม้กระทั่งงานวัด งานศพก็เอาหมดเพื่อดึงมวลชน ปลุกระดมผู้สนับสนุนอย่างเต็มที่สอดรับกับการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย กลุ่มเสื้อแดงและ 111 นักการเมืองที่ถูกเว้นวรรค

หวังเผด็จศึกเพื่อชัยชนะขั้นเด็ดขาดเพราะทุกอย่างล้วนเป็น เงื่อนไข ที่เหมาะสมที่สุด หากรัฐบาลสามารถผ่านจุดนี้ไปได้ก็ยาก ที่จะทวงอำนาจคืนได้

ว่ากันถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและ 5 รัฐมนตรี แม้ฝ่ายค้านยืนยันว่ามีข้อมูลที่จะเล่นงานรัฐบาลได้ โดยเฉพาะประเด็น เชื่อมโยงเงินบริจาค 500 กว่าล้านบาท หรือเรื่องการใช้อำนาจและหาประโยชน์จากงบประมาณที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

แต่ดูเหมือนการอุบไต๋เรื่องเงินพัฒนาการเมืองที่ กกต.มอบให้จำนวน 25 ล้านบาท แต่ประชาธิปัตย์นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้ลงนามน่าจะเป็นประเด็นใหญ่หวังผลว่าจะเล่นงานให้แหลกไปเลย และนั่นหมายถึงการ ยุบพรรค ด้วย

อย่างไรก็ดี ประเด็นต่างๆเหล่านี้รัฐบาลและบรรดารัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกน่าจะเตรียมการชี้แจงและเชื่อว่าจะตอบโต้ฝ่ายค้านได้ แม้ยังไม่รู้ว่าจะมีไพ่อะไรซุกซ่อนเอาไว้อีก

เหนืออื่นใดคะแนนเสียงที่จะสนับสนุนรัฐบาลนั้น แม้ว่าจะมากกว่าฝ่ายค้านแต่ก็ยังมีปัญหาว่าจะครบจำนวนหรือไม่ในการลงคะแนน แต่เชื่อว่าในสถานการณ์ที่เป็นจริงๆ พรรคภูมิใจไทยที่จะเป็นตัวแปรคงไม่มีปัญหาเพราะยังไงเสียก็ต้องกอดคอร่วมกันต่อไป

และเชื่อว่าหากพ้นจากศึกอภิปรายไปแล้วก็เท่ากับปิดทางสู้ของทักษิณ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มเสื้อแดง รัฐบาลสามารถตั้งลำบริหารประเทศต่อไปได้

2-3 วันนี้แหละครับ...รู้หมู่รู้จ่าแน่.

สายล่อฟ้า

ไม่กลัวแค่ลุกลี้ลุกลน

ที่มา ไทยรัฐ

ปากกล้าแต่ขาสั่น

โดยอาการที่รัฐบาลเถียงได้ไม่เต็มปากเต็มคำ กับบทลุกลี้ลุกลนของ ปู่ชัยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ในฐานะ ชิดชอบผู้พ่อ รีบสั่งการให้ร่นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ เข้ามาเป็นวันที่ 19-20 มีนาคม

ตาลีตาเหลือกชนิดที่วิปรัฐบาลด้วยกันยังออกปากว่า กระชั้นชิดจนตั้งหลักแทบไม่ทัน

แน่นอน ต่อให้เสียงแข็งว่า ไม่กลัว ออกตัวแก้ลำกันยังไง โดยน้ำหนักมันก็เข้าทางฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยและฝ่ายต่อต้านที่เย้ยหยันได้ว่า รัฐบาลดึงจังหวะหลบคิวดีเดย์ชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่นัดล่วงหน้าจะรวมพลล้อมทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 29 มีนาคม

แหยงกระแสลามโหมไฟม็อบ

ศึกนอกประชิด กระหน่ำซ้ำศึกใน เดี๋ยวจะดับเพลิงไม่ทัน

ที่แน่ๆโดยอาการลุกลี้ลุกลน มันเป็นอะไรที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักของทีมแฉพรรคเพื่อไทยที่ปล่อยข้อมูลดักทางล่วงหน้า รัฐบาลเตรียมกระเป๋าใบใหญ่ซื้อ ส.ส.ฝ่ายค้านด้วยตัวเลข 7 หลัก เพื่อให้งดออกเสียง

ทำได้ทุกอย่าง เพื่อเบี่ยงตัวหลบดาบของฝ่ายค้าน

และงานนี้ถือเป็นการดักคอ กบฏในพรรคเพื่อไทย และ อีแอบฝ่ายค้านใจฝักใฝ่รัฐบาล ที่วางแผนจะทำผลงานเพื่อรับรางวัลทิ้งทวนก่อนแปรพักตร์

เจอมุกนี้เข้าไป เขินเลยก็แล้วกัน

แต่ที่ท้องไส้ปั่นป่วนยิ่งกว่า น่าจะเป็นคิวของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยฯ

2 เหยื่อเชือด พะยี่ห้อ เพื่อนเนวิน

โดยลูกขู่ของทีมเชือดฝ่ายค้าน นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย คุยลั่นข้อมูลพร้อมแล้ว โดยเฉพาะกระทรวงที่มีรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปบริหาร โดยไปออกคำสั่งให้อธิบดีดำเนินการเอาเรื่องการใช้งบประมาณโครงการต่างๆมาตรวจสอบดูว่า อันไหนยักได้บ้าง

เรื่องนี้มีหลักฐานเป็นเอกสารในคำสั่งเป็นวันที่ไล่กันในแต่ละกระทรวง

สำทับด้วยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย ในฐานะอดีต รมช.มหาดไทย ขู่ซ้ำ ขณะนี้มีหลักฐานเป็นใบเสร็จที่เป็นพฤติกรรมของรัฐมนตรีที่มีหัวแต่ไม่มีสมอง

ถูกมนตร์ขลังสั่งให้ทำโครงการต่างๆ

ตีธง เล็งเป้าไปที่ เพื่อนเนวินสางแค้น ผู้ทรยศ

สยบมนตร์เขมร สกัดดาวรุ่งค่ายภูมิใจไทย

แต่ที่ทำท่าจะระส่ำก่อนใคร กลายเป็นคิวของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กับอาการทะลุกลางปล้องของนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส. ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล แบะท่าโต้งๆ

เท่าที่พูดคุยกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาล หลายคนแสดงความกังวลเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจคิวของนายกษิต เพราะที่ผ่านมามีหลักฐานและข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงม็อบพันธมิตรฯชัดเจน

ส.ส.ส่วนมากหารือกันว่า ส.ส.มีเอกสิทธิ์ที่จะลงหรือไม่ลงมติไว้วางใจนายกษิต ถ้ามี ส.ส.งดออกเสียงจำนวนมาก แค่ 10 กว่าเสียง นายกษิตก็ตายแล้ว

พูดกันข้ามช็อตถึงขั้นว่า ถ้านายกษิตตายคาเวทีเชือด หลุดโผไป จะเป็นการดีสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่จะสลัดภาพให้หลุดจากม็อบพันธมิตรฯ

เจอมุกคนพรรคเดียวกันเองแบบนี้ กษิตไม่หวิวให้รู้ไป

แต่ที่นิ่งผิดหูผิดตา กับลีลาซุ่มโป่งของหัวหน้าทีมเชือดอย่าง สารวัตรเหลิมร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หลังวางเดิมพันตำแหน่งประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย

อุบไต๋เงียบอยู่คนเดียวเลย

เกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของปลอมหรือ ของจริงยากจะหยั่งเชิงได้ แต่ที่แน่ๆก็สามารถกดดันให้วอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ ต้องเดาสถานการณ์ไปต่างๆนานา

ทึกทักเอาว่า ฝ่ายตรงข้ามกำลังสร้างเงื่อนไขเพื่อบรรลุ 2 เป้าหมาย

หนึ่งคือ สร้างอำนาจต่อรองเพื่อนำไปสู่การให้อดีตนายกฯทักษิณ พ้นจากความผิดในอดีต เช่น การแก้กฎหมายนิรโทษกรรม หรืออภัยโทษ สองเพื่อล้มรัฐบาล โดยแนวรุกด้านมวลชนของ นปช.ที่เปลี่ยนการชุมนุมใหญ่ ไปเป็นการเพิ่มความรุนแรงในการก่อการต่อต้านโดยคนไม่กี่คน เริ่มพูดถึงสงครามประชาชน

ขณะที่แนวร่วมผ่านทางพรรคเพื่อไทย ที่ใช้กลไกของแกนนำที่ใกล้ชิดหรือญาติ พ.ต.ท.ทักษิณ และแรงผลักดันจากการถอดถอนและอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพื่อนำสู่การแทรกแซงกระบวนการปฏิรูปการเมือง ซึ่งแกนนำได้พูดชัดว่า จะบรรลุวัตถุประสงค์เพื่อนำระบอบทักษิณกลับคืนมา

เจอเกมเร้า จ่อทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เดาทางไม่ออก ตั้งรับไม่ทัน

เอะอะก็ปั่นกระแสใส่ไฟ ทักษิณไว้ก่อน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สมศักดิ์ เจียมฯ:บันทึกถึง แกนนำ และ ประชาชนเสื้อแดงทุกท่าน

ที่มา Thai E-News


โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน


(1) ผมมีความเห็นว่า การต่อสู้เพื่อโค่นรัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นการต่อสู้ที่ชอบธรรม ประชาชนมีสิทธิเต็มเปี่ยมที่จะต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ เพื่อทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยการรัฐประหารล้มไป กระทั่งรวมถึงรูปแบบการลุกขึ้นสู้ และหากเกิดการปะทะต่อสู้ที่ต้องสูญเสียไม่ว่าในระดับใดๆในการต่อสู้นี้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ และบรรดาผู้สนับสนุน ย้อนหลังไปถึงกลุ่มที่ทำรัฐประหาร 19 กันยา ต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น

(2) อย่างไรก็ตาม ผมอยากเสนอว่า การที่แกนนำเสื้อแดง ประกาศว่า การนัดชุมนุมใหญ่ในปลายเดือนมีนาคมนี้ จะเป็นการชุมนุมชนิด "ไม่ชนะ ไม่เลิก" นั้น เป็นการกำหนดที่มีลักษณะ "ผูกมัดตัวเอง" มากเกินไป และ ไม่ยืดหยุ่นเกินไป

(3) ดังที่แกนนำเสื้อแดง ได้ชี้แจง ในช่วงที่ยุติการชุมนุมเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกรณีพันธมิตรฯว่า การที่เกิดการล้มรัฐบาลสมัคร-สมชาย นั้น ไม่ใช่มาจากการชุมนุมของ พันธมิตร แต่มาจากอำนาจตุลาการภิวัฒน์ (และการกดดันของอำนาจนอกรัฐธรรมนูญอื่นๆ) นั่นคือ ลำพังการชุมนุมของพันธมิตรฯ ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้

(4) ขณะเดียวกัน ในช่วงทีผ่านมา แกนนำเสื้อแดง ได้กำหนดยุทธวิธีอันถูกต้อง ที่จะต่อสู้ภายใต้กรอบที่กฎหมายวางไว้ (ไม่ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ฯลฯ) เพื่อชี้ให้ประชาชนทั่วไปเห็นในด้านกลับว่า พันธมิตรฯ ได้กระทำการที่ละเมิดกฎหมายอย่างขนานใหญ่อย่างไรบ้าง

(5) แต่ถ้าเช่นนั้น การประกาศว่า การชุมนุมครั้งต่อไปของคนเสื้อแดง จะเป็นการชุมนุมแบบยืดเยื้อที่ "ไม่ชนะ ไม่เลิก" ก็จะเท่ากับเป็นการผูกมัดตัวเอง และสร้างความหวังที่ไม่สมจริงให้กับมวลชนที่จะมาร่วมการชุมนุม

(6) แน่นอน ถ้าการชุมนุมครั้งต่อไป จะช่วยสร้างกระแสกดดัน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงถึงขั้นโค่นรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ ก็นับเป็นเรื่องดี แต่ผมมองไม่เห็นว่า ในเมื่อแกนนำเสื้อแดงได้กำหนดยุทธวิธี(อันถูกต้อง) ที่จะไม่ใช้วิธีการเดียวกับพันธมิตร และในเมื่อฝ่ายคนเสื้อแดง ไม่ได้มีอำนาจมืดทั้งหลายคอยช่วยล้มรัฐบาลให้เหมือนพันธมิตรฯ โอกาสที่จะเกิดเช่นนั้น (ล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์) เป็นสิ่งที่มีหลักประกันแน่นอน

(7) ผมจึงขอเสนอให้ทบทวนการกำหนดในลักษณะผูกมัดตัวเองดังกล่าว

(8) ในกรณีที่บางท่านอาจจะแย้งว่า การ "ประกาศ" ออกไปเช่นนั้น ("ไม่ชนะ ไม่เลิก") มีผลดีในแง่ของการสร้างความมุ่งมั่น ฮึกเหิมให้กับมวลชนที่เข้าร่วมการต่อสู้ ข้อนี้อาจจะมีส่วนจริง แต่ผลด้านกลับคือ การสร้างความคาดหวังให้เกิดขึ้นด้วย และหากไม่เป็นไปตามทีคาดหวังนั้น เพราะเป็นการคาดหวังที่สูงเกินจริงแต่แรก ก็จะส่งผลเสียให้กับกำลังใจและการต่อสู้ในระยะยาวได้ อีกอย่างหนึ่ง ในแง่สาธารณะทั่วไป ก็ง่ายที่จะทำให้เป็นข้อโจมตีว่า "ทำไม่ได้จริง" หรือ "ล้มเหลว" ได้


โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า ผมกำลังเสนอให้เลิกต่อสู้ ที่ผมเสนอ ก็เพียงแต่ว่า อย่าผูกมัดตัวเอง และ "เหลือทาง" ให้สำหรับ "ความยืดหยุ่น" (flexibility) และรูปแบบการต่อสู้อื่นๆ ในระยะยาวออกไป

Dstation PTV2009-03-18 & นายกทักษิณปาฐกถาที่ฮ่องกง พร้อมบทสัมภาษณ์2009-03-12 DL ได้แล้ว

ที่มา thaifreenews

โดย : Tuxedo

อ้างอิง :

ประชาไทเข้ายาก เพื่อนเข้าไป Download ที่นี่ด้วยก็ได้นะครับ

บ้านเลขที่111




อ้างอิง :
สวัสดีครับ เพื่อนๆ

ก่อนอื่น ขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่เป็นแฟนๆ Download ทั้งขาประจำและขาจร
จนกระทั่งเพื่อนๆ Download กันจนติดเป็นนิสัย เพราะผมเองก็ทำคลิปจนติดเป็น
นิสัยเช่นกัน

แต่ทีนี้ ในระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม ที่จะถึงนี้ผมต้องเดินทางไปทำธุระจะไม่อยู่
หน้าคอมคอยบันทึกรายการ ฉะนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวก็จะไม่คลิปมาบริการเพื่อนๆ
นะครับ


แวะมาบอกกล่าวล่วงหน้า เพื่อนๆจะได้ไม่ต้องรอเก้อครับ







อ้างอิง :
ร่วมสมทบทุนกิจกรรมทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตย
พาพี่น้องเสื้อแดงทั่วทุกสารทิศที่อยากมาร่วมขับไล่รบ.ชั่ว ที่กรุงเทพ แต่ขัดสน

เลขที่ 224 229374 6 ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาอิมพิเรียลเวิลด์
ชื่อบัญชี บริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่จำกัด บัญชี ออมทรัพย์



อ้างอิง :

รับข่าวสารผ่าน SMS Thai People News ของ จักรภพ


สำหรับ AIS พิมพ์ (SMS) PP ส่งไปที่หมายเลข 4552141
สำหรับ TrueMove พิมพ์ PP ส่งไปที่หมายเลข 4552799
แต่สำหรับ DTAC พิมพ์ PN ส่งไปที่หมายเลข 4552146

หรือโทรมาสมัครได้ที่หมายเลข 084-456-6794-5 ( จันทร์- ศุกร์ 9:30-17:30 )


อ้างอิง :


TT2009-03-18 ไม่มีครับ เป็นรายการพิเศษนายกทักษิณแสดงปาฐกถาครับ



ทาง Dstation ได้จัดรายการพิเศษขึ้นมา ที่ นายกรัฐมนตรีทักษิณผู้ยิ่งใหญ่ ได้แสดงปาฐกถาที่ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง ( FCC ) โดยมี ศุภลักษณ์ และ จักรภพ เป็นพิธีกร ช่วยอำนวยความสะดวกในการแปลภาษาอังกฤษ และ อธิบายให้เข้าใจมากขึ้นครับ

รายงานพิเศษ นายกรัฐมนตรีทักษิณผู้ยิ่งใหญ่ แสดงปาฐกถาที่ฮ่องกง 2009-03-12 91.32Mb 88นาที

สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศและนายกรัฐมนตรีทักษิณผู้ยิ่งใหญ่ ที่ฮ่องกง 2009-03-12 36Mb 32นาที

ความเป็นมาสโมสรผู้สื่อข่าวตปท.ฮ่องกง 12.88Mb 11.37นาที









อ้างอิง :

PTV2009-03-18 101นาที WMV 111.33Mb, MP3 17.27Mb



อ้างอิง :
MusicVDO

โปรดรักษาคนดี

Mpeg1 38.05Mb , MP3 .8Mb ขับร้องในสตูดิโอโดย ตั๊กแตน ชลดา

กรณีที่ พบปัญหา คลิกแล้วไม่ Download อัตโนมัติ ให้ทำดังนี้ครับ
(สำหรับท่านที่ใช้ โปรแกรมช่วยเร่ง Download ต่างๆ)

1 ให้นำ Mouse ชี้ไปที่ link จะ Download
2 คลิกนิ้วกลาง ปรากฏเมนู ให้เลือก โปรแกรมช่วยเร่ง Download ที่ท่านใช้ครับ



อ้างอิง :

กระทู้ความจริงวันนี้ที่ผ่านมา

มี.ค.>>17,13,12,11,10,06,05,04,03,02,01

ก.พ.>>27,23,20,19,18,17,16,13,12,11,10,09,08,06,04,03,02

ม.ค.>>30,29,28




อ้างอิง :

ปฏิวัติ ฝรั่งเศส.avi 71.84Mb, รัสเซีย.avi 39Mb

เปิดใจ สุรชัย แซ่ด่าน กรณีคดีหมิ่น ฟังดูครับ ว่าหมิ่นไม่หมิ่น แต่ผมว่าไม่หมิ่น

ที่มา cbnpress

โดย tik4u

เปิดใจ สุรชัย แซ่ด่าน กรณีคดีหมิ่น ฟังดูครับ ว่าหมิ่นไม่หมิ่น แต่ผมว่าไม่หมิ่น 1/4



เปิดใจ สุรชัย แซ่ด่าน กรณีคดีหมิ่น ฟังดูครับ ว่าหมิ่นไม่หมิ่น แต่ผมว่าไม่หมิ่น 2/4



เปิดใจ สุรชัย แซ่ด่าน กรณีคดีหมิ่น ฟังดูครับ ว่าหมิ่นไม่หมิ่น แต่ผมว่าไม่หมิ่น 3/4



เปิดใจ สุรชัย แซ่ด่าน กรณีคดีหมิ่น ฟังดูครับ ว่าหมิ่นไม่หมิ่น แต่ผมว่าไม่หมิ่น 4/4

ผมไม่เห็นกึ๋นอะไรนายมาร์กนอกจากเอาเงินใน "คลัง" มาแจก กับไป "กู้"มาแจก นี่ล๊ะลูกเศรษฐีไม่เคยหาเงิน

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



คือ บริหารประเทศแบบนี้ใครๆ ก็บริหารได้ครับ พอเป็นนายกฯ ก็วางแผนใช้เงินจากคลัง แจกหาคะแนนเสียงอย่างเดียว พอเงินจากคลังหมด ก็ไปกู้มาแจกต่อ

นิี่ล๊ะครับ คือนิสัย "คุณชายหรือคุณหนู" แท้ๆ ที่ในชีวิตไม่เคยหาเงิน นอกจากใช้เงินที่พ่อแม่หาไว้ หรือมรดกปู่ย่าตายาย พอเงินหมด ก็จำนองทรัพย์สินก็เงินมาใช้ต่อไป

แม้แต่คนโง่ก็ดูออกว่า บริหารแบบนี้เจ้งแน่นอนครับ ไม่มีเงินที่ไหนงอกออกมาจากอากาศ มันต้องมีใครคนใดคนหนึ่ง "อาบเหงื่อต่างน้ำ" หามา

ส่วนคนที่ใช้โดยไม่ต้องหานั้น ใครๆ ก็ใช้เป็นครับ
บริหารประเทศมาหลายเดือนแ้ล้ว ผมไม่เห็นแผนงานเศรษฐกิจที่ประเทศไทย จะรอดพ้นได้เลยนอกจาก "เอาเงินใน***บ" ไปแบ่งกันใช้ แล้วกู้ต่อ

คือ ปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้ไปถามนักเศรษฐศาสตร์คนไหน มันก็ไม่พ้นทฤษฎีของเคนส์ ที่เสนอให้กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยทุ่มงบประมาณลงไปเพื่อกระตุ้นการบริโภค หากไม่มีก็ก็เงินมา ตำรามันสอนแค่นี้ เพราะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ปี 1929 มันสอนไว้แค่นั้น

ตำราทั้งหลายก็เลยจบแค่นี้ หากแค่นี้มันสามา่รถแก้ปัญหาได้ โลกก็ไม่มีวิกฤติอีกต่อไปแน่นอน เพราะทุกอย่างมีวิธีแก้ไขหมดแ้ล้ว ตามตำราเมื่อ 70 ปีที่แล้ว

แต่ "วิธีแก้ปัญหาวิกฤติตอนนั้น" ก็ได้ผลกับตอนนั้น แต่วิกฤติใหม่ มันไม่เหมือนเดิม วิธีการเดิมๆ ย่อมไม่ได้ผลแน่นอน

แต่ผมไม่เห็นรัฐบาลนายมาร์ค จะมีกึ้นอะไร นอกจากทำตัวเป็น "คุณชาย" ควักเงินมาแจก โดยที่เงินนั้นไม่ได้หามาเอง แต่กู้เขามา สุดท้าย มันจะกู้ได้ตลอดชาติโดยไม่ต้องหาได้อย่างนั้นหรือ

ผมเห็นแต่หนทางมึดมนต์ของประเทศไทยครับ

แต่มีแสงสว่างอยู่บ้างที่ "ผู้นำของชาติที่แท้จริง คือ ทักษิณ ชินวัตร" กำลังใช้ประสบการณ์และสติปัญญา แก้ไขอยู่ แต่ประเทศไทยมีกรรม มันก็เลยไปถึงตรงนั้นไม่ได้

ผมว่าคุณทักษิณไม่ต้องคิดอย่างอื่นหรอกครับ

"เตรียมตัวใช้หนึ้ที่ เด็กชายมาร์ก กับ เต็กชายกรณ์ ไปกู้มา" ก็แล้วกันครับ

ได้หาเงินใช้หนี้แน่นอน เชื่อเถอะว่า สังคมไทยไม่มีทางไปหรอก

มันคือ "วิกฤติของสติปัญญา" ด้วย สังคมไทยอับจนทั้งสติปีญญาและความยุติธรรม ครับ

เป็นสังคมเก่าที่กำลังล่มสลายครับ

แต่ประเทศไทยคงไม่หายไปไหนครับ เพราะประชาชนไม่ได้ตายไปด้วย แต่สังคมเก่า

สังคมบูชาเทพ กำลังล่มสลายครับ

มาดูมาร์ค Oxford ปราบยาเสพติดฉบับโคตรฮา

ที่มา thaifreenews

โดย : สายลมรัก

นายอภิสิทธิ์ บอกว่าจะใช้นโยบาย ปราบยาเสพติด แบบเข้มข้น

ด้วยนโยบาย 5 รั้ว ดังนี้ครับ
1 รั้วชายแดน
2 รั้วสังคม
3 รั้วโรงเรียน
4 รั้วครอบครัว
5 รั้วชุมชน

ซึ่งแต่ละรั้วจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสร้างแนวป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ? ? ? ? ? ?

เจ้าหน้าที่จะเข้าใจที่เมิงพูดมั้ยเนี่ย

หรืออีกนัยหนึ่งสรุปง่ายๆว่า รัฐบาลจะอยู่เฉยๆ ให้ประชาชนแก้ไขปัญหากันเอง หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ก็ปราบปรามกันแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ใช่มั้ยขอรับ คุณหนูมาร์ค



เก่งจังไอ้การประดิด ประดอยคำ ให้ดูดีแต่..

มันดูตอแหล๋.....ตอแหล ยังงัยก็ไม่รู้

บอกแล้วอย่าเอาพระเอกลิเกมาเป็นนายกฯ

จับไม้กวาดกวาดพื้นมันยังจับไม่เป็นเลย

ไม่รู้มันเรียนหนังสือจบมาได้งัย

เซ้งเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

Wednesday, March 18, 2009

"เชาวริน"ยื่นชื่อ 140 ส.ส.เพื่อไทยต่อศาลฎีกาถอด ป.ป.ช.

ที่มา มติชนออนไลน์

วิปรบ.ตั้ง 3 ทีมขุนพลช่วยรัฐมนตรีถูกซักฟอก


นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล กล่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วิปรัฐบาลยังยืนยันกรอบเวลาในการอภิปรายจำนวน 2 วัน เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นจำนวนผู้อภิปรายและประเด็นของฝ่ายค้านว่าเป็นอย่างไร หากเห็นจำนวนบุคคลก็จะกำหนดเวลาได้ชัดเจน ซึ่งกรอบเวลาสามารถยืดหยุ่นได้ แต่ขณะนี้ได้ยืนตามญัตติของประธานสภาที่กำหนดระยะเวลา 2 วันถือว่าเหมาะสมแล้ว


นายชินวรณ์ กล่าวว่า สำหรับการอภิปรายรัฐมนตรี วิปรัฐบาลได้ประเมินการทำงานของพรรคฝ่ายค้านและแบ่งกลุ่มรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไว้ 3 กลุ่มคือ 1. นายกรัฐมนตรี นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง 2. นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รมว.คลัง และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ 3. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กับนายบุญจง วงษ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย โดยทั้ง 3 กลุ่มวิปรัฐบาลได้ประสานข้อมูลบุคคลรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว โดยมอบให้นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กทม. ในฐานะผู้อำนวยการพรรค ได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์มาจากพรรคประชาธิปัตย์ มาตั้งไว้ที่ห้องทำงานวิปรัฐบาล เพื่อใช้ประสานเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลของแต่ละรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นรายกระทรวง ซึ่งจะทำให้การประสานข้อมูลรวดเร็วขึ้น เป็นการทำงานเชิงรุกไม่ต้องเรียกข้าราชการมารอให้ข้อมูล

ประธานวิปรัฐบาล กล่าวอีกว่า การทำงานของวิปรัฐบาลยังได้ตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ซึ่งจะใช้ห้องวิปรัฐบาลเป็นห้องทำงาน ประกอบด้วย 1.คณะทำงานประสานข้อมูลกลาง มีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก เป็นหัวหน้า นายสกลธี ภัทธิยกุล ส.ส.กทม. นางผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส.ลพบุรี นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กทม. และนางสุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส.พัทลุง เป็นคณะทำงาน 2. คณะทำงานติดตามข้อมูลการอภิปรายในสภา และแถลงข่าวการอภิปราย ประกอบด้วยนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.สัดส่วน และโฆษกพรรค นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา และน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช และ 3. คณะทำงานดูแลบรรยากาศและข้อบังคับการประชุม ประกอบด้วย นายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา นายอรรถวิทชช์ สุวรรณเภสัช ส.ส.กทม. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ศ.กทม.นพ.อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส.สตูล


"นอกจากนี้ ยังตั้งทีมเลขาเรียกว่าฝ่ายประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีส.ส.ตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลร่วมเป็นคณะทำงาน นำทีมโดยนายธนิตพล ไชยนันท์ ส.ส.ตาก นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย นพ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน และนายธราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย โดยคณะทำงานชุดนี้จะช่วยประสานข้อมูลแต่ละพรรค" นายชินวรณ์ กล่าว



คลังเผยครม.ต่ออายุมาตรการภาษีดันอสังหาฯ-รถเอ็นจีวี


นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 มีนาคมว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 ได้อนุมัติให้ต่ออายุมาตรการทางด้านภาษี 2 รายการ คือ มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ และมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ โดยเป็นการต่ออายุมาตรการเดิมออกไป เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว และเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์เอ็นจีวีมากขึ้น ซึ่งการต่ออายุมาตรการดังกล่าวมีผลกระทบทางด้านรายได้รัฐบาลเพียงเล็กน้อย แต่จะให้ผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างคุ้มค่ามากกว่า


ส่วนมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์นั้น ครม. ได้เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ ..) โดยเป็นการยกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลายรายการ ซึ่ง ครม.เห็นชอบให้การต่ออายุมาตรการมีผลย้อนหลังเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป เนื่องจากมาตรการเดิมหมดอายุลงวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบทางด้านภาระภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นจากเดิม 10-30%


"บุญจง"ยันแจกนามบัตรในนามรมต. ปัดเย็บเงินติด


ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีที่นายบุญจงถูกนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และนายคารม พลทะกลาง คณะทำงานฝ่ายกฎหมายร้องว่านายบุญจงแจกนามบัตรพร้อมแจกเงินงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้แก่ราษฎรที่บ้านพักจ.นครราชสีมา ซึ่งอาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 ว่า ได้เข้าชี้แจงต่ออนุกรรมการหลังจากเคยเลื่อนนัดมาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ประเด็นที่อนุฯได้สอบถามว่านามบัตรที่ตนแจกนั้นเย็บติดกับเงินและผ้าห่มหรือไม่ ซึ่งชี้แจงไม่ได้เย็บติด และนามบัตรไม่ได้มอบให้กับทุกคนแต่ให้กับเฉพาะคนที่มาขอเท่านั้น และเจ้าหน้าที่ก็ยังเป็นผู้แจกให้ประชาชนที่มาขอด้วย


ผู้สื่อข่าวถามว่า ในนามบัตรที่แจกนั้นได้ระบุว่าเป็นรัฐมนตรี หรือ เป็น ส.ส. นายบุญจงกล่าวว่า นามบัตรดังกล่าวมีแค่ชื่อและเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น และได้มาแจกในฐานะรัฐมนตรีเท่านั้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าการแจกนามบัตรไม่ได้เป็นการหาเสียงล่วงหน้าเพราะในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง รวมถึงไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น


ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากอนุกรรมการว่าได้เชิญนายบุญจงมาให้ถ้อยคำ และทราบว่ามีการสอบพยานไปแล้ว 14 ปาก เหลืออีก 1 ปากที่ผู้ร้องได้อ้างเพิ่มซึ่งจะมาให้ถ้อยคำในวันที่ 20 มีนาคมนี้ที่สำนักงานกกต. ส่วนระยะเวลาการสืบสวนนั้นจะครบกำหนดในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ทั้งนี้คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสรุปสำนวนเพื่อเสนอต่อที่ประชุมกกต.ได้ และคงไม่ขอขยายเวลาเพิ่มอีก


ตั้งอนุกก.5ชุดแก้ปัญหา-เฝ้าระวังสื่อเป็นภัยสังคม


นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 โดยมีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 18 มีนาคมว่า เป็นการประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ เพื่อร่วมกันระดมความเห็นและกำหนดแนวทางในการขจัดสื่อร้าย ขยายสื่อดี โดยที่ประชุมได้แสดงความเห็นว่าปัจจุบันปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือเนื้อหาของละครหลังข่าวมีความรุนแรงมากขึ้น คำนึงถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจมากเกินไป จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันเฝ้าระวังสื่อทุกประเภทไม่เฉพาะเจาะจงเพียงสื่ออินเตอร์เน็ตหรือเว็บไซต์เท่านั้น ควรเฝ้าระวังภัยจากสื่อโฆษณาในรายการโทรทัศน์ เพราะปัจจุบันพบว่าหลายรายการมีโฆษณาแฝงขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก


ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ชุด เพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางการทำงาน ช่วยแก้ปัญหาและเฝ้าระวังสื่อที่เป็นภัยต่อสังคมและวัฒนธรรม ดังนี้ 1.คณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 2.คณะอนุกรรมการปราบปรามสื่อที่เป็นภัยต่อสังคม 3. คณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 4. คณะอนุกรรมพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ระดับจังหวัด และ 5. คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์


"บุญจง"ปัดซื้อตัวส.ส.ยกมือโหวต บอกสู้ไม่ไหว


นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อตัว ส.ส. เพื่อให้ยกมือลงมติให้แก่รัฐบาลในสภาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่า "มันหนักไป สู้ไม่ไหว"


เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่นางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจะมาเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย นายบุญจงกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี แต่หากใครจะมาเข้าร่วมกับทางพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ปฏิเสธ และขณะนี้ยังไม่เห็นด้วย แม้นางสุดารัตน์จะติดต่อเข้ามา ก็ไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้รับการประสานเข้ามา อีกทั้งไม่ทราบว่าได้ติดต่อมายังนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยหรือไม่


"เชาวริน"ค้านมติ ป.ป.ช.เอาผิด"สมชาย-จิ๋ว"สั่งสลายม็อบ


ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.เอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใช้ระเบิดแก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า ไม่เห็นด้วยกับมติ ป.ป.ช. เพราะไม่ให้ความเป็นธรรมกับบุคคลเหล่านี้


ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นำรายชื่อ 140 ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นให้กับศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผ่านประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน โดยเห็นว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่ ป.ป.ช. กล่าวหานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีสั่งระงับเรื่องไม่ดำเนินคดีกับ อธิบดีกรมบังคับคดี และรองอธิบดีกรมบังคับคดี ที่สั่งคืนเงินจำนวน 70 ล้านบาท ที่ได้จากการขายทอดตลาดของ ศาลจังหวัดธัญบุรี โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยเห็นว่า ป.ป.ช.มุ่งหวังทำให้เสียหายแก่ประวัติการรับราชการ และทำลายความน่าเชื่อถือ ตลอดจนชื่อเสียงทางการเมืองของนายสมชาย

ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นต่อข่าวการจับมือกันระหว่างนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ ส่วนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น กลุ่มคนเสื้อแดง จะไม่เดินทางมาปิดล้อมรัฐสภาอย่างแน่นอน

อ้าว!มาร์ค โดนแฉจะๆแหลลวงโลก

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 มีนาคม 2552

มาร์คแหลคำโตไปพ่นให้ฝรั่งอังกฤษฟังเรื่องพัฒนาประชาธิปไตย กลายเป็นเหตุการณ์ลวงโลกซะแล้ว โกหกยุติคดีหมิ่นกรณีโชติศักดิ์ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญในโรงหนัง เจ้าตัวออกจดหมายเปิดผนึกแจงความจริงยังถูกบี้ต่อ ล่าสุดอัยการจี้ให้ไปฟังว่าจะสั่งฟ้องคดีหรือไม่30มีนาคมนี้


นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”) เนื่องจากไม่ได้ลุกขึ้นยืน ขณะมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งจนเป็นคดีโด่งดัง เขียนจดหมายเปิดผนึกเปิดเผยว่า คดีความของตนยังไม่เป็นที่ยุติตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวไปก่อนหน้านี้ ที่ประเทศอังกฤษ

โดยนายโชติศักดิ์ได้ออก จดหมายเปิดผนึก จับโกหกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (มาร์ค เด็กเลี้ยงแกะ)กรณีที่กล่าวว่าคดีของนายโชติศักดิ์ อ่อนสูงได้ยุติไปแล้ว ระบุว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “การจัดการความท้าทายในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย” ที่ St. Johns College มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงท้ายของการปาฐกถานายอภิสิทธิ์ได้ตอบคำถามของนายใจลส์ อึ๊งภากรณ์ ความตอนหนึ่งว่า “If not, of course the charge would be dropped. Just like the case of Chotisak you have mentioned has already been dropped.” ซึ่งสามารถถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า “แน่นอนว่าถ้าคุณไม่ได้ทำ คดีก็ย่อมที่จะตกไป เช่นเดียวกับคดีของโชติศักดิ์ที่คุณกล่าวถึงก่อนหน้านั้นก็ถูกถอนฟ้องไปแล้ว” (ดูเอกสารแนบ 01 หรือดูบันทึกภาพและเสียงการปาฐกถาส่วนได้กล่าวได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=V-fsOdpVFsw&feature=related)


“ในความเป็นจริงแล้วขณะนี้คดีของนายโชติศักดิ์และเพื่อนยังอยู่ในชั้นอัยการ โดยนายโชติศักดิ์และเพื่อนจะต้องไปฟังคำสั่งอัยการ (ว่าเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่) ในวันที่ 30 มีนาคม ที่จะถึงนี้ (ดูเอกสารแนบ) อีกทั้งจากการโทรศัพท์ไปสอบถามอัยการเจ้าของสำนวนเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ทำให้ทราบว่าคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ได้ถูกยกเลิกหรือยุติลง” จดหมายเปิดผนึกระบุ

หมายเหตุ:อ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับเต็มทั้งภาคภาษาไทย และภาคภาษาอังกฤษ คลิ้กที่นี่