WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 19, 2009

'เพื่อไทย'ขอขยายศึกวันซักฟอก

ที่มา เดลินิวส์

เด็ก'เจ๊หน่อย'ซบพรรค'ภูมิใจไทย'

“เพื่อไทย” ลนลานขอขยายวันซักฟอกเป็น 19-21 มี.ค. เฉ่งยับ “มาร์ค” มัวหมอง “เหลิม” แฉถูกดักฟังฮัลโหล แถมแกล้งเปิดกระเป๋าหรูโชว์หลักฐานซักฟอกแน่น ด้าน “รัฐนาวา” พร้อมเจรจาหาข้อยุติวันนี้ แบะท่ายอมตามคำร้องขอ สั่ง ส.ส. งดคิวลงพื้นที่เสาร์-อาทิตย์แล้ว “มาร์ค” หน้าบานหลัง “ปชป.” ซ้อมแก้ข้อหาเงินบริจาคฉาว ส่วน “เด็กใหม่” ประกาศเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน อ้างเอกสิทธิ์ ส.ส. ไม่โหวตอุ้ม “กษิต” เหตุยึดสนามบินทำชาติเจ๊ง ฝ่าย “ภูมิใจไทย” ยันไม่กดปุ่มสวนพรรคร่วม ฮึ่มใช้ ก.ม.หมิ่นประมาท ปิดปากฝ่ายค้าน โอ่ “มท.1” ไม่อ่านบทซ้ำรอย รมต.หุ่น ขณะที่ “เจ๊หน่อย” ไฟเขียวเด็กในสังกัดย้ายซุกปีก “เนวิน ณ ภูมิใจไทย” อ้างเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ฮือฮา “ตัวเงินตัวทอง” นับสิบบุกทำเนียบฯ หึ่งลางร้ายรัฐนาวาอับปาง

“เพื่อไทย”ดิ้นค้านวันซักฟอก

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่รัฐสภา นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม ฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้ยื่นหนังสือถึงนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการกำหนดวันประชุมสภาในวันที่ 19-20 มี.ค. เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยมีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภา คนที่ 1 เป็นผู้รับเรื่องแทนประธานสภา

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทยา พร้อมด้วยนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน นางฐิติมา ฉาแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เพื่อคัดค้านการเลื่อนวันประชุมสภาเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมาเป็นวันที่ 19-20 มี.ค. โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มารับหนังสือแทน

อ้าง“มาร์ค”ไฟเขียวปลายมี.ค.

หนังสือที่วิปฝ่ายค้านทำถึงประธานสภา มีเนื้อหาว่า ตามที่ประธานสภามีดำริและมีระเบียบวาระการประชุมสภาให้พิจารณาญัตติด่วนอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวันที่ 19-20 มี.ค. วิปฝ่ายค้านได้ประชุมและมีมติเห็นว่าการกำหนดวันประชุมดังกล่าวไม่เหมาะสม เพราะประธานรัฐสภาได้กำหนดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของหน่วยประจำชาติไทยในองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศในวันที่ 20 มี.ค. 2552 และฝ่ายค้านยังเห็นว่าการตรวจสอบมีความ จำเป็นและสำคัญควรใช้จำนวนวันอภิปรายไม่น้อยกว่า 3 วัน ดังนั้นเพื่อให้การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติเป็นไปโดยความเรียบร้อยและมีประสิทธิ ภาพ วิปฝ่ายค้านจึงมีมติขอให้ประธานสภา ทบทวนการกำหนดวันการอภิปราย หากไม่สะดวกกระทำในสัปดาห์นี้ควรกำหนดเป็นสัปดาห์ต่อไป เพื่อให้ฝ่ายค้านทำงานตรวจสอบอย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นไปตามที่นายกฯ ได้ดำริไว้ด้วย

โวยขัดข้อบังคับ-จารีตประเพณี

ส่วนหนังสือที่ทำถึงนายกฯ ระบุว่า การดำเนินการของประธานสภา ไม่ชอบด้วยระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและประเพณีที่ถือปฏิบัติกัน มายาวนานที่สร้างหลักประกันในการรักษาผล ประโยชน์ของประชาชน คือ 1. ขัดข้อบังคับของสภา เนื่องจากวันที่ 19-20 มี.ค. ประธานสภา ได้กำหนดวาระการประชุมที่สำคัญไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นการจะเปลี่ยนวาระการประชุมมาเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจซ้อนเข้าไปนั้นจะต้องเป็นมติในที่ประชุมสภา การกระทำของประธานสภาจึงเป็นการทำโดยอำเภอใจ 2. ประเพณีที่ถือปฏิบัติกันของสภา วิปทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะต้องปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อให้กลไกของระบบรัฐสภาเดินได้อย่างราบรื่นอันจะก่อประโยชน์ต่อประชาชน แต่การกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้ ไม่ได้หารือกับวิปฝ่ายค้านเลย ซึ่งจะทำให้การประสานงานในสภาเกิดข้อขัดข้องและไม่ราบรื่นได้ในอนาคต

หลอกด่า“มาร์ค”ภาพมัวหมอง

3. การเข้าดำรงตำแหน่งของนายกฯ มีข้อครหาต่อสังคมว่ามาโดยมิชอบด้วยแนวทางประชาธิปไตย และเมื่อนายกฯ ได้บอกต่อสาธารณะแล้วว่า ควรจะให้เวลาและโอกาสแก่ฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเต็มที่และกำหนดวันเวลาที่เหมาะสม คือ วันที่ 26-27 มี.ค. แล้ว แต่กลับมีข่าวปรากฏต่อสาธารณะว่า นายกฯ และประธานสภาได้หารือลับ ๆ กับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของประธานสภา และมีความเห็นตามบุคคลดังกล่าว ให้ร่นเวลาการอภิปรายให้เร็วขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมาเป็นวันที่ 19- 20 มี.ค. โดยคาดหวังว่าจะเอาเปรียบทางการเมืองกับฝ่ายค้าน

“การกระทำดังกล่าวของประธานสภา จึงไม่เพียงแต่ขัดระเบียบข้อบังคับและละเมิด ประเพณีของสภาเท่านั้น แต่สร้างความมัวหมองให้นายกฯ ด้วย วิปฝ่ายค้านจึงเห็นว่าเพื่อเป็นการปกป้องภาพลักษณ์ของนายกฯ จึงขอให้ปรึกษากับประธานสภา และกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่นายกฯ ได้แจ้งต่อสาธารณะไว้ก่อนแล้ว ซึ่งชอบด้วยกฎระเบียบข้อบังคับและประเพณีที่ถือปฏิบัติมายาวนาน” หนังสือที่วิปฝ่ายค้านทำถึงนายกฯ ระบุ

ชี้“ปู่ชัย”โดนฉะทั้งขึ้นทั้งล่อง

นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และรองประธานคนที่ 1 กล่าวว่า ประธานสภาได้ตรวจสอบแล้วว่าญัตติดังกล่าวสมบูรณ์ จึงได้บรรจุญัตติดังกล่าวไว้ในวาระการประชุม ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมที่ระบุว่า เมื่อประธานสภาตรวจสอบแล้วเห็นว่าญัตติถูกต้องสมบูรณ์ ประธานต้องบรรจุเป็นเรื่องด่วน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ประธานสภาโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะถ้านายชัยบรรจุญัตติเร็วก็โดนว่าทำไมเร็วจัง แต่ถ้าบรรจุญัตติช้าก็หาว่าดองเรื่องไว้ ส่วนเรื่องความเป็นกลางของรองประธานสภาที่มาจากพรรคเพื่อไทยในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ประธานในที่ประชุมมีหน้าที่ดูแลการประชุมให้เรียบร้อยตามข้อบังคับ หากเอนเอียงหรือไม่เป็นกลาง ก็จะถูกสมาชิกลุกขึ้นประท้วง ดังนั้นขอให้มั่นใจได้ว่าประธานในที่ประชุมเป็นกลางแน่นอน

ส่วนการขอขยายวันอภิปรายเพิ่มอีกนั้น รองประธานสภา คนที่ 1 กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของวิปทั้งสองฝ่ายปรึกษาหารือร่วมกัน เมื่อประธานสภากำหนดแค่ 2 วัน ซึ่งหากมีการอภิปรายกันในวันศุกร์เลยเวลาเที่ยงคืน ก็สามารถขยายเวลาอภิปรายออกไปอีก 1 วัน แล้วให้มีการลงมติในวันอาทิตย์หรือวันจันทร์ก็ได้ ไม่น่ามีปัญหา

เผยหนังสือเปลี่ยนระเบียบวาระ

สำหรับความชัดเจนเรื่องการประชุมสภาเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิ การสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สผ 0014/ผ66 ลงวันที่ 16 มี.ค. 2552 ถึง ส.ส. เรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระการประชุมวันที่ 19 มี.ค. เวลา 11.00 น. และให้นัดประชุมสภาเป็นพิเศษ ในวันที่ 19 และ 20 มี.ค. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จึงขอเชิญ ส.ส. มาประชุมในวันดังกล่าว โดยมีระเบียบวาระการประชุมตามที่เสนอมา

ฝ่ายค้านขย่มต่อซื้อส.ส.7หลัก

นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า เวลา 2 วันที่ประธานสภากำหนดไว้ไม่น่าจะพอ เพราะมีผู้ประสงค์จะอภิปรายเกิน 40 คน เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้อตัว ส.ส. ด้วยตัวเลข 7 หลัก เพื่อโหวตให้กับฝ่ายรัฐบาล ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มีข่าวมานานแล้ว ก็ยังมีความพยายามจะทำกันอยู่ แต่อย่าไปพูดเลย เอาไว้ดูตอนโหวตดีกว่า “คนที่จะรับเงินเพื่อโหวตสวนมติพรรคนั้น ถ้ายังลืมตาไม่สว่างก็ยินดีให้ไป คนพวกนี้เป็นประเภทพวกหูหนวก ตาบอด อยากจะไปก็ไม่เป็นไร”

นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อก่อนมีแต่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่เดี๋ยวนี้ต้นไม้ขุดรากวิ่งตามลูกไม้แล้ว ความจริงข้อมูลของฝ่ายค้านครบแล้ว แต่ในทางปฏิบัติมันต้องทำซีดี ฉายพาวเวอร์พอยท์ให้ผู้สื่อข่าวได้เห็นด้วย ซึ่งต้องใช้เวลาจัดทำทางเทคนิค เพราะเดี๋ยวนี้การอภิปรายแค่โชว์เอกสารอย่างเดียวไม่ได้ หากกำหนดวันอภิปรายเร็วขึ้นก็คงใช้เวลาทำเอกสารแบบไม่ต้องหลับต้องนอนกัน

“เหลิม”ปูดถูกดักฟังโทรศัพท์

ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย กรณีประธานวิปฝ่ายค้านยื่นหนังสือขอให้เลื่อนเวลาการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปตามกำหนดเดิม โดย ร.ต.อ.เฉลิม มีสีหน้าประหลาดใจ พร้อมกล่าวว่า เชื่อว่าประธานสภา คงไม่เลื่อนตามคำร้องขอ เนื่องจากญัตติดังกล่าวได้บรรจุเป็นระเบียบวาระเรียบร้อยแล้ว

ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวมีความพร้อมในการเปิดอภิปรายมาหลายเดือนแล้ว ขอบอกเลยว่าเริ่มอภิปรายเวลา 09.30 น. ไม่เกินเวลา 14.00 น. ได้เสียแน่นอน และหลังจากอภิปรายเสร็จ ตนจะไปติดเอกสารเป็นนิทรรศ การย่อย ๆ ที่ห้องวิปฝ่ายค้าน จากนั้นอีก 2 สัปดาห์จะหาที่ทำนิทรรศการให้ประชาชนได้เข้าไปดูอีกครั้ง ส่วนที่รัฐบาลจะตั้งวอร์รูมก็ทำไป แต่ ถ้าเชื่อมั่นว่าไม่เคยทำผิด ไม่บกพร่อง ก็อย่าใช้อำนาจหน้าที่ไปกดดันข้าราชการอย่างที่พยายามทำกันอยู่ และที่รู้สึกได้ตอนนี้ คือ มีการดักฟัง โทรศัพท์ตน เพราะมีการตามไปยังแหล่งข้อมูลที่เคยพูดโทรศัพท์กัน

“พท.”ขอเพิ่มวันซักฟอก 1 วัน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมได้แจ้งกำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. โดยจะไม่มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคแต่อย่างใด นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และเห็นว่าหากรัฐบาลยืนยันจะเปิดอภิปรายวันที่ 19-20 มี.ค. และลงมติในวันที่ 21 มี.ค. วิปฝ่านค้านจะขอเพิ่มจำนวนวันอภิปรายอีก 1 วัน เป็นอภิปรายวันที่ 19-21 มี.ค. และลงมติในวันที่ 22 มี.ค. นอกจากนี้พรรคมีมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา พ.ศ. ...และจะไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพราะเป็นการนำประเทศไปจำนำกู้เงินและสร้างหนี้ให้กับประเทศชาติ รวมไปถึงยังผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 อีกด้วย

ส่วนกรณีที่ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี พรรคเพื่อไทย ระบุว่าตัวเป็นเพื่อไทยแต่หัวใจเป็นภูมิใจไทยว่า พรรคให้เอกสิทธิ์ ส.ส. โหวตสวนมติพรรคได้ ทั้งนี้พรรคจะไม่ขับ ร.ต. ปรพล ออกจากพรรค แต่ให้ประชาชน จ.สระบุรี เป็นผู้พิพากษาเอง และเชื่อว่าผู้ที่ปันใจไปอยู่พรรค ภูมิใจไทยนั้นมี ร.ต.ปรพล คนเดียวเท่านั้น

ปัด“เจ๊หน่อย”ร่วมงาน“เนวิน”

นายพร้อมพงศ์ยังได้นำภาพถ่ายป้ายคัตเอาต์ขนาดใหญ่ที่ จ.อุบลราชธานี มีรูปนายวุฒิพงศ์ นามบุตร และนายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส. อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ มีข้อความว่า “เชื่อมั่นประเทศไทยมั่นใจ ปชป. ข้าราชการ ลูกจ้างรับ 2,000 บาท ช่วยเศรษฐกิจ” และ “ได้แล้วเบี้ยยังชีพ พ่อใหญ่แม่ใหญ่ เดือนละ 500 บาท” โดยกล่าวว่า เป็นการจับโกหกคำโตของพรรคประชาธิปัตย์ที่นำงบกระตุ้นเศรษฐกิจไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะ ส.ส.ทั้ง 2 คนอยู่ ระหว่างการพิจารณาใบเหลือง และยุติการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. ดังนั้นกรณีดังกล่าวจึงเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.

รายงานข่าวแจ้งว่า พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายนายอภิสิทธิ์ในวันแรก ส่วนวันที่สองจะอภิปรายนายกษิต ส่วนรัฐมนตรีที่เหลืออีก 4 คนจะอภิปรายในวันที่สาม

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กรุง เทพฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะคุณหญิงสุดารัตน์กับ นายเนวิน ชิดชอบ กินเกาเหลากันแล้วจะไปร่วมงานกันได้อย่างไร อีกทั้งการแข่งขันในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น หากไปอยู่พรรคอื่นคงแข่งขันลำบาก

“มาร์ค”ลั่น รมต. ห้ามอ่านบท

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านจะขอให้ขยายวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าปกติประธานสภาจะออกวาระการประชุมซึ่งมักกำหนดให้มี 2 วัน แต่ถ้าอภิปรายไม่เสร็จ จะไปตกลงกันว่าจะขยายวันหรือไม่ สำหรับตนไม่มีปัญหา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภา เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอ้างว่าการเลื่อนวันอภิปรายให้เร็วขึ้นเป็นเกมของรัฐบาลที่ต้องการให้ฝ่ายค้านตั้งตัวไม่ทัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของประธานสภา บอกตามตรงว่าตนก็ไม่สะดวก เพราะต้องยกเลิกและเลื่อนกำหนดการงานต่าง ๆ ด้วย

ส่วนการที่นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าอาจมี ส.ส.ไม่ลงมติไว้วางใจให้นายกษิต ภิรมย์ รมว. การต่างประเทศ นั้น นายกฯ กล่าวว่า นายกษิต บอกว่าไม่รู้สึกหนักใจและพร้อมชี้แจงทุกอย่าง ต่อข้อถามว่า จะมีการเขียนบทให้รัฐมนตรีที่ตอบคำถามไม่เก่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ใครเขียนบท เขาห้ามอ่าน”

ให้เอกสิทธิ์ส.ส.กดปุ่มลงคะแนน

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะให้ ส.ส. ลงมติเป็นในแนวทางเดียวกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคไม่มีมติเรื่องนี้ และจะให้ ส.ส. ลงมติโดยใช้เอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีฝ่ายค้านระบุว่ามีการจ่ายเงิน 7 หลัก เพื่อให้ ส.ส. ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายนั้น ตนไม่คิดว่าจะมีอะไรอย่างนั้น ทั้งนี้ เวลาจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มักจะมีข่าวลือออกมามาก ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 21 มี.ค. จะยังลงพื้นที่พบประชาชนใน จ.ชลบุรี หรือไม่ เพราะวันดังกล่าวเป็นวันลงมติ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเสร็จทันก็จะไป

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่ได้เล่นเกมไม่ให้ฝ่ายค้านและกลุ่มเสื้อแดงตั้งตัว แต่ประธานสภาโทรฯ มาแจ้งว่าสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมรัฐ สภาเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างประเทศ 3-4 ฉบับ และหลังจากนั้นประธานสภาต้องเป็นผู้แทนไป สรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้นจะเลื่อน ไปเดือน เม.ย. ก็ตรงกับวันสงกรานต์ ท่านจึงถามว่าพร้อมหรือไม่ รัฐบาลก็ต้องตอบว่าพร้อมทุกวัน

ยันผลโหวตไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อนและเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก่อนที่จะอภิปรายต้องตรวจสอบข้อมูลมีหลักฐานไว้ก่อน เพราะฉะนั้นตนไม่คิดว่าตรงนี้จะเป็น ปัญหา ต่อข้อถามว่าถือว่าได้เปรียบมากขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าเป็นการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เป็นการทำหน้าที่ถามมาก็ชี้แจง และเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนรวมถึงนายกษิตสามารถชี้แจงฝ่ายค้านได้ทุกประเด็น ตนไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่น่าเป็นห่วง เมื่อถามว่า การลงมติของรัฐมนตรีทุกคนจะต้องได้คะแนนเท่ากันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ไม่เคยเท่ากันสักครั้ง เมื่อถามต่อว่า ฝ่ายค้านบอกว่าการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลไม่มีโอกาสที่จะปรับ ครม. แต่รัฐบาลอาจจะต้องยุบสภา นายสุเทพ กล่าวว่า ฝ่ายค้าน ก็ต้องพูดอย่างนั้นอย่าไปตื่นเต้นมาก

“จำไม่ได้หรือตอนที่ผมเป็นฝ่ายค้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีก็โฆษณาชวนเชื่อเป็นเรื่องใหญ่ ผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น แม้ว่าครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จะเป็นหัวหน้าในการนำ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมก็ไม่ตื่นเต้น ไม่รู้สึกอะไร เป็นเรื่องขำ ๆ ไป” รองนายกฯ ระบุ

คาดฝ่ายค้านลาก“แม้ว”มาด้วย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการรวบ รวมข้อมูลช่วยเหลือรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย กล่าวว่า ทราบอยู่แล้วว่าเป้าหมายอันดับแรก คือ นายอภิสิทธิ์ รองลงมา คือ นายกษิต ซึ่งรัฐบาลได้วิเคราะห์แล้วว่า เป้าหมายพรรคเพื่อไทยต้องการสร้างความเสียหายให้กับนายกฯ และพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล โดยโยงเรื่องกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนมองว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านจะพยายามเชื่อมโยงไปถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงการและการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมถึงการเคลื่อนไหวของนายใจ อึ๊งภากรณ์ ดังนั้นเมื่อเราเห็นเป้าหมายของฝ่ายค้านชัดเจน ก็ได้เตรียมข้อมูลและเนื้อหาที่จะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้แจ้งในที่ ประชุม ครม. ให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไปเตรียมข้อมูลด้วย

“ปชป.”ประกาศยกมือประท้วง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์ บุณย เกียรติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการเตรียม ความพร้อมในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้นัดประชุมวันที่ 18 มี.ค. เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา เพื่อจัดทำฐานข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้รัฐมนตรีนำข้อมูลดังกล่าวไปตอบชี้แจงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นเวลา 14.00 น. ในวันเดียวกันจะประชุมร่วมกับวิปฝ่ายค้าน เพื่อจัดสรรเวลาและวางกรอบเพื่อให้การอภิปรายกระชับ ให้รัฐมนตรีมีโอกาสชี้แจงเท่าเทียมกัน หากมีการ พาดพิงบุคคลภายนอกและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง นอก จากรัฐมนตรีทั้ง 5 คนแล้ว เช่น เรื่องเงินบริจาค 258 ล้านบาท ในปี 2547-2548 ถ้าหากพาดพิง ถึงพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะใช้สิทธิพาดพิงทั้งพรรค ซึ่งจุดนี้ต้องทำความเข้าใจร่วมกันให้ชัดเจนก่อน

ส่วนกรณีฝ่ายค้านจะอภิปรายนายกฯ ในวันแรกเพียงคนเดียวนั้น ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะนายกฯ สามารถตอบญัตติเชื่อมโยงให้ประชาชนทราบได้ดีกว่ารัฐมนตรีคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป และวิปรัฐบาลไม่ได้เป็นห่วงรัฐมนตรีคนใดเป็นพิเศษ

เมิน“เด็กใหม่”ไม่หนุน“กษิต”

นายชินวรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ส.ส.รัฐบาลบางคนจะไม่โหวตให้ นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ว่า ถือเป็นความเห็นส่วนตัว แต่พรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกันว่ายังไม่พบว่ารัฐมนตรีทำงานบกพร่อง ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีใครมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้

นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ประธานคณะทำงานปฏิบัติการทางการเมือง (วอร์รูม) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า บรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงเน้นการให้ฝ่ายค้านอภิปรายมากกว่าให้ ส.ส. รัฐบาลลุกขึ้นตอบโต้ แต่ต้องพิจารณาเนื้อหาด้วยว่าจะต้องไม่เป็นการต่อว่า ด่าทอ นอกประเด็นอย่างที่แล้วมา ซึ่งครั้งนี้คงไม่มีลักษณะการจัดองครักษ์พิทักษ์นายกฯหรือรัฐมนตรี เพราะมั่นใจว่าผู้ถูกอภิปรายสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้

โว“เสี่ยจิ้น”ไม่ซ้ำรอย“สุริยะ”

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายเนวิน ชิดชอบ ได้หารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ก่อนที่จะผลักดันให้เลื่อนญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เร็วขึ้นว่า ไม่ทราบว่ามีการหารือกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะร่นเข้ามาหรือร่นออกไปก็คงไม่มีผลต่อการชี้แจงข้อกล่าวหาของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมช.มหาดไทย เพราะข้อกล่าวหาไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เชื่อว่าจะสามารถตอบหรืออธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ได้ ซึ่งตนทราบว่าถ้าจะอภิปรายวันนี้รัฐมนตรีทั้ง 2 คนก็พร้อมตอบอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า นายเนวินมีบทบาทในการช่วยชี้แจงอย่างไรบ้าง โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่มี ความจริงนายชวรัตน์ และนายบุญจง ก็มีประสบการณ์ทางการเมืองอยู่แล้ว แม้นายชวรัตน์อาจพูดจาช้าไปบ้างตามสไตล์ แต่ตอบได้เนื้อหาสาระอยู่แล้ว ไม่มีสคริปต์อย่างที่สื่อบางฉบับไป เขียนแน่นอน และจะไม่ซ้ำรอยเหมือนสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม

“เนวิน”ฮึ่มฟ้องหมิ่นกราวรูด

ส่วนกรณีฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงไปถึงนายเนวินและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นั้น นายศุภชัย กล่าวว่า ข้อบังคับสภาห้ามพูดถึงบุคคลภายนอกอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีการเกี่ยวพันไปถึงบุคคลภายนอกในลักษณะหมิ่นประมาท ผู้ที่ถูกพาดพิงถึงซึ่งไม่ใช่เฉพาะนายเนวินหรือนายศักดิ์สยามก็มีสิทธิที่จะดำเนินคดีกับผู้อภิปรายได้อยู่แล้ว และขอฝากเตือน ส.ส. ให้ระมัดระวัง

โฆษกพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธกระแสข่าวการใช้เงิน 7 หลักในการโหวตของ ส.ส. ครั้งนี้ โดยยืนยันว่า ส.ส.อยู่ด้วยอุดมการณ์อยู่แล้ว ไม่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน เมื่อถามว่า ส.ส. พรรคภูมิใจไทย จะโหวตสนับสนุนนายกษิต ภิรมย์ รมว. การต่างประเทศ หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้ประชุมกัน แต่หลักการพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าฟังแล้วไม่มีพฤติการณ์อะไรที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำที่ไม่ชอบจริง ๆ ก็ต้องโหวตไปตามมติของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ส่วนที่มีข่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะโหวตให้รัฐบาลก็คงต้องดูกันไป

ตัวเงินตัวทองแห่วิ่งเล่นทำเนียบฯ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำ เนียบรัฐบาลว่า ระหว่างการประชุม ครม. ได้เกิดเรื่องที่สร้างความฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาข้าราชการ และสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากมีลูกตัวเงินตัวทองยาวกว่า 1 ฟุต ประมาณ 10 ตัว ออกมาจากโพรงกลางต้นโศกน้ำ ต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่คู่กับบ้านนรสิงห์ก่อนที่ จะมาเป็นทำเนียบรัฐบาล โดยต้นโศกน้ำดังกล่าวปลูกอยู่บริเวณทางเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้ากับ ตึกบัญชาการ ซึ่งลูกตัวเงินตัวทองที่อยู่ในโพรง ได้คลานออกมาวิ่งเล่นและนอนผึ่งแดด เมื่อข้าราชการและผู้สื่อข่าวไปยืนมุงดู ตัวเงินตัวทองเหล่านั้นก็ไม่แสดงอาการตกใจแต่อย่างใด สันนิษ ฐานว่าแม่ตัวเงินตัวทองคงมาแอบวางไข่ไว้ในโพรงต้นไม้จนฟักเป็นตัวออกมา อย่างไรก็ตามได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปรากฏตัวของลูกตัวเงินตัวทองจำนวนมากครั้งนี้ น่าจะเป็นลางร้ายของรัฐบาล เนื่องจากใกล้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

รัฐบาลแบะท่าขยายวันซักฟอก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส. โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม อย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ รวมทั้งนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี ด้วย ภายหลังการประชุม นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรค แถลงว่า ที่ฝ่ายค้านขอขยายวันอภิปรายเป็น 3 วัน ประธานวิปรัฐบาลจะไปหารือกับประธานวิปฝ่ายค้านเพื่อให้ได้ข้อยุติในวันที่ 18 มี.ค. นี้ อย่างไรก็ดี พรรคได้กำชับให้ ส.ส. งดภารกิจในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ด้วย เพื่อเตรียมตัวประชุมเพื่อลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจล่วงเลยออกไป

เมื่อถามว่าหากมีการอภิปรายพาดพิงถึงกลุ่มพันธมิตรฯจะทำอย่างไร นพ.วรงค์ ตอบว่า ผู้ที่ถูกพาดพิงก็ต้องชี้แจง เช่น นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน ที่ต้องเข้าใจว่ามีบท บาทเป็นแกนนำพันธมิตรฯมาก่อนที่จะเข้ามาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์

“เกียรติกร”ไม่กลัว“ปชป.”ทุบ

นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส. ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมพรรคได้สอบถามตนเกี่ยวกับการออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการไม่โหวตให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ซึ่งตนได้ยืนยันว่ามี ส.ส.พรรค ร่วมรัฐบาลมาบอกกับตนระหว่างรับประทานอาหารร่วมกันว่าอาจจะไม่ลงมติโหวตให้นายกษิต จริง แต่ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร และในการลงมติจริง ส.ส. คนดังกล่าวจะทำตามที่พูดหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้ โดยที่ประชุมได้เตือนให้ตนระวังเรื่องการให้ข่าวกับสื่อมวลชนเท่านั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรมากกว่านั้น ทั้งนี้ในการลงมติของตน ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะโหวตอย่างไร เพราะ ส.ส. มีเอกสิทธิ์ 3 อย่าง คือ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง ดังนั้นจึงขอฟังการชี้แจงก่อน โดยเฉพาะการชี้แจงของนายกษิต ซึ่งตนคิดว่าการปิดสนามบินเป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศเสียหายจริง ตนมีจุดยืนอย่างนี้ พรรคจะทำอะไรกับตนก็ทำ

ขณะที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนจะไม่ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นเรื่องของพรรค ไม่เป็นกังวล ส่วนที่ถูกมองว่าจะเป็นจุดอ่อนรัฐบาลนั้น คิดว่าไม่มีปัญหา

ส.ส.ซ้อมแจงข้อหาเงินบริจาค

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า นอกจากที่ประชุมจะหารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ยังได้ให้ ส.ส. ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 258 ล้านบาท อาทิ นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน นายประพร เอกอุรุ ส.ส.สงขลา และ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส.พัทลุง ชี้แจงถึงข้อมูล โดยส่วนใหญ่แสดงความมั่นใจในข้อมูลที่มีอยู่ และเชื่อว่าจะสามารถหักล้างข้อมูลของฝ่ายค้านได้ และภายหลังการประชุมนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ได้ประชุมร่วมกันที่ห้องทำงานของนายบัญญัติ โดยได้เรียก ส.ส. ที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคไปชี้แจงอีกครั้ง ซึ่งภายหลังการหารือนายอภิสิทธิ์ได้เดินออกจากห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

รายงานข่าวแจ้งว่า พรรคประชาธิปัตย์จะมีการคืนตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา แล้วจะโยกนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ไปตำแหน่งอื่นแทน อาจเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

“ชวรัตน์”ลั่นไม่ได้เป็นหุ่นเชิด

อีกด้านหนึ่ง ที่โรงแรมสยามซิตี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมพรรคภูมิใจไทย กรณีฝ่ายค้านอาจอภิปรายพาดพิงถึงนายเนวิน ชิดชอบ และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย ครอบงำการทำงานของ มท.1 ว่า นายเนวินไม่ได้นั่งอยู่ใน กระทรวง แต่คนทำงานอยู่ที่กระทรวง คือ นายศักดิ์สยาม ซึ่งตนแต่งตั้งขึ้นมาทำงาน หากนายศักดิ์สยามไม่มาทำงานก็ถือเป็นความผิด ส่วนนายเนวิน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของกระทรวงมหาดไทย เพราะสิทธิขาดอยู่ที่ตน

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาด ไทย และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะนำเรื่องการทุจริตงบอุดหนุนเฉพาะกิจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาทมาอภิปรายว่า เป็นการกล่าวหาเรื่อยเปื่อยโดยไม่มีมูล เรื่องนี้ถ้าใครทำผิดมิชอบ จริงก็ต้องรับผิดชอบ และคนที่พูดก็ต้องรับผิดชอบคำพูดด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องการซื้อตัว ส.ส. นั้น ก็เป็นเรื่องไร้สาระ

เด็กเจ๊หน่อยแห่ซบ“ภูมิใจไทย”

นายบุญจง ยังกล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ให้จับตาอดีตสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จะเข้าร่วมกับ พรรคภูมิใจไทยว่า ต้องไปถามนายสนธิ แต่พรรคเราเปิดกว้าง และการพิจารณาต้องเข้าสู่ที่ประชุมพรรค

รายงานข่าวจากที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย แจ้งว่า นายเนวิน ได้สั่งให้ ส.ส. ลงพื้นที่เช็กฐานเสียงและผู้สนับสนุนเพื่อเตรียมความพร้อมคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เนื่องจากนายเนวินต้องการที่จะเพิ่มจำนวน ส.ส.ภาคอีสาน ให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ บุตรสาวนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เดินทางมาร่วมประชุมพรรคภูมิใจไทยด้วย ซึ่ง น.ส.ศุภมาส มีกระแสข่าวว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกพรรคภูมิใจไทย

หนุนลูกทีมย้ายรังเพื่ออนาคต

น.ส.ศุภมาส ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยังมีชื่อเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ จึงไม่ทราบว่าในทางกฎหมายแล้วจะมาเป็นรองโฆษกพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ ซึ่งการมาประชุมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ได้เห็นชอบแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะมี ส.ส. ในกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์คนอื่นมาร่วมอีกหรือไม่

นายอุดมเดช รัตนเสถียร คนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า เรื่องที่มีข่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ จะมาร่วมพรรคภูมิใจไทยนั้น อาจเป็นได้ที่คุณหญิงสุดารัตน์ ได้เจอกับนาย อนุทิน ชาญวีรกูล บุตรชายนายชวรัตน์ ตามงานต่าง ๆ แล้วมีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะยก ส.ส. มาทั้งกลุ่ม โดยขึ้นกับความพอใจของ ส.ส. แต่ละคน ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ให้อิสระกับทุกคน ถ้าหากเห็นว่าย้ายไปอยู่แล้วจะมีอนาคตที่ดีกว่า ยอมรับว่ามี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินมาชักชวนตนด้วย แต่ตนยังใจแข็งอยู่ คงขึ้นอยู่กับความอดทนของแต่ละคน

“พท.”จัดคิวเชือดนายกฯ-5รมต.

ที่พรรคเพื่อไทย นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า เบื้องต้นพรรคได้จัดเรียงรายชื่อผู้ที่จะถูกอภิปรายตามลำดับดังต่อไปนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้เปิดกระเป๋ายี่ห้อหลุยส์ วิตตอง ใบใหญ่มาโชว์ผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่าภายในมีสำเนาเอกสารภ.ง.ด.53 ที่พรรคประชาธิปัตย์แจงภาษีเงินได้ สำเนาเช็คที่เย็บรวมเป็นปึกหนา สำเนาเอกสารแสดงงวดรับเงินจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) โดยกล่าวว่า ข้อมูลมีความซับซ้อน มีเงินเข้าธนาคาร 75 ครั้ง ในเวลา 84 วัน ผ่านบัญชีธนาคาร 4-5 แห่ง ที่สำคัญมีเช็คใบหนึ่งน่าสนใจ เพราะปรากฏเบอร์แฟกซ์ของพรรคการเมืองหนึ่งด้วย เชื่อว่าข้อมูลของตนมีมากกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะมีคนของพรรคประชาธิปัตย์นำมาให้เอง.

ได้ฤกษ์ถล่ม

ที่มา ไทยรัฐ

มหกรรมอภิปรายไม่ไว้วางจได้ฤกษ์ระเบิดศึกขึ้นแล้ว และเร็วกว่ากำหนดที่คาดหมายกันไว้ 1 สัปดาห์

เนื่องจากนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งร่นวันอภิปรายไม่ไว้ วางใจ จากเดิมที่คาดกันว่าจะมีขึ้นใน วันที่ 26-27 มีนาคม มาเป็นวันที่ 19-20 มีนาคมนี้

เพราะจับยามสามตาดูแล้ว ถ้าให้อภิปราย กันในวันที่ 26-27 มีนาคม จะไปเข้าล็อกม็อบเสื้อแดงภายใต้การนำของกลุ่ม นปช.ที่ประกาศล่วงหน้านัดระดมพลคนเสื้อแดงชุมนุม ใหญ่ในวันที่ 29 มีนาคม ที่ท้องสนามหลวง เพื่อเคลื่อนตัวไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล

ยกระดับจากการชุมนุมต่อต้านเป็น การชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ชนิดเต็มรูปแบบ

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและเป็นการหลีกเลี่ยงเหตุชุลมุนวุ่นวายในกรณีที่ม็อบเสื้อ แดงอาจใช้แผนตลบหลังเคลื่อนพลมาปิดล้อม รัฐสภาในวันลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจสุ่มเสี่ยง เกิดปัญหาบานปลาย

ประธานชัยและวิปรัฐบาลจึงเห็นพ้อง ต้องกันให้เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรแบบด่วนจี๋ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอีก 5 พระหน่อ

ฉะนั้น วันนี้ (19 มี.ค.) ตั้งแต่ 09.30 น. เป็นต้นไป บรรดามิตรรักคอการเมืองแนว ซาดิสต์ ก็จะได้พบกับศึกบู๊ล้างผลาญฝ่าย ค้านถล่มรัฐบาลในสภาฯ

และก็แน่นอน แหงแซะ สารวัตรเหลิมร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วน ในฐานะ ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะสวมบทผู้นำฝ่ายค้าน นำทีมขุนพลฝีปากกล้าอภิปรายไม่ ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ถล่มมีพฤติกรรมส่อว่าจงใจฝ่าฝืนกฎ-หมาย มีปัญหามาตรฐานทางจริยธรรมและคุณธรรมต่ำ บกพร่องร้ายแรง

พุ่งเป้าเปิดแผลโจมตีพฤติการณ์ที่ไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ 9 ข้อ

1. เป็นชายไทย แต่กลับหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ ทหาร

2. การเข้ารับตำแหน่งนายกฯของนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย แต่อยู่ภายใต้การชี้นำของบุคคล บางกลุ่ม

3. มีพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยไม่เปิดเผย การรับเงินสนับสนุนจากบริษัทมหาชนที่จด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

4. มีพฤติกรรมเอื้อให้รัฐมนตรีหลายกระ- ทรวงทุจริตคอรัปชัน อาทิ กระทรวงการพัฒนา สังคมฯที่ปล่อยให้แจกปลากระป๋องเน่า กระทรวง คมนาคมมีการกระทำส่อไปในทางทุจริตในโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน

5. บริหารเศรษฐกิจจนทำให้ประชาชนว่างงานอย่างไม่เคยมีมาก่อน และยังแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ไม่มีประสบการณ์เข้ามาบริหาร อาทิ กระทรวงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม

6. ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรฯทำให้เกิดความล้มเหลวของระบบการเมืองและคุณค่าทางศีลธรรมของสังคม

7. ไม่มีนโยบายและวิธีแก้ไขปัญหายา เสพติดที่กำลังระบาดอย่างรุนแรง และไม่มีนโยบายขจัดความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้

8. ขาดจริยธรรมและคุณธรรมเนื่องจากจงใจบิดเบือนความจริง สร้างความแตกแยกของคนในชาติ และขาดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน

9. ใช้อำนาจโดยมิชอบและส่อว่าขัดต่อ รัฐธรรมนูญ กรณีขอให้บริษัทให้บริการโทรศัพท์ เคลื่อนที่ส่งข้อความเอสเอ็มเอสในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งนายกฯ

วางแผนจับ อภิสิทธิ์ขึงพืด ถล่มแหลกหวังให้น็อกคาสภาฯ

แต่ล่าสุด นายกฯอภิสิทธิ์ยังยิ้มกริ่ม ยืนยันทุกข้อกล่าวหาสามารถชี้แจงได้ ไม่รู้สึกหวั่นไหวกับการตรวจสอบในระบบ

เดี๋ยวก็รู้ว่าจะผ่านด่านอภิปรายฯไป แบบฉลุย หรือสะบักสะบอม!!!

พ่อลูกอิน

คนไกลบ้าน

ที่มา ไทยรัฐ

ฟ้าเชียงใหม่ ที่ผมไปเห็นเมื่อวันที่ 14-15 มี.ค. ปีนี้ ไม่สดใสเป็นสีฟ้า เป็นฉากหลังให้ก้อนเมฆสีขาวเคลื่อนคล้อยไปมา เหมือนฟ้าเชียงใหม่ ที่ผมไปวิ่งตามข่าวเมื่อปี 18

ดูข่าวทีวี เห็นทหารโรยตัวจาก ฮ. ลงไปดับไฟป่า ใช้น้ำฉีดสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดิน ความชุ่มชื้นจะช่วยจับหมอกควันเข้าใจว่า จะลดตัวการที่ทำให้เชียงใหม่มัวหมองได้

ต้นเหตุของหมอกควัน...ก็รู้กันชัดเจน ถึงฤดูกาลที่ชาวบ้านต้องแผ้วถางป่า การเผาทำลายสิ่งที่ไม่ต้องการ เป็นวิธีการหนึ่ง

นี่คือวิถีชีวิต...จะห้ามกันอย่างไร ก็คงห้ามกันไม่ได้

ข่าวด้านรัฐบาล ไม่มีท่าทีจากรัฐมนตรีเกษตรฯ รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติฯ มีแต่ข่าวจากทหาร ทหารเขาเข้าใจ แทนการว่าร้าย ทหารส่งรถและกำลังคนเข้าไปช่วยกำจัด...สิ่งของที่ต้องเผา...ให้ชาวบ้าน

ถ้าทหารทำได้ทันเวลา...ทุกแห่งที่...โอกาสที่ชาวบ้านจะเผา ...ทำให้เกิดหมอกควันท่วมเมือง...ก็คงน้อยลง

และถ้าสื่อสารกันเป็นที่เข้าใจ ต่อไปก็คงจะไม่มี

พ้นจากข่าวทหารช่วยกำจัดหมอกควัน ในหลายจังหวัดภาคเหนือ ทหารอีกหลายหน่วยต้องเหน็ดเหนื่อยอยู่กับภาระ ช่วยบรรเทาปัญหาขาดน้ำให้ชาวบ้านในยามแล้ง ในพื้นที่กว้างขวางทั้งเหนือ อีสาน

นี่คือแนวรบใหม่...ที่ทหารวันนี้ จะต้องเผชิญ แทนแนวรบ...เก่า คือการปะทะหักหาญกันด้วยปืน

หากวางกรอบแนวรบใหม่ให้แน่ชัด...งบประมาณซื้ออาวุธ ก็ไม่จำเป็นต้องฟังคำทักท้วง รถถัง ปืนใหญ่ เรือรบ...ฯลฯ ใช้เงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ซื้อมาแล้ว

จะเอาไปรบกับใคร?

ถึงวันที่ทหารแน่ใจ...แนวรบใหม่คือ ความทุกข์ของประชาชน แทนการซื้อให้ถูกแอบนินทาว่ากินค่าคอมมิชชั่น ก็เปลี่ยน

เป็นซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่า รถบรรทุกน้ำ หรือเรือ...ใช้ในยามน้ำท่วมใหญ่ ฯลฯ

ในบรรยากาศงานอ่านบทกวี ความรักบนสวนโลก หอศิลป์ธนาคารกรุงไทย เมื่อบ่ายอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาส... ก็กระซิบถามศิลปินแห่งชาติคนใหม่ ท่านอดุลย์ จันทรศักดิ์

เมื่อไหร่ตุลาการจะกลับบ้าน?

ผมไม่เห็นจะต้องกลับบ้านท่านอดุลย์ทันควัน เพราะผม (ตุลาการศาลปกครอง) ไม่เคยออกไปนอกบ้าน

ผมรู้สึกว่า นับแต่วันปฏิวัติ 19 กันยาฯ ปี 49 ทหารก็ดูจะไปหลงอยู่นอกบ้าน

ถ้าภาระหน้าที่ทหารเปลี่ยนไป แนวรบใหม่ คือความทุกข์ร้อนของประชาชน ถึงวันนี้ ทหารน่าจะได้เวลากลับมา (บ้าน) ทำหน้าที่ของตัวเองให้เบ็ดเสร็จสมบูรณ์

บ้านเมืองที่ตุลาการไม่หลงออกไปนอกบ้าน บ้านเมืองที่ทหารมั่นคงอยู่กับทุกข์ร้อนของชาวบ้าน น่าจะเป็นบ้านเมืองที่เริ่มต้น...ความสมัครสมานสามัคคี

ส่วนที่ยังทะเลาะกันไม่ยอมเลิกรา ปล่อยให้เป็นเรื่องของนิสัยสันดานของนักการเมืองเขาเถิด

เผ่าพันธุ์นี้ ถ้าไม่มีเรื่องแบบนี้ ก็น่าจะต้องตั้งข้อสงสัย เขาจะไม่ใช่นักการเมืองตัวจริง.

กิเลน ประลองเชิง

มีแต่เรื่องร้อนๆ

ที่มา ไทยรัฐ

ย่างเข้าหน้าร้อน บ้านเมืองก็มีแต่เรื่องร้อนๆ 19-20 มีนาคมนี้ ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ใช้อำนาจรวบรัดเลื่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วขึ้นหนึ่งสัปดาห์ ให้ ฝ่ายค้านเพื่อไทย เปิดอภิปรายถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นเวลาสองวัน งานนี้ ไต้ฝุ่นดูแล้วไม่มีอะไรในกอไผ่ ก็แค่ ลิเกการเมือง ที่ แฝงเร้นด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน ก็เท่านั้น............

นี่ก็ร้อน เรื่องเงินๆทองๆของ กบข.กองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ กับข่าวขาดทุนก้อนโต จนมีสมาชิก กบข.หลายร้อยคนชุมนุมเรียกร้องให้ ยกเลิก กบข. และ คืนเงินสะสมให้ข้าราชการโดยเร็วที่สุด เล่นเอา วิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการ กบข. นอนไม่หลับไปหลายวัน ............

ไต้ฝุ่น ดูตัวเลขผลตอบแทนจากการลงทุนของ กบข.ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา เห็นแล้วก็อิจฉา ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 7.04 ต่อปี บางปีได้ผลตอบแทนสูงกว่า 16 เปอร์เซ็นต์ ปี 2550 ก็ยังได้ผลตอบแทน 9.22 เปอร์เซ็นต์ เพิ่งมีปี 2551 นี่แหละ ผลตอบแทนติดลบ 5.12 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่า ลบไม่มาก เป็นไปตามสภาพตลาด แต่ถ้าเทียบกับราคาหุ้นในตลาดที่หายไปเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์

ในยามนี้ ก็ต้องถือว่าดีเยี่ยม............

ถ้าดูผลตอบแทนสะสม วันนี้ สมาชิก กบข.ยังได้กำไรสะสมกว่า 120 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ขาดทุนปีที่แล้ว เป็นขาดทุนกำไร คนที่จะขาดทุนจริงในปีนี้ ก็คือ ผู้ที่เกษียณอายุ และ สมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้า กบข. แต่ก็ยังมีเวลาสะสมอีกหลายสิบปี คงไม่ติดลบในอนาคตแน่นอน............

ไต้ฝุ่น ว่า สิ่งที่น่าห่วง ก็คือ ความไม่เข้าใจระบบการลงทุนของ กบข. ของ สมาชิกกองทุน ทำให้มีการเรียกร้อง ให้ยกเลิกกองทุน กบข. ถ้ายกเลิกเมื่อไร คนที่จะเสียประโยชน์โดยตรง ก็คือ ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.กว่าล้านคน จะเอาบำเหน็จบำนาญที่ไหนไปเลี้ยงชีพหลังเกษียณ คิดกันให้ดีๆ............

นี่ก็เรื่องร้อน เรื่องของ ปลัดคลัง ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดถึงขั้นไล่ออกในรอบแรก โทษฐานมีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง 4 รองอธิบดี ตามคำสั่ง สำนักงาน ก.พ. วันนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ จะเปิดให้ ปลัดศุภรัตน์ เข้าแถลงความจริงพร้อมพยานเอกสาร เพื่อให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ต่อภาพจิ๊กซอว์เรื่องราวให้ชัดเจน ก่อนจะลงดาบ ข้าราชการดีๆที่มีอยู่น้อย ให้ดับดิ้นไปกับคดีที่เจ้าตัวไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง............

เรื่องนี้ถ้าจะผิด ไต้ฝุ่น ว่า ต้องผิดที่คำสั่ง ก.พ.ที่เป็นต้นตอ ก็เหมือนเรื่องที่ ข้าราชการประจำ ที่ ปฏิบัติตามมติ ครม. ถ้า มติ ครม.ผิด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้ว ข้าราชการที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามมติ ครม.จะต้องผิดด้วยหรือไม่ อีกหน่อยจะมีใครกล้าปฏิบัติตามคำสั่ง............

เหลียวดู การบริหารจัดการ ของ ผู้บริหารการบินไทย ในยุคนี้สักนิดว่า ทำไมถึงบริหารให้การบินไทยขาดทุนได้ขนาดนั้น วันวานมีข่าวเล็กๆชิ้นหนึ่งจาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือของไทย บอกว่า การบินไทย ประกาศ ยกเลิกเส้นทางบินเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เพราะ ทนขาดทุนไม่ไหว มีผลตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป............

วันเดียวกันก็มีข่าวจาก สายการบินเอสจีเอ ของเอกชน ซึ่งบินให้บริการเส้นทาง เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เหมือนกัน วันละ 1 เที่ยว ประกาศ เพิ่มเที่ยวบินเป็นวันละ 5 เที่ยว เริ่มวันที่ 29 มีนาคม สวมเส้นทางทันที เนื่องจากได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวด้วยดี ส่วน เที่ยวบินการบินไทยที่ลดลง เพราะขาดทุนนั้น ก็มีข่าวว่า สายการบิน พีบีแอร์ ของค่ายบุญรอด ประกาศบินแทนทันทีเหมือนกัน............

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อครับ เพราะเพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ เส้นทางบินเดียวกันแท้ๆ สายการบินเอกชนมีกำไร จนต้องเพิ่มเที่ยวบิน แต่การบินไทยขาดทุน ต้องลดเที่ยวบิน มันช่างต่างกันฟ้ากับดิน แล้ว ผู้บริหารการบินไทยจะตอบผู้ถือหุ้นว่าอย่างไร ก็เหมือน ข้ออ้างที่จะย้ายจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ นั่นแหละ อีหรอบเดียวกัน............

ชะเอย แล้ว ประเทศทุนนิยมจ๋า อย่าง สหรัฐฯ วันนี้ก็ต้องหันมาใช้ ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาเศรษฐกิจอันยิ่งใหญ่ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ชาวอเมริกันเริ่มหันมา ปลูกผักสวนครัวกินเอง เพื่อช่วยตัวเองในยามที่เศรษฐกิจสหรัฐฯตกต่ำสุดขีด ............

สมาคมผู้ทำสวนสหรัฐฯ รายงานผลสำรวจในช่วงที่ผ่านมาว่า ชาวอเมริกันหันมาปลูกผักสวนครัวเพื่อทำอาหารเองเพิ่มขึ้นถึง 19 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เมล็ดพันธุ์ผักต่างๆขายดีมากจนขาดตลาด เช่น หัวหอม มะเขือเทศ พริกไทย เป็นต้น............

มีการคำนวณกันว่า การปลูกผักสวนครัวกินเอง จะช่วย ลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้ถึง 40 เหรียญต่อสัปดาห์ หรือราว 1,400 บาท เวลานี้มีหลายแห่งที่ เพื่อนบ้านร่วมกันปลูกผักสวนครัว และ แบ่งปันกันในชุมชน ซึ่งเป็นไปตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปียบเลย แต่ เมืองไทย ที่เป็น ต้นตำรับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง วันนี้ ยังไม่เห็นรัฐบาลริเริ่มเลย............

ไต้ฝุ่น

เด็กโง่กับตำราเก่า

ที่มา ไทยรัฐ

วันนี้ผมมีจดหมายจาก คุณหญิงกษมา วรวรรณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ส่งมาชี้แจงเรื่อง หนังสือ เรียนที่ผมเขียนไปวันก่อนว่า กระทรวงศึกษาฯกำลังเอาตำราย้อนยุคเมื่อสิบปีก่อนมาสอนเด็กในปัจจุบัน แล้วอนาคตของชาติ มันจะทันโลกหรือ

ก็ขอเชิญอ่านคำชี้แจงก่อนครับ แล้วผมจะปุจฉาทีหลัง

1. หนังสือเรียนที่จะจัดซื้อในปีการศึกษานี้ เป็นหนังสือเรียนตามหลักสูตรปี 2544 แม้หลักสูตรจะประกาศใช้ในปี 2544 แต่การใช้บังคับจะมีการนำร่องหนึ่งปีในปี 2545 และใช้จริงในโรงเรียนทั่วไปตั้งแต่ปี 2546 โดยทยอยประกาศใช้ทีละปีจนครบทุกชั้นในปี 2548 หนังสือเรียนตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติมี 1,123 รายการ ชุดแรกประมาณ 121 รายการ เป็นหนังสือสำหรับชั้น ป.1, ป.4, ม.1 และ ม.4 ผ่านการตรวจและออกใช้ในปี 2546 หนังสือที่เหลือจะทยอยผ่านการพิจารณาในช่วงเวลา 3-5 ปี ไม่มีหนังสือใดที่เกินอายุ 5 ปี

2. การเรียนการสอนในปัจจุบัน หนังสือเรียนเป็นสื่อหนึ่งที่จะช่วยปู พื้นฐานความคิด และให้เนื้อหาสาระที่สำคัญ แต่ครูต้องส่งเสริมให้ นักเรียนได้เรียนรู้จากแหล่งอื่นประกอบกัน หากมีข้อความใดที่ล้าสมัยไปจากวันที่จัดพิมพ์ สำนักพิมพ์ทุกแห่งต้องแก้ไขก่อนจัดพิมพ์ใหม่ หากไม่ทันต้องทำใบแทรก และเปิดเว็บไซต์นำเสนอเนื้อหาที่เป็นสาระปัจจุบัน เพื่อเสริมการเรียนการสอน

3. ในปี 2551 กระทรวงศึกษาฯได้ปรับปรุงหลักสูตร 2544 เดิม ซึ่งมีเนื้อหาสาระคล้ายหลักสูตรเดิม แต่กำหนดเนื้อหาแกนกลางที่ทุกคนต้องเรียนรู้ให้ชัดเจนขึ้น กำหนดส่วนที่โรงเรียนสามารถพัฒนาเนื้อหาเพิ่มเติม ซอยเนื้อหาที่เคยกำหนดไว้เป็นช่วงชั้น หรือ 3 ปีให้เป็นรายปี เน้นการปรับปรุงการเรียนการสอนและการประเมินผล

4. การพัฒนาหนังสือเรียน ได้วางแนวทางเหมือนทุกครั้ง คือจะรับตรวจหนังสือเรียนในปีที่นำร่อง เพื่อให้ทันประกาศใช้ในปีการศึกษา 2553 เมื่อใช้หลักสูตรที่ประกาศหนังสือเรียนเล่มใดที่โรงเรียนจะซื้อให้ หรือให้นักเรียนซื้อไว้ใช้ประจำตัว จะต้องผ่านการตรวจ แต่จวบจนเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ยังไม่มีหนังสือเรียนตามหลักสูตร 2551 เล่มใดส่งเข้ารับการตรวจ เพื่อจำหน่ายในปีการศึกษานี้ แต่อาจมีการพิมพ์ไว้เพื่อจำหน่ายในโรงเรียนโดยไม่ผ่านการตรวจ...

จดหมายยาวกว่านี้ แต่ที่เกี่ยวข้องกับข้อเขียนผมคงมีเท่านี้ ประเด็นหนึ่งที่ผมยังสงสัยก็คือ การปรับปรุงหลักสูตรและตำราเรียนของกระทรวงศึกษาฯแต่ละครั้ง ใช้เวลานานเหลือเกิน แถมยังทยอยประกาศใช้ทีละปี กว่าจะครบหลักสูตรก็กินเวลาถึง 4 ปี พอปีที่ 5 ก็ถึงเวลาปรับปรุงหลักสูตรอีกแล้ว

นอกจากนี้ ยัง โยนภาระไปให้ ครูผู้สอนไปต่อยอดหรือส่งเสริมให้นักเรียนไปเรียนรู้จากแหล่งอื่น ผมถามจริงๆเถอะครับ ครูไทยทั่วประเทศวันนี้มีศักยภาพและมีเครื่องมือเพียงพอที่จะไปต่อยอด หรือไปหาแหล่งความรู้อื่นให้นักเรียนได้หรือ เมื่อครูยังไม่พร้อม ก็ไม่ควรจะโยนภาระไปให้ครู เพราะคนที่จะรับเคราะห์คือนักเรียน

ความจริงอีกด้านหนึ่งที่กระทรวงศึกษาฯไม่เคยชี้แจง ก็คือ โรงเรียนทั่วประเทศในเวลานี้ขาดแคลนครูอยู่ร่วมแสนคน ในโรงเรียนที่ห่างไกล ไฟฟ้าไม่มี ตำราเรียนหายาก ครูหนึ่งคนต้องรับภาระสอนทุกวิชา ทุกชั้นเรียน ครูเหล่านี้จะหาไปแหล่งความรู้อื่นได้ที่ไหน จะเอาเครื่องมืออะไรไปต่อยอดให้นักเรียนอย่างที่พวกขายตำราเรียนราคาแพงโยนภาระให้ แค่สอนให้ครบชั้นก็เหนื่อยแล้ว

เรื่อง ตำราเรียนเด็กไทยล้าหลังไม่ทันโลก ที่ผมวิจารณ์ไปนั้น ผมเชื่อว่า คุณหญิงกษมา ก็คงทราบดี เพราะ กระทรวงศึกษาฯ ก็เคยวิจัยเอง เมื่อหลายปีก่อนว่า หลักสูตร ป.1-ป.6 ที่ใช้สอนเด็กถึง 6 ปีนั้น เป็นหลักสูตรที่ใช้ไม่ได้ ต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ เพราะมีเนื้อหาไม่ชัดเจนและซ้ำซ้อน เรียน ป.2 แล้วไปเรียนซํ้าอีกในชั้น ป.3

เขียนไปก็สงสารเด็กไทยครับ เมื่อ ตำราเรียนกลายเป็น ธุรกิจผูกขาดไม่กี่สำนักพิมพ์ เลยทำให้ สมองเด็กไทยถูกผูกขาดไปด้วย แล้วประเทศชาติจะพัฒนาไปได้อย่างไร ความรู้ใหม่ๆ ในโลกเกิดขึ้นทุกวินาที แต่เด็กไทยต้องรอไปอีก 5 ปีค่อยเรียน แล้วมันจะทันโลกได้อย่างไร.

ลม เปลี่ยนทิศ

หักเหลี่ยม-ถอนคม

ที่มา ไทยรัฐ

การเมืองวันนี้ต้องเรียกว่า หักเหลี่ยม-ถอนคม กันเลย ทีเดียว เมื่อรัฐบาลและประธานรัฐสภารวมหัวกันเลื่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจากที่กำหนดไว้วันที่ 26-27 มี.ค. มาเป็น 19-20 มี.ค. เร็วกว่าที่กำหนดไว้

แน่นอนว่าการตัดสินใจครั้งนี้คงมิใช่ว่าเพื่อให้การซักฟอกเร็วขึ้นทุกอย่างจะได้จบเสียทีซึ่งนั่นเป็นเพียงเหตุผลหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าเพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านตั้งตัวทัน เพราะจะต้องมีการเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้

และที่สำคัญก็คือการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงมากกว่า เนื่องจากได้มีการนัดหมายชุมนุมใหญ่ล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ซึ่งจะตรงกับการเปิดซักฟอกรัฐบาลพอดิบพอดี ซึ่งก็เพื่อจะเป็นแรงกดดันรัฐบาลนอกสภาอีกทางหนึ่ง

คือไม่ล้อมสภาก็ล้อมทำเนียบฯหวังจะเอารัฐบาลให้อยู่หมัด

เมื่อเลื่อนเวลาเร็วขึ้นทำให้พรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดงตั้งหลักไม่ทันต้องมีการเปลี่ยนแผนกันใหม่หมด ทำให้ทุกอย่างเกิดความฉุกละหุกชิงความได้เปรียบ

แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะพยายามดิ้นหนีตรงนี้ด้วยการยื่นหนังสือ ถึงนายกฯเพื่อขอให้มีการซักฟอกตามหมายเดิม แต่คำตอบที่ได้รับก็คือเป็นการตัดสินใจของประธานสภาผู้แทนฯ คือ นายชัย ชิดชอบ จึงมิอาจเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

ขณะที่นายชัยก็แวบเข้าโรงพยาบาลจะป่วยจริงหรือป่วยการเมืองก็ตาม แต่ก็ไม่ต้องตอบคำถามหรือโดนฝ่ายค้านจี้ให้เปลี่ยนแปลง

นอกจากนั้น นายกฯได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษด้วยการประกาศรับว่ามีปัญหาซึ่งจะต้องมีการอัดฉีดอีกรอบหนึ่งเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟู เป็นการปิดช่องก่อนที่ฝ่ายค้านจะซักฟอกและชี้ว่ารัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา

เรียกว่าเตรียมตั้งรับทุกกระบวนท่า

เป็นที่รับรู้กันดีว่าแผนปฏิบัติการของอดีตนายกฯทักษิณที่เร่งวันเร่งคืนเพื่อจะล้มรัฐบาลทุกวิถีทางโฟนอินเป็นรายวันแม้กระทั่งงานวัด งานศพก็เอาหมดเพื่อดึงมวลชน ปลุกระดมผู้สนับสนุนอย่างเต็มที่สอดรับกับการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย กลุ่มเสื้อแดงและ 111 นักการเมืองที่ถูกเว้นวรรค

หวังเผด็จศึกเพื่อชัยชนะขั้นเด็ดขาดเพราะทุกอย่างล้วนเป็น เงื่อนไข ที่เหมาะสมที่สุด หากรัฐบาลสามารถผ่านจุดนี้ไปได้ก็ยาก ที่จะทวงอำนาจคืนได้

ว่ากันถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและ 5 รัฐมนตรี แม้ฝ่ายค้านยืนยันว่ามีข้อมูลที่จะเล่นงานรัฐบาลได้ โดยเฉพาะประเด็น เชื่อมโยงเงินบริจาค 500 กว่าล้านบาท หรือเรื่องการใช้อำนาจและหาประโยชน์จากงบประมาณที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

แต่ดูเหมือนการอุบไต๋เรื่องเงินพัฒนาการเมืองที่ กกต.มอบให้จำนวน 25 ล้านบาท แต่ประชาธิปัตย์นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้ลงนามน่าจะเป็นประเด็นใหญ่หวังผลว่าจะเล่นงานให้แหลกไปเลย และนั่นหมายถึงการ ยุบพรรค ด้วย

อย่างไรก็ดี ประเด็นต่างๆเหล่านี้รัฐบาลและบรรดารัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกน่าจะเตรียมการชี้แจงและเชื่อว่าจะตอบโต้ฝ่ายค้านได้ แม้ยังไม่รู้ว่าจะมีไพ่อะไรซุกซ่อนเอาไว้อีก

เหนืออื่นใดคะแนนเสียงที่จะสนับสนุนรัฐบาลนั้น แม้ว่าจะมากกว่าฝ่ายค้านแต่ก็ยังมีปัญหาว่าจะครบจำนวนหรือไม่ในการลงคะแนน แต่เชื่อว่าในสถานการณ์ที่เป็นจริงๆ พรรคภูมิใจไทยที่จะเป็นตัวแปรคงไม่มีปัญหาเพราะยังไงเสียก็ต้องกอดคอร่วมกันต่อไป

และเชื่อว่าหากพ้นจากศึกอภิปรายไปแล้วก็เท่ากับปิดทางสู้ของทักษิณ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มเสื้อแดง รัฐบาลสามารถตั้งลำบริหารประเทศต่อไปได้

2-3 วันนี้แหละครับ...รู้หมู่รู้จ่าแน่.

สายล่อฟ้า

ไม่กลัวแค่ลุกลี้ลุกลน

ที่มา ไทยรัฐ

ปากกล้าแต่ขาสั่น

โดยอาการที่รัฐบาลเถียงได้ไม่เต็มปากเต็มคำ กับบทลุกลี้ลุกลนของ ปู่ชัยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ในฐานะ ชิดชอบผู้พ่อ รีบสั่งการให้ร่นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ เข้ามาเป็นวันที่ 19-20 มีนาคม

ตาลีตาเหลือกชนิดที่วิปรัฐบาลด้วยกันยังออกปากว่า กระชั้นชิดจนตั้งหลักแทบไม่ทัน

แน่นอน ต่อให้เสียงแข็งว่า ไม่กลัว ออกตัวแก้ลำกันยังไง โดยน้ำหนักมันก็เข้าทางฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยและฝ่ายต่อต้านที่เย้ยหยันได้ว่า รัฐบาลดึงจังหวะหลบคิวดีเดย์ชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่นัดล่วงหน้าจะรวมพลล้อมทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 29 มีนาคม

แหยงกระแสลามโหมไฟม็อบ

ศึกนอกประชิด กระหน่ำซ้ำศึกใน เดี๋ยวจะดับเพลิงไม่ทัน

ที่แน่ๆโดยอาการลุกลี้ลุกลน มันเป็นอะไรที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักของทีมแฉพรรคเพื่อไทยที่ปล่อยข้อมูลดักทางล่วงหน้า รัฐบาลเตรียมกระเป๋าใบใหญ่ซื้อ ส.ส.ฝ่ายค้านด้วยตัวเลข 7 หลัก เพื่อให้งดออกเสียง

ทำได้ทุกอย่าง เพื่อเบี่ยงตัวหลบดาบของฝ่ายค้าน

และงานนี้ถือเป็นการดักคอ กบฏในพรรคเพื่อไทย และ อีแอบฝ่ายค้านใจฝักใฝ่รัฐบาล ที่วางแผนจะทำผลงานเพื่อรับรางวัลทิ้งทวนก่อนแปรพักตร์

เจอมุกนี้เข้าไป เขินเลยก็แล้วกัน

แต่ที่ท้องไส้ปั่นป่วนยิ่งกว่า น่าจะเป็นคิวของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยฯ

2 เหยื่อเชือด พะยี่ห้อ เพื่อนเนวิน

โดยลูกขู่ของทีมเชือดฝ่ายค้าน นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย คุยลั่นข้อมูลพร้อมแล้ว โดยเฉพาะกระทรวงที่มีรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปบริหาร โดยไปออกคำสั่งให้อธิบดีดำเนินการเอาเรื่องการใช้งบประมาณโครงการต่างๆมาตรวจสอบดูว่า อันไหนยักได้บ้าง

เรื่องนี้มีหลักฐานเป็นเอกสารในคำสั่งเป็นวันที่ไล่กันในแต่ละกระทรวง

สำทับด้วยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย ในฐานะอดีต รมช.มหาดไทย ขู่ซ้ำ ขณะนี้มีหลักฐานเป็นใบเสร็จที่เป็นพฤติกรรมของรัฐมนตรีที่มีหัวแต่ไม่มีสมอง

ถูกมนตร์ขลังสั่งให้ทำโครงการต่างๆ

ตีธง เล็งเป้าไปที่ เพื่อนเนวินสางแค้น ผู้ทรยศ

สยบมนตร์เขมร สกัดดาวรุ่งค่ายภูมิใจไทย

แต่ที่ทำท่าจะระส่ำก่อนใคร กลายเป็นคิวของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กับอาการทะลุกลางปล้องของนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส. ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล แบะท่าโต้งๆ

เท่าที่พูดคุยกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาล หลายคนแสดงความกังวลเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจคิวของนายกษิต เพราะที่ผ่านมามีหลักฐานและข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงม็อบพันธมิตรฯชัดเจน

ส.ส.ส่วนมากหารือกันว่า ส.ส.มีเอกสิทธิ์ที่จะลงหรือไม่ลงมติไว้วางใจนายกษิต ถ้ามี ส.ส.งดออกเสียงจำนวนมาก แค่ 10 กว่าเสียง นายกษิตก็ตายแล้ว

พูดกันข้ามช็อตถึงขั้นว่า ถ้านายกษิตตายคาเวทีเชือด หลุดโผไป จะเป็นการดีสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่จะสลัดภาพให้หลุดจากม็อบพันธมิตรฯ

เจอมุกคนพรรคเดียวกันเองแบบนี้ กษิตไม่หวิวให้รู้ไป

แต่ที่นิ่งผิดหูผิดตา กับลีลาซุ่มโป่งของหัวหน้าทีมเชือดอย่าง สารวัตรเหลิมร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หลังวางเดิมพันตำแหน่งประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย

อุบไต๋เงียบอยู่คนเดียวเลย

เกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของปลอมหรือ ของจริงยากจะหยั่งเชิงได้ แต่ที่แน่ๆก็สามารถกดดันให้วอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ ต้องเดาสถานการณ์ไปต่างๆนานา

ทึกทักเอาว่า ฝ่ายตรงข้ามกำลังสร้างเงื่อนไขเพื่อบรรลุ 2 เป้าหมาย

หนึ่งคือ สร้างอำนาจต่อรองเพื่อนำไปสู่การให้อดีตนายกฯทักษิณ พ้นจากความผิดในอดีต เช่น การแก้กฎหมายนิรโทษกรรม หรืออภัยโทษ สองเพื่อล้มรัฐบาล โดยแนวรุกด้านมวลชนของ นปช.ที่เปลี่ยนการชุมนุมใหญ่ ไปเป็นการเพิ่มความรุนแรงในการก่อการต่อต้านโดยคนไม่กี่คน เริ่มพูดถึงสงครามประชาชน

ขณะที่แนวร่วมผ่านทางพรรคเพื่อไทย ที่ใช้กลไกของแกนนำที่ใกล้ชิดหรือญาติ พ.ต.ท.ทักษิณ และแรงผลักดันจากการถอดถอนและอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพื่อนำสู่การแทรกแซงกระบวนการปฏิรูปการเมือง ซึ่งแกนนำได้พูดชัดว่า จะบรรลุวัตถุประสงค์เพื่อนำระบอบทักษิณกลับคืนมา

เจอเกมเร้า จ่อทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เดาทางไม่ออก ตั้งรับไม่ทัน

เอะอะก็ปั่นกระแสใส่ไฟ ทักษิณไว้ก่อน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน