ที่มา thaifreenews
นมโรงเรียนเหม็นเน่าที่ศูนย์เด็กเล็กตำบลวังหมัน
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, March 19, 2009
อนาถลูกหลานไทย รัฐบาลเน่าๆ กับ นมโรงเรียนเน่าๆ
ปูดล็อคซื้อตำราเรียนเมืองชัยภูมิโวยขาใหญ่บุรีรัมย์ยื่นใบสั่งข้ามเขตกินรวบเจ้าเดียว
ที่มา thaifreenews
(17 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนให้มีการตรวจสอบ การดำเนินการจัดซื้อตำราเรียน ตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี ของเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ (สพท.) เขต 3 หลังจากในช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมา และได้มีการจัดเตรียมเปิดให้โรงเรียนในสังกัด สพท. ให้จัดซื้ออุปกรณ์ตำราหนังสือเรียนเพื่อเตรียมรับการเปิดภาคเรียนใหม่ในช่วง เดือนพฤษภาคม 2552 นี้นั้น
นายสมศักดิ์ ศรีรักษา ผอ.สพท.ชัยภูมิ เขต 3 ได้มีการจัดให้มีการเปิดตลาดนัดหนังสือเรียนตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี ขึ้นเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนจัตุรัสวิทยานุกูล อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ
ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าในท้องถิ่นจ.ชัยภูมิ หลายแห่งต่างพากันไม่พอใจเพราะไม่มีใครทราบเรื่องและถูกเชิญให้เข้าร่วมการ เปิดตลาดนัดครั้งนี้ โดยมีการเชิญร้านค้าที่มาเปิดตลาดนัดหนังสือเรียนเพื่อทำสัญญาซื้อขายกับทาง โรงเรียนในสังกัด สพท.ชัยภูมิ เขต 3 กว่า 208 โรงเรียน เน้นไปที่ร้านแหลมทองวิทยาบุรีรัมย์ เพียงเจ้าเดียว และเป็นการไม่เปิดโอกาสให้ร้านค้าในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมต่างพากันเสีย สิทธิ์นำเสนอจำหน่ายตำราเรียนของคนในพื้นที่จ.ชัยภูมิ
และได้พยายามเข้าไปติดต่อเสนอราคาจำหน่ายกับทางโรงเรียนใน 208 แห่ง ที่ยังมีโอกาสเลือกซื้อจนกว่าจะมีการเปิดภาคเรียน ร้านค้าหนังสือต่างๆในท้องถิ่นจ.ชัยภูมิ ต่างพากันได้รับการปฏิเสธจากทางโรงเรียนในสังกัด สพท.ชัยภูมิ เขต 3 เกือบทั้งหมดว่าการจัดซื้อตำราเรียนในปีนี้ผอ.เขตขอให้ซื้อกับบริษัทแหลมทอง จากจ.บุรีรัมย์ทั้งหมดแล้ว
นายหมาย (นามสมมุติ) ผู้ประกอบการค้าหนังสือตำราเรียนในจ.ชัยภูมิ รายหนึ่งกล่าวและว่า จึงอยากขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย เพราะทำให้ร้านค้าในท้องถิ่นเสียโอกาสทั้งหมด แทนที่จะซื้อของใกล้บ้านเงินได้หมุนเวียนในท้องถิ่น แต่ไปจำกัดให้ซื้อกับเพียงเจ้าเดียวที่มาจากจ.บุรีรัมย์ ที่ในระดับการเมืองระดับชาติถ้าพูดถึงจังหวัดบุรีรัมย์คงรู้กันดีว่ามีใคร อยู่เบื้องหลัง ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาก็มีการเปิดให้ร้านค้าชุมชนได้มีส่วนร่วมอยู่ตลอด แต่ปีนี้ทุกคนเสียโอกาส
ซึ่งถ้ารวมโรงเรียนเฉพาะระดับประถมศึกษาในสังกัด สพท.เขต 1-3 มีกว่า 400 โรงเรียน อย่างเขต 2 อยู่อ.ภูเขียว อยู่ใกล้ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จะไปซื้อกับร้านค้าในอ.ชุมแพ ก็คงไม่ว่ากันเพราะใกล้โรงเรียน แต่นี่ส่วนใหญ่ร้านค้าจากจ.บุรีรัมย์ได้โควตาไปหมด เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรความเป็นธรรมอยู่ไหน และรัฐบาลนี้ มีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี เป็นเรื่องที่ดีแต่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ตามมารัฐบาลก็ควรจะมีความเป็น ธรรมต่อทุกคนด้วยโดยเฉพาะคนในท้องถิ่นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
ขณะที่นายสมศักดิ์ ศรีรักษา ผอ.สพท.ชัยภูมิ เขต 3 กล่าวว่า เรื่องที่มีการร้องเรียนและการเปิดตลาดนัดตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการปิดกั้นร้านค้าในท้องถิ่นตามที่มีการร้องเรียนมาต่อสื่อมวลชนแต่ อย่างใด ซึ่งวันนั้นมีการเปิดให้มีร้านค้าเข้าร่วมรวม 7 ราย ประกอบด้วย
ร้านแหลมทองวิทยาบุรีรัมย์,สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา(เอ็ด เทค) ,ประถมศึกษาภัณฑ์ขอนแก่น,สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว) ,สถาบันพัฒนาสื่อการเรียนการสอน,ร้านวรแสง(ชัยภูมิ)และร้านสากลเครื่องหมาย
ซึ่งทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร หรือร้านค้าเจ้าใดเลย เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องการขัดผลประโยชน์กันเองมากกว่า เพราะไม่ได้สั่งบีบบังคับโรงเรียนให้ซื้อกับใคร และตอนนี้เงินไปอยู่ที่โรงเรียนเป็นคนจัดซื้อ โดยมีคณะกรรมการร่วมทั้งผอ.โรงเรียน คณะกรรมการโรงเรียน ครูผู้จัดซื้อ และ อบต.เป็นผู้เลือกซื้อกันเอง ไม่เกี่ยวกับ สพท.แต่อย่างใด/////
King Prajadhipok’s Institute: Unsuitable organization to be entrusted with Thailands’ political reform.
ที่มา thaifreenews
By Thai Farmer’s Son
Having heard that Dr. Boworsak Uwanno, secretary-general of King Prajadhipok’s Institute is moving for Thailand’s political reform, I am amused at his offering.
Do you think Thai people are so stupid that they don’t know who is neutral, who is fighting against whom, or who is the cause of the current political conflict?!!
The current political conflict is not between Democrat Party and Pua Thai Party, or between PAD and the Red-shirted people, but it is between “the elites or oligarchy” and “the mass democracy.” Politicians are not the root cause of these conflicts; they are just actors on the stage, not litigants.
The litigants are known by all Thais, but it is forbidden to talk about. If King Prajadhipok’s Institute does not accept this fact -- thinking that people are stupid and trying to delude itself that it is neutral -- it will not be able to solve the current political crisis.
King Prajadhipok’s Institute is in essence a “representative organization of the elites and authorities, and Dr. Bowornsak Uwanno is a direct subordinate of the oligarchy. That he has proposed himself to be a middle man to solve the political crisis is blatantly a “shamelessness.” Does he think that nobody knows the elites’ unabashed tactic.
Currently, I don’t think that there are any middle men left in the Thai society. No one is respected by both sides. Therefore, the conflict can be solved only if the people who are the “real” cause of the conflict show their willingness to solve it.
I can imagine, at the propose by King Prajadhipok’s Institute, that the new Constitution will be the cloak of the “70/30 system.” Yes, it will be the constitution that keeps the power of the elites at the cost of the people’s rights. The supposedly free organizations will finally be representatives of the elites and “will impede the rights and power of the people.”
The new Constitution will not respect the right and power of the people, but will empower those who are “appointed” by the elites. It is not complicating. It will not be different from the 2007 Constitution drafted by Kor Mor Chor.
In fact, Dr. Bowornsak is not honored enough to lead of the political reform. I don’t think that the academics who are invited to join Dr. Bowornsak’s initiation are respectable and can be honored for this assignment. These people have already sold their souls to the elites, e.g. the rectors of NIDA and Thammasat University.
Thailand’s current political conflict, in my opinion, is not only about classes’ fighting, but part of the society’s political development from agricultural to industrialized society. The general people are starting to realize their own power; thus cast their votes for their own benefits. For instance, the grass root people have voted for the party whose policy benefit them as seen in the case of TRT Party and former Premier Thaksin Shinnawatra.
Meanwhile, the Thai society is dominated by decades of propaganda about “divinity” or Baramee as when Mao Ze Tung was promoted and depicted to be “super human.” In the past several decades, Thailand has been a religious kingdom similar to that of Europe’s Dark Age when anyone who was against the monastery was accused of being a witch and was burnt for that sin.
The society at the dawn of industrialization is colliding with “the old religious realm” leading to the political crisis.
My article may be full of detours because I do not want to be burnt like the witches of the Middle Age. Those who have followed by work will know what I mean.
This is “the cause of the conflict.” If it is not accepted, it cannot be solved.
The attempt of the Prajadhipok’s Institute will certainly fail like Dr. Kothom Areeya’s initiation of a “joint talk” for national reconciliation that has come to naught a few months ago due to no cooperation. Besides, General Por, who is in the middle of the conflict, did not joined the talk.
In fact, the conflict can never be solved no matter who initiated (the attempt to solve it) if the fact -- that the current conflict is between “Oligarchy” and “Mass Democracy” -- is not accepted, thus, leaving “some group or someone” who is the real cause of the conflict out.
I am not quite concerned about the current political crisis because I believe that the society will find its own way out. The Thai society has reached its “pupa” stage, and it will finally grow into a “butterfly.” Now, the pupa must slough off. No one can stop that development process.
Finally, the people will win and the oligarchy is disappearing. This is social development.
Some institutes will disintegrate if they are not adapted to the changing society.
I also believe that the “2009 world economic crisis” will accelerate the disintegration of the oligarchy. In the industrialized society, there is no longer a place for sacred institutions that do not benefit the society.
The Thai media who are promoting the Prajadhipok’s Institute have not conducted self assessment. They do not realized that Thai people nowadays (in 2009) no longer believe the mainstream Thai media who have shown that their allegiance is with the elites.
PS
Politicians are not the cause of the problem. Politicians like Thaksin was leading the country well. People were daring to hope. The elites have used the army to destroy the Constitution, as well as the people’s unity and political stability.
Politicians are not corrupted any more than the elites who have long exploited the society. But politicians are people’s representatives, and people can remove them, but the elites cannot be changed. The latter are much richer than the politicians.
It is the elites who have created the rifts in Thailand for three years, not the politicians.
Cheers,
Kila1255
"บรรณวิทย์"โผล่ เมิน"แม้ว"โฟนอิน อัดรบ."มาร์ค"หน่อมแน้ม กองทัพพร้อมหนุนตร.คุมม็อบเสื้อแดง
ที่มา มติชนออนไลน์
"ประยุทธ์"ย้ำกองทัพพร้อมเสริมตร.คุมม็อบวันซักฟอก มท.3ชี้โซนนิ่งม็อบป้องกันรมต.ลงพื้นที่ เสื้อแดงชลบุรีคุยคนหลักหมื่นรับ"มาร์ค" "บรรณวิทย์"โผล่ ไม่ให้ราคา"แม้ว"โฟนอิน อัดรบ.หน่อมแน้ม เชื่อแกนนำพธม.ไม่รับตำแหน่ง
มท.3ชี้โซนนิ่งม็อบป้องกันรมต.
นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้รับรายงานว่าจะมีการระดมคนเข้ามาชุมนุม ส่วนแนวคิดเรื่องการกำหนดเขตการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น เพื่อไม่ให้มีการเข้าใกล้เจ้าหน้าที่หรือรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ เพราะหากมีการขัดขวางก็จะถือว่าทำความผิด จึงเป็นการป้องกันไว้ก่อน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการรักษาความมั่นคงภายใน กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงไม่มีปัญหาหรือเกิดการเผชิญหน้า ซึ่งทั้งหมดเป็นหน้าที่ของตำรวจ กองทัพพร้อมสนับสนุน ในฐานะที่เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานหากร้องขอ
เสื้อแดงชลบุรีระดมหมื่นรับ"มาร์ค"
ขณะที่ นายศักดา นพสิทธิ แกนนำเสื้อแดง จ.ชลบุรี เผยว่า การรวมพลคนเสื้อแดงที่บริเวณถนนทางเข้าองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชลบุรี ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา มีประชาชนร่วมกว่า 2,000 คน ทั้งหมดต่างรับฟังเพื่อซักซ้อมความเข้าใจกรณีคนเสื้อแดงจะไปต้อนรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะมาที่วัดนามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ เชื่อว่าคงจะไม่มีความรุนแรง แต่ต้องการแสดงออกทางการเมืองมากกว่า
นายศักดากล่าวว่า จากนี้ไปจะตระเวนรวมตัวไปในพื้นที่เขต 2 คือที่เมืองพัทยา และเขต 3 ที่ อ.บ้านบึง หลังจากนั้นจะระดมพลครั้งใหญ่ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงไม่น้อยกว่า 10,000 คน และจะเอาความคิดของนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการสร้างสถาบันคนเสื้อแดง มาเปิดอบรมทางการเมืองเกี่ยวการปกครองระบอบประชาธิปไตย ด้วยการระดมคนในพื้นที่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อบรมครั้งละ 200 คน โดยทำกันทั่วประเทศ
ส.ส.ปชป.ปลุกคุ้มครองนายกฯ
นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การรวมพลคนเสื้อแดงครั้งนี้ไม่ได้ใส่ใจและไม่ให้ราคาอยู่แล้ว ส่วนการลงพื้นที่ของนายอภิสิทธิ์ชาวพนัสนิคมจะให้ความคุ้มครองเต็มที่ ไม่ปล่อยให้ได้รับอันตราย ที่สำคัญเป็นงานบุญงานกุศล และพบปะประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็น ไม่ควรที่คนเสื้อแดงมาก่อความวุ่นวาย
ที่ จ.พะเยา ด้านนายทูล เวชกลาง รองประธานกลุ่มพะเยา และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จ.พะเยา เผยว่า การประชุมสภาประชาชนคนล้านนา จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา มติในที่ประชุมร่วมกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงของสภาประชาชน เริ่มจากวันที่ 21 มีนาคม มีการจัดโต๊ะจีนและทดลองออกอากาศสถานีวิทยุกลุ่มเสื้อแดง 24 มิถุนาประชาธิปไตย จ.เชียงราย และวันที่ 23 มีนาคม จะจัดกิจกรรมที่ จ.น่าน
"บรรณวิทย์"อัดรบ.หน่อมแน้ม
พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์วิทยุ 102.0 เมกะเฮิร์ตซ์ กรณีมีขบวนการพยายามปลุกปั่นและสร้างความวุ่นวายภายใต้แผนชื่อ "แผนตากสิน" ว่า ได้ยินมาโดยตลอด แต่ไม่ให้ราคาการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะมีข้อสงสัยที่บอกว่าเป็นการเดินทัพแบบสมัยโบราณหรือตั้งชื่อเป็นบุคคล เพราะต้องการให้คนพูดกันต่อกันไปเท่านั้น ทำไมฝ่ายบริหารถึงปล่อยให้มีเหตุการณ์แบบนี้อยู่ ทั้งที่จัดการได้เลย การโฟนอินของอดีตนายกฯได้แค่หน้าข่าวหนังสือพิมพ์อาจมีผลบ้าง แต่ไม่รุนแรง และขณะนี้โอกาส พ.ต.ท.ทักษิณหมดไปแล้ว
"สิ่งที่อยู่ในบ้านเมืองเราคือ ผลิตผลจากพรรคไทยรักไทย แยกเป็นพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย แต่ทั้ง 2 พรรคนี้เป็นพรรคเดียวกันมาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง สาเหตุที่เข้ามาดำเนินการเนื่องจากผู้บริหารประเทศในตอนนี้บริหารประเทศในยามวิกฤต แต่ท่านหน่อมแน้มเกินไปหรือประสาชาวบ้านเรียกว่าบริหารประเทศไม่เป็น"
แกนนำพธม.ตั้งพรรคไม่รับตำแหน่ง
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์หากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ตั้งพรรคการเมืองเพื่อเป็นบันไดก้าวสู้การมีอำนาจ พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าวว่า เป็นเหตุผลอันหนึ่ง แต่เท่าที่ฟังทางพันธมิตร ทราบว่าหากตั้งพรรคการเมืองแล้ว แกนนำกลุ่มพันธมิตรจะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง แต่แกนนำจะควบคุมนโยบายและการปฏิบัติ เหมือนพรรคการเมืองประเทศที่เจริญแล้วสำหรับเรื่องเงินทุนนั้น สมาชิกกลุ่มพันธมิตรทั่วประเทศน่าจะมีกว่า 10 ล้านคน ในการเมืองใหม่หากบริจาคคนละ 100 หรือ 1,000 บาท ก็น่าจะมีเงินไปทำพรรค ไม่ต้องไปเป็นหนี้บุญคุณใคร
"เจ๊หน่อย"ปัดร่วมก๊วน"เพื่อนเนวิน"บอกเลอะเทอะ "ศุภมาส"ซัดไร้มูลความจริง ออกตัวเข้า"ภูมิใจไทย"เอง
ที่มา มติชนออนไลน์
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย (ทรท.) กล่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ถึงข่าวการเข้าร่วมทำงานกับกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย ว่า เรื่องนี้เลอะเทอะที่สุด ไม่รู้ว่าสาเหตุที่มีการปล่อยข่าวนี้ เนื่องจากขณะนี้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง อยู่บ้านเลขที่ 111 และตอนนี้ทำแต่งานของมูลนิธิไทยพึ่งไทย ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อช่วยชาวบ้าน
"เรื่องนี้ไร้สาระ เพราะเป็นเรื่องรัก 3 เศร้าของคน 3 กลุ่ม คือพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตร และพรรคภูมิใจไทย ที่แก่งแย่งอะไรต่ออะไรกันแล้วไม่ได้ ดิฉันไม่เคยไปคุยกับใครเลย และไม่เคยไปคุยกับพรรคภูมิใจไทยด้วย ตอนนี้ยังเหลือโทษตัดสิทธิการเมืองอีก 3 ปี หากจะกลับไปทำพรรคการเมืองก็คงไม่ได้เป็นการทำพรรคร่วมกับทหารแน่นอน ไม่มีทาง" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวและว่า ไม่ได้สนิทกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพียงแค่รู้จักกันในระหว่างการทำงาน ในสมัยที่เป็นรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตรยังรับราชการอยู่ รวมทั้งไม่ได้สนิทสนมกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินด้วย
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาชน ที่อยู่ในสังกัดจะย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ว่าคงจะมีเพียงแค่ 2 คน ซึ่ง 2 คนนั้นได้ตัดสินใจไปโดยไม่ได้มาหารือ มารู้ก็เมื่อทั้ง 2 คนไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่ ส.ส.กทม. และอดีต ส.ส.กทม. ที่เคยใกล้ชิดกับตน ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย
ขณะที่น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี อดีตส.ส.กทม.พรรคไทยรักไทย ในฐานะสมาชิกกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยืนยันว่า ข่าวคุณหญิงสุดารัตน์จะร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า ไม่มีมูลความจริง และไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ตนย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราตัดสินใจย้ายด้วยตัวเอง เนื่องจากเห็นว่าบ้านเมืองมีความขัดแย้งรุนแรง ไม่ว่าอยู่พรรคการเมืองใด ก็จะถูกเสื้ออีกสีหนึ่งที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามขับไล่ จึงเห็นว่ามีเพียงพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่อยู่ตรงกลาง
ด้านนายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า คุณหญิงสุดารัตน์ไม่มีทางย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยตามที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุซึ่งเรื่องนี้เห็นว่า นายสนธิ จินตนาการในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะน้ำกับน้ำมันไม่มีทางเข้ากันได้
วันดวล
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
ซึ่งก็มีเสียงตำหนิติติงตามมาว่าเป็นการตัดเกม ก่อนการชุมนุมใหญ่กลุ่มเสื้อแดง และการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในวันที่ 29 มี.ค.
สำหรับฝ่ายค้านอาจมองว่าการร่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น ทำให้มีปัญหาเรื่องการเตรียมข้อมูลประกอบการอภิปรายไม่ทัน
โดยเฉพาะการทำชาร์ต ทำเพาเวอร์พอยต์
แต่ไหนๆจะอภิปรายแล้ว เร็วหรือช้าก็ไม่น่าจะต่างกันมากนัก ถ้าหากมีข้อมูลเจ๋งพอ
ในทางตรงข้ามกัน ฝ่ายรัฐบาลก็คงไม่ค่อยชอบเหมือนกัน เพราะรัฐมนตรีมีเวลาเตรียมตัวน้อยลงไปด้วย
สำหรับการอภิปรายในวันแรก เป็นคิวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะล้วนๆ ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นคนจองกฐินเอาไว้
ที่บอกว่ามีแต่เนื้อไม่มีน้ำ พูดจบคนถูกอภิปรายโดนน็อกทันทีนั้น จะสมราคาคุยหรือไม่
ขณะเดียวกัน ก็จะเป็นการพิสูจน์นายอภิสิทธิ์ไปในตัวด้วยว่าทนแรงเสียดทาน ทนลีลาของร.ต.อ.เฉลิมได้หรือไม่
เคยแต่อภิปรายคนอื่น พอเจอถลกกลับบ้าง นายอภิสิทธิ์และลิ่วล้อจะใจกว้างพอที่ทนนิ่งฟังได้ขนาดไหน
บรรดาองครักษ์จะออกมาตีรวน ปกป้องให้ดูน่ารำคาญหรือไม่
สำหรับคนที่อาการหนักที่สุด ในการอภิปรายครั้งนี้ เห็นจะไม่พ้นนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ
เจ้าของประโยคเด็ดอาหารดี ดนตรีไพเราะ และการยึดสนามบินเป็นนวัตกรรมใหม่ของการประท้วง
การอภิปรายนายกษิต เท่ากับตีแสกหน้า แฉพฤติกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของกลุ่มพันธมิตรไปด้วย
เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่านายกษิตได้มาเป็นรัฐมนตรีในโควตาใคร
ที่สำคัญการพูดจาในระยะหลังๆ เหมือนยังอยู่บนเวทีม็อบยึดทำเนียบไม่ผิด
ส.ส.คนใดแสดงตัวออกมาปกป้อง ก็คงเปลืองตัว
แม้แต่ในพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็มีคนออกมาประกาศว่าอาจจะใช้เอกสิทธิ์งดออกเสียง
ต้องดูกันต่อว่าส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจะพร้อมใจกันใช้เอกสิทธิ์เยอะหรือไม่ ซึ่งจะได้เห็นคะแนนในวันลงมติ
รัฐมนตรีอีกคนที่อยู่ในข่ายโดนน่วมแน่ คงจะเป็นนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ที่ฝ่ายค้านต้องการเชื่อมโยงกับพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท
เป็นการแฉนายประดิษฐ์ เพื่อลากไส้ประชาธิปัตย์ไปในตัว
สำหรับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ก็จะโดนแน่ๆเรื่องลุยถั่วแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิธีแบบกู้เงินมาแจก
ส่วนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ก็คงจะโดนพอท้วมๆ เท่านั้น!!
เริ่มแล้วศึกอภิปราย
ที่มา เดลินิวส์
ท่านนายกฯบอก การเลื่อนญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯกับอีก 5 รัฐมนตรี จาก 25-27 มีนาคม เป็น 19-20 มีนาคม (วันนี้กับพรุ่งนี้) เป็นเรื่องที่ ชัย ชิดชอบ ประธานสภา เป็นคนขอมา นายกฯไม่เกี่ยว แต่ฝ่ายรัฐบาลเตรียมซ้อมมือพร้อมแล้ว
นักข่าวตกข่าวสนิท อย่าว่าแต่พรรคเพื่อไทย ที่เซ่อไปเลย
อาการร้อนรนนี้ เป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากช่วงนั้น เป็นช่วงคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่ เตรียมบุกทำเนียบรัฐบาล และ อาจเลื้อยมาล้อมสภา เหมือนที่ “เสื้อเหลือง” เคยทำ จนเกิด เหตุการณ์ 7 ตุลาคม
กลายเป็นตำรวจฆ่าประชาชน !!!
ล่าสุด อนุคณะ กก.ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคดีอาญา สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ขณะที่ ผบ.ตร. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ โดนแค่ “เลินเล่อ” แต่ลูกน้องที่รับคำสั่ง โดนหนักทั้ง วินัยและอาญา ก็น่าคิด หาก ผบ.ตร.ไม่มีพี่ชายชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ที่ซี้ปึ้กกับ ผบ.ทบ. จะรอดปากเหยี่ยวปากกาหรือ
ส่วน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. รอดหวุดหวิด เพราะลาไปทำศพพ่อ เล่นเอาพันธมิตรฯ เต้นเป็นเจ้าเข้า ที่ตำรวจตงฉินอย่าง พล.ต.ต.อำนวย ไม่โดนจับขึ้นเขียงด้วย
ที่ อภิสิทธิ์-เทพเทือก-เนวิน ต้องชิงตัดหน้า เพื่อหนี กงเกวียนกำเกวียน กลัวกลาย เป็นรัฐบาลมือเปื้อนเลือด อย่างที่รัฐบาลเก่าโดน นั่นล่ะ ทั้งที่แกนนำ ปชป.ดูถูกการอภิปรายหนนี้ว่า แค่การ ตัดปิด และ ตัดแปะข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไม่เห็นมีอะไรต้องตื่นเต้น
วันนี้แหละจะรู้ ใครของจริง ใครขี้โม้ ปากกล้า ขาสั่น กันแน่
หัวหมู่ทะลวงฟันของพรรคฝ่ายค้าน เฉลิม อยู่บำรุง คราวนี้ต้องชม เก็บงำข้อมูลได้มิดชิด ไม่มีเล็ดลอดออกมาหน้าสื่อ โดยเฉพาะ กรณีเงินบริจาคปริศนา 258 ล้านของทีพีไอ แม้จะสาวไม่ถึง ปชป. แต่เงินที่โอนจากเมซไซอะฯ กลับไปเข้าบัญชีคนใกล้ชิดแกนนำพรรคเป็น สิบ ๆ ครั้ง
ทำไม เมซไซอะฯ ทำธุรกิจ แต่กลับไม่เก็บเงินไว้เอง โอนออกไปหมด หรือ ฟอกเงินให้ใคร !!!
อีกคน ที่น่าสนใจ มิ่งขวัญ แสง สุวรรณ์ หัวหมู่ทะลวงฟันด้านเศรษฐกิจ ตอน “ดีเบต” หาเสียงทางทีวีแข่ง กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ มิ่งขวัญ เคยกินขาด ด้วยมาดนิ่ม ๆ แต่แนวคิดเรื่องหาเงินเข้าประเทศ โดนใจคนฟังทั้งบ้านทั้งเมือง
คราวนี้ดูกันว่า เค้าจะชำแหละ เด็ก 2 คนที่กำลังแก้วิกฤติเศรษฐกิจ ได้โดนใจแค่ ไหน ???
อ้อ อีกเรื่อง กรณี แบงก์กรุงเทพ ได้งานออกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทไปครอง อ้าง ค่าบริหารถูกกว่ากรุงไทย แต่ทีข้าราชการทำไม ต้องบังคับให้บิน การบินไทย เท่านั้นล่ะ ทั้งที่ตั๋วแพงหูฉี่ เพราะ เงินรัฐ ต้องอุดหนุนกิจการของรัฐ น่ะสิ หรือ แบงก์กรุงเทพ เป็นนายทุนให้บางพรรค กับ ม็อบมีเส้น เลยได้งานไป
แต่ถึงที่สุด ทั้งหมดก็เป็นแค่กระบวนการประชาธิปไตย ฝ่ายค้านชุดนี้อาจดูไร้ราคา ทักษิณ อาจไม่ยอมตายซะที แต่ประเภท ตอนตัวเองเป็นฝ่ายค้าน ก็ทำอย่างนี้ แต่พออีกพรรคเป็นฝ่ายค้าน ดันบอก เป็นการสร้างความแตกแยกให้ชาติไปโน่น นิสัยถาวร เอาดีใส่ตัว โยนชั่วให้คนอื่น ไม่เปลี่ยนเลยนะ???
ล่าสุด จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศ จะร่นเวลาชุมนุมใหญ่เป็นปลายอาทิตย์นี้เช่นกัน ยังไง อย่าบุกยึดทำเนียบฯหรือสภาเชียว อยู่นอกรั้ว ดีสุด ไม่งั้น มท.1 ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อาจสั่งตำรวจให้เอา “ตาข่าย” มาดักจับก็ได้นะ เห็นฯพณฯ จะให้จัดโซนนิ่ง คนเสื้อแดงอยู่ด้วย
ทำยังกับเป็นผู้อพยพ โรฮิงยา ก็ไม่ปาน ทุเรศ....???.
'เพื่อไทย'ขอขยายศึกวันซักฟอก
ที่มา เดลินิวส์
เด็ก'เจ๊หน่อย'ซบพรรค'ภูมิใจไทย'
“เพื่อไทย” ลนลานขอขยายวันซักฟอกเป็น 19-21 มี.ค. เฉ่งยับ “มาร์ค” มัวหมอง “เหลิม” แฉถูกดักฟังฮัลโหล แถมแกล้งเปิดกระเป๋าหรูโชว์หลักฐานซักฟอกแน่น ด้าน “รัฐนาวา” พร้อมเจรจาหาข้อยุติวันนี้ แบะท่ายอมตามคำร้องขอ สั่ง ส.ส. งดคิวลงพื้นที่เสาร์-อาทิตย์แล้ว “มาร์ค” หน้าบานหลัง “ปชป.” ซ้อมแก้ข้อหาเงินบริจาคฉาว ส่วน “เด็กใหม่” ประกาศเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน อ้างเอกสิทธิ์ ส.ส. ไม่โหวตอุ้ม “กษิต” เหตุยึดสนามบินทำชาติเจ๊ง ฝ่าย “ภูมิใจไทย” ยันไม่กดปุ่มสวนพรรคร่วม ฮึ่มใช้ ก.ม.หมิ่นประมาท ปิดปากฝ่ายค้าน โอ่ “มท.1” ไม่อ่านบทซ้ำรอย รมต.หุ่น ขณะที่ “เจ๊หน่อย” ไฟเขียวเด็กในสังกัดย้ายซุกปีก “เนวิน ณ ภูมิใจไทย” อ้างเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ฮือฮา “ตัวเงินตัวทอง” นับสิบบุกทำเนียบฯ หึ่งลางร้ายรัฐนาวาอับปาง
“เพื่อไทย”ดิ้นค้านวันซักฟอก
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่รัฐสภา นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม ฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้ยื่นหนังสือถึงนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการกำหนดวันประชุมสภาในวันที่ 19-20 มี.ค. เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยมีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภา คนที่ 1 เป็นผู้รับเรื่องแทนประธานสภา
ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทยา พร้อมด้วยนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน นางฐิติมา ฉาแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เพื่อคัดค้านการเลื่อนวันประชุมสภาเพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมาเป็นวันที่ 19-20 มี.ค. โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มารับหนังสือแทน
อ้าง“มาร์ค”ไฟเขียวปลายมี.ค.
หนังสือที่วิปฝ่ายค้านทำถึงประธานสภา มีเนื้อหาว่า ตามที่ประธานสภามีดำริและมีระเบียบวาระการประชุมสภาให้พิจารณาญัตติด่วนอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวันที่ 19-20 มี.ค. วิปฝ่ายค้านได้ประชุมและมีมติเห็นว่าการกำหนดวันประชุมดังกล่าวไม่เหมาะสม เพราะประธานรัฐสภาได้กำหนดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของหน่วยประจำชาติไทยในองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศในวันที่ 20 มี.ค. 2552 และฝ่ายค้านยังเห็นว่าการตรวจสอบมีความ จำเป็นและสำคัญควรใช้จำนวนวันอภิปรายไม่น้อยกว่า 3 วัน ดังนั้นเพื่อให้การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติเป็นไปโดยความเรียบร้อยและมีประสิทธิ ภาพ วิปฝ่ายค้านจึงมีมติขอให้ประธานสภา ทบทวนการกำหนดวันการอภิปราย หากไม่สะดวกกระทำในสัปดาห์นี้ควรกำหนดเป็นสัปดาห์ต่อไป เพื่อให้ฝ่ายค้านทำงานตรวจสอบอย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นไปตามที่นายกฯ ได้ดำริไว้ด้วย
โวยขัดข้อบังคับ-จารีตประเพณี
ส่วนหนังสือที่ทำถึงนายกฯ ระบุว่า การดำเนินการของประธานสภา ไม่ชอบด้วยระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและประเพณีที่ถือปฏิบัติกัน มายาวนานที่สร้างหลักประกันในการรักษาผล ประโยชน์ของประชาชน คือ 1. ขัดข้อบังคับของสภา เนื่องจากวันที่ 19-20 มี.ค. ประธานสภา ได้กำหนดวาระการประชุมที่สำคัญไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นการจะเปลี่ยนวาระการประชุมมาเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจซ้อนเข้าไปนั้นจะต้องเป็นมติในที่ประชุมสภา การกระทำของประธานสภาจึงเป็นการทำโดยอำเภอใจ 2. ประเพณีที่ถือปฏิบัติกันของสภา วิปทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะต้องปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อให้กลไกของระบบรัฐสภาเดินได้อย่างราบรื่นอันจะก่อประโยชน์ต่อประชาชน แต่การกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้ ไม่ได้หารือกับวิปฝ่ายค้านเลย ซึ่งจะทำให้การประสานงานในสภาเกิดข้อขัดข้องและไม่ราบรื่นได้ในอนาคต
หลอกด่า“มาร์ค”ภาพมัวหมอง
3. การเข้าดำรงตำแหน่งของนายกฯ มีข้อครหาต่อสังคมว่ามาโดยมิชอบด้วยแนวทางประชาธิปไตย และเมื่อนายกฯ ได้บอกต่อสาธารณะแล้วว่า ควรจะให้เวลาและโอกาสแก่ฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเต็มที่และกำหนดวันเวลาที่เหมาะสม คือ วันที่ 26-27 มี.ค. แล้ว แต่กลับมีข่าวปรากฏต่อสาธารณะว่า นายกฯ และประธานสภาได้หารือลับ ๆ กับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของประธานสภา และมีความเห็นตามบุคคลดังกล่าว ให้ร่นเวลาการอภิปรายให้เร็วขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมาเป็นวันที่ 19- 20 มี.ค. โดยคาดหวังว่าจะเอาเปรียบทางการเมืองกับฝ่ายค้าน
“การกระทำดังกล่าวของประธานสภา จึงไม่เพียงแต่ขัดระเบียบข้อบังคับและละเมิด ประเพณีของสภาเท่านั้น แต่สร้างความมัวหมองให้นายกฯ ด้วย วิปฝ่ายค้านจึงเห็นว่าเพื่อเป็นการปกป้องภาพลักษณ์ของนายกฯ จึงขอให้ปรึกษากับประธานสภา และกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่นายกฯ ได้แจ้งต่อสาธารณะไว้ก่อนแล้ว ซึ่งชอบด้วยกฎระเบียบข้อบังคับและประเพณีที่ถือปฏิบัติมายาวนาน” หนังสือที่วิปฝ่ายค้านทำถึงนายกฯ ระบุ
ชี้“ปู่ชัย”โดนฉะทั้งขึ้นทั้งล่อง
นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และรองประธานคนที่ 1 กล่าวว่า ประธานสภาได้ตรวจสอบแล้วว่าญัตติดังกล่าวสมบูรณ์ จึงได้บรรจุญัตติดังกล่าวไว้ในวาระการประชุม ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมที่ระบุว่า เมื่อประธานสภาตรวจสอบแล้วเห็นว่าญัตติถูกต้องสมบูรณ์ ประธานต้องบรรจุเป็นเรื่องด่วน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ประธานสภาโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะถ้านายชัยบรรจุญัตติเร็วก็โดนว่าทำไมเร็วจัง แต่ถ้าบรรจุญัตติช้าก็หาว่าดองเรื่องไว้ ส่วนเรื่องความเป็นกลางของรองประธานสภาที่มาจากพรรคเพื่อไทยในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ประธานในที่ประชุมมีหน้าที่ดูแลการประชุมให้เรียบร้อยตามข้อบังคับ หากเอนเอียงหรือไม่เป็นกลาง ก็จะถูกสมาชิกลุกขึ้นประท้วง ดังนั้นขอให้มั่นใจได้ว่าประธานในที่ประชุมเป็นกลางแน่นอน
ส่วนการขอขยายวันอภิปรายเพิ่มอีกนั้น รองประธานสภา คนที่ 1 กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของวิปทั้งสองฝ่ายปรึกษาหารือร่วมกัน เมื่อประธานสภากำหนดแค่ 2 วัน ซึ่งหากมีการอภิปรายกันในวันศุกร์เลยเวลาเที่ยงคืน ก็สามารถขยายเวลาอภิปรายออกไปอีก 1 วัน แล้วให้มีการลงมติในวันอาทิตย์หรือวันจันทร์ก็ได้ ไม่น่ามีปัญหา
เผยหนังสือเปลี่ยนระเบียบวาระ
สำหรับความชัดเจนเรื่องการประชุมสภาเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิ การสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สผ 0014/ผ66 ลงวันที่ 16 มี.ค. 2552 ถึง ส.ส. เรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระการประชุมวันที่ 19 มี.ค. เวลา 11.00 น. และให้นัดประชุมสภาเป็นพิเศษ ในวันที่ 19 และ 20 มี.ค. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จึงขอเชิญ ส.ส. มาประชุมในวันดังกล่าว โดยมีระเบียบวาระการประชุมตามที่เสนอมา
ฝ่ายค้านขย่มต่อซื้อส.ส.7หลัก
นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า เวลา 2 วันที่ประธานสภากำหนดไว้ไม่น่าจะพอ เพราะมีผู้ประสงค์จะอภิปรายเกิน 40 คน เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้อตัว ส.ส. ด้วยตัวเลข 7 หลัก เพื่อโหวตให้กับฝ่ายรัฐบาล ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มีข่าวมานานแล้ว ก็ยังมีความพยายามจะทำกันอยู่ แต่อย่าไปพูดเลย เอาไว้ดูตอนโหวตดีกว่า “คนที่จะรับเงินเพื่อโหวตสวนมติพรรคนั้น ถ้ายังลืมตาไม่สว่างก็ยินดีให้ไป คนพวกนี้เป็นประเภทพวกหูหนวก ตาบอด อยากจะไปก็ไม่เป็นไร”
นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อก่อนมีแต่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่เดี๋ยวนี้ต้นไม้ขุดรากวิ่งตามลูกไม้แล้ว ความจริงข้อมูลของฝ่ายค้านครบแล้ว แต่ในทางปฏิบัติมันต้องทำซีดี ฉายพาวเวอร์พอยท์ให้ผู้สื่อข่าวได้เห็นด้วย ซึ่งต้องใช้เวลาจัดทำทางเทคนิค เพราะเดี๋ยวนี้การอภิปรายแค่โชว์เอกสารอย่างเดียวไม่ได้ หากกำหนดวันอภิปรายเร็วขึ้นก็คงใช้เวลาทำเอกสารแบบไม่ต้องหลับต้องนอนกัน
“เหลิม”ปูดถูกดักฟังโทรศัพท์
ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย กรณีประธานวิปฝ่ายค้านยื่นหนังสือขอให้เลื่อนเวลาการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปตามกำหนดเดิม โดย ร.ต.อ.เฉลิม มีสีหน้าประหลาดใจ พร้อมกล่าวว่า เชื่อว่าประธานสภา คงไม่เลื่อนตามคำร้องขอ เนื่องจากญัตติดังกล่าวได้บรรจุเป็นระเบียบวาระเรียบร้อยแล้ว
ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวมีความพร้อมในการเปิดอภิปรายมาหลายเดือนแล้ว ขอบอกเลยว่าเริ่มอภิปรายเวลา 09.30 น. ไม่เกินเวลา 14.00 น. ได้เสียแน่นอน และหลังจากอภิปรายเสร็จ ตนจะไปติดเอกสารเป็นนิทรรศ การย่อย ๆ ที่ห้องวิปฝ่ายค้าน จากนั้นอีก 2 สัปดาห์จะหาที่ทำนิทรรศการให้ประชาชนได้เข้าไปดูอีกครั้ง ส่วนที่รัฐบาลจะตั้งวอร์รูมก็ทำไป แต่ ถ้าเชื่อมั่นว่าไม่เคยทำผิด ไม่บกพร่อง ก็อย่าใช้อำนาจหน้าที่ไปกดดันข้าราชการอย่างที่พยายามทำกันอยู่ และที่รู้สึกได้ตอนนี้ คือ มีการดักฟัง โทรศัพท์ตน เพราะมีการตามไปยังแหล่งข้อมูลที่เคยพูดโทรศัพท์กัน
“พท.”ขอเพิ่มวันซักฟอก 1 วัน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมได้แจ้งกำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. โดยจะไม่มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคแต่อย่างใด นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และเห็นว่าหากรัฐบาลยืนยันจะเปิดอภิปรายวันที่ 19-20 มี.ค. และลงมติในวันที่ 21 มี.ค. วิปฝ่านค้านจะขอเพิ่มจำนวนวันอภิปรายอีก 1 วัน เป็นอภิปรายวันที่ 19-21 มี.ค. และลงมติในวันที่ 22 มี.ค. นอกจากนี้พรรคมีมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา พ.ศ. ...และจะไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพราะเป็นการนำประเทศไปจำนำกู้เงินและสร้างหนี้ให้กับประเทศชาติ รวมไปถึงยังผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 อีกด้วย
ส่วนกรณีที่ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี พรรคเพื่อไทย ระบุว่าตัวเป็นเพื่อไทยแต่หัวใจเป็นภูมิใจไทยว่า พรรคให้เอกสิทธิ์ ส.ส. โหวตสวนมติพรรคได้ ทั้งนี้พรรคจะไม่ขับ ร.ต. ปรพล ออกจากพรรค แต่ให้ประชาชน จ.สระบุรี เป็นผู้พิพากษาเอง และเชื่อว่าผู้ที่ปันใจไปอยู่พรรค ภูมิใจไทยนั้นมี ร.ต.ปรพล คนเดียวเท่านั้น
ปัด“เจ๊หน่อย”ร่วมงาน“เนวิน”
นายพร้อมพงศ์ยังได้นำภาพถ่ายป้ายคัตเอาต์ขนาดใหญ่ที่ จ.อุบลราชธานี มีรูปนายวุฒิพงศ์ นามบุตร และนายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส. อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ มีข้อความว่า “เชื่อมั่นประเทศไทยมั่นใจ ปชป. ข้าราชการ ลูกจ้างรับ 2,000 บาท ช่วยเศรษฐกิจ” และ “ได้แล้วเบี้ยยังชีพ พ่อใหญ่แม่ใหญ่ เดือนละ 500 บาท” โดยกล่าวว่า เป็นการจับโกหกคำโตของพรรคประชาธิปัตย์ที่นำงบกระตุ้นเศรษฐกิจไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะ ส.ส.ทั้ง 2 คนอยู่ ระหว่างการพิจารณาใบเหลือง และยุติการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. ดังนั้นกรณีดังกล่าวจึงเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.
รายงานข่าวแจ้งว่า พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายนายอภิสิทธิ์ในวันแรก ส่วนวันที่สองจะอภิปรายนายกษิต ส่วนรัฐมนตรีที่เหลืออีก 4 คนจะอภิปรายในวันที่สาม
นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กรุง เทพฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะคุณหญิงสุดารัตน์กับ นายเนวิน ชิดชอบ กินเกาเหลากันแล้วจะไปร่วมงานกันได้อย่างไร อีกทั้งการแข่งขันในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น หากไปอยู่พรรคอื่นคงแข่งขันลำบาก
“มาร์ค”ลั่น รมต. ห้ามอ่านบท
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านจะขอให้ขยายวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าปกติประธานสภาจะออกวาระการประชุมซึ่งมักกำหนดให้มี 2 วัน แต่ถ้าอภิปรายไม่เสร็จ จะไปตกลงกันว่าจะขยายวันหรือไม่ สำหรับตนไม่มีปัญหา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภา เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอ้างว่าการเลื่อนวันอภิปรายให้เร็วขึ้นเป็นเกมของรัฐบาลที่ต้องการให้ฝ่ายค้านตั้งตัวไม่ทัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของประธานสภา บอกตามตรงว่าตนก็ไม่สะดวก เพราะต้องยกเลิกและเลื่อนกำหนดการงานต่าง ๆ ด้วย
ส่วนการที่นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าอาจมี ส.ส.ไม่ลงมติไว้วางใจให้นายกษิต ภิรมย์ รมว. การต่างประเทศ นั้น นายกฯ กล่าวว่า นายกษิต บอกว่าไม่รู้สึกหนักใจและพร้อมชี้แจงทุกอย่าง ต่อข้อถามว่า จะมีการเขียนบทให้รัฐมนตรีที่ตอบคำถามไม่เก่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ใครเขียนบท เขาห้ามอ่าน”
ให้เอกสิทธิ์ส.ส.กดปุ่มลงคะแนน
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะให้ ส.ส. ลงมติเป็นในแนวทางเดียวกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคไม่มีมติเรื่องนี้ และจะให้ ส.ส. ลงมติโดยใช้เอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีฝ่ายค้านระบุว่ามีการจ่ายเงิน 7 หลัก เพื่อให้ ส.ส. ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายนั้น ตนไม่คิดว่าจะมีอะไรอย่างนั้น ทั้งนี้ เวลาจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มักจะมีข่าวลือออกมามาก ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 21 มี.ค. จะยังลงพื้นที่พบประชาชนใน จ.ชลบุรี หรือไม่ เพราะวันดังกล่าวเป็นวันลงมติ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเสร็จทันก็จะไป
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่ได้เล่นเกมไม่ให้ฝ่ายค้านและกลุ่มเสื้อแดงตั้งตัว แต่ประธานสภาโทรฯ มาแจ้งว่าสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมรัฐ สภาเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างประเทศ 3-4 ฉบับ และหลังจากนั้นประธานสภาต้องเป็นผู้แทนไป สรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้นจะเลื่อน ไปเดือน เม.ย. ก็ตรงกับวันสงกรานต์ ท่านจึงถามว่าพร้อมหรือไม่ รัฐบาลก็ต้องตอบว่าพร้อมทุกวัน
ยันผลโหวตไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อนและเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก่อนที่จะอภิปรายต้องตรวจสอบข้อมูลมีหลักฐานไว้ก่อน เพราะฉะนั้นตนไม่คิดว่าตรงนี้จะเป็น ปัญหา ต่อข้อถามว่าถือว่าได้เปรียบมากขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าเป็นการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เป็นการทำหน้าที่ถามมาก็ชี้แจง และเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนรวมถึงนายกษิตสามารถชี้แจงฝ่ายค้านได้ทุกประเด็น ตนไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่น่าเป็นห่วง เมื่อถามว่า การลงมติของรัฐมนตรีทุกคนจะต้องได้คะแนนเท่ากันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ไม่เคยเท่ากันสักครั้ง เมื่อถามต่อว่า ฝ่ายค้านบอกว่าการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลไม่มีโอกาสที่จะปรับ ครม. แต่รัฐบาลอาจจะต้องยุบสภา นายสุเทพ กล่าวว่า ฝ่ายค้าน ก็ต้องพูดอย่างนั้นอย่าไปตื่นเต้นมาก
“จำไม่ได้หรือตอนที่ผมเป็นฝ่ายค้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีก็โฆษณาชวนเชื่อเป็นเรื่องใหญ่ ผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น แม้ว่าครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จะเป็นหัวหน้าในการนำ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมก็ไม่ตื่นเต้น ไม่รู้สึกอะไร เป็นเรื่องขำ ๆ ไป” รองนายกฯ ระบุ
คาดฝ่ายค้านลาก“แม้ว”มาด้วย
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการรวบ รวมข้อมูลช่วยเหลือรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย กล่าวว่า ทราบอยู่แล้วว่าเป้าหมายอันดับแรก คือ นายอภิสิทธิ์ รองลงมา คือ นายกษิต ซึ่งรัฐบาลได้วิเคราะห์แล้วว่า เป้าหมายพรรคเพื่อไทยต้องการสร้างความเสียหายให้กับนายกฯ และพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล โดยโยงเรื่องกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนมองว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านจะพยายามเชื่อมโยงไปถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงการและการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมถึงการเคลื่อนไหวของนายใจ อึ๊งภากรณ์ ดังนั้นเมื่อเราเห็นเป้าหมายของฝ่ายค้านชัดเจน ก็ได้เตรียมข้อมูลและเนื้อหาที่จะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้แจ้งในที่ ประชุม ครม. ให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไปเตรียมข้อมูลด้วย
“ปชป.”ประกาศยกมือประท้วง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์ บุณย เกียรติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการเตรียม ความพร้อมในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้นัดประชุมวันที่ 18 มี.ค. เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา เพื่อจัดทำฐานข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้รัฐมนตรีนำข้อมูลดังกล่าวไปตอบชี้แจงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นเวลา 14.00 น. ในวันเดียวกันจะประชุมร่วมกับวิปฝ่ายค้าน เพื่อจัดสรรเวลาและวางกรอบเพื่อให้การอภิปรายกระชับ ให้รัฐมนตรีมีโอกาสชี้แจงเท่าเทียมกัน หากมีการ พาดพิงบุคคลภายนอกและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง นอก จากรัฐมนตรีทั้ง 5 คนแล้ว เช่น เรื่องเงินบริจาค 258 ล้านบาท ในปี 2547-2548 ถ้าหากพาดพิง ถึงพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะใช้สิทธิพาดพิงทั้งพรรค ซึ่งจุดนี้ต้องทำความเข้าใจร่วมกันให้ชัดเจนก่อน
ส่วนกรณีฝ่ายค้านจะอภิปรายนายกฯ ในวันแรกเพียงคนเดียวนั้น ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะนายกฯ สามารถตอบญัตติเชื่อมโยงให้ประชาชนทราบได้ดีกว่ารัฐมนตรีคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป และวิปรัฐบาลไม่ได้เป็นห่วงรัฐมนตรีคนใดเป็นพิเศษ
เมิน“เด็กใหม่”ไม่หนุน“กษิต”
นายชินวรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ส.ส.รัฐบาลบางคนจะไม่โหวตให้ นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ว่า ถือเป็นความเห็นส่วนตัว แต่พรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกันว่ายังไม่พบว่ารัฐมนตรีทำงานบกพร่อง ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีใครมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้
นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ประธานคณะทำงานปฏิบัติการทางการเมือง (วอร์รูม) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า บรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงเน้นการให้ฝ่ายค้านอภิปรายมากกว่าให้ ส.ส. รัฐบาลลุกขึ้นตอบโต้ แต่ต้องพิจารณาเนื้อหาด้วยว่าจะต้องไม่เป็นการต่อว่า ด่าทอ นอกประเด็นอย่างที่แล้วมา ซึ่งครั้งนี้คงไม่มีลักษณะการจัดองครักษ์พิทักษ์นายกฯหรือรัฐมนตรี เพราะมั่นใจว่าผู้ถูกอภิปรายสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้
โว“เสี่ยจิ้น”ไม่ซ้ำรอย“สุริยะ”
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายเนวิน ชิดชอบ ได้หารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ก่อนที่จะผลักดันให้เลื่อนญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เร็วขึ้นว่า ไม่ทราบว่ามีการหารือกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะร่นเข้ามาหรือร่นออกไปก็คงไม่มีผลต่อการชี้แจงข้อกล่าวหาของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมช.มหาดไทย เพราะข้อกล่าวหาไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เชื่อว่าจะสามารถตอบหรืออธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ได้ ซึ่งตนทราบว่าถ้าจะอภิปรายวันนี้รัฐมนตรีทั้ง 2 คนก็พร้อมตอบอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า นายเนวินมีบทบาทในการช่วยชี้แจงอย่างไรบ้าง โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่มี ความจริงนายชวรัตน์ และนายบุญจง ก็มีประสบการณ์ทางการเมืองอยู่แล้ว แม้นายชวรัตน์อาจพูดจาช้าไปบ้างตามสไตล์ แต่ตอบได้เนื้อหาสาระอยู่แล้ว ไม่มีสคริปต์อย่างที่สื่อบางฉบับไป เขียนแน่นอน และจะไม่ซ้ำรอยเหมือนสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม
“เนวิน”ฮึ่มฟ้องหมิ่นกราวรูด
ส่วนกรณีฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงไปถึงนายเนวินและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นั้น นายศุภชัย กล่าวว่า ข้อบังคับสภาห้ามพูดถึงบุคคลภายนอกอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีการเกี่ยวพันไปถึงบุคคลภายนอกในลักษณะหมิ่นประมาท ผู้ที่ถูกพาดพิงถึงซึ่งไม่ใช่เฉพาะนายเนวินหรือนายศักดิ์สยามก็มีสิทธิที่จะดำเนินคดีกับผู้อภิปรายได้อยู่แล้ว และขอฝากเตือน ส.ส. ให้ระมัดระวัง
โฆษกพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธกระแสข่าวการใช้เงิน 7 หลักในการโหวตของ ส.ส. ครั้งนี้ โดยยืนยันว่า ส.ส.อยู่ด้วยอุดมการณ์อยู่แล้ว ไม่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน เมื่อถามว่า ส.ส. พรรคภูมิใจไทย จะโหวตสนับสนุนนายกษิต ภิรมย์ รมว. การต่างประเทศ หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้ประชุมกัน แต่หลักการพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าฟังแล้วไม่มีพฤติการณ์อะไรที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำที่ไม่ชอบจริง ๆ ก็ต้องโหวตไปตามมติของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ส่วนที่มีข่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะโหวตให้รัฐบาลก็คงต้องดูกันไป
ตัวเงินตัวทองแห่วิ่งเล่นทำเนียบฯ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำ เนียบรัฐบาลว่า ระหว่างการประชุม ครม. ได้เกิดเรื่องที่สร้างความฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาข้าราชการ และสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากมีลูกตัวเงินตัวทองยาวกว่า 1 ฟุต ประมาณ 10 ตัว ออกมาจากโพรงกลางต้นโศกน้ำ ต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่คู่กับบ้านนรสิงห์ก่อนที่ จะมาเป็นทำเนียบรัฐบาล โดยต้นโศกน้ำดังกล่าวปลูกอยู่บริเวณทางเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้ากับ ตึกบัญชาการ ซึ่งลูกตัวเงินตัวทองที่อยู่ในโพรง ได้คลานออกมาวิ่งเล่นและนอนผึ่งแดด เมื่อข้าราชการและผู้สื่อข่าวไปยืนมุงดู ตัวเงินตัวทองเหล่านั้นก็ไม่แสดงอาการตกใจแต่อย่างใด สันนิษ ฐานว่าแม่ตัวเงินตัวทองคงมาแอบวางไข่ไว้ในโพรงต้นไม้จนฟักเป็นตัวออกมา อย่างไรก็ตามได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปรากฏตัวของลูกตัวเงินตัวทองจำนวนมากครั้งนี้ น่าจะเป็นลางร้ายของรัฐบาล เนื่องจากใกล้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
รัฐบาลแบะท่าขยายวันซักฟอก
ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส. โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม อย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ รวมทั้งนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี ด้วย ภายหลังการประชุม นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรค แถลงว่า ที่ฝ่ายค้านขอขยายวันอภิปรายเป็น 3 วัน ประธานวิปรัฐบาลจะไปหารือกับประธานวิปฝ่ายค้านเพื่อให้ได้ข้อยุติในวันที่ 18 มี.ค. นี้ อย่างไรก็ดี พรรคได้กำชับให้ ส.ส. งดภารกิจในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ด้วย เพื่อเตรียมตัวประชุมเพื่อลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจล่วงเลยออกไป
เมื่อถามว่าหากมีการอภิปรายพาดพิงถึงกลุ่มพันธมิตรฯจะทำอย่างไร นพ.วรงค์ ตอบว่า ผู้ที่ถูกพาดพิงก็ต้องชี้แจง เช่น นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน ที่ต้องเข้าใจว่ามีบท บาทเป็นแกนนำพันธมิตรฯมาก่อนที่จะเข้ามาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์
“เกียรติกร”ไม่กลัว“ปชป.”ทุบ
นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส. ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมพรรคได้สอบถามตนเกี่ยวกับการออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการไม่โหวตให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ซึ่งตนได้ยืนยันว่ามี ส.ส.พรรค ร่วมรัฐบาลมาบอกกับตนระหว่างรับประทานอาหารร่วมกันว่าอาจจะไม่ลงมติโหวตให้นายกษิต จริง แต่ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร และในการลงมติจริง ส.ส. คนดังกล่าวจะทำตามที่พูดหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้ โดยที่ประชุมได้เตือนให้ตนระวังเรื่องการให้ข่าวกับสื่อมวลชนเท่านั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรมากกว่านั้น ทั้งนี้ในการลงมติของตน ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะโหวตอย่างไร เพราะ ส.ส. มีเอกสิทธิ์ 3 อย่าง คือ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง ดังนั้นจึงขอฟังการชี้แจงก่อน โดยเฉพาะการชี้แจงของนายกษิต ซึ่งตนคิดว่าการปิดสนามบินเป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศเสียหายจริง ตนมีจุดยืนอย่างนี้ พรรคจะทำอะไรกับตนก็ทำ
ขณะที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนจะไม่ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นเรื่องของพรรค ไม่เป็นกังวล ส่วนที่ถูกมองว่าจะเป็นจุดอ่อนรัฐบาลนั้น คิดว่าไม่มีปัญหา
ส.ส.ซ้อมแจงข้อหาเงินบริจาค
รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า นอกจากที่ประชุมจะหารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ยังได้ให้ ส.ส. ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 258 ล้านบาท อาทิ นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน นายประพร เอกอุรุ ส.ส.สงขลา และ น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส.พัทลุง ชี้แจงถึงข้อมูล โดยส่วนใหญ่แสดงความมั่นใจในข้อมูลที่มีอยู่ และเชื่อว่าจะสามารถหักล้างข้อมูลของฝ่ายค้านได้ และภายหลังการประชุมนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ได้ประชุมร่วมกันที่ห้องทำงานของนายบัญญัติ โดยได้เรียก ส.ส. ที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคไปชี้แจงอีกครั้ง ซึ่งภายหลังการหารือนายอภิสิทธิ์ได้เดินออกจากห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
รายงานข่าวแจ้งว่า พรรคประชาธิปัตย์จะมีการคืนตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา แล้วจะโยกนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ไปตำแหน่งอื่นแทน อาจเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง
“ชวรัตน์”ลั่นไม่ได้เป็นหุ่นเชิด
อีกด้านหนึ่ง ที่โรงแรมสยามซิตี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมพรรคภูมิใจไทย กรณีฝ่ายค้านอาจอภิปรายพาดพิงถึงนายเนวิน ชิดชอบ และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย ครอบงำการทำงานของ มท.1 ว่า นายเนวินไม่ได้นั่งอยู่ใน กระทรวง แต่คนทำงานอยู่ที่กระทรวง คือ นายศักดิ์สยาม ซึ่งตนแต่งตั้งขึ้นมาทำงาน หากนายศักดิ์สยามไม่มาทำงานก็ถือเป็นความผิด ส่วนนายเนวิน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของกระทรวงมหาดไทย เพราะสิทธิขาดอยู่ที่ตน
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาด ไทย และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะนำเรื่องการทุจริตงบอุดหนุนเฉพาะกิจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาทมาอภิปรายว่า เป็นการกล่าวหาเรื่อยเปื่อยโดยไม่มีมูล เรื่องนี้ถ้าใครทำผิดมิชอบ จริงก็ต้องรับผิดชอบ และคนที่พูดก็ต้องรับผิดชอบคำพูดด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องการซื้อตัว ส.ส. นั้น ก็เป็นเรื่องไร้สาระ
เด็กเจ๊หน่อยแห่ซบ“ภูมิใจไทย”
นายบุญจง ยังกล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ให้จับตาอดีตสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จะเข้าร่วมกับ พรรคภูมิใจไทยว่า ต้องไปถามนายสนธิ แต่พรรคเราเปิดกว้าง และการพิจารณาต้องเข้าสู่ที่ประชุมพรรค
รายงานข่าวจากที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย แจ้งว่า นายเนวิน ได้สั่งให้ ส.ส. ลงพื้นที่เช็กฐานเสียงและผู้สนับสนุนเพื่อเตรียมความพร้อมคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เนื่องจากนายเนวินต้องการที่จะเพิ่มจำนวน ส.ส.ภาคอีสาน ให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ บุตรสาวนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เดินทางมาร่วมประชุมพรรคภูมิใจไทยด้วย ซึ่ง น.ส.ศุภมาส มีกระแสข่าวว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกพรรคภูมิใจไทย
หนุนลูกทีมย้ายรังเพื่ออนาคต
น.ส.ศุภมาส ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยังมีชื่อเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ จึงไม่ทราบว่าในทางกฎหมายแล้วจะมาเป็นรองโฆษกพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ ซึ่งการมาประชุมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ได้เห็นชอบแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะมี ส.ส. ในกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์คนอื่นมาร่วมอีกหรือไม่
นายอุดมเดช รัตนเสถียร คนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า เรื่องที่มีข่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ จะมาร่วมพรรคภูมิใจไทยนั้น อาจเป็นได้ที่คุณหญิงสุดารัตน์ ได้เจอกับนาย อนุทิน ชาญวีรกูล บุตรชายนายชวรัตน์ ตามงานต่าง ๆ แล้วมีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะยก ส.ส. มาทั้งกลุ่ม โดยขึ้นกับความพอใจของ ส.ส. แต่ละคน ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ให้อิสระกับทุกคน ถ้าหากเห็นว่าย้ายไปอยู่แล้วจะมีอนาคตที่ดีกว่า ยอมรับว่ามี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินมาชักชวนตนด้วย แต่ตนยังใจแข็งอยู่ คงขึ้นอยู่กับความอดทนของแต่ละคน
“พท.”จัดคิวเชือดนายกฯ-5รมต.
ที่พรรคเพื่อไทย นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า เบื้องต้นพรรคได้จัดเรียงรายชื่อผู้ที่จะถูกอภิปรายตามลำดับดังต่อไปนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้เปิดกระเป๋ายี่ห้อหลุยส์ วิตตอง ใบใหญ่มาโชว์ผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่าภายในมีสำเนาเอกสารภ.ง.ด.53 ที่พรรคประชาธิปัตย์แจงภาษีเงินได้ สำเนาเช็คที่เย็บรวมเป็นปึกหนา สำเนาเอกสารแสดงงวดรับเงินจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) โดยกล่าวว่า ข้อมูลมีความซับซ้อน มีเงินเข้าธนาคาร 75 ครั้ง ในเวลา 84 วัน ผ่านบัญชีธนาคาร 4-5 แห่ง ที่สำคัญมีเช็คใบหนึ่งน่าสนใจ เพราะปรากฏเบอร์แฟกซ์ของพรรคการเมืองหนึ่งด้วย เชื่อว่าข้อมูลของตนมีมากกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะมีคนของพรรคประชาธิปัตย์นำมาให้เอง.
ได้ฤกษ์ถล่ม
ที่มา ไทยรัฐ
มหกรรมอภิปรายไม่ไว้วางจได้ฤกษ์ระเบิดศึกขึ้นแล้ว และเร็วกว่ากำหนดที่คาดหมายกันไว้ 1 สัปดาห์
เนื่องจากนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งร่นวันอภิปรายไม่ไว้ วางใจ จากเดิมที่คาดกันว่าจะมีขึ้นใน วันที่ 26-27 มีนาคม มาเป็นวันที่ 19-20 มีนาคมนี้
เพราะจับยามสามตาดูแล้ว ถ้าให้อภิปราย กันในวันที่ 26-27 มีนาคม จะไปเข้าล็อกม็อบเสื้อแดงภายใต้การนำของกลุ่ม นปช.ที่ประกาศล่วงหน้านัดระดมพลคนเสื้อแดงชุมนุม ใหญ่ในวันที่ 29 มีนาคม ที่ท้องสนามหลวง เพื่อเคลื่อนตัวไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล
ยกระดับจากการชุมนุมต่อต้านเป็น การชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ชนิดเต็มรูปแบบ
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและเป็นการหลีกเลี่ยงเหตุชุลมุนวุ่นวายในกรณีที่ม็อบเสื้อ แดงอาจใช้แผนตลบหลังเคลื่อนพลมาปิดล้อม รัฐสภาในวันลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจสุ่มเสี่ยง เกิดปัญหาบานปลาย
“ประธานชัย” และวิปรัฐบาลจึงเห็นพ้อง ต้องกันให้เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรแบบด่วนจี๋ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอีก 5 พระหน่อ
ฉะนั้น วันนี้ (19 มี.ค.) ตั้งแต่ 09.30 น. เป็นต้นไป บรรดามิตรรักคอการเมืองแนว ซาดิสต์ ก็จะได้พบกับศึกบู๊ล้างผลาญฝ่าย ค้านถล่มรัฐบาลในสภาฯ
และก็แน่นอน แหงแซะ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วน ในฐานะ ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะสวมบทผู้นำฝ่ายค้าน นำทีมขุนพลฝีปากกล้าอภิปรายไม่ ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ถล่มมีพฤติกรรมส่อว่าจงใจฝ่าฝืนกฎ-หมาย มีปัญหามาตรฐานทางจริยธรรมและคุณธรรมต่ำ บกพร่องร้ายแรง
พุ่งเป้าเปิดแผลโจมตีพฤติการณ์ที่ไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ 9 ข้อ
1. เป็นชายไทย แต่กลับหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ ทหาร
2. การเข้ารับตำแหน่งนายกฯของนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย แต่อยู่ภายใต้การชี้นำของบุคคล บางกลุ่ม
3. มีพฤติกรรมจงใจฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยไม่เปิดเผย การรับเงินสนับสนุนจากบริษัทมหาชนที่จด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
4. มีพฤติกรรมเอื้อให้รัฐมนตรีหลายกระ- ทรวงทุจริตคอรัปชัน อาทิ กระทรวงการพัฒนา สังคมฯที่ปล่อยให้แจกปลากระป๋องเน่า กระทรวง คมนาคมมีการกระทำส่อไปในทางทุจริตในโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน
5. บริหารเศรษฐกิจจนทำให้ประชาชนว่างงานอย่างไม่เคยมีมาก่อน และยังแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ไม่มีประสบการณ์เข้ามาบริหาร อาทิ กระทรวงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม
6. ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรฯทำให้เกิดความล้มเหลวของระบบการเมืองและคุณค่าทางศีลธรรมของสังคม
7. ไม่มีนโยบายและวิธีแก้ไขปัญหายา เสพติดที่กำลังระบาดอย่างรุนแรง และไม่มีนโยบายขจัดความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้
8. ขาดจริยธรรมและคุณธรรมเนื่องจากจงใจบิดเบือนความจริง สร้างความแตกแยกของคนในชาติ และขาดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน
9. ใช้อำนาจโดยมิชอบและส่อว่าขัดต่อ รัฐธรรมนูญ กรณีขอให้บริษัทให้บริการโทรศัพท์ เคลื่อนที่ส่งข้อความเอสเอ็มเอสในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งนายกฯ
วางแผนจับ “อภิสิทธิ์” ขึงพืด ถล่มแหลกหวังให้น็อกคาสภาฯ
แต่ล่าสุด นายกฯอภิสิทธิ์ยังยิ้มกริ่ม ยืนยันทุกข้อกล่าวหาสามารถชี้แจงได้ ไม่รู้สึกหวั่นไหวกับการตรวจสอบในระบบ
เดี๋ยวก็รู้ว่าจะผ่านด่านอภิปรายฯไป แบบฉลุย หรือสะบักสะบอม!!!
“พ่อลูกอิน”
คนไกลบ้าน
ที่มา ไทยรัฐ
ฟ้าเชียงใหม่ ที่ผมไปเห็นเมื่อวันที่ 14-15 มี.ค. ปีนี้ ไม่สดใสเป็นสีฟ้า เป็นฉากหลังให้ก้อนเมฆสีขาวเคลื่อนคล้อยไปมา เหมือนฟ้าเชียงใหม่ ที่ผมไปวิ่งตามข่าวเมื่อปี 18
ดูข่าวทีวี เห็นทหารโรยตัวจาก ฮ. ลงไปดับไฟป่า ใช้น้ำฉีดสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนดิน ความชุ่มชื้นจะช่วยจับหมอกควันเข้าใจว่า จะลดตัวการที่ทำให้เชียงใหม่มัวหมองได้
ต้นเหตุของหมอกควัน...ก็รู้กันชัดเจน ถึงฤดูกาลที่ชาวบ้านต้องแผ้วถางป่า การเผาทำลายสิ่งที่ไม่ต้องการ เป็นวิธีการหนึ่ง
นี่คือวิถีชีวิต...จะห้ามกันอย่างไร ก็คงห้ามกันไม่ได้
ข่าวด้านรัฐบาล ไม่มีท่าทีจากรัฐมนตรีเกษตรฯ รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติฯ มีแต่ข่าวจากทหาร ทหารเขาเข้าใจ แทนการว่าร้าย ทหารส่งรถและกำลังคนเข้าไปช่วยกำจัด...สิ่งของที่ต้องเผา...ให้ชาวบ้าน
ถ้าทหารทำได้ทันเวลา...ทุกแห่งที่...โอกาสที่ชาวบ้านจะเผา ...ทำให้เกิดหมอกควันท่วมเมือง...ก็คงน้อยลง
และถ้าสื่อสารกันเป็นที่เข้าใจ ต่อไปก็คงจะไม่มี
พ้นจากข่าวทหารช่วยกำจัดหมอกควัน ในหลายจังหวัดภาคเหนือ ทหารอีกหลายหน่วยต้องเหน็ดเหนื่อยอยู่กับภาระ ช่วยบรรเทาปัญหาขาดน้ำให้ชาวบ้านในยามแล้ง ในพื้นที่กว้างขวางทั้งเหนือ อีสาน
นี่คือแนวรบใหม่...ที่ทหารวันนี้ จะต้องเผชิญ แทนแนวรบ...เก่า คือการปะทะหักหาญกันด้วยปืน
หากวางกรอบแนวรบใหม่ให้แน่ชัด...งบประมาณซื้ออาวุธ ก็ไม่จำเป็นต้องฟังคำทักท้วง รถถัง ปืนใหญ่ เรือรบ...ฯลฯ ใช้เงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ซื้อมาแล้ว
จะเอาไปรบกับใคร?
ถึงวันที่ทหารแน่ใจ...แนวรบใหม่คือ ความทุกข์ของประชาชน แทนการซื้อให้ถูกแอบนินทาว่ากินค่าคอมมิชชั่น ก็เปลี่ยน
เป็นซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่า รถบรรทุกน้ำ หรือเรือ...ใช้ในยามน้ำท่วมใหญ่ ฯลฯ
ในบรรยากาศงานอ่านบทกวี ความรักบนสวนโลก หอศิลป์ธนาคารกรุงไทย เมื่อบ่ายอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาส... ก็กระซิบถามศิลปินแห่งชาติคนใหม่ ท่านอดุลย์ จันทรศักดิ์
เมื่อไหร่ตุลาการจะกลับบ้าน?
“ผมไม่เห็นจะต้องกลับบ้าน” ท่านอดุลย์ทันควัน “เพราะผม (ตุลาการศาลปกครอง) ไม่เคยออกไปนอกบ้าน”
ผมรู้สึกว่า นับแต่วันปฏิวัติ 19 กันยาฯ ปี 49 ทหารก็ดูจะไปหลงอยู่นอกบ้าน
ถ้าภาระหน้าที่ทหารเปลี่ยนไป แนวรบใหม่ คือความทุกข์ร้อนของประชาชน ถึงวันนี้ ทหารน่าจะได้เวลากลับมา (บ้าน) ทำหน้าที่ของตัวเองให้เบ็ดเสร็จสมบูรณ์
บ้านเมืองที่ตุลาการไม่หลงออกไปนอกบ้าน บ้านเมืองที่ทหารมั่นคงอยู่กับทุกข์ร้อนของชาวบ้าน น่าจะเป็นบ้านเมืองที่เริ่มต้น...ความสมัครสมานสามัคคี
ส่วนที่ยังทะเลาะกันไม่ยอมเลิกรา ปล่อยให้เป็นเรื่องของนิสัยสันดานของนักการเมืองเขาเถิด
เผ่าพันธุ์นี้ ถ้าไม่มีเรื่องแบบนี้ ก็น่าจะต้องตั้งข้อสงสัย เขาจะไม่ใช่นักการเมืองตัวจริง.
“กิเลน ประลองเชิง”