WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 24, 2009

“ฤาษีเฒ่า” เชื่อ! ใน “กฎแห่งกรรม” ใครทำอะไรไว้ก็จะได้รับผลตอบแทน “บิ๊กป้อม” ชี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล อย่าพาดพิง “สถาบัน” แฉ! 'ทักษิณ' เคยบุกไปถึง “อาศรม

ที่มา thaifreenews

โดย : NEWS



วันที่ 23 มี.ค.2552 ที่ร.ร.มิราเคิล แกรนด์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องมนตรี โดยปฎิเสธข้อกล่าวหาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปราศรัยผ่านวิดีโอลิงก์กับกลุ่มคนเสื้อแดงในการชุมนุมใหญ่ที่จ.เชียงใหม่ เมื่อวานนี้ (22 มี.ค.) ที่ระบุถึงเบื้องหลังการถูกโค่นอำนาจ ซึ่งพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เล่าให้ฟังว่ามีพล.อ.สุรยุทธ์ เข้ามาจัดการและบุคคล 4 คนจากกระแสตุลาการภิวัตน์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ความจริงเป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งในส่วนตัวแล้วเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรมผู้ที่ทำอย่างไรไปแล้วมักจะได้ รับผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นในทางที่ดีหรือว่าในทางที่ไม่ดี

อย่างไรก็ตาม พล.อ.สุรยุทธ์ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นที่ว่าเหตุผลใด พ.ต.ท.ทักษิณจึงกล่าวพาดพิงถึง

"ประวิตร" จี้ “ทักษิณ” รับผิดชอบคำพูดตัวเอง-ปัดกองทัพเขียน"แผนตากสิน"

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอิน เปิดเผยชื่อบุคคลที่อยู่เบื้องหลังในการทำลายตัวเองว่า เรื่องนี้ไม่รู้ ต้องไปถามพ.ต.ท.ทักษิณเองว่า มีข้อมูลอะไร ขณะนี้อยากให้บ้านเมืองมีความรักความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ไม่อยากให้เกิดความแตกแยก อะไรที่ทำให้ไม่เกิดความแตกแยก สื่อมวลชนควรคิดเองว่า ควรจะทำอย่างไร ตนคงจะตอบอะไรไม่ได้ เพราะไม่ทราบข้อเท็จจริง เมื่อเขากล้าพูด เขาคงจะรู้ว่า ควรจะพูดหรือไม่ควรพูด

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง โดยมีการระบุว่า พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นหนึ่งในผู้เบื้องหลังทำลายตนเอง พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ไม่มี ตนไม่เห็นท่านไปพาดพิงสถาบันชั้นสูงอย่างไร ส่วนเรื่องตัวบุคคลต้องว่าต่อไป เพราะท่านกล้าเอ่ยนามยืนยันแสดงว่า ท่านคงจะรู้อะไร และท่านต้องรับผิดชอบในคำพูดของท่าน

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่ปัจจุบันมีการดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้อง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องแก้กันต่อไป แต่คงไม่ถึงขนาดดึงลงมา คิดว่าท่านคงไม่เกี่ยวข้องด้วยอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า จะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยว่า ประชาชนจะต้องรู้ และมีวิจารณญาณว่า อะไรที่เขาควรจะเชื่อ และอะไรที่ไม่ควรเชื่อ ขณะนี้ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า รัฐบาลพยายามจะแก้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องเศรษฐกิจที่วุ่นวายขณะนี้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีพยายามทำงานหนักอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า กองทัพไม่ได้เขียนขึ้น เพราะประเทศไทยมีระบบการปกครองที่ชัดเจน การทำอะไรคงไม่ง่าย และกองทัพไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง นอกจากนี้ประชาชนรู้ดีว่าทำอย่างไรประเทศจะสงบ


แฉ! เคยบุกเคลียร์ "เฒ่าแอ้ด" ถึงทำเนียบองมนตรี แต่ไม่สำเร็จ

" ตอนปี 2549 มีการกดดันให้กกต.ลาออก มีกกต.คนหนึ่งลาออก (พลเอกจารุภัทร เรืองสุวรรณ) ญาติเขาก็มาบอกว่ามีคนไปกดดันให้ลาออก คนแรกคือพลตรีจำลอง ศรีเมือง และพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ พอผมรู้ผมก็บุกไปหาสุรยุทธ์ถึงทำเนียบองมนตรี ถามว่าเกิดอะไรขึ้นครับพี่ ผมบอกมีอะไรก็พูดกับผมตรงไปตรงมากันดีกว่า ท่านบอกไม่รู้เรื่องเพราะเป็นทหารพลร่ม ที่ถือหลักไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

Monday, March 23, 2009

ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552

ที่มา cbnpress

โดย tik4u

ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552 ช่วงที่ 1/8
2009 03 21ChiangmaiThaksin1



ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552 ช่วงที่ 2/8
2009 03 21ChiangmaiThaksin2



ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552 ช่วงที่ 3/8
2009 03 21ChiangmaiThaksin3



ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552 ช่วงที่ 4/8
2009 03 21ChiangmaiThaksin4



ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552 ช่วงที่ 5/8
2009 03 21ChiangmaiThaksin5



ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552 ช่วงที่ 6/8
2009 03 21ChiangmaiThaksin6



ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552 ช่วงที่ 7/8
2009 03 21ChiangmaiThaksin7



ทักษิณ Video Link เชียงใหม่ 22/03/2552 ช่วงที่ 8/8
2009 03 21ChiangmaiThaksin8

รองนายกฯ เชื่อ ทักษิณ วิดีโอลิงค์กล่าวหาองคมนตรีเพื่อต้องการปลุกระดม

ที่มา MCOT News

ทำเนียบฯ 23 มี.ค. - รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เชื่อว่าการที่อดีตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยผ่านวิดีโอลิงค์กับกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวหาองคมนตรีและบุคคลในวงการศาล เพื่อต้องการปลุกระดมและก่อให้เกิดความวุ่นวายให้บ้านเมือง.-สำนักข่าวไทย

"ทักษิณ"VDOลิงค์เสื้อแดงที่เชียงใหม่ เสียดายไม่ได้กราบศพที่สาว

ที่มา มติชนออนไลน์คลิ้กชมรายละเอียดที่นี่

"ทักษิณ"VDOลิงค์เสื้อแดงที่เชียงใหม่ เสียดายไม่ได้กราบศพที่สาว


เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวผ่านวีดีโอลิงค์ มายังสนามกีฬากลางสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี โดยได้ทักทายกับผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงเป็นภาษาคำเมือง พร้อมบอกว่าต้องขออนุญาตลาศพพี่สาวที่เสียชีวิตออก 1 วัน เพื่อมาใส่เสื้อแดงมาพูดคุยกับประชาชน เสียดายที่พี่สาวตายแต่ไม่มีโอกาสไปกราบศพ วันนี้ขอพูดแบบลึกๆ ทุกครั้งไม่เคยพูดเพราะกลัวกระทบ แต่เมื่อไม่มีอะไรดีขึ้นก็จะพูด อยากฝากถึงคนเสื้อแดงทุกคนที่มาร่วมกันทวงคืนประชาธิปไตย เพราะไม่อยากให้เป็นการต้มตุ๋นทางประชาธิปไตย เหมือนที่ได้รัฐบาลราบ 11 คือ ไปตั้งรัฐบาลในกรมทหาราบที่ 11

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่รัฐบาลพรรคพลังประชาชนถูกยุบและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกปลด ก็มีงูเห่าเกิดขึ้น มีการดึง ส.ส.ออกไปเพื่อยกมือให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และเมื่อ 2 วันที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคประชาธิปัตย์ก็ชนะอีกครั้ง เพราะอุตส่าห์เสียเงินไปเพื่อซื้อส.ส.ให้มายกมือให้ แต่เริ่มมีการชี้เป้าไปที่ส.ส.ที่ไม่ยกมือให้ บางคนเริ่มกลัวก็มาสารภาพว่าได้เงินมา 2 แสนบาท และจะได้งบลงมาที่ท้องถิ่นอีกคนละ 20 ล้านบาท หากต้องการทราบเรื่องราวลึกๆต่างๆเพิ่มเติม ปลายเดือนนี้หนังสือของหมวดเจี๊ยบ ชื่อเรื่อง "ทักษิณ ARE U OK" จะออกวางแผง สามารถหาอ่านได้

"แม้ว"โยนระเบิดวิดีโอลิงก์เชียงใหม่ แฉ"2ผู้ใหญ่"เบื้องหลังปฏิวัติรวมหัวโค่นจากนายกฯ 26มี.ค.แฉต่ออีก

ที่มา มติชนออนไลน์

"แม้ว"วิดีโอลิงก์เสื้อแดงเชียงใหม่ แฉเบื้องหลังถูกปฏิวัติ-มุ่งจัดการข้อหาไม่จงรักภักดี ซัด4นักกฎหมายรุมเล่นงาน นัด26มี.ค.แฉต่ออีกยก อัยการเผยผลคุยข้อตกลงร่างสนธิสัญญาฮ่องกงราบรื่น เหลือ 2 ปมไม่ตรงกันระบบกฎหมายกับภาษา แย้มมีประเด็นขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนชั่วคราว "สมชาย"ขึ้นเวทีเชียงใหม่ ปลุกเสื้อแดงนับหมื่นรวมพลัง26มี.ค.


"ทักษิณ"วิดีโอลิงก์ซัด"งูเห่า"


เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ใช้วิดีโอลิงก์มายังผู้ชุมนุมที่เวทีสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ว่า วันนี้ขออนุญาตพูดถึงพี่สาว เพราะต้องใส่เสื้อสูทสีดำเพื่อเคารพศพพี่สาว ซึ่งอีกไม่นานตนจะตามไป แต่พวกที่ยังมีชีวิตอยู่ควรคิดอะไรเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมให้มากที่สุด ตนฝากอุดมการณ์ถึงผู้ชุมนุมให้เรียกร้องประชาธิปไตย อย่าทะเลาะ อย่าแตกแยก ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

"นับแต่ยุบพรรคพลังประชาชนเกิดงูเห่าแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ก็ไม่เสียใจ แต่การอภิปรายเมื่อ 2 วันที่ผ่านมายังมีการใช้เงินซื้อเสียงโหวต ส.ส. หลายคนรับสารภาพว่าได้เงิน 2 แสนบาท และงบฯพัฒนาท้องถิ่นคนะ 20 ล้านบาท เบื้องหลังจะลงในหนังสือของหมวดเจี๊ยบเล่มใหม่ ชื่อ"ทักษิณ อาร์ยู โอเค" สำหรับทางออกของประเทศจะพูดทั้งหมดในการชุมนุมใหญ่วันที่ 26 มีนาคมนี้"


แฉ"ผู้ใหญ่"อยู่เบื้องหลังปฏิวัติ


ต่อมาพ.ต.ท.ทักษิณได้เปิดประเด็นปัญหาทางการเมืองที่นำมาสู่ความวุ่นวายในปัจจุบันใจความว่า หลังจากผลเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 2 ที่พรรคไทยรักไทยได้ 377 เสียง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มาเตือนว่าจากนี้ให้ระวัง สื่อจะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านซึ่งตนได้หาข้อมูลและพบว่ามี"ผู้ใหญ่"บางคนเริ่มส่งสัญญาณผ่านสื่อว่าในวังไม่เอาตนแล้ว และจากการที่พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.กอ.รมน.ไปพบตนที่จีนเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เล่าให้ฟังว่า ต้นปี 2549 ถูกเรียกไปพบผู้ใหญ่คนหนึ่งชื่อย่อ"ส."ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยถนนสุขุมวิท ได้รับแจ้งว่ามีผู้ใหญ่อีก 2 คนกล่าวหาตนไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งพล.อ.พัลลภรับทราบมาแต่ยังไม่ได้ทำอะไร

"ต่อมาก็ได้มีการลงมือเอาชีวิตผม 2 ครั้งจนในที่สุดมาถึงกรณีคาร์บอมบ์ที่พล.อ.พัลลภยืนยันไม่เกี่ยวข้องแต่รับว่ามีการใช้คนของกอ.รมน. ซึ่งหากจำได้ จ่ายักษ์ที่ถูกจับได้ให้การว่าหากคาร์บอมบ์ไปสำเร็จ จะมีการปฏิวัติและคนที่จะเป็นนายกฯเป็นผู้ใหญ่ชื่อ "ส."


มุ่งจัดการข้อหาไม่จงรักภักดี


พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นมีการกดดันให้กกต.ลาออก จนเหลือ 3 คน ซึ่งต่อมาผู้ที่ลาออกได้มาเล่าให้ตนฟังว่ามีผู้มากดดันให้ออกคือพล.ต."จ." และ พล.อ. "ส." ตนจึงบุกไปที่ทำงานของพล.อ."ส."ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ได้คำตอบว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นทหารพลร่ม ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยโกรธเคืองพล.อ."ส." แต่มีปัญหาจากกรณีที่ตนเชิญ"หม่องเอ"มาเยือนไทย แต่แล้วจากนั้นไม่นานวันที่ 25 เมษายน 2545 ก็มีการเคลื่อนไหวของทหารปะทะกันชายแดนพม่าจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 35 คน ทั้งที่กำลังเจรจาเรื่องยาเสพติดอยู่ แต่แล้วคนเหล่านี้ก็มามุ่งจัดการตนด้วยข้อกล่าวหาไม่จงรักภักดี ทั้งที่ตนจงรักภักดีล้านเปอร์เซ็นต์ และกลายเป็นข้ออ้างในการมุ่งล้มล้างรัฐบาลที่มีอำนาจเยอะจากผลพวงรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ตนไม่ได้ร่าง แต่นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นผู้นำร่างและมีนพ.ประเวศ วะสี เป็นเจ้าของแนวคิดในการปฏิรูปการเมืองและร่างรัฐธรรมนูญที่สามารถแก้ปัญหาการเมืองและรัฐบาลอ่อนแอได้


นัด26มี.ค.แฉต่อลึกกว่านี้


พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวว่าขณะนี้ล่าสุดมีการปล่อยข่าวเรื่องแผนตากสินเพื่อล้มสถาบัน โดยพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รับลูก ซึ่งขอยืนยันว่าตนมีแต่หัวใจที่ทุ่มเทให้กับการทำงานจนทำให้ประชาชนเข้าใจว่าประชาธิปไตยกินได้จริงๆ แต่จะขอพูดถึงต้นตอของปัญหาและหนทางแก้ไขเพิ่มเติมในวันที่ 26 มีนาคมนี้

"คนที่เกี่ยวข้องที่ผมพูดถึงจะโกรธอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ทุกฝ่ายก็มีวันตาย เราเอาชาติรอดดีกว่า เอาประเทศให้ผาสุขดีกว่า เอาความสบายพระราชหฤทัยของในหลวงดีกว่า แต่หาการเมืองไม่จบก็จะพูดต่อไปเรื่อยๆ พูดลึกขึ้นทุกวันว่าใครทำอะไร จะแฉทั้งหมด และยืนยันว่าเป็นความจริง ไม่ใช่โกหกรายวัน คนอย่างผมคุยรู้เรื่อง หากไม่อยากคุยรู้เรื่องผมก็ไม่รู้เรื่องด้วย ตอนนี้ผมมองข้ามช็อตนายอภิสิทธิ์ไปแล้ว ต้องตามล้างคนที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อให้ประชาธิปไตยกลับคืนมา สำหรับเศรษฐกิจไม่รู้จะแก้อย่างไรแล้ว แต่หากประชาชนพร้อมผมก็พร้อมที่จะมาแก้ปัญหาให้"

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวในตอนท้ายว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกน่ากลัว จากเคยเติบโต 5% ต่อปี แต่ปีนี้จะหดตัว -1% อเมริกาและยุโรปลด 20% ทำให้ถอยหลังไป 7 ปี คาดว่าถึงปี ค.ศ. 2011 จะมีคนตกงาน 30 ล้านคน สำหรับประเทศไทยขณะที่รัฐบาลมีโครงการต้นกล้าอบรมคนว่างงาน จ่ายเงินเดือน 4,500 บาท แต่ค่าโฆษณาโครงการ 180 ล้านบาท ไม่รู้ว่ากู้เงินเพื่อหาเสียงหรือไม่ ยิ่งกรณีนายอภิสิทธิ์บอกว่า 3-4 เดือนเศรษฐกิจจะฟื้นตัวนั้น ตนไม่เชื่อ เพราะขณะนี้หดตัว 2-3 % ส่งออกลดลง 25% กำลังการผลิตลดลงอีก 15-25 % คนชั้นกลางกำลังถูกเลิกจ้างงาน สินค้าเกษตรราคาตกต่ำไป 10% ของจีดีพี เชื่อว่ารัฐบาลอุ้มไม่ไหว ซึ่งในปี ค.ศ. 2010 จะมีหนี้สาธารณะพุ่งเกิน 50% ของจีดีพี ซึ่งหากจะให้ตนแก้ไขก็ต้องรอฟังทางออกวันที่ 26 มีนาคม

"สมชาย"ขึ้นเวทีคุยพาปท.รอด


เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่สนาม 700 ปีเชียงใหม่ นายสมชาย วงสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีคนเสิ้อแดงที่มาร่วมชุมนุมประมาณ 10,000 คน พร้อมปราศรัย ว่า ขอบคุณชาวเหนือที่เลือกนายกรัฐมนตรี 2 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ และตนเอง ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 2 คนเป็นคนเหนือที่ไม่ใช่คนโง่ นำพาประเทศไปรอดได้ สำหรับตนเคยจับมือผู้นำระดับโลกในการประชุมระดับใหญ่หลายเวทีแล้ว

"ช่วง 2 เดือนครึ่งที่เป็นนายกฯไม่เคยทำให้คนไทยผิดหวังหรือเสียชื่อคนชียงใหม่ จากนี้ไปจะตั้งหน้าตั้งตาทำความดี เรียกร้องประชาธิปไตยต่อไป"นายสมชายกล่าว และว่า มีเรื่องลับจะบอกว่าระหว่างเป็นนายกฯได้พบกับสมเด็จฯฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาหลายครั้ง ได้บอกเป็นการส่วนตัวว่าได้ติดตามการเมืองไทยตลอด และเปิดดูดีสเตชั่นทุกวันด้วย


แกนนำแดงยันไม่เลิกวีดีโอลิงก์

ก่อนหน้านี้ เวลา 13.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 3,000 คน นำโดยนายมหวรรณ กะวัง ประธานกลุ่มคนรักทักษิณแห่งประเทศไทย เคลื่อนขบวนออกจากสถานีวิทยุชุมชน 105.5 เมกะเฮิร์ตซ์ หลังตลาดสดแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ไปตาม ถนนเลียบคลองชลประทาน มุ่งหน้าสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทำให้การจราจรติดขัดยาวกว่า 2 กิโลเมตร

นายมหวรรณ กล่าวว่า กรณีนางเยาวลักษณ์ เสียชีวิตหลังพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินกับกลุ่มเสื้อแดงที่จ.เชียงรายนั้น พ.ต.ท.ทักษิณทราบว่าพี่สาวป่วยนาน และทราบจากญาติว่าให้ทำใจล่วงหน้าหลายวันแล้ว แต่การเสียชีวิตไม่เกี่ยวข้องการชุมนุมครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังยืนยันจะวีดีโอลิงก์กับผู้ชุมนุมตามเดิม


"สมชาย"ปลุกเสื้อแดงชม.รุก 26มี.ค.

วันเดียวกัน ที่โรงแรมวโรรสแกรนด์พาเลซ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เวลา 09.00 น. น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ขึ้นเวทีให้ความรู้สมาชิกเสื้อแดงเชียงใหม่ ในการอบรมอาสาสมัครเพื่อประชาธิปไตยกว่า 1,000 คน น.พ.เหวง กล่าวว่า เป็นระดมคนเสื้อแดงให้ไปรวมพลังครั้งใหญ่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลวันที่ 26 มีนาคมนี้ รู้สึกเสียใจคำพูดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงที่ระบุว่าจะนำกองกำลังมาประจำการที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อป้องกันข้าศึก แสดงว่ารัฐบาลมองว่าคนเสื้อแดงเป็นข้าศึก ดังนั้นก็จะมองรัฐบาลเป็นข้าศึกศัตรูเช่นกัน และจะต้องขับไล่รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมออกไปให้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในช่วงเช้านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์เข้ามาพูดคุยเพื่อเป็นกำลังใจการเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ที่บอกว่าจะโฟนอินเข้ามานั้น ไม่ได้ต่อสายให้ เพราะตอนนี้เป็นเวลาตีสองของต่างประเทศยังนอนอยู่ แต่มีความสุขดีและห่วงใยพวกเสื้อแดงเสมอ หากคนเชียงใหม่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ อย่าลืมไปช่วยกันรวมพลังกันให้มากๆ ในวันที่ 26 มีนาคมนี้


"มาร์ค"ขอทำหน้าที่ใช้คุณแผ่นดิน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มีนาคม ถึงการสร้างความสมานฉันท์ในประเทศ และลดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ว่าได้พิสูจน์ตลอดเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมาคือไม่ทะเลาะกับใคร รัฐบาลไม่เป็นคู่กรณีกับใคร เคารพและรับฟังทุกเสียงจริงๆ แม้แต่กลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยได้ติดตามข้อเรียกร้องและคดีความต่างๆ ตลอด ขอยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับสีเสื้อ แต่ต้องรักษาความถูกต้องในบ้านเมืองตามกฎหมาย

"ขอเชิญชวนทุกคนมาช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศ ถ้าผมแก้ปัญหาสำเร็จ ผลประโยชน์ไม่ได้ตกกับผม แต่ตกอยู่กับประชาชน ผมไม่เอาอะไรกลับบ้านไป และผมก็อยู่ตรงนี้ในเวลาที่จำกัด เพราะเดี๋ยวนี้รัฐธรรมนูญชัดเจนอยู่แล้ว ต่อให้คนสนับสนุนท่วมท้นอย่างไร ก็มีเวลาจำกัด ผมไม่คิดอะไรมากกว่านี้ ถือว่าผมมาทำหน้าที่ในการชดใช้บุญคุณที่แผ่นดินนี้มีให้กับผม ท่านที่ยังอยากที่จะแสดงออกคัดค้าน ผมเปิดโอกาส แต่ขอว่าอย่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ อย่าทำให้นโยบายหลายอย่างแทนที่จะไปถึงมือประชาชน ทำให้เศรษฐกิจฟื้นมาได้ๆ รับผลกระทบเท่านั้นเอง" นายอภิสิทธิ์กล่าว


รับเคยเห็นเอกสารแผนตากสิน

นายอภิสิทธิ์ยังตอบคำถามผู้ดำเนินรายการถึงรายงานข่าวเรื่องแผนตากสินเพื่อล้มล้างรัฐบาลบ้างหรือไม่ ว่า คงไม่ใช่สิ่งที่ตนอยากจะมายืนยันว่ามี หรือไม่มีจริง แต่ก็เคยเห็นว่ามีเอกสาร มีคนที่อาจจะมีความคิดนี้ แต่ไม่รู้ว่ามันกว้างขวางแค่ไหน ก็เป็นห่วงอยู่หากมีแนวคิดอย่างนั้น ถ้าทำอะไรที่มันรุนแรง ผิดกฎหมาย มันอาจจะสะใจคนบางกลุ่ม แต่มันเสียหายคนทั้งประเทศ ดังนั้นก็ไม่อยากให้ทำ

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงความคืบหน้าในการปฏิรูปการเมือง หลังสถาบันพระปกเกล้าตอบรับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการนั้น ว่า คาดว่าจะมีโอกาสพูดคุยกับฝ่ายค้านในสัปดาห์นี้ ซึ่งเท่าที่ทราบฝ่ายค้านก็ต้องการเดินหน้าเรื่องการปฏิรูปการเมือง แต่ถ้ามีข้อเสนอที่ดีกว่าการให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นเจ้าภาพ ตนก็ยินดีรับฟัง


ปชป.แก้ลำตั้งกองทุนพอเพียงทั่วปท.


น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 26 มีนาคมนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นการยกระดับทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หวนคืนกลับสู่อำนาจทางการเมืองเพื่อกลับมาทวงผลประโยชน์ของตัวเองกลับคืน ยืนยันว่าจะไม่ตอบโต้ทางการเมือง ไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อเป็นการแบ่งแยก แต่จะใช้นโยบายคู่ขนานเพื่อสนับสนุนแนวนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ยากจน โดยตั้งเป็นกองทุนพอเพียงกระจายไปทั่วประเทศไม่แบ่งแยกพื้นที่ว่าเป็นสีแดงหรือสีเหลือง ดังนั้น ขอให้ประชาชนเข้าร่วมนโยบายนี้


นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และกำลังเคลื่อนไหวการเมืองที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยอ้างว่าพึ่งองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยไม่ได้ ว่า พฤติกรรมของนายยงยุทธมีรูปแบบเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณที่ไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรมไทยและไปเคลื่อนไหวเรียกร้องในต่างชาติ รวมทั้ง ยังสอดคล้องกับแผนตากสิน ที่ใช้สื่อและองค์กรระหว่างประเทศเพื่อกดดันรัฐบาล


แกนนำแดงอยุธยาโวยถูกตาม

ด้านนางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมคนเสื้อแดงอยุธยา กล่าวว่า ล่าสุดถูกชายลึกลับ 2 คนขับรถยนต์กระบะเชฟโลเล็ต สีเทา ทะเบียน บธ 4390 พระนครศรีอยุธยา มาจอดใกล้บ้านและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของตนตลอดเวลา เมื่อคนเสื้อแดงเดินไปถามว่ามาทำอะไร ชายทั้ง 2 คนกลับขับรถยนต์ไปอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามและคนของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มาเฝ้าติดตามพฤติกรรม คิดว่าจะไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่สภ.วังน้อย เเพราะเกรงจะเกิดอันตรายได้ และวันที่ 26 มีนาคมนี้กลุ่มคนเสื้อแดงจากพื้นที่ภาคกลางจะเข้าร่วมชุมนุมทำเนียบรัฐบาล


ผบช.น.สั่งคุมเข้มชี้มีสิ่งบอกเหตุ

ทางด้านพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่จะเคลื่อนขบวนจากสนามหลวง ผ่านถนนราชดำเนินมายังทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 26 มีนาคม ว่า เตรียมพร้อมแล้ว ยังคงใช้แผนเดิมเช่นเดียวกับการเคลื่อนขบวน ของนปช.ครั้งก่อน และระวังป้องกัน เหตุรุนแรง และเหตุแทรกแซงจากมือที่สาม ทั้งนี้เพื่อความไม่ประมาท เพราะสิ่งบอกเหตุจากการตรวจค้นพบอาวุธที่สนามหลวงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลอดจนพฤติกรรมของกลุ่มคนเร่ร่อนในบริเวณนั้น

"จะต้องตรึงกำลังบริเวณทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้มีการบุกเข้าไป ขณะนั้นจะเป็นช่วงที่มีงานกาชาดด้วยก็เป็นห่วงเช่นกันว่าจะไปกระทบต่อนักท่องเที่ยว แต่จะพยายามไม่ให้เกิดผลกระทบ"ผบช.น.กล่าว

พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ได้เตรียมแผนอาร์มทองไว้หากตำรวจร้องขอกำลังทหารเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นแผนเดิมที่เคยปฏิบัติมา


"อัยการ"คุยผลเจรจาฮ่องกงราบรื่น

ด้านนายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานอัยการ กล่าวหลังกลับจาก เจรจาร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไทย - ฮ่องกง เพื่อติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า การเจรจาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยอธิบายและแลกเปลี่ยนความเห็นในร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งกันและกัน มีประเด็นใดที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันและรับกันได้บ้าง ส่วนที่สองฝ่ายเห็นตรงกัน คือ หากมีความจำเป็นต้องส่งเอกสารหรือข้อมูลต่างๆ ระหว่างกัน จะส่งผ่านมายังผู้ประสานงานกลางของแต่ละฝ่าย ในส่วนขอไทย คืออัยการสูงสุด

"สำหรับประเด็นที่ยังรับกันไม่ได้ หรือมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ก็จะทำเครื่องหมายวงเล็บเอาไว้เพื่อให้คณะทำงานแต่ละฝ่ายนำประเด็นกลับไปศึกษาและพิจารณา ก่อนจะนัดเจรจาร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนฯในครั้งต่อไป ได้รายงานความคืบหน้าวาจาให้นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุดทราบแล้ว


ยังขัด2ปม"ระบบกม.-ภาษา"

เมื่อถามถึงประเด็นในร่างสนธิสัญญา ฯ ที่ไทย – ฮ่องกง มีความเห็นไม่ตรงกัน นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า 1.กฎหมายของฮ่องกง ใช้ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์(Common Law System) หรือกฎหมายจารีตประเพณี ขณะที่กฎหมายไทยใช้เป็นระบบประมวลกฎหมาย หรือระบบลายลักษณ์อักษร (Civil Law System) 2. ภาษา แม้ร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกงใช้ภาษาอังกฤษ เหมือนสนธิสัญญาฯ หรือกฎหมายประเทศอื่นๆ แต่เมื่อให้คณะทำงานในส่วนของฮ่องกงแปลความหมายให้คณะทำงานของฝ่ายไทยฟังก็พบว่ามีความหมายเฉพาะ แตกต่างไปจากความหมายในคำศัพท์ภาษาอังกฤษบ้าง เรื่องนี้เป็นไปตามที่เราได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

"ดังนั้น คณะทำงานของแต่ละฝ่ายจึงต้องนำประเด็นต่างๆ กลับไปพิจารณาอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยคาดว่าในอนาคตร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย - ฮ่องกง จะมีทั้งหมด 3 ภาษา คือภาษาอังกฤษ ไทย และจีน"


เผยมีประเด็นส่งตัวผู้ร้ายชั่วคราว

นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป คือ คณะทำงานฝ่ายฮ่องกง ต้องการให้ร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย - ฮ่องกง ระบุความผิดเป็นข้อหาให้ชัดเจน ประมาณ 46 ข้อหา เช่น ข้อหาลักทรัพย์ ,ฉ้อโกงทรัพย์ หรือเลี่ยงภาษี เป็นต้น ซึ่งฮ่องกงให้เหตุผลว่า กฎหมายฮ่องกงให้อำนาจเท่าที่ระบุไว้ แต่คณะทำงานของไทยต้องการให้ใช้ถ้อยคำกลางๆ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งหมด เช่น ผู้ใดกระทำผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป สามารถขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตามสนธิสัญญาฯดังกล่าวได้ เป็นต้น และยังพิจารณาในประเด็นรายละเอียดอื่นๆ เช่น การขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนชั่วคราว หรือบางกรณีที่ยกเว้น ไม่สามารถส่งให้ได้ตามสนธิสัญญาฯ

แม้วโฟนอินแฉยิบ แผนสังหาร อ้าง"พัลลภ"สารภาพ

ที่มา ข่าวสด

ไม่มางานศพพี่ นัดคุ้ยอีก26มีค. มาร์คปลื้มโหวต ได้เสียงเกินคาด




แม้วแฉ- กลุ่มเสื้อแดงประมาณ 2 หมื่นคน นั่งฟังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โฟนอินเข้ามา แฉผู้อยู่เบื้องหลังการโค่นล้มและลอบสังหารตัวเอง ที่สนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.

"มาร์ค"ยันไม่ปลด "กษิต" บอกรัฐบาลไม่มีจุดอ่อน งานในตำแหน่งรมว.ต่างประเทศไปได้ดี เรื่องคดีจะทำตรงไปตรงมา ไม่ได้สิทธิเหนือคนอื่น ออกตัวส.ส.มีอิสระ ผู้ไม่ลงคะแนนไว้วางใจให้อย่าไปเรียกว่าเป็น"งูเห่า" เบรกข่าว"ประชา" แต่งตัวรอนั่งรมต. ยังไม่ได้คิดปรับครม. รุกสมานฉันท์-คุยฝ่ายค้านสัปดาห์นี้ ปชป.อ้างจับเท็จข้อมูลซักฟอกฝ่ายค้าน 6 เรื่อง ยันร้องกกต.ยุบเพื่อไทยได้ "พีระพันธุ์"จี้ดีเอสไอสอบข้อมูลรั่วถึงมือฝ่ายค้าน เพื่อไทยไม่ขับงูเห่า เรียกคุยถามเหตุผล 24 มี.ค. เตรียมฟ้อง"มาร์ค"ละเว้นหน้าที่อุ้มกษิต "สดศรี"โวยดีเอสไอชิ่ง โยนคดีปชป.ให้พิจารณา ทั้งที่ยื่นฟ้องศาลได้เลยและเร็วกว่า เสื้อแดงเชียงใหม่ชุมนุมคึกสนาม 700 ปี 2 หมื่น แม้วโฟนอินแฉคนร่วมขบวนการโค่นล้มตนเอง

"มาร์ค"ไม่ปลด"กษิต"คะแนนเกินคาด

เวลา 09.00 น. วันที่ 22 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ จัดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นายกฯ กล่าวขอบคุณส.ส.ที่สภาลงมติไว้วางใจตนเองและรัฐมนตรี 5 คน ให้ดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ประเด็นหรือข้อท้วงติงที่ฝ่ายค้านอภิปรายแล้วเป็นประโยชน์จะนำกลับมาแล้วมอบให้สำนักงานเลขา ธิการคณะรัฐมนตรี รวบรวมประเด็นแล้วเสนอ ครม. ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง หรือเรื่องอื่นๆ ที่มีการหยิบยกอภิปรายขึ้นมา

ผู้ดำเนินรายการถามถึงกระแสข่าวกดดันให้ปลดนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายกฯ กล่าวว่า ดูจากตัวเลขที่ลงมติให้วิปรัฐบาลคำนวณว่าจำนวนส.ส. ที่ถือว่าอยู่ฝ่ายรัฐบาลหักด้วยส.ส.ที่ลงคะแนนไม่ได้คือรัฐมนตรี จะมีอยู่ 237 เสียง เมื่อลบผู้ลาประชุมหรือมาไม่ทันจำนวน 3-4 คน จะมีเสียง 233-234 ดังนั้นเมื่อได้คะแนนไว้วางใจ 246 เสียงถือว่าได้มากกว่าที่คาดคิดไว้ ส่วนผู้ไม่ลงคะแนนไว้วางใจให้อย่าไปเรียกว่าเป็น "งูเห่า" เพราะส.ส.มีเอกสิทธิ์ มีสิทธิ์ มีความเป็นอิสระตามรัฐ ธรรมนูญในการลงคะแนน อาจมีสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน ประชาราช แม้กระทั่งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจลงคะแนน งดออกเสียง ไว้วางใจ หรือไม่ไว้วางใจบ้าง ขอขอบคุณทุกๆ คน ถือว่าให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อไปเมื่อได้รับโอกาสรัฐบาลต้องทำให้ดีที่สุด

สำหรับความเคลื่อนไหวให้ปลดนายกษิตพ้นตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ เพราะได้รับคะแนนน้อยที่สุดในบรรดารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีจุดอ่อน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงาน และอยู่ที่การประเมินว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ ในส่วน รมว.ต่างประเทศ ประเด็นที่ถูกอภิปรายส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการเคลื่อนไหวก่อนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีกับเรื่องกัมพูชา คิดว่ารัฐมนตรีชี้แจงได้ค่อนข้างชัดเจน แต่เข้าใจดีว่าเพื่อนสมาชิกจำนวนมากอาจมีมุมมองที่แตกต่างและสะท้อนความรู้สึกนี้มาค่อนข้างต่อเนื่อง แต่คะแนน 237 เสียงที่ รมว.ต่างประเทศได้รับก็มากกว่า 234 เสียงที่ประเมินว่าจะได้

ฟุ้งงานคืบเร็วกว่าที่ตั้งไว้ 99 วัน

สำหรับการประเมินว่าสอบผ่านหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าประเมินตัวเองต้องประเมินเงียบๆ ถ้าต่อสาธารณะต้องให้สาธารณะประเมิน แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือทำงานไม่หยุด รู้ว่าประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤต ประชาชนลำบาก โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และตนทำงานโดยไม่มีผลประโยชน์อื่น ยึดประโยชน์ของส่วนรวมอย่างเดียว ส่วนความสำเร็จความล้มเหลวในการทำงานต้องให้คนอื่นประเมิน ระยะเวลาที่ทำงานมา 80 กว่าวัน แม้ยังไม่ถึง 99 วันที่รัฐบาลตั้งไว้ว่าต้องมีอะไรชัดเจน ได้ทำงานหลายอย่างที่เป็นไปตามเป้าหมาย เช่น เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แผนรอบที่ 1 งบประมาณผ่านสภาเรียบร้อยกำลังลงถึงมือประชาชน มีการเตรียมการรอบ 2 หรือรอบ 3 ไว้แล้ว ในแง่ความเชื่อมั่นได้ทำให้สถานการณ์ต่างๆ นิ่งหรือมีเสถียรภาพมากขึ้น ต่างประเทศมีความเข้าใจมากขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงที่ให้เกิดขึ้น และการจัดประชุมสำคัญ เช่น อาเซียนซัมมิตผ่านพ้นไปเรียบร้อย มองรวมๆ 82 วันถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยังพอใจไม่ได้ เศรษฐกิจกำลังเผชิญปัญหาอยู่

นายกฯ กล่าวว่า ไม่อยากให้ประชาชนตกใจเรื่องเศรษฐกิจ แม้ปัญหาหนักแต่ถ้าร่วมมือกันทุกอย่างจะผ่านไปได้ ไม่ต้องกลัวเรื่องกู้เงิน เพราะขณะนี้ทั่วโลกต้องทำอย่างนี้ ส่วนที่มีการมองว่าเป็นเด็กอายุเพียง 44 ปี แต่เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยแปลกที่คนในวัยตนที่เข้ามาทำงานและมีความรับผิดชอบสูงขึ้นโดยลำดับ ตนขาดประสบการณ์ด้านไหนก็สอบถามจากผู้มีประสบ การณ์ เพราะเป็นคนที่รับฟัง ไม่ใช่คนที่เอาตัวเอง เป็นใหญ่ ดังนั้นตรงไหนขาดจะเติมให้เต็ม ถ้าความเด็กหมายถึงความสุจริต ความบริสุทธิ์ ความกล้าที่ จะทำอะไรใหม่ๆ ถือว่าเป็นสิ่งดี ในยุคนี้ก็ต้องการเหมือนกัน

ชี้กู้เงินแผน 2 หากไม่ทำเม.ย.หนักแน่

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เมื่อเศรษฐกิจหดตัวลงถ้าเราอยู่เฉยจะมีคนตกงาน ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้าไปลงทุนหรือใช้จ่ายเอง เงินลงทุนจะมาจาก 3 ทาง คือ ขึ้นภาษี กู้เงิน หรือขายทรัพย์สมบัติของชาติ รัฐบาลไม่คิดขายสมบัติชาติแต่เลือกวิธีกู้เงิน มั่นใจว่าไม่กระทบต่อสถานภาพของเศรษฐกิจประเทศ และหนี้สาธารณะไทยอยู่ในเกณฑ์ดี การกู้เงินอีกไม่ใช่ว่ามาตรการแรกไม่ได้ผลแต่เป็นการดำเนินมาตรการ 2 ระยะตามที่รัฐบาลมีนโยบาย หากไม่ทำเดือนเม.ย.และพ.ค.จะหนักหนาสาหัสมาก มั่นใจว่าหากดำเนินการตามนี้เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเราจะฟื้นตัวตามและจะมีรายได้เพียงพอมาใช้หนี้ได้อย่างสบายๆ อยากให้สบายใจ เข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงวิกฤตครั้งที่ 2 เราไม่เคยทำให้ประเทศเสียหายระยะยาว ตรงกันข้ามจะดูแลเรื่องเสถียรภาพ ความมั่นคงเป็นอย่างดี และปรึกษาหารือใกล้ชิดตลอดเวลากับกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการได้นำตัวเลขต่างๆ มาดูว่าการที่เศรษฐกิจโลกกำลังหดตัว การค้าหดหายไป 20-30% จำเป็นต้องมีเงินมาชดเชยในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น 3 ปีข้างหน้ารัฐบาลต้องเป็นผู้ลงทุนประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องไปแยกแยะว่าแหล่งรายได้จะมาจากที่ไหนอย่างไรบ้าง และตอนนี้กำลังทำโครงการในรายละเอียด มีทั้งเรื่องรถไฟความเร็วสูง ปรับปรุงเรื่องรถไฟ ถนน รวมทั้งถนนไร้ฝุ่น ตลอดจนการลงทุนใหญ่เรื่องแหล่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านชลประทาน นอกจากนั้น จะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาและการสาธารณสุข ซึ่งรายละเอียดจะนำเข้าพิจารณาในการประชุม ครม.เศรษฐกิจวันพุธที่ 25 มี.ค.

รุกสมานฉันท์-คุยฝ่ายค้านสัปดาห์นี้

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการสร้างความสมานฉันท์ระหว่างเสื้อเหลือง-แดงว่า สิ่งที่ตนพิสูจน์ตลอดเวลาที่ผ่านมาคือไม่ทะเลาะกับใคร รัฐบาลไม่เป็นคู่กรณีกับใคร และเคารพฟังทุกเสียงจริงๆ แม้แต่กลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้าน ส่วนข้อเรียกร้องและคดีความต่างๆ สั่งให้รายงานและติดตามกำชับตลอด ขณะนี้สามารถรายงานความคืบหน้าต่างๆ ได้ คดีความไม่ได้เกี่ยวกับสีเสื้อแต่ต้องรักษาความถูกต้องในบ้านเมือง ใครทำผิดกฎหมายกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปการเมืองได้เดินหน้าไปขั้นหนึ่ง มีองค์กรที่เป็นกลางเข้ามา

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับฝ่ายค้านตนจะไปหารืออีกรอบในสัปดาห์นี้ และจะเดินหน้าตรงนี้ต่อ รวมไปถึงข้อขุ่นข้องหมองใจว่ากฎหมายหรือระเบียบต่างๆ ปฏิบัติอย่างเป็นธรรมหรือไม่ ตนดูหมดและฟังทุกเสียงจริงๆ เช่น สิทธิเสรีภาพของคนใช้อินเตอร์เน็ต ยอมพบกับทุกกลุ่มไม่เคยรังเกียจ แถลงการณ์อาจต่อว่ารัฐบาล หรือประชาชนที่บอกว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด อาทิ เกษตรกร ไม่ต้องเดินขบวนติดต่อมาตนยินดีพบ ล่าสุดกำลังจะนัดเวลาพูดคุยกับชาวไร่อ้อย

นายกฯ กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถทำให้ทุกคนเห็นตรงกันทางการเมืองได้และไม่มีทาง ไม่เชื่อว่าจะมีนักการเมืองคนไหนทำให้คนทั้งร้อยชอบได้ เพียงขอให้เราเคารพความแตกต่าง อย่าขัดขวางการทำหน้าที่ของกันและกัน จะแสดงออกอย่างไรขอให้อยู่ภายใต้กฎหมาย วันนี้ขอย้ำเชิญชวนทุกคนให้ร่วมกันแก้ปัญหาของประเทศ ถ้าแก้ปัญหาของประเทศได้สำเร็จประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับตน แต่ตกอยู่กับพี่น้องประชาชน ตนไม่เอาอะไรกลับบ้านไปไหน มาอยู่ตรงนี้ในเวลาที่จำกัด เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน ต่อให้คนสนับสนุนท่วมท้นอย่างไรก็มีเวลาจำกัด ตนไม่คิดอะไรมากไปกว่านี้ ถือว่ามาชดใช้บุญคุณแผ่นดิน ไม่เป็นไรถ้าจะแสดงออกคัดค้านตนเปิดโอกาส แต่ขออย่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ อย่าทำให้นโยบายหลายอย่างแทนที่จะไปถึงมือประชาชน ทำให้เศรษฐกิจฟื้นมาได้ ได้รับผลกระทบ

รับเคยเห็นเอกสาร"แผนตากสิน"

ส่วนข่าวที่มีแผนตากสินจ้องล้มรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงไม่เป็นสิ่งที่ตนอยากมายืนยันว่ามีหรือไม่ แต่เคยเห็นว่ามีเอกสาร หรือมีคนที่มีความคิดนี้ ไม่ทราบว่ากว้างขวางแค่ไหน ก็เป็นห่วงถ้ามีหรือคิดอย่างนั้น เราแตกต่างกันในทางการเมืองไม่เป็นไรแต่ขอให้อยู่ภายใต้กติกา ขอให้ช่วยกันคิดถึงส่วนรวมเป็นใหญ่ การต่อต้านที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายเสียงของเขาก็ไปถึงคนที่ต้องการให้ได้ยิน แต่ถ้าทำอะไรรุนแรงผิดกฎหมายอาจสะใจคนบางกลุ่ม แต่เสียหายคนทั้งประเทศ ไม่อยากให้ทำ

ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสกดดันนอกสภาที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่และปิดล้อมทำเนียบ ในวันที่ 26 มี.ค. รัฐบาลเตรียมรับมืออย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จุดยืนเหมือนเดิมทุกครั้ง ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงจะรักษากฎหมายอย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุด เมื่อถามว่าจำเป็นต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาเป็นผู้ช่วยตำรวจเหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงได้เรียกประชุมไปแล้วและมั่นใจว่าจะรับมือได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิรูปการเมืองว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสได้หารือกับฝ่ายค้านเพราะเป็นช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ บรรยากาศไม่เอื้ออำนวยที่จะให้เดินเข้าไปพูดคุยกันเพราะเป็นช่วงเวลาที่เตรียมข้อมูลอภิปรายรัฐบาล แต่สัปดาห์นี้จะมีโอกาสได้พูดคุยกันแน่นอน เมื่อถามว่าฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยให้สถาบันพระปกเกล้าเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปการเมือง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านก็ต้องการให้การปฏิรูปการเมืองเดินหน้า คงต้องถามกลับว่ามีข้อเสนออะไรที่ดีกว่าหรือไม่ ตนยินดีรับฟัง สถาบันพระปกเกล้าที่พูดถึงเป็นตัวสถาบันไม่ใช่ตัวบุคคล และเป็นสถาบันที่สามารถระดมความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญเป็นสถาบันที่อิงกับฝ่ายนิติบัญญัติจึงไม่มีปัญหาหากจะดึงส.ส.เข้าไปมีส่วนร่วม แต่หากเป็นกลไกอื่นก็คงจะมีปัญหา

ทุ่มเวลาลงพื้นที่ช่วงปิดสมัยประชุม

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีวิธีจูงใจอย่างไรให้ฝ่ายค้านเข้ามาร่วมมือ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนคงต้องสอบ ถามว่าความห่วงใยอยู่ตรงไหน และตนยินดีที่จะเป็นคนกลางในการถ่ายทอดความห่วงใยดังกล่าว พร้อมทั้งดูว่าสถาบันพระปกเกล้าจะปรับเปลี่ยนเพื่อให้ฝ่ายค้านมีความมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหน

นายกฯ กล่าวด้วยว่า สัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หารือเรื่องหลักคือการพัฒนา เพราะมองว่ามันขาดหายไปในช่วงที่ผ่านมา และ 1 เดือนที่ผ่านมาได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปรวบรวมโครงการทั้งหมดที่มีความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนา และการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงอุปสรรคในการทำงานในโครงการต่างๆ เมื่อถามว่านายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เตรียมเสนอร่างกฎหมายเพื่อเข้ามาช่วยในการพัฒนาและแก้ปัญหาในพื้นที่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของกฎหมายยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่ในวาระการประชุมหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับนายถาวรบ้างแล้ว เนื่องจากมีร่างกฎหมายของส.ส. และขณะนี้รัฐบาลอยู่ในช่วงการประเมินการใช้กฎหมายทุกฉบับที่จะครบกำหนดในเดือนเม.ย.นี้

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตั้งใจว่าการลงพื้นที่จะเดินทางไปทุกภาค รวมทั้งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย แต่ต้องดูเวลาที่เหมาะสม คงเป็นช่วงปิดสมัยประชุมที่มีเวลาอยู่ประมาณ 2 เดือน ตนจะลงพื้นที่อย่างเต็มที่

เบรก"ประชา"นั่งรมต.-ยังไม่คิดปรับครม.

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงผลสำรวจล่าสุดของเอแบคโพลที่ระบุว่าประชาชนถึงร้อยละ 41.8 ต้องการให้ปรับนายกษิตพ้น ครม.ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้เดี๋ยวจะไปดู ตนพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกฝ่ายและยินดีรับฟังข้อห่วงใยจากทุกฝ่าย ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศเข้าใจว่าเรื่องการทำงานไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย งานด้านการต่างประเทศก็ ไปได้ด้วยดี แต่ที่ยังติดใจคือการเคลื่อนไหวของนาย กษิตก่อนหน้าเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งยืนยันได้ว่าหากมีคดีความทุกอย่างจะเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา นาย กษิตไม่ได้มีสิทธิ์เหนือคนอื่น และนายกษิตเองก็ระมัด ระวังมากขึ้นเพราะยึดถือตามนโยบายรัฐบาลคือจะต้องไม่ไปสร้างความแตกแยก

เมื่อถามว่าเมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างแรงกดดันภาย นอกกับการให้นายกษิตทำหน้าที่ต่อไปจะเลือกวิธีการใด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนยึดว่าการทำงานจะต้องมุ่งไปที่ความสำเร็จของการทำงาน ซึ่งมีการประเมินตลอดเวลา เมื่อถามถึงกรณีสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินบางส่วนยกมือสนับสนุนรัฐบาล มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่การปรับ ครม.ครั้งหน้าจะเข้ามาร่วมรัฐบาลด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดไปถึงเรื่องการปรับครม. แต่ถ้ามีเพื่อนส.ส.จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลมากขึ้นก็ต้องขอขอบคุณ คงต้องพูดคุยกับทางคณะกรรมการประสานงาน (วิป) และฝ่ายประสานงานด้วย

เมื่อถามว่าขณะนี้มีข่าวลือถึงขนาดว่า พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เตรียมแต่งตัวรอเป็นรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนยังไม่ได้คิดเรื่องการปรับ ครม. เนื่องจากที่ผ่านมาคะแนนโหวตจากการลงมติไม่ไว้วางใจคะแนนเสียงของรัฐมนตรีทุกคนมากกว่าจำนวน ส.ส.ของฝ่ายรัฐบาลที่คำนวณกันไว้ จึงคิดว่าจะเดินหน้าทำงานต่อไป แต่ก็รับฟังทุกเสียงสะท้อน

"สดศรี"โวยดีเอสไอชิ่ง

นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการ เมือง กล่าวถึงการตรวจสอบประเด็นเรื่องเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ และเงินกองทุนพัฒนาการเมือง ว่า ต้องรอให้มีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมกกต. หากทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน กกต.ก็ต้องให้รวมเข้าเป็นเรื่องเดียวกัน เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง ตนกลัวจะมีปัญหาจึงสั่งเจ้าหน้าที่อย่าเพิ่งเปิดกล่องเอกสาร เพราะต้องตั้งอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเอกสารในกล่องเอกสารที่ดีเอสไอส่งมา และต้องมีตัวแทนจากดีเอสไอมาร่วมเซ็นรับรองเอกสารถูกต้องทุกใบด้วย เพราะหากเปิดกล่องแล้วมีการอ้างว่าเอกสารหายไประหว่างที่อยู่กับกกต. จะถูกข้อครหาได้

นางสดศรีกล่าวว่า สัปดาห์นี้คาดว่าน่าจะเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมกกต.ได้ ตนจะเสนอและขอหารือกับที่ประชุมว่าก่อนเปิดกล่องควรตั้งอนุกรรมการขึ้นมาก่อนหรือไม่ ถ้ากกต.เปิดกล่องหลักฐานที่ ดีเอสไอส่งมาให้ก่อนก็อาจเป็นอันตรายกับกกต.ได้ เพราะดีเอสไอไม่ได้ทำเรื่องเข้ามาว่าได้ยื่นหลักฐานอะไรมาบ้าง ถ้ากกต.เปิดกล่องหลักฐานก่อนอาจมีการกล่าวหากกต.นำหลักฐานเท็จเข้ามาใส่ปะปน และก็อยากให้ดีเอสไอแถลงด้วยว่าทำไมถึงต้องส่งมาให้กกต.เพราะเหตุใด

นางสดศรีกล่าวว่า การตรวจสอบเรื่องนี้กกต.ต้องพิจารณาก่อนว่ามีอำนาจตรวจสอบหรือไม่ เพราะคิดว่าเมื่อดีเอสไอได้ตรวจสอบเรื่องนี้จนจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว สอบสวนมาตั้งแต่เดือนพ.ค.2551 ทำไมโยนเรื่องมาให้กกต.ในเวลานี้ หากเรื่องเสร็จแล้วก็น่าที่จะส่งต่อไปให้อัยการให้ส่งฟ้องศาล เมื่อดีเอสไอระบุว่าเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ก็สามารถฟ้องร้องดำเนินการได้ แต่หากเข้าพ.ร.บ.พรรคการเมือง อย่างที่กล่าวอ้างหากศาลตัดสินแล้วส่งมาให้กกต. ก็น่าจะเป็นการดีกว่าให้กกต.สอบในเวลานี้ เนื่องจากกกต.ต้องเริ่มสอบใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้า หากพรรคประชาธิปัตย์ผิดแล้วต้องถึงขั้นยุบพรรคก็สามารถส่งมาให้กกต. ดำเนินการตรวจสอบและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก็ได้ ดีเอสไอกลัวโดนการเมืองเล่นงานจึงโยนเรื่องนี้มาให้กกต. ตนก็จะเสนอนายทะเบียนในเรื่องนี้ด้วยว่าสมควรหรือไม่ที่เราจะรับเรื่องของดีเอสไอไว้พิจารณา

แนะ"เทือก"ฟ้องศาล"เหลิม"หลักฐานเท็จ

นางสดศรีกล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า ข้อมูลที่ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย นำมาอภิปรายเป็นความเท็จ ซึ่งจะยื่นให้กกต. ตรวจสอบและอาจมีผลถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทย ว่า กรณีกกต.จะพิจารณาประเด็นการอภิปรายที่มีการกล่าวหากันจะถึงขั้นยุบพรรคได้หรือไม่ กกต.จะพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่กรณีนี้น่าจะฟ้องร้องศาลมากกว่า เพราะเป็นการอภิปรายในสภา หากใครเสียหายก็เป็นการหมิ่นประมาทและถือเป็นความผิดทางคดีอาญา สามารถแจ้งความดำเนินคดีเหมือนคดีอาญาทั่วไป เพราะถือว่ามีการนำหลักฐานที่เป็นเท็จมายื่นให้กับหน่วยงานของรัฐ พรรคประชาธิปัตย์ก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องได้เช่นกัน

เมื่อถามว่าทั้ง 2 พรรคเตรียมยื่นหลักฐานให้กกต. มีวัตถุประสงค์เพื่อยุบพรรค อาจใช้กกต. เป็นเครื่องมือทางการเมือง นางสดศรีกล่าวว่า ที่ทั้ง 2 พรรคนำหลักฐานมาให้กกต. เป็นเรื่องดี ถือเป็นการช่วยกกต.หาข้อมูลเพื่อสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง การตรวจสอบเรื่องการใช้เงินของพรรคการเมืองยังไม่เคยมีเรื่องใหญ่เท่านี้มาก่อน ถ้าทั้ง 2 พรรคมีหลักฐานให้กกต.สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ประชาชนก็จะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

จี้ดีเอสไอสอบข้อมูลรั่ว

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุข้อมูลการอภิปรายเกี่ยวกับเงินบริจาคของบริษัท ทีพีไอ โพลีน ให้พรรคประชาธิปัตย์ มาจากสำนวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าวและที่ผ่านมาหลังตกเป็นข่าวตนไม่เคยเข้าไปสอบถาม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องการทำสำนวนคดีของดีเอสไอที่ยืนยันว่าตนไม่เคยเข้าไปแทรกแซง อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของพ.ต.อ.ทวี ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากดีเอสไอ มีการเปิดเผยข้อมูลให้กับพรรคเพื่อไทยจริงหรือไม่ และหากพบว่ามีการนำข้อมูลออกไปเปิดเผยจริงจะออกไปได้อย่างไร บุคคลใดนำไปเปิดเผย ซึ่งตนไม่จำเป็นต้องเรียกพ.ต.อ.ทวี มาสอบถามแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดี ดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า ดีเอสไอมีหน้าที่สอบสวนเฉพาะความผิดทางการเงิน ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เท่านั้น ส่วนประเด็นเรื่องพรรคการเมืองดีเอสไอส่งเรื่องไปให้กกต.วินิจฉัย

ปชป.อ้างจับเท็จฝ่ายค้านได้ 6 เรื่อง

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรรคประชาธิปัตย์ น.พ. บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความห่วงใยหลายเรื่อง โดยเฉพาะข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้านที่จะนำไปสู่การเมืองนอกสภาทำให้เกิดการแบ่งแยกของสังคม อยากเรียกร้องให้ฝ่ายค้านและกลุ่มเสื้อแดงทบทวน พรรคตรวจสอบข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายสามารถจับเท็จได้ทั้งสิ้น 6 เรื่อง คือ 1.การนำหลักฐานของนายอภิสิทธิ์ สมัยเข้ามาเป็นส.ส.สมัยแรก ที่อ้างว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคนั้น ยืนยันว่ามีหลักฐานการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของนายอภิสิทธิ์ ชัดเจนก่อนลงสมัครส.ส. 2.ที่ฝ่ายค้านโจมตีปัญหาเศรษฐกิจปี 40 จนเป็นที่มาของการกู้เงินจากไอเอ็มเอฟในสมัยพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องดังกล่าวไม่ได้กู้ในช่วงสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล แต่เกิดขึ้นสมัยพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ มีพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกฯ ดูด้านเศรษฐกิจ

3.กรณีเขาพระวิหารที่ระบุรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารตลอด 3 เดือน เป็นเหตุทำให้ชาติสูญเสียอนาธิปไตยก็ไม่เป็นความจริง เพราะก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วว่า มติครม.รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ครม.ทั้งคณะมีความผิด พรรคจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 24 มี.ค. เพื่อประสานกับกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับชายแดนทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลนี้ได้ระงับการสร้างถนนขึ้นเขาพระวิหารทางฝั่งเขมรเรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลเงินบริจาคใบสั่งตั้งแต่ยุค"หมัก"

4.กรณีของนายกษิต ที่ฝ่ายค้านระบุว่าถูกออกหมายจับ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะทางกระบวนการยุติธรรมพนักงานสอบสวนต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง หากมีมูลถึงจะขออนุมัติหมายจับ แต่หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วไม่มีมูลพนักงานสอบสวนก็ไม่สามารถออกหมายจับได้ นายกษิตจึงไม่จำเป็นต้องไปมอบตัว 5.กรณีฝ่ายค้านอภิปรายว่าพรรครับเงินจากบริษัทเอกชน 258 ล้านบาท ยืนยันว่าพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกกต.และดีเอสไอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏ 6.กรณีพรรคขอเงินอุดหนุน 23 ล้านบาท ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าไม่ได้นำไปใช้ตามวัตถุ ประสงค์และไม่มีการสั่งทำป้ายหาเสียง ก็ไม่เป็นความจริง ช่วงการเลือกตั้งปี 48 พรรคมีป้ายหาเสียงของพรรคติดอยู่ทั่วประเทศ จนเป็นเหตุให้ฝ่ายค้านนำเรื่องป้ายหาเสียงมาร้องเรียนต่อกกต.

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านเสนอข้อมูลที่บิดเบือน ถือเป็นการสร้างหลักฐานเท็จ พรรคจะเปิดโปงข้อเท็จจริงในทุกเรื่องที่ฝ่ายค้านโจมตีต่อสาธารณชนให้รับทราบ หากใครสงสัยขอให้ไปร้องต่อองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ และพรรคพร้อมให้องค์กรอิสระเหล่านั้นเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนที่นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส. ยโสธร พรรคเพื่อไทย ยืนยันชัดเจนว่าข้อมูลที่ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยนำไปอภิปราย ได้มาจากดีเอสไอ ขอตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวเป็นกระบวนการที่มีใบสั่งตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ผ่านทางนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม สมัยนั้นให้ไปดำเนินการทางลับบางอย่าง

ยันร้องกกต.ยุบเพื่อไทยได้

น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 26 มี.ค. เป็นการต่อสู้นอกสภา ไม่ใช่การสร้างกระแสเพียงเพื่อกดดันให้ดำเนินการนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการยกระดับการชุมนุมทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หวนคืนกลับสู่อำนาจทางการเมือง พรรคยืนยันว่าจะไม่ตอบโต้ทางการเมือง ไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อเป็นการแบ่งแยก แต่จะใช้แผนคู่ขนาน 2 ด้าน สนับสนุนแนวนโยบายเพื่อช่วยเหลือ ผู้ยากจน ด้านแรกตั้งเป็นกองทุนพอเพียงกระจายไปทั่วประเทศโดยไม่แบ่งแยกพื้นที่ว่าเป็นสีแดงหรือสีเหลือง ด้านสองขอเชิญบุคคลบุคลากรทุกฝ่ายที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาร่วมกับกลุ่มบุคคลที่ เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับของสังคมเพื่อปฏิรูปการเมือง ทำให้การเมืองและประเทศชาติกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกรณีนาย สุเทพ ยืนยันจะยื่นร้องกกต.ให้ยุบพรรคเพื่อไทย กรณี ร.ต.อ.เฉลิม นำข้อมูลเท็จมาอภิปราย น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า ยืนยันหลักฐานที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายไม่เป็นความจริง แม้แต่กกต.ก็ออกมายืนยันว่าไม่มีข้อเท็จจริงในเรื่องการให้เงินจากบริษัทเอกชน พรรคต้องดูข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะยื่นต่อกกต.ก่อนว่ามีเนื้อหาอย่างไร ส่วนกรณีร.ต.อ.เฉลิม ผู้นำข้อมูลมาอภิปราย ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจึงไม่สามารถที่จะนำไปสู่การยุบพรรคได้ เรื่องนี้จากการตรวจสอบข้อกฎหมายจะเห็นว่า การอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นการทำในนามพรรคเพื่อไทย สามารถเชื่อมโยงที่จะยุบพรรคได้ เพื่อความถูกต้องขอให้ดีเอสไอและกกต.ไปหารือและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจน

เพื่อไทยไม่ขับงูเห่า

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ภาพรวมพรรคพอใจแม้เสียงที่ออกมาจะแตกต่างกันบ้าง รัฐบาลยังคงได้รับการไว้วางใจก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ต้องขอขอบคุณพรรคพวกที่ออกจากพรรคไปก่อนหน้านี้ที่ชี้เป้าให้เห็นว่าใครยังยึดโยงอุดมการณ์อยู่กับพรรคเพื่อไทย จะช่วยให้การบริหารจัดการในพรรคง่ายขึ้น การลงคะแนนโหวตก็มีบางส่วนที่เป็นข้อผิดพลาดทางเทคนิค ส่วนพรรคเพื่อไทยจะขับส.ส.กลุ่มดังกล่าวหรือไม่ผู้ใหญ่ในพรรคได้พูดคุยกันเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ให้เอกสิทธิ์การโหวตของส.ส. แต่ระเบียบพรรคการเมืองต้องมีระเบียบวินัย ต้องมีการมาพูดคุยหารือให้ข้อเท็จจริงซึ่งกันและกัน

โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคจะไม่ขับส.ส. ออกจากพรรค แต่จะพูดคุยกัน บางทีส.ส.บางคนที่ งดออกเสียงเกิดจากผู้ที่ออกจากพรรคพลังประชาชนเดิมไปชักจูงด้านข้อมูลบางเรื่อง เหตุผลบางประการ เราต้องมาพูดคุยปรับความเข้าใจกันในการประชุมพรรควันที่ 24 มี.ค. เวลา 09.30 น. ซึ่งเป็นการประชุมสามัญประจำปี แต่ไม่มีวาระการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า สำหรับนายกษิตเห็นชัดว่ามีเสียงที่แตกต่างจากนายกฯ และรัฐมนตรีอีก 4 คนชัดเจน ขาดเสียงสนับสนุนไป 9 เสียง ซึ่งเป็นนัยยะที่สำคัญทางการเมืองของพรรครัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้มีส.ส.ประชาธิปัตย์บางคนจะขอร่วมอภิปรายพร้อมฝ่ายค้าน แต่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เบรกเกมนี้ไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นคงจะได้เห็นอะไรดีๆ หากเสียงไม่ไว้วางใจขนาดนี้ประเทศประชาธิปไตย ที่เจริญอย่างในยุโรป ญี่ปุ่น หากนายกษิตไม่หน้าหนาคงต้องลาออกไปแล้ว นายกฯ ก็ทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มยังไม่พอ ยังเป็นเจ้าบุญอุ้มอีก สาเหตุที่นายอภิสิทธิ์ ไม่กล้าปลดนายกษิตเพราะไม่อยากเปิดศึก 2 ด้าน ไม่อยากมีปัญหากับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชา ธิปไตย

เตรียมฟ้อง"มาร์ค"ละเว้นหน้าที่

โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคพอใจการทำหน้าที่ของร.ต.อ.เฉลิมมาก รวมถึงประชาชนที่สะท้อนผ่านคอลเซ็นเตอร์ เอแบคโพลที่สะท้อนว่า การอภิปรายมีผลต่อพรรคประชาธิปัตย์ แสดงให้เห็นว่าการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านไม่ใช่การจำอวด โดยเอกสารหลักฐานจะนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบจากกกต.

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคจะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายอภิสิทธิ์ ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากยังปล่อยให้นายกษิต ทำหน้าที่ต่อ ทั้งที่เป็น ผู้ต้องหาในคดีปิดสนามบิน ส่วนที่นายสุเทพขู่ว่าพรรคเพื่อไทยจะถูกยุบ ทำให้เห็นว่านายสุเทพไม่รู้จริง เพราะร.ต.อ.เฉลิมไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และการพูดในสภามีเอกสิทธิ์คุ้มครอง หลักฐานของพรรคเพื่อไทยบางเรื่องชัดเจนกว่าดีเอสไออีก สัปดาห์นี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะส่งเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้อตัวส.ส. นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามส.ส.ที่งดออกเสียงว่า มีเรื่องนี้จริงหรือไม่ ขณะนี้มีร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี เพียงคนเดียวที่มีความชัดเจนว่าต้องการไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคการเมืองอื่น ส่วน ส.ส.คนอื่นที่งดออกเสียงอาจเป็นเพราะรู้จักมักคุ้นกับรัฐมนตรีคนนั้น เลยงดออกให้ก็เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยต่อไป

"บรู๊ค"เผยรู้ข่าวแจก 1 ล.จากข่าวสั้น

นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวเป็นผู้ปราศรัยกับกลุ่มเสื้อแดงว่ามีการซื้อเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ความจริงเรื่องนี้ไม่มีอะไร บังเอิญกลุ่มเสื้อแดงไปรวมตัวกันในเขตพื้นที่บึงทองหลาง เชิญตนไปพบปะพูดคุยก่อนจะมีการซักถามถึงกระแสข่าวดังกล่าว ก็เล่าให้ฟัง ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรตนไม่ทราบ เพียงได้รับข่าวเป็นข้อความสั้นจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งทางโทรศัพท์มือถือ ว่ากลุ่มเพื่อนเนวินเตรียมซื้อเสียงในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีการให้เงินส.ส.คนละ 1 ล้านบาท แต่ตนไม่ทราบว่ามีการแจกเงินจำนวนดังกล่าวจริงหรือไม่ ตนพูดไปตามรายงานข่าวที่ได้รับมา กระแสข่าวดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่นั้นคงต้องไปถามพรรคและกลุ่มการเมืองที่เป็นข่าว ยืนยันตนไม่ได้รับการติดต่อและไม่ได้กล่าวหาใคร ส่วนเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรนั้นคนทำย่อมรู้ดี

"สมชาย"โฟนอินปลุกเสื้อแดง

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่โรงแรมแกรนด์วโรรส พาเลซ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จัดอบรมอาสาสมัครพิทักษ์ประชา ธิปไตยรุ่นที่ 1 มีน.พ.เหวง โตจิราการ ประธานที่ปรึกษากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเปิด เวลา 11.00 น.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุย 4 นาที ให้กำลังใจคนเชียงใหม่และเสื้อแดง และว่าให้คอยฟังพ.ต.ท. ทักษิณในเวทีความจริงสัญจรที่เชียงใหม่เย็นนี้ ถ้ารักพ.ต.ท.ทักษิณก็อย่าลืมไปแสดงพลังประชาธิปไตย ร่วมชุมนุมกันให้เต็มที่ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ที่ทำเนียบ

เวลา 13.30 น. เครือข่ายประชาชนผู้รักความยุติธรรมชาวล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ และกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 รวม 300 คน รวมตัวกันที่หน้าโรงแรม เดินทางไปสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ยื่นหนังสือต่อพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 เมื่อไปถึง ผู้ชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์ให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินคดีพันธมิตร พร้อมมอบหนังสือให้ พ.ต.อ.อักษร วงศ์ใหญ่ ผกก.สภ.แม่ปิง ซึ่งแจ้งว่าจะนำหนังสือดังกล่าวเสนอต่อ ผบช.ภาค 5 เพื่อพิจารณาส่งต่อไปยังพล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมกลับไปตั้งหลักที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรสอีกครั้ง ก่อนเคลื่อนกำลังไปสมทบกลุ่มเสื้อแดงที่เริ่มทยอยมายังสนามกีฬา 700 ปี นครเชียงใหม่

เสื้อแดงพะเยาร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนตั้งด่านเส้นทางไปสนามกีฬา 700 ปี เพื่อตรวจค้นอาวุธอย่างเข้มงวด และให้ตำรวจแต่ละโรงพักในพื้นที่สมทบกำลังดูแลความปลอดภัย ใช้กำลังทั้งหมดประมาณ 1,000 นาย

ขณะเดียวกัน กลุ่มเสื้อแดงพะเยา กลุ่มพะเยารักประชาธิปไตย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มพะเยาอาร์มี และกลุ่มรักประชาธิปไตย อ.จุน 1,000 คน นัดรวมตัวกัน ณ ศูนย์พระเครื่องเมืองพะเยา สี่แยกแม่ต๋ำ ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา เดินทางด้วยรถยนต์มาร่วมชุมนุมที่สนามกีฬา 700 ปี โดยที่ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 คน เดินทางไปล่วงหน้าแล้ว

นอกจากนี้ กลุ่มเสื้อแดงในนามคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตย ปี 52 จำนวน 200 คน นำโดยนาย วิเชียรชนิน สินธุไพร ประธานกลุ่ม น้องชายนายนิสิต สินธุไพร นายสมยศ พรมทา รองประธานกลุ่ม นายอุบล เศรษฐวิบูลย์ เลขานุการ และน.ส.กรองทอง ป้อมอุดร รวมตัวกันที่บริเวณหน้าโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย ก่อนเคลื่อนขบวนพร้อมปราศรัยบนรถกระจายเสียงแห่ไปตามถนนต่างๆ รอบเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และเชิญชวนให้คนร้อยเอ็ดไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 26 มี.ค.

"ทักษิณ"โฟนอินแฉแผนลอบสังหาร

เวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้วิดีโอลิงก์เข้ามาร่วมในการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ที่ผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นคน เรียกร้องให้คนเสื้อแดงอย่าแตกแยก ให้เป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกัน อย่าไปยอมแพ้ยอม ให้คนต้มตุ๋นประชาธิปไตย พร้อมระบุว่า การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา รัฐบาลยอมเสียเงินชี้เป้าให้รู้ถึงคนที่อยู่เพื่อไทยแต่ใจไม่อยู่ โดยเอางบท้องถิ่นมาล่อให้ส.ส.บางคน ที่ไม่ยอมอยู่อย่างเสือ แหกคอกโหวต หรืองดออกเสียงให้รัฐมนตรี ความจริงบางส่วนจะมีรายละเอียดในหนังสือ ทักษิณ Are you ok? ที่จะวางแผงสิ้นเดือนมี.ค.นี้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลส.ส. ย้ายพรรค เพราะได้รับเงินคนละ 2 แสนบาท และได้รับงบท้องถิ่นอีก 20 ล้านบาท

พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุด้วยว่า จากการพบปะกับพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน.ที่จีนเมื่อ เร็วๆ นี้ พล.อ.พัลลภ เป็นคนเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ก่อนการปฏิวัติ จากนั้นมีการระบุชื่อว่าผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติและลอบสังหารตนเอง และว่าที่ผ่านมารู้สึกอึดอัดเพราะเก็บความลับมาโดยตลอด และยังมีการปล่อยข่าวว่าจะมีการล้มราชบัลลังก์ ยืนยันไม่มีแผน มีแต่หัวใจที่จงรักภักดี รักชาติและประชาชน การชุมนุมใหญ่วันที่ 26 มี.ค.นี้ ตนจะเปิดเผยข้อมูล ที่ยังมีอีกมาก รวมถึงทางออกในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง เพราะมั่นใจว่าถ้าได้กลับมาจะแก้วิกฤตได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโฟนอินครั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ แฉถึงแผนลอบสังหารและการปฏิวัติอย่างละเอียด พร้อมระบุชื่อชัดเจน

นครบาลพร้อมรับม็อบแดง 26 มี.ค.

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล ยืนยันว่า ขณะนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 26 มี.ค. โดยเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 22 กองร้อย คอยดูแลความเรียบร้อย รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยและเพื่อเป็นการป้องกันมือที่ 3 ที่อาจฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น มอบหมายให้มีการสืบสวนหาข่าวแล้ว ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมเองต้องช่วยกันเพิ่มความระมัดระวัง

สำหรับแผนปฏิบัติการนั้น ผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล กล่าวว่า ยังคงใช้แผนปฏิบัติการเหมือนการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นแผนที่ใช้แล้วได้ผลดี แต่อาจปรับเปลี่ยนรายละเอียดบ้างบางส่วน เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์การชมุนุม ทั้งนี้ ยืนยันจะไม่มีการใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องในรอบ 24 ชั่วโมงของทุกวัน

อ่านอภิปราย

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




การอภิปรายรัฐบาลอภิสิทธิ์ มีเหตุการณ์เกือบๆทะเลาะกันกลางสภาพอเป็นน้ำจิ้ม

เรื่องที่กล่าวหากันว่า ส.ส.ไม่ได้มาพูดอภิปราย แต่มาอ่านอภิปราย

อ่านจากกระดาษที่มีการร่างคำพูดไว้ล่วงหน้าแล้ว

จริงๆแล้ว ผู้ชมทางบ้านจะเห็นว่าไม่ได้มีแค่คนเดียว

หลายคนก็อ่านอภิปรายเหมือนกัน

เหตุที่เกิดสภาพเช่นนี้ อาจเพราะฝ่ายค้านปัจจุบัน เป็นรัฐบาลมานานเกินไป

ขาดเวทีให้ขัดเกลาฝีปากการพูดในที่ประชุมสภา

อีกสาเหตุที่เป็นสาเหตุหลัก เพราะส.ส.ชุดนี้ของฝ่ายค้าน เป็นแถวสองแถวสามที่ได้รับการผลักดันขึ้นมาแทนตัวจริง

ตัวจริงที่พากันตายหมู่จากคดียุบพรรค 2 รอบ

เรื่องของการพูดการอภิปราย คนไม่เคยกับตัวเองคงจะไม่รู้ว่าเป็นงานโหดหิน

ยิ่งเป็นการพูดในเวทีระดับชาติ และถ่ายทอดสดออกทีวีไปทั่วประเทศ

ทักษะที่เคยฝึกซ้อมมา อาจเกิดภาวะตื่นสนาม

ลืมข้อความที่จะสื่อสาร หรือการลำดับเรื่องผิดพลาด

การอภิปรายในสภาไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้

บางคนพยายามทำแบบรุ่นใหญ่เขาเคยทำกัน แต่มีรายละเอียดผิดเพี้ยนไปนิดๆหน่อยๆ

แทนที่ผู้ชมจะรู้สึกสนุก ชวนติดตาม พลันกลายเป็นความเบื่อหน่าย

สำบัดสำนวนเกินก็ไม่ได้ มีแต่น้ำท่วมทุ่งก็ไม่ได้

น้ำเสียงดุดัน ก้าวร้าว เกินบารมีในตัวก็ไม่ดีอีก

เป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ที่แต่ละคนต้องศึกษา และค้นหาจุดลงตัวของตัวเองให้ได้

คนบางคนประสบความสำเร็จในชีวิตด้านธุรกิจ หรือรับราชการ

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จด้านการพูดในสภา

เช่นเดียวกับคนที่พูดเก่ง พูดลิงหลับ หรือพูดประทับใจผู้ชมน้ำตาจะไหล

ก็อาจไม่ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารประเทศ

สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ การพูดให้เก่ง เป็นคุณสมบัติที่คนเป็นนักการเมืองต้องมี

คนพูดเก่งกว่าคนอื่น โอกาสไต่เต้าไปสู่"ดาวสภา"ก็จะเปิดกว้าง

นายชวน หลีกภัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ล้วนแต่เป็นนักพูดฝีปากฉกาจฉกรรจ์

สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองก็จากทักษะการพูดทั้งนั้น

เช่นเดียวกับขั้วตรงข้ามผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ อย่างนายสมัคร สุนทรเวช ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

ลีลาแต่ละคนแตกต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง

นักการเมืองบางคนก็สร้างชื่อให้ตัวเองชั่วข้ามคืน จากการอภิปรายในสภาออกทีวีหนแรก

เช่น หมอเลี้ยบ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือนายสุนัย จุลพงศธร

ก็เป็นกำลังใจให้มือใหม่หัดพูดทั้งหลาย

อย่างไรก็ดี การอ่านอภิปรายนี่ต้องขอร้องอย่าทำ เพราะมันผิดหลักวิชาการพูด

นึกถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับคำว่า"พุทโธ่"ทีไร คนก็ยังฮาทีนั้น!

'ทักษิณ'ทำใจไม่กลับร่วมพิธีศพ'เยาวลักษณ์'

ที่มา เดลินิวส์


พี่คนโต 'วิดีโอลิงค์'เปิดใจแดงพรึ่บฟังแน่น

เยาวลักษณ์ พี่สาวคนโตอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว"แม้ว"ทราบข่าวรู้สึกเสียใจมาร่วมงานศพไม่ได้ เผยป่วยเป็นอัมพาตมานานกว่า 20 ปี ญาติทำการรักษามาต่อเนื่องแต่เกิดติดเชื้อในกระแสเลือดแล้วเสียชีวิต ญาตินำศพไว้วัดเทพศิรินทร์ เตรียมฌาปนกิจ 29 มี.ค. นี้ ด้านเยาวเรศ-เยาวภา ระบุพี่สาวเปรียบ เสมือนแม่ที่คอยดูแลน้อง ๆ ทุกเรื่อง ขณะที่กลุ่ม นปช. เสื้อแดง รวมพลกันพรึ่บเต็มสนามกีฬาฯเชียงใหม่ ฟังโฟนอินทักษิณ นัดระดมพลครั้งใหญ่ปิดล้อมทำเนียบฯ 26 มี.ค. นี้ ทักษิณ ใช้วิดีโอลิงค์หากลุ่มเสื้อแดง เชียงใหม่ รับสภาพจิตใจย่ำแย่ สูญเสียพี่สาว ลั่นขอทำงานเพื่อประเทศต่อไป ยันมีความจงรักภักดี ขอเปิดไม้เด็ดแก้ ศก. 26 มี.ค. นี้ วอนทุกฝ่ายทำงานให้ประเทศรอด

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่านางเยาวลักษณ์ คล่องคำนวณการ หรือ ชินวัตร อายุ 62 ปี พี่สาวคนโตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่า ศพยังเก็บอยู่ภายในห้องเก็บศพของโรงพยาบาล ซึ่งบรรดาญาติพี่น้องต่างทยอยเดินทางมาเยี่ยมดูใจเป็นครั้งสุดท้าย

นพ.อาทิตย์ เจียรนัยศิลาวงศ์ ผู้ช่วยผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.พระราม 9 แถลงการเสียชีวิตว่า นางเยาวลักษณ์ เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 51 เป็นเวลา 340 วัน หลังเข้ารักษาอาการป่วยด้วยโรคไต ซึ่งมีอาการทรงตัวมาตลอด และมาระยะหลังติดเชื้อในทางเดินกระแสเลือด และเสียชีวิตในที่สุด ในเวลา 22.40 น. วันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยนางเยาวลักษณ์ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนตั้งแต่ปี 35 ระยะหลังมีโรคไตเข้ามาแทรกซ้อนโรคเบาหวานอีก

นางเยาวเรศ วงศ์นภาจันทร์ หรือ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยว่า ญาติพี่น้องได้โทรศัพท์ไปบอก พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า รู้สึกเสียใจ แต่คงไม่สามารถเดินทางกลับมาร่วมงานศพได้ ขณะที่ส่วนตัวรู้สึกช็อกหลังได้ทราบข่าว เพราะแพทย์ได้แจ้งก่อนหน้านี้ว่าพี่สาวยังมีชีวิตได้อีกนานจึงไม่คาดฝันว่าจะจากไปเร็ว

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่รพ.พระรามเก้า นพ.วิรุฬห์ มาวิจักขณ์ อายุรแพทย์โรคไต ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ นางเยาวลักษณ์ แถลงข่าวการเสียชีวิตของนางเยาวลักษณ์ อีกครั้ง ว่า นางเยาวลักษณ์ อายุ 62 ปี ป่วยเป็นโรคอัมพาตมา 20 ปี ไม่รู้สึกตัวมา 2 ปี มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ต่อมามีโรคไตวายเรื้อรัง ได้มารับการรักษาที่ รพ.พระราม 9 ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 51 ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา

นพ.วิรุฬห์ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่นางเยาวลักษณ์รักษาตัวอยู่ที่ รพ. ทางญาติมีการรับรู้เกี่ยวกับอาการมาโดยตลอด เมื่อประมาณ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงเป็นระยะ ๆ ความดันตก หัวใจเต้นช้าลง หยุดเต้น และเสียชีวิตในที่สุด โดยในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ประเทศไทย ได้แวะมาเยี่ยมนางเยาวลักษณ์ เป็นระยะ แต่หลังจากไปอยู่ต่างประเทศไม่ได้ติดต่อมาที่ตนแต่อาจจะมีการซักถามอาการกับทางญาติ ส่วนรายละเอียดการเคลื่อนย้ายศพว่าจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใดนั้นทางญาติขอเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว

สำหรับนางเยาวลักษณ์เป็นบุตรคนที่ 1 ของนายเลิศและนางยินดี ชินวัตร มีพี่น้องทั้งหมด 9 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นางเยาวเรศ วงศ์นภาจันทร์ นางปิยนุช ลิ้มพัฒนาชาติ นายอุดร ชินวัตร (เสียชีวิต) นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายพายัพ ชินวัตร นางมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล นางทัศนีย์ (เสียชีวิต) และนางยิ่งลักษณ์ อมรฉัตร ด้านครอบครัวสมรสกับ พ.อ.พิเศษศุภฤกษ์ คล่องคำนวณการ มีลูก 2 คน คือ นางพนิตพิชา ชินวัตร และ น.ส.นัทธฤทัย คล่องคำนวณการ

ประวัติการทำงาน เป็นคนช่วยดูแลกิจ การของครอบครัวชินวัตรมาตั้งแต่ต้น เคยทำธุรกิจโรงภาพยนตร์ใน จ.เชียงใหม่ ชื่อชินทัศนีย์และนครเชียงใหม่ เคยเป็นนายกเทศมนตรีคนแรกของเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นผู้พิพากษาสมทบ และนายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชา ชีพแห่งประเทศไทย ประจำเชียงใหม่ โดยนางเยาวลักษณ์ เป็นแม่สื่อที่แนะนำให้นางเยาวภา กับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี รู้จักกันแล้วแต่งงานกันในที่สุด

สำหรับศพนางเยาวลักษณ์ ทางญาติได้นำไปตั้งรดน้ำศพที่ศาลาศรีอรทัยกุล-สินทรา พรรณทร วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร โดยในเวลา 15.30 น. พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผบ.ทบ. และ ผบ.สส. เป็นประธานรดน้ำศพพร้อมกับบรรดาญาติพี่น้องในตระกูลชินวัตร และ บุคคลใกล้ชิดจำนวนมาก ต่อมาได้มีการย้ายศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่ศาลา 3 สุวรรณวนิชกิจ

นางเยาวภา น้องสาว เผยว่า พี่สาวคนนี้เปรียบเสมือนแม่ของน้องทุก ๆ คน เป็นคนดูแลและจัดการทุกเรื่องของน้อง ๆ ไม่ว่าจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่พี่สาวก็ป่วยมานานแล้ว ซึ่งทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบเรื่องแล้วรู้สึกเสียใจแต่ไม่สามารถมาร่วมงานศพได้เพียงแต่ส่งพวงหรีดมาแสดงความเสียใจ โดยการสวดพระอภิธรรมจะมีถึงวันที่ 28 มี.ค. นี้ และจะฌาปนกิจในวันที่ 29 มี.ค.นี้ จากนั้นจะมีการนำเถ้ากระดูกไปลอยอังคาร ส่วนหนึ่งจะนำไปไว้ที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสุสานของตระกูลชินวัตร โดยอยากให้พี่สาวได้อยู่กับพ่อแม่

วันเดียวกัน ก่อนหน้านี้เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ตอนหนึ่งว่า กรณีมีข่าวแผนตากสินที่จะใช้ล้มล้างรัฐบาลนั้น คงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ตนจะมายืนยันว่ามี หรือไม่มีจริง แต่ก็เคยเห็นว่ามีเอกสาร และคนที่อาจจะมีความคิดนี้ แต่ไม่รู้ว่ามีกว้างขวาง แค่ไหน แต่ถ้ามีแนวความคิดอย่างนั้นก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะอย่างที่บอกว่าเราแตกต่างกันทางการเมืองแต่ขอให้อยู่ภายใต้กติกา

“ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ก็ใช้กระบวนการของสภาในการติดตาม ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งเราก็ผ่านพ้นตรงนั้นมา ดังนั้นขอให้พวกเราได้ช่วยกันคิดถึงส่วนรวมเป็นใหญ่ การต่อต้านกัน ถ้าเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของกฎหมาย เสียงของท่านก็ไปถึงคนที่ท่านต้องการให้ได้ยิน แต่ถ้าไปทำอะไรรุนแรง ผิดกฎหมาย มันอาจจะสะใจคนบางกลุ่ม แต่มันเสียหายกับทั้งประเทศ จึงไม่อยากให้ทำ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ที่โรงแรมแกรนด์วโรรส พาเลซ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เวลา 08.00 น. กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้จัดอบรมอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยรุ่นที่ 1 โดยมีแกนนำและตัวแทนเดินทางมาร่วมอบรมเพื่อนำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อให้กับเครือข่าย มีนายแพทย์เหวง โตจิราการ เป็นผู้กล่าวเปิดการ อบรมพร้อมกล่าวโจมตีรัฐบาลและประกาศระดม เสื้อแดงให้ไปร่วมชุมนุมใหญ่ปิดล้อมทำเนียบไล่รัฐบาลในวันที่ 26 มี.ค. นี้

ต่อมาในเวลา 11.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินผ่านทางโทรศัพท์เข้ามา กล่าวให้กำลังใจคนเชียงใหม่ขอให้เสื้อแดงทุกคน และกล่าวว่าแม้ตนเองจะอยู่หรือไม่อยู่ในตำแหน่งนายกฯ แต่เราก็ไม่ลืมกัน ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความสุขดี ความจริงจะต่อสายโฟนอินเข้าไปพูดคุยให้ แต่เนื่องจากเป็นเวลาตีสอง ซึ่งนอนหลับแล้ว

ส่วนบรรยากาศเวทีความจริงวันนี้สัญจร ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีกลุ่มเสื้อแดงจากจังหวัดต่าง ๆ ทยอย เดินทางเข้ามาภายในสนามกีฬากลางเป็นจำนวนมาก โดยตรงกลางสนามมีการติดตั้งจอขนาดใหญ่ 4 จอ เพื่อเตรียมนำเสนอภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงที่จะมีการโฟนอิน ซึ่งแกนนำคนสำคัญทยอยเดินทางมาแล้ว อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นต้น ส่วนบริเวณด้านนอกสนามกีฬา มีการออกร้านจำหน่ายเสื้อผ้าสีแดง ของที่ระลึกของกลุ่มคนเสื้อแดง เช่น ผ้าโพกศีรษะ เท้าตบ ภาพถ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นต้น

ที่ จ.ร้อยเอ็ด กลุ่มคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตย หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้รวมตัวกันที่บริเวณหน้าโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย ก่อนเคลื่อน ขบวนพร้อมการปราศรัยบนรถกระจายเสียงแห่ไปตามถนนต่าง ๆ รอบเมืองร้อยเอ็ด เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนและจัดการ เลือกตั้งใหม่โดยเร็ว

ที่ จ.เชียงราย นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผวจ.เชียงราย พร้อมด้วย นางรัตนา จงสุทธนามณี นายก อบจ.เชียงราย ร่วมเป็นประธานเปิดพิธีชุมนุมสวนสนามของ อปพร. และมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ จากนั้น นายสุเมธ กล่าวถึงการเดินทางมาราชการของนายบุญจง วงศ์ไตร รัตน์ รมช.มหาดไทย ในวันที่ 23 มี.ค. นี้ ว่า เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่ใช้วิธีการที่รุนแรง ทุก อย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ก่อนหน้านี้ได้ส่ง คนไปเจรจากับแกนนำคนเสื้อแดงแล้ว รับปากว่าจะมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเท่านั้น ส่วนการเตรียมการป้องกันไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงนั้น ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องต่างมีมาตรการเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะช่วงที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 26 มี.ค. นี้ การเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบ จลาจลไว้แล้วตามแผนคาดว่าจะใช้กำลังประมาณ 22 กองร้อย หรือ 3,300 นาย คอยดูแลความเรียบร้อย รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย นอกจากนี้ยังเพื่อเป็นการป้องกันมือที่ 3 ที่อาจฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น พร้อมมีคำสั่งให้มีการสืบสวนหาข่าวทุกส่วนเพื่อมาประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมเองต้องช่วยกันเพิ่มความระมัดระวังช่วยด้วยอีกแรง

พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนปฏิบัติการยังคงใช้แผนปฏิบัติการเหมือนการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นแผนที่ใช้แล้วได้ผลดี แต่อาจปรับเปลี่ยนรายละเอียดบ้างบางส่วน เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์การชุมนุม ยืนยันจะไม่มีการใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน ทั้งนี้จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องในรอบ 24 ชั่วโมงของทุกวัน

นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ กล่าวภายหลังเป็นหัวหน้าคณะทำงานอัยการ เดินทางร่วมกับ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ และตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจรจาร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไทย-ฮ่องกง เพื่อติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า คณะ ทำงานเพิ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ซึ่งการเจรจาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีการอธิบายและแลกเปลี่ยนความเห็นในร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งกันและกัน ว่ามีประเด็นใดที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันและรับกันได้บ้าง ซึ่งส่วนที่สองฝ่ายเห็นตรงกัน คือ หากมีความจำเป็นต้องส่งเอกสารหรือข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างกัน จะส่งผ่านมายังผู้ประสานงานกลางของแต่ละฝ่าย ซึ่งในส่วนของประเทศไทย คืออัยการสูงสุด

นายศิริศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่ยังรับกันไม่ได้ หรือทั้งสองฝ่ายมีความ เห็นไม่ตรงกันอยู่ก็จะมีการทำเครื่องหมายวงเล็บเอาไว้เพื่อจะได้มอบหมายให้คณะทำงานแต่ละฝ่ายทั้งไทยและฮ่องกง นำประเด็นดังกล่าวกลับ ไปศึกษาและพิจารณา ก่อนจะมีการนัดเจรจาร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนฯ ในครั้งต่อไป โดยตนได้รายงานความคืบหน้า ให้นายชัยเกษม นิติ สิริ อัยการสูงสุดทราบแล้ว หลังจากนี้ในส่วนคณะทำงานฝ่ายไทยก็คงต้องประชุมระหว่างตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือศาล อัยการ กระทรวง การต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาและศึกษาประเด็นต่าง ๆ

“ประเด็นในร่างสนธิสัญญาฯ ที่ไทย-ฮ่องกง มีความเห็นไม่ตรงกัน 1.กฎหมายของฮ่องกง ใช้ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ หรือกฎหมายจารีตประเพณี ขณะที่กฎหมายของไทยใช้เป็นระบบประมวลกฎหมาย หรือระบบลายลักษณ์อักษร 2.ภาษาแม้ร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกงใช้ภาษาอังกฤษเหมือนสนธิสัญญาฯ หรือกฎหมายประเทศอื่น ๆ แต่เมื่อให้คณะทำงานในส่วนของฮ่องกงแปลความหมายให้คณะทำงานของฝ่ายไทยฟังก็พบว่ามีความหมายเฉพาะ ส่วนประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป คือ คณะทำงานฝ่ายฮ่องกง ต้องการให้ร่างสนธิสัญญาระบุความผิดเป็นข้อหาให้ชัดเจน ประมาณ 46 ข้อหา” นายศิริศักดิ์ กล่าว

ที่ จ.เชียงใหม่ เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้ระบบวิดีโอลิงก์เข้ามาในการชุมนุมของกลุ่มนปช. โดยมีใจความสำคัญว่า วันนี้ไม่ค่อยสบายเพราะพี่สาวจากไปและตนไม่มีโอกาสได้กราบศพ ขอกราบศพผ่านช่องทางนี้แทน และอีกอย่างตอนนี้แก่แล้วจะ 60 ปี ซึ่งคงต้องไปขอเงิน 500 บาทที่รัฐบาลแจก จากนี้ไปขอทำงานเพื่อประเทศต่อไป และเป็นเรื่องที่แปลกมากที่คนทำงานเพื่อประเทศ มีความจงรักภักดีต้องถูกไล่ออก สมัยตนทำงานเศรษฐกิจทุกอย่างดีหมด แต่ตอนนี้เศรษฐกิจพัง สิ่งที่เกิดขึ้นทำลายประเทศ ตนต้องขอพูดว่าที่ผ่านมามีคนปองร้ายตนทั้งการลอบสังหาร คาร์บอมบ์ ต้องการทำลายตน ขอให้คนเสื้อแดงอย่าแตกความ สามัคคี ให้คิดถึงเป้าหมายหลักของพวกเรา

“ในวันที่ 26 มี.ค. นี้ ผมจะมาพูดอีกครั้งว่าทำอย่างไรประเทศจะพ้นวิกฤติ และหากรัฐบาลจะให้ตนช่วยก็พร้อมทำงานให้ ขอยืนยันว่าผมมีความจงรักภักดีและจะทำงานเพื่อคนไทยให้อยู่ดีมีสุขตลอดไป ตอนนี้รัฐบาลทำงานแบบถอยหลังเข้าคลอง ทำเพื่อตัวเองก่อนประชาชน โดยหลังเหตุการณ์ปฏิวัติมีการตั้ง คมช. ตั้ง คตส. มาเล่นงานผม และตอนนี้มีข่าวล้มรัฐบาลซึ่งเป็นการใส่ร้าย ผมขอยืนยันว่าไม่มีแผนมีแต่ความจงรักภักดีและขอให้ทุกคนไม่ว่าจะขัดแย้ง อย่างไร ทุกคนก็ต้องตายกันทั้งหมด ขอให้ร่วมกันทำให้ประเทศรอด ประชาชนอยู่ดีมีสุขดีกว่า” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว.

นายกฯ ยังไม่ดึง “ประชา” ร่วม รบ. ปลื้มเสียงไว้ วางใจ

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. เวลา 10.00 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีมีข่าวว่าการปรับ ครม.ครั้งหน้าจะดึง ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน กลุ่ม พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่ยกมือสนับสนุน เข้าร่วมรัฐบาลด้วยว่า ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินแต่งตัวรอเป็นรัฐมนตรีอยู่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่าขอบคุณที่สนับสนุนรัฐบาล แต่ต้องนำไปคุยกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาลก่อน

เมินโพล-ป้อง กษิตทำงานดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงผลสำรวจความเห็นประชาชนที่ส่วนใหญ่เห็นว่าควรปรับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศออกจากตำแหน่งนั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า พร้อมที่จะรับฟังและนำไปประเมิน แต่เห็นว่านายกษิตทำงานได้ดี และมีความระมัดระวังมากขึ้น ผู้สื่อข่าวถามถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลวันที่ 26 มีนาคมนี้ นายกรัฐมนตรีตอบว่าให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงดูแล โดยยังคงมีจุดยืนเดิมในการรักษากฎหมายและหลีกเลี่ยงการปะทะ

สัปดาห์หน้านัดถกปฏิรูปการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปฏิรูปการเมืองได้มีการหารือกับฝ่ายค้านหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่ได้คุยเพราะบรรยากาศยังไม่เอื้อ แต่สัปดาห์หน้าจะได้คุยแน่นอน เมื่อถามว่า แต่จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านมีท่าทีไม่เห็นด้วย นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านเองก็อยากให้เดินหน้า และต้องถามกลับไปว่า ถ้ามีข้อเสนอที่ดีกว่าก็ยินดี ตนยึดที่ตัวสถาบันมากกว่าตัวบุคคลและเป็นสถาบันที่อิงอยู่กับฝ่ายนิติบัญญัติ และยินดีเป็นตัวกลางประสาน

นายกฯสั่งเร่งพัฒนาพื้นที่ภาคใต้

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าจะมีการหารือในเรื่องภาคใต้และจะเน้นเรื่องการพัฒนาที่ขาดหายไปในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) ไปรวบรวมโครงการและปัญหาอุปสรรค ที่จะกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ เพราะการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจะช่วยให้งานเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความรวดเร็วในการดำเนินการ อีกทั้งยังจะช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ทราบว่าจะมีเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เข้าสู่วาระการประชุมหรือไม่ เพราะรัฐบาลกำลังประเมินผลการบังคับใช้กฎหมาย และจะมีการสรุปในช่วงเดือนเมษายนนี้ และตนมีความตั้งใจที่จะลงไปดูปัญหาในพื้นที่ด้วยตัวเอง ผมตั้งใจว่าจะลงพื้นที่ให้ครบทุกภาค รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ต้องดูเวลาที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะลงไปในช่วงที่ปิดสมัยประชุมสภาฯ รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็จะลงพื้นที่อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาดังกล่าว

ปลื้มสภาฯลงมติไว้วางใจให้อยู่ต่อ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้พูดออกรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ได้ติดตามเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งถือว่าเป็น กระบวนการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายค้านได้ ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจตนและรัฐมนตรีอีก 5 ท่าน และขอขอบคุณ ส.ส.ได้ลงมติไว้วางใจตนและรัฐมนตรีทั้ง 5 ท่าน ให้ดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ตลอดระยะเวลา 2 วันที่มีการอภิปรายนั้น ได้พยายามชี้แจงข้อเท็จจริงที่เป็นข้อสงสัยคำถามของเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านให้มากที่สุด ให้ครอบคลุมที่สุด เท่าที่เวลาจะอำนวยได้ คิดว่า หลายคนที่ได้ติดตามการอภิปรายคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย ได้รับทราบคำถาม คำสงสัย หรือคำกล่าวหาของทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันตนและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้พยายามชี้แจงคำถาม หรือข้อกล่าวหาเหล่านั้นให้ดีที่สุด ซึ่งจะครอบคลุมถึงนโยบายรัฐบาลในหลายเรื่องด้วยกัน กระบวนการนี้เป็นกระบวนการ ที่มีคุณค่าในระบอบประชาธิปไตย ประเด็นใดซึ่งเป็นข้อท้วงติงของเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ที่ตนเห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็จะนำเอากลับมา และจะให้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รวบรวมประเด็นเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง หรือเรื่องอื่น ๆ ที่ได้มีการหยิบยกในการอภิปรายขึ้นมา

ย้ำรัฐบาลเป็นห่วงคนตกงาน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลก็เดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ วันนี้ที่มาที่อิมแพค เมืองทองธานีก็เป็นหนึ่งในโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล คิดว่าตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีความห่วงใยว่าเมื่อเศรษฐกิจหดตัว เพราะว่าเศรษฐกิจโลกประสบกับวิกฤติรุนแรง สิ่งที่ห่วงที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนที่ตกงาน หรือไม่มีงานทำ หรือกำลังกังวลว่าจะตกงาน รวมไปถึงนิสิต นักศึกษา ทั้งหลายที่กำลังจะจบการศึกษา เพราะฉะนั้น นอกจากการที่จะประคับประคองหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว นโยบายหรือโครงการสำคัญข้อหนึ่งของรัฐบาลคือการดูแลในเรื่องของการที่จะรองรับปัญหานี้ ในส่วนของกระทรวงแรงงานก็ทำงานต่อเนื่อง ทราบว่าจะมีการจัดวันนัดพบแรงงาน กรุงเทพมหานครจัดไปแล้ว ที่ผ่านมาสามารถจัดหางานได้ทันทีจำนวนไม่น้อย และจะเดินสายในต่างจังหวัดต่อไป

ต้นกล้าอาชีพช่วยเหลือผู้ตกงาน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลได้จัดโครงการเป็นพิเศษขึ้นมาตามงบประมาณกลางปีหรืองบเพิ่มเติม ที่เราได้ผ่านสภาฯ มา 6,900 กว่าล้านบาท เพื่อที่จะมาทำโครงการที่เราเรียกว่า ต้นกล้าอาชีพสิ่งที่เกิดขึ้นคือเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนตั้งแต่อายุ 18-60 ปี ที่สนใจสามารถสมัครเข้ามาเพื่อรับการฝึกอบรม การฝึกอบรมจะมีหลากหลาย จะเป็นทักษะในเรื่องของงานธุรการ งานคอมพิวเตอร์ เรื่องอาหาร เรื่องอะไรก็แล้วแต่ มีให้เลือกมากมายพอสมควรทีเดียว และได้ลงโฆษณาให้สมัครเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็นทางหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเว็บไซต์ และวันนี้มีการจัดงานเป็นพิเศษที่เมืองทองธานี จะจัดไปถึงสามทุ่ม เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่สนใจอยากจะเข้ามาร่วมโครงการ สามารถมาแวะเยี่ยมชมได้ เราเปิดสมัครวันที่ 18-24 ของทุกเดือน เมื่อปิดวันที่ 24 ไปแล้วก็รอเดือนหน้า 18-24 เดือนหน้าก็จะมีการเปิดรับสมัครอีก ซึ่งจะเปิดรับสมัครที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ ผู้ที่เข้ามาจะมารับการฝึกอบรมอาชีพในระยะสั้น ระหว่างที่ฝึกอบรมจะได้รับทั้งเรื่องของค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ และที่สำคัญที่สุดคือว่าหลังจากรับการฝึกอบรมไปแล้ว ถ้ากลับไปภูมิลำเนาเดิมของท่าน จะมีเงินช่วยเหลือหลังการฝึกอบรมให้ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นเงินที่ท่านสามารถนำไปใช้เป็นทุนเพื่อเริ่มกิจการต่างๆได้

กระตุ้น ศก.เห็นผลใน 2 เดือน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในเรื่องของเศรษฐกิจอย่างที่ตนได้ย้ำมาโดยตลอดว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง รัฐบาลได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก ผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจคงจะเห็นชัดในช่วงประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า เพราะว่าหลังจากนี้ไปเม็ดเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงการ เช็คช่วยชาติไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้สูงอายุ ไปจนถึงโครงการการเรียนฟรี เงินส่วนใหญ่จะออกตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม คือสัปดาห์ หน้าเป็นต้นไป ตลอดเดือนเมษายน พฤษภาคม ต้นเดือนเมษายน เราจะมีการจัดงานเรื่องของ OTOP ด้วย และเรื่องของมหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเศรษฐกิจด้วย หวังที่จะสร้างความคึกคักขึ้นมา เพื่อให้เกิดความหมุนเวียน แต่ว่าในระยะกลาง ระยะยาว คำตอบที่จำเป็นจะต้องมีคือเราจะต้องลงทุนเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างความสามารถของเศรษฐกิจไทย และเพื่อที่จะให้ประเทศไทยมีความพร้อม มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

ดันลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเข้า ครม.

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สัปดาห์หน้ารัฐบาลเสนอกรอบการเจรจากู้เงินประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาทำโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นเรื่องแหล่งน้ำ ถนน หนทาง ส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะใช้จ่ายเงินในช่วงของปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป มีหลายคนเป็นห่วงเรื่องการกู้เงิน ตนย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยแทบจะเรียกได้ว่ามีการกู้เงินทั้งสิ้น เพื่อมาลงทุน สิ่งสำคัญคือว่า 1. อย่า กู้เงินจนเกินเลยขอบเขตของมาตรฐานสากลที่เขามีอยู่ว่าจะไปกระทบกระเทือนกับการเงินการคลังของประเทศในวันข้างหน้า รัฐบาลดูแลเรื่องนี้แน่นอน และ 2. คือกู้เงินมาเพื่อใช้เงินให้คุ้มค่า เรากำลังกู้เงินมาในขณะนี้คือทำในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ตนได้เอาตัวเลขต่างๆ มาดูเห็นว่าจากการที่เศรษฐกิจโลกกำลังจะชะลอตัว หดตัว การค้าหดหายไป 20-30 เปอร์เซ็นต์ เราจำเป็นที่จะต้องมีเงินมาชดเชยในระบบเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น 3 ปีข้างหน้าตั้งใจว่ารัฐบาลเองจะต้องเป็นผู้ลงทุนประมาณ 1 ล้าน 4 แสนล้านบาท หรือ 1.4 ล้านล้านบาท กำลังจะทำโครงการในรายละเอียด จะมีทั้งเรื่องของรถไฟความเร็วสูง ปรับปรุงในเรื่องของรถไฟ ปรับปรุงในเรื่องของถนน รวมทั้งถนนไร้ฝุ่น ลงทุนกันขนานใหญ่ในเรื่องของแหล่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านของชลประทาน นอกจากนั้น ยังจะมีการปรับปรุงในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และการสาธารณสุขด้วย รายละเอียดนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันพุธที่จะถึงนี้

สร้าง 5 รั้วป้องกันภัยยาเสพติด

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เปิดตัวโครงการในเรื่องของการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาโดยตลอด ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เรามีคนที่ติดยาเสพติดเพิ่มขึ้นเป็นหลักแสน ได้พยายามที่จะทำเรื่องนี้ให้เป็นระบบบูรณาการ บอกให้ทุกหน่วยงานต้องถืองานนี้เป็นงานหลัก ได้ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้ามามีบทบาทเป็นฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายประสานงาน เพื่อรองรับกับนโยบายที่ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ดำเนินการมา หลักสำคัญความจริงก็มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ไปแล้ว คือว่าเราบอกต้องสร้างเป็นรั้วป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นรั้วชายแดนป้องกันไม่ให้แหล่งผลิตจากต่างประเทศส่งยาเสพติดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นรั้วในสังคม สร้างพื้นที่ดีๆ พื้นที่ที่สร้างสรรค์ เพื่อป้องกันการติดยาเสพติดจากการที่มีการไปมั่วสุม อาจจะเป็นสถานบันเทิงที่ผิดกฎหมาย อาจจะเป็นปัญหาเรื่องร้านเกมส์ โต๊ะพนันหรืออะไรต่างๆ ต้องทำรั้วป้องกันตรงนี้อย่างเต็มที่ ทำรั้วในส่วนของชุมชน ทำรั้วในส่วนของครอบครัว และทำรั้วในส่วนของสถานศึกษา และในช่วงสั้นๆ ที่รัฐบาลเข้ามาบริหาร ได้มีการเข้าไปปราบปราม มีการยึดหลักเป็นหลักร้อยล้าน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเอง ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับในช่วงปีที่ผ่านมา เราทำตรงนี้ได้โดยไม่ต้องไปใช้มาตรการในลักษณะที่จะไปกระทบกับเรื่องของสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้นงานตรงนี้ก็จะดำเนินการอย่างเข้มแข็ง

เร่งแก้ความเดือดร้อนให้ประชาชน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ครม.ได้เร่งสะสางงานเต็มที่ คือ 1. ปัญหาภัยธรรมชาติ มีการตั้งกลไกขึ้นมาดูแล เตรียมรับปัญหาภัยแล้งในขณะนี้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันงบที่ค้างในเรื่องการช่วยเหลือทั้งน้ำท่วม ภัยแล้งปีที่แล้ว ครม.ดำเนินการอนุมัติไปหมดแล้ว ถ้าจะมีค้างอยู่มีเหลืออีกนิดเดียวเท่านั้นเอง ปัญหาเรื่องของพืชผล ซึ่งโครงการบางโครงการมีปัญหามา เช่น ข้าวโพดมีปัญหาช่วงรอยต่อระหว่างที่ว่าจะมีขยายโควตาหรือไม่ ครม.แก้ไขปัญหาไปแล้ว มันสำปะหลังยังมีปัญหาอยู่ ตนกำลังจะเร่งไปดูในเรื่องของการขาดแคลน ลานที่เข้ามาร่วมในโครงการรับจำนำในหลายพื้นที่ รวมทั้งภาคตะวันออกที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งตนไปมาเมื่อวานนี้ แล้วก็มีชาวไร่อ้อยนัดพบกับตน พอดีมีไม่ไว้วางใจ ก็คงจะเป็นสัปดาห์หน้า ส่วนการเร่งรัดงบประมาณลงไปในพื้นที่ โดยเฉพาะงบฯของท้องถิ่น ซึ่งยังค้างอยู่ รวมทั้งเป็นประเด็นที่หยิบยกมาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้ตนได้รวบรวมปัญหา อุปสรรคตัวเลขมาหมดแล้ว ก็จะเร่งแก้ไขต่อไป

เอาจริงเดินหน้าเก็บภาษีมรดก

นายอภิสิทธิ์กล่าวตอบข้อซักถามเกี่ยวกับแผนจัดเก็บภาษีมรดกว่า รัฐบาลยังยืนยันที่จะเดินหน้าต่อไปซึ่งคงต้องตราเป็นกฎหมายเพราะหากไม่ทำ วิกฤติเศรษฐกิจจะกระทบเป็นลูกโซ่ ขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้ วางแผนในระยะยาวปัญหานี้ พร้อมยืนยันว่าเงินประกันตน 2,000 บาท จะถึงมือประชน 26 มี.ค.นี้ และหากมีความไม่โปร่งใสขอให้แจ้งตรงมาที่ตนเองได้จะได้แก้ปัญหาให้ทันท่วงที

วอนเสื้อแดงยุติแผนตากสินป่วนชาติ

นายอภิสิทธิ์กล่าวในช่วงท้ายว่า รัฐบาลนี้จะเปิดกว้างพร้อมรับความคิดเห็นจากทุกฝ่ายโดยจะไม่แบ่งสีเสื้อ และรัฐบาลจะไม่เป็นคู่กรณีกับใคร แม้ว่าจะไม่สามารถทำให้ทุกคนยอมรับความคิดเห็นทางการเมืองตรงกันได้ แต่ขอร้องว่าอย่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่การเคลื่อนไหวขอให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ยืนยันว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีระยะเวลาที่จำกัดตามรัฐธรรมนูญ โดยอุปนิสัยส่วนตัวไม่ยึดติดกับตำแหน่ง แต่ขอทำหน้าที่นี้เพื่อชดใช้หนี้แผ่นดิน ส่วนกระแสข่าวเรื่อง แผนตากสินเพื่อใช้ล้ม รัฐบาลนั้น ยืนยันไม่ได้ว่ามีจริงหรือไม่ แต่ก็เคยเห็นว่ามันมีเอกสาร มีคนที่มีความคิดนี้อยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันกว้างขวางขนาดไหน รู้สึกเป็นห่วงว่า ถ้ามีแนวคิดอย่างนั้น ก็ขอร้องว่า เราคิดแตกต่างทางการเมืองไม่เป็นไร แต่ขอให้อยู่ภายใต้กติกา อย่างเช่นการตรวจสอบตามระบบรัฐสภาเหมือนที่ผ่านมา 2 วัน ตนขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่ ส่วนการต่อต้านกันนั้น ถ้ากลุ่มต่อต้านใช้วิธีเคลื่อนไหว อยู่ในกรอบของกฎหมายปกติ เสียงสะท้อนของท่านก็น่าจะไปถึงคนที่ท่านต้องการที่จะให้ได้ยินอยู่แล้ว แต่ถ้าไปทำอะไรที่รุนแรงหรือผิดกฎหมายนั้น อาจจะสะใจคนบางกลุ่ม แต่คนทั้งประเทศจะเสียหาย ดังนั้นจึงไม่อยากให้ทำ

ปชป.จับผิดซักฟอกฝ่ายค้านข้อมูลดีเอสไอหลุด

ที่มา ไทยรัฐ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลสรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ทางพรรคต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้เห็นว่าประเทศไทยได้ กลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ทำให้รัฐบาลสามารถกลับเข้าทำงานได้อีกครั้ง เพราะได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้น ได้รับความไว้วางใจจากพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤติชาติในขณะนี้ แต่ยังมีความห่วงใยหลายเรื่อง โดยเฉพาะข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้านที่จะนำไปสู่การเมืองนอกสภา จึงอยากเรียกร้องให้ฝ่ายค้านและกลุ่มเสื้อแดงทบทวน ไม่นำไปสู่ความรุนแรง ทำให้สังคมแตกแยก ขอให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าจะทำอะไรขอให้คิดถึงประเทศชาติเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลของฝ่ายค้านสามารถจับเท็จได้ 6 เรื่องคือ 1. หลักฐานการสมัครเป็นสมาชิกพรรคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความชัดเจนว่าได้สมัครเข้ามาก่อนจะเป็น ส.ส. 2. เรื่องการกู้เงินไอเอ็มเอฟเกิดในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกฯ ดูแลด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

อุ้ม กษิต”-ปัดข้อหาอมเงินทีพีไอ

นพ.บุรณัชย์กล่าวต่อว่า 3. กรณีการปล่อยให้สร้างถนนขึ้นเขาพระวิหารในฝั่งไทย ทำให้ชาติสูญเสียอธิปไตยนั้นไม่เป็นความจริง ทางพรรคจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพรรควันที่ 24 มี.ค. เพื่อประสานกับคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับด้านความมั่นคง และกระทรวงการต่างประเทศลงพื้นที่ เพื่อเสนอข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลนี้ได้ระงับการสร้างถนนขึ้นเขาพระวิหารทางฝั่งเขมร 4. กรณีการออกหมายจับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็ไม่เป็นความจริง หากทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วไม่มีมูล ก็ไม่สามารถออกหมายจับได้ ซึ่งนายกษิตเองก็ไม่จำเป็นต้องไปมอบตัว 5. เรื่องเงินบริจาคเงินเข้าพรรคจำนวน 258 ล้านบาท ยืนยันว่าทางพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และ 6. กรณีเงินอุดหนุนพรรคการเมือง 23 ล้านบาท จาก กกต. ที่กล่าวหาว่าไม่ได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ก็ไม่เป็นความจริง เพราะช่วงเลือกตั้งปี 2548 มีป้ายหาเสียงของพรรคติดอยู่ทั่วประเทศ จนเป็นเหตุให้ถูกร้องเรียนเรื่องการติดป้ายหาเสียง

ฉุนข้อมูลดีเอสไอหลุดถึง เฉลิม

นพ.บุรณัชย์กล่าวต่อว่า จะเห็นว่าการบิดเบือนข้อมูลถือเป็นการสร้างหลักฐานเท็จ ดังนั้นทางพรรคจะเปิดโปงข้อเท็จจริงทุกเรื่องที่ฝ่ายค้านโจมตี ที่นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ออกมายืนยันว่า ข้อมูลที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้มาจากดีเอสไอนั้น ขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นกระบวนการที่มีใบสั่งสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ผ่านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม สมัยนั้น ส่วนการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 26 มี.ค.นั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่การสร้างกระแสกดดันเพื่อให้นิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว แต่เป็นการยกระดับเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณหวนคืนสู่อำนาจการเมือง ทวงคืนผลประโยชน์ของตัวเอง ดังนั้นเราจะไม่ไปตอบโต้ ไม่สร้างเงื่อนไขอีก แต่จะใช้นโยบายคู่ขนานสนับสนุนแนวนโยบาย เพื่อช่วยเหลือคนจน โดยตั้งเป็นกองทุนพอเพียงกระจายไปทั่วประเทศ ไม่แบ่งแยกพื้นที่ว่าเป็นสีแดงหรือสีเหลือง จึงอยากให้ประชาชนเข้าร่วมนโยบายนี้ และขอเชิญทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันปฏิรูปการเมือง เพื่อให้ประเทศชาติกลับเข้าสู่สภาวะปกติและบริหารบ้านเมืองไปข้างหน้าได้

ขอเงิน ทักษิณที่ถูกอายัดให้รัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ขู่จะยื่นฟ้องยุบพรรคเพื่อกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท นพ.บุรณัชย์ตอบว่า ต้องรอดูข้อมูลที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นต่อ กกต.ก่อน จากนั้นจึงจะดำเนินการฟ้องร้องเพื่อให้ยุบพรรคเพื่อไทย เพราะการอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นการทำในนามพรรคเพื่อไทย แต่เพื่อความถูกต้องขอให้ดีเอสไอและ กกต.ไปหารือร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ระบุว่าจะเสกเงินมาบริหารประเทศโดยไม่ต้องกู้นั้น เป็นการปลุกระดมที่บิดเบือนข้อเท็จจริง รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาเพื่อช่วยประชาชน ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณกลับใช้วิธีการโฟนอินเพื่อล้มล้างรัฐบาล ถึง พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาในช่วงวิกฤตนี้ก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้ เพราะไม่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ตอนวิกฤติปี 40 ที่ร่วมรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ก็ดูแลด้านเศรษฐกิจสมัยนั้น ก็เหมือนคนชี้ทางให้คนขับ ขับรถลงเหว หาก พ.ต.ท.ทักษิณจะช่วยกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจ ควรนำเงินที่ถูกอายัดไว้ในประเทศมามอบให้รัฐบาล จะได้นำเงินไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยที่รัฐบาลไม่ต้องกู้ต่างประเทศ

จวกเสื้อแดงเมืองทำลายงานบุญ

ด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผลโหวตที่ออกมาถือว่ารัฐบาลได้รับเสียงสนับสนุนเป็นอย่างดี โดยเสียงฝ่ายค้านที่หายไปมาปันใจให้รัฐบาล เพราะอาจเห็นว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาให้ประชาชน จึงไม่คิดแต่จะเอาชนะเพียงอย่างเดียว ส่วนกรณีที่นายกฯถูกต่อต้านจากกลุ่มเสื้อแดงที่ จ.ชลบุรี ระหว่างลงพื้นที่นั้น ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะเป็นงานบุญที่มีการจัดเตรียมงานไว้ล่วงหน้านานแล้ว การกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดงจึงถือเป็นการทำลายบรรยากาศบ้านเมือง การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณที่มีเข้ามาเกือบจะทุกวัน ถือเป็นการบ่อนทำลาย บอกแต่เรื่องเท็จ

แย้มภูมิใจไทยอ้าแขนรับทุกกลุ่ม

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การลงมติอภิปรายเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดว่า ส.ส.มีเอกสิทธิ์ในการโหวตเมื่อผลเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ส่วน ส.ส.ฝ่ายค้านที่ยกมือโหวตให้นั้น ในอนาคตหากจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยก็ยินดี อย่างไรก็ตาม ทางพรรคยังไม่ได้ หารือถึงเรื่องดังกล่าว เมื่อถามว่า เสียง ส.ส.ที่ยกมือไว้ วางใจให้กับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง ที่เกินมานั้น เป็นกลุ่มที่จะเป็นการย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยชัดเจนแล้วหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า ยังไม่มีการยืนยันว่าจะย้ายใดๆ ทั้งสิ้น ขอยืนยันว่าเสียงที่ ปรากฏเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. เมื่อถามว่า ได้มีการเจรจาหรือคุยกันก่อนหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า ไม่มีการเจรจากัน เป็นไปตามที่ผลคะแนนออกมา เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยขับ ส.ส.ที่ยกมือสนับสนุน พรรคภูมิใจไทยพร้อมรับมาเข้าสังกัดพรรคหรือไม่ นายบุญจงตอบว่า การที่พรรคเพื่อไทยจะขับ ส.ส.ออกจากพรรคหรือไม่นั้น ไม่ สามารถตอบได้ เพราะเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย ส่วนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด แม้แต่กลุ่มอีสานพัฒนา หากเป็นคนไทยแล้วต้องการเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย เราไม่ปิดกั้น แต่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของกรรม-การบริหารพรรคก่อน ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามข้อบังคับพรรค

ฉุนข้อหาซื้อตัว ส.ส.เพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายศักดา คงเพชร ส.ส. ร้อยเอ็ด กลุ่มอีสานพัฒนา พรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีการซื้อเสียงโหวต ส.ส.ในราคา 1 ล้านบาทนั้น นายบุญจงตอบว่า คำกล่าวเช่นนี้ถือเป็นเรื่องเท็จ การโหวตทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของ ส.ส. ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ฉะนั้นอย่ามากล่าวหาว่ามี ส.ส.มารับเงิน เพราะมันไม่เป็นความจริง เมื่อถามว่า การที่นายศักดาออกมาระบุเช่นนี้มีเจตนาอะไร

นายบุญจงตอบว่า ต้องไปถามคนที่พูด เพราะพูดไปเรื่อย เปื่อย ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องการจ่ายเงิน ถือว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย เมื่อฝ่ายค้านต้องการตรวจสอบก็สามารถทำได้ และฝ่ายรัฐบาลก็มีหน้าที่ชี้แจง ซึ่งผลก็ออกมาอย่างที่เห็นไม่มีการจ่ายเงินทั้งสิ้น

มั่นใจชี้แจงแจกเงิน-นามบัตรได้

เมื่อถามถึงกรณีคณะอนุกรรมการฯของ กกต.จะมีการพิจารณาเรื่องแจกเงินพร้อมแนบนามบัตรในสัปดาห์ นี้ จะกระทบกับการทำหน้าที่หรือไม่ นายบุญจงตอบว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะทั้งหมดอยู่ที่กระบวนการพิจารณาขององค์กรอิสระ ซึ่งตนได้ชี้แจงแล้ว และหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องวินิจฉัย เมื่อถามว่า แม้ว่าจะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว แต่ ป.ป.ช.ยังคงจะตรวจเรื่องนี้ควบคู่ไปกับ กกต. มั่นใจว่าจะสามารถผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้หรือไม่ นายบุญจงตอบว่า ไม่มีเรื่องอะไรน่าวิตกหวั่นไหว เป็นเรื่องปกติ

กษิตฟุ้งไร้ปัญหาผลงานอื้อ

วันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะทุกสิ่งทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง การกุข่าวอันเป็นเท็จเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ตนเองนั้นทำงานรับราชการมา 37 ปี ผลงานเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เป็นคนที่ไม่ชอบโอ้อวด ถ้ามีความจำเป็นต้องชี้แจงก็ต้องชี้แจง เพราะผลงานมีมากมาย หากไม่ดีจริงในช่วงเวลาหนึ่ง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร คงไม่ให้เป็นที่ปรึกษาและเป็นทูตที่โตเกียวและวอชิงตัน ต่างคนต่างรู้มือรู้สภาพจิตใจกันมา ส่วนความแตกต่างนั้นคือจุดยืนทางการเมือง ไม่ใช่ปัญหาที่ไม่ชอบขี้หน้า ในเมื่อมีจุดยืนที่แตกต่างกัน ก็อย่ามาสาดโคลนใส่กัน ส่วนเรื่องความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนี้มองว่าเป็นเรื่องของนายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี