WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 25, 2009

นายกฯตลอดกาล

ที่มา ไทยรัฐ

ในสามท่านผู้นำ สมัยสามก๊ก ดูเหมือนเล่าปี่จะถูกเขียนให้เป็นพระเอก ซุนกวน เป็นพระรอง ส่วนโจโฉ ถูกเขียนให้เป็น ตัวโกงค่าที่โหดร้ายใจดำที่สุด

เมื่อโจโฉมีอำนาจ ก็เริ่มกวาดล้างคนทั้งเมืองซีจิ๋ว แก้แค้นแทนพ่อ เมื่อปราบกบฏฮูโต๋ได้ ก็ฆ่าคนทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็นคนเลือกข้างหรือไม่เลือกข้าง

แต่ในความโหดร้ายใจดำ...โจโฉก็ยิ่งใหญ่เหนือผู้นำรุ่นเดียวกัน

เพราะความใจกว้าง

ตำนานสามก๊ก ตอนที่ 36 ฉบับภาษาจีน เขียนว่า หลังจากชนะเด็ดขาดในสงครามกัวต๋อ ระหว่างการรวบรวมสินศึก ทหารโจโฉพบจดหมายมัดใหญ่ อยู่ในกองหนังสือของอ้วนเสี้ยวคู่ศึก

ลูกน้องโจโฉเปิดอ่าน...ทุกฉบับเป็นของขุนศึกคนสำคัญในกองทัพโจโฉ ลอบเขียนไปสวามิภักดิ์อ้วนเสี้ยว

ตามกฎทัพ เจ้าของจดหมายจะต้องถูกจับฆ่า โทษฐาน ทรยศกบฏศึก

แต่ข้อเสนอนี้ โจโฉไม่สนใจ เขาบอกกับทีมเสนาธิการ ความเข้มแข็งของกองทัพอ้วนเสี้ยวนั้น อย่าว่าแต่ขุนทหารในกองทัพจะถอดใจ ขนาดแม่ทัพ อย่างข้าพเจ้า

ก็ยังคิดว่าจะเอาตัวไม่รอด

แทนการเปิดอ่านจดหมาย สอบสวนหาเครือข่ายขุนทหารนอกแถว...เพื่อประหาร โจโฉสั่งทันที ให้เผาจดหมายทิ้ง

ผลที่ตามมา แทนที่กองทัพโจโฉจะระส่ำระสาย เพราะจิตใจแม่ทัพนายกองหวั่นไหว เพราะกลัวคิวเช็กบิล...กองทัพโจโฉกลับเข้มแข็งมั่นคงยิ่งขึ้น เพราะขุนทัพนายกองอุ่นใจ คลายวิตกกังวล

แต่ความใจกว้าง ไม่เอาความผิดทหารกบฏ ก็ถูกวิจารณ์ว่า สถานการณ์ขณะนั้น อ้วนเสี้ยวแม้จะแพ้ แต่ก็ยังครองเมืองกิจิ๋ว อิวจิ๋ว เชงจิ๋ว และเป๊งจิ๋ว รวม 4 จิ๋ว ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลไว้ในมือ

ด้านหน้าโจโฉมีอ้วนเสี้ยว ด้านหลังและด้านข้าง มีเล่าเปียว กับเล่าปี่

ซุนกวนก็ยังครองกำลังเข้มแข็งอยู่ทางกังตั๋ง

ยุทธศาสตร์ของโจโฉตอนนั้น ถูกล้อมอยู่ในแนวรบชั้นใน ยึดผลประโยชน์ยาวไกล การสวบสวนเอาผิดขุนทัพนายกองปันใจ สั่งประหารพวกหนึ่ง แต่พวกที่เป็นเครือข่าย ก็อาจบ่าไหลหนี

ยุทธศาสตร์เพื่อเอาชนะ...โจโฉต้องชูธงนำ...ความสมัคร สมานสามัคคี

ความใจกว้างของโจโฉมีอีกหลายครั้ง การรบที่อ้วนเซีย เตียวสิ้วฆ่าโจงั่งลูกชายคนโตโจโฉ และขุนศึกสำคัญบางคน แต่เมื่อการเมืองพลิกผัน โจโฉก็รับเตียวสิ้วเอาไว้ ตั้งให้เป็นใหญ่

เตียวสิ้วก็สนองคุณ รบเอาชนะยึดดินแดนได้มากมาย เอกภาพดินแดนภาคเหนือ โจโฉได้มาเพราะเตียวสิ้วคนนี้เอง

เพราะมีหัวใจอย่างนี้ ท่านผู้นำที่ถูกจารึกว่าโหดร้ายใจดำที่สุด จึงถูกจารึกอีกด้านว่า ใจใหญ่ที่สุด ใหญ่เพราะรู้จักหักความแค้น ให้อภัยศัตรูคู่ศึก นำมาใช้เป็นกำลังสำคัญได้

โจโฉคนนี้แหละ อาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านยกย่องไว้ในสามก๊ก ฉบับนายทุนว่า

นายกฯตลอดกาล

นักการเมืองสมัยหลังๆ กระทั่งสมัยนี้ หันไปทางไหน... สำรวจหัวใจแล้ว มีอยู่นิดเดียว ผู้นำหัวใจเท่านี้ เป็นได้แค่ นายกฯขัดตาทัพ หรือไม่ก็นายกฯชั่วคราว.

กิเลน ประลองเชิง

เร่งยุติวิกฤติการเมืองเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ.....

ที่มา ไทยรัฐ

ระเบิดการเมืองที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วีดิโอลิงค์ถึง คนเสื้อแดง จ.เชียงใหม่.....ปูพรมกระทบถึง บุคคลสำคัญ ของประเทศระลอกใหญ่.....และกระทบถึง ระบอบประชาธิปไตย ของประเทศครั้งรุนแรง.....จะปกปิดอย่างไร ความจริงย่อมหนีความจริง ไม่พ้นวันยังค่ำ............

ข้อกล่าวหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีน้ำหนักก็ตรงที่ว่า กล้าระบุ ตัวละคร วัน เวลา สถานที่ชัดเจน เมื่อนำมาประมวลเข้ากับ สถานการณ์วิกฤติการเมือง ที่ผ่านมา......อินทรีเหล็กเชื่อว่า จะสั่นคลอนถึงความเชื่อมั่นต่อที่มารัฐบาลชุดนี้............

ฟัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯ ยุค คมช.ปฏิเสธว่าอาจเกิดจาก ความเข้าใจผิด ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากได้รับ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ......หรือ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ อ้างแค่ว่า เป็นความต้องการที่จะ ปลุกระดม สร้างความวุ่นวายของ พ.ต.ท.ทักษิณ......แม้แต่ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พูดได้แต่เพียงว่า จะต้อง ดำเนินการไปตามกฎหมาย ยังไม่ใช่คำตอบและไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างข้อกล่าวหา คงต้องว่ากันเป็นหนังม้วนยาว ............

ตัวละครสำคัญอย่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.รมน. ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตอบเพียงแต่ว่า เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศจีนจริง.....แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด.....จึงน่าจะเพิ่ม น้ำหนักข้อกล่าวหา ของ พ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้น............

ถ้าพลิกแฟ้มข่าวการเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ของ พล.อ.พัลลภ ไม่ใช่เรื่องใหม่.....เมื่อ พล.อ.พัลลภก็เคยให้ข่าวไปแล้วว่า ที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณก็เพื่อที่จะสอบถาม กรณีไม่จงรักภักดี ซึ่ง พล.อ. พัลลภเองนั่นแหละที่ย้ำเองว่า เมื่อดูจากการตอบคำถามและท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ไม่น่าจะไม่จงรักภักดีอย่างที่ถูกกล่าวหา............

งานนี้ อินทรีเหล็ก ไม่ ได้เข้าข้างใครทั้งนั้น.....แต่อยากเห็น วิถีของประชาธิปไตย เดินหน้าต่อไปอย่างมี มาตรฐานและบริสุทธิ์ยุติธรรม.....ไม่เช่นนั้นนอกจาก ระบอบประชาธิปไตย ของประเทศจะติดๆดับๆ จะถูกครอบงำโดย อำนาจเผด็จการ แล้ว......ยังจะพาประเทศล่มจมไปด้วย............

มาแปลก เมื่อ นายกฯอภิสิทธิ์ ไปพูดเอาไว้ในวงสัมมนาข้าราชการรุ่นใหม่ จะช่วยพัฒนาประเทศอย่างไรว่า เดี๋ยวก็ จะมีการยุบพรรคการเมือง อีกแล้ว......แปลว่าวิกฤติการเมืองระลอกใหม่ที่กำลังก่อตัวจะยุติลงด้วย การยุบพรรคการเมือง อีกกระทอกหรือไม่............

พูดถึงการยุบพรรคการเมืองก็ยังคาใจกับ การทำหน้าที่ของ กกต. เท่าที่จำได้ พรรคการเมือง ที่เข้าข่ายต้องยุบพรรค ที่ผ่านมามีชื่อของพรรคเพื่อแผ่นดินอยู่ด้วย.....บัดนี้ไปถึงไหนแล้ว.....และถ้าจะใช้กระบวนการยุบพรรคการเมือง มาเป็นเครื่องมือ ในการยุติวิกฤติการเมือง.....ก็คงจะต้องหาวิธียุบพรรคกันไปไม่มีที่สิ้นสุด............

ฮัดเช้ยไม่ใช่อะไร จู่ๆก็มีข่าวลือที่กระจอกข่าวเอาไปถาม ชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้ประชาธิปัตย์เตรียม จดทะเบียนพรรคสำรอง เอาไว้ล่วงหน้า......อินทรีเหล็กมั่นใจว่าเป็นแค่การปล่อยข่าว พรรคประชาธิปัตย์ หนังเหนียวจะตาย ปัดโธ่............

เอ้า สิ่งที่พิสูจน์ได้จาก การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ผ่านมา.....นั่นคือ ความแตกแยก ที่ลงลึกไปถึง ระบบราชการ.....ยิ่งรัฐบาลใช้ อำนาจในการ โยกย้ายข้าราชการตามอำเภอใจ จะยิ่งสร้างรอยร้าวมากขึ้น.....ต่อให้ย้ายอย่างไรก็ไม่หมด.....ไม่อย่างนั้น ข้อมูลการอภิปราย ไม่ไว้วางใจคงไม่ แจ่มแจ๋วขนาดนี้............

ในที่สุด เช็คช่วยชาติ ลอตแรกจำนวน 5.9 ล้านฉบับ ก็กำลังจะส่ง ถึงมือประชาชน จากการเปิดเผยของ ธีระ อภัยวงศ์ รอง ผจก.ใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ได้ยืนยันว่า มีการจัดพิมพ์เช็คเรียบร้อยแล้ว อยู่ในระหว่างจัดส่งไปให้ สำนักงานประกันสังคม และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ.....ไม่น่าจะเกินบ่ายวันนี้ก็สามารถจะแจกจ่ายได้.....ชาวบ้านจะได้ร้องไชโยเป็นหย่อมๆซะที ............

เฮ้อ การแก้ไขปัญหา วิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่จะโทษกันไปโทษกันมา แต่อยู่ที่ว่า มีฝีมือ ในการที่จะแก้ปัญหาอย่างไรมากกว่า.....การที่ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง อ้างว่า ที่ หนี้สาธารณะ ปี 2553 จะพุ่งขึ้นถึง 4.46 ล้าน หรือถ้าคิด เป็นสัดส่วนของจีดีพี สูงถึงร้อยละ 44.67 อีกแค่ประมาณร้อยละ 5 ก็ชนเพดาน.....พิสูจน์ว่าเป็นมือใหม่หัดขับตัวจริงเสียงจริง............

แล้วการที่ นายกฯอภิสิทธิ์ ไปออกรายการเชื่อมั่นประเทศ ไทยว่า ตั้งเป้าภายใน 3 ปีมีโครงการลงทุน เมกะโปรเจกต์ 1.4 ล้านล้าน พร้อมดันแผน กู้เงินต่างประเทศ 7 หมื่นล้านเข้าสภาในสัปดาห์นี้.....เชื่อว่าจะใช้หนี้ได้ หลังเศรษฐกิจฟื้นตัว.....สมมติถ้าเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวคนไทยไม่ต้องผูกคอตายหนี หนี้หรือ พับผ่า............

ที่พูดอย่างนี้ไม่ ใช่ดูถูกฝีมือรัฐบาล แต่นโยบายของรัฐบาล มีแต่ กู้กับกู้.....โดยไม่ดูว่าจะมีศักยภาพ ในการจัดหารายได้เข้าประเทศ ได้แค่ ไหน.....สัดส่วนหนี้ต่อ จีดีพี สูงขนาดนี้....ว้าเหว่ แฮะ............

อินทรีเหล็ก

ปิดจุดอ่อน

ที่มา ไทยรัฐ

การปูพรมเพื่อเปิดเผยข้อมูลของอดีตนายกฯทักษิณที่เชียง-ใหม่ ดูเหมือนจะเป็นการจับแพะชนแกะมากกว่า เพราะคนที่ถูกเอ่ยนามต่างก็ปฏิเสธ หรือแม้กระทั่งคนที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้ให้ข้อมูล แม้ยืนยันได้พบกันจริง แต่ไม่ได้ข้อมูลอย่างนั้น

เรื่องแบบนี้ต้องฟังหูไว้หู อย่าเพิ่งไปเชื่อตามจินตนาการ เพราะนี่เป็นเกมการเมืองที่ต้องใช้วิธีการทุกรูปแบบเพื่อชัยชนะเท่านั้น แม้จะต้องดิสเครดิตหรือสร้างภาพให้เข้าใจเป็นอย่างนั้นก็ตาม และที่สำคัญหากสังคมไทยไปเชื่ออย่างนั้น

คนดีที่ได้รับการยอมรับจะต้องกลายเป็น แพะอย่างที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น

เหนืออื่นใดการต่อสู้นอกสภาที่กลุ่มเสื้อแดงจะเปิดศึกยืดเยื้อแบบว่าไม่ชนะไม่เลิกด้วยการล้อมทำเนียบนั้น ต้องอยู่ที่รัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

หนทางที่ดีที่สุดคือการทำงานนอกเหนือจากปัญหาเฉพาะหน้าอย่างวิกฤติเศรษฐกิจแล้ว งานด้านอื่นๆ ก็ต้องเร่งดำเนินการ รัฐมนตรีแต่ละคนที่ยังมะงุมมะงาหราอยู่นั้น ก็คงจะปล่อยให้เป็นไปอย่างที่ผ่านมา

ไม่ได้แล้ว

แม้ว่าจะผ่านศึกซักฟอกมาได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองในระบบสภา ยังไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ว่ารัฐบาลเก่งกาจสามารถ จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะข้อมูลฝ่ายค้านหลายเรื่องก็ยังเป็นข้อกังขาอยู่

จริงๆแล้วนอกเหนือจากปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ยังไม่ได้ยินได้ฟังว่ารัฐบาลจะนำพาประเทศก้าวไปทางไหนกันแน่

นายกฯนั้น แม้จะมีภาพลักษณ์ที่ดีและได้รับการยอมรับ แต่ก็ยังไม่ได้โชว์ฝีมือหรือแนวคิดที่แตกต่างหรือสะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน นอกจากความซื่อสัตย์ เอาจริงเอาจัง การยึดหลักกฎหมาย บุคลิกดี พูดเก่ง ซึ่งนั่นสะท้อนความเป็นบุคคลการเมืองที่ดีเท่านั้น

ว่าที่จริงแล้ว ก็คงไม่แตกต่างจากคนของประชาธิปัตย์เท่าใดนัก ที่ยังไม่สามารถแหวกแนวคิดที่ยกระดับได้มากกว่านี้ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าประเทศไทยนั้น ควรจะมีทิศทางที่ชัดเจนอย่างไร

นี่น่าจะเป็นจุดอ่อนสำคัญ

การทำงานในฐานะผู้นำประเทศในรูปแบบเก่าๆ แก้ปัญหาไปวันๆ มันก็เลยไม่มีความต่าง ทำให้ประชาธิปัตย์มิอาจก้าวพ้นไปจากข้อครหาที่ว่าทำงานไม่เป็น คิดไม่เป็น ต้องไปลอกการบ้านคนอื่น ต่างๆเหล่านี้มีความสำคัญมาก

ในฐานะนายกฯที่คิดว่าจะดำรงฐานะต่อไปได้นาน และคงไม่ทิ้งการเมืองไปง่ายๆ ความจำเป็นอย่างหนึ่งก็คือการมีทีมงาน มีทีมที่ปรึกษาและคณะทำงานเพื่อช่วยคิด ช่วยมองและการทำวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน จนสามารถที่จะนำมาเป็นทิศทางในการสร้างนโยบายใหม่ๆ และแนวทางในการพัฒนาประเทศด้วยวิสัยทัศน์

ต้องไม่ลืมว่าการบริหารประเทศสมัยอดีตนายกฯทักษิณนั้น ที่มีสิ่งแปลกใหม่ รู้ความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะระดับรากหญ้านั่น เพราะมีข้อมูลจากการศึกษา วิจัยเป็นอย่างดี เมื่อนำมากำหนดเป็นนโยบาย จึงเข้าถึงชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

สามารถบอกชาวบ้านได้ว่าประเทศไทยต่อไปจะเป็นอย่างไร สร้างความฝัน สร้างจินตนาการให้คนไทยได้รู้ได้เห็นอย่างน้อยในท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาสังคมอื่นๆ ที่ทับถมอยู่ก็ยังมีช่องทาง มีความหวัง

ดีกว่าต้องมาทนทุกข์ต่อปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอย่างปัจจุบัน

แม้ว่าจะมีอำนาจ กุมสภาพได้พอสมควร แต่ก็หาใช่ว่าจะได้รับการยอมรับอย่างสุดจิตสุดใจ ยิ่งสถานการณ์การเมืองที่มีความขัดแย้งอย่างนี้ การจะให้กลุ่มเสื้อแดงส่วนใหญ่เปลี่ยนความคิดจึงเป็นเรื่องยาก

และจะต้องถูกค่อนขอด เหน็บแนม ไม่สามารถตอบโต้ได้.

สายล่อฟ้า

ยังมีชัดกว่านี้อีกหรือ

ที่มา ไทยรัฐ

ประเดิมของเล่นไฮเทคใหม่ได้แรงสมราคา

ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในชุดเสื้อแดง โผล่จอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ โชว์ทั้งหน้าและเสียงผ่านระบบวีดิโอลิงค์ครั้งแรก ต่อหน้ากองเชียร์ม็อบเสื้อแดงแน่นสนามกีฬาสมโภช 700 ปี เชียงใหม่

แฉชื่อกันโต้งๆ ปะฉะดะรายตัว

ไล่ตั้งแต่ บิ๊กแอ้ดพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ตัวเอกของท้องเรื่อง ที่ขันอาสาเข้ามาทำงานถวายแทน ทักษิณที่ไม่จงรักภักดี

โดยมีนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี อดีตประธานศาลฎีกา นายอัคราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีตเลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการเครือข่ายม็อบพันธมิตรฯ

ร่วมโต๊ะบัญชาการเกมโค่นอำนาจ

ทักษิณฉายเบื้องหลังการถ่ายทำ ก่อนนำมาสู่การปฏิวัติยึดอำนาจวันที่ 19 กันยายน 2549 ฝ่ายอำมาตย์ปั้นเรื่องใส่ร้าย ปั˜นกระแสไม่จงรักภักดี

ล่อเป้าไม่เลือกองคมนตรี ตุลาการ ฟาดหางถึงคนระดับ คีย์แมน

พูดแบบไม่กลัวโดนแบน ไม่สนฝ่ายเซ็นเซอร์

โดยมีการอ้างพยานปากสำคัญคือ พล.อ.พัลลภ ปิ˜นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. ที่ยอมรับว่า ได้เดินทางไปพบอดีตนายกฯทักษิณที่ประเทศจีน เมื่อ 4-5 เดือนก่อนจริง

แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดลึกๆของการสนทนา

แค่แย้มว่า เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีการปฏิวัติต้องมีคนมานั่งประชุมวางแผนกัน และในเวลานั้นตัวเองได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมโดยมี พลเอก ส.ร่วมวางแผน โดยในที่ประชุมมีความเห็นพ้องกันว่า ควรจะต้องทำการยึดอำนาจรัฐบาล เพราะเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความจงรักภักดี

อย่างน้อยๆ มันก็มีเค้า

โจทก์กับพยานให้การสอดคล้องไปในทางเดียวกัน แต่หันไปทางฝ่ายที่โดนกล่าวหา พล.อ.สุรยุทธ์ ปฏิเสธนิ่มๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติรัฐประหาร ตามที่อดีตนายกฯ ทักษิณได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และความจริงก็เป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้

แล้วก็เน้นปริศนาธรรม ส่วนตัวแล้ว เชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม ผู้ที่ทำอย่างไรไปแล้วมักจะได้รับผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นในทางที่ดีหรือว่าในทางที่ไม่ดี

ออกแนวธรรมะธัมโมตามสไตล์

ในขณะที่นายจรัญ ตั้งท่าสวน หากมีการเอ่ยชื่อกันแบบนี้อาจจะต้องพูดอะไรบ้าง แต่ขอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน เพราะในฐานะตุลาการ สมควรตอบโต้อะไรหรือไม่

ที่ผ่านมานั้นดูเหมือนเป็นการจับแพะชนแกะ ซึ่งถือเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ

เจอมุก ทักษิณดับเครื่องชน โดดหลบระเบิดกันพัลวัน

และบอกกันให้รู้ล่วงหน้า อดีตนายกฯทักษิณส่งซิก ผมจะพูดให้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ผมนี่อดทนมานานแล้ว วันนี้ไม่ได้โกรธ ผมสงสารพี่น้องมานั่งงงกันอยู่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ผมอยู่ในศูนย์กลางของความลับทั้งหมด ผมเลยต้องพูด

ใครจะเชื่อ ไม่เชื่อ สุดแล้วแต่

ที่แน่ๆคนเสื้อแดงปักใจเลย เพราะทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ระแคะ ระคายกันมาก่อนหน้า เพิ่งจะมาตอกย้ำ ออกจากปากอดีตนายกฯ ทักษิณโดยตรง

นี่แหละ หัวเชื้อไวไฟระดับเบนซิน 95

โหมโรงยุทธการรวมพลใหญ่ม็อบเสื้อแดง ดีเดย์วันที่ 26 มีนาคม

ในอารมณ์ของอดีตคนคุ้นเคย นายใหญ่อย่างนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เชื่อเลยว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ประกาศจะปิดล้อมทำเนียบขับไล่รัฐบาล จะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

เพราะมีการปลุกระดมตามจังหวัดต่างๆ ผ่านการโฟนอินของอดีตนายกฯทักษิณ ที่มีความถี่มากขึ้น และรุนแรงมากขึ้น โดยเป็นลักษณะการสร้างกำลังใจให้กับผู้สนับสนุน

ออกลูกแหยง ระแวง ทักษิณเร้ากองทัพเสื้อแดง

แต่ที่ยังออกลีลากล้าๆกลัวๆ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับมุกส่งไม้กับฝ่ายยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับ ได้เห็นแผนตากสินแล้ว ยังไม่มีการยืนยัน เป็นเรื่องจริงหรือไม่

แต่ก็มั่นใจว่า จะสามารถรับมือได้

ยังไงก็ต้อง ขาสั่นสู้ไว้ก่อน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

แผ่นดินอยุติธรรม หนึ่งประเทศ สองมาตรฐาน

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ starfish
ที่มา เวบไซต์ พันทิปราชดำเนิน
24 มีนาคม 2552

เรียนท่านผู้มีอำนาจในระบอบการเมืองไทย …..

ความยุติธรรมจำเป็นมากครับในสังคมไทยปัจจุบัน ถ้าผู้มีอำนาจยังดำเนินการ แบบสองมาตรฐาน (Double Standard) อยู่ ให้พบเห็นได้บ่อยครั้ง และต่อเนื่อง

จนคนรากหญ้ารากแก้ว เขาหมดความเชื่อในระบอบการปกครองของรัฐในปัจจุบัน

จนคนรากหญ้ารากแก้ว เขาเห็นซึ่งความไร้ยุติธรรม แบบสองมาตรฐาน อย่างไม่สามารถจะทนได้อีกต่อไป …

แล้วสิ่งนี้ ก็จะเป็นชนวนให้คนรากหญ้ารากแก้ว ลุกฮือกันทั่วประเทศ ….. มันจะไม่คุ้มนะครับ !!!

หยุดเถอะครับ …….ก่อนสายเกินแก้ !!!???

ประมวล ตัวอย่างของ Double Standard แห่งการเมืองไทย !!!

***********************************************

1. นายกฯ สมัคร ทำกับข้าวออกทีวี โดนปลดจากนายกฯ จนเสียงหัวเราะดังไปทั่วโลก ..... นายจรัญพันบาท สอนหนังสือเก็บเงิน กลับไม่มีปัญหากับ ตำแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

2. นปก. บุกบ้าน สี่เสา ตำรวจลุยด้วย แก๊สน้ำตาและกระบอง แกนนำ นปก. โดนจับติดคุก นักวิชาการเงียบสนิท ..... พันธมิตรยึดทำเนียบ ยึดสภาฯ ยึดสนามบิน นักวิชาการบอกว่า ห้ามใช้แก๊สน้ำตา และ อาวุธใดๆ ใช้โล่ห์ได้อย่างเดียว ทุกวันนี้แกนนำมอบตัวเสร็จแล้ว ยังลอยนวล ไม่ได้เข้าคุกแม้แต่คืนเดียว

3. ความผิด พปช. เล็กน้อย ดันยุบพรรค ..... ปชป. ซื้อเสียงเห็นๆ กลับหลุดใบแดง ... ไร้ความผิด

4. รายการความจริงวันนี้ พูดความจริง มีหลักฐานชัดเจน กลับระงับการออกอากาศ .....ที ASTV โกหกมากมาย ปลุกปั่นประชาชน กลับ ไปให้ความคุ้มครอง ... (จาก Mr. Google)

5. นปช. หากปิดสภาฯ จะจัดการข้อหากบฎอย่างเต็ม .....ที พธม. ลอยนวลอยู่เลย

6. นปช. ขว้างหิน อิฐ ใส่รถ ตำรวจจับได้อย่างรวดเร็ว (ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี) ...... พธม. ใช้อาวุธปืน ยิงในที่สาธารณะ ทำร้ายร่างกายจบเกือบตาย ยังลอยนวล

7. คุณนพดล ปัทมะ ปกป้องสมบัติชาติจากกัมพูชา บอกขายชาติ ..... พธม. ยึดทำเนียบ ล้อมสภา ปิดสนามบิน เสียหายแสนล้าน ได้เป็นรัฐมนตรีการต่างประเทศ และระบุว่า โอ่มันยอดมาก! (จาก คุณ KhongLen)

8. นโยบายประชานิยม เอ็งทำข้าด่าว่าเลว .... แต่ทีข้าเป็น กลับบอกว่า เป็นนโยบายที่ดี

9. ขายหุ้นชิน โดนด่าขายชาติ + ปรับ + คุก ...... ขาย DTAC กลับบอกว่าบริษัทไปไม่ไหว

10. สามสิบบาทตายทุกโรค ..... แต่ดันเสนอรักษาฟรีหายทุกโรค (จาก คุณ ขุนเข่าไร้น้ำใจ)

11. กล่าวหาว่าหวยบนดิน ผิดหมด (ที่แย่งขุมทรัพย์เจ้ามือหวยเถื่อน) ...... แต่รัฐไม่เห็นจะปราบเจ้ามือหวยใต้ดิน ซะง้าน

12. โครงการลำใยล่องหน กล้ายาง CP และหลายๆ โครงการ ยุครัดตะบานท่านนายกฯทักษิณ ที่ว่าโกงกิน ๆๆ ...... จัดการพร้อมๆ กะ ปรส. ด้วยจิ

13. ที่ว่า หมิ่นสถาบันและถูกขังลืม .... กับคนที่หมิ่นสถาบันแล้วลอยนวนล่ะ (จาก คุณ เทพนิรมิตร)

14. ผบ.ทบ. ชอบทำตาเขียวใส่เสื้อแดง...... แต่ทำตาขาวใส่เสื้อเหลือง (จาก คุณ kriengchai)

15. นายกฯ กับ ที่ดินรัชดา ..... และ นายกฯ กับที่ดินเขายายเที่ยง (จาก คุณ wealthyman)

16. พันธมิตรป่วนเมือง ประกาศปิดล้อมสภา หรือจะชุมนุมยึดสนามบิน สื่อ นักวิชาการ อาจารย์ ออกมารุมประณาม ออกมาปรามตำรวจว่า อย่าใช้ความรุนแรง ให้ตำรวจ มีโล่ห์ กระบอง แก๊สน้ำตาอย่างเดียว ..... เสื้อแดงรักประชาธิปไตย มาชุมนุม สื่อ นักวิชาการ อาจารย์ ออกมาบอกว่า เสื้อแดงอย่าสร้างความรุนแรง เอาทหารหมวกแดงอาวุธครบมือ ระเบิดสังหาร ปืนกล พลซุ่มยิง (จากคุณ Heart Attack)

17. คดียุบพรรค รอบ1 รอบ2 ศาลรับฟ้อง-พิจารณา-ตัดสินอย่างรวดเร็ว และตัดสิทธิ์ กก.บริหารพรรค 5 ปี อย่างรีบเร่ง โดยไม่ให้มีทนายแก้ต่าง .... แต่คดี ปรส. และคดีอื่นๆ ของ ฝ่าย ปชป. ดองไว้จนหมดอายุความ

18. ทรท. พปช. ได้เสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาล โดยเสียงมากมายมาจากพี่น้องชาวอิสาน ถูกหาว่าเป็น รัฐบาลชั่ว เพราะได้คะแนนจากรากหญ้าอิสานที่ขายเสียง ขายสิทธิ์ ได้ สส.ไร้คุณภาพ ที่ซื้อเสียงมา ..... พรรค ปชป.ใช้วิชามาร สร้างความปั่นป่วน หายนะให้ประเทศมากมาย และซื้อ สส.จากพรรคคู่แข่ง สส.ที่เค้าว่าไร้คุณภาพ ซื้อเสียงมานั่นแหละ มาโหวตให้ตัวเองเป็น นายกฯ กลับบอกว่า ได้รัฐบาลคุณภาพ (จาก คุณ envieco1)

19. พปช. เป็นรัฐบาล จะทำงาน ปชป. 40 สว. พธม. ไม่เคยให้โอกาส ........ แต่ พอ มาร์ค มาเป็น นายกฯ ขอโอกาสทำงาน 5555 (Starfish)

20. ทหารใหญ่ขึ้นเวทีพันธมิตร วิจารณ์รัฐบาลอย่างชัดเจน ไม่ผิด ...... แต่หมวดเจี๊ยบ โดนดักคอ ตั้งแต่มีแนวโน้มว่า จะวิจารณ์รัฐบาล บอกผิดกฏกระทรวงกลาโหม

21. ASTV ศาลปกครองคุ้มครอง ...... พอ DTV จะเปิดบ้าง ปชป. ขุดกฏหมายมาเตรียมตัวฟ้อง (Starfish)

22. คุณ จักรภพ แกนนำเสื้อแดง ประท้วงแค่หน้าบ้านป๋าเปรม ปชป. บอกว่า เป็น รัฐมนตรี ไม่ได ้ ...... แต่ คุณกษิต แกนนำเสื้อเหลือง ลุยปิดสนามบิน เสียหายแสนล้าน แล้วยังให้สัมภาษณ์ อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ ปชป. บอกเป็น รัฐมนตรีได้ แถมตั้งเองเสียอีก แล้วยังมีหน้ามาบอกว่า มันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ที่ไปปิดสนามบิน ... !!??

23. คดีซานติก้า เกิดหลังปิดสนามบินตั้งนาน แถลงสรุปคดีกันแล้ว ..... คดี พันธมิตรปิดสนามบิน กลับเงียบสนิท คนที่เคยว่าฟ้องแน่ อย่าง การบินไทย สนามบิน ไม่รู้ว่าฟ้องหรือเปล่า เงียบสนิทอีกเหมือนกัน … มันอะไรกันครับนี่ !!!

24. ทำกับข้าวถูกปลด เป็นกบฏถูกปล่อย (วลีดังในห้องราชดำเนิน)

25. เสื้อแดง กำลังจะชุมนุมประท้วงในงาน ASEAN ดักคอว่า “พวกทำลายประเทศ” ...... ทีตอน เสื้อเหลืองติดอาวุธ ปิดทำเนียบ ปิดสภาฯ ปิดสนามบิน ก่อการร้ายประท้วงรัฐบาล ดันบอกว่า ชุมนุมถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ (เฮ้อ!!!)

26. กกต. ขู่ บ้านเลขที่ 111 ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง สมัย ตั้งพรรคพลังประชาชน ตั้งรัฐบาลก่อน ...... แต่มาวันนี้ ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล คุณเนวิน ช่วยตั้งรัฐบาลชัดๆ สื่อออกข่าว มีรูปชัดเจนว่ากอดกับคุณอภิสิทธิ์กลม แต่ กกต. บอกว่า ไม่ผิดว่ะ !!! ให้ยกคำร้อง (ฮา….)

27. สว. เรืองไกร ยื่นถอดถอนสมัคร เรื่องทำกับข้าวออกทีวี ท่านว่า ถูกแล้ว ชอบแล้ว แต่ฝรั่งหัวเราะกันทั่วโลก ...... พอ สว. เรืองไกร คนเดิม ยื่นยุบพรรค ประชาธิปัตย์ เพราะหลักฐานชัดว่า ร่วมกับ เนวิน ณ 111 ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ท่าน กกต. สั่งสอยทันที จะถอนสิทธิ์ สว. เรืองไกร อะไรกันนักกันหนา !!!

-------------------------------------------------

หยุดเถอะครับ Double Standard ………………

No Peace without Justice
No Justice without Forgiveness

Message of his Holilness Pope John Paul II
for the celebration of the world day of peace
1 January 2002

ความคืบหน้าการยื่นเรื่องต่อสหประชาชาติ กรณีผู้ก่อการร้ายปิดสนามบิน

ที่มา Thai E-News

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 มีนาคม 2552

กลุ่มคนไทยยื่นเรื่องยูเอ็น หวังร้องประชาคมโลกจัดการพวกก่อการร้ายยึดสนามบิน ยันเรื่องถึงมือเลขาธิการสหประชาชาติและทางยูเอ็นไม่นิ่งเฉยแน่ เผย 12 เม.ย.เลขายูเอ็นมาเยือนไทย เตรียมป่าวประกาศเรื่องละเิมิดสิทธิฯและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ให้พิจารณา

แหล่งข่าวไม่เปิดเผยนาม ได้ส่งอีเมล์ถึงทีมข่าวไทยอีนิวส์ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการยื่นเรื่องถึงสหประชาชาติให้จัดการลงโทษกลุ่มคนที่ดำเนินการปิดสนามบินช่วงต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้วฐานเป็นผู้ก่อการร้ายสากล โดยกล่าวว่าตนเองพร้อมกับประชาชนกว่าพันคนและประชาชนที่ลงชื่อพร้อมสำเนาบัตรประชาชนอีกว่า 5800 ราย ได้ดำเนินการยื่นเรื่องต่อสหประชาชาติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีการนำเสนอข่าวดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน ขณะนี้เรื่องดังกล่าวซึ่งถูกรับเรื่องโดยเจ้าหน้าที่อาวุโสของ UNDP ประจำประเทศไทยท่านหนึ่ง ได้ส่งต่อผ่านไปยังแผนก Drugs and International Crime ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงเรียบร้อยแล้ว

เปิดกรุจดหมายภาษาอังกฤษแปดหน้าที่ถูกยื่น พร้อมเวอร์ชั่นแปล

ท่านสามารถอ่านจดหมายที่ถูกยื่นฉบับดังกล่าวได้ตามที่ลิงก์ด้านล่างนี้ ในขณะที่จดหมายดังกล่าวฉบับแปลไทย ท่านสามารถติดตามอ่านได้จากลิงก์นี้ http://docs.google.com/Doc?id=d7qgfs4_133dp4wjhdt

UN Document Partly Summitted

UN Document Partly Summitted thaienews6852 Subject: A Request for UN follow-up to bring to
trial
the international terrorists who aggressively
closed Don
Muang and Suvarnabhumi International Airports, Thailand



ยันสหประชาชาติไม่นิ่งดูดาย แต่ยอมรับบางเรื่องเป็นกิจการภายในของไทย

แหล่งข่าวยังเปิดเผยในอีเมล์ด้วยว่า ทางสหประชาชาติได้รับจดหมายดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว และมีผู้ลงนามร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้สหประชาชาติคงจะไม่นิ่งเฉยสำหรับกรณีนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวยอมรับว่าข้อเรียกร้องที่ปรากฏในจดหมายฉบับดังกล่าวหลายข้ออาจเป็นสิ่งที่สหประชาชาติไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นกิจการภายในของประเทศไทยเอง

เตรียมชงเรื่องให้เลขาฯยูเอ็นเดือนหน้า

แหล่งข่าวยังเปิดเผยด้วยว่า การมาเยือนของเลขาธิการสหประชาชาติที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 เมษายนที่จะถึงนี้ ทางกลุ่มจะใช้โอกาสดังกล่าวในการนำเสนอประเด็นผ่านทางสื่อต่างๆชี้ให้เห็นถึงเลวร้ายของกลุ่มพันธมิตรฯที่ได้ทำการกดขี่ประชาชน การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (ถูกระบุไว้นจดหมายว่ามีการยุยงให้ฆ่ากัน) และการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งรวมถึงการยึดสนามบินนานาชาติด้วย

ภาพ'แดงทั้งแผ่นดิน' ที่จังหวัดน่าน 23 มี.ค.

ที่มา Thai E-News

ถ่ายภาพ CraZyBMW
ที่มา เว็บบอร์ดพันทิป
24 มีนาคม 2552


Tuesday, March 24, 2009

"แม้ว"โทรแจงกล้าทำกล้ารับลั่น พูดจริงยอมตาย "จตุพร"เผยมีแฉม้วนยาว สวน"สุรยุทธ์"จะพบกรรมที่ก่อไว้

ที่มา มติชนออนไลน์

"แม้ว"โทรแจงกล้าทำกล้ารับลั่น พูดจริงยอมตาย "จตุพร"เผยมีแฉม้วนยาว สวน"สุรยุทธ์"จะพบกรรมที่ก่อไว้

"แม้ว"โทรข้ามปท.กล้าทำกล้ารับยันพูดความจริงลั่นแค่หนังตัวอย่างยอมตาย "จตุพร"เผย"ทักษิณ"แฉม้วนยาว แบบแม่น้ำร้อยสาย ชี้"สุรยุทธ์"น้ำนิ่งไหลลึกมองไม่ออก จะพบกับกฎแห่งกรรมที่ก่อเอาไว้ โยน"สุริยะใส"ปูดองคมนตรีนั่งบัญชาการปว. -นัดโฟนอินกับคนเสื้อแดง27มี.ค. โว26มี.ค.โชว์พลัง-คนกรุงร่วมอื้อ

"แม้ว"โทร.ข้ามปท.กล้าทำกล้ารับ


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์ทางไกลจากเมืองดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มายังกองบรรณาธิการ "มติชน" เมื่อวันที่ 23 มีนาคม เพื่อให้สัมภาษณ์กรณีใช้วิดีโอลิงก์ มายังผู้ชุมนุมที่เวทีสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ กล่าวหาตุลาการและองคมนตรีอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 เมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมาว่า "คำพูดของผมทุกคำเป็นความจริง ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยได้เรียนรู้บทเรียน พิษภัยของการปฏิวัติ และไม่มีใครกล้าที่จะออกมาพูดความจริง ผมจึงต้องพูดเพราะคนเหล่านี้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด การที่ต้องออกมาพูดความจริง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม"


ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ผู้ถูกกล่าวหาออกมาระบุเชื่อในกฎแห่งกรรม พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า "ไม่เป็นไร ผมพูดความจริง ใครกล้าทำก็ต้องกล้ายอมรับ อยากจะบอกว่า กรรมของคนบางคนก็ออนไลน์ บางคนชดใช้กรรมในชาตินี้ไม่ได้ ก็ต้องใช้ในชาติหน้า หรือบางคนก็อาจจะชดใช้กรรมมาจากชาติที่แล้ว เพราะกรรมข้ามชาติได้"

"ทักษิณ"โฟนอินบอกรอดตายเพราะพี่น้องชาวน่าน

กระทั่งเวลาพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวทักทายเป็นภาษาเหนือว่า "สวัสดีครับพี่น้องชาวจังหวัดน่าน" แต่ปรากฎว่าระบบเสียงที่ใช้โทรศัพท์มือถือจ่อกับไมโครโฟนเสียงเบาและอู้อี้ฟังไม่ชัด ต้องแก้ไขหลายครั้งและใช้ไมโครโฟน 2 ตัวจ่อโทรศัพท์ช่วย เป็นเหตุให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ต้องขอให้พ.ต.ท.ทักษิณเปลี่ยนหมายเลขโทรเข้าใหม่อีกเครื่องหนึ่ง หลังจากนั้น 5 นาทีพ.ต.ท.ทักษิณจึงสามารถกล่าวท่ามกลางเสียงโห่ร้องและใช้ตีนตบและหัวใจตบตอบรับเป็นช่วงๆว่า

"รักพี่น้องชาวน่านอย่างมาก ตอนที่ผมโดนคาร์บอม เมื่อเดือนสิงหาคม 2549 ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ วันนั้นผมรอดตายเพราะพี่น้องจ.น่านนะ วันนั้นผมออกจากบ้านแต่เช้ามืดเพราะต้องไปแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ชาวจ.น่าน ทำให้คิดถึงชาวน่านอยู่ตลอดเวลา ผมเป็นห่วงประชาชนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและการปฏิวัติทำให้เกิดความเสียหาย ยาเสพติดกำลังกลับมาใช้แนวร่วมพันธมิตร ขอให้อดทนและช่วยกันพาผมกลับบ้านด้วย… ขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวเสื้อแดงทั้งประเทศช่วยกันเสียสละ เพราะพันธมิตรมันมีตังค์จ้างชุมนุม เราไม่มีตังค์จ้างเพราะมันอายัดเงินของผมไปซะ ตังค์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขอให้สู้ด้วยใจไล่รัฐบาลที่ไม่ได้มาด้วยความชอบธรรม ไม่มีประไหนคบ ไม่มีใครค้าขายด้วย ถ้าผมได้มีโอกาสได้กลับเมืองไทยจะไปหาพี่น้องชาวจังหวัดน่านก่อนเป็นอันดับแรก "


ลั่นแค่หนังตัวอย่าง-พูดจริงยอมตาย


เมื่อถามว่า การออกมากล่าวหาบุคคลระดับสูงในสังคมไทย คิดว่าคนไทยจะเชื่อหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า "ไม่เป็นไร แต่ทุกคนต้องยอมรับความจริง เหมือนน้ำที่มีตะกอน เมื่อถูกแกว่ง ก็จะต้อรอให้ตกตะกอน เพื่อแยกให้เห็นตะกอน กับน้ำใสๆ" ถามว่า การออกมากล่าวหาแรงๆ แบบนี้ ไม่กลัวหรือว่าอาจจะไม่มีโอกาสเดินทางกลับประเทศไทยเลย พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า"ไม่เคยกลัว ผมพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงทุกอย่าง ความจริงไม่พูดไม่ได้ ถ้าไม่ให้พูด ยอมตายเสียดีกว่า นี่แค่หนังตัวอย่าง.."


ผมถามหน่อย อยู่ๆ มีคนเดินถือชามก๋วยเตี๋ยว โดนคนต่อยจนล้มคว่ำ ชามก๋วยเตี๋ยวหกกระจาย แล้วพอเขาจะลุกขึ้นมา ก็มีคนมาบอกว่าให้เลิกๆ กันไป ยุติธรรมหรือเปล่า ผมคิดว่าวันนี้เราจะต้องหาข้อพิสูจน์" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว และยังตอบข้อซักถามถึงกระแสกลุ่มคนเสื้อแดงว่า "เวลานี้คนเสื้อแดง มันเกิดขึ้นเหมือนดอกเห็ด ที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ"

"จตุพร"เผย"ทักษิณ"แฉม้วนยาว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ว่าหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นการพูดคุยผ่านวิดีโอลิงก์กับชาวเสื้อแดง จ.เชียงใหม่แล้ว ได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงรูปแบบการชุมนุมยืดเยื้อของคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ตกลงกันว่าทางแกนนำจะจัดให้ พ.ต.ท.ทักษิณพูดคุยกับผู้ชุมนุมผ่านระบบวิดีโอลิงก์ทุกคืน การพูดคุยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ จ.เชียงใหม่ ที่มีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร 19 กันยายน นั้นยังเป็นแค่หนังม้วนแรก เพราะในข้อเท็จจริงยังมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก รวมทั้งบุคคลในกระบวนการยุติธรรมที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จนประเทศไทยกลายเป็นสองมาตรฐาน โดยจะถือเป็นม้วนที่ 2 ม้วนที่ 3 และม้วนที่ 4 ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณจะได้พูดกับประชาชน อีกทั้งวันนี้ทุกคนเปิดหน้าสู้กันทั้งหมดแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องมีอะไรให้เกรงกันอีก โดยวันที่ 26 มีนาคมนั้น จะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อเพื่อขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แบบแม่น้ำร้อยสาย ที่จะมีประชาชนมาร่วมจากทุกสารทิศ

พ.ต.ท.ทักษิณนั้นเป็นอดีตนายกฯ มีสายข่าวมากมาย ดังนั้น ข้อมูลและตัวละครที่ได้พูดออกมาจึงมีความชัดเจนในรายละเอียด และความจริงก็ต้องเป็นความจริงทั้งก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยา ระหว่างการทำรัฐประหาร ไปจนถึงเหตุการณ์ทางการเมืองหลังจากนั้น โดยเฉพาะการเอ่ยถึงชื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ซึ่งมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังเหตุการณ์ยึดอำนาจ แม้จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด และพูดเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งอีกไม่นาน พล.อ.สุรยุทธ์ก็จะได้พบกับกฎแห่งกรรมที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้

ชี้"สุรยุทธ์"น้ำนิ่งไหลลึกมองไม่ออก


"พล.อ.สุรยุทธ์เป็นคนที่มีลักษณะน้ำนิ่งไหลลึก จนมองไม่ออกในหลายเรื่อง อาทิ กำลังทหารที่เข้ามาปราบปรามนักศึกษาและประชาชน ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ อย่างโหดร้ายทารุณ ก็เป็นหน่วยงานในการควบคุมของ พล.อ.สุรยุทธ์ ซึ่งก่อนหน้านี้คนไทยไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้เลย จนกระทั่งมีการเปิดเผยผลการสอบสวนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ"


หลัง พ.ต.ท.ทักษิณเสร็จสิ้นการพูดคุยผ่านวิดีโอลิงค์ กับชาวเสื้อแดง จ.เชียงใหม่แล้ว ผมได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงรูปแบบการชุมนุมยืดเยื้อของคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม โดยตกลงกันว่าทางแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมจะจัดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดคุยกับผู้ชุมนุมผ่านระบบวิดีโอลิงค์ทุกคืน ซึ่งการพูดคุยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ จ.เชียงใหม่ ที่มีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร 19 กันยายนนั้นยังเป็นแค่หนังม้วนแรก เพราะในข้อเท็จจริงยังมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก รวมทั้งบุคคลในกระบวนการยุติธรรมที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จนประเทศไทยกลายเป็นสองมาตรฐาน โดยจะถือเป็นม้วนที่ 2 ม้วนที่ 3 และม้วนที่ 4 ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้พูดกับประชาชน

โยน"สุริยะใส"ปูดองคมนตรีนั่งบัญชาการปว.


"อีกทั้งวันนี้ทุกคนเปิดหน้าสู้กันทั้งหมดแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องมีอะไรให้เกรงกันอีก โดยวันที่ 26 มีนาคมนั้นจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อเพื่อขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์แบบแม่น้ำร้อยสาย ที่จะมีประชาชนมาร่วมจากทุกสารทิศ"


ส่วนข้อมูลที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและ พ.ต.ท.ทักษิณ มีอยู่จะมีบุคคลระดับสูงเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน มีอีกหรือไม่นั้น ผมเห็นนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ในหนังสืออิเมจ เองว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นั่งบัญชาการการรัฐประหาร 19 กันยายน อยู่ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ และที่ผ่านมา พล.อ.เปรมก็ไม่เคยออกมาปฏิเสธ และเรื่องนี้ไม่เพียงพ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้นที่รู้ แต่คนเสื้อแดงได้พูดเรื่องนี้กันมานานแล้ว และ พล.อ.เปรมเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของอำมาตยาธิปไตย ซึ่งวันหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณก็จะได้พูดถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับหารรัฐประหารครบหมดทุกคน


นัดโฟนอินกับคนเสื้อแดง27มี.ค.


ที่พรรคเพื่อไทย เวลา 16.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงว่า ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันในข้อเท็จจริงทุกประการที่พูดในเวทีเสื้อแดงเชียงใหม่ โดยจะพูดอีกครั้ง ในวันที่ 27 มีนาคม เวลา 19.30-20.00 น. ระหว่างการชุมนุมใหญ่เสื้อแดง โดยเนื้อหาจะเป็นการเสนอทางออกของประเทศไทย ที่จะพ้นวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมในขณะนี้ไปได้ สำหรับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ที่ปฏิเสธการพูดเรื่องการลอบสังหารนั้นเข้าใจในสถานะและความจำเป็นของ พล.อ.พัลลภ


"พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันในความจงรักภักดีและแสดงท่าทีที่ชัดเจนมาโดยตลอด แต่การพูดถึงบุคคลบางคนที่อยู่ในสถานะองคมนตรีนั้น ไม่ได้ต้องการให้กระทบสถาบันองคมนตรี แต่เป็นการป้องกันคนบางคนไปกระทำอะไรให้กระทบกับสถาบันองคมนตรีต่างหาก สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดออกมานั้น คิดว่าประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลทั้งหมด และต่อจากนี้จะมีเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน "นายณัฐวุฒิกล่าว


26มี.ค.โชว์พลัง-โวคนกรุงร่วมอื้อ


นายณัฐวุฒิกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง วันที่ 26 มีนาคม ว่า จะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อ แต่จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแน่นอน ยืนยันจะไม่บุกยึดทำเนียบรัฐบาล แต่จะเป็นการปิดล้อมทำเนียบเพื่อขับไล่รัฐบาล โดยจะมีการเปิดทางให้ปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบได้ แต่หาก ครม.ชุดนี้เข้ามาทำงานก็จะต้องพบกับการขับไล่ จะเป็นการพิสูจน์ข้อครหาที่ว่าเสื้อแดงแผ่ว


"หลังการชุมนุมครั้งก่อน ผมและนายจตุพรได้รับประทานอาหารร่วมกับ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. และได้ประเมินร่วมกันว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงเริ่มมีรถยนต์ส่วนตัวมาร่วมมากขึ้น แสดงว่าคน กทม.ออกมามาก จึงพร้อมพิสูจน์การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ และแกนนำจะกันพื้นที่ไม่ให้กระทบกับงานกาชาดที่สวนอัมพร"


นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่า เห็นเอกสารแผนตากสินเพื่อล้มรัฐบาลว่า ขอเรียกร้องมีการนำแผนดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะพวกตนไม่เคยพูดและไม่เคยเห็นแม้แต่ครั้งเดียว


เสื้อแดงเชียงรายบุกไล่"บุญจง"


วันเดียวกัน เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายให้กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีกลุ่มเครือข่ายคนเสื้อแดง จ.เชียงราย นำโดย น.ส.จีระนันท์ จันทวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยเชียงราย กว่า 40 คน มาประท้วงขับไล่บริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัยและจะเข้าไปภายในมหาวิทยาลัย แต่กำลังตำรวจอาสาสมัครรักษาดินแดนและเจ้าหน้าที่ อปพร. กว่า 300 นาย สกัดไว้จนกระทั่งนายบุญจงสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางกลับ กลุ่มเสื้อแดงจึงเชิญชวนไปชุมนุมขับไล่ที่กรุงเทพฯ วันที่ 26-27 มีนาคมนี้


ส่วนที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเลย นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มามอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชจังหวัดเลย มีกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดสกลนคร ประมาณ 50 คน นำโดย ร.ต.ต.วรรณชัย รบอุคงศ์ มาโจมตีพร้อมชูตีนตบขับไล่นายประจักษ์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัด จึงปักหลักชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดก่อนจะแยกย้ายกลับ


ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เวลา 11.00 น. แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กว่า 50 คน ยื่นเอกสารเพื่อขอให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เร่งรัดดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตร ที่ก่อเหตุปิดล้อมรัฐสภา บุกยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ มี พ.ต.อ.สุทธินาท สุดยอด รองผู้บังคับการ สำนักงานเลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบก.สลก.ตร.) เป็นตัวแทนรับมอบ

จุดอ่อน

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




เป็นไปตามคาด การโหวตไม่ไว้วางใจผ่านฉลุย นายกรัฐมนตรีและรัฐ มนตรีอีก 5 คนสอบผ่าน

นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ได้คะแนนเท่ากันคือ ไว้วางใจ 246 เสียง ไม่ไว้วางใจ 176 เสียง งดออกเสียง 12 และไม่ออกเสียง 15

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้คะแนนไว้วางใจ 246 เสียง ไม่ไว้วางใจ 167 เสียง งดออกเสียง 20 และไม่ออกเสียง 14

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้คะแนนไว้วางใจ 246 เสียง ไม่ไว้วางใจ 168 เสียง งดออกเสียง 18 และไม่ออกเสียง 15

รายสุดท้าย นายกษิต ภิรมย์ รมต.ต่างประเทศ ได้คะแนนบ๊วย เพราะไว้วางใจน้อยที่สุดแค่ 237 เสียง ไม่ไว้วางใจ 184 เสียง งดออกเสียง 12 และไม่ออกเสียง 15

ความจริงพรรคเพื่อไทยรู้อยู่เต็มอกแล้วว่า ไม่มีแรงจูงใจพอจะดึงพวก"งูเห่า" ให้กลับมายกมือสนับสนุนฝ่ายค้าน

คะแนนมันจึงห่างกันมาก

แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังมีความหวังกับข้อมูลเส้นทางเงิน 263 ล้านบาท ที่อ้างว่าเป็นหลักฐานเด็ดน็อกพรรคประชาธิปัตย์ได้ในภายหลัง โดยเตรียมที่จะ นำหลักฐานเช็คจ่ายเงินและหลักฐานการเชื่อมโยงถึงกลุ่มคนที่ใกล้ชิดของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคนไปยื่นต่อป.ป.ช. และกกต.

ถือว่าเป็นอีกแนวทางที่ฝ่ายค้านจะใช้เล่นงานรัฐบาลนอกสภา เพราะหาก ว่าการตรวจสอบออกมาเป็นความจริง

นั่นหมายถึงการยุบพรรคประชาธิปัตย์ทีเดียว !!

อีกกรณีที่มีผลสั่นคลอนรัฐบาลพอสมควร คือการซักฟอกรมต. กษิต ภิรมย์

นายกษิตโดนฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ประเด็นหลักๆ ก็กล่าวหาเรื่องความสัมพันธ์กับพันธมิตรฯ หรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นโควตารัฐมนตรีของ พันธมิตร และประเด็นสำคัญคือบทบาทของนายกษิตเมื่อครั้งที่ร่วมนำม็อบพันธมิตรบุกยึดทำเนียบและสนามบินอีก 2 แห่ง

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีนายกษิตฮอตไม่แพ้เรื่องเงิน 263 ล้านบาทเลย

ส.ส.หญิงหลายคนลุกขึ้นชำแหละบทบาทนายกษิตเมื่อครั้งไฮด์ปาร์กตอน ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ตอกย้ำทั้งวาทะสะท้านเมือง "อาหารดี ดนตรีเพราะ" และคำกล่าวถึงนายกฯฮุนเซน กระหึ่มสภาทีเดียว

การชี้แจงของนายกษิตเองก็ไม่ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์กับพันธมิตร และยังยืนยันถึงอุดมการณ์ที่แน่วแน่กับการต่อต้านระบอบทักษิณ

สุดท้ายคะแนนออกมาอยู่ในอันดับบ๊วย มีคะแนนไว้วางใจเหลือแค่ 237 เสียง ซึ่งถ้าคิดจากทั้งสภา 447 เสียง เท่ากับรมว.ต่างประเทศ ได้คะแนนสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งแค่ 13 เสียงเท่านั้น

และเชื่อว่าน่าจะมีส.ส.ในฟากรัฐบาลยกมือไม่ไว้วางใจนายกษิตเสียด้วย

จุดนี้อาจบ่งบอกปัญหาอะไรบางอย่างในพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วม รัฐบาลด้วยกันเอง !?

ถึงแม้ว่านายกฯอภิสิทธิ์จะรีบออกมายืนยันว่าไม่มีการปรับครม. ไม่มีการ เปลี่ยนตัวรมว.ต่างประเทศ

แต่ในความเป็นจริงนายกฯปฏิเสธไม่ได้ว่าผลโหวตของนายกษิตส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพพอสมควร

และอาจย่ำแย่กว่านี้ หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งต่อๆ ไป

นายกฯมาร์คต้องชั่งใจว่าจะยอมให้นายกษิตเป็น "จุดอ่อน" ต่อไป

หรือจะยอมเปิดศึก 2 ด้าน

รบกับทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลืองไปพร้อมๆ กัน !!

อยู่ไปทำไม

ที่มา เดลินิวส์
กษิต ภิรมย์ รมต.สายล่อฟ้า ได้เสียงไว้วางใจโหล่สุด 237 เสียง เสียงไม่ไว้วางใจสูงสุด 184 เสียง แต่ไม่ตกเก้าอี้หรอก เพราะเค้าวัดกันที่เสียงไม่ไว้วางใจต้องเกินกึ่งหนึ่งของ 447 คนในวันนั้น ซึ่งเท่ากับ 224 ถึงจะชะตาขาด

แต่แค่นี้ก็พอ แม้แต่พวกเดียวกันยังไม่เอา จะอยู่ไปทำไม

ที่ต้องบันทึกไว้คือ ส.ส. วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย อายุ แค่ 26 แต่เธอเป็นน้องใหม่ร้าย บริสุทธิ์ อุตส่าห์ไปหาภูมิหลังว่า ตอนนายกษิตเป็นทูตเคยชกต่อยกับนักเรียนไทย รวมทั้งข้าราชการและทูตด้วยกันเอง กับพระเจ้า ก็แขวะไม่เว้น

“ไม่ต้องเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง แต่ควรมีคุณสมบัติเป็นหน้าเป็นตาให้ประเทศ ไม่ใช่เอาคนปิดสนามบินมาเป็น รมว.การต่างประเทศ ต้องไปจ้างสื่อต่างชาติมาแก้ภาพลักษณ์ให้เสียเงินทำไม แค่ปลดนายกษิตก็พอแล้ว”

เสียงใส ๆ กลางสภา ใช่เลย

ที่ ส.ส.หญิงพรรคตรงข้ามด่าว่าเธออ่านตามสคริปต์ไร้สมองแสดงว่าคนด่า ไม่รู้เรื่องว่า การพูดที่ดีต้องมีสคริปต์ อ่านกระดาษนี่ล่ะถือเป็นการให้เกียรติคนฟัง ทำการบ้านมาแต่ใครเขี้ยว ก็ดูแค่หัวข้อ แล้วว่าต่อ ไม่ใช่ ปาว ๆ ไปเรื่อย คนด่านั่นล่ะ สมควรหันมาดูตัวเอง เท่าที่จำได้ ยังนึกไม่ออกเลยว่า เธอพูดแบบโชว์สมองอะไรบ้าง

นอกจากปล่อยคำโปกฮา ท่านประธานสภา ไม่แข็ง เลยดัง ไม่ใช่หรือ

อะไรไม่ว่า ที่ ส.ส.วิสาระดี พูดถึงกษิตว่า ทำลายหน้าตาของประเทศ ผิดตรงไหน เพราะคนนี้ บอกทั้งโลกว่า การยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ที่สร้างความเสียหายให้ชาติ 3 แสนล้าน ภาพลักษณ์ไทยป่นปี้ เป็นเรื่อง สนุกมาก อาหารดี ดนตรีเพราะ จะสำนึกสักนิดก็ไม่มี ยืนยันหนักแน่นตลอดว่า

สิ่งที่ทำ ถูกต้อง เป็นการกู้ชาติ !!!


ใช่แต่เรื่องปิดสนามบิน เรื่อง ปราสาทพระวิหาร ก็เช่นกัน เคยขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ปลุกระดมให้คนคลั่งชาติ ต้องยึดคืนลูกเดียว ด่า “ฮุนเซน” เป็นกุ๊ยข้างถนน เฮงซวย บ้า ๆ บอ ๆ แต่พอได้อำนาจ ไม่กล้าซักแอะ แถมยังคืนเทวรูปให้เขมรอีกนับสิบชิ้น อย่างนี้ปลิ้นปล้อนมั้ยเล่า???

ขณะที่ นพดล ปัทมะ อดีต รมว.บัวแก้ว แค่ไปเซ็นเอ็มโอยูยอมให้เขมรขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลก ถูกดำเนินคดีอาญา ถูกเล่นงานจนตกเก้าอี้ กลายเป็นคนขายชาติ จนทุกวันนี้

ครม.สมัคร ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า ทำผิด ศาลรัฐธรรมนูญ ถึงขนาดถูกนักนิติศาสตร์ ตั้งคำถามเพราะเขียน รธน.ใหม่ เพิ่ม คำ “อาจจะ” จากเดิม “ทำให้” เสียอธิปไตย นักวิชาการคลั่งชาติ, 40 ส.ว.ลากตั้ง เอาไปโฆษณาชวนเชื่อว่า ไทยสงวนสิทธิที่จะเอาปราสาทพระวิหารคืนจาก “ศาลโลก” ได้

นี่โกหกชัด ๆ ถ้ามีหลักฐานใหม่จริง ก็ต้องยื่นตั้งแต่ 10 ปีแรกตามข้อบัญญัติแล้ว ไม่ใช่ปล่อยมา 50 ปี

น่าเศร้าตรงที่คนไทยเชื่อตาม อีกข้อมูลที่ จตุพร พรหมพันธุ์ เอามาเปิด ในศึกอภิปรายเที่ยวนี้ว่า กัมพูชาได้สร้างถนนล้ำเข้ามาในเขตไทยถึง 250 เมตร ในเขตทับซ้อน 4.5 กม. (ซึ่ง ไทยยืนยันเป็นของไทย) บริเวณทางขึ้นวัดสิกขาคีรีสวาระและ ด้านภูมะเขือ กองกำลังสุรนารีทำหนังสือถึงกษิต 9 ครั้ง ทำไมเพิ่งงัวเงียตื่น!!!

ทำไม สื่อ, นักวิชาการ, 40 ส.ว. ลากตั้ง ไม่แม้แต่จะหาข้อเท็จจริงมาให้สังคมได้รู้บ้าง อย่าว่าจะออกไปเดินขบวนขับไล่รัฐบาลที่ปล่อยเขมรละเมิดอธิปไตย ซึ่งร้ายแรงยิ่งกว่าการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นไหน ๆ

ก็นั่นแหละ เมื่อยังไร้ นิติธรรม นิติรัฐ ใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน ปาไข่ปรับ 1,000 บาท แต่ยึดสนามบินปรับ 500 บาท พวกหนึ่งยังคงทำอะไรผิดหมด อีกพวกถูกหมด

แล้วจะหาความสันติสุขจากไหน คนปิดสนามบินถึงลอยนวล และยังเป็นเสนาบดีได้ไง.

ดาวประกายพรึก