WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 25, 2009

'ทักษิณ' จวก! 'สรุยุทธ์' กล้าทำต้องกล้ารับ ถ้าไม่ได้พูดความจริง ขอยอมตายเสียดีกว่า!

ที่มา thaifreenews

โดย : NEWS



พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์ทางไกลจากเมืองดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มายังกองบรรณาธิการ “มติชน” เมื่อวันที่ 23 มีนาคม เพื่อให้สัมภาษณ์กรณีใช้วิดีโอลิงก์ มายังผู้ชุมนุมที่เวทีสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ กล่าวหาตุลาการและอคมนตรีอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 เมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมาว่า “คำพูดของผมทุกคำเป็นความจริง ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยได้เรียนรู้บทเรียน พิษภัยของการปฏิวัติ และไม่มีใครกล้าที่จะออกมาพูดความจริง ผมจึงต้องพูดเพราะคนเหล่านี้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด การที่ต้องออกมาพูดความจริง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม”

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ผู้ถูกกล่าวหาออกมาระบุเชื่อในกฎแห่งกรรม พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ผมพูดความจริง ใครกล้าทำก็ต้องกล้ายอมรับ อยากจะบอกว่า กรรมของคนบางคนก็ออนไลน์ บางคนชดใช้กรรมในชาตินี้ไม่ได้ ก็ต้องใช้ในชาติหน้า หรือบางคนก็อาจจะชดใช้กรรมมาจากชาติที่แล้ว เพราะกรรมข้ามชาติได้”

เมื่อถามว่า การออกมากล่าวหาบุคคลระดับสูงในสังคมไทย คิดว่าคนไทยจะเชื่อหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า “ไม่เป็นไร แต่ทุกคนต้องยอมรับความจริง เหมือนน้ำที่มีตะกอน เมื่อถูกแกว่ง ก็จะต้อรอให้ตกตะกอน เพื่อแยกให้เห็นตะกอน กับน้ำใสๆ” ถามว่า การออกมากล่าวหาแรงๆ แบบนี้ ไม่กลัวหรือว่าอาจจะไม่มีโอกาสเดินทางกลับประเทศไทยเลย พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า”ไม่เคยกลัว ผมพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงทุกอย่าง ความจริงไม่พูดไม่ได้ ถ้าไม่ให้พูด ยอมตายเสียดีกว่า นี่แค่หนังตัวอย่าง..”

ผมถามหน่อย อยู่ๆ มีคนเดินถือชามก๋วยเตี๋ยว โดนคนต่อยจนล้มคว่ำ ชามก๋วยเตี๋ยวหกกระจาย แล้วพอเขาจะลุกขึ้นมา ก็มีคนมาบอกว่าให้เลิกๆ กันไป ยุติธรรมหรือเปล่า ผมคิดว่าวันนี้เราจะต้องหาข้อพิสูจน์” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว และยังตอบข้อซักถามถึงกระแสกลุ่มคนเสื้อแดงว่า “เวลานี้คนเสื้อแดง มันเกิดขึ้นเหมือนดอกเห็ด ที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ”

การ์ตูนจากไทยรัฐ เดลินิวส์ และข่าวสด 25 มีค.52











โดย มะนาว จาก มะนาวตูน

ทหารไม่ได้จับมือกันทำปฏิวัติ

ที่มา การ์ตูนมะนาว





เพื่อไทยให้ ประเกียรติ ส่งข้อมูลทีพีไอ-ปชป.ให้ กกต.

ที่มา MCOT News
รัฐสภา24มี.ค.-พรรคเพื่อไทยมอบหมาย“ประเกียรติ นาสิมมา-สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” รับผิดชอบส่งเรื่อง กกต.-ก.ล.ต. สอบ ทีพีไอ-ปชป. ไซฟ่อนเงิน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แถลงปฏิเสธดีเอสไอ ให้ข้อมูลฝ่ายค้าน เผยคนให้ข้อมูลตัวจริงเป็นนายทหารยศพลตรี ประชาธิปัตย์รู้จักดี

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลง วันนี้ (24 มี.ค.) ว่า พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นผู้รับผิดชอบ ในการส่งข้อมูล กรณีบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) บริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ และการนำเงินสนับสนุนพรรคการเมืองไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ และพร้อมเข้าให้ข้อมูลหาก กกต.ร้องขอ

“วันที่ 26 มีนาคมนี้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย จะเดินทางไปยื่นเรื่องให้สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบกรณีบริษัท ทีพีไอฯ นำเงินออกมาใช้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ส่วนกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งตรวจสอบข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าเป็นผู้ส่งข้อมูลให้ฝ่ายค้าน ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่าดีเอสไอไม่เคยให้ข้อมูล ตนมีข้อมูลมาก่อน และได้ย้ำหลายครั้งว่า มีข้อมูลหลักฐานพร้อม แต่ที่ยังยื่นญัตติล่าช้า เพราะต้องผ่านกระบวนการของพรรค และนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ก็เคยอภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ สมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี

“ดีเอสไอไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกตน การที่ดีเอสไอส่งหลักฐานไปยัง กกต. เพราะสอบสวนแล้วเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์เข้าข่ายการทำผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รมว.ยุติธรรม ควรจะมีจริยธรรม คุณธรรม มีความโปร่งใส อย่าไปก้าวก่ายงานของดีเอสไอ ถ้า รมว.ยุติธรรม ไปกดดันอย่างนี้ เท่ากับเป็นการสกัดกั้นการทำงานโดยบริสุทธิ์ของดีเอสไอ เข้าข่ายกระทำผิดรัฐธรรมนูญ ม. 266” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจาก “พลตรี” คนหนึ่ง ซึ่งเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และทั้งสื่อฯ และคนในพรรคประชาธิปัตย์รู้จักดี เมื่อมารวมกับข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ก็เชื่อมต่อกันพอดี และว่าวันนี้จะไปพบพลตรีคนดังกล่าว เพื่อขออนุญาตเอ่ยชื่อ ถ้าได้รับอนุญาตก็จะเปิดเผยชื่อ ถ้ารัฐบาลต้องการรู้ว่าเป็นใคร จะให้สันติบาลตามไปก็ได้

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า พลตรีคนดังกล่าวคือ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีต ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ใช่หรือไม่ โดยบอกว่าถ้าต้องการรู้ว่าเป็นใคร ให้ตามไปดู และยังปฏิเสธด้วยว่า พลตรีคนดังกล่าวไม่ใช่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-03-24 17:59:28

"ป๋าเปรม-องคมนตรี"ไม่สบายใจ "ทักษิณ"โฟนอินทำแตกแยกมากขึ้น "พิเชษฐ"จี้"พัลลภ"ยืนยันข้อมูลให้ชัด

ที่มา มติชนออนไลน์

"เปรม" และองคมนตรีไม่สบายใจ หลัง "ทักษิณ" โฟนอิน ทำแตกแยกมากขึ้น ผบ.ทบ.ปัดมีเอี่ยวลอบสังหารอดีตนากยฯ ด้าน "พิเชษฐ" จี้ "พัลลภ" ยืนยันข้อมูล "แม้ว" ปูดแผนปฏิวัติ ไม่เช่นนั้นถือว่าต้มกัน


"พิเชษฐ"จี้"พัลลภ"มายืนยันข้อมูล"แม้ว"

นายพิเชษฐ สถิรชวาล ประธานภาคใต้ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ว่า สนิทสนมกับพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.กอ.รมน.และเล่นกอล์ฟก๊วนเดียวกัน เมื่อพล.อ.พัลลภมีปัญหาไม่เข้าใจกับพ.ต.ท.ทักษิณ จึงเป็นคนกลางโดยพาพล.อ.พัลลภ พร้อมอีก 2 คน ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่บ้านไวท์เฮาท์ของนายชาญชัย รวยรุ่งเรือง หรือเหยียนปิน เมื่อปลายปี 2551 และอยู่ด้วยกัน 2 วัน

นายพิเชษฐกล่าวว่า เมื่อไปถึงพล.อ.พัลลภ ถามสิ่งที่ค้างคาใจ และอยากได้ยินจากปาก พ.ต.ท.ทักษิณ คือเรื่องความไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าไม่มีพฤติกรรมอย่างนั้น เมื่อพูดคุยเรื่องนี้จบ บรรยากาศดีขึ้น พล.อ.พัลลภ จึงเล่าเรื่องการวางแผนปฏิวัติให้พ.ต.ท.ทักษิณฟัง ซึ่งเนื้อหาเป็นไปตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดผ่านวีดีโอลิงก์ ตนยืนยันว่าที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดเป็นไปตามที่พล.อ.พัลลภพูดทุกอย่าง หลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดไปแล้วพล.อ.พัลลภยังโทรศัพท์มาคุยกับตนว่า เอาเรื่องที่คุยกันวันนั้นไปพูดหมดเลย แต่พล.อ.พัลลภไม่ได้พูดเรื่องแผนลอบสังหาร แต่พ.ต.ท.ทักษิณถามถึงเรื่องคาร์บอม ว่าจะเอากันให้ตายเลยหรือ แต่พล.อ.พัลลภปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง

"ที่พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯ บอกว่าไม่เคยเรียกพล.อ.พัลลภไปร่วมประชุม ขณะที่พล.อ.พัลลภ บอกว่าไปประชุมกันจริงแถวสุขุมวิท ดังนั้นพล.อ.พัลลภต้องออกมาบอกว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่าง ไม่อย่างนั้นเท่ากับเอาข้อมูลมาต้มพ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นข้อมูลของพล.อ.พัลลภ หรือพล.อ.สุรยุทธ์ เป็นของจริงต้องพิสูจน์กันต่อไป" นายพิเชษฐ์ กล่าว


"องคมนตรี"ไม่สบายใจ"แม้ว"

วันเดียวกัน ที่วังสราญรมณ์ ทำเนียบองคมนตรี มีการประชุมองคมนตรีประจำสัปดาห์ โดยมีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานการประชุม

รานยงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ องคมนตรีหลายคนแสดงความเห็นว่า บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งกันอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พาดพิงถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และองคมนตรีอีกหลายท่านว่า เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการโค่นล้มระบอบทักษิณ ที่ประชุมไม่ค่อยสบายใจกับการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมุ่งทำให้เกิดความแตกแยกกันมากขึ้น

ข่าวแจ้งว่า พล.อ.เปรม ไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะอยากให้การเมืองแก้ไขกันเอง แต่ท่านเป็นห่วงเรื่องพาดพิงองคมนตรีมากกว่า เพราะไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดว่าองคมนตรีไปเกี่ยวข้องกับการเมือง


ทส."เปรม"ชี้"ทักษิณ"ขี้แพ้ชวนตี

ด้านนายทหารคนสนิทพล.อ.เปรม กล่าวว่า พล.อ.เปรม ไม่ได้มีปฏิกิริยาหรือวิตกกับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินพาดพิงองคมนตรีและกองทัพ ที่ระบุว่าร่วมกันโค่นล้มระบอบทักษิณ แต่พล.อ.เปรม ห่วงเรื่องความแตกแยกของคนในชาติมากกว่า เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งโฟนอินมากเท่าไหร่ สถานการณ์บ้านเมืองจะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น

"การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการเรียกมวลชนให้ลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งจะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ขาดความเชื่อถือจากนานาประเทศ เพราะตราบใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นนักโทษ จะพูดโจมตีรัฐบาลและกองทัพอย่างไร นานาประเทศก็คงคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ขี้แพ้ชวนตี" คนใกล้ชิด พล.อ.เปรม ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น. พล.อ.เปรม พร้อมพล.อ.สุรยุทธ์ จะเปิดโครงการ "สานใจไทยสู่ใจใต้" ที่มัสยิดกลางเขตหนองจอก – มีนบุรี และเวลา 15.00 น. พล.อ.เปรม จะให้การต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ที่ทำเนียบองคมนตรี


ผบ.ทบ.ปัดเอี่ยวลอบฆ่า"แม้ว"

ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินพาดพิงองคมนตรีและกองทัพ ร่วมกันโค่นล้มะบอบทักษิณว่า ตนไม่มองในเรื่องนี้ แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนเรื่องการสอบสังหารนั้น ยืนยันว่าไม่มีมูล ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า ผบ.ทบ.มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการทำปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า "มีคำถามอื่นอีกหรือไม่ เพราะเขารู้กันหมดแล้ว ผมคงไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ แต่เห็นว่าประเทศชาติกำลังมีปัญหาเศรษฐกิจ จะทำอย่างไรที่จะสร้างสภาวการณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ผมสนใจในเรื่องนี้มากกว่า"

----------------------------------

คลิกดูVDO 1 - "ทักษิณ"วิดีโอลิงค์เสื้อแดงที่เชียงใหม่ (ฉบับเต็ม) ชนแหลก"2ผู้ใหญ่"เบื้องหลังโค่นจากนายกฯ

คลิกดูVDO 2 - "ทักษิณ"วิดีโอลิงค์เสื้อแดงที่เชียงใหม่ (ฉบับเต็ม) ชนแหลก"2ผู้ใหญ่"เบื้องหลังโค่นจากนายกฯ

------------------------------

เจาะลึก-เทียบ ความคล้ายคลึง แตกต่าง ระหว่าง แผนตากสิน vs ยุทธศาสตร์เพื่อไทย

ที่มา มติชนออนไลน์

แผนตากสิน >> " ... ผนึกกำลังเข้าต่อสู้ทุกรูปแบบ ... ออกมาตรการกดดันทุกระดับชั้น จนผู้ก่อการรัฐประหารดังกล่าวเป็นกบฏ ถูกดำเนินคดี และถูกกวาดล้างในที่สุด ... " // ยุทธศาสตร์เพื่อไทยฯ >> " ... ผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวฝ่าฟันอุปสรรคพลังอำนาจมืดต่างๆ... ต่อต้านระบบเผด็จการ กลุ่มการเมืองนอกสภา มือที่มองไม่เห็น กองทัพ และอำนาจศาลที่ไม่ยุติธรรม ... "

หมายเหตุ "มติชน"

ในห้วงที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ "แผนตากสิน" ไปในหมู่ผู้นำกองทัพ นักการเมือง และสื่อมวลชน อ้างว่า เป็นแผนของแกนนำพรรคเพื่อไทยกลุ่มหนึ่ง เขียนขึ้นมาเป็นยุทธศาสตร์ในการโค่นล้มรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างไรก็ดี พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวปฏิเสธว่า พรรคไม่เกี่ยวข้องกับ "แผนตากสิน" เพียงแต่แกนนำพรรคกำหนดยุทธศาสตร์ "เพื่อไทย...ร้อยใจเป็นหนึ่งเดียว" เพื่อการกลับมาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก เด็ดขาดอีกครั้ง


"มติชน"ขอนำความคล้ายคลึง และความแตกต่างระหว่าง "แผนตากสิน" (ยาว 4 หน้ากระดาษเอ 4) กับยุทธศาสตร์ "เพื่อไทยฯ" (ยาว 5 หน้ากระดาษ เอ4) มาเปรียบเทียบให้ผู้อ่านเห็น นัยยะที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดต่อบรรทัด


---------------------------


ความคล้ายคลึง

แผนตากสิน


*** End State (เป้าหมาย)
1.ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยแท้จริง เฉกเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ
2.กองทัพยุติบทบาทแทรกแซง หรือก้าวก่ายทางการเมือง
3. ยกเลิกมาตราของรัฐธรรมนูญในเรื่ององคมนตรี
4.พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และดำรงสถานะเฉกเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ
5.ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทางการเมือง เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์อย่างเป็นรูปธรรม
6.ปฏิรูปการเมืองให้มีการกระจายอำนาจสู่ชนบทเพิ่มมากขึ้น
7.ประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญที่มีแนวทางเดียวกับฉบับปี 2540 โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาที่ผ่านมา
8.ความสำเร็จของแผ่นเกิดจากความเพลี่ยงพล้ำของกองทัพ โดยเกิดการลุแก่อำนาจ เอากำลังพลและยุทโธปกรณ์ออกมารัฐประหาร และ/หรือปราบปรามกวาดล้างมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างรุนแรง ซึ่งฝ่ายเราจะผนึกกำลังเข้าต่อสู้ทุกรูปแบบ ร่วมกับประชาคมโลก และออกมาตรการกดดันทุกระดับชั้น จนผู้ก่อการรัฐประหารดังกล่าวเป็นกบฏ ถูกดำเนินคดี และถูกกวาดล้างในที่สุด


>>> Means (เครื่องมือ)
1.ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ของพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน ชาติไทย มัชฌิมาธิปไตย 2.พรรคเพื่อไทย 3.ส.ส. และ ส.ว.ที่มีความคิดในแนวทางเดียวกัน 4.องค์กรประชาธิปไตยต่างๆ 5.นักวิชาการ สื่อมวลชน 6.นักการทูตต่างๆ 7.องค์กรในกระบวนการยุติธรรม 8.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 9.ผู้นำมวลชนทุกระดับ


---------------------


ยุทธศาสตร์เพื่อไทยฯ


*** หลักการและเหตุผล
1.ระบอบประชาธิปไตยไทยล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดกว่า 77 ปี เพราะรากฐานวัฒนธรรมการเมืองไทยไม่เอื้ออำนวย ทำให้มีการแทรกแซง โดยองค์กรนอกสภา พลังอำนาจฝ่ายต่างๆ
2.การเลือกตั้งเป็นอำนาจที่แสดงออกซึ่งเจตจำนงของประชาชน "ผู้เป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง" และพรรคเพื่อไทยต้องชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไป และสามารถจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้โดยพรรคเดียวแบบเบ็ดเสร็จ
3.ผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวฝ่าฟันอุปสรรคพลังอำนาจมืดต่างๆเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี และชื่อเสียงกลับคืนมาอย่างชอบธรรม
4.ร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ต่อต้านระบบเผด็จการ กลุ่มการเมืองนอกสภา มือที่มองไม่เห็น กองทัพ และอำนาจศาลที่ไม่ยุติธรรม อย่างมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ มียุทธศาสตร์เป้าหมายเดียวกันคือ "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เป็นสิ่งสำคัญเพราะมันเกิดมาพร้อมกับตัวเรา แต่จะไม่ตายไปพร้อมกับเรา"


>>> กลุ่มเป้าหมาย
ปลูกฝังอุดมการณ์ทางการเมืองให้แก่
1ประชาชนทั่วประเทศ 2.ผู้นำท้องถิ่น 3.ผู้นำทางศาสนา 4.ผู้นำทางการเมือง 5.ผู้ให้การสนับสนุนที่มีความจงรักภักดี ศรัทธาต่อพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนในอดีตให้มาสนับนุนพรรคเพื่อไทย

----------------------------------------------------------------------------------

ความแตกต่าง

แผนตากสิน


### Ways (แนวทาง)
ภารกิจย่อยเพื่อสนับสนุนความสำเร็จของแผน
1.สงครามชนชั้นกรรมาชีพ/รากหญ้า ขยายผลการก่อการจลาจล ประท้วง ปิดกั้นการคมนาคมทั่วพื้นที่เขตอิทธิพลของฝ่ายเรา เมื่อชนบทเข้มแข็ง ให้ยกระดับการต่อสู้เข้าสู่เมืองตามลำดับ
2.สงครามประชาธิปไตย ดำเนินการโดยชนชั้นกลาง และผู้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย โดยการชี้นำและอธิบายให้เห็นกระบวนการที่บ่อนทำลายนักการเมือง เพื่อให้ประชาชนเบื่อหน่ายการปกครองระบอบประชาธิปไตย และนำไปสู่การปฏิรูปรูแบบ "การเมืองใหม่"จากการแต่งตั้งและสรรหา
3.ทำสงครามปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการโดยผู้ที่รักความยุติธรรม เพื่อยุติการก้าวก่ายอำนาจการเมือง และนิติบัญญัติ เช่น กรณีสั่งจำคุก กกต. สั่งยุบพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน ฯลฯ จัดกระบวนการเสวนาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้โปร่งใส
4.สงครามข่าวสาร โดยนักสื่อสารมวลชน นักสารสนเทศ ด้วยวิธี อาทิ จัดงานต่อต้านข่าวกรอง การลวง ปล่อยข่าวลือ ข่าวลวง เพื่อกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหาย ลดความน่าเชื่อถือ ใช้สื่อมวลชนต่างชาติกดดัน ปิดล้อมประเทศไทย
5.สงครามการเมือง โดยมวชนที่ฝ่ายเราจัดตั้ง ด้วยวิธี อาทิ ก่อการจลาจล ชุมนุม ประท้วง เฉกเช่นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเริ่มแรกชุมนุม เคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ ยกระดับความรุนแรงจนกระทั่งอำนาจรัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ยั่วยุทหารให้กระทำการลุแก่อำนาจ
6.ปิดล้อมชุมนุมประท้วงตามสถานที่ราชการต่างๆ โดยมวลชน Hard Core ต้องปกปิดหน้าตาเพื่อผลทางคดี
7.ดำเนินการเปิดเผยขบวนการนอกรัฐธรรมนูญ

ยุทธศาสตร์เพื่อไทยฯ


### แผนปฏิบัติงาน
พรรคเพื่อไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ "เพื่อไทย...ร้อยใจเป็นหนึ่งเดียว" จำนวน 4 โครงการหลัก 1.โครงการช่วยพรรคเพื่อไทยต่อสู้วิกฤต 2.โครงการเพื่อไทยกับการเมืองยุคใหม่ 3.โครงการเพื่อไทยห่วงใยประชาชน 4.โครงการเหรียญที่ระลึกเชิดชูเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อเชิดชูความกล้าหาญ อดทน และเสียสละของพระองค์ผู้ทรงมีพระคุณยิ่งต่อประเทศชาติบ้านเมือง
1.ทุกภาคและทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยเน้นและให้ความเร่งด่วนในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอันดับแรก ภาคกลางเป็นอันดับรอง และภาคใต้เป็นอันดับสุดท้าย
2.แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการเป็น 2 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ทอลองและพื้นที่ตามกำหนด ให้แก่ ส.ส.พรรครับผิดชอบ ดังนี้
ภาคเหนือ ตอนบน โดย ส.ส.เชียงราย ,ตอนล่าง โดย ส.ส.พิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน โดย ส.ส.อุดรธานี ,ตอนล่าง โดย ส.ส.นครราชสีมา
ภาคตะวันออก โดย ส.ส.ฉะเชิงเทรา
ภาคตะวันตก โดย ส.ส.กาญจนบุรี
ภาคกลาง โดย ส.ส.ลพบุรี
ภาคใต้ โดย ส.ส.ยะลา
กทม.และปริมณฑล , โดย ส.ส.นนทบุรี ,สมุทรปราการ ,ปทุมธานี ,กทม.
3.เตรียมสรุปเนื้อหา เอกสาร และข้อมูลต่างๆในการฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ
4.จัดตั้งศูนย์ควบคุมและประสานงานโครงการ ยุทธศาสตร์เพื่อไทยฯ
5.จัดตั้งเครือข่าย การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรค รวมทั้งผลงานในอดีต

รับความจริง

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




หลังพยายามปั่นกระแสมากว่า 3 เดือน ท้ายที่สุดนายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง ก็ออกมายอมรับสภาพความเป็นจริงว่าถึงปลายปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าจะติดลบราวๆ 3% (เป็นอย่างน้อย) ของ "จีดีพี" หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

แต่ก็พอมีชั้นเชิงแทรกมาว่าหากรัฐบาลไม่มีมาตรการอะไรเลย อาจจะติดลบ 8-10% ด้วยซ้ำ!!

เช่นเดียวกับหน่วยงานด้านการพยากรณ์เศรษฐกิจก็ประสานเสียงเหมือนกันว่าน่าจะติดลบ 2-4%

ทำให้ต้องย้อนกลับไปทบทวนเหตุการณ์เมื่อราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ ที่นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษที่สถาบันแห่งหนึ่ง ออกมาเตือนว่าในปี 2552 ประเทศไทยน่าจะติดลบระดับ 4-5%

ห้วงนั้นนายกรณ์และคนในรัฐบาลดาหน้าออกมาตอบโต้ กล่าวหาในทำนองว่ามองในแง่ลบเกินไป และมีเจตนาแอบแฝงเพราะใกล้ชิดกับขั้วอำนาจเก่า

ทั้งยังย้ำข้อมูลและความเชื่อของตัวเองว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตราวๆ 2%

แต่ถัดมาก็เริ่มเสียงอ่อยทำนองว่าอาจจะเติบโตได้ 0-2%

แต่มาตอนนี้เริ่มยอมรับความจริงกันแล้วว่าติดลบแน่ๆ

กรณีนี้มองได้ 2 ด้าน หนึ่งที่พูดเอาไว้ในอดีตเพราะต้องการปกปิดข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อมิให้เกิดความตื่นตระหนก

กับอีกด้านที่น่ากลัวกว่าก็คือ อ่อนด้อยในการวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ถ้าเป็นกรณีแรกพอเข้าใจได้

แต่ถ้าเป็นกรณีหลังคงย่ำแย่ หากผู้บริหารประเทศมองภาพรวมของประเทศไม่ออก หรือไม่รู้ถึงปัญหาที่แท้จริง

ซึ่งดูจากการทำงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ มีแนวโน้มอย่างสูงว่าสาเหตุน่าจะมาจากประการหลัง!?

เรื่องแจกเงิน 2,000 บาท ดูเหมือนจะชัดเจนที่สุด เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเงินหลายหมื่นล้านที่เทลงไป น่าจะได้ไม่คุ้มเสีย

รวมไปถึงการเพิ่มเพดานเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน และเพิ่มภาษีสรรพสามิต จนทำให้ตอนนี้ราคาน้ำมันเริ่มขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้ธุรกิจจำนวนมากในเมืองไทย ที่ล้วนเกี่ยวโยงกับราคาน้ำมัน ได้รับผลกระทบซ้ำเข้าไปอีกเพราะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

มีข่าวลือว่าตอนนี้เงินกองทุนน้ำมันที่มีอยู่จำนวนมากพอสมควร กำลังถูกจ้องมองในทำนองว่าจะสามารถใช้วิธีใดนำออกมาใช้จ่ายโดยไม่ผิดกฎหมาย!?

การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันและภาษีสรรพสามิตที่ใช้กันเต็มอัตรา น่าจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐควรทบทวน

อาจไม่ต้องถึงกับยกเลิกแต่อยู่ในรูปลดเพดานการเก็บลงมา อย่างน้อยก็ในระยะเวลานี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

หลายๆ ธุรกิจ ก็จะได้อานิสงส์ลดต้นทุนไปโดยปริยาย

ทั้งยังเท่ากับเพิ่มเงินในกระเป๋าคนไทย โดยที่รัฐไม่ต้องไปไล่แจกให้มันวุ่นวาย

และยังส่งผลบวกทางจิตวิทยาอีกด้วย!?

ใช้เงินให้เป็น

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ



ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่จะอนุมัติให้เพิ่มงบประมาณในการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มเติมกว่า 10,000 ล้านบาทเท่านั้น

ยังมีการอนุมัติงบประมาณตามที่กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมเสนอมาอีก 11,240 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการขยายถนน 4 เลน

ประเด็นมิใช่อยู่ที่ว่าโครงการเหล่านี้อยู่ในการควบคุมดูแลของพรรคภูมิใจไทย หรือกลุ่มเพื่อนเนวินเดิม ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เท่านั้น

แต่ยังอยู่ที่วิจารณญาณของรัฐบาลในการจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณอีกด้วย



การลดลงของเงินคงคลังก็ดี หรือการเตรียมขยายเพดานเงินกู้ของรัฐบาลก็ดี แสดงให้เห็นถึงความจำกัดของทรัพยากรโดยเฉพาะเงินงบประมาณที่รัฐบาลประสบอยู่

ยิ่งในภาวะที่สังคมไทยและรัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลกที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

การใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์นอกจากจะต้องระมัดระวังเรื่องความสุจริต เพื่อให้เงินสร้างประโยชน์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว

ยังจะต้องไตร่ตรองการใช้จ่ายในแต่ละโครงการให้รอบคอบและรอบด้าน มีการเปรียบเทียบชัดเจนแล้วว่าเงินแต่ละก้อนถูกใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเป้าหมายตรงกับความต้องการที่แท้จริง และเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

และจะเป็นอันตรายยิ่งทั้งกับรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หากการอนุมัติงบประมาณเกิดขึ้นด้วยเหตุผลทางการเมืองเป็นหลัก

เพราะการขาดทั้งประสิทธิภาพและความสุจริตนั้นเอง



เช่น มีการเปรียบเทียบหรือไม่ว่าอะไรจะก่อประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจมากกว่ากัน ระหว่างการขยายถนน 4 เลน กับการก่อสร้างรถไฟรางคู่ หรือการขยายการขนส่งทางน้ำ

อะไรเป็นการลงทุนที่เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะหน้าที่เผชิญอยู่มากกว่า ขณะเดียวกันก็สร้างความยั่งยืนในการพัฒนา หรือเป็นโครงการที่ก่อปัญหาในอนาคตน้อยกว่า

ยิ่งมีงบประมาณอยู่จำกัด การเลือกเฟ้นยิ่งต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เช่นเดียวกับการควบคุมการใช้จ่ายที่จะต้องรู้เท่ารู้ทันและละเอียดรอบคอบ มิให้เกิดรูรั่วไหลหรือช่องทางในการทุจริตเกิดขึ้นได้

เพียงประชาชนเกิดความระแวงสงสัยว่าการใช้จ่ายงบประมาณไม่เป็นไปโดยโปร่งใส

งานของรัฐบาลที่ยากหนักหนาอยู่แล้ว จะยิ่งทวีความสาหัสขึ้นไปอีกหลายเท่า

'สุรยุทธ์'ปัดวางแผน!ปฏิวัติ19ก.ย.

ที่มา เดลินิวส์

ยัน'ทักษิณ'ข้อมูลมั่ว เตือนระวัง'กฎแห่งกรรม'ปฏิเสธเชิญ'พัลลภ'หารือร่วมโค่นอำนาจรบ.'แม้ว'

ดาหน้าโต้โฟนอิน “สุรยุทธ์” ปฏิเสธอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. ระบุ “ทักษิณ” รับข้อมูลคลาดเคลื่อน เผยเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ใครทำไม่ดีต้องได้รับผลกรรม ยันไม่ฟ้อง ไม่หวั่นคนเข้าใจผิด ปัดเชิญ “พัลลภ” ร่วมวางแผนโค่นอำนาจ ด้าน “ประวิตร” ชี้ “ทักษิณ” ต้องรับผิดชอบคำพูด มั่นใจประชาชนรู้อะไรควรเชื่อ ไม่ควรเชื่อ ปัดกองทัพเขียน แผนตากสิน ขณะที่ “พัลลภ” ยอมรับเคยเล่าเบื้องหลังปฏิวัติให้ “ทักษิณ” ฟังเผยมีชื่อ พล.อ.ส. ร่วมวางแผน แต่ไม่เคยเห็นพ้องเรื่องไม่จงรักภักดี ยันไม่เคยวางแผนลอบสังหาร เชื่อ “ทักษิณ” เข้าใจผิด ด้าน “อภิสิทธิ์” เตือน “ทักษิณ” เคลื่อนไหวอย่าดึงสถาบัน ประกาศเดินหน้าทำงานไม่ต่อล้อต่อเถียงใคร เชื่อคนส่วนใหญ่อยากให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ยอมรับเคยเห็น แผนตากสิน ด้าน “ประจักษ์” ไป จ.เลย “บุญจง” ไปเปิดประชุมที่ จ.เชียงราย เจอเสื้อแดงจิ๊บจ๊อยเข้าไม่ถึงขบวนรถ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 มี.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึง การวิดีโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยพาดพิงถึงบุคคลหลายฝ่าย ว่าเราก็เห็นด้วยกันทั้งประเทศแล้ว ว่าการดำเนิน การของกลุ่มคนเหล่านี้มีเป้าหมายว่าจะปลุกระดมเพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง ซึ่งเราต้องหาทางแก้ไขต่อไป เมื่อถามว่ารัฐบาลจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร เพราะผู้ที่ถูกพาดพิงอาจไม่สบายใจ หากรัฐบาลเพิกเฉย นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย แต่รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม ที่กฎหมายให้อำนาจ เพราะเราเคารพกฎหมาย ตราบใดที่การวิดีโอลิงก์ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย เราก็ไปทำอะไรไม่ได้

อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พาดพิงสถาบันองคมนตรีและศาล รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เราคงจะไปเรียกร้องเขาไม่ได้ เพราะเขามีเจตนาที่ชัดเจนที่ต้องการ ให้คนในประเทศเข้าใจเรื่องราวผิดและต้องการปลุกระดมประชาชน หากใครเป็นผู้เสียหายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ผู้สื่อข่าว ถามว่ารัฐบาลเตรียมรับมืออย่างไร ที่กลุ่มคน เสื้อแดงจะชุมนุมวันที่ 26 มี.ค.นี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราพยายามป้องกันไม่ให้มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากตำรวจมีกำลังไม่พอ ก็สามารถขอการสนับสนุนของทหารได้ และคงจะเจรจาได้ยาก เพราะเขามีเป้าหมายและการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน แต่คงต้องขอร้องฝ่ายผู้ชุมนุมว่า อย่าให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน เพราะในช่วงนั้นจะมีการจัดงานกาชาดด้วย

ชี้“ทักษิณ”พูดหมิ่นเหม่สถาบัน

ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ วิดีโอลิงก์ระบุว่ามีทหารยศพลเอก อักษร ส. อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติว่า ตนดูความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท. ทักษิณช่วงหลังหมิ่นเหม่มาก เพราะยิ่งชัดเจนว่ามีเจตนาที่เข้าไปพาดพิงถึงสถาบันมากขึ้น และวันนี้มีการระบุชื่อองคมนตรี และคนที่อยู่ในสถาบันกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น ตนคิดว่าการออกมาพูดในลักษณะอย่างนี้ ต้องถามหาความรับผิดชอบของคนที่พูดเหมือนกัน เพราะเปิดเผยออกมาท่านรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งที่พูดไม่ใช่แค่เสียหายกับคนที่เอ่ยถึง แต่เสียหายถึงสถาบันเราเองพยายามร้องขอให้คำนึงถึงสถานการณ์ใหญ่ของประเทศที่ต้องการความสงบ

กลุ่ม นปช.จี้เล่นงานพันธมิตรฯ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นายธีรวิทย์ พุ่มมั่น แกนนำชมรมพระประแดง และนายไชย นิรันด์ พะยอมแย้ม แกนนำองค์กรพิทักษ์ความเป็นธรรม พร้อมแนวร่วม นปช. 50 คน เข้ายื่นหนังสือขอให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เร่งรัดการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ก่อเหตุปิดล้อมรัฐสภา บุกยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมี พ.ต.อ.สุทธินาท สุดยอด รอง ผบก.สลก.ตร. เป็นตัวแทนรับมอบ

นายสมยศ กล่าวว่า การปิดล้อมรัฐ สภาของกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และการยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ทุกเหตุการณ์มีการวางแผนใช้ความรุนแรง โดยใช้วัตถุระเบิดและอาวุธปืนอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จนลุกลามบานปลายมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ดำเนินการทางกฎหมายกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯได้เหมือนเช่นคดีอื่น ๆ เนื่องจากถูกแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบ และรัฐบาลที่กำลังเกื้อกูลต่อกลุ่มพันธมิตรฯ

“อภิสิทธิ์”ไม่ได้สนใจวิดีโอลิงก์

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง พ.ต.ท. ทักษิณ วิดีโอลิงก์โจมตีสถาบันองคมนตรีว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียด เห็นแต่หัวข่าว ตนให้ความสนใจกับงานที่ทำมากกว่า เพราะมีหน้าที่แก้ไขปัญหาให้กับประเทศ ส่วนปัญหาของคน 1 คนก็ต้องว่า กันไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่าการวิดีโอลิงก์มีการระดมพลให้มาชุมนุมในวันที่ 26 มี.ค. คิดว่าจะทำให้เกิดความรุนแรงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาได้มีการนัดหมายกันมานานแล้ว ว่าจะมีการชุมนุมและถือว่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องดูแล ส่วนตนตั้งใจที่จะมาทำงานตามปกติทุกอย่าง

ไม่ต่อล้อต่อเถียง-จะทำงาน

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะดูแลอย่างไรไม่ให้มีการกล่าวหาพาดพิงไปถึงสถาบัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่บอกอะไรที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลก็จะดำเนินการและได้บอกไปแล้วว่า ขอให้เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องระหว่างฝ่ายการเมือง อย่าเอาสถาบันอื่น ๆ โดยเฉพาะสถาบันที่ประชาชนเทิดทูนเคารพนับถือ หรือเป็นสถาบัน ที่มีความสำคัญในการดำรงความเป็นกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะพยายามไม่ไปอยู่ในวังวนของความแตกแยก ไม่ไปต่อปากต่อคำ หรือต่อล้อต่อเถียงแต่จะทำงาน ส่วนข้อสงสัยและข้อทักท้วงต่าง ๆ ก็พยายามตอบ ใครติดใจหรือค้างคาใจเรื่องอะไรก็ยินดีที่จะตอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรียังมั่นใจที่จะหลอมรวมระหว่างคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงได้อย่างนั้นหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เพราะตนเชื่อว่าในที่สุดคนไทยทุกคนจะยึดถือ ประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่ขณะนี้อาจจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกว่า บ้านเมืองเดินผิดทิศผิดทาง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าจะลุกลามไป จนถึงขั้นทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เราก็บอกว่าทำไม่ได้ แต่อะไรที่เป็นข้อห่วงใยหรือเรื่องประชาธิปไตย เราก็พยายามตอบสนองและจะทำต่อไป

ยอมรับเคยเห็นแผนตากสิน

ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าจะสามารถรับมือความเคลื่อนไหวต่าง ๆ โดยเฉพาะแผนตากสินที่มีการพูดถึงได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มั่นใจว่ารับมือได้ เพราะตนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศเดินหน้า เมื่อถามว่าเคยเห็นแผนตากสินด้วยตัวเองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยเห็นเอกสาร แต่ไม่ทราบว่าจะมีใครยืนยันหรือไม่อย่างไร เพียงแต่มั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าและใครที่พยายามฉุดรั้งบ้านเมืองจะไม่ได้รับการสนับสนุน เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเห็นแผนดังกล่าวแล้วใครเป็นคนส่งมาใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีคนส่งมาให้แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร ส่วนเนื้อความในเอกสารเป็นอย่างไรมีจำนวนเท่าไหร่นั้น ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด อย่าไปการขยายความเลยดีกว่า เพราะไม่มีใครยอมรับหรอกว่าใครเป็นคนทำอะไรขึ้นมา เมื่อมีคนมาถามก็บอกว่าเคยเห็นเคยได้รับก็จบเท่านั้น อย่าไปรู้รายละเอียดเลย

“สุรยุทธ์”ปัดอยู่เบื้องหลังปฏิวัติ

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ วิดีโอลิงก์ระบุว่า พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 ว่า ตนทราบจากสื่อหนังสือพิมพ์ คิดว่าเป็นเรื่องของการเข้าใจผิด เพราะข้อมูลที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้รับอาจเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมา ความจริงเป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ ทั้งนี้ตนเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม คิดว่าคนที่ทำอะไรต้องได้รับผลตอบแทนทั้งในทางที่ดีและไม่ดี

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ได้เชิญ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) ร่วมวางแผนโค่นล้มระบอบทักษิณว่า ตนไม่เคยเชิญ พล.อ.พัลลภ อาจจะเป็นเรื่องที่ฟังในส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ข้อมูลอย่างที่เรียนคือ ควรจะมีการตรวจสอบ เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ ว่าจะมีการเข้าใจผิดว่าท่านมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวล อย่างที่ได้เรียนแล้วว่าความจริงจะต้องปรากฏออกมา และคงจะไม่ไปดำเนินการฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงคงไม่ไปขอร้องให้ยุติการพาดพิง เพราะเป็นหน้าที่ของแต่ละบุคคลที่จะสำนึกได้เอง ส่วนตัวเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม หากใครทำดีหรือไม่ดี จะได้รับจากการกระทำนั้นเอง

“ทักษิณ”ต้องรับผิดชอบคำพูด

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ตนไม่รู้ ต้องไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณเองว่า ท่านมีข้อมูลอะไร ตนไม่ทราบ คิดว่าขณะนี้บ้านเมือง อยากให้มีความรักความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวไม่อยากให้เกิดความแตกแยก สื่อมวลชนควรคิดเองว่าควรจะทำอย่างไร ตนคงจะตอบอะไรไม่ได้ เพราะไม่ทราบข้อเท็จจริง เมื่อท่านกล้าพูด ท่านคงจะรู้ว่าควรจะพูดหรือไม่ควรพูด เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง โดยมีการระบุว่า พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำลายตนเอง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ท่านกล้าเอ่ยนามยืนยัน แสดงว่าท่านคงจะรู้อะไร และท่านต้องรับผิดชอบในคำพูดของท่าน เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่ปัจจุบันมีการดึงสถาบันลงมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องแก้กันต่อไป แต่คงไม่ถึงขนาดดึงลงมา คิดว่าท่านคงไม่เกี่ยวข้องด้วยอยู่แล้ว ส่วนจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดหรือไม่นั้น ประชาชนจะต้องรู้และมีวิจารณญาณว่าอะไรที่เขาควรจะเชื่อ และอะไร ที่ไม่ควรเชื่อ ขณะนี้ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า รัฐบาลพยายามจะแก้โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ที่วุ่นวายขณะนี้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีพยายามทำงานหนัก

ปัดกองทัพเขียนแผนตากสิน

เมื่อถามว่า กองทัพตรวจสอบแผน ตากสินที่จะมีการล้มรัฐบาลและกองทัพหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อย่าให้ตนต้องวิจารณ์ ตนไม่รู้ว่าใครเขียน ต้องดูว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่ ทั้งนี้ประเทศมีระบบ กระทรวง ทบวง กรม มีทหาร ซึ่งมีความชัดเจนในการปกครอง ดังนั้นการจะทำอะไรคงไม่ง่ายนักและประชาชนทุกคนคงรู้ว่าควรทำอย่างไร เพื่ออยู่ในประเทศนี้อย่างสงบ และเกิดความร่มเย็น เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยออกมาโต้ว่า ฝ่ายความมั่นคงเป็น คนเขียนขึ้นมาเอง เพื่อของบประมาณไปใช้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่จริง จะไปเขียนทำไม ไม่มีใครเขียน เรามีกฎระเบียบชัดเจน แต่คนมีปากก็พูดได้ มีความคิดก็พูดได้ ความเชื่อทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน และประชาชนรู้อยู่แล้วว่าขณะนี้เป็นอย่างไร

“พัลลภ”เผยมี พล.อ. ส.อยู่ด้วย

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีต รอง ผอ. รมน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินระบุว่า พล.อ.พัลลภ เปิดเผย เบื้องหลังการปฏิวัติให้ฟังว่า ตนรู้สึกค่อนข้างแปลกใจที่จู่ ๆ พ.ต.ท.ทักษิณ นำเรื่องนี้ขึ้นมาพูด แต่ยอมรับว่า ตนเคยเล่าเรื่องเบื้องหลังของการ ปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 ให้ฟังจริง ว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนในการปฏิวัติ แต่ไม่มีเรื่องแผนการลอบสังหารแต่อย่างใด เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีการปฏิวัติต้องมีคนมานั่งประชุมวางแผนกัน ซึ่งในเวลานั้นตนได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมโดยมี พล.อ. ส.เสือ เข้าร่วมประชุม ซึ่งในที่ประชุมมีความเห็นพ้องกันว่า ควรจะต้องทำการยึดอำนาจรัฐบาล เพราะเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความจงรักภักดี

เรื่องปฏิวัติ-ไม่มีลอบสังหาร

“ตอนนั้นเราคุยกันว่า เราจะทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ที่สุดก็ได้ตำแหน่งกันหมด แต่ผมไม่ได้อยากเป็นอะไร และเห็นว่าไม่ถูกต้อง ที่ปฏิวัติแล้วหวังประโยชน์ จนทำให้การปฏิวัติไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ผมยืนยันว่า ไม่มีแผนลอบสังหาร พ.ต.ท. ทักษิณ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ อาจนำข้อมูลจากที่อื่นมาพูดผสมกับสิ่งที่ผมเคยเล่าให้ฟัง จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ หวาดระแวงเรื่องลอบสังหารมาตลอด ในช่วงก่อนปฏิวัติ มีเพียงแต่คิดแผนการจับตัว พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น แต่ในที่สุดไม่ได้นำแผนนี้มาใช้ แต่เลือกใช้จังหวะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปต่างประเทศ จึงทำการปฏิวัติยึดอำนาจในช่วงนั้น” พล.อ. พัลลภ กล่าว

พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ในครั้งที่ตนได้เดินทางไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศจีน ท่าน ได้ถามตนถึงเรื่องคาร์บอมบ์ ซึ่งยืนยันว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง น่าจะเป็นความเข้าใจผิด เพราะในช่วงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณไม่พอใจที่ตนส่งทหารไปดูแล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ จึงคิดว่า ตนเป็นพวกของ พล.ต.จำลอง แต่ขณะนั้นตนทำไปเพื่อดูแลความปลอดภัยให้ พล.ต.จำลอง เท่านั้น เพราะหากเขาเป็นอะไรไป พ.ต.ท.ทักษิณจะเสียหาย ซึ่งคราวที่ตนได้ไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ คุยแต่เรื่องนี้เท่านั้นไม่ได้คุยเรื่องอื่น

เสื้อแดงอยุธยาโวยถูกติดตาม

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 09.00 น. นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมคนเสื้อแดงอยุธยา เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สนั่น กงสิทธิ์ พงส. สบ 2 สภ.วังน้อย เพื่อแจ้งว่า ถูกชายลึกลับ 2 คน เฝ้าติดตามจนเกิดความไม่ปลอดภัย โดยชายทั้งสองคนนั่งรถกระบะเชฟโรเลต สีเทา เข้ามาจอดใกล้บ้านพักของตน ที่ ต.พยอม อ.วังน้อย ฝั่งตรงข้ามกับตลาดประตูน้ำพระอินทร์ราชา เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงเดินเข้าไปถาม ชายทั้งสองคนก็ รีบขับรถหลบหนีไป เชื่อว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือหน่วยงานของรัฐบาล ส่งคนมาเฝ้าติดตามตน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ส่วนที่ จ.เลย เวลาเดียวกัน นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม เดินทางไปตรวจราชการ โดยมี นายมานิตย์ มกรพงศ์ ผวจ.เลย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้เพื่อติดตามการดำเนินงานตาม นโยบายของรัฐบาล โดยมีการวางกำลังตำรวจ และ อส.ไว้รักษาความปลอดภัยถึง 300 นาย ขณะเดียวกันมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางกลับมาจาก จ.เชียงใหม่ เมื่อทราบก็รีบเดินทางมาชุมนุมขับไล่ แต่ถูกเจ้าหน้าที่กันไว้ได้ โดยหลังจากที่ นายประจักษ์ มอบนโยบายแก้ไขปัญหาภัยแล้งแล้ว ได้เดินทางไปยังเส้นทางลูกรัง ต.น้ำทูน ด่าน พรมแดนบ้านนากระเซ็ง อ.ท่าลี่

ที่ จ.เชียงราย เมื่อเวลา 08.00 น. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เดินทางมาที่ ม.แม่ฟ้าหลวง เพื่อเปิดการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือ 1,600 คน เพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้อง ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง โดยมี นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผวจ.เชียงราย พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว. นำกำลัง ตำรวจ อส. อปพร. 750 นาย มาให้การต้อนรับและรักษา ความปลอดภัยอย่างเข้มแข็ง โดยตำรวจได้มีการออกข่าวลวงโดยไม่แจ้งว่าเป็นขบวนของ มท.2 แต่ออกข่าวว่าเป็น วีไอพี แต่ก็ยังมีคนเสื้อแดง 30 คน มาถือป้ายที่ทางออกมหาวิทยาลัย แต่ไม่สามารถเข้าถึงขบวนของนายบุญจงได้

“ณัฐวุฒิ”ยัน“ทักษิณ”พูดจริง

ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 15.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คณะทำงานฝ่ายการเมืองพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง แถลงว่า จากที่ได้พูดคุยโทรศัพท์กับ พ.ต.ท. ทักษิณ เมื่อบ่ายวันที่ 23 มี.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันข้อเท็จจริงในสิ่งที่พูดทุกประการ ซึ่งคนเราเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ายอมรับ และในการชุมนุมคนเสื้อแดงวันที่ 27 มี.ค. ในช่วงเวลา 19.30-20.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ จะพูดผ่านวิดีโอลิงก์เสนอทางออกของวิกฤติเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง โดยคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีสิทธิเสรีภาพ ที่จะสื่อสารเรื่องราวที่เป็นความจริงให้ประชาชนทราบ คงไม่ยุติธรรมถ้าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แบกความจริงและความเสียหายในฐานะผู้ถูกกระทำ แต่เพียงผู้เดียว

ระบุจะพูดต่อให้สังคมรับรู้

นายณัฐวุฒิ กล่าวตอบโต้กรณี พล.อ.สุรยุทธ์ ระบุถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นกฎแห่งกรรมว่า ประสบการณ์ที่แต่ละคนเจอไม่เหมือนกัน บางคนเป็นนายกฯ แค่เซ็นชื่อยินยอม ให้ภรรยาซื้อที่ดินก็ติดคุก แต่อีกคนหนึ่งครอบครองที่ดินป่าสงวน ก็ไม่รู้ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมจริงหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ กังวลหรือไม่ว่าการพาดพิงถึงบุคคลชั้นสูงในสถาบันต่าง ๆ ของประเทศ จะยิ่งทำให้สถานการณ์และการกลับประเทศลำบากขึ้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนี้ แต่เป็นห่วงเรื่องความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีเจตนาตอบโต้ รุกรานใคร หรือสร้างความแตกแยก แต่สังคมน่าจะรู้ความจริงว่าต้นเหตุของปัญหาคืออะไร เพื่อจะช่วยกันขบคิดหาทางออกให้ประเทศเกิดความสงบสุขต่อไป ซึ่ง จากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดความจริง ในสิ่งที่สังคมยังไม่มีโอกาสรับรู้เป็นระยะ ๆ

เผยสั่งรถทัวร์ห้ามรับเสื้อแดง

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงการชุมนุมคนเสื้อแดงที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 26 มี.ค.ว่า จะไม่มี ความรุนแรงใด ๆ เกิดจากคนเสื้อแดง เราจะชุมนุมโดยสงบ สันติภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่างไรก็ตามตนขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและบุคคลใดก็ตาม ที่กล่าวอ้างว่าเคยเห็นเอกสาร แผนการตากสิน ได้แสดงความกล้าหาญนำออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ใช้ให้สัมภาษณ์ตีกินรายวัน ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เคยพูดคุยแผนการตากสิน อย่างไรก็ตามตนได้รับแจ้งว่า กรมการ ขนส่งทางบก มีคำสั่งห้ามบริษัทผู้ประกอบการรถทัวร์ รับคนเสื้อแดงเข้ามาชุมนุม ผู้สื่อข่าวถามว่าจะปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลห้ามนายกฯและ ครม. เข้าไปทำงานในทำเนียบหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากเจอคนเสื้อแดงก็จะขับไล่ทันที แต่จะ ไม่เป็นศัตรูกับข้าราชการและจะไม่บุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้อาจมียุทธศาสตร์ดาวกระจายและวิธีอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายโดยคนเสื้อแดงจะไม่เลิกเคลื่อนไหวแต่คำว่าไม่ชนะไม่เลิกก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องชุมนุมเท่านั้นยังมียุทธวิธีอื่น ๆ อีกมาก

จวก “สุรยุทธ์” น้ำนิ่งไหลลึก

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสายข่าวมากมาย ดังนั้นข้อมูลและตัวละครที่ได้พูดออกมาจึงมีความชัดเจนในรายละเอียด และความจริงก็ต้องเป็นความจริงทั้งก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยา ระหว่างรัฐประหารไปจนถึงเหตุการณ์การเมืองหลังจากนั้น โดยเฉพาะการเอ่ยถึงชื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ซึ่งมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังเหตุการณ์ยึดอำนาจ แม้จะออกมาปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด และพูดเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งอีกไม่นาน พล.อ.สุรยุทธ์ ก็จะได้พบกับกฎแห่งกรรมที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้ ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ นั้นเป็นคนที่มีลักษณะน้ำนิ่งไหลลึก คุมกำลังทหารที่เข้ามาปราบปรามนักศึกษาและประชาชน ในเหตุการณ์พฤษภา ทมิฬ 2535

ระบุวิดีโอลิงก์ถี่หวังทวงอำนาจ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมในวันที่ 26 มี.ค.ขับไล่รัฐบาลซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อว่า ตนได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้แล้ว เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีการวิดีโอลิงก์ถี่ขึ้นในระยะนี้ จะกลายเป็นชนวนให้เกิดเหตุการณ์อะไรร้ายแรงมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ถ้ามองด้านจิตวิทยา ผู้ที่สนับสนุนอดีตนายกฯก็จะมีกำลังใจที่จะชุมนุมต่อไป ส่วนรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป ทั้งนี้กระทรวง มหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าฯดูแลและทำความเข้าใจกับประชาชนว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องเดินทางมาร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ แต่ควรให้โอกาสรัฐบาลทำงานไปสักระยะ ซึ่งถ้ารัฐบาลทำงานไม่ดี ก็ให้ประชาชนเป็นฝ่ายไล่เองดีกว่า ไม่ต้องใส่เสื้อแดงมาไล่ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องมีการเปลี่ยนสถานที่ประชุม ครม.มาเป็น ครม.สัญจร หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา อย่างไรก็ตามตนไม่อยากให้มีเหตุการณ์ซ้ำรอยกับเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. 2551

โฆษก ทบ.แจงเรื่องวิดีโอลิงก์

ที่ บก.ทบ. เมื่อเวลา 18.00 น. พ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณวิดีโอลิงก์พูดพาดพิงกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องการลอบสังหาร และการปฏิรูปการปกครองว่า ทั้งสองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน เรื่องคดีลอบสังหารเท็จจริงอย่างไรตนไม่ทราบ แต่กองทัพไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องการปฏิรูปการปกครอง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.เคยเรียนชี้แจงแล้วว่า การปฏิรูปการปกครองท่านคิดกับฝ่ายเสธฯ ของท่านเพียง 2-3 คน เท่านั้น ความจริงเรื่องวิดีโอลิงก์เป็นการแย่งชิงพื้นที่ข่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านสามารถทำได้ ซึ่งมุมมองของกองทัพมองว่าน่าจะส่งผลในทางลบต่อตัวท่านเอง

ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสาน งานพันธมิตรฯ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์มั่นใจว่าหลังจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณจะปั้นเรื่องโจมตีและกล่าวหาสถาบันเบื้องสูงเป็นระยะ ๆ แนวโน้ม ของสถานการณ์จะเข้าสู่ความตึงเครียดมากขึ้น และอาจทำให้กองทัพต้องตัดสินใจเด็ดขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปรารถนาโดยเฉพาะการปลุกระดมให้มวลชนเสื้อแดงก่อความวุ่นวาย เพื่อให้เกิดการรัฐประหารในที่สุด.

ทิ้งนมถุงเอา-กล่อง ยื่นอ้อยเข้าปากช้าง

ที่มา ไทยรัฐ

มติคณะรัฐมนตรีแก้ปัญหานมโรงเรียน ด้วย 2 วิธีการสำคัญ...1. ยกเลิกระบบโซนนิ่ง หรือแบ่งเขตประมูลขายนมโรงเรียน

2. ให้ซื้อนมกล่อง หรือนมยูเอชทีเป็นหลัก

เป็นหลักแบบไม่ธรรมดา มติ ครม.เขียนให้อ่านแล้วสับสนเข้าใจยาก คล้ายตั้งใจจะซุกกล่องนม ด้วยมีรายการเขียนระบุไว้ให้ซื้อนมกล่องไว้หลายที่หลายลักษณะ เหมือนกลัวคนจะรู้ว่า ครม.ให้สิทธิซื้อนมกล่องได้ทั้งโครงการ

ผลักนมถุง นมพาสเจอไรส์ ที่เป็นเจ้าตลาดนมโรงเรียนเดิมออกจากวงจรไปเลย อ้างเหตุผล นมถุงมีปัญหารอยรั่ว บูดเน่า ทำให้เกิดความเสียหายมากถึง 2%...เป็นใบเบิกทางให้นมกล่องยึดหัวหาดนมโรงเรียน ในภาวะที่เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจบ้านเราซบเซา

ผู้คนประหยัดไม่ใช้เงิน ซื้อนมดื่มน้อยลง ตลาดทั่วไปยอดขายนมกล่องหด...มีแต่นมโรงเรียน ตลาดเดียวที่โตวันโตคืน ยอดขายไม่มีตก

ปีที่แล้ว ยอดนักเรียนได้สิทธิดื่มนม อนุบาลถึง ป.4 อยู่ที่ 5.3 ล้านคน คูณด้วย 230 วัน 1,219 ล้านชิ้น

ปีนี้ยอดพุ่งปรี๊ด ให้ดื่มกันตั้งแต่อนุบาลยัน ป.6 จำนวนเด็กเพิ่มเป็น 7.1 ล้านคน แล้วเพิ่มจำนวนวัน ให้ดื่ม 260 วันอีก ยอดจำหน่ายอยู่ที่ 1,846 ล้านชิ้น

ตลาดนมโรงเรียน...ยอดสั่งซื้อเพิ่มถึง 51%

ยิ่งถ้าเขียนมติ ครม. ขีดเส้นให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลการบริหารจัดการนมโรงเรียน...ตีความสามารถซื้อเป็นนมกล่องได้ทั้งหมด โดยไม่ผิดกฎหมาย ไม่ขัดมติคณะรัฐมนตรี

คิดเล่นๆ แค่กำไรค่ากล่องอย่างเดียว ไม่รวมนม ไม่ต้องมากขอแค่กล่องละ 20 สตางค์...300 กว่าล้าน จะหนีไปที่ไหน

เลยมีคำถามตามมาว่า มติ ครม.ที่ออกมามีเป้าหมายเพื่ออะไรกันแน่...

ตั้งใจจะช่วยเด็กได้ดื่มนมดี มีคุณภาพจริงแท้แค่ไหน

เนื่องจากการเปลี่ยนมาใช้นมกล่องแทนนมถุง ไม่มีหลักประกันอะไรเลยที่จะบอกได้ นมจะไม่บูดเน่า ไม่ต่ำมาตรฐาน

เพราะการดำเนินโครงการนมโรงเรียนติดต่อกันมากว่า 10 ปี นมถุง นมกล่อง มีปัญหาบูดเน่าไม่แพ้กันมาทุกยุคสมัย

ที่สำคัญการแก้ปัญหานมโรงเรียนโดยใช้นมกล่องเป็นตัวตั้งแก้ ปัญหานมบูดเน่าแบบเดียวกันนี้ รัฐบาลไทยก็ทำมาแล้ว เมื่อปี 2538

รัฐบาลยุคนั้น ให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ค.ส.) เจ้าเดิมเจ้าเก่านี่แหละ จัดการซื้อนมกล่องไปแจกเด็กแทนนมถุง นมพาสเจอไรส์ที่เก็บได้ไม่นาน

แต่ก็ยังมีปัญหานมบูดนมเน่า นมเป็นหนอน เป็นก้อน นมหมดอายุมาให้เด็กดื่มอยู่ดี...แถมยังหนักกว่านมบูดนมเน่ายุคใช้นมถุงซะอีก

แม้กระทั่งล่าสุด นับตั้งแต่เกิดปัญหานมโรงเรียนขึ้นที่ ร.ร.ปากเลข จ.ชุมพร เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนกลายเป็นข่าวดังเรื่องนมโรงเรียนบูดเน่าติดต่อกันมา 1 เดือนเต็ม...ปรากฏว่า นมกล่องมีปัญหาบูดเน่ามากกว่านมถุง

ความจริงแล้วปัญหานมกล่อง นมถุงจะบูดจะเน่า ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่ถุงหรือกล่อง แต่อยู่ที่กระบวนการผลิต การขนส่ง การจัดเก็บ

นมกล่องที่บอกว่า เก็บได้นาน 6 เดือน ผลิตไม่ดี ขนส่งไม่ถูกต้อง เก็บไม่ดี การบูดเน่าก่อนหมดอายุก็เกิดขึ้นได้ง่ายมาก นมถุงก็เหมือนกันที่บอกว่าเก็บได้นานแค่ 2 อาทิตย์ ถ้าการผลิตดี เก็บรักษาดี สามารถเก็บได้นานถึง 1 เดือนเหมือนกัน

ดร.วิสิฐ จะวะสิต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเบื้องต้นของนมและภาชนะบรรจุนม

นมถุง หรือนมพาสเจอไรส์ เป็นนมที่ใช้กรรมวิธีในการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน 73 ํC เป็นเวลานาน 15 วินาที สามารถเก็บได้นานถึง 2 อาทิตย์ แต่ต้องเก็บในที่เย็นอุณหภูมิประมาณ 8-10 ํC

แต่จะเก็บได้นาน สั้นกว่านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่านมที่ส่งมายังโรงงานมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนมากแค่ไหน ถ้ามีจุลินทรีย์ปนเปื้อนมาก บูดเน่าเร็ว จะเก็บได้ไม่นานอาจจะเหลือแค่ 1 สัปดาห์

การเก็บรักษานั้นนมพาสเจอไรส์ไม่ค่อยยุ่งยาก เนื่องจากเก็บได้ไม่นาน การเก็บรักษาจึงมีการระมัดระวัง ต้องแช่น้ำแข็งตลอดเวลา

สิ่งที่จะทำให้บูดเน่า ส่วนใหญ่จะมีอยู่แค่ 2 เรื่อง...แช่น้ำแข็งไม่ดี น้ำแข็งละลายหมด กับเวลาเอาถุงนมออกมาจากถังน้ำแข็ง ครูต้องรีบตัดถุง แจกให้เด็กดื่มภายในครึ่งชั่วโมง เพราะถ้าทิ้งไว้นานกว่านั้น นมจะบูด

สำหรับนมกล่อง นมยูเอชทีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงกว่าพาสเจอไรส์...ฆ่าเชื้อด้วยความร้อน 130 ํC นาน 3 วินาที สามารถเก็บได้นาน 6 เดือน

จะเก็บได้นานขนาดนั้นจริงหรือเปล่า ก็เหมือนนมพาสเจอไรส์ ขึ้นอยู่กับน้ำนมที่นำมาผลิตมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนมากแค่ไหน มีมากก็เก็บได้ไม่นาน

แต่การบูดเน่าในขั้นนี้ ไม่ค่อยเกิดขึ้นเพราะเครื่องจักรมีระบบอัตโนมัติ ที่มีการตรวจเช็กการฆ่าเชื้อตลอดเวลา ฆ่าเชื้อได้ไม่สมบูรณ์ก็จะมีการดูดส่งกลับไปฆ่าเชื้อใหม่ เว้นแต่โรงงานนั้นไม่ค่อยใส่ใจตรวจเช็กบำรุงรักษาเครื่องจักร

สิ่งที่ทำให้นมยูเอชทีมีอัตราบูดเน่าได้ง่าย...มาจากความเชื่อว่าเก็บได้นาน 6 เดือน โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น การขนส่งการเก็บรักษาเลยขาดการระมัดระวัง

นมกล่องขนส่งไม่ดี วางซ้อนเกิน 6 ชั้นกล่อง กล่องนมจะแตกนมรั่ว การบูดเน่า หนอนขึ้นจะมีให้เห็นภายใน 1 อาทิตย์

ระหว่างขนส่งมีการโยนทำให้กล่องแตกนมรั่ว เก็บไม่ดีถูกหนู มด แมลงมักกัดกล่องเป็นรู นมรั่วแค่กล่องเดียว สามารถทำให้นมบูดได้ยกลอตเลยทีเดียว

เพราะกล่องนมยูเอชที เป็นกล่องแบบป้องกันน้ำนมรั่วออก ไม่ได้ป้องกันน้ำซึมเข้า...นมรั่วจากกล่องกล่องเดียว สามารถไหลซึมเข้ากล่องอื่นได้ทางตะเข็บกล่อง นมที่รั่วออกมาเน่า ซึมเข้าไปทำให้กล่องอื่นเน่าทั้งหมด

เก็บรักษาในห้องที่ถูกแดดส่อง ห้องร้อนเกินไป อุณหภูมิสูงกว่า 40 ํC จะบูดเร็ว เก็บได้ไม่ถึง 6 เดือน

ปัญหานมกล่องยังมีอีกอย่าง ที่ถูกมองข้าม...ขยะ

ที่ผ่านมาโรงเรียนมีปัญหาเรื่องขยะมาก ขยะกล่องนมกำจัดยาก เผาทำลายจะส่งกลิ่นเหม็นมาก นมถุงถึงจะมีปัญหา แต่ก็น้อยกว่าเพราะมีขนาดเล็กและบางกว่า

ที่สำคัญนมพาสเจอไรส์เก็บได้ไม่นาน คนขายต้องมาส่งบ่อย มาทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ทางโรงเรียนเลยแก้ปัญหาเก็บถุงนมไว้ ส่งให้ทางผู้ขายนำไปกำจัดเอง แต่นมกล่องทำอย่างนี้ไม่ได้

เพราะเก็บนาน 6 เดือน มาส่งครั้งเดียวก็หายไปหลายเดือน เลยสร้างปัญหามลภาวะให้กับโรงเรียน

ในเมื่อนมกล่องมีปัญหามากกว่านมถุง ไหนยังมีปัญหาเรื่องราคา ที่แพงกว่าถุงประมาณ 1.20 บาทต่อหน่วย

ให้เด็ก 7.1 ล้านคน ดื่ม 260 วัน...คุ้มหรือไม่ที่ต้องใช้เงินแพงขึ้น 2,200 ล้าน แค่เพื่อให้ได้กล่องมาเป็นขยะเพิ่มขึ้น

ในขณะที่เคยมีงานศึกษาวิจัยอยู่แล้วว่า ถ้าให้โครงการนมโรงเรียนให้ เด็กได้ดื่มนมถุงขนาด 200 ซีซี จะช่วยประหยัดเงินให้ได้ถึง 20 สต.ต่อคน ต่อวัน...วิธีนี้ช่วยประหยัดเงินได้ 369 ล้านบาท

และถ้าซื้อนมถุงขนาด 10 ลิตร มาส่งคูลเลอร์รินใส่แก้วแบ่งแจกให้เด็กดื่ม...จะช่วยประหยัดเงินได้ถึง 60 สต.ต่อคนต่อวัน

วิธีนี้ช่วยประหยัดเงิน 1,107 ล้านบาทต่อปี

เด็กได้ดื่มนมครบ เหลือเงินคืนเยอะ ขยะมีน้อยลง แถมเกษตรกรยังมีรายได้เลี้ยงวัวขายนมให้โรงงานผลิตนมพาสเจอไรส์ ที่มีอยู่ถึง 60 โรงงาน

ดีกว่าซื้อแต่นมกล่องที่มีผู้ผลิตแค่ 15 โรงงาน เด็กได้ดื่มนมเท่ากัน แต่แพงก็แพง ขยะก็เยอะ...แต่เชื่อเถอะ สังคมไทยเสียค่าโง่ เชื่อเขาโหมปั้นข่าว จนอ้อยเข้าปากช้างแล้ว

ยากจะเอาคืนได้...นอกจาก...(คิดกันเอง)