WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 26, 2009

เด็ก2คนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เสื้อแดงสบช่อง2พันบาทบริจาคหนุนชุมนุมใหญ่

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 มีนาคม 2552

มาร์คประเดิมตำน้ำพริกเช็ค2,000บาทละลายแม่น้ำแล้ว นักเศรษฐศาสตร์หยันเด็ก2คนพาประเทศผิดทาง ตอนนี้เศรษฐกิจแย่แต่ไปกระตุ้นภาคครัวเรือนใช้จ่ายเงิน แทนที่จะเน้นลงทุนภาครัฐหรือหนุนการลงทุนภาคเอกชน เสื้อแดงได้โอกาสใช้หอกทมิฬแทงทมิฬ นำมอบแกนนำเคลื่อนไหวโค่นล้มอำมาตย์ และติดตั้งจานดาวเทียมทีวีประชาธิปไตยD-STATION เจ้าของร้านหนังสือหัวใสบอกใครยังคิดอะไรไม่ออกจะจัดให้ แค่2พันเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจขายหนังสือมือสองอย่างมืออาชีพ จัดหลักสูตรเข้มข้นวันเดียวจบพร้อมแจกหนังสือมูลค่า5,000บาทไปเป็นขวัญถุงตอนเริ่มต้น


มาร์คหน้าบานละลายแม่น้ำเช็ค2,000บาทต่อหัว

วันนี้ช่วงเช้า บรรยากาศที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กลุ่มผู้ประกันตนเองในมาตรา 39 ใน กทม. 1.5 แสนคนทยอยเดินทางมารับเช็คช่วยชาติ 2 พันบาทตั้งแต่ช่วงเช้า สำหรับบรรยากาศโดยรอบเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเทศกิจมาอำนวยความสะดวกให้ และให้คำแนะนำประชาชน โดยประชาชนที่เดินทางมารับเช็คจะต้องรับบัตรคิว เพื่อเข้าไปรับเช็คตามขั้นตอน ส่วนหลักฐานที่จะต้องใช้คือบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อที่จะแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนด้านนอกเต็นท์มีการตั้งบูธของห้างสรรพสินค้ามาให้บริการ ลดราคา เพื่อหวังดึงดูดประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทให้ สปส.จำนวนทั้งสิ้น 5,547,000 ใบ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ หากประชาชนไม่สะดวกมารับเช็คในวันที่ 26 มี.ค.-8 เม.ย. สามารถรับได้ที่สำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 มิ.ย.2552 แต่หากเลยวันดังกล่าว ทาง สปส.จะ ต้องคืนเช็คดังกล่าวให้กับกรมบัญชีกลาง และจะพิจารณาเป็นกรณีไป สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมารับเช็คได้ในวันที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีบัญชีที่ถูกตัดสิทธิ์ทิ้ง เนื่องจากเป็นพนักงานราชการ แต่มาทำงาน พิเศษ กับบริษัทเอกชน ถือว่าไม่มีสิทธิ์ในการรับเช็คดังกล่าว

เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ผู้ที่ลงทะเบียนช้าจะมีการจ่ายเช็ครอบที่ 2 คาดว่าจะจ่ายได้ในวันที่ 29 มี.ค. และจะส่งทั่วถึงทุกจังหวัด ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 1,200,000 คน ส่วนเช็ครอบที่ 3 จะทราบยอดในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ธนาคารได้กระจายเช็คไปยังสาขาประจำจังหวัดทั่วประเทศ และได้แจ้ง สปส.จังหวัดให้ไปรับเช็คแล้ว ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่สายด่วน 1506


วิจารณ์ขรมหาเสียง แก้ศก.ไม่ได้ เสื้อแดงเอาหอกทมิฬแทงทมิฬนำ2พันมอบทุนแกนนำ-ติดจานD-STATION

นักเศรษฐศาสตร์ทองว่ากรณีนี้ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะหากจะแจกเงินเพื่อให้ภาคครัวเรือนใช้จ่าย ต้องนำมาตรการทำนองนี้มาใช้ตอนเศราฐกิจดีแล้วคนไม่ยอมใช้จ่าย หรือในภาวะเงินฝืด แต่ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ รัฐควรใช้มาตรการอื่น เช่นการลงทุนนำร่องของภาครัฐ หรือกระตุ้นส่งเสริมการลงทุนเอกชนมากกว่า

แม้ว่าห้างร้านเอกชนต่างๆจะกระดี๊กระด๊าขานรับจัดโปรโมชั่นเพื่อดูดเงินก้อนนี้ แต่ขบวนการประชาธิปไตยเสื้อแดงพากันมองว่าเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเปล่าๆ มีจำนวนมากที่พากันสนทนาตามเวบบอร์ดการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย เช่น ราชดำเนิน เวบไซต์พันทิป และเวบบอร์ดประชาไทว่า จะนำไปมอบให้แกนนำเสื้อแดงเป็นทุนในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย โดยเฉพาะการชุมนุมใหญ่ที่เริ่มขึ้นในวันนี้เป็นวันแรก ในลักษณะนำหอกทมิฬกลับไปแทงทมิฬ อีกจำนวนมากที่ระบุว่าจะนำไปซื้อจานดาวเทียมโทรทัศน์สถานีประชาธิปไตยD-station เพราะค่าติดตั้งเพียง2,800บาท หากเพิ่มเงินส่วนตัวอีกเพียง800 บาทก็ทำให้ได้ติดตามโทรทัศน์ของคนเสื้อแดงได้แล้ว

เจ้าของร้านหนังสือหัวใสมีแค่2พันจัดไปมูลค่า5พัน ใครอยากเป็นเจ้าของธุรกิจขายหนังสือมือสอง

ขณะเดียวกันนายศุภฤกษ์ ตั้งใฝ่คุณธรรม อาจารย์พิเศษด้านจีนคดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง นักเขียนที่มีผลงานทางด้านงานประวัติศาสตร์ การเมือง จีนคดี และหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ และเป็นเจ้าของธุรกิจขายหนังสือมานานกว่า 30 ปี เปิดเผยว่า หากใครยังคิดไม่ออกว่าจะนำเงิน2,000บาทที่รัฐบาลแจกเอาไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตนจะขอเปิดอบรมหลักสูตรการเริ่มต้นเป็นเถ้าแก่ธุรกิจร้านขายหนังสือมือสองให้ โดยเริ่มต้นแค่เพียง2,000บาทเท่านั้น โดยจะแนะนำเคล็ดลับจากประสบการณ์มาถ่ายทอดให้

โดยนายศุภฤกษ์เผยว่าในวันอาทิตย์ที่29มีนาคมนี้ ได้เปิดหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง:กลยุทธ์เริ่มต้นทำธุรกิจขายหนังสือให้ได้กำไร (รวย ) โดยมีกำหนดการดังนี้

วัน อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2552 เวลา 09.00-16.00 น.
สถานที่ ห้องประชุม บริษัทที่ถนนรามคำแหง158-160

กำหนดการอบรม
09.00-10.30 -สำรวจความต้องการของผู้เข้ารับการอบรม
-ประสบการณ์และความสำเร็จของวิทยากร
-สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับหนังสือ อันเป็นหัวใจของธุรกิจ เป็นต้นว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จมาจากหนังสือ, นิสัยรักการอ่านเริ่มจากคนขายก่อน จำเป็นหรือไม่?

10.30-11.00 - พักรับประทานอาหารว่าง
11.00-12.00 น.-เรียนรู้ความสำเร็จและความล้มเหลวของคนที่มาก่อนเรา
-ร้านหนังสือในประเทศไทย มีร้านไหนที่รวย และรวยระดับไหนบ้าง หรือใครที่มีแนวโน้ม หรือใครที่ล้มเหลว (เพื่อเป็นต้นแบบ)
-ปัจจัยแห่งความผิดพลาดที่ทำให้ธุรกิจ หนังสือต้องขาดทุน ทั้งที่เราพยายามแล้ว
-ทำธุรกิจหนังสือ เหมือนขุดทอง ทำไมพูดเช่นนั้น
12.00-13.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง(จัดไว้ให้ทุกท่าน)

13.00-14.30 น. เริ่มธุรกิจหนังสือให้ประสบความสำเร็จ
1.วิธีการเตรียมเงินทุน
2.วิธีหาผลิตภัณฑ์ (หนังสือ )
3.เคล็ดลับหาทำเลทองในการขาย
4.กลยุทธ์การตั้งราคาและโปรโมชั่น

14.30-15.00 น.
5.ทำอย่างไรให้มีเครดิต และบริหารหนี้สินและเงินทุนหมุนเวียน
6.ชี้ขุมทรัพย์แหล่งหนังสือ ราคาถูก
7.การพัฒนากำลังใจ
8.ถาม-ตอบข้อข้องใจ

เวลาที่เหลือ วิธีเรียนภาษาจีนให้ได้ผลเร็ว
………………………………
ประวัติวิทยากร:อาจารย์ศุภฤกษ์ ตั้งใฝ่คุณธรรม เป็นอาจารย์พิเศษทางด้านจีนศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง บรรยาย อยู่ 6-7 ปีจนถึงปัจจุบัน เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญภาษาจีน เคยแต่งและแปลหนังสือหลายเล่ม เคยพิมพ์หนังสือหลายเล่มประสบความสำเร็จมาแล้ว เช่นตำราเรียนภาษาอังกฤษ ของ อ.สอ เสถบุตร เคยทำหนังสือพืมพ์การเมือง เป็นนักวิเคราะห์ข่าวการเมือง เปิดร้านหนังสือทำธุรกิจหนังสือมาร่วม 30 ปี จนมีฐานะการเงินมั่นคง และยินดีถ่ายทอดประสบการณ์เป็นวิทยาทานให้ผู้ต้องการเริ่มต้นธุรกิจขายหนังสือให้ประสบผลสำเร็จ หลีกเลี่ยงความล้มเหลว

*ค่าอบรมและผลประโยชน์ที่ท่านจะได้รับ

ค่าอบรม 2,000 บาท(พร้อมอาหารเที่ยง และอาหารว่าง 2 เบรก) สิ่งที่ท่านจะได้รับ

1.ความรู้จากวิทยากรให้ท่านไปเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
2.หนังสือมูลค่า5,000บาท ให้ท่านได้นำไปเป็นขวัญถุงเพื่อเริ่มต้นธุรกิจขายหนังสือ
3.จะได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิกซื้อหนังสือราคาถูกเพียง25%ของราคาปกจากคณะผู้ฝึกอบรม เพื่อให้ท่านมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำ ไปขายต่อทำกำไรงาม
4.ติดตามผล และให้ปรึกษาเป็นการส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้สามารถสอบถามและจองที่นั่งการอบรมได้ที่คุณสมบูรณ์ โทร.087-7178979 สามารถรับได้ไม่เกิน 20 ท่านเท่านั้น

คนไทยในสหภาพยุโรปส่งกำลังใจถึงชาวเสื้อแดงจงสู้!!!!!

ที่มา thaifreenews

โดย : ป้าพลอย

พวกเราชาวไทยในสหภาพยุโรปและชาวสแกนดิเนเวียและคนไทยที่อยู่ยังประเทศตุรกีขอส่งกำลังใจถึงพี่น้องชาวเสื้อแดงในประเทศไทยที่ต่อสู้เพื่อนำความยุติธรรมกลับมาสู่
พี่น้องชาวไทย จากดวงใจที่มีเลือดสีแดงเต็มร้อยขอให้ท่านที่ต่อสู้ในวันนี้สู้อย่างสงบและระมัดระวังตัวเพราะพวกใจอำมหิตรวมทั้งรัฐบาลเหลืองมันหาหนทางสกัดกั้นสิทธิ์

ประชาชนที่ต้องการแสดงออกว่าไม่ต้องการรัฐบาลเหลืองที่มาอย่างไม่ถูกต้อง และต้อง
การมาทวงถามว่าเมื่อไหร่จะให้คำตอบข้อเสนอที่ยื่นเรียกร้องให้ดำเนินการกับพันธมิตร
ที่ทำให้ประเทศเสียหาย แล้วทำไมจึงต้องปิดกั้นสกัดกั้นผู้คนที่จะมาสนามหลวงในวันนี้? ข่าวต่างๆได้ออกมาตีแผ่ยังต่างประเทศประจานความอยุติธรรมของรัฐบาลไทยอีกแล้ว ว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ กำลังใช้ระบบเผด็จการทหารครองประเทศ กำลังจะใช้

กำลังทหารตำรวจทำร้ายประชาชนเหมือนปี35พฤษาทมิฬ ประเทศไทยกำลังถูกมองอย่างเยียดหยาม เพราะแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งมันมีคนอยู่เบื้องหลังสั่งการ ให้ทำตามความต้องการดังที่นักข่าวได้ประจานออกหนังสือพิมพ์ ใครคือคนๆนั้น? นี่คือปริศนาที่คนไทยต้องคบคิด เรื่องม๊อบพันธมิตรเสื้อเหลืองที่ทำประเทศเสียหายต่าง
ประเทศยังไม่ลืม แล้วนี่กำลังจะสั่งทหารตำรวจทำร้ายประชาชนอีกหรือ สั่งทหารตำรวจมาต่อต้านประชาชนคนเสื้อแดงทำไม ในเมื่อประชาชนคนเสื้อแดงเขาไม่ได้ทำความ

เสียหายให้ประเทศเหมือนคนเสื้อเหลือง การเลือกปฏิบัติต่างชาติเขาบอกว่าไม่ยุติธรรม
และมันทุเรศมากๆ ฉะนั้นพี่น้องเสื้อแดงที่รักวันนี้ขอให้ท่านจงทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง คนไทยที่รักความยุติธรรมยังมีอยู่อีกหลายสิบล้านคนที่อยู่ข้างท่าน แต่ไม่สามารถออกความคิดเห็นในเว็บไซด์ใหนได้ เราจะเห็นได้ว่าเสื้อแดงมีจำนวนมากขึ้นทุกวันเพราะความอยุติธรรมนั่นเอง เราชาวเสื้อแดงสู้คะพี่น้องคนไทยที่อยู่ต่างประเทศทั่วโลกประกาศร่วมกันต่อต้านระบบเผด็จการระบบเห็นแก่ตัวของไทยระบบมัดมือมัดเท้า
ระบบยัดเยียดข้อหาให้กัน สักวันหนึ่งต่างประเทศคงทนดูพฤติการณ์ชั่วชาติของคนไทยกลุ่มนี้ที่ทำเพื่อตนเองและพวกพ้อง ประเทศไทยอาจต้องถูกทอดทิ้งเช่นพม่าในอนาคต
เสื้อสีแดงจงสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ป้าพลอย

ยุคประชาธิปไตยกำลังสั่นคลอน.....

ที่มา ไทยรัฐ

การขับเคลื่อนของ คนเสื้อแดง ถือเป็นการทดสอบความแข็งแกร่ง ระบอบประชาธิปไตย ของประเทศอีกกระทอก.....เมื่อ ผูกด้วยการเมือง ก็ต้องแก้ด้วยการเมือง เมื่อผูกไว้ด้วย กระบวนการยุติธรรม ก็ต้องแก้ ด้วยกระบวนการยุติธรรม.....คิดจะ ปิดแผ่นฟ้าด้วยมือ คงลำบาก.....การโยนระเบิดเปิดโปงถึงการที่ กองทัพ เข้ามายึดอำนาจ จนถึงกระบวนการ ปล้นประชาธิปไตย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร.....เด็ดดอกไม้สะเทือนไปถึงดวงดาว............

เพราะฉะนั้น การออกมาให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ปฏิเสธไม่มีส่วนลอบฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ และไม่ตอบข้อถามกรณีมีเอี่ยวกับการ รัฐประหาร 19 ก.ย. หรือไม่.....จึงเป็นคำตอบของวิกฤติการเมืองไทยอย่างดีที่สุด............

ตอกย้ำกับการทำหน้าที่ของกองทัพ แบบเลือกข้าง.....พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงถึง แผนการรักษาความสงบ อันเนื่องมาจากการชุมนุมของม็อบเสื้อแดง.....กองทัพบกให้การสนับสนุน ด้านกำลังพล จำนวน 6 พันนาย.....นึกว่าจะออกศึกซะอีก............

ยิ่งนานความเสียหายอันเกิดจาก วิกฤติการเมือง ก็ยิ่งเพิ่ม ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ แถลงเอง ครม.อนุมัติ งบประมาณกลางปี ให้ กอ.รมน. เพื่อนำไปปฏิบัติตามโครงการสู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 1 พันล้านบาท.....อินทรีเหล็กว่า เด็กอมมือก็คิดออกว่าจะเอาไปทำ สงครามมวลชน หรือแก้วิกฤติเศรษฐกิจอย่างที่อ้าง พับผ่า............

วิกฤติการเมือง 2-3 ปีที่ผ่านมา สร้างความเสียหาย ให้กับประเทศหลายแสนล้านแล้ว ยังไม่เข็ด.....กระเหี้ยนกระหือรือ กันไม่เลิก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สิ้นชาติพอดี ตามประสาคนหาข่าว เกมชิงอำนาจทางการเมือง สมัยที่สอง จะเล่นกันแบบขุดรากถอนโคน ส่วนประเทศจะฉิบหายช่างมัน............

จากแฟ้มข้อมูล พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ในหนังสือ ลับ ลวง พราง ภาคสอง ของ วาสนา นาน่วม ถึงเบื้องหลังการยึดอำนาจ.....มีการประชุมวางแผนที่ เซฟเฮาส์ย่านสุขุมวิท หลังปฏิวัติเสร็จ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็ให้มาช่วยทำงานใต้ดิน.....วางแผนตั้งพรรคการเมืองชื่อ เพื่อแผ่นดิน เพื่อจับมือกับ ประชาธิปัตย์ ตั้งรัฐบาล.....ยังขาดรายละเอียดแค่ว่า ผู้ร่วมประชุมวางแผนที่เซฟเฮาส์วันนั้นมีใครบ้าง............

ที่ออกมายืนยันอีกคน พิเชษฐ สถิรชวาล ในฐานะผู้ร่วมวงสนทนาระหว่าง พล.อ.พัลลภและ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศจีน.....เมื่อพิเชษฐยอมรับว่า พล.อ.พัลลภเล่าเรื่องการ วางแผนปฏิวัติ ให้ พ.ต.ท.ทักษิณฟังจริง.....ต่อจิ๊กซอว์ดูแล้ว สงสัยจะบานบุรี............

วันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะนำข้อมูลการอภิปรายประเด็น เงินบริจาค 258 ล้าน ไปยื่นกับ กกต.อีกกระทอก....ในขณะที่ กกต. ก็ยังสาละวนกับกรณีเอกสารที่ ดีเอสไอ ส่งมาให้ตรวจสอบ แต่กลับหายไปหนึ่งแฟ้ม.....เฮ้อ น่าอนาถกับระบบการตรวจสอบที่ไร้มาตรฐานจริง พับผ่า............

น่าถือเป็นกรณีศึกษา เมื่อ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งยกคำร้องใบแดง ประสิทธิ์ วุฒินันชัย และยกคำร้องใบเหลือง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เขต 3 จ.เชียงใหม่ เพื่อไทย เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานเพียงพอ.....สมควรจะให้อำนาจ กกต.ตัดสินใบเหลืองใบแดงต่อไปหรือไม่............

ยุคเศรษฐกิจว้าเหว่ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ยอมรับการจัดเก็บรายได้อาจต่ำกว่าเป้าถึง 2 แสนล้าน.....ในขณะที่ บัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ธปท. แจงจีดีพีปีนี้น่าจะติดลบเพราะวิกฤติเศรษฐกิจโลก รุนแรงที่สุด ในรอบ 70 ปี ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ปีที่ผ่านมาลดลงร้อยละ 43 ต้นปีมานี้ลดไปอีกร้อยละ 3 อ่วมอรทัย............

อินทรีเหล็ก

ป๋าเปรมไม่สนทักษิณ ไม่คิดฟ้อง ยํ้าไม่ยุ่งการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ หนองจอก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ รุ่นที่ 11 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง จากนั้น พล.อ.เปรมได้ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินพาดพิงองคมนตรี ที่อาจจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานว่า คำถามนี้ไม่น่าจะถามตน เพราะตนไม่ได้ ดูแลประเทศ ต้องเป็นรัฐบาล เมื่อถามว่า การโฟนอินที่พาดพิงองคมนตรีจะส่งผลกระทบทำให้ชาติเกิดความแตกแยกหรือไม่ พล.อ.เปรมตอบว่า เอาอย่างนี้นะ ผมไม่เคยฟังคุณทักษิณเลย และท่านพูดกี่ครั้งๆผมก็ไม่เคยฟังเลย เพิ่งเมื่อวานนี้ผมถาม พล.อ.สุรยุทธ์ให้ลองเล่าให้ฟังซิว่าเขาพูดอย่างไร เพราะผมไม่เคยฟังว่าเขาพูดอย่างไรเมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าคำพูดของ พ.ต.ท. ทักษิณจะบิดเบือนข้อเท็จจริง พล.อ.เปรมตอบว่า คงตอบคำถามนี้ไม่ได้ เพราะไม่ได้สนใจว่าเขาพูดว่าอย่างไรด้วยซ้ำ เมื่อถามว่า เมื่อได้ฟัง พล.อ.สุรยุทธ์รายงานถึงคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้วรู้สึกอย่างไร พล.อ.เปรมนิ่งคิดชั่วครู่ก่อนจะกล่าวว่า รู้สึกว่าพูดบ่อยๆแล้วจริงไม่จริงก็ไม่รู้เพราะว่าไม่ได้สนใจ

วอนคนไทยมีจิตสำนึกอย่าแตกแยก

เมื่อถามว่า อยากฝากประชาชนคนไทยหรือไม่ เพราะประเทศไม่เคยแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่ายถึงขนาดนี้ พล.อ. เปรมกล่าวว่า คำถามนี้ดี ซึ่งมันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นสิ่งซึ่งเป็นความสำนึกที่จะต้องไม่แตกแยกกันเพื่อส่วนรวม เมื่อถามว่า แสดงว่าท่านอยากให้คนไทยหันมาสามัคคีปรองดอง เพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดใช่หรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวสั้นๆว่า ใช่ เมื่อถามว่า อยากบอก พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณหยุดการเคลื่อนไหวหรือไม่ และจะมีการเตือนหรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า คุณพูดไปแล้ว เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าท่านอยากเตือนให้ พ.ต.ท. ทักษิณหยุดพูดเพื่อให้ประเทศชาติไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ. เปรมกล่าวว่า เตือนมาหลายครั้งแล้ว และเตือนบ่อยๆ ที่จริงการจะพูดว่าคนไทยแตกแยกไม่ถูก มีบางส่วนเท่านั้นเป็นส่วนน้อย ไม่ใช่ส่วนใหญ่ คนไทยส่วนใหญ่ยังรักใคร่กันดี และยังมีความเป็นไทยอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่า การโฟนอินบ่อยๆจะทำให้ประชาชนเปลี่ยนความคิดทางทหารจะมีส่วนช่วยเหลืออย่างไรในการสร้างความสามัคคี พล.อ.เปรมกล่าวว่า น่าจะไปถามทหาร เพราะทหารคือส่วนหนึ่งขององค์กรชาติบ้านเมือง เขาก็รักชาติบ้านเมืองเหมือนกัน และทุกคนคงมีความเห็นใกล้เคียงกัน เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณผูกใจเจ็บว่าองคมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 พล.อ.เปรมตอบว่า ท่านพูดของท่านเอง ตนไม่รู้

ยันองคมนตรีไม่เกี่ยวข้องการปฏิวัติ

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าองคมนตรีไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติใช่หรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า ไม่มีหน้าที่ที่จะไปเกี่ยวข้องเรื่องนี้เลย โปรดเข้าใจให้ถูกถ้าใครยังไม่เข้าใจ โปรดเข้าใจให้ถูกว่าองคมนตรีไม่มี หน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเลย เราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ เมื่อถามว่า จะพูดได้หรือไม่ว่าปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้น เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว พล.อ.เปรมย้อนถามกลับสื่อมวลชนว่า คุณคิดเองก็แล้วกัน เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินการฟ้องร้องพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะทำให้องคมนตรีเสื่อมเสียชื่อเสียง พล.อ.เปรมหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า ผมว่าคงไม่ฟ้อง เพราะว่าผมไม่ทราบว่าท่านพูดอย่างไรเมื่อถามว่า ทาง พ.ต.ท.ทักษิณพยายามพุ่งเป้ามาที่องคมนตรี แสดงว่าเป็นการสื่อถึงอะไร พล.อ.เปรมย้อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่า คุณก็ตอบเองซิ ผมไม่ทราบว่าท่านคิดอย่างไรนะเมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นถึงอดีตนายกฯ แต่กลับทำร้ายประเทศของตัวเอง พ.ต.ท.ทักษิณควรทบทวนบทบาทของตัวเองหรือไม่ พล.อ.เปรมตอบว่า คุณถามเองตอบเองก็ได้แล้ว เมื่อถามว่า การกล่าวพาดพิงองคมนตรีจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ พล.อ.เปรมตอบว่า ไม่มี เราทำงานของเราตามปกติ

เชียร์ อภิสิทธิ์พาประเทศฝ่าวิกฤติ

เมื่อถามว่า ท่านอยากเห็นประเทศชาติของเราเป็นอย่างไรในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ พล.อ.เปรมตอบว่า อยากเห็นเหมือนสื่อมวลชนเห็น เมื่อถามว่า จะให้กำลังใจรัฐบาลในส่วนไหนบ้าง พล.อ.เปรมตอบว่า รัฐบาลนี้ดี และก็เคยพูดว่านายกฯคนนี้ดี ดังนั้น เราคงจะหวังได้ว่า ท่านจะเป็นผู้นำที่ดี และจะทำให้ประเทศดีขึ้น เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จะสามารถนำพาวิกฤติของประเทศได้หรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวสั้นๆว่า ผมเชียร์

จากนั้น พล.อ.เปรมได้ถามหาสื่อมวลชนจากนสพ.บางกอกโพสต์ว่ามาหรือไม่ เพราะเช้าวันเดียวกัน นสพ.บางกอกโพสต์ลงข่าวว่า รมว.ต่างประเทศของจีนจะเข้าพบในเวลา 15.00 น. วันเดียวกันนี้ เป็นเรื่องจริง เพราะนัดกันไว้ แต่ นสพ.บางกอกโพสต์ลงว่า ตนจะพูดกับ รมว.ต่างประเทศของจีน เรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน มันไม่จริง เพราะไม่มีหน้าที่ต้องทำอย่างนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล

รมต.จีนพบไม่ได้พูดเรื่อง ทักษิณ

เมื่อถามว่า จะหารือกับ รมว.ต่างประเทศของจีนเรื่องใดบ้าง พล.อ.เปรมตอบว่า มาเยี่ยมเยือนกัน พูดภาษาการทูต พูดภาษาดอกไม้ แค่นั้นไม่มีอะไร เมื่อถามว่า เหตุใด รมว.ต่างประเทศจีนถึงได้มาพบท่าน พล.อ.เปรมตอบว่า เพราะเป็นเพื่อนกันจึงมาเยี่ยมกัน เมื่อถามว่าจะฝาก รมว.ต่างประเทศของจีน ให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณให้กลับมาหรือไม่ พล.อ.เปรมตอบว่า พูดไม่ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเรา

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ นสพ.บางกอกโพสต์ ได้ตีพิมพ์ว่า รมว.ต่างประเทศของจีนจะเข้าหารือกับพล.อ.เปรม ที่ทำเนียบองคมนตรี เพื่อหารือถึงประเด็นการส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยขอให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น ทำให้ พล.อ.เปรมได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพในการหารือ ระหว่าง พล.อ. เปรมกับ รมว.ต่างประเทศของจีนเป็นครั้งแรก เพราะไม่อยากให้สื่อมวลชนเข้าใจผิดว่ามีการหารือเกี่ยวกับการส่งผู้ร้าย ข้ามแดน ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าที่ผ่านมา ทำเนียบองคมนตรี จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในการบันทึกภาพ หรือทำข่าวบริเวณภายในทำเนียบองคมนตรี โดยจะมีการแจกเอกสารชี้แจงถึงการเข้าหารือในครั้งนี้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

สุรยุทธ์เป็นห่วงคนไทยแตกแยก

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี กล่าวถึงการประชุมองคมนตรี เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ประธานองคมนตรีได้พูดไปแล้วว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นห่วงในเรื่องของความแตกแยกของประชาชนคนไทย เป็นสิ่งที่ได้มีการพูดคุยกัน เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้มีการแสดงความเป็นห่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวพาดพิงองคมนตรีหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ได้มีการพูดกัน ทุกท่านคงได้ทราบแล้ว เพราะมีการรายงานจากสื่อต่างๆไปแล้ว เมื่อถามว่า เป็นห่วงจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของทำเนียบองคมนตรีหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า การทำงานคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะทำงานในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาคงมีการรวบรวมข้อมูลบ้างเป็นธรรมดาของที่ปรึกษา หากนั่งอยู่เฉยๆก็คงไม่สามารถตอบคำถามได้ เมื่อถามว่า องคมนตรีส่วนใหญ่ไม่สบายใจเกี่ยวกับการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณใช่หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องที่พูดคุยกันแล้วในที่ประชุม ส่วนจะไม่สบายใจหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ได้มีการหารือกันในที่ประชุม

เชื่อสักวันหนึ่งความจริงจะเปิดเผย

เมื่อถามว่า ทางออกขณะนี้ควรเป็นอย่างไร พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ทุกคนมีหน้าที่ เราเองก็ตระหนักในสิ่งเหล่านั้น คงไม่เข้าไปก้าวก่ายในหน้าที่ของส่วนอื่นๆ รัฐบาลมีหน้าที่อยู่แล้วที่จะต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า โดยส่วนตัวท่านคิดว่าจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า คงไม่มีข้อคิดเห็นส่วนตัว เมื่อถามว่า จากการประชุมองคมนตรีจะมีการเสนอให้หน่วยงานต่างๆเข้ามาแก้ไขปัญหาหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่มี เราพูดกันถึงว่าเป็นเรื่องที่มีความเป็นห่วงเท่านั้น เมื่อถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินแฉรอบสองในวันที่ 27 มี.ค.นี้ มีความหนักใจหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า อย่างที่เรียนไปแล้ว ไม่มีอะไรพูดไปมากกว่านั้น เพราะเรื่องความจริงจะต้องเปิดเผยออกมา เราไม่สามารถจะไปปิดบังความจริงได้ ยืนยันตรงจุดนี้ว่าความจริงจะต้องเปิดเผย เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าเป็นลูกผู้ชายว่าหากทำสิ่งใดก็พร้อมที่จะยอมรับ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า คงไม่ต้องไปยืนยัน แต่เชื่อในกฎแห่งกรรม ไม่ว่าชายหรือหญิงต้องรับกรรมทั้งสิ้น

ยืนยันไม่เคยคิดเคืองแค้น ทักษิณ

เมื่อถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า ท่านมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในการประชุมก่อนที่จะมีการทำรัฐประหาร พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการรัฐประหาร แน่นอนตนก็มีเพื่อนและมีคนที่รู้จัก ก็ต้องมีการพูดคุยกันเป็นเรื่องธรรมดา และการพูดคุยเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนเราทุกคนที่สนใจและเป็นห่วงเรื่องของบ้านเมือง เมื่อถามว่า ได้มีผู้ใหญ่ของบ้านเมืองประชุมกันจริงหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่ได้เกี่ยวกับการประชุม ไม่ได้เป็นลักษณะการประชุม เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติครั้งที่ผ่านมา พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ได้ยืนยันไปแล้ว ไม่ขอพูดซ้ำในเรื่องที่พูดไปแล้ว เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าท่านมีความเจ็บแค้น ที่ได้มีการย้ายออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่มี เพราะเข้าใจดี ในช่วงที่เป็น ผบ.เหล่าทัพ ก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะโยกย้ายผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาทำงาน เมื่อเป็น ผบ.ทหารสูงสุดเองก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีความแค้นเคือง หรือย่อท้อ และทำตามหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ในทุกๆตำแหน่ง.

“อภิสิทธิ์” เลี่ยงกลุ่มชุมนุมไม่เข้าทำเนียบ

ที่มา ไทยรัฐ

วันที่ 25 มี.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เข้าใจว่าในวันที่ 26 มี.ค. จะไม่ได้เข้ามาที่ทำเนียบฯ เพราะจะต้องเข้าร่วมประชุมสภาในเวลา 11.00 น. และก่อนหน้านั้นก็มีงานที่ลานคนเมือง ในส่วนการประเมินสถานการณ์นั้นได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทางฝ่ายความมั่นคงและผู้ที่รับผิดชอบก็เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า เป็นเพราะไม่อยากเข้ามาทำงานที่ทำเนียบฯ จึงได้จัดภารกิจไว้ข้างนอกตลอด นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ใช่ กำหนดการต่างๆมีการกำหนดมาก่อนล่วงหน้านานแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่าจะไม่ยอมให้ม็อบบุกรุกเข้าทำเนียบฯโดยเด็ดขาด นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ใช่ครับ เราไม่ต้องการให้เข้ามาในสถานที่ราชการและผู้ชุมนุมก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่บุกรุกสถานที่ราชการต่อข้อถามว่า ถ้าการชุมนุมยืดเยื้อยังยืนยันจะเข้าทำงานที่ทำเนียบฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ก็ต้องเข้ามาให้ได้ เมื่อถามย้ำว่า แม้ผู้ชุมนุมจะให้เดินเท้าเข้าทำเนียบฯยอมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ก็ต้องเข้ามาให้ได้ และหากผู้ชุมนุมปิดกั้นไม่ให้รัฐมนตรีเข้ามาทำงานในทำเนียบฯ คงต้องถามเหตุผลว่าทำไมจึงจะขัดขวางการทำหน้าที่ของรัฐมนตรี

เชื่อม็อบเสื้อแดงชุมนุมไม่ยืดเยื้อ

ต่อข้อถามว่า หากนายกฯต้องเดินทางไปต่างประเทศ (ประชุมจี-20) แล้วเหตุการณ์ยังยืดเยื้อจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า หวังว่าจะไม่ยืดเยื้อ หวังว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ และที่มั่นใจว่าจะไม่ยืดเยื้อนั้น เพราะคิดว่าน่าจะสามารถแสดงให้เห็นว่าต่างฝ่ายต่างได้แสดงออกแล้วก็จบ เมื่อถามว่า มีการรายงานเชิงลับหรือไม่ว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นระหว่างการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เราไม่ประมาท เพราะฉะนั้นจะให้ทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่ และอยากจะขอว่าอย่าให้เกิดความรุนแรงเลย เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น มีแต่จะทำให้ประเทศทั้งประเทศและทุกฝ่ายสูญเสียด้วยกันทั้งนั้น จึงขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองและอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย หากจะเคลื่อนไหวขอให้เคลื่อนไหวโดยสงบภายใต้กฎหมาย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้มีการกำชับไปแล้วว่าไม่ให้ใช้ความรุนแรง ที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าเราไม่ประสงค์ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมเลย แต่การรักษากฎหมายและการรักษาสถานที่ราชการ เป็นงานที่ต้องทำและจะทำด้วยความนุ่มนวล และหากจะมีการใช้มาตรการอะไรนั้นต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อถามว่า แต่หากเกิดอุบัติบางอย่างขึ้นจะแก้สถานการณ์อย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า วันนี้ฝนก็ตกครับ

ปัดอนุมัติงบฯพันล้านสยบม็อบ

ต่อข้อถามว่า ฝ่ายปกครองไม่สามารถหยุดความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในต่างจังหวัดได้เลยหรือ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า อย่างที่บอกหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คือการดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ให้มีการทำผิดกฎหมาย เมื่อถามว่า มีข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยคาดโทษผู้ว่าราชการจังหวัด คิดว่าจะสามารถดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า อยากให้มีความเข้มแข็ง เพราะในหลายครั้งถ้าในระดับพื้นที่สามารถทำความเข้าใจได้ ก็จะช่วยลดปัญหาได้มาก ที่ผ่านมาในหลายจังหวัดก็สามารถทำได้ เมื่อถามว่า หน่วยงานด้านการข่าวและความมั่นคงรายงานตรงกันหรือไม่ว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยอมรับว่าหน่วยงานหลายฝ่ายเป็นห่วงแต่ไม่ประมาท ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ครม.อนุมัติงบฯให้ กอ.รมน.ถึง 1,000 ล้านบาท ทำให้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการตั้งงบฯเพื่อสลายกลุ่มเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน การอนุมัติงบประมาณดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปัญหาผลกระทบทางสังคม ที่กำลังจะเกิดขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องมีเครือข่ายต่างๆที่มีความพร้อมลงไป และเหตุผลการอนุมัติงบฯครั้งนี้ก็ไม่เหมือนกับเมื่อครั้งที่ คมช.อ้าง เพราะในขณะที่มี คมช.ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ

ชี้ ทักษิณต้องหาจังหวะดิ้นสู้

เมื่อถามว่า ประเมินความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่เรียกระดมคนเสื้อแดงให้มาร่วมชุมนุมในวันที่ 26 มี.ค.นี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เข้าใจว่าตอนนี้ฝ่ายที่เคลื่อนไหวถือโอกาสนี้เป็นโอกาสสำคัญ เราก็เข้าใจและพยายามรับมืออยู่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับบ้านเมือง ขอฝากไปถึงทุกฝ่ายว่าอย่าทำให้เกิดความรุนแรง อย่าทำให้บ้านเมืองต้องสะดุด เพราะขณะนี้เราจำเป็นต้องรวมพลังกันทุกฝ่าย เพื่อผ่านพ้นวิกฤติที่สำคัญ เมื่อถามว่า จะมีการพูดคุยกับทาง รมว.ต่างประเทศจีนที่จะมาพบ เพื่อขอความช่วยเหลือในการขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะเน้นเรื่องเศรษฐกิจเรื่องของความสัมพันธ์โดยรวมมากกว่า และครั้งนี้เป็นการมาพบเพื่อเยี่ยมคารวะ จึงไม่ทราบว่าจะมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาหารือหรือไม่ ในส่วนของตนจะเน้นในเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นหลัก

วอนอย่าดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ทางองคมนตรีเป็นห่วงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความแตกแยกให้กับสังคมมากขึ้น รัฐบาลจะดูแลอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ต้องย้ำกันว่าในส่วนของสถาบันที่ไม่ควรจะเกี่ยวข้องก็อย่าดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง และผู้ที่มีหน้าที่ชี้แจงก็ต้องชี้แจงไป ผู้ที่มีหน้าที่รักษากฎหมายก็ต้องรักษากฎหมายไป เมื่อถามว่า แต่มีข่าวว่าการโฟนอินครั้งต่อไปของ พ.ต.ท.ทักษิณจะมีการเปิดเผยมากกว่าองคมนตรีจะยิ่งกระทบไปถึงสถาบันระดับสูง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ทราบว่าจะมีการเปิดเผยอะไรอย่างไร ส่วนจะจริงเท็จหรือไม่ก็ต้องตรวจสอบ เมื่อถามว่า ช่วงนี้วิทยุชุมชนหลายสถานีประกาศว่า ครั้งนี้ไม่ได้ เป็นการโค่นล้มรัฐบาล แต่ต้องการโค่นล้มระบอบอมาตยาธิปไตย นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่มีหรอกครับเรื่องระบอบอมาตยาธิปไตย ผมยืนยัน ขณะนี้การทำงานของรัฐบาลมาตามวิถีทางของสภาฯ มาตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการทำงานของรัฐบาลนี้ก็รับผิดชอบต่อรัฐสภาอย่างชัดเจน แทบจะเรียกได้ว่ามากกว่าอีกหลายๆยุคด้วยซ้ำ ที่เราพยายามแสดงให้เห็นว่าเราจะรับฟังและแสดงความรับผิดชอบต่อองค์กรทั้งหลาย เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย

เตือนอย่าหลงทางติดกับดัก

เมื่อถามย้ำว่า แต่เป้าหมายของวิทยุชุมชน พุ่งเป้าไปที่องคมนตรี รัฐบาลจะรับมืออย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เราต้องพยายามอย่าให้ไปติดกับดัก ในการที่จะดึงเอาสถาบันต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเกิดใครละเมิดกฎหมายก็มีการดำเนินการ เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงขนาดที่ต้องการโค่นล้มสถาบัน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ต้องไปถามเขาเมื่อถามว่า แต่ทำไมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯจะออกมาเคลื่อนไหวในแนวทางเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ต้องไปถามเจ้าตัวเขา

สำหรับภารกิจของนายกฯ ในวันที่ 26 มี.ค. เวลา 07.30 น. เดินทางร่วมแสดงความยินดีวันเกิด 39 ปี ช่อง 3 ที่อาคารมาลีนนท์ เวลา 08.30 น. เป็นประธานในพิธีมอบเช็คช่วยชาติ ที่ลานคนเมือง เวลา 09.30 น. เปิดงาน น้ำไร้พรมแดนเนื่องในสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและวันน้ำโลก ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 11.00 น. ร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร และเวลา 16.00 น. เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการชุมชนพอเพียง ที่ยิมเนเซียม 5 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ฉะ ทักษิณเป็นภัยความมั่นคงรัฐ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่เฉพาะประธานองคมนตรี หรือองคมนตรีเท่านั้น ที่ไม่สบายใจต่อการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่คนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศนี้ก็ไม่สบายใจ ตนก็ไม่สบายใจ รวมทั้งสื่อมวลชนเอง ประธานองคมนตรีเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไม่ได้ฝักใฝ่หรือมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาลและบริหารงานมา 3 เดือน ก็ไม่เคยไปหาหรือไปพบประธานองคมนตรี ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันเลย แต่ พ.ต.ท.ทักษิณยังหาเรื่ององคมนตรี เจตนาของ พ.ต.ท.ทักษิณคืออะไร เจตนาก็คือทำให้คนคิดไปไกลกว่านั้น ทำให้คนสงสัยสับสนเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ขอให้ทุกคนมองอย่างนี้ เพราะคุณทักษิณทำงานอย่างมีเป้าหมายอย่างนั้นจริงๆ เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมจะโฟนอินแฉบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติอีก รัฐบาลจะเตรียมรับมืออย่างไรบ้าง นายสุเทพตอบว่า รัฐบาลไม่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ถึงไม่จับตาสื่อก็จับมาใส่ตาอยู่ดี ถึงไม่อยากเห็นก็ต้องได้เห็นอยู่ดี ไม่ได้อยากได้ยินก็ต้องได้ยิน แต่ยืนยันว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับบ้านเมือง ไม่อยากพูดถึงคนชื่อทักษิณอีกเลย แต่ก็ต้องชี้แจงและจะไม่ให้น้ำหนักกับคนชื่อทักษิณมาก เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่พูด รัฐบาลจะไปป้องกันโดยการตัดสัญญาณ ไม่ให้มีการโฟนอินก็ทำไม่ได้ จึงต้องดูว่าเมื่อทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ

สั่งถอดเทปเอาผิดละเมิดองคมนตรี

เมื่อถามว่าที่ประชุมทำเนียบองคมนตรีอยากให้รัฐบาลเอาจริงเอาจัง เอาเทปมาถอดเพื่อจะดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุเทพตอบว่า ทำทุกวัน อะไรผิดกฎหมายทำทันที ยืนยันว่าอะไรที่ผิดกฎหมายไม่มีการละเว้น เมื่อถามว่ามาถึงจุดนี้เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อสมานฉันท์กันยุติปัญหา นายสุเทพย้อนถามว่า แล้วเขาประสานหรือเปล่าล่ะ ที่บอกว่าเป็นหมาเชื่อง เดี๋ยวนี้เป็นหมาไม่เชื่องแล้ว เป็นหมาบ้าไปแล้วมั้ง ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศให้รางวัลใครพากลับบ้านได้ จะตอบแทนทั้งชีวิตนั้นก็ต้องจับตาดูกันต่อไป เดี๋ยวอีกหน่อยทุกคนก็เข้าใจ ไม่ต้องมาถามผม

นายสุเทพกล่าวถึงการรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาสถานที่และทรัพย์สินของทางราชการ ไม่ให้ใครบุกรุกทำลาย ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนที่กลุ่มเสื้อแดงวิจารณ์การนำกำลังตำรวจและทหารนับหมื่นนายมารักษาความปลอดภัย เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงจะพูดจาอะไรอย่าไปเชื่อถือ บช.น.มีประสบการณ์ในการดูแลม็อบมาแล้ว จะใช้กำลังเท่าไหร่ ไม่จำเป็นต้องไปซักถาม ทุกฝ่ายมีหน้าที่ที่ต้องรักษาทำเนียบฯ ดูแลรักษากฎหมาย

เสื้อแดงเรื่องเล็กเรื่องชาติใหญ่กว่า

เมื่อถามถึงกรณีที่ ครม.ได้อนุมัติงบประมาณพันล้านบาท ให้ กอ.รมน.ดำเนินโครงการกู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นการตั้งงบฯเพื่อสยบการรุกคืบของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า อย่าไปฟังการวิจารณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต้องใช้งบฉุกเฉินเพราะในงบฯปี 52 ไม่ได้ตั้งงบช่วยเหลือประชาชนตามแนวทางนี้ไว้ ส่วนที่ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งในงบลับสองพันล้าน ที่รัฐบาลใช้ล้มระบอบทักษิณนั้น ถ้าเป็นงบลับจะนำมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนทำไม อย่าไปเชื่อคำพูดของกลุ่มคนเหล่านี้ให้ดูของจริงแล้วกัน รัฐบาลต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยยึดตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นของดีต้องนำมาใช้พัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ประชาชนกลับไปสู่ภาวะเสี่ยง

อย่าคิดว่าผมไปสบประมาทนะ ขอเรียนตรงๆ ผมถือว่าเรื่องเสื้อแดงเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องใหญ่คือจะทำอย่างไรจะเอาประเทศให้รอด ผมจึงอยากให้ประชาชนคนไทยทุกคนตระหนักให้ดีว่าวันนี้เราต้องเอาบ้านเมืองให้รอด

สัญญาณเร้าเกมหักดิบ

ที่มา ไทยรัฐ

จังหวะปะเหมาะตรงกันพอดี

26 มีนาคม วันแรกที่ เช็คช่วยชาติโปรโมชั่นชิงส่วนแบ่งตลาด ประชานิยมของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะได้ฤกษ์ตัดริบบิ้นแจกจ่ายให้กับประชาชน ผู้ประกันตนที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท

หว่านกันทั่วประเทศ

โดยความหวังจะช่วยลดกระแสต้าน ผ่องแรงเสียดทานฝ่ายปฏิปักษ์

เสี่ยมาร์คสั่งลุย แจกซื้อใจไม่อั้น

แต่วันที่ 26 มีนาคม อีกเหมือนกัน ในอารมณ์สุดคึก ม็อบเสื้อแดงประกาศไม่สน เช็คช่วยชาติเอาคืนไป เอา ทักษิณ ชินวัตรคืนมา

ถือฤกษ์ระดมพลใหญ่ล้อมทำเนียบฯ ไล่รัฐบาล อภิสิทธิ์ชน

แฟนคลับ ทักษิณไม่สน ยังรักปักใจกับต้นตำรับประชานิยม เจ้าเก่า

และก็เป็นอะไรที่เข้าเป้าเห็นๆ กับแผนของโคตรเซียนการตลาด อดีตนายกฯทักษิณใช้ยุทธศาสตร์ โฟนอินเร้ากองเชียร์ทุกซอกทุกหลืบ

ไม่เว้นแม้กระทั่งงานวัด

อาศัยความถี่ บี้แบบถึงลูกถึงคน กระตุ้นอารมณ์แนวร่วมคนม็อบเสื้อแดง

เผาหัวจน จุดติด

ก่อนจะโหมไฟ ด้วยการใช้ของเล่นไฮเทค ปราศรัยผ่านวีดิโอลิงค์ส่งทั้งภาพและเสียง แฉกันจะจะเบื้องหลังการถ่ายทำ เกมโค่นอำนาจวันที่ 19 กันยายน 2549

ปะฉะดะไม่เลือก ทั้งองคมนตรี ตุลาการ นักวิชาการ ม็อบพันธมิตรฯ ออกชื่อกันโต้งๆ

โหมโรงกันพรึบพรับ โดยการประเมินของหน่วยข่าวด้านความมั่นคงคาดการณ์ตัวเลขคนเสื้อแดงเบื้องต้นไว้ที่ 30,000 คน ที่จะเข้าร่วมมหกรรมหักดิบรัฐบาล

ปั่นตัวเลขให้น้อยเข้าว่า

แต่ของจริงก็อย่างที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะด่านหน้า รายงานอย่างเป็นทางการแล้วว่า ได้เตรียมกำลังตำรวจ 22 กองร้อย ร่วมกับทหารอีก 6,000 นาย ไว้คอยรับมือม็อบเสื้อแดง

มาเป็นกองทัพ ยิ่งกว่าออกรบ

ตั้งท่าประกบกันขึงขังเลย

นั่นก็เพราะจับความเคลื่อนไหว ประเมินกันง่ายๆจากรายการความจริงฯสัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ระยอง ชลบุรี ฯลฯ

ทุกเวที คนเสื้อแดงมากันหนาตา

ที่แน่ๆ โดยสัญญาณของกองทัพเสื้อแดงที่กลับมาจูนกันติด โฟกัสไปที่การขยับกลับมาร่วมวงของนายขวัญชัย สาราคำ หรือ ขวัญชัย ไพรพนาประธานชมรมคนรักอุดร

รับแผน ลุยงานเต็มลูกสูบ

ตั้งเป้าเกณฑ์กองทัพมดจากอุดรธานี 19 คันรถบัส พร้อมแบ่งกำลังอีกส่วนมาทางรถไฟ ยังมีบางส่วนที่เดินทางโดยรถส่วนตัว

เรายังเตรียมสำรองคนไว้ เพื่อไปสนับสนุน และสับเปลี่ยนกับผู้ที่เดินทางเข้า กทม.ที่มีภารกิจ หากมีการชุมนุมยืดเยื้อ และมีคนมาร่วมชุมนุมไม่ถึง 500,000 คน ผมมั่นใจว่า คนเสื้อแดงทั้งประเทศจะเข้าร่วมชุมนุมแดงทั้งแผ่นดิน

แบะท่าพร้อมรบยืดเยื้อ

ขณะที่กำลังพลเสื้อแดงสายเหนือ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ประธานกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ตีฆ้องรัวกลอง การเดินทางเข้ากรุงเทพฯในครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดทัพครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการเดินทางเข้าไป เฉพาะชาวเชียงใหม่ ประมาณการไว้จำนวนร่วม 10,000 คน

ระดมกันเต็มอัตราศึก

และโดยหัวเชื้อเร่งอุณหภูมิ ล่าสุด บิ๊กแอ้ดพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ยอมรับที่ประชุมทำเนียบองคมนตรี มีการพูดถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีความเป็นห่วงเรื่องความแตกแยกของคนไทย

กระแอมดังๆให้ฝ่ายที่มีหน้าที่ถอดรหัสได้แปลความ

ขณะที่อีกด้าน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. ก็นัดนักข่าวล่วงหน้า วันที่ 26 มีนาคม จะเปิดปากพูดเรื่องที่อดีตนายกฯทักษิณอ้างเป็นพยานในการแฉแผนปฏิวัติโค่นอำนาจวันที่ 19 กันยายน 2549 แบบหมดเปลือก

เลือกเล่นเกมปะทะกันแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

"เปรม"กังวล"แม้ว"ไม่หยุดหวั่นใช้วิธีเสื้อเหลืองแนะกองทัพอุ้มรบ.กันอำนาจเก่ากลับมา

ที่มา มติชนออนไลน์


"ประธานองคมนตรี" เผย ไม่เคยฟัง "ทักษิณ"โฟนอินแม้แต่ครั้งเดียว ย้ำอีกครั้งไม่เกี่ยวข้องรัฐประหาร 19 กันยา โปรดเข้าใจให้ถูก "เปรม"ไม่สบายใจ-แม้วไม่หยุดใช้ยุทธวิธีเดียวกับ"เสื้อเหลือง" แนะกองทัพต้องช่วยให้รบ.ชุดนี้ทำงานต่อหากอำนาจเก่ากลับมาจะทำให้อยู่ไม่ได้



วันที่ 25 มีนาคม ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียติ หนองจอก เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ รุ่นที่ 11 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง หลังจากนั้น พล.อ.เปรม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินพาดพิงองคมนตรี ซึ่งอาจจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานว่า คำถามนี้ไม่น่าจะถามตน เพราะตนไม่ได้ดูแลประเทศ ต้องเป็นรัฐบาล


เมื่อถามว่า การโฟนอินที่พาดพิงองคมนตรีจะส่งผลกระทบทำให้ชาติเกิดความแตกแยกหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า “เอาอย่างนี้นะ ผมไม่เคยฟังคุณทักษิณเลย และท่านพูดกี่ครั้งกี่ครั้งผมก็ไม่เคยฟังเลย เพิ่งเมื่อวานนี้ผมถาม พล.อ.สุรยุทธ์ ให้ลองเล่าให้ฟังซิ ว่าเขาพูดอย่างไร เพราะผมไม่เคยฟังว่าเขาพูดอย่างไร”


ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าคำพูดของ พ.ต.ท..ทักษิณ จะบิดเบือนข้อเท็จจริง พล.อ.เปรม กล่าวว่า ตนคงตอบคำถามนี้ไม่ได้ เพราะไม่ได้สนใจว่าเขาพูดว่าอย่างไรด้วยซ้ำ เมื่อถามว่า เมื่อได้ฟัง พล.อ.สุรยุทธ์ รายงานถึงคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วรู้สึกอย่างไร พล.อ.เปรม นิ่งคิดชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวว่า รู้สึกว่าพูดบ่อย ๆ แล้ว จริงไม่จริงตนก็ไม่รู้ เพราะว่าไม่ได้สนใจ


เมื่อถามว่า อยากฝากประชาชนคนไทยหรือไม่ เพราะประเทศไม่เคยแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่ายถึงขนาดนี้ พล.อ.เปรม กล่าวว่า คำถามนี้ดี ซึ่งมันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นสิ่งซึ่งเป็นความสำนึกที่จะต้องไม่แตกแยกกันเพื่อส่วนรวม เมื่อถามว่า แสดงว่าท่านอยากให้คนไทยหันมาสามัคคีปรองดองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดใช่หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวสั้น ๆ ว่า "ใช่" เมื่อถามว่า อยากบอก พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไร อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดการเคลื่อนไหวหรือไม่ และจะมีการเตือนหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า คุณพูดไปแล้ว


ผู้สื่อข่าวย้ำว่า แสดงว่าท่านอยากเตือนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดพูดเพื่อให้ประเทศชาติไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า เตือนมาหลายครั้งแล้ว และเตือนบ่อย ๆ ที่จริงการจะพูดว่าคนไทยแตกแยกไม่ถูก มีบางส่วนเท่านั้นเป็นส่วนน้อย ไม่ใช่ส่วนใหญ่ คนไทยส่วนใหญ่ยังรักใคร่กันดี และยังมีความเป็นไทยอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่า การโฟนอินบ่อย ๆ จะทำให้ประชาชนเปลี่ยนความคิด ทางทหารจะมีส่วนช่วยเหลืออย่างไร ในการสร้างความสามัคคี พล.อ.เปรม กล่าวว่า น่าจะไปถามทหาร ทั้งนี้ทหารคือส่วนหนึ่งขององค์กรของชาติบ้านเมือง เขาก็รักชาติบ้านเมืองเหมือนกัน และทุกคนคงมีความเห็นใกล้เคียงกัน


เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ปักใจเจ็บว่าองคมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 พล.อ.เปรม กล่าวว่า "ท่านพูดของท่านเอง ผมไม่รู้" เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าองคมนตรีไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติใช่หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่มีหน้าที่ที่จะไปเกี่ยวข้องเรื่องนี้เลย โปรดเข้าใจให้ถูกถ้าใครยังไม่เข้าใจ โปรดเข้าใจให้ถูกว่าองคมนตรีไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเลย เราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ


เมื่อถามว่า จะพูดได้หรือไม่ว่าปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้น เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว พล.อ.เปรม ย้อนถามกลับสื่อมวลชนว่า คุณคิดเองก็แล้วกัน เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินการฟ้องร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะทำให้องคมนตรีเสื่อมเสียชื่อเสียง พล.อ.เปรม หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “ผมว่าคงไม่ฟ้อง เพราะว่าผมไม่ทราบว่าท่านพูดอย่างไร”


เมื่อถามว่า ทาง พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามพุ่งเป้ามาที่องคมนตรี แสดงว่าเป็นการสื่อถึงอะไร พล.อ.เปรม ย้อนถามกลับผู้สื่อข่าวว่า “คุณก็ตอบเองซิ ผมไม่ทราบว่าท่านคิดอย่างไรนะ” เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี แต่กลับทำร้ายประเทศของตัวเอง พ.ต.ท.ทักษิณ ควรทบทวนบทบาทของตัวเองหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า คุณถามเองตอบเองก็ได้แล้ว เมื่อถามว่า การกล่าวพาดพิงองคมนตรีจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่มี เราทำงานของเราตามปกติ เมื่อถามว่า ท่านอยากเห็นประเทศชาติของเราเป็นอย่างไรในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ พล.อ.เปรม กล่าวว่า อยากเห็นเหมือนสื่อมวลชนเห็น


เมื่อถามว่า จะให้กำลังใจรัฐบาลในส่วนไหนบ้าง พล.อ.เปรม กล่าวว่า รัฐบาลนี้ดี และตนก็เคยพูดว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ดี ดังนั้นเราคงจะหวังได้ว่า ท่านจะเป็นผู้นำที่ดี และจะทำให้ประเทศดีขึ้น เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะสามารถนำพาวิกฤตของประเทศได้หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวสั้น ๆ ว่า “ผมเชียร์”

เสื้อแดงเคลื่อนเข้ากรุงหนีตร.ตั้งด่านสกัด "จตุพร"เตือนองคมนตรีใฝ่การเมืองจี้ออกจากที่ปรึกษากษัตริย์

ที่มา มติชนออนไลน์เสื้อแดงภาคเหนือขนมาร่วม1.5หมื่น-โคราชระดมหนีตร.สกัดเคลื่อนม็อบปิดทำเนียบ11โมง "จตุพร"เตือนองคมนตรีเลิกละเมิด รธน. กลับไปทำหน้าที่ที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ ถ้าฝักใฝ่การเมืองควรลาออก นปช.ดึง19 จว.อีสานร่วมไล่รบ."สันติ-อหิงสา" บุกมท.โวยสั่งผู้ว่าฯสกัด

เสื้อแดงบุกมท.โวยสั่งผู้ว่าฯสกัด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม เวลา 11.00 น. ที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย มีกลุ่มคนเสื้อแดง 50 คน นำโดย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. มาชุมนุมปราศรัยโจมตี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสกัดกั้นประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ให้มาชุมนุมที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 26 มีนาคม หลัง 1 ชั่วโมง ได้แยกย้ายกันกลับ ซึ่งนายจรัลกล่าวยืนยันว่าจะชุมนุม 3 วัน พ.ต.ท.ทักษิณจะวิดีโอลิงก์ ในวันที่ 27 มีนาคม ช่วงเวลาประมาณ 20.00-21.00 น.


นปช.ดึง19จว.อีสานร่วมไล่รบ.


วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ลูกอีสาน ร่วมแถลงประกาศนำประชาชนภาคอีสานจาก 19 จังหวัดเข้าร่วมชุมนุมใหญ่กับกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 26 มีนาคม โดยสงบ สันติและอหิงสา เพื่อปฏิเสธรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ข้อ 1.ให้รัฐบาลร่วมมือกับทุกพรรคการเมืองลงสัตยาบันแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.นำรัฐธรรมนูญ 2540 มาเป็นธงหลักในการแก้ไข 3.ให้รัฐบาลหยุดแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและนำกลุ่มคนที่ยึดสนามบินมาดำเนินคดีโดยเร็ว และ 4.ให้รัฐบาลปฏิบัติตามขั้นตอนแล้วยุบสภาแล้วจัดเลือกตั้งเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว


เตือนองคมนตรีเลิกละเมิดรธน.


นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากก็ไม่สบายใจกับพฤติกรรมขององคมนตรีบางคนที่ฝักใฝ่การเมือง และทำตัวละเมิดรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดหากองคมนตรีต้องการสบายใจก็ควรกลับไปทำหน้าที่เฉพาะเป็นที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ หากยังฝักใฝ่การเมืองก็ควรลาออก ดังนั้น แต่ละคนควรกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองโดยไม่ล้ำแดนซึ่งกันและกัน ส่วนคนที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยชื่อออกมาก็ขอให้รอฟังการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถ้าแกนนำสามารถจัดระบบวิดีโอลิงก์ ได้เสร็จทันช่วงเย็นวันที่ 26 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณก็พร้อมปราศรัยทันที จะมีประชาชนทั่วสารทิศมาร่วมนับแสนคน เพื่อเริ่มต้นการต่อสู้ชำระล้างให้ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตย


เคลื่อนม็อบปิดทำเนียบ11โมง


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า การชุมนุมในวันที่ 26 มีนาคม จะนัดรวมพลที่ท้องสนามหลวงในเวลา 10.00 น. โดยจะปราศรัยและเตรียมความพร้อม จากนั้น 11.00 น. จะเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากสนามหลวงไปตามเส้นทางถนนราชดำเนิน พร้อมรับมือกับการสกัดกั้นทุกรูปแบบเพื่อไปทำเนียบรัฐบาลแล้วปิดล้อมโดยรอบ ทั้งนี้ จะมีนายจตุพร นพ.เหวง โตจิราการ และนางประทีป อึ้งทรงธรรม เป็นทีมเจรจาตำรวจที่ตั้งด่านสกัด แต่ถ้าเจรจาไม่เป็นผล ตนและแกนนำที่เหลือก็จะเป็นทีมที่พามวลชนบุกฝ่าไป โดยจะประเมินสถานการณ์เพื่อประกอบการวางแผน รูปแบบการเคลื่อนขบวนเป็นระยะๆ ถ้าเจอนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็จะขับไล่ทันที หากตำรวจและทหารใช้ความรุนแรง คนเสื้อแดงทั่วประเทศก็พร้อมจะลุกฮือ


ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้ว่ากรณีที่นายสุเทพบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นหมาบ้านั้น ขอฝากถึงนายสุเทพว่าอย่าทำตัวเป็นหมาหมู่


เสื้อแดงโคราชระดมหนีตร.สกัด


ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในต่างจังหวัด ที่วัดศาลาลอย อ.เมือง จ.นครราชสีมา แกนนำกลุ่มเสื้อแดงโคราช นำโดยนางบุญชู เปียทอง เข้าสักการะท้าวสุรนารีหรือคุณหญิงโมก่อนเคลื่อนไหวร่วมชุมนุมใหญ่ที่ กทม. ขณะที่กลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตยจะจัดงานเลี้ยงระดมทุนที่ร้านไพลินเนื้อย่างเกาหลี ถนนราชนิกูล หลังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อเตรียมร่วมสมทบด้วย และขายบัตรให้สมาชิกโต๊ะละ 1,200 บาท และจะเดินทางในช่วงเช้าวันที่ 26 มีนาคม เวลา 06.00 น. ประมาณ 200 คน โดยจะแยกกันเดินทางเลี่ยงการถูกสกัดกั้นจากทางหน่วยงานราชการ ส่วนกลุ่มเสื้อแดงโคราช นำโดย น.ส.ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ นำผู้ชุมนุม 200 คน ขึ้นรถบัส 4 คัน ไปร่วมชุมนุมกับ นปช.ที่กรุงเทพฯ
ขณะที่นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมรองผู้ว่าฯ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอทั้ง 32 อำเภอ วางมาตรการตั้งด่านตรวจสอบกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันที่ 25 มีนาคม


แดงภาคเหนือขนมาร่วม1.5หมื่น


ส่วน นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำเสื้อแดง กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวว่า ระดมพลคนเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯมากกว่าทุกครั้ง จากเดิม 2,000 คน แต่คราวนี้ยอดจะสูงไม่ต่ำกว่า 15,000 คน โดยเดินทางขึ้นรถไฟฟรีไปบางส่วนแล้ว ส่วนคนอื่นเริ่มทยอยโดยรถตู้และรถทัวร์ตลอดทั้งวันนี้ และเตรียมรถบัสไว้ถึง 22 คัน


ที่ จ.พะเยา นายอนุรักษ์ โปร่งสุยา เลขานุการชมรมพะเยาอาร์มี่ จ.พะเยา กล่าวว่า กลุ่มพะเยาอาร์มี หรือกลุ่มเสื้อแดงกว่า 50 คน จะไปร่วมสมทบที่กรุงเทพฯ ส่วนกลุ่มพะเยารักประชาธิปไตย กลุ่มเสื้อแดงอีกกลุ่มหนึ่งของ จ.พะเยา ต่างเดินทางลักษณะกองทัพมดเช่นกัน เพื่อหลบเลี่ยงการสกัดของเจ้าหน้าที่


ด้านกลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.เชียงราย นำโดย น.ส.จีรนันท์ จันทวงศ์ มีกำหนดหากลุ่มไปร่วมประมาณ 100 คน โดยใช้รถบัส 2 คัน ส่วนกลุ่ม นปช.เชียงราย 52 นำโดยนายณรงค์ ทิพย์นวล จะพาคนไปร่วมประมาณ 200 คน ส่วนกลุ่มคนเจียงฮายฮักประชาธิปไตย นำโดยนายอรรถกร กันทไชย หาคนไปร่วมประมาณ 100 คน


ขณะที่นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมคนเสื้อแดงอยุธยา จะนำผู้ชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ไม่ต่ำกว่า 500 คนโดย นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สั่งการนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ และตำรวจทุกพื้นที่ เร่งตรวจสอบข้อมูลกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม นปช.

26 มีนาคม 2520 ถึง 26 มีนาคม 2552 : ผลกระทบของผีเสื้อ-กระแสแดงทั่วแผ่นดิน

ที่มา Thai E-News



จากประวัติศาสตร์ทางการเมืองในเหตุการณ์กบฏ 26 มีนาคม พ.ศ. 2520 โดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายวีระเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏ และต่อมามีส่วนร่วมในกลุ่มแดงทั่วแผ่นดิน ท่ามกลางสื่อผู้จัดการ มีผลปรากฏการณ์Butterfly Effect ต่อคนเสื้อแดง ก็ทำให้เปลี่ยนระบบนิเวศ ทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ถ้าเคยได้ยินคำพูดที่เป็นที่นิยมพูดกันอย่างกว้างขวาง ในเรื่องปรากฏการณ์ Butterfly Effect คือ ผลของการขยับปีกของผีเสื้อ ทำให้เกิดพายุ(ทางโฆษณาในทีวี) และประโยคที่ว่า “เด็ดดอกไม้ย่อมสะเทือนถึงดวงจันทร์”สะเทือนระบบนิเวศและระบบการเมืองไทย



โดย อรรคพล สาตุ้ม
26 มีนาคม 2552

สื่อผู้จัดการ-Butterfly Effect กับคนเสื้อแดง

จากความสัมพันธ์เชื่อมโยงโดยผลกระทบของ สื่อผู้จัดการ –Butterfly Effect เราจะต้องเข้าใจประวัติความเป็นมาทางทฤษฎี Butterfly Effect เกี่ยวกับทฤษฎีไร้ระเบียบ

โดยเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมันมีการยืนยันทางด้านคณิตศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา ฟิสิกส์ เคมี ก็พิสูจน์กันแล้ว และทฤษฎีไร้ระเบียบนี้ในต่างประเทศเขานำไปใช้หลายเรื่อง ทั้งในตลาดหุ้น การตลาด แม้กระทั่งทางด้านเศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์บางส่วนเขาก็นำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาปรากฏการณ์

ซึ่งแก่นที่สำคัญคือ เราต้องรู้ว่า ทฤษฎีไร้ระเบียบเป็นคู่ฝาแฝดของอีกทฤษฎีหนึ่ง คือทฤษฎีซับซ้อน เพียงแต่ว่าทฤษฎีไร้ระเบียบ เกิดขึ้นช่วงที่สภาวะกำลังปั่นป่วน กำลังจะพลิกผันนี่แหละ แต่ทั้งสองทฤษฎีนี้อยู่ในวิธีคิด แนวทางวิธีหนึ่ง คือ อาณาจักรของ System Thinking หรือระบบวิธีคิด

ซึ่งในจุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ ของ ฟริตจ๊อฟ คาปร้า ก็ชี้ให้เห็นถึง หัวใจของทฤษฎีไร้ระเบียบ อยู่ตรงที่ว่า เมื่อสังคมที่ซับซ้อนแล้ว เชื่อมโยงถึงกันและกันหมด มันก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ทุกอย่างอยู่บนกฎอนิจจัง คือไม่หยุดนิ่ง เป็นระบบพลวัต แล้วมันมาเปลี่ยนในขณะ ที่ทุกอย่างอาจเปลี่ยนช้าๆ โดยไม่รู้ตัว หรือบางอย่างอาจมาถึงจุดๆ หนึ่งแล้ว เกิดขึ้นมาเลย ทฤษฎีไร้ระเบียบมาจับตรงที่มันเปลี่ยนแบบฉับพลันในทันใด(1)

ดังนั้น การทดลองมุมมองนำเสนอ เชิงประวัติศาสตร์ กรณี “เดจาวู”ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล(2) ซึ่งผมเขียนถึงเชิงประวัติ เกี่ยวกับทฤษฎีButterfly Effect มามองดูปรากฏการณ์ หากใครเคยดูภาพยนตร์ The Butterfly Effect (3)หรือโฆษณาในทีวีไทย ก็จะเข้าใจว่า ถึงการเชื่อมโยงของปรากฏการณ์ในอดีต มีต่ออนาคตของคนเสื้อแดง ในการชุมนุมทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งขณะทำสิ่งเล็กๆน้อยๆ ก็ทำให้เปลี่ยนระบบนิเวศทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ถ้าเคยได้ยินคำพูดที่เป็นที่นิยมพูดกันอย่างกว้างขวาง เรื่องปรากฏการณ์ Butterfly Effect คือ ผลการขยับปีกของผีเสื้อ ทำให้เกิดพายุ(ทางโฆษณาในทีวี) และประโยคที่ว่า “เด็ดดอกไม้ย่อมสะเทือนถึงดวงจันทร์”สะเทือนระบบนิเวศและระบบการเมืองไทย

1.ทักษิณกับความจงรักภักดี ในสื่อของผู้จัดการมวลชน

ปัญหาของความจงรักภักดี ในปรากฏการณ์ก่อน 14ตุลา-6ตุลา หลังพวกนักศึกษาเข้าป่า เพื่อร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และป่าแตก ออกมา ซึ่งความคิด ก็เปลี่ยนไป ตามการแสวงหาของแต่ละคน บางกลุ่มของปัญญาชน ซึ่งมีความหลากหลายทางแนวคิด ด้านต่างๆ เช่น ด้านอัตถิภาวะนิยมทางปรัชญา และวรรณกรรม-ศิลปะ เป็นต้น

ในช่วงก่อน 14-6 ตุลา ก็หันมาในแนวทาง อิตถิภาวะนิยม มากขึ้น ซึ่งการอธิบายสั้นๆ เพื่อความเข้าใจอย่างง่าย เกี่ยวกับแนวคิดอัตถิภาวะนิยม เกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่ โดยถือว่า มีเสรีภาพ ในการเลือกมีชีวิต อยู่กับประเทศไทย โดยในที่สุด หลังผลกระทบของ 6 ตุลา ก็ก่อให้เกิดความเงียบเสียงทางการเมือง

ในส่วนของเรื่องความเงียบนั้น ธงชัย วินิจจะกูล ได้ศึกษา “ความทรงจำ ภาพสะท้อนและความเงียบในหมู่ฝ่ายขวาหลังการสังหารหมู่ 6 ตุลา” ซึ่งเสียง เป็นความทรงจำกับอำนาจได้ ทั้งเสียงที่ผ่านการรับรู้จากสงคราม และเมื่อเสียง สัมพันธ์กับการเมือง เพราะว่า เสียงย่อมเข้ากับจังหวะบทเพลง ซึ่งสอดคล้ององค์ประกอบของความรู้สึก เช่น เพลงพระราชนิพนธ์ “เราสู้” โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ทำการศึกษา “เราสู้:เพลงพระราชนิพนธ์การเมืองกับการเมืองปี 2518-2519”(4) ดังกล่าวเป็นต้น ซึ่งงานวิชาการ และการวิจารณ์จะให้น้ำหนักกับเหตุผล และรูปธรรมอย่างน่าสนใจต่อเหตุการณ์ในอดีต

ทั้งนี้ บางกลุ่มของฝ่ายก้าวหน้าที่เข้าป่า ก็มีเปลี่ยนไป ในอีกแนวทางหนึ่ง เข้าสู่พรรคไทยรักไทยบ้าง และต่อมา เมื่อเกิดกระแสการเมืองของกลุ่มพันธมิตร(ปัญญาชนฝ่ายผู้จัดการ ก็มีวิธีคิดแบบฝ่ายซ้าย และแนวทางวิภาษวิธีเช่นกัน เรื่องนี้ต้องอธิบายอีกครั้งต่อไป) จนมาถึงการถูกห้ามจำหน่ายของหนังสือ เดอะคิงเนเวอร์สไมส์ ก็ยิ่งทำให้ผู้คนสนใจมากขึ้น มีการวิจารณ์ผูกโยงไปถึงทักษิณ ชินวัตร กับความจงรักภักดี และส่วนในด้านการนำเสนอทางวิชาการ เช่น นิธิ เอียวศรีวงศ์ ฯลฯ วิจารณ์หนังสือ The King Never Smiles (5)ดังกล่าว

นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์เชิงสนทนาซึ่งสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ วิพากษ์วิจารณ์หนังสือดังกล่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า "เขียนจากข่าวโคมลอย" และพูดถึงผู้เขียนหนังสือว่า "ก้าวร้าว" "จาบจ้วง" "โอหัง" "ดูถูกคนเอเชีย" และ "ยโสไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อและแม่มัน" ในกรณีหนังสือ เดอะคิงเนเวอร์สไมส์ (6)กลับยิ่งกลายเป็นเผยแพร่ความคิดเห็น ต่อหนังสือนี้ ต่างๆ นานา และจะรู้ตัว หรือไม่รู้ตัวก็ตาม ซึ่งจริงๆ แล้วทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึงนั้น มันสั่งสมตัวมาก่อน โดยที่เราไม่ทันสังเกต คือ มันละเอียดอ่อนมากโดยที่เราไม่รู้ตัว ตรงนั้นทำให้เราอาจจะละเลยมัน ซึ่งทฤษฎีไร้ระเบียบ มันก่อตัวจากเหตุเล็กๆ นิดๆ สะสมมาเรื่อย เป็น1ปี,2ปี,3ปี พอถึงจุดๆ หนึ่ง และมันออกฤทธิ์เลย ก็ตายแล้ว หรือแย่แล้ว เช่นเดียวกับ ฟองสบู่แตกของประเทศไทย ที่เราเรียกว่าโรคต้มยำกุ้งระบาดไปทั่วนั้น จากเมืองไทยระบาดไปที่สิงคโปร์ ฮ่องกง เลยไปถึงเกาหลีใต้ ไต้หวัน กระทบไปถึงรัสเซียช่วงหนึ่ง ถ้าไปย้อนดูมันกระแทกไปหลายแห่ง ดังกล่าวนั้น

ภาพลักษณ์ของทักษิณ ยิ่งถูกสื่อมวลชน นำเสนออย่างไม่เป็นกลาง และเกิดปัญหาในกรณีผู้จัดการมากเท่าไหร่ก็เป็นปัญหาต่อประชาธิปไตย ซึ่งต่อมา สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กล่าวถึงการเปรียบเทียบสื่อผู้จัดการการกับสื่อดาวสยามในอดีต ยุค 6ตุลา 2519 ว่า ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส ‘ละคอนแขวนคอ’ ยุคใหม่(7) หรือนักวิชาบอกว่า สื่อเป็นพิษ โดยอาจจะรู้ตัว หรือไม่รู้ตัวเอง ก็ตาม แต่ก็เปิดเผยให้เห็นถึงในเรื่องทางการเมือง เช่น เครือข่ายของราชา กับ ทักษิณ ซึ่งเขียนตั้งแต่ 3 สิงหาคม 2549 และแสดงถึงอคติต่อนักการเมืองด้วย

วิริษฐ์ ลิ้มทองกุล กล่าวถึง “เครือข่ายของราชา กับ ทักษิณ โดยอ้างอิง…“Duncan McCargo” เห็นว่า การจะทำความเข้าใจกับการเมืองของประเทศไทยนั้น จำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึง เครือข่ายทางการเมือง (Political Network) ซึ่ง McCargo อธิบายต่อว่า เครือข่ายทางการเมืองที่ชี้นำการเมืองไทยในห้วงเวลาระหว่าง พ.ศ.2516-2544 (ค.ศ.1973-2001) นั้นคือ เครือข่ายที่มีศูนย์กลางอยู่ในวัง หรือเรียกกันในอีกนามหนึ่งว่า เครือข่ายของราชา (Network Monarchy) ซึ่งเครือข่ายของราชา เข้ามามีส่วนร่วมและแทรกเข้ามามีบทบาททางการเมืองผ่านตัวแทนของกษัตริย์ซึ่งก็คือ คณะองคมนตรี (Privy Council) ที่นำโดยประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

ทั้งนี้ แม้เครือข่ายของราชา จะพัฒนาขึ้นมา จนมีบทบาทสูงต่อสังคมในระดับหนึ่ง แต่เครือข่ายของราชาก็ไม่เคยก้าวล่วงเข้ามา จนกลายสภาพเป็นการครอบงำสังคมไทย ในทางกลับกันเครือข่ายของราชากลับมีภารกิจในการทำหน้าที่ผ่านองค์กรทางการเมืองทั้งหลาย (ที่เรารู้จักกันดีก็คือ อำนาจทางการปกครองผ่านรัฐบาล อำนาจทางนิติบัญญัติผ่านรัฐสภา และอำนาจทางตุลาการผ่านศาลยุติธรรม) โดยมีรัฐสภาไทยที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งเป็นพื้นฐาน

ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยลีดส์ กล่าวต่อด้วยว่า ถึงแม้เครือข่ายของราชาจะมีลักษณะของความเป็นอนุรักษ์นิยมโดยธรรมชาติ แต่ในช่วงทศวรรษที่ 90 (ห้วงเวลาระหว่าง พ.ศ.2533-2543) เครือข่ายนี้ ก็ยังแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะหลังจากปี พ.ศ.2535 ที่ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองใหญ่ๆ ถึง 3 ครั้ง

โดยในแต่ละครั้ง พล.อ.เปรม ก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเพื่อรักษาสมดุลย์ทางการเมือง และนำประเทศไทยกลับสู่สภาวะปกติได้ทุกครั้ง กระนั้นการเข้าแทรกแซงดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแรงลงของเครือข่ายแห่งราชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของพรรคไทยรักไทย ที่นำโดย ทักษิณ ชินวัตร ในปี พ.ศ.2544 และ 2548 โดยในจุดนี้ McCargo มองว่าในช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมา ทักษิณพยายามที่จะสร้างเครือข่ายใหม่ที่อยู่ภายใต้อาณัติของตน เพื่อจะนำมาแทนที่เครือข่ายเก่าที่ดำรงอยู่และกำลังอ่อนแรงลงทุกทีๆ ....โดยส่วนตัวผมเองคงไม่อาจจะให้ความเห็นอะไรกับบทความชิ้นดังกล่าวของ ศาสตราจารย์ McCargo ได้มากนัก แต่เมื่อพิจารณาในส่วนแรกของบทคัดย่อที่กล่าวถึงบทบาทและภาระหน้าที่ของเครือข่ายของราชาที่มีต่อสังคมไทยแล้ว ก็นับว่าสอดคล้องกับพระราชดำรัสวันที่ 25 เมษายน 2549..”(8)

เมื่อบทความที่มาจาก ผู้จัดการเอง เปิดเปลือยความคิดทางการเมืองไทย โดยนำ McCargo มาอธิบายเชื่อมโยงกับทักษิณ ทั้งที่ผู้เขียนบทความดังกล่าว อาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ที่มีการวิจารณ์ความไม่เป็นกลางของสื่อมวลชน และกรณีปัญหาความไม่จงรักภักดีของทักษิณ ซึ่งก็ลุกลาม กลับมาเป็นปัญหากับพรรคพลังประชาชน “โดยส่วนตัว ผมเคยเขียนถึงบทความชิ้นนี้ของ McCargo มาแล้วครั้งหนึ่งในส่วนของคอลัมนิสต์ออนไลน์ เว็บไซต์ www.manager.co.th เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2549 ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับมาอ่านบทความของ ศ.McCargo อีกครั้งแล้วพิจารณาถึงบริบททางการเมืองไทยและสังคมไทยในปัจจุบัน ผมพบว่าบทวิเคราะห์ของ McCargo ก็ยิ่งเปล่งประกาย …”

“..โดยเฉพาะ หลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของพรรคพลังประชาชนเหนือพรรคการเมืองอื่นๆ ยิ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าเครือข่ายเก่านั้นไม่ได้เข้มแข็งขึ้นเลย หลังจากการรัฐประหารกว่าหนึ่งปีสามเดือน..” (สำนวนของวิสิษฐ) ซึ่งมีผลสืบต่อมา ในส่วนของข้อกล่าวหาไม่จงรักภักดีของจักรภพ เพ็ญแข นั้นขึ้นมาทำงานในคณะรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช จึงกล่าวว่า “เอาอะไรมาพิสูจน์ เอาปรอทมายัดใส่เจอแล้วเอาปรอทกำปั๊บ แล้วรู้เหรอว่า ไม่จงรักภักดี ใช้กันจนพร่ำเพรื่อ” เป็นต้น ซึ่งเมื่อทักษิณ(ชื่อเล่นว่า แม้ว) กลับมาจากต่างประเทศ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ(หรือหนองงูเห่า) ก็ก้มลงกราบแผ่นดิน เป็นประเด็นโด่งดัง ในช่วงเวลานั้น ซึ่งเวลาต่อมา คู่ตรงข้ามของความขัดแย้ง นับตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นต้นมา จนถึงกระแสการตัดสินยุบพรรคทางการเมือง โดยกลุ่มเสื้อเหลือง ก็มายึดสนามบิน เป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งทำให้รัฐบาล คือ นายสมชาย จึงอพยพมาอยู่เชียงใหม่ ดังกล่าว

ซึ่งในวันที่ 13 ธันวาคม 2551 หลังจากที่ทักษิณ ไม่สามารถอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมในอดีต และใช้ฐานะทางการเมืองพิเศษ จากภายนอกประเทศไทยไม่ได้แล้ว จึงต้องระหกระเหินออกนอกประเทศ โดยต่อมาเทปวิดีโอของทักษิณ ก็เปิดฉายภาพขึ้น ในงานครอบครัวความจริงวันนี้สัญจร ณ สนามศุภชลาศัย ทักษิณ กล่าวว่า ท่านเคยได้ยินภาษิตโบราณไหมครับ ที่เขาบอกว่า หมาจนตรอก คือเขาไล่หมาจนจนตรอกนี่ จนตรอกอย่างไร ก็ยังมีตรอกอยู่ แต่ของผมแม้แต่ตรอกก็ไม่มีจะอยู่ จะเอาอย่างนั้นเลยหรือครับ จะถามว่าผมไม่เคยทำคุณงามความดีให้บ้านเมืองเลยหรือ ประชาชนเกลียดผมอย่างนั้นหรือ… พี่น้องครับ ทั้งหมดมาจากคำ คำเดียวครับ ไม่จงรักภักดี..(9)

ในสถานการณ์ ที่มีสื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในช่วงสายของวันที่ 29 ธ.ค.นั้น ที่บริเวณเวทีปราศรัยของกลุ่มนปช.ซึ่งตั้งอยู่หน้ารัฐสภานั้น มีการนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มาติดที่ฉากหลังของเวที พร้อมทั้งข้อความที่อยู่บริเวณด้านข้างขนาดใหญ่ว่า “อภิสิทธิ์ชนโจร” ทั้งนี้ รูปพระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าวนั้น ได้นำมาติดตั้งในวันนี้ (29 ธ.ค.) เป็นวันแรก ซึ่งเป็นวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น ฉากหลังเวทีดังกล่าว ยังมีเพียงข้อความว่า “อภิสิทธิ์ชนโจร” เท่านั้น และไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์(10) ที่มีการผลักประเด็นความจงรักภักดี ไปสู่ความเกลียดชัง ในทางคู่ตรงกันข้าม ทำให้เกิดแรงกระทบ อย่างไม่รู้ตัวของสื่อผู้จัดการ ก็เปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาของความจงรักภักดี ในสถานการณ์ ซึ่งมีผลกระทบต่อหลายส่วน ตำรวจ ทหาร รัฐบาล และแน่นอน การนำเสนอดังกล่าว มันมีด้านกลับของสื่อผู้จัดการ ซึ่งไปปลุกพลังของคนเสื้อแดง มากขึ้นต่างหาก เช่นเดียวกับการฟื้นอำนาจของคำว่าศักดินา ซึ่งกลับมาเป็นตัวแปรในการวิเคราะห์สังคมไทยอีกครั้งโดยผู้จัดการเอง(11)


2.คนเสื้อแดงกับการเมืองไทย

ปัญหาทางการเมือง ที่มีเรื่องความไม่เป็นกลางของสื่อมวลชน และกรณีความยุติธรรม ในมาตรฐานของเสื้อแดง จะได้ยอมรับให้มีความเป็นมาตรฐาน ในสายตาของสื่อมวลชน นักวิชาการ ตำรวจ กองทัพ และรัฐบาลเพียงใด ในเมื่อคู่ตรงกันข้าม หาทางกีดกัน โดยการชูประเด็น “ทักษิณ” วาทกรรมจากหนังสือเกี่ยวกับทักษิณ จำนวนมากมาย จะผิดหรือถูก เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงอิทธิพลของการเมืองคนแต่ละฝ่าย ซึ่งต่อมาทำให้ทักษิณ ในฐานะที่รัฐบาลของเขาถูกรัฐประหาร ซึ่งเขาพูดหลังจากนั้นว่า เขาไม่ได้ปกป้องตัวเอง แต่ปกป้องประชาธิปไตย ก็ตาม และปัญหาทางการเมือง มาจากบางส่วนของการไม่ยอมรับ ว่าทักษิณ มาจากการเลือกตั้ง ที่ถูกต้องนั้น ก็เป็นผลของการสะสมความวุ่นวายของแต่ละฝ่าย ซึ่งมีที่มาจากเสียงหลายส่วนของประชาชน ซึ่งเคยเลือกพรรคไทยรักไทยในอดีต และการไม่เอาทักษิณ โดยไม่ว่าจะมีวิธีคิด มุมมองทางการเมือง และวิธีวิทยาของการมองปัญหาในปัจจุบัน แรงผลักของความต้องการทางสิทธิมนุษยชนของคนไทย สะสมกำลัง และพลัง สำหรับ เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของคนละฝั่งทางการเมือง แสดงออกในวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ก็อาจจะบีบให้เลือกข้างมากขึ้น เพราะมาจากการสะสมกันมาในทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่เรื่องซ้าย-ขวาในอดีต

กรอบความคิดในการมองปัญหาในปัจจุบัน ที่มีหัวใจของทฤษฎีไร้ระเบียบ มันอยู่ที่ว่าสถานการณ์ของสังคมนั้น ระบบนั้น มันเกิดความเปราะบาง เหตุเล็กๆ ที่เราไม่ได้สังเกต และไม่ได้เอาใจใส่มัน ถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำซากมานานมากมาย เหตุเล็กๆ เหล่านี้สามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ โดยเราคาดไม่ถึง อาจพลิกผันเป็นสถานการณ์อื่นๆ ได้ เพราะว่าภายใต้สถานการณ์ที่เปราะบางมีอะไรเล็กน้อยเข้าไปก็พลิกผันเป็นอย่างอื่นได้ จึงเปรียบเทียบว่า ผีเสื้อตัวหนึ่ง (ไม่ใช่ช้าง,ปลา..หรือไดโนเสาร์) ถ้ากระพือปีกแรงๆ ที่ฮ่องกง ก่อกระแสคลื่นเล็กๆ จากปลายปีก อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพายุใหญ่ในแคลิฟอร์เนียได้ในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง

เช่นเดียวกับนิทานเรื่องเจ้าชายกบ เดิมเจ้าหญิงจูบเจ้าชายกบ กบนั้นจะกลายเป็นผู้ชายขึ้นมา แต่เราไม่เคยคิดเป็นมุมกลับว่า บางทีเมื่อจูบไป เจ้าหญิงอาจกลายเป็นกบตัวเมียอีกตัวหนึ่งก็ได้ สถานการณ์จากสื่อผู้จัดการ และพันธมิตร ดังกล่าว จะเห็นว่าด้านกลับของสื่อมวลชน ในขณะเดียวกัน วิกฤติจากอเมริกา อาจจะเป็นด้านกลับ ในการพัฒนาประชาธิปไตย จึงต้องทำวิกฤติให้เป็นโอกาสของการเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม จากทฤษฎีButterfly Effect นั้น คนเสื้อแดงในการพัฒนาทางการเมืองไทย เช่นเดียวกับ ความเคลื่อนไหวด้วยจังหวะอารมณ์ ความรู้สึกอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่เรื่องทักษิณอย่างเดียว ซึ่งเปิดพื้นที่ทางการเมืองเพื่อเป้าหมายประชาธิปไตย ซึ่งผลของบทเรียนทางการเมืองนั้น จะทำให้คนเสื้อแดง ระดมสมอง ทุนทางด้านเงิน และขบวนการเคลื่อนไหว ฉะนั้น คาดว่า วัฒนธรรมทางการเมือง มีความน่าจะเป็นไปได้ ในการสร้างเครื่องมือทางการเมืองสำหรับก้าวขั้นบันไดต่อไป และถึงเวลาทบทวนความคิด ไม่ให้เป็นแค่ตามกระแสในสังคมไทย(12) เพื่อสร้างพื้นที่ทางการเมือง ให้ก้าวไปมากกว่าจากสนามหลวง ถนนราชดำเนิน ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และรัฐสภา

3.แดงทั่วแผ่นดิน และทักษิณ-โฟนอิน-วิดิโอลิ๊งค์

งานแดงทั่วแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่บริเวณริมถนนหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2552 โดยเริ่มเปิดเวทีปราศรัยอย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น.

กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. เกิดเหตุวุ่นวายบริเวณด้านหลังเวทีปราศรัย เมื่อมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่าชื่อนายลพ พูลวิเชียร อ้างตัวว่าเป็นสมาชิกชมรมคนรักอุดร พกอาวุธมีดเข้ามาก่อกวนบริเวณด้านหลังเวทีปราศรัย ท่ามกลางความตกตะลึงของประชาชน และการ์ด นปช.ที่พยายามจะเข้าไปควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่จะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ควบคุมตัวไปดำเนินคดี

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวบนเวทีว่า ที่มาจัดชุมนุมที่ขอนแก่นเป็นจังหวัดแรก เพราะ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะมาตายที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้นกลุ่ม นปช.จะไปเปิดเวทีที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 14 มีนาคม จังหวัดจันทบุรี วันที่ 15 มีนาคม จังหวัดเชียงราย วันที่ 21 มีนาคม และวันที่ 22 มีนาคม จะจัดเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่จะไปชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล โดยจะนำประชาชนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลให้ล้นไปถึงถนนราชดำเนิน และจะปักหลักเป็นแรมเดือน ไม่ชนะไม่เลิกรา ขึ้นอยู่กับหัวใจของคนเสื้อแดงทั่วประเทศว่าจะพร้อมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์หรือไม่

ต่อมาเวลา 20.00 น. ก็ถึงช่วงสำคัญของการจัดงาน เมื่อ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณโฟนอินขณะอยู่บนเครื่องบินเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของนายวีระ มุสิกพงศ์ โดยพ.ต.ท.ดร.ทักษิณกล่าวว่า ตนเคยหาเงินได้ 2.5 แสนล้านไม่ต้องกู้ต่างประเทศ สร้างอนาคตให้เยาวชน แต่กลับถูกรัฐประหารยึดอำนาจ พันธมิตรฯไปยึดสนามบิน แต่ตำรวจทำอะไรไม่ได้ จนปลดรัฐบาลให้นายอภิสิทธิ์ตั้งรัฐบาลใหม่ จะเรียกว่าประชาธิปไตยได้อย่างไร สุดท้ายเอาทหารมากดดันเรียกว่า “รัฐบาลปฏิวัติเงียบ” ตราบใดที่ความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย พวกเราต้องรวมตัวกัน ตอนนี้จังหวัดไหนไม่ถูกกันบ้างก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อถึงเวลาเรารวมกันด้วยอุดมการณ์ เมื่อนั้นที่เราจะปกป้องพวกเรา สีแดงหมายถึงเลือดเนื้อเชื้อไขที่หล่อหลอมกันเป็นประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราต้องรวมพลังกันต่อสู้กับสิ่งไม่ถูกต้อง เพื่อนำมาซึ่งความสันติ ความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และความผาสุกของประชาชน

งานแดงทั่วแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 4 จัดขึ้นที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2552 เป็นการจัดโต๊ะจีนจำนวน 200 โต๊ะ ระดมทุนให้กับเสื้อแดงจังหวัดเชียงราย รวมทั้งเปิดตัวสถานีวิทยุชุมชนคนรากหญ้ารักประชาธิปไตย 104 เมกกะเฮิร์ซ โดยมี นางสาวจีรนันท์ จันทวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตยเชียงราย เป็นผู้ประสานจัดงานครั้งนี้ จนถึงขณะนี้ประชาชนคนเสื้อแดงจากภาคเหนือ รวมทั้งจากจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จำนวนกว่า 2,000 คน ไปร่วมงานท่ามกลางเสื้อสีแดงละลานตา

สำหรับการจัดงานมีแกนนำขึ้นเวที ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายขวัญชัย ไพรพนา นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พร้อมกับ ไพจิตร อักษรณรงค์ ศิลปินชื่อดัง และอีกหลายคนไปร่วมขับกล่อม จากนั้น นางสาวจีรนันท์ ได้ขึ้นเวทีกล่าวต้อนรับพร้อม โดยนายวีระได้เป็นประธานเปิดตัวสถานีวิทยุชุมชน พร้อมกล่าวปราศรัยถึงการจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชน เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนได้รับรู้ และมีส่วนร่วมในบทบาททางการเมือง ซึ่งทางแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์

ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามาโดย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณกล่าวว่าขอบคุณพี่น้องชาวไทยและชาวเชียงรายที่รักและสนันสนุนตน ทุกคนต้องต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา หากตนยังทำงานอยู่จะไม่มีการกู้เงิน แต่จะเนรมิตเงินนำมาสร้างงานสร้างชาติ ขณะนี้เป็นห่วงเศรษฐกิจตกต่ำจะพูดที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 22 มีนาคม และวันที่ 27 มีนาคม จะพูดที่กรุงเทพมหานคร เรื่องทางออกของประเทศไทย พี่น้องต้องรักกันสามัคคีกัน หากตนกลับมาจะแก้ไขปัญหาทั้งหมด

พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ได้ข่าวว่าจังหวัดเชียงรายยาบ้าระบาดหนัก สาเหตุมาจากไม่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน หากกลับไปจะปราบยาบ้าให้หมดสิ้นไป

งานแดงทั่วแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่สนามกีฬา 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552

โดยเมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวผ่านวิดีโอลิงก์ถึงกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากที่ชุมนุมรออยู่ในสนามกีฬา 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ โดยในการโฟนอินที่เห็นทั้งภาพและเสียงครั้งนี้ตนขออนุญาตพูดลึกในรายละเอียดที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลยังหาทางออกให้ประเทศไม่ได้จะพูดที่มาของปัญหาทั้งหมด ทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ และชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพมหานครจะพูดเรื่องทางออก ถ้ากลับไปและให้ตนทำหน้าที่ มั่นใจว่าวิกฤติคราวนี้แก้ได้ เพราะวันที่เข้ามาในปี พ.ศ. 2544 ต่อจากพรรคประชาธิปัตย์นั้น หนี้สินรกรุงรัง เงินสำรองมีน้อยก็ยังแก้ได้จนสามารถเปลี่ยนประเทศเป็นประเทศผู้ให้กู้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเริ่มต้นด้วยการกู้

โดยระหว่างนั้นนายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวขัดขึ้นว่า มีคนหาว่าไม่ได้เป็นการถ่ายทอดสด พ.ต.ท.ดร.ทักษิณย้อนถามว่าจะให้แสดงท่าทางอะไรให้ดูหรือไม่ นายวีระตอบว่าจะชวนร้องเพลง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณบอกว่าเอาเพลงมนต์เมืองเหนือหรือสักขีแม่ปิง ท่ามกลางการโห่ร้องชอบใจของชาวเสื้อแดง

ช่วงท้ายของการโฟนอิน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณได้กล่าวทิ้งท้ายว่าตนขอขอบคุณประชาชนที่มาร่วมชุมนุม และขอให้คนเสื้อแดงรวมพลังให้เป็นปึกแผ่น จนกว่าประชาธิปไตยจะกลับคืนสู่แผ่นดินไทย จนกว่าความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นในประเทศไทย(13)

4.ทักษิณ-วีระ มุกสิกพงศ์ : ประวัติศาสตร์ในวันที่ 26 มีนาคม 2520 และ27 มีนาคม 2549

ความเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ในวันที่ 26 มีนาคม 2520 และ27 มีนาคม 2549 ความพ่ายแพ้ หรือการเริ่มต้นของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ทำให้ทักษิณ ชินวัตร กับวีระ หรือ ไข่มุกดำ มาบรรจบกันได้ โดยขอย้อนอดีตดังนี้

กรณี กบฏ 26 มีนาคม 2520 นำโดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ และนายทหารกลุ่มหนึ่ง ได้นำกองกำลังทหารจากกองพลที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี เข้ายึดสถานที่สำคัญ 4 แห่ง คือ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก สวนรื่นฤดี กองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารสูงสุดส่วนหน้า สนามเสือป่า และกรมประชาสัมพันธ์ ฝ่ายทหารของรัฐบาลพลเรือน นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.กมล เดชะตุงคะ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.อ.เสริม ณ นคร ผู้บัญชาการทหารบก ได้ปราบปรามฝ่ายกบฏเป็นผลสำเร็จ พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 21 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2520 นับเป็นกบฏคนสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิตตราบจนบัดนี้(14)

อย่างไรก็ตาม นายวีระ มุสิกพงศ์ ก็เข้ามามีส่วนร่วมเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย และถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏ ซึ่งทำให้โดนจำคุก กว่าจะออกมามีอิสรภาพ ทำงานการเมือง(15) ฯลฯ จนกระทั่ง วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2549 - การขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี : พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกแม่ค้าในซอยละลายทรัพย์ (สีสมซอย 5) จำนวนหนึ่งตะโกนไล่ ขณะกำลังรับประทานอาหารระหว่างไปหาเสียงในซอยนั้น(16)

ดังนั้น การสร้างพลังแห่งการเรียนรู้เรื่องราวในอดีต ก็เป็นสิ่งจำเป็นต่ออนาคตของแดงทั่วแผ่นดิน พัฒนาการตั้งแต่รัฐประหาร วันที่19 กันยา 2549กับการบรรจบของทักษิณ-วีระ มุสิกพงศ์ในปี พ.ศ. 2550 นายวีระ เป็นแกนนำคนหนึ่งของ " แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ " (นปก.) จัดเวทีปราศรัยที่สนามหลวงโจมตีรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549และคมช. รวมทั้งบางครั้งยังพาดพิงไปถึงประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารด้วย

ในปี พ.ศ. 2551 นายวีระได้เป็นหนึ่งในพิธีกรรายการความจริงวันนี้ ทาง NBT โดยร่วมกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ และในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 นี้เอง พ.ต.ท.สุเมธ จิตต์พานิชย์ รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีต่อนายวีระ มุสิกพงศ์ กรณีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง เข้าข่ายหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ภายในสัปดาห์นี้พนักงานสอบสวนจะส่งสรุปสำนวนการสอบสวนทั้งหมดให้คณะกรรมการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พิจารณาส่งต่อไปยังคณะกรรมการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ระดับ ตร. พิจารณาเห็นชอบให้อัยการสั่งฟ้องหรือไม่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายวีระ รวมกับพวกอีก 7 คน ถูกแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จากกรณีจำเลยร่วมกันจัดรายการความจริงวันนี้ เมื่อวันที่ 20 - 21 สิงหาคม กล่าวอ้างถึงนายสนธิ ว่าเป็นบุคคลล้มละลาย เป็นหนี้แล้วไม่ยอมใช้แต่อยากมากู้ชาติ โดยศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาและนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 15 ธันวาคม เวลา 09.00(17) ดังกล่าวสอดคล้องต่อการอธิบายว่าสื่อมวลชนก็มีผลต่อกระแสผีเสื้อแดงทั่วแผ่นดิน

5. หลังวันที่ 26 มีนาคม 2552 : ประชาธิปไตยในจิตใจเพื่อการศึกษาการเมืองไทย

นับตั้งแต่ เกิดรัฐประหาร 19 กันยา 2549 เกิดความโกลาหลทางการเมืองในขณะนั้นเป็นต้นมา ในความจำจากอดีตบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุดเปิดผ่านทางทีวีในเหตุการณ์รัฐประหาร(18) จนกระทั่ง สถานการณ์แห่งวันเวลาเปลี่ยนแปลงมาจนจะถึงวันที่ 26 มีนาคม 252 ทั้งรัฐบาล และคนเสื้อแดง ซึ่งตามที่กล่าวถึง Chaos Theory คือ ทฤษฎีความโกลาหลนั้น โดยผลกระทบต่อการเมือง การอธิบายเกี่ยวกับการเมืองในระบบรัฐสภาว่า ถ้าเครื่องมือทางการเมือง คือ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่สามารถดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในการบังคับใช้กฎหมาย ต่อการกระทำความผิดที่ผ่านมาทั้งหมดของแกนนำพันธมิตร นับตั้งแต่การยึดทำเนียบรัฐบาลไปจนถึงกรณีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อพิสูจน์ให้สาธารณชนเห็นว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกลาง จึงอาจจะเป็นไปไปไม่ได้ รัฐบาลจะไม่สามารถอยู่ได้ และถ้าเกิดการยุบสภา รวมทั้งการเลือกตั้งใหม่ สิ่งที่น่าจะตามมา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี2550

โดยให้สังคมเป็นเจ้าภาพ ด้วยการดึงให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างประชาธิปไตยในจิตใจ เพื่อการศึกษาการเมืองไทย ให้เกิดความหวังโดยเราจะมีสิทธิ มีความฝัน ให้หลายชนชั้น ทั้งชนชั้นกลาง และหลายชาติพันธุ์ เป็นแนวร่วมในการพัฒนาการเมืองไทยของประชาชน และหลากหลายชุมชนแห่งชาติ ได้การยอมรับจากนานาชาติ เพราะว่า การสร้างประชาธิปไตยในจิตใจ ไม่ง่ายดาย ในการปลูกวัฒนธรรมทางการเมือง เพิ่มการอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเมือง ติดตามดูข่าวสารทางทีวี ต่างๆ แม้เครื่องมือในการวิจัย เกี่ยวกับเรื่องการทดสอบความรู้เรื่องประชาธิปไตย ต่อประชาชน จะมีขีดจำกัด เช่น ออกแบบสอบถาม

อย่างไรก็ตาม หากจะกล่าวให้กว้างกว่านั้น คนไม่สามารถเป็นไม่บรรทัด คือ วัดได้คงเส้นคงวา (มักอาจจะDouble Standard) และถ้าเกี่ยวกับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ว่า ไม่มีเครื่องมือวัดว่า คนนั้น มีประชาธิปไตยได้ เหมือนกับเทอร์โมมิเตอร์ ซึ่งวัดอุณหภูมิ ร้อน หรือ เย็นได้ แต่ว่า คนไม่สามารถ เที่ยงตรง แม่นยำ และย่อมมีอารมณ์ ความรู้สึก อคติต่างๆได้

สรุป กระนั้นประเด็น 5 ประการ สะท้อนความเป็นมาของความจำเป็น ต่อคนเสื้อแดง และ หลากหลายกลุ่ม ในประชาชนทั่วไป ในการสร้างความเป็นประชาธิปไตย ให้ก้าวไกลกว่า ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ถ้าเปรียบดั่งโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม รวมทั้งมีจัดองค์ประกอบ ทำให้มองเห็นเรื่องแสง-เงาของรัฐสภา กับทำเนียบรัฐบาล แล้วจะทำประชาธิปไตย ให้เกิดแนวทาง เริ่มต้นเปล่งแสงสว่างของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จะปรากฏจากผลของคนเสื้อแดง และสิ่งที่เชื่อมโยงของระบบนิเวศใน Butterfly Effect

ซึ่งขณะของอนาคต อันไม่แน่นอน และชัยชนะแดงทั่วแผ่นดินหรือไม่ก็ตาม สิ่งสำคัญของการต่อสู้ของแดงทั่วแผ่นดินนั้น แน่นอนว่า ผีเสื้อปีกแดง ส่งผลต่อการเมืองไทยแล้ว

0000000000000

อ้างอิง

1.ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ "มีสัญญาณอันตราย เต็มไปหมดในประเทศนี้" ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ผู้นำสาร Chaos Theory เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 581 วันที่ 21 - 27 ก.ค. 2546 http://www.nokkrob.org/index.php?file=forum&obj=forum.view(cat_id=ch-ch,id=1)
2.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล deja vu: ทักษิณ V นายกฯพระราชทาน, พิบล-เผ่า V สฤษดิ์ http://somsakcouppostings.blogspot.com/2006/09/deja-vu-v-v-19-2549-2528.html
3. The Butterfly Effect
4.ธงชัย วินิจจะกูล “ความทรงจำ ภาพสะท้อนและความเงียบในหมู่ฝ่ายขวาหลังการสังหารหมู่ 6 ตุลา” http://www.prachatai.com/05web/th/home/10331และ
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล “เราสู้: เพลงพระราชนิพนธ์การเมืองกับการเมืองปี 2518-2519” http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=12&d_id=20เราสู้
5. งานวิชาการ ‘ไทยศึกษา’ : นิธิ เอียวศรีวงศ์ วิจารณ์ The King Never Smiles (ฉบับเต็ม) http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=10893&Key=HilightNews
6.เดอะคิงเนเวอร์สไมส์ http://th.wikipedia.org/wiki/The_King_Never_Smiles
7.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล:ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส ‘ละคอนแขวนคอ’ ยุคใหม่http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=12043&Key=HilightNews
8. วริษฐ์ ลิ้มทองกุล “เครือข่ายของราชา กับ ทักษิณ” ผู้จัดการ 3 สิงหาคม 2549 16:21 น.
http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=24286(เว็บของรัฐสภา) และวริษฐ์ ลิ้มทองกุล “นั่งฟัง ‘ฝรั่ง’ พูดถึงการเมืองไทย”
http://oldforum.serithai.net/index.php?action=printpage%3Btopic=21135.0
9. "แม้ว"โฟนอินความจริงสัญจรฯ วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11236 มติชนรายวันhttp://matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0102141251§ionid=0101&day=2008-12-14
10. "จาบจ้วง?" ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2551 15:48 น. http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000152959
11.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล การกลับมาของ "ศักดินา" ในฐานะจินตภาพการเมือง http://somsakcouppostings.blogspot.com/2006/12/blog-post_8371.html
12.อรรคพล สาตุ้ม "14 ตุลา 2516 บนถนนราชดำเนิน – หลัง 13 ธันวา 2551: “เครื่องมือ” ทางการเมืองของคนไทย"http://www.prachatai.com/05web/th/home/15017
13. แดงทั่วแผ่นดินสัญจรhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%A3
14.กบฏ 26 มีนาคม 2520
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F_26_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1_2520
15.วีระ มุสิกพงศ์
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C
16. 27 มีนาคม
http://th.wikipedia.org/wiki/27_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1
17.วีระ มุสิกพงศ์,เพิ่งอ้าง
18.รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549