WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, March 27, 2009

“สุเทพ” ปัดมีหนอนบ่อนไส้ในพรรค

ที่มา ไทยรัฐ

วันที่ 26 มี.ค.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ระบุได้รับข้อมูลเงินบริจาค 258 ล้านบาทจากบริษัททีพีไอโพลีนเข้าพรรคประชาธิปัตย์มาจาก พล.ต. มนูญกฤต รูปขจร อดีต ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่เชื่อคำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิม ส่วนที่ พล.ต.มนูญกฤตยอมรับว่าเป็นคนมอบข้อมูลให้ ร.ต.อ.เฉลิมนั้น เป็นเรื่องของ พล.ต.มนูญกฤต ก็ต้องรับผิดชอบ เอง ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.มนูญกฤตระบุด้วยว่ามี ส.ส. ระดับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ให้ข้อมูลมาเอง เพราะหมั่นไส้คนที่ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่กุมอำนาจในพรรค นายสุเทพตอบว่า พล.ต.มนูญกฤตไม่ได้อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ลาออกไปก่อนหน้าที่จะตั้งรัฐบาลนานเหมือนกัน ขอยืนยันว่าในพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีหนอนบ่อนไส้ ถ้า พล.ต.มนูญกฤตบอกว่าคนในพรรคเป็นคนให้ข้อมูลมา สื่อมวลชนก็ต้องไปถาม พล.ต.มนูญกฤตเอง แต่ตนไม่จำเป็นต้องไปสอบถามข้อเท็จจริงกับคนในพรรค เพราะเชื่อคน ในพรรค

มั่นใจ ปชป.ไม่โดนยุบ

เมื่อถามว่ากรณีนี้จะทำให้กระบวนการต่อสู้คดียุบพรรคของพรรคประชาธิปัตย์จะยากขึ้น ไม่ราบรื่นเหมือน กับข้อกล่าวหาทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ของพรรค คดียุบพรรคไม่ห่วงเลย ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่มีคนในพรรคเอาข้อมูลไปปล่อยให้ ฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะๆจะมีปัญหาหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ไม่มีคนในพรรค เป็นคนนอกพรรค

เมิน มนูญกฤตให้ข้อมูล เหลิม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พล.ต.มนูญกฤตลาออกจาก ส.ส.ของพรรคแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่ากลัวเดิมพันสูงถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่กลัว เพราะเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ถูกตรวจสอบก็ว่ากันไป ยังไม่หนักใจปัญหาเรื่องนี้เท่ากับปัญหาที่ต้องแก้ในเรื่องเศรษฐกิจและประเทศชาติ ต่อข้อถามว่ามั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ถูกยุบเพราะเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เรื่องทั้งหมดในขณะนี้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่ง มีกลุ่มบุคคลอยู่กลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้อง แต่ในส่วนของพรรคยืนยันว่าช่วงที่ตนเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคตั้งแต่เดือน มี.ค.2548 ได้รายงานเรื่องเงินบริจาคทั้งหมดอยู่แล้ว การใช้จ่ายเงินในการเลือกตั้งปี 2548 มีการตรวจสอบหลักฐาน ส่งให้ กกต.รับรองหมดแล้ว เมื่อถามว่าการยกชื่อ พล.ต.มนูญกฤตขึ้นมาอ้างจะทำให้ข้อมูลอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิมมีน้ำหนักมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้าจำไม่ผิด พล.ต. มนูญกฤตไม่ได้อยู่ในพรรคในช่วงที่เหตุการณ์เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ พล.ต.มนูญกฤตอาจรู้ข้อมูล นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ข้อมูลอะไรตนก็ไม่ทราบ แต่ไม่มีปัญหาอะไร นักการเมืองพูดคุยกันได้ ไม่ได้กังวลอะไร

สดศรีจี้ พท.รีบส่งข้อมูลเพิ่มเติม

นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า พล.ต.มนูญกฤตเป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องเงิน 258 ล้านบาทว่า ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยที่อ้างว่ามีข้อมูลในเรื่องดังกล่าวขอให้รีบส่งเรื่องมา เพื่อที่อาจจะได้รวมเป็นเรื่องเดียวกันกับของดีเอสไอ หากมีการส่งเรื่องเข้ามาจริง กกต.ต้องสอบสวน พล.ต.มนูญกฤตตามที่ ร.ต.อ. เฉลิมอ้างว่าเป็นคนให้ข้อมูล

พรรคเพื่อไทยเล็งยื่นฟัน กก.บห.ปชป.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า หลังจากที่ดีเอสไอส่งเรื่องเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ไปถึง กกต. และมีการรับเรื่องของดีเอสไอไว้แล้ว พรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องต่อ กกต.เพื่อกล่าวโทษกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมือง โดยจะแถลงรายละเอียดที่ กกต. ในวันที่ 27 มี.ค. เวลา 10.00 น. ยืนยันว่าไม่ใช่ไม่กล้ายื่นหรือมีนัยสำคัญทางการเมืองใดๆ ข้อมูลที่จะยื่นนั้นเชื่อว่ามีมากกว่าดีเอสไอ จะมีทั้งสำเนาเช็ค สำเนาบัญชีงบดุล และเส้นทางการเดินของเงิน

ยื่นสอบงบพันล้านบาทของ กอ.รมน.

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ในโครงการกู้วิกฤติด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามที่ กอ.รมน.เสนอ ซึ่ง ครม. อนุมัติไปเมื่อวันที่ 23 มี.ค. เนื่องจากส่อว่าอาจจะมีการทุจริต เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลโครงการ อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อสนองประโยชน์ ทางการเมืองให้นักการเมือง ต้องการสลายกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต่อต้านรัฐบาลให้หันมาสนับสนุนรัฐบาล โดยอ้างการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของหมู่บ้านและชุมชนบังหน้า ทั้งๆที่ กอ.รมน.ไม่ใช่หน่วยงานที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ อีกทั้งมีการเร่งรีบดำเนินการโดยเร่งด่วน ขาดแผนงานที่ชัดเจน และยังไปใช้งบกลางในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ทั้งที่เงินส่วนนี้กันไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นจริงๆเท่านั้น เช่นการเกิดภัยพิบัติต่างๆ

ปูดนักการเมือง ส.งาบ 300 ล้าน

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ทราบมาว่าจะมีนักการเมือง ใหญ่ชื่อ ส.ได้เงินจากงบประมาณส่วนนี้ถึง 300 ล้านบาท และในการดำเนินโครงการตามหมู่บ้านและชุมชนต่างๆจะมีบริษัทพรรคพวกของคนใน กอ.รมน.ไปรอรับ จ๊อบงานเรียบร้อยแล้วก่อนที่ ครม.จะอนุมัติงบดังกล่าว 1 สัปดาห์ คือในวันที่ 15 มี.ค. มีนักการเมืองใหญ่คนหนึ่ง ไปพบกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.และบริษัทเอกชนที่จะไปรับงานที่โรงแรมดังย่านวิภาวดี นอกจากนี้ ในวันที่ 27 มี.ค. จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลังตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย ฝากถามนายกฯ และนายสุเทพว่ามีนักการเมือง ส.เกี่ยวข้องด้วยจริงหรือไม่ เพราะผมทราบมาว่าโครงการดังกล่าวใช้งบจริงเพียงแค่ 500 ล้านบาท ในระยะเวลาที่กำหนดเดือนเศษ อยากถามว่าแล้วที่เหลือไปตกอยู่ในมือของใคร โครงการนี้ทำกันแบบเร่งด่วน เป็นงบฟาสต์ฟู้ด โดยมีไอ้ ส.เสือบุกเข้ามากินเหยื่อก้อนโต

ขู่ยื่นกระทู้ถาม รมว.กลาโหม

ด้านนายสุรพงษ์กล่าวว่า จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา ของคณะกรรมาธิการฯโดยเร่งด่วน และจะเชิญทีมโฆษกพรรคเพื่อไทยและผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ หากพบว่ามีการทุจริตจริงจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ต่อไป ขณะที่นายสุรชัย เบ้าจรรยา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยกำลังแกะรอยโครงการดังกล่าวอยู่ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ เร็วๆนี้จะตั้งกระทู้ด่วนถาม รมว.กลาโหมและ ผบ.ทบ.

ประวิตรปัดใช้งบละลายสีเสื้อ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ถึงเสียงวิจารณ์ กอ.รมน.ของบประมาณ 1,000 ล้านบาท ในโครงการกู้วิกฤติด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่แท้ จริงมีวัตถุประสงค์เพื่อสลายกลุ่มเสื้อแดงว่า ทหารพยายามเข้าไปทำ อยากช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ได้ละลายสีเสื้อเขียว เสื้อเหลือง เสื้อแดง ไม่เกี่ยวกัน เราอยากช่วยแนะนำเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเงินไม่ใช่น้อย แต่ให้กำลังพลลงไปทุกหมู่บ้านใช้ด้วยความระมัดระวัง ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้เงินจำนวนมากคาดหวังให้เกิดความสมานฉันท์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ได้คาดหวัง แต่อยากให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เมื่อถามว่า ทำไมทหารดูแลเรื่องความมั่นคง แต่หันมาดูแลเรื่องเศรษฐกิจ พล.อ.ประวิตรกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ทหารไม่เกี่ยวข้องเศรษฐกิจ ทหารอยู่ใน กอ.รมน. ทุกหน่วยใน กอ.รมน. ร่วมมือกัน ไม่ใช่ทหารมาเกี่ยวข้องเศรษฐกิจ มาแก้ เศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กอ.รมน.

สุเทพผวาล้มแผนส่ง ส.ส.ช่วยราชการ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีการลงนามในหนังสือให้ ส.ส.และอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน ไปช่วยราชการที่กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 ว่า ได้แสดงความตั้งใจจริงว่าจะเชิญ ส.ส.มาช่วยราชการในภาวะบ้านเมืองวิกฤติ โดยนำรายชื่อ ส.ส.มาขึ้นบัญชี และจัดเลยว่าใครควรไปช่วยตรงไหน อย่างไร พูดตรงๆ ก็บังคับนั่นแหละ แต่พอทำหนังสือไปที่กระทรวง ปรากฏว่ารัฐมนตรีปอด บอกไม่ได้หรอก เดี๋ยวถูกเล่นงานตาม กฎหมาย ทั้งที่ตนยืนยันว่า ส.ส.ไม่ได้เข้ามาก้าวก่ายการแต่งตั้งโยกย้าย การทำงบประมาณหรือมีตำแหน่งในกระทรวง ขณะที่ ส.ส.ก็ไม่อยากไป ดังนั้นจึงเอาหนังสือกลับมา ถือว่าไม่มีความผิดเกิดขึ้น วันนี้ฝ่ายค้านก็อ้างเหตุผลที่น่ากลัวทั้งนั้น แต่ความจริงไม่น่ากลัว

ประสพสุขให้คะแนนตัวเอง 8 เต็ม 10

ที่รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยนายนิคม ไวยรัชพานิช น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา 22 คณะ ร่วมกันแถลงผลงานวุฒิสภาครบรอบ 1 ปี โดยนายประสพสุขกล่าวว่า ได้วางหลักการทำงานคือ ยึดหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส เป็นธรรม เท่าเทียมกัน เป็นกลางและกล้าหาญทางจริยธรรม ส่วนตัวคิดว่าจากคะแนนเต็ม 10 ขอให้ผลการทำงานตัวเอง 8 คะแนน และจะมุ่งมั่นพัฒนาให้วุฒิสภาเป็นองค์กรนิติบัญญัติแห่งการเรียนรู้ บนพื้นฐานของข้อมูล ความรู้ ทางวิชาการ เป็นที่พึ่งไว้วางใจของสังคม และการทำงานเป็นทีม สำหรับผลงานวุฒิสภาได้กลั่นกรองกฎหมาย พิจารณา กระทู้ถาม เลือกหรือให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรรัฐธรรมนูญ เสนอพิจารณาถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง

ลุยไม่ถอยสร้างรัฐสภาใหม่

นายนิคมกล่าวว่า จากที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านการประชาสัมพันธ์เชิงรุก แต่จากการสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศพบว่าการสำรวจความคาดหวังของประชาชนต่อวุฒิสภา มีระดับคะแนนที่ 3.16 ถือว่าปานกลาง ถือว่าต้องปรับปรุง ขณะนี้ได้ประสานความร่วมมือจากกลุ่มผู้ให้บริการเคเบิลท้องถิ่นที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่ 5 ล้านจาน ซึ่งจะเข้าถึงประชาชนได้อย่างน้อย 25 ล้านคน นอกจากนี้ ยังได้รับมอบหมายจากประธานรัฐสภาให้ดูแลเรื่องการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โครงการนี้ยังดำเนินการต่อไปในหลักการเดิมคือ บริเวณเกียกกาย เนื้อที่ประมาณ 131 ไร่ ก่อสร้าง 5 ปี งบรวม 20,000 ล้านบาท วันที่ 27 มี.ค. นี้ จะประชุมประกวดแบบวันสุดท้าย จากนั้นใช้เวลา 8 เดือน ในการออกแบบรายละเอียดควบคู่ไปกับการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อมสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และประสาน กทม.ดำเนินการออกแบบและสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงโรงพยาบาลยันฮีกับวัดแก้วฟ้า ยกระดับออกไปที่ถนนประดิพัทธ์

“จปร.7” เขาเล่นกัน

ที่มา ไทยรัฐ

ผมเชียร์

ก้นลอยเลยก็แล้วกัน สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ได้ยินคำนี้จาก ป๋าเปรมพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ

ให้กำลังใจนายกฯคนดี จะสามารถนำพาประเทศฝ่าวิกฤติไปได้

ก่อนอื่นเลย น่าจะกระตุ้นลูกฮึดสู้คดียุบพรรครอบสอง ที่ส่อเค้าว่า อาการเพียบหนัก

ล่าสุด สารวัตรเหลิมร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมเชือดพรรคเพื่อไทย เฉลยแล้วว่า พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภา ในฐานะอดีต ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ คือนายทหารนอกราชการยศ พล.ต.ที่คนในพรรคประชาธิปัตย์รู้จักดี

เป็นคนปล่อยข้อมูล ไซฟ่อนเงิน258 ล้านบาท ของบริษัท เมซไซอะฯ และเงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมืองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาให้ฝ่ายค้านถล่มกันจะจะกลางสภา

และก็เป็น พล.ต.มนูญกฤตเองที่ยอมรับเลยว่า เป็นคนปล่อยข้อมูลจริง

พร้อมกับ ตอกลิ่มลึกลงไปอีกชั้นหนึ่งว่า มีคนระดับผู้ใหญ่พอสมควรในพรรคประชาธิปัตย์เอง ที่แอบยัดไส้ข้อมูล ไซฟ่อนเงินมาให้ เพราะหมั่นไส้คนที่ชอบทำตัวใหญ่โต ผูกขาดอำนาจภายในพรรค

เขี่ยไฟ คนวงในล่อกันเอง

ฟื้นฝอยขยายปมที่เล็ดลอดออกมาเป็นระยะ ประเภทที่ว่าคนในสายนายบัญญัติ บรรทัดฐาน แค้นสุมอกที่ถูกดองเค็ม หรือคิวของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯออกอาการงอนที่ถูกข้ามหน้าข้ามตา หรือเสียงแว่วๆคนไม่พอใจการจัดสรรตำแหน่งแบ่งเค้กในพรรค ตกไปอยู่ ในมือคนใกล้ชิดนายกฯอภิสิทธิ์

มนูญกฤตส่งลูกให้ เฉลิมซัลโว

และไม่ทันเฉลย คนที่ชอบทำตัวใหญ่โต ผูกขาดอำนาจในพรรคประชาธิปัตย์เป็นใคร

ก็เป็น เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่รีบออกมาขู่ปิดปาก พล.ต.มนูญกฤต ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูดไป

เชื่อว่า ข้อมูลที่ปล่อยโจมตีพรรคประชาธิปัตย์เป็นระยะๆ มาจากคนนอก ไม่ใช่ คนในพรรค โดยมั่นใจว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีหนอนบ่อนไส้

เทพเทือกเล่นบทดุ เอาเสียงเข้มๆเข้าข่ม

แต่ในอารมณ์ของคนที่คุมเชิงเป็นต่อ พล.ต.มนูญกฤต แพลมๆแค่ว่า ตัวละครชื่อ ประจวบ สังข์ขาวบอสใหญ่บริษัท เมซไซอะ พยานสำคัญในคดีไซฟ่อนเงิน ตอนนี้อยู่ในความคุ้มครองของนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอกคนหนึ่ง

ทีเด็ดปลอดภัยอยู่ในกำมือของ พล.ต.มนูญกฤต

และก็เป็นอะไรที่คนประชาธิปัตย์ต้องคิดหนัก กับลูก หมั่นไส้หันกลับมาทุบบ้านเก่า หากโยงกับความเคลื่อนไหวที่ พล.ต.มนูญกฤต รวบรวมสมัครพรรคพวกตั้งค่ายใหม่ในนามพรรคประชาภิวัฒน์

แตะมือกันเล่นกับเครือข่ายม็อบพันธมิตรฯ

เชื่อมกับการโดดลงมาร่วมวงของ มือล้มโต๊ะเฉพาะกิจนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.ลากตั้ง เด็กสร้างในสังกัดของ เจ๊เป็ดคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. ที่ไล่บี้ตรวจสอบการเสียภาษีของคนพรรคประชาธิปัตย์จากเงินสนับสนุนพรรคการเมือง

ในห้วงอารมณ์หงุดหงิดที่ขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ หันมาถล่มรัฐบาลประชาธิปัตย์ โทษฐานไม่ตอบสนองผู้มีอุปการคุณ

มันมีอะไรที่หนุนเนื่องกันอยู่

ยิ่งถ้าเชื่อมไปถึงเพื่อนรัก จปร.7ที่ชื่อ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.ที่กำลังร้อนแรง ในฐานะพยานปากสำคัญที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อ้างว่า เป็นคนปูดเบื้องหลังแผนปฏิวัติโค่นอำนาจวันที่ 19 กันยายน 2549

พัลลภกุมทีเด็ดไว้

โดยเฉพาะการยืนยัน นั่งยัน นอนยัน พลเอก สนั่งอยู่ในห้องประชุมวางแผนโค่น ทักษิณที่บ้านของ มิสเตอร์ พีย่านสุขุมวิท

มนูญกฤตทุบบ้านเก่าประชาธิปัตย์ พัลลภย้ำแผนโค่น ทักษิณเร้ากระแสม็อบเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ ป่วนฝ่ายคุมอำนาจ

โดยเกมถนัด ทางลัดของ ทหารเฒ่าจปร.7

หรือนี่คือเกมล้มโต๊ะรัฐบาล อภิสิทธิ์ชน”.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ปิดแผนนายกฯเข้าทำเนียบ น.1มั่นใจได้ทำงานแน่

ที่มา ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 . วันนี้ (27 มี..) พล...วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล...อนันต์ ศรีหิรัญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วันที่สอง ที่มีรายงานว่า หากเจ้าหน้าที่เข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็จะใช้ยุทธวิธีดาวกระจายไปยังสถานที่สำคัญ 2 จุด คือ กองบัญชาการกองทัพบก และ บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล..เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษ รวมทั้งการเตรียมพร้อมนำนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาล ในเช้าวันเดียวกันนี้ โดย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมั่นใจว่าจะนำนายกรัฐมตรีเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้อย่างแน่นอน แต่ไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในชั้นความลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในส่วนของความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ได้เคลื่อนผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งไปปิดล้อมประตู 4 และ ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสกัดกั้นไม่ให้นายกรัฐมนตรีเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลวันนี้ โดยไฮไลต์ของการชุมนุมวันที่สองนี้ อยู่ที่การโฟนอินของ พ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คืนวันนี้ที่ประกาศว่าจะเปิดเผย รายชื่อ ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญว่าคือใคร อย่่างไรก็ตามจะเสนอทางออกทางเศรษฐกิจ และการเมืองให้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วาระงานประจำวันนี้ ของ นายกรัฐมนตรี เวลา 08.00 . โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย บันทึกเทปสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีก่อนการเดินทางไปประชุม G-20 ที่ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี อาคารรัฐสภา ถนนอู่ทองใน เวลา 08.30 . ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph และหนังสือพิมพ์ Handelsblatt เข้าสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี ที่ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี อาคารรัฐสภา เวลา 09.45 . นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ในที่ประชุมวุฒิสภา ที่ อาคารรัฐสภา เวลา 11.00 . นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ที่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท ถนนภูมิเวท ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด .นนทบุรี และ เวลา 14.30 . นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3/2552 ที่ ห้องประชุมเป็นสุข ชั้น 35 อาคาร S.M S.M.Tower ถนนพหลโยธิน กรุงเทพนคร

ดูพวกมาร์ค มันทำ ....ด่า‘ทักษิณ’ล้มสถาบันไม่ผิดศาลชี้แสดงความเห็นโดยสุจริต

ที่มา thaifreenews

โดย : ยรรยง ลูกชาวดิน

ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง “สนธิ-เจิมศักดิ์-ชัยอนันต์-ปราโมทย์” กรณีออกมาแฉปฏิญญาฟินแลนด์กล่าวหา “ทักษิณ-พรรคไทยรักไทย” ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไปสู่การปกครองในระบอบทักษิณ ศาลชี้อดีตนายกฯเป็นบุคคลสาธารณะจึงเป็นปรกติที่จะมีคนติดตามการทำงาน การวิพากษ์วิจารณ์ของจำเลยแม้จะมีถ้อยคำไม่เหมาะสมบ้างแต่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต จึงเห็นควรยกฟ้อง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติตามสิทธิที่ประชาชนพึงมี

วันที่ 25 มี.ค. 2552 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 704 ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคไทยรักไทย มอบอำนาจให้นายนพดล มีวรรณะ ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กทม. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระและคอลัมนิสต์ บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด ผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบดาวเทียม ASTV นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล นายพชร สมุทวณิช นายขุนทอง ลอเสรีวานิช กรรมการ บริษัทไทยเดย์ฯ บริษัท แมเนจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัทแมเนเจอร์ฯ และนายปัญจภัทร อังคสุวรรณ ผู้ดูแลเว็บไซต์แมเนเจอร์ เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นด้วยการโฆษณา

โจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่ 24-28 พ.ค. 2549 จำเลยร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง “ปฎิญญาฟินแลนด์ ยุทธศาสตร์ครองเมืองของไทยรักไทย” ซึ่งถ่ายทอดสดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ASTV และเว็บไซต์ผู้จัดการ หมิ่นประมาทโจทก์ว่าต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปสู่การปกครองในระบอบทักษิณโดยมุ่งหมายเข้าบริหารประเทศตามปฏิญญาฟินแลนด์

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัทแมเนเจอร์ฯ จำเลยที่ 10 มีส่วนรู้เห็นกับการจัดเสวนาตามฟ้องแต่อย่างใด จึงพิพากษายกฟ้องและจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 10 ออกจากสารบบความและมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1-9 และจำเลยที่ 11 จากนั้นศาลได้นัดสืบพยานโจทก์และจำเลยมาเป็นลำดับจนถึงวันตัดสินคดี

ศาลวิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้บริหารประเทศ ขณะที่โจทก์ที่ 2 เป็นพรรคการเมืองใหญ่เป็นรัฐบาล มีอำนาจในการออกนโยบายในการบริหารประเทศและถือเป็นบุคคลสาธารณะ จึงเป็นปรกติที่ประชาชนมีการติดตามการทำงาน ซึ่งในการเสวนาดังกล่าวจำเลยที่ 1, 2, 3 และ 4 ซึ่งเป็นนักคิดนักวิชาการและสื่อสารมวลชน ได้แสดงความคิดเห็นว่าการดำเนินนโยบายของโจทก์อาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แม้จะมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติตามสิทธิที่ประชาชนพึงมี การกระทำของจำเลยที่ 1-4 จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท และเมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ไม่เป็นการหมิ่นประมาท จำเลยที่ 5-9 และ 11 จึงไม่มีความผิดไปด้วย พิพากษายกฟ้อง

อีกคดียุทธศาสตร์ฟินแลนด์

หลังอ่านคำพิพากษาคดีแรกจบ ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พรรคไทยรักไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณ โจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ จำเลยที่ 1 บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 2 น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ ผู้บริหารแผนฟื้นฟู จำเลยที่ 3 นายขุนทอง ลอเสรีวานิช และนายปัญจภัทร อังคสุวรรณ จำเลยที่ 5 เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ซึ่งคดีนี้ศาลมีคำสั่งยกฟ้องจำเลยที่ 3 ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง

ตามฟ้องโจทก์ระบุว่าระหว่างวันที่ 17-25 พ.ค. 2549 จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างวาระ โดยจำเลยที่ 1 ได้เขียนบทความ “ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์ : แผนการเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย?” และจำเลยที่ 2-5 นำไปตีพิมพ์เผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันและเว็บไซต์ www.manager.co.th ทำให้โจทก์ที่ 1 และ 2 เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง

ความเห็นไม่สุจริตทำเสื่อมเสีย

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความที่จำเลยที่ 1 เขียนรวม 5 ตอนลงในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและเผยแพร่ในเว็บไซต์ ซึ่งบุคคลและประชาชนทั่วไปสามารถหาอ่านได้อย่างทั่วถึง โดยจำเลยที่ 1 เขียนบทความทำนองว่าโจทก์มีนโยบายที่ต้องการทำลายระบบราชการไทย การสร้างระบบการเมืองพรรคเดียว ล้มล้างสถาบันเบื้องสูง และเบิกความยืนยันว่าแผนยุทธศาสตร์ฟินแลนด์มีอยู่จริง หากปล่อยให้โจทก์ทั้งสองดำเนินการจนครบขั้นตอนอาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง ซึ่งข้อมูลที่นำมาเขียนนั้นรับทราบมาจากนักวิชาการหลายคน แต่จำเลยที่ 1 กลับไม่นำบุคคลเหล่านั้นมาเป็นพยานเบิกความ และไม่นำสืบให้เห็นว่าโจทก์ทั้งสองได้กระทำการล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด นอกจากนี้ท้ายบทความยังได้เรียกให้ประชาชนต่อต้านโจทก์ทั้งสองที่กำลังลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 2 เม.ย. 2549 นั้นไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามหลักวิชาการ ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง

บรรณาธิการมีส่วนกลั่นกรองเนื้อหา

ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา มีหน้าที่กลั่นกรองเนื้อหาก่อนตีพิมพ์ ขณะเกิดเหตุมีความขัดแย้งทางการเมืองเป็น 2 ฝ่าย ระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาลและผู้คัดค้าน นำโดยแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งมีนายสนธิเป็น 1 ใน 5 แกนนำ และจำเลยที่ 4 เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อพิจารณาดูเนื้อหาการเสนอข่าวของจำเลยที่ 4 แล้วส่วนมากมีเนื้อหาโจมตีรัฐบาล เชื่อว่าจำเลยที่ 4 มีส่วนรู้เห็นและทราบว่าบทความดังกล่าวมีเนื้อหาดูหมิ่นโจทก์ทั้งสอง

จำคุก “ปราโมทย์” 1 ปี ปรับ 1 แสน

พิพากษาจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329, 393 ประกอบมาตรา 83 เป็นความผิดกรรมเดียว ให้ลงโทษความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอันเป็นบทหนักสุดตาม ป.อาญา มาตรา 90 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และ 4 เป็นเวลา 1 ปี และปรับ 100,000 บาท แต่จำเลยที่ 1 เป็นนักวิชาการ ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นนักหนังสือพิมพ์ เคยสร้างคุณงามความดีมาก่อนที่จะกระทำผิด เพราะต้องการปกป้องสถาบันที่เคารพ ประกอบกับจำเลยที่ 1 และ 4 ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 2 ปี และให้จำเลยที่ 1 และ 4 ร่วมกันลงโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อพอได้ใจความลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน บ้านเมือง และผู้จัดการ เป็นเวลา 7 วัน ส่วนจำเลยที่ 2 และ 5 เป็นเพียงเจ้าของเว็บไซต์และผู้ดูแล ไม่มีส่วนกับการคัดเลือกบทความ พิพากษายกฟ้อง

“ปราโมทย์” เตรียมยื่นอุทธรณ์

หลังศาลอ่านคำพิพากษา ทนายนายปราโมทย์และนายขุนทอง จำเลยที่ 1 และ 4 ได้นำเงินสดคนละ 100,000 บาท ชำระค่าปรับตามคำพิพากษานายปราโมทย์ให้สัมภาษณ์ว่า จะปรึกษาทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี เนื่องจากคดีที่ถูก พ.ต.ท.ทักษิณฟ้องก่อนหน้านี้และเป็นคดีที่มีความเกี่ยวเนื่องกันศาลได้พิพากษายกฟ้อง โดยศาลมีดุลยพินิจว่าแสดงความคิดเห็นโดยบริสุทธิ์ใจในฐานะนักวิชาการ

ข้อความเล็กๆ จากคนตัวเล็กๆ อยากส่งให้ป๋า

ที่มา thaifreenews

โดย : เสียงประชาไทย





ป๋าครับ..
ผมสงสัยนิดหน่อย..
ที่ป๋าบอกว่า ป๋าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
มันเป็นความจริงหรอครับ ???
ถ้ามันจริงแล้วทำไมป๋าถึงได้เชียร์รัฐบาลชุดนี้อย่างออกหน้าออกตาละครับ ผมล่ะงง!!!!
ทั้งๆที่ประชาชนส่วนใหญ่เขาไม่ยอมรับและไม่ต้องการรัฐบาลชุดนี้เลย

หรือที่ทุกวันนี้ ป๋าเชียร์แทบขาดใจเพราะแค่อยากได้กองทหารม้าเท่านั้นละครับ

เห็นป๋าย้ำหนักย้ำหนาว่า
ก่อนป๋าตาย!! ป๋าขอให้ได้ชื่นชมกองทหารม้าในฝันสักครั้ง

แล้วกองทหารม้าที่ว่านี่
ถ้าไม่ได้การเมือง ป๋าจะมีวันได้เห็นมันหรอครับ

มันต้องอาศัยการเมืองไม่ใช่หรอ ป๋าถึงจะสมหวัง
แล้วจะมีเหตุผลอะไรอีกล่ะ ที่ป๋าจะมาแก้ตัวว่าป๋าไม่ยุ่งการเมือง
ในเมื่อสิ่งที่ป๋าต้องการจะเห็นก่อน ป๋าตาย
มันต้องได้มาด้วยการเมือง

ทั้งๆที่ในความเป็นจริงกองทหารม้าของป๋านั้นมันยังไม่มีความจำเป็นเท่ากับปากท้องและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนตอนนี้เลยสักนิด

ป๋าก็ยังย้ำและยืนยันว่าอยากจะเห็นกองทหารม้าอยู่นั่นละ

ผมเลยสงสัยในคำพูดของป๋ามากเลยครับว่ามันจริงหรอ
และผมก็สงสัยอีกนิดหนึ่งว่า
สิ่งป๋ารักตอนนี้คืออะไรครับ
ป๋ายังรักชาติอย่างที่ปากพูดอยู่รึปล่าวครับ
หรือที่ทำไปเพราะป๋ารัก....มากกว่า

กลุ่มคนเสื้อแดงเดินจากสนามหลวงไปทำเนียบรัฐบาล 26/03/2552

ที่มา cbnpress

โดย tik4u

กลุ่มคนเสื้อแดงเดินจากสนามหลวงไปทำเนียบรัฐบาล 26/03/2552 ช่วงที่ 1



กลุ่มคนเสื้อแดงเดินจากสนามหลวงไปทำเนียบรัฐบาล 26/03/2552 ช่วงที่ 2



กลุ่มคนเสื้อแดงเดินจากสนามหลวงไปทำเนียบรัฐบาล 26/03/2552 ช่วงที่ 3



กลุ่มคนเสื้อแดงเดินจากสนามหลวงไปทำเนียบรัฐบาล 26/03/2552 ช่วงที่ 4



กลุ่มคนเสื้อแดงเดินจากสนามหลวงไปทำเนียบรัฐบาล 26/03/2552 ช่วงที่ 5



กลุ่มคนเสื้อแดงเดินจากสนามหลวงไปทำเนียบรัฐบาล 26/03/2552 ช่วงที่ 6



ทักษิณ โฟนอิน เข้าเวทีคนเสื้อแดงหน้าทำเนียบรัฐบาล 26/03/2552

'พิเชษฐ์' เปิดอก! เผยเบื้องหลังรัฐประหาร 19 ก.ย.ย้ำ “ฤาษีเฒ่า” เป็นผู้วางแผนก่อการ ยัดข้อหาไม่จงรักภักดี!?!

ที่มา thaifreenews

โดย : NEWS





ปธ.ภาคใต้ พรรคเพื่อไทย ระบุพา"พล.อ.พัลลภ"ไปพบ"ทักษิณ" เปิดอกเผยเบื้องหลัง 19ก.ย.49 ย้ำ"ปราโม "สุรยุทธ" วางแผนก่อการยัดข้อหาไม่จงรักภักดี

ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีกระแส โต้ตอบต่อเนื่องหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวผ่านวิดิโอลิงค์เมื่อวันที่ 22มี.ค.ที่ผ่านมา เปิดเผยถึงขบวนการล้มอำนาจตนเอง โดยพาดพิงหลายบุคคล เช่น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ซึ่งปัจจุบันเข้ามาช่วยงานพรรคเพื่อไทย ดูแลพื้นที่การเลือกตั้ง จ.ลพบุรี และสิงห์บุรี

นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล ประธานภาคใต้ พรรคเพื่อไทย และเป็นคนเชิญ พล.อ.พัลลภ ไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศจีนเปิดเผยว่า โดยส่วนตัวมีความสนิทสนมกับ พล.อ.พัลลภ เคยร่วมงานในพรรคไทยรักไทย และเพื่อนร่วมก๊วนกอล์ฟได้ติดต่อ พล.อ.พัลลภ ไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ประเทศจีนประมาณเดือนตุลาคมปี 2551 และตนยืนยันในข้อมูลที่ พล.อ.พัลลภ พูดต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเป็นจริงทุกประการ

ขณะนั้น อาจมีการเข้าใจผิดระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ และพล.อ.พัลลภ ในบางเรื่อง ตนจึงเป็นเหมือนคนกลางในการพาไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไวท์เฮ้าส์ สนามกอล์ฟและบ้านพักของ นายชาญชัย รวยรุ่งเรือง หรือ "เหยียนปิน" โดยการเดินทางครั้งนั้น พล.อ.พัลลภ ไปหาอดีตนายกฯ เนื่องจากอยากทราบว่า สิ่งที่กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องความไม่จงรักภักดี จริงหรือไม่ แม้ส่วนตัว พล.อ.พัลลภ จะไม่เชื่อแต่ก็ต้องการเดินทางไปฟังด้วยหูตัวเอง และจากปากพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะพล.อ.พัลลภก็เลือดทหาร ดื่มน้ำพิพัฒสัตยา เหมือนกัน

"การสนทนาวันนั้น ผมก็อยู่ด้วย มีพี่พัลลภและบุคคลอีก 2ท่านที่พร้อมออกมายืนยัน พี่พัลลภ ถามท่านทักษิณ เรื่องความจงรักภักดี พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า โธ่ พี่ๆ พี่ก็รู้ ผมก็เป็นนักเรียนเตรียมทหาร เป็นนายกฯ มาเกือบจะ 6 ปีพี่เห็นผมมีพฤติกรรมอย่างนั้นไหม มันเป็นเรื่องการเมืองทั้งนั้น จะเอาผมลงได้ก็ต้องยัดเยียดข้อหาไม่จงรักภักดี” นายพิเชษฐ์ อ้างคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณ สนทนาขณะนั้น

นายพิเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินมายังกลุ่มผู้ชุมนุมจ.เชียงใหม่ นั้นเป็นเรื่องจริงทุกอย่าง พล.อ.พัลลภ ยังบอกว่าเป็นข้อมูลที่เล่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ฟังที่ประเทศจีน อย่างไรก็ดีการคุยกันไม่ได้คุยเรื่องลอบสังหาร แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถาม พล.อ.พัลลภ วางแผนจะฆ่าผมหรือ พล.อ.พัลลภยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการคาร์บอมบ์ แต่ลูกน้องที่ไปทำเป็นลูกน้องตนจริง แต่ไปทำงานได้อย่างไรไม่รู้

"การสนทนาวันนั้นไม่ได้พูดเรื่องลอบสังหาร พูดกันแค่เรื่องรัฐประหารว่าจะใช้วิธีไหน ก็อย่างที่เป็นข่าว มีการไปวางแผนที่บ้านสุขุมวิท 2 ครั้ง มีนายปราโมทย์ นาครทรรพ ซึ่งเป็นผู้ร่วมวางแผนการ พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ ก็อยู่ด้วย จากนั้นมอบให้ทหารระดับผู้ปฏิบัติ ดำเนินการ แต่เรื่องที่คุยกันและพล.อ.พัลลภ มาเล่าให้ฟัง

1.ต้องปฏิวัติ โดยจะยัดข้อหาไม่จงรักภักดี

2.เมื่อปฏิวัติไม่สำเร็จ จะใช้กระบวนการยุติธรรม และมอบหมายให้ตุลาการบางคนนำไปปฏิบัติ

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า วันนี้อยากให้ พล.อ.พัลลภ ออกมาพูดให้ชัดเจน เพราะพล.อ.สุรยุทธ์ ออกมาปฏิเสธแล้วว่าข้อมูลคลาดเคลื่อน หาก พล.อ.พัลลภ ไม่ออกมายืนยันให้ชัดก็เท่ากับที่ผ่านมาเป็นการเต้าข่าวไปหลอก พ.ต.ท.ทักษิณ อยากให้สื่อมวลชนไปจี้เลย ประเด็นอยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เอาคำพูดพล.อ.พัลลภ มาโฟนอิน เป็นเรื่องจริงทุกอย่าง โดยที่มีผมเป็นพยานสิ่งที่พูด หรือคิดอีกที พล.อ.พัลลภ หรือ พล.อ.สุรยุทธ์ ไม่ใครคนใดคนหนึ่งก็ต้องโกหก ตนจึงอยากให้ พล.อ.พัลลภ ออกมาให้สัมภาษณ์ให้ชัดเจนไปเลยว่าเป็นอย่างไรแน่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไปพาดพิงบุคคลระดับสูงหลายคน อาจทำให้การประณีประนอมทำได้ยากขึ้น นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ยังต้องเคลื่อนไหวเป็นเรื่องของความยุติธรรม เพราะวันนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังถูกรังแก รัฐบาลก็กดดันทุกรูปแบบ ไม่ละเว้นไม่ปล่อย สิ่งที่ตนวิเคราะห์ไม่รู้ว่าตรงหรือไม่ พ.ต.ท. ทักษิณ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เมียก็เลิกแล้ว ทรัพย์สินก็โดนยึด ไม่ต่างอะไรจากหมาจนตรอก แกเลยต้องเปิดข้อมูลที่แท้จริงทุกอย่าง ทั้งเรื่องการวางแผนปฏิวัติ แต่สิ่งหนึ่งที่พล.อ.พัลลภ บอก ตอนนั้นคุยและตกลงกันว่าจะทำเพื่อชาติบ้านเมือง แต่สุดท้ายบางคนก็มารับตำแหน่ง แต่จริงๆเรื่องนี้มันลับลวงพราง กันหลายชั้น ตั้งแต่พล.อ.พัลลภ พล.อ.สุรยุทธ์ แต่อย่าให้บอกเลย แค่เรื่องคนจะมาเป็นนายกฯตอนนั้น ไม่ใช่พล.อ.สุรยุทธ์ แต่มีบางคนเขาอยากได้พล.อ.สุรยุทธ์ ตั้งแต่ต้น แต่ที่ตกลงกันเป็นนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี แต่บางคนเขาไม่เอาเลยไม่ได้เป็น มันมีการหักกันหลายชั้น แม้แต่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช.ยังโดนหักเลย แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นเรื่องอะไร

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ติดต่อกับพ.ต.ท.ทักษิณ เลย ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน และที่ไม่ไปพำนักอยู่ที่ประเทศจีน เป็นเพราะเรื่อง OFFICIAL ท่านเกรงใจประเทศจีน กลัวไม่สบายใจ แต่ที่จริงหากไปอยู่แล้วไม่ใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง ประเทศไหนเขาก็อยากให้อยู่ทั้งนั้น

แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ประเมินว่าในการวีดิโอลิงค์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในการชุมนุมของคนเสื้อแดง บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล ช่วงค่ำวันที่ 27 มี.ค. นี้นั้น น่าจะมีการเปิดเผยตัวละครบุคคลที่เกี่ยวข้องในการโค่นอำนาจอดีตนายกฯ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อสังเกตในการวีดิโอลิงค์คราวที่แล้ว ของพ.ต.ท.ทักษิณที่บอกว่า การวางแผนได้ใช้สถานที่แห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท แต่กลับไม่มีการบอกว่าสถานที่ใช้ในวางแผนล้มพ.ต.ท.ทักษิณ 2 ครั้งเมื่อต้นปี 2549 เป็นของใคร ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีใครทราบ เนื่องจากเป็นบ้านของ "นายป." ซึ่งเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับบุคคลระดับสูง จึงน่าจับตาว่า วีดิโอลิงค์ ครั้งต่อไปจะมีการเปิดเผยข้อมูลอะไรที่ลึกกว่านี้อีกหรือไม่

เปรม มาแล้วจ้า !!

ที่มา thaifreenews

ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียติ หนองจอก เมื่อเช้าวันที่ 25 มีนาคม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ รุ่นที่ 11 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง
การปรากฎโฉมของ พล.อ.เปรม คู่กับ พล.อ.สุรยุทธ ในหนนี้ หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่ามีนัยยะสำคัญบางประการภายหลัง ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โฟนอิน พาดพิงองคมนตรี เกี่ยวข้องกับการปฎิวัติเมื่อ 19 กันยายน 2549
แต่ในเรื่องดังกล่าว พล.อ.เปรม ให้สัมภาษณ์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พูดบ่อย แต่ไม่เคยฟัง แต่เห็นว่าเป็นสำนึกของคนในสังคมไทย ที่จะต้องไม่แตกแยกกัน เพื่อส่วนรวมคนไทยน่าจะหันหน้าสามัคคีกัน เพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอด

เผยเตือน"แม้ว"หลายหนแล้ว
ต่อข้อถามว่า จะเตือนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า เคยเตือนไปแล้วหลายครั้ง และว่า ขณะนี้จะพูดว่าคนไทยแตกแยกกันก็คงไม่ถูก เพราะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น คนไทยส่วนใหญ่ยังมีความเป็นไทยเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่า "องคมนตรีไม่มีหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ขอให้เข้าใจกันให้ถูกต้อง"
ประธานองคมนตรี ย้ำว่า จะไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พูดอะไร เมื่อถามว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี แล้วทำเช่นนี้ เหมือนเป็นการทำร้ายประเทศชาติ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรทบทวนบทบาทของตัวเองหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า เป็นคำถามที่มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การกล่าวหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานขององคมนตรี องคมนตรียังทำงานไปได้ตามปกติ

เชียร์-ให้กำลังใจรัฐบาล"มาร์ค"
"ขอให้กำลังใจรัฐบาล(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ในการทำงานต่อไป เพราะเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ดี นายกรัฐมนตรีคนนี้ดี เราคงหวังได้ว่าจะเป็นผู้นำที่ดี ทำให้ประเทศดีขึ้น เคลียร์ให้รัฐบาลนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจไปให้ได้" พล.อ.เปรม กล่าว
พล.อ.เปรม กล่าวถึงกรณีที่จะพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ในบ่ายวันเดียวกัน ว่า เป็นการพบกันในฐานะเพื่อน และจะไม่ขอให้จีนส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย เพราะไม่ใช่หน้าที่ เป็นเรื่องของรัฐบาล

รับองคมนตรีห่วงบ้านเมือง
ด้าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ยอมรับว่าที่ประชุมองคมนตรี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม มีการหารือกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอิน ด้วยความเป็นห่วงว่าจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม แต่เชื่อว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานขององคมนตรี เพราะองคมนตรีทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษา จะมีการรวบรวมข้อมูลบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาของที่ปรึกษา ถ้านั่งอยู่เฉย ๆ คงตอบคำถามไม่ได้ เป็นหน้าที่ทั่ว ๆ ไป
เมื่อถามว่า จะมีการรวบรวมความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้รัฐบาลนำไปแก้ไขปัญหาหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เราตระหนักว่า ทุกคนมีหน้าที่ และจะไม่เข้าไปก้าวก่ายหน้าที่ของส่วนอื่น ต่อข้อถามว่า เกรงหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะแฉข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 26 มี.ค.นี้ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ความจริงต้องเป็นความจริง ที่ต้องเปิดเผย ไม่สามารถปิดบังได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ต้องรับกรรมด้วยกันทั้งสิ้น

ยืนยันไม่เคยโกรธทักษิณ
พล.อ.สุรยุทธ์ ยอมรับว่า เคยพบปะพูดคุยกับเพื่อน กับคนรู้จักเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง แต่ไม่ใช่การประชุมเพื่อวางแผนปฏิวัติ ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหาเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคน ที่สนใจและเป็นห่วงบ้านเมือง พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยโกรธแค้น พ.ต.ท.ทักษิณ
"ผมยืนยันว่า ไม่เคยรู้สึกแค้นเคืองอดีตนายกรัฐมนตรี ที่สั่งย้ายผมออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพราะเข้าใจหน้าที่ของผู้บริหาร ที่ต้องโยกย้ายคนที่มีความเหมาะสม เข้ามาทำงาน" พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว

หยุด"ทักษิณ"คืนสู่อำนาจ
แหล่งข่าวคนสนิทพล.อ.เปรม วิเคราะห์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่หยุดเพียงแค่นี้คงพยายามทำทุกทางเพื่อล้มรัฐบาลชุดนี้ให้ได้ เพราะหากรัฐบาลชุดนี้ยังทำงานอยู่จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณลำบาก ทั้งเรื่องการต่อสู้คดีและการเลือกตั้ง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะใช้ยุทธวิธีของเสื้อเหลืองที่มีการปิดล้อมทำเนียบกดดันรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารงานต่อไปได้
"ขณะนี้กองทัพต้องพยายามช่วยเหลือให้รัฐบาลชุดนี้ทำงานต่อไปได้ เพราะหากกลุ่มอำนาจเก่ากลับมาสู่อำนาจอาจจะทำให้กองทัพอยู่ไม่ได้ ขณะนี้กลุ่มเสื้อแดงพยายามทำทุกทางเพื่อล้มรัฐบาล โดยไม่สนว่า ประเทศจะเป็นอย่างไร เราต้องช่วยกันเพื่อให้รัฐบาลอยู่ต่อไปได้ ขณะนี้เราควรช่วยกันเพื่อทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดการเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกทางให้ได้ เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบ"แหล่งข่าวระบุ

"มาร์ค" ไม่อยู่ในทำเนียบ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ตลอดเวลา แต่ว่าในวันที่ 26 มีนาคม ตนอยู่นอกทำเนียบรัฐบาล เพราะมีภารกิจประชุมรัฐสภา และคงไม่กลับเข้าทำเนียบในวันดังกล่าว ซึ่งเป็นกำหนดการของตน ที่มีมาก่อนแล้วไม่ได้เป็นการหนีม็อบ
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่าได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดูแลความเรียบร้อย บนความไม่ประมาท และไม่ให้ผู้ชุมนุมลุกล้ำเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลเด็ดขาด
ถามต่อว่าหากมีการยึดทำเนียบ นายกฯจะสามารถเข้ามาทำงานได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าว่า ก็ต้องเข้ามาให้ได้ แต่หากถูกขัดขวางก็ต้องถามเหตุผลว่าทำไมจึงขัดขวางการทำหน้าที่ของพวกเรา

"เทือก"ยำแม้วเป็นหมาบ้า
ด้าน นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่าได้สั่งให้การ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ดูแลรักษาสถานที่ราชการทรัพย์สินของทางราชการไม่ให้ใครบุกรุกทำลาย รวมทั้งกวดขันไม่ให้ผู้ชุมนุมพกอาวุธ หรือ ยาเสพติดเข้าไปยังจุดชุมนุม ถ้าใครทำผิดกฎหมายให้ดำเนินคดีทันที
รองนายกฯย้ำว่าตนและคนไทยส่วนใหญ่ รวมทั้งสื่อมวลชน ไม่สบายใจที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พาดพิงองคมนตรี การกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นยืนยันว่าเขามีเป้าหมาย
เมื่อถามว่า จนถึงขนาดนี้แล้วจะมีการประสานไปถึงพ.ต.ท. ทักษิณ หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณประสานดีกว่า ที่บอกว่าเป็นหมาเชื่อง เดี๋ยวนี้หมาไม่เชื่องแล้ว เป็นหมาบ้าไปแล้ว เมื่อถามว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ประกาศว่า เมื่อใครนำคุณทักษิณ กลับบ้านแล้วจะตอบแทนทั้งชีวิต ตรงนี้เพื่อเป้าหมายอะไร นายสุเทพกล่าวว่า ดูกันไปเดี๋ยวก็เข้าใจ เดี๋ยวอีกหน่อยก็ไม่ต้องมาถามแล้ว
"ผมเรียนตรงๆนะครับว่าอย่าคิดว่าผมไปสบประมาท ผมถือว่าเรื่องเสื้อแดงถือเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่คือจะทำยังไงเพื่อแประเทศให้รอด นี่เองคือเรื่องใหญ่ อยากให้ ประชาชนตระหนักว่ามันมีปัญหาจริง ต้องเอาบ้านเมืองให้รอด" รองนายกฯ กล่าว

"ชวรัตน์"ยอมรับหนักใจ
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ยอมรับว่าหนักใจกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง แต่ตน ก็สั่งไปแล้วไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับประชาชน
นายชวรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมอาจเปลี่ยนแผนบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลหรือจะใช้วิธีการที่รุนแรงกว่าที่ผ่านมา แต่หากสถานการณ์เป็นไปตามที่เกรงกัน รัฐบาลพร้อมและมีแผนดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่แล้ว

"สนธิ"แฉแม้วชอบป้ายสี
นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯกล่าวว่าการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นยุทธวิธีใส่ร้ายป้ายสี นายสุเชาว์ มีหนองหว้า อาจารย์สาขาการปกครองท้องถิ่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กล่าว การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เปลี่ยนเป้าโจมตีรัฐบาลมาเป็นองคมนตรี นั้น ก็เพื่อสร้างประเด็นใหม่ และเรียกร้องความสงสารหลังพ่ายแพ้ในสภา ซึ่งในเรื่องนี้ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ

ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประเมินว่าจะมีคนมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงมากกว่า 3 หมื่นคน ซึ่งมากกว่าการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา โดยเป็นไปตามแผนตากสินที่ใช้วิธีระดมคนจากหัวเมือง ใช้การโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ดึงดูดความเห็นใจให้คนมาชุมนุมมากที่สุด แต่หวังว่าการชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อ แต่ปัจจัยการยืดเยื้อหรือไม่อยู่ที่ท่อน้ำเลี้ยงว่าตันหรือค้างท่อ ส่วนแผนการปิดล้อมทำเนียบเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การล้มล้างรัฐบาลเพื่อกู้หน้าความล้มเหลวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา
การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงนี้ หากเกิดอะไรขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องรับผิดชอบ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ คือเจ้าของม็อบตัวจริง อย่าโยนความรับผิดชอบไปที่การสร้างสถานการณ์หรือมือที่สามเหมือนที่ผ่านมา
นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ประเมินตัวเลขผู้ชุมนุมว่า ไม่น่าจะเกิน 20,000 คน ซึ่งผู้ชุมนุม ต้องการให้เกิดความรุนแรง แต่ถ้ารัฐบาลไม่เข้าไปติดกับ เชื่อว่าไม่มีปัญหา และเชื่อมั่นว่าหากรัฐบาลทำงานครบ 1 ปี จะสามารถทำความเข้าใจกับมวลชนของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ดีขึ้น


ด้าน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) เปิดเผยว่าในบ่ายวันที่ 26 มีนาคม ตนจะแถลงข่าวกรณีที่ตนเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จีน และมีการอ้างคำพูดของตน พาดพิงบุคคลหลายคนในการยึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ
มีรายงานว่า ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทำหนังสือเชิญ พล.อ.พัลลภ เข้าพบเพื่อพูดคุยในประเด็นดังกล่าวแล้วด้วยเช่นกัน

จินตภาพร่วมสมัย : วันพิพากษาของพลังสีแดง

ที่มา Thai E-News



Vladlena1917
August 11, 2008

แนะนำclip โดย chatchanok จากเวปบอร์ดประชาไท

AFPเผยภาพมุมสูงคลื่นขบวนสีแดงยาตราทัพขับรัฐบาลหุ่นระบอบเทวดา

ที่มา Thai E-News

ที่มา สำนักข่าวAFP
26 มีนาคม 2552

ขณะที่สื่อกระแสหลักต่างๆรายงานข่าวการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงน้อยมาก โทรทัศน์ต่างๆพากันโหมกระพือข่าวแจกเช็คช่วยชาติกลบไปเสียแทบมิด แต่สำนักข่าวชั้นนำของโลกอย่างAFP และรอยเตอร์ให้ความสนใจมาที่ข่าวชุมนุมใหญ่เสื้อแดง โดยนำเสนอภาพมุมสูง2ภาพให้เห็นคลื่นคนสีแดงจำนวนมากเข้าร่วมงานชุมนุมหนนี้

AFPบรรยายภาพข่าวว่า กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ขณะเดินขบวนผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่26มีนาคม 2552 โดยคลื่นคนจำนวนมาก(Tens of thousands )สวมเสื้อแดงมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อประท้วงรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพ้นจากอำนาจหลังจากเป็นนายกฯมา3เดือน(ภาพโดย:พรชัย กิตติวงศ์สกุล)