WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, March 27, 2009

"สมศักดิ เจียมฯ" อัพเดตข้อมูล "สนธิ" พูดที่เวอร์จิเนีย

ที่มา Thai E-News

โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา เว็บบอร์ดประชาไท
27 มีนาคม 2552

update ข้อมูลเรื่องสนธิ พูดที่เวอร์จิเนีย ที่มีการนำคลิปมาเปิดที่การชุมนุมเสื้อแดง เมื่อวานนี้

หมายเหตุ: ข้างล่างนี้เป็นกระทู้เก่าที่ผมโพสต์ที่บอร์ดฟ้าเดียวกันเก่า (ปิดไปแล้ว) เรื่องการพูดของสนธิ ที่เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ซึงเมื่อวานนี้ที่เวทีเสื้อแดง มีการนำคลิปของการพูดนี้มาเปิด ในส่วนที่ สนธิ พูดถึง สุรยุทธ์ จุฬานนท์

ผมไม่ได้แก้ไขข้อความใดๆจากที่โพสต์ครั้งนั้น เพียงแต่อัพเดตเพิ่มลิงก์ให้ดาวน์โหลดวีดีโอคลิปด้วย (ตอนที่โพสต์ครั้งนั้น มีเฉพาะ link ไฟล์เสียง)

ในทีนี้ผมขออัพเดตข้อมูลเล็กๆด้วยว่า วันที่สนธิพูด ซึ่งตามเว็บต่างๆ (ลอง Google ดู) ระบุว่า เป็นวันที่ 25 สิงหาคม (หรือบางแห่ง 24 สิงหาคม) 2550 นั้น ไม่ถูกต้อง วันที่ 24 คือวันที่มีการออกอากาศรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ทาง ASTV ที่มีการนำคลิปนี้มาฉายครั้งแรก ส่วนวันที่ 25 คือ วันที ผู้จัดการออนไลน์ รายงานข่าวนี้รายงาน "ยามเฝ้าแผ่นดิน" เปิดคลิปนี้

วันที่สนธิ พูดจริงๆ คือ วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2550 ตามเวลาที่ เวอร์จิเนีย ซึ่งช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าสนธิ พูดตอนค่ำที่เวอร์จิเนีย ก็น่าจะเป็นเวลาเช้ามืด วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2550

ดูรายการการพูดที่สหรัฐของสนธิในครั้งนั้น รวม 5 แห่ง ตามบทความนี้ของ "สยามมีเดีย" นสพ.ของคนไทยในสหรัฐ (ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าภาพจัดการพูดนี้) ที่นี่ http://www.siammedia.org/articles/writer/20070831.php

อันที่จริง ในการพูดครั้งนี้ นอกจากเรื่องสุรยุทธ์ และเรื่องผ้าพันคอ แล้ว ยังมีเรื่องทีน่าสนใจคือ การที่สนธิอ้างถึงคำพูดของสุรเกียรติ ว่าทักษิณพูดอะไรบางอยางที่นิวยอร์ก เมื่อเกิดรัฐประหาร และกรณีพูดถึงธีรยุทธ์ ด้วย

ผมขอตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สมัยที่ผมโพสต์กระทู้นี้ (สิงหาคม 2550) ยังมีคนจำนวนมาก ไม่สู้จะเชื่อข้อมูลบางอย่างที่สนธิอ้าง (เรื่องผ้าพันคอ) อันที่จริง แม้แต่เมื่อผมเผยแพร่บทความเรื่อง "พระบารมีปกเกล้า: พระสุรเสียงราชินีบนเวทีพันธมิตร" (12 สิงหาคม 2551 http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=13167&Key=HilightNews) ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อย มองว่า เรื่องลักษณะนี้ เป็นการ "แอบอ้างเอาเอง" ของสนธิ แต่ดังที่ทราบกัน เหตุการณ์ทีเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2551 ได้เปลี่ยนความรับรู้ของคนจำนวนมาก

ผมตั้งหัวข้อกระทู้ในการโพสต์ครั้งนั้น ว่า "ข้อมูลเกี่ยวกับเบื้องหลัง รปห.ของสนธิ ลิ้มทองกุล: สุรยุทธ-สนธิ บุญฯ กับพันธมิตร, ผ้าพันคอจากในวัง, ธีรยุทธ, ทักษิณจาบจ้วงที่นิวยอร์ก"

การรณรงค์แอนตี้ทักษิณของพันธมิตร-สนธิ ลิ้มทองกุล เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมยึดอำนาจ ที่องคมนตรีสุรยุทธ จุฬานนท์ รู้เห็นด้วย ....

ชวนฟังเทปรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" วันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งเป็นบันทึกเสียงการพูดของ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่สหรัฐอเมริกา
(ดูถอดเทป ได้ที่ http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000100015)

เทปช่วงที่ 1
ขอให้ลองฟังช่วงนาทีที่ 32 ถึง 35

http://www.managerradio.com/Radio/download.asp?strFilePath=mms://tv.manager.co.th/videoclip/radio/1002/1002-2588.wma

หรือดูวีดีโอ (ขนาดไฟล์เล็ก ความชัดน้อย)
mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Thaiwatch/Sondhi1_240807.wmv

(ขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้น ความชัดเพิ่มมากขึ้น)
mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Thaiwatch/Sondhi2_240807.wmv

สนธิ ลิ้มทองกุล เปิดเผยว่า ระหว่างที่เขาทำการเคลื่อนไหว จัดชุมนุม แอนตี้ทักษิณ ในนาม "พันธมิตร" นั้น สุรยุทธ์ จุฬานนท์ ซึ่งขณะนั้นเป็นองคมนตรี แอบโทรศัพท์มาบอกเขาว่า "คุณสนธิสู้ไป ทนเจ็บหน่อย.." และรับปากจะให้ฟรีทีวีกับสนธิไปทำ ถ้าได้เป็นนายกฯ

[สนธิ ลิ้มทองกุล อ้างว่า ได้รู้ว่า สุรยุทธ จะได้เป็นนายกฯล่วงหน้า เป็นไปได้หรือไม่ ที่พวกวางแผน รปห.จะคิดเตรียมคนเป็นนายกฯไว้ด้วย ผมเห็นว่าเป็นไปได้ ใครสงสัยเรื่องนี ขอให้ดูคำให้การของสงัด ชลออยู่ ตามที ่บุญชนะ เล่า ที่มีการ "เตรียม" ให้ ธานินทร์ เป็นนายกฯ ก่อน รปห. 6 ตุลา ตั้งแต่ต้นปี 2519 ผมค่อนข้างเชื่อว่า พวกยึดอำนาจ ต้องคิดไว้ล่วงหน้าว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ]

สนธิ ลิ้มทองกุล ยังเปิดเผยต่อไปว่า ช่วงใกล้จะมีการยึดอำนาจ สนธิ บุญรัตนกลิน เอง ยังส่ง พล.อ.ปานเทพ และ พล.ท.เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม มาพบเขา บอกเขาว่า "พี่บัง [สนธิ บุญรัตนกลิน] บอกว่า ให้ทนหน่อย ... เดี๋ยวเรียบร้อย จะให้โทรทัศน์...."

เทปช่วงที่ 2
http://www.managerradio.com/Radio/download.asp?strFilePath=mms://tv.manager.co.th/videoclip/radio/1002/1002-2589.wma

หรือดูวีดีโอ (ขนาดไฟล์เล็ก ความชัดน้อย)
mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Thaiwatch/Sondhi1_240807_H.wmv

(ขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้น ความชัดเพิ่มมากขึ้น)
mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Thaiwatch/Sondhi2_240807_H.wmv

ช่วง 10 นาทีแรก

สนธิ ลิ้มทองกุล เล่าถึงความขัดแย้งระหว่าง สนธิ บุญรัตนกลิน กับ สุรยุทธ จุฬานนท์ ตอนหนึ่ง ได้เปิดเผยว่า สนธิ บุญรัตนกลิน เรียกพวกพันธมิตรทุกคน เช่น สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สนธิ ลิ้มทองกุล และ ธีรยุทธ บุญมี เข้าพบ ปรึกษาเรื่องความต้องการที่เขาจะเป็นนายกฯ...

ข้อมูลอีกอย่างหนึ่งที่สนธิ ลิ้มทองกุล เล่า คือ อ้างว่า เมื่อถูกโค่นอำนาจนั้น ทักษิณอยู่ที่นิวยอร์ก เป็นเวลา 8 ชั่วโมง สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ที่อยู่ด้วยกัน ได้เล่าให้ สนธิ ลิ้มทองกุล ฟัง ในภายหลังว่า ช่วง 8 ชั่วโมงนั้น ทักษิณ "พูดจาจาบจ้วงดูหมิ่นพระเจ้าอยู่หัว ใช้คำพูดที่เลวทรามต่ำช้า" ทำให้ สุรเกียรติ์ ทนไม่ได้ ถอนตัวออกมาจากทักษิณ สนธิ ลิ้มทองกุล ยืนยันข้อมูลนี้ว่า สุรเกียรติ์ เป็นพยานได้ ถ้าจะเอาเขาขึ้นศาล เขาจะอ้างสุรเกียรติ์ เป็นพยาน ว่า "ทักษิณต้องการจะโค่นล้มพระเจ้าอยู่หัว" .... สนธิ ลิ้มทองกุล อ้างว่า ที่ พีทีวี โจมตี เปรม มาจากเรื่องนี้เอง

ช่วงนาทีที่ 20 เป็นต้นไป

สนธิ เล่าถึงการที่ทหารและพลังอื่นๆ ("เส้นสายในวัง") เข้ามาหนุนหลังการเคลื่อนไหวชุมนุมพันธมิตรของเขา

"...จนกระทั่ง มีสัญญาณบางสัญญาณมาถึงผม จู่ๆผมสู้อยู่ ก็มีของขวัญชิ้นหนึ่ง มาจากราชสำนัก ผ่านมาทางท่านผู้หญิงบุษบา ซึ่งเป็นน้องสาวพระราชินี ปรากฏว่าผมแค่ได้รับวันเดียว ผมเข้าไปรับด้วยตัวเองกับท่านผู้หญิงบุษบา พอรับมาวันเดียว โทรศัพท์มากันจม ป๋าเปรมให้คนสนิทโทรมา ... ทุกคนโทรมาหมด ถามว่า จริงหรือเปล่า ...."

เป็นไปได้หรือไม่ ที่สนธิ ลิ้มทองกุล "ยกเมฆ" ข้อมูลเหล่านี้?

หมายเหตุไทยอีนิวส์: ท่านสามารถรับชมคลิปบางช่วงจากเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านยูทิวป์ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้

เสียหมา(1) http://www.youtube.com/watch?v=YN_Oq6COVlk
เสียหมา(2) http://www.youtube.com/watch?v=8fqnB6TZpvc

ใครกันแน่ยึดทำเนียบ

ที่มา มะนาวตูน





"ทักษิณ"เรียกแขก ขู่แฉ"ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"คือใคร27 มี.ค. ซัดทหารทีเสื้อเหลืองบุกทำเนียบทำนิ่ง

ที่มา มติชนออนไลน์

"แม้ว" ปลุกม็อบ "เสื้อแดง" เรียกคนมาฟังการชุมนุมมากขึ้น ใช้แผนเตรียมแฉจะเผยชื่อใครคือ "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" ใครพาการเมืองไทยย้อนหลังไป 30 ปี ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ บอกตอนนี้อยู่ในแอฟริกา กำลังเดินทางไปพบประธานาธิบดีคนหนึ่ง ยันสิ่งที่พูดไม่ได้สร้างปัญหา แต่จะหาทางออกให้ประเทศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 26 มี.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามายังการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคน "เสื้อแดง" รอบทำเนียบรัฐบาล ว่า "สวัสดีคนไทยที่เคารพทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง ที่ออกมาทวงคืนประชาธิปไตยที่แท้จริงให้สังคมไทย เพราะสังคมไทยถูกหลอกว่าเป็นประชาธิปไตยมานานแล้ว แต่ความจริงไม่ใช่ ระบอบสองมาตรฐานอยู่ทั่วไปหมด เมื่อมีม็อบเสื้อเหลือง รัฐบาลให้ทหารออกมาช่วยทหารก็ไม่ออก พอม็อบเสื้อแดงมา ทหารก็ออกมา มาตามคำสั่งผู้บังคับ ที่เล่นการเมือง"


"พรุ่งนี้ (27 มี.ค.) ผมจะพูดให้ชัด ถ้าใครเล่นการเมือง ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องให้การเมืองเล่นด้วย ผมจะพูดให้ชัดว่าตอนผมเป็นนายกฯ คำว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญคือใคร และมันยุ่งอย่างไร อย่างชัดเจนแน่นอน" อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าว และว่า พรุ่งนี้จะบอกว่าใครเป็นคนพาการเมืองย้อนหลัง 30 ปี ผ่านระบบวิดีโอลิงก์ จะได้เห็นหน้าตากัน


พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ยืนยันสิ่งที่พูดไม่ได้สร้างปัญหา แต่จะหาทางออกให้ประเทศ ซึ่งวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.จะพูดถึงทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนอยู่แอฟริกา กำลังเดินทางไปพบประธานาธิบดีประเทศหนึ่ง

เปรมกับทักษิณ

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




ในยามนี้ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีกลายเป็นข่าวใหญ่เคียงคู่กัน

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ทั้งคู่มีความ"เหมือน" และ"ต่าง"หลายแง่มุม

เหมือนกันอย่างยิ่งคืออยู่ในตำแหน่งยาวนาน

พล.อ.เปรม 3 สมัย 8 ปี

พ.ต.ท.ทักษิณ 2 สมัย 5 ปี

ที่ต่างกันอย่างยิ่งก็คือ ตัวตน รสนิยม!

พล.อ.เปรม สุขุม ลุ่มลึก พูดน้อยถึงน้อยมากๆ

โปรดปรานการร้องเพลง เล่นเปียโน ดูกีฬา โดยเฉพาะมวย?

พ.ต.ท.ทักษิณ โผงผาง คิดเร็วทำเร็ว พูดเก่งจนหลายๆครั้งกลายเป็นพูดเกิน

ชอบอาหารดีๆหรูๆ ไวน์รสเลิศ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกอล์ฟกับคนรู้ใจ

ลูกน้องบริวารเรียกขานอดีตนายกฯคนแรกว่า "ป๋า"

ทุกคนภาคภูมิใจถ้าได้เข้าทำเนียบ "ลูกป๋า"

ขณะที่อดีตนายกฯคนที่สอง ได้รับการเรียกขานจากลูกน้องบริวารว่า "(เจ้า)นาย"

ใครต่อใครต่างแก่งแย่งกันเป็น "เด็กนาย"

เมื่อครั้งบริหารประเทศ "ป๋า"กับลูกๆเผชิญมรสุมหนักๆหลายลูก

สภาพเศรษฐกิจถึงขั้นเงินคงคลังเกลี้ยง แทบไม่มีจ่ายเงินเดือนข้าราชการ

หนักหน่วงจนต้องลดค่าเงินบาท

สภาพสังคมแบ่งข้าง"ขวา-ซ้าย" แยกขั้ว"แดง-น้ำเงิน"

การสู้รบด้วยกำลังอาวุธยังเข้มข้นตามป่าเขา และชายแดน

ก่อนใช้นโยบายการเมืองนำการทหารดับไฟสงครามภายในลงได้

สภาพการเมืองตึงเครียดทั้งในและนอกสภา แม้จะครองตำแหน่งยาวนาน ทว่าไม่เคยอยู่ครบวาระ

ต้องยุบสภา แล้ว"รับเชิญ"เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง??

เมื่อครั้งบริหารประเทศ "(เจ้า)นาย"กับลูกน้องเผชิญมรสุมหนักๆเช่นกัน

สภาพเศรษฐกิจเพิ่งฟื้นจากวิกฤตต้มยำกุ้ง มีไอเอ็มเอฟเป็นเจ้าหนี้ใหญ่

นายกฯต้องสวมบทซีอีโอ บริหารจัดการแบบเอกชนกว่าจะฝ่าวิกฤตออกมาได้

สภาพสังคมแบ่งข้าง"ประชานิยม-อนุรักษ์นิยม" แยกขั้ว"แดง-เหลือง"

ไม่มีการสู้รบด้วยกำลังทหารตามป่าเขา และชายแดน

แต่เปลี่ยนมาทำสงครามด้วยข่าวสาร เงิน และม็อบ

สภาพการเมืองอึดอัดอึมครึม เพราะรวบยอดทุกเรื่องไว้กับคนๆเดียว

ยิ่งนานวัน ศัตรูยิ่งเพิ่ม เพื่อนยิ่งลด!!

พล.อ.เปรมถูกปฏิวัติ 2 ครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเจอ 1 ครั้ง

2 ครั้งแรก คณะก่อการกลายเป็นกบฏ

ขณะที่ครั้งหลังสุด คณะก่อการได้รับชัยชนะ

วันนี้ทั้ง 2 อดีตนายกฯ ยังบารมีล้นเหลือ

แต่ "แตก"กันสุดข้าง "ต่าง"กันสุดขั้ว?!

แดงล้อมทำเนียบ แม้วนัดแฉ ผู้มีบารมีนอกรธน.

ที่มา ข่าวสด

คือใคร-มายุ่งอย่างไร "3หมื่น"ตีนตบกระหึ่ม ลั่นยืดเยื้อ-ไล่รัฐบาล มาร์คเฉยเชื่อตร.เอาอยู่




แดงเถือก- ม็อบเสื้อแดงจำนวนมากนัดรวมตัวกันที่สนามหลวง ก่อนเคลื่อนขบวนยาวเหยียดไปตามถนนราชดำเนิน เข้าปิดล้อมทำเนียบ โดยมีรถเครนคอยยกตู้คอนเทนเนอร์ที่ขวางทางออกเป็นระยะๆ ประกาศชุมนุมยืดเยื้อจนกว่ารัฐบาลจะลาออก

ม็อบแดงปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลเรียบร้อย ระดมพลทัพใหญ่เคลื่อนจากสนามหลวงมาถึงภายในไม่กี่ช.ม. แม้จะเจอตู้คอนเทนเนอร์ รถผู้ต้องขัง และตำรวจ-ตชด.จำนวนมากตั้งแถวขวาง แต่ก็ต้านไม่อยู่ผลักดันจนท.จนต้องล่าถอย ใช้รถเครนยกตู้ทิ้งลงคลอง แล้วยังยกไปตั้งขวางประตูเข้าออกทำเนียบ แกนนำตั้งเวทีใหญ่บนสะพานชมัยมรุเชฐ ประกาศปักหลักยืดเยื้อจนกว่ารัฐบาลมาร์คจะลาออก ผบช.น. ประเมินช่วงสูงสุดม็อบมีจำนวน 3 หมื่น เชื่อตร.ยังรับสถานการณ์ได้ โดยมีทหาร 21 กองร้อย 3 พันนายมาสนับสนุน "มาร์ค"กับ"เทือก"เข้าทำงานทำเนียบตอนเช้าก่อนออกไปก่อนที่ม็อบจะเคลื่อน ยันไม่แทรกแซงปล่อยเป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่จัดการตามกฎหมาย ช่วง 2 ทุ่ม"แม้ว"โฟนอินเข้ามาท่ามกลางเสียงเฮ เขย่าหัวใจ-ตีนตบดังกระหึ่ม ประกาศตั้งแต่ 27 มี.ค.จะวิดีโอลิงก์เข้ามาทุกวัน นัดรอฟังผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญคือใคร และเข้ามายุ่งการเมืองอย่างไร จะแฉให้หมด ปลุกสู้ทวงคืนประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีประเทศไทย

-ทัพเสื้อแดงทยอยถึงสนามหลวง

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงบริเวณท้องสนามหลวงว่า ตั้งแต่เช้าตรู่มีผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดทยอยเดินทางด้วยรถโดยสารและรถตู้มาถึงท้องสนามหลวงจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่างนำสัมภาระ เสื้อผ้า และอุปกรณ์พักค้างคืนติดตัวมา ทั้งนี้แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งเวทีปราศรัยขนาดใหญ่ หันหน้าเวทีไปทางวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีแนวร่วมจากกลุ่มต่างๆ สลับกันขึ้นเวทีปราศรัย ท่าม กลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 200 คนดูแลความสงบเรียบร้อย ส่วนการจราจรรอบสนามหลวงติดขัดอย่างมาก เนื่องจากมีผู้ชุมนุมนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดรอบสนามหลวง ทั้งบริเวณถนนราชดำเนิน และถนนรอบสนามหลวง และสะพานพระปิ่นเกล้า

ต่อมาเวลา 09.59 น.นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง พร้อมแนวร่วมทำพิธีบวงสรวงเทพยดา องค์จตุคามรามเทพ และราหู เพื่อให้การชุมนุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จและปลอดภัย

-นำรถเครนไปยกตู้คอนเทนเนอร์

จากนั้นเวลา 10.10 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. กล่าวว่า ขณะนี้เกิดปรากฏการณ์รัฐบาลสั่งการเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบก ทหารและตำรวจไปข่มขู่ผู้ประกอบการรถยนต์ไม่ให้รับจ้างผู้ชุมนุมเสื้อแดงเหมามาที่สนามหลวง นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟบางแห่งไม่ขายตั๋วให้กับผู้ชุมนุม รวมทั้งมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำรถยนต์ไปจอดขวางหน้าบ้านแกนนำบางคน ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาได้ กลุ่มเสื้อแดงบางแห่งจำเป็นต้องตอบโต้ อาทิ จ.ขอนแก่น

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ส่วนบริเวณทำเนียบรัฐบาลมีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งวางขวาง ทำเหมือนทำเนียบเป็นท่าเรือคลองเตย แต่กลุ่มเสื้อแดงเตรียมรับมือไว้แล้วโดยจัดเตรียมรถยกขนาดใหญ่ 2 คันไว้คอยยกตู้คอนเทนเนอร์ออกแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องนำลวดหนาม รถบด รถดับเพลิงและตู้คอนเทนเนอร์มากีดขวาง เนื่องจากพวกเราจะไม่บุกยึดภายในทำเนียบ รวมทั้งกระแสข่าวจะไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่เป็นความจริง

-"ทักษิณ"ใส่เสื้อแเดงโฟนอินทุกวัน

นายจตุพรกล่าวต่อว่า การเคลื่อนขบวนของกลุ่มเสื้อแดงจะใช้เส้นทางถนนราชดำเนินทั้งสองฝั่ง ก่อนหยุดปักหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อประกาศจุดยืน แล้วเคลื่อนต่อไปยังทำเนียบ ทั้งนี้ หลังจากยึดพื้นที่โดยรอบทำเนียบ อาจใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายไปยังสถานที่ราชการสำคัญต่างๆ แต่ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวันอีกครั้ง การชุมนุมครั้งนี้พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะสื่อสารผ่านวิดีโอลิงก์มายังสถานที่ชุมนุมทุกวัน โดยพ.ต.ท.ทักษิณจะสวมเสื้อสีแดง หากวันนี้พร้อมก็อาจจะสื่อสารกัน

นายจตุพรกล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้กลุ่มเสื้อแดงจะยกระดับการต่อสู้เพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ แต่คิดว่าผู้บริหารประเทศตัวจริงไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ แต่เป็นอำมาตย์คนหนึ่งและขณะนี้แสดงตนออกมาแล้ว หากยังปล่อยให้อำมาตย์คนนี้มีอำนาจอยู่ประเทศจะไม่เจริญก้าวหน้า นอกจากนี้การชุมนุมมีกระแสข่าวว่าทหารและตำรวจส่งคนเข้ามาก่อกวน ตนอยากฝากถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากต้องการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสังเกตการณ์ขอให้มาแสดงตนจะได้ไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา เพราะอาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว คิดว่าพล.อ.อนุพงษ์น่าจะมีเกียรติและคงไม่มีคำสั่งหรือการกระทำเช่นนั้นอีก

-คุยตั้งเวทีชุมนุมยืดเยื้อเป็นเดือน

นายจตุพรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทราบว่ามีทหารเข้ามาประจำการภายในและผลักดันตำรวจออกมาด้านนอก การกระทำดังกล่าวทำเหมือนตำรวจเป็นพลเมืองชั้น 2 ทั้งนี้ภายหลังเสื้อแดงไปปักหลักรอบทำเนียบ หากนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ จะเข้าทำเนียบก็เข้ามาได้ กลุ่มเสื้อแดงยังใช้ข้อเรียกร้องเดิมคือขับไล่รัฐบาลและนายอภิสิทธิ์ ทั้งนี้อยากขอร้องไปยังม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ขอให้ส่งรถสุขามาด้วย ครั้งที่ผ่านมาส่งมาเพียง 5 คัน กทม.อ้างว่าต้องใช้ในการประชุมอาเซียนซัมมิต แต่ครั้งนี้ไม่มีข้ออ้างแล้ว การชุมนุมครั้งนี้ยืนยันยืดเยื้อยาวนาน ไม่ใช่แค่ 3-4 วัน แต่เป็นเดือน โดยจะตั้งเวทีปราศรัยที่สะพานชมัยมรุเชฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเวทีปราศรัยที่สนามหลวงมีประกาศว่าช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมบางส่วนไปรับเช็ค 2,000 บาทก่อนจะตามมาสมทบ บางส่วนนำเช็คมาบริจาคเป็นทุนชุมนุมขับไล่รัฐบาล ขณะที่นางไพจิตร อักษรณรงค์ อดีตนักร้องชื่อดัง ถูกทุบกระจกรถยนต์เสียหายระหว่างมาร่วมชุมนุม

-บช.น.ระดมไฮเทคจับตาม็อบ

เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 บช.น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.เป็นประธานประชุมร่วมผู้บังคับบัญชาศปก.ตร. โดยมีพล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน ก่อนประชุม ผบช.น. ทดสอบนำสัญญาณภาพจากทีวีทุกช่อง รวมทั้งทีวีที่สนับสนุนแต่ละฝ่าย อาทิ ดีทีวี และเอเอสทีวี ถ่ายทอดเข้ามายังศูนย์ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานโดยบันทึกเทปและเฝ้าฟังการนำเสนอข่าวทุกความเคลื่อนไหว และตรวจสอบกล้องซีซีทีวีของศูนย์สืบสวนบช.น. และบก.จร. ที่เป็นชุดใหม่มีขนาดเล็กเก็บซ่อนตามจุดสำคัญต่างๆ ตลอดเส้นทางการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมและพื้นที่โดยรอบทำเนียบรวมทั้งสถานที่ใกล้เคียง

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.วรพงษ์แถลงภายหลังประชุมว่า สันติบาลรายงานข้อมูล ณ เวลานี้มีผู้ชุมนุมที่สนามหลวงอยู่ 15,000 คน ยังมีทยอยจากต่างจังหวัดเข้ามาเพิ่มอีก ซึ่งประเมินไว้ที่ 25,000 คน ตำรวจยังไม่ชี้ชัดว่าจะมีความรุนแรง แต่มาตรการต่างๆ เตรียมป้องกันเอาไว้ไม่ประมาท โดยเน้นย้ำกำลังพลให้อดทนอดกลั้น พยายามดูแลกำลังพลไม่ให้เครียด ไม่ให้เหนื่อยเกิน การส่งกำลังบำรุงปรับแผนให้เหมาะสม ผลัดเปลี่ยนจาก 24 ช.ม.ต่อผลัดเป็นผลัดละ 12 ช.ม. ระหว่างพักมีที่พัก ที่นอน พัดลม ทีวีบริการ ยังเชื่อมั่นแกนนำผู้ชุมนุมที่ยืนยันจะชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ ถูกต้องตามกฎหมาย ตำรวจและแกนนำคิดตรงกันเป็นห่วงเรื่องมือที่สาม การรักษาความปลอดภัยทำเนียบ ความรับผิดชอบหลักเป็นของตำรวจ ส่วนทหารมาในฐานะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตามที่ร้องขอ

-ไม่มีคำสั่งตัดสัญญาณโฟนอิน

ผบช.น.กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้รับคำสั่งเรื่องสกัดสัญญาณที่พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินมาถึงผู้ชุมนุม ส่วนการสกัดผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดก็ไม่มีเช่นกัน เป็นเรื่องสิทธิตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ตำรวจเพียงตั้งด่านตรวจค้นอาวุธและสิ่งของผิดกฎหมาย ยาเสพติด ซึ่งทำตามปกติ ด่านตรวจ 200 จุดทั่ว กทม.คืนที่ผ่านมายังไม่มีรายงานพบสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณก็เฝ้าฟังและวิเคราะห์โดยมีฝ่าย กฎหมายดูแลอยู่ สำหรับการปฏิบัติหากผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าทำเนียบก็จะปฏิบัติไปตามขั้นตอนที่ศาลปกคลองวางแนวให้คือจากเบาไปหาหนัก เป็นไปตามหลักสากล

-วางตู้คอนเทนเนอร์ปิดทางม็อบ

ส่วนการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลช่วงเช้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีทหาร ตำรวจ และอปพร. เกือบหมื่นนายกระจายกำลังอยู่เต็มพื้นที่ทำเนียบ นอกจากนี้ภายในรั้วทำเนียบยังมีรถดับเพลิง รถน้ำ รถบดถนน รถขังผู้ต้องหา และลวดหนามมากั้นเป็นแนวรอบกำแพงรวมทั้งด้านบนกำแพงด้วย ขณะเดียวกันยังมีตู้คอนเทนเนอร์วางกั้นตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะสะพานอรทัย เส้นทางเข้า-ออกทำเนียบ มี 2 ตู้วางสลับฟันปลาเพื่อเปิดทางให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผ่านเข้า-ออก

ด้านสะพานมัฆวานรังสรรค์ มีตู้คอนเทนเนอร์และรถขังผู้ต้องหาขวางกั้น โดยเปิดช่องให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รวมถึงรถของนายกฯ และ รมต.ผ่านเข้าออกได้เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น ส่วนบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐไม่มีสิ่งกีดขวางเหมือนที่ผ่านมา มีเพียงรั้วเหล็กของทำเนียบปิดทางเข้าถนนเลียบคลองเปรมประชากรเพียงชั้นเดียวเท่านั้น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ามีตู้คอนเทนเนอร์ 8 ตู้วางเรียง 2 ชั้น ปิดตายไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้เส้นทางเลียบคลองเปรมประชากรผ่านเชิงสะพานอรทัย เพื่อไปบริเวณถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม บริเวณประตู 7 ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เตรียมจัดเส้นทางถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมไว้ให้รถของผู้ใหญ่ในรัฐบาลใช้เดินทางเข้าทำงานในทำเนียบ

ส่วนบริเวณประตูทางเข้า-ออกทำเนียบทั้งหมด มีสิ่งกีดขวาง อาทิ รถบดถนน รถขังผู้ต้องหา ลวดหนามกั้นตลอดแนว บรรยากาศของถนนรอบทำเนียบมีรถสัญจรไปมาบางตา เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่รู้ข่าวการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจึงหลีกเลี่ยงใช้เส้นทาง ขณะที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบส่วนใหญ่ลาราชการเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น

-"มาร์ค"พร้อมคุย"แม้ว"ถ้ายอมรับกม.

เมื่อเวลา 07.20 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ไปแสดงความยินดีครบรอบ 39 ปีของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 โดยมีนายประวิทย์ มาลีนนท์ ประธานผู้บริหารให้การต้อนรับ จากนั้นเวลา 07.30 น.นายกฯ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ร่วมออกรายการเรื่องเล่าเช้านี้ โดยกล่าวเรียกร้องกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งข้อเรียกร้องปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลสนใจและดำเนินการ แต่ต้องเข้าใจว่าไม่มีเพียงกลุ่มเดียวที่คิดแบบนี้ หากทำตามคนกลุ่มอื่นๆ ก็จะออกมา รัฐบาลจึงต้องรับฟังจากทุกกลุ่มและต้องเป็นกลาง ส่วนการรับมือนั้นยืนยันรัฐบาลไม่ประมาท ทางการข่าวรายงานตลอด เพราะรู้ดีว่าครั้งนี้ความเข้มข้นอาจมากกว่าที่ผ่านมา แต่ยืนยันจะไม่ทะเลาะกับใคร ใช้ความนิ่มนวล เพียงแต่รัฐบาลต้องรักษากฎหมาย แม้กลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมยืดเยื้อ รัฐบาลและตนก็จะเดินหน้าทำงานต่อ

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะพูดคุยกับพ.ต.ท. ทักษิณ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้มีเรื่องของกฎหมายอยู่ แม้จะไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องรักษาความถูกต้องและกฎหมาย ถ้าพ.ต.ท. ทักษิณยอมรับในกระบวนการทางกฎหมายคงจะพูดคุยกันได้อยู่แล้ว การเคลื่อนไหวหรือการชุมนุมใดๆ ขอให้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะขณะนี้สังคมแสดงออกชัดเจนว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้า ที่สำคัญไม่ควรนำบุคคลและสถาบันที่ทุกคนเคารพและเทิดทูนมาอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง

ปะทะ- ม็อบเสื้อแดงเปิดฉากปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะๆ ระหว่างเคลื่อนกำลังจากสนามหลวงไปตามถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าปิดล้อมทำเนียบ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องยอมปล่อยให้ผ่านด่านเพราะเกรงจะเกิดเหตุบานปลายมากขึ้น



-เข้าทำงานทำเนียบตามปกติ

ต่อมาเวลา 08.30 น.นายกฯ เป็นประธานมอบเช็คช่วยชาติ ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพฯ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีเดินทางต่อมายังทำเนียบทันที เมื่อมาถึงได้ขึ้นไปยังห้องทำงานใช้เวลาอยู่นาน 30 นาที

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า มีรายงานมาเป็นระยะ ช่วงนี้เข้าใจว่ากลุ่มผู้ชุมนุมกำลังรวมตัวกันที่สนามหลวง เมื่อถามว่าโฆษกกระทรวงกลาโหมระบุการข่าวของทหารยืนยันว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ย้ำกับนายสุเทพ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง และย้ำเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าต้องอดทนอดกลั้นเป็นพิเศษ เพราะการชุมนุมจะมีลักษณะยั่วยุ

เมื่อถามว่าจะมีการปาประทัดยักษ์เข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม นายกฯ ย้อนถามว่า "ใครปา เรื่องนี้ยังไม่มีข่าว จะพยายามดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย และอยากย้ำว่าต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าให้ได้" เมื่อถามว่าหากมีเหตุการณ์รุนแรงใครจะเป็นผู้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมายคือตน ครม. และผู้เกี่ยวข้องจะร่วมกันพิจารณา

-เลี่ยงตอบตัดสัญญาณโฟนอินหรือไม่

ต่อข้อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ประเมินว่าการชุมนุมครั้งนี้จะมีความรุนแรงสอดคล้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เท่าที่ฟังเสียงก็ระดมกันเข้มข้นเป็นพิเศษ จึงย้ำกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องพร้อม และอดทนอดกลั้นเป็นพิเศษด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลต้องพร้อมรับมือและตัดสินใจอย่างเหมาะสม จะไม่ทำอะไรรุนแรงแต่จะทำหน้าที่รักษากฎหมาย ตามแนวปฏิบัติซึ่งเป็นที่ยอมรับได้

เมื่อถามว่าการชุมนุมครั้งนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า มีความเคลื่อนไหวมาตลอด สิ่งสำคัญคือดูแลควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะการชุมนุมใหญ่ลักษณะนี้ในปีนี้ถ้านับไม่ผิดน่าจะเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะดูแลการโฟนอินของพ.ต.ท. ทักษิณอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทุกคนต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง รัฐบาลต้องรักษากฎหมาย เมื่อถามว่าถ้ายั่วยุจะตัดสัญญาณหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าพูดอะไรล่วงหน้าเพราะยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ยังมั่นใจว่าจะควบคุมสถาน การณ์ได้โดยไม่ต้องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มั่นใจ ส่วนวันที่ 27 มี.ค.จะเข้าทำงานที่ทำเนียบหรือไม่ต้องดูตามกำหนดการ แต่เข้าใจว่าต้องไปตอบกระทู้ในการประชุมวุฒิสภา อย่างวันนี้เดิมไม่มีกำหนดการที่สภา แต่ประธานนัดประชุมก็ต้องยกเลิกงานที่เมืองทองธานี

-"เทือก"ปล่อยจัดการตามหน้าที่

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้ามาทำเนียบเวลา 08.25 น. โดยใช้เส้นทางสะพานมัฆวานรังสรรค์ เข้าประตู 7 จากนั้นนายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ปล่อยเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ต้องเคารพความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ เพราะมีประสบการณ์และเข้าใจสถานการณ์ดี ในอดีตที่ผิดพลาดเพราะฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซง กดดันมากเกินไป จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานผิดไปจากหลักการปกติ จนเกิดความวุ่นวาย

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่เพราะฝ่ายทหารวิเคราะห์ว่าอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรง นายสุเทพกล่าวว่า ตนติดตามสถานการณ์ จะเห็นว่าฝ่ายที่ดำเนินการมีเป้าหมายและขั้นตอนชัดเจน และพยายามยกระดับการเคลื่อนไหวให้ไปสู่เป้าหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องประเมินสถานการณ์ และปรับขีดความสามารถ กระบวนการรับมือตามที่เห็นสมควร เมื่อถามว่าจะสกัดกั้นการเคลื่อนขบวนของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันนี้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่คิดว่าจะสกัดกั้น แต่ในส่วนที่ตำรวจดำเนินการคือไม่ต้องการให้นำอาวุธเข้ามา

-ถ้ารุนแรงเตรียมประชุมครม.พิเศษ

เมื่อถามว่าถ้ามีสถานการณ์ฉุกเฉินใครจะตัดสินใจ นายสุเทพกล่าวว่า นายกฯ มอบหมายตนดูแลเรื่องความมั่นคง ถ้าอยู่ในวิสัยที่ตัดสินใจเองได้ตนจะดำเนินการ แต่ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงต้องหารือกับนายกฯ หรืออาจนัดประชุม ครม.เป็นพิเศษ แต่ภาวนาว่าขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เมื่อถามว่าเตรียมกำลังตำรวจ ทหารไว้มากขนาดนี้เพราะประเมินว่าสถานการณ์จะรุนแรงใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวพร้อมหัวเราะว่า "ก็ไม่เบา แต่เราต้องเตรียมให้พร้อม"

จากนั้นเวลา 08.50 น. ผบช.น.เข้ารายงานนายสุเทพก่อนที่ม็อบจะเคลื่อนขบวนออกจากสนามหลวงมาปิดล้อมทำเนียบ ผบช.น.กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้คงไม่รุนแรง เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะดาวกระจายไปยังสถานที่สำคัญ ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ และรัฐสภา ผบช.น.กล่าวว่า เรื่องดาวกระจายนั้นมีแน่

-เที่ยงครึ่งส่งสัญญาณเคลื่อนม็อบ

สำหรับการชุมนุมที่สนามหลวง เวลา 12.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงประกาศบนเวทีให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนไปบริเวณหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีรถจักรยานยนต์ประมาณ 50 คันเป็นแนวหน้า ตามด้วยรถขยายเสียง 4 คัน และรถยก 2 คัน ส่วนบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า ผู้ชุมนุมนำรั้วเหล็กมากั้นปิดเส้นทางไม่ให้รถผ่านไปมา ขณะที่ผู้ชุมนุมเข้ายึดพื้นที่ถนนราชดำเนินในทั้ง 2 ฝั่ง กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหน้าเคลื่อนไปปิดแยกคอกวัวและบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้รถประจำทางและรถกระบะจอดขวางตามทางแยก

เวลา 13.10 น.กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนมาปักหลักบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประกาศจุดยืนขับไล่รัฐบาลและเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ลาออก ก่อนเคลื่อนมาบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ หยุดพักนาน 5 นาทีเพื่อถ่ายภาพเป็นสัญลักษณ์ แล้วเคลื่อนต่อผ่านหน้ากระ ทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระ ทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

-ผ่านหน้าทบ.-ประกาศไล่"ป๊อก"ไขก๊อก

เมื่อผู้ชุมนุมเคลื่อนผ่านมาถึงหน้ากองบัญชาการกองทัพบก นายณัฐวุฒิปราศรัยผ่านรถขยายเสียงเรียกร้องพล.อ.อนุพงษ์ลาออกจากผบ.ทบ. เพื่อคืนประชา ธิปไตยให้ประชาชน ก่อนเคลื่อนมายังสะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งมีตำรวจ 500 นายปักหลักรออยู่ พร้อมรถขนผู้ต้องขัง 10 คัน ตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมากกีดขวางเส้นทางเข้าทำเนียบฝั่งริมคลองผดุงกรุงเกษม แต่ผู้ชุมนุมสามารถเคลื่อนผ่านสะพานมัฆวานฯ ไปได้โดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

กระทั่งเวลา 13.50 น.ผู้ชุมนุมเคลื่อนมาถึงหน้าทำเนียบฝั่งถนนพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอร้องอย่าทำลายทรัพย์สินและอย่าใช้ความรุนแรง สร้างความไม่พอใจให้ผู้ชุมนุมซึ่งโห่ไล่เสียงดังกระหึ่ม จากนั้นผู้ชุมนุมกระจายปิดล้อมด้านหน้าทำเนียบและเคลื่อนกำลังประชิดรถขนผู้ต้องขัง 4 คัน ตู้คอนเทนเนอร์ 6 ตู้ที่ตั้งขวางอยู่ด้านข้างสะพานอรทัย บนถนนนครปฐม

-ใช้เครนยกตู้ขวางทางทิ้งลงคลอง

นายณัฐวุฒิประกาศขอความร่วมมือผู้ชุมนุมช่วยกันเคลื่อนย้ายรถคุมผู้ต้องขังซึ่งถอดแบตเตอรี่และล็อกพวงมาลัยที่จอดขวางอยู่ จากนั้นเคลื่อนรถเครนยกเข้ามายกตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ทิ้งลงคลองเปรมประชากร ซึ่งด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์มี ตชด.ประมาณ 500 นายในชุดปราบจลาจลพร้อมโล่ยืนรักษาการณ์อยู่ เมื่อผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดออกมาจากเส้นทางได้ก็เคลื่อนเข้าไปประชิดตำรวจ ก่อนใช้กำลังผลักดันแนวเจ้าหน้าที่จนเกิดการยื้อยุด ผู้ชุมนุมบางส่วนใช้ขวดน้ำขว้างปาเข้าใส่ จนเจ้าหน้าที่ต้องล่าถอย

ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่ข้างพาณิชย์พระนครได้เคลื่อนเข้าไปหาตำรวจที่ปักหลักอยู่บริเวณสะพานอรทัย เรียกร้องให้ย้ายกำลังออกนอกทำเนียบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้ความร่วมมือไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ

-3 หมื่นคนปิดล้อมทุกด้านสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบทั้ง 4 ด้าน ทั้งถนนราชดำเนิน ถนนพิษณุโลก ถนนนครปฐม และถนนริมคลองผดุงกรุงเกษม รวมยอดประมาณ 30,000 คน จากนั้นพยายามผลักดันเจ้าหน้าที่ที่ตั้งแนวอยู่รอบๆ พื้นที่นอกทำเนียบออกไป

ภายหลังม็อบเสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารภายในทำเนียบกระจายกำลังเข้าประจำจุดต่างๆ อาทิ ประตูด้านสะพานมัฆวานฯ สะพานชมัยมรุเชฐ สะพานอรทัย และแนวรั้วหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทหารรีบเสริมรั้วลวดหนามตามแนวป้องกันการบุกรุกทุกจุด เช่น บริเวณตู้คอนเทนเนอร์บนสะพานอรทัย สะพานมัฆวานฯ โดยภายในตู้คอนเทนเนอร์นำถุงทรายใส่ไว้ด้วยเพื่อถ่วงน้ำหนักป้องกันการยก ทำลาย เคลื่อนย้าย

-จนท.แตกตื่นเก็บของรีบกลับบ้าน

เจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียงขนาดใหญ่รอบทำเนียบ ทั้งที่ตึกสันติไมตรี ประตู 8 ประตู 5 ขอความร่วมมือชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ รักษากฎหมาย อย่าทำลายทรัพย์สินหรือบุกรุกสถานที่ราชการ และให้คิดว่าเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร เป็นเหมือนลูกหลานที่มาดูแลความปลอดภัย จะใช้วิธีเจรจาอย่างสันติวิธี หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมในทางไม่ดี พยายามยั่วยุขอให้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

ทั้งนี้เมื่อกลุ่มเสื้อแดงล้อมพื้นที่ทำเนียบได้แล้ว ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ภายในต่างแตกตื่นตกใจ รีบเก็บข้าวของสัมภาระและเอกสารสำคัญๆ ทยอยออกจากทำเนียบอย่างเร่งรีบ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ประสานแกนนำ นปช.ขอเปิดเส้นทางประตูอรทัย ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่เดินเท้าออกไป

-มท.1 ไม่รู้มี"เสื้อน้ำเงิน"อีกม็อบ

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 3 หมื่นคน ส่วนความรุนแรงตนเป็นห่วงระดับหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบ กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ตั้งวอร์รูม ติดตามสถานการณ์การชุมนุม เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของรองนายกฯ กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ติดตามการเดินทางเข้ามาของกลุ่มผู้ชุมนุมจากการรายงานของผู้ว่าฯ เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานว่ากลุ่มคนเสื้อน้ำเงินจะรวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อป้องกันกลุ่มเสื้อแดงบุกยึดสนามบิน นายชวรัตน์กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเสื้อน้ำเงินใครก็ใส่ได้

- ชายฉกรรจ์เสื้อน้ำเงินพรึบสุวรรณภูมิ

รายงานข่าวจากมหาดไทยแจ้งว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่กว่า 100 คนในสังกัดนักการเมืองใหญ่กลุ่มเพื่อนเนวิน สวมเสื้อสีน้ำเงิน มีข้อความว่า"ปกป้องสถาบัน" ไปประจำที่ศูนย์ซ่อมบำรุงภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมป้องกันสนามบินหากกลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนไปปิดล้อม

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน มีข้อความ"สงบ สันติ สามัคคี" มารวมกลุ่มกันประ มาณ 300 คน ที่ลานเอนกประสงค์อาคารซ่อมบำรุง สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนใหญ่เดินทางโดยรถตู้มาจากจ.ปทุมธานี ชัยนาท ลพบุรี และพระนครศรี อยุธยา โดยตั้งเต็นท์ก่อนแยกย้ายกันพักผ่อน

ส่วนบรรยากาศโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิมีกำลังตำรวจและทหารมารักษาการทั้งรอบนอกและอาคารผู้โดยสารกว่า 500 นาย รวมทั้งตั้งจุดตรวจทางเข้าทางออกสนามบินทุกจุด

ม็อบลุย- ภาพเหตุการณ์ม็อบเสื้อแดงรวมตัวกันที่สนามหลวงช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค. ก่อนเคลื่อนกำลังไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ระหว่างทางเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่บ้างประปราย พร้อมใช้รถเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ที่ตำรวจนำมาขวางทางโยนทิ้งน้ำ และบางส่วนก็ยกไปปิดทางเข้าทำเนียบ



-"ประวิตร"ประชุมสภากลาโหม

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานสภากลาโหม เป็นประธานประชุมสภากลาโหม โดยมีพล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกา บาตร์ ผบ.สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และบรรดา 5 เสือทุกเหล่าทัพเข้าร่วม

พล.ร.อ.กำธรกล่าวก่อนประชุมถึงการชุมนุมใหญ่ของม็อบเสื้อแดงว่า ไม่น่ารุนแรง กลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่าจะอยู่ชั่วคราว ถึงงานกาชาดก็เลิก คงไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น สำหรับการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณที่ขู่แฉผู้อยู่เบื้องหลังรัฐประหารต่อนั้น ให้ความคิดเห็นไม่ได้ ยังไม่ทราบว่าจะพูดเรื่องอะไร แต่ไม่เป็นไร ลองฟังดู

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะเพื่อน ตท.10 เป็นห่วงหรือไม่ว่ายิ่งพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินบ่อยครั้งยิ่งทำให้ประเทศชาติแย่ลง พล.ร.อ.กำธรกล่าวว่า ตนเป็นห่วงว่าถ้าโฟนอินเข้ามาบ่อยๆ จะทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย ตนคงไม่ฝากพ.ต.ท.ทักษิณหยุดโฟนอิน ไม่อยากพูดอะไร

-แจงใช้ทหาร 21 กองร้อย 3 พันคน

ต่อมาพล.อ.ประวิตรแถลงภายหลังประชุมว่า เจ้าหน้าที่พยายามดูแลสถานที่ราชการให้ดีที่สุด หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ทุกคนเป็นคนไทยอย่าให้มีสีเสื้อ มีอะไรพูดจากัน คิดว่าทุกฝ่ายรับฟังโดยเฉพาะรัฐบาลรับฟังทุกเรื่อง เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะเจรจากับแกนนำคนเสื้อแดง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้จะเจรจาเรื่องใด ไม่มีเรื่องเจรจา สำหรับกำลังทหารใช้ 21 กองร้อย ประมาณ 3,000 นาย ดูแลสถานที่สำคัญทางราชการ จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาสถานที่ราชการเท่านั้น ไม่ปะทะหรือใช้ความรุนแรงนอกจากจะเข้ามาในเขตสถานที่ราชการ ทุกอย่างมีกฎหมายบังคับอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าเสื้อแดงระบุว่ากองทัพใช้ 2 มาตร ฐานดูแลผู้ชุมนุม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ขอโทษครับ ตอนนี้คนละรัฐบาล ทหารทำตามรัฐบาล ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจของทหาร รัฐบาลสั่งอย่างไรทำอย่างนั้น เปรียบเทียบอย่างนั้นไม่ได้ ขึ้นกับรัฐบาลที่ผ่านมาใช้ทหารแค่ไหน รัฐบาลชุดนี้ใช้ทหารแค่ไหน มีอำนาจใช้เหมือนกัน ดังนั้นไม่แปลกอะไรเลย"

- รัฐบาลที่แล้วไม่อยากใช้ทหาร

เมื่อถามว่าแสดงว่ารัฐบาลที่ผ่านมาใช้ทหารไม่เป็น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่ใช้ไม่เป็น อาจไม่อยากใช้ก็ได้ เมื่อถามว่ารัฐบาลที่ผ่านมาประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ แต่ทหารไม่ยอมออกมา พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีการไม่ปฏิบัติ รัฐบาลมีอำนาจ ลองทหารไม่ปฏิบัติรัฐบาลก็ปลดออกได้ วันนี้ทหารทำตามคำร้องขอของตำรวจ ให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

เมื่อถามว่าเป็นการเลี่ยงบาลีทางกฎหมายเพื่อให้ตำรวจร้องขอทหารมาช่วยปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่ ตำรวจร้องขอโดยประเมินว่ามากน้อยขนาดไหน เมื่อตำรวจไม่มีกำลัง เพราะรัฐบาลมอบให้รักษาทำเนียบไว้ให้ได้ ตำรวจบอกรักษาไม่ได้หากคนมามาก ก็ร้องขอทหารมาช่วย

-"แม้ว"ต้องมีวิจารณญาณในการพูด

ต่อข้อถามว่าจะหยุดยั้งพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงไม่ เป็นเรื่องของท่าน ต้องใช้วิจารณญาณว่าควรพูดอะไร เป็นผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบคำพูด เราบอกอะไรท่านไม่ได้ เมื่อถามว่าประเมินการใช้งบที่กอ.รมน.ได้รับจากรัฐบาลเพื่อสลายเสื้อแดงที่ผ่านมาว่าได้ผลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้ผล โครงการเพิ่งเริ่ม เงินยังไม่ออกแม้แต่บาทเดียว ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่อยากไปช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ได้ละลายเสื้อเขียว เสื้อเหลือง เสื้อแดง ไม่เกี่ยว ทำเพื่อประชาชนชาวไทย ขณะนี้บ้านเมืองลำบากเรื่องเศรษฐกิจ อยากไปช่วยเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่ใช้ทหารแต่ใช้ทุกกระทรวงที่อยู่ในกอ.รมน.

เมื่อถามว่างบ 1,000 ล้านบาทที่กอ.รมน.ได้รับถือว่ามากเกินไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่น้อยหรือมาก แต่ให้กำลังพลลงไปทุกหมู่บ้าน ช่วยกันทุกกระทรวง ทบวง กรม ใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะเป็นเงินของราษฎร หวังให้ประชาชนอยู่ดีกินดี กอ.รมน.เน้นเรื่องปากท้องมากกว่า

เมื่อถามว่าทหารรับผิดชอบเรื่องความมั่นคงแต่ต้องดูแลเรื่องเศรษฐกิจ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทหารไม่เกี่ยวข้องเศรษฐกิจ ทหารอยู่ในกอ.รมน. ทุกหน่วยงานในกอ.รมน.ร่วมมือกัน ไม่ใช่ทหารมาแก้เศรษฐกิจ นายกฯ เป็นประธาน

-เน้นย้ำระวังข้อมูลลับกันรั่วไหล

ด้านพ.อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า รมว.กลาโหมเน้นย้ำที่ประชุมเรื่องปกป้องสถาบัน ปัจจุบันมีการเผยแพร่รูปภาพหรือข้อความไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบันเบื้องสูงผ่านสื่อต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชน และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ เป็นการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง จึงขอให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพช่วยกันป้องกันและแก้ไข ส่วนของเหล่าทัพแต่ละปีจะมีทหารกองประจำการหมุนเวียนเข้ามารับราชการจำนวนมาก ควรใช้ทหารเหล่านี้ ซึ่งปลดประจำการออกไปตามพื้นที่ต่างๆสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ปกป้องสถาบัน

"รมว.กลาโหมยังเน้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการตามมาตรการรักษาความปลอดภัย และการรักษาความลับทางราชการอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังการเผยแพร่เอกสารทางราชการที่กำหนดชั้นความลับไม่ให้รั่วไหล" โฆษกกลาโหมกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าวิเคราะห์ถึงสาเหตุการหมิ่นเบื้องสูงอย่างไรเพราะในอดีตไม่เคยปรากฏ พ.อ.จิตตสักก์กล่าวว่า สาเหตุหลายประการโดยเฉพาะเรื่องเหตุ การณ์บ้านเมือง มีประเด็นพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง ความขัดแย้งทางด้านการเมืองผูกโยงกับสถาบันมาตลอด เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่ยุติ การพาดพิงสถาบันก็จะเกิด หากจะยุติการเมืองต้องสงบและนิ่ง หากไม่นิ่งก็คงหาเหตุมาเกี่ยวโยงกับสถาบัน ทั้งนี้ทหารไม่ได้ติดตามการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ตำรวจดำเนินการ สิ่งใดผิดกฎหมายคงฟ้องร้อง การชุมนุมคงใช้เวลา 3 วัน หากเหตุการณ์รุนแรงมีแผนรองรับสถานการณ์ได้

-ตร.ประเมินหลังม็อบล้อมสำเร็จ

เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ในฐานะผบ.ศูนย์บัญชาการสถานการณ์ เรียกประชุมประเมินสถานการณ์ หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบสำเร็จ ใช้เวลาประชุมเกือบ 2 ช.ม. จากนั้นพล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยยึดหลักไม่กระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม หากเจ้าหน้าที่รักษาสิ่งกีดขวางโดยไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมยกออกไป อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ ตำรวจจึงยอมกลุ่มผู้ชุมนุมยกสิ่งกีดขวางออกไป ตนมอบฝ่ายกฎหมายพิจารณาถึงกรณีที่กระทำให้เกิดการเสียทรัพย์ การขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เนื่องจากบนถนนมีประกาศเจ้าพนักงานแล้ว อาจเข้าข่ายลหุโทษแต่ขอให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาก่อน

พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวอีกว่า การรักษาความปลอด ภัยภายในทำเนียบยังเข้มข้น เป็นเป้าหมายหลักสำคัญการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาได้ เมื่อถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ช่วงกลางคืนหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ห่วงใยอยู่แล้ว เท่าที่ทราบกลุ่มผู้ชุมนุมก็ห่วงใยและระมัดระวังเช่นกัน ต่างคนต่างช่วยกันดูแลระมัดระวัง ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่อาจถูกยั่วยุด้วยถ้อยคำรุนแรงหยาบคายนั้น ทุกคนได้รับการฝึกมาตั้งแต่เป็นนักเรียนตำรวจ อดทนกับความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก

-พยายามให้นายกฯเข้าทำงานได้

เมื่อถามว่าวันที่ 27 มี.ค. นายกฯ รมต.และข้าราชการยังเข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า ทุกคนเข้าทำงานได้ตามปกติ ตนจะพยายามอย่างสุดความสามารถ เรื่องนี้ต้องขอหารือเพื่อปรับแผนนิดหน่อย แก้ไขหน้างานกันไปเพราะแผนพัฒนาไปเรื่อยๆ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดวันนั้นได้รายงานรองนายกฯ ทราบโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นผบช.น.และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเดินทางออกจากทำเนียบไปยังบช.น.เพื่อประชุมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเวลา 17.00 น.

-"มาร์ค"ไปมธ.รังสิตก่อนกลับบ้าน

เมื่อเวลา 17.40 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ว่า สถาน การณ์ล่าสุดยังไม่มีอะไร เจ้าหน้าที่ยังควบคุมได้ เมื่อถามว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เมื่อถามย้ำว่าจะเข้าทำงานทำเนียบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ มาเป็นประธานเปิดโครงการชุมชนพอเพียงที่อาคารยิม 5 ธรรมศาสตร์ รังสิต โดยมีตำรวจจำนวนมากพร้อมโล่กระจายกำลังตามจุดต่างๆ โดยรอบ ทั้งนี้ก่อนหน้านายกฯ มาถึงกลุ่มเสื้อแดงรวมตัวกัน แต่สุดท้ายไม่มีอะไร กระทั่งเวลา 18.00 น. นายกฯ เดินทางกลับบ้านสุขุมวิท 31

-"ณัฐวุฒิ"จี้นายกฯอธิบายคำพูด"ธิลิ้ม"

เย็นวันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำม็อบเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง 3 ว่า ครั้งนี้ชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ทั้งหมด ต่างจากครั้งที่ผ่านมาที่ชุมนุมเพื่อแสดงเจตนารมณ์เพื่อประชาธิปไตย แต่ข้อเรียกร้องที่ผ่านมากลับถูกเพิกเฉย ครั้งนี้จะไม่ยอมให้นายกฯและครม.เข้าทำงานในทำเนียบเด็ดขาด รวมถึงรัฐบาลต้องอธิบายคำพูดของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ที่ว่า รัฐบาล ชุดนี้มาจากการอุ้มของทหารและหากไม่มีพันธมิตรจะไม่มีรัฐบาลชุดนี้ การชุมนุมครั้งนี้เตรียมการมา 1 เดือน ระดมมาทั้งประเทศเพื่อต่อสู้ยืดเยื้อไม่ใช่แค่ 2-3 วันอย่างแน่นอน

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาขวางทางคนเสื้อแดงเป็นการปิดกั้นประชาชนและยังใส่ทรายไว้ข้างใน แต่บังเอิญมีนายตำรวจหัวใจสีแดงนำเรื่องมาเล่าให้ฟังก่อน จึงเตรียมรถยกมาเปิดทาง และนำไปขวางประตูทางเข้าทำเนียบบางส่วนเพื่อปิดกั้นรัฐบาลอภิสิทธิ์เข้าทำเนียบ

-เพราะมีเหลืองวันนี้จึงมีแดง

แกนนำม็อบเสื้อแดงกล่าวอีกว่า ส่วนการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ วันนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะมีหรือไม่ แต่วันที่ 27 มี.ค. มีวิดีโอลิงก์อย่างแน่นอน ขณะที่วันอื่นๆ ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน

นายณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า "เรื่องราวทั้งหมดมีสาเหตุ ถ้าไม่มีพฤติกรรมของเหลือง จึงไม่มีแดง เมื่อมีพฤติกรรมเหลืองเช่นนี้ เลยมีแดงเช่นนี้"

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวในรายการเดียวกันว่า เท่าที่ประเมินผู้ชุมนุมมีประมาณ 30,000 คน เท่าที่คุยกับนายกฯ บอกว่าถ้าไม่มีกรณีพิเศษใดๆ จะปฏิบัติภารกิจตามเดิม หากจำเป็นต้องเข้าทำเนียบก็จะเข้าตามปกติ

-ปิดถนนตั้งเวทีสะพานชมัยฯ

ส่วนบรรยากาศการปิดล้อมทำเนียบช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเสื้อแดงขัดขวางรถเสบียงของทหารไม่ให้เข้าไปในทำเนียบ โดยปีนขึ้นไปยืนเกาะประตูคนขับและเกิดการยื้อยุดกันขึ้น ก่อนที่รถเสบียงจะยอมถอยออกไปหาทางเข้าประตูอื่น

จากนั้นนายณัฐวุฒินำม็อบไปปิดล้อมประตู 7 และ 5 ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อพบตู้คอนเทนเนอร์ 5 ตู้ ตั้งปิดหัวมุมทำเนียบทางประตู 7 จึงใช้รถเครนย้ายออก โดยยกไปปิดประตู 5 กันไม่ให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเข้าทำงาน จากนั้นใช้ตู้คอนเทน เนอร์เป็นเวทีปราศรัย ขณะที่เวทีปราศรัยหลักตั้งอยู่สะพานชมัยมรุเชฐหันหน้าเข้าหาทำเนียบ โดยติดตั้งจอโปรเจ็กเตอร์และเครื่องขยายเสียงกระจายตลอดถนนพิษณุโลกและถนนราชดำเนิน จนต้องปิดการจราจรบริเวณแยกสวนมิสกวันและมัฆวานโดยปริยาย

-ร้านค้ารอบม็อบขายดี

นายณัฐวุฒิประกาศให้ผู้ชุมนุมพักผ่อนรอเวลา โดยผู้ชายไปนอนก่อนเพื่อสลับมาร่วมชุมนุมตอนกลางคืน ส่วนผู้หญิงให้ร่วมชุมนุมและสลับไปนอนตอนกลางคืน ขณะที่ตำรวจถอนกำลังออกนอกพื้นที่โดยรอบทำเนียบด้านนอกเหลือเพียงกำลังตชด. รักษาการอยู่ภายในรั้วทำเนียบ ส่วนทหารกระจายกันอยู่ในอาคารต่างๆ

ทั้งนี้รอบบริเวณชุมนุมมีการตั้งร้านค้าแผงลอยจำนวนมาก ทั้งจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อความจริงวันนี้ ตีนตบ หัวใจตบ ป้ายคล้องคอรูปพ.ต.ท.ทักษิณ ซองพลาสติกใสกันน้ำสำหรับใส่โทรฯมือถือสกรีนรูปพ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่ร้านค้ารอบบริเวณ อาทิ สามแยกนางเลิ้ง ถนนนครสวรรค์ ตลาดนางเลิ้ง ต่างขายดิบขายดี เนื่องจากคนเสื้อแดงแวะเวียนมาซื้ออาหารและเครื่องใช้ส่วนตัวจนขายแทบไม่ทัน

-เร่งต่อสัญญาณเชื่อมนายใหญ่

ช่วงเวลา 17.00 น. ที่เชิงสะพานอรทัย ข้างทำเนียบ นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวถึงการเตรียมต่อสัญญาณวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างต่อสัญญาณเสียงและภาพเพื่อเชื่อมสัญญาณจากเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ไปยังบริเวณรอบทำเนียบที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมอยู่ หากสัญญาณเรียบ ร้อยจะเปิดให้พ.ต.ท.ทักษิณปราศรัยเข้ามาทันที หาก ไม่เรียบร้อยก็จะถ่ายทอดสัญญาณวันที่ 27 มี.ค. และทุกวันตั้งแต่เวลา 19.30-20.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณจะปราศรัยทุกวันจนกว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์จะออกไป ยอมรับว่าการต่อสัญญาณลำบากมากเพราะมีการยิงสัญญาณรบกวนการถ่ายทอดของดีสเตชั่นตลอดเวลา อยากเตือนว่าการปิดกั้นการรับข้อมูลข่าวสารของประชาชนยิ่งจะทำให้รัฐบาลพังเร็วขึ้น เพราะจะยิ่งมีประชาชนที่ถูกปิดกั้นมาเข้าร่วมชุมนุมมากขึ้น

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ระยะเวลาการชุมนุมจะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหนอยู่ที่อายุของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ถ้าไปเร็วก็เลิกเร็ว นายอภิสิทธิ์เป็นเพียงจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งเท่านั้น ยังมีผู้ควบคุมบงการอยู่เบื้องหลังอีกทอด

-ยังอุบบุกบ้านสี่เสาฯหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการวิเคราะห์ว่ากลุ่มนปช.โจมตีองคมนตรีและทหารเพื่อต้องการให้ทหารปฏิวัติ นายจตุพรกล่าวว่า ยืนยันมาตลอดว่าต่อต้านการรัฐประ หารและหากทหารออกมาจริงก็ดี เรื่องราวจะได้จบในครั้งเดียวสักที เพราะในอดีตไม่ว่า 14 ตุลา 6 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ ทหารไม่เคยฆ่าประชาชนได้เกินร้อยคนก็ต้องหนีออกไปนอกประเทศแล้ว และครั้งนี้หากปฏิวัติจริงคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินก็พร้อมจะออกมาต่อต้านทันที เพราะทหารเองก็ใช้ประโยชน์จากรัฐบาล อ่อนแอหากินกับคอมมิชชั่น

เมื่อถามว่ามีแผนดาวกระจายไปบ้านสี่เสาเทเวศร์หรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า มีข้อเสนอมาแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เมื่ออยู่กันนานก็มีแนวทางการเคลื่อนไหวมากกว่านี้แน่นอน แต่จะประกาศให้ทราบเป็นวันๆ เมื่อถามว่ามีข้อสังเกตว่ากลุ่มเสื้อแดงทำตามแผนตากสิน นายจตุพรกล่าวว่า ไม่มีแผนตากสินอะไรทั้งนั้น เป็นเรื่องจับแพะชนแกะเอาเรื่องนั้นมาผสมเรื่องนี้ จึงอยากเรียกร้องคนที่อ้างว่ามีแผนตากสินอยู่ในมือออกมาเปิดเผยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

นายจตุพร กล่าวว่า ได้รับรายงานจากอดีตรมช. คมนาคม ว่า มีการส่งกำลังทหาร 500 นาย เข้าไปประจำที่สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นการกระทำที่วิกลจริต กลุ่มเสื้อแดงยืนยันไม่มีการยึดสถานที่ราชการ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบหรือสนามบิน

-โทร.รายงานนายใหญ่ตลอดวัน

เวลา 18.30 น. นายจตุพรขึ้นปราศรัยบนเวทีว่า ได้โทรศัพท์แจ้งพ.ต.ท.ทักษิณถึงเหตุการณ์ปิดล้อมทำเนียบตลอดทั้งวัน แม้วันนี้ระบบวิดีโอลิงก์จะยังไม่สมบูรณ์ แต่พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับผู้ชุมนุมเวลา 20.00 น.วันนี้ และจะมีวิดีโอลิงก์ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.เป็นต้นไปช่วงเวลา 19.30 น. ทุกวัน

นายจตุพรยังกล่าวโจมตีกลุ่มพันธมิตรและรัฐบาล พร้อมกับยืนยันการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเพื่อโค่นล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย เพราะหากรัฐบาลชุดนี้ล้มไป แล้วแก้รัฐธรรมนูญใหม่แต่ถ้าระบอบอำมาตยาธิปไตยยังมีอำนาจอยู่ คนเสื้อแดงก็จะออกมาขับไล่อีก

-2ทุ่ม"แม้ว"โฟนอินสวัสดีทุกคน

จากนั้นเวลา 19.20 น. เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นบริเวณประตู 8 ริมคลองผดุงกรุงเกษม ประตูเดียวที่เปิดให้ผู้สื่อข่าวเข้าออก เมื่อตำรวจขอให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่เปิดทาง เพื่อนำรถตู้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่นำเสบียงเข้าไปส่งตำรวจและทหารในทำเนียบ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยินยอมเปิดทางและฮือล้อมรถตู้ไว้ โดยขอให้เดินเท้าเท่านั้น ไม่อนุญาตรถเข้าไปอย่างเด็ดขาด แต่ตำรวจยืนยันต้องนำรถเข้าไป กลุ่มผู้ชุมนุมจึงร้องตะโกนโห่ไล่จนตำรวจต้องถอยรถกลับออกไป ขณะเดียวกันขบวนรถตู้ของหน่วยคอมมานโดต้องการนำรถออกนอกทำเนียบ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่าให้เดินเท้าออกเพียงอย่างเดียว หลังเจรจาพักใหญ่ตำรวจต้องยอมนำรถกลับเข้าไปจอดด้านหลังตึกตามเดิม

ด้านบรรยากาศบนเวทีหลังนายวีระ มุสิกพงศ์ ขึ้นปราศรัยโจมตีองคมนตรีอย่างเผ็ดร้อน กระทั่งเวลา 20.05 น. พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาว่า "สวัสดีคนไทยที่รักทุกคน ทั้งเสื้อแดงและที่ไม่ใช่เสื้อแดงรวมทั้งทหารทั้งหลาย วันนี้เป็นเรื่องของชาติ เป็นวันที่เราจะทวงคืนประชาธิปไตยที่แท้จริงให้กลับมาสู่สังคมไทย สังคมไทยถูกหลอกว่าเป็นประชาธิปไตยมานานมากแล้วแต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ เห็นชัดหรือไม่ว่าระบบ 2 มาตรฐานมีอยู่เต็มไปหมด ตอนม็อบเสื้อเหลือง รัฐบาลขอให้ทหารออกมาแต่ก็ไม่ออกมา พอวันนี้มีม็อบเสื้อแดงกลับมีทหาร 5-6 พันคน แม้ทหารไม่คิดว่าจะมาทำไมแต่มาเพราะคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ฝักใฝ่การเมือง"

-พรุ่งนี้นัดแฉ"ผู้มีบารมีนอกรธน."

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า "ดังนั้นวันพรุ่งนี้ (27 มี.ค.) จะพูดให้ชัดว่ามีใครบ้าง เมื่อจะเล่นการเมืองก็ต้องให้การเมืองเล่นด้วย พรุ่งนี้จะพูดให้ชัดว่าตอนที่ผมเป็นนายกฯ คำว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญคือใคร แล้วมันยุ่งอย่างไร"

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวต่อว่า "ที่พูดไม่ได้จะสร้างปัญหาแต่จะหาทางออกให้ประเทศ หาทางออกทางการเมือง ทราบว่าพี่น้องประชาชนจะหยุดวันเสาร์ ดังนั้นพรุ่งนี้จะพูดเรื่องเศรษฐกิจยาวหน่อย ให้เข้าใจกันหน่อย เพราะพูดสั้นจะไม่ค่อยเข้าใจ และพรุ่งนี้จะได้เห็นหน้าตากัน"

-ปลุกทวงคืนศักดิ์ศรีประเทศไทย

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า "วันนี้ผมกำลังจะไปพบประธานาธิบดีประเทศหนึ่ง พรุ่งนี้ก็จะพบกับประธานาธิบดีอีกประเทศหนึ่ง พวกเขาเรียกผมว่าเป็นผู้ร้ายหลบหนี แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้อนรับผม เพราะรู้ว่าบ้านเมืองเราการเมืองมันเลอะเทอะ ขอบคุณประชาชนที่ทวงคืนประชาธิปไตย เพราะถ้าไม่มีประชาธิปไตยแท้จริงประเทศไทยจะไม่เจริญ เหมือนลิงไต่ถังน้ำมัน ขึ้นไปหน่อยเดียวสุดท้ายต้องตกลงมา วันนี้การเมืองย้อนไปเหมือน 30 ปีที่แล้ว จะบอกว่าใครเป็นคนทำให้การเมืองย้อนหลัง ขอให้รอฟังกันให้ดี คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก วันนี้แผ่นดินไทยใหญ่โตแต่ด้วยความคับใจทำให้พี่น้องต้องมาชุมนุม ขอขอบคุณ ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร วันนี้อยากยืนอยู่บนเวที พรุ่งนี้จะพูดให้สนุก เพราะจะได้เห็นหน้าเห็นตาแต่ตอนนี้กำลังทุลักทุเลเดินทาง จึงขอแค่นี้ก่อน แต่บอกไว้ก่อนว่าเราคนไทยด้วยกันจะทำอะไรขอให้ใช้วิจารณญาณ เราต้องลุกขึ้นเพื่อทวงศักดิ์ศรีของไทยในสังคมโลก"

-เสียงเฮเขย่าหัวใจ-ตีนตบกระหึ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เสียงโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณติดต่อเข้ามาตอนแรกเบามาก นายวีระต้องประกาศบอกผู้ชุมนุมเงียบเสียง จากนั้นเมื่อได้ยินเสียงพ.ต.ท. ทักษิณพูด ผู้ชุมนุมต่างตั้งใจฟังและส่งเสียงเฮ พร้อมกับเขย่าหัวใจและตีนตบเป็นระยะๆ แต่ที่เสียงดังมากคือช่วงปรบมือต้อนรับการโฟนอินครั้งแรก และตอนที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุจะเปิดเผยว่าใครคือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ

-ผบช.น.ชี้ยอดม็อบสูงสุด3หมื่น

เมื่อเวลา 20.00 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ให้สัมภาษณ์หลังจากประชุมติดตามสถาน การณ์รอบค่ำว่า จำนวนผู้ชุมนุม ณ เวลานี้มีประมาณ 28,000 คน ช่วงเย็นมีคนลดลงบ้าง ส่วนช่วงสูงสุดอยู่ที่ 30,000 คน อยู่ในความคาดหมายของเรา ยังอยู่ในวิสัยที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยได้ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีท่าทีแสดงความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ โดยรอบๆ นอกทำเนียบดูแลด้วยการตั้งจุดตรวจจุดสกัด

ผบช.น.กล่าวอีกว่า กรณียกตู้คอนเทนเนอร์ลงคลองได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา ยังไม่ชัด รอศึกษาคำวินิจฉัยเดิมซึ่งเคยมีกรณีลักษณะนี้อยู่ ส่วนทรัพย์สินทางราชการอื่นที่ได้รับรายงานมีรถตำรวจแกนพวงมาลัยหัก 1 คัน กำลังตำรวจเวลานี้เพียงพอ ส่วนทหารประสานการปฏิบัติกันตลอด ไม่ขอบอกรายละเอียด ยืนยันว่าการส่งกำลังบำรุงเรื่องอาหารทั่วถึงกำลังพลทั้งหมด สำหรับวันที่ 27 มี.ค. ได้รับมอบหมายภารกิจต้องให้ข้าราชการตลอดจนฝ่ายการเมืองเข้าทำงานในทำเนียบ ตนต้องรับผิดชอบดำเนินการ รักษาความปลอดภัยนายกฯ และรมต.

"สำหรับไข่ที่อาจขว้างปาใส่ก็มีแผนป้องกัน มั่นใจว่าป้องกันได้ ส่วนการปราศรัยพาดพิง มีการเฝ้าฟังอยู่และฝ่ายกฎหมายพิจารณากัน ขณะนี้ยังไม่มีข่าวหรือพบเรื่องมือที่สามเข้ามาก่อกวน"ผบช.น.กล่าว

-เวทีเสื้อแดงโวยเนวินอย่ารังแก

ขณะที่บนเวทีม็อบเสื้อแดง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยว่า ขณะนี้มีข้อมูลว่าพี่น้องชาวเสื้อแดงที่เดินทางกลับบ้านผ่านสะพานปิ่นเกล้า ย่านท่าพระอาทิตย์ ถูกดักตีหัวหลายราย ขอร้องผบช.น.สั่งเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจสกัดบริเวณนั้น หากตำรวจดูแลประชาชนไม่ได้ คนเสื้อแดงที่กลับเส้นทางนั้นจะประสบอันตราย แล้วคนทำที่อยู่ละแวกบ้านพระอาทิตย์ก็จะไม่ปลอดภัยเช่นกัน นอกจากนี้ทราบว่ามีการนำนักศึกษารามคำแหงหลายร้อยคนใส่เสื้อสีน้ำเงินไปอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ อ้างว่าเพื่อปกป้องสนามบินจากกลุ่มคนเสื้อแดง ยืนยันว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่เข้าไปยึดสนามบินหรือสถานที่ราชการเด็ดขาด หากมีใครดำเนินการขอให้ตำรวจจับกุมทันที ได้ยินมาว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือนักการเมืองใหญ่กลุ่มเพื่อนเนวิน หากคนกลุ่มนั้นเปลี่ยนไปใส่เสื้อแดงแล้วก่อความวุ่นวายเพื่อทำลายการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง แม้ตนจะเคารพนายเนวินแต่ขอท้าว่าได้เจอกันแน่นอน หากรังแกกันเมื่อใด ไปเจอกันที่ตึกสิริภิญโญที่ทำการพรรคภูมิใจไทยทันที

อยู่ที่กรรม

ที่มา เดลินิวส์

วิดีโอลิงก์ของ “ทักษิณ” ที่เชียง ใหม่ พูดพาดพิง 2 องคมนตรี และ 3 ตุลาการว่า มีส่วนร่วมวางแผนปฏิวัติ โค่นอำนาจรัฐบาลเลือกตั้ง ด้วยข้อหาไม่จงรักภักดีหลายคนบอก ประเด็นไม่ใช่ของใหม่ สื่อหลายคนก็ได้รับการ “ล็อบบี้” ให้ช่วยชาติช่วงนั้น แต่ตัวบุคคลที่แม้วฟาดงวงฟาดงาเข้าใส่นั้น

ก็ไม่รู้ไปเอาข้อมูลที่ไหนมาพูด จนฟุ้งไปหมด

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ถูกพาดพิงว่า เป็นคนปูดเรื่องนี้ ยืนยันแค่บางส่วนว่า มีการพูดถึง นายพล ส. จริง

เพราะได้เข้าไปร่วมรับฟังแผนการลับหนนั้นด้วย แต่ไม่มีเรื่องการลอบสังหารหรือ คาร์บอมบ์

นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่า อย่าให้ไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เลย และไม่ขอพูดถึงสิ่งที่ถูกกล่าวหา “ปล่อยเขาไป” จากที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวโต้กลับว่า เพ้อเจ้อ และจะขอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน เพื่อตอบโต้

ส่วน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรียุค คมช. ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ ผมไม่กังวล ความจริงเป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ ส่วนตัวเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม คิดว่า คนที่ทำอะไร ต้องได้รับผลตอบแทน ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี แต่คงไม่ไปฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณและไม่ไปขอร้องให้หยุดการพาดพิง

คนไม่รู้จักแม้ว อาจคิดคนอะไรเสียสติอย่างนี้ อดีตนายกฯ คนอื่น ๆ ถูกขับออกนอกประเทศ จะอยู่เงียบ ๆ รอเวลากลับบ้าน แม้บางคนจะได้กลับแค่กระดูก แต่ที่คนรู้จักแม้วบอก คนนี้ก็งี้ล่ะไม่ยอมแพ้ ยิ่งถูกรุก ยิ่งสู้

แม้จะสู้แบบหมาจนตรอก ก็สู้!!!

ก็คงไม่มีใครตอบได้ ที่สุด จะจบยังไง เพราะไม่มีใครฟ้องร้อง แต่ไม่พ้นที่ พล.อ. สุรยุทธ์ บอก ในฐานะชาวพุทธ ขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรม ใครทำอะไรไว้ ก็ได้รับสิ่งนั้น ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี คงอีกไม่นานหรอก !!!

เหมือนการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงวันนี้ (26 มี.ค.) เห็นแกนนำประกาศจะยกพลล้อมทำเนียบและครั้งนี้อาจยืดเยื้อ เพื่อไล่ รัฐบาล มันก็เถียงไม่ขึ้นหรอกว่า เชื่อมต่อกับการเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ” แถมคราวนี้ จะวิดีโอลิงก์ พูดให้ลึกกว่าที่เชียงใหม่อีกแน่ะ คงแค่คุยคำโต

แต่อีกนั่นละ แล้วไงล่ะ !?!

ตอนเสื้อเหลืองเคลื่อนไหวก็เชื่อมต่อกับการเคลื่อนไหวของ ส.ส. ในสภาของประชา ธิปัตย์เหมือนกัน ส.ส.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็เป็น 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรฯ พาคนบุกยึดทำเนียบ ล้อมสภา และยึดสนามบินมาแล้ว

สำคัญที่ใครทำผิดกฎหมาย ก็จัดการเลย เหมือน แผนตากสิน ที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ บอก เห็นแล้ว มีคนคิดทำ ก็จัดการสิ ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับละเว้นปฏิบัติหน้าที่ อย่าเอาแต่พูด เพื่อทำลายล้างศัตรูทางการเมืองเลย

เช่นเดียวกับตำรวจ ที่ออกข่าวครึกโครม ฝึกการใช้อาวุธปืนสั้น แบบยิงประชิดตัว รับมือเสื้อแดงมา อย่างนี้ไง เลือกปฏิบัติ ทำไมไม่ใช้กระบองกับโล่ เหมือนเสื้อเหลือง บุกทำเนียบ แต่ยึดสนามบิน เปิดโล่งเลยน่ะ

ใช้ 2 มาตรฐานตลอด แล้วจะไปหาความสมานฉันท์ได้ไงเล่า

ก่อนจบ ขออนุญาตบอกกล่าวเรื่อง ดี ๆ เชิญชวนบริษัทห้างร้านที่จะเอากระเช้าของขวัญ มาแสดงความยินดีในวันเกิด “เดลินิวส์” เสาร์ 28 มี.ค.นี้ พวกเราขอเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค เพื่อซื้อหนังสือ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และเงินสมทบทุน โครงการอาหาร และยารักษาโรค เพื่อนำไปมอบต่อให้เด็ก

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านประตูด่าน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี แทน

มาส่งต่อของขวัญ และมอบความสุข เพื่อเด็กยากไร้ บุญกุศลนั้นจะได้ดลบันดาลให้อุปสรรคในการทำมาหากินในปีหฤโหดนี้ ได้ผ่อนคลายไป จากหนักเป็น เบา จากเบาจะได้เหมือนวิ่งบนถนนไฮเวย์ เลยน่ะ !!!.

ดาวประกายพรึก

เสื้อแดงโหมโรงฮือล้อมทำเนียบ

ที่มา เดลินิวส์

ลั่นปักหลักยืดเยื้อ 'ทักษิณ'โฟนอินให้รอฟังทีเด็ดนายกฯมั่นใจไม่ใช้ พรก.ฉุกเฉิน

ม็อบเสื้อแดง มาตามสัญญา บุกปิดล้อมทำเนียบ ขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ลั่นปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ ฮือฮา!เจอแผนตู้คอนเทเนอร์สกัดกั้น แต่แก้เผ็ดทันควัน ใช้รถเครนยกตู้โยนทิ้งคลอง แกนนำขู่หากใช้แก๊สน้ำตาสลายม็อบ ยกพกลุยบ้าน “สี่เสาเทเวศร์” อุบไต๋แผนเด็ดดาวกระจาย “ทักษิณ” โผล่โฟนอินขอบคุณผู้ชุมนุม นัดรอชมวิดีโอลิงก์ เปิดเกมแฉแหลก “มาร์ค” มั่นใจคุมเกมไหว ยังไม่ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน “เทพเทือก” ไม่ได้ท้าทายเข้าทำงานทำเนียบ สุดปลื้ม “ป๋าเปรม” ให้กำลังใจ “เนวิน” ผสมโรงระดมชุดน้ำเงิน สั่งคุ้มกันเข้มสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่ ส.ส. เพื่อไทยจวก รัฐบาล 2 มาตรฐาน ส่วนบรรดาผู้นำเหล่าทัพ ตบเท้าประชุมสภากลาโหม เน้นย้ำปกป้องสถาบัน

ภายหลังจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดชุมนุมใหญ่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ทำให้ต้องมีการระดมกำลังตำรวจ-ทหาร และอปพร.จำนวนมากเกือบ 1 หมื่นนายมาดูแลความปลอดภัย ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าในทำเนียบรัฐบาลได้มีการนำรถดับเพลิง รถน้ำ รถบดถนน และรถขังผู้ต้องหา มาจอดกั้นไว้ตามประตูต่าง ๆ โดยรอบ พร้อมนำรั้วลวดหนามหีบเพลงมาวางเป็นแนวกั้นตามรอบกำแพงทำเนียบรัฐบาลอีกชั้น

ขนตู้คอนเทเนอร์ขวางถนน

นอกจากนี้ยังมีการขนตู้คอนเทเนอร์มาวางขวางกั้นตามจุดต่าง ๆ ตั้งแต่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยแบ่งช่องเปิดให้เป็นทางเดินเข้า-ออกของข้าราชการและสื่อมวลชน รวมถึง รถของรัฐมนตรีที่จะเดินทางเข้ามาผ่านได้เพียงช่องทางเดียว ส่วนบริเวณถนนพิษณุโลก สะพาน ชมัยมรุเชฐ ไม่มีการนำสิ่งกีดขวางไปกั้น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณถนนลูกหลวง ได้มีการนำตู้คอนเทเนอร์ 8 ตู้มาวางซ้อน 2 ชั้นขวางปิดตายไม่ให้ผู้ชุมนุมสามารถใช้เส้นทางเลียบคลองผดุงกรุงเกษม เดินทางถึงบริเวณประตู 7 ได้ โดยจะให้รถเข้ามาทางสะพานมัฆวานฯเท่านั้น จากการตรวจสอบพบว่า วันนี้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่เดินทางเข้ามาทำงานกันน้อยมากส่วนใหญ่ได้ใช้สิทธิลางาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความรุนแรง ที่อาจเกิดขึ้นจากการชุมนุมในครั้งนี้ได้

“เทพเทือก”โผล่ตรวจทำเนียบ

ต่อมาเวลา 08.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เดินทางเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ตามด้วยนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เข้ามาเซ็นเอกสาร ก่อนที่จะออกเดินทางไปประชุมรัฐสภา จากนั้นพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.เข้ารายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงกับนายสุเทพ เชื่อว่าการชุมนุมคงจะไม่รุนแรงแต่อาจมีการดาวกระจายไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งนี้นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจได้ประเมินสถานการณ์จากการข่าว เพื่อเตรียมการรับมือเนื่องจากมีประสบการณ์มาแล้วซึ่งตนก็เคารพในความเป็นมืออาชีพของตำรวจ

ลั่นไม่ได้ยั่วยุมาทำงานปกติ

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า นายกฯมอบให้ตนดูแลเรื่องความมั่นคง ถ้าอยู่ในวิสัยที่ตัดสินใจด้วยตัวเองได้ก็ดำเนินการ แต่ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงเกินกว่านั้นก็ต้องหารือนายกฯอาจขอนัดประชุมครม.นัดพิเศษ แต่ก็ภาวนาว่าขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี อยากวิงวอนผู้ชุมนุมว่า เราคนไทยด้วยกันแม้มีความเห็นการเมืองต่างกันแต่มีวิธีอื่นในการต่อสู้โดยไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหายได้ ทั้งนี้จะไม่ติดตามสถานการณ์การชุมนุมในทำเนียบฯทั้งวันเพราะมีภารกิจประชุมสภา ซึ่งการเดินทางมาทำเนียบวันนี้ไม่ใช่การมายั่วยุแต่มาทำตามหน้าที่ถ้าหลบได้ก็หลบไม่ได้อวดเก่ง และในวันที่ 27 มี.ค. จะพยายามเข้ามาทำงานในทำเนียบฯเหมือนเดิมแต่ไม่ใช่การท้าทาย

ปลื้ม“ป๋าเปรม”ให้กำลังใจ

นอกจากนี้นายสุเทพ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค มนตรีและรัฐบุรุษ ให้กำลังใจรัฐบาล โดยบอกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯที่ดีที่สุดว่า ต้องกราบขอบพระคุณท่านที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นนายกฯที่บริหารบ้านเมืองมา 8 ปีในช่วงนั้นก็แก้วิกฤติปัญหาบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี เป็นนายกฯที่มีความซื่อสัตย์เป็นแบบอย่างของคน ดังนั้น เมื่อท่านแสดงความชื่นชมนายกฯก็ถือเป็นมงคลสำหรับนายอภิสิทธิ์ ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าชื่อส.ส. 149 คน ยื่นร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เพื่อนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดทางการเมือง มีส่วนเชื่อมโยงกับการที่ม็อบเสื้อแดงมาล้อมทำเนียบหรือไม่นั้นต้องติดตามไปก่อนว่ามีเป้าหมายอย่างไร

นายกฯเชื่อคุมสถานการณ์ได้

ด้านนายอภิสิทธิ์ นายกฯช่วงเช้าเดินทางไปร่วมงานครบรอบ 39 ปีสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ ถนนพระราม 4 หลังจากนั้นไปเป็นประธานในพิธีมอบเช็คช่วยชาติที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ทางประตู 8 ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า อยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล ประมาณ 40 นาทีจากนั้นเดินทางต่อไปยังรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้รับทราบรายงานความเคลื่อนไหวของการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นระยะ ทั้งนี้ได้ย้ำกับนายสุเทพ ให้ใช้ความอดทนและความอดกลั้นเป็นพิเศษ โดยตน ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันตัดสินใจไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นรัฐบาลพร้อมที่จะรับมือและตัดสินใจอย่างเหมาะสมจะรักษากฎหมายตามวิธีการแนวปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับได้ มั่นใจรัฐบาลดูแลควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ตร.คุมเข้มจับตา “มือที่ 3”

ที่ บช.น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ผบช.น. กล่าวภายหลังเรียกประชุมนายตำรวจระดับ รองผบช.น. และกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผบ.ตร.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ท้องสนามหลวงว่า ในวันนี้ เป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจในการปฏิบัติ เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง ซึ่งการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมขณะนี้มีประมาณ 15,000 คน และคาดว่าน่าจะมีมากถึง 25,000 คน ส่วนแผนหรือขั้นตอนในการปฏิบัตินั้นมีการวางแผนการดำเนินการอย่างรัดกุม นอกจากนี้ยังมีการจัดกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ เพื่อสังเกตการณ์ที่อาจจะมี “มือที่สาม” เข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย

ปิดการจราจรชั่วคราว

ผบช.น.กล่าวต่อว่า ส่วนกำลังพลที่ปฏิบัตินั้นมีการปรับแผนใหม่ให้ดูแลสถานการณ์เพียง 12 ชม.เพื่อลดความตึงเครียดและยืนยันจะดำเนินการอย่างละมุนละม่อมหลีกเลี่ยงการปะทะ สำหรับการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่มีการจับตาประเด็นใดเป็นพิเศษ แต่จะมีทีมกฎหมายที่จะตรวจสอบทุกคำพูดที่มีการโฟนอินเข้ามา

ด้านพล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.จร. กล่าวว่า มีความจำเป็นต้องจัดระเบียบการรักษาความปลอดภัยและการจราจรบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ในระหว่างวันที่ 25-31 มี.ค. 52 ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและสะดวก จึงจำเป็นต้องปิดการจราจร (ชั่วคราว) เพื่อรองรับการจราจรในห้วงเวลาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. เวลา 18.00 น. ถึง 31 มี.ค. เวลา 24.00 น. ห้ามรถทุกชนิดหรือบางชนิดเดินในถนนลูกหลวง ตั้งแต่ถนนราชดำเนินนอก-ถนนนครสวรรค์

ม็อบเสื้อแดงคึกคักแต่เช้า

ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดบรรยากาศเริ่มคึกคัก มีกลุ่มแนวร่วมเสื้อแดงจากทั่วสารทิศได้ทยอยเดินทางมาชุมนุมเป็นจำนวนมาก โดยมีบรรดาแกนนำ นปช. ตบเท้ากันมาอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายก่อแก้ว พิกุลทอง นพ.เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด ฯลฯ ได้เดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัยที่บริเวณท้องสนามหลวงอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งในตอนแรกทางแกนนำจะประกาศเคลื่อนขบวนในช่วงประมาณเวลา 11.00 น. แต่จัดเตรียมความพร้อมต่าง ๆ ยังไม่เรียบร้อยจึงเปลี่ยนเวลาไปเป็นช่วงบ่าย

“จตุพร”ยันปักหลักยืดเยื้อ

นายจตุพร ให้สัมภาษณ์ว่า จะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลโดยจะปักหลักชุมนุมยืดเยื้ออยู่ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น จนกว่านายอภิสิทธิ์ นายกฯ จะลาออก โดยยืนยันว่าจะไม่บุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลหรือยึดสถานที่ราชการ สำหรับจุดแรกที่ทางกลุ่มจะเคลื่อนขบวนไปประกาศจุดยืน คือ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม อยากให้ ผู้ว่าฯ กทม.จัดรถสุขา มาอำนวยความสะดวกให้เพียงพอกับผู้ชุมนุมด้วย เพราะตอนนี้ไม่มีข้ออ้างใด ๆ แล้ว ดังนั้นควรปฏิบัติอย่างเป็นธรรมกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ในเวลาประมาณ 19.30 น. ของทุกวัน พ.ต.ท.ทักษิณ จะพูดผ่านวิดีโอลิงก์ โดยมีประเด็นใหม่ ๆ มาพูดคุยให้พี่น้องกลุ่มเสื้อแดงฟังตลอด คาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้เวลาพูดประมาณวันละประมาณ 45 นาที กรณีการพูดที่ จ.เชียงใหม่นั้นเป็นแค่หนังม้วนแรกเท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้พูด ขอให้รอฟังต่อไป

สกัดเสื้อแดงตจว.ทุกรูปแบบ

นายจุตพร กล่าวด้วยว่า เมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ทราบข่าวว่าในหลายจังหวัดเจ้าหน้าที่รัฐมีการสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงไม่ให้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ หลายรูปแบบด้วยกัน เช่น การห้ามรถไฟ รถทัวร์ขายตั๋ว ห้ามเช่าเหมารถ ซึ่งทำให้การเคลื่อนขบวนของกลุ่มเสื้อแดงไปยังทำเนียบอาจต้องล่าช้าไป โดยเฉพาะ จ.ขอนแก่น มีการสั่งให้นำรถไปปิดตามซอยเพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมออกมาได้ นอกจากนี้ที่ จ.น่าน ก็ได้มีการทำหนังสือจากเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัด ขอความร่วมมือไม่ให้มีการเช่าเหมารถมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ในส่วนของกลุ่มเสื้อแดงขอนแก่นที่ถูกสกัดกั้นนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากรถปรับอากาศ 3 คันไม่กล้ามารับคนเพราะกลัวไม่ได้รับการต่อทะเบียน ส่งผลทำให้เสื้อแดงขอน แก่นไม่พอใจมาชุมนุมปิดถนนมิตรภาพบริเวณสี่แยกบ้านกุดกว้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น การจราจรติดขัดยาวเหยียดหลายกิโลฯ กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. (25 มี.ค.) นายขวัญชัย ไพรพนา นำกลุ่มสมาชิกคนรักอุดร กว่า 3 พันคนผ่านมาประสบเหตุจึงร่วมชุมนุมด้วย สุดท้ายทางนายทรงพล จำปาพันธ์ ผวจ.ขอนแก่น และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.ภ.4 ทราบเรื่องจึงรีบมาเจรจากับผู้ชุมนุมจัดรถมารับพาเข้ากรุงเทพฯ

จยย.นำขบวนบุกล่วงหน้า

ต่อมา 13.30 น. นายจตุพร และนพ.เหวง แกนนำคนเสื้อแดงได้ตัดสินใจ ประกาศนำผู้ชุมนุมเคลื่อนออกจากสนามหลวงเดินไปตามถนนราชดำเนินเพื่อมุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีขบวน จยย.ถือธงชาติไทยหลายร้อยคันอยู่หัวขบวนล่วงหน้าไปก่อนมีการบีบแตรกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว นอกจากนี้ยังจัดเตรียมรถเครน 2 คันมาร่วมขบวนด้วย โดยมีผู้ชุมนุมปีนขึ้นไปอยู่บนรถจำนวนมากเพราะทางแกนนำได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทเนอร์มาวางปิดขวางหัวท้ายถนน ลูกหลวง (เลียบคลองผดุงกรุงเกษม) การเคลื่อน ขบวนเดินทางมาอย่างง่ายดายไปตามถนนราชดำเนินนอกเลี้ยวขวาตรงแยกมิสกวันมายังถนนพิษณุโลกถึงสะพานชมัยมรุเชฐแล้วเลี้ยวมาถนนนครปฐมประชิดแนวรั้วด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

แก้เกมยกตู้คอนเทเนอร์ทิ้ง

เมื่อหัวขบวนผู้ชุมนุมขยับมาถึงเชิงสะพานอรทัย ไม่สามารถเลี้ยวขวาเข้าไปยังถนนลูกหลวงได้ เนื่องจากมีตู้คอนเทเนอร์และรถหกล้อขนผู้ต้องขังขวางกั้นอยู่ รวมทั้งตำรวจปราบจลาจลตั้งแถวรอรับเป็นจำนวนมาก ส่วนทหารได้เตรียมพร้อมตั้งแถวอยู่บริเวณแนวรั้วรอบทำเนียบท่ามกลางบรรยากาศร้อนอบอ้าว อย่างไร ก็ดีในช่วงที่รถเครนยังมาไม่ถึง กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมแรงร่วมใจแสดงพลังเข็นรถผู้ต้องขังที่จอดขวางอยู่ออกทีละคัน พอรถเครนมาสมทบจึงเริ่มทยอยยกตู้คอนเทเนอร์ซึ่งบางตู้บรรจุถุงทรายเพิ่มน้ำหนัก แต่รถเครนก็ค่อย ๆ ยกตู้ออกไปทิ้งลงคลองท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม แกนนำบอกว่าอาจจะใช้ตู้วางต่อเป็นสะพานให้เดินข้ามคลอง

ขรก.หอบเอกสารกลับบ้าน

ภายหลังสามารถฝ่าด่านบริเวณถนนลูกหลวงได้แล้ว ยังมีด่านของตำรวจปราบจลาจลและตชด. 2 กองร้อยตั้งแถวขวางอยู่ นายณัฐวุฒิ แกนนำ นปช. จึงประกาศบนรถปราศรัยว่าให้ชายฉกรรจ์และการ์ดไปอยู่แถวหน้าผลักดันตำรวจออกซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานเนื่องจากผู้ชุมนุมมีจำนวนมากกว่า จนกระทั่งเวลา 15.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถฝ่าแนวกั้นตำรวจไปได้ พร้อมกับกระจายกำลังปิดล้อมทำเนียบได้หมดทุกประตู จนทางทหารต้องมาเสริมกำลังเพิ่มเติมบริเวณประตู 7 (ใกล้สะพานอรทัย) โดยนำโซ่มาล็อกปิดกั้นอย่างถาวร ด้านกลุ่มเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ลูกจ้าง ที่ทำงานอยู่ในทำเนียบ หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงต่างก็รีบเก็บข้าวของสัมภาระ เอกสารสำคัญ ๆ เพื่อทยอยเดินทางออกจากทำเนียบไปอย่างเร่งรีบ อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้ประสานงาน เพื่อขอให้เปิดเส้นทางออกซึ่งผู้ชุมนุมก็ไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด

ขู่บุกบ้านสี่เสาฯหากถูกสลาย

ทั้งนี้ตำรวจได้ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ โดยการพูดผ่านเครื่องกระจายเสียงขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่บริเวณโดยรอบทำเนียบเป็นจุด ๆ ขอความร่วมมือจากกลุ่มเสื้อแดงว่า ให้ชุมนุมโดย สงบ และปราศจากอาวุธ ขอให้รักษากฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ อย่าได้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หรือบุกรุกสถานที่ราชการ แต่นายณัฐวุฒิ ประกาศรถปราศรัยเคลื่อนที่ตอบโต้ว่า จะไม่บุกยึดทำเนียบอย่างแน่นอน แต่ยกเว้นหากตำรวจใช้แก๊สน้ำตาเมื่อใดจะเคลื่อนไปที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ทันที พร้อมแจ้งว่าหลังจากเรายึดทำเนียบฯได้ 100% แล้วก็จะใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายไปยังบ้านพวกอมาตยาธิปไตย แต่จะแจ้งให้ทราบอีกทีว่าเป็นวันไหน

ผวาดาวกระจายสุวรรณภูมิ

ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุม ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลว่า ตนทราบจากข่าวว่ามีประมาณ 30,000 คน อย่างไรก็ตาม มีความเป็นห่วงในสถานการณ์ระดับหนึ่ง เพราะยังไม่ทราบว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ เพราะกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ประเมินเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของตำรวจ ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดได้รายงานความเคลื่อนไหวมาแล้ว

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ากลุ่มเสื้อแดงจะดาวกระจายไปสนามบินสุวรรณภูมิ จะมีการป้องกันหรือไม่ นายชวรัตน์ ตอบว่า เป็นเรื่องของตำรวจ ส่วนกรณีที่มีกลุ่มเสื้อน้ำเงินป้องกันสนามบิน เพื่อป้องกันกลุ่มเสื้อแดงปิดสนามบินนั้น ตนไม่ทราบเพราะเสื้อน้ำเงินใครก็ใส่ได้

จวกยับ “มาร์ค” 2 มาตรฐาน

ขณะเดียวกันในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสดของ นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด นายกฯ เรื่องการดำเนินการของรัฐบาล 2 มาตรฐาน โดยอ้างว่ามีการสั่งให้ทหารมา 6,000 นายให้เข้ามาตรวจห้ามคนเสื้อแดงเข้ามาชุมนุม นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ตำรวจ 1,000 กว่านายไปดูแลและอารักขากลุ่มพันธมิตรฯ ที่จ.ชัยภูมิ หรือแม้แต่การ “ปาไข่” มาตรฐานก็ไม่เหมือนกัน อย่างนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ถูกปาไข่ที่ภาคเหนือยังไม่ว่าอะไร แต่นายสุเทพ รองนายกฯ โดนครั้งเดียวสั่งดำเนินคดี ประชาชนส่วนใหญ่จึงยังสงสัยว่า เหตุใดคนปิดสนามบินสุวรรณภูมิกลับไม่มีการดำเนินการอะไร จึงขอถามว่าเป็นนายกฯ 3 เดือนเคยดำเนินการ 2 มาตรฐานหรือไม่

นายกฯแจงส่งตร.คุ้มกันพธม.

ด้านนายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ในรัฐบาลชุดนี้ไม่มีเรื่อง 2 มาตรฐานแน่นอนเพราะตั้งแต่ตนเข้ามาทำงานจุดยืนชัด ว่าการเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญทำได้ และได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลและควบคุมเท่านั้น ส่วนที่บอกว่ามีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรักษาการณ์ให้กับบางกลุ่มหรือไม่นั้น คือบางกลุ่มประกาศชัดว่าไม่ยอมให้อีก กลุ่มหนึ่งมีการชุมนุม และจะไปล้อม ซึ่งก็เป็นการเสี่ยงว่าจะเกิดการปะทะ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป เพื่อดูแลไม่ให้เกิดการปะทะ

ตบเท้าประชุมสภากลาโหม

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีม็อบเสื้อแดงระบุว่ากองทัพใช้ 2 มาตรฐานในการดูแลผู้ชุมนุมต่างจากสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาว่า “ขอโทษครับ ตอนนี้คนละรัฐบาล ทหารทำตามรัฐบาลไม่ใช่ทำตามอำเภอใจของทหาร รัฐบาลสั่งอย่างไรทำอย่างนั้น อย่าเปรียบเทียบอย่างนั้นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่ผ่านมาใช้ทหารแค่ไหน”

ต่อข้อถามว่า รัฐบาลที่ผ่านมาประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ทหารปฏิบัติหน้าที่แต่ทหารไม่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี การไม่ปฏิบัติรัฐบาลมีอำนาจ ลองทหารไม่ปฏิบัติรัฐบาลก็ปลดเอา เมื่อถามต่อว่าสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมามี พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่ทหารไม่ออกปฏิบัติ แต่ขณะนี้สถานการณ์ปกติทหารกลับออกมาทำหน้าที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทหารทำวันนี้ทำตามคำร้องขอของตำรวจโดยเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

เน้นย้ำการปกป้องสถาบัน

ด้าน พ.อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษก กระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำเรื่องการปกป้องสถาบัน ซึ่งปัจจุบันมีการเผยแพร่รูปภาพหรือข้อความที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบันเบื้องสูงผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต วิทยุชุมนุม และสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ จึงขอให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และ ผบ. เหล่าทัพ ได้ช่วยกันป้องกันแก้ไขกรณีดังกล่าวในทุก วิถีทาง โดยใช้ทหารเกณฑ์ซึ่งปลดประจำการออกไปกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศในการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ปกป้องสถาบัน

“พัลลภ” ยกเลิกงานแถลงข่าว

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ. รมน. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าจะไปปราศรัยในเวทีเสื้อแดงว่า ตนจะไม่ขึ้นเวทีกับกลุ่ม นปช. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินเรื่องเบื้องหลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 และขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยหรือติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนแนวทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้น ตนมองว่าตอนนี้ฝุ่นยังตลบอยู่ มองไม่ออกว่าบ้านเมืองจะเดินไปในทิศทางไหน เมื่อถามว่า หากมีโอกาสเจอ พ.ต.ท. ทักษิณ จะบอกให้หยุดเคลื่อนไหวเพื่อเห็นแก่ชาติบ้านเมืองหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตอนนี้พูดอะไรไม่ได้ ส่วนการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขอพักไปก่อน ตอนนี้มีคนโทรศัพท์มาหาเยอะไม่อยากพูดในรายละเอียด และการเลื่อนการประชุมไทย อาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ในวันที่ 26 มี.ค. นี้ มีคนแจ้งว่าให้เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด

“น.1” จ่อใช้กฎหมายฟันม็อบ

ส่วนบรรยากาศบริเวณพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงเย็น หลังสามารถปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลได้เกือบทุกด้านแล้ว เริ่มมีการตั้งเวทีบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ และจัดเตรียมจอโปรเจคเตอร์เพื่อรองรับการพูดผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ขณะที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ ผบช.น. ในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์ ได้เรียกประชุมวอร์รูมของศูนย์รักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐ บาลเป็นการด่วน จากนั้นเปิดเผยว่า ตนกำลังมอบให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาในเรื่องการทำให้เสีย ทรัพย์สินทางราชการหรือการขัดคำสั่งเจ้าพนัก งาน เพราะถนนบริเวณนี้มีประกาศของเจ้าพนักงานแล้วซึ่งถือเป็นความผิดลหุโทษ ส่วนการรักษาความปลอดภัยของทำเนียบฯ ยังคงเข้มข้น มีการปรับแผนอีกเล็กน้อย ยืนยันว่าในวันที่ 27 มี.ค. นายกฯ และรัฐมนตรีสามารถเข้ามาทำงาน ในทำเนียบฯ ได้

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า เหตุที่ทาง ผบช.น. ต้องมีการปรับแผนใหม่ เนื่องจากได้รับรายงานจากหน่วยข่าวว่าทางกลุ่มเสื้อแดงที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมคาดว่าเพิ่มกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ จากเดิมที่ประเมินไว้ว่าจะมีผู้ชุมนุมมาไม่เกิน 2-3 หมื่นคน แต่ขณะนี้ได้เพิ่มเป้าหมายว่าน่าจะไม่เกิน 4 หมื่นคนแล้ว

“เนวิน”ขอกำลังดูแลสุวรรณภูมิ

รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย แจ้งว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำ “กลุ่มเพื่อนเนวิน”ได้ประสานขอกำลังตำรวจ ทหาร และ อส. ประมาณ 3,000-4,000 คน โดยให้สวมใส่ เสื้อโปโลสีน้ำเงินที่มีข้อความว่า “สงบ สันติ สามัคคี” ไปประจำอยู่ที่อาคารซ่อมบำรุงภาย ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อคุมพื้นที่เอาไว้ เนื่องจากได้รับรายงานข่าวว่าจะมีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงบางคนจะใช้วิธีดาวกระจายไปปิดล้อมสนามบินเช่นเดียวกับที่กลุ่มพันธมิตรฯ ทำ เพราะเชื่อว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วง 3-4 วันนี้จะไม่ทำเพียงแค่การปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ คงต้องการให้เกิดแรงกระเพื่อมของการชุมนุมมากกว่าครั้งที่ผ่าน ๆ มา

นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า กองทัพภาคที่ 1 ยังได้เตรียมพร้อมกำลังจำนวน 15 กองร้อย เพื่อรักษาพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และป้องกันการยึดสนามบินเหมือนครั้งสมัยกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งหากเกิดเหตุความไม่สงบขึ้นนั้น กำลังทั้ง 15 กองร้อยจะพร้อมเดินทางไปรักษาพื้นที่ทันที

“ทักษิณ”ขอแถลงคดีทางวิดีโอฯ

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีพร้อมองค์คณะรวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ 14/2551 ที่อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ และได้มาเนื่องจาก การกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 76,621,603,061.05 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องขอให้ศาล มีคำสั่งอนุญาตให้แถลงเปิดคดี โดย ระบบการประชุมทางจอภาพ (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) และคำร้องอื่น ๆ ของผู้คัดค้าน ซึ่งศาลยังไม่ได้มีคำสั่งในวันนี้ แต่ จะมีคำสั่งในวันที่ 27 มี.ค. เวลา 16.00 น.

ศาลรับฟ้องอีกคดี“สนธิ”หมิ่น

นอกจากนี้วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งในคดีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พธม., นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการทางสถานี โทรทัศน์เอเอสทีวี และ บริษัทแมเนเจอร์ มีเดียร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาท กรณีเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 50 จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันจัดรายการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” ทางเอเอสทีวี และลงตีพิมพ์ ใน นสพ.ผู้จัดการรายวัน โดยนำเทปบันทึกภาพ รายการของโจทก์ กล่าวปราศรัยที่สหรัฐอเมริกามาเผยแพร่ อ้างคำบอกเล่าของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ ว่า สาเหตุที่ต้อง ออกจากรัฐบาลโจทก์ เนื่องจากทนไม่ได้ที่โจทก์ได้พูดจาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับรับฟ้องนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 29 มิ.ย.นี้

ปูด “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 20.00 น. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มม็อบเสื้อแดง ที่ตั้งเวทีอยู่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เต็มไปด้วยความคึก คักสุดเหวี่ยง โดยมีนายวีระ 1 ในแกนนำ นปช.ขึ้นเวทีปราศรัยแล้วต่อโฟนอินคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 5 นาทีใจความว่า ขอบคุณชาวเสื้อแดงทุกคนที่มาร่วมกันชุมนุมเพื่อทวงคืนประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมาสังคมถูกหลอกเป็นประชาธิปไตย แต่เต็มไปด้วยระบบ 2 มาตรฐาน รัฐบาลที่แล้วขอให้ทหารออกมาช่วยแต่ไม่ยอมออก คราวนี้พอม็อบเสื้อแดงทหาร ออกมาถึง 6,000 นาย ผู้บังคับบัญชาที่เล่นการเมืองมีใครบ้างจะพูดให้หมด

“ในวันที่ 27 มี.ค.จะมีการวิดีโอลิงก์ จะพูดให้ชัดถึงเรื่องผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือใคร ยุ่งการเมืองอย่างไร ไม่ได้พูดเพื่อสร้างปัญหาแต่จะช่วยหาทางออกให้ประเทศโดยเฉพาะเรื่องการเมือง-เศรษฐกิจ จะพูดเป็นตอน ๆ ขอบคุณตำรวจ-ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ แต่พวกเราทุกคนคือคนไทย เราต้องการสร้างระบบที่ดีเพื่อลูกหลาน”.

ส่วนแบ่งไม่เป็นธรรม

ที่มา ไทยรัฐ

ปัญหาเขตแดนทับซ้อน ไทย-กัมพูชา ที่ชักตะพานแหงนเถ่อมาหลายเดือน กำลังะขึ้นโต๊ะเจรจากันอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

น่าเสียดายที่การเจรจาครั้งนี้ไม่มีการหารือกรณีขัดแย้งเขตพื้นที่ทับซ้อนรอบ ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังสนใจ

แต่จะเป็นการหารือเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับเขตแดนทางบก-ทางทะเล การกระชับความร่วมมือทางการค้า และความร่วมมือด้านความมั่นคง

สรุปชัดๆคือ จะเจรจาเฉพาะเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายสบายใจ ส่วนปัญหาที่ตกลงกันยากหรือคุยแล้ววงแตก ก็จะยังไม่เจรจา

อย่างไรก็ตาม การเริ่มเปิดโต๊ะเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่เป็นข้อเสนอของฝ่ายไทย แต่เป็นฝ่าย สมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา ที่ส่งหนังสือด่วนถึง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกฯไทย ให้รีบหาทางเปิดการเจรจาแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว!!

เนื่องจากยังมีพื้นที่ซ้อนทับกั๊กกันอยู่ถึง 26,400 ตาราง กม.

ข้อสำคัญ บริเวณใต้สะดืออ่าวไทยตรงนี้มีแหล่งนํ้ามันดิบและแหล่งก๊าซธรรมชาติมหึมามหาศาลบานตะเกียง

เป็นขุมทรัพย์ลํ้าค่าที่รอคอยมาหลายปี

กรณีนี้ฝ่ายเขมรโทษว่าต้นเหตุของการเจรจาที่ล่าช้าเกิดจากวิกฤติการเมืองไทยทำให้ กัมพูชาต้องได้รับผลกระทบไปเต็มๆ!!

อืมม์...มันก็จริงอย่างที่ ฮุน เซนแกออกมาโวย

แม่ลูกจันทร์ ขอแจกแจงข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา 26,400 ตาราง กม. หรือเป็น 1 ใน 3 ของพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ว่าอยู่ในเขตแดนตัวเอง

ผลการสำรวจของบริษัทนํ้ามันเอกชน ได้พบว่าพื้นที่ทับซ้อนกัมพูชา-ไทย มีบ่อนํ้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นมูลค่า 5 ล้านล้านบาทโดยประมาณ

ถ้าเอาแหล่งพลังงานตรงนี้ขึ้นมาได้ กัมพูชา-ไทย ก็จะกลายเป็นสามล้อถูกหวยไปด้วยกัน

แต่ปัญหาที่ยังตกลงกันไม่ได้คือ ส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรม

ฝ่ายกัมพูชาพยายามหักคอไก่เสนอเงื่อนไขเอาเปรียบฝ่ายไทยตะพึดตะพือ โดยอ้างว่าพื้นที่ค้นพบแหล่งก๊าซและนํ้ามันใกล้ฝังกัมพูชามากกว่าฝังไทย

กัมพูชาจึงเสนอสูตรส่วนแบ่ง 90-10 คือเขมรล่อซะเอง 90 เหลืออีก 10 คิกแบ็ก กลับมาให้ไทย

โชคดีที่ฝ่ายไทยก็ไม่ใช่หมูในอวย

เพราะตามข้อเท็จจริงหลุมก๊าซแหล่งนํ้ามันอยู่ในเขตของไทยมาดั้งเดิม แต่ ภายหลังฝ่ายเขมรอ้างสิทธิ์ขยายเขตไหล่ทวีปออกมา 200 ไมล์ทะเล

ฉะนั้น ตามหลักการฝ่ายไทยควรได้ 90 เหลืออีก 10 แบ่งให้กัมพูชา

นี่คือสาเหตุที่ปัญหายังจบไม่ลง

แม่ลูกจันทร์ ฟันธงว่าการเจรจาครั้งใหม่ วันที่ 2-3 เมษายน ก็ยังตกลงกันไม่ได้เหมือนเดิม

เพราะทีมเจรจาของกัมพูชา เขี้ยวลากดิน ครบเครื่องต้มยํา

คือถ้าจะตกลงกันได้ ฝ่ายกัมพูชาต้องได้ประโยชน์สูงสุดทุกกรณี!!

กรณีพื้นที่ทับซ้อนสองหมื่นหกพัน ตร.กม. ซึ่งมีขุมทรัพย์มูลค่า 5 ล้านล้านบาทเป็นเดิมพัน การที่จะตกลงกันง่ายๆจึงเป็นไปไม่ได้แน่นอน

แม่ลูกจันทร์ เชื่อว่าปัญหาทับซ้อนในอ่าวไทย ตกลงยากกว่าปัญหาพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตร.กม.

แต่ใจจริงส่วนลึกก็อยากให้ไทย-กัมพูชา เจรจาตกลงกันได้เร็วๆ

เพราะขณะนี้ไทย-กัมพูชา กำลังถังแตกอย่างแรง!!

ถ้าได้ลาภก้อนโตใต้อ่าวไทยมาแก้ชง อาการโรคถังแตกก็จะหายทันที

นี่...มันเป็นซะอย่างนี้แหละโยม.

‘”แม่ลูกจันทร์

ขึ้นภาษีชากาแฟ

ที่มา ไทยรัฐ

ผมหายไปสองสามวัน กลับมามีการบ้านปึ๊งใหญ่กองอยู่บนโต๊ะ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องร้อนๆ การปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ของกระทรวงการคลังเป็นเอกสารของ หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ทำไปถึง นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยคลัง พร้อมด้วย เสียงค้านการขึ้นภาษีสรรพสามิต ชา กาแฟ ซึ่งเป็น พืชเศรษฐกิจ สำคัญของไทย

มีหลายประเด็นที่ผมคิดว่า นพ.พฤฒิชัย รัฐมนตรีช่วยคลัง น่านำไปพิจารณาอย่าให้เหมือน การบินไทย และ สนามบินดอนเมือง ที่ตัดสินใจโดยคนไม่กี่คน เพื่อคนไม่กี่คน ทำให้ประโยชน์ของชาติและคนไทยเสียหาย ซึ่งคงจะได้เห็นในอีกไม่นาน

อัน ภาษีสรรพสามิต นั้นเป็น ภาษีทางอ้อม ที่เก็บจากสินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าที่ไม่จำเป็นสุราบุหรี่ สินค้าที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม สินค้าต่างชาติที่นำเข้ามาถล่มสินค้าไทย ฯลฯ เพื่อให้สินค้าเหล่านั้นขายได้น้อยลง ไม่ใช่ภาษีที่เป็นรายได้หลักของรัฐบาล รายได้หลักของรัฐบาลคือภาษีสรรพากร

ดังนั้น การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต จึงควรต้องคิดถึง หลักการและเหตุผลในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เป็นสำคัญ

ดังกรณีตัวอย่างที่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำเสนอต่อรัฐมนตรีช่วยคลังว่า การเพิ่มภาษีสรรพสามิต ชา กาแฟ ไม่เพียงกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่ยังกระทบไปถึง เกษตรกรผู้ปลูกชากาแฟโดยตรง

ในเอกสารของสภาหอการค้ายังได้ให้ข้อมูลเรื่อง คาเฟอีนที่รัฐบาลอ้างในการขึ้นภาษีสรรพสามิตชากาแฟ ว่า เป็นสารที่เกิดตามธรรมชาติ เอฟดีเอ หรือ อย.สหรัฐฯ จัดให้อยู่ในบัญชี Generally Recognize as Safe (GRAS) มีความปลอดภัยเช่นเดียวกับเครื่องดื่มทั่วไป หากมีปริมาณที่เหมาะสม จะไม่ก่อให้เกิดโทษต่อสุขภาพของผู้บริโภค ในบางกรณียังเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

เขียนถึง ชากาแฟในเมืองไทย แล้ว ผมก็อยากเรียนเพิ่มเติมว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยคลัง น่าจะดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง การส่งเสริมการปลูกชากาแฟในเมืองไทย มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร สมควรจะต้องเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มหรือไม่

การส่งเสริมการปลูกกาแฟในเมืองไทยมาจาก โครงการพระราชดำริ ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงส่งเสริมให้ ชาวเขาทางภาคเหนือหลายจังหวัดที่ ปลูกฝิซึ่งเป็นพืชเสพติดร้ายแรงให้หันมา ปลูกกาแฟทดแทนเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในเมืองไทย จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยที่ปลูกกันทั่วประเทศไม่รู้กี่แสนไร่ในทุกวันนี้

เรื่องกาแฟนี้มีบันทึกพระราชดำรัสเมื่อปี 2517 ว่า

แต่ก่อนเขาปลูกฝิน เราไปพูดจาชี้แจงชักชวนให้เขามาปลูกกาแฟแทนกะเหรี่ยงไม่เคยปลูกกาแฟมาก่อน ยังดีที่กาแฟมิตายเสียหมด แต่ยังเหลืออยู่ หนึ่งต้น ต้องถือว่าเป็นความก้าวหน้าสำหรับกะเหรี่ยงและทรงแนะนำให้หาหนทางว่า ทำอย่างไรกาแฟจึงจะเหลือมากกว่าหนึ่งต้น

ถ้าขึ้นภาษีสรรพสามิตชากาแฟเมื่อไร ผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ใช่พ่อค้ากาแฟสำเร็จรูป แต่เป็น เกษตรกร ผู้ปลูกชากาแฟทั่วประเทศ เพราะชากาแฟที่เราบริโภคในประเทศและส่งออกทุกวันนี้ เป็นชากาแฟที่เราปลูกเองในประเทศ

ผมมีตัวเลขที่ไม่แน่ใจว่ายังทันสมัยหรือไม่ แต่ก็เป็นคำตอบที่ดีว่า ทำไมชาวเขาจึงยอมเลิกปลูกฝิ่นหันมาปลูกชากาแฟแทน เป็นตัวเลข รายได้การปลูกชาของ เกษตรกรแม่ฮ่องสอน ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องชา เฉลี่ยรายได้อยู่ที่ 4-8 ล้านบาท ต่อไร่ต่อปี ชาที่ทำรายได้ดีที่สุดคือ ชาจีน รองมาคือ ชาอัสสัม

การคิดปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่ล้าสมัย เป็นเรื่องที่ดี เพราะสินค้าที่สมควรจะเก็บและขึ้นภาษีสรรพสามิตยังมีอีกมากมาย แต่ไม่ใช่ชาและกาแฟแน่นอน

ที ภาษีบาป อย่าง ซานติก้าผับ ที่โดนข้อหาทำผิดกฎหมายมากมาย แต่ อธิบดีกรมสรรพสามิต นั่งยันหน้าตาเฉย ไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต แม้สังคมรับไม่ได้เธอก็ยังอยู่สบาย ไม่ว่ามองมุมไหนก็เห็นชัดว่านี่คือ ความไม่เป็นธรรม ของคนเก็บภาษี แต่ที ชากาแฟ เครื่องดื่มสามัญประจำบ้าน กรมสรรพสามิต จะเก็บเป็น ภาษีบาป ก็เป็นภาระที่สังคมรับไม่ได้เหมือนกัน.

ลม เปลี่ยนทิศ