WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 30, 2009

ตายสิบเกิดแสน การใช้กำลังหักหาญ มีแต่ทำให้สงครามและความขัดแย้งขยายตัว

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ ลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
30 มีนาคม 2552

ตอนนี้มีข่าวลือเหลือเกินว่า ทหารจะใช้กำลังเข้าสลายม็อบ ผมฟังข่าวนี้โดยไม่ได้สะทกสะท้านอะไรมากมายนัก

การสลายม็อบออกไปจากหน้าทำเนียบ ไม่ได้หมายความว่า "คนเสื้อแดงจะหายไป" แต่คนเสื้อแดงจะขยายตัวมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน ตายสิบเกิดแสน ว่างั้นเถอะ

การใช้ม็อบชนม็อบ แล้วจะใช้ทหารยึดอำนาจ มันมุกเก่าเกินไป แม้จะยึดอำนาจได้ เหตุการณ์ก็ไม่สงบ ความขัดแย้งมีแต่จะรุนแรง และไม่มีทางประสานกันได้มากขึ้น สุดท้ายอาจจต้องแยกแผ่นดินกัน

ความขัดแย้งของคนในชาติ ไม่มีทางสยบได้ด้วยกำลัง และสร้างภาวะแห่งความกลัว เพราะหากทำอย่างนั้น คุณก็ต้องปิดประเทศอยู่แบบพม่า หรือเกาหลีเหนือ

แต่ประเทศไทยที่เปิดมากมายกว่าศตวรรษ ขืนปิดประเทศ ก็ทำให้ประเทศนี้ล่มสลาย

ปัญหาของ ความขัดแย้งของการเมืองไทยวันนี้คือ "ความเป็นธรรมในแผ่นดินนี้ ไม่มี"

แผ่นดินไร้ซึ่งความเป็นธรรม ยิ่งใช้อำนาจ ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความอยุติธรรมมากขึ้น ตอกลิ่มแห่งความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น สุดท้ายมันก็ระเบิด จนถึงขั้นปกครองกันไม่ได้ จะปกครองได้ก็ต้องใช้ทหาร ใช้ตำรวจลับ คุมทุกมุมตึก รัฐแบบนี้ก็ไปไมไ่ด้นาน แล้วก็ระเบิดตูมอีกเหมือนกัน

สถานการณ์วันนี้ พล.อ.เปรม และ พล.อ.สุรยุทธ์ คือ องคมนตรี ที่เข้ามาแทรกแซงทางการเมือง และหากให้สองคนนี้อยู่ต่อไป จะเป็นภัยต่อเบื้องสูงมากยึ่งขึ้น และหากมีการใช้ทหาร ก็ยิ่งตอกย้ำถึงการเข้ามาแทรกแซงยิ่งขึ้น

จนถึงวันนี้ พวกคุณแก้ปัญหาความแตกแยกในชาติไม่ได้แล้ว ภาวะการล่มสลายทางเศรษฐกิจกำลังมาึึุถึง ยิ่งใช้กำลัง ความรุนแรง แรงยึดเหนี่ยวในสังคมก็เสื่อมสลายไป

วันนี้ สองนายพล มากบารมี เข้ามาติดหล่มแล้ว ยิ่งดันทุรัง ความเสียหายยิ่งขยายตัวมากขึ้น

แต่ผมไม่คิดว่า พวกเขาจะรู้ตัว เพราะเมื่อ "กรรมมาุึุถึง" สติปัญญาก็หมดไป เหลือแต่ทิฐิ ความดื้อรั้น และดันทุรังมากขึ้น

ถึงอย่างไร คุณตอบโต้ทักษิณ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร สถานการณ์มันเกินเลยไปแล้ว

ยึดทรัพย์ทักษิณ ก็ไม่ทำให้สงครามสงบ ที่จริงพวกคุณก็ยึดของเขาไว้หมดแล้ว อาวุธที่จะใช้มันหมดแล้ว

วันนี้ ศาลก็ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะฝ่ายเสื้อแดงไม่ได้เป็นรัฐบาล การใช้กำลังทหาร จะมีแต่ความรุนแรง และสถานการณ์บานปลาย

หมดอาวุธ แล้ว ศรัทธาก็เรียกคืนไม่ได้

สื่อก็หมดพลัง เพราะเอียงกระเท่เร่

นักวิชาการรับใช้ ก็หมดความขลัง

เสื้อแดงมีแต่เติบโต และมีพลังมากขึ้น ไม่มีวิธีใดสลายได้หรอก เพราะ "เงื่อนไขสงครามยังอยู่ครบ" และรุนแรงขึ้น

ป้อง"แอ้ด"-ซัด"พัลลภ" "ปีย์"โผล่โต วันเปิดบ้านกินข้าว

ที่มา ข่าวสด

คุยตุลาการ-ไม่ใช่ปฏิวัติ "แม้ว"งดจ้ออ้างวันเผาพี่ คนรักป๋าขยับชนเสื้อแดง




คนรักป๋า - นายกสมาคมชาวสงขลา พร้อมตัวแทนกลุ่มคนรักป๋าเปรม เปิดแถลงที่โรงแรมตรัง กทม. ตอบโต้การกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โฟนอินจาบจ้วงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จวกเป็นการป้ายสี เพื่อหวังกลับมามีอำนาจ

"ปีย์ มาลากุล" แจงวุ่น ยอมรับเปิดบ้านสุขุมวิทคุย"สุรยุทธ์-อักขราทร-ชาญชัย-จรัญ-ปราโมทย์-พัลลภ"จริง แต่แค่กินข้าวหารือเรื่องบ้านเมืองธรรมดา ไม่ได้วางแผนโค่นล้ม"ทักษิณ" และนัดกันแค่ครั้งเดียวไม่ใช่หลายครั้ง ยก"บิ๊กแอ้ด"พูดตรง แต่"พัลลภ"พูดไม่ตรง ที่ผ่านมาทั้ง"แม้ว"และ"พจมาน"ก็เคยมาบ้าน "มาร์ค"ไม่ เข้าทำเนียบยาว วันอังคารไปประชุมที่อังกฤษ มอบ"เทือก"รักษาการแทน สวน"แม้ว"ยังสับสนตัวเอง แต่ ละวันพูดไม่เหมือนกัน บรรยากาศม็อบเสื้อแดงปักหลักทำเนียบวันที่สี่ กลางวันบางตาแต่หลังแดดร่มยิ่งเพิ่มจำนวนจนเนืองแน่น "แม้ว"งดวิดีโอลิงก์อ้างตรงกับวันเผาศพพี่สาว ขอนั่งสมาธิทำใจให้สงบเพราะไม่ได้มาร่วมงาน

"มาร์ค"ตอก"แม้ว"อย่าพาดพิง"ป๋า"

เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 29 มี.ค.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงยังปักหลักชุมนุมล้อมทำเนียบรัฐบาลว่า การชุมนุมถ้าไม่ได้ทำผิดกฎหมายสามารถชุมนุมได้ ในส่วนของรัฐบาลยังทำงานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองขอให้เป็นเรื่องของนักการเมืองด้วยกัน ไม่ควรพาดพิงถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือองคมนตรีคนอื่นๆ เพราะความจริงแล้วไม่มีเหตุผลอะไรที่จะดึงท่านมาเกี่ยวข้อง กล่าวหาในเรื่องไม่เป็นความจริง เช่น กรณีที่ว่าประธานองคมนตรีเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากตั้งแต่พล.อ.เปรมวางมือทางการเมืองก็ไม่มีส่วนไหนมาเกี่ยวข้องกับการเมืองของพรรค ไม่ว่าพรรคการเมืองใด ตนคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่กล่าวพาดพิง เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าตำแหน่งพล.อ.เปรมตอนนี้เป็นเรื่องยากที่จะให้ท่านชี้แจงหรือตอบโต้อะไรได้มากนัก

"ดังนั้นไม่ควรฉวยโอกาสที่ประชาชนส่วนหนึ่งอาจไม่ทราบประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เพราะเมื่อครั้งที่พล.อ.เปรมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นช่วงเวลาที่นานมาแล้ว และเป็นผู้ที่ช่วยบ้านเมืองพ้นจากวิกฤตที่เกิดขึ้นตอนนั้นได้ และเมื่อท่านดำรงตำแหน่งมานาน 8-9 ปีก็เห็นว่าพอแล้วและเลิกไป จากนั้นได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรัฐบุรุษ ดังนั้นการไปกล่าวหาโจมตีท่านจึงเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ต้องการเรียกร้องอะไรทางการเมืองก็เป็นเรื่องระหว่างนักการเมืองด้วยกัน เพราะในแง่ของประวัติการทำงานต่างๆ ของประธานองคมนตรีและองคมนตรีเป็นหลักประกันได้อยู่แล้ว เพียงแต่ท่านคงไม่มีโอกาสออกมาพูดชี้แจงอยู่ตลอด" นายอภิสิทธิ์กล่าว

-เชื่อประชาชนส่วนใหญ่คิดตรงกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลดำเนินการอะไรเรื่องนี้ได้บ้าง นายกฯ กล่าวว่า ถ้าอยู่ในกรอบของกฎหมายก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่อยากให้ทุกคนทราบข้อเท็จจริง และประชาชนควรมีวิจารณญาณเปรียบเทียบได้ว่าประวัติ การทำงานและคุณงามความดีของแต่ละบุคคลเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นอยากให้ข้อคิดตรงนี้ไว้ ส่วนการเรียกร้องเพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลก็ไม่ควรก้าวล่วงไปถึงสถาบันอื่นๆ ซึ่งรัฐบาลอยากยืนยันจุดนี้ ทั้งนี้รัฐบาลจะดูแลถ้ากระทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการ ส่วนเรื่องความเหมาะสมนั้นเป็นเรื่องที่สังคมต้องช่วยกัน

เมื่อถามว่าคาดการณ์ไว้หรือไม่ว่าจะเกิดความรุนแรงจากการที่พ.ต.ท.ทักษิณออกมาสู้แบบสุดตัวเหมือนเลือดเข้าตา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่มองเห็นสถานการณ์ปัจจุบันคงจะคิดค่อนข้างตรงกันว่าบ้านเมืองต้องการความสงบ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเสนอข้อมูลข่าวสารให้ครบถ้วนและรอบด้าน ไม่ใช่ให้ฟังความข้างเดียว เมื่อถามต่อว่ารัฐบาลจะปกป้องสถาบันต่างๆ ที่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวพาดพิงอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ดำเนินการอยู่บางส่วน แต่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย แต่สังคมต้องช่วยกัน อย่าเพิกเฉยต่อสิ่งไม่เหมาะสม โดยต้องออกมาตำหนิติติงกันบ้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ครบถ้วนและรอบด้านมากขึ้น

-กลับไทยยอมรับกระบวนการดีกว่า

ต่อข้อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้พูดคุยเจรจาเพื่อนิรโทษกรรม นายกฯ กล่าวว่า เป็นความพยายามในส่วนผลประโยชน์ของพ.ต.ท. ทักษิณ แต่รัฐบาลคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนมาก่อน และต้องรักษาความถูกต้องในบ้านเมือง ที่จริงแล้วการที่พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้าประเทศแล้วยอมรับกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างจะแก้ปัญหาได้เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีสถานะหนึ่งเป็นผู้ต้องหา แต่ยังสามารถโฟนอินเข้ามาได้ รัฐบาลจะดูแลเรื่องนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ความพยายามติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณยังทำอยู่ และทำตามกรอบของกฎหมาย แต่ทำอะไรที่นอกเหนือกฎหมายไม่ได้

-ไปอังกฤษมอบ"เทือก"รักษาการ

เมื่อถามว่าการประชุม ครม.วันที่ 31 มี.ค.นี้จะเข้าประชุมในทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ช่วงเช้าตนจะเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากในวันคล้ายวันพระราชสมภพนั้นตนอยู่ประเทศอังกฤษ จากนั้นจะเดินทางไปประชุมจี-20 ที่อังกฤษ โดยที่ตนไม่อยู่ได้มอบหมายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ รักษาการแทน ตนจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่แนวทางก็เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลจะเดินอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ไปจนถึงวันไปอังกฤษจะไม่มีกำหนดการเข้าทำเนียบใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีกำหนดการ แต่ถ้าจำเป็นต้องเข้าก็จะเข้า เมื่อถามว่าคิดว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะมีมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้ เพราะเห็นความเปลี่ยนแปลงตลอดเรื่องตัวเลขของกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งบางช่วงก็มีมากขึ้น บางช่วงก็มีน้อยลง เป็นธรรมชาติของมัน เราจะพยายามดูแลไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ซึ่งตนย้ำว่าสังคมส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดปัญหาอีก และรัฐบาลจะพยายามให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

-"แม้ว"สับสนตัวเองไม่รู้เรียกร้องอะไร

เมื่อถามว่าจะทำตามข้อเรียกร้องของพ.ต.ท.ทักษิณที่ให้ยุบสภาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าเรียกร้องอะไรกันแน่ บางทีพ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าให้แก้รัฐธรรมนูญ ถ้ายุบสภาแล้วจะแก้รัฐธรรมนูญได้อย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณยังสับสนตัวเองอยู่ ส่วนแนว ทางของร่างพ.รบ.การสร้างความปรองดองแห่งชาตินั้น ในส่วนของกระบวนการตรงนี้ทั้งหมดถ้าใช้วิธีพูดทีละคนจะมีแต่ความสับสน ทั้งหมดนี้ต้องเอาเข้ามาอยู่ในกรอบของการทำงานเรื่องปฏิรูปการเมืองมาพูดคุยกัน ถ้าบริสุทธิ์ใจให้ระบบเดินหน้าและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายก็เอามาคุยกัน เปิดเวทีให้กว้าง รัฐบาลพร้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เรียกร้องมาตอนนี้เป็นความพยายามปลุกระดมมากกว่า

เมื่อถามว่ารัฐบาลยังมีสมาธิในการทำงานดีอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังมีสมาธิทำงานดี ตนสนใจกับงานของบ้านเมืองเป็นหลัก และมั่นใจว่ารัฐบาลทำงานได้

-"เทือก"ซัดประชาชนจะเห็นธาตุแท้

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงม็อบคนเสื้อแดงว่า ไม่ได้ประเมินเพราะถือเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะดูแลสถานการณ์ไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย ส่วนผู้ชุมนุมจะดำเนินการอย่างไรขอให้ดูต่อไป เมื่อถามว่ารัฐบาลจะอธิบายกับประชาชนอย่างไรถึงการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม นายสุเทพกล่าวว่า ทำไมต้องอธิบาย เพราะประชาชนเห็นอยู่ทุกวัน รัฐบาลไม่ต้องอธิบายก็เห็น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณพาดพิงสถาบันเบื้องสูง นายสุเทพย้อนถามว่า "คุณถามเกินไป" เมื่อถามว่าพาดพิงถึงองคมนตรีด้วย นายสุเทพกล่าวว่า ไม่มีกฎหมายให้รัฐบาลดูแลเรื่องนี้ ส่วนองคมนตรีซึ่งถือเป็นผู้เสียหายก็ออกมาชี้แจงประชาชนได้รับทราบ ประชาชนต้องใช้วิจารณญาณ พิจารณาข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง สำหรับประธานองคมนตรีเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ได้ออกมาตอบโต้นั้น พ.ต.ท.ทักษิณต้องรับผิดชอบคำพูดว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมด้วยตัวเอง ประชาชนจะเห็นธาตุแท้ของ พ.ต.ท. ทักษิณมากขึ้น

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณโจมตีรัฐบาลกู้เงินและนำงบประมาณมาใช้กับแนวทางประชานิยมอย่างไม่ถูกต้อง นายสุเทพกล่าวว่า ยืนยันรัฐบาลดำเนินการโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และทุกโครงการคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติเป็นหลัก เช่น โครงการให้ลูกหลานคนไทยเรียนหนังสือฟรี กองทุนช่วยเหลือผู้สูงอายุ กองทุนช่วยเหลืออสม. รวมทั้งโครงการใหญ่ๆ เช่น รถไฟรางคู่ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการและจะทำให้เร็วที่สุด

-ไม่หาที่ทำงานสำรองแทนทำเนียบ

ต่อข้อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณจะเรียกแนวร่วมคนเสื้อแดงออกมาชุมนุมเพิ่มมากขึ้น รองนายกฯกล่าวว่า ไม่คิดว่าคนจะสนับสนุนมากอย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตกัน ถ้ายิ่งพูดไม่เหมาะสมคนจะยิ่งน้อยกว่าเก่า เมื่อถามว่าหากการชุมนุมยืดเยื้อรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา เราคงว่าอะไรไม่ได้ เมื่อถามว่ารมต.จะเข้าทำงานที่ทำเนียบหรือย้ายสถานที่หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ตนจะพยายามเข้าไปทำหน้าที่ของตัวเอง และยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้หาสถานที่สำรองเอาไว้ เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณเรียกร้องรัฐบาลเริ่มต้นใหม่ด้วยการยุบสภา นายสุเทพกล่าวว่า สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูด เพื่อหวังประโยชน์ 3 เรื่องให้ตัวเอง

ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา เข้าใจดีว่าประชาชนวิตกกังวล บางส่วนให้กำลังใจรัฐบาล ขอให้อดทน ส่วนหนึ่งบอกให้ชี้แจง แต่อีกส่วนหนึ่งบอกรัฐบาลไม่ดำเนินการอะไรให้เด็ดขาดลงไป รัฐบาลขอยืนยันจุดยืนว่าการชุมนุมหากใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญก็ทำได้ ต้องไม่เกินขอบเขตของกฎหมาย แต่สิ่งที่กังวลขณะนี้เนื้อหาการโฟนอินและวิดีโอลิงก์ อาจทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิด ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้ เพราะเรื่องที่พ.ต.ท. ทักษิณวิดีโอลิงก์เข้ามา 2 วันแรก โดยเฉพาะวันแรกใช้ถ้อยคำรุนแรงและกล่าวหาบุคคลนอกการเมือง ใช้ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด ปกปิดข้อเท็จจริงบางส่วนและพูดเพื่อประโยชน์ต่อตัวเอง โดยละเลยพูดเหตุการณ์จริง ท่านพูดเสมือนว่าหลังปฏิวัติถูกกลั่นแกล้งและหนีออกนอกประเทศ ทั้งที่ข้อเท็จจริงหลังปฏิวัติพรรคของท่านได้รับชัยชนะเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลเกือบ 1 ปี มีนายกฯถึง 2 คนและตัวท่านเข้ามาอยู่ในประเทศ พอถูกดำเนินคดีก็หนีออกนอกประเทศ

-กลุ่มที่ทำวิดีโอลิงก์มีขรก.ด้วย

นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐบาลกังวลคือการเรียกร้องประชาชนลุกขึ้นสู้และชุมนุม ซึ่งอาจทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศได้ รัฐบาลติดตามวิดีโอลิงก์ว่าดำเนินการถูกกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นวิธีหลบเลี่ยงกฎหมาย กลุ่มคนที่ทำวิดีโอลิงก์ให้ส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการ ต้องยอมรับว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชำนาญเรื่องเทคโนโลยี ถ้าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นวิธีการหลบเลี่ยงข้อกฎหมายต้องดำเนินการ ส่วนเรื่องเนื้อหา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูอยู่อย่างใกล้ชิด

"ประชาชนที่ต้องการเห็นรัฐบาลจัดการอย่างเด็ดขาด ต้องเรียนว่าความเด็ดขาดต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย เราไม่ประสงค์สร้างความขัดแย้งใดๆ เพิ่มขึ้น ขอเรียกร้องกลับไปที่คุณทักษิณว่าท่านพูดอยากให้บ้านเมืองสงบ ท่านพูดว่าเคารพในสถาบันอันเป็นที่เคารพ แต่คำพูดของท่านไม่ใช่ ผมถามว่าอยากล้มรัฐบาลเพียงเท่านั้นหรือคิดเรื่องอื่นไว้ในใจด้วย" นายสาทิตย์กล่าว และว่า ส่วนเรื่องพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯนั้น พ.ต.ท.ทักษิณพยายามพูดว่าเป็นเรื่องตัวบุคคล แต่ความจริงหลังท่านดำรงตำแหน่งนายกฯ ท่านได้รับโปรดเกล้าฯให้กลับเป็นองคมนตรีอีก ดังนั้น คำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่กระทบสถาบัน อยากถามแกนนำที่นำคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณมาขยายผล

เว้นวรรค- คนเสื้อแดงใช้เวลาช่วงกลางวัน เดินชมบอร์ดนิทรรศการการชุมนุมของตัวเอง ที่ปักหลักปิดล้อมทำเนียบ ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งโฟนอินผ่านระบบวิดีโอลิงก์มายังกองเชียร์แล้ว 2 วัน ขอหยุดพัก 1 วัน เมื่อ 29 มี.ค.



-ไม่เลื่อนแต่ไม่รู้ประชุมครม.ที่ไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ระบุว่าข้าราชการเกี่ยวข้องกับวิดีโอลิงก์นั้นเกี่ยวข้องอย่างไร นายสาทิตย์กล่าวว่า มีข้อมูลก่อนหน้าว่าไปช่วยดำเนินการ ขณะนี้กำลังติดตามดูว่าเป็นส่วนไหน และให้หัวหน้าหน่วยงานด้านเทคโนโลยีดูอยู่ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณใช้หลายวิธีมาก มีทั้งผ่านดาวเทียม เช่น ยูลิงก์ ซึ่งเป็นวิธีหลบเลี่ยงกฎหมาย เมื่อถามว่ารัฐบาลตัดสัญญาณวิดีโอลิงก์ ได้หรือไม่ นายสาทิตย์กล่าวว่า ถ้าผิดก็ดำเนินการได้ ส่วนข้อกฎหมายที่จะดำเนินการพ.ต.ท.ทักษิณ มี 2 ส่วน คือ 1.สิทธิส่วนบุคคล บุคคลนั้นต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย 2.หากคาบเกี่ยวความเสียหายของบ้านเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้รัฐบาลเข้าใจดีเรื่องความละเอียดอ่อนของมวลชน ไม่ต้องการสร้างความแตกแยกเพิ่มเติมขึ้น ซึ่งอาจเข้าทางแกนนำให้ชุมนุมยืดเยื้อ เมื่อถามว่าจะเข้าข่ายต้องใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ยังดูอยู่ ซึ่งเป็นตัวบุคคล

นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลยังไม่มีแผนเลื่อนที่ประชุมครม. วันที่ 31 มี.ค. นายกฯจะเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพฯ ที่สวนจิตรลดา เวลา 08.30-09.30 น. จากนั้นนายกฯจะไปประชุม จี 20 ที่อังกฤษ และต้องดูว่ามีวาระต้องประชุมอีกหรือไม่ ส่วนจะยกเลิกไปเลยหรือไม่ ต้องดูกำหนดการนายกฯ แต่วันที่ 30 มี.ค. นายกฯมีกำหนดการข้างนอกอยู่แล้ว ไม่ได้หลบเลี่ยง เหมือนว่ารัฐบาลไม่ได้เด็ดขาดในบางเรื่อง ความจริงแล้วไม่ใช่

-สั่งตร.เตือนวิทยุชุมชนถ่ายทอดโฟนอิน

นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมหน่วยความมั่นคงที่ผ่านมา นายสุเทพ รองนายกฯ กำชับบช.น.ตักเตือนและสอดส่องเรื่องถ่ายทอดสัญญาณโฟนอินทางสถานีวิทยุชุมชนไปแล้ว ตำรวจรับปากแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงยังมีถ่ายทอดสัญญาณมากขึ้น กรณีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของตน แต่ขึ้นกับคณะกรรมการกิจการโทรคมมาคมแห่งชาติ (กทช.) และอนุฯกทช. ตนดำเนินการไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ทำได้เพียงขอความร่วมมือ เท่าที่ทราบอนุกรรมการกทช.ทำหนังสือตักเตือนวิทยุชุมชนเหล่านี้หลายครั้งแล้ว ทั้งนี้ เดือนเม.ย. กทช.จะประชุมเพื่อจัดระเบียบและลงทะเบียประวัติวิทยุชุมชนทั้งประเทศ และเชื่อว่าจะดีขึ้น เพราะเรื่องสื่อเป็นเรื่องอ่อนไหว หากเข้มงวดมากไปก็จะถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงสื่อ แต่ถ้าอ่อนไปก็จะฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวายให้สังคมโดยร่วม จึงต้องจับตาเป็นพิเศษ

ส่วนนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท. ทักษิณแนะแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจกับรัฐบาลว่า เป็นเพียงการเสนอวิธีแก้ปัญหาตามหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น หรือวิชา อีซี 101 ที่นักศึกษาปริญญาตรีทุกคนต้องเรียน ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ส่วนการพูดถึงการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีสิทธิ์พูดอีกต่อไป เพราะปัญหาเริ่มต้นจากการทำงานของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต่างจากคนหัวล้านมาเสนอน้ำยาปลูกผม ซึ่งไม่มีใครหลงเชื่อ

-"จิ้น-จง"ไม่รู้"เนวิน"ไม่พอใจนายเก่า

ขณะที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพ.ต.ท.ทักษิณเรียกร้องกลุ่มเสื้อแดงเดินทางมาชุมนุมที่ทำเนียบเพิ่มขึ้นว่า ที่ผ่านมายังไม่ถือว่าน่าหนักใจ เพราะตลอด 3 วันที่ผ่านมา ไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนที่มีข่าวว่านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ไม่พอใจพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวโจมตีพล.อ.เปรมนั้น ตนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ต้องถามนายเนวิน แต่โดยส่วนตัวคิดว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม เพราะพล.อ.เปรมเป็นประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งมีเพียงคนเดียวในประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมครม.วันที่ 31 มี.ค. จะย้ายสถานที่หรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะสำนักงานเลขาธิการครม.ยังไม่แจ้งมา แต่เชื่อว่าจะประชุมครม.ที่ทำเนียบแน่นอน เมื่อถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าครม.จะไม่กลายเป็นครม.นกขมิ้นย้ายไปประชุมที่อื่น นายชวรัตน์กล่าวว่า เพราะยังไม่มีการประสานจากสำนักงานเลขาธิการครม.

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายเนวินถูกพาดพิงว่า นายเนวินเป็นสมาชิก 111 ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเป็นคนไทยคนหนึ่ง แต่ไม่เคยออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง เมื่อถามว่านายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทยแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ระบุนายเนวินไม่เห็นด้วยที่พ.ต.ท.ทักษิณพาดพิงพล.อ.เปรม และเห็นว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป นายบุญจงกล่าวว่า "อันนั้นนายปัญญาพูด แต่นายบุญจงยืนยันว่าไม่มี เพราะนายเนวินไม่เคยพูด" เมื่อถามว่าโดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณพูดเกินไปหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ว่าเกินไปหรือไม่ แต่เมื่อระบุถึงใคร บุคคลนั้นควรออกมาชี้แจง หรือฟ้องร้องหากทำให้เกิดความเสียหาย

-มท.สรุปยอดม็อบสูงสุด3หมื่นกว่า

ด้านนายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงวอร์รูมติดตามการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงของ มหาดไทยว่า ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทยรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาจากต่างจังหวัด ขณะนี้ยังไม่มีรายงานตัวเลขเพิ่มเติม เพราะผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เดินทางมาจากกทม.และปริมณฑล ตนได้รับรายงานว่าการชุมนุมวันแรกวันที่ 26 มี.ค. มีผู้ชุมนุมสูงที่สุดประมาณ 3 หมื่นกว่าคน ส่วนวันถัดมาเหลือประมาณ 2 หมื่นคนช่วงเย็น ขณะที่ช่วงเช้ามีประมาณ 1,500 คนเท่านั้น

ที่บช.น. พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. ในฐานะรองโฆษกบช.น. กล่าวภายหลังประชุมนายตำรวจระดับรองผบช.น. ผบก.น.1-9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ขณะนี้วางกำลังตำรวจดูแลโดยรอบพื้นที่ทำเนียบ รวมถึงจุดล่อแหลมต่างๆ เป็นกำลังจากบช.น. บช.ภาค 1, 2 และ 7 บช.ตชด. 23 กองร้อย หรือ 3,450 นาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน และหากเคลื่อนขบวนการชุมนุมตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย จะจัดกำลังในจุดที่จะเคลื่อนขบวน จุดละ 2 กองร้อย หรือ 300 นาย ส่วนยอดผู้ชุมนุมไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใด เนื่องจากเมื่อส่วนหนึ่งกลับไปอีกส่วนหนึ่งจะเข้ามาแทน แต่จะมากที่สุดเป็นช่วงพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอิน ส่วนจะชุมนุมถึงเมื่อใดนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน

-"ป๋า"ไม่อยู่ไม่ห่วงบุกบ้านสี่เสาฯ

พล.ต.ต.ภาณุกล่าวอีกว่า ส่วนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะดาวกระจายไปปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรมนั้น เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ เนื่องจากขณะนี้ทราบว่าพล.อ.เปรมไม่อยู่บ้าน และครั้งนี้คงเพียงไปกดดันและยั่วยุเท่านั้น คงไม่บุกเข้าไปภายในแน่นอน ส่วนนี้ตำรวจวางกำลังดูแลเต็มที่แล้ว

"ส่วนการจราจรรอบพื้นที่ในกทม.นั้น ขณะนี้มีงานต่างๆ หลายงาน เช่น มหกรรมหนังสือนานาชาติประจำปี งานกาชาดประจำปี อาจก่อให้เกิดปัญหาจราจร จะจัดกำลังตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกลดปัญหาความหนาแน่นของการจราจร และบริเวณทำเนียบรัฐบาลมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตำรวจจำเป็นต้องจัดระเบียบรักษาความปลอดภัยและการจราจร เพื่อความสะดวกในการจราจรจำเป็นต้องปิดจราจร (ชั่วคราว) บริเวณรอบทำเนียบ คือถนนพระราม 5 ตั้งแต่แยกพาณิชยการ-ถนนลูกหลวง, ถนนนครปฐม ตั้งแต่ถนนศรีอยุธยา-ถนนลูกหลวง อาจทำให้การจราจรติดขัดต่อเนื่อง ส่วนขบวนเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จฯเปิดงานกาชาดวันที่ 30 มี.ค.นั้น ตำรวจวางแผนเส้นทางเสด็จเรียบร้อยแล้ว" พล.ต.ต.ภาณุกล่าว

พล.ต.ต.ภาณุกล่าวถึงความพร้อมวัน 21 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 30 มี.ค.ว่า เปลี่ยนสถานที่เป็นสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี เชื่อว่าจะไม่มีสถานการณ์น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ลงบันทึกประวัติ แล้วกลับได้เลย ส่วนที่เหลือคงเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนว่าจะสอบปากคำเมื่อใดเท่านั้น

-คำพูด"ทักษิณ"ในหนังสือหมวดเจี๊ยบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือทักษิณ Are you O.K. ผลงานของร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต หรือหมวดเจี๊ยบ นายทหารประจำสำนักงานเลขานุการทบ. ซึ่งเปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และได้รับความนิยมจากผู้อ่านติดอันดับหนังสือขายดีขณะนี้ ได้สัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณไว้หลายตอน โดยมีเนื้อหาคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณที่น่าสนใจบางส่วนดังนี้ "ผลสุด ท้าย ปฏิวัติแล้วเกิดอะไรขึ้น ก็สร้างเศรษฐีใหม่ ยศนายพลไม่กี่คน ซึ่งก็เป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องๆ มีความรู้สึกว่า อีกหน่อยก็ถ้าอยากเป็นเศรษฐีบ้างก็ต้องปฏิวัติ จะได้เป็นเศรษฐีกัน ซึ่งอันนี้มันเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย แล้วโลกทั้งโลกเขาไม่คบ อย่างอียูเนี่ยเขาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลย ห้ามคบประเทศที่มีการปฏิวัติ รัฐประหาร ไม่มีใครคบ แล้วความเสียหายที่เกิดกับประเทศเนี่ยมันหนัก ก็เห็นมั้ยล่ะ ว่าตั้งแต่ปฏิวัติมาจนถึงเดี๋ยวนี้มีอะไรดีบ้าง มีแต่ความเลวร้ายลงทุกวัน

"อยู่ในค่ายทหาร ทำหน้าที่ป้องกันชาติ ไม่ใช่ออกมาเกะกะเพ่นพ่าน เอะอะอะไรก็อ้างความมั่นคง อ้างอะไร มันไม่มีน่ะ คุณมีความรู้ซีกเดียว อย่าคิดมานั่งบริหารประเทศ ซึ่งเรื่องราวของโลกวันนี้มันซับซ้อนเยอะ มันซับซ้อนมาก เอาดีทางทหารให้ดี ทำหน้าที่ทางการทหารให้ดี เวลาไปรบก็รบให้ชนะ ก็ดูสิ ไปทำปัญหาภาคใต้ก็แก้ปัญหาไม่เป็น กว่าจะทำได้มีค่ายทหารก็ให้เขายึดปืน ให้เขายึดค่าย ปล้นค่าย เอาปืนไปหมดกองร้อย หมดกองพันอย่างเนี้ย ไปดูตรงนั้นดีกว่า ไปทำให้ตัวเองเข้มแข็ง อย่าไปคิดยุ่งกับการเมือง อย่าไปยุ่ง อย่าไปคิดว่าจะไปยืนเท่บนการเมือง ไปทำงานหลักของตัวเองดีกว่า"

-"อนุพงษ์"แค่ผบ.ทบ.หุ่นเชิด

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวถึงความสัมพันธ์กับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เพื่อน ตท.10 ว่า "วันนี้สวมรองเท้าคอนเวิร์สกัน ทางใครทางมัน เค้าทำหน้าที่ของเค้า ผมทำหน้าที่ของผม มันไม่มีความจำเป็น อนุพงษ์เป็นเพียง Puppet (ตุ๊กตา) ตัวหนึ่ง ให้เขาเชิด ไม่มีผลอะไร ตอนนี้เอาใครมาเป็นผบ.ทบ.ต้องทำอย่างนี้ ผมเคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่นว่า ต่อให้เอาคนที่ขี้ขลาดที่สุดมาเป็นผบ.ทบ. ถ้าถูกสั่งให้ปฏิวัติก็ต้องปฏิวัติ ต่อให้เอาคนกล้าที่สุด บ้าที่สุดมาเป็นผบ.ทบ. ถ้าไม่มีการสั่งให้ปฏิวัติก็ไม่กล้าปฏิวัติหรอก"

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า "ช่วยเงินงานศพมารดาพล.อ.อนุพงษ์แค่ 1 แสนบาท ไม่ใช่ 50 ล้านบาทตามข่าวลือ ส่วนความสัมพันธ์กับพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคมช. ก็คุยไม่เห็นมีอะไร ไม่มีอะไร คุยก็คุย แต่ไม่รู้จะคุยทำไม คงไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเท่าไหร่ เขาก็เป็นนายทหารแก่คนนึง เลี้ยงหลานไป ผมเป็นนักการเมืองแก่คนนึง ก็เลี้ยงหลานไป ไม่เห็นมีอะไรเลย เจอกันทักทายกันธรรมดา ก็รู้จักกัน คนเคยทำงานด้วยกัน ก็ทักทายกัน แต่ว่าให้มานั่งคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวไม่รู้จะคุยทำไม คงไม่ค่อยได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่"

ส่วนข่าวที่ว่าพล.อ.สนธิกับพล.อ.วินัย ภัททิยกุล จับมือกันตั้งพรรคการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า "รีบๆ ตั้งทีเถอะ จะได้ถูกตรวจสอบบ้าง ช่วยตั้งทีเถอะ ดีๆ ตั้งกันเยอะๆ ดี เห็นบอกพันธมิตรก็จะตั้งพรรค ช่วยตั้งเถอะ ตั้งเสร็จแล้วเรียบร้อย ไม่มีภูมิคุ้มกันเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ เออ ไม่มีภูมิคุ้มกันแล้วนะ ถูกกล่าวหาก็ไม่มีใครถอนคดีให้แล้วนะ"

เมตตา ที่ท่านทรงสั่งสอนให้อะไรอย่างนี้ ก็เลยถวายตัวให้ท่านแบบนั้น นั่นคือช่วงแรกๆ ที่ผมเฝ้าฯ"

- ม็อบเสื้อแดงกลางวันบางตา

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในการปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลวันที่ 4 ว่า ช่วงกลางวันมีผู้ชุมนุมบางตาต่างจากวันที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่หลบร้อนบริเวณริมรั้วทำเนียบ ฝั่งคลองผดุงกรุงเกษม ส่วนการวางมาตรการรักษาความปลอดภัย ตำรวจนำเครื่องตรวจวัตถุระเบิด และวัตถุต้องสงสัยมาติดตั้งบริเวณทางเข้าออกด้านถนนพิษณุโลก ตรวจสอบผู้ชุมนุมที่ผ่านเข้าออก และป้องกันมือที่สามสร้างสถานการณ์ นอกจากนี้ยังนำภาพข่าวเหตุการณ์ตั้งแต่กลุ่มเสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบตั้งแต่วันแรกมาติดที่รั้วทำเนียบเป็นแนวยาวกว่า 50 เมตร สร้างความสนใจแก่ผู้ชุมนุม รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเดินเที่ยวชมและถ่ายภาพ

เวลา 10.00 น.ที่ด้านหลังเวทีปราศรัยสะพานชมัยมรุเชฐ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงถึงกรณีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธไม่ได้อยู่เบื้องหลังการโค่นล้มรัฐบาลพ.ต.ท. ทักษิณว่า ภายหลังพ.ต.ท.ทักษิณออกมาแฉกระบวนการโค่นล้มรัฐบาล ก็มีท่าทีของบุคคลที่ถูกพาดพิงออกมาปฏิเสธ ตนตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนที่พล.อ.สุรยุทธ์จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงนายจรัญไม่กล้าชี้แจงและอธิบายก่อน แต่หลังพล.อ.สุรยุทธ์ชี้แจงนายจรัญก็ออกมาพูดมีเนื้อหาคล้ายกับพล.อ.สุรยุทธ์ เนื่องจากเกรงว่าข้อมูลจะไม่ตรงกัน

"ผมไม่อยากให้พล.อ.สุรยุทธ์คิดไปเองว่ามีต้นทุนทางสังคมสูง ที่พูดอะไรแล้วคนอื่นจะเชื่อ อีกทั้งไม่อยากให้ประชาชนเชื่อและใส่ใจในคำพูดของท่าน แต่ท่าทีของพล.อ.สุรยุทธ์กลับมั่นใจเช่นนั้น ทั้งที่คำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.รมน. และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรต่างออกมาพูดและมีข้อมูลใกล้เคียงกัน จึงอยากให้พล.อ.สุรยุทธ์ทบทวนบทบาทของตัวเอง และอยากให้ประชาชนมีสติพิจารณาและรับข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ" นายณัฐวุฒิกล่าว

- ย้ำมุ่งล้มระบอบอมาตยาธิปไตย

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนที่พล.อ.สุรยุทธ์ปฏิเสธถึงการเคลื่อนกำลังทหารไปปราบกองกำลังว้าแดง สมัยเป็นผบ.ทบ.นั้น ตนอยากย้อนถามว่าพล.อ.สุรยุทธ์ยังจำข้อเท็จจริงได้หรือไม่ว่าวันที่ 25 มี.ค.2545 ได้สั่งการนายทหารฝ่ายเสนาธิการประสานกับแม่ทัพภาคที่ 3 จากนั้นวันที่ 31 มี.ค.นายทหารฝ่ายเสนาธิการร่วมกับ มทบ.ที่ 33 จ.เชียงใหม่ โดยมีคำสั่งให้ใช้กำลังปราบกลุ่มทหารว้าแดง อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณและพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กลาโหมขณะนั้น เห็นชอบ ต่อมาวันที่ 1-3 เม.ย.ฝ่ายเสนาธิการและ มทบ.ทำแผนปฏิบัติการ ที่กรมยุทธการทหารบก วันที่ 4-20 เม.ย.จึงทำแผนปฏิบัติการสำเร็จและสั่งเคลื่อนกองพล ปตอ. วันที่ 20-22 พ.ค.เริ่มปฏิบัติการโจมตี ทำให้มีทหารบาดเจ็บและเสียชีวิตกว่า 300 นาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เห็นชอบกับแผนดังกล่าว จากนั้นวันที่ 22 พ.ค. พ.ต.ท.ทักษิณทราบเรื่องว่ามีทหารบาดเจ็บเสียชีวิตจึงสั่งยุติการโจมตี

"ขณะนี้พล.อ.สุรยุทธ์ถือว่าไม่มีต้นทุนทางสังคมและน่าเชื่อถือ เนื่องจากขณะที่เป็นประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติเขาใหญ่ ยังมีพฤติกรรมไปครอบครองที่ดินเขายายเที่ยงเป็นการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.สุรยุทธ์เป็นคนพูดอย่างทำอย่าง อย่างไรก็ตามกลุ่มคนเสื้อแดงยืนยันเดินหน้าขับไล่รัฐบาลและองคมนตรีบางคน รวมทั้งล้มล้างระบอบอมาตยาธิปไตย โดยรูปแบบการเคลื่อนไหวจะพุ่งเป้าไปยังบุคคลที่เป็นองคมนตรีที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม" นายณัฐวุฒิกล่าว

- "ปีย์"เป็นฝ่ายเดียวกับ"สุรยุทธ์"

นายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา เจ้าของบ้านย่านสุขุมวิท ปฏิเสธไม่เคยมีส่วนร่วมประชุมวางแผนโค่นล้มพ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมาย เพราะนายปีย์เป็นฝ่ายเดียวกับพล.อ.สุรยุทธ์ และเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพ.ต.ท.ทักษิณ นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เสมอมา

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ากลุ่มเสื้อแดงจะสลายการชุมนุมวันที่ 30 มี.ค.นี้ ยืนยันว่าไม่จริง ส่วนการจัดงานกาชาดนั้นกลุ่มเสื้อแดงพร้อมอำนวยความสะดวกการจัดงานกาชาด ไม่น่าจะมีปัญหา หากเจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อขอเปิดพื้นที่บางส่วน เราคงต้องขอปรึกษาว่าจะขอพื้นที่ไหนบ้าง ทั้งนี้ตนอยากให้ตำรวจประสานงานมาเพื่อให้ทั้ง 2 กิจกรรมดำเนินการไปได้ ส่วนที่จะใช้พื้นที่เส้นทางเสด็จฯ นั้น ยังไม่ได้รับประสานงานจากเจ้าหน้าที่

- วิดีโอลิงก์นายใหญ่สรุปวันต่อวัน

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนการสื่อสารกับผู้ชุมนุมของพ.ต.ท.ทักษิณผ่านวิดีโอลิงก์ ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงและจะมีต่อเรื่อยๆ แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีทุกวันหรือไม่ โดยจะสรุปเรื่องนี้ช่วงเย็นของแต่ละวันว่าจะสื่อสารผ่านวิดีโอลิงก์หรือไม่ โดยภายหลังการวิดีโอลิงก์พ.ต.ท.ทักษิณมักโทรศัพท์มาหาตนทุกวัน เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ของผู้ชุมนุมว่าเป็นอย่างไร ปลอดภัยหรือไม่ อีกทั้งยังห่วงสภาพอากาศร้อน เพราะอาจมีผลกับผู้มาชุมนุม อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เข้ามาบัญชาการหรือสั่งการคนเสื้อแดง

- ไล่แน่ถ้าครม.มาประชุมทำเนียบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 31 มี.ค.รัฐบาลจะเข้าประชุม ครม.ในทำเนียบ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงยืนยันว่าจะขับไล่รัฐบาล หากเห็นนายกฯ หรือ ครม. มา ก็พร้อมขับไล่ ไม่ว่าจะเดินเท้าหรือนั่งรถเข้ามา ส่วนแผนดาวกระจายตอนนี้ยังไม่มีและต้องหารือกันอีกครั้ง นอกจากนี้กลุ่มเสื้อแดงได้วางระบบสับกำลังผู้ชุมนุมหมุนเวียนกันไป แต่อาจถูกสกัดกั้นจากกระทรวงมหาดไทยและคมนาคม ทำให้ผู้ชุมนุมต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงยกระดับมาสู่คนชั้นกลาง เป็นการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลว่าต้องตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

ต่อมานายณัฐวุฒิปราศรัยบนเวทีว่า ขณะนี้มวลชนเสื้อแดงกลุ่มคนรักเชียงใหม่ 51 เดินทางมาปักหลักปิดล้อมบริเวณทางเข้าทำเนียบฝั่งสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์และ ครม.หากมาประชุม ครม.วันที่ 31 มี.ค.นี้ หากผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงคนใดต้องการเข้าร่วมกับกลุ่มคนรักเชียงใหม่ 51 ก็ไปร่วมได้ทันที

- ตกบ่ายผู้ชุมนุมเริ่มทยอยมา

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนคนเสื้อแดงจากกลุ่มต่างๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาล ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ อย่างไรก็ตามเริ่มมีผู้ชุมนุมทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดทยอยเข้ามาสมทบ

ส่วนบริเวณแยกสวนมิสกวัน พื้นที่ที่ใช้จัดงานกาชาดนั้นผู้ชุมนุมยังไม่เปิดพื้นที่บริเวณดังกล่าว ยังมีพ่อค้าแม่ค้าตั้งร้านขายของที่ระลึกและอาหารตามปกติ นอกจากนี้บริเวณถนนพิษณุโลก ฝั่งทำเนียบ ที่ตั้งเต็นท์กลุ่มคนเสื้อแดง จ.สิงห์บุรี ได้นำภาพถ่าย น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค.2551 เป็นภาพการชันสูตรพลิกศพมาจัดตั้งแสดงไว้ให้ผู้ชุมนุมได้ชม อีกทั้งยังแจกเอกสารเนื้อหาวิจารณ์เหตุการณ์ดังกล่าวและผลชันสูตรพลิกศพ

- "แม้ว"งดวิดีโอลิงก์-ตรงวันเผาศพพี่

เวลา 17.00 น.ที่หลังเวทีปราศรัย เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง แถลงถึงวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณว่า เดิมกำหนดให้พ.ต.ท.ทักษิณปราศรัยผ่านระบบวิดีโอลิงก์มาทุกวัน แต่วันที่ 29 มี.ค.นี้เป็นวันพระราชทานเพลิงศพนางเยาวลักษณ์ ชินวัตร พี่สาว พ.ต.ท.ทักษิณจึงขอนั่งสมาธิเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่พี่สาว และทำหน้าที่ของน้องชายที่ดีแม้จะไม่ได้มาร่วมงานก็ตาม อย่างไรก็ตามวันที่ 30 มี.ค.จะมีวิดีโอลิงก์ตามปกติ

นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ตั้งแต่วันที่ 29-31 มี.ค.จะไม่เคลื่อนไปที่ใด เพราะต้องการรอรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่ระบุว่าจะมาประชุม ครม.ที่ทำเนียบ หากอยากเข้ามาหรือจะใช้กำลังตำรวจ ทหารเปิดช่องให้เข้ามาได้ก็เรียนเชิญ แต่ระวังว่าอาจเข้าได้แต่ออกไม่ได้

- ยืนยันองคมนตรีไม่ใช่สถาบัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะถวายฎีกาเรื่ององคมนตรีประพฤติไม่เหมาะสมหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ยุคการสื่อสารไร้พรมแดนไม่มีเรื่องใดที่ไม่ผ่านพระเนตร พระกรรณ เรายังยืนยันในการต่อสู้ว่าองคมนตรีไม่ใช่สถาบัน แต่เป็นไพร่เหมือนเราทุกคน ดังนั้นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเบื้องสูง แต่เป็นเรื่องไพร่กับไพร่ จึงยังไม่ได้คิดกระทำทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

เมื่อถามว่านายสาทิตย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ระบุมีข้าราชการช่วยเหลือการวิดีโอลิงก์ และเตรียมเอาผิด นายจตุพรกล่าวว่า นายสาทิตย์ควรคิดอะไรที่สูงกว่าส่วนสูงของตัวเอง การแสดงออกของนายสาทิตย์เป็นการข่มขู่ข้าราชการ หากเห็นว่าผิดก็มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ต้องขู่ และควรทราบไว้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าพ่อดาวเทียม

- แฉแฝงตัวชักชวนพาดพิงแล้วจับ

ด้านนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ข่าวว่ามีนายตำรวจยศพล.ต.ท. และนายทหารยศพล.อ.เตรียมกำลังตำรวจหลายร้อยคนใส่เสื้อแดงเข้ามาปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมกล้องติดกระดุมเสื้อชักชวนให้พูดจาพาดพิงสถาบันเพื่อดำเนินคดี จึงขอเตือนว่าการกระทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดความแตกแยกแก่คนในชาติ ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นหลังแดดร่มมีประชาชนใส่เสื้อแดงหลั่งไหลเข้ามาร่วมชุมนุมจำนวนมาก โดยเฉพาะหน้าเวทีถนนพิษณุโลก ถนนนครปฐม และถนนเลียบคลองเปรมประชากร จับจองพื้นที่จนแน่นขนัด ช่วงเวลา 18.30 น.มียอดผู้ชุมนุมประมาณ 1 หมื่นคน

- การ์ดล็อกแต่งครึ่งท่อนพก 9 ม.ม.

เวลา 19.30 น.บริเวณทางเข้าด้านเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่อการ์ดนปช.ตรวจค้นชายฉกรรจ์แต่งกายครึ่งท่อน นุ่งกางเกงคล้ายชุดฝึกทหาร สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน พกอาวุธปืน 9 ม.ม.กระสุนเต็มแม็ก จึงกักตัวไว้บริเวณจุดตรวจ จากนั้นประสานนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ซึ่งขณะนั้นมีตำรวจหน่วยอรินทราชเข้ามาแสดงตน และแจ้งว่าชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจอรินทราชได้รับคำสั่งมาปฏิบัติงานในพื้นที่ทำเนียบ แต่เวลาดังกล่าวเป็นช่วงออกเวร จึงออกมาซื้อข้าว แต่การ์ดนปช.ไม่ยอมปล่อย พาตัวไปด้านหลังเพื่อให้นายณัฐวุฒิสอบสวน โดยกลุ่มการ์ดจับมือล้อมเป็นวงกลมป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมที่รู้สึกโกรธเคืองเข้ามาทำร้าย กระทั่งพูดคุยกับนายณัฐวุฒิในรถปรับอากาศขนาดใหญ่นาน 5 นาทีก่อนปล่อยตัวไป

นายณัฐวุฒิเปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาของชายคนดังกล่าวยืนยันว่าเป็นตำรวจจริง แต่ที่พบอาวุธปืนเพราะมีประสบการณ์เลวร้ายในการควบคุมการชุมนุมของกลุ่มอื่น เราชี้แจงว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไม่มีความรุนแรง และร้องขอว่าการปฏิบัติการในพื้นที่ชุมนุม เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ควรพกพาอาวุธปืน เพราะอาจเกิดความรุนแรงและกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ ตนจะโทรศัพท์ประสานกับพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาและขอให้ทำความเข้าใจกับตำรวจด้วย

- กลุ่มคนรักป๋าออกแถลงการณ์

วันเดียวกันช่วงเวลา 18.30 น.ที่โรงแรมตรัง ถ.วิสุทธิกษัตริย์ บางขุนพรหม นายวิรัตน์ ทองใบเพชร นายกสมาคมชาวสงขลา นายอานันต์ แสงวัณณ์ นายกสมาคมเครื่องถมและเครื่องเงินไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายสัจจา ศรีเจริญ ผอ.โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา และตัวแทนประชาชนกลุ่มคนรักป๋าเปรม(พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ) ร่วมออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่อง การรวมตัวของกลุ่มคนรักป๋าเปรม เพื่อคัดค้าน ตอบโต้การกระทำของ น.ช.(นักโทษชาย) ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มคนเสื้อแดง มีใจความสรุปว่า จากการที่พวกคนเสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และเปิดเวทีโฟนอินหรือวิดีโอลิงก์ให้น.ช.ทักษิณออกสู่สายตาประชาชนผ่านสื่อ มวลชนไปทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มคนรักป๋าเปรม มิอาจอดทนนิ่งเฉยต่อการกระทำของน.ช.ทักษิณและพวกคนเสื้อแดงที่บังอาจกล่าวเท็จ จาบจ้วงใส่ร้ายป้ายสี สถาบันองคมนตรีซึ่งเป็นสถาบันใกล้ชิดพระมหากษัตริย์เข้าสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองของทักษิณ ที่ต้องการมุ่งหวังกลับคืนเข้าสู่อำนาจ

พวกเรากลุ่มคนรักป๋าเปรม ขอคัดค้าน ตอบโต้การกระทำของน.ช.ทักษิณและกลุ่มคนเสื้อแดงทุกรูปแบบเพื่อให้หยุดการกระทำดังกล่าวต่อพล.อ.เปรม และสถาบันองคมนตรีทันที และขอให้รัฐบาลกำกับผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการยุติการกระทำของบุคคลเหล่านี้ มิใช่ปล่อยนิ่งเฉย ให้จาบจ้วงและกล่าวเท็จอย่างต่อเนื่อง พวกเราจึงขอเชิญชวนประชาชนผู้รักความเป็นธรรมและเคารพต่อสถาบันองคมนตรีและพล.อ.เปรมออกมาค้ดค้านการกระทำของน.ช.ทักษิณและกลุ่มคนเสื้อแดง

ด้านนายสัจจากล่าวว่า วันที่ 30 มี.ค.อาจนำตัวแทนนักเรียนเข้าพบเพื่อให้กำลังใจพล.อ.เปรมที่บ้านสี่เสาฯ

- ม็อบน้ำเงินซ้อมฝึกในสุวรรณภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันเวลา 10.00 น.กลุ่มเสื้อสีน้ำเงินหลายร้อยคนภายใต้การสนับสนุนของนักการเมืองใหญ่กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ปักหลักอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิมาตั้งแต่วันที่ม็อบเสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบ ได้ฝึกซ้อมภาคสนามบริเวณหน้าอาคารซ่อมบำรุง จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณประตูด้านหน้าอาคารที่จะเข้าไปยังอาคารซ่อมบำรุง มีการตั้งจุดตรวจของเจ้าหน้าที่รปภ.การท่าฯร่วมกับชายใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินยืนปะปนอยู่ด้วย โดยตรวจสอบรถที่ผ่านเข้าออกถ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะไม่ให้ผ่านเข้าด้านใน ซึ่งด้านในมีชายฉกรรจ์เสื้อสีน้ำเงินหน้าอกติดรูปดาว สวมหมวกไหมพรมปิดหน้าเดินตรวจตราอย่างเข้มงวด

จากการสังเกตพบว่าบริเวณสนามหญ้าหน้าอาคารซ่อมบำรุง กลุ่มชายเสื้อสีน้ำเงินประมาณ 1 พันคน บางส่วนกำลังฝึกภาคสนาม บางส่วนพักอยู่ตามเต็นท์สนามและใต้ต้นไม้ ข้างสนามมีรถบรรทุกติดตั้งเครื่องเสียงจอดเตรียมพร้อม ขณะที่ด้านหน้ามีรถดับเพลิงกว่า 10 คัน

- เตือน"มาร์ค"ไม่ได้กลับประเทศ

ทางด้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเวลา 21.00 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า โทรศัพท์คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณทราบว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในอาการเศร้าโศก เพราะเป็นวันพระราชทานเพลิงศพนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พี่สาวคนโต แต่ไม่อาจกลับประเทศมาร่วมได้ ต้องนั่งสมาธิเพื่อสงบสติและอุทิศส่วนกุศลให้พี่สาว ตนจึงบอกว่าวันนี้คนเสื้อแดงคงไม่รบกวนท่าน ขอให้นั่งสมาธิเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พี่สาว คนเสื้อแดงทั้งประเทศจะส่งกำลังใจไปให้ทุกคนในครอบครัวชินวัตร ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.เป็นต้นไปจะสวมเสื้อแดงปราศรัยทุกวัน

นายจตุพรกล่าวอีกว่า นายสุเทพ รองนายกฯ พยายามบิดเบือนว่าการวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณหมิ่นเบื้องสูง ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เพราะพ.ต.ท. ทักษิณพูดถึงพล.อ.เปรมเป็นไพร่เหมือนทุกคน ไม่เห็นว่าจะหมิ่นเบื้องสูงอย่างไร เพราะไม่มีคำว่าหม่อมนำหน้า

นายจตุพรกล่าวต่อว่า ส่วนนายอภิสิทธิ์ที่จะไปประเทศอังกฤษระวังกรรมตามทันเพราะอาจไม่ได้กลับประเทศอีก ขณะนี้พลังเสื้อแดงกระจายไปทั่วไม่มีอะไรหยุดยั้งได้

- ม็อบทยอยกลับรู้ข่าว"แม้ว"งดจ้อ

นายจตุพรยังกล่าวโจมตีพล.อ.เปรมอย่างร้อนแรง เรียกร้องขอให้ลาออกจากองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพราะไม่มีเกียรติประวัติให้คนยกย่อง แต่เป็นเพราะพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน นายกฯขณะนั้นต้องการยกย่องเท่านั้น เมื่อลาออกแล้วให้ไปบวชเพื่อชดใช้กรรม บ้านเมืองจะมีความหวังขึ้น นายอภิสิทธิ์ นายกษิต หรือใครต่อใครไม่สำคัญ คู่ต่อสู้สำคัญที่สุดคือพล.อ.เปรม ต้องล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย เพื่อประเทศชาติให้ได้ ต้องล้มพล.อ.เปรมก่อน ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายจตุพรประกาศว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ปราศรัยวันนี้ ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเริ่มทยอยกลับ แต่บริเวณหน้าเวทีด้านถนนพิษณุโลก และถนนนครปฐม ยังมีคนนั่งฟังการปราศรัยของแกนนำอย่างหนาแน่น

"ปีย์"อ้าง"แอ้ด"พูดตรง-"พัลลภ"ไม่ตรง

นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. ระบุว่าเป็นเจ้าของบ้านย่านสุขุมวิท ที่ใช้ประชุมวางแผนโค่นล้มพ.ต.ท.ทักษิณก่อนการปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 ให้สัมภาษณ์ว่า ในการพูดคุยกัน 7 คนที่บ้านประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นายจรัญ ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ พล.อ.พัลลภ และตน ไม่มีการพูดเรื่องวางแผนรัฐประหารหรือโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการเชิญคนที่สนิทสนมและเป็นเพื่อนมารับประทานอาหารที่บ้านเพื่อพูดคุยถึงปัญหาบ้านเมืองซึ่งทำเป็นปกติอยู่แล้ว

นายปีย์กล่าวว่า เชิญเพื่อนและคนที่มีความสนิทสนมมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านเป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อให้เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังเพราะต้องการทันสถานการณ์เนื่องจากมีอาชีพเป็นนักข่าว ในช่วงเวลาดังกล่าวหลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกับตุลาการศาลปกครองสูงสุด และผู้พิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2549 เกี่ยวกับปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง จึงเชิญนายอักขราทรซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งนายชาญชัย(ปัจจุบันเป็นองคมนตรี) มารับประทานอาหารที่บ้านในวันที่ 6 พ.ค.2549 เพื่อพูดคุยว่าจะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไรตามที่ทรงมีพระราชดำรัส จากนั้นโทรศัพท์ชวนพล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ และนายปราโมทย์ ซึ่งมีความสนิทสนมกันว่า อยากมาฟังหรือไม่

นายปีย์กล่าวอีกว่า วันนั้นพล.อ.สุรยุทธ์มาถึงบ้านที่สุขุมวิท 103 เป็นคนแรก จึงนั่งคุยกัน จากนั้นอีกประมาณ 15 นาที นายอักขราทร นายชาญชัย และนายจรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งตอนนั้นเป็นเลขาธิการประธานศาลฎีกา(ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) มาถึงพร้อมกัน โดยพล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์เดินเข้าบ้านพร้อมกัน จากนั้นขึ้นนั่งโต๊ะอาหารรูปทรงกลม โดยพล.อ.สุรยุทธ์นั่งขวามือของตน พล.อ.พัลลภนั่งทางซ้ายมือ ส่วนตุลาการทั้ง 3 คนนั่งตรงกันข้ามเพื่อจะได้ซักถามสะดวก

นายปีย์กล่าวต่อว่า ตนถามทางฝ่ายตุลาการว่า จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งทั้งนายอักขราทรและนายชาญชัยอธิบายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสอย่างไรบ้าง จนเข้าใจ และทางตุลาการมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไรในทางกฎหมายโดยไม่ได้ลงรายละเอียดถึงตัวบุคคล แต่พูดถึงขั้นตอนทางกฎหมาย โดยนายอักขราทรและนายชาญชัยเป็นคนอธิบายเป็นหลัก ส่วนนายจรัญพูดน้อยหน่อยซึ่งจำไม่ได้ว่าพูดเรื่องอะไรบ้าง แต่หลังจากนั้นคุยกันเรื่องอดีตเก่าๆ เรื่องมโนสาเร่ จนกระทั่งเลิกประมาณ 4 ทุ่มกว่า ตนเดินไปส่งพล.อ.สุรยุทธ์และพล.อ.พัลลภ ซึ่งคนทั้งสองไม่เคยอยู่กัน 2 ต่อ 2 เพราะมีตนนั่งคั่นอยู่ตรงกลาง เวลามีอะไรต้องคุยผ่านตน

"เรื่องที่เกิดขึ้นมันนานหลายปีแล้ว คนที่มากินข้าวไม่มีใครจำวันที่ได้สักคน ผมอายุ 72 แล้วก็จำไม่ได้ แต่เมื่อมีคนมาให้สัมภาษณ์ก็ต้องเปิดดูบันทึกของเลขาฯ เพราะต้องสั่งอาหารญี่ปุ่นจากโรงแรมดุสิตธานีจึงรู้ว่า เป็นวันนี้ ซึ่งมีแผนผังด้วยว่าใครนั่งตรงไหนอย่างไร" นายปีย์กล่าว

เมื่อถามว่าในการพูดคุยมีเรื่องเกี่ยวกับการล้มการเลือกตั้งหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า พูดถึงการเลือกตั้ง แต่จำไม่ได้ในรายละเอียด เพียงแต่ฝ่ายตุลาการพูดถึงการทำตามขั้นตอนของกฎหมาย

"ยืนยันว่าไม่มีการพูดเรื่องปฏิวัติ หรือพูดเรื่องตำแหน่ง ไม่มีทหารอยู่สักคนจะพูดเรื่องปฏิวัติได้อย่างไร" นายปีย์กล่าว

เมื่อถามว่าทำไมเชิญพล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์เข้าร่วมและร่วมในฐานะอะไร นายปีย์กล่าวว่า สนิทสนมกับคนทั้งสองมานานแล้ว และตอนนั้นพล.อ.พัลลภกำลังดังเรื่องคาร์บอมบ์ ส่วนนายปราโมทย์เขียนหนังสือเกี่ยวกับปฏิญญาฟินแลนด์และมีความรู้ทางด้านกฎหมายเลยเชิญมาร่วม

เมื่อถามว่าพล.อ.พัลลภระบุว่า ประชุมวางแผนที่บ้านนายปีย์ถึง 3-4 ครั้ง นายปีย์ปฏิเสธโดยยืนยันว่า พบเพียงครั้งเดียว

"ผมดูพล.อ.สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ที่พล.อ.พัลลภพูดไม่ตรง ก็แปลกใจว่า ทำไม" นายปีย์กล่าวว่า

เมื่อถามว่าเคยสนิทสนมกับพล.อ.พัลลภมาก่อน ทราบหรือไม่ว่าทำไมถึงพลิกขั้วแบบ 180 องศา นายปีย์กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน แต่คิดว่าอาจไม่พอใจพล.อ.สุรยุทธ์ที่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ หรือไม่ได้รับการตอบแทนอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่เข้าใจความคิดของพล.องพัลลภเช่นกัน

เมื่อถามว่าหลังที่มีการเปิดโปงกันได้ติดต่อกับพล.อ.พัลลภ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า ยังไม่ได้ติดต่อกับบุคคลใดทั้งสิ้น เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณเคยมารับประทานอาหารที่บ้านหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า เคยมาหลายครั้งเพราะเคยสนิทสนมกันช่วงก่อนเป็นนายกฯ ส่วนช่วงเป็นนายกฯไม่ได้มา อาจเป็นเพราะไม่มีเวลา แต่หลังรัฐประหาร 19 ก.ย. และกลับจากต่างประเทศมา 2 ครั้ง คุณพญิงพจมาน ชินวัตรมา

ทิ้งบอมบ์

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




แล้วพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ออกมาทิ้งบอมบ์ ดับเครื่องชน แฉเบื้องใหญ่ปฏิวัติวันที่ 19 ก.ย.2549 ต่อหน้าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงกว่า 4 หมื่นคน ที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล

ตัวละครผู้อยู่เบื้องหลังที่พ.ต.ท.ทักษิณเปิดออกมา โดยเฉพาะพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ซึ่งเป็นอดีตนายกฯทั้ง 2 ท่าน

ถือว่าสะท้านสะเทือนอย่างมาก

ในส่วนของพล.อ.เปรมนั้น พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารผู้ใกล้ชิดออกมาตอบโต้แทน ว่าเรื่องนี้ป๋าเปรมท่านหนักแน่น ไม่ใส่ใจกับเรื่องที่ถูกกล่าวหา

สำหรับพล.อ.สุรยุทธ์ที่ถูกระบุว่าไปร่วมประชุมวางแผนโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้งนั้น

เจ้าตัวก็ออกมาตอบโต้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ แต่ยอมรับว่าได้ไปพูดคุยหารือกับหลายฝ่ายและตุลาการผู้ใหญ่ ที่บ้านนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา จริง เพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง

"ในฐานะที่ผมเองต้องติดตามข่าว ก็จำเป็นต้องพบปะพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หากท่านติดตามสถานการณ์จะเห็นว่าขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่อาจจะเรียกว่า เป็นเรื่องของตุลาการในการเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในวันนั้นผมก็มีความตั้งใจเพียงฟังข้อคิดเห็นจากฝ่ายตุลาการระดับสูงเท่านั้น" พล.อ.สุรยุทธ์ระบุ

สำหรับสถานะขององคมนตรีนั้น พล.อ.เปรมก็เคยระบุว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

แต่เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณออกมากล่าวหา ถ้าไม่ใช่ตามนั้นก็ต้องฟ้องร้องเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และรักษาสถาบันองคมนตรีต่อไป

อย่างไรตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าคำปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ กลับสั่นสะเทือน สร้างความหวั่นไหวในพรรคภูมิใจไทยไปด้วย

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค ออกมาอ้างว่านายเนวิน ชิดชอบ ไม่ได้ให้ความสนใจ คิดว่าเป็นการออกมาต่อรองผลประโยชน์บางอย่างเท่านั้น พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวเสนอพ.ร.บ.ความปรองดองแห่งชาติ

ขณะที่นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น อ้างว่านายเนวินถึงออกปากว่ารับไม่ได้ และคิดว่าการกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณแรงเกินไป ไม่ควรนำผู้ใหญ่และสถาบันองคมนตรีมาเกี่ยวข้อง

คอการเมืองฟังแล้วก็ฮาลั่น นึกถึงคนที่เคยเจ็บแค้นคณะรัฐประหาร ถูกทหารจับไปขัง บังคับแก้ผ้ามาแล้ว

แถมตอนบุกปิดล้อมบ้านพักพล.อ.เปรมนั้น แกนนำนปช.ก็บอกว่านายเนวินร่วมขบวนไปด้วย!?!

"สนธิ"ปูด"มือที่สาม"ช่วย"ทักษิณ"โฟนอินชัดตลอด

ที่มา มติชนออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่บ้านพระอาทิตย์ ว่า แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อาทิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสุริยะใส กตะศิลา นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ร่วมกันแถลงข่าวพร้อมอ่านแถลงการณ์ จากนั้นได้ตอบคำถามสื่อมวลชน


เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลนั้น เป็นแบบเดียวกับกลุ่มพันธมิตรฯ และจะตอบสังคมว่าอย่างไร ในเมื่อพันธมิตรฯเป็นต้นแบบของการชุมนม นายสนธิ กล่าวว่า เจตนาของการชุมนุมนั้น ไม่เหมือนกัน เพราะพันธมิตรฯเรียกร้องความโปร่งใสของรัฐบาล และยุติการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม รวมถึงเรียกร้องการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตนมองว่า การเข้าไปล้อมศาลากลางจังหวัดนั้น ทางตำรวจไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังกับผู้ชุมนุมเสื้อแดง


ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกแถลงการณ์เตือนครั้งนี้ หากรัฐบาลและทหารยังนิ่งเฉย กลุ่มพันธมิตรฯ จะออกมารวมตัวกันอีกหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อย่ามองว่าจะกลั่นแกล้งเราได้ การออกมาครั้งนี้ เพื่อแสดงออกอย่างสุจริตใจ โดยอยากให้รัฐบาลและทหารมีบทบาทมากกว่านี้


นายสนธิ กล่าวด้วยว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯนั้น สัญญาณโทรศัพท์มักถูกตัดตลอด แต่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น สัญญาณกลับชัดเจนตลอด เพียงแค่นี้ก็ดูออกแล้วว่า อาจมีมือที่สามคอยช่วยเหลือ นอกจากนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังออกมายอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบางรายเข้ามาช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการโฟนอินแต่ละครั้งนั้น ทำให้สัญญาณไม่ติดขัด


เมื่อถามว่า ตามข้อเรียกร้องข้อ 5 ให้รัฐบาลและทหารปกป้องสถาบัน หรือต้องการให้จัดการอย่างรุนแรงกับเสื้อแดง พล.ต.จำลอง กล่าวว่า คงไม่ต้องพูด เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงของทหาร ส่วนจะมีวิธีอย่างไรที่จะห้ามไม่ให้ใช้ความรุนแรงนั้น มองว่า ทางทหารได้เรียนและฝึกมาแล้ว จึงสามารถแก้ปัญหาได้ ตนอยากให้ทหารทำตามหน้าที่


ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลทักษิณใช้อำนาจรัฐโดยไม่เป็นธรรม เพราะใช้การซื้อเสียงเลือกตั้ง และตามรัฐธรรมนูญมาตรา 69 บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี (ซึ่งการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้) นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำผิดรัฐธรรมนูญ เพราะศาลฯตัดสินให้ผิดแล้วแต่กลับหนี อาทิ คดีการทุจริตต่างๆ และยังปลุกระดมคนเสื้อแดงให้ออกมาต่อต้านรัฐบาลชุดนี้อีก การที่ พ.ต.ท.ทักษิณออกมาโฟนอิน ก็ไม่เหมือนกัน เพราะกลุ่มพันธมิตรฯไม่ได้มีการโน้มน้าวใจ


ขณะที่นายพิภพ กล่าวว่า การเรียกร้องรัฐบาลและทหารให้ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นแรกที่จะทำ จากนั้นจะมีการถกเถียงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีสิทธิแก้ต่างให้ตนเองตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

ถกทหาร-ตุลาการ ปีย์ยอมรับ ข้องใจ 'พัลลภ'

ที่มา ไทยรัฐ
หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยผ่านระบบวีดิโอลิงค์ถึงมวลชนคนเสื้อ แดง เมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค. แฉถึงเบื้องหลังการทำรัฐประหาร เมื่อ 19 ก.ย.49 พร้อมกับโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี และก่อนหน้าที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะออกมาแฉแหลกนั้น วันเดียวกัน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ก็ได้ ออกมาเปิดโปงว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯ กับบุคคลสำคัญหลายคน ได้ประชุมวางแผนโค่นรัฐบาลทักษิณกันที่บ้านของนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ในซอยสุขุมวิท จนทำให้ พล.อ.พัลลภกล่าวพาดพิงถึงออกมาปฏิเสธกันพัลวัน กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า สร้างอุณหภูมิการเมืองให้ร้อนแรงยิ่งขึ้นนั้น

ปีย์ยอมรับ “สุรยุทธ์” กับพวกมาบ้าน

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ระบุเป็นเจ้าของบ้านที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พบกับตุลาการระดับสูง เพื่อวางแผนโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ โดยกล่าวยืนยันว่า ในการพูดคุยกัน 7 คนที่บ้านในซอยสุขุมวิท ประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นายจรัญ ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ และตน ไม่มี การพูดเรื่องการวางแผนรัฐประหารหรือโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นการเชิญเพื่อนและคนที่สนิทสนมมารับประทานอาหารกัน พูดคุยถึงปัญหาบ้านเมือง ซึ่งตนทำเป็นปกติอยู่แล้ว

อ้างต้องการหาข่าวให้ทันสถานการณ์

นายปีย์กล่าวว่า การเชิญเพื่อนและคนที่มีความสนิทสนมมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านเป็นประจำ เพื่อให้เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง เพราะต้องการทันสถานการณ์ เนื่องจากมีอาชีพเป็นนักข่าว หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสกับตุลาการศาลปกครองสูงสุดและผู้พิพากษาศาลฎีกา เมื่อ 25 เม.ย. 49 เกี่ยวกับปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง จึงได้เชิญนายอักขราทรที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ มารับประทานอาหารที่บ้านในวันที่ 6 พ.ค 49 พูดคุยกันว่า จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไรตามที่ทรงมีพระราชดำรัส จากนั้นได้โทรศัพท์ชวน พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ และนายปราโมทย์ ซึ่งมีความสนิทสนมกันอยู่แล้วว่า อยากจะมาฟังหรือไม่ ปรากฏว่า พล.อ.สุรยุทธ์มาถึงบ้านที่สุขุมวิท 103 เป็นคนแรก จึงนั่งคุยกัน จากนั้นประมาณ 15 นาที นายอักขราทร นายชาญชัย และนายจรัญ ภักดี ธนากุล ซึ่งตอนนั้นเป็นเลขาธิการประธานศาลฎีกา ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาถึงพร้อมกัน ส่วน พล.อ. พัลลภและนายปราโมทย์ เดินเข้ามาบ้านพร้อมกัน จากนั้นก็ได้มานั่งกินข้าวที่โต๊ะอาหารรูปทรงกลม โดย พล.อ. สุรยุทธ์นั่งขวามือของตน พล.อ.พัลลภนั่งทางซ้ายมือ ส่วนตุลาการทั้ง 3 คน นั่งตรงกันข้ามเพื่อที่จะได้ซักถามสะดวก

ปัด “พัลลภ-สุรยุทธ์” ไม่เคยอยู่ 2 ต่อ 2

นายปีย์กล่าวด้วยว่า ตนถามฝ่ายตุลาการว่า จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร นายอักขราทรและนายชาญชัยอธิบายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระราชดำรัสอย่างไรบ้างจนเข้าใจ และตุลาการมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไรในทางกฎหมายโดยไม่ได้ลงรายละเอียดถึงตัวบุคคล แต่พูดถึงขั้นตอนในทางกฎหมาย โดยนายอักขราทรและนายชาญชัยเป็นคนอธิบายเป็นหลัก ส่วนนายจรัญพูดน้อยหน่อย จำไม่ได้ว่าพูดเรื่องอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่องอดีตเก่าๆ ไม่เป็นเรื่องเป็นราวและเลิกกินข้าวพูดคุยกัน ประมาณ 4 ทุ่มกว่า ตนยังเดินไปส่ง พล.อ.สุรยุทธ์และ พล.อ.พัลลภ ทั้ง 2 คนไม่เคยอยู่กัน 2 ต่อ 2 เพราะมีตนนั่งคั่นอยู่ตรงกลาง เวลามีอะไรต้องคุยผ่านตน

ยืนยันแค่กินข้าวไม่มีคุยปฏิวัติ

นายปีย์กล่าวด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันนานหลายปีแล้ว คนที่มากินข้าวไม่มีใครจำวันที่ได้สักคน ผมอายุ 72 แล้วก็จำไม่ได้ แต่เมื่อมีคนมาให้สัมภาษณ์ก็ต้องเปิดดูบันทึกของเลขาฯ เพราะต้องสั่งอาหารญี่ปุ่นจากโรงแรมดุสิตธานี จึงรู้ว่าเป็นวันนี้ ทั้งมีแผนผังด้วยว่า ใครนั่งตรงไหนอย่างไร เมื่อถามว่า ในการพูดคุยมีเรื่องเกี่ยวกับการล้มการเลือกตั้งหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า มีการพูดถึงการเลือกตั้ง แต่จำไม่ได้ในรายละเอียด เพียงแต่ฝ่ายตุลาการ มีการพูดถึงการทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ยืนยันว่าไม่มีการพูดเรื่องปฏิวัติ หรือพูดเรื่องตำแหน่ง ไม่มีทหารอยู่สักคนจะพูดเรื่องปฏิวัติได้อย่างไร เมื่อถามว่า ทำไมเชิญ พล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์เข้าร่วม และร่วมในฐานะอะไร นายปีย์กล่าวว่า มีความสนิทสนมกับคนทั้งสองมานานแล้ว ตอนนั้น พล.อ.พัลลภกำลังดังเรื่องคาร์บอมบ์ ส่วนนายปราโมทย์นั้น เขียนหนังสือเกี่ยวกับปฏิญญาฟินแลนด์และมีความรู้ทางด้านกฎหมายเลยเชิญมาร่วม เมื่อถามว่า พล.อ.พัลลภระบุว่า มีการประชุมวางแผนที่บ้านนายปีย์ถึง 3-4 ครั้ง นายปีย์ปฏิเสธโดยยืนยันว่า พบเพียงครั้งเดียว

ข้องใจทำไม “พัลลภ” พลิกขั้ว

เจ้าของบ้านซอยสุขุมวิทกล่าวด้วยว่า พล.อ.สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ที่ พล.อ.พัลลภพูดไม่ตรง ยังแปลกใจว่า ทำไม เมื่อถามว่า เคยสนิทสนมกับ พล.อ.พัลลภมาก่อน ทราบสาเหตุหรือไม่ว่าทำไมถึงพลิกขั้วแบบ 180 องศา นายปีย์กล่าวว่า แปลกใจเหมือนกัน แต่คิดว่าอาจไม่พอใจ พล.อ.สุรยุทธ์ที่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ หรือไม่ได้รับการตอบแทนอะไรบางอย่าง ไม่เข้าใจความคิดของ พล.อ.พัลลภเหมือนกัน เมื่อถามว่า หลังเกิดเหตุที่มีการเปิดโปงกันได้ติดต่อกับ พล.อ.พัลลภ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า ยังไม่ได้ ติดต่อกับบุคคลใดทั้งสิ้น เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยมารับประทานอาหารที่บ้านหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า เคยมาหลายครั้งเพราะเคยสนิทสนมกัน ในช่วงก่อนเป็นนายกฯ แต่หลังเป็นนายกฯไม่ได้มา อาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลาและหลังเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย.49 และกลับจากต่างประเทศพ.ต.ท.ทักษิณเคยมา 2 ครั้ง ส่วนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เคยมา 1 ครั้ง

นายกฯติงอย่าพาดพิง “ป๋าเปรม”

อีกด้านที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิตตอนสายวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง ยังปักหลักชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลว่า การชุมนุมถ้าไม่ได้ทำผิดกฎหมายก็สามารถชุมนุมได้ แต่ในส่วนของรัฐบาลยังทำงานได้ ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้ การชุมนุมเรียกร้องทาง การเมือง ขอให้เป็นเรื่องของนักการเมืองด้วยกัน ไม่ควรที่จะไปพาดพิงถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือองคมนตรีคนอื่นๆ เพราะความจริงแล้วไม่มีเหตุผลอะไรที่จะดึงท่านเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการกล่าวหาในเรื่องที่ไม่เป็นความจริงเช่น กรณีที่ว่าประธานองคมนตรีเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากตั้งแต่ที่ พล.อ.เปรมวางมือทางการเมืองก็ไม่มีส่วนไหนที่จะมาเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมืองของพรรคการเมืองใด คิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่มีการกล่าวพาดพิง เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าตำแหน่งที่ พล.อ. เปรมดำรงอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องยากที่จะให้มาชี้แจงหรือตอบโต้อะไรได้มากนัก

ยกย่องเกียรติประวัติ “ป๋า”

“ดังนั้น ไม่ควรมีการฉวยโอกาสที่ประชาชนส่วนหนึ่งอาจไม่ทราบประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เพราะเมื่อครั้ง ที่ พล.อ.เปรมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นช่วงเวลาที่นานมาแล้ว และเป็นผู้ที่ช่วยทำให้บ้านเมืองพ้นจากวิกฤติที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้ เมื่อท่านดำรงตำแหน่งมานาน 8-9 ปี ก็เห็นว่าพอแล้วและเลิกไป จากนั้นได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็นรัฐบุรุษ ดังนั้น การไปกล่าวหาโจมตีท่าน จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณต้องการเรียกร้องอะไรทางการเมือง ก็เป็นเรื่องระหว่างนักการเมืองด้วยกันเพราะในแง่ของประวัติการทำงานต่างๆของประธานองคมนตรี และองคมนตรี ก็เป็นหลักประกันได้อยู่แล้ว เพียงแต่ท่านคงไม่มีโอกาสออกมาพูดชี้แจงอยู่ตลอด” นายอภิสิทธิ์กล่าว

วอนคนไทยตำหนิ “ทักษิณ”

เมื่อถามว่า รัฐบาลสามารถดำเนินการอะไรในเรื่องนี้ได้บ้าง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้าอยู่ในกรอบของกฎหมาย ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่อยากให้ทุกคนทราบข้อเท็จจริง ประชาชนควรมีวิจารณญาณเปรียบเทียบได้ว่าประวัติการทำงาน และคุณงามความดีของแต่ละบุคคลเป็นอย่างไร การเรียกร้องเพียงเผื่อผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคล ไม่ควรที่จะก้าวล่วงไปถึงสถาบันอื่นๆ รัฐบาลอยากยืนยันจุดนี้

ถ้ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายก็จะดำเนินการ ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์ไว้หรือไม่ว่าจะเกิดความรุนแรงจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณออกมาสู้แบบสุดตัวเหมือนเลือดเข้าตา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่ คงคิดค่อนข้างตรงกันว่าบ้านเมืองต้องการความสงบ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเสนอข้อมูลข่าวสารให้ครบถ้วนรอบด้าน ไม่ใช่ให้มีการฟังความข้างเดียว สังคมต้องช่วยกัน อย่าเพิกเฉยต่อสิ่งที่ไม่เหมาะสม ต้องออกมาตำหนิติติงกันบ้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ครบถ้วนและรอบด้านมากขึ้น

รับยังไม่มีคิวเข้าทำเนียบฯ

เมื่อถามว่า การประชุม ครม. วันที่ 31 มี.ค.นี้จะเข้าไปประชุมทำเนียบฯ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ช่วงเช้าของวันดังกล่าวจะเข้าเฝ้าฯถวายพระพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ จากนั้นจะเดินทางไปขึ้นเครื่องบินไปประชุม จี-20 ที่ประเทศอังกฤษ ช่วงที่ตนไม่อยู่ ได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ รักษาการแทน แต่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แนวทางก็เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลจะเดินอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่าสรุปแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ ไปจนถึงวันที่จะเดินทางไปประเทศอังกฤษ จะไม่มีกำหนดการเข้าทำเนียบฯใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มี แต่ถ้าจำเป็นต้องเข้าก็จะเข้า

แขวะอดีตนายกฯสับสนตัวเอง

เมื่อถามว่า จะทำตามข้อเรียกร้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ให้ยุบสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่ทราบว่าท่านเรียกร้องอะไรกันแน่ บางที พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าให้แก้รัฐธรรมนูญ ถ้ายุบสภาแล้วจะแก้รัฐธรรมนูญได้อย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณยังสับสนตัวเองอยู่ เมื่อถามว่า รัฐบาลยังมีสมาธิในการทำงานดีอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังมีสมาธิในการทำงานดี สนใจกับงานของบ้านเมืองเป็นหลักมั่นใจว่ารัฐบาลทำงานได้

“สุเทพ” ลั่นไม่หาที่สำรองประชุม ครม.

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า ไม่มีการประเมินอะไรเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลสถานการณ์ส่วนเรื่องความหนักใจในการเดินทางเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลนั้น ให้ดูเมื่อถึงวันเข้าทำเนียบฯก่อน ส่วนวันที่ 30 มี.ค.นี้ ก็จะพยายามทำหน้าที่ และยืนยันว่าไม่มีการหาพื้นที่สำรองในการประชุม ครม.

หมดทางสกัด “ทักษิณ” โยงองคมนตรี

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะอธิบายอย่างไร เรื่องกลุ่มเสื้อแดงที่ส่อว่าจะทำให้เกิดความแตกแยก นายสุเทพตอบว่า ทำไมต้องอธิบายประชาชนเห็นกันอยู่ทุกวัน รัฐบาลไม่ต้องอธิบายเขาก็เห็นกันอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะมีคนสนับสนุนมาก ยิ่งพูดจาไม่เหมาะสมคนก็ยิ่งถอยออกมา เมื่อถามต่อว่า รัฐบาลจะมีแนวทางปกป้องสถาบันเบื้องสูงอย่างไร ในการโฟนอินพาดพิงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสุเทพกล่าวว่า “คุณถามเกินไป” เมื่อถามย้ำว่า มีการพาดพิงองคมนตรีบางคน รัฐบาลจะมีแนวทาง ป้องกันอย่างไร นายสุเทพตอบว่า ไม่มีกฎหมายให้รัฐบาลดูแลเรื่องนี้ได้ ท่านองคมนตรีเป็นผู้เสียหายต้องออกมาชี้แจง ส่วนพี่น้องประชาชนต้องใช้วิจารณญาณเพื่อพิจารณาดู ประชาชนจะเห็นข้อเท็จจริงเอง สำหรับประธานองคมนตรีท่านเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไร ความชอบหรือ ไม่ชอบหรือไม่เหมาะสม ผู้พูดคือคุณทักษิณต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง ประชาชนจะได้เห็นธาตุแท้ของคุณทักษิณมากขึ้น

วิเคราะห์ 3 เป้าหมายหลักที่ทักษิณสู้

เมื่อถามย้ำว่า จะมีแนวทางการสกัดกั้นการวีดิโอลิงค์ของ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร นายสุเทพตอบว่า เราจะไป ทำได้อย่างไร ส่วนข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการให้กลับไปเลือกตั้งใหม่นั้น นายสุเทพตอบว่า ข้อเสนอที่ พ.ต.ท.ทักษิณเรียกร้องมาคือ ต้องการให้ตัวเองได้ทรัพย์สินคืน รวมทั้งพ้นผิด และกลับมามีอำนาจ เพียงแค่ 3 เรื่อง เท่านั้นเอง ส่วนความคิดในเรื่องการเลือกตั้งใหม่ไม่ได้ อยู่ในความคิดของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายกฯตอบเรื่องนี้ไปชัดเจนแล้ว

ชี้คนสำคัญตั้งวงหารือผิดปกติ

ขณะที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย โฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ระบุว่า ยิ่ง พ.ต.ท.ทักษิณออกมาโจมตีประธานองคมนตรีและองคมนตรี ก็ยิ่งเผยธาตุแท้ ต้องการดิ้นรนเพื่อหนีคุก และต้องการเรียกเงินคืนจากการยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทว่า แม้นายปีย์ มาลากุล เจ้าของบ้านย่านสุขุมวิท ปฏิเสธว่าบุคคลสำคัญทั้ง 7 คน ไม่ได้หารือเรื่องการปฏิวัติ แต่อย่างน้อยข้อกล่าวหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีเค้าความจริง และเป็นข้อเท็จจริงที่ประชาชนจะฉุกคิดคือ ไม่ใช่เรื่องปกติที่อยู่ๆคนสำคัญระดับนายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา และนายจรัญ ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกาในขณะนั้น จะไปพบปะกันด้วยเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป แม้จะพูดถึงกระบวนการตุลาภิวัตน์ต่างๆ แต่เมื่อเอาพฤติกรรมและการกระทำของบุคคลเหล่านี้ ในภายหลังที่ออกมาก็จะเป็นจิ๊กซอว์ที่ต่อภาพได้ชัดเจนขึ้นว่ามีอะไรที่ผิดปกติ ไม่ตรงไปตรงมา

เหน็บพวกมือถือสากปากถือศีล

นายพงศ์เทพกล่าวด้วยว่า การที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.รมน.บอกว่า ได้ไปเจอกันและได้พูดในเรื่องที่ผิดปกติ ตรงนี้ถือว่าเป็นน้ำหนักในคำพูดของ พล.อ.พัลลภน่าเชื่อถือขึ้น ต้องไม่ลืมว่าคนเป็นผู้พิพากษานั้น ต้องระมัดระวังเรื่องจริยธรรมผู้พิพากษา แม้กระทั่งการพบปะผู้คน อะไรที่ทำให้ผู้คนสงสัยเคลือบแคลงเขาไม่ทำ กัน ดังนั้นอีกสักพักคงจะมีบุคคลบางส่วน ที่จะเรียกร้องให้ ศาลต้องมีการดำเนินการกับคนของตัวเองว่ามีอะไรที่ไปทำให้เกิดความผิดปกติ ศาลทั้งหลายต้องกวาดบ้านตัวเอง ถือเป็นความท้าทายในวงการศาล จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ แค่ไปเจอกันจริงๆที่บ้านของนายปีย์เรื่องที่กล่าวหากันอยู่ มันก็เข้าเค้า ไปดูเถอะว่ามีอะไรที่ไปทำกันจนเละเทะ เราจะได้ดูพวกมือถือสากปากถือศีล จะได้เห็นธาตุแท้กันเสียที

111 ทรท.เตรียมร่วมเวทีเสื้อแดง

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า วันที่ 30 มี.ค. นี้ สมาชิกมูลนิธิ 111 ทรท.จะประชุมหารือกันถึงเรื่องการปรับปรุงคณะกรรมการมูลนิธิชุดใหม่ ซึ่งจะมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชาชนมารับหน้าที่เป็นประธานมูลนิธิ 111 ทรท. และคงจะหารือเรื่องที่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะขึ้นเวทีร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย กับ การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากหลังการปฏิวัติรัฐประหารวันที่ 19 ก.ย. 2549 พวกเราต้องสูญเสียความยุติธรรมและความเป็นธรรม ถือว่าเราสูญเสียความเป็นประชาธิปไตย ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาเรียกร้องเพราะสูญเสียประชาธิปไตย จึงตรงกับแนวคิดของบ้านเลขที่ 111 ที่ถูกศาลที่ไม่ใช่ศาล แต่เป็นองค์คณะที่แต่งตั้งโดยคณะปฏิวัติมาทำให้เราเสียสิทธิทางการเมือง ส่วนจะเข้าร่วมในลักษณะใดต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุม

แฉมี ขรก.ช่วยทำวีดิโอลิงค์

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่มีคนถามว่าทำไมรัฐบาลปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้วีดิโอลิงค์ได้อย่างเสรีนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ครั้งก่อนๆแล้ว และมีข้อมูลค่อนข้างใกล้ชิดมากในขณะนี้กลุ่มคนที่ทำวีดิโอลิงค์ให้ส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการ กำลังติดตามข้อมูลอยู่ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง แต่ประเด็นที่ตามอยู่อยากทราบว่าดำเนินการถูกกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นวิธีการที่หลบเลี่ยงกฎหมาย ต้องยอมรับว่าพ.ต.ท.ทักษิณชำนาญในเรื่องเทคโนโลยี ถ้าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นวิธีการที่หลบเลี่ยงข้อกฎหมายก็ต้องดำเนินการกัน ส่วนเรื่องเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องดูอยู่อย่างใกล้ชิด

ซัด “ทักษิณ” ใช้ดาวเทียมเลี่ยงกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ระบุว่าข้าราชการเกี่ยวข้องกับวีดิโอลิงค์นั้นเกี่ยวข้องอย่างไร นายสาทิตย์กล่าวว่า มีข้อมูลก่อนหน้าว่าไปช่วยดำเนินการ ขณะนี้กำลังติดตามดูข้อมูลอย่างใกล้ชิดว่าเป็นส่วนไหน และให้หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำเรื่องนี้อยู่ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งกำลังดูอยู่ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณใช้หลายวิธีมาก มีทั้งผ่านดาวเทียม เช่น ยูลิงค์ ซึ่งเป็นวิธีการที่หลบเลี่ยงข้อกฎหมาย เมื่อถามต่อว่ารัฐบาลตัดสัญญาณวีดิโอลิงค์ได้เลยหรือไม่ นายสาทิตย์กล่าวว่า ถ้าผิดก็ดำเนินการได้ ส่วนข้อกฎหมายที่จะดำเนินการ พ.ต.ท. ทักษิณมี 2 ส่วนคือ 1. สิทธิส่วนบุคคล บุคคลนั้นก็ต้องใช้สิทธิตามกฎหมาย 2. หากคาบเกี่ยวความเสียหายของบ้านเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง รัฐบาลเข้าใจดีในเรื่องความละเอียดอ่อนของมวลชน เราไม่ต้องการสร้างความแตกแยกเพิ่มขึ้น อาจเข้าทางแกนนำให้มีการชุมนุมยืดเยื้อ

โวยวิทยุชุมชนไม่ให้ความร่วมมือ

นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมหน่วยงานความมั่นคงที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กำชับให้ตำรวจนครบาลตักเตือนและสอดส่องในเรื่องการถ่ายทอดสัญญาณการโฟนอินผ่านระบบวีดิโอลิงค์ เพื่อออกอากาศทางสถานีวิทยุชุมชนไปแล้ว ซึ่งตำรวจรับปากไปแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดยังมีการถ่ายทอดสัญญาณมากยิ่งขึ้น กรณีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของตน แต่ขึ้นอยู่กับอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตนทำได้เพียงขอความร่วมมือ เท่าที่ทราบอนุกรรมการของ กทช.ได้ทำหนังสือตักเตือนไปที่วิทยุชุมชนเหล่านี้หลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งนี้ ในเดือน เม.ย.นี้ กทช.จะประชุมเพื่อจัดระเบียบและลงทะเบียนประวัติวิทยุชุมชนทั้งประเทศ เชื่อว่าจะดี ขึ้น เพราะเรื่องสื่อเป็นเรื่องอ่อนไหว หากตนเข้มงวดมากไปก็จะถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงสื่อ แต่ถ้าอ่อนไปก็จะมีการฉวยโอกาส นำมาสร้างความวุ่นวายให้สังคมโดยรวม จึงต้องจับตาเป็นพิเศษ

ตั้งข้อสังเกตเหตุใดแก้ตัวช้า

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งยังคงปักหลักชุมนุมกันที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 29 มี.ค. เป็นวันที่ 4 ตลอดทั้งวันบรรดาแกนนำ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดทำให้มีผู้ร่วมชุมนุมกันบางตา และในเวลา 10.00 น. ที่หลังเวทีบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. แถลงข่าวว่า การที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และนายจรัญ ภักดีธนากุล ออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 นั้น เป็นที่น่าสังเกตว่า หากไม่ได้ เกี่ยวข้องจริงๆ ทำไมนายจรัญจึงไม่กล้าออกมาปฏิเสธทันทีเมื่อถูกซักถาม แต่ต้องรอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน หลังจาก พล.อ.สุรยุทธ์แถลงไม่นาน นายจรัญถึงออกมา อยากถามว่าทำไมไม่กล้าออกมาชี้แจง หรือเพราะกลัวถ้อยคำจะไม่ตรงกัน

ชี้ “สุรยุทธ์” หมดความเชื่อถือแล้ว

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า อยากเตือน พล.อ.สุรยุทธ์ ว่าอย่าเชื่อมั่นตนเองมากนัก เพราะต้นทุนความน่าเชื่อถือไม่เหลือแล้ว อยากให้สังคมไทยใช้สติพิจารณาความน่าเชื่อถือของตัวบุคคลจากอดีตที่ผ่านมา การกระทำของ พล.อ.สุรยุทธ์ชี้ชัดว่าพูดอย่าง ทำอย่าง ยกตัวอย่างเมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ยังดำรงตำแหน่งเป็นประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เขาใหญ่ แต่ในขณะที่เป็นประธานฯกลับบุกรุกและครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง โดยไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ ทั้งที่เป็นพื้นที่ป่าสงวน แต่ชาวบ้านที่อยู่พื้นที่ข้างล่างกลับถูกดำเนินคดี อีกทั้งการที่ออกมาปฏิเสธกรณีปี 2545 ที่มีการเคลื่อนกำลังไปปะทะกับทหารประเทศเพื่อนบ้านจนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากว่าไม่เป็นความจริง เป็นการเคลื่อนกำลังเพื่อฝึกเท่านั้น และยังได้รับความเห็นชอบจาก รมว.กลาโหม ขณะนั้นคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

ประกาศท้ารบกับองคมนตรี

แกนนำกลุ่มเสื้อแดงกล่าวอีกว่า คนเสื้อแดงไม่อาจฟังและเชื่อถือ พล.อ.สุรยุทธ์อีกต่อไป ขอยืนยันว่าจะขับไล่รัฐบาลชุดนี้ พร้อมกับโค่นอำนาจของระบอบอมาตยาธิปไตยและเปิดแนวรบโดยมวลชนกับองคมนตรีบางคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่มาแทรกแซงทางการเมือง จะเป็นการเคลื่อนไหวทางมวลชน โดยอิงข้อมูลข้อเท็จ โดยไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันองคมนตรี และสถาบันเบื้องสูง และการชุมนุมยังคงมีอยู่ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด และพร้อมขับไล่รัฐบาล โดยเฉพาะการประชุม ครม.ไม่ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลด้วยวิธีใดก็ตาม คนเสื้อแดงจะขับไล่ทันที และขอยืนยันว่าการชุมนุมจะอำนวยความสะดวกให้กับงานกาชาด รวมทั้งเส้นทางเสด็จฯด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

ระบุ “ปีย์-แอ้ด” พวกเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ย้ำถ้อยคำชี้แจงของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่แปลก เพราะนายปีย์เป็นอีกคนที่ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับ พล.อ.สุรยุทธ์ และยืนฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายสมัครเป็นคนเดียวกันที่เรียกสมญาว่า หัวเถิก จึงไม่ผิดความคาดหมายว่า นายปีย์จะออกมายืนยันข้อมูลให้กับ พล.อ.สุรยุทธ์ เพราะเป็นพวกเดียวกัน

คุยเสื้อแดงมาด้วยใจไม่มีใครจ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มเพื่อนเนวินออกมาชี้แจงว่า การดำเนินการของกลุ่มคนเสื้อแดง และการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น เพราะหวังผลคดีเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวว่า ไม่เคยคิดว่า การเคลื่อนไหวจะมีผลต่อคดีดังกล่าว เงินจำนวนนี้ก็เป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างถูกต้อง ที่จริงเพื่อนเนวินไม่ควรออกมาวิจารณ์เรื่องนี้ เพราะการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงกับกลุ่มเพื่อนเนวินแตกต่างกันมาก คืองบประมาณการเคลื่อนไหว เสื้อแดงมาด้วยใจไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ส่วนกลุ่มอื่นตนไม่ทราบ

ปิดการจราจรรอบทำเนียบฯชั่วคราว

ตอนสายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. ในฐานะ รองโฆษก บช.น. กล่าวภายหลังเรียก ประชุมนายตำรวจระดับรอง ผบช.น. ผบก.น.1-9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทำเนียบฯว่า ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลโดยรอบพื้นที่ รวมถึงจุดล่อแหลมต่างๆ โดยรอบบริเวณ ใช้กำลังจาก บช.น. บช.ภาค 1, 2 และ 7 บช.ตชด. รวมจำนวน 23 กองร้อย หรือ 3,450 นาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน หากมีการเคลื่อนขบวนตามยุทธศาสตร์ ดาวกระจาย จะมีการจัดกำลังในจุดที่จะมีการเคลื่อนขบวน จุดละ 2 กองร้อย หรือ 300 นาย ส่วนการจราจรรอบพื้นที่ใน กทม.นั้น ขณะนี้มีงานต่างๆหลายงาน เช่น มหกรรมหนังสือนานาชาติ งานกาชาดประจำปี อาจจะก่อให้เกิดปัญหาจราจร จะมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ตำรวจมีความจำเป็นต้องจัดระเบียบการรักษาความปลอดภัยและการจราจร จึงต้องปิดการจราจรชั่วคราวบริเวณรอบทำเนียบฯ ถนนพระราม 5 ตั้งแต่แยกพณิชยการ-ถนนลูกหลวง ถนนนครปฐม ตั้งแต่ถนนศรีอยุธยา-ถนนลูกหลวง อาจทำให้การจราจรอาจจะติดขัดต่อเนื่อง ส่วนขบวนเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่จะเสด็จฯเปิดงานกาชาดในวันที่ 30 มี.ค.นั้น ได้วางแผนเส้นทางเสด็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ย้ายที่มอบตัว 21 พันธมิตรฯ

พล.ต.ต.ภาณุยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเข้ารายงานตัว รับทราบข้อกล่าวหาของ 21 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ที่จะมีการเปลี่ยนสถานที่จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล มาเป็นสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิตนั้น เชื่อว่าจะไม่มีสถานการณ์อะไรน่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาลงบันทึกประวัติ แล้วเดินทางกลับได้เลย ส่วนที่เหลือคงเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนว่าจะมีการประสานสอบปากคำเมื่อใดเท่านั้น

เสื้อแดงปัดไม่เคยโชว์ภาพน้องโบว์

ขณะเดียวกัน หลังจากที่มีข่าวว่ามีการนำภาพศพของน้องโบว์ หรือ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ สมาชิกกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์การปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 7 ต.ค. 2551 ออกมาประจาน โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพเปลือย โดยมีเจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรพิสูจน์การเสียชีวิต ทำให้ผู้เสียชีวิตได้รับความเสียหายนั้น นายสุพร อัตถาวงศ์ หนึ่งในแกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงไม่มีการนำภาพของน้องโบว์ออกมาแจกจ่ายตามที่เป็นข่าว เพราะคนเสียชีวิตไปแล้วเราจะนำภาพออกมาประจานทำไม ถือเป็นการยํ่ายีผู้เสียชีวิตเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร และเราคงไม่มีความคิดที่เอาเรื่องเล็กๆขึ้นมาเป็นประเด็น วันนี้จะเห็นได้ว่าเราพูดแต่เรื่องใหญ่ๆ ขนาดนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศเรายังไม่พูดถึงเลย ฉะนั้นเรื่องภาพดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ทักษิณงดโฟนอิน 1 วันไว้อาลัยพี่สาว

ต่อมาเวลา 17.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.แถลงข่าวที่หลังเวทีปราศรัยว่า ในการชุมนุมคนเสื้อแดงเพื่อต่อสู้ขับไล่ระบอบอมาตยาธิปไตย ที่มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีเป็นหัวหน้า และขับไล่ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในค่ำวันที่ 29 มี.ค. จะงด รายการสนทนาผ่านระบบวีดิโอลิงค์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 1 วัน เนื่องจากเป็นวันที่มีงานพระราชทานเพลิงศพนางเยาวลักษณ์ ชินวัตร พี่สาว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่วัด เทพศิรินทราวาส หลังจากนั้นจะกลับมาพูดคุยกับพี่น้องคนเสื้อแดงตามปกติในเวลา 20.30 น. เป็นประจำทุกวันตลอดการชุมนุม พ.ต.ท.ทักษิณได้โทรศัพท์พูดคุยกับตน เมื่อ 5 นาทีผ่านมา ว่าของดการสนทนาในค่ำวันนี้ เพื่อขอทำใจและทำสมาธิ อุทิศส่วนกุศลไว้อาลัยให้กับนางเยาวลักษณ์ในฐานะน้องชาย ที่ไม่สามารถเดินทางกลับมาบำเพ็ญกุศลให้กับพี่สาวได้ และยืนยันว่าการปราศรัยผ่านวีดิโอลิงค์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากข้าราชการคนใดของรัฐบาล ตามที่นายสาทิตย์ วงศ์-หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวหา เพราะเทคโนโลยีนี้มีการใช้กันแพร่หลายทั่วโลก และ พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญคนหนึ่ง

ชุมนุมยืดเยื้อรอรับมาร์คเข้าทำเนียบ

นายจตุพรกล่าวอีกว่า สำหรับการชุมนุมของคนเสื้อแดง จะปักหลักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.นี้ เพื่อรอต้อนรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ประกาศว่า จะมาประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันดังกล่าว คนเสื้อแดงพร้อมจะให้นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพและคณะเข้ามาในทำเนียบรัฐบาลได้ตามสะดวก อยู่ที่ว่าอยากจะเข้ามาทางไหน แต่จะออกไปจากทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ไม่สามารถยืนยันได้ เพราะอยากจะให้รัฐบาลพรรค ประชาธิปัตย์ ได้คิดถึงวันที่ให้นายกษิต ภิรมย์ และพรรค พวกพันธมิตรฯ เข้ามาบุกยึดทำเนียบสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นก็จะมีการประเมิน สถานการณ์การชุมนุมแบบวันต่อวัน

ยันบ้านสี่เสาเป็นเป้าสำคัญคนเสื้อแดง

“ถ้ารัฐบาลจะใช้กำลังตำรวจ-ทหารสลายผู้ชุมนุมเพื่อเข้ามาทำเนียบ ก็เชิญ แต่ไม่รับรองว่าจะได้ออกจากทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ คนเสื้อแดงจะยังไม่ไปไหนทั้งนั้นเพราะจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้คือทำเนียบรัฐบาลและบ้านสี่เสาเทเวศร์ แต่อาจจะมีการเดินขบวนไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากว่า นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ยังคงมีพฤติกรรมดึงสำนวนยุบพรรคประชาธิปัตย์คดีไซฟ่อนเงินทีพีไอ 263 ล้านบาท และเงินกิจการพรรคการเมืองอีก 23 ล้านบาท ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งหลักฐานมาให้ ให้กับศาล รัฐธรรมนูญภายใน 15 วันตามกฎหมาย” นายจตุพรกล่าว

เย้ย ปชป.ดิ้นรนหนีคดียุบพรรค

นายจตุพรกล่าวอีกว่า อยากให้สังคมไทยสังเกตว่า ขณะนี้รัฐบาลมีความพยายามหลีกหนีคดียุบพรรค เห็นได้จากการที่นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย แทรกแซงการทำงานของ กกต. เรื่องส่งสำนวนเงินบริจาคพรรคการเมือง และเงินกองทุนพัฒนาการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยผ่านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้ กกต.ออกมาระบุว่า ต้องรอตรวจสอบก่อน แสดงให้เห็นว่ามีความพยายามดึงเรื่องไว้ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ กกต.ส่งสำนวนคดีภายใน 15 วัน โดยส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามกฎหมาย นอกจากนี้ น่าสังเกตว่า นายถาวรยังทำงานนอกเหนือหน้าที่ โดยได้ออกมาเรียกร้องให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ดำเนินการตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกี่ยวกับข้อมูลเงินบริจาคดังกล่าว เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ แต่เรื่องที่ควรดำเนินการกลับไม่ทำ คือ เรื่องที่ขณะนี้มีประเด็นการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยไม่ชอบที่เกาะนกคอม จ.กระบี่ ที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท เรื่องนี้นายถาวรมีอำนาจโดยตรง และควรไปหาข้อเท็จจริงมากกว่า

กร้าวป๋าเปรมไม่ใช่เบื้องสูง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ควรมีการจาบจ้วงเบื้องสูง นายจตุพรกล่าวว่า การชุมนุมมีการกล่าวถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ บุคคลดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสถาบันเบื้องสูง แต่เป็นแค่บุคคลธรรมดาที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษาพระเจ้าแผ่นดิน

จักรภพเตือนรัฐบาลอย่าใช้วิชามาร

ด้านนายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าตำรวจและทหารระดับพลเอกจะมีการส่งกำลังพลกว่าร้อยนายเข้าร่วมการชุมนุม โดยสวมเสื้อสีแดง แต่มีเจตนาแอบแฝง โดยเม็ดกระดุมที่เสื้อจะมีการติดกล้องที่สามารถบันทึกภาพและเสียงได้ โดยกลุ่มคนดังกล่าวจะเข้ามาเพื่อก่อกวน และยั่วยุผู้ชุมนุมให้มีอารมณ์โทสะ ให้เกิดความรุนแรง และหมิ่นเบื้องสูง เรื่องนี้อยากส่งสัญญาณให้คนที่ต้องการใช้วิชามารดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรดำเนินการ เพราะหากมีการจับกุมกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยวิธีนี้ หากนานวันเข้าก็อาจเกิดความวุ่นวายได้ ซึ่งไม่ส่งผลดีกับใครทั้งสิ้น

นัดฟังโฟนอินที่ศาลากลางจังหวัด

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ทราบว่าชมรมเสื้อแดงจังหวัดต่างๆทั่วประเทศได้หารือถึงการเตรียมจัดชุมนุมพร้อมกันที่บริเวณหน้าศาลากลางทุกจังหวัด เพื่อรอฟังโฟนอินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติวันที่ 19 ก.ย.49 คาดว่าจังหวัดเล็กจะมีคนเสื้อแดงมาชุมนุม 2-3 หมื่นคน ส่วนจังหวัดใหญ่จะมีคนเสื้อแดงมาชุมนุม 4-5 หมื่นคน การเคลื่อนไหวดังกล่าว จะทำช่วงก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ หลังจากนั้นจะเคลื่อนทัพไปสมทบกับพลเสื้อแดงที่ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันรัฐบาลจนกว่านายกฯจะยุบสภา สำหรับการจะเคลื่อนไหวดังกล่าว ชมรมคนเสื้อแดงได้ประสานมายัง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้ประสานการโฟนอินมายังจังหวัดต่างๆพร้อมกัน

คนรักป๋าออกโรงโต้ทักษิณ

เวลา 18.00 น. ที่โรงแรมตรัง ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ กลุ่มคนรักป๋าเปรม นำโดยนายวิรัตน์ ทองใบเพชร นายกสมาคมชาวสงขลา นายอนันต์ แสงวัณณ์ นายกสมาคมเครื่องถมและเครื่องเงินในพระบรมราชูปถัมภ์ นายประดิษฐ์ อ่อนรักษ์ รักษาการเลขาธิการสมาคมชาวสงขลา และนายสัจจา ศรีเจริญ ผอ.ร.ร. มหาวชิราวุธจังหวัดสงขลา พร้อมพวกรวม 20 คน รวมตัวกันคัดค้านตอบโต้การกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มคนเสื้อแดง ที่พูดจาบจ้วง พล.อ.เปรมและสถาบันองคมนตรี พร้อมอ่านแถลงการณ์ที่ระบุว่าคนเสื้อแดงปิดล้อมทำเนียบฯ เปิดเวทีโฟนอินโดยพ.ต.ท.ทักษิณสู่สายตาประชาชน ผ่านสื่อทั่วโลก ตั้งแต่ 26 มี.ค. ทำให้กลุ่มคนรักป๋า มิอาจอดทนนิ่งเฉยต่อการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณและเสื้อแดงที่บังอาจกล่าวเท็จจาบจ้วง ใส่ร้ายป้ายสีสถาบันองคมนตรี รัฐบาลอย่านิ่งเฉยและปล่อยให้มีการจาบจ้วง กลุ่มคนรักป๋าได้อ่านแถลงการณ์ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนแยกย้ายกันไป

ตั้งด่านตรวจเข้มกันมือที่สามก่อกวน

ช่วงเย็นกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมที่หน้าทำเนียบฯ เพื่อรอฟังการปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากไม่ทราบว่ามีการยกเลิกปราศรัยผ่านวีดิโอลิงค์ โดยบรรยากาศในการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมวันที่ 4 เข้มข้นขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและการ์ดกลุ่มคนเสื้อแดง ตั้งแถวตรวจกระเป๋าผู้ที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมอย่างละเอียด มีการใช้เครื่องตรวจจับโลหะที่ใช้ในสนามบิน ป้องกันผู้ไม่หวังดีนำอาวุธมาเข้ามาก่อกวน ขณะเดียวกันเวทีปราศรัยก็เริ่มดุเดือดขึ้น แกนนำสลับกันขึ้นเวทีกล่าวโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือดขณะที่ผู้ ชุมนุมใช้ตีนตบ หัวใจตบ มาโบกกันอย่างสนุกสนาน

จับ ตร.พกปืนเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุม

เวลา 19.30 น. การ์ดคนเสื้อแดง ควบคุมชายฉกรรจ์ สวมเสื้อสีเทาลักษณะมีพิรุธ ได้ที่เชิงสะพานมัฆวาน หลังตรวจค้นพบปืนสั้น 1 กระบอกพร้อมกระสุน แต่แสดงตัวว่าเป็นตำรวจที่มารักษาการณ์ในทำเนียบฯ จึงควบคุมมาสอบที่รถโค้ชหลังเวที โดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มา สอบสวนด้วยตัวเอง นายณัฐวุฒิเผยว่า ผู้บังคับบัญชาตำรวจนายนี้มาชี้แจงแล้วว่า เหตุที่ต้องพกปืนเข้าเพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีระหว่างการปฏิบัติหน้าที่การชุมนุมของกลุ่มอื่น เมื่อมีคนมารับรองแบบนี้ก็ต้องเคารพกัน ส่วนอาวุธปืนนั้นทำหลักฐานไว้แล้วส่งคืนไป ยืนยันว่าการ์ดไม่ได้ทำร้ายตำรวจรายนี้ เพราะถ้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการทำร้ายอย่างเด็ดขาด กรณีนี้จะแจ้งให้ พล.อ.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ทราบและเข้มงวดขึ้น เพราะข้ออ้างมีประสบการณ์ไม่ดีกับม็อบไม่ใช่จะมาใช้ได้บ่อยๆ

ร้อนนอกร้อนใน

ที่มา ไทยรัฐ

อากาศเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนสาหัสยิ่งมาเจอวีดิโอลิงค์ของอีตนายกฯทักษษิณ ชินวัตร ชุดล่าสุดอุณหภูมิการเมืองไทยก็ยิ่งร้อนไฟธาตุแตก

โดยเฉพาะการออกมาเปิดโปงเบื้องหลังปฏิวัติ 19 กันยายน พาดพิงไปถึงประธานองคมนตรี ป๋าเปรม ติณสูลานนท์องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และบุคคลสำคัญในบ้านเมืองอีกหลายคน

ชี้ชัดว่า ทักษิณ เปิดเกมรบแบบแตกหัก

พูดกันภาษาชาวบ้านๆคือ ถอดเกียร์ดับ เครื่องชนกันตรงๆ

เพราะ ทักษิณไม่มีทางเลือก เนื่อง จากถูกไล่บี้ติดมุม ต้องร่อนเร่อยู่ต่างแดน กลับ เมืองไทยไม่ได้เพราะถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี ทรัพย์สิน เจ็ดหมื่นกว่าล้านบาทก็ถูกอายัดหมดทั้งยวง

เมื่อเห็นว่าสู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ยิ่งตาย ก็ ต้องสู้ยิบตา

วิกฤติการเมืองซึ่งยืดเยื้อมา 3 ปีเต็มๆ ก็ คงต้องลากยาวต่อไป เพราะเมื่อช้างชนช้าง ใหญ่ ปะทะใหญ่ บ้านเมืองก็ต้องกระเทือน

แถมยังส่งผลกระทบไปวิกฤติเศรษฐกิจอย่างเต็มเปา

สำหรับเนื้อหาในวีดิโอลิงค์ของ ทักษิณ ที่เปิดประเด็นร้อนๆ ที่พาดพิงไปถึงผู้มีอำนาจในบ้านเมืองหลายคน แม่ลูกจันทร์ขออนุญาต ไม่เอามาฉายซํ้าให้กระเทือนซาง

เพราะข้อมูลส่วนใหญ่หวาดเสียวสุ่มเสี่ยง โยงใยไปหลายสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นประธานองคมนตรี องคมนตรี อดีตนายกฯ 4 คน ประธานศาลปกครอง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่น จปร.10 ของ ดร.ทักษิณเอง

รวมทั้งคนที่ถูกพาดพิง แต่ไม่ได้ระบุชื่อ อย่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรอง นายกฯ รัฐบาลไทยรักไทย

และ เนวิน ชิดชอบ อดีตมือขวาทักษิณ ที่ย้ายขั้วไปสามัคคีส่องแสงกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ปล่อยให้ลูกพี่เก่าต้องเก๊กซิม

ถือว่าครั้งนี้ ทักษิณประกาศรบ รอบทิศทาง

ส่วนใครฟังข้อมูล ทักษิณจะเชื่อ? หรือไม่เชื่อ? เห็นด้วย? หรือไม่เห็นด้วย? ก็สุด แต่ทัศนวิสัยของแต่ละคน

ใครที่ถูกพาดพิงได้รับความเสียหายจะชี้ แจงตอบโต้ หรือจะฟ้องร้องอย่างไรก็เชิญตามสบาย

แต่ที่แน่ๆคือ ข้อเสนอของอดีตนายกฯทักษิณให้สลายวิกฤติการเมืองและความแตกแยก ในสังคมไทย โดยให้ทุกฝ่ายเลิกอาฆาตจองเวรต่อกัน ให้กองทัพถอยออกจากการเมือง และให้ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่เพื่อคืนอำนาจประชาชน

แม่ลูกจันทร์ ฟันธงว่าข้อเสนอทุกข้อ คงถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง!!

กลับมาถึง ป๋าเปรมประธานองคมนตรี ที่ถูก ทักษิณ ระบุว่าเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ??

แม่ลูกจันทร์ ในฐานะลูกป๋ารุ่นดั้งเดิม ตั้งแต่ ป๋าเปรม ยังเป็นรองแม่ทัพภาค 2 ย้าย มาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. จนเลื่อนเป็น ผบ.ทบ. เป็น รมช.มหาดไทย และข้ามห้วยขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

เคยกินแกงเหลือง-ผัดสะตอ สูตรสงขลากับป๋าตั้งแต่ยังอยู่ที่บ้านพักทหารหน้าสวนรื่นฯ ยังไม่ได้ย้ายไปอยู่บ้านสี่เสาด้วยซํ้าไป

ถึงแม้ระยะหลังไม่ได้พบป๋า แต่ก็ยังรักเคารพป๋าเหมือนเดิม

ฉะนั้น มุมมองของคนอื่นต่อ ป๋าเปรม เป็นอย่างไร แม่ลูกจันทร์ไม่วิจารณ์

สำหรับอดีตนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เป็นเป้าโจมตีของอดีตนายกฯ ทักษิณ หนักกว่าใคร

แม่ลูกจันทร์ ก็รู้จักท่านตั้งแต่ยังเป็น นายพัน ยังไม่ขึ้นชั้นนายพล ได้เห็นท่านเติบโต จนขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เป็นองคมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี และกลับไปเป็นองคมนตรีในปัจจุบัน

เท่าที่ได้สัมผัสเป็นส่วนตัว พล.อ. สุรยุทธ์ เป็นนายทหารที่มีความสามารถโดดเด่น และวางตัวได้ดี

ส่วนการที่ บิ๊กแอ้ดถูกกล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลังแผนปฏิวัติ 19 กันยา จะจริง? หรือ ไม่จริง? แม่ลูกจันทร์ ก็ไม่แปลกใจ

ถ้าจะมีอะไรแปลกใจ ก็เห็นจะมีเรื่องบ้านพักเขายายเที่ยงเรื่องเดียว

จนถึงวันนี้ทำไมยังปล่อยให้คารา คาซัง??

แม่ลูกจันทร์

วิกฤติการเมือง ชนิดขุดรากถอนโคน.....

ที่มา ไทยรัฐ

เฮ้อ รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะรับมือทั้ง วิกฤติการเมือง และ วิกฤติเศรษฐกิจ ไปพร้อมกันสองเด้งคงเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส.....โดยทฤษฎีการเมืองแล้ว เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนอดอยาก สุดท้ายจะนำไปสู่วิกฤติการเมือง.....แต่ถ้าวิกฤติการเมืองนำไปสู่ วิกฤติเศรษฐกิจ การบริหารราชการแผ่นดินก็เหมือนอยู่บนกองไฟ............

สมานฉันท์ก็ไม่เอา ข้อเสนอ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ก็อย่างที่คาดเอาไว้ตั้งแต่ยกแรก.....ประชาธิปัตย์และ ส.ว.ลากตั้ง ต้องคัดค้านแน่นอน ไม่อย่างนั้นจะมีขบวนการ ลับ ลวง พราง ให้เมื่อยตุ้มทำไม.....แล้วจะเอากันอย่างไร รัฐบาลพอใจที่จะบริหารประเทศ บนวิกฤติการเมือง จนครบเทอมอย่างนั้นหรือ............

ไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้นกับข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ยุบสภาล้างไพ่เลือกตั้งกันใหม่ ให้ ประชาชนเจ้าของประเทศ เป็นคนตัดสิน.....โดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันจะ ไม่ลงรับสมัครเลือกตั้ง ก็แฟร์ดี.....ดีกว่าปล่อยให้ ประเทศอมโรค ต่อไปทั้งปีทั้งชาติ............

อินทรีเหล็ก ว่าข้อเสนอนี้ ประชาธิปัตย์ น่าจะได้เปรียบด้วยซ้ำ ในฐานะรัฐบาล ในฐานะมีผู้สนับสนุน ในฐานะมีตัวช่วยเยอะแยะ..... วิเคราะห์ได้อย่างเดียวว่า รัฐบาลก็ยัง กลัวเงา พ.ต.ท.ทักษิณอยู่วันยังค่ำ สุดท้าย ประเทศไทยก็ต้องล้มลุกคลุกคลานอย่างนี้ไปเรื่อยๆ............

ไม่บังอาจพาดพิงไปถึงสถาบัน แต่การที่ ท่านองคมนตรี การที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต้องมาตอบคำถามการเมือง.....ต้องมาตอบคำถาม เรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร.....ย่อมไม่มีผลดีทุกประการ.....เพราะฉะนั้น ชนวนการเมือง ในครั้งนี้ ผู้มีอำนาจจะต้องรีบหาทางยุติโดยเร็วที่สุด............

เพราะเงื่อนไขทางการเมืองในระยะสุดท้าย มีเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ สงครามกลางเมือง นำไปสู่สงครามแย่งชิงประชาชนอันเกิดจากลัทธิ.....เป็น ลัทธิเสื้อเหลือง เสื้อแดง เป็นเรื่องของ ประชาธิปไตยกับเผด็จการ.....ที่ อินทรีเหล็ก เคยย้ำไปแล้วว่า ระวังประเทศจะต้องแบ่งแยกการปกครองจนสิ้นชาติ............

เอ้า การที่ นายกฯอภิสิทธิ์ ตอบคำถามได้แต่เพียงว่า เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ จึงไม่ใช่คำตอบในการแก้ไขปัญหาวิกฤติการเมืองของประเทศ.....หนทางพิสูจน์ม้า วิกฤติเป็นบทพิสูจน์ภาวะผู้นำ............

การเมืองก็คือการเมืองวันยังค่ำ กรณีที่ ปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่นภูมิใจไทย ระบุว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทย ทั้ง เนวิน ชิดชอบ รับไม่ได้กับการออกมาพูดจาพาดพิงถึงองคมนตรีของ พ.ต.ท.ทักษิณ..... ถึงกับจะ ตัดญาติขาดมิตร พรรคภูมิใจไทยคงร่วมงานด้วยไม่ได้.....พิสูจน์สัจธรรมทางการเมือง ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร............

ฮัดเช้ย การออกมาปรากฏตัวของ พล.อ.พัลลภ ปิ˜นมณี ก็ดี หรือ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ก็ดี.....ยิ่งเพิ่มน้ำหนัก เบื้องหน้าเบื้องหลัง ของการปฏิวัติ.....และความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นกับระบอบประชาธิปไตย.....ห้ามกะพริบตากับการกลับมาเดินบนถนนการเมืองของนายทหาร จปร.7 อีกกระทอก............

ครบทั้งบุ๋นทั้งบู๊ ยุทธศาสตร์ ทุบหม้อข้าวเข้าตี จึงจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในอนาคต.....ไม่เฉพาะแต่ในวิถีประชาธิปไตยการเมืองไทยเท่านั้น แต่หมายถึง การเปลี่ยนโฉมของประชาธิปไตย ในประเทศ ไทยอีกด้วย............

ก็อย่างว่า การเมืองไทยย่อมอยู่เหนือความคาดหมายเสมอ.....จับตา ทางออกของวิกฤติการเมือง ครั้งนี้ จะอยู่ที่การ ยุบพรรคการเมือง อีกหรือไม่..... กรณีเงินบริจาค 258 ล้าน สดศรี สัตยธรรม กกต. ชี้แจงสามารถนำหลักฐานทั้งของ ดีเอสไอและพรรคเพื่อไทย เข้าสู่ที่ประชุม กกต.ได้ในสัปดาห์นี้....ส่วนจะออกหัวออกก้อยอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง............

ในที่สุด เคาน์เตอร์การบินไทย ดอนเมืองก็ย้ายไป สนามบินสุวรรณภูมิ จนได้.....ขัดความรู้สึกของชาวบ้านพิลึก..... รัฐบาลทำท่าจะเผด็จการขึ้นทุกที.....พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รก.กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย ย้ำว่าจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมี เที่ยวบินในประเทศ เพิ่มขึ้น 45 เที่ยว และคาดว่าจะมี ผู้โดยสารในประเทศ เพิ่มขึ้นประมาณวันละ 8 พันคน.....เสียค่าย้ายแค่ 2 ล้านบาท.....สบายไป............

การเมืองมีขึ้นก็มีลงอดีตนายกฯมาเลเซีย มหาเธร์ โมฮาหมัด กลับมาร่วมงาน พรรคอัมโน อีกครั้ง ในขณะที่คู่รักคู่แค้น นายกฯบาดาวี ยื่นหนังสือลาออกเตรียม เก็บของกลับบ้าน เนื่องจากความตกต่ำของพรรคอัมโน.....คาดว่าอำนาจน่าจะไปอยู่ในมือของรองนายกฯ นาจิบ ราซัค ที่จะกุมบังเหียน ประเทศต่อไป............

เศรษฐกิจโลกยังสั่นคลอน นายกฯเยอรมัน แมร์เคิล เตือนที่ประชุมจี 20 ถึงมาตรการ ทุ่มเงิน จำนวนมหาศาล ลงไปกู้วิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้เป็นแค่มาตรการระยะสั้น ไม่ใช่ ทางออกที่แท้จริง.....แต่จะกลายเป็นการสร้างปัญหาในอนาคตไปฉิบ............

อินทรีเหล็ก