WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 2, 2009

'กุ๊ย' หลบไปก่อนเลย

ที่มา ไทยรัฐ

โดยคำว่า “Gangster” ที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงอาการข้องใจนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศของไทย

ดูแคลนว่าเป็นนักเลงอันธพาล

ย้อนถามนิ่มๆผ่านสำนักข่าวเอเอฟพีตีข่าวไปทั่วโลก หากตัวเองพูดจาดูแคลนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย หรือบรรพบุรุษบ้างจะเป็นอย่างไร

ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศของไทยออกอาการเต้น ชี้แจงพัลวัน เป็นการใช้ภาษาอังกฤษผิด สื่อความหมายเพี้ยน

รีบเคลียร์กันตามมารยาททางการทูตในเวทีสากล

แต่นาทีนี้ไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น ไอ้กุ๊ยหลบไปก่อนเลย

ในอารมณ์เดือดดาลที่นายกษิตสลัดมาด ท่านทูตใช้เวทีแถลงข่าวที่กระทรวงการต่างประเทศ ด่าแหลกอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

หน้าตัวเมีย มุดอยู่ในรู

ออกลูกนักเลง ท้าชนทุกเวที

ในขณะที่ ทักษิณก็สวนทันทีทันควัน รัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์โชคร้าย ที่มีรัฐมนตรีต่างประเทศบ้า สติไม่ดี

ให้ราคาแค่พวกโดนตัดหางปล่อยวัด

แลกหมัดซัดกันเลือดกบปาก

แน่นอน โดยเกมที่หลงเข้าทาง ทักษิณนายกษิตแหกวงจำกัดของนายกฯอภิสิทธิ์ที่ขีดเส้นไม่ให้ ครม.เต้นตามแรงยั่วยุของเวทีม็อบเสื้อแดง

แปลงสภาพเป็นนักเลง ปากจัด

ไม่เหลือมาดของท่านทูตกษิต หมดเครดิตรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย

โดยความอ่อนด้อย อ่อนหัดชั้นเชิงการเมือง กษิตช่วยส่งมุกให้ ทักษิณปั˜นกระแสคนเสื้อแดงอย่างไม่ตั้งใจ

แต่ที่น่าสงสัย เป็นรายการ ตั้งใจช่วยใส่ฟืนโหมไฟหรือไม่

กับการเร่งชงเรื่องถอดยศ พันตำรวจโทของ ทักษิณที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวบรัดมติที่ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง

ขึงขัง ยึดตามคำพิพากษาศาล

นัยว่า เป็นการย้อนเกล็ด ทำลายจังหวะเกมรุกฆาตของอดีตนายกฯทักษิณที่ส่งภาพและเสียงผ่านวีดิโอลิงค์ ปลุกเร้าม็อบเสื้อแดงพรึบพรับทั่วประเทศ

เล่นเอาป่วนกันไปทั้งเครือข่ายอำมาตยาธิปไตย

แต่โดยเงื่อนเวลาที่ประเด็น ถอดยศปล่อยออกมาในห้วงอารมณ์ที่ม็อบเสื้อแดงกำลังจุดติด กองเชียร์ ทักษิณฮึกเหิมเต็มที่

มุมนี้ก็ถือว่าเข้าทางอดีตนายกฯพลัดถิ่น และแกนนำม็อบเสื้อแดง ที่จะช่วยกันปั˜นกระแสได้ว่า โดน กลั่นแกล้งตอกย้ำมาตรฐานการเลือกปฏิบัติ

เรียกแต้มสงสารได้อีกบาน

ยิ่งประกอบกับภาพของตำรวจชั้นผู้น้อยที่เฝ้าม็อบอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล พากันมาขอผ้าโพกหัวและผ้าพันคอเสื้อแดงจากผู้ชุมนุม และตามข่าวระบุด้วยว่า ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ออกเวรจากชุดคุมฝูงชนแล้ว ไม่กลับบ้าน

แต่งชุดครึ่งท่อนนั่งฟังเวทีปราศรัยกันสลอน

ย้ำภาพตำรวจกับคนเสื้อแดง หัวอกเดียวกัน

มันก็ยิ่งน่าเอะใจ กับวาระแฝงถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ โหมฟืนใส่ไฟ

แต่ที่ไม่ต้องสงสัยเลย โดยลีลาเหนือชั้น เบี่ยงข้อหาดิ้นเพื่อทวงคืนอภิมหาขุมทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ล่าสุด ทักษิณแบไต๋กับม็อบเสื้อแดง ตอนนี้กำลังทำมาหากิน ขุดทองอยู่ที่ แอฟริกา โดยได้สัมปทานเหมืองทอง

มีทองคำมูลค่านับแสนล้านบาท

มากกว่าอภิมหาขุมทรัพย์ที่โดนแช่แข็งในเมืองไทย

แล้วก็หยอดตบท้าย ถ้ารัฐบาลประชาธิปัตย์แก้ปัญหาไม่ได้ ตามตัวกลับได้ตลอดเวลา

เรื่องทำมาหากิน ทักษิณแต้มเหนือกว่าอยู่แล้ว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เทือกแบะท่าถกแม้ว จับตา10จว. แดงสมทบม็อบกรุง

ที่มา มติชน

วันดีเดย์ 8เมย.ลุยบ้านป๋า บี้ตัดคลื่น-ทักษิณงดโฟน




ปิดหมาย- พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ติดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งที่ประตูทำเนียบรัฐบาล ซึ่งศาลสั่งให้ม็อบเสื้อแดงเปิดทางเข้าออก ขณะที่ฝ่ายแกนนำม็อบนปช.ส่งทนายยื่นอุทธรณ์คำสั่งทันที เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

มหาดไทยชักหนาวพบตัวเลขผู้ชุม นุมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สั่งจับตาเข้มแดง 10 จังหวัดอีสาน-เหนือหวั่นเข้ากรุงสมทบบุกล้อมบ้านป๋าเปรมวันที่ 8 เม.ย. "เทือก"ก็พล่านเรียกประชุมครม.นัดพิเศษหารือสถาน การณ์ด่วน แบะท่าพร้อมเจรจาแม้ว เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ แต่ย้ำไม่เอาพ.ร.บ.ปรองดอง ด้านรมว. กลาโหมก็ยืนยันทหารเป็นหนึ่งเดียวไม่มีแตกแยก"สุรยุทธ์"เผยไม่ฟ้องพัลลภกล่าวหาร่วมวางแผนโค่นรัฐ บาลทักษิณ อ้างไม่อยากให้เรื่องยาว "จตุพร"ย้ำระดมม็อบ 3 แสนกดดันพล.อ.เปรมลาออกจากองคมนตรีฐานทำให้สถาบันเสื่อมเสีย รัฐบาลบี้ตัดสัญญาณวิดีโอ ลิงก์"ทักษิณ"งดโฟน

-"พงศ์เทพ"ขึ้นเวทีม็อบเสื้อแดง

วันที่ 1 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศบนเวทีปราศรัยในช่วงเช้าว่า วันนี้นอก จากจะมีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และนายก่อแก้ว พิกุลทอง นั่งอ่านข่าวเช้าแล้ว ยังมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็น 1 ในมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 มานั่งสรุปข่าวเช้าบนเวทีเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งกล่าวโจมตีนายกษิต ภิรมย์ รมว. ต่างประเทศ กรณีจะยึดหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคืน รวมถึงเรื่องที่ตำรวจจะถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณด้วย

เวลา 09.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ขึ้นเวทีปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมให้มากที่สุดในวันที่ 8 เม.ย.ซึ่งจะเป็นวันนัดชุมนุมใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาลขั้นเด็ดขาด เวลานี้เรามีกลุ่มคนเสื้อแดงที่เป็นทั้งทหารและตำรวจอยู่ในทำเนียบรัฐบาลกว่า 2,000 คนแล้ว คนเหล่านั้นได้มาขอเสื้อแดงกับแกนนำ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปข้างในทำเนียบ ไม่แน่ว่าเมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เข้ามาในทำเนียบ ทางทหาร ตำรวจที่อยู่ฝ่ายเสื้อแดงอาจจับตัวมาให้เราก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. เป็นต้นไปกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่อยู่นิ่งกับที่แล้ว ที่ผ่านมาจะเห็นว่าเราจะเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่กับที่ แต่ต่อไปนี้เราจะเป็นฝ่ายรุกให้รัฐบาลเป็นฝ่ายรับบ้าง โดยในพื้นที่รอบทำเนียบเรามั่นใจว่ารับมือได้ ดังนั้นเราจะเคลื่อนไปยังที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ เราจะไปที่นั่นก่อน ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมตัวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

-ณัฐวุฒิยืนยันม็อบไม่ได้ปิดประตู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้ม ครองให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเปิดถนนลูกหลวงจากช่วงแยกเทวกรรมจนถึงสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมทั้งให้เปิดประตู 6 และ 8 นั้น ปรากฏว่าตั้งแต่เวลา 08.30 น. ได้มีสื่อทุกแขนงเฝ้ารอทำข่าวและถ่ายภาพที่ตำรวจจะนำหมายศาลมาติด แต่เมื่อเลยเวลาก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่นำหมายศาลมาติด อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าบริเวณสะพานอรทัย ซึ่งปกติจะมีกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมด้วยการ์ดดูแลรักษาความปลอดภัยจะมายืนเฝ้าระวังเต็มบริเวณพื้นที่ถนน แต่เช้าวันนี้ไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงมายืนเฝ้าระวัง ปล่อยให้โล่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เดินผ่านเข้าออกได้สะดวก จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงไม่กี่สิบคนที่ไปยืนบริเวณหน้าประตู 8 ที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะนำหมายศาลไปติด แต่ก็ยังไม่มีมา

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายณัฐวุฒิแถลงข่าวหลังเวทีปราศรัยว่า หลังจากศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กลุ่มเสื้อแดงยืนยันว่าเราเคารพกระบวนการยุติธรรมและคำวินิจฉัยของศาล แต่เราขอสงวนสิทธิ์การต่อสู้ จึงมอบอำนาจให้ทนายไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลดังกล่าวในช่วงเช้าที่ผ่านมา สำหรับคำสั่งศาลแพ่งตนได้วิเคราะห์และแยกเป็น 3 ประเด็น 1.กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้เปิดเส้นทางประตู 6 และ 8 เพื่อให้ข้าราชการใช้เป็นเส้นทางผ่านเข้าออกนั้น ตามข้อเท็จจริงข้าราชการไม่เคยถูกสกัดขัดขวาง ตั้งแต่กลุ่มเสื้อแดงเข้ามายึดพื้นที่วันที่ 27 มี.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่ข้าราชการต้องมาทำงาน ข้าราชการทุกคนเข้ามาทำงานได้ตลอด ไม่เคยถูกสกัดกั้นและตรวจค้น แต่เราขอให้เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้ามายังทำเนียบเท่านั้น ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีไม่มีปัญหา

-ย้อนทีปชป.จับมือม็อบพันธมิตร

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า 2.กรณีที่เปิดเส้นทางให้รัฐ มนตรีเข้ามาทำงานทำเนียบ กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ เพื่อขับไล่รัฐบาลที่บริหารประเทศไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทำเนียบทราบว่าหลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมรอบทำเนียบ ยังไม่มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย การชุมนุมถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่เราขอสงวนสิทธิ์ส่วนนี้และคาดว่าจะได้รับการพิจารณาจากศาล เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพต่อไป 3.กรณีรัฐมนตรีจะเข้ามาทำงานทำเนียบ ตนคิดว่าขณะนี้ไม่มีความจำเป็นที่รัฐมนตรีต้องเร่งร้อนเข้ามาในทำเนียบ ถึงขนาดใช้กำลังสลายการชุมนุม อีกทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ไม่อยู่ โดยมอบให้นายสุเทพรักษาการแทน ทำให้เห็นว่าการทำหน้าที่รักษาการสามารถใช้สถานที่ไหนก็ได้ทำงาน เช่น กรณีกลุ่มพันธมิตรยึดทำเนียบถือว่าผิดกฎหมายแต่กลับมีส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปให้กำลังใจและจับมือในทำเนียบ เห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์แสดงจุดยืนว่าการให้กลุ่มพันธมิตรยึดทำเนียบถือเป็นความชอบธรรม ถ้าการชุมนุมในทำเนียบถือว่าชอบธรรมบริเวณด้านนอกก็ต้องชอบธรรมด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่คำสั่งศาลระบุให้กลุ่มคนเสื้อแดงใช้เครื่องขยายเสียงที่ไม่รบกวนการทำงานในทำ เนียบ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวขณะที่ศาลกำลังวินิจฉัยทางทนายได้ร้องคัดค้าน เนื่องจากเป็นเรื่องยากในการประเมินเสียงว่าเสียงดังขนาดไหนเป็น การขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นข้าราชการทำงานในห้องแอร์ กว่าเสียงจะเข้าไปในห้องพบว่าเสียงก็ไม่ดัง คิดว่าศาลน่าจะอนุโลมให้ หากมีความจำเป็นจริงเราไม่ขัดข้องที่เจ้าหน้าที่จะนำรถยนต์เข้ามาในทำเนียบ

-เตรียมประเดิมดาวกระจาย 2 เม.ย.

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ทราบว่าขณะนี้มีการออกหนังสือจากกรมการขนส่งทุกจังหวัดถึงผู้ประกอบการรถโดยสารไม่ให้รับงานของกลุ่มคนเสื้อแดง หากต้อง การเหมารถมาชุมนุมในกรุงเทพฯ หากบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามจะถูกเพิกถอนและไม่ต่อใบอนุญาตให้ ตนมีหลักฐานดังกล่าว ทางขนส่งจังหวัดชลบุรีส่งมาให้ผู้ประกอบการรายหนึ่งจะนำมาเปิดเผยภายหลัง พฤติ กรรมดังกล่าวอยากย้อนถามข้าราชการว่ามีอำนาจในการกระทำดังกล่าวได้หรือไม่ อีกทั้งหากข้าราชการจะรับใช้คนในรัฐอยากถามว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วหรือยัง หลังจากนี้ตนจะขอปรึกษากับฝ่ายกฎหมายเพื่อปรึกษาว่าจะดำเนินการกับกรมการขนส่งจังหวัดดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 2 เม.ย.จะดาวกระจายไปยังสถานที่ราชการใดหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในวันที่ 2 เม.ย.จะเป็นวันแรกที่จะจัดผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวนอกสถานที่เพื่อกดดันหน่วยงานของรัฐบาลบางแห่ง ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงจะเคลื่อนไปกระทรวงการคลังเพื่อบอกกับ รมว.คลัง และข้าราชการว่ากลุ่มเสื้อแดงไม่ยอมรับการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาล รวมทั้งการที่รัฐ บาลกู้เงินจากหลายประเทศมูลค่ากว่าแสนล้านบาท จึงอยากให้กระทรวงการคลังยุติขั้นตอนดังกล่าว

ต่อข้อถามว่า ครม.มีการประชุมนอกสถานที่ กลุ่มคนเสื้อแดงจะไปขัดขวางหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า วันนี้เราจะไม่ไปขัดขวาง ส่วนวันอื่นหากมีการประ ชุมนอกสถานที่จะหารือกันอีกครั้ง เมื่อถามว่าหลังจากกลุ่มเสื้อแดงระดมมวลชนในวันที่ 8 เม.ย.เพื่อเคลื่อนไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ จากนั้นจะสลายการชุมนุมหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในวันที่ 8 เม.ย.จะมีผู้มาชุมนุมกันจำนวนมากเพื่อขับไล่ระบอบอำมาตยาธิป ไตย ส่วนจะมีการสลายการชุมนุมหรือไม่ขณะนี้เรามีความคิดว่าน่าจะมีการรดน้ำดำหัวในรูปแบบประชา ธิปไตยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายณัฐวุฒิแถลงอยู่ด้านหลังเวที ทางการ์ดกลุ่มเสื้อแดงได้สกัดกั้นและจับกุมหญิงสูงอายุไม่ให้เข้าไปในพื้นที่การชุมนุม โดยอ้างว่าหญิงดังกล่าวนำสุราและเบียร์เข้าไปขายในพื้นที่การชุมนุม ทางการ์ดจึงต้องใช้กำลังยื้อยุด ฉุดกระชากหญิงดังกล่าวออกนอกพื้นที่ สร้างความแตกตื่นให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินผ่านไปมาเป็นอย่างมาก

-รุดแปะหมายคำสั่งศาลคุ้มครอง

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 1 เม.ย. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เดินทางขึ้นรถตู้เพื่อออกไปติดหมายของศาลแพ่ง ที่เวที นปช. บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล โดยพล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า จะนำหมายไปให้แกนนำนปช. ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีอยู่ 2 คนคือ นายวีระ มุสิกพงศ์ กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งหากไปแล้วพบตัวก็จะไปให้กับมือ แต่หากไปแล้วไม่พบก็จะนำหมายไปติดที่ประตูที่ 6 และประตูที่ 8 ที่ศาลมีคำสั่งไม่ให้กลุ่มแนวร่วมกีดขวางทางเข้าออก และเป็นจุดที่ให้เปิดประตู

"เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าศาลมีคำสั่งคุ้มครอง เรื่องคำสั่งน่าจะรู้กันไปทั่วโลกแล้วด้วยซ้ำ ก็ต้องดูว่าจะปฏิบัติตามหรือไม่ หากไม่ปฏิบัติตามกรมบังคับคดีก็ยื่นเรื่องไปที่ศาลอุทธรณ์ต่อไป ตอนนี้ถึงทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะยื่นอุทธรณ์ก็ไม่มีผล จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น" รอง ผบช.น.กล่าว

-ครม.นัดประชุมประเมินเสื้อแดง

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซ.อารีย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม ครม.นัดพิเศษอย่างไม่เป็นทางการเพื่อประเมินสถานการณ์บ้านเมืองทั่วไปโดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพาดพิงถึงหลายบุคคลและหลายสถาบัน

ก่อนหน้านี้ เวลา 07.25 น. นายสุเทพให้สัมภาษณ์ถึงศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เปิดทางให้กับคณะรัฐมนตรีและข้าราชการเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลว่า ตนเพิ่งได้สำเนาคำสั่งของศาล เมื่อเกิดกรณีผู้ชุมนุมปิดล้อมทำให้ข้าราชการไม่สามารถเข้า-ออกเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเกิดความไม่สะดวกหรือรู้สึกไม่ปลอด ภัยในการเดินทางเข้า-ออก จึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดังนั้น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจึงยื่นคำ ร้องต่อศาลแพ่งโดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และพวก เปิดพื้นที่การจราจรบนถนนลูกหลวงซึ่งเป็นถนนเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่สะพานเทวกรรมถึงแยกมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งเป็นถนนเข้าทำเนียบรัฐ บาลบริเวณประตู 6 และ 8 เพื่อให้ประชาชนและข้าราชการ รวมถึง ครม.นำรถยนต์เข้า-ออก เพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยสะดวก

-ปัดม็อบนัดชุมนุมบ้านป๋า 8 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลจะดำเนินการอย่างไร รักษาการนายกฯ กล่าวว่า เมื่อฝ่ายรัฐบาลและเจ้าหน้าที่แสดงความรับผิดชอบปฏิบัติตามกฎหมายแล้วขอให้ฝ่ายผู้ชุมนุมดำเนินการด้วย เมื่อถามว่าหากกลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล เพราะยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว จะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า คิดว่าคำสั่งของศาลชัดเจน เพราะศาลสั่งให้มีการคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึง ที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หมายความว่าขณะนี้ต้องทำตามที่ศาลสั่งไปก่อน ส่วนการยื่นอุทธรณ์ ก็เป็นสิทธิที่ทำได้

ต่อข้อถามว่ามองข้อเสนอของน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่เสนอให้รวบตัวแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่ทราบถึงข้อเสนอดังกล่าว เพราะไม่เคยมีใครเสนอให้รวบตัวแกนนำเลย เมื่อถามย้ำว่าจำเป็นต้องดำเนินการหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า รัฐ บาลนี้เป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยที่ยึดกฎ หมายเป็นหลัก เราเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย การชุมนุมเป็นสิทธิที่ทำได้ตราบใดที่ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย แต่หากมีการฝ่าฝืนกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และรัฐบาลต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่ากังวลว่าจะเกิดเหตุรุนแรงหรือไม่ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศนัดชุมนุมใหญ่ให้กินพื้นที่กว้างไปถึงหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ รักษาการนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่รัฐบาลจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น ถ้าปล่อยให้เกิดเหตุ การณ์รุนแรงจะยิ่งซ้ำเติมทำให้ประเทศชาติเสียหาย ดังนั้นรัฐบาลจะระมัดระวังอย่างที่สุด ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด

-จี้ผู้บังคับบัญชาดูแลตร.เสื้อแดง

เมื่อถามว่าจะถึงขั้นเจรจากับแกนนำเพื่อให้เห็นแก่ส่วนรวมหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า คิดว่าคนที่เป็นหัวขบวนในการชุมนุมเป็นถึงอดีตนายกฯ อดีตรัฐมนตรี เป็นส.ส.ย่อมมีวิจารณญาณ มีความสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมืองอยู่แล้ว ควรคิดได้ด้วยตัวเอง เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าจะไม่เจรจาใช่หรือไม่ นายสุเทพได้แต่หัวเราะ โดยไม่ตอบคำถาม

1.รับมือม็อบ - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ประชุมครม.นัดพิเศษ ที่กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. โดยหารือถึงการชุมนุมของม็อบเสื้อแดง โดยเฉพาะการหาช่องทางตัดสัญญาณโฟนอิน และวิดีโอลิงก์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ต่อสายมาปลุกม็อบทุกวัน

2.หนุนป๋า- เครือข่ายคนรักแผ่นดินเกิด ชูป้ายสนับสนุน"ป๋าเปรม"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ชุมนุมประท้วงที่หน้ารัฐสภา เรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มคนเสื้อแดงยุติการโจมตีพล.อ.เปรม และสถาบันองคมนตรี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

3.ขึ้นเวที- นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ที่แจ้งเกิดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขึ้นเวทีปราศรัยของม็อบเสื้อแดง ร่วมโจมตีรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

4.ตร.สีแดง- เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนเลือกซื้อผ้าโพกหัวสีแดง ระหว่างดูแลการชุมนุมประท้วงรอบทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ขณะที่แกนนำนปช.ยังขึ้นเวทีโจมตีรัฐบาลและพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ตามข่าว



ต่อข้อถามถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจมีแนวโน้มถอดเครื่องแบบมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้น นายสุเทพกล่าวว่า ต้องแยกแยะบทบาทหน้าที่ให้ชัด ข้าราชการก็เหมือนประชาชน แต่มีหน้าที่ปฏิบัติราช การตามภาระหน้าที่ ส่วนเวลานอกเหนือจากราชการเขามีสิทธิเหมือนประชาชนทั่วไปตราบเท่าที่ไม่มีการทำผิดกฎหมาย แต่ถ้าทำผิดกฎหมายเสียเองจะถูกลงโทษมากกว่าคนอื่น เมื่อถามว่าการสวมเสื้อแดงทับเครื่องแบบตำรวจทำได้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะวินิจฉัย มีผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นที่จะต้องดูแล เมื่อถามว่าจะยิ่งทำให้สถาน การณ์คุกรุ่นมากขึ้นหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า อย่ามองโลกในแง่ร้าย เราอย่าไปสร้างกระแสซ้ำเติมภาวะของประเทศให้รุนแรงไปมากกว่านี้ ปฏิบัติตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

-"ตาล"รับหารือตัดคลื่นโฟนอินแม้ว

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.นัดพิเศษว่า ในที่ประชุมจะคุยถึงการตัดสัญญาณถ่ายทอดการโฟนอิน เพราะการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณตั้ง ใจให้กระทบกับสถาบันและปลุกระดมให้กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

เมื่อถามว่าเมื่อตัดสัญญาณแล้วจะชี้แจงกับประชา ชนอย่างไร นายสาทิตย์กล่าวว่า บางเรื่องรัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะทำ หากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นการใช้สิทธิแบบธรรมดาก็ไม่เป็นไร แต่ละเมิดสถาบันองคมนตรีรัฐบาลอยู่เฉยไม่ได้ เนื่องจากรัฐ ธรรมนูญกำหนดไว้ว่าการแต่งตั้งองคมนตรีเป็นพระราชอำนาจ ดังนั้น รัฐบาลจะต้องชี้แจงให้เข้าใจและจะปล่อยให้ลุกลามใหญ่โตไม่ได้ เมื่อถามว่าการชี้แจงจำเป็นต้องตั้งวอร์รูมขึ้นมาหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลต้องชี้แจงเป็นระยะเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าควรรวบแกนนำเพื่อยุติปัญหานั้น นายสาทิตย์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันก่อน

-สั่งให้ทุกหน่วยเร่งชี้แจงประชาชน

เวลา 10.30 น. ที่กรมประชาสัมพันธ์ นายสุเทพ แถลงผลการประชุมครม.พิเศษที่ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ว่า ได้พูดคุยถึงสถานการณ์ในขณะนี้ และรับฟังเสียงประชาชน โดยเฉพาะกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลและประกาศโค่นล้มการปกครองระบอบอมาตยาธิปไตย และประชาชนบางส่วนกังวลว่าจะเกิดเหตุรุนแรงหรือการปะทะจนเลือดตกยางออก ขณะที่ประชาชนบางส่วนกังวลกับกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้วิธีโฟนอินหรือวิดีโอลิงก์เข้ามาปลุกปั่นยุยงให้ประ ชาชนลุกขึ้นต่อสู้กับรัฐบาล เพื่อให้เกิดลักษณะของการก่อจลาจลและมีคำถามว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร ยืน ยันว่ารัฐบาลได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจะระวังไม่บริหารประเทศโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของข่าวลือ หรือกระแสข่าวยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ดังนั้นรัฐบาลจะใช้เหตุผล อีกทั้งจะพูด จาด้วยความระมัดระวัง ไม่ไปซ้ำเติมสถานการณ์ให้ขยายวงกว้างเกินความเป็นจริง

นายสุเทพ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบภารกิจให้แต่ละกระทรวงไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายอนุญาต เช่น กระทรวงมหาดไทย มอบให้ผู้ว่าฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ไปทำความเข้าใจกับประชาชน ให้เข้าใจสถานการณ์และข้อเท็จจริงกับประชาชน กระทรวงกลาโหม ต้องชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวหาผู้นำกองทัพ โดยยืนยันว่าทหารเป็นทหารของประชาชน เป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ทหารของพรรคใดพรรคหนึ่ง จึงไม่ต้องกังวลว่าทหารจะเป็นเครื่องมือของใคร

-แบะท่าพร้อมเจรจากับทักษิณ

นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลจะยึดถือกฎหมายในการแก้ไขปัญหา ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกัน และจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย รัฐบาลจำเป็นต้องชี้แจง ไม่ใช่ตอบโต้กลุ่มผู้ชุมนุม แต่ทำให้ประ ชาชนเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ตนฝากบอกถึงกลุ่มผู้ชุมนุมว่าสิ่งที่รัฐบาลพูด อย่าคิดว่ารัฐบาลท้าทายหรือยั่วยุ เพราะรัฐบาลไม่คิดทำเช่นนั้น ตรงกันข้ามรัฐบาลตั้งใจเห็นความสมานฉันท์ อยากเห็นการพูดจาตกลงกัน ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ถ้าเป็นเรื่องที่รัฐบาลทำได้ ก็พร้อมเจรจาเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ถ้าอยากให้ตนไปเจรจาที่ไหนก็พร้อม ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณนัดหมายว่าจะเจรจาที่ใดก็พร้อมเจรจาด้วย เพราะเห็นว่าคนที่สั่งการกลุ่มคนเสื้อแดงตัวจริงคือพ.ต.ท.ทักษิณ

"ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอเงื่อนไขใดๆ เข้ามา เพียงแต่เห็นว่ามีร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติหรือกฎหมายนิรโทษกรรม ที่พรรคเพื่อไทยเสนอเข้าสู่สภา และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าร่างฉบับดังกล่าวขัดกับหลักการในระบอบประชาธิปไตยตามปกติ เพราะเป็นการออกกฎหมายเพื่อไม่ให้เอาโทษกับคนที่เคยทำผิดไม่ต้องติดคุก ถ้าคุณทักษิณคิดว่าเป็นเงื่อนไขที่จะเจรจา ผมขอเรียนว่ารัฐบาลคงทำด้วยยาก เพราะร่างฉบับต้อง การช่วยไม่ให้คุณทักษิณติดคุก ทั้งที่ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก รวมทั้งบอกให้คืนทรัพย์ที่ถูกยึดทั้งหมดนั้น ถ้าเป็นข้อเสนออย่างนี้รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยชุดใดก็ทำไม่ได้ ดังนั้นการเจรจาหรือดำเนินการต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงตามหลักการของกฎหมาย และหลักนิติรัฐ" นายสุเทพ กล่าว

เมื่อถามว่าได้วางรูปแบบที่รัฐมนตรีจะออกมาชี้ แจงกรณีที่ถูกกล่าวหาหรือถูกพาดพิงอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งอาจขอความร่วมมือจากสื่อในการให้สัมภาษณ์พิเศษหรือออกรายการต่างๆ ตามความเหมาะสม แต่คงไม่ถึงกับต้องออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยหรือทีวีพูล เราเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย จะไม่บังคับประชาชน แต่จะออกเมื่อมีคนเรียกร้องมาจำนวนมาก

-ฮึ่มใช้กฎหมายจัดการ-ถ้าทำเกินเลย

เมื่อถามว่าได้หารือกับรมว.ไอซีที เรื่องการตัดสัญ ญาณวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องการตัดสัญญาณต้องดูข้อกฎหมายเป็นหลัก หากกฎหมายให้ทำได้ก็จะตัดทันที แต่ถ้าบอกว่าทำไม่ได้ก็ไม่ตัด ทั้งนี้รมว.ไอซีทีจะรับไปพิจารณาและดูในข้อกฎหมายต่อไป เมื่อถามว่าการชุมนุมผ่านมาหลายวันแล้วยังไม่ได้ดูในข้อกฎหมายอีกหรือว่าทำได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า กฎหมายบางฉบับต้องเรียนกันเป็นเทอม แต่รัฐบาลยินดีทำอะไรช้าบ้างเพราะต้องยึดหลักว่าเราต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลได้ประสานงานกับประเทศต่างๆ ที่เรามีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อขอให้สกัดกั้นไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยอมรับว่ารมว.ต่างประเทศได้ประ สานไปแล้ว เมื่อถามว่าขณะนี้รัฐบาลมีมาตรการป้อง กันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไปชุมนุมที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐ บาลคงไปห้ามไม่ได้ แต่ต้องไม่กระทำการที่ผิดกฎ หมายหรือละเมิดสิทธิของคนอื่น เพราะถ้าไม่ใช้กฎหมายมาบังคับก็อาจเกิดความโกลาหล สร้างความเสียหายให้ประเทศถึงขั้นกลียุค แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นว่าจะถึงขั้นแตกหัก

-ยืนยันไม่มีซื้อตัวทหารเพื่อปฏิวัติ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการซื้อตัวทหารเพื่อทำการปฏิวัติ นายสุเทพ กล่าวว่า "ผมต้องกราบเลยว่า สื่ออย่าตั้งคำถามแบบนี้ เพราะจะทำให้ประชาชนตกใจ ไม่จริง ไม่มี ทหารเป็นทหารของประชาชนและทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นของประเทศไทย ไม่ใช่สินค้าที่ใครจะมาซื้อขายได้ ดังนั้นขอการันตีในฐานะรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงได้เลย"

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวยืนยันว่า ทหารเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ความคิดอาจจะแตกต่างกันในทางประชาธิปไตย แต่ทหารไม่แตกแยกเพราะมีระเบียบวินัย จึงไม่ต้องห่วง ส่วนตัวคิดว่าต้องทำตามกฎหมายอย่างที่นายสุเทพพูด เพราะค่อนข้างชัดเจน ดังนั้น ถ้าเราทำตามกฎหมายได้ ประ เทศจะเดินไปได้ เมื่อถามว่าแต่บางครั้งการใช้ความเด็ดขาดจะกลายเป็นการยั่วยุ จะตัดสินใจกันอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องดูว่าการแก้ปัญหาต้องแก้ไปตามสถานการณ์

เมื่อถามว่าในวันที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะไปปิดล้อมบ้านพล.อ.เปรม กองทัพจะป้องกันอย่างไร รมว. กลาโหม กล่าวว่า "คงยังไม่มี"

-ระนองรักษ์สอบดาวเทียมวิดีโอลิงก์

ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า กระทรวง ไอซีทีจะต้องให้นักกฎหมายดูเรื่องนี้อย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการส่งสัญญาณความถี่ที่มีกฎหมายหลายอย่างเกี่ยวข้อง เบื้องต้นหากเป็นวิดีโอลิงก์ที่ใช้ดาวเทียม กระทรวงต้องดูว่าใช้ดาวเทียมลูกไหนของประเทศใด เรื่องนี้ต้องหาคำตอบโดยเร็ว คาดว่าในวันเดียวกันนี้คงรู้ แต่จะไม่รู้ถึงเรื่องการตัดสัญญาณได้หรือไม่ เพราะการตัดสัญญาณไม่ใช่เรื่องเล็ก และอาจกระทบสัญญาณของคนอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ตนจะเดินทางไปยังกสท เพื่อหารายละเอียดในเรื่องดังกล่าว หากเป็นดาวเทียมของไทยคงต้องดูว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ แต่ถ้าเป็นดาวเทียมจากต่างประเทศต้องยอมรับว่ารัฐบาลคงเข้าไปทำอะไรได้น้อย ขณะนี้ต้องดูที่พ.ร.บ.การสื่อสารฯ มาตรา 63 และอื่นๆ ประกอบเพราะมีกฎหมายหลายฉบับไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับดาวเทียมหรือเว็บไซต์ และหากเป็นเว็บไซต์ก็ดำเนินการได้ทันที โดยดูที่เนื้อหาว่าหมิ่นเหม่หรือไม่ กระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ และผิดวัฒนธรรมหรือไม่

เมื่อถามว่าการปลุกระดมของพ.ต.ท.ทักษิณดำเนินการได้หรือไม่ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ต้องให้นักกฎ หมายตีความว่าการกระทำนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ สร้างความแตกแยกหรือทำให้ความมั่นคงของประเทศเสียหายหรือไม่ แต่ทุกครั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอิน เราได้บันทึกเทปเอาไว้แล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลจะทำอะไรต้องชัดเจน ไม่ใช่ทำอะไรไปแล้วถูกฟ้องกลับได้

-มท.บี้ผู้ว่าฯห้ามม็อบล้อมศาลากลาง

เวลา 10.30 น. ที่กรมประชาสัมพันธ์ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวภายหลังการประ ชุมว่า ที่ประชุมได้ย้ำกรณีที่มีการเกณฑ์คนจากต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุม รวมถึงการชุมนุมตามศาลากลางจังหวัด โดยตนได้รายงานให้นายสุเทพ ทราบและจะกำชับผู้ว่าฯไม่ให้มีการชุมนุมบริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัด แต่ผู้ว่าฯจะต้องจัดหาที่ชุมนุมให้กับผู้ชุมนุม โดยอาจเป็นสวนสาธารณะหรือสนามฟุตบอล แต่จะไม่ให้ชุมนุมในรั้วของศาลากลางจังหวัด ซึ่งต้องปฏิบัติให้เห็นผลภายในวันที่ 3 เม.ย.นี้ หากผู้ว่าฯจังหวัดใดปฏิบัติไม่ได้ ถือว่าปฏิบัติหน้าที่หย่อนยาน และต้องได้รับการคาดโทษ ส่วนการตัดสัญญาณวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้ร.ต.หญิงระนองรักษ์ ไปดูแล คาดว่าภายใน 2 วันนี้จะมีความชัดเจน

-พัลลภยังไม่ขึ้นเวทีม็อบแดงตอนนี้

วันเดียวกัน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงข่าวจะขึ้นเวทีปราศรัยกับกลุ่ม นปช.ในค่ำวันเดียวกันนี้ว่า ตนไม่ขึ้นเวทีแน่นอน เพราะไม่เคยพูด เป็นเพียงการมัดตัว กดดันให้ตนไปปราศรัยบนเวที แต่ยืนยันอีกครั้งว่าถ้าจะขึ้นต้องเป็นวันดีเดย์ถึงขั้นแตกหัก หรือวันเสียงปืนแตก ตนถึงจะขึ้นปราศรัย ถ้าขึ้นตอนนี้จะเสียหาย ทั้งนี้แกนนำกลุ่ม นปช.ไม่เคยปรึกษาหารือตนเลย มีคน โทร.มาถามตนมากว่าจะขึ้นเวทีปราศรัยหรือไม่ ซึ่งมีคนตั้งใจจะไปฟัง ตนพูดข้อเท็จจริงจำนวนมาก แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ถึงเวลา

เมื่อถามถึงกลุ่ม นปช.จะเคลื่อนตัวไปล้อมบ้านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ. พัลลภกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความพยายามกดดัน แต่คงไม่สำเร็จ เพราะเป็นเรื่องยาก คงไปเย้วๆ กันมากกว่า ไม่มีประโยชน์อะไร

-"สุรยุทธ์"ยืนยันไม่ได้ทำนอกหน้าที่

ที่โรงแรมสยามซิตี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงพล.อ.พัลลภจะขึ้นเวทีของกลุ่มเสื้อแดง โดยจะพูดถึงเบื้องหลังของการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ว่า คงให้ประชาชนพิจารณาว่ามีสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ หรือเป็นสิ่งที่ประชาชนจะใช้วิจารณญาณของตนเองได้ ตนคงจะชี้แจงได้เฉพาะเท่าที่จำเป็น คงไม่สามารถพูดอะไรต่อเนื่องเหมือนการชุมนุมต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเป็นข้อจำกัด ทั้งนี้ถือว่าตนได้ชี้แจงไปแล้วในส่วนที่ผูกพันกับตนจึงไม่มีอะไรเพิ่มเติมในด้านนั้น

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังคงเดินหน้าโจมตีว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า หากท่านได้รับข้อมูลและคิดไปอย่างนั้นคงห้ามไม่ได้ แต่อยากให้ประชาชนพิจารณาและใช้วิจารณญาณว่าสิ่งที่ตนกระทำไปนั้นได้ทำนอกเหนือหน้าที่หรือไม่อย่างไร อยากให้ประชาชนได้พิจารณา

เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่พ.ต.ท.ทักษิณพุ่งเป้าโจมตีท่านและประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ. สุรยุทธ์กล่าวว่า คงไม่หนักใจ เพราะความจริงต้องเปิด เผยและผู้ที่ทำสิ่งใดผลการกระทำนั้นจะตอบสนองบุคคลเหล่านั้น ไม่ว่าจะในทางที่ดีหรือไม่ดี

-ไม่ฟ้องพัลลภอ้างจะทำให้เรื่องไม่จบ

เมื่อถามถึงนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แนะให้พล.อ.สุรยุทธ์ไปฟ้องศาล หากเห็นว่าพล.อ.พัลลภกล่าวหา เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกิดขึ้น พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า ตนมีข้อพิจารณา ของตัวเอง คิดว่าเราไม่ควรทำเรื่องให้ยืดยาวออกไป สิ่งใดที่ประชาชนใช้วิจารณญาณได้โดยไม่จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าไปสู่ขั้นตอนของศาลจะทำให้เรื่องเหล่านั้นสั้นลง

เมื่อถามว่าจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาขณะนี้อย่างไร พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า คงไม่มีข้อคิดที่จะตอบได้ในขณะนี้เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกว้างขวางและต้องการความร่วมมือจากประชาชนและหลายฝ่ายว่าเราต้องการให้บ้านเมืองเราสงบสุขในระยะเวลาสั้นๆ หรือไม่ และเราจะได้มาช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าคงเป็นปัญหาเศรษฐกิจ คิดว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อเราพิจารณาให้รอบคอบน่าจะหาทางออกได้

เมื่อถามว่าในที่ประชุมองคมนตรีเป็นห่วงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติหรือไม่ พล.อ. สุรยุทธ์กล่าวว่า การประชุมองคมนตรีครั้งที่ผ่านมาไม่ได้พูดถึงสถานการณ์บ้านเมือง เป็นเพียงการพูดตามวาระปกติ

-มท.1 ยอมรับมีผู้ร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้น

เวลา 09.00 น. ที่กรมประชาสัมพันธ์ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการประกาศชุม นุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 8 เม.ย.นี้ว่า จากที่ฟังข้อมูลจากสื่อรู้สึกเป็นห่วง เพราะอาจมีประชาชนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดมีหน้าที่ทำความเข้าใจกับประชา ชนเพื่อไม่ให้มาร่วมชุมนุม ถือเป็นการทำงานตามปกติของผู้ว่าฯ อยู่แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนที่ผู้ชุมนุมยึดศาลากลางจังหวัด 42 จังหวัดนั้น เชื่อว่าเป็นการเช็กขุมกำลังของคนเสื้อแดงก่อนที่จะชุมนุมใหญ่ เพื่อที่จะรวบรวมไว้ในจุดเดียวกัน เพราะสะดวกต่อการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งจะรวบรวมประชาชนได้ง่ายขึ้น

เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยประเมินว่าการชุมนุมใหญ่จะมีคนมากจนถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์อย่างที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศไว้หรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามคนที่จะกระทำ เพราะเราเป็นผู้ถูกกระทำ ส่วนที่รัฐบาลจะถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณเหมาะ สมหรือไม่นั้น นายชวรัตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือรายการ ตนไม่สามารถตอบได้

-บุญจงจับตา 10 จังหวัดเหนือ-อีสาน

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดว่า ตนติดตามอยู่ตลอดเวลาซึ่งได้มอบหมายให้ผู้ว่าฯ ดูแล ให้การชุมนุมเรียบร้อย ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยเตรียมแผนไว้รองรับกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมแตกหักในวันที่ 8 เม.ย. นายบุญจงกล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามกฎ หมายแต่ถ้ากระทำผิดต้องดำเนินคดี กระทรวงได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องการให้ประเทศเกิดความสงบ เรียบร้อย เมื่อถามว่ามีมาตรการใดที่จะสกัดไม่ให้เดินทางเข้ามาชุมนุมในกทม. นายบุญจงกล่าวว่า การสกัดคนไม่ใช่นโยบายของกระทรวง แต่จะใช้วิธีคุยทำ ความเข้าใจทั้งเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องของประชา ชนว่าการมาชุมนุมทำให้บ้านเมืองเสียหาย ซึ่งตนมั่น ใจว่าข้าราชการทำได้

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาข้าราชการทำความเข้าใจมาตลอดแต่การชุมนุมยังมีอยู่ นายบุญจงกล่าวว่า การที่มีม็อบเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยประชาชน หน้าที่ของรัฐบาลต้องทำความเข้าใจ ต่อข้อถามว่าล่าสุดมีแกนนำท้องถิ่นเข้าไปร่วมชุมนุมด้วย นายบุญจงกล่าวว่า ยอมรับว่ามีบ้างในบางพื้นที่แต่ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่หรือผู้บริหารท้องถิ่นเข้าใจว่าหากยังมีการชุม นุมอยู่จะมีแต่ความวุ่นวาย ซึ่งจุดนี้ผู้ว่าฯ ต้องไปดูแล แต่คงไม่ดำเนินการลงโทษ เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล

ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 8 เม.ย เจ้าหน้าที่จะควบ คุมสถานการณ์ไม่ให้ประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมได้ รมช.มหาดไทยกล่าวว่า มั่นใจว่าส่วนราชการทำความเข้าใจได้ ถ้าทำเต็มที่แล้วทำไม่ได้ถือว่าปกติ แต่ถ้าปล่อยว่างไม่ให้ความสนใจก็คงต้องพิจารณา

เมื่อถามว่าได้กำชับหรือมอบนโยบายกับผู้ว่าฯ ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ของกลุ่มเสื้อแดง เช่น จ.เชียงใหม่ ให้เข้มข้นขึ้นหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ผู้ว่าฯ รู้ดีว่าจังหวัดใดที่เป็นเป้าหมาย ต้องทำงานให้เข้มข้นขึ้น ต่อข้อถามว่าจะต้องจับตาจังหวัดใดเป็นพิเศษ นายบุญจงกล่าวว่า มีประมาณ 10 จังหวัดในภาคอีสานและภาคเหนือบางส่วน ซึ่งตนคิดว่าถ้ามีการทำความเข้าใจ ก็ไม่น่ามีปัญหา

-ม็อบร่ำไห้-ต่อว่าตร.สองมาตรฐาน

เมื่อเวลา 11.45 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศาลแพ่งและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 10 นาย ได้เดินทางมาที่หลังเวทีปราศรัยสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อนำคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งมามอบให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงทั้ง 3 คน ที่ตกเป็นจำเลย ซึ่งประกอบด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายวีระ มุสิกพงศ์ แต่เมื่อมาถึงกลับไม่พบแกนนำทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่จึงนำคำสั่งศาลมาติดไว้ที่บริเวณประตู 6 และ 8 ของทำเนียบรัฐบาลเพื่อแจ้งให้จำเลยได้รับทราบคำสั่งดังกล่าว โดยมีผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 30 คนติดตามมาสังเกตการณ์ พร้อมตะโกนโห่ไล่และต่อว่าเจ้าหน้าที่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวภายหลังติดคำสั่งศาลว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ของศาลแพ่งได้นำคำสั่งศาลมายื่นให้กับจำเลยทั้งสามได้รับทราบ แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงไม่พบจำเลย เจ้าหน้าที่จึงต้องนำคำสั่งศาลมาติดที่ประตู 6 และ 8 โดยคำสั่งศาลมีใจความสรุปว่า ให้จำเลยทั้งสามและจำเลยห้ามขัดขวางการเข้าออกทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 6 และ 8 ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงในระดับเสียงที่เป็นการรบกวนข้าราชการในทำเนียบตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.ของทุกวันทำการ ทั้งนี้ภายหลังเจ้าหน้าที่นำคำสั่งศาลมาติดถือว่ามีผลทันที หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะติดตามว่าจำเลยได้ทำตามคำสั่งศาลหรือ ไม่ หากจำเลยยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล โจทก์มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อกรมบังคับคดีให้เข้ามาดำเนินการได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่นำหมายศาลมาติดได้มีผู้ชุมนุมจำนวนมากต่างเข้ามายืนอ่านหมายศาลด้วยความสนใจ โดยเฉพาะประตู 8 ผู้ชุม นุมบางคนถึงกับร้องไห้และต่อว่าตำรวจทำงาน 2 มาตรฐานไม่เหมือนกับที่ทำกับกลุ่มพันธมิตร นอก จากนี้ยังมีผู้ชุมนุมนำถุงพลาสติกไปครอบหมายศาลที่ติดอยู่บริเวณประตู 6 อ้างว่าป้องกันความเสียหายถ้าหากเกิดฝนตก

- ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายคารม พลทะกลาง ทนายความของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เข้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งที่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเปิดถนนลูกหลวงตั้งแต่แยกเทวกรรมจนถึงสะพานชมัยมรุเชฐ และให้เปิดประตูทำเนียบประตูที่ 6 และ 8 ให้ข้าราชการ คณะรัฐมนตรี และผู้มาติดต่อราชการได้นำรถยนต์เข้าออกได้สะดวก และให้ใช้เครื่องขยายเสียงในระดับที่ไม่รบกวนการทำงานภาย ในทำเนียบในเวลาทำการตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ทุกวันราชการจันทร์-ศุกร์ ตามคำร้องของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

นายคารมกล่าวว่า หลังจากตนนำคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวศาลแพ่งไปปรึกษากับแกนนำนปช.แล้ว เห็นว่าแนวทางต่อสู้ที่ยังเหลืออยู่คืออาศัยประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 277 ที่เปิดโอกาสให้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกคำสั่ง หรือยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ โดยยื่นอุทธรณ์โต้แย้งในประเด็นที่ฝ่ายจำเลยคัดค้าน ประเด็นแรกศาลแพ่งไม่มีอำนาจพิจารณาคำร้องของสปน. เนื่องจากก่อนหน้านี้ในคดีที่สปน.ยื่นฟ้องกลุ่มพันธมิตรฯเคยส่งให้ศาลรัฐธรรม นูญวินิจฉัยข้อกฎหมาย เรื่องอำนาจของศาลแพ่งในการสั่งคดีเกี่ยวกับสิทธิในการชุมนุม และจนถึงขณะนี้ศาลรัฐธรรม นูญยังไม่มีคำวินิจฉัยลงมา ประเด็นที่สอง เห็นว่ากรณียังไม่มีเหตุเร่งด่วนที่จะนำมาตรการคุ้มครองชั่วคราวมาบังคับใช้ เนื่องจากที่ผ่านมาในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้ปิดกั้นทางเข้าออกของข้าราชการ อีกทั้งพยานฝ่ายโจทก์ในชั้นไต่สวน ทั้งผอ.กองกฎหมาย ผอ. กองรักษาความปลอดภัย ยืนยันว่าไม่มีการบุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สิน หรือลักทรัพย์ภายในทำเนียบ และสุดท้าย คำร้องของสปน.ขอคุ้มครองเพียงให้ข้าราชการและบุคคลภายนอกเข้าไปในทำเนียบ เหมือนปกปิดไม่เขียนถึง ครม. แต่ในคำสั่งศาลกลับคุ้มครองถึงครม. ด้วย ซึ่งน่าจะเกินไปจากคำร้อง

"วันที่ 2 เม.ย. เวลา 11.00 น. ผมจะมายื่นคำร้องขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองของศาลแพ่ง โดยเตรียมนำพยาน 4 ปาก คือนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แกนนำนปช. อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กับข้าราชการและอดีตข้าราชการในทำเนียบรัฐบาลอีก 3 คน ขึ้นไต่สวนเพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่าคนเสื้อแดงชุมนุมด้วยความสงบตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้" นายคารมกล่าว

- ส.ส.เพื่อไทยดอดร่วมรายการเสื้อแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงบ่ายว่า บนเวทีปราศรัยยังคงมีแนวร่วมจากกลุ่มต่างๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กรณีวิจารณ์พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้บนเวทียังมีการจัดรายการวิเคราะห์และตอบปัญหาทางการเมือง โดยมีน.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ดำเนินรายการ และมีนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดรฯ เข้าร่วมรายงาน มีผู้ชุมนุมบางส่วนปักหลักรับฟังการปราศรัยอยู่บริเวณหน้าเวทีท่ามกลางอากาศที่ร้อนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของกล่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ น่าสังเกตว่าได้มีพระภิกษุสงฆ์เข้ามาร่วมปักหลักชุมนุมด้วย โดยพระสงฆ์บางรูปได้มาจับจ่ายซื้อของที่ระลึกที่มีจำหน่ายภายในพื้นที่ชุมนุม ไม่ว่าเสื้อยืดสีแดง ผ้าโพกศีรษะ ตีนตบ และหัวใจตบ โดยภายหลังพระสงฆ์รูปหนึ่งซื้อผ้าโพกศีรษะที่บริเวณประตูทางเข้าที่ 4 ได้นำผ้าผืนดังกล่าวมาผูกไว้กับย่ามใส่ของ โดยผ้าผืนดังกล่าวมีข้อความระบุว่าทักษิณกับความจริงวันนี้

- "ณัฐวุฒิ"เผยดี-สเตชั่นถูกบล็อก

เวลา 16.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงขึ้นเวทีและแจ้งให้ผู้ชุมนุมรับทราบว่า ขณะนี้สัญญาณถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น ได้ถูกตัดสัญญาณและไม่สามารถแพร่ภาพได้อีกต่อไป ขณะนี้ฝ่ายเทคนิคกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ จึงขอเรียกร้องให้วิทยุชุมชนทุกแห่งช่วยเผยแพร่ความเคลื่อน ไหวการชุมนุม รวมทั้งขอเรียกร้องให้ประชาชนที่ไม่สามารถรับชมทางโทรทัศน์ได้ ขอให้ออกมาร่วมชุม นุมที่ทำเนียบรัฐบาลแทน อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ว่าการที่รัฐบาลตัดสัญญาณครั้งนี้ อาจมีความพยายามดำเนินการบางอย่างกับผู้ชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายณัฐวุฒิขึ้นเวทีและแจ้งให้ผู้ชุมนุมรับทราบดังกล่าว ได้นิมนต์พระสงฆ์ 30 รูปขึ้นมาสวดให้พรกับผู้ชุมนุมบนเวทีปราศรัย เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเรียกร้องและขับไล่รัฐบาล

- แม้วงดวิดีโอลิงก์-ไม่เกี่ยวตัดคลื่น

เวลา 17.00 น. ที่หลังเวทีปราศรัย เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. แถลงถึงการตัดสัญญาณของสถานีดีสเตชั่นว่า ขณะนี้มีการตัดสัญญาณการออกอากาศของสถานีดีสเตชั่น แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใช้กลไกอำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงการใช้สิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน และแสดงตัวเองว่าธาตุแท้ว่าไม่ใช่รัฐบาลในยุคประชาธิปไตย และสลัดภาพของเผด็จการที่ชุบเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ในสมัยที่พันธมิตรยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบิน คนของพรรคประชาธิปัตย์ยังออกมาปกป้องเอเอสทีวี ให้ออกอากาศได้อย่างต่อเนื่อง หากรัฐบาลเห็นว่าจะกดขี่ข่ม เหงกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างไรก็ได้ก็ไม่เป็นไร เราจะต่อ สู้ทางเทคนิคอย่างเต็มที่ หากจำเป็นก็อาจไปเยี่ยม เยียน กระทรวงไอซีที หรือตามหานายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จุดประสงค์ของการตัดสัญ ญาณของดีสเตชั่น เกิดจากความต้องการตัดสัญญาณ วิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทำไม่ได้ จึงไปลงที่ ดีสเตชั่น ซึ่งทางสถานีกำลังดูช่องทางทางกฎหมาย อยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง สำหรับการตัดสัญ ญาณนี้ น่าจะเป็นการกระทำของรัฐวิสาหกิจ ที่ดีสเต ชั่นเช่าช่องสัญญาณ เพื่อยิงสัญญาณไปยังดาวเทียมไทยคม ทำให้จอดำ อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 เม.ย.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะงดวิดีโอลิงก์เข้ามา แต่ไม่เกี่ยวข้อง กับการตัดสัญญาณ เพราะที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ไม่สามารถตัดสัญญาณวิดีโอลิงก์ได้ โดยจะมีนายสม ชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯมาขึ้นเวทีแทนในเวลา 20.00 น.

- ชุมนุมใหญ่ 8 เม.ย.พิฆาตอมาตย์

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับยอดเงินบริจาคด้านหลังเวทีตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.มียอดเงินบริจาค 4 ล้านบาท โดยวันที่มียอดเงินบริจาคสูงสุดคือวันที่ 30 มี.ค. ที่รัฐบาลระบุจะมีการสลายการชุมนุม จึงขอร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯออกข่าวจะสลายอีก เพื่อให้มียอดเงินบริจาคให้มากขึ้นอีก และเงินบริจาคตรงนี้แสดงให้เห็นว่าเราจะชุมนุมยืดเยื้อขนาดไหนก็ได้

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. กล่าวว่า การชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงเรานัดกันวันที่ 8 เม.ย. โดยเวทีจะอยู่ที่เดิม แต่จะให้หางแถวยาวไปถึงถนนราชดำเนิน ผ่านลานพระบรมรูปทรงม้า จนถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ คาดว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุม 3 แสนคน และจะจัดการกับระบอบอมาตยาธิปไตยให้เด็ดขาดก่อนวันสงกรานต์ หากยังไม่ได้ชัยชนะ เราพร้อมจะต่อสู้ต่อไปเรื่อยๆและบอกได้เลยว่าที่นายสุเทพ ออกข่าวว่าพร้อมจะเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ยืนยันว่าเรื่องนี้มันเลยจากพ.ต.ท.ทักษิณไปแล้ว และไม่มีการเจรจากันทั้งสิ้น เพราะเราไม่ได้เรียกร้อง แต่เรามาขับไล่ จึงไม่มีการเจรจาอะไรทั้งนั้น

- "มาร์ค"อัดม็อบอยากให้รุนแรง

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐ มนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างการเข้าร่วมประชุมสุด ยอดลอนดอน ผู้นำกลุ่มประเทศ จี-20 วันที่ 1-4 เม.ย. ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ถึงกรณีศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กลุ่มเสื้อแดง เปิดถนน และประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ผู้มาติดต่อ นำรถยนต์เข้า-ออกได้ว่า นาย สุเทพ ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ทราบแล้ว ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าเมื่อได้รับหมายแล้ว จะมีท่าทีอย่างไร ซึ่งจะประเมินสถานการณ์ต่อไป

ต่อข้อถามว่าหนักใจกับสถานการณ์ขณะนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้บริหารจัดการให้ทุกอย่างอยู่ในขอบเขต เพราะไม่ต้องการให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาล เมื่อถามว่าประเมินว่าสถานการณ์หลังปิดหมายศาลเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรง ทุกคนน่าจะยอมรับและเห็นความจำเป็นว่ารัฐบาลได้พยายามถึงที่สุด เพื่อรักษาบรรยากาศ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็รักษาสิทธิของตัวเองด้วย ขอย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ให้เกิดความรุนแรง ซึ่งได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายว่าอย่าทำอะไรที่นำไปสู่ความรุนแรง เพราะอาจเป็นความต้องการ ของคนกลุ่มน้อย แต่คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการความรุนแรงอยู่แล้ว

- ดีทีวีกลับมาอีกครั้ง-ถูกตัด 3 ชม.

เมื่อเวลา 18.45 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษ ฎร ซึ่งมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาทำหน้าที่ประ ธานการประชุม ระหว่างที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลจังหวัดที่อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ที่เสนอโดยศาลฎีกา ปรากฏว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยได้อภิปรายเรื่องการตัดสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมดีทีวี โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนควรรีบจัดตั้งศาลจังหวัดที่อ.ฮอด โดยเร็วเพราะฮอดมีคนเสื้อแดงเยอะ เชื่อว่าต้องมีการร้องศาลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะขณะนี้มีความพยายามจะปิดดีทีวี ถ้าดีทีวีถูกปิดสัญญาณ ประชาชนไม่สามารถร้องศาลที่ไหนได้ ต้องเข้ามาหาความเป็นธรรมในกรุงเทพฯ ถ้าดีทีวีถูกปิด แต่เอเอสทีวีไม่ถูกปิด แบบนี้จะถือว่าไม่เป็นธรรม ดังนั้นต้องรีบตั้งศาล ไม่เช่นนั้นคนจะไหลเข้ากรุงเทพฯและเกิดเหตุการณ์วุ่นวายแน่ จากนั้นเวลา 19.00 น. ปรากฏว่าสัญญาณการถ่ายทอดสดของดีทีวี กลับมาเป็นปกติ หลังการถูกตัดสัญญาณนานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นกล่าวขอบคุณรัฐบาลกลางสภาที่เปิดสัญญาณดีทีวี และขอให้เป็นแบบนี้ตลอด

นายสุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าคนที่อยู่เบื้อง หลังในการตัดสัญญาณดีทีวี คือนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกฯ เป็นคนสั่งการให้กสท ตัดสัญญาณ เพื่อทำให้การชุมนุมไม่ต่อเนื่อง จึงขอเรียกร้องให้นายสาทิตย์ มาชี้แจงเรื่องนี้โดยด่วน เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน นอกจากนี้อยากให้กลุ่มเสื้อแดงรีบไปขอให้ศาลปกครองสั่งคุ้มครองเหมือนที่พันธมิตรฯทำ

- สานเสวนาเรียกร้องชุมนุมสันติ

เครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม ออกแถลง การณ์ให้เสื้อแดงเคารพกฎหมาย ระบุว่านับจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 เป็นต้นมา ทำให้ประชาชนในชาติต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และจนถึงปัจจุบันปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งทางเครือข่ายเห็นว่าหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ประเทศชาติอาจได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างในเหตุ การณ์ในอดีต ดังนั้นเครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้รัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงทุกรูปแบบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคารพกฎหมายบ้านเมือง ชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ ไม่ทำลายทรัพย์สินของประเทศ และไม่ละเมิดสิทธิของประชาชนชาวไทยอื่นๆ รวมถึงขอให้สื่อนำเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริง พิจาร ณาข้อมูลที่ได้รับจากแต่ละฝ่ายอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม

- นพดลขึ้นเวทีแฉประชาธิปัตย์

บรรยากาศการชุมนุมช่วงเย็น มีผู้เข้าร่วมต่อเนื่องแต่บางตากว่าที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ยังคงชุมนุมกันที่ด้านหน้าเวทีใหญ่สะพานชมัยมรุเชฐ ด้านถนนพิษณุโลก และถนนนครปฐม จำนวนมาก แต่จุดอื่นทั้งถ.เลียบคลองผดุงกรุงเกษม และถ.ราชดำเนิน มีผู้ชุมนุมนั่งชมการปราศรัยผ่านจอโปรเจ็กเตอร์บางตา

เวลา 18.30 น. นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ขึ้นปราศรัยบนเวที ยืนยันเป็นคนจงรักภักดีและไม่ใช่คนขายชาติ พรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ กำลังบิดเบือนว่าสามารถเอาปราสาทพระวิหารคืนมาได้ ความเป็นจริงคือเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเกินกว่า 40 ปี ตามกฎแล้วไม่สามารถรื้อฟื้นได้ แล้วมาบอกว่าจะเอาคืนอย่างนี้เป็นการตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ที่บอกว่ารัฐบาลยึดสันปันน้ำเป็นเขตแดน ความจริงคือทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพไทย รัฐ บาลที่ผ่านมา ยึดแผนที่แอล 7017 ที่เรายกปราสาทเขาพระวิหารให้แล้ว หากนายอภิสิทธิ์ จะยึดสันปันน้ำต้องไปคุยกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ถ้าไม่ทำถือว่าโกหกประชาชน

- ม็อบปรบมือลั่น-ดีทีวีกลับมา

เวลา 19.00 น. โฆษกบนเวทีประกาศว่าสัญญาณโทรทัศน์ดีทีวี สามารถถ่ายทอดได้แล้ว ผู้ชุมนุมจึงปรบมือโห่ร้องอย่างดีใจ จากนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ขึ้นปราศรัยบนเวทีว่า หากไม่ติดงานกาชาดจะลุยตั้งแต่วันนี้แต่เป็นเพราะติดงานดังกล่าวจนถึงวันที่ 7 เม.ย. จึงต้องนัดรวมพลครั้งใหญ่ในวันที่ 8 เม.ย. ให้คนมากไปจนถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์ คำนวณดูแล้วใช้คนแค่เพียง 3 แสนเท่านั้น ยอดบริจาคจนถึงวันนี้เฉพาะเงินสดที่ให้ด้านหลังเวทียอดเงินเกือบ 5 ล้านบาทแล้ว ขณะนี้มีพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดอยากมาร่วมแต่ติดปัญหาเรื่องการเดินทางเพราะการชุมนุมที่ผ่านมาผู้ประกอบการเดินรถถูกสั่งไม่ให้อำนวยความสะ ดวก ไม่เช่นนั้นจะถูกถอนใบอนุญาต ทุกคนไม่ต้องกลัวหลังวันที่ 8 เม.ย. ทุกคนจะได้รับใบอนุญาตคืนขอให้พี่น้องต่างจังหวัดมาร่วมกันในวันที่ 8 เม.ย. หากยังไม่สำเร็จ เช็กบิลต่อวันที่ 9-10 เม.ย. เพียง 3 วัน ไม่มีวันที่ 4 หากมากันมากถึง 3 แสนคน เมื่อถึงวันนั้นพล.อ.เปรม และนายอภิสิทธิ์ ไม่ลาออก เราจะแสดงพลังกันว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะบริหารประเทศแล้วในวันนั้น เผด็จศึกก่อนวันสงกรานต์ได้อย่างแน่นอน

- จตุพรบี้เทือกเจรจาเสื้อแดงเท่านั้น

นายจตุพรกล่าวว่า มีคนสงสัยว่าเมื่อศาลแพ่งให้เปิดทางคนเสื้อแดงจะทำอย่างไร วันนี้ทีมทนายไปยื่นอุทธรณ์แล้ว และการชุมนุมของคนเสื้อแดงทุกวันนี้ เปิดทางให้ข้าราชการเข้าออกได้เป็นปกติ ก่อนจะไปร้องศาล และการที่นายสุเทพ กล่าวว่าเมื่อศาลคุ้มครองจะเข้าทำเนียบ ขอบอกเลยว่าไม่มีทางที่นาย สุเทพจะเข้าทางประตู 6 และประตู 8 อย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่มีการชุมนุมมานายสุเทพ พูดตลอดว่าจะเข้าทำเนียบ แต่จนถึงวันนี้ไม่เคยเห็นเข้าทำเนียบแม้ครั้งเดียว ไหนคุยว่าเป็นนักเลง กล้าพูดกล้าทำ หากทุกคนเห็นนายสุเทพ เข้าทำเนียบให้ทุกคนปล่อยเข้าไป จากนั้นเราแค่ยืนล้อมไว้ไม่ต้องทำอะไรดูว่านายสุเทพจะออกจากทำเนียบได้อย่างไร

"นายสุเทพเปิดทางแล้วว่า พร้อมจะพูดกับพ.ต.ท. ทักษิณ ทุกที่ทุกเวลา แต่เมื่อคืนพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวแล้วว่าเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งในขบวนการเสื้อแดงเท่านั้น หากนายสุเทพ ต้องการเจรจาต้องเจรจากับคนเสื้อแดงทั้งหมด แต่วันนี้คนเสื้อแดงมาขับไล่ ดังนั้นไม่ต้องมีการเจรจาทั้งสิ้น จนกว่าบ้านเมืองจะได้ประชาธิปไตยที่ไม่มีระบอบอำมาตยาธิปไตยในที่สุด" นายจตุพร กล่าว

- ย้ำขับไล่คนที่ทำให้สถาบันเสื่อมเสีย

นายจตุพร กล่าวว่า หน้าที่ของคนเสื้อแดงในวันที่ 8 เม.ย. ต้องดึงพล.อ.เปรมลงมาจากการที่แอบอ้างจนทำให้สถาบันแปดเปื้อน เพื่อรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่คู่กับประชาชนให้ได้ วันนี้คนเสื้อแดงไม่ต้องการล้มระบบองคมนตรี แต่ต้องการกำจัดคนที่สร้างมลทินให้สถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากอำนาจให้ได้ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกล่าว คนเสื้อแดงเคารพองคมนตรี แต่ไม่เคารพองคมนตรีที่ทำให้สถา บันแปดเปื้อน

นายจตุพร กล่าวว่า มีคนถามว่าวันที่ 8 เม.ย. จะมีการปฏิวัติหรือไม่ เพราะเห็นมีการเคลื่อนกำลังและรถถัง บอกได้เลยว่าคนเสื้อแดงไม่กลัวการปฏิวัติ หากเกิดขึ้นจริง คนเสื้อแดงจะไปยืนล้อมรถถัง ให้ทหาร ลงมาแล้วเปลี่ยนเป็นสวมเสื้อแดง คนเสื้อแดงประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนตั้งแต่การชุมนุมที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานแล้วว่าปฏิเสธการปฏิวัติรัฐประหาร หากเกิดขึ้นจริงเป็นเรื่องดีที่จะสามารถโค่นล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย รัฐบาลรับใช้เผด็จการได้ในคราวเดียว กัน ดังนั้นประชาชนที่จะเข้าร่วมในวันที่ 8 เม.ย. เตรียม เสื้อผ้ามา 3 วัน คนเสื้อแดงไปที่ไหนสะเทือนที่นั่น วันที่ 8 เม.ย.คือวันโค่นล้มพล.อ.เปรม และรัฐบาลอภิสิทธิ์ วันที่ 8 คือวันที่มีประชาธิปไตยที่ไร้ระบอบอำมาตยาธิปไตย ต้องร่วมกันออกมาโค่นล้มอำมาตยาธิปไตย วันที่ 8 จะเป็นวันที่กองทัพแดงจะเคลื่อนทัพปลดแอกประเทศไทยออกจากระบอบอำมาตยาธิปไตย

- "สมชาย"ขึ้นเวทีปลุกแดงสู้ต่อ

เมื่อเวลา 20.30 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ขึ้นปราศรัยบนเวที โดยก่อนการปราศรัย นายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวแซวว่า เป็นนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ไม่เคยเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมชาย ตอบว่า แม้ไม่ได้เข้าทำงานที่ทำเนียบฯสมัยที่เป็นนายกฯ ไม่เป็นไร เพราะทำเนียบฯขณะนั้นอยู่ที่ดอนเมือง สาเหตุเพราะขณะนั้นมีกลุ่มคนที่คิดว่าทำเนียบรัฐบาลเป็นโรงแรมจึงเข้ามาอาศัยอยู่ ตอนนั้นไม่ได้จะคิดทำอะไรรุนแรง เพราะ ไม่ต้องการให้ประชาชนรับอันตราย

นายสมชายกล่าวว่า มีคนเคยถามว่า กลุ่มเสื้อแดงมาชุมนุมเพื่ออะไร เพื่อทักษิณหรือไม่ ขอตอบเลยว่าไม่ใช่ เรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผลพลอยได้ แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตของคนไทย ต้องทำอะไรให้แผ่นดิน ที่เรามาเรียกร้องประชาธิปไตยในวันนี้ไม่ได้ทำเพื่อคนที่มาชุมนุม ไม่ได้ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทำเพื่อลูกหลานในอนาคต และหากทำสำเร็จขึ้นมา จะเป็นมรดกตก ทอดไปชั่วลูกชั่วหลาน

ขย่ม"ป๋า"

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




ม็อบเสื้อแดงปักหลักล้อมทำเนียบกันมาหลายวัน และคงจะยืดเยื้อต่อไป เพราะอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร กระโดดลงมาเป็นผู้นำม็อบเต็มตัว

ปลุกระดมกันอย่างโจ๋งครึ่ม

เชิญชวนให้ม็อบเสื้อแดงฮือออกมาชุมนุมกันทั่วประเทศ เพื่อจะได้เป็นข้อต่อรองนำตัวเองกลับเมืองไทย

เป้าหมายการโจมตี พุ่งเลยรัฐบาลมาร์คไปแล้ว แต่เบนเป้าไปที่ "ป๋าเปรม"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และพล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี

ทักษิณประกาศผ่านวิดีโอลิงก์ ระบุว่าป๋าเปรมเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่าชักใยอยู่เบื้องหลังการโค่นอำนาจตนเอง

โดยมีบิ๊กแอ้ดเป็นคนวางแผนให้คมช.ทำรัฐประหาร 19 กันยา

หลักฐานที่ใช้คือคลิปของแกนนำม็อบพันธมิตรฯไปปาฐกถาที่ต่างประเทศ เล่าความเชื่อมโยงระหว่างบิ๊กแอ้ด กับแกนนำพันธมิตร และกองทัพ

จนทุกฝ่ายต้องออกมาปฏิเสธกันพัลวัน

เป็นจุดเริ่มต้นของเกมขย่มป๋าเปรม ซึ่งต้องรอดูว่า"ตอนจบ"จะออกมาอย่างไร

ส่วนการเล่นงานรัฐบาลมาร์คนั้น ม็อบเสื้อแดงใช้วิธี"หนามยอก เอาหนามบ่ง"

รัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย เคยโดนม็อบพันธมิตรเล่นงานแบบไหน

รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็โดนเอาคืนแบบนั้น

ช่วงแรกที่ประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลผสมได้ใหม่ๆ ม็อบเสื้อแดงยังรวมกันไม่ติด ท่อน้ำเลี้ยงก็ไม่คล่อง จัดม็อบ 2-3 ครั้งโชว์พลังไม่ได้ เท่าไหร่ สุดท้ายก็กร่อยไปเอง

แต่หลังจากที่"นายใหญ่โดดเข้ามานำม็อบเต็มตัว ดูเหมือนเสื้อแดงจะกลับมามีชีวิตชีวา คึกคักขึ้นอีกครั้งจนมีเสื้อแดงพรึ่บกว่า 4-5 หมื่นคนล้อมทำเนียบ

แต่มีข้อควรระวังที่ม็อบเสื้อแดงไม่ควรทำ

ประการสำคัญ การชุมนุมควรเป็นการเรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรม นูญ ไม่ใช่กระทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง

ต้องรับฟังความเห็นที่แตกต่าง อย่ามองคนที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมเป็นศัตรู เพราะจะยิ่งสร้างความแตกแยกขึ้นในสังคมไทย

ต้องชุมนุมโดยสันติ ไม่ตั้งเป็นกองกำลัง ไม่สะสมอาวุธ เพราะคนเป็นหมื่น ไม่มีทางที่แกนนำจะควบคุมดูแลได้ทั่วถึง

ต้องไม่บุกเข้ายึดทำเนียบ ไม่ทำลายทรัพย์สินราชการ

ต้องไม่ยึดสนามบิน เพราะจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจของชาติย่ำแย่ไปกว่าเดิม

ต้องไม่ใช้หนังสติ๊กไล่ยิงตัวเงินตัวทองเพื่อความคึกคะนอง

ต้องไม่เล่นคุณไสยมนต์ดำ ไม่ปิดเนตรท้าวมหาพรหมบนยอดตึกไทยคู่ฟ้า ไม่ปักหมุดรอบฐานพระบรมรูปทรงม้าแล้วใช้โกเต๊กซ์แก้เคล็ดแก้คุณไสยตามความเชื่องมงาย

ข้อสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ต้องไม่ดึงสถาบันเป็นข้ออ้างในการชุมนุมเด็ดขาด

ทางออกที่ถูกปิด

ที่มา มติชน

โดย บุญเลิศ ช้างใหญ่



คงจะมีแต่นักการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ พรรคร่วมรัฐบาล และพวกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้นที่ยังประเมินคนเสื้อแดงว่า ไม่มีน้ำยา มาชุมนุมที่ทำเนียบ 3 วันก็กลับบ้าน แต่ผมมองว่า เวลานี้ใครก็หยุดเสื้อแดงไม่ได้ อีกทั้งไม่สามารถเอาชนะคนเสื้อแดงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ว่าจะยิงด้วยกระสุนปืน ถล่มด้วยรถถังหรือจับแกนนำเข้าคุกเข้าตะราง

ถ้ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เก่งจริงก็ต้องเข้าไปทำงานและประชุมคณะรัฐมนตรีในทำเนียบให้ได้ และควรจะพูดจาอย่างเป็นกิจจะลักษณะว่าจะคลี่คลายวิกฤตการณ์สงครามการเมืองอย่างไร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คนว่าจะทำได้จริงตามที่พูด แต่สิ่งที่เห็น ยังไม่ปรากฏวี่แววว่าความปั่นป่วนวุ่นวายจะสงบได้อย่างไร จะใช้เวลาอีกกี่เดือน กี่ปี

เช่นเดียวกับรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเคยประสบมาแล้ว เพราะปล่อยให้มวลชนของพันธมิตรบุกเข้าไปในทำเนียบ แถมด้วยการยึดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมินานนับสัปดาห์โดยตำรวจ-ทหารทำอะไรไม่ได้ แม้นายสมัครจะมีอำนาจตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินสั่งให้ตำรวจ-ทหารเข้าสลายผู้ชุมนุม แต่ก็ถูกปฏิเสธจากตำรวจ-ทหารอย่างไม่มีเยื่อไย แถมยังถูก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พูดผ่านจอโทรทัศน์บีบคั้นกลายๆ ว่าถ้าเป็นตน จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายหลังเกิดจลาจล 7 ตุลาคม 2551 เพื่อกดดันนายสมชาย แต่กลับไม่บังเกิดผล เนื่องจากนายสมชายยังเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

การแสดงออกของคนเสื้อแดง ไม่เพียงแต่ย้อนเกล็ดพันธมิตรที่เคยทำไว้ ซึ่งพันธมิตรพูดไม่ออก หากแต่สิ่งที่คนเสื้อแดงเคลื่อนไหวกำลังเกิดความขัดแย้ง แตกแยกหนักขึ้นและกระเทือนไปถึงโครงสร้างอำนาจและสถาบันสำคัญอย่างมิอาจปฏิเสธได้

การเปิดโปง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรี นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นายจรัญ ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระที่ไปรับประทานอาหารและปรึกษาหารือกันถึงสถานการณ์การเมืองที่บ้านนายปีย์ มาลากุล ย่านสุขุมวิท โดย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี หนึ่งในผู้เข้าร่วมได้ออกมายืนยัน

การโจมตี ควบคู่ไปกับการขุดคุ้ยเรื่องอื่นๆ และเรียกร้องโดยแกนนำคนเสื้อแดงให้ พล.อ.เปรม พล.อ.สุรยุทธ์และนายชาญชัยลาออก สร้างผลกระทบต่อสถาบันองคมนตรีและยังเป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

แม้ว่า พล.อ.เปรมและ พล.อ.สุรยุทธ์จะออกมาชี้แจงด้วยตนเองหรือคนใกลชิดอย่างไร แต่การเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองและผูกโยงเป็นตัวละครสำคัญจนนำไปสู่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ตามข้อเท็จจริง ถึงจะโต้เถียงกันแบบไหน ก็มิอาจรักษาภาพของการเป็นองคมนตรีให้บริสุทธิ์ผุดผ่องได้ ยิ่งปล่อยให้คนเสื้อแดงปราศรัยไปเรื่อยๆ ก็รังแต่จะทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงถูกฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ แล้วเอาเกลือทาไปมากขึ้นเท่านั้น

พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนก็โดนคนเสื้อแดงโจมตีไปพร้อมๆ กันด้วยข้อกล่าวหาที่ว่า เป็นรัฐบาลด้วยความไม่ชอบธรรมและอื่นๆ อีกหลายกรณี

องค์กรตรวจสอบหลายองค์กรที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร การพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้จำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นเวลา 2 ปี ในคดีจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ฯลฯ ก็ถูกคนเสื้อแดงโจมตีโดยไม่มีอะไรต้องเกรงใจ

การโฟนอินและการปรากฏภาพมายังที่ชุมนุมคนเสื้อแดงผ่านวิดิโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถปลุกจิตใจคนเสื้อแดงให้รวมพลังกันต่อสู้โดยชูประเด็น ประชาธิปไตยและความเป็นธรรมที่จะต้องเรียกร้องเอากลับคืนมาเป็นประเด็นสำคัญ ถึงจะทำให้บ้านเมืองเจริญได้ซึ่งได้รับการตอบรับจากคนเสื้อแดง นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังประกาศจะเดินทางเข้าประเทศไทยทันทีและพร้อมเดินนำหน้าคนเสื้อแดงเข้ากรุงเทพฯ หากทหารยิงคนเสื้อแดงตายแม้เพียงนัดเดียว

จากระบบการสื่อสารที่ทันสมัย มวลชนคนเสื้อแดงรับข่าวสารผ่านทีวีดาวเทียม ดี สเตชั่น ผ่านเว็บไซต์ ผ่านวิทยุชุมชน ประสานเข้ากับข่าวสารจากสื่อมวลชนกระแสหลักทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ทำให้คนเสื้อแดงยกระดับความคิดและพร้อมจะเข้าร่วมขบวนการต่อสู้ที่ทำโดย พ.ต.ท.ทักษิณและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

ข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 จากนั้นให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน โดยอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนลงแข่งขัน ได้ถูกนายอภิสิทธิ์ปฏิเสธทันที ต่อมานายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช.เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 จากนั้นให้นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราชมาเป็นนายกรัฐมนตรีช่วงสั้นๆ เพียงแค่ 45 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐสภาจะพร้อมใจกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วค่อยยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ก็ถูกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ปฏิเสธอีก

ขณะเดียวกัน คนของพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาถึงรัฐมนตรี และ ส.ส.ก็คิดจะหาทางตัดสัญญาณมิให้ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินและการแพร่ภาพและเสียงผ่านวิดีโอลิงก์ การไล่ล่าหวังจะยึดพาสปอร์ตคืน รวมถึงการตามจับกุมตัวมารับโทษจำคุกในประเทศไทย โดยที่คนเหล่านี้คิดว่าจะทำได้ไม่ยากและเรื่องจะจบถ้าหากทำได้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตรงกันข้ามกลับจะทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟเร็วขึ้น ดังที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ เคยประกาศไว้

อย่าเพิ่งเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาติดคุกในประเทศไทยเลย ถ้ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์มั่นใจว่าจะปราบ พ.ต.ท.ทักษิณได้ เอาแค่ถอดยศ พ.ต.ท.ให้เหลือแค่นายนำหน้าชื่อ "ทักษิณ" ซึ่งง่ายที่สุดโดยเรื่องวางอยู่บนโต๊ะ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมานานเป็นเดือนๆ ทำไมจึงไม่กล้าถอดยศ

การแก้วิกฤตสงครามการเมืองจะไม่เกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าหากฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่ ประกอบด้วย รัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ผู้นำเหล่าทัพ นปช. พันธมิตร ฯลฯ ไม่มีข้อเสนอและไม่ยอมรับการประนีประนอมซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญและการรู้จักอภัยอันจะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่

การเอาชนะอย่างเดียว โดยคิดว่าฝ่ายตนเท่านั้นที่ถูกต้องและถ้ายอมให้อีกฝ่ายหนึ่งจะทำให้ฝ่ายตนเสียเปรียบ ขาดทุน ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณและคนเสื้อแดงจะสู้ไปตามแนวทางของตน ฝ่ายตรงข้ามจะก่นด่า จะประณามเพียงไหน นอกจากจะหยุดคนเสื้อแดงและ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้แล้ว ยังจะสร้างความโกรธแค้นที่อาจกระทำการรุนแรงอะไรก็ได้ตามอุดมการณ์และความเชื่อของตนเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งที่คนเหล่านี้หมดความอดทน อดกลั้น

วิกฤตครั้งนี้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ในการแก้ไข เพื่อนำความสงบสุขและความปรองดองมาสู่ประเทศชาติ

หลุมพราง การเมือง กับดัก ต่อ รัฐบาล"อภิสิทธิ์" บางฝ่าย VS บางฝ่าย

ที่มา มติชน

คอลัมน์ วิภาคแห่งวิพากษ์




ถึงแม้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะหนักแน่นอย่างยิ่งในกระแสแห่งการรุกและบีบรัดมาโดยรอบของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มคนเสื้อแดง

"บางฝ่ายต้องการให้เกิดความรุนแรง"

ประสานกับบทสรุปจากหลายๆ ด้านของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรีที่ว่า

"รัฐบาลจะค่อยๆ แก้ปัญหาด้วยความอดทนอดกลั้นและพยายามให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเข้าใจดีว่าถ้าไปตกหลุมพรางของบางฝ่ายจะทำให้บ้านเมืองเสียหาย"

คำว่า "บางฝ่าย" ไม่ว่าของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีความแจ่มชัด

แจ่มชัดว่าน่าจะเป็นฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฝ่ายของ "เสื้อแดง"

กระนั้น หากพิจารณาจากถ้อยคำให้สัมภาษณ์ยาวเหยียดของที่ปรึกษาสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย

ก็ชวนให้เข้าใจได้ว่า "บางฝ่าย" ที่ว่าน่าจะเป็น "หลายฝ่าย" มากกว่า

ประเมินถ้อยแถลงล่าสุดจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่จะระดมประชาชนจากทั่วประเทศมาชุมนุมในวันที่ 9 เมษายน 2552

"เราต้องการให้เสร็จศึกก่อนสงกรานต์"

โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ 1 ต้องโค่นล้มอำมาตยาธิปไตย คือ การโค่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะหัวหน้าอำมาตยาธิปไตย

1 รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องออกไป

คำประกาศของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงไม่ได้บ่งชี้ว่าจะใช้วิธีการที่รุนแรง ตรงกันข้าม อาวุธก็คือการรวมตัวกันของประชาชนจากทั่วประเทศ ให้เต็มลานพระบรมรูปทรงม้าและถนนราชดำเนินกลาง ล้นทะลักไปถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์

เป็นการชุมนุมทางการเมืองอย่างสันติปราศจากอาวุธตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

กระนั้น เป้าหมาย 2 เป้าหมายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มคนเสื้อแดงเสนอขึ้นมาเป็นประเด็นต่างหากที่อาจจะกลายเป็นปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำวิพากษ์ที่ขยายจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปยัง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

เพราะว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีสถานะเป็นองคมนตรีและประธานองคมนตรี

แถลงการณ์ ฉบับที่ 1/2552 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ข้อที่ 5 และข้อที่ 6

(5) ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและทหารทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงของรัฐ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การวางเฉยต่อการจ้องทำลายสถาบันองคมนตรีและสถาบันพระมหากษัตริย์ย่อมขัดต่อหน้าที่ มโนธรรมสำนึกและรัฐธรรมนูญ

(6) ขอให้รัฐบาลหยุดยั้งการถ่ายทอดภาพและเสียงของทักษิณทันที เพราะการปล่อยให้นักโทษหนีอาญาแผ่นดินปลุกระดมใส่ความกระบวนการยุติธรรมโดยไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้เป็นการทำลายความมั่นคงของชาติ

สอดรับกับการให้สัมภาษณ์ของที่ปรึกษาสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.)

"มันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ แล้วก็จาบจ้วงตีกระทบประธานองคมนตรี รัฐบาลชุดนี้ถ้าหากยังเป็นอย่างนี้อยู่ก็หมายความถึงว่าเท่ากับส่งเสริมสนับสนุนทางอ้อมให้เป็นขบวนการบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ"

อย่าคิดว่าการเรียกร้องให้จัดการด้วยความเฉียบขาดมิได้มีการยั่วยุจากกลุ่มเสื้อแดงอย่างด้านเดียว

ตรงกันข้าม มี "บางฝ่าย" ที่อยู่ตรงกันข้ามกับ "เสื้อแดง" ก็มีความต้องการและอยากเห็น

จึงไม่แน่ว่า "หลุมพราง" จากมุมมองของรัฐบาลจะมาจากฝ่ายไหนกันแน่

1 เป็นหลุมพรางอันรัฐบาลประเมินว่ามาจากฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฝ่ายกลุ่มคนเสื้อแดง 1 เป็นหลุมพรางอันมาได้จากกระแสเร่งเร้าอย่างรุนแรงจากฝ่ายเดียวกันของรัฐบาล

ทั้งๆ ที่การจัดการอย่างเฉียบขาดและรุนแรงอาจไม่เป็นไปอย่างที่ "บางฝ่าย" คิดคำนวณก็ได้

คอลัมน์ เรียงคนมาเป็นข่าว

ที่มา มติชน

โดย "พลุน้ำแข็ง"



........."ม็อบเสื้อแดง" ที่ใครต่างพากันสบประมาท ยืนระยะได้ไม่กี่ยก ประเภทโป้งเดียวจอด น้ำอดน้ำทนไม่ดี แต่กลับขยายมวลชน วันเวลาออกไปได้ดีกว่าที่คิด แถมยัง "ยกระดับ" ทิศทาง-เป้าหมายได้ตามแผน "โฟนอิน-วิดีโอลิงก์" ของ "ทักษิณ" เป็นคันส่งปลุกระดมมวลชนได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด มิหนำซ้ำ บนเวทีหน้าทำเนียบ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" แกนนำ นปก. กลายเป็นขวัญใจแม่ยก ตรึงคนเสื้อแดงได้ล้นหลามดีทีเดียว

..........เอาเป็นว่า ถึงนาทีนี้ หาก "นายกฯมาร์ค-ทั่นเทพเทือก" ประมาทซ้ำ ไม่รีบหาทางแก้เกม ปล่อยให้ยืดเยื้อ "ยกระดับ" ได้รอบด้านแล้ว ก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์ เชื่อว่าจะมี "งานเข้า" เพราะข่าวกรองและระดับคลุกวงในระบุตรงกันว่า ศึกครั้งนี้ จะ "เผด็จ" กันก่อนวันสาดน้ำ

..........ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชิงลงมือ "เผด็จศึก" แต่ "แผนทักษิณ" ที่ต่อยอดมาได้ขนาดนี้ เจ้าตัวคงจะพึงพอใจ เพราะสามารถเปิดเกมรุกฆาตได้ทั้ง "สงครามการเมือง" คือระดมมวลชนที่จัดตั้งเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด ยกระดับมาชุมนุมที่ กทม. และเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล "มาร์ค" และ "ยึดทำเนียบ" ได้สมเจตนา "สงครามข่าวสาร" ก็บรรลุเป้าสมเจตนา "ชิงพื้นที่ข่าว" จากอำนาจรัฐมาได้ทุกภาคส่วน

........."End State" หรือ "เป้าหมาย" แม้จะมุ่งกระแทกกลาง "กองทัพ" ได้ไม่เต็มไม้เต็มมือ หรือยังไม่เห็นร่างเงาว่าจะมีการปฏิรูปการเมืองเพื่อความสมานฉันท์ แต่ "แผนทักษิณ" ดึงดูดเอา "อำมาตยาธิปไตย" โดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการ "ปฏิวัติ 19 กันยายน 2549" หลายคนเปียกมะล่อกมะแล่กอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้จะยังไม่ถือว่าประสบชัยชนะ แต่ "ม็อบเสื้อแดง" ซะใจ

..........แม้ผู้กุมอำนาจรัฐจะเปลี่ยนถ่ายจาก "ระบบทักษิณ" มาเป็น "ประชาธิปัตย์" แต่ "เครือข่ายทักษิณ" ที่จัดแถวข้าราชการทุกฝ่ายติดต่อกับมาเป็นเวลา 7-8 ปีเต็มๆ ย่อมถอนรากถอนโคนในช่วงสี่ซ้าห้าเดือนไม่หมด พิสูจน์ได้ว่า การ "โฟนอิน-วิดีโอลิงก์" ก็ดี การขับเคลื่อนของ "ม็อบเสื้อแดง" ก็ดี มี "พวกแอบเอื้อ" ให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความสะดวก

.........ที่เห็นเด่นชัดมากกว่าองค์กรใดๆ ก็คือ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" แม้ว่า "สุเทพ เทือกสุบรรณ" จะถ่ายน้ำทิ้งไปแล้ว 2-3 ระลอก ปลิดชีพ เด็ดวิญญาณ ระนาบผู้บังคับการ-ผู้การ แต่ยังล้างสต๊อคไม่หมด "สีกากี" ถูกลงรากฝั่งลึกไปเกือบทุกระดับชั้น หากคิดสลายสายอำนาจเก่าให้สิ้นซาก ก็ต้องรื้อทั้งระบบ ย้ายยกโรงพัก ตั้งแต่ผู้การ-ผู้กำกับ-สารวัตร ถึงจ่า

.........ด้วยประการฉะนี้ จึงดูประหนึ่งว่า "สีกากี" เข้าเกียร์ว่างกันเสียเป็นส่วนใหญ่ คดีในเมืองไทยจึงเกิดขึ้นถี่ ทั้งปล้นจี้ ฆ่าชิงทรัพย์ ลักเล็กขโมยน้อย ยาเสพติดคืนชีพกลับมาเกลื่อนเมืองอีกครั้ง ขณะที่เศรษฐกิจก็วิกฤตหนัก รัฐบาล "มาร์ค" หนักทั้งขึ้นทั้งล่อง

เปิดกระเป๋า"กษิต" ตามหาเงิน"ทักษิณ"

ที่มา มติชน



เพราะประกาศว่า ตัวเหลืองอ๋อย

"กษิต ภิรมย์" รมว.การต่างประเทศ จึงงานเข้าเป็นระยะ

จนต้องกลับไปสวมวิญญาณดาวไฮด์ปาร์ก โต้ข้อกล่าวหา "ดาวไถ" จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นชุด ด้วยถ้อยคำคนเวทีเสื้อเหลือง ทั้ง "ตุ๊ดตู่" "ลิ่วล้อ" "ใต้สะดือ"

ล่าสุด ยังถูกคนกันเอง "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" ส.ว.สรรหา ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการถือหุ้นในบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ ที่อาจดีดเจ้าตัวตกเก้าอี้ได้

ลองเปิดกระเป๋า "กษิต" มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง..?

บัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอนเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 22 ธันวาคม 2551 ระบุว่า มีเงินอยู่ 28,639,841 บาท นางจินตนาคู่สมรสมี 51,321,461 บาท รวม 79,977,302 บาท

มีที่ดิน 16 แปลง เนื้อที่ 40 ไร่เศษ ส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. ปทุมธานี และเชียงใหม่ ที่ดินที่มีมูลค่าสูงสุดอยู่ในเขตบางกะปิ มูลค่า 13.3 ล้านบาท

มีเงินลงทุน 1 รายการ คือหลักทรัพย์ บมจ.ไทยพาณิชย์ แต่ภรรยามีเงินลงทุน 11 รายการ อาทิ เคพันธบัตรเกาหลี, หลักทรัพย์ซิกโก้, ธนชาต RMF, โรงพยาบาลพญาไท 2 รวมถึงหุ้น บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ มูลค่า 1 แสนบาท ซึ่งถูก ส.ว.จอมสอยจับผิดด้วย

ส่วนทรัพย์สินอื่น ไม่หวือหวานัก มีเพียงเครื่องประดับของภรรยา 4 รายการ อาทิ สร้อยมุก แหวน ต่างหู มูลค่ารวม 2 ล้านบาท

"ทักษิณ"อวดรวย เปิด GLOBAL EXPRESS บ้านลอยฟ้า 1.5 พันล้าน

ที่มา มติชน



ท่าทางสบายๆบนเครื่อง

ที่มา - นี่คือเนื้อหาหนึ่งในหนังสือ "...ทักษิณ ARE YOU OK? การเมือง ความแค้น ความรัก..." ที่เขียนโดย "หมวดเจี๊ยบ" ร.ท.หญิงสุณิศา เลิศภควัต ที่เล่าเรื่องราวความหรูหราบนเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังนัดเจอกันที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ก่อนบินไปประเทศนิการากัว

เหตุผลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ต้องใช้เครื่องบินส่วนตัว เพราะคำนวณดูแล้วว่า เขาคงต้องระหกระเหินอยู่ในต่างประเทศไปอีกนาน โดยที่ตัวเขาเองก็รู้ดีว่า วันนี้อาจกินข้าวกลางวันที่ฮ่องกง ตกเย็นอาจต้องไปกินข้าวในประเทศอูกันดา ทวีปแอฟริกา

ใครก็ตามที่เดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ ก็คงจะทราบดีว่ามีข้อจำกัดมากมาย ทั้งการจองตั๋ว เที่ยวบิน ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคคลสาธารณะ และมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ อีกทั้งคณะติดตามมีจำนวนมาก เขาจึงตัดสินใจเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าเช่าเครื่องบินครั้งละ 20-50 ล้านบาทต่อการเดินทาง 1-2 สัปดาห์ ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยในภาวะที่เขาต้องรัดเข็มขัด

แต่ยังนับว่าโชคดีที่เจ้าของเครื่องบินลำนี้เป็นเพื่อนของเขา จึงทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องจ่ายค่าจอดเครื่องบิน ซึ่งตามปกติค่าใช้จ่ายในการจอดคิดกันเป็นรายชั่วโมง

คนที่คอยเป็นธุระจัดการเรื่องพาหนะต่างๆ รวมทั้งเครื่องบินส่วนตัว คือเพื่อนสนิทคนเดิมที่ชื่อ ชาญชัย (รวยรุ่งเรือง หรือเหยียน ปิน) ที่ดูแลเขามาตลอดหลังการปฏิวัติ โดยให้ที่พักพิง ให้คำปรึกษาในเวลาที่ท้อแท้

พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เขาได้รู้ซึ้งว่าใครคือเพื่อนแท้ยามยาก "เงินร้อยล้านสองร้อยล้าน กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปแล้ว เมื่อเทียบกับคำว่าเพื่อน"

เปิดกระเป๋าหยิบซิมโทรศัพท์

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอาหารหลักบนเครื่องบิน



เครื่องบินส่วนตัวที่ พ.ต.ท.ทักษิณใช้เป็นพาหนะเดินทางไปนิการากัวครั้งนี้ เป็นเครื่องบินเจ็ท รุ่น GLOBAL EXPRESS สีขาว ราคา 1,500 ล้านบาท มีเลขทะเบียนเป็นเบอร์ตองแปด ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ตรงหางเครื่องบิน ซึ่งฉันขอเรียกว่า "ทักกี้ แอร์ไลน์"

ฉันวิ่งขึ้นเครื่องบินเป็นคนสุดท้าย เพราะมัวแต่ถ่ายรูปเครื่องบิน ทันที่ขึ้นเครื่องก็พบแอร์โฮสเตสสาวประจำเครื่องบินที่ชื่อว่า "บาร์บาร่า" ยืนต้อนรับอยู่ ในมือมีเสื้อสูทและโอเวอร์โค้ทตัวใหญ่ๆ ทั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ และของคนอื่นๆ เต็มมือไปหมด

เครื่องบินลำนี้แบ่งออกเป็นสามตอน ตอนหน้าเป็นส่วนของห้องนักบินและห้องครัว ตอนกลางเป็นที่นั่งสำหรับผู้โดยสารวีไอพี และตอนท้ายหรือส่วนหางของเครื่องบิน มีทั้งเก้าอี้ผู้โดยสาร ห้องน้ำ และห้องเก็บสัมภาระ ซึ่งเป็นที่นั่งของฉัน

ฉันสังเกตว่า สิ่งแรกที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำหลังจากที่นั่งบนเครื่องบินคือ การเปลี่ยนซิมโทรศัพท์มือถือ ฉันเห็นเขาหยิบกระเป๋าเดินทางคู่ชีพ เป็นผ้าคล้ายไนล่อนสีดำสนิท เขียนยี่ห้อด้วยตัวอักษรสีแดงว่า MANDRIN DUCK มารูดซิป สังเหตเห็นว่าเป็นขนาดเท่ากล่องแว่นตา เมื่อเปิดมากลับไม่ใช่แว่นตา แต่เป็นซิมเล็กๆ ราวๆ 20-30 อัน

หลังจากที่เปลี่ยนซิมมือถือแล้ว เขาก็เข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนจากชุดสูทเป็นชุดลำลองเหมือนอยู่บ้าน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเขาคงเห็นเครื่องบินลำนี้เป็นบ้านเขาจริงๆ

เขาเล่าว่า การปรับตัวให้เป็นคนนอนง่ายนั้นสำคัญมาก จะมาคิดว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว มันทำไม่ได้ เรียกว่าหัวถึงหมอนก็ต้องหลับเอาไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าสถานที่ที่จะไปถึงนั้นจะเป็นตอนเช้าหรือกลางคืน

ทักทายเพื่อนก่อนบินไปนิการากัว

เครื่องบินเจ็ท Global Express มูลค่า 1.5 พันล้าน



สำรวจห้องครัวลอยฟ้าบนเครื่องบินลำนี้ มีหน้าตาเหมือนห้องครัวสำเร็จรูปที่เห็นได้ทั่วไปตามคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ คือเป็นแพนทรีเล็กๆ มีตู้แขวนบิลด์อินสำหรับใส่อาหารและอุปกรณ์ครัว ประตูของตู้ทุกบานในห้องครัวบุด้วยไม้สีน้ำตาลทอง และเดินคิ้วด้วยขอบทองคำเหลืองเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ของเครื่องบิน ซึ่งบุด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั้งลำ โดยไม้ที่ใช้มีสีน้ำตาล หน้าตาและลวดลายคล้ายๆ ที่ฉันเคยเห็นในคอนโซลลายไม้ของรถเบนซ์

อุปกรณ์หลักภายในห้องครัวก็คือ ไมโครเวฟ ส่วนเมนูเด็ดที่ซ่อนอยู่ในตู้เก็บอาหารของห้องครัวของเครื่องบินอันแสนจะเริ่ดหรูแห่งนี้ แทนที่จะเป็นรังนกราคาแพง หรือหูฉลามสำเร็จรูปแช่แข็ง แต่มันกลับเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อธรรมดาๆ ของไทย สารพัดรส หลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นมาม่าหรือไวไว และมีครบทุกรส

เครื่องบินเจ็ทยี่ห้อทักกี้แอร์ไลน์ ทันทีที่เดินเข้ามาในเครื่อง จะเห็นเก้าอี้ซึ่งเป็นเบาะสีครีมงาช้าง แบบที่เห็นในรถเบนซ์ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ทั้งสองฝั่งของทางเดิน แต่ละฝั่งก็จะมีเก้าอี้สองตัว หันหน้าเข้าหากัน ฝั่งละคู่ ตรงบริเวณที่วางเท้าระหว่างเก้าอี้แต่ละคู่ จะมีพื้นที่กว้างขวาง จนคนนั่งทั้งสองคนนั้นสามารถปรับเบาะตรงขายืดออกมาเป็นเตียงนอนขนาดย่อมๆ ได้ รวมทั้งยังมีโต๊ะกลางพับได้ ซึ่งสามารถดึงออกใช้เป็นโต๊ะเขียนหนังสือหรือโต๊ะกินข้าวในยามที่ต้องการ

เวลานั่งเอนหลัง มองออกไปนอกหน้าต่าง คนนั่งก็จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แสนจะชวนฝัน เนื่องจากขอบหน้าต่างของเครื่องบินเป็นสีทองเหลืองอร่าม เวลาที่มองวิวท้องฟ้า เมื่อเหลือบไปเห็นสีทองๆ ของขอบหน้าต่าง ก็จะเหมือนกำลังนั่งมองภาพวาดที่แขวนอยู่ในกรอบสีทองยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

ฉันสงสัยว่า วัสดุสีทองที่ประดับอยู่รอบเครื่องบิน เป็นทองคำแท้หรือเปล่า จึงไปถามนักบินที่เป็นฝรั่งชาวอเมริกันชื่อเจฟ ตอนที่เขาเดินมาที่ท้ายลำเพื่อเก็บของ แต่เขาบอกว่า มันทำด้วยสแตนเลสแท้ แล้วทาทับด้วยสีทอง

ลูกเรือของเครื่องบินลำนี้มีอยู่ 3 คน คือ เจฟ กับตันชาวอเมริกัน บาร์บาร่า แอร์โฮสเตสสาวสวยวัย 28 ปี และก๊อตฟรี นักบินชาวอังกฤษ

เจฟบอกกับฉันว่า เขาได้เงินเดือนจากบริษัทปีละ 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็คือราวๆ ปีละ 7 ล้านบาท หรือประมาณเดือนละ 6 แสนบาท ส่วนบาร์บาร่าบอกว่าเธอได้รับเงินเดือนเดือนละ 2,600 ปอนด์ หรือประมาณ 130,000 บาท

ระหว่างที่พวกเขารอ พ.ต.ท.ทักษิณปฏิบัติภารกิจในประเทศต่างๆ ทางบริษัทของพวกเขาจะเป็นผู้จองโรงแรมที่พักให้กับพวกเขาต่างหาก และเมื่อถึงเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับ พวกเขาก็จะไปรอที่สนามบิน

พ.ต.ท.ทักษิณเล่าว่า "ตอนบาร์บาร่ามาใหม่ๆ เขาทำอะไรไม่ค่อยจะเป็นนะ ผมก็ต้องให้เลขาฯของผมคอยสอนให้ทำอาหารไทย ซื้อมาม่ามาให้บ้างอะไรบ้าง จนเดี๋ยวนี้บาร์บาร่าเขารู้แล้วว่าควรจะต้องซื้ออาหารแบบไหนมาไว้ในครัว"

ส่วนคณะทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณ มีเลขาเป็นผู้หญิง 1 คน คนติดตามเป็นผู้ชายอีก 1 คน เท่าที่รู้พ.ต.ท.ทักษิณจะมีเลขาฯ 3 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด เช่นเดียวกับคนติดตามมี 3 คน ผู้ชายทั้งหมด ทั้งหมดจะทำงานสลับกัน คนละ 3 อาทิตย์ และจะคอยเดินทางไปแตะมือกันตามประเทศต่างๆ

การเดินทางไปนิการากัวครั้งนี้ ใช้เวลา 13 ชั่วโมง จึงถึงที่หมาย..!

ใกล้ทางตัน

ที่มา มติชน

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12

โดย ฐากูร บุนปาน



พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกอาการ "เลือดเข้าตา" มากขึ้นทุกที

มีคำถามว่าอาการแบบนี้เกิดขึ้นเพราะขาดสติ เป็นการดิ้นรนเพราะรู้ว่าใกล้จะพ่ายแพ้

หรือยังรู้ตัวอยู่ทุกกระเบียดและเชื่อมั่นว่า วิธีการนี้จะนำพาไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้

การประเมินจากกลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งถือว่าเป็นคนที่รู้ไส้รู้พุงกันดีมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะเคยร่วมทำงานแบบนี้ด้วยกันมาก่อนก็คือ

อดีตนายกรัฐมนตรีมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้ม็อบเสื้อแดง "จุดติด" แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพมหานครหรือต่างจังหวัด

ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลนั้น ฝ่ายเสื้อแดงยืนยันว่าเทียบ "จำนวนจริง" กันแล้ว จะมากกว่าสมัย "ม็อบเสื้อเหลือง" ถึง 2-3 เท่า

ตรงนี้ใกล้เคียงกับรายงานการประเมินโดยหน่วยข่าวของราชการ

และจะสามารถชุมนุมต่อไปได้ถึงสงกรานต์ หรือเลยจากนั้นไปอีก

เพราะเชื่อมั่นว่าถึงจะหยุดพักช่วงไป แต่หลังเทศกาลผ่านพ้นแล้ว ชาวเสื้อแดงพร้อมจะกลับรวมตัวกันอีก

จริงหรือไม่ ต้องให้ความจริงยืนยัน

แต่ที่ประเมินได้ก่อนอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าม็อบเสื้อแดงยังไม่สลาย พ.ต.ท.ทักษิณก็จะปราศรัยเขย่ารัฐบาล เขย่าสถาบันต่างๆ อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

และมีแนวโน้มด้วยว่า "ดีกรี" ของการพูดจาจะแรงขึ้น-แรงขึ้น

ไม่อย่างนั้นก็จืดตาย เอาม็อบไม่อยู่แน่ๆ

แต่คำถามมีอยู่ว่า แล้วฝ่ายที่เป็นศัตรูกับ พ.ต.ท.ทักษิณ (ซึ่งปัจจุบันกุมอำนาจรัฐอยู่ด้วย) จะยอมให้ขย่มเอา-ขย่มเอาอยู่ข้างเดียวหรือ

ไม่มีมือไม่มีไม้ ทำอะไรไม่ได้จริงหรือ

ถ้า "ไม่ได้ทำ" อะไรเลยในช่วงที่ผ่านมา อดีตนายกรัฐมนตรีจะกระเด็นออกไปอยู่ต่างประเทศได้อย่างไร

มีหนหนึ่งแล้ว จะมีสองสามตามมาไม่ได้หรือไร

การเมืองไทยจึงกลายเป็นภารตนิยายเรื่องรามเกียรติ์ รบกันอยู่นั่นแล้วไม่รู้จักจบ

รบกันไม่เลือกเวลาไม่เลือกเวที แม้กระทั่งในยามที่ปัญหาปากท้องสาหัสที่สุดเท่าที่ชั่วชีวิตของคนรุ่นนี้ประสบมา

เห็นความ "คลั่ง" พอๆ กันของคู่ขัดแย้งในเวลานี้แล้ว

ใจหนึ่งก็อยากจะให้รบกันขั้นแตกหักเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป

ถ้าไม่ติดว่า รบกันทีไรคนเจ็บคนตายคือชาวบ้านที่เป็นไพร่พลทุกที ตัวใหญ่หรือคนชักใย หรือแม้แต่ตัวละครโรคจิตที่ป่วนเมืองไทยมา 30 ปี ก็เห็นยังอยู่ดีกินอร่อยกันอยู่ทุกคน

ครั้นจะพูดให้เขาเมตตาประชาชนเหมือนปากว่า ก็รู้แก่ใจว่าคงเป็นไปไม่ได้

เพราะถ้าเป็นคนดีกันขนาดนั้น เมืองไทยจะเป็นอย่างวันนี้หรือ

ทางเลือกสุดท้ายคือจะประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านจุดเดือดที่สุดไปได้อย่างไร

ไม่สมานฉันท์ แต่ขัดแย้งกันแบบสันติได้หรือไม่

ลดดีกรีความไม่พอใจ ด้วยการให้ความเป็นธรรมจริงๆ

ได้หรือไม่?

วิบากกรรม การเมือง วิบากกรรม รัฐบาล อภิสิทธิ์ วิบากกรรม องคมนตรี

ที่มา มติชน

คอลัมน์ วิภาคแห่งวิพากษ์




รำพึงจาก 2 เรียวปาก พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป ที่ว่า

"ไม่เข้าใจว่าทำไมยุคนี้ถึงได้นำสถาบันองคมนตรีมาโจมตี ที่ผ่านมา คนไทยไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยดึงองคมนตรีมาโจมตีทางการเมือง"

น่าพิจารณาอย่างยิ่ง

อย่าว่าแต่เรื่องขององคมนตรีและสถาบันองคมนตรีเลยที่ตกเป็นเป้าแห่งการเปิดโปง โจมตีทางการเมือง หากแม้กระทั่งเรื่องการยึดทำเนียบรัฐบาล การยึดสนามบินอย่างดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ก็ได้เคยเกิดขึ้น

ทั้งยังเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีการจัดการใดๆ ทางกฎหมาย แม้ว่าจะมีพระราชกำหนดการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินประกาศและบังคับใช้อยู่ในมือก็ตาม

นั่นก็คือ สถานการณ์ยึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อเดือนสิงหาคม 2551

นั่นก็คือ สถานการณ์ยึดสนามบินดอนเมือง และยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551

แม้กระทั่งทำเนียบรัฐบาลก็ถูกยึด แม้กระทั่งสนามบินอันเป็นเหมือนห้องรับแขกของประเทศมีความสำคัญในทางเศรษฐกิจเป็นอย่างสูงก็ยังถูกยึดโดยที่ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางกฎหมาย

อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศนี้

สถานการณ์ยึดทำเนียบรัฐบาลถือได้ว่ารุนแรงร้ายกาจอย่างยิ่งแล้ว สถานการณ์ยึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิก็มีความรุนแรงร้ายกาจปานๆ กัน

ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ประชุม ครม. เป็นกองบัญชาการของรัฐบาล

เมื่อกองบัญชาการของรัฐบาลถูกยึดครอง การประชุม ครม.ก็ดำเนินไปในลักษณะเร่ร่อนไม่มีความแน่นอน

เกียรติภูมิของรัฐบาลจะเหลืออะไรอีกในสายตาของนานาชาติ

เมื่อสนามบินดอนเมือง และโดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติถูกยึดผลสะเทือนไม่เพียงแต่ต่อธุรกิจการขนส่ง การท่องเที่ยว เท่านั้น หากที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ ผลสะเทือนในด้านความเชื่อมั่นต่อประเทศ

เกียรติภูมิของรัฐบาลจะเหลืออะไรอีกในสายตาของนานาชาติ

ผลก็คือ รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ไม่สามารถบริหารได้ในทางเป็นจริง ผลก็คือ รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่สามารถบริหารได้ในทางเป็นจริง นายกรัฐมนตรีก็เสมอเป็นแค่เจว็ดไม่มีฤทธานุภาพใดๆ

ชะตากรรมเดียวกันนี้กำลังทดสอบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่อย่างแหลมคมยิ่ง

มีความเรียกร้องต้องการเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย มีความเรียกร้องต้องการเห็นขื่อแปในบ้านเมืองดำรงอยู่ในทางเป็นจริง

แต่ถามว่าสถานการณ์ยึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 มีการจัดการอย่างไร

แต่ถามว่าสถานการณ์ยึดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 มีการจัดการอย่างไร

อย่าถามแต่กลุ่มเสื้อแดงที่ออกมาชุมนุมโดยมิได้เข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาล

ให้ถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะที่ทั้ง นายสมัคร สุนทรเวช และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยมอบความไว้วางใจให้คลี่คลายปัญหาและวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

ให้ถาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะที่ห้วงเวลานั้นท่านอยู่ในฐานะเป็นผู้นำฝ่ายค้านท่านได้แสดงความรับผิดชอบอย่างไร นอกเหนือจากนำ ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้ชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล

และต่อมาท่านได้แต่งตั้งให้ผู้ร่วมในการยึดทำเนียบรัฐบาล ร่วมในการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ดำรงตำแหน่งเป็นทั้งรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรีในรัฐบาลของท่าน เหมือนกับเป็นบำเหน็จรางวัลภายหลังการเคลื่อนไหวต่อสู้

แล้วอย่างนี้กฎหมายที่วางอยู่ในกำมือของท่านจะมีความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร

ไม่ว่าสถานการณ์อันเกิดขึ้นกับองคมนตรี ไม่ว่าสถานการณ์อันเกิดขึ้นรอบๆ ทำเนียบรัฐบาล

นอกจากเสนอความสงสัยไปยังประชาชน เสนอความสงสัยไปยังผู้อื่น แต่ละคนไม่ลองหันมาสนใจและถามอย่างจริงจังถึงบทบาทของตนเองบ้างว่าเคยคิดเคยทำอย่างไรมาแล้วบ้าง

นี่เป็นเรื่องของกรรม นี่เป็นเรื่องของวิบากอันสัมพันธ์กับกรรมที่เคยก่อโดยแท้