WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 2, 2009

ขอบคุณนายปีย์

ที่มา เดลินิวส์

ต้องขออนุญาตเพื่อนสื่อคือ “มติชนออนไลนส์” ลอกคำสัมภาษณ์บางส่วนของนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี พาดพิงว่า เป็นเจ้าของบ้านที่เชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาวางแผนโค่นรัฐบาลทักษิณ

“ในการพูดคุยกัน 7 คนที่บ้านประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี คุณอักขราทร จุฬารัตน (ประธานศาลปกครองสูงสุด) คุณชาญชัย ลิขิตจิตถะ (ประธานศาลฎีกา) คุณจรัญ ภักดีธนากุล (เลขาธิการประธานศาลฎีกา ปัจจุบันเป็นตุลาการ รธน.) คุณปราโมทย์ นาครทรรพ (นักคิดนักเขียนกลุ่มพันธมิตรฯ) และผม ไม่มีการวาง แผนรัฐประหารหรือโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ

การเชิญเพื่อนและคนที่สนิทสนมมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านทำเป็นปกติ เพื่อให้เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง เพราะต้องการทันสถานการณ์ เนื่องจากมีอาชีพเป็นนักข่าว ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวหลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสกับตุลาการศาลปกครองสูงสุดและผู้พิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 25 เมษายน เกี่ยวกับปัญหาวิกฤติบ้านเมือง จึงได้เชิญคุณอักขราทร ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ รวมทั้งคุณชาญชัย (ปัจจุบันเป็นองคมนตรี) มารับประทานอาหารที่บ้านในวันที่ 6 พฤษภาคม 2549 เพื่อพูดคุยว่า จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไรตามที่ทรงมีพระราชดำรัส จากนั้นได้โทรศัพท์ชวน พล.อ.สุร ยุทธ์ พล.อ.พัลลภ และคุณปราโมทย์ว่า อยากมารับฟังหรือไม่

ในวันที่ 6 พ.ค. 2549 ปรากฏว่า พล.อ.สุรยุทธ์มาถึงบ้านที่สุขุมวิท 103 เป็นคนแรก จึงนั่งคุยกันก่อน จากนั้นอีก 15 นาที คุณอักขราทร คุณชาญชัย และคุณจรัญ มาถึงพร้อมกัน โดยพล.อ.พัลลภและคุณปราโมทย์เดินเข้ามาบ้านพร้อมกัน จากนั้นจึงขึ้นนั่งโต๊ะอาหารรูปทรงกลม โดย พล.อ.สุรยุทธ์นั่งขวามือผม พล.อ.พัลลภ นั่งทางซ้ายมือ ส่วน ตุลาการทั้ง 3 คน นั่งตรงข้ามกัน เพื่อที่จะได้ซักถามได้สะดวก

ผมถามทางฝ่ายตุลาการว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งทั้งคุณอักขราทร และ คุณชาญชัย อธิบายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสอย่างไรบ้าง จนเข้าใจ และทางตุลาการมีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไรทางกฎหมาย ไม่ได้ลงรายละเอียดตัวบุคคล แต่พูดถึงขั้นตอนทางกฎหมาย โดยคุณอักขราทรและคุณชาญชัย เป็นคนอธิบายหลัก ส่วนคุณจรัญพูดน้อย จำไม่ได้ว่าพูดเรื่องอะไรบ้าง แต่หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่อง อดีต เก่า ๆ เรื่องมโนสาเร่ จนกระทั่งเลิกประมาณ 4 ทุ่มกว่า ผมยังเดินไปส่งพล.อ.สุรยุทธ์และพล.อ.พัลลภ ซึ่งคนทั้ง 2 ไม่เคยอยู่กัน 2 ต่อ 2 เพราะมีผมนั่งคั่นอยู่ตรงกลาง เวลามีอะไรต้องคุยผ่านผม”

ก็ต้องขอบคุณ คุณปีย์ที่ออกมาพูด ทำให้เห็นภาพการพบปะครั้งสำคัญได้ ต้องยอมรับว่าคุณปีย์เล่าเรื่องเหมือนฉายหนังซ้ำ (เจ้าตัวบอกต้องไปเปิดบันทึกเลขาฯดู เพราะต้องสั่งอาหารจาก ดุสิตธานี จึงรู้ว่าเป็นวันนี้ ซึ่งมีแผนผังด้วยว่า ใครนั่งตรงไหนอย่างไร)

หลังจากนั้นก็อย่างที่ทราบ เลือกตั้งโมฆะ, มีปฏิวัติ 19 ก.ย. 49, มี รธน.ปิศาจคาบไปป์,กกต.ติดคุก,ยุบพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน ชาติไทย มัชฌิมาธิปไตย, มีบ้านเลขที่ 111 และ109, เสื้อเหลืองยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบิน, นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หลุดจากเก้าอี้นายกฯ, มีงูเห่าพลิกขั้ว มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ

และล่าสุดมีทักษิณโฟนอินแฉแหลก, มีเสื้อแดงล้อมทำเนียบฯไล่รัฐบาล, มีคนรักป๋าจะไล่เสื้อแดง

ทั้งหมดจะคือ “ตุลาการภิวัตน์” หรือไม่ ไม่อาจตอบได้ แต่ต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อกำจัดทักษิณคนเดียว ทำให้ นิติธรรม นิติรัฐ ถูกสั่นคลอนรุนแรงสุด เท่าที่มีประเทศไทยมา

มันคุ้มค่า และเป็นความสำเร็จ จริงหรือ ???.

ดาวประกายพรึก

ทักษิณคนเดียว??

ที่มา เดลินิวส์

บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ. ทบ. ว่าไงนะ อ้อ ความขัดแย้ง ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาส ก็จริงเลย ประเทศที่ไม่แบ่งค่าย แยกขั้ว เอาเป็นเอาตาย รวย ๆ อย่าง อดีตผู้นำอย่าง ลี กวน ยู ยอมรับหน้าชื่น ถ้าโชคดีวิกฤติเศรษฐกิจของสิงคโปร์จะดิ่งเหว 3 ปี ถ้าโชคไม่ดี ก็นานเป็น 2 เท่า 6 ปี โน่น

ไทยนอกจากไม่รวย ยังทวีคูณด้วยวิกฤติการเมือง ??

แต่นั่นแหละ คำตอบคงเหมือน แก๊สโซฮอล์ ทำรถเร่งไม่ขึ้น เครื่องพัง ยางแตก ชนคน แก๊สโซฮอล์ ผิด ตอนหลังยิ่งน่ากลัวหนัก อ้าง มีคาร์บอนิล ตัวเร่งทำให้เป็นมะเร็ง อีก ไม่ผิดจาก เพราะ ทักษิณ คนเดียว

ยิ่งช่วงนี้โฟนอินถี่จัด บางวัน4 เที่ยวรวด งานวัด ยันงานเลี้ยงโต๊ะจีน มีการเปิดโปงเบื้องหลังขบวนการสมรู้ร่วมคิด การยึดอำนาจ 19 ก.ย. 2549 ยิ่งทำให้สังคมชี้นิ้ว เพราะทักษิณคนเดียวจริง ๆ

ประชาธิปัตย์ไม่ต้องพูดถึง โยนบาปทั้งหมดให้ศัตรูการเมืองว่า ต้องการล้มล้าง สถาบัน กองทัพ ตุลาการ องคมนตรี ประสานการปลุกระดมเสื้อแดง ที่ยกมาล้อมทำเนียบฯ ทั้งหมดเพื่อฟอกผิดให้ตัวเอง ยิ่งมีสื่อรัฐช่วยโหมกระพือ วาทกรรมเหล่านี้ยิ่งแพร่กระจาย

ล่าสุด มีแผนตากสินเป็นเครื่องมือทำลายศัตรูการเมืองชิ้นใหม่

ถ้าเพราะทักษิณคนเดียว ส่งใครไปยิงทิ้งเลยก็ดี (ได้ยินคนที่เกลียดทักษิณพูดเรื่องนี้ บ่อย ๆ) กำจัดแม้วแล้วทุกอย่างดีหมด ก็ “ขอเชียร์” เลย แต่สภาพการเมืองไทยตอนนี้ ต่อให้ฆ่า 10 แม้ว บ้านเมืองก็ไม่มีวันสงบหรอก

มีแต่จะสร้างความร้าวฉาน แตกแยกมากขึ้น

เสื้อแดงจำนวนมากที่ออกมาเดินบนถนนราชดำเนิน ไม่ใช่เพราะเทิดทูนแม้ว แต่ยอมรับไม่ได้ กับวิธีการล้มล้างประชาธิปไตยที่เหล่า “อำมาตยาธิปไตย” สมรู้ร่วมคิด ปู้ยี่ปู้ยำประชาธิปไตย ครั้งแล้วครั้งเล่า ต่างหาก

การยึดอำนาจ 19 ก.ย. 49 ก็เป็นหนึ่งในต้นตอวิกฤติทุกวันนี้ 4 ข้อที่อ้างเอามาฉีกรัฐธรรมนูญ ลากรถถังล้มล้างรัฐบาลเลือกตั้ง ถึงตอนนี้ ประเทศชาติดีขึ้นตรงไหนบ้าง แตกแยกมากขึ้น สถาบันถูกเอามาเป็นเครื่องมือทำลายกันมากขึ้น มีรัฐธรรมนูญปิศาจ มีส.ว.ลากตั้ง

องค์กรอิสระจากครรภ์ “คมช.” ไม่เคยอิสระ แต่ตั้งมาทำลายฝ่ายตรงข้าม กฎหมายถูกใช้ 2 มาตรฐาน ระบบ นิติรัฐ นิติธรรม พังทลาย ใช้กฎหมายย้อนหลังเพื่อยุบพรรค แช่แข็งนักการเมืองคู่แข่ง พวกผู้นำสังคมที่เป็นที่ยอมรับก็แทบไม่เหลือ เพราะแต่ละคนเผยธาตุแท้อิงแอบเผด็จการหาตำแหน่ง

การปฏิรูปการเมืองจึงไม่มีทางสำเร็จหรอก

เหนืออื่นใด พวกสมรู้ร่วมคิดพาประชาธิปไตยลงเหว ล้มล้างอำนาจประชาชน ไม่เคยสำนึก ไม่เคยยอมรับความผิดบ้างเลย กลับพูดได้เต็มปากเต็มคำ ทำเพื่อประเทศชาติ โดยไม่มีผล ประโยชน์แอบแฝง จริงหรือ

หรือเพื่อรักษาอำนาจตัวเองไว้เท่านั้น !!!

คนเสื้อแดงที่ออกมาไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ จะไร้ความชอบธรรมสิ้นเชิง หากประชาธิปัตย์ มาอย่างสง่างามไม่ใช่มาแบบปฏิวัติซ่อนรูป บีบให้เกิดงูเห่า พลิกขั้ว เปลี่ยนข้าง โดยฝ่าย กองทัพที่ราบ 11 ซึ่งรู้กันทั่ว

ปัญหารากเหง้าของประเทศตอนนี้ จึงไม่ใช่อย่างที่ ผบ.ทบ. บอก อย่าขัดแย้งกัน ก็ทำไม ตอนรัฐบาลสมัคร-สมชาย คนเสื้อเหลืองยึดทำเนียบฯ ปิดสนามบิน กองทัพเปิดโล่ง แต่กับเสื้อแดง ยกกำลัง 6,000 ปิดล้อม

ทำไมแม้วจะติดคุกไม่ได้ เขียน “เชียร์”ทุกวัน อยู่นี่ไง แต่ คนยึดสนามบิน คนปล้นประชาธิปไตย เขียน ม.309 นิรโทษกรรมตัวเองทุกกรณี (เหมือนพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ) ทำไมยังลอยนวลล่ะ ชาติจึงไม่มีวันสงบได้

หาก นิติธรรม นิติรัฐ ไม่ใช้อย่างเสมอภาคจริง ๆ เสียที ยอมรับเสียทีเถอะ.

ดาวประกายพรึก

สนธิ สะใจ ระบุให้องคมนตรีแก้ปัญหากันเอง แถมสมน้ำหน้า องคมนตรี คมชถูกแฉ เลยนั่งเก้าอี้กันไม่ติด

ที่มา thaifreenews



นายสนธิ กล่าวอีกว่า ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นของกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งมีการกล่าวพาดพิง ถึงพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นการออกมาต่อต้านรัฐบาล อย่างไรก็ตามทางกลุ่มพันธมิตรมีนัดประชุมใหญ่ในวันที่ 30 พฤษภาคม นี้ เพื่อสรุปการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้งว่าจะมีการตั้งพรรคการเมืองหรือ ไม่ ซึ่งต้องหารือและฟังเสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องพันธมิตรฯทั่วประเทศ

“ตอนนี้สื่อมวลชนเองก็ทำตัวไม่เป็นกลางเอนเอียง เพราะช่วงที่กลุ่มพันธมิตรฯออกมาเคลื่อนไหว สื่อไม่ค่อยประโคมข่าว แต่ พอกลุ่มเสื้อแดงออกมาเคลื่อนกลับให้ความสนใจประโคมข่าวกันยกใหญ่ โดยเฉพาะรายการของช่อง 3 ที่นายสรยุทธ สุทัศนจินดา ทำรายการข่าว ผมถือว่าเป็นรายการที่ไร้สาระที่สุด ส่วนการที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดผ่านวีดีโอลิงค์ เข้ามาหากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง และได้พาดพิงถึงระดับผู้ใหญ่หลายคนนั้น

ผมถือว่าไม่เกี่ยวกับเรา เป็นเรื่องของใครก็ไปแก้ไขกับปัญหากันเอง

และ การทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ยังหน่อมแน้มเหมือนเดิม ผมเห็นว่ามีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีกระทรวงกาต่างประเทศ คนเดียวเท่านั้นในรัฐบาลชุดนี้ที่ทำงานจริงจัง”“นายสนธิกล่าว

นายสนธิ ยังบอกด้วยว่า สมน้ำหน้ารัฐบาลชุดปัจจุบันที่เข้ามาแล้วยังบริหารประเทศไม่ได้อย่างที่คุย เอาไว้ ไม่สามารถปฏิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในทางที่ดีได้

ไม่สามารถดำเนินการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีได้

ส่วน คมช. ตนก็รู้สึกสะใจ ที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงและ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาแฉ เพราะตอนปฏิวัติ ยึดอำนาจ คมช.ได้อำนาจแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพียงแค่ยึดอำนาจมาไว้ในมือเท่านั้น เปรียบเหมือนสมบัติผลัดกันชม ดังนั้นจึงต้องสมน้ำหน้า และสะใจ ที่ถูกออกมาแฉแบบนี้ ทำให้ผู้ถูกแฉนั่งกันไม่ติด

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=371763

บทความ: สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ....

ที่มา Thai E-News

โดย โชแปง

2 เมษายน 2552

สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ....

เป็นคำพังเพยที่ยังใช้ได้จนถึงวันนี้ .... จากประโยคทองของกษิต ปากเสีย ที่ว่า "กูจะล้มมึงให้ได้ .. ไอ้ทักษิณ !!! " .... ประโยคนี้นอกจากจะบ่งบอกรากเหง้าของนายกษิตได้เป็นอย่างดีแล้ว ... ยังถือได้ว่านายกษิต ได้ช่วยพิสูจน์ข้อกังขาที่บางประเทศอาจจะละล้าละลังที่จะฟันธงกับสาเหตุของการลี้ภัยของทักษิณ ....

ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตท่านฑูต ที่หลายคนชื่นชมยินดีในความรู้ความสามารถ ... มาคราวนี้เห็นทีสนธิลิ้มอาจจะต้องออกมาตบกระบาลสั่งสอนกันซะหน่อย ... ก็ครั้งที่แล้วนายกษิต ปากเสีย ออกมาด่าผู้นำประเทศเพื่อนบ้านบนเวทีพันธมิตรทำลายชาติ ว่าเป็นกุ๊ย บ้าๆ บอๆ ...

และหลังจากเสร็จภารกิจทำลายชาติด้วยการยึดสนามบินพร้อมด้วยบรรยากาศดี ดนตรีเพราะ อาหารอร่อยแล้ว นายกษิตได้รับบำเหน็จด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหลายคนออกมาแก้ต่างให้เป็นพัลวัน ถึงกับชี้แจงว่าเป็นการพูดก่อนเข้ารับตำแหน่ง .. เหอ ๆ ๆ .. ว่าเข้าไปนั่น... โดยเฉพาะคุณ thyrocyte ผู้มากด้วยเหตุผล ( ขออภัยที่เอ่ยนาม ) ยังอุตส่าห์นำบทความในสื่อต่างประเทศมาช่วยแก้ต่างให้นายกษิต อย่างทุกลักทุเลพอสมควร

สิ่งหนึ่งที่ทักษิณได้พยายามชี้แจงต่อนานาประเทศให้ทราบถึงสาเหตุของการโค่นอำนาจ และเหตุผลในการขอลี้ภัยนั้น ถึงวันนี้ภาพทุกอย่างชัดเจนขึ้นด้วยประโยคทองของนายกษิต ปากเสีย ที่กระโดดงับเข้าอย่างจัง หลังจากที่มัวแต่ขู่ แฮ่ๆๆ ฮื่อๆ อยู่ตั้งนาน ....

การที่นายกษิตได้ขอความร่วมมือจากประเทศต่างๆในการนำตัวทักษิณกลับมานั้น ยิ่งยากขึ้นไปอีก .... จะไปอ้าปากขอร้องใคร .. พอเค้านึกถึงประโยคทองนั้นแล้ว... เห็นทีจะต้องกระโดดกัดเครื่องบินแทนเป็นแน่แท้ นายกษิตเอ๋ย

นี่หรือ...คือภาพลักษณ์ของรมต.ต่างประเทศ ของไทย ที่ออกสู่สายตาชาวโลก .... ไปๆ มาๆ ไอ้ที่ด่าว่าคนอื่นเป็นกุ๊ย ..เห็นทีจะต้องหันมาส่องกระจกดูตัวเองบ้างแล้ว

ขอบใจนะ ขอบใจจริงๆ .... ทำได้ดีแล้วล่ะกษิต สุดยอดเลย .... รู้อะไรไว้อย่างนึงนะ ว่า .... การได้ฝ่ายตรงข้ามช่วยเป็นพยานให้แบบนี้นั้น ... น้ำหนักมันมากกว่าเอาพยานมาเองซะอีก ... เฮ่อ ๆ ๆ ๆ

อ่อนใจจริงๆ .... ใครมีลูกความปากไม่ดีแบบนี้ คงต้องปวดหัวซักหน่อย...เอ้า ..ขอเชิญทนายของกุ๊ยปากเสีย ออกมาแก้ต่างให้หน่อยเถอะ ....

2 เพลงใหม่ของคนเสื้อแดง..ไม่ควรพลาด

ที่มา Thai E-News

เพลงคุณหนูจัดให้

โพสต์โดย dataman2009

31 มีนาคม 2552





เพลง แดงทั้งแผ่นดิน(เวอร์ชั่นลูกทุ่ง)

โพสต์โดย dataman2009

31 มีนาคม 2552



BBC: Thai protests force talks offer: การประท้วงบีบให้มีการเสนอการเจรจา

ที่มา Thai E-News

ที่มา BBC news:
http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/7976637.stm
แปลโดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 เมษายน 2552



รัฐบาลไทยเสนอให้มีการเจรจากับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรผู้ซึ่งกำลังลี้ภัย เพื่อพยายามที่จะหยุดการชุมนุมโดยผู้สนับสนุนของเขาที่ยืดเยื้อมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว

ผู้ประท้วงหลายพันคนได้ปิดกั้นสำนักงานของรัฐในกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง ท้าทายคำสั่งของศาลที่บังคับให้สลายการชุมนุม

รองนายกรัฐมนตรีนายสุเทพ เทือกสุบรรณกล่าวว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น

แต่เขาก็บอกว่ารัฐบาลไม่สามารถทำตามข้อเสนอของพตท.ทักษิณที่ต้องการให้มีการยุบสภา

พตท.ทักษิณผู้ซึ่งอาศัยอยู่นอกประเทศและลี้ภัยโดยตนเองหลังจากถูกโค่นล้มโดยรัฐประหารปี 2549 ได้เรียกร้องผ่านทางวีดีโอลิ๊งค์ให้ผู้สนับสนุนเขาออกมาชุมนุมในกรุงเทพฯจากทั่วทุกแห่งในประเทศ

การชุมนุมได้ทำให้รัฐบาลยกเลิกการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์แล้ว

'สายไปเสียแล้ว'

ผู้ประท้วงเสิ้อแดงกล่าวว่านายกอภิสิทธิ์ขึ้นมาสู่อำนาจอย่างไม่ชอบธรรมและควรจะลาออก

นายอภิสิทธิ์เข้ามาในตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมหลังจากที่ศาลมีคำสั่งยุบรัฐบาลที่นำโดยผู้ที่สนับสนุนทักษิณซึ่งก่อนหน้านั้นมีการชุมนุมอยู่หลายเดือนเหมือนที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้โดยผู้ที่ต่อต้านเขา

ผู้ต่อต้านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเขาเป็นหุ่นเชิดของทหาร

นายอภิสิทธิ์ถูกบีบให้อยู่นอกทำเนียบตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนจะเดินทางไปประชุมสุดยอดของ G20 ที่กรุงลอนดอน

"ถ้าการเจรจาทำให้เกิดความสงบในประเทศ ผมยินดีที่จะพบกับเขาที่ไหนก็ได้ เพราะทักษิณเป็นคนเดียวที่จะหยุดการล้อมทำเนียบ" นายสุเทพกล่าว

"แต่ข้อเรียกร้องบางข้อของเขามันเป็นไปไม่ได้ อย่างเช่นการยุบสภา"

การออกกฏหมายเพื่อความสมานฉันท์ในประเทศโดยยกเว้นการจำคุกของคุณทักษิณจากการคอร์รับชั่นก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เขาเสริม

ผู้สนับสนุนทักษิณคนหนึ่งกล่าวว่าข้อเสนอดังกล่าวจะถูกปฎิเสธเช่นกัน

"สถานการณ์ขณะนี้มันสายเกินกว่าที่จะมีการเจรจาแล้ว" นายจตุพร พรมพันธ์กล่าว จากรายงานของสำนักข่าว AFP

"เป็นเพราะเราต้องการโค่นล้มรัฐบาล เราจะเจรจากับพวกเขาอย่างไร? มันสายไปเสียแล้ว และไม่มีประโยชน์เลย"


Thai protests force talks offer

Thailand's government has offered talks with exiled former Prime Minister Thaksin Shinawatra as it tries to end a week of protests by his supporters.

Thousands of protesters have continued blocking government offices in the capital, Bangkok, defying a court ruling ordering them to disperse.

Deputy Prime Minister Suthep Thaugsuban said he wanted to avoid violence.
But he also said the government could not meet Mr Thaksin's demand that parliament be dissolved.

Mr Thaksin, who has lived abroad in self-imposed exile since being ousted in a coup in 2006, has appealed by video link for his supporters to pour into Bangkok from all over the country.

The demonstration has already forced the government to call off its weekly cabinet meeting.

'Too late'


The red-shirted protesters say Prime Minister Abhisit Vejjajiva came to power illegitimately and should resign.

Mr Abhisit took office in December after a court dissolved a government led by Mr Thaksin's allies following months of protests similar to those now being staged by his opponents.

The prime minister's opponents say he is a puppet of the military.

Mr Abhisit had been forced to stay away from Government House over the past week, before leaving for the G20 summit in London.

"If talks can bring peace to the country, I am ready to meet him anywhere, because Thaksin is the only person that can end the siege," Mr Suthep said.

"But some of his demands are impossible, such as the dissolution of the house."
A national reconciliation bill that would clear Mr Thaksin of a jail term for corruption was also impossible, he added.

A Thaksin supporter said the offer would be rejected.

"The situation now is beyond negotiation," protest leader Jatuporn Prompan was quoted as saying by AFP news agency.

"Since we want to topple the government how can we talk with them? It's too late and useless."

เอ็กซ์คลูซีฟ : พล.อ.สนธิเปิดเบื้องลึกรัฐประหาร-ภาระกิจคมช.

ที่มา Thai E-News

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :
26 ตุลาคม 2549 16:00 น.

ไทยอีนิวส์ นำมาทบทวนอีกครั้ง

1 เมษายน 2552


พล. อ.สนธิยันยึดทรัพย์"ทักษิณ"ต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายให้อำนาจคตส.-ป.ป.ช. ดำเนินการเต็มที่ เปิดเบื้องลึก ส่งสัญญาณเตือน'ทักษิณ'ถึง2ครั้งก่อนปฏิวัติ

ย้ำเลือก'สุรยุทธ์'เป็นนายกฯคนเดียว

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

พล. อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และ ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้เปิดบ้านพักย่านเกษะโกมลให้ผู้บริหารเครือเนชั่น พบปะพูดคุยสนทนาแบบเป็นกันเอง ถึงที่มาที่ไปเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง ตั้งแต่ช่วงก่อน-หลัง การทำ “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” ยึดอำนาจ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.สนธิ ได้นัดหมายในการพูดคุยกันในเวลา 13.00 น.วันที่ 24 ต.ค.49 เมื่อ พล.อ.สนธิ เดินทางมาถึงก็ตรงรี่เข้าไปยังห้องรับรองเพื่อพูดคุยกับผู้บริหารเครือเน ชั่นทันที

พล.อ.สนธิ ได้ใช้ประโยคสุดฮิตที่ติดหูในการแถลงการณ์ภายหลังยึดอำนาจกับผู้บริหารเครือเนชั่นว่า “ขออภัย” ที่มาช้า เพราะว่ามีเรื่องด่วนต้องไปคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่ง คมช. กับนายกรัฐมนตรี ยังไม่มีโอกาสที่ได้พูดคุยกันเลย ทำให้บรรยากาศคึกครื้นขึ้นมา เมื่อคณะผู้บริหารกระเซ้าว่า คมช.ไม่ได้เป็นนายนายกรัฐมนตรีหรือ ยิ่งทำให้บรรยากาศดูคึกครื้นมากยิ่งขึ้น

0 กฎอัยการศึกจะยกเลิกเมื่อใด

ต้องยอมรับว่านิสัยคนไทยเอาใจยาก เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว อย่างประเทศมหาอำนาจเขาแพ้ก็แพ้ รู้แพ้รู้ชนะ แต่บ้านเราไม่จบ เมื่อถามว่า แสดงว่ามีคลื่นใต้น้ำจริง ๆ ในการปลุกระดมแนวความคิดในการต่อต้าน พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ในมหาวิทยาลัย ต่างจังหวัด หรือ แม้แต่ใน กทม. ก็มีเยอะ ดังนั้นใน 1 ปี กองทัพจะทำงานมวลชนเหมือนสมัยก่อน ซึ่งคลื่นใต้น้ำมาจากหลายส่วน แต่บางรายที่ออกมาเรียกร้องก็ถือว่าเป็นความบริสุทธิ์ใจไม่เป็นไร สามารถคิดต่างกันได้อยู่แล้ว

0 คลื่นใต้น้ำใน กทม. เป็นกลุ่มไหน

มันมีกลุ่มจัดตั้งที่เป็นกำลังในการต่อต้านตีหัวคนบ้าง

0 จะยกเลิกกฎอัยการศึกได้เมื่อไหร่

ใจอยากจะรีบยกเลิก เพราะสงสารสังคม นอกประเทศที่มองเข้ามา ซึ่งผมก็บอกกับทุกคนว่าเราไม่อยากถือไว้หลอก แต่หากว่าเป็นภายในมีอยู่ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนอะไรเลย และมันดีเมื่อมีผลในเรื่องของใครจะก่อความไม่สงบจะต้องระวัง แล้วมีหัวหน้าจับกุมกลุ่มเพื่อความไม่มั่นคงซึ่งถือว่าผิดแล้วก็จะไม่เกิด ขณะนี้ทางคมช.มีชื่ออยู่แล้วว่าใครเป็นแกนนำในการจัดตั้งกลุ่มคลื่นใต้น้ำ

0 กลุ่มคนเหล่านี้ทราบหรือไม่ว่าทาง คมช. ติดตามดูความเคลื่อนไหวอยู่ บางกลุ่ม ก็รู้ บางกลุ่มก็ไม่รู้ หรือ บางส่วนทาง คมช.ก็ยังตามไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีอาชีพ เลยจะต้องใช้กฎอัยการศึกที่เป็นตัวช่วย ในสถานการณ์อย่างนี้หากต่างประเทศไมมายด์กองทัพเรา คิดว่าในประเทศเราคงไม่มีความเดือดร้อน

0 กฎหมายความมั่นคงตัวอื่นช่วยไม่ได้หรือ

มันก็มีอยู่ซึ่งเบากว่ากฎหมายอัยการศึก

0 หากยกเลิกกฎอัยการศึก นักการเมืองหน้าเก่าของพรรคไทยรักไทย ก็จะเคลื่อนขบวนเพื่อเอาคืนแน่กับ คมช.

จริงๆแล้ว วิธีการเอาคืนพูดง่าย แต่ว่าขณะนี้ได้มาเหมือนคนเราเคยมีเรี่ยวมีแรงมีแขนมีขา ในเมื่อมันเรี่ยวแรงมันน้อยลงแขนขาไม่ดี ก็จะต้องหาวิธีการ

0 ทฤษฎีที่ท่านเคยบอกว่า เงินน่ากลัวกว่าอาวุธ

นั่นหมายถึงว่า จริง ๆ แล้ว ณ เวลานี้อาวุธไม่มีความหมายอะไร แต่ว่า เมื่อมีเงินแล้วก็ไม่รู้จะไปใช้อะไรหมด ผมมองในแง่ยุทธศาสตร์ที่จะต้องทำให้เงินไม่มีค่า แต่เงินมีค่า จะต้องทำให้ไม่มีค่า การที่ทำให้เงินไม่มีค่า คือ อุดมการณ์ของคนที่ไม่มีโอกาสออกไปใช้ทำอะไร หรือมีเงินใช้ไม่ได้

0 การที่นายกรัฐมนตรีพบกับกลุ่มพัฒนาชาติไทย เป็นส่วนหนึ่งความพยายามที่จะออกมาเคลื่อนไหว

จริงๆแล้วเป็นส่วนหนึ่ง แต่วัตถุประสงค์แรกที่คนเหล่านี้ พวกเรา หรือทหารเราสัมผัสอยู่แล้ว และรัฐบาลแรก ๆ ก็ไปให้สัญญาณให้กลับมารวมพัฒนาชาติไทย แต่ปรากฏว่าไม่มีใครช่วยเลย

0ตั้งแต่นโยบาย 66/23

ใช่ ยังไม่มีใครให้อะไรเลย ถ้ามาถึงตอนนี้เมื่อเขาลุกขึ้นมา ในเมื่อเขาเป็นพันธมิตรเราอยู่ แต่ว่าเราดึงๆมาในช่วงเวลา 2-3 ปี ที่ผ่านมา เพื่อไปดึงกลุ่มคนเหล่านี้กลับมาร่วมกันพัฒนาชาติไทย คนพวกนี้เรามีอุดมการณ์ อุดมการณ์พวกนี้ผมสรรเสริญเขา เพราะผมได้นอนกินกับพวกนี้มาตลอด และเขาก็มีอุดมการณ์ ซึ่งถือว่าขณะนี้มีเยอะทีเดียว

0 ก่อนหน้านี้ฝ่ายการเมืองได้ดึงไปเป็นเครื่องมือ

เป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ถือว่าการที่นายกรัฐมนตรีลงไปในครั้งนี้ ทำให้เราไปต่อยอดได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่วนนี้ไม่ต้องห่วง เพราะนายกรัฐมนตรี เคยเป็นแม่ทัพอยู่แล้ว และคนในพื้นที่ก็คอยให้การสนับสนุนกันอยู่แล้ว กลุ่มเหล่านี้เขามีอุดมการณ์ เขาคงไม่เปลี่ยนแปลง

0 การปฏิรูปครั้งนี้ทางฝ่ายทหารใช้วิทยุ ทีวี เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารน้อยมาก เป็นความตั้งใจหรือเปล่า

ผมเรียนตรง ๆ การทำงานครั้งนี้ มี 4 คน และปฏิบัติเป็น 8 คน ฉะนั้นผมทำงานแบบจิกซอร์ พอถึงเวลาก็จะเอาจิกซอร์มารวมกัน ซึ่งหากใช้มากกว่านี้ก็จะไม่สำเร็จ หลายอย่างที่เราไม่ได้ทำไว้ อนาคตไม่ได้ทำ ทำแต่ปัจจุบันเท่านั้นเอง ดังนั้นปัญหาอื่นจะสับสนในเรื่องที่ควรจะทำ ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำต่อ เราก็ไม่ได้คิดเลย คิดถึงแต่การสรรหาตัวนายกรัฐมนตรี คิดถึงแต่การสรรหาตัวรัฐมนตรี และ ตัว สมช.และก็มาถึงการหาตัวสมัชชาแห่งชาติ จิกซอร์แต่ละส่วนจะต่อให้สมบูรณ์จะต้องใช้ระยะเวลา ทั้งนี้ทหารที่มาจากหน่วยรบมันซื้อใจกันมาตั้งแต่ต้น การปกครองคนที่ถืออาวุธมันไม่ใช่ง่ายๆ ผมอยู่มาด้วยกันมา มันมีความศรัทธา ความไว้วางใจกัน เมื่อเรามีความศรัทธาต่อกัน และไว้วางใจ จะคิดตรงกันอะไรก็ยอม

0 ความจริงแล้วคุยกันเพื่อวางแผนไว้ล่วงหน้านานหรือยัง 6-7 เดือน

นานแล้ว ตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกว่า ผบ.ทบ. ท่านนี้ และระดับพวกผมจะไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“พ.ต.ท.ทักษิณ เคยถามว่าผม ท่านจะปฏิวัติผมหรือไม่ ผบ.ทบ. ผมก็บอกไปว่า ปฏิวัติ (ซึ่งคำพูดดังกล่าวพูดในระหว่างการรับประทานอาหารเย็นร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพ ที่ทางกองทัพอากาศเป็นเจ้าภาพ ซึ่งแต่ละกองทัพจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ) นอกจากนี้ยังถาม ผบ.เหล่าทัพคนอื่นว่าจะปฏิวัติผมด้วยหรือไม่ ผบ.เหล่าทัพท่านอื่นก็บอกว่าก็ด้วย”

“ท่านถามผมตรงนั้น ผมก็ตอบตรงนั้น หลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ตามผมอีกครั้งนี้ ในระหว่างที่เรียกผมไปพบที่ทำเนียบรัฐบาล และก็ถามคำเดิมว่า ผบ.ทบ. จะปฏิวัติผมอยู่อีกหรือไม่ ผมก็ตอบไปว่า ผมยังพูดเหมือนเดิม ซึ่งตอนนั้นผมไม่ได้บอกว่าปฏิวัติหรือไม่ปฏิวัติ แต่ผมพูดเหมือนเดิม”

0 ความคิดตอนนั้นจะปฏิวัติจริง หรือ เป็นเพียงปราม

จะปฏิวัติหรือไม่ปฏิวัติสถานการณ์บ้านเมืองจะบ่งบอก ผมได้รับจดหมายจากประชาชนเยอะมาก

0นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดเรื่อง “ผู้บารมีนอก รธน.” ก่อนหรือหลังที่ ผบ.ทบ.พูด

ก่อนวันหนึ่ง โดยมาถามผมว่า ผบ.ทบ. จะปฏิวัติผมมั้ย ผมก็บอกว่าไปคำเดิม และผมขออนุญาตพูดในฐานะเป็นแกนนำ พูดว่า “ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะต้องเปลี่ยนแนวความคิดในการบริหาร” ซึ่งการพูดครั้งนั้นเพื่อให้ทุกอย่างจะได้เรียบร้อย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้พูดอะไร และก็พูดเรื่องอื่นขึ้นมาแทน

0ขุมกำลังมีการแบ่งออกเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะ ตท.10 เพื่อน พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อคานอำนาจ

ขุมกำลังไม่มีใครคุมได้ ผมคุมได้คนเดียว

0 ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปต่างประเทศ ได้หารือกับ ผบ.พล.ม.2 รอ. หรือว่าเตรียมที่จะปฏิวัติก่อนหรือไม่

ไม่ทราบจริง แต่เหตุการณ์วันนั้นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศภาวะฉุกเฉินทางช่อง 9 โดยในระหว่างนั้น ผมก็ยืนดูอยู่ที่บก.ทบ.

0 ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร

ผมเชื่อมั่นในสิ่งที่วางไว้ และ จิกซอร์ผมก็ต่อครบหมดแล้ว จริง ๆ แล้วผมให้สัญญาณในการเคลื่อนไหวประมาณ 2 ยาม หรือ เที่ยงคืนของวันที่ 19 ก.ย. คาบเกี่ยววันที่ 20 ก.ย. เพื่อไม่ให้รถติด “ปัญหาอยู่ที่บก.ทบ. ก่อนจะให้ใช้กำลังพลจาก ปตอ.มาดูแลความเรียบร้อย แต่ตอนหลังผมใช้หน่วยรบพิเศษจากลพบุรีมาดูแล ถ้ามา 2 ยาม แล้วจะถึงกี่โมง หากออกมา 2 ยาม ก็ถึงประมาณตี 2 ของคืนวันที่ 20 ก.ย. ฉะนั้นหน่วยที่ลพบุรี ก็จะต้องออกจากหัวค่ำ หรือ ตอนเย็น ซึ่งกว่าจะออกมาก็จะต้องเตรียมของขึ้นรถ ซึ่งก็ทำให้เขารู้หมด เพราะมีเพื่อนนายกฯ ทักษิณ อยู่ด้วย” “ตอน 2 ทุ่มกว่า ๆ เริ่มมีข่าวรั่วมากขึ้น ทางแม่ทัพก็บอกว่า ไม่ไหวแล้ว ขณะนี้สถานการณ์เริ่มรั่วกันหมดแล้วจึงได้เปลี่ยนเวลาจาก 2 ยาม มาเป็น 4 ทุ่ม ซึ่งกำหนดไว้ 4 ทุ่ม กำลังก็ออกมาตั้งแต่ 3 ทุ่มแล้ว ทุกคนต้องยอมรับว่าทุกคนที่ตัดสินใจแล้วจะต้องมุ่งมั่นใจการทำ”

0 มีการลังเลหรือเปล่า และรู้ตอนไหนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะประกาศภาวะฉุกเฉิน

ผมก็ยืนดูอยู่หน้าทีวีที่บก.ทบ.

0ตำรวจยังกั๊กอยู่

ไม่ได้กั๊ก เวลา 3 ทุ่มกว่า กำลังพลเข้ายึดพื้นที่แล้ว กำลังหลักทั้งหน่วยอินทราช กองปราบ 191 ผมได้โทรศัพท์ไปบอกให้อยู่กับที่ ส่วน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. ก็ได้โทรศัพท์ไปบอกให้ดูแลกำลังให้อยู่ในกรม กอง

0 พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด อยู่ที่ไหน

ผมทำอะไรเรียบร้อยแล้ว ผมถึงโทรศัพท์ไปบอก ผบ.ทหารสูงสุด

0 บางกลุ่มที่ฟังคุณทักษิณ แล้วเชื่อหรือไม่

เชื่อ แต่ก็ยังไม่รู้เรื่อง วันนั้นเป็นวันที่ผมจะต้องไปตีกอล์ฟด้วย แต่ผมก็ไม่ได้ไป ผมก็เลยอยู่บ้าน ตอนแรกว่าจะออกจากบ้านประมาณ 5 ทุ่ม แต่ตอนหลังเปลี่ยนเวลามาออกตอน 2 ทุ่ม

0ตอนเช้าไม่เข้าประชุม ที่ ครม.มีสัญญาณอะไรบอกเหตุ

ไม่ได้เจตนา

0เห็นมีข่าวว่า หาก ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุมในวันนี้ เกรงว่าจะถูกบล็อกตัว

คิดอยู่ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ไปประเทศพม่า ตอนแรกผมไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ตอนหลังมาอ่านใจท่าน และรู้ว่าพม่าชอบทหาร จึงได้หนีบผมไปด้วย ตอนแรกบอกให้ผมแต่งเครื่องแบบ “ใส่เครื่องแบบแล้วผมจะเอาอะไรที่ไหนไปซ่อนดี ผมก็เลยขอแต่งสูท เพราะแต่งสูทสามารถซ่อนอะไรได้ แต่ถ้าซ่อนเวลาผ่านตู้ตรวจวัตถุระเบิดมันจะดังแน่นอน”

0 แล้วจะทำอย่างไร

มีคนไปไว้บนเครื่อง

0ตอนนั้นคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำอะไร

ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเหมือนกัน แต่ก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน และเวลาที่นั่งอยู่จะนั่งติดกับนักบิน หากใครนั่ง ซี 130 จะเห็น ผมจะนั่งอยู่ตรงมุมคนแรก ซึ่งจะเป็นทางขึ้น และ ทางออก ซึ่งถือเป็นชิงไหวชิงพริบตรงนั้น เพราะเกิดอะไรขึ้น หรือจะทำอะไรผมจะต้องมาจากท้ายเครื่องสามารถหลบหนีโดนขึ้นข้างบน และหลบหนีขึ้นหลังคาหลบหนี

0 พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมที่จะทำก่อน และประกาศภาวะฉุกเฉิน และปล่อยไว้อีกระยะหนึ่งก่อนเลือกตั้งกลับมาอีกครั้งคราวนี้อยู่ตลอดชีวิต

ไม่มีผม คงไม่มีใครทำ

0 หากปล่อยไปถึงวันที่ 20 ก.ย. จะเกิดอะไรขึ้น

ติดตามดูแลว่า วันที่ 20 ก.ย. จะมีกลุ่มพันธมิตรมาจำนวนมาก ซึ่งฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เตรียมส่งคนเข้ามาก่อเหตุ เมื่อควบคุมตรงนี้ไม่ได้ก็จะต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน “แน่นอนการประกาศภาวะฉุกเฉิน ถ้ามีผมก็จะต้องแหกกติกา แน่ เพราะจะใช้กำลังกับประชาชนไม่ได้ รู้ว่าผมไม่ใช้กำลังกับประชาชนแน่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมสั่งห้ามกำลังนำอาวุธออกมา ให้แค่หมวกกับ โล่ และจะเห็นว่าการใช้กำลังที่ผ่านมาไม่ได้ใช้อาวุธเลย เมื่อถึงตรงนี้นายกรัฐมนตรีก็คงสั่งผมไม่ได้ มีวิธีเดียวคือ ปลดผม และ ตั้ง ผบ.ทบ.คนใหม่ ถึงจะใช้กำลัง ดังนั้นเหตุการณ์อันนี้จะพาไปสู่ปลดผม และ ตั้ง ผบ.ทบ. ซึ่งแผนนี้คิดมานานแล้ว” “มีคนมาพูดเล่นกับผมว่า ผบ.ทบ. ยังไม่เก็บของหรือ แสดงว่าเขาจะทำผมก่อน และให้ผมรู้ทีหลัง ความจริง ผมตั้งใจจะทำวันที่ 20 แต่ก็มาเปลี่ยนวันที่ 19 เพราะเกรงว่าจะเกิดความรุนแรง เพราะเมื่อกำลังเคลื่อนไหวมาเจอกันก็จะทำให้การความรุนแรงนองเลือดแน่”

0เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถเดาใจป๋าเปรมได้หรือไม่ว่าสนับสนุน หรือว่า ได้มีการปรึกษาป๋าเปรมก่อนหน้านี้

โดยมารยาทแล้วทำไม่ได้ครับ ไม่อยากให้ป๋ารับรู้เกี่ยวข้อง

0หาก พ.ต.ท.ทักษิณ เหมาเครื่องบินกลับมาเลยโดยที่ไม่สนใจ

ผมไม่ให้ลง จะมาต้องบอกผม ถ้าไม่บอกผม ผมไม่ให้มา

0มีการวิเคราะห์ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับมาประเทศไทย โดยจะให้ทหารจับ โดยจะทำเหมือนอองซาน ซูจี ที่ถูกทางการพม่าจับกุมตัวไว้

คงไม่ แต่ผมคงไม่ให้ลงแน่นอน

0 สรรหานายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ได้เลือก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ตั้งแต่ต้นหรือไม่

ความจริงผมไม่รู้ว่าผมจะต้องเลือกนะ (หัวเราะ) เพราะรู้ว่าตัวเองมีสิทธิเลือก เพราะจะต้องทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ การเลือกตัวนายกรัฐมนตรีจะไม่มีใครรู้เลย

0 ทำไมมีรายชื่อ นายศุภชัย พาณิชย์ภักดิ์ นายอักขราธร จุฬารัตน์ มล.ปริดียาธร เทวกุล และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ เข้ามาเป็นตัวเลือก

เรื่องนี้ไม่ได้พูดอะไรกับใครเลยทั้งสิ้น แต่ไม่รู้ว่าชื่อออกมาได้อย่างไร ผมยืนยันได้ว่าไม่มีใครพูดแน่นอน ผมพูดในที่ประชุมให้ ผบ.เหล่าทัพแต่ละท่านให้ไปคิดใจดูซิว่าใครคนที่จะเหมาะสมแต่ห้ามพูด แต่พอถึงเวลา ผมบอกว่าจะเอาคนนี้นะ ใครเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพ ก็พูดออกมาเป็นชื่อเดียวกันหมด

0คืนปฏิวัติได้คุยกับ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือไม่

ไม่ครับ ตอนนี้ไปเรียนท่านก็บอกท่านตรงๆ ผมเป็นลูกน้องท่านนายกรัฐมนตรีก็จริง เคยนั่งรถไฟไปจ.สุรินทร์ พูดกันแค่ 2 ประโยค นั่งหันหน้าชนกัน (หัวเราะ) ก็ไม่ได้พูดกัน ต่างคนต่างอ่านหนังสือ พอหิวข้าวก็สั่งข้าวมากินกัน ยอมรับว่าท่านนายกรัฐมนตรีกับผมไม่ค่อยคุยกัน

“ผมไปหาท่านพูดคุยให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านคิดนานมาก และก็ไม่ได้ให้คำตอบ แต่ตอนหลังก็ไปเรียนอีกครั้งให้ท่านรับตำแหน่ง “

0หากพล.อ.สุรยุทธ์ ไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วจะเลือกใคร

หากไม่รับผมตายเลย เพราะไม่มีเบอร์ 2 สำรองเลย หากท่านไม่รับคงต้องกราบกันนานหน่อย

0ก็เป็นเองก็ได้ เหมือนโปรตุเกส

ผมคงไม่เอา ถามว่าจะทำได้มั้ย ก็คงพอไหว ในสภาวะงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับปกติ และก็ไปดูงานเรื่องความมั่นคง และความเรียบร้อยจัดระเบียบก็ไม่ยากอะไร

0 จะมีการตรวจสอบบัญชีเงินที่มาอย่างไร

ไม่ต้องไปอายัดเขาหรอก เพราะเป็นเงินในระเบียบมีเห็นอยู่แล้ว แต่เงินที่ซุกๆซ่อนๆ อยู่ในบ้าน

0ให้ยุบพรรคไทยรักไทย คงจะสลายตัวกันหมด

กำลังศึกษาอยู่ให้คณะกฤษฎีกาไปดำเนินการ โดยขณะนี้ทางพรรคเริ่มหวือหวา แสดงมีอะไรบ่งชี้ว่าคงมีทางออก

0รัฐบาลหรือ คมช. จะทำความเข้าใจกับประชาชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตอนนี้ปัญหาที่ผ่านมา ผมไม่อยากจะไปรบกวน ผมก็ได้บอกว่า ช่อง 5 ให้ไปทำเรื่องนี้หน่อยซิ เขาก็บอกว่าเขาให้เช่าไปหมดแล้ว ซึ่งยอมรับว่าเราติดสัญญากัน แต่ขณะนี้เราก็จะเริ่มดำเนินการทาง ช่อง 5 และ ช่อง 7 เมื่อคืนได้ข่าวดีอันหนึ่งคือ รัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งบอร์ด อสมท. ซึ่งจะไปคุยกับนายกรัฐมนตรีเรื่องนี้ ซึ่งผมไม่รู้ว่ามีอำนาจแค่ไหนอย่างไร เมื่อผมเห็นรายชื่อผู้ที่จะมาเป็นบอร์ดก็โอเคแล้ว

“จะทำให้เขาไปดู และไปคุยกัน 6-7 ช่อง ซึ่งออกมาก็ยังไม่เดิน เมื่อวานซืน เลยเรียกมาพูดคุยว่าทำไมผมโดนแยะเลย เมื่อพูดคุยเขาก็ทำได้”

0 ทีวีก็จะต้องไม่ออกมาเชียร์ รัฐบาล หรือ คมช.มากเกินไป เหมือนสมัย รสช.

มาถึงเวลานี้ต้องพูดความเป็นจริง ให้ข้อมูลจริง “ผมนั่งเขียนแถลงการณ์เองหมดทุกเรื่อง โดยเริ่มเขียนตั้งแต่ตอนบ่ายของวันที่ 19 ก.ย. พอถึงเวลาจะออกแถลงการณ์ ก็มาดูว่าเอะมันผิดกฎหมายหรือเปล่า ก็คิดอยู่ว่าจะถามใครดี ผมก็เลยสอบถามเพื่อนผม ซึ่งเพื่อนผมรู้จักกับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ (ปัจจุบันเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ) ก็เลยโทรศัพท์ไปหาว่าจะขอคำปรึกษาเกี่ยวกับร่างแถลงการณ์ดังกล่าว พร้อมกับส่งรถไปรับ นายมีชัย มาที่กองบัญชาการกองทัพบก ประมาณ 4-5 ทุ่ม ในวันเดียวกัน ซึ่งผมเจอและพูดคุยกับ นายมีชัย เป็นครั้งแรก ซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นเขียนไว้กี่ฉบับ เมื่อเขียนเสร็จก็ส่งให้ นายมีชัย ไป และผมก็ไปทำงานอย่างอื่น”

0 จะทำงานใหญ่แล้ว แต่ยังมีเวลามาร่างแถลงการณ์จึงต้องมีสมาธิ ทำไมไม่ใช้ของเก่ามาดำเนินการ

เดี๋ยวเขาก็รู้ซิ ว่าเราจะทำการปฏิวัติ เพราะเราปฏิวัติครั้งนี้จะไม่ให้ใครรู้เลย

0 ชื่อคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ใครเป็นคนตั้ง เพราะยาวมาก

“ตอนแรกผมไม่ได้ตั้งชื่อนี้ แต่ผมใช้คำว่า “คณะอนุรักษ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

0ใครเป็นคนเปลี่ยนชื่อเป็น คปค.

พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขา คปค. เป็นลูกเขยของ พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ อดีต ผบ.ทร. อดีตหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครอง จึงมาเปลี่ยนชื่อเหมือนกัน แต่ความจริงตนคิดปฏิรูปมาก่อนแล้ว เพียงแต่ตนไม่อยากให้ซ้ำกัน (หัวเราะ) ซึ่งนักวิชาการเถียงกันว่าหากเป็นคณะปฏิรูปจะง่ายกว่า และความหมายจะดีกว่า ตอนแรกคำทับศัพท์ที่เป็นภาษาอังกฤษก็มัว ๆ กันอยู่พักหนึ่ง แต่ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงผมนะ หมายถึงคนเก่ง ๆ เขาเอาไปคิดกันเอง”

0เหตุนี้หรือเปล่าจึงตั้ง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ไม่เชิงอย่างนั้น ผมไม่ได้หมายความว่าประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะต้องเป็น นายมีชัย ผมอยากเรียนว่า ใครจะมองท่านอย่างไรผมไม่รู้ แต่ผมเชื่อว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ นาย วิษณุ เครืองาม ที่ถูกโจมตี อยากเรียนว่า ทั้งสองคนอยู่กับผมมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ อย่างไรก็ตาม ที่ทั้งสองคนลาออก เพราะเขารับไม่ได้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นศัตรูกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง จึงได้กระโดดออกจากตำแหน่ง ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองคนยังไม่รู้

0 คลื่นใต้น้ำที่พยายามต่อต้านการทำงานของรัฐบาล และ คมช.

การที่ทำการปฏิวัติครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า คือ 1.ผมได้รับการเรียกร้องจากประชาชนเป็นจำนวนมาก และ 2. ทหารมีภาระหน้าที่ในเรื่องการรักษาความมั่นคงประเทศ และ รักษาชาคิบ้านเมือง และจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ อันนี้เรารับไม่ได้ใครก็แล้วแต่ที่มาบริหารประเทศแล้ว ขาดความจงรักภักดี หรือจงรักภักดีอย่างจำกัด ผมคิดว่าในฐานะที่เป็นกองทัพซึ่งได้รับการอบรมสั่งสอนมา ก็คงรับไม่ได้กับตรงจุดนี้

“การบริหารประเทศที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ากระบวนการในเรื่องของการคอรัปชั่นสูง จากการตรวจสอบได้จากหลายๆ หน่วยงานมันเป็นไปได้ว่า ส่วนองค์การบริหารมันคอรัปชั่นมากเกินไป ในเรื่องขององค์กรอิสระซึ่งเป็นองค์กรในการตรวจสอบการบริหารของรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีอิสระในการดำเนินการ และเป็นไปไม่ได้ตามนั้น ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินใน รธน.ฉบับ 2540 มันไม่เดิน คือภาพใหญ่อันหนึ่ง แล้วการเมืองที่มันเดินมาทุกวันนี้ รัฐบาลก็รักษาการ สภานิติบัญญัติก็ไม่มี ในส่วนของตุลาการเองก็ไม่สามารถจะดำเนินการอะไรได้เท่าที่ควร ฉะนั้นองค์กรในการบริหาร ซึ่ง 3 องค์กรไม่ได้เป็นตัวของมันแล้ว คิดว่าการบริหารบ้านเมืองมันคงไปไม่ได้ และทางเดินทางการเมืองที่จะไปข้างหน้า ก็ดูแล้วไม่มีทางออกจริง ไม่รวมไปถึงเรื่องของความแตกความสามัคคีของและภาคส่วน ก็จะเห็นว่าความสมานฉันท์ก็ไม่มี ปัจจัยรวมๆเหล่านี้ มันเป็นปัจจัยที่ทำให้เรามองว่า บ้านเมืองมันไปไม่ได้ เราจึงตัดสินใจที่จะทำการปฏิรูปขึ้นมา”

ต้องยอมรับว่า การปฏิรูปกองทัพมุ่งที่จะแก้ปัญหาของชาติบ้านเมืองให้เดินไปได้อย่างถาวร และมีการจัดระเบียบของการบริหารใหม่ให้เป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยอย่าง แท้จริง เน้นเรื่องการมีองค์พระประมุข เป็นจุดที่เราต้องการ ประชาชนทั้งหลายที่ตอบรับการปฏิรูปของเราครั้งนี้ ผมถือว่าเป็นประชาชนที่ค่อนข้างมากของประเทศในทุกพื้นที่ แม้กระทั่งในกลุ่มรากแก้วทั้งหลาย ที่เวลาหน่วยงานทางทหารไปสัมผัสอยู่ ตอบได้คำเดียวว่า “ต้องขอบคุณกองทัพที่ลุกขึ้นมาทำการปฏิรูป” แต่ก็ยังตำหนิด้วยซ้ำไปว่า “มันช้าไปแล้ว มันช้าไปหน่อย” ทั้งนี้ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุน ทำให้เรามีความตั้งใจ และสบายใจต่อการที่เราได้ปฏิรูปขึ้นมาครั้งนี้

เราเข้าใจว่าเรื่องการปฏิรูป หรือ การปฏิวัติไม่เป็นที่ปรารถนาของประชาชนในภาพรวมอยู่แล้ว และอาจจะส่งผลกระทบต่อต่างประเทศก็จริงอยู่ แต่หากเราสะดุดตรงนี้ซักนิด และมาตั้งหลักใหม่และเดินไปข้างหน้า ผมคิดว่าจะไปได้ด้วยดี และได้ด้วยเร็วด้วย “คณะที่เราขึ้นมานี้ เรายืนยันว่าเราไม่ต้องการที่จะมาบริหารประเทศ หรือจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับทางการเมือง เราไม่เอาอยู่แล้ว เราต้องการคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็จะต้องรับให้ดี และรับให้ทันตรงนี้ ประชาชนทุกคนที่เข้ามารับจะต้องเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ว่าที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น และต่อไปมันไม่ควรจะเกิด ฉะนั้นแนวทางในการแก้ไขจากบทเรียนที่ผ่านมานั้น มันจะนำไปสู่การปรับรูปแบบของรัฐธรรมนูญ ปรับรูปแบบในการบริหารประเทศให้มันเกิดความเหมาะสม กับลักษณะ และนิสัยวัฒนธรรมของคนไทยให้มากขึ้นกว่านี้

ถ้าเรายังทำรัฐธรรมนูญแล้วไม่คำนึงถึงคนไทยที่มีลักษณะแบบนี้แล้ว ก็จะเกิดปัญหาในยุคต่อไปไม่รู้จักจบ มันจะวนเวียนอยู่อย่างนี้ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องคำนึงถึงกรอบของลักษณะนิสัยคนไทย และประเทศไทย เป็นตัวกำหนดในการเขียนรัฐธรรมนูญ อย่าไปหยิบไปหลอกหรืออะไรจากต่างประเทศ ซึ่งเขากับเราไม่เหมือนกัน ความมีประชาธิปไตยของคนในชาติเรา ผมเชื่อว่าหลายคนยังไม่เข้าใจ คำว่าสิทธิทุกคนมี อยากมี แต่หน้าที่ควรจะทำแค่ไหนอย่างไร อันนี้จะต้องเข้าใจประกอบควบคู่กันไป คนไทยเรายังอ่อนต่อความมีวินัย ในหลายเรื่องที่คนไทยยังอ่อนอยู่ ผมคิดว่าจะต้องดำเนินการในเรื่องของคน พัฒนาคน ให้กลับไปสู่ความเข้าใจต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นแก่นแท้จริง ๆ ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นประชาชนทั้งประเทศ 60 กว่าล้านคน ทำอย่างไรที่จะให้เขาเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยแท้ ๆ เมื่อทุกคนเข้าใจแล้ว รู้ทั้งสิทธิ และ หน้าที่ กฎกติกามารยาทต่าง ๆ เมื่อรู้แล้ว คิดว่าประเทศเราไปได้ ผมเชื่อมั่นตรงนั้น

“อยากกราบเรียนไปถึงประชาชนทุกคนว่า เราควรจะต้องศึกษารัฐธรรมนูญให้มากขึ้น สุดท้ายผมอยากเรียนพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน ผมพยายามทำกองทัพให้ประชาชนเป็นเจ้าของกองทัพ ในเมื่อทุกคนเห็นว่ากองทัพเป็นของประชาชนแล้ว หรือเป็นเจ้าของกองทัพแล้ว ต่อไปทหารทำอะไรก็ถือว่าเป็นประชาชนทำ จะได้ไม่ห่างกัน เราอย่าไปแยกแยะว่านี่ทหาร นี่ประชาชน ผมไม่อยากให้คิดแบบนี้ อยากจะให้คิดอย่างนั้น อยากให้คิดว่าเราคือเนื้อเดียวกัน และทำอะไรคิดอะไรให้มันเหมือนกัน เพียงแต่แยกหน้าที่กันทำ ตรงนี้คิดว่าความสามัคคีของคนในชาติ ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ต่าง ๆ ถ้าเกิดว่าเรามีความคิดที่ตรงกันว่าเราคือคนไทย คิดว่าปัญหาของความแตกแยก ทางความคิด ปัญหาเรื่องความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศก็คงจะหมดไปในอนาคต”

0 คลื่นใต้น้ำชัด ๆ มีอะไรบ้าง พอที่จะบอกประชาชนอย่างไรว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมมองในแง่ของความมั่นคง ทำไมทางกองทัพเองถึงยังบอกว่าขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ที่จะดูเรื่องของปัญหาของคลื่นใต้น้ำ แล้วเราถึงจะประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก ผมว่ามันเร็วเกินไป สำหรับคนที่เสียผลประโยชน์อยู่ในขณะนี้ คนที่เขาเคยได้อะไรหลาย ๆ อย่างในเวลานี้ เพิ่งมาเสียไป คิดว่าคนเหล่านั้นคงอยากจะได้สิ่งที่ตัวเองเสียไปกลับคืนมา ดังนั้น การที่ได้กลับคืนมาจะทำอย่างไร คือจะต้องเอาภาพ ของเก่ากลับเข้ามาให้เร็วที่สุด ตรงนี้คิดว่าในกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ เร่งตรงนี้เร็วเกินไป โดยที่คิดว่าปล่อยนิ่งซักพักแล้วค่อยสร้างสถานการณ์อย่างนี้กลับขึ้นมา โดยใช้วิธีทางการเมือง ก็โอเค

“แต่ตอนนี้ ผมคิดว่า จุดตรงนี้คิดเร็วไปนิดหนึ่ง และคิดในเชิงที่ใช้กำลังในการเข้ามากดดัน ทำให้ทั้งรัฐบาล และทีมความมั่นคง หันกลับเข้าไปเผชิญ และทำให้เกิดการกดดัน จะทำให้มองเห็นภาพของการกลับไปสู่ของเก่าได้เร็วขึ้น คิดว่าทางนั้นก็ไปมองตรงจุดตรงนั้น จึงทำให้ไปเกิดทุกกลุ่ม ทุกจุดที่เป็นกลุ่มพลังเก่า ๆ ซึ่งเราก็ติดตามทั้งต่างจังหวัด และใน กทม. ข้อมูลข่าวสารค่อนข้างชัดเจน ขอเรียนว่าปัญหาตรงนี้ ถ้าเกิดขึ้นเหมือนกับที่ไปเผาโรงเรียนหรือไปเกิดขึ้นที่ไหนมันทำง่าย การทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยทำงานเหมือนกับในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ต้องลงทุน แค่ 40-50 บาท ก็ทำได้ ฉะนั้นตรงนี้มีกฎอัยการศึกอยู่ ก็จะทำให้คนที่ทำโทษจะแรง ดังนั้นมาตรการในการที่จะไปคุยกัน รวมกุมกัน ก็จะคิดที่จะก่อความไม่สงบ หรือความไม่เรียบร้อยก็ทำได้ยากขึ้น เพราะกฎหมายควบคุมอยู่ ดังนั้นเราถึงจะต้องดีเรย์พวกนี้ไป ไม่ให้สิ่งที่กำลังคิดต่าง ๆ ที่เสียผลประโยชน์กลับคืนฟื้นขึ้นมา”

0 คนเรียกร้องให้เลิกกฎอัยการศึกให้เร็ว คิดว่ากรอบเวลาจากนี้ไปจะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ หรือ เป็นเดือน

ผมจะตอบคำนี้ดีกว่า ใช้คำว่าเร็วที่สุดดีกว่า เพราะเราเห็นใจทุกคน และก็เห็นใจรัฐบาลที่ถูกกดดัน รวมถึงกองทัพก็ถูกกดดัน ซึ่งเราจะพยายามทำให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม รวมไปถึงฝ่ายที่พยายามจะก่อความไม่สงบในรูปแบบต่าง ๆ ก็ควรจะต้องหยุดซะ เราสามัคคีกันดีกว่า สู้กันในเชิงทางการเมือง ถ้าคิดว่ายังมีศักยภาพแล้วไปเริ่มทางด้านการเมืองจะดีกว่า

0หากดำเนินการทางการเมืองท่านจะไม่ว่าอะไร

ผมไม่ว่าอะไร เพียงแต่ตอนนี้ขอให้คิดในใจก่อนก็แล้วกัน แล้วก็อย่าเพิ่งทำอะไรให้มันเกิดความไม่สงบ พอเรายกเลิกกฎอัยการศึก ก็ไปคิดว่าจะประชุมอะไรก็ว่ากันไปตามระบอบประชาธิปไตย

0 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับเข้าประเทศไทยได้เมื่อไหร่

ผมเรียนตามตรงนะครับว่า ถ้าเผื่อว่า พ.ต.ท. ทักษิณ เห็นต่อประเทศชาติ เห็นแก่บ้านเมือง ผมคิดว่าอย่าเพิ่งรีบกลับเลย เพราะมีตัวแทนอยู่แล้ว และหัวหน้าพรรคใหม่ก็มีแล้ว คิดว่าท่านน่าจะให้คนนี้ทำไปก่อน และท่านก็มีอะไรก็โทรศัพท์คุยเอา ผมว่าไม่น่าจะรีบร้อนกลับมา

0 ทาง คมช.ไม่มีแผนที่จะตั้งข้อหา หรือ ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือ

อันนี้ขึ้นอยู่กับทางด้านกฎหมาย ทางเราพยายามแบ่งงานออกไปตามแขนงของงานต่าง ๆ ที่ใครมีความรับผิดชอบก็ว่ากันไป เราตั้งคณะ ปปช. คตส. ขึ้นมา ทั้งสองคณะก็จะต้องไปเดินงานตามกรอบของกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม หากเราไปทำอย่างอื่น คิดว่าจะเป็นข้อครหาต่อสังคมโลกอีกว่า ทำไมไม่ไปทำตามกฎหมาย ไปใช้อำนาจของกฎอัยการศึกจะเหมาะสมหรือ ผมเองถึงพยายามที่จะไม่ทำให้กฎอัยการศึกมีผลกระทบต่อสังคมของประเทศ และประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว ถ้ากฎหมายตรงนี้เดินไปตามครรลองของมันน่าจะเพียงพอ ทุกคนที่ตั้งเข้าไปทำงานใน คตส.ก็เป็นคนที่มุ่งมั่นอยู่แล้ว

0 มีเสียงวิจารณ์ออกมาสองฝ่าย ฝ่ายที่ควรยกเลิกกฎอัยการศึก ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติก็มี ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งที่เห็นด้วยกับการปฏิวัติก็บอกว่า คณะปฏิรูปทำงานอืดไม่สะใจ ฝ่ายนี้จะตอบว่าอย่างไร บอกว่าช้าเหลือเกินไม่เด็ดขาด

ก็ต้องยอมรับ หากเป็นมืออาชีพเราก็คงจะไม่ชักช้า อันที่สองคือรูปแบบของการทำก็ดำเนินการไปตามกฎหมายเพื่อที่จะทำให้สังคมเขา มองว่า ไม่ได้ไปทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะยุคปัจจุบัน เรื่องของฮิวแมนต์ไลต์ (สิทธิมนุษยชน) อะไรต่างๆ จะมองทำให้ดูไม่ดี คิดว่ากฎหมายจะเดินไปตามแบบของกฎหมาย ซึ่งมีเวลาของมัน ในทุกเรื่องที่ตนได้พูดในเรื่องของนโยบายในการปฏิรูป เราเดินไปหมดทุกเรื่อง แต่ว่าบางเรื่องยกตัวอย่างเช่น การสมานฉันท์ มันออกมาเป็นรูปธรรมยาก มันต้องเป็นนามธรรมก่อน ขณะนี้ผมเรียนกับทางรัฐบาลว่าอาจจะทำเป็นงานของชาติเลยก็ได้ว่า จะทำอย่างไรที่จะทำให้คนในชาติเกิดความสมานฉันท์ มันจะต้องเป็นทางยุทธศาสตร์ กำหนดยุทธศาสตร์เลยว่าทำอย่างไรให้คนในชาติมีอุดมการณ์มีความรักชาติ บ้านเมืองต่าง ๆ ซึ่งผมได้เรียนกับทางรัฐบาลไปแล้วว่า กำลังวางแผนที่จะเดินในเรื่องความสมานฉันท์ ความรัก ความสามัคคีจะต้องเดินไป ในเรื่องของอื่น ๆ ผมคิดว่าเราทำหมดทุกอย่างแล้ว แต่ว่าจะต้องยอมรับว่าบางอย่างไปได้ บางอย่างก็ไม่รู้ว่าอำนาจตรงนี้ใครจะทำ ต้องยอมรับว่าเราก็ไม่รู้

"เรื่องนี้ผมก็อยากให้เร็วอยู่เหมือน ไม่ได้ดั่งใจตัวเอง ผมเองก็ไม่ถูกใจว่าทำไมมันถึงช้าหนัก ต้องยอมรับ ดังนั้นเวลาใครบ่นก็ต้องยอมรับ เพราะเราเป็นผู้ทำ คนมองย่อมเหมือนกับนักฟุตบอล เตะไม่เข้าเสียที ดูแล้วไม่ได้ดั่งใจ เดี๋ยวพัดลงเล่นเองเสียเลย"

0 ทุกวันนี้ยังมีข้อกล่าวหาเรื่อง นายมีชัย ว่าถูกจัดตั้งมาจาก คมช. ยิ่งมีคะแนนเสียงท่วมท้นในวันนี้ ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์มีน้ำหนักมากขึ้น

จริงๆแล้ว ถามว่าผมไปบล็อกโหวตอะไรหรือเปล่า ก็ต้องเรียนกันตามตรงว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะคิด แต่ว่ากระแสก็ออกไปว่าคนนั้นคนนี้ เมื่อนำคนเหล่ามาเรียงกัน ผมเชื่อว่าคน 240 คนเศษ มองเห็นว่า ใครเหมาะสมที่สุด เราต้องยอมรับกระแสมันโจมตีแน่นอนเมืองไทย ถ้าไม่ใช่ นายมีชัย เอาใครขึ้นมา โดนเหมือนกันหมด ผมเชื่ออย่างนั้น เพราะนี่คือคนไทย เพราะว่าคนที่ยากจะเป็นมันมี มันก็ไปขุดคนอื่นที่ไม่ใช่ นายมีชัย เอาใครขึ้นมา คนนั้นก็ต้องโดน ผมเชื่อแน่นอนว่าจะต้องเกิดภาพแบบนี้ตรงนี้คือปัญหา ผมเรียนตั้งแต่ต้นว่ารัฐธรรมนูญ มันเขียนง่าย แก้ง่าย แต่ว่าคนที่มาบริหารจะทำอย่างไรถึงจะเดินตามรัฐธรรมนูญ มันจะต้องเปลี่ยนคนไทย เปลี่ยนลักษณะนิสัยในภาพรวม

0 ไม่กลัวถูกข้อครหาว่า คุณมีชัย ถูกกล่าวหาจากคนที่ไม่ชอบ หรืออีกฝั่งก็บอกว่า คุณ มีชัย รับใช้ระบบทักษิณ ท่านเป็นคนปฏิวัติเพื่อล้มระบบทักษิณมันจะไม่ขัดกันหรือ

มันต้องยอมรับว่าหลายคนที่คิดว่าอาจจะอยู่ในนั้น แต่จริงๆแล้วไม่ได้อยู่ตรงนั้น

0ท่านรู้เบื้องลึกมากกว่า

ผมพยายามศึกษาว่า หลายคนที่บอกว่าเป็นคนของทักษิณ เราก็ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า เราก็ต้องไปหาศึกษา เป็นเรื่องสำคัญ แต่บางทีก็ต้องให้อภัยซึ่งผมได้เรียนกับทุกคนว่าเรื่องความสมานฉันท์จะต้อง เอาศัตรูมาเป็นมิตร ไม่อย่างนั้นไม่มีทางสมานฉันท์ ให้แยกศัตรูออกไปให้เห็นและเตรียมจะสู้กัน ผมว่าความสมานฉันท์มันหมด ดังนั้นการเอาศัตรูมาเป็นมิตร มิตรของศัตรูต้องเร่งยึดเอามาให้เร็ว เพราะมิตรของศัตรูจะรู้จักนิสัยของศัตรู นี่คือปรัชญาทางสังคมทางการทหาร ถ้าเผื่อว่าเราสามารถเอามิตรของศัตรูมาไว้ที่เรา เราจะสามารถไขกุญแจไปหาบ้านศัตรูได้เร็วขึ้น

0ตอนนี้ได้เยอะหรือยัง

เยอะ (หัวเราะ)

image

image

บีบีซีจี้ถามที่มารบ.อภิสิทธิ์ กรณ์ไม่หวั่นเสื้อแดงค้านกู้

ที่มา ไทยรัฐ

วันนี้ (2 เม..) นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ ทางโทรศัพท์ในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 อสมท ว่า วันนี้ การประชุมกลุ่มประเทศ จี -20 เริ่มต้นขึ้นแล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และตน ได้ประชุมหารือแบบทวิภาคี 2 ประเทศ ออสเตรเลีย และ อินโดนีเซีย รวมทั้งได้หารือกับประธานธนาคารโลก และจากการ เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ และเจ้าชายฟิลลิป พระสวามี ที่พระราชวังบัคกิ้งแฮม ช่วงค่ำที่ผ่านมา ไ ด้มีโอกาสพูดคุยกับผู้นำทุกประเทศที่เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะ นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ นายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยในฐานะ ตัวแทนประเทศอาเซียนได้ร่วมประชุมครั้งนี้ เนื่องจาก โลกมองว่าการประชุมกลุ่มประเทศจี 20 นี้มีความสำคัญมาก 20 ประเทศมีความสำคัญ เท่ากับ 90 เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจโลก มีวาระสำคัญช่วยกันแก้ไขปัญหาโลก ที่ประเทศใหญ่ๆอาจคิดว่ามีผลกระทบกับประเทศเขาเท่านั้น นายโอบามา ได้สอบถามว่ามองประเด็นนี้อย่างไร ตนได้บอกไปว่า อย่าลืมว่า แม้ 20 ประเทศ จะเท่ากับ 80 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ประเทศส่วนที่เหลือประชากรของโลก ล้วนเป็นคนจน ที่ร่วมรับผลกระทบครั้งนี้ด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การต่อว่า ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังช่วงกลางคืน ตนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นว่า ต้องมีแนวทางสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา หรือ ด้อยโอกาสที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย ไม่ใช่เพียง ถกเถียงกฎกติกาเท่านั้น เปรียบเหมือนไฟกำลังไหม้บ้าน ป่วยการที่จะมาถกเถียงกันว่าไหม้เพราอะไร อนาคตจะสร้างบ้านอย่างไร ในเมื่อมีคนติดอยู่ภายในบ้าน หาก ไม่ช่วยออกมาก่อนอาจจะตายได้ เพื่อ เตือนสติผู้นำด้วยกันว่า ทุกอย่างมีความสำคัญ แต่ต้องลำดับความสำคัญให้ชัดเจน เพราะประเทศกำลังพัฒนา ต้องพึ่งการส่งออก ขายสินค้าให้ประเทศพัฒนาแล้ว แต่ความเดือดร้อนชั้นต้นอาจจะเหนือกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยซ้ำไป ดังนั้นมาตรการต่างๆต้องตรงกัน ต้องเพิ่มบทบาทสถานระดับโลก เช่น ธนาคารโลก สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ ) ในการช่วยกระตุ้นการค้า เรื่องวงเงินสินเชื่อแก่ประเทศกำลังพัฒนา ต้องไม่พูดอย่างเดียวเรื่องกีดกันการค้า การปฏิบัติ ต้องมีองค์กรระหว่างประเทศ ตรวจสอบด้วย

นายกรณ์ กล่าวต่อกรณี นายกรัฐมนตรีไทย ไปออกรายการ "ฮาร์ด ทอล์ค" ทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี คาดว่าจะแพร่ภาพในวันจันทร์ ว่า มีประเด็นคำถามถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ว่ามีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลมาโดยความชอบธรรมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบไปว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หลายประเทศ เมื่อพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดจัดตั้งรัฐบาล ไม่สำเร็จ พรรคการเมืองลำดับรองลงมาก็รับหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลตามกลไกรัฐสภา

ต่อข้อถามว่า ช่วงบ่ายวันนี้ กลุ่มเสื้อแดงจะดาวกระจายไปที่กระทรวงการคลังคัดค้านรัฐบาลการกู้ หนี้สิน รัฐมนตรีว่ากรกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ความเห็นต่าง มีเวทีรัฐสภา ให้แลกเปลี่ยนถกเถียงกัน บ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อไปได้ จึงเห็นว่าควรพึ่งระบบรัฐสภาจะดีที่สุด ใครคิดเห็นอย่างไร ถือ เป็นสิทธิ แต่รัฐบาลมีหน้าก็ต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนต่อไป

“ทักษิณ” โทร.ขอบคุณเสื้อแดง

ที่มา ไทยรัฐ

วันที่ 1 เม.ย.สำหรับบรรยากาศการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งเหล่าแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นปราศรัยบนเวทีกันอย่างต่อเนื่องมาตลอดวัน โดยช่วงหนึ่ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีให้ผู้ชุมนุมทราบว่า ตนได้รับโทรศัพท์สายตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ โทร.มากล่าวขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงออกมาร่วมชุมนุมกันทุกคนที่ช่วยกันรักษาประชาธิปไตย และยืนยันจะวีดิโอลิงค์เข้ามาพบปะกับพ่อแม่พี่น้องอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน หลังเวทีปราศรัยก็ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.หลายสิบนายที่มารักษาความสงบเรียบร้อยรอบทำเนียบรัฐบาล ทยอยเดินมาขอรับเสื้อแดงและผ้าโพกหัวของกลุ่ม นปช.อย่างต่อเนื่อง

ให้แดง ตจว.สลายตัวเพื่อออมแรง

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาว่า หากรัฐบาลตัดสินใจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงอีก กลุ่มเสื้อแดงตามจังหวัดต่างๆ พร้อมที่จะลุกฮือปิดศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อตอบโต้การสลายการชุมนุมของรัฐบาล แต่ในขณะนี้ขอให้กลุ่มเสื้อแดงที่ปิดล้อมศาลากลางจังหวัดต่างๆ ให้สลายตัวกลับบ้าน เพื่อไปพักผ่อนเอาแรงไว้ก่อน

ตั้งข้อสังเกตทหารเยอะจัง

นายณัฐวุฒิยังกล่าวอีกว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่ากำลังทหารภายในทำเนียบรัฐบาลมีมากถึง 6 พันนาย ซึ่งรัฐบาลอาจจะใช้กำลังทหารสลายการชุมนุม โดยยืนยันว่ากลุ่มเสื้อแดงตอบโต้ทุกกรณี เพราะทหารเป็นเพียงเจ้าพนักงานผู้ช่วยปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเท่านั้น ทั้งนี้หากจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายก็ขอบอกว่าขณะนี้ได้มีนายตำรวจที่พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยรอบทำเนียบรัฐบาลแล้ว ต่างมารับเสื้อแดงไปแล้วจำนวน 1 พันกว่าตัว และผ้าโพกหัว 400-500 ชิ้น ซึ่งขณะนี้หัวใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายเป็นสีแดงไปทั้งหมดแล้ว

ย้อนรอยเอาอย่าง พธม.

จากนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์เสริมกรณีที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะไปฟ้องร้องต่อศาลแพ่งให้ศาลมีคำสั่งฉุกเฉินให้กลุ่มเสื้อแดง เปิดทางเข้าออกให้กับคณะรัฐบาลและข้าราชการ เพื่อเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลนั้นว่า หากศาลแพ่งมีคำสั่งออกมาให้กลุ่มเสื้อแดงเปิดทางเข้าออกให้กับรัฐบาลและออกจากถนนพิษณุโลก แกนนำกลุ่มฯจะทำเหมือนกับกลุ่มพันธมิตรฯเคยดำเนินการทุกอย่าง โดยจะไปยื่นขออุทธรณ์ต่อศาลเพื่อร้องขอการคุ้มครองชั่วคราวให้กลุ่มเสื้อแดงชุมนุมได้ต่อไป และการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงก็ไม่เคยเข้าไปทำให้สถานที่ราชการเสียหาย และไม่เคยบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งศาลยังคุ้มครองให้กลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมอยู่ภายในทำเนียบฯได้ หากมีการฟ้องร้องจริงจะทำให้สาธารณชนรับทราบว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีกี่มาตรฐาน และนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมจี 20 แล้วมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบการใช้กฎหมายความมั่นคงภายใน นายสุเทพไม่สามารถออกคำสั่งใน พ.ร.บ.ความมั่นคงได้เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น ที่จะเป็นผู้เซ็นคำสั่งได้

ฮือฮาภาพ “ป๋า” แต่งหญิงเล่นละคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายจตุพรกำลังแถลงข่าวอยู่นั้นได้หยิบรูปภาพ ซึ่งได้เป็นซีร็อกซ์ภาพขาวดำ ในภาพรูปใส่ชุดผู้หญิงอายุประมาณ 15-17 ปี แต่งหน้าแต่งตาอย่างสวยงาม โดยทำท่าเอามือสองข้างประกบกันลักษณะคล้ายพนมมือ แต่นำมาวางไว้ติดข้างแก้มด้านขวา ทำท่าเอียงคอเล็กน้อย โดยมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเอียงอาย โดยภาพดังกล่าวที่มองไม่ค่อยชัดเจน และดูไม่ออกว่าเป็นรูปของใคร นายจตุพรหยิบขึ้นมาและตั้งคำถามให้ผู้สื่อข่าวทายว่า เป็นภาพของใคร จำได้หรือไม่ แต่ผู้สื่อข่าวไม่สามารถเดาได้ถูกว่าคนในภาพคือใคร จากนั้นนายจตุพร ได้เฉลยว่า บุคคลในภาพคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งใต้ภาพเขียนข้อความระบุว่าเป็นภาพของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2478 ที่มาของภาพจากนิตยสารอาทิตย์สยามนิกร ฉบับที่ 152 วันที่ 24 พ.ย. 2523 ครั้งแสดงละครเรื่อง “เมื่อชายเป็นหญิง” ของโรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ซึ่งภาพดังกล่าวสร้างความฮือฮาให้กับผู้สื่อข่าวเป็นอย่างยิ่ง

เสื้อแดงกาญจน์หัวใจวาย

ขณะที่บรรยากาศของกลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆที่ จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 31 มี.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงกาญจนบุรีช่วยกันเก็บเต็นท์ที่พักหลังสลายการชุมนุม ขณะเดียวกัน น.ส.นุชรี โรจนากร แกนนำกลุ่มเสื้อแดง อ.ท่าม่วง เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากญาติของนายสินชัย คูหาอุดมลาภหรือโกอ่ำ อายุ 59 ปี เซียนพระชื่อดัง เจ้าของแผงพระในตลาดท่าม่วง หนึ่งแกนนำเสื้อแดงเมืองกาญจน์ได้เสียชีวิตที่ รพ.กรุงเทพ ในตอนสายวันเดียวกัน เพราะหัวใจวายทั้งนี้ หลังจากนายสินชัยมาร่วมชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี จนกลางดึก ปรากฏว่าหายใจไม่ออก เลยกลับบ้านที่ อ.ท่าม่วง แล้วหมดสติไป ญาตินำส่ง รพ.ท่าม่วง ก่อนส่งต่อ รพ.กรุงเทพ จนเสียชีวิต

นปช.โคราชยังชุมนุมปราศรัย

ส่วนเคลื่อนไหวภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่ม นปช.กล่าวโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำปฏิวัตินั้น ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์ที่บ้านไร้กังวล ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม ตั้งอยู่ตรงข้ามหน้ากองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) เลขที่ 1885 ถนนสืบศิริ ปากซอยสืบศิริ 32 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ไม่มีความเคลื่อนไหวภายในบ้าน และไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปปิดล้อม หรือ ประท้วงแต่อย่างใด ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชยังคงจัดชุมนุมอยู่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี มีการปราศรัยโจมตีขับไล่รัฐบาลและ พล.อ.เปรม ผ่านเครื่องขยายเสียงอย่างต่อเนื่องสลับกับการฟังการปราศรัยของ นปช.ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลทางโปรเจกเตอร์

“ขวัญชัย” ยกทีมชุมนุมทำเนียบ

ส่วน จ.อุดรธานี บริเวณสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร เอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้นำสมาชิกชมรมฯ 300 คน เตรียมเดินทางเข้า กทม.เพื่อร่วมสมทบกับสมาชิกชมรมฯ และสมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล โดยรถบัส 5 คัน นายขวัญชัยเปิดเผยว่า การชุมนุมปิดล้อมศาลากลางจังหวัดได้ยุติลงแล้ว เลยนำสมาชิกชมรมฯไปร่วมสมทบกับคนเสื้อแดง ที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมนำข้าวสาร อาหารแห้ง ผักสด น้ำดื่ม น้ำปลา รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ที่ได้รับบริจาคจากสมาชิกส่งไปสนับสนุนให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย

ม็อบพร้อมยึดศาลากลาง

ขณะที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 300 คน นำโดยนายนัฐวุฒ ชีววิทยานนท์ นายก อบต.ห้วยต้อน จ.ชัยภูมิ ได้ตั้งเต็นท์พร้อมติดตั้งเครื่องขยายเสียงโจมตีรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างดุเดือด และสั่งห้ามทหารทำร้ายกลุ่มคนเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบอย่างเด็ดขาด หากคนเสื้อแดงถูกทำร้ายจะนำกลุ่มคนเสื้อแดงบุกยึดศาลากลางจังหวัดชัยภูมิทันที

จี้รัฐให้จัดการเด็ดขาด “ทักษิณ”

อีกด้านหนึ่ง ในส่วนของกลุ่มที่ไม่พอใจม็อบเสื้อแดงและการพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พาดพิงประธานองคมนตรีฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยสาขานครราชสีมา นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยและคณะ ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมารับผิดชอบในการรักษารัฐธรรมนูญและกฎหมาย และดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งแกนนำกลุ่ม นปช. ที่กล่าวพาดพิงสถาบันองคมนตรีซึ่งถือว่าเป็นสถาบันชั้นสูงของประเทศ รวมทั้งยังได้ ปลุกระดมปลุกปันให้ประชาชนกระทำผิดกฎหมายคิดล้มล้างการปกครองของแผ่นดิน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

เศรษฐกิจไทยจะเตี้ยลงกว่านี้เยอะ

ที่มา ไทยรัฐ

ผลพวงจาก การเมืองน้ำเน่าแบบไทยๆ วันวาน ฌอง ปิแอร์ เวอร์เบียส ผู้อำนวยการสำนักงาน ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย รายงานผลวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปีนี้ว่า จะหดตัวลงร้อยละ 2 นี่มองในแง่ดีที่สุดแล้วนะ แต่ถ้า เอาเรื่องการเมืองเน่า ซึ่งถือเป็น ความเสี่ยงสำคัญที่สุดของไทย มาใส่ เข้าไปด้วย เศรษฐกิจไทยจะเตี้ยลงกว่านี้เยอะ

ฌอง ปิแอร์ เวอร์เบียส บอกว่า สถานการณ์การเมืองที่เลวร้ายลง ทำให้รัฐบาลต้องเอาเวลาไปแก้ปัญหาการเมือง ทำให้การตัดสินใจแก้ปัญหาเศรษฐกิจล่าช้า การลงทุนจะไม่เป็นไป ตามเป้าหมาย และผลจากการหดตัวของเศรษฐกิจ จะทำให้มีคนว่างงานเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านคน ทีนี้คนไทยรู้กันหรือยัง ใครเป็นคนทำร้ายเศรษฐกิจประเทศไทยของเรา และ ทำให้คุณตกงาน

นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่อนลัดฟ้าไป ลอนดอน ว่า เราทราบว่าบางฝ่ายต้องการให้เกิดความรุนแรงในช่วง นี้ จนถึงก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีความพยายามประสานไปยังสื่อต่างประเทศ เพื่อให้มาคอยทำข่าวว่าจะมีการปะทะหรือความรุนแรง เมื่อรู้แจ้งอย่างนี้ ไต้ฝุ่น สงสัย ทำไมรัฐบาลไม่จัดการเปิดหน้าคุณโม่งออกมา ฝ่ายข่าวกรองทั้งหลายไปทำอะไรอยู่ไม่ทราบ

นี่ก็ถูกอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย ตีหน้าแงในที่ประชุมพรรค สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีสำนักนายกฯ รับผิดชอบคุมสื่อวิทยุทีวี แต่กลับปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยึดพื้นที่สื่อไปหมด แถมยังหลบหน้าไม่ออกมาชี้แจงอีกด้วย คนพูดเก่งอาจทำงานไม่เก่งก็ได้ นี่คือ คุณภาพรัฐมนตรีประชาธิปัตย์ อยู่แล้ว

เฮ้อ ไต้ฝุ่น เห็นท่าทีและคำพูดของ กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่ออกมาตอบโต้ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างมีอารมณ์ และ ใช้คำพูดไม่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศที่สวมหัวโขนอยู่ ซึ่งจะต้องเป็น ผู้ดี ทุกกระเบียดนิ้ว แล้วก็ อายแทนคนกระทรวงบัวแก้ว

ก็เป็น รัฐมนตรีต่างประเทศที่พูดจาภาษาตลาด อย่างนี้ นายกฯฮุนเซน ของ กัมพูชา ถึงได้ฉุนข้ามประเทศ เพราะไปเรียกเขาว่า แก๊งสเตอร์ ร้อนถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศต้องไปชี้แจงเป็นการใหญ่ ก่อนที่ นายกฯฮุนเซน จะบูดใส่ นายกฯอภิสิทธิ์ ซึ่งกำลังจะไปเยือนกัมพูชา วันที่ 18 เมษายนนี้

แวบดูการเมืองประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย บ้าง วันนี้ นายกรัฐมนตรี อับดุลเลาะห์ อาห์หมัด บาดาวี จะลาออกจากตำแหน่งก่อนครบเทอม เพื่อเปิดทางให้ นาจิบ ราซัค หัวหน้าพรรคอัมโนคนใหม่ ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ในวันพรุ่งนี้ โดยไม่ต้องมีการใส่เสื้อสีชุมนุมขับไล่เหมือนการเมืองล้าหลังในเมืองไทย

เขียนถึงนายกฯใหม่มาเลเซียแล้ว วันวาน ไต้ฝุ่น เพิ่งมีนัดหมายคุยกับ ดาโต๊ะ ศรี นาเซีย ราซัค ประธานบริหาร กลุ่มซีไอเอ็มบี กรุ๊ป เจ้าของ ธนาคารไทยธนาคาร คนใหม่ น้องชายแท้ๆ ของ ว่าที่นายกฯราจิบ ราซัค ที่บินมาร่วมเปิดตัว สุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ของ ไทยธนาคาร เป็นคนหนุ่มอายุ 40 กว่า คุยสนุก เป็นกันเอง และไฟแรงทีเดียว............

แล้ว ชาวฝั่งธนฯ ที่ทนรอ รถไฟฟ้าบีทีเอสช่วงต่อตากสิน-วงเวียนใหญ่ มานานถึง 4 ปีในยุค อภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็จะได้นั่งรถไฟฟ้าสมใจเสียที 15 พฤษภาคมนี้ จะเปิดวิ่งอย่างเป็นทางการ และให้ประชาชน นั่งฟรี 3 เดือน ไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม

ด่วนจี๋จากแคลิฟอร์เนีย เอฟดีเอ ที่นั่นประกาศด่วน เตือนประชาชนให้ หยุดบริโภคอาหารที่มีส่วนผสม ของ ถั่วพิสตาชิโอ ทุกชนิดทันที หลังตรวจพบว่า มีแบคทีเรียที่ทำให้โรคอาหารเป็นพิษแบบเฉียบพลัน จนบริษัทผู้ผลิตต้องสั่งเก็บถั่วพิสตาชิโอที่ผลิตเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วกว่า 2 ล้านปอนด์

สังคมแฮปปี้ดีกว่า 09.30 น. วันนี้ ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท. อนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จะลงนามให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ โครงการศูนย์เอนเนอยี่คอมเพล็กซ์ ที่สำนักงานใหญ่ ปตท

ไต้ฝุ่น