WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, April 4, 2009

ไม้หนึ่ง

ที่มา thaifreenews

ไม้หนึ่ง
วิสา คัญทัพ


ส่งไม้ให้ไม้หนึ่ง
ก่อนไปถึงไม้ต่อไป
ลายลู่วิ่งสู่ชัย
ต้องชี้ชัดวิ่งผลัดชิง

ไม้หนึ่งต้องไตร่ตรอง
ความถูกต้องความสัจจริง
ก่อนตัดสินใจวิ่ง
กีฬานี้เพื่อสีใด

สวมเสื้อลงทีมสี
ย่อมต้องมีซึ่งจิตใจ
ลำบากยากอย่างไร
ต้องมองเห็นประเด็นดี

เพราะรู้คู่แข่งขัน
นั้นสำคัญทั้งมากมี
เชิงชั้นยุทธ์วิธี
กรำศึกนี้มาเนิ่นนาน

ส่งไม้ให้ไม้หนึ่ง
คนใจถึงกระทำการ
ต่อสู้กับหมู่มาร
มอบคนรอไม้ต่อไป

ไม้หนึ่งแล้วไม้สอง
ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด
ผลัดวิ่งเข้าชิงชัย
ไม้สามสี่ไม่มียอม.

Red Family ครอบครัวสีแดง

ที่มา thaifreenews

Red Family ครอบครัวสีแดง

วิสา คัญทัพ

มากมายขยายตัว

จนแดงทั่วทั้งปฐพี

คือ เรด เฟมมิลี่

ครอบครัวนี้เป็นสีแดง

ขอนแก่นแดนอีสาน

สามหมื่นผ่านมิเคลือบแคลง

อยุธยาไม่น่าแซง

เฉียดสามหมื่นก็ชื่นใจ

จันทบุรีเมืองเจ้าตาก

นักสู้มากน้อยเมื่อไร

หมื่นห้า เกินขึ้นไป

จากสายตาว่าตามตรง

สามเมืองร่วมเจ็ดหมื่น

ผู้คนตื่นขึ้นชูธง

ประชาธิปไตยคง

ลุกขึ้นสู้กับหมู่มาร

ยังอีกหลายจังหวัด

ก็ชี้ชัดโดยเชี่ยวชาญ

เกินแสนสร้างตำนาน

ชนบทพร้อมเข้าล้อมเมือง

ครอบครัวนี้สีแดง

อุทัยแสงทองประเทือง

ฟ้าผ่องอำไพเรือง

สว่างแจ้งแดงทั่วไทย.

...ในที่สุด เหล่าร้ายก็ให้การว่าพระเอกทักษิณไม่ผิด...

ที่มา thaifreenews

โดยปลายอ้อกอแขม

...ในที่สุด เหล่าร้ายให้การว่าพระเอกทักษิณไม่ผิด...โดยปลายอ้อกอแขม


เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ ศาตราจารย์ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรทั้งหมดนี้ ถ้าจะว่าไปแล้วก็เหมือนหนังไทยย้อนยุคสมัยสมบัติ เมทะนี,กรุง ศรีวิไล,สรพงษ์ ชาตรี หรือดาวร้ายอย่างเกชา เปลี่ยนวิถี ดาม ดัสกรที่สรุปสุดท้ายก็คือ ..เหล่าร้ายยอมรับว่าที่เป็นไปเป็นมาทั้งหมดนั้น เกิดขึ้นจากการกระทำของพวกตนเองทั้งสิ้น

เหล่าร้ายได้เริ่มเมายาดองและเหล้าขาว หลังจากถูกเปิดโปงจึงออกมาแก้ตัวแต่ดันกลายเป็นคำรับสารภาพไปว่าได้ก่อเรื่องขึ้น เพื่อใส่ร้ายพระเอกของแม้วของเรา ด้วยวิธีการกลั่นแกล้งต่างๆนานาสารพัด เพื่อให้คนเห็นว่าพ่อพระเอกตัวดีทักษิณนั้น มันเลว มันชั่ว มันโกง มันหน้าเหลี่ยม หน้าไม่แหลม ..เพราะความอิจฉาริษยา

แต่ถึงจะกลั่นแกล้งอย่างไร พระเอกก็คือพระเอก ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้แต่อาจพองนิดๆ คนดีคือคนดี คนทั่วไปรู้ว่าอะไรมันเกิดขึ้น ใครดีใครชั่ว จึงไม่เห็นด้วยกับเหล่าร้าย


ในหนังไทยนั้น แรกๆคนรอบข้างก็หลงเชื่อคำพูด การใส่ร้าย ยุยงของพวกเหล่าร้ายพลอยเกลียดพระเอกไปด้วย ..เพราะเหล่าร้ายใช้หลักฐานเท็จมาแสดงให้คนดูว่า นี่แหละ พระเอกมันทำ


แต่พออยู่ๆกันไป เมื่อพวกเหล่าร้ายเกิดแบ่งผลประโยชน์กันไม่ได้ หรือไม่ลงตัว เกิดการหักหลังกันขึ้น ก็ออกมาแฉโพยกันเองว่าไอ้นี่แหละวางแผนไปปล้นพระเอกคืนนั้น ผู้ร้ายบางคนเกิดความสงสารพระเอกจับใจ จึงกลับใจหันมาเป็นพวกพระเอก และออกปกป้องพระเอก ..เหมือนกับที่พลเอกพัลลภกำลังทำอยู่ขณะนี้

สาเหตุสำคัญที่คนไทยไม่เชื่อพวก คมช. ไม่เชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เชื่อพวกพันธมิตร หรือเหล่าร้ายอื่นๆที่พยายามใส่ร้ายคุณทักษิณก็เพราะคนไทยดูหนังประเภทนี้มายาวนาน พอขึ้นไตเติ้ลเห็นชื่อเรื่อง ชื่อผู้แสดง ..ก็รู้ทันทีว่าใครคือพระเอก ใครคือผู้ร้าย !


พอเห็นคนเหล่านี้อย่างเช่น เปรม สนธิ จำลอง สมเกียรติ กษิต ชวน และโดยเฉพาะผู้ร้ายขวัญใจมหาชนอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณด้วยแล้ว คนดูดีดนิ้วเปาะ ..อ้ายนี่ ตัวโกงแหงๆ

วันนี้ จึง “แดงทั้งแผ่นดิน”ไงครับ

คนพวกนี้โง่เอง ที่ทะลึ่ง “สร้างเรื่อง” เลียนแบบหนังไทย หากเลียนแบบหนังเกาหลี หรือญี่ปุ่น คนไทยก็อาจจะเชื่อเพราะไม่ค่อยได้ดูหนังเหล่านี้ ..จับทางไม่ถูก

แต่หนังไทยมันเดาง่าย !

บัดนี้ เหล่าร้ายทั้งหลายยอมรับแล้วใช่มั๊ยว่าได้คิดกำจัดทักษิณตั้งแต่สมัยยังเป็นนายกฯ จากปากคำของพลเอกพัลลภที่เปิดเผยให้สาธารณะได้รับรู้กันไปทั้งโลก มีทั้งพวกตุลาการ องคมนตรี นักวิชาการ และสุดท้ายจากการโกหกที่จับได้ของนายปีย์ มาลากุล ...ผู้หยั่งรู้อนาคตว่าจะเกิดคาร์บอมบ์กับทักษิณล่วงหน้าถึงเกือบ 4 เดือน ...สงสัยคงเป็นนอสตราดามุสกลับชาติมาเกิดเป็นไอ้หัวเถิกเสียเป็นแน่แท้!


คนดูหนังไทยอย่างผมรู้เลยว่าเหล่าร้ายเริ่มอับจนหนทางแล้ว โกหกไปน้ำขุ่นๆอย่างน่าสมเพช และใกล้จะถูกผู้ร้ายคนที่กลับใจไปอยู่ฝ่ายพระเอก ..ยิงตาย !


ข้อหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับคุณทักษิณ เป็นการใส่ร้าย ย้ำ ! เป็นการใส่ร้ายอย่างหน้าด้านๆของพวกเหล่าร้ายทั้งหลายที่รวมหัวกันเพื่อกลั่นแกล้งพระเอกของเรื่อง ..ใช่ไม่ใช่พี่น้อง !


ชัดเจนอย่างนี้ แล้วพวกเรายังจะปล่อยให้คนชั่วๆคอยกลั่นแกล้งคนดีอยู่ได้ลงคอหรือครับ !


โปรดช่วยกันเป็นคนดูหนังดูละครหรือดูลิเกที่อินกับบทที่พวกมารร้ายรุมกลั่นแกล้งพระเอกนางเอก แล้วแสดงอาการไม่ต้อนรับ ไม่ขายของให้ ถ่มน้ำลาย ด่าทอ ..หรือขว้างมันด้วยสากกะเบือ


ส่วนใครที่ยังอุตส่าห์เชื่อถือพวกเหล่าร้ายขณะที่เรื่องราวเปิดเผยกันถึงขนาดนี้แล้ว ..ก็ช่างมันเถอะ !

ถือว่าเป็นกรรมของสัตว์ โปรดไม่ขึ้น !!!

ยูเอ็นอาจจะเข้ามาตรวจสอบกรณี 300 พม่าโดนถล่มสังหารในเร็ว ๆ นี้

ที่มา thaifreenews

บทความ โดย Bugbunny

จากกระแสข่าวที่แพร่หลายไปทั่วว่า กองทัพบกไทยสมัยพลเอกสุรยุทธเป็น ผบ.ทบ.ได้กระทำการโดยไม่แจ้งรัฐบาลให้ทราบ แอบอ้างเป็นทหารไทยใหญ่ถล่มอาวุธหนักทั้งระเบิดและปืนใหญ่สังหารชาวพม่ากว่า 300 ศพ ในช่วงที่นายพลหม่องเอมาเยือนประเทศไทยในสมัยรัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร และข่าวนี้ ดร.ทักษิณ ได้กล่าวด้วยตนเองผ่านระบบวิดีโอลิงค์ว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้พลเอกสุรยุทธไม่พอใจตนจนร่วมเข้าวางแผนทำการยึดอำนาจในสมัย 19 กันยา 49 เพราะงานนี้ทำให้ต้องถูกย้ายไปเป็น ผบ.สส.นั้น ข่าวนี้ได้สร้างความสนใจให้กับคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จนเตรียมการที่จะส่งคณะกรรมการเข้ามาทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องเรื่องดังกล่าวในประเทศไทยและพม่าเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อาจถือได้ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศในข้อหากระทำสงครามล้างเผ่าพันธุ์ต่อประชาชนผู้บริสุทธิก็ได้ กรรมการชุดนี้น่าจะเข้ามาทำการสอบสวนกรณีดังกล่าวในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไปทั้งในทางลับและทางเปิดเผย

แหล่งข่าวระดับสูงให้ข้อมูลว่า สาเหตุของการกระทำครั้งนั้นเป็นเพียงเพื่อแสดงการเอาอกเอาใจบุคคลผู้หนึ่งที่เปรยออกมาว่า พม่าเป็นศัตรูของชาติไทยมาแต่ยุคโบราณในประวัติศาสตร์ ถึงวันนี้คนพม่ากลุ่มนั้นยังบังอาจมีส่วนในการนำยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายแพร่หลายในเมืองไทย นับเป็นการรุกรานไทยในยุคใหม่ ที่สมควรได้รับการลงโทษอย่างสาสม ผู้สั่งการให้ดำเนินการดังกล่าวจึงรีบทำการถล่มเพื่อเป็นการแสดงการตอบสนองปรารถนาปรารภนั้นทันที โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้าน และหลักการสิทธิมนุษยชนของโลกเลยแม้แต่น้อย


หากมีคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้จริง ก็น่าจะเป็นข่าวที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างรุนแรงอีกครั้งหลังกรณีโรฮิงยา และพลเอกสุรยุทธในฐานะ ผบ.ทบ.ในยุคนั้น คงต้องมีส่วนรับผิดชอบในระดับนานาชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งตนเองก็กำลังลำบากอย่างหนักอยู่แล้วในเรื่องภาพลักษณ์ หลังจากถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมวางแผนก่อการยึดอำนาจ 19 กันยา และการลอบสังหารอดีตนายกทักษิณ ถือได้ว่าเป็นอาการผีซ้ำด้ามพลอย แต่ที่หนักเป็นพิเศษกว่าปกติก็คือ ผีที่ซ้ำคราวนี้เป็นผีฝรั่งเสียด้วย เครื่องรางของขลังที่ห้อยคุ้มตัวเองอยู่นั้น คงไม่น่าจะคุ้มกันจากผีฝรั่งที่ทรงพลังอินเตอร์ได้แต่ประการใด

ความพยายามทำรัฐประหารมีแน่ แต่นรกรออยู่สำหรับผู้ทำ

ที่มา thaifreenews

บทความ โดย Bugbunny

ความน่าจะเป็นของการพยายามทำรัฐประหารนั้นยังมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ เพราะเคยมีข้อมูลที่ซึมออกมาจากการประชุมของกลุ่มทหารลูกป๋าและทหารเสือราชินีระดับขวาจัดสุดขั้วที่เสนอความเห็นกันไว้หลายคนว่า หากยึดอำนาจและปิดประเทศเด็ดขาดสักสองสามปี กวาดล้างกลุ่มเสื้อแดงแบบขุดรากถอนโคนแล้วจึงเปิดประเทศใหม่ จะแก้ปัญหาการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนในประเทศชาติได้อย่างชะงัด กลุ่มทหารขวาจัดเหล่านี้ยกตัวอย่างการใช้กำลังกวาดล้างการลุกขึ้นสู้ในประเทศพม่าสิบกว่าปีก่อนและกรณีเทียนอันเหมิน ที่แม้จะมีการประท้วงต่อต้านอย่างหนักของนานาชาติ แต่ก็น่าจะแก้ปัญหาได้ในเวลาต่อมา และสภาพจะกลับคืนมาตามเดิม

แต่ต้องรับทราบกันไว้ทั่วไปด้วยว่า ความคิดนี้มีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยในนั้นมากมายเช่นกัน เพราะที่ตั้งตามภูมิศาสตร์ รวมทั้งการที่สภาพสังคมของประเทศมีลักษณะเสรีนิยมกว่าพม่าและจีนที่การใช้อำนาจเด็ดขาดของทหารและพรรคมีประวัติอันยาวนาน ประชาชนไทยคุ้นชินกับการมีชีวิตในสังคมเปิดมาหลายสิบปี แม้จะอ้างช่วงรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ว่าสามารถคุมสถานการภาคประชาชนได้ชะงัด แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นต้นเหตุที่ก่อปัญหาสำคัญยิ่งจนยืดเยื้อยาวนานมานับสิบปี นั่นคือสงครามกลางเมืองกับ พคท.ที่สูญเสียชีวิตเลือดเนื้อของทั้งสองฝ่ายไปมากมาย และการปกครองเผด็จการแบบนั้นไม่ใช่แนวทางที่ทางสากลจะยอมรับได้ รวมทั้งวันนี้การเติบโตทางประชาธิปไตยในประเทศไทยก็ไปไกลเกินจะกู่กลับอีกแล้ว

ฝ่ายอำนาจนิยมยังคงพยายามเคลื่อนไหวตามแนวความคิดของตนเองตลอดเวลา มีการแอบพยายามกระตุ้นให้ทหารหน่วยต่าง ๆ ทำการรัฐประหารเพื่อพิทักษ์สถาบันกันอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้รับข่าวลือเกิดขึ้นเสมอในช่วงการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงระยะนี้ว่า จะมีการทำรัฐประหารของบกลุ่มทหารลูกป๋าและทหารเสือราชินีบ้างกลุ่มอื่นบ้าง ฯลฯ มีข่าวการเคลื่อนกำลังที่โน่นที่นี่ มีการเตรียมเสื้อผ้าของทหารหน่วยสำคัญเพื่อเข้ามานอนค้างอ้างแรมใน กทม. มีการเคลื่อนรถถัง ฯลฯ กันอยู่แทบทุกคืน ข่าวแบบนี้เป็นเรื่องชวนรำคาญ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะประมาทเกินไป จึงขอเสนอความเห็นไปยังทหารลูกป๋าและทหารเสือราชินีดังต่อไปนี้

๑. รู้กันดีอยู่ทั่วไปว่า การยึดอำนาจรัฐด้วยกำลังนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่หลังจากยึดแล้วพวกท่านต้องพิจารณาว่าจะต้องเจออะไรบ้างให้แจ่มชัด

๒. ท่านมั่นใจแล้วหรือว่าทหารระดับล่างจะเป็นพวกท่านกันทุกคน เราไม่ได้พูดถึงแม่ทัพภาคทั้งหลาย แต่หมายถึงบรรดาผู้กองผู้พันที่บอกได้ว่าจำนวนมากมายนั้นครอบครัวและตัวเองเข้าเป็นแนวร่วมอย่างเปิดเผยกับฝ่ายตรงข้ามของท่านกันเรียบร้อยไปแล้ว

๓. ท่านมั่นใจหรือว่าการใช้พลังอาวุธหนักอย่างเครื่องบิน ปืนใหญ่ รถถัง ฯลฯ นั้นจะสามารถควบคุมสถานการณ์สงครามกลางเมืองที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศได้ ท่านต้องเข้าใจจรยุทธว่า การก่อวินาศกรรมและสงครามนกกระจอกเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะมีทั้งแบบจัดตั้งมาและไม่จัดตั้ง ท่่านรับไหวหรือ

๔. ท่านอาจไม่เชื่อว่าประชาชนมีจิตใจสู้รบและการฝึกฝนเท่าพวกท่าน แต่ท่านวางใจได้หรือไม่ว่า ประชาชนทั่วไปจะเป็นน้ำสะอาดที่ปลาอย่างพวกท่านจะสามารถแหวกว่ายมีชีวิตอยู่ได้หลังจากเข้าควบคุมประเทศ

๕. กองกำลังติดอาวุธของหน่วยงานอื่นและแม้แต่ทหารด้วยกันนั้นมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ คำสั่งของท่านกับความคุ้นเคยของคนในพื้นที่เดียวกัน อย่างไหนจะได้รับการร่วมมือมากกว่า โดยเฉพาะในวันนี้ที่มีการจัดตั้งทางความคิดประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องไปทั่วประเทศแล้ว ไม่เหมือนก่อน 19 กันยา 49

๖. ท่านเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของกองกำลังที่สนับสนุนท่านได้แน่หรือ และมั่นใจหรือว่าเมื่อเกิดการปะทะกันขึ้น ท่านจะควบคุมสถานการณ์ได้

บอกกันแค่นี้ แต่ยังมีอีกเยอะที่จะเกิดขึ้นหากพวกท่านทำรัฐประหาร ภาคประชาชนนั้นน่าจะมีการเตรียมต่อสู้ไว้หลากหลายรูปแบบ โปรดเตรียมรับไว้ให้ดีก็แล้วกัน เชิญทำรัฐประหารได้เลย เรารอกันอยู่ จะได้จบเรื่องจบราวกันเสียที รำคาญ

สถานการณ์สงครามยกขึ้นสู่อีกระดับหนึ่งแล้ว ดาบจ่อคอหอยหัวหน้าอำมาตย์แล้ว

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย



หลังจากที่ ท่านนายกฯทักษิณ ออกมาเปิดโปงขบวนการเบื้องหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งลากเอาทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนน์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลลานนท์ และนายปีย์ มาลากุล เข้ามาฉายภาพให้เห็นเบื้องหลังการทำรัฐประหารเพื่อโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ สงครามการเมืองก็ยกขึ้นสู่อีกระดับหนึ่งทันที ยกขึ้นพ้นจาก กลุ่ม พธม. หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ทันที การทำศึกมุ่งไปที่ คู่สงครามที่แท้จริง มุ่งตรงไปที่หัวขบวนของอำมาตยาธิปไตยทันที

เมื่อเป็นอย่างนี้ กลุ่มเสื้อแดงก็คึกคักขึ้นมาทันที เพราะคนเสื้อแดงนั้นรู้กันนานแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทางการเมืองครั้งนี้ แต่นายกฯทักษิณ ก็ไม่เปิดหน้าสู้เสียที ทำให้คนเสื้อแดงทั้งหลายต่อยวนไปวนมาอยู่ เมื่อนายกฯทักษิณ ดับเครื่องชนเช่นนี้ การต่อสู้ทางการเมืองย่อมเข็มข้นขึ้น มีค่าเท่ากับ การท้ายทาย “พระมหาอุปราช” ให้ใสช้างออกมาทำศึกกันตัวต่อต้วแล้ว และพระมหาอุปราช ก็ใสช้างออกมาเสียด้วย เป็นอันว่า สามารถดึงตัวใหญ่ออกมารบได้ ทำให้สงครามมีความเข็มข้นขึ้นอย่างเต็มที่ ไม่ต้องวนไปวนมา อ้อมค้อมกันอีกแล้ว

หลังจากที่ทั้ง เปรมและสุรยุทธ์ ออกมาปฎิเสธเป็นพัลวัน ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร การพูดต่างๆ เหมือนกับการดูถูกดูแคลนคนไทยทั้งประเทศ ว่า “โง่เหง้าเต่าตุน” จะหลอกอย่างไรก็ได้ ซึ่งที่จริงก็ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่คนสองคนนั่นพูด เพราะคนรู้กันนานแล้วว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่ครั้งนี้ “เจ้าทุกข์” โดยตรงคือนายกฯ ทักษิณ ออกมาชี้ตัวผู้ร้ายเอง การออกมาปฎิเสธ จึงไม่มีน้ำหนักทางการเมืองแต่อย่างใด

ตอนนี้ในทางการเมืองถือว่าทั้งเปรมและสุรยุทธ์ กลายเป็นคู่สงครามหรือคู่ขัดแย้งเต็มที่ ตำแหน่งองคมนตรี ที่ต้องวางตัวเป็นกลาง ถูกทำให้เห็นภาพทันทีว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง แต่เป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งกับฝ่ายเสื้อแดงเลยทีเดียว สภาพทางการเมืองของทั้งเปรม และสุรยุทธ์ จึงกลายเป็นซากศพทางการเมืองทันที อยู่ต่อไปก็กลายเป็น “ต้นทุน” ที่ผู้โอบอุ้มทั้งหลายต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอย่างเต็มที่ และผมเชื่อว่าไม่มีทางแบกไหวแน่นอน

ตอนนี้ม็อบเสื้อแดงก็จุดติดอย่างเต็มที่ เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมก็ถือโอกาสเข้าไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบ หลังจากที่ติดธุระเสียนาน และไม่ได้มีโอกาสไปร่วมกับคนเสื้อแดงเสียที แม้วันนั้น จะมีคนบอกผมว่าคนไม่มากเท่ากับวันก่อนหน้านี้ เพราะเป็นวันทำงาน แต่ผมก็เห็นว่าคนเข้าร่วมชุมนุม มีจำนวนมาก เพราะถนนรอบทำเนียบทั้ง 4 ด้าน กลายเป็นที่ชุมนุมไปเสียหมด มีการตั้งจอโปรเจคเตอร์ไปรอบๆ ทำให้การปราศรัยสามารถได้ยินไปทุกที รอบๆ ทำเนียบไม่ว่าด้านใด ทั้งภาพและเสียงชัดเจน ผู้ไปร่วมชุมนุม ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่หน้าเวที ซึ่งแน่นมากแต่อย่างใด สามารถฟังคำปราศรัยได้รอบๆ และก็มีคนจำนวนมากอยู่รอบๆ นั้น ผมประมาณการณได้ว่ามีจำนวนหลายหมื่นคน เพราะพื้นที่ถนนรอบทำเนียบรัฐบาล คำนวณด้วยโปรแกรมกรูเกิลเอิร์ธแล้ว มีพื้นที่กว่า 25 ไร่ หรือ 40,000 ตร.ม. ซึ่งคำนวณตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็น่าจะได้คนจำนวนเกิน 2-3 หมื่นคน นี่ขนาดวันนั้นมีฝนตกอย่างหนัก และไม่ใช่วันแรก จำนวนคนก็ไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด

มีคนใช้ เครื่องวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ (ซึ่งหาซื้อไม่ยากในต่างประเทศ เพราะถือเป็นเครื่องมือช่างอันหนึ่ง) วันระยะคำนวณพื้นที่ จุดที่คนหนาแน่น และแบ่งการประมาณการออกเป็นโซนๆ ไป เขาคำนวณได้ไม่ต่ำกว่า 7-8 หมื่นคนรอบๆ ทำเนียบ ซึ่งความแม่นยำ เกิน 85% ขึ้นไป ซึ่งผมก็เชื่อว่าการคำนวณที่ใช้เครื่องวัดระยะ และคำนวนพื้นที่ ย่อมละเอียดกว่าที่ผมใช้กรูเกิ้ลเอิร์ธ เพราะผมใช้ความหนาแน่นเฉลี่ยๆ เอา

แต่ตัวเลขจะเท่าใดก็ตาม แต่บอกได้ว่าจำนวนคนเสื้อแดงที่ไปร่วมชุมนุมเป็นคนจำนวนมาก และส่วนใหญ่ก็เป็นคนกรุงเทพฯ เป็นม็อบแบบเข้าเวรคือ กลางวันก็ไปทำงาน กลางคืนก็ไปร่วมชุมนุมที่หน้าทำเนียบ เป็นม็อบ Walk in เสียส่วนใหญ่ แบบผลัดเวรกัน จึงสามารถอยู่ได้นานและต้นทุนไม่มีอะไรมากนัก

สถานการณ์ตอนนี้ ผมฟันธงได้เลยว่าการใช้กำลังเข้าสลายคนเสื้อแดงหน้าทำเนียบ เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือทำไม่ได้ หากฝ่ายอำมาตย์ ยังคิดจะใช้กำลัง คาดว่าสถานการณ์จะบานปลาย และเกิดเป็นสงครามกลางเมือง ที่มีแต่ความร้าวลึกอย่างแน่นอน ม็อบไม่ได้อยู่แค่หน้าทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมีจำนวนมากที่เป็นเสื้อแดง แต่ยังไม่ได้มา และกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ การใช้กำลังขับไล่ออกไปจาก ถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล จึงไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด เพราะตราบใดที่ยัง "สลายเงื่อนไขในใจคนไม่ได้" ม็อบก็ไม่มีวันลดน้อยลงไปแต่อย่างใด การสร้างเงื่อนไขเพิ่ม มีแต่จะทำให้ม็อบเพิ่มมากขึ้น

วันนี้ การทำรัฐประหาร ก็ไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว เพราะกระแสต่อต้านได้ยกระดับขึ้นอย่างรุนแรงแล้ว การเอารถถังออกมา ก็จะเจอกับคลื่นมหาชนเสื้อแดงทันที และกลายเป็นรัฐประหารเลือด แม้จะยึดอำนาจได้ แต่ก็ไม่สามารถปกครองได้ สถานการณ์จะยกระดับขึ้นไปสู่ การต่อต้านรัฐประหารของคนทั้งประเทศ ทุกวิธี สุดท้ายกำลังทหารก็ไร้ประโยชน์






ผมคาดว่ายุทธศาสตร์ต่อไปของคนเสื้อแดงคือ การมุ่งไปที่การขับไล่ พล.อ.เปรม และ พล.อ.สุรยุทธ์ออกจากตำแหน่งองคมนตรี ภายใต้แนวคิดที่ว่าสถาบันนั้นเป็นกลางทางการเมือง เมื่อสองคนนี้ มีหลักฐานอย่างชัดเจนแล้วว่า เข้ายุ่งเกี่ยวทางการเมือง ย่อมกลายเป็นที่มัวหมองของสถาบัน การปฎิเสธ ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะคนค่อนประเทศเชื่ออย่างนั้นแล้ว และคนเสื้อแดงก็ไม่หยุดแน่นอน และหากยังอุ้มสองคนนี้อยู่ หรือสองคนนี้ไม่ยอมเสียสละออกไป จะทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มระดับขึ้น เป้าหมายยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน การใช้กำลังมีแต่จะสร้าง “หลักฐานว่าเกี่ยวข้องทางการเมืองมากขึ้น “กลายเป็นคู่กรณีมากขึ้น



วันนี้ ความขัดแย้งจะยุติได้ มีเพียงแต่ต้อง “ตกลงกติกาที่เป็นธรรม” เช่น เอา รธน. ปี 2540 กลับคืนมา ยุบเลิกองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร และผู้มีบารมีทั้งหลายต้องถอนตัวออกไป และไม่มีการแทรกแซงทั้งในที่ลับและทีแจ้ง



แต่ผมเชื่อว่าพวกเขาทำไม่ได้ สุดท้ายก็จะเหมือนกับประเทศอื่นๆ ทั้งหลาย คือ เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ และอำมาตยาธิปไตย โดนทำลายล้างไปด้วยอำนาจของประชาชน



เมื่อประชาชนตื่นขึ้นแล้ว อำนาจของอำมาตยาธิปไตย ย่อมสิ้นสุดลง คงไม่มีประชาชนประเทศใด ยอมให้คนส่วนน้อยเข้ามาบงการชีวิตและความเป็นอยู่พวกเขาได้ คงไม่มีไพร่ที่ปลดแอกทางความคิดของตนเองแล้ว ยอมให้ “ขุนนาง” มีอิทธิพลและบารมีทางการเมืองอยู่ต่อไปแน่



สงครามครั้งนี้ยกระดับขึ้นแล้ว และวันที่ 8 เมษายน 2552 ก็ถือเป็นวัน D_Day ของฝ่ายประชาชนแล้ว เปิดศึกกันเต็มที่ ประเทศไทยไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไร ประชาชนก็ไม่มีทางแพ้



มีแต่ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตเท่านั้น สิ่งที่เก่าแก่ของบ้านเมืองจึงจะดำรงอยู่ได้ ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าโหดร้ายต่อบรรพบุรุษที่ได้สร้างเอาไว้ให้





ปล. 1 บรรทัดสุดท้ายของผมจะมีคนเข้าใจไหมหนอ ! ผมหวังดีอย่างจริงใจนะครับ มันเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะปราบปรามคนเสื้อแดงได้ เพราะมันจะยิ่งขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว


ปล. 2 บอกตรงๆ ว่าขณะนี้ผมไม่ไว้ใจทหาร และผมไม่ได้คิดว่า กองทัพไทยเป็นกองทัพของชาติ และประชาชน แต่เป็นกองทัพส่วนตัวของอำมาตยาธิปไตยมากกว่า เป็นกองทัพที่สร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมประชาชน แต่ภารกิจป้องกันชาติ ไม่เคยทำได้สำเร็จ เช่นการรักษาความไม่สงบที่ภาคใต้ก็ทำไม่ได้ผล เสียงบประมาณเลี้ยงทหารพวกนี้เอาไว้ไล่ยิงประชาชนเปล่า ๆ

เก่งนักกับการไล่ยิงประชาชนที่ไม่มีอาวุธ มีกองทัพอย่างนี้ สู้ไม่มีเสียดีกว่า

เก็บตกเรื่องขำขัน: ภาพร่างแนวคิดคอนเซ็ปต์โลโก้ช่อง 11 ใหม่

ที่มา Thai E-News



ที่มา คุณ rungsira ประชาไท

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มุกเพิ่มเติม




------------------------------

มุกจากคุณ juninho

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


มุกจากคุณ "น่ารัก ก็ไม่บอก"


หมายเหตุ: สำหรับเหตุผลของการเปลี่ยนโลโก้ที่แท้จริงนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คุณ Bugbunny จากเว็บบอร์ดประชาไท ได้ให้แง่คิดว่า การกระทำดังกล่าวจะต้องใช้เงินจำนวนมาก "เปลี่ยนโลโก้ทีนึงน่ะใช้เงินหลายร้อยล้านนะครับ ไอ้วงษ์หนองในมันถึงรีบหาเรื่องเปลี่ยน ก็หิวอ้ะ"
"เปลี่ยนโลโก้ทีหนึ่งน่ะมันเอฟเฟคชิ้นงานAdvertising Materials, Stationary, Sign Board, Bill Board, Truck Decoration, Uniform, Office Decoration, Dealer Decoration ฯลฯ เยอะแยะไปหมดว่ะ ได้ใช้งบบานเบอะเป็นร้อยล้าน เสร็จแล้วก็ต้องทำ Promotion Campaign, Inauguration Ceremony, Dealer Convention ฯลฯ อีกหลายร้อยล้าน เงินทั้งนั้น รู้หรือเปล่าวะ"

(อ่านเิ่พิ่ม)

'ThairedUK' จับมือ 'ใจ' เคลื่อนไหว 5 เม.ษ. นี้

ที่มา Thai E-News

กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร
อีเมล์: doublezero1@hotmail.co.uk

กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร ในนาม ThairedUK ร่วมกับ ร.ศ. ใจ อึ๊งภากรณ์.

ขอเรียนเชิญพี่น้อง“เสื้อแดงรักประชาธิปไตย” นักศึกษา และประชาชนไทยที่รักประชาธิปไตย ในสหราชอาณาจักรที่ไม่เห็นด้วยกับการย่ำยี ทำลายล้างประเทศชาติ และระบอบประชาธิปไตย จากการกระทำของระบอบอามาตยาธิปไตย กลุ่มก่อการร้ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทหารเผด็จการและพรรคการเมืองที่รับใช้ระบอบเผด็จการซ่อนรูปทุกท่าน

เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันและร่วมประชุมครั้งที่สองของ ThairedUK ในหัวข้อ:

"จะปฏิรูปการเมืองอย่างไร ถึงจะมีประชาธิปไตย"

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2009 เวลา 12.30 น. ที่ Birmingham
ณ ร้านอาหารไทย Sukhothai

334 Stratford Road, Shirley, Solihull,
West Midlands, B90 3DN, Tel: 01 21744 1111

กรุณายืนยันการเข้าร่วมประชุมโดยการตอบรับทางอีเมล์: doublezero1@hotmail.co.uk
การร่วมประชุมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ขอแสดงความนับถือ

วัฒนา เอ็บเบจซ์ ประธานกลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร
ร.ศ. ใจ อึ๊งภากรณ์


หมายเหตุ: การชุมนุมดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางเว็บไซต์ Thai Red UK เวลาที่ไทย 19.00 น. อีกด้วย

รายงานการชุมนุมคนเสื้อแดงจากพัทลุง

ที่มา Thai E-News

โดย คุณผมเป็นพ่อคนแล้วนะ
ที่มา พันทิป
3 เมษายน 2552

พัทลุง หนาวมาก

อย่างที่ทราบๆกัน วันนี้ที่จ.พัทลุง มีการตั้งเวทีของเสื้อแดงขึ้น นำโดยท่านอดีตผู้ว่า สมพงศ์ และอีกหลายๆท่าน แต่วันนี้ตั้งแต่เช้าอากาศไม่ดีเลย ฝนตกหนักมากๆ จนเที่ยงแล้วยังไม่หยุด ใจผมก็คิดว่าแย่แน่ๆ อากาศดีๆยังไม่รู้จะมีคนไปรึเปล่าเลย เพราะอย่างที่รู้ๆ ที่นี่ถิ่นปชป.และเสื้อเหลือง ใครที่เสื้อแดงก็จะไม่ค่อยได้แสดงออกนัก แฟนผมยังบอกว่า น่าสงสารจังสงสัยไม่มีคนแน่เลย

ช่วงประมาณบ่าย2โมง ไปทำธุระในเมือง ก็เลยผ่านไปดู ปรากฏว่าคนยังไม่มี ฝนก็ยังตกปรอยๆอยู่เลย พอดีผ่านรถแห่โฆษณา แจ้งว่างานเริ่ม 3โมง ส่วนตัววันนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ไปรึเปล่า เพราะตอนเย็นต้องพาแม่ไปซื้อของเตรียมงานเช็งเม้ง พอประมาณ4โมงเศษ ก็ออกจากบ้านพาแม่ไปซื้อของที่ตลาด พอเสร็จก็ต้องไปซื้อของที่ห้างต่อ แต่แม่บอก ไหนลองวนไปดูซักหน่อยซิ ว่าเริ่มกันรึยัง มีคนมาไหม ก็เลยสนองแม่ซะหน่อย ไปกันเลย ตอนนี้ฝนหยุดแล้วครับ อากาศดีมาก

พอใกล้ๆจะถึงที่จัด ใจเริ่มชื้นหน่อย รถเริ่มติด ที่จอดรถเริ่มไม่มี เลยเลี้ยวรถไปโฉบใกล้ๆ รถติดมากเพราะถนนแคบมาก ที่จอดรถก็ไม่มี แม่เลยโวยเลย เอารถจอดแอบๆก่อน เดี๋ยวแม่ลงก่อน จะกลับแล้วจะโทรไปบอก อ้าวงั้นเลยแม่ตู ไม่ซื้อของแล้วเหรอครับแม่ลงเสร็จ เรามีหรือจะยอม อย่างน้อยเก็บภาพมาฝากพี่น้อง ราชดำเนินซักหน่อย แม้จะถ่ายไม่ค่อยเป็นก็เถอะ(กำลังหัด) วนรถ 2-3 รอบ กว่าจะหาที่จอดรถได้

พอมาถึง ก็สังเกตดูรอบๆ คนเยอะทีเดียวครับ เยอะของผมคงไม่ถึงกับเป็นพัน แต่ ณ ที่นี่ จังหวัดที่เป็นถิ่นของ ปชป. มาขนาดนี้ ผมคาดไม่ถึงครับ มีรูปมาฝากไม่กี่รูปนะครับ เพราะได้อยู่ไม่นานครับ ถ้าไม่รีบกลับ แม่ติดลมแน่ๆ ของเขิงคงไม่ได้ซื้อ ภาพอาจดูงงงง เพราะไม่เคยถ่ายงานลักษณะนี้มาก่อน เลยมั่วๆเอาครับ

คนรอบๆที่จัดงาน




นี่เป็นอดีตตำรวจครับ มาบ่นเรื่องตำรวจโดนนายชวนหลอกตอนเป็นนายกฯ


คนประชาไทลือ ผู้นำจีนจับมืออภิสิทธิ์อย่างเสียไม่ได้

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 เมษายน 2552

ข่าวลือจากเว็บบอร์ดประชาไท โดยคุณ อบอริจิ้น ซึ่งอ้างว่าได้รับเรื่องมาจากการคุยปรับทุกข์กันของข้าราชการชั้นผู้น้อยกระทรวงการต่างประเทศที่ประเทศอังกฤษ แจ้งว่าแท้จริงแล้วภาพถ่ายที่นายอภิสิทธิ์ได้จับมือผู้นำจีนนั้น เกิดขึ้นอย่างเสียไม่ได้ แถมเมื่อจับเสร็จ ผู้นำจีนก็รีบเบือนหน้าหนีอีกด้วย

คุยปรับทุกข์กันระหว่างทำงานของข้าราชการชั้นผู้น้อยกระทรวง ตปท.ที่อังกฤษเล่ากันว่า..

ในงานประชุมแบบอยากไปเองแถมไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลยในการประชุมที่อังกฤษ ระหว่างหลังเลิกถ่ายภาพหมู่นายกมาร์คเจอหน้าผู้นำจีนเลยยิ้มให้ขอจับมือ ผู้นำจีนยื่นมือให้จับอย่างเสียมิได้แล้วเบือนหน้าเดินหนีอย่างหน้าตาเฉย! ทำเอาท่านนายกมาร์คหน้าเสีย
(ดูได้ในเทปรวมการเฉพาะกิจที่ออกข่าว)

ประชุมอาเซียนที่หัวหินก็คราหนึ่งแล้ว เพื่อนอาเซียนบ่นอุบมาตามมารยาท ครานี้งานระดับโลกผู้นำอื่นๆไม่แยแส คงรู้ว่าแค่นายกฝึกงานไม่ใช่คนมีอำนาจตัวจริง ไร้ประกายอำนาจไม่ใช่นายกของประชาชนตัวจริง

งานนี้ทำเอาคนไทยในอังกฤษและข้าราชการตปท.รู้สึกคิดถึงสมัยนายกของประชาชนครบ 4 ปี คนแรกของประเทศ นายกฯทักษิณ ชินวัตร อิมเมจประเทศไทยไปใหนในเวทีโลก อย่างมีเพาเวอร์เพลย์ ผู้นำยักษ์ใหญ่ในโลกเกรงใจอยู่หลายส่วน

ผู้มีอำนาจตัวจริงในประเทศครับ เลิกแทรกแซงการเมืองการปกครองได้แล้วครับ ให้มีประชาธิปไตยจริงๆซะทีเถอะ นับวันประชาชนเขาเรียกร้องหาจนแดงทั้งแผ่นดินแล้ว