WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, April 5, 2009

ต้องเร่งสร้าง ความเชื่อมั่น ให้เกิดขึ้นกับ กระบวนการยุติธรรม

ที่มา ไทยรัฐ

เฝ้าดูละครโรงใหญ่ในประเทศไทยมานาน บัดนี้ คงใกล้ถึงเวลาได้ชมฉากที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้ไม่มีใครรู้ว่า จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่ก็ขอมองโลกในแง่ดีไว้ก่อนว่า การพลิกโฉมหน้าของประเทศครั้งนี้ ต้องเป็นไปในทางที่ดีขึ้น และไม่ควรมีการสูญเสียเลือดเนื้อเกิดขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใด ฝ่ายที่ชอบอ้างสถาบันสูงสุด หากไม่ใช่ พวกปากว่าตาขยิบ หรือ ลิงหลอกเจ้า ก็ควรถอยกันคนละก้าว เพื่อรอ ผู้มีบุญบารมี มาเป็นคนกลางหย่าศึกสายเลือดครั้งนี้ เพราะถ้าไม่ยอมถอยกันคนละก้าว เอาแต่ ตั้งหน้าตั้งตา ขย่มเรือคนละข้าง สักวัน ประเทศไทยคงต้อง ล่มจม แน่นอน

แม้ เห่าไฟ จะเข้าใจดี ลูกธนูที่ปล่อยออกจากคันศร ยากจะหยุดยั้ง ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง ต่างก็เปรียบเสมือนลูกธนูที่ถูกง้างแล้วยิงออกไปสุดแรงเกิด ยังไงก็ต้องพุ่งไปปัก ใจกลางเป้าหมาย เห็นได้จากเหยื่อรายแรกก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ต่อมาก็เป็น สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รวมถึงนักการเมืองในพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน ส่วนเหยื่อรายต่อไป ก็อาจจะเป็น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กระทั่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์และแกนนำพันธมิตรฯ ก็ไม่มีทางหนีพ้น

แต่ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่าง จะสายเกินไป ยังพอมีหนทางแก้ไขไม่ให้บ้านเมืองต้องสูญเสียบุคลากรทางการบริหารปกครองมากไปกว่านี้ โดยเฉพาะสถานการณ์ขัดแย้งของคน 2 ฝ่าย อาจพัฒนาไปสู่ขั้นปะทะกันจน เลือดนองแผ่นดิน นั่นก็หมายความว่า พี่น้องประชาชนคนไทยจะต้อง สูญเสีย ญาติอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แล้วก็ถูกหลอกให้หลงเชื่อว่า ตายเพื่อชาติ พิการเพื่อชาติ

เห่าไฟ มองไม่ออกว่า จะเพื่อชาติตรงไหน เพราะอีกฝ่ายก็มีประชาชนออกมาชุมนุมเป็นเรือนแสนเรือนล้านเหมือนกัน ฝ่ายหนึ่งด่าว่า โกงชาติ อีกฝ่ายก็สวนกลับว่า อำมาตย์ปล้นประชาธิปไตย แถมต่างฝ่ายต่างก็มี เหตุผล มาสนับสนุนอย่างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ก็เลยฟันธงไม่ได้ว่า ใครผิดใครถูก ทุกฝ่ายได้แต่เชื่อมั่นข้อมูลหลักฐานเฉพาะที่มาจากฝ่ายของตัวเท่านั้น มิหนำซ้ำ ยังไม่ยอมรับ ผลเลือกตั้ง เพื่อชี้ขาดยุติปัญหา เสนอให้ทำ ประชามติ ก็ไม่เอา สุดท้าย เมืองไทยก็เลยต้องใช้ ประชาธิปไตยแบบทารก ปกครองประเทศจนทำให้เกิด ความสับสนวุ่นวาย ไม่รู้จบกันต่อไป

สำหรับวิธีแก้ไขนั้น คงต้องถามหา ความเสียสละ จากผู้หลักผู้ใหญ่บางคน รวมถึง การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ โดยให้ทุกฝ่ายมาตกลงกันว่า จะยึดมั่นใน กรอบกฎหมาย เป็นหลัก ต่อสู้กันตามกติกา ไม่ว่าใครหน้าไหน ถ้าแน่จริงก็ตั้งพรรคการเมืองแล้วไปพิสูจน์ตัวเองต่อประชาชน ผลเลือกตั้งออกมาอย่างไร ก็เคารพตามนั้น บ้านเมืองจะได้สงบสุขร่มเย็นเสียที

นอกจากนี้ ยังต้องเร่งสร้าง ความเชื่อมั่น ให้เกิดขึ้นกับ กระบวนการยุติธรรม ในบ้านเมืองโดยเร็ว เมื่อเสื้อแดงนำ เบื้องหน้าเบื้องหลัง ที่ไม่ชอบมาพากลออกมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้หมดแล้วว่า กระบวนการยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณนั้น เกิดจากฝ่ายใดร่วมมือกันบ้าง ก็ต้อง คืนความเป็นธรรม ให้กับกลุ่มคนที่ได้รับการปฏิบัติโดยไม่เท่าเทียมกัน และต้องสร้าง กลไกใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า จะไม่มีการปฏิบัติ สองมาตรฐาน เกิดขึ้นในบ้านเมืองอีก

ในส่วนของการออก กฎหมายนิรโทษกรรม นั้น ก็ต้องยึด ความเป็นธรรม เช่นกัน หากจะนิรโทษกรรม ก็ต้องทำให้ทั้งสองฝ่าย ถ้าไม่ทำ ก็ต้องไม่ทำให้ทั้งสองฝ่ายเช่นกัน ที่ผ่านมากระบวนการให้ความเป็นธรรมของบ้านเมืองวิกฤติหนัก เลวร้ายถึงขั้นกล้าเขียนนิรโทษกรรมให้กับ ผู้กระทำการปฏิวัติ ทำลายประชาธิปไตย ใส่เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ในขณะที่ประชาชนคนอื่น กลับต้องได้รับ โทษสูงสุด ตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น มิหนำซ้ำ ประชาชนบางคนยังโดน ลงโทษย้อนหลัง เป็นการเฉพาะเจาะจงอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ เห่าไฟ ถึงอยากเสนอว่า ให้เริ่มต้นกันใหม่ ดีกว่า เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองได้ถูกกระทำจน เลยเถิดเลอะเทอะ ไปกันใหญ่แล้ว ไม่มีวันจะมานั่งสะสางปัญหาทีละปมได้อีกต่อไป หนทางเดียว ต้องลืมเรื่องในอดีตให้หมดแล้ว เริ่มต้นใหม่ ยังไงก็ต้อง ทำใจให้ได้ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยเอาไว้ไม่ให้ตกอยู่ใน อันตรายครั้งใหญ่

เห่าไฟ อยากให้พ่อแม่พี่น้องคนไทยคิดดูเอาเอง หากยังแบ่งฝ่ายขัดแย้งกันรุนแรงต่อไป บ้านเมืองก็จะ อ่อนกำลังทรุดหนัก เพราะทุกรัฐบาลจะไม่สามารถบริหารงานแก้ปัญหาได้เต็มที่ สักวันถึงจุดที่ทนกันไม่ได้อีกต่อไป คนภาคเหนือ และ อีสาน ก็จะถอนตัวออกจากกรุงเทพฯ แล้วไปชุมนุมปิดเส้นทางขึ้นเหนือและอีสาน เรียกร้องให้มี การปกครองตามแบบที่พวกเขาต้องการ ส่วนคนภาคกลางและภาคใต้ก็จะเรียกร้องการปกครองอีกแบบหนึ่ง ใครเห็นด้วยกับการปกครองแบบใดก็ให้ย้ายไปอยู่ในเขตปกครองนั้น

เหตุที่ต้องเป็นเช่นนี้ ก็เพราะ ฝ่ายสีเหลืองก็ต้องการรัฐบาลในแบบฉบับของตัวเท่านั้น ส่วน ฝ่ายสีแดง ก็ต้องการรัฐบาลในแบบฉบับของตัวเองเช่นกัน เมื่อไม่มีทางออกร่วมกันได้ ก็ต้อง แยกกันเดินไปตามทางใครทางมัน เพราะขืนบังคับให้เดินร่วมทางกันต่อไป คงได้ ตีกันหัวร้างข้างแตก บาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ

เห่าไฟ สังเกตมานานแล้ว ปัจจุบันคนไทยเริ่มไม่ค่อยฟังเสียงกันมากขึ้น ต่างคนต่างอยาก สร้างดาวกันคนละดวง พอฝ่ายหนึ่งอ้าปากพูด อีกฝ่ายก็จะสวนกลับทันควันว่า รำคาญโว้ย และนี่ก็คือ ความผิดพลาด ตั้งแต่แรก ที่ปล่อยให้มี สื่อเสรีแบบสุดโต่ง ไร้การควบคุมให้อยู่ในระดับที่ เหมาะสมพอเพียง ส่งผลให้เกิด มหกรรมล้างสมองทั้งวันทั้งคืน จนเปรอะไปหมด สักวันคงได้เห็นเมืองไทยกลายเป็น แผ่นดินสองสี ไม่มีวันผนึกให้เป็น หนึ่งเดียวกัน ได้อีกตลอดไป

สังคมสร้างสรรค์ แนะนำหนังสือ ทักษิณ ARE YOU OK? ของ หมวดเจี๊ยบ กำลังฮอต, นิตยสาร AQUA ศูนย์รวมข้อมูลคุณภาพของคนรักปลาสวยงาม แจ้งแฟนคลับให้อดใจรออีกนิด ฉบับปรับปรุงใหม่ ใกล้วางแผงแล้ว

เห่าไฟ

เสื้อแดงปัด"ทักษิณ"โผล่กัมพูชา

ที่มา เดลินิวส์

ลั่นใกล้เวลาแตกหัก นายกฯไม่สน"แม้ว"เมินเจรจาเสนอชื่อ"ดร.สุเมธ"คนกลาง!

แกนนำนปช. ลั่นนับถอยหลังแตกหัก โค่นระบอบอำมาตยาธิปไตย ย้ำชัดไม่เกี่ยวโยงล้มล้างสถาบัน มั่นใจม็อบเสื้อแดงไม่ต่ำกว่า 3 แสน “เทพไท” ปูดข่าวมีคนเห็น “ทักษิณ” โผล่แดนกัมพูชา พักอยู่ใกล้บ้านสมเด็จฮุนเซ็นฯ “เทพเทือก” ผสมโรง เชื่อป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้เมืองไทยจริง “อภิสิทธิ์” ไม่สนถึงอดีตนายกฯเมินเจรจา โวเดินหน้าควานหาตัวกลับมารับโทษ “ส.ส.เพื่อไทย” จวกยับ โฆษกปชป.สร้างร้อยร้าวไทย-เขมร เสนอชื่อ “ดร.สุเมธ” คนกลางไกล่เกลี่ย “พัลลภ” ฟันธงรัฐบาลใช้อาวุธแพ้ทันที ขณะที่กลุ่มแกนนำ “ตท.10” ออกโรงเห็นใจเพื่อนร่วมรุ่น หนุนยุบสภาเลือกตั้งใหม่ สะกิดผบ.ทบ.ต้องนิ่ง ส่วนลูก ๆ แม้วน้ำตาคลอเปิดตัวหนังสือ กลุ่มคนรักเชียงใหม่ นำพลพรรคเสื้อแดงโผล่ไล่นายกฯ “เนวิน” เปิดใจครั้งแรก ชนวนเหตุตัดสายสัมพันธ์เจ้านายเก่า เล่นลิ้นไม่เคยเนรคุณหักหลังใคร

นับถอยหลังใกล้ถึงวันแตกหัก หลังจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ยังคงปักหลักชุมนุมยืดเยื้อปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล หนำซ้ำยังประกาศระดมพลแนวร่วมเสื้อแดงจากทั่วประเทศมาชุมนุมใหญ่เพื่อเผด็จศึกรัฐบาลในวันที่ 8 เม.ย. ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมวันที่ 10 ของกลุ่มเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเวลาเช้าประชาชนบางตา ส่วนใหญ่นั่งพักผ่อนอยู่ตามเต็นท์ที่พักรอบทำเนียบฯ นั่งฟังการจัดรายการข่าวที่เวทีปราศรัยช่วงเช้า สลับการแสดงดนตรีบนเวที เพื่อผ่อนคลายอากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว

เสื้อแดงสัญจรย่านสีลม

ที่ด้านหลังเวทีปราศรัย เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. แถลงข่าวในช่วงเช้า ยืนยันการชุมนุมของคนเสื้อแดงยังคงปักหลักอยู่รอบทำเนียบรัฐบาลเพราะเตรียมการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ ซึ่งถือว่าเป็นการวางเดิมพันระหว่างระบอบประชาธิปไตยและอำมาตยาธิปไตยจึงเรียกร้องให้คนทุกสีเสื้อทั้งประเทศใช้ เวลา 3-4 วันนี้ตัดสินใจว่าประเทศควรปกครองด้วยระบอบใด กลุ่มเสื้อแดงมีจุดยืนที่จะให้มีการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยก่อนที่จะถึงการชุมนุมใหญ่ กลุ่มเสื้อแดงจะสัญจรไปยังชุมชนต่าง ๆ อาทิ ย่านสีลม เยาวราช จตุจักร ฯลฯ เพื่อแจกใบปลิวรณรงค์การร่วมชุมนุมโค่นล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำใบปลิวหากเสร็จก็สามารถ เริ่มสัญจรได้ตั้งแต่วันหยุดสุดสัปดาห์นี้

ลุยโค่นอำมาตยาธิปไตย

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงรูปแบบการชุมนุมใหญ่วันที่ 8 เม.ย.นี้ว่า การชุมนุมจะปักหลักอยู่ที่ทำเนียบฯมีเวทีปราศรัยใหญ่ จะมีผู้ชุมนุมต่างจังหวัดเดินทางมาสมทบจำนวนหลักแสนคน โดยจะมีแกนนำต่างจังหวัดเป็นผู้นำมา แม้ขณะนี้จะมีความพยายามกดดันผู้ประกอบการรถบัสและรถตู้ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มเสื้อแดงในการจัดหารถเพื่อนำคนมาร่วมชุมนุมนั้น แต่ขอท้าทายนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายโสภณ ซารัมย์ รมว. คมนาคม ว่าคงไม่สามารถสกัดกั้นกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหมดได้ ส่วนการชุมนุมใหญ่วันที่ 8 เม.ย. เราจะไม่เรียกว่าม้วนเดียวจบ หากการชุมนุมยังไม่สามารถยุติบทบาทอำมาตยาธิปไตยได้เราก็จะชุมนุมต่อไปวันที่ 9 และ 10 เม.ย.สถานการณ์จะเป็นตัวกำหนดแผนการชุมนุม แต่ยืนยันว่าการชุมนุมเราไม่ต้องการให้เกิดการเสียเลือดเสียเนื้อ เราจะชุมนุมโดยสันติวิธีด้วยมือเปล่า ปราศจากอาวุธ และขอย้ำว่าจะไม่มีการบุกยึดสถานที่ราชการ

โต้“บิ๊กเสือ”ตั้งข้อหาร้ายแรง

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึง กรณีพล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี ระบุว่าการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อต้องการล้มล้างสถาบันว่า เราขอยืนยันว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดง เพื่อต้องการโค่นล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย เพื่อให้ได้ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ซึ่งพล.อ.พิจิตร ถือเป็นผู้ใหญ่มีอาวุโส แต่การกล่าวหาว่าการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกฯบริหารประเทศเพื่อโค่นล้มสถาบันเบื้องสูง ถือเป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงฉกรรจ์เกินไป ซึ่งหากการที่พ.ต.ท.ทักษิณ มาร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มเสื้อแดง โดยมีเป้าประสงค์การโค่นล้มสถาบันก็ถือว่าแนวทางเป็นคนละทางกับเป้าประสงค์ของการเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดงและไปด้วยกันไม่ได้ เพราะเป้าหมายสุดทางของกลุ่มเสื้อแดง คือ การโค่นล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย

ย้ำไม่เกี่ยวโยงล้มสถาบัน

แกนนำ นปช. กล่าวต่อว่า คำพูดและความเห็นของพล.อ.พิจิตร จึงเป็นเรื่องที่กระทบต่อแนวทางการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงจึงต้องขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง และพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีเป้าประสงค์โค่นล้มสถาบันแต่อย่างใด และด้วยความเคารพตนอยากให้พล.อ.พิจิตร เปิดใจกว้างรับฟังข้อเท็จจริงเหตุผลการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงบ้าง อย่างไรก็ดีคนเสื้อแดงพร้อมรับฟังและเคารพในความเห็นของพล.อ.พิจิตร ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ใหญ่ แต่การตั้งข้อกล่าวหาใด ๆ ก็ต้องมีข้อเท็จจริงหลักฐานรองรับ โดยเสื้อแดงไม่ได้ต้องการจะออกมาตอบโต้กับทุกคนที่เป็นองคมนตรี แต่อยากให้ยอมรับเหตุผลการเคลื่อนไหวด้วย

แกนนำนปช.ลั่นไม่เจรจา

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวขณะนี้มีการระบุว่า “คนกลาง” ที่จะเป็นคนเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ อาจเป็นนายปรีดา พัฒนถาบุตร และนายกันตธีร์ ศุภมงคล นั้นนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อคืนที่ผ่านมาพูดชัดเจนว่าไม่มีการเจรจาซึ่งต้องการพูดให้ชัดเจนก่อนว่า การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการมาร่วมกับกลุ่มเสื้อแดงเพื่อต้องการให้ได้ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กลับคืนมา หากไม่สามารถทำให้ระบอบ อำมาตยาธิปไตยยุติบทบาทลงได้ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงยังต้องดำเนินต่อไป ดังนั้นเชื่อว่าการเจรจาเป็นเรื่องของทางออกเกี่ยวกับพ.ต.ท. ทักษิณ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง

เสื้อแดงเชียงใหม่ไล่นายกฯ

ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 13.00 น. นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรัก เชียงใหม่ 51 หรือเสื้อแดงเชียงใหม่ พร้อมกับสมาชิกกว่า 300 คน ได้เดินทางไปชุมนุมหน้าปากทางเข้ากองบิน 41 จ.เชียงใหม่ หลังได้รับทราบว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯจะเดินทางมาโดยเครื่องบิน HS-AMP 1084 ของกองทัพบก เพื่อมาต่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปปฏิบัติภารกิจที่โครงการหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยมีกำลังตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และทหารกว่า 300 นาย โล่ครบมือมาดูแลรักษาความสงบ แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงไม่สามารถเข้าไปภายในสนามบินได้ หลังจากนายอภิสิทธิ์ เดินทางมาถึงประมาณ 15 นาที จากนั้นขึ้นเฮลิคอปเตอร์ต่อไปที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดยมีกำหนดกลับวันที่ 5 เม.ย. อย่างไรก็ดีกลุ่มเสื้อแดง อ.ฝาง ได้ถูกเจ้าหน้าที่สกัดเอาไว้บริเวณทางขึ้นดอย ห่างจากโครงการหลวง ประมาณ 25 กม.

“มาร์ค”ไม่สน“แม้ว”เมินเจรจา

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธที่จะเจรจากับรัฐบาล ว่า ไม่เป็นปัญหา เพราะรัฐบาลไม่จำเป็นที่ต้องเจรจาอะไรอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมเห็นว่ามีอะไรที่จะพูดคุยกันได้ รัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง และเราถือว่ายึดหลักกฎหมายของบ้านเมืองในการดำเนินการทุกอย่าง รวมถึงเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่เราอยากแยกแยะระหว่างประเด็นเชิงหลักการกับประเด็นที่เป็นข้อเรียกร้องของคนเฉพาะกลุ่มที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ปลุกระดมให้ประชาชนออกมาชุมนุม เพื่อให้มากกว่าเหตุ การณ์ 14 ต.ค. 16 หรือพฤษภาทมิฬ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เงื่อนไขในการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย ขณะนี้ไม่มีความจำเป็นอะไร เพราะรัฐบาลเปิดทางทำเรื่องนี้อยู่

รัฐบาลยังเดินหน้าไล่ล่าตัว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจหรือไม่เพราะมีศึกหลายด้านประดังเข้ามา นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ตนมีความห่วงใยเสมอ เพราะตนเป็นคนไม่ชอบความรุนแรง และที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยนั้นก็สามารถเปรียบเทียบได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับประชาชน ต้องการหลีกเลี่ยงความรุนแรง รวมถึงต้องการให้กระบวนการที่มีความเห็นที่แตกต่างสามารถคลี่คลายได้ด้วยการพูดคุยและใช้เหตุใช้ผล ผมยังมั่นใจว่าสถานการณ์ทุกอย่างควบคุมได้ ยังเชื่อใจประชาชนส่วนใหญ่ที่แยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อาจ อยู่ในประเทศกัมพูชา ขณะนี้มีการประสานงานกันอยู่เกี่ยวกับที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ตนขอไม่ลงในรายละเอียด ทั้งนี้เรายังพยายามเอาตัวกลับมาเพราะเขามีโทษติดตัวอยู่เป็นคนกระทำความผิด

ปูด“ทักษิณ”โผล่กัมพูชา

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯยืนยันไม่ได้อยู่ที่ประเทศกัมพูชาว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานมีคนเห็นพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในประเทศกัมพูชาจริง รวมทั้งมีที่พักอยู่ใกล้บ้านสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้สอบถามไปยังเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชาให้หาข้อเท็จจริงแล้ว รัฐบาลกัมพูชา ควรจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาในเรื่องนี้กับประเทศไทย เพราะหากปิดที่อยู่อาจจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอยากให้รัฐบาลกัมพูชาประกาศท่าทีที่ชัดเจนเหมือนกับรัฐบาลประเทศลาว ที่ประกาศว่าจะไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ และจะไม่ยอมให้ประเทศตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง หากพบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในกัมพูชาจริงรัฐบาลจะต้องเจรจาและดำเนินการตามขั้นตอนในการขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

“เทือก”เชื่ออยู่ใกล้เมืองไทย

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 8 เม.ย.นี้ ว่า จะไม่มีการบาดเจ็บล้มตายแน่นอน เพราะเมื่อรัฐบาลไม่ทำเขาทำข้างเดียวจะมีเจ็บมีตายได้อย่างไร เมื่อถามถึงที่พำนักของพ.ต.ท. ทักษิณ อดีตนายกฯว่าอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ นายสุเทพ ตอบว่า “ผมเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ละแวกบ้านเรานี่แหละ แต่ไม่ใช่ประเทศลาว” ยืนยันว่าลาวไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศแน่ ๆ

ต่อข้อถามมีข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาอยู่ในบริเวณจ.เชียงราย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะถ้าอยู่ในประเทศไทยตนเอาตายแล้ว ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเมื่อรู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่บริเวณประเทศเพื่อนบ้าน ทำไมจึงไม่ดำเนินการ นายสุเทพ กล่าวว่า เขามีเครื่องบิน อยากบินไปไหนก็ได้ และถ้าเขาอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ประเทศเพื่อนบ้านไม่บอกเราแล้วเราจะไปทำอะไรได้

อัดเสื้อแดงมุ่งร้ายสถาบัน

ด้าน นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มนปช.และพรรคเพื่อไทยที่ออกมาปฏิเสธการเจรจาเพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองว่า จะทำให้สถานการณ์เปราะบางและอ่อนไหวมากขึ้น ทำให้เกิดทางตันทางการเมืองอย่างชัดเจน ทั้งนี้พรรคมองว่าขณะนี้มีความพยายามปลุกระดมใน 3 ด้านคือ 1.ใช้ยุทธศาสตร์วิดีโอลิงก์ในการมุ่งรุกเชิงสื่อ 2. แจกใบปลิวหมิ่นสถาบันตามตลาดทั่วประเทศ มุ่งร้ายต่อสถาบันชั้นสูงอย่างชัดแจ้ง และ 3. ดำเนินการผ่านเครือข่ายข้ามชาติ เช่น การใช้ล็อบบี้ยิสต์ การให้องค์กรแนวร่วมแดงโลก ของนายใจ อึ๊งภากรณ์ ร่วมขับเคลื่อน

แนะรัฐบาลเปิดใจกว้าง

ที่โรงแรมเรดิสัน ช่วงสายวันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงเสนอแนะให้รัฐบาลควรรับฟังความคิดเห็นรวมถึงการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า รัฐบาลควรต้องแสดงความจริงใจ ต้องเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง และไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน ไม่ใช้กำลังทหาร เข้ามาแก้ปัญหา รวมทั้งทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายด้วยการเร่งดำเนินคดีกับความผิดที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เช่น การบุกยึดสนามบิน ไม่ใช่มาเร่งเอาผิดแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยการจะแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจจะสำเร็จได้หรือไม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งแก้ไขวิกฤติการเมืองก่อน

ตั้งกก.กลางสอบ19ก.ย.49

นายจาตุรนต์ ยังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างชัดต่อสังคม กรณีที่มีการกล่าวหาพาดพิงบุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีทั้งองคมนตรีและตุลาการบางคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการยึดอำนาจ 19 ก.ย. 49 โดยรัฐบาลควรตั้งบุคคลที่เป็นกลางตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ปัญหาความมัวหมองหรือความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้น หากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบ สำหรับข้อเสนอให้มีการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนตัวเชื่อว่ารัฐบาลยังไม่มีความจริงใจ แต่เป็นเพียงความต้องการเพื่อลดกระแสการชุมนุม อย่างไรก็ตามหากจะเกิดขึ้นจริงก็ควรเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยประเด็นการเจรจาควรเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงและหาคนเป็นกลางมาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

“แต่การเจรจาไม่ควรมีเนื้อหาเกี่ยว กับคดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงการนิรโทษกรรมไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม แต่เวลานี้ส่วนตัวยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาทำหน้าที่เป็น คนกลาง”

“เกาะเคย์แมน”ข้อมูลเก่า

นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.การต่างประเทศและอดีตที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.พิจิตร องคมนตรี ให้ตรวจสอบข้อมูลพ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯมีเงินฝากใน “เกาะเคย์แมน” จำนวนมากนั้น ตนไม่ขอก้าวล่วงองคมนตรี แต่ยืนยันได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ฟอกเงินหรือมีเงินฝากและธุรกิจบนเกาะเคย์แมนเชื่อว่าอาจจะได้ข้อมูลคลาดเคลื่อน หากพ.ต.ท. ทักษิณ มีเงินฝากเป็นแสนล้านจริงคงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขายหุ้นในสโมสรฟุตบอลแมนเชส เตอร์ซิตี เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายหลังจากที่ถูกอายัดเงินไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ขอยืนยันพ.ต.ท. ทักษิณ มีความจงรักภักดีและยึดมั่นในสถาบันมาโดยตลอด

จวกยับ“เทพไท”สร้างรอยร้าว

ด้านนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายเทพไท เรียกร้องให้ประเทศกัมพูชาแสดงท่าทีต่อเรื่องการให้ที่พำนักแก่พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ตนไม่ทราบว่านายเทพไท ใช้สมองส่วนใดคิดเพราะเรื่องแบบนี้จะเพิ่มรอยร้าวให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาให้มากขึ้น ตนคิดว่านายอภิสิทธิ์ ควรเปลี่ยนโฆษกประจำตัวได้แล้วเพราะคำพูดมีแต่จะสร้างความเสียหาย ก่อนหน้านี้ก็เคยออกมาปล่อยข่าวว่าญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามพ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ สุดท้ายก็ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้

เสนอ“ดร.สุเมธ”คนกลาง

นายสุชาติ กล่าวถึงกรณีที่จะมีคนกลางมากบารมีมาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยลดความขัดแย้งนั้น ตนทราบข่าวมาว่าบุคคลหนึ่งที่มีรายชื่อเป็นคนกลางเจรจาคือ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดซึ่งตนก็เห็นด้วยและ เชื่อว่าพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงคนเสื้อแดงจะยอมรับได้ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขของการเจรจามากกว่า เช่น การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เพราะถ้าให้เล่นกติกาเดิมก็คงยากที่จะยอมรับได้ ทั้งนี้การเจรจาควรเกิดขึ้นก่อนวันที่ 8 เม.ย. หรือถ้าอยากจะลองกำลังกันดูก่อนแล้วค่อยคิดเจรจาก็ได้

แกนนำ“ตท.10”ห่วงเพื่อน

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก 1 ในกลุ่มแกนนำเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท. 10) ถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท. 10 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงทำเพราะเขารู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมที่ได้รับและที่ต้องออกมาพูดเพื่อให้สังคมได้รับรู้ในสิ่งที่เขารู้มา ทั้งนี้เพื่อน ตท. 10 ไม่ได้มีการหารือกันเป็นพิเศษแต่พูดคุยกันบ้างเพราะหลายคนก็มีความเป็นห่วงพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาพูดเปิดประเด็นซึ่งไม่เคยมีใครรับรู้มาเช่นนี้ แต่ทุกคนก็นิ่งไม่มีแนวคิดที่จะดำเนินการอะไรเพราะเรายอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

3พี่น้องแถลงข่าวน้ำตาคลอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้ง 3 คนยังได้เล่าถึงเหตุการณ์เกิดการรัฐประหาร ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ และคนในครอบครัวอยู่ที่ไหน ใครเจอเหตุ การณ์อย่างไรบ้าง ในช่วงนั้นไม่กล้าโทรศัพท์เพราะกลัวถูกดักฟัง และรู้สึกว่าชีวิตเหมือนอยู่ในภาพยนตร์ โดยนายพานทองแท้ กล่าวว่า “ตอนนั้นผมคิดว่า สมมุติว่าถูกจับตัวไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกให้พ่อเดินทางกลับมาติดคุก ผมยอมที่จะยิงตัวเองตายดีกว่า” ส่วน น.ส.พิณทองทา กล่าวว่า เป็นคนแรกที่เจอ พ.ต.ท.ทักษิณ ภายหลังเกิดเหตุการณ์รัฐประหารที่อังกฤษ ครั้งแรกที่เจอพ่อจึงเข้าไปกอดแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเพื่อปลอบพ่อ สุดท้ายจึงพูดออกไปว่า “ไม่เป็นไรนะ จะได้มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้น” และช่วงนั้นจากพ่อที่เคยสนุกกลายเป็นเงียบและเครียดแต่ก็เป็นเพียงระยะแรกในช่วงที่ยังปรับตัวไม่ได้เท่านั้น

น.ส.แพทองธาร กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “พ่อทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่ดีที่สุดแล้วและไม่มีข้อสงสัยอะไรเลย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อจะทุกข์หรือจะสุข พ่อก็ยังจะมีครอบครัวของเราไปตลอด และหากพ่อได้กลับเมืองไทยทุกคนจะเข้าไปกอดพ่อบอกว่าไม่มีที่ไหนดีเท่าแผ่นดินที่พ่อเกิด” ซึ่งปรากฏว่าเมื่อถึงตรงนี้ทั้ง 3 คนต่างน้ำตาคลอ รวมถึงบรรรดาเพื่อนฝูงและญาติคนสนิทที่เดินทางมาให้กำลังใจต่างน้ำตาคลอถ้วนหน้า

อดีตนายกฯไม่ได้อยู่เขมร

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล ยังคงเต็มไปด้วยความคึกคัก แกนนำสลับผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือด นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เปิดแถลงตอบโต้ พล.อ.พิจิตร ว่า วันนี้การต่อสู้ของคนเสื้อแดงเกิดขึ้นเพราะมีปัญหากับ พล.อ.เปรม และ พล.อ.สุรยุทธ์ ไม่ได้มีปัญหากับสถาบัน การกล่าวหาว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จ้องล้มสถาบันจึงเป็นความเท็จ ในส่วนของการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในวันที่ 8 เม.ย.ตั้งเป้าไว้ต้องมากันเกิน 3 แสนคน รัฐบาลไม่สามารถเอามือมาปิดแผ่นฟ้าได้ จึงขอเชิญชวนประชาชน ข้าราชการ และพนักงานบริษัทใช้สิทธิการลางานมาร่วมชุมนุมเพื่อโค่นล้มอำนาจอำมาตยาธิปไตย คิดว่าวันที่ 8-9-10 เม.ย.จะปิดบัญชีได้ รู้ว่าออกหัวหรือก้อย แต่ถ้าไม่ได้ก็จะสู้ต่อไป

ส่วนกรณีที่นายเทพไท โฆษกส่วนตัวนายกรัฐมนตรี ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ประเทศกัมพูชานั้นเป็นความเท็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในประเทศที่มีเวลาห่างจากไทย 3 ชั่วโมง ห่างจากไทยหลายพันกิโลเมตร ตอนนี้พ.ต.ท.ทักษิณ รับทราบเรื่องที่ถูกกล่าวหาแล้ว และกำลังเตรียมข้อมูลอยู่ต้องให้เวลา กำลังประเมินสถานการณ์อยู่ยืนยันไม่มีการเจรจาใด ๆ.

การ์ตูน Gag Las Vegas: D-DAY April 8, 2009

ที่มา Thai E-News

From Gag Las Vegas

หมายเหตุจากผู้เขียน

ขอเอาใจช่วยชาวสีแดงในการต่อสู้ครั้งประวัติศาสตร์

ด้วยความนับถือในน้ำใจชาวสีแดงทั่วประเทศ
Gag

เมื่อเสื้อแดงไม่ยอมถอย อมาตย์ก็ไม่ยอมหยุด

ที่มา Thai E-News

โดย คุณปูบ้าน
ที่มา เวบไซต์ thaifreenews
5 เมษายน 2552

หลังจากที่ได้สัมผัสพี่น้องชาวเสื้อแดงที่อยู่ในที่ชุมนุมหน้าทำเนียบ และได้สอบถามจากเพื่อน ๆ ผู้มีจิตใจเป็นสีแดงเหมือน ๆ กัน ทุก ๆ คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ด้วยความฮึกเหิมว่า วันที่ 8 เมษายนนี้ จะต้องไปเข้่าร่วมชุม เพื่อแสดงพลังขับไล่อมาตยาธิปไตยให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยให้ได้

และดูเหมือนจะมีคนตอบว่า “ไป” มากกว่า “ไม่ไป” ชนิดที่เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เลย

พูดง่าย ๆ ก็คือ สัญญาณวันที่ 8 เมษายน สำหรับคนเสื้อแดงได้กลายเป็นวันแห่งสัญลักษณ์การรุกรบ ชนิดที่ต้องถึงขั้น “แตกหัก” กับระบอบอำนาจเดิมอย่างแน่นอน.....

นึก ๆ แล้ว ก็น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมชุมนุมมาก่อน ซึ่งก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นา ๆ

“จะมีการปะทะกันไม๊ ?....
จะมีการล้อมปราบหรือเปล่า ?....
จะสู้อำนาจของเขาได้หรือ ?....
ถ้าีมีรัฐประหารเกิดขึ้นจะทำอย่างไร ?....” ฯลฯ

สำหรับนักสู้หน้าจอ หรือ นักสู้กองหลังจำนวนมาก ก็มักจะแสดงความเห็นเชิงความห่วงใยในลักษณะนั้นเสมอ....

แน่นอนว่า ความเคลื่อนไหวในวันที่ 8 เมษายนที่จะถึงนี้ คงจะไม่ใช่การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องอย่างธรรมดา ๆ เหมือนที่ผ่านมา

แต่สำหรับการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 8 นี้ เป็นการต่อสู้ของอำนาจคู่ 2 อำนาจ คือ อำนาจเผด็จการที่ครองประเทศมาอย่างยาวนาน และอำนาจประชาชนที่แท้จริงที่ต้องการเรียกร้องอำนาจของตนคืนมา....

ไม่มีใครสามารถทราบได้อย่างแท้จริงว่า เมื่อประชาชนจำนวนนับแสนคน มารวมตัวกันเพื่อขับไล่อำนาจเผด็จการในวันที่ 8 เมษายนที่จะถึงนี้ จะมีอะไรเกิดขึ้นในวันนั้นบ้าง

เหตุการณ์อาจจะผ่านไปอย่างสงบ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นคือ แค่มีคนจำนวนมากมารวมตัวกันเรียกร้องแล้ัวก็เลิกรากันไป หรืออาจจะมีคนจิตวิตกบางคน นำกองกำลังทหาร ออกมาทำการปราบปรามประชาชนโดยใช้กำลัง ก็เป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง....

แต่ที่แน่ ๆ สิ่งที่ประเทศนี้ไม่สามารถจะปฏิเสธต่อไปได้อีกแล้ว ก็คือ ประชาชนไทยได้สร้างอำนาจคู่ขึ้นมาเพื่อคานอำนาจของเผด็จการ และเรียกร้องให้นำประชาธิปไตยกลับคืนมาเป็นของประชาชนไทยอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

สัญญาณความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยยะสำคัญของประธานองคมนตรี ที่ไปปักหลักอยู่ที่บ้านไ้ร้กังวล จังหวัดนครราชสีมา หลังจากถูกเปิดเผยอย่างหมดเปลือกว่า เป็นผู้กุมอำนาจเผด็จการ และือิทธิพลทางการเมืองมาอย่างยาวนาน อีกทั้งมีนายทหารและกลุ่มผู้สนับสนุน พล.อ. เปรม จำนวนมาก ที่ออกมาแสดงพลังข่มขู่คนเสื้อแดงในยามนี้.... แสดงให้เห็นชัดเจนว่า อำนาจเผด็จการที่ครองประเทศอยู่ในเวลานี้ คงจะไม่ยอมรามือง่าย ๆ อย่างแน่นอน

อำนาจเป็นสิ่งหอมหวานสำหรับผู้่ี่ที่ได้ครอบครอง และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด หรือจะอยู่ในสภาพใด มนุษย์ก็ยังคงกระหายหาอำนาจอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย....

พล.อ. เปรม แม้จะอายุอยู่ในวัยที่เรียกได้ว่า “วัยชรา” ซึ่งควรจะมีชีวิตอย่างสุขสงบ และได้รับความเคารพนับถือย่างสูงจากผู้คนในชาติ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบุรุษ

แต่ในทางตรงกันข้าม เรื่องราวกลับมิได้เป็นเ่ช่นนั้น เมื่อความจริงที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้ ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือก ภาพของ พล.อ. เปรม ผู้เป็นรัฐบุรุษที่แสนสุภาพ กลับกลายเป็นภาพของ ซาตานผู้กระหายเลือดภายในพริบตา

สถานการณ์วันที่ 8 เมษายนนี้ เป็นสถานการณ์การสู้รบของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ กับอำนาจเผด็จการเดิม ที่ครอบครองประเทศนี้....

อำนาจเผด็จการ ทรงพลังด้วยสรรพอาวุธและสถานะทางการปกครอง เนื่องด้วยครองอำนาจต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน.... ซึ่งคงเป็นไปได้ยาก ที่จะยอมสละอำนาจนั้นไปโดยง่าย

แต่ขณะเดียวกัน ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ซึ่งได้ตื่นขึ้นมาจากความมืดบอดทั้งปวง ก็คงจะไม่ยอมให้อำนาจเผด็จการ แย่งชิงอำนาจไปจากประชาชนอีกอย่างแน่นอน

การปะทะกัีนครั้งนี้ คงยากที่จะมีคำว่า “เสมอ”

หลายครั้งที่ผ่านมา เมื่อปะทะกันระหว่างอำนาจของประชาชนกับอำนาจเผด็จการ และเมื่อเผด็จการใกล้จะพ่ายแพ้ ก็มักจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ออกลูกเสมอทุกครั้ง...

แต่สำหรับครั้งนี้คงยาก เพราะคงจะไม่มีใครในประเทศนี้ ที่เป็น “ผู้ใหญ่” เพียงพอ ที่จะยุติความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับเผด็จการอมาตย์ในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน

เมื่อพลังฝ่ายประชาชนไม่ยอมหยุดการต่อสู้ครั้งนี้ แน่นอนว่า เผด็จการอมาตย์ก็คงไม่ยอมถอยเช่นกัน

พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ 2 อำนาจ ต่างก็วิ่งเข้าหากันด้วยกำลังแรง และไม่มีฝ่ายใดยอมหยุด หรือยอมถอย การปะทะกันครั้งนี้ ต้องมีผลออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งคือ “ไม่ชนะ ก็แพ้”

วันที่ 8 เมษายนนี้ จะไม่เป็นเพียงแค่พี่น้องชาวเสื้อแดงรวมกลุ่มกัน เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยเท่านั้น แต่จะเป็นวันที่ประชาชนจะร่วมกัน เขียนประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยขึ้นใหม่เพื่อประเทศนี้

ประชาธิปไตย จะต้องได้รับการสถานปนาขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ในประเทศไทย เพื่อประชาชนไทย และโดยประชาชนไทย...........

พีน้องประชาชนไทยผู้รักประชาธิปไตยทุก ๆ ท่าน เวลาของท่านที่จะเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตย “ตัวจริงเสียงจริง” มาถึงแล้ว

วันที่ 8 นี้ จะไม่มีนักสู้หน้าจอ หรือ นักสู้กองหลังอีกต่อไป แต่ทุก ๆ คนจะกลายเป็นนักสู้ประชาธิปไตยภาคสนาม และท่านจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์หน้าสำคัึญหน้าหนึ่งสำหรับประเทศนี้....

เวลาของท่าน และข้าพเจ้าได้มาถึงแล้ว มิใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เืพื่อลูกหลานของเรา และเพื่อประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราทุก ๆ คน ต่อไปในอนาคต

ข่าวเชิงลึกจาก Alienet: เรื่องที่ทูตอเมริกาหารือกับเปรม

ที่มา Thai E-News

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 เมษายน 2552

Alinet สายข่าวการเมืองจากเว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่เจ้าเก่า ได้ออกมาเปิดเผยข่าวสารที่ไม่มีการยืนยันตามที่ตนเองได้ยินได้ฟังมา โดยกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายเอริค จี จอห์น ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่บ้านสี่เสาเทเวศน์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2552 เวลาประมาณ 9.30 น.

แมลงหวี่ในบ้านสี่เสาเทเวศร์แจ้งข่าวสำคัญให้ทราบว่า ทูตอเมริกันไปพบเปรมเพื่อแจ้งท่าทีของรัฐบาลสหรัฐต่อสถานการณ์ในประเทศไทยให้ทราบดังนี้

1. ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารไม่ว่าด้วยเหตุผลข้ออ้างอันใดก็ตาม ขอให้ใช้กระบวนการประชาธิปไตยในการแก้ปัญหาการเมืองในขณะนี้

2. ขอให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 กลับมาใช้ตามกระบวนการประชาธิปไตย และควรจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญ 2540 สำหรับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก็ขอให้มีการเลือกสรรกันใหม่หลังจากเลือกตั้งใหม่แล้ว

ตอนนี้แมลงหวี่กำลังติดตามอ่านใจว่าผู้หนุนหลังหัวโจกอำมาตย์มีท่าทีต่อท่าทีของสหรัฐเช่นไร

ถ้าทะลวงขี้หูที่กลิ่นเน่าเหม็นได้แล้วจะนำมาบอกอีกครั้งครับ


อนึ่ง สำหรับข้อหารือดังกล่าว มีความละม้ายกับสิ่งที่พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศผ่านวีดีโอลิงก์เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมาอย่างน่าประหลาด กล่าวคือ คุณทักษิณได้ประกาศข้อเรียกร้อง 4 ข้อ (ที่มา มติชน)

1. ขอรัฐธรรมนูญปี 40 กลับคืนมา ขอด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาชาติ
2. ยุบสภาทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญปี 2540
3. องค์กรอิสระที่ไม่อิสระจริง ก็ให้อยู่รักษาการ จนกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.เสร็จสิ้น ค่อยมาคัดสรรกันใหม่ตามกติกา
4. คืนสิทธินักการเมืองที่ถูกแบนเพราะ ไม่รู้อีโน่อีเน่ พรรคอื่นถูกยุบ แต่พรรคประชาธิปัตย์ที่ทำผิดไม่ถูกยุบ

Saturday, April 4, 2009

"อ๋อย"จี้สอบองคมนตรี-ตุลาการยุ่งปว. เคลียร์ปมวานฆ่า"แม้ว"ยึดอำนาจ ส.ส.พท.หนุน"สุเมธ"คนกลางเจรจา

ที่มา มติชนออนไลน์

"นพดล" โต้ข้อมูล "บอยซ์"คลาดเคลื่อน ยัน"ทักษิณ" ไม่ได้ฟอกเงินบนเกาะเคย์แมน "อ๋อย"จี้สอบองคมนตรี-ตุลาการยุ่งปว. วานฆ่า"แม้ว" ยึดอำนาจเพื่อให้กระจ่าง ส.ส.พท.หนุน"สุเมธ"คนกลางเจรจา เชื่อ ปชป.- เสื้อแดงยอมรับได้

"นพดล" โต้ข้อมูล "บอยซ์" คลาดเคลื่อน


นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วงองคมนตรี แต่ยืนยันได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ฟอกเงินหรือมีเงินฝากและธุรกิจบนเกาะเคย์แมน ตามที่นายราล์ฟ แอล. บอยซ์ จูเนียร์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวอ้าง เชื่อว่านายบอยซ์อาจจะได้ข้อมูลคลาดเคลื่อน หาก พ.ต.ท.ทักษิณมีเงินฝากเป็นแสนล้านจริง คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขายหุ้นในสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายหลังถูกอายัดเงิน


ส่วนกรณีที่ข่าวระบุว่า นายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เป็นผู้ทำหน้าที่คนกลางประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณได้ยืนยันกับตนว่าข่าวดังกล่าวเป็นไม่มีมูลความจริง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ และเครือญาติ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีญาติผู้ใหญ่ในต่างประเทศตามที่เป็นข่าว เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการสร้างข่าวให้สับสนขึ้นในสังคม ส่วนกรณีที่องคมนตรีให้ตรวจสอบการเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณที่เกาะเคย์แมนนั้น เห็นว่าบางครั้งคนที่มีอายุมากๆ จะกลับกลายเป็นเด็กอีกครั้ง โดยการนำเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาพูดขึ้นใหม่ ขอแนะนำว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่ผู้สูงอายุทั้งหลายจะพักผ่อน ทำใจให้ว่าง เข้าวัดเข้าวาจะดีกว่า

"อ๋อย"จี้สอบองคมนตรี-ตุลาการยุ่งปว.


นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงที่โรงแรมเรดิสันว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ กรณีกล่าวหาพาดพิงบุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีทั้งองคมนตรีและตุลาการบางคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 ร่วมประชุมกันที่บ้านนายปีย์ มาลากุล ซึ่งมีการซัดทอดกันว่ามีการหารือ 2 เรื่อง คือ 1.วานให้ฆ่าคน ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณหายตัวไป 2.การยึดอำนาจ เพื่อให้กระจ่างชัดรัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการขึ้นหนึ่งชุดจากเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นกลางทั้งอัยการ ตำรวจ ผู้พิพากษา ทั้งนี้ ไม่ต้องการเอาผิดใคร แต่เพื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแก้ปัญหาความมัวหมองหรือความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้น หากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบ


นายจาตุรนต์กล่าวว่า ข้อเสนอให้มีเจรจายุติความขัดแย้งนั้น เชื่อว่ารัฐบาลยังไม่มีความจริงใจ เพียงต้องการลดกระแสการชุมนุม หากจะเกิดขึ้นจริงก็ควรเป็นช่วงหลังสงกรานต์ ควรเน้นป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง และหาคนเป็นกลางมาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และควรจะให้ใครเป็นรัฐบาล การเจรจาไม่ควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับคดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงการนิรโทษกรรม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม แต่เวลานี้ส่วนตัวยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาทำหน้าที่เป็นคนกลางเจรจา


ส.ส.พท.หนุน"สุเมธ"คนกลางเจรจา

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ไปกัมพูชา แต่พำนักอยู่ในทวีปแอฟริกา โดยเดินทางไปมาในหลายประเทศ ทราบข่าวมาว่าบุคคลหนึ่งที่มีรายชื่อเป็นคนกลางเจรจาคือ นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ซึ่งก็เห็นด้วยและเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงคนเสื้อแดงจะยอมรับได้ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขเจรจามากกว่า เช่น การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ถ้าเล่นกติกาเดิมคงยาก ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองนั้น ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็ต้องมาถกเถียงเหตุผลกัน ทั้งนี้ การเจรจาควรเกิดขึ้นก่อนวันที่ 8 เมษายน หรือถ้าอยากจะลองกำลังกันดูก่อนแล้วค่อยคิดเจรจาก็ได้

"ทักษิณ"เล็งยื่นฟ้อง"บิ๊กเสือ"กล่าวหาล้มล้างสถาบัน วงเสวนาเชื่อม็อบยืดเยื้อผลัดกันรุกรับเป็นปี

ที่มา มติชนออนไลน์

"จตุพร"เผยทนาย "ทักษิณ"เตรียมยื่นฟ้อง พล.อ.พิจิตร กล่าวหา"แม้ว"ล้มล้างสถาบันเป็นความเท็จ ให้ข้อมูลสับสน จำข้อมูลคลาดเคลื่อนศาลไม่สั่งฟ้องในหลายคดี นปช.ชี้ม็อบสระบุรีแผนสกัดเข้ากรุง วงเสวนาเชื่อ2ฝ่ายสู้ยืดเยื้อผลัดกันรุกและรับยาวเป็นปี

ยื่นฟ้อง พล.อ.พิจิตร กล่าวหา"แม้ว"ล้มล้างสถาบัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 เมษายน ยังคงมีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และมีการปลุกระดมมวลชนให้มาร่วมขับไล่รัฐบาลในการชุมนุมครั้งใหญ่วันที่ 8 เมษายน

นปช.ชี้ม็อบสระบุรีแผนสกัดเข้ากรุง


ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ที่สะพานชมัยมรุเชฐ เวลา 17.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. แถลงว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ที่กัมพูชา แต่อยู่ห่างไกลออกไปหลายร้อยไมล์ เวลาของ พ.ต.ท.ทักษิณช้าจากประเทศไทย 3 ชั่วโมง การโยงเข้ากับเหตุการณ์ปะทะของทหารกัมพูชาเป็นการป้ายความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นความเท็จ 100 เปอร์เซ็นต์


นายณัฐวุฒิยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ที่การชุมนุมประท้วงปิดถนนพหลโยธินที่ จ.สระบุรี เพื่อต้านโรงงานกำจัดขยะ ได้รับรายงานจากสายข่าวว่า มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ชื่อนก และกลุ่มพันธมิตรอยู่เบื้องหลัง โดยเอาเรื่องโรงงานขยะมาบังหน้าเพื่อสกัดพี่น้องจากทางภาคเหนือและภาคอีสานที่กำลังมาร่วมชุมนุมวันที่ 8 เมษายน ซึ่งตนส่งคนไปเจรจาให้เปิดเส้นทางแล้ว ถ้าไม่เปิดจะให้กลุ่มเสื้อแดงจากจังหวัดรอบข้าง อาทิ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยาไปช่วยเปิดเส้นทาง

ถล่ม"พล.อ.พิจิตร"ให้ข้อมูลสับสน


นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.พิจิตรวิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณว่ามุ่งล้มล้างสถาบันว่า ยังจำได้หรือไม่ ว่ามีพลเอกคนหนึ่งนั่งดื่มไวน์ แล้วฉี่ใส่กางเกงตัวเอง หมดสภาพมาก ตนไม่ทราบว่าใคร ไม่ทราบว่า พล.อ.พิจิตรทราบหรือไม่

"ท่านถูกถามนำตลอดและก็ไม่ทราบว่าสมองท่านพร้อมหรือไม่ ตนรู้สึกว่า พล.อ.พิจิตรจำข้อมูลคลาดเคลื่อน อย่างกรณีที่ออกมาพูดเรื่องการทำบุญประเทศ เรื่องนี้ที่จริงได้มีการทำหนังสือถามไปยังสำนักพระราชวังแล้ว ซึ่งได้อนุญาตให้เข้าไปทำ ที่ พล.อ.พิจิตรบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณวิดีโอลิงก์มาบอกว่า ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกระซิบมาตนจะกลับประเทศ อันที่จริงคำพูดนี้ พ.ต.ท.ทักษิณพูดสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีและพูดว่าตนมีความจงรักภักดีและถ้าในหลวงมากระซิบให้ออกตนก็จะออก เป็นคดีไปแล้ว แล้วศาลไม่สั่งฟ้อง"


นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนกรณีวิจารณ์เรื่องการฟอกเงินที่เกาะเคย์แมน พล.อ.พิจิตรควรจะดูว่า พ.ต.ท.ทักษิณแสดงบัญชีให้ดูเท่าไหร่ แล้วก็ดูการเติบโตของตลาดหุ้นทั้งประเทศการกล่าวหาอันนี้ถือเป็นการใส่ร้าย ส่วนบัญชีเงินในเกาะเคย์แมน ใครๆ ก็มี แล้วที่ พล.อ.พิจิตรบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณจ้องล้มล้างสถาบัน พล.อ.พิจิตรจงใจหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมีปัญหาเฉพาะกับ พล.อ.เปรม ข้อมูลต่างๆ ที่ พล.อ.พิจิตรให้สัมภาษณ์คลาดเคลื่อน และเป็นเท็จ เหมือนสมองไม่ได้อยู่ในสถานะที่เป็นที่ปรึกษาให้ข้อมูลใครได้ ไม่สมควรอยู่เพื่อสร้างความระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

เมื่อเวลา 20.10 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวว่า ทีมกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณกำลังปรึกษาเพื่อยื่นฟ้อง พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี กรณีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล้มล้างสถาบัน ซึ่งเป็นความเท็จ

เสื้อแดงชม.บุกกองบิน41ไล่นายกฯ


ที่ จ.เชียงใหม่ เวลา 12.55 น. มีกลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ ประมาณ 300 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์บุกฝ่าด่าน 2 ชั้น ของตำรวจซึ่งประจำจุดอยู่บริเวณกลางถนนหน้าท่าอากาศยานเชียงใหม่ เข้าไปปราศรัยอยู่ที่หน้าทางเข้าท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อประท้วงขับไล่คณะนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยมีหน่วยปราบจลาจลของตำรวจ ภ.จว.เชียงใหม่ และหน่วยปราบจลาจลเจ้าหน้าที่ทหารกองบิน 41 ใช้โล่และกระบอง ยินดูแลความปลอดภัย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำกลุ่มเสื้อแดงได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมทั้งแช่งให้เฮลิคอปเตอร์ตก ตลอดจนกล่าวพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง พล.อ.เปรม พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี กระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระด้วยถ้อยคำหยาบคาย


นอกจากนี้ชาวบ้านยังพบใบปลิวโจมตีประธานองคมนตรี รวมถึงองคมนตรีอีก 18 คน แจกจ่ายอยู่ในตัวเมือง จ.เชียงใหม่ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จึงแจ้งร้อยเวร สภ.เมืองทราบ ออกไปตรวจสอบ และเก็บใบปลิวไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงมีการระดมตั้งแต่ช่วงเช้าผ่านสถานวิทยุชุมชน พร้อมเปิดรับบริจาคเงินและอาหารสนับสนุนการชุมนุม มีทั้งขอรับบริจาคตะปู ตีนตบ เพื่อส่งมอบให้นายกรัฐมนตรีแม้ว่าจะไม่เจอตัว

วงเสวนาเชื่อ2ฝ่ายสู้ยืดเยื้อเป็นปี


ก่อนหน้านี้ เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว มีการจัดเสวนาเรื่อง "ประชาธิปไตยในความหมายของคนวรรณกรรม " จัดโดยกลุ่มเครือข่ายนักเขียน-ศิลปินเพื่อประชาธิปไตย มีผู้เข้าร่วมเสวนา 40 คน และมีนักคิด-นักเขียนเข้าร่วมงานหลายคน อาทิ นายวัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนรางวัลศรีบูรพา จากนั้นทางกลุ่มเครือข่ายฯออกแถลงการณ์สนับสนุนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยสันติของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งในกรุงเทพฯและทั่วประเทศ
นายวัฒน์กล่าวตอนหนึ่งว่า แถลงการณ์ครั้งนี้ต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยหลอกๆ ที่บงการโดยเหล่าอำมาตย์ สถานการณ์ในวันนี้ยิ่งใหญ่และยากกว่าครั้ง 14 ตุลา ซึ่งคราวนี้ต้องเจอกับรากของระบบซึ่งเกมจะยืดเยื้อ เนื่องจากสิ่งที่เรียกว่าอำมาตย์มีการรวมมันสมองมาเป็นทีม ทั้งสองฝ่ายจะต้องผลัดกันรุกและรับ ซึ่งอาจยืดเยื้อเป็นปีๆ ก็เป็นได้

"อุ๊งอิ๊ง"ปัดพ่ออยู่เขมรบอกเร่ร่อนไปเรื่อยๆ "สุเทพ" แย้ม"แม้ว"ซุ่มละแวกเพื่อนบ้านลั่นโผล่ในปท.เอาตาย

ที่มา มติชนออนไลน์

"อุ๊งอิ๊ง"ปัดข่าว"พ่อ"อยู่กัมพูชาบอกเร่ร่อนไปเรื่อย 2 วัน ย้ายที "เทพเทือก"เผย"ทักษิณ"อยู่ละแวกเพื่อนบ้าน แต่ไม่ใช่"ลาว-กัมพูชา"ไม่ได้อยู่ในไทยหากเจอในประเทศเอาตายแน่ รักษาการโฆษกรัฐบาลบอก ยังไม่ยืนยัน"แม้ว"ปรากฎตัวที่เขมร รอตรวจสอบ 2 วันจะแถลงข่าวชี้แจง "เทพไท"พูดเป็นนัยรู้ที่กบดานอดีตนายกฯ

"อุ๊งอิ๊ง"ปัดข่าว"พ่อ"อยู่กัมพูชา


ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 8 เมษายน ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ประเทศกัมพูชาว่า คุณพ่อเดินทางไปเรื่อยๆ 2 วันออกเดินทางครั้งหนึ่ง


ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ทราบ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ไหน แต่ยืนยันได้ว่าไม่ได้อยู่ที่กัมพูชาตามที่เป็นข่าว รวมถึงกรณีการฟอกเงินที่เกาะเคย์แมนด้วยที่ไม่เป็นความจริง


เมื่อถามถึงกรณีที่องคมนตรีเรียกร้องให้ดำเนินการเอาผิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ตระกูลชินวัตรทุกคนมีความจงรักภักดีอยู่ตลอดมา โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ได้รับพระราชทานยศรวมถึงงานมงคลสมรสพระราชทาน ดังนั้นจึงมีความจงรักภักดี และทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"สุเทพ"แย้ม"แม้ว"ซุ่มละแวกเพื่อนบ้าน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 4 เมษายนถึงความคืบหน้าในการติดตามตัวพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เชื่อว่าพ.ต.ท. ทักษิณอยู่ละแวกเพื่อนบ้าน แต่ไม่ใช่ลาวแน่ๆ เพราะลาวไม่ให้เข้าประเทศ แม้แต่ประเทศกัมพูชาเอง สมเด็จ ฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็คงไม่กล้ายืนถ่ายรูปคู่กับพ.ต.ท. ทักษิณ เว้นแต่จะแอบเข้าไปในกัมพูชาโดยที่เขาไม่รู้


ผู้สื่อข่าวถามว่า บางกระแสข่าวระบุว่าพ.ต.ท. ทักษิณอาจกบดานอยู่ที่จ. เชียงราย รองนายกฯ กล่าวว่า "ไม่ใช่ ถ้าอยู่ในประเทศ ผมเอาตายแล้ว" เมื่อถามต่อว่า ในเมื่อรู้พิกัดที่แน่ชัดของพ.ต.ท. ทักษิณแล้ว เหตุใดจึงไม่นำตัวมาดำเนินคดี นายสุเทพกล่าวว่า "เขามีเครื่องบินบินไปๆ มาๆ และถ้าประเทศเพื่อนบ้านไม่บอกเรา เราก็ทำอะไรไม่ได้"


นายสุเทพยังกล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 8 เมษายนน ว่า รับรองจะไม่มีคนเจ็บ คนตาย ซึ่งมั่นใจ ในเมื่อรัฐบาลไม่ทำ มันทำข้างเดียว จะเจ็บจะตายได้อย่างไร

ทางด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปปรากฏตัวที่ประเทศกัมพูชานั้น นายปณิธาน กล่าวว่า ข่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน เชื่อว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบอยู่ และภายใน 2 วันนี้ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จะเปิดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง

พูดเป็นนัยรู้ที่กบดานอดีตนายกฯ


ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณกบดานอยู่ประเทศกัมพูชา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีการประสานงานกันอยู่เกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะพยายามเอาตัวกลับมา อย่างเมื่อคืนวันที่ 3 เมษายน ฟังรายงานอยู่ก็ทราบว่ามีความพยายามประสานงาน เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ารู้แล้วใช่หรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่จุดไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวแบบเดิมว่า ขอไม่ลงรายละเอียด

'ท่านผู้หญิงวิระยา'หวั่น ปท.ซ้ำรอยสมัยกรุงศรีฯ

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (4 เม..) ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ประธานคณะกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์ "ไทยรัฐ" ถึงกรณี พ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี ว่า หาก พ...ทักษิณ ไม่จงรักภักดีจริง ก็จะเป็นคนแรกที่ไม่คบ แต่ในฐานะที่ตนเป็นคนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เกิน 100% ไม่เชื่อว่า พ...ทักษิณ ไม่จงรักภักดี

"เราไม่ใช่คนโง่ เรามีซิกซ์เซนส์ในเรื่องนี้ และในสมัยที่ท่านเป็นนายกฯ ได้ขอให้ทำบุญกุศลต่างๆ ที่ต้องถวายพระราชินีในนามมูลนิธิก็ไม่เคยปฏิเสธ ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่เข้าข้าง พ...ทักษิณ เป็นการมองด้วยความเป็นธรรม" ท่านผู้หญิงวิระยา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อจงรักภักดีทำไมจึงถูกกล่าวหาได้ ท่านผู้หญิงวิระยาตอบว่า เหมือนเขาจนตรอกจึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม สำหรับตนเห็นว่าความเป็นธรรมสำคัญที่สุด และประเทศไทยโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นประมุข ทรงเป็นนักประชาธิปไตยเต็ม 100 เห็นได้จากที่มีคนเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีพระราชทาน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 พระองค์ทรงตรัสว่าไม่ได้ ต้องมาจากประชาธิปไตย

ท่านผู้หญิงวิระยา กล่าวต่อว่า วันนี้น่าเป็นห่วงบ้านเมืองที่มีความแตกแยกเกิดขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เป็นการแตกแยกของสี แล้วยังดึงสถาบันลงมาเกลือกกลั้วการเมือง จึงอดคิดไม่ได้ว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาแตก คงเหมือนปัจจุบันหรือไม่ กัมพูชาทราบว่าประเทศไทยมีความแตกแยกกันเองเขาจึงรุกรานหรือไม่ คนไทยทุกคนต้องมีสีเดียวกัน

เมื่อถามว่าประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎรพูดทำนองเดียวกันว่าจะมีผู้มีบารมีออกมาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย ท่านผู้หญิงวิระยาตอบว่า ผู้มีบารมีเองก็ถูกเล่นงานจนงอมแล้ว ตอนแรกก็ไม่เชื่อ แต่หลักฐานที่เขาเอามาพูดที่ถูกเสนอเป็นข่าว ก็ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้องคมนตรีต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ถ้าเป็นตนขอลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว เพื่อให้บ้านเมืองสงบ ไม่อยู่ให้คนมาด่าทุกวันอย่างนี้แน่

ท่านผู้หญิงวิระยา ยังเผยด้วยว่า เมื่อคืนวานนี้ (3 เม..) ได้ไปรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ...ทักษิณ ขณะที่นายพงศ์เทพคุยโทรศัพท์กับ พ...ทักษิณ ก็ได้ขอคุยสายด้วย โดยถามว่าอยู่ที่ไหนจะไปหา ซึ่ง พ...ทักษิณ ตอบกลับว่าส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบิน และอยู่ไกลมาก จึงถามต่อว่าเหนื่อยหรือไม่ พ...ทักษิณตอบว่าเหนื่อย เพราะใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบินและคงเหนื่อยใจด้วยที่ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี ทั้งนี้ น้ำเสียงที่ฟังก็ดูเหมือนคนเหนื่อย และก่อนที่ พ...ทักษิณ จะถูกปฏิวัติ ตนได้ถามว่าทำไม่เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกราบทูลเรื่องที่เกิด ทั้งหมด พ...ทักษิณตอบว่าเป็นผู้ชายนะ ไม่ใช่เป็นผู้หญิงที่จะเป็นคนขี้ฟ้อง

"และยังเคยเจอกันที่งานศพก็เห็นเดินยิ้มหน้าบาน จึงถามว่าคงมีความสุขที่ตีกอล์ฟได้โฮลอินวัน และตีต่ำกว่าพาร์ แต่ พ...ทักษิณก็ตอบกลับว่ายิ่งกว่านั้นอีก เพิ่งไปเข้าเฝ้าฯ มาและได้ทำงานถวายท่าน ชี้ให้เห็นว่า พ...ทักษิณจงรักภักดี ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาของคนบางกลุ่ม" ท่านผู้หญิงวิระยา กล่าวในที่สุด

วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส..พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วันที่ 8 เม.. คนเสื้อแดงจะเคลื่อนไปชุมนุมประท้วงที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล..เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ว่า ตัดสินใจที่เดินทางไปที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ในช่วงเย็นวันที่ 7 เม..นี้ เพื่อปกป้องสถาบันองคมนตรี ไม่ได้ปกป้องที่ตัวบุคคล ขอเชิญชวนพลังเงียบที่จงรักภักดีต่อสถาบันองคมนตรีและสถาบันพระมหากษัตริย์ มาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ด้วย คงจะมีประมาณ 400-500 คน ผู้ที่จะมาร่วมขอให้ใช้สีฟ้าเป็นสัญญาลักษณ์ ส่วนจะปักหลักชุมนุมถึงวันที่ 8 เม..ที่ตรงกับคนเสื้อแดงจะเคลื่อนมาที่บ้านสี่เสาเทเวศร์หรือไม่ ต้องดูสถานการณ์ก่อน

Sonthi(ASTV-2) 3-4-09

ที่มา YouTube

โดย chiangraivoice