WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 9, 2009

แสน"แดง"ล้อมบ้านป๋า เส้นตายเย็นนี้ ต้องลาออกพร้อมมาร์ค

ที่มา ข่าวสด

"สุรยุทธ์-ชาญชัย"ก็ด้วย แม้วอ้อนม็อบให‰ทน 3วัน ตร.จับตาป่วนเผาเมือง! เด้งผกก.เซ่นคดีทุบรถ




บุกสี่เสา- ม็อบเสื้อแดงระดมคนได้เกินกว่า 1 แสนคน เคลื่อนพลไปปักหลักชุมนุมหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ขณะที่นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ มาให้กำลังใจม็อบ

ม็อบแดงนับแสนพรึ่บกรุง ล้อมบ้านสี่เสาฯ ประกาศเงื่อนไขให้"มาร์ค-ป๋า-แอ้ด-ชาญชัย"ลาออกทั้งหมด ขีดเส้นตายต้องออกก่อน 4 โมงเย็นวันนี้ มิเช่นนั้นม็อบแดงจะใช้ 5 แนว ทางเล่นงานรัฐบาล แต่ยืนยันไม่ยึดทำเนียบ- สนามบิน-สถานที่ราชการ โวยลั่นมือที่ 3 เตรียม ป่วนเผาเมืองเผาแบงก์ โบ้ยรัฐบาลต้องรับผิดชอบหากเกิดความวุ่นวาย ขณะที่ป๋าออกจากบ้านสี่เสาไปก่อนที่ม็อบแดงจะไปถึง "มาร์ค" เมินเงื่อนไข ยันไม่ยุบสภา-ไม่ออก ชี้หากจำเป็นก็ต้องใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ตร.เป็นห่วงมือที่ 3 ฉวยโอกาสป่วน ชี้ตามประกบไว้หมดแล้ว ลงมือเมื่อไหร่รวบทันที รัฐบาลแฉลูกเมียพี่น้องแม้วเผ่นนอกหมดแล้ว ตกบ่าย"เจ๊แดง-ยิ่งลักษณ์"โผล่ให้กำลังใจม็อบแดง โต้ไม่ได้หนีไปไหน ตกค่ำแม้วโฟนอินกลางม็อบ ประกาศให้เสื้อแดงอดทนอีก 3 วันชนะแน่ ต้องเอาประชาธิปไตยคืนมา วอนทหารตำรวจหันเข้ามาร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง

-เสื้อแดงคึกคักทะลุแสนคน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. บรรยากาศการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีแนวร่วมเสื้อแดงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดพากันถือป้ายผ้ามีข้อความโจมตีขับไล่รัฐบาลและองคมนตรี ทยอยเดินทางมาสมทบการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลตลอดเวลา ทำให้พื้นที่บนถนนพิษณุโลกหน้าทำเนียบฯ ตั้งแต่สะพานชมัยมรุ เชฐถึงแยกมิสกวัน ถนนราชดำเนินนอก เลี้ยวขวาไปทางลานพระบรมรูปทรงม้า มีคนเสื้อแดงเข้ามาปักหลักชุมนุมอย่างแน่นขนัด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประเมินจำนวนผู้ชุมนุมในช่วงเช้าอยู่ที่ 3 หมื่นคน

อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมานั้น มีม็อบเสื้อแดงจากต่างจังหวัดทยอยเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลหลายหมื่นคน สมทบกับม็อบที่ล้อมทำเนียบรัฐบาลอยู่แล้วนั้นทำให้ยอดผู้ชุมนุมพุ่งสูงเกือบ 1 แสนคนทีเดียว อย่างไรก็ตาม ตอนช่วงตี 2-3 ม็อบส่วนใหญ่เริ่มออกจากที่ชุมนุมไปพักผ่อนตามจุดต่างๆที่เตรียมไว้ตามชานเมือง และจะทยอยกลับมาชุมนุมอีกครั้งในช่วงเช้า

ขณะที่บรรยากาศบนเวทีปราศรัย แกนนำเสื้อแดงและสมาชิกบ้านเลขที่ 111 พากันขึ้นเวทีปลุกระดมผู้ชุมนุมให้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศต้องล้มล้างพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี โดยจะเคลื่อนขบวนไปหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ในเวลา 09.59 น. หากถูกสกัดกั้นพร้อมจะแสดงพลัง และยังนำกรณีที่ตำรวจจับกุมทีมมือปืนที่เตรียมลงมือสังหารองคมนตรีมากล่าวโจมตีว่า เป็นความพยายามจะให้เกิดเหตุในวันที่ 8 เม.ย.เพื่อป้ายสีคนเสื้อแดง เพราะทีมสังหารมีนายทหารยศพันตรีและพันเอกของกองทัพบกเป็นผู้สั่งการเพื่อโยนความผิดให้เสื้อแดง จึงขอถามพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.รู้เรื่องหรือไม่ และหากการเคลื่อนขบวนของเสื้อแดงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น พล.อ.เปรม พล.อนุพงษ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายเนวิน ชิดชอบ ต้องรับผิดชอบ

-การ์ดเสื้อแดงพรึ่บ-นำขบวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บริเวณโดยรอบทำเนียบฯคึกคักไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ระหว่างเตรียมตัวเคลื่อนขบวนไปยังหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ภายในทำเนียบฯกลับมีแต่ความเงียบเหงา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อยู่ในความสงบและพักผ่อน ส่วนข้าราชการของทำเนียบฯยังคงทยอยเข้ามาทำงานตามปกติ แต่มีจำนวนบางตามาก เนื่องจากหัวหน้างานได้ให้กระจายตัวกันไปทำงานที่สำนักงานด้านนอก อาทิ โรงพิมพ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี บ้านพิษณุ โลก บ้านมนังคศิลา

นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนส่วนหนึ่งปักหลักรายงานข่าวความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องที่ปักหลักรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง

เวลา 08.00 น. ที่เชิงสะพานอรทัย ด้านหลังทำเนียบรัฐบาล ได้มีการ์ดนปช.คนเสื้อแดงมารวมตัวกันจำนวนมาก ทั้งหมดสวมใส่เสื้อและกางเกงยีนส์สีดำ และนำผ้าแดงมาผูกคอ คาด ศีรษะ โดยมีหัวหน้าการ์ดเรียกรวมตัว ตั้งแถว เช็กความพร้อมและซักซ้อมทัพหน้า ก่อนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบการ์ดดังกล่าวไม่พบว่ามีการนำอาวุธที่รุนแรง เช่น มีด สปาร์ตา ไม้กอล์ฟ หรือปืน มาพกพาแต่อย่างใด ขณะเดียวกันกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทยอยมาจากต่างจังหวัด ยังคงเข้าร่วมสมทบอย่างไม่ขาดสาย โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ประกาศผ่านดีทีวีว่าขอให้พี่น้องเสื้อแดงที่อยู่ทางบ้าน ช่วยกันบริจาคหมวกกันน็อกมาที่เวทีใหญ่ให้มากๆ เพราะต้องใช้เคลื่อนขบวนต่อไป

-มือทุบรถมาร์ค-เปิดใจเป็นแพะ

ต่อมาเวลา 08.30 น. ที่หลังเวทีปราศรัย สะพานชมัยมรุเชฐ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แนวร่วมคนเสื้อแดง ได้นำตัวนายวันเฉลิม กุนเสน และ น.ส.จิดาภา ธนหัตชัย หรือซ้อโอ่ง แกนนำคนเสื้อแดงพัทยา ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาทุบรถที่นายกรัฐมนตรีนั่งขณะเดินทางกลับจากประชุม ครม.ที่จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 เม.ย. มาแถลงข้อเท็จจริงในวันเกิดเหตุ

โดยนายวันเฉลิมกล่าวว่า ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปขวางโดยไม่รู้ว่าในรถมีนายอภิสิทธิ์นั่งอยู่ จู่ๆ รถคันดังกล่าวได้พุ่งชนและถอยหน้าถอยหลังเหมือนจะเหยียบซ้ำ คนเสื้อแดงที่ตามมาจึงไม่พอใจเข้าไปเปิดรถเพื่อถามคนขับ พบว่าในรถมีคนอยู่ 4 คน แต่ไม่รู้ว่ามีนายอภิสิทธิ์อยู่ด้วย เพิ่งมาทราบทีหลัง ส่วนที่เอาหมวกกันน็อกทุบกระจกหลังรถเพราะความโมโหที่ถูกพุ่งชน ตอนทุบกระจกไม่แตกและไม่รู้ว่ามีใครเป็นมือที่ 3 ทุบซ้ำหรือเปล่าเพราะมีคนอื่นอีกมาก ขอยืนยันว่าตนตกเป็นแพะ

ด้านน.ส.จิดาภา กล่าวว่า คนเสื้อแดงเข้าไปที่รถนายอภิสิทธิ์เพราะโมโหที่ชนมอเตอร์ไซค์เสียหาย แต่ไม่ลงมาดูว่าใครเป็นอะไรหรือเปล่า จึงพากันเปิดประตูรถเพื่อถาม แต่มีเสียงคนในรถตะโกนสั่งการออกมาว่าชนไปเลย อยากถามนายอภิสิทธิ์ ที่พูดมาตลอดว่าเป็นนายกฯเพื่อประชาชน ทำไมวันนี้ถึงจะฆ่าประชาชน ถ้าคนที่ถูกชนไม่หลบก็คงถูกเหยียบตายไปแล้ว ตนมีใบรับรองแพทย์ว่าถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บบริเวณลิ้นปี่และไหล่ขวาจากการถูกคนในรถที่นายอภิสิทธิ์นั่งยกเท้าถีบและต่อยสวนออกมาขณะเปิดประตูรถ แต่ตนหลบทันจึงโดนหน้าของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

-ถ้ามีตาย-มาร์คต้องรับผิดชอบ

เวลา 09.00 น. ที่หลังเวทีปราศรัย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และน.พ.เหวง โตจิราการ เปิดแถลงถึงการเคลื่อนขบวนพร้อมนำเหล็กคันธงทำจากแป๊บปลายแหลมมาโชว์สื่อมวลชนว่า ตำรวจที่รักษาการณ์ที่หน้าบ้านพล.อ.เปรม นำมาให้เพราะเห็นว่าเป็นอาวุธที่จะใช้ทำร้ายคนเสื้อแดง และพบว่ามีการรวบรวมชายฉกรรจ์จำนวนมากจากหลายพื้นที่เข้ามาปกป้องพล.อ. เปรม และต่อต้านคนเสื้อแดง คนกลุ่มนี้จะถือคันธงที่ทำจากเหล็กแป๊บปากฉลามเป็นอาวุธเฝ้ารายล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์และจะสะพายกระเป๋าผ้า คาดว่าจะมีอาวุธอื่นๆอยู่ข้างใน อาจมีหนังสติ๊กหรือระเบิดปิงปอง จึงขอเรียกร้องให้ผบ.ตร. และผบช.น. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเคลียร์พื้นที่ปลดอาวุธ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนการเคลื่อนขบวนจะรอจนกว่าคนเสื้อแดงจะมาร่วมชุมนุมจนเต็มพื้นที่ถนนพิษณุโลก ไปถึงถนนราชดำเนินนอก จากนั้นคนที่มากขึ้นจะเลี้ยวขวาไปแยกพระบรมรูปทรงม้าถนนศรีอยุธยา ถึงเวลานั้นคนเสื้อแดงจะไปถึงหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์

น.พ.เหวง ซึ่งรับหน้าที่คุมหน่วยนำทัพหน้าในการเคลื่อนขบวน กล่าวว่า ขบวนนำหน้าจะเป็นขบวนสันติวิธีไม่มีอาวุธแม้แต่ก้อนหินก้อนเดียว ทุกคนจะสวมหมวกสีขาวที่เขียนคำว่าสันติวิธีเป็นสัญลักษณ์ แต่เชื่อว่าการเคลื่อนขบวนจะถูกโจมตีด้วยหนังสติ๊กยิงหัวนอตเข้าใส่ จากนั้นอาจมีอาวุธอื่นตามมา จึงจะเว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้ถูกหนังสติ๊กยิงบาดเจ็บ และถ้ามีคนได้รับบาดเจ็บล้มตายแม้เพียง 1 คน นายอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบ และจะเป็นสิทธิของประชาชนที่จะตอบโต้ป้องกันตัว จะไม่ยอมถูกรังแกฝ่ายเดียว สำหรับหน่วยสันติวิธีแม้จะมีการลั่นอาวุธใส่ก็จะไม่ตอบโต้กลับไป ถ้าจะให้การชุมนุมยุติ พล.อ.เปรมต้องประกาศล้างมือในอ่างทองคำ ไม่แทรกแซงการเมือง

-เคลื่อนขบวนบุกบ้านป๋า

เวลา 09.30 น. นายณัฐวุฒิ ประกาศบนเวทีปราศรัยหน้าทำเนียบฯ ซึ่งถือว่าเป็นจุดบัญชา การในการเคลื่อนขบวน โดยให้ผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนนั่งลงบนถนนพิษณุโลกให้เต็มพื้นที่ต่อเนื่องเลี้ยวขวาออกถนนราชดำเนินนอกไปถึงแยกลานพระรูปทรงม้า เพื่อเช็กพื้นที่ว่าจำนวนคนมากจนใกล้จะถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์หรือไม่ โดยให้คนเสื้อแดงที่มีเดินทางเข้ามาเสริมทัพจากด้านหลังเวทีฝั่งแยกนางเลิ้ง เดินผ่านคลองเปรมประชากรผ่านหน้าวัดเบญจมบพิตรไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้าทันที พร้อมทั้งสั่งให้ปิดล็อกพื้นที่ชุมนุมป้องกันการแทรกแซงจากกลุ่มต่อต้าน ด้วยการใช้รถแท็กซี่และรถของผู้ที่มาร่วมชุมนุมจอดขวางถนนบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานอรทัย แยกนางเลิ้ง และแยกวัดเบญจมบพิตร และให้รอฟังคำสั่งจากแกนนำหากมีการต่อต้านอาจจัดเป็นกลุ่มย่อยกระจายไปกดดันยังสถานที่ต่างๆ

เวลา 09.59 น. ขบวนทัพหน้าที่จัดเป็นขบวนสันติวิธีที่นำโดยน.พ.เหวง ได้เริ่มตั้งขบวนข้างเวทีปราศรัย ริมคลองเปรมประชากร โดยใช้รถบรรทุก 10 ล้อเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อน ที่ออกวิ่งนำหน้าผู้ชุมนุมจำนวนนับพันคน เดินทางผ่านหน้าวัดเบญจมบพิตรเลี้ยวซ้ายไปที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ขณะที่แกนนำประกาศเป็นระยะว่าต้องให้ถึงหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์และต้องปิดบัญชีให้ได้ในวันเดียว โดยแกนนำแบ่งจุดควบคุมดูแลออกเป็น 3 จุด นายวีระ มุสิกพงศ์ อยู่ที่เวทีใหญ่หน้าทำเนียบฯ ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แยกไปดูแลพื้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้าและหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ การสั่งการจะประสานเชื่อมต่อกันทุกจุด

-ม็อบยอมให้ตร.ตรวจอาวุธ

เวลา 10.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงได้เริ่มเคลื่อนจากลานพระบรมรูปทรงม้า มุ่งหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อหัวขบวนเดินมาถึงแยกพล.1 ได้จัดรูปขบวน โดยนำพระบรมฉายา ลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถขึ้นถือนำขบวน ตามด้วยธงชาติไทย

จากนั้นตามด้วยแถวของการ์ดนปช.และกลุ่มคนเสื้อแดง รถปราศรัยของแกนนำนปช. 3 คัน ซึ่งมีแกนนำนปช. อาทิ น.พ.เหวง นายณัฐวุฒิ นายจตุพร นำรถแต่ละคัน ซึ่งตลอดทางที่เดินนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงได้ตะโกนขับไล่นายอภิสิทธิ์ และพล.อ.เปรม ก่อนจะหยุดอยู่ที่แยกพล.1 รอ. ซึ่งประจันหน้ากับแถวตำรวจกว่า 300 นาย ซึ่งยืนถือโล่ประจำการอยู่

เวลา 10.40 น. นายจตุพร และนายการุณ โหสกุล ได้เข้ามาเจรจากับพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เพื่อขอให้เปิดเส้นทาง โดยเจ้าหน้าที่ต่อรองให้ผู้ชุมนุมที่เคลื่อนผ่านบริเวณดังกล่าวต้องถูกตรวจค้นอาวุธก่อนเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งนายจตุพรก็ยินยอมให้ตรวจค้น

นายจตุพร ให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มเสื้อแดงเคยประกาศไว้จะชุมนุมวันที่ 8-10 เม.ย. แต่อาจต้องเปลี่ยนแปลงระยะเวลา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เพราะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก ทำให้เป็นพลังส่งไปยังพล.อ.เปรม และนายอภิสิทธิ์ ต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ส่วนกรณีตำรวจขอตั้งด่านตรวจค้นผู้ชุมนุมก่อนเคลื่อนเข้ามานั้น กลุ่มเสื้อแดงเห็นด้วยแต่ยืนยันว่าเราชุมนุมด้วยมือเปล่าและปราศจากอาวุธ หากตรวจค้นและพบอาวุธก็ไม่ใช่คนเสื้อแดง อีกทั้งเราไม่ต้องการให้ใครเข้ามาสร้างสถาน การณ์ หากมีความรุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลต้องดูแลความปลอดภัยและป้องกันมือที่ 3 มาสร้างสถานการณ์

-เสื้อแดงฮือล้อมบ้านสี่เสาฯ

นายจตุพรกล่าวว่า การชุมนุมหลังจากนี้จะปักหลักอยู่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์เป็นหลัก และบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าและหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยจะมีแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัยตามเวทีต่างๆ และภายหลังกลุ่มเสื้อแดงยึดพื้นที่ได้แล้วจะประกาศมาตรการการเคลื่อนไหวต่อไป ระบอบอำมาตยาธิปไตยจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับพล.อ.เปรม ยืนยันว่ากลุ่มเสื้อแดงจะไม่บุกเข้าไปภายในบ้านพักสี่เสาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายจตุพร และนาย การุณ พร้อมด้วยการ์ด ได้เดินยังหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งมีกำลังตำรวจ 400 นายตรึงกำลังอยู่หน้าบ้านตลอดแนวรั้ว โดยนำโล่มาใช้ป้องกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมมาปักหลักด้านหน้าตลอดแนวรั้ว โดยนำรถควบคุมผู้ต้องขัง 2 คันมาจอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน

ต่อมานายจตุพร ได้เข้าเจรจากับพล.ต.ต.วิชัย ที่บริเวณหน้าบ้านสี่เสาฯ โดยเจ้าหน้าที่ต่อรองขออย่าให้ผู้ชุมนุมมมาปักหลักชิดแนวรั้วบ้านสี่เสาฯ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมยินยอมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จากนั้นผู้ชุมนุมที่เหลือได้ฝ่าแนวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการตรวจค้นอาวุธอยู่เข้ามาและมาปักหลักอยู่หน้าบ้านสี่เสาฯ ยาวถึงแยกสี่เสาเทเวศร์ รวมถึงหน้าบช.น. เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนมาถึง ได้นำกำลังการ์ดและผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งล้อมรถเครื่องขยายเสียงที่มีแกนนำปักหลักอยู่ ขณะเดียวกันภายในสโมสรทบ.ซึ่งอยู่ติดบ้านสี่เสาฯ เจ้าหน้าที่ได้เปิดเสียงตามสายขอความร่วมมือผู้ชุมนุมชุมนุมอย่างสงบ อย่าทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ทำ ให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจ พากันโห่ร้องและด่าทอ

นายจตุพร ปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้การที่กลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนมาหน้าบ้านสี่เสาฯจะไม่มีการถูกปิดประตูตีแมวเหมือนครั้งที่ผ่านมา ถ้ามีการปิดประตูตีแมวอีก ทางแมวจะจัดการกลับไปอย่างสาสมเช่นกัน

ด้านนายจักรภพ เพ็ญแข ปราศรัยว่า ถ้าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในคราวนี้ไม่มีผลอะไร หรือพูดจากันไม่รู้เรื่อง เราจะยึดกรุงเทพฯเพื่อให้รู้ว่าบ้านเมืองเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของคนในรั้วบ้านสี่เสาฯ

-เผยป๋าออกจากบ้านไปแล้ว

ต่อมาเวลา 12.20 น. ที่บริเวณหน้าบ้านสี่เสาฯ มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาประมาณ 30 คนได้ปีนแนวแท่นปูนที่ตั้งอยู่รอบรั้วบ้านสี่เสาฯ ก่อนจะยึดพื้นที่ป้อมตำรวจหน้าบ้าน ทำให้ผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านหลังลุกฮือและพยายามประชิดแนวตำรวจเข้ามา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาตั้งแนวและพยายามเจรจาไม่ให้เคลื่อนเข้ามาบริเวณดังกล่าว โดยเจรจาประมาณ 10 นาทีก่อนที่กลุ่มนักศึกษาและผู้ชุมนุมจะยอมเคลื่อนถอยออกมา

เวลา 12.30 น. นายจตุพรปราศรัยอีกครั้งว่า อยากขอร้องผู้ชุมนุมอย่าไปปิดล้อมรถโอบีของสื่อมวลชน เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงเคารพในเสรีภาพของสื่อในการถ่ายทอดสด ซึ่งในขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โทรศัพท์มาหา จึงอยากให้ผู้ชุมนุมโห่ร้องและให้กำลังใจเพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยินผ่านทางโทรศัพท์

นายจตุพร กล่าวว่า กลุ่มสื้อแดงจะตั้งเวทีปราศรัยขนาดใหญ่ที่หน้าบ้านสี่เสาฯ ทั้งนี้เราจะไม่ยอมเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกต่อไป เพราะ ที่ผ่านมาตำรวจเคยนำสเปรย์พริกไทยเข้ามา สลายผู้ชุมนุมในบริเวณนี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น่าสังเกตว่าในช่วงที่ผู้ชุมนุมเคลื่อนเข้ามาปักหลักในช่วงแรก ตำรวจได้ตรึงกำลังอย่างเข้มงวด ภายหลังได้ปล่อยให้ผู้ชุมนุมเข้ามาปักหลักหน้าบ้านสี่เสาฯ ทั้งนี้ ภายในบ้านสี่เสาฯมีการนำรั้วลวดหนามมาวางขึงตลอดแนวรั้ว เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปภายในบ้าน โดยมีกำลังตำรวจและทหารปักหลักอยู่ภายในบ้านด้วย อย่างไรก็ตาม ราย งานข่าวแจ้งว่า ในช่วงเช้าก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนมาหน้าบ้านพัก พล.อ.เปรม ยังคงอยู่ภายในบ้าน กระทั่งช่วงสายพล.อ.เปรมได้เดินทางออกจากบ้านพัก

-ทีมรปภ.นายกฯคุ้มกันเข้ม

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ หลังจากถูกกลุ่มเสื้อแดงชลบุรีบุกล้อมกรอบและทุบรถนั้น ในช่วงเช้าวันเดียว กัน นายกฯ ได้เดินทางออกจากบ้านพักเมื่อเวลา 07.30 น. โดยขบวนรถของนายกฯ ยังเป็นไปตามปกติที่เคยใช้ คือใช้รถจักรยานยนต์เป็นรถนำขบวน มีรถเบนซ์ของตำรวจกองปราบฯ ทะเบียน ษฐ 106 นำ รถประจำตำแหน่งของนายกฯ ยังคงใช้รถบีเอ็มดับบลิว ซีรีส์ 7 สีดำ ทะเบียน ศฮ 9201 คันเดิม จากนั้นจึงเป็นรถของเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ปิดท้าย ซึ่งวันนี้เปลี่ยนมาใช้รถเบนซ์แวนสีดำ ทะเบียน ฌฉ 4636 เนื่องจากรถโตโยต้า พราโด้คันเดิมอยู่ระหว่างการซ่อมกระจกด้านหลังที่แตกเสียหาย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกฯ ยังประสานไปยัง กอง บก.จร.02 เพื่อสอบถามเส้นทางเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผิดจากที่ผ่านมาที่มักไม่ค่อยมีการประสานล่วงหน้า ส่วนการรักษาความปลอดภัยบริเวณบ้านพักของนายกฯ ในซอยสุขุมวิท 31 เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทองหล่อและหน่วย อรินทราชทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลอย่างเข้มงวด

จากนั้นเวลา 08.00 น. นายกฯ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการและปล่อยขบวนคาราวานรณรงค์ลดอุบัติเหตุจราจร ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.บางพลัด ตำรวจปราบจลาจลและสายสืบประมาณ 300 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ปากทางเข้าวัดภคินีนาถ เวลา 09.00 น. นายกฯ มาเป็นประ ธานเปิดการประชุมในเวทีบำนาญทางสังคมเพื่อผู้สูงอายุไทยถ้วนหน้าและยั่งยืน จากนั้นเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

-มาร์คขอกำลังทหารเสริม

เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมอมารี ประตูน้ำ นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ยังไม่มีอะไร ผู้ชุมนุมทยอยมาชุมนุมกันอยู่ แต่เมื่อคืนนี้ ได้ซักซ้อมความเข้าใจกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และผู้เกี่ยวข้องถึงแนวทางของรัฐบาล ซึ่งจะดูแลให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบ และขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา มีอะไรผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่และขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ แต่ขอให้ระวังเพราะมีคนบางกลุ่มต้องการเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น ใครทำผิดกฎหมายต้องจับกุมดำเนินคดี

เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าผู้ชุมนุมจะมีจำนวนเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าให้พูดออกไปเลย เพราะจะเป็นเงื่อนไขให้แกนนำนำไปพูดบนเวที ต่อข้อถามว่าจะมี 8 หมื่นคนตามที่ผบช.น.ระบุไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงใกล้เคียงกับที่หลายฝ่ายประเมินกัน ส่วนมาตรการดูแลบุคคลสำคัญนั้น ได้เตรียมมาตรการไว้แล้ว ส่วนที่มีข่าวจะมีการลอบวางเพลิงสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆนั้น เบาะแสที่ได้รับมานั้นเราได้ตอบสนองและดูแลอยู่ การทำงานวันนี้จะไม่มีเฉพาะตำรวจ เพราะได้ร้องขอให้กองทัพมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน รวมถึงการประสานงานกับกระทรวงยุติธรรมกรณีที่จำเป็นต้องใช้อำนาจศาล จะทำอย่างรวดเร็วที่สุด

-ขู่ฟันตำรวจสมรู้ร่วมคิดม็อบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมั่นใจหรือว่าทุกหน่วยงานมีความเป็นเอกภาพ เพราะเหตุการณ์ที่พัทยาดูเหมือนตำรวจยังมีปัญหาเรื่องการดูแลความปลอดภัยนายกฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีเอกภาพ แต่ในส่วนที่อาจจะมีความหละหลวมก็ต้องแก้ไข ซึ่งที่พัทยาต้องแก้ไขแน่นอน เพราะจะจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยาก็ต้องไปทบทวน เพราะไม่ควรเกิดขึ้น แต่ไม่เป็นไร เพราะเหตุเกิดขึ้นกับผม แต่ที่ผมห่วงคือไม่อยากให้มีการปะทะกัน ไม่อยากให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่มีปัญหากัน" นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า เชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนพร้อมคู่เจรจาในวันที่ 10-12 เม.ย. ตนสอบถามรมว.ต่างประเทศแล้ว ได้รับการยืนยันว่าผู้นำทุกคนพร้อมเดินทางมาร่วมประชุม

ล้อมสี่เสา- ม็อบเสื้อแดงระดมคนได้เกินกว่า 1 แสน เคลื่อนพลปักหลักชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ขณะที่นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 น้องสาวของ พ.ต.ท. ทักษิณ มาให้กำลังใจม็อบ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.



เมื่อถามว่าจะจัดการกับตำรวจหรือไม่ถ้าพบว่าไปสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มผู้ชุมนุม นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ถ้าตำรวจไม่ปฏิบัติ ต้องถูกดำเนินการเพราะเท่ากับตำรวจทำผิดกฎหมาย ตำรวจไม่มีสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย

-เมินม็อบกดดันให้ยุบสภา

เมื่อถามถึงข่าวครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าข่าวนี้มีการยืนยันแค่ไหน แต่ฝากให้ผู้ชุมนุมคิดแล้วกันว่าขณะที่เรียกร้องให้มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสงบ แต่มันมีความเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่มที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงแล้วตัวคนที่ชักชวนให้มาชุมนุมก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะใช้วิธีการที่เด็ดขาด รัฐบาลจะยังคงใช้วิธีการละมุนละม่อมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าใครทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพียงแต่รัฐบาลจะไม่ทำผิดกฎหมาย และจะไม่มีการใช้ความรุนแรงจากภาครัฐก่อนโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันใครก่อการจลาจล ใครทำผิดกฎหมาย ถ้าถูกจับกุมจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพราะมีการวางกล้องเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานครบถ้วนหมดแล้ว และจะดำเนินการอย่างเต็มที่

ต่อข้อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะชุมนุมกดดันให้รัฐบาลยุบสภาภายในวันนี้ให้ได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ยุบสภา เพราะมีคนมาทำผิดกฎหมาย รัฐบาลจะยุบสภาต่อเมื่อเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับบ้านเมือง แต่ถ้าหากจะใช้ความรุนแรง รัฐบาลจะไม่ยุบสภาแต่จะจัดการกับความรุนแรงนั้น แต่ถ้าเรียกร้องประชาธิปไตยแล้วมาพูดคุยปรึกษาเดินหน้าปฏิรูปการเมืองอย่างนี้ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าจะมาใช้ความรุนแรงข่มขู่ให้รัฐบาลยุบสภา รัฐบาลไม่ทำ เพราะรัฐบาลจะไม่ยอมให้กับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าในช่วง 3 วันนี้ ถือเป็นช่วง 3 วันอันตรายสำหรับประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถือว่ามีความเสี่ยง แต่จะดูแลไม่ให้มีการทำอะไรที่รุนแรงเกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าจะมีมือที่สามเข้าไปวางระเบิดในกลุ่มผู้ชุมนุม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ผมนึกไม่ออก มือที่สามมาจากไหนหรือครับ ก็มือที่ 1 และ 2 นั่นแหละ แต่รัฐบาลไม่มี"

-ครอบครัวแม้วเผ่นนอกหมด

ที่รัฐสภา นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส.อุดร ธานี กลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย ให้สัม ภาษณ์ถึงข่าวเครือญาติของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งคุณหญิงพจมาน พร้อมบุตรชายและบุตรสาวทั้ง 3 คน รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้บินหนีออกนอกประเทศไปแล้วว่า เบื้องต้นได้ตรวจแล้ว ทราบว่าทุกคนบินออกนอกประเทศไทยแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนไปประเทศใดยังไม่ทราบ อาจบินไปประเทศ ใกล้ๆ ก่อนต่อเครื่องบินไปยังประเทศอื่นต่อไป

"ตอนนี้ถือเป็นการชิงหนีไปก่อน โดยปล่อยให้ประชาชนที่มาชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดง เป็นตัวประกัน น่าเป็นห่วงประชาชนที่ยังไม่ทราบความจริง พวกเราในฐานะส.ส.ไม่อยากให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายอีกต่อไป วันนี้จุดยืนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเปลี่ยนแปลงตลอด ตอนแรกประกาศขับไล่นายกฯ และรัฐบาล แต่ตอนนี้กลับมาขับไล่องคมนตรี ไม่เข้าใจว่าจริงๆ ต้องการอะไร หรือต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรกันแน่ เชื่อว่าสุดท้ายคนทั้งประเทศ คงไม่เห็นด้วยและยอมรับไม่ได้" นายเชิดชัยกล่าว

-ไปทั้งฮ่องกง-ดูไบ-อังกฤษ

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า มีการราย งานเข้ามาว่าครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ได้เดินทางออกนอกประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยทยอยกันเดินทางทีละคนสองคน ตั้งแต่ 1-2 วันที่แล้ว และมีจุดหมายปลายทางที่ต่างกัน ไม่ใช่เพียงนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้อ่านรายชื่อบุคคลที่เดินทางออกนอกประ เทศ จึงไม่ทราบว่ามีนักการเมืองของพรรคฝ่ายค้านเดินทางไปด้วยหรือไม่ หากต้องการรายละเอียด ควรสอบถามเรื่องนี้ไปยังนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ โดยตรง

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานข่าวแจ้งว่า คุณหญิงพจมาน พร้อมด้วยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยด้วยสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค เที่ยวปินที่ CX750 ปลายทางเกาะฮ่องกง โดยเดินทางตั้งแต่คืนวันที่ 6 เม.ย. ซึ่งคืนวันเดียวกันนั้น น.ส.พิณทองทา ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ โดยสายการบิน ไทย เที่ยวบินที่ TG910

รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า เมื่อคืนวันที่ 7 เม.ย. นายสมชายพร้อมด้วยนายพานทองแท้ ชินวัตร ได้ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ปลายทาง นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิ เรตส์ ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EX419 ซึ่งคาดว่าการเดินทางออกนอกประเทศของคนในครอบครัวชินวัตรทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย เพราะการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ถ้ามีความรุนแรงหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พ.ต.ท.ทักษิณจะได้ไม่เป็นห่วง คาด ว่าคนทั้งหมดจะไปพบพ.ต.ท.ทักษิณที่นครดูไบอย่างแน่นอน

-กห.ยันไม่ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบรอบ 122 ปี ถึงการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า รัฐบาลไม่น่าจะประกาศใช้เนื่องจากไม่มีอะไรฉุกเฉิน ขอให้ชุมนุมกันอย่างสงบ อย่าทำอะไรเกินเลย ส่วนที่กลุ่มคนเสื้อแดงทุบรถนายกรัฐมนตรีนั้น ภาพชัดเจนแล้วไม่ต้องอธิบายว่าควรหรือไม่ ทุกคนพิจารณาเอาเองว่าเป็นอย่างไร เพราะผู้นำ ประเทศไม่ได้เป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ท่านเป็นผู้นำคน 60 ล้านคน เมื่อถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นแสดงว่าเจ้าหน้าที่ทำงานหละหลวม ขบวนนายกฯ ติด ไฟแดงถึง 2 ครั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องไฟแดงคงไม่ใช่แต่เป็นเรื่องของการจราจรมากกว่า

เมื่อถามว่าห่วงเรื่องมือที่ 3 หรือไม่ พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ต้องระวังทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่จะทำให้ประชาชนไม่มีความสุข หรือทำ ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินทางราชการ ไม่ได้ห่วงเรื่องใดเป็นพิเศษ ต้องถามอดีตนายกฯ ประ เทศกำลังดำเนินการอยู่และกำลังมีปัญหาอยู่มาก มาทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เมื่อถามว่า นายกฯ ระบุถ้าจำเป็นจะต้องสลายการชุมนุมก็ต้องสลาย กองทัพเตรียมความพร้อมอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบ นายกฯ ยังไม่ได้พูดกับตนเรื่องนี้ แต่คงไม่ถึงขนาดนั้น คนไทยด้วยกันทั้งนั้น

-บิ๊กป๊อกยืนกรานไม่ปฏิวัติ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวว่า การดูแลยังเป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน การเข้าสนับสนุนจะปฏิบัติตามแผนเดิมที่ร้องขอ เราจะพยายามไม่ให้เกิดความรุนแรงและให้เป็นไปตามกรอบของการแสดงออกทางความคิดทางการเมือง เมื่อถามว่าหากสถานการณ์รุนแรง กองทัพต้องถูกบังคับให้ออกมาตัดสินใจเหมือนกับสมัยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีอย่างแน่นอน ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายที่สุดแค่ไหนอย่างไร ก็จะใช้มาตรการทางกฎหมาย ไม่มีการใช้อำนาจอื่น เมื่อถามว่ามีความจำเป็นต้องใช้ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตามสถานการณ์แล้ว รวมถึงนายกฯ มอบนโยบายว่าไม่มีแนวความคิดที่จะใช้เพราะเชื่อว่าจะสามารถคุมสถานการณ์ได้

เมื่อถามว่า ทหารจะเข้าไปดูแลความปลอด ภัยให้กับพล.อ.เปรมอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า หน้าบ้านสี่เสาฯ เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนทหารได้ส่งกำลังทหารเข้าไปดูแลในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ซึ่งจะประจำภายในบ้านพักสี่เสาฯ เมื่อถามว่าหวั่นใจหรือไม่ว่าจะมีมือที่ 3 มาก่อความวุ่นวาย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ประเมินสถานการณ์และใช้มาตรการเฝ้าระวัง โดยจะไม่ให้มีมือที่ 3 จะใช้กล้องวงจรปิด และให้เจ้าหน้าที่คอยสอดส่องดูแล รวมทั้งการตรวจค้นอาวุธโดยรอบบ้านพักองคมนตรี

-ยันมีแผนรับมือม็อบไว้แล้ว

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ใน 2-3 วันนี้ หากมีเหตุรุนแรงหรือกระทบกระทั่ง เรามีแผนรองรับอยู่แล้ว ทั้งนี้ ผบ.เหล่าทัพได้ติดตามสถานการณ์ตลอด ส่วนข่าวการนำระเบิดมาสร้างสถานการณ์นั้น ในที่ประชุมผบ.เหล่าทัพไม่ได้คุยกัน เชื่อว่าสถาน การณ์จะไม่พัฒนาไปถึงเหตุการณ์เดือนตุลาฯ หรือพฤษภาทมิฬ แต่รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น

เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวว่าจะมีการจับแกนนำเพื่อไม่ให้บานปลาย พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า คงไม่มี ปล่อยให้เขาดำเนินการแต่ต้องอยู่บนหลักของกฎหมาย อย่างที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดว่าต้องแตกหักให้ได้ ตนไม่เห็นประโยชน์ใดที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น คือความย่อยยับของประเทศชาติ ถามว่าเราได้อะไรจากเรื่องนี้ ขณะนี้กัมพูชานั่งมองอยู่ ตนเชื่อว่าเขากำลังหัวเราะด้วยซ้ำว่าบ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้เมื่อไหร่จะไปสู้เขาได้

เมื่อถามว่าหากมีโอกาสจะนำผบ.เหล่าทัพ เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือไม่ พล.อ.อภิชาตกล่าวว่า กองทัพยืนอยู่บนพื้นฐานความจงรักภักดีต่อสถาบัน คงไม่ต้องไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาท ต้องขอเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่าน เชื่อว่าการแสดงออกของเราทุกคนในฐานะทหารชัดเจนว่าเราจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านตลอด ใครที่มีความมุ่งมั่นทำร้ายสถาบัน เรายอมไม่ได้เด็ดขาด

-จับเพิ่มอีก 2 มือทุบรถมาร์ค

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุ กลุ่มคนเสื้อแดงทุบรถขบวนของนายกฯ ว่าได้สั่งการให้นำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ โดยให้นำภาพจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่องมาใช้เป็นหลักฐาน หลังเกิดเหตุจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ล่าสุดรับรายงานมาว่าจับได้อีก 2 ราย ก่อนหน้านี้ตนเคยสั่งการไปแล้วในการดูแลความปลอด ภัยและความสงบเรียบร้อยเมื่อนายกฯ และคณะรัฐมนตรีเดินทางเข้าพื้นที่ เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์นั้นก็ต้องรับผิดชอบไป เย็นวันนี้ตนจะเดินทางไปพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อติด ตามเรื่องนี้ด้วยตนเอง

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวถึงการชุมนุมปิดล้อมบ้านสี่เสาฯ ว่า จะบอกว่าไม่กังวลก็คงไม่ได้ แต่อะไรจะเกิดขึ้นรุนแรงหรือไม่ก็คงบอกไม่ได้ แต่สั่งการไปให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อถามว่าการที่ต้องถูกป.ป.ช. พิจารณาจากเหตุ การณ์ในวันที่ 7 ต.ค. จะทำให้ไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรในครั้งนี้หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่ เพราะการดำเนินการใดก็ทำตามขั้นตอนกฎหมาย หากเหตุบานปลายก็มีกระบวนการขั้นตอนในการควบคุมดูแล ต้องขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะสั่งการอะไรหรือไม่ เราก็ควบคุมตามกระ บวนการขั้นตอนตามแผน

-ตร.ระดมตั้งด่านตรวจ 24 ช.ม.

ก่อนหน้านี้ เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงสถานการณ์กลุ่มนปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้ประมาณ 33,000-35,000 คน บางส่วนเดินไปที่บ้านประธานองคมนตรี และได้ตรวจอาวุธแต่ยังตรวจไม่ได้มากเท่าใด ขอร้องผู้ชุมนุมขอให้เป็นหูเป็นตาเพื่อป้องกันมือที่ 3 ไม่ให้จุดประกายความรุนแรงและสร้างสถานการณ์ขึ้น ส่วนการข่าวยังไม่พบสิ่งผิดปกติ มีแต่เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่พบระเบิดปิงปอง โดยได้กำชับให้ผู้ปฏิบัติทุกนายอดทน ขอร้องว่าผู้ชุมนุมอย่าบุกบ้านองคมนตรีหรือสถานที่ราชการ

เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่จะมีการเผาธนาคารหรือสถานที่ราชการ โฆษกบช.น.กล่าวว่า เรื่องนี้สั่งการให้ตำรวจจัดชุดออกหาข่าว และตั้งจุด ว.43 ตรวจตราสถานีละ 2 จุด ร่วมกับด่านจราจรตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ต้องดูสถานการณ์เป็นรายชั่วโมง ส่วนการชุมนุมก็ปล่อยได้หากเป็นไปโดยสงบ แต่อาจกระทบเรื่องการจราจร ซึ่งพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ได้สั่งการให้พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.ดูแลงานจราจร ทำให้การจราจรติดขัดน้อยที่สุด

"ถนนที่ปิดแล้วมีเส้นศรีอยุธยา เส้นราช ดำเนิน เส้นบางขุนพรหมบางตอน เส้นนครราช สีมา ซึ่งรถและผู้สัญจรไปมาอาจไม่สะดวกก็จะหลีกเลี่ยง ส่วนที่มีบางคนถูกทำร้ายตรวจสอบยังไม่มีการแจ้งความ ได้จัดสายตรวจไปดูแลแล้ว" พล.ต.ต.สุพร กล่าวและว่า ตำรวจขอให้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ยืนยันว่าเป็นสีกากี ไม่ใช่สีใดสีหนึ่ง

-ยันตร.มีแค่โล่-ไม่พกกระบอง

ต่อมา พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ได้เดินออกมาทักทายและพูดคุยกับคนเสื้อแดง จากนั้น พล.ต.ท.วรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า แกนนำและผู้ชุมนุมยืนยันไม่มีการบุกรุก ไม่มีการกระทำผิดกฎหมาย ถ้ามีการกระทำผิดจะไม่ใช่คนในกลุ่มผู้ชุมนุม ตำรวจดำเนินคดีได้เลย สถานการณ์ทั่วกทม.ยังคงปกติดีอยู่ ไม่มีเหตุอะไร มีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุมตามแยกต่างๆ ยืนยันว่าตำรวจที่เข้าปฏิบัติหน้าที่มีเพียงโล่เท่านั้น แม้แต่กระบองก็ไม่มี ฉะนั้นการกระทบกระทั่งหรือมีการใช้อาวุธก็ไม่ใช่เกิดจากตำรวจแน่นอน

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.ดูแลงานจราจร กล่าวถึงการชุมนุมคนเสื้อแดง ที่เคลื่อนขบวนมาปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ว่า ถนนด้านหน้าบ้านสี่เสาฯ มีผู้ชุมนุมเต็มพื้นที่ประมาณ 2 หมื่นคน รวมกับถนนสายอื่นและที่ทำเนียบฯ มีจำนวนรวม 5 หมื่นคนขึ้น ทยอยมาเรื่อยๆ ส่วนที่ระบุว่าตำรวจไม่ระบายรถที่จะลงด่วนยมราชเพื่อสกัดคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมนั้น รองผบช.น. กล่าวว่า เป็นเพราะรถบัสที่พาคนมาร่วมชุมนุมปล่อยคนลงเดินเท้า เพื่อเลี้ยวกลับรถเลยทำรถที่ตามมาติดไปหมด ล่าสุดแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว

-"เทือก"รุดตรวจบ้านสี่เสาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่บริเวณบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามเข้ามาประชิดตัวนายสุเทพ และตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งเจ้าหน้า ที่ตำรวจต้องกันตัวโดยที่ไม่มีการทุบรถเหมือนกรณีของนายกฯ อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าการดูแลความปลอดภัยของนายสุเทพ ได้เพิ่มรถคุ้มกันความปลอดภัยมากขึ้น

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อช่วงเช้าตนไปบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ แต่ไม่ได้เข้าไปภายในบ้านประธานองคมนตรีหรือติดต่อองคมนตรี เพราะเกรงจะมีคนไปหาเรื่อง แต่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้ดี ยืนยันว่าทั้งตำรวจและทหารไม่มีใครพกอาวุธ อย่างไรก็ตาม การที่เราต้องส่งคนดูแลบ้านประธานองคมนตรี ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามความปลอดภัยองคมนตรีแต่ละท่าน เพราะขณะนี้มีความพยายามลอบยิงองคมนตรี เราไม่ประมาท และขอร้องประชาชนอย่าตื่นตระหนกแต่ให้เฝ้าระวังการลอบวางเพลิง ลอบวางระเบิด เป็นหูเป็นตา แจ้งเจ้าหน้าที่จะได้ป้องกันได้ ทั้งนี้ เราตั้งด่านตรวจค้นอาวุธและระเบิด หากพบว่าพกพาก็จับทั้งนั้น ไม่ว่าใคร เพราะรัฐบาลไม่เลือกฝ่าย เราต้องดูแลประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวคุณหญิงพจมาน พร้อมบุตรชายและบุตรสาวเดินทางออกนอกประเทศแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานแล้ว ทราบว่าบุตรชาย ออกไปเป็นคนสุดท้าย

-"วิสาระดี"ขึ้นเวทีที่ทำเนียบ

เวลา 11.00 น. ส่วนที่เวทีใหญ่หน้าทำเนียบรัฐบาล ได้ประกาศแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบว่ารถ 6 ล้อคันแรกได้เคลื่อนขบวนไปถึงหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์แล้วและให้ทุกคนรอผลสำเร็จที่ใกล้จะมาถึง ขณะที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลและองคมนตรี พร้อมยืนยันว่าจะใช้เวลา 3 วัน ปักหลักเรียกร้องจนกว่าจะได้ชัยชนะ โดยมีเงื่อนไขจะให้ยุติการชุมนุม รัฐ บาลนายอภิสิทธิ์ และองคมนตรีที่แทรกแซงการเมืองต้องลาออกสถานเดียวเท่านั้น

จากนั้นส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยน.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย ขึ้นปราศัยบนเวทีใหญ่หน้าทำเนียบว่า ขอให้กำลังใจประชาชนที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ส่วนชาวเชียงราย ได้มาร่วมชุมนุมด้วย 60 รถตู้ และอีก 58 รถบ.ข.ส. ด้านนายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 พรรคไทยรักไทย ขึ้นเป่าแคนบนเวทีและปราศรัยว่า วันนี้เป็นวันตายของคนชื่อเปรม คนๆ นี้มีศักดิ์เท่ากับตนและพ่อตน เราจะบังคับให้พล.อ.เปรมลาออกจากประธานองคมนตรีวันนี้

นอกจากนี้นายอดิศรยังกล่าวโจมตีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ นายอักขราทร จุฬารัตน และนายจรัญ ภักดีธนากุล และระหว่างการปราศรัย นายอดิศรอ้างว่าขณะนี้มีกำลังพลทหารจากพลร่มป่าหวายเดินทางเข้ากรุงเทพฯแล้ว ขอให้คนขับแท็กซี่และรถสามล้อ ขับรถเข้าไปขวางหรือชนรถทหารและรถถังไม่ให้เคลื่อนขบวนเข้ามาขวางการชุมนุมของพวกเราได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่สวมเสื้อแดงมาร่วมให้กำลังใจกับกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงบ่าย อาทิ นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่มาให้กำลังใจน.ส.วิสาระดี แฟนสาว

-น้องแม้วโผล่ม็อบ-โต้เผ่นนอก

เวลา 14.00 น. บรรยากาศการประชุมที่เวทีเวทีใหญ่เริ่มคึกคักขึ้น ท่ามกลางอากาศมืดครึ้ม เมื่อนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และน.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ลูกสาว และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวคนสุดท้องของพ.ต.ท.ทักษิณ มาให้กำลังใจกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมเรือนหมื่นคน ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับ

นางเยาวภา ให้สัมภาษณ์ว่า มาให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุม และมาด้วยหัวใจเป็นประชาธิป ไตย ส่วนสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น เชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย รักความสงบ ยุติธรรม ดูจากการชุมนุมหลายวันที่ผ่านมาไม่มีความรุนแรงใดๆ ทั้งนี้ตนยังไม่ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนที่มีข่าวว่าตนจะไปต่างประเทศเพื่อไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ก็ไม่ได้ไปเพราะวันนี้ตนอยู่ที่นี่ มาดูกลุ่มผู้ชุมนุม มาเพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพของระบอบประชาธิป ไตย ที่ต้องการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิป ไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่จอมปลอม เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่นายเนวินพูด ถึงพ.ต.ท.ทักษิณ นางเยาวภากล่าวว่า เป็นเรื่องตัวบุคคล เขาคิดอย่างก็พูดอย่างนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ตนจะมาวิจารณ์

ม็อบเสื้อแดงชุมนุมทั่วประเทศ

1.คนเสื้อแดงให้กำลังใจเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ

2.เวทีเสื้อแดงหน้าทำเนียบ

3.เสื้อแดงหนองคายบุกยึดศาลลากลาง

4.ทหารวางลวดหนามคุ้มกันบ้านสี่เสา

5.แกนนำเสื้อแดงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

6.ม็อบเผชิญหน้าตำรวจหน้าบ้านป๋าเปรม

7.เต็มหน้าลานพระรูปทรงม้า

8.แดงพรึ่บถ.ราชดำเนินนอกนับแสนคน

9.ลูกหลานย่าโม 51 ชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด

10.รวมตัวหน้าศาลากลาง


-แม้ววิดีโอลิงก์หน้าบ้านป๋า

รายงานข่าวจากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่า คืนนี้ในการวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ จะติดตั้งระบบหลักของการถ่ายทอดที่หน้าบ้านพล.อ.เปรม มายังเวทีใหญ่ และเวทีย่อยตามจุดต่างๆ แทนที่จะใช้เวทีใหญ่หน้าทำเนียบเป็นจุดแพร่สัญญาณ

ขณะที่บริเวณสี่แยกลานพระบรมทรงม้า นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย ได้นำรถ 6 ล้อดัดแปลงตั้งเป็นเวทีปราศรัยตั้งแต่เวลา 14.30 น. โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ปราศัยโจมตีพล.อ.เปรม และบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 และยังปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมไปปิดเอเอสทีวี หากสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ยังปลุกระดมให้กลุ่มพันธมิตรฯเข้ามาทำร้ายคนเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า ขณะนี้มีคนบางกลุ่มจะปราบปรามคนเสื้อแดงด้วยวิธีซับซ้อน โดยเฉพาะข่าวการลอบสังหารองคมนตรี ต่อจากนี้ตนจะใช้เวทีในสภา ทวงถามเรื่องดังกล่าวเพราะการออกข่าวลอบฆ่าเช่นนี้ เป็นแผนซ้อนแผน เพื่อป้องปรามประชาชนโดยเฉพาะคนเสื้อแดง หากนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ตายจริงจะมีการป้ายสีเรื่องนี้ไปยังกลุ่มเสื้อแดงทันที

-ม็อบล้อมกรอบนักข่าวช่อง 3

บรรยากาศบริเวณแยกวัดเทวราชกุญชร ซึ่งอยู่ด้านข้างของบ้านสี่เสาเทเวศร์ว่า เวลา 11.00 น. ขณะที่น.ส.วารุณี ซื่อสัตย์สกุลชัย ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 รายงานสดเหตุการณ์อยู่นั้นได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเดินเข้ามารุมล้อมและตะโกนด่า แสดงความไม่พอใจ เนื่องจากพูดถึงจำนวนผู้ชุมนุมว่ามากันประมาณ 2-3 หมื่นคน จึงสร้างความไม่พอใจให้กลุ่มผู้ชุมนุม จนโห่ไล่ ขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่น.ส.วารุณีและทีมช่างภาพที่กำลังรายงานสด ทำให้ต้องย้ายที่รายงานสดขึ้นไปยืนรายงานบนหลังคารถถ่ายทอดสด หรือรถโอบีแทน และต้องยุติการรายงานออกอากาศสดทันที ขณะเดียวกันรถข่าวของทีมข่าวช่อง 3 ที่จอดอยู่ซ.วัดเทวราชกุญชร 3 คัน ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปล่อยลมยางทั้งหมด จนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

ขณะที่น.ส.วารุณี ช่างภาพ และทีมงานประมาณ 10 คน หลังจากถูกโห่ไล่จนต้องหนีเข้าไปอยู่ในโบสถ์วัดเทวราชกุญชร เพื่อหลบความวุ่นวาย ขณะที่มีการ์ดของคนเสื้อแดงเข้ามาช่วยกัน ซึ่งไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น

ต่อมานายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช. ได้เข้ามาเจรจากับกลุ่มผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ช่อง 3 ที่อยู่ในโบสถ์ พร้อมรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุ การณ์เช่นนี้ขึ้นอีก แต่ทีมข่าวช่อง 3 ยังไม่กล้าเดินทางออกมาในทันที เพราะยังคงมีผู้ชุมนุมเสื้อแดงคงปักหลักอยู่หน้าวัดเทวราชกุญชรเหมือนเดิม จากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ทีมข่าวช่อง 3 ได้ออกมาที่รถข่าวและรถโอบี เพื่อนำออกจากพื้นที่ แต่ยังถูกเสื้อแดงขัดขวาง จนนายจตุพร ต้องมาช่วยเจรจา และสามารถนำรถออกไปได้ โดยขับผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมที่ตะโกนด่าทอ ขว้างปาขวดน้ำใส่จำนวนมาก โดยทีมข่าวช่อง 3 ได้ย้ายมาปักหลักรายงานข่าวอยู่ภายในรั้วบช.น.

น.ส.วารุณี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า คนที่ชุมนุมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม แต่เราก็ทำหน้าที่ ดังนั้น ต้องเคารพสิทธิการทำงานตามสิทธิของผู้อื่นด้วย สื่อมวลชนมีหน้าที่เสนอข้อเท็จจริงให้มากที่สุด ขอเรียกร้องให้เข้าใจการทำหน้าที่สื่อว่าเรามาเป็นกระบอกเสียงให้ทุกฝ่าย ถ้ามีสิ่งไหนที่ผู้ชุมนุมไม่ชอบใจหรือคิดว่ารายงานบิดเบือน ขอให้พูดคุยกันโดยตรงและดูหลักฐานการออกอากาศได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่อยากให้ฟังคำพูดปากต่อปาก เหตุการณ์จะยิ่งเพิ่มความรุนแรง

-ม็อบแดงล้นถึงลานพระรูป

เวลา 14.00 น. ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงยังคงปักหลักชุมนุมกันอยู่อย่างหนาแน่นที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ มีนายจตุพร นายณัฐวุฒิ นายจักรภพ น.พ.เหวง สลับกันขึ้นปราศรัยบนรถ 6 ล้อซึ่งเป็นเวทีเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ต่างหาที่หลบร้อนนั่งฟังอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม มีผู้ชุมนุมบางส่วนไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งยืนรักษาการณ์ที่หน้าบ้านสี่เสาฯ ขอให้ผู้หญิงและเด็กเข้าไปนั่งพักบนบาทวิถีด้านหน้าบ้าน เพราะพื้นที่ที่จัดให้ผู้ชุมนุมนั่งอยู่นั้นหนาแน่นมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยินยอมให้เด็กและผู้หญิงเข้ามา แต่ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่อผู้ชุมนุมเห็นมีการเคลื่อนย้าย จึงลุกฮือฝ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามายึดพื้นที่บาทวิถีหน้าบ้านสี่เสาฯ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประสานการ์ดนปช. ไม่ให้ผู้ชุมนุมนั่งกีดขวางประตูเข้า-ออกบ้านสี่เสาฯ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดได้เคลื่อนกำลังมาชิดแนวรั้ว

นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนรถ 6 ล้อที่ถูกดัดแปลงเป็นรถปราศรัยมาจอดบริเวณหน้าบ้าน และนำลำโพงขนาดใหญ่มาติดตั้งเพื่อเตรียมใช้ปราศรัยในช่วงเย็น นอกจากนี้มีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างสนุก สนานด้วย ทั้งนี้ บนเวทีปราศรัยได้ขอร้องผู้ชุม นุมอย่าขว้างปาสิ่งของหรือขวดน้ำหรือปิดล้อม รถถ่ายทอดสดของสื่อมวลชน พร้อมทั้งจัด การ์ดนปช.เข้าไปดูแลความปลอดภัยสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำนวนผู้ชุมนุมยังคงทยอยมาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปักหลักเต็มพื้นที่ถนนสามเสนตั้งแต่ท่าวาสุกรีจนถึงตลาดเทเวศร์ และวัดเทวราชกุญชรวรวิหารถึงบริเวณหน้าบช.น. รวมทั้งเต็มลานพระบรมรูปทรงม้า

-โวยโดนมือมืดยิงหนังสติ๊กใส่

จากนั้นเวลา 15.20 น. นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า ขณะนี้มีผู้ชุมนุมบางส่วนถูกกลุ่มคนไม่หวังดีใช้หนังสติ๊กที่ใช้ลูกกระสุนเป็นหัวนอตยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่อยู่ย่านบางลำพูจนได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงอยากประสานตำรวจขอกำลังดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม โดยพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ได้ประสานมาว่าได้สั่งการให้ตั้งด่านตรวจค้นเพิ่มอีก 4 จุดประกอบด้วยบริเวณท่าน้ำเทวราชกุญชร หอสมุดแห่งชาติ สะพานเทเวศร์ และบางลำพู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจนครบาลได้เชิญหัวหน้าการ์ดนปช.เข้าหารือถึงการรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าบ้านพล.อ.เปรม ในค่ำคืนวันเดียวกันนี้ โดยตำรวจนครบาลจะตั้งจุดตรวจเพิ่มขึ้นอีก 3 จุด ประกอบด้วยแยกเทเวศร์ แยกสี่เสาเทเวศร์ และสะพานเทเวศร์ ที่จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 8 จุด เป็น 11 จุด เพื่อป้องกันความปลอดภัยเนื่องจากเกรงว่าจะมีมือที่สาม เข้ามาก่อความวุ่นวายหรือสร้างสถานการณ์จนนำไปสู่ความวุ่นวาย หรือรุนแรง

-เด้งผกก.พัทยา-เซ่นทุบรถ

จากกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงก่อความรุนแรงทุบรถนายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางออกจากการประชุมครม.ที่เมืองพัทยา เพื่อเดินทางกลับกทม. เป็นเหตุให้พล.ต.ท.อัศวิน ณรงค์พันธ์ ผบช.ภาค 2 ออกหนังสือคำสั่ง 2 ฉบับคือ ฉบับที่ 1 ให้ พล.ต.ต.นิวัตน์ รัตนาธรรมวัฒน์ รองผบช.ภ.2 หัวหน้าชุดสอบสวน ดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระ ทำความผิด คำสั่งฉบับที่ 2 ตั้งพนักงานสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง สาเหตุที่เข้าก่อกวน หาหัวหน้าคณะของกลุ่มผู้กระทำความผิด

นอกจากนี้ พล.ต.ท.อัศวินลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพัทยาที่รับผิดชอบทั้งหมด โดยเซ็นคำสั่งโยกย้ายพ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผกก.สภ.พัทยา ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ไปช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นเวลา 30 วัน ทั้งนี้ ให้พ.ต.อ.ธีรพล จินดา หลวง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

-มาร์คถกเครียดรับมือม็อบ

เวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุม ใช้เวลาอยู่ที่สภาเพียง 40 นาที จากนั้นเดินทางออกมายังสำนักงบประมาณเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ(กนจ.) ก่อนเดินทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อรอดูสถานการณ์ในเวลา 15.00 น.

ต่อมาเวลา 16.25 น. นายสุเทพเดินทางเข้ามายังวอร์รูมที่พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายกฯ นายนิพนธ์ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก่อนที่พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น. จะรุดเข้ารายการสถานการณ์

พล.ต.ต.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์หลังรายงานสถานการณ์ 30 นาที ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจห่วงมือที่ 3 เพราะมีการข่าวเข้ามา แต่ขณะนี้สิ่งบอกเหตุอย่างอื่นยังไม่มี นายกฯไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ แต่ต้องดูแลช่วงกลางคืนมากขึ้น ยอมรับว่าสิ่งที่น่าห่วงมากที่สุดขณะนี้คือมือที่ 3 คงเข้ามาก่อกวนในลักษณะสร้างสถานการณ์ในจุดต่างๆ แต่คงไม่ได้บุกเข้าไปบ้านพล.อ.เปรม เพราะถ้าทำคงบุกทำเนียบไปแล้ว แต่ครั้งนี้มือ ที่ 3 น่าห่วงที่สุด

-จับตามือที่ 3 ป่วนระเบิดเพลิง

เมื่อถามว่ามีการข่าวผู้ชุมนุมจะปิดถนนตามแยกสำคัญ พล.ต.ต.จักรทิพย์กล่าวว่าไม่ชัดเจน แต่ยอมรับว่ามีข่าวจริง มีการเตรียมการป้องกันและแก้ปัญหาไว้แล้ว โดยพล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. เตรียมรถยกและอุปกรณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์พร้อมเข้าดำเนินการแก้ปัญหาทันที ส่วนใหญ่เป็นแยกสำคัญตามห้างต่างๆ เมื่อถามว่ามือที่ 3 มีมากน้อยแค่ไหน รองผบช.น.กล่าวว่ามีมากพอสมควร แต่ ไม่ได้เข้าไปแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้อยู่รอบนอก เจ้าหน้าที่รู้แล้วและมีการประกบติด ตามดูอยู่ แต่ไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง

เมื่อถามว่าการก่อกวนจะเป็นลักษณะใด รองผบช.น.กล่าวว่าลักษณะคล้ายๆ จะใช้ระเบิดเพลิงเพื่อเผา ซึ่งตรงกับการข่าวที่ระบุอาจมีการลอบเผาสถาบันการเงินต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไว้แล้ว ยอมรับว่าการข่าวมีเรื่องดังกล่าวจริง มีการสั่งการเจ้าหน้าที่ทั้งหมดแล้ว ผบช.น. สั่งการไปยังผู้การแต่ละบก. ให้ดูแลพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังจุดสำคัญหรือจุดล่อแหลม ขณะนี้กำลังเจ้าหน้าที่มีเพียงพอ

พล.ต.ต.จักรทิพย์กล่าวถึงการอารักขาบ้านสี่เสาฯ ว่ายังไม่มีสิ่งบอกเหตุอะไรที่น่าวิตก แต่อาจเป็นจุดลวงแล้วไปสร้างสถานการณ์ในจุดอื่น แต่รูปแบบของกลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้ไม่เป็นไปตามธรรมชาติของม็อบ เมื่อถามว่ายอดผู้ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมีเท่าไหร่ พล.ต.ต.จักรทิพย์กล่าวว่ากว่า 1 แสนคนคาดว่าช่วงค่ำจะเพิ่มอีก

-ถ้าจำเป็นก็จะใช้พรก.ฉุกเฉิน

เวลา 18.30 น. นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์กรณี มีข่าวมือที่ 3 เตรียมสร้างสถานการณ์ ว่าเราพยายามติดตามเบาะแสข่าวสารทั้งหมด เพื่อความไม่ประมาทและเตรียมพร้อมรองรับสถาน การณ์เอาไว้แล้ว เมื่อถามว่าหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นจริงจำเป็นต้องออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าพ.ร.ก.ฉุนเฉินยังไม่มีเงื่อนไขที่จะออก แต่ถ้าจะออกต้องจำเป็นจริงๆ เบื้องต้นที่มีการซักซ้อมกันยังมั่นใจว่าแก้ไขสถานการณ์ต่างๆได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ ถึงขณะนี้เราไม่ประมาท มีการจับตาและติดตามความเคลื่อนไหวตลอดเวลาและต้องมีความพร้อม

ต่อข้อถามว่าผู้ชุมนุมขีดเส้นตายภายใน 24 ชั่วโมงต้องมีคำตอบจากฝ่ายรัฐบาล นายกฯกล่าวว่า "ใครจะตอบ 24 ชั่วโมงเขาตอบผมหรือไม่ว่านักประชาธิปไตยของเขาคือใคร"

เมื่อถามว่าข่าวการออกนอกประเทศของคุณหญิงพจมานและลูกจริงเท็จแค่ไหน นายกฯกล่าวว่า เข้าใจว่าคุณหญิงพจมานและลูก รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ไม่ทราบวัตถุประสงค์ว่าไปเพราะอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ วิดีโอลิงก์มาในคืนนี้จะเป็นเงื่อนไขให้ก่อความรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าคงไม่มีอะไรใหม่ ยิ่งนับวันคนยิ่งเห็นชัดเจนว่าเป็นอะไร อยากฝากถึงประชาชนทุกคนให้สบายใจว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทุกหน่วยงานมีความพร้อมดูแลสถานการณ์และขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ด้วย

-ม็อบแดงตั้งเวที 3 จุดใหญ่

ส่วนการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงในช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณตลอดถ.ศรีอยุธยา กลุ่มคนเสื้อแดงนำรถบรรทุกสิบล้อติดตั้งเครื่องเสียง เดินสายสัญญาณถ่ายทอดเสียงการปราศรัยจากเวทีหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ จอดอยู่ในจุดต่างๆ ตลอดเส้นทางทั้งสิ้น 9 จุด ส่วนบน ถ.ราชสีมา มีการปิดกั้นการจราจรตั้งแต่บริเวณสี่แยกวังแดง จนถึงแยกอู่ทองนอก ไม่ให้ยานพาหนะทุกชนิดผ่านเข้าพื้นที่ชุมนุม ยกเว้นต้อง การออกนอกพื้นที่เท่านั้น นอกจากนั้นการ์ดนปช.ประกาศห้ามมิให้ผู้ค้ารถเข็นที่ตามม็อบมาจำหน่ายสินค้าขูดรีดผู้ชุมนุมเกินไป มิเช่นนั้นจะไม่อนุญาตให้ขายในพื้นที่จุดชุมนุม ล่าสุดราย งานจาก บช.ส. แจ้งยอดผู้ชุมนุมอย่างไม่เป็นทางการในเวลา 15.30 น. ว่ามีจำนวน 8.7 หมื่นคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบริเวณแยกมิสกวัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้จอดรถขยายเสียงกลางสี่แยกและจัดทำเป็นเวทีปราศรัยย่อย มีแกนนำผลัดกันขึ้นปราศรัย ทำให้ขณะนี้มีเวทีปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดง 3 จุด คือเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ และแยกสวนมิสกวัน โดยเวทีที่แยกสวนมิสกวัน นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช. ปราศรัยว่าได้ข่าวว่ามีกลุ่มเสื้อเหลืองเข้ามาทำร้ายคนเสื้อแดง หากไม่ยุติการกระทำดังกล่าวในค่ำวันนี้จะไปเผาสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีที่ท่าพระอาทิตย์ และหากมีการใช้ปืนยิงกราดประชาชน คนเสื้อแดงจะเปลี่ยนจากผู้เรียกร้องประชาธิปไตยเป็นนักรบอิสระ จะเผาสถานที่ทุกที่ และหากเจอรัฐมนตรีคนไหนจะจัดการตามใจชอบทันที

-"มาร์ค-ป๋า-แอ้ด-ชาญชัย"ต้องออก

เวลา 16.00 น. ที่เวทีหน้าทำเนียบ แกนนำนปช.โดยนายวีระ นายจักรภพ นายณัฐวุฒิ และนายจตุพร ขึ้นอ่านแถลงการณ์มหาประชาชนคนเสื้อแดง ฉบับที่ 1 ระบุว่า เมื่อประชาชนมารวมตัวกันเรียกร้องรัฐบาลที่เข้าสู่อำนาจโดยมิชอบ ให้ดำเนินการกลุ่มพันธมิตรฯที่ยึดทำเนียบฯ สนามบิน และขอให้จัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่แต่รัฐบาลเพิกเฉย ประชาชนได้รับข้อมูลเพิ่มและเห็นว่าประธานองคมนตรี และองคมนตรีบางคนร่วมกันวางแผนยึดอำนาจ สถาปนาระบอบอำมาตยาธิปไตย วันนี้ประชาชนจะไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจนี้ต่อไป ขอเรียกร้อง 1.พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ต้องพิจารณาตนเองลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี เพื่อความบริสุทธิ์ของสถาบัน 2.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้อง ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ข้อเรียกร้องทั้ง 2 ข้อต้องเกิดขึ้นโดยไม่มีเงื่อนไข 3.การบริหารงานราชการให้ดำเนินต่อไปตามระบอบประชาธิป ไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หากมีการปรับปรุงใดๆ ให้ดีขึ้นตามหลักสากล ต้องหารือกับนักประชาธิปไตยที่มีประวัติและพฤติกรรมที่เชิดชูระบอบประชาธิปไตยเป็นที่ประจักษ์

-ให้เวลาตัดสิน 4 โมงเย็นวันนี้

เวลา 17.30 น. ที่ด้านหลังเวทีปราศรัยทำเนียบฯ นายจตุพร แถลงว่า หลังจากออกแถลงการณ์ร่วมกันแล้ว แกนนำได้หารือร่วมกันและมีมติที่จะรอฟังคำตอบจากพล.อ.เปรม พล.อ.สุรยุทธ์ นายชาญชัย และนายอภิสิทธิ์ โดยจะให้เวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นวันที่ 9 เม.ย. เวลา 16.00 น. หากยังไม่มีการตัดสินใจใดๆจากบุคคลเหล่านี้ กลุ่มมหาประชาชนฯจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา สิ่งที่กลุ่มเสื้อแดงดำเนินการตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ถึงวันนี้บรรลุผลแล้ว มีประชาชนมาร่วมจำนวนมาก ส่วนมาตรการที่จะเลือกหากไม่ได้รับการสนองตอบนั้น กลุ่มเสื้อแดงจะเลือกแนวทางที่ดีที่สุด ทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ยืนยันจะไม่ยึดทำเนียบฯหรือปิดสนามบินอย่างที่พันธมิตรฯทำ แต่จะดำเนินการโดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ต้องคิดด้วยความรอบคอบ หากคิดแบบขาดสติ คนที่มามากขนาดนี้กลุ่มเสื้อแดงสามารถยึดบ้านนายกฯ ยึดทุกกระทรวงได้หมดแต่เราไม่ทำ เราจะชุมนุมเพื่อรอคำตอบ 24 ชั่วโมงจากนี้ไป

-ซัดแดงเทียมจะป่วนเผาเมือง

นายจตุพร กล่าวว่า คืนนี้เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ จะวิดีโอลิงก์มาที่กลุ่มผู้ชุมนุมตามปกติ ตนได้พูดคุยและลำดับสถานการณ์ให้พ.ต.ท.ทักษิณฟังแล้ว ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าจะพูดจากใจหลายเรื่องที่ไม่เคยพูดมาก่อน ซึ่งขณะนี้กลุ่มเสื้อแดงเป็นห่วงเพราะเกิดปรากฏ การณ์แดงเทียมขึ้น โดยตั้งเป้าเลือกดำเนินการกับสื่อมวลชน เช่นเหตุที่เกิดขึ้นที่วัดเทวราชฯ ที่เข้าไปล้อมรถถ่ายทอดสดของช่อง 3 และยังไล่ล่ารถโอบีช่อง 7 ยืนยันว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ได้มาจากกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะปกติคนเสื้อแดงจะมีท่าทีเป็นมิตร ไม่ได้เป็นปรปักษ์กับสื่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกรณีที่นายณัฐวุฒิถูกปาไข่ที่จ.บุรีรัมย์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อกดดันสื่อไม่ให้รายงานสดสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลเสียต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ตนได้สั่งการให้การ์ดดูแล หากพบใครทำเช่นนั้นอีกจะดำเนินการทันที ขอบอกว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นพวกเดียวกับที่ออกมาบีบน้ำตาร้องไห้เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งอาจจะไปก่อนพวกอำมาตย์ก็ได้

เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวจากตำรวจว่าคืนนี้จะมีการเผาสถานที่ราชการโดยฝีมือกลุ่มเสื้อแดง นายจตุพรกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง กลุ่มเสื้อแดงจะไม่ทำเช่นนั้น การที่นายเนวินออกมาร่ำไห้บอกว่าจะมีการเผาบ้านเมืองนั้นเป็นการออกใบเสร็จล่วงหน้า และถ้ามีการกระทำนี้เกิดขึ้น ต้องพิสูจน์ว่าใครทำเพราะเสื้อแดงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกับคนเสื้อแดงพูดกันอย่างเปิดอก เข้าใจกัน การเผาบ้านเผาเมืองจะเกิดขึ้นจะเกิดจากฝีมือของคนที่ออกมาพูดชี้นำเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ใครอยากจะทำอะไรก็เชิญแต่อย่ามาโบ้ยให้กลุ่มคนเสื้อแดง

-อุบ 5 แนวทางจัดการรัฐบาล

นายสมโภชน์ โตรักษา ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ชี้แจงถึงการถูกกลุ่มคนเสื้อแดงขับไล่ขณะรายงานข่าวการชุมนุมว่า ขณะนั้นเวลา 11.45 น. ตนได้สัมภาษณ์สดนายจตุพร บริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ซึ่งได้สอบถามถึงจุดยืนและแนวทางการชุมนุม โดยไม่ได้พูดถึงจำนวนผู้ชุมนุม ตอน รายงานข่าวก็ไม่ได้พูดถึงจำนวนคนที่ร่วมชุมนุม ซึ่งช่วงนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งนี้ นายจตุพร และผู้ชุมนุมยังเข้ามาจับมือชื่นชมว่ารายงานดีตรงไปตรงมา แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที ได้มีกลุ่มเสื้อแดงอีกกลุ่มประมาณ 30 คน กรูเข้ามาล้อมที่รถทีมงาน พร้อมต่อทันทีว่ารายงานข่าวได้อย่างไรว่าผู้ชุมนุมไม่ถึงพันคน พร้อมปาขวดน้ำ ทำให้การ์ดเสื้อแดง เข้ามาช่วยเคลียร์ แต่ไม่สามารถเคลียร์ได้ การ์ดเห็นท่าไม่ดี จึงขอให้ตนและทีมงานออกจากพื้นที่ดังกล่าวทันที พร้อมยังระบุว่าไม่แน่ใจว่าเป็นเสื้อแดงเทียม เข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่

รายงานข่าวจากแกนนำเสื้อแดงเผยว่า หลังการขีดเส้นตาย 24 ช.ม. ในเวลา 16.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง จึงมี 5 ทางเลือกที่จะดำเนินการ ยืนยันไม่บุกยึดสนามบิน แต่ยังไม่ขอเปิดเผย 5 แนวทางนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัย 4 ประการที่จะเลือกใช้แนวทางไหนคือ 1.ผลได้ผลเสียทางการเมือง 2.ความเป็นไปได้ของภารกิจ 3.ท่าทีของฝั่งตรงกันข้ามทั้งรัฐบาล ตำรวจและกลุ่มต่อต้าน และ 4.ความอดทนอดกลั้นของกลุ่มผู้ชุมนุม

-ตกเย็นแดงพรึ่บบ้านสี่เสาฯ

เวลา 18.00 น. บรรยากาศการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่บ้านสี่เสาฯ เริ่มคึกคัก เมื่อผู้ชุมนุมที่กลับบ้านพักไปหลังจากการปิดล้อมบ้านสี่เสาฯในช่วงสาย เริ่มกลับมารวมตัวกันใหม่ และยังมีผู้ชุมนุมที่เพิ่งเลิกงานทยอยเข้าร่วมจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมุ่งหน้าสู่ด้านหน้าบ้านสี่เสาฯ มีท้ายแถวอยู่บริเวณสี่แยกพลหนึ่ง

ด้านเวทีชั่วคราวบริเวณสี่แยกวังปารุสกวัน มีผู้ชุมนุมจำนวนมากรวมตัวกันฟังการปราศรัยอยู่บริเวณรอบพระบรมรูปทรงม้า ลานพระราช วังดุสิต และบนถนนราชดำเนินนอก ไปจนเกือบถึงสี่แยกสวนมิสกวัน สำหรับเวทีใหญ่สะพานชมัยมรุเชฐ มีผู้ชุมนุมรวมตัวกันอย่างหนาแน่น ด้านถ.พิษณุโลก ท้ายแถวอยู่ที่บริเวณสี่แยกสวนมิสกวัน ถ.นครปฐม

ด้านหน้าทำเนียบ ท้ายแถวอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานอรทัย ถ.ลูกหลวง หรือถ.เลียบคลองผดุงกรุงเกษม โดยในถนนดังกล่าวมีผู้ชุมนุมจำนวนมากพยายามเดินเข้าไปให้ใกล้จอโปรเจ็กเตอร์ที่ถ่ายทอดสัญญาณภาพจากเวทีใหญ่สะพานชมัยมรุเชฐ ส่วนบริเวณ ถ.ราชดำเนินนอก จากสี่แยกสวนมิสกวัน จนถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ มีผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมากเดินไปมา แต่บริเวณดังกล่าวมีร้านค้าตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก และทางเข้าบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ มีผู้สวมเสื้อแดงทยอยเข้าร่วมการชุมนุมตลอดเวลา

เวลา 19.30 น. บนเวทีเสื้อแดงที่ทำเนียบ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีตส.ส.พรรคพลังประชาชน และอดีตรัฐมนตรี มาร่วมการชุมนุมโดยขึ้นไปนั่งอยู่บนเวที อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายวิทยา บูรณศิริ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รวมทั้ง"หมวดเจี๊ยบ"ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต

-คนรักป๋าบุกบ้านแม่จตุพร

วันเดียวกัน ที่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 2 ต.พรุพรี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านของนางน่วม บัวแก้ว อายุ 90 ปี แม่ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำม็อบเสื้อแดงนั้น ปรากฏว่ามีกลุ่มเครือข่ายคนรักพล.อ.เปรม นำโดย นายสำราญ วิโรจน์ พ.ต.ท.ผาด พรมจันทร์ พร้อมสมาชิกกว่า 200 คน รวมตัวพร้อมปราศรัยโจมตีนายจตุพร

จากนั้นกลุ่มคนรักป๋าเปรมได้เข้าไปหานางน่วม ซึ่งไม่สามารถเดินเหินได้ และสายตามองไม่เห็น เพื่อขอร้องให้นางน่วมช่วยพูดกับนายจตุพรให้ยุติการโจมตีป๋าเปรม ซึ่งนางน่วมกล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับการกระทำของลูกชาย เป็นห่วงลูกชายคนสุดท้องคนนี้มาก จึงอยากฝากผ่านสื่อมวลชนให้ลูกชายยุติบทบาท

นางอารีย์ ปานแดง อายุ 60 ปี พี่สาวต่างบิดาของนายจตุพร กล่าวว่า นายจตุพรได้ออกจากบ้านไปอยู่กับพ่อที่จังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จากนั้นการติดต่อกับที่นี้ก็ห่างเหินไป โดยกลับมาล่าสุดเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมาร่วมงานศพนายคะนึง บัวแก้ว พี่ชายต่างบิดา หลังจากนั้นก็ไม่มาอีกเลย

-หนุ่มขับเก๋งป่วน-ยิงใส่ม็อบ

เวลา 19.00 น. ที่สน.นางเลิ้ง พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุนีย์ รองผกก.(สส.) ช่วยราชการ สน.นางเลิ้ง รับแจ้งเหตุจากนายชัยยุทธ อรุณรับ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 442 หมู่ 4 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่สถานทูตฝรั่งเศส นายธนสรณ์ ปานบุญ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 7 ต.สวนผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย และน.ส.สุพัตรา จุลศร อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/16 ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับราช การอยู่จังหวัดสมุทรปราการ ว่าได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขณะยืนอยู่ที่ป้ายรถประจำทางบนถนนสวรรคโลก แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กทม.

นายชัยยุทธ ให้การว่า หลังเลิกงานได้นั่งรถมาลงแล้วเดินจะเข้าไปที่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อฟังการปราศรัยและได้พบกับนายธนสรณ์และน.ส. สุพัตราจึงหยุดทักทายกันว่าจะเข้าไปทางไหนดี ที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มาก ขณะที่ยืนกันอยู่ก็ได้มีชายคนหนึ่งขับรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน เทียน่า สีน้ำเงิน ทะเบียน ชพ 2719 กทม. มาจอดติดไฟแดงอยู่คนขับได้ลดกระจกลงแล้วตะโกนด่าทอมาที่กลุ่มตนยืนอยู่ และให้ของลับ นายธนสรณ์จึงตะโกนสวนตอบโต้กลับไปเป็นจังหวะสัญญาณไฟขียว ชายดังกล่าวได้หยิบปืนออกมายิงใส่ 1 นัด แต่กระสุนไม่ถูกใคร ก่อนจะขับรถหลบหนีไปทางถนนสวรรคโลกและเลี้ยวซ้ายไปแยกยมราช-หลานหลวง ตนจึงเดินไปเก็บปลอกกระสุน ขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก มามอบตำรวจไว้เป็นหลักฐานตนจำหน้าคนร้ายได้ชัดเจน ลักษณะรูปร่างใหญ่ ผมสั้น ผิวคล้ำ อายุประมาณ 30-40 ปี

ต่อมา พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ทราบเหตุเดินทางมาทำการสอบสวนด้วยตนเอง พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่า คนร้ายเป็นใคร สอบปากคำผู้เสียหาย จากการตรวจสอบพบว่ารถของคนร้ายน่าจะเป็นรถกระบะ ไม่ใช่รถเก๋ง ผู้เสียหายอาจจำเลขทะเบียนสับสน จึงให้ทำการตรวจเลขหมายทะเบียนที่ใกล้เคียงกันทั้งหมดว่า ตรงกับรถยี่ห้อนี้หรือสีนี้ของคนร้ายหรือไม่ หากจับคนร้ายได้จะแจ้งข้อหาพยายามฆ่า สาเหตุจะเป็นเพราะเรื่องรถติดเกิดอารมณ์ร้อน คนร้ายไม่ได้ใส่เสื้อสีใดสีหนึ่งด้วย

-แม้วโฟนอินปลื้มม็อบเยอะ

เวลา 19.30 น. บรรยากาศการชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาฯ ยังคงดำเนินไปอย่างคึกคัก มีประชา ชนคนเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะในเขตกทม.และปริมณฑลทยอยเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง จนยอดผู้เข้าร่วมชุมนุมเกินแสนคน ทำให้เสบียงอาหารและน้ำดื่มที่จัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอ ต้องมีการประกาศขอรับบริจาคเป็นระยะ พื้นที่ชุมนุมยังมีปัญหาเรื่องระบบสุขาที่ไม่สะดวกเพียงพอ เนื่องจากรถสุขาของกทม.ส่วนใหญ่ จอดให้บริการอยู่บริเวณข้างทำเนียบ แกนนำนปช.ต้องประสานขอความช่วยเหลือไปยังวัดสามพระยา ขอใช้สถานที่เป็นที่พักผ่อนสำหรับคนเสื้อแดงที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด และอำนวยความสะดวกเรื่องห้องอาบน้ำและห้องสุขา นายณัฐวุฒิขึ้นเวทีรับปากกับผู้ชุมนุมว่า ในวันที่ 9 เม.ย. จะปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องเสบียงอาหาร เต็นท์ที่พักและรถสุขาให้เพียงพอ

เวลา 20.20 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยผ่านระบบวิดีโอลิงก์ โดยถ่ายทอดไปยังเวทีเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เวทีแยกมิสกวัน และเวทีหน้าบ้านสี่เสาฯ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณสวมเสื้อสีขาวและสวมสูทสีเข้มทับ ฉากหลังเป็นพื้นธงชาติ โดยกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับคนไทยทั้งประเทศที่รวมตัวกันอยากได้ประชาธิป ไตยที่แท้จริง วันนี้มากันเยอะเหลือเกิน ตนชื่นใจมาก ตนจะได้กลับบ้านหรือไม่ได้กลับนั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องสำคัญคือประชาชนจะได้ประชาธิปไตยเต็มมือ เราจะไม่กลับไปมือเปล่า แต่จะกลับไปพร้อมประชาธิปไตย เราขอมีประชาธิปไตยของแท้ ไม่ใช่ประชาธิปไตยหลอกๆ

-อ้อนให้อดทนเพื่อลูกหลาน

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า วันนี้ต่างชาติมองเราเป็นตัวตลก คำว่าประชาธิปไตยในภาษาอังกฤษอ่านว่า เดม็อกเครซี (democracy) แต่วันนี้เรากลับเป็นเดโมเครซี (democrazy) ที่แปลว่าการแสดงความบ้า เพราะบ้ากันไปหมด อยู่ๆ นายกฯที่ได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ไปทำกับข้าว ก็โดนปลด แต่คนที่ไปยึดสนามบินกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่าง 2 มาตรฐานไปหมด

อดีตนายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มา รู้ว่าทุกคนเหนื่อย แต่จะต้องอดทนต่อไปเพื่อลูกหลานในอนาคต อยากให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม ไม่ว่าฐานันดรไหน มีระบบยุติธรรมที่เป็นมาตรฐานเดียว ถ้าเราอดทนได้สำเร็จจะเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน คนทุกคนไม่ว่าจะเกลียดหรือรักเราก็จะได้ประโยชน์ แต่เราไม่วายจะถูกกลั่นแกล้งว่าจะปลอมปนอาหารหรือปลอมปนเป็นคนเสื้อแดงมาสร้างสถานการณ์ ดังนั้นขอให้อดทน เพราะเราเป็นผู้รักความจริง พวกอำมาตยาธิปไตยไม่ต้องการเพราะเขาบิดเบือนความจริง แทรกแซงระบบ สร้าง 2 มาตรฐาน ข่มขู่คนทำมาหากิน ข่มขู่ข้าราชการจนกลัวไปหมด

-ซัดคนแก่ 2-3 คนร่วมมือทหาร

"ถ้าใครเป็นนายกฯ ที่ประชาชนรักก็ต้องมาเช่าห้องแถวอยู่แบบผม เพราะเขาต้องการนายกฯ ที่อยู่แล้วก็ไป แล้วประเทศจะเจริญได้อย่างไร คำว่าอำมาตย์ ไม่ได้หมายถึงสถาบันองคมนตรี เพราะองคมนตรีส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามายุ่ง มีแค่คนแก่ 2-3 คนที่ไปร่วมกับพวกอภิสิทธิ์ชนและแอบอ้างพระบารมีจนประเทศปั่นป่วนอย่างนี้ แล้วพาทหารใหญ่ปฏิวัติครั้งแล้วครั้งเล่า ทหารใหญ่ก็แฮปปี้เพราะมีตังค์กลับบ้านทุกคน แต่ทหารน้อยต้องเหนื่อยถูกใช้เป็นเครื่องมือ ร่วมกับนักการเมืองที่ไปซื้อส.ส.เพื่อทำมาหาแดกบนซากความเจ็บปวดของพี่น้องที่รักประชาธิปไตย ไม่มีครั้งไหนที่ประชาชนทั้งประเทศจะพร้อมใจกันมากขนาดนี้ ถ้าครั้งนี้ไม่ได้ประชาธิปไตย ครั้งหน้าก็ไม่มีอีกแล้ว ดังนั้น อย่ายอมแพ้" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ตอนนี้ตนฝันว่าประชาธิปไตยเป็นของประชาชนแล้ว มีความเสมอภาค มีเสรีภาพ มีความยุติธรรม ดูแลกันได้ทุกภาคส่วน ไม่มีคนจนในแผ่นดินไทย ขอให้พี่น้องอดทนอีก 3 วันเพราะตอนนี้เขากะจะปล่อยให้เราแห้งตาย ดังนั้น พี่น้องในกทม.ต้องมาช่วยเติมเต็ม เติมพลัง ให้ลูกหลานมาอยู่ที่นี่ดีกว่าเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ สื่อและนักวิชาการบางส่วนบอกว่าพี่น้องถูกหลอกมาช่วยตน จริงๆ แล้วตนไม่แคร์ จะได้กลับหรือไม่ได้กลับบ้านเรื่องเล็ก แต่ประเทศไทยไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นเรื่องใหญ่กว่า

-วอนทหาร-ตร.เข้าร่วมม็อบ

อดีตนายกฯ กล่าวว่า ตนขอเป็นเหยื่อคนสุดท้ายของความโหดของระบบอำมาตยาธิป ไตย แต่ขอใช้โอกาสสุดท้ายนี้เรียกร้องประชา ธิปไตยให้ประชาชน ขอให้อดทนต่อไปในการต่อสู้จนกว่าเราจะได้รับชัยชนะ ส่วนทหาร ตำรวจ ที่มาปฏิบัติ ตนทราบว่ามีอุดมการณ์เดียวกัน ดังนั้นถ้าสั่งอะไรที่ขัดอุดมการณ์ ก็ทำซื่อบื้อเพื่อประเทศไทยของเรา

"ผมเชื่อในกฎแห่งกรรม ที่ผ่านมาอโหสิ กรรมให้ทุกฝ่าย ใครทำอะไรกับผมก็ถือเป็นเวรกรรมที่ติดกันมา ขออโหสิกรรมให้ เชื่อว่าบุญกรรมจะทำหน้าที่ของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม แต่ขอให้คนไทยที่มาที่นี่ช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ อย่ากลับไปมือเปล่า เราต้องเอาประชาธิปไตยกลับไปลูบๆ คลำๆ พอแล้วประชาธิปไตยวับๆ แวบๆ ที่มีอีแอบเปิดเข้าเปิดออก ดังนั้น ไม่ว่าประชาชนที่อยู่ที่ไหนขอให้ช่วยเติมพลังให้ถนนราชดำเนิน ทั้งพลังคน พลังเสบียง พลังใจเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และวันที่ 9 เม.ย.นี้ ถ้าประชาชนไม่หนี ผมจะหนีได้อย่างไร จะมาพบกับพี่น้องอีก" อดีตนายกฯ กล่าว

-แม้วพูดจบ-ม็อบทยอยกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอำลา นายวีระกล่าวขึ้นว่า ที่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่าวันนี้ที่ประชาชนมารวมกันมากขนาดนี้ต้องมีอะไรติดมือกลับบ้าน คงมีแน่ เพราะขณะนี้รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันไป 4 บาทกว่า พ.ต.ท. ทักษิณตอบว่ารัฐบาลจะเอาเงินไปใช้หนี้มั้ง หลังจากนั้นผู้ชุมนุมพากันตะโกนว่า "ทักษิณสู้ๆ" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวขอบคุณ พร้อมระบุว่า หากพี่น้องมาร่วมกันสู้มากขนาดนี้ตนต้องสู้ให้มากกว่าเป็น 100 เท่า และหากประชาชนมามากขนาดนี้แล้วไม่ได้ประชาธิปไตย จะเสียหายมากแต่ของเราเป็นม็อบไม่มีเส้น ต้องสู้ด้วยพลังประชาชนแท้ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพ.ต.ท.ทักษิณ ปราศรัยจบ ผู้ชุมนุมเริ่มทยอยกันเดินทางกลับเป็นระยะ โดยล่าสุดยอดผู้ชุมนุมขณะที่มีการปราศรัยมีจำนวน 1 แสนคนเศษ และเวลา 21.30 น. มีรายงานยอดผู้ชุมนุมที่ทยอยออกไปจำนวน 5 พันคน

-จับตาป๋ายังอยู่บ้านสี่เสาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการถ่ายทอดการปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณผ่านระบบวิดีโอลิงก์จากเวทีหลักที่สะพานชมัยมรุเชฐ มายังเวทีที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ สัญญาณภาพไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ขณะเดียวสัญญาณเสียงก็ขาดหายเป็นบางช่วงไม่ต่อเนื่องแต่ก็ผ่านไปด้วยดี กลุ่มผู้ชุมนุมยังส่งเสียงโห่ร้องดีใจที่พ.ต.ท.ทักษิณแสดงความห่วงใยผู้ชุมนุมบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ที่ประสบปัญหาในการชุมนุม เนื่องจากเสบียงอาหาร น้ำดื่ม ไม่เพียงพอ

เวลา 21.30 น.นายณัฐวุฒิกล่าวบนเวทีปราศรัยหน้าบ้านสี่เสาฯ ว่า ตลอดทั้งคืนนี้ขอให้คนเสื้อแดงเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวในบ้านสี่เสาฯ ให้ดี เพราะพล.อ.เปรมยังอยู่ในบ้าน ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรต่อไป ในช่วงตี 2-3 คืนนี้ และมีใครซุ่มซ่อนอยู่ในบ้านด้วยหรือไม่ ตนจะนั่งเฝ้ามองเข้าไปในบ้านไม่ให้คลาดสายตา ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช.เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550 ขอบอกให้พล.อ.เปรมได้ยินว่าวันนี้นอกจากตนจะมาร่วมทวงคืนประชาธิปไตยแล้ว ยังจะมาขอแก้มือจากเหตุการณ์วันที่ 22 ก.ค.ด้วย ขณะนี้บ้านเมืองขาดความยุติธรรม พล.อ.เปรมทำอะไรก็ไม่ผิด เป็นเหมือนคนมีเส้น แต่เราก็ไม่หวั่น จะขอต่อสู้จนถึงที่สุด



ม็อบแดงเหนือ-อีสานพรึ่บศาลากลาง

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ทั้งใน จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง มารักษาความปลอดภัย ดูแลความสงบเรียบร้อยให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่มาเป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อ.บางปะอิน วันที่ 9 เม.ย. เวลา 11.00 น. โดยระดมกำลังกว่า 500 นายมาดูแลพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ยังเตรียมแผนสำรองหากมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมปิดทางเข้าออกนิคมอุตสาหกรรม เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยกับที่พัทยา จ.ชลบุรี สำหรับแผนเบื้องต้นที่เตรียมไว้ คือแผนกรกฎ 48 หากมีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากจะใช้การเจรจาเป็นอันดับแรก และจะไม่มีการใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด

นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ศาลากลางจังหวัด มีคนเสื้อแดงทยอยมาชุมนุมเรื่อยๆ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามจุดต่างๆ ได้รับรายงานว่าเหตุการณ์ยังปกติอยู่ เพราะผู้ชุมนุมยืนยันจะไม่ไปบุกรุกสถานที่ราชการ ในช่วงเช้าซึ่งมีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มเสื้อแดงมายื่นหนังสือคัดค้าน และเผชิญหน้ากับกลุ่มเสื้อแดงก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มเสื้อแดงที่ จ.เชียงใหม่ ยังคงออกอากาศตามคลื่นวิทยุชุมชน 92.5 เรียกร้องให้ประชาชนเตรียมพร้อม หากมีคำสั่งจาก นปช.ที่กรุงเทพฯ ให้ปิดล้อมศาลากลางจังหวัด ให้เคลื่อนไปปิดล้อมทันที

ส่วนความเคลื่อนไหวของม็อบเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ ที่ จ.เชียงราย เมื่อเวลา 09.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงจากหลายอำเภอมารวมตัวกันที่ห้าแยกพ่อขุนเม็งราย ริมถนนพหลโยธิน รวมประมาณ 500 คน ก่อนจะเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ ผวจ.เชียงราย เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาผู้แทนราษฎร ต่อมานายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผวจ.เชียงราย ได้ออกมารับจดหมายแทน ผวจ. ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงสลายตัวจากศาลากลางจังหวัด แต่ก็ยังไปรวมตัวกันอยู่ที่ลานหน้าโรงแรมแสนภูเพลส อ.เมือง เพื่อรับชมการถ่ายทอดการชุมนุมของ นปช.ที่กรุงเทพฯ ต่อไป

ที่ จ.พะเยา กลุ่มคนเสื้อแดงในนามกลุ่มรักประชาธิปไตยจากทุกอำเภอของ จ.พะเยา ประมาณ 500 คน รวมตัวกันที่สนามหน้าศูนย์ราชการจังหวัด จัดตั้งเวทีปราศรัยมีแกนนำผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวลากล่าวปราศรัยโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ด้านหน้าเวทีติดตั้งจานดาวเทียมสีดำ เพื่อรับสัญญาณถ่ายทอดสดการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงจาก กทม.อย่างต่อเนื่อง มีกำลังตำรวจประมาณ 50 นาย รวมทั้ง อส.มาเฝ้าระวังความปลอดภัยแก่ข้าราชการและประชาชนที่มาติดต่อราชการที่ศาลากลาง

ที่ จ.แพร่ กลุ่มเสื้อแดงซึ่งส่วนใหญ่เป็นแกนนำและหัวคะแนนของพรรคเพื่อไทย เกณฑ์ชาวบ้านจาก อ.เด่นชัย 30 คนเข้าชุมนุมที่หน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ติดป้ายรณรงค์ใส่เสื้อแดงต้านอมาตยาธิปไตย ช่วยกันตั้งเวทีเครื่องเสียงขนาดใหญ่และกางเต็นท์เพื่อชุมนุมยืดเยื้อ นอกจากนั้นยังออกติดป้ายเชิญชวนให้ประชาชนชาวแพร่สวมเสื้อแดงในเทศกาลสงกรานต์ เริ่มตั้งแต่วันนี้ ทำให้ประชาชนบางคนเข้าใจผิดว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ของหน่วยราชการ ร่วมแต่งเสื้อแดงฉลองสงกรานต์กันแล้ว

ที่ จ.นครราชสีมา นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผวจ.นครราชสีมา สั่งสนธิกำลังตำรวจ สารวัตรทหารและ อส.ร่วม 100 นาย เดินตรวจพื้นที่โดยรอบศาลากลางจังหวัดทุก 10 นาที และวางกำลังคุมเข้มที่ประตูทางเข้าออก โดยตั้งจุดรักษาความปลอดภัยทั้ง 4 ทิศ เพื่อป้องกันการบุกยึดสถานที่ราชการของกลุ่มคนเสื้อแดง

ขณะที่ จ.อุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.อุดรธานี ได้เรียกประชุมรอง ผวจ.และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องความมั่นคง ในการรักษาความปลอดภัยของศาลากลางจังหวัด ได้รับกำลังสนับสนุนกำลังพลจากตำรวจ อพปร. อส. รวมทั้งสิ้น 500 นาย ต่อมาเวลา 11.00 น. มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 คน มารวมตัวกันหน้าศาลากลางจังหวัด โดยสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร คลื่น 97.5 เมกะเฮิร์ตซ์ เชื่อมต่อสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่นถ่ายทอดการชุมนุมที่ กทม.ให้ได้ชมตลอดเวลา

เมื่อเวลา 11.30 น. มีกลุ่มคนเสื้อแดงชาวหนองคายประมาณ 200 คน ใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ขับเป็นขบวนมาที่ศาลากลางจังหวัด แต่ อส.ที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ปิดประตูทั้ง 4 ด้านไม่ให้เข้า ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจฮือเข้ายื้อยุดประตูซึ่งเจ้าหน้าที่คล้องโซ่และกุญแจไว้จนหลุดออกอย่างง่ายดาย จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมกรูกันเข้ามาภายในสนามหน้าศาลากลาง และนำรถเครื่องเสียง รถเวทีมาติดตั้ง เพื่อติดตามการชุมนุมที่กทม. และรอการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มเสื้อแดงจำนวนกว่า 200 คน มารวมตัวกันเพื่อที่จะชุมนุมและรับชมการถ่ายทอดสดวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยแกนนำได้นำเวทีชั่วคราวขนาดใหญ่ตั้งที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัด ขณะที่การระดมกลุ่มเสื้อแดงในพื้นที่ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร โดยพล.ต.ต.คณิสร น้อยนารถ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 50 นายเฝ้าดูสถานการณ์

ที่ จ.นครพนม กลุ่มคนเสื้อแดง 200 คน มาชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัด เมื่อเวลา 13.00 น. และกล่าวปราศรัยโจมตีนายอภิสิทธิ์ นายเนวิน ชิดชอบ และนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนมพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ยังได้นำเวทีเคลื่อนที่และจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่มาติดตั้ง รอสัญญาณวิดีโอลิงก์จากพ.ต.ท.ทักษิณ ท่ามกลางการดูแลความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย

เวลา 13.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงมุกดาหารนำรถปิกอัพกว่า 20 คัน จำนวน 300 คน มุ่งหน้าสู่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งปิดประตูทุกด้านเพื่อป้องกันการบุกรุกของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยมีพล.ต.ต.ปราโมทย์ เอี่ยมทัศน์ ผบก.มุกดาหาร มาเจรจาขอให้กลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ในขอบเขต หลังการเจรจากลุ่มคนเสื้อแดงได้ตั้งเวทีปราศรัยหน้าประตูศาลากลางจังหวัด

สงครามกลางเมือง

ที่มา เดลินิวส์

ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 แต่จนถึงตอนนี้ ประชาธิปไตยไทยยังล้มลุกคลุกคลาน มีการปฏิวัติรัฐประหารไม่รู้กี่ครั้ง แต่เฉลี่ยแล้วประมาณ 3 ปีครั้ง มีการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับแล้วฉบับเล่า

ฉบับปิศาจคาบไปป์ หน้าแหลม ฟันดำ ล่าสุด เป็นฉบับที่ 18 แล้ว มันเป็นวงจรอุบาทว์ที่ยาวนานต่อเนื่องมาก และไม่มีใครรับประกันได้ว่า จะมีการยึดอำนาจอีกกี่ครั้ง และฉีกรัฐธรรมนูญอีกกี่ครั้ง

อำมาตยาธิปไตยที่ล้มล้างประชาธิปไตย อ้างทุกครั้งว่าเพราะ รัฐบาลเลว นักการเมืองชั่ว โกงกิน คอร์รัปชั่น จึงจำต้องเว้นวรรคประเทศไทย สูตรสำเร็จการเว้นวรรค คือ วงจรอุบาทว์ดี ๆ นี่เอง

ลากรถถังออกมายึดอำนาจรัฐ บาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งคณะบุคคลที่ดีสุดในโลกมาบริหารประเทศชั่วคราว จัดระเบียบสังคมใหม่ ฉีกรัฐธรรมนูญเก่าทิ้ง ตั้งพวก “เนติบริกร” เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เป็นกติกาใสสะอาด มีธรรมาภิบาลสุดยอด

เปิดทางให้คนดีเข้ามาบริหารประเทศ แล้วล่าสุดที่ประเทศชาติได้ ก็คือ รัฐบาลขิงแก่ ที่ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารชาติบ้านเมือง อย่างสิ้นเชิง เรื่องธรรมาภิบาลก็ยังมีข้อสงสัย เพราะ กรณีเขายายเที่ยง ยังไม่เคลียร์คัต ขณะที่รัฐธรรมนูญปิศาจคาบไปป์ เขียนขึ้นด้วยอคติสุดขั้ว กำจัดคน ๆ เดียว

ไม่ใช่ใคร ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง

อานิสงส์การทำลายทักษิณ คือการทำลายพรรคการเมือง และนักการเมืองชนิดรุนแรงสุด มีการยุบพรรคแล้ว ยุบพรรคอีก เหลือไว้แต่พรรคที่อยู่ในบันได 4 ขั้นของ คมช. ที่จะมาสืบทอดอำนาจต่อ ทำผิดยังไงก็รอด เพราะ กกต.ให้ใบแดงเฉพาะ ส.ส.สอบตกกับ ส.ส.ธรรมดาที่ไม่ใช่ กก.บริหารพรรค

มีการใช้กฎหมายย้อนหลัง ตัดสิทธิทางการเมือง จนมีแต่นอมินีเต็มสภา

เครื่องมือใหม่ที่ถูกค้นพบหลัง 19 ก.ย. 49 คือตุลาการภิวัตน์ และนับจากนั้น ก็กลายเป็นเครื่องมือที่ไม่มีใครหยุดอยู่ แต่ทำไมบ้านเมืองกลายเป็นอนาธิปไตย มีการใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย

ยึดทำเนียบฯ ปลูกข้าว ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เตือนสติ ก็ถูกโต้กลับ ทะลึ่งบ้าง จะแฉเบื้องหลังบ้าง ยึดสนามบิน 2 แห่ง ก็ยังลอยนวล ขณะที่ตำรวจกลายเป็นฆาตกร นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อย “อารยะขัดขืน” ถอดเครื่องแบบเข้าร่วมกับเสื้อแดงหลังเลิกงาน เพราะความเจ็บช้ำน้ำใจที่เกิดขึ้น

เขียนซะยืดยาว เพื่ออยากให้มั่นใจ ว่า ทุกอย่างที่วุ่นวายทุกวันนี้ เพราะทักษิณคนเดียวจริง ๆ หรือทุกอย่างที่เกิดขึ้น “ทัก ษิณ” คือหมากตัวหนึ่ง ที่มี “จุดอ่อน” ให้กำจัดได้พอดี ขณะที่ “อำมาตยาธิปไตย” ไม่มีวันยอมปล่อยให้ประชา ธิปไตยออกนอกกรอบที่ตัวเองต้องเป็นผู้กำหนด!!!

เห็นนายกฯ อภิสิทธิ์ ออกทีวีทั่วประเทศ จะไม่ยอมให้เสื้อแดงยึดสถานที่ราชการ แต่ตอนเสื้อเหลืองยึดทำเนียบฯ ก็เห็นท่านไปเยี่ยม ไปให้กำลัง ใจ ร่วมถ่ายรูปกันเจี๊ยวจ๊าว น่าชื่นมื่นมาก หรือว่าเป็นคนละประเทศกัน

ที่น่าห่วง ก็คือ ขณะนี้มีการประสานมือ ใช้สื่อทุกชนิด โฆษณาชวนเชื่อว่า เสื้อแดง คือพวกทำลายสถาบัน เหมือนจะให้เกิดความชอบธรรมที่จะล้อมปราบ ย้อนรอยยุค 6 ตุลาฯ 19 อย่างไรอย่างนั้น

แต่นั่นล่ะ เสื้อแดงจะต้องชุมนุมโดยสงบ อย่าได้ยึดสถานที่ราชการเด็ดขาด เพราะทุกอย่างมีการปูทางไว้แล้ว บอกตรง ๆ ไม่อยากให้เกิดสงครามกลางเมือง ???.

ดาวประกายพรึก

ถึงจุดต้องแตะเบรก?

ที่มา ไทยรัฐ

ในอารมณ์ตื่นตูมแบบฝรั่ง ตามที่สื่อนอกช่วยกันตีประโคมข่าว ภาพนัดชุมนุมใหญ่ ของม็อบเสื้อแดง คาดการณ์อาจเกิดรัฐประหารในไทย

และก็เป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เปิดฉากเร้าไฟ โยงฉากที่แกนนำนปช.ประกาศจะชุมนุมแตกหัก มีเหตุเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงกับแผนลอบสังหารนายชาญชัยลิขิตจิตถะ องคมนตรี ที่ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัวมือปืน และทีมงานทหารระดับ นายพันที่วางแผนเตรียมลอบสังหารได้

ในขณะที่ทีมวอร์รูมของพรรคประชาธิปัตย์แท็กทีมลูกก๊วนเพื่อนเนวิน ช่วยกันตีปีบข่าวเครือญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ พร้อมบุตรชายและบุตรสาวทั้ง 3 คน ได้บินหนีออกนอกประเทศไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา

เร้าสถานการณ์ราวกับว่าจะได้เสียกันในห้วงเวลาอันใกล้

แต่ในอารมณ์ วัดใจม็อบเสื้อแดงที่กรีธาทัพบุกไปถึงเป้าหมาย ประกาศจะปักหลักปราศรัยโจมตี ป๋าเปรมพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เพื่อกดดันจนกว่า พล.อ.เปรม จะหยุดแทรกแซงทางการเมือง และตัดสินใจลาออก โดยจะไม่บุกเข้าไปบริเวณบ้านอย่างเด็ดขาด

ตามเกมลากยาว ที่ยังต้องดึงจังหวะ หยั่งเชิงเทียบเคียงกับยุทธศาสตร์ของม็อบพันธมิตรฯที่ประกาศม้วนเดียวจบหลายรอบกว่าจะเผด็จศึกรัฐบาลพรรคพลังประชาชนได้

ม็อบแดงยังมีอีกหลายช็อตหลังสงกรานต์

แต่ที่แน่ๆ ภายใต้เงื่อนไข รับอาสาแล้วทำงานพลาด

โดยหัวเชื้อจุดไฟ เกมที่พลิกผันจากคิวแฉแหลกของ พล.อ.พัลลภ ปินมณี ถึงนาทีนี้ เบื้องหลังกลับตาลปัตรกันถึงขนาดที่ว่า มิสเตอร์พีเจ้าของบ้านสุขุมวิทที่ใช้วางแผนโค่น ทักษิณหรือแม้แต่บิ๊กทหารหัวขบวน คมช.ที่นำทีมรัฐประหาร

วันนี้สลับข้าง ย้ายขั้วไปอิงแอบอยู่กับ ทักษิณแล้ว

ผลประโยชน์ไม่ลงตัว หักลำ ล่อกันเอง

ทั้งหมดทั้งปวง เมื่อ ความแตกก็เลยได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของคนเสื้อแดงที่โชว์ลำหักลำโค่น สำแดงพลัง แดงค่อนแผ่นดินยากที่ฝ่ายถืออำนาจรัฐจะคุมเกม

ยื้อได้นานเต็มที่ไม่เกินเดือนมิถุนายน

ถึงจุดที่ ผู้เปียมด้วยบารมีจะลงมาเบรกทั้ง 2 ฝ่าย หยุดเกมแลกเลือด

ภายใต้เงื่อนไขอดีตนายกฯทักษิณต้องยุติบทบาท ถอนตัวออกไปจากวังวนเกมอำนาจ แลกกับการถอนชนักปักหลัง ขณะที่ฝ่ายอำมาตย์ ต้องกลับเข้าที่ตั้ง ดึงมือที่มองไม่เห็นกลับไปล้างในอ่างทองคำ

อภิสิทธิ์ถอย เปิดทางตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

ปล่อยนักเลือกตั้งอาชีพพ้นโทษแบนกลับมาลงสนามตามวิถีปกติทางการเมือง นิรโทษมือบริหารตัวจริงเสียงจริงให้เข้ามาประจำการในตำแหน่งรัฐมนตรีแทนนอมินี

ก่อนจะยุบสภาเพื่อวัดดวงกันใหม่

หากเป็นไปตามโปรแกรมนี้ ก็ไม่ยากที่จะอ่านหมากข้ามช็อตกันต่อไป

พรรคเพื่อไทย ในฐานะแชมป์เก่า แม้จะยังตั้งหลักไม่ติด แต่ก็ยังได้รับการคาดหมายให้เป็น เต็งหนึ่งจากคะแนนหน้าตักของ ทักษิณและกระแสคนเสื้อแดง

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพร้อมสุด ทั้งอำนาจรัฐและเสบียงที่กวักมือระดมได้ แต่โดยเงื่อนไขของ อภิสิทธิ์ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่โดนม็อบไล่บี้ลงจากเก้าอี้

โดยไม่มีรอยฟกช้ำดำเขียว

เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยภายใต้การบัญชาของนายเนวิน ชิดชอบ กับ เสี่ยหนูนายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมทั้งกระสุน เพียบไปด้วยขุนพลดาวกระจาย

ยังต้องเหนื่อยกับข้อหาทรยศนายใหญ่

แต่ที่ต้องลุ้นกันหลายช็อตก็คือพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ฟัดกันเองจนเหลือ กลุ่มวังพญานาคของนายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และกลุ่มโคราชของว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ยึดเป็นฐานที่มั่นสุดท้าย

ก่อนอื่นเลย ต้องจุดธูปบนบานให้รอดบ่วงโทษยุบพรรค

เนื่องจากคดีใบแดงของนายนพดล พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เกิดขึ้นในห้วงเวลาก้ำกึ่ง ช่วงที่เจ้าตัวยังเป็นปลัดอำเภอ พร้อมๆกับมีชื่อโผล่มา เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ในขณะที่รัฐธรรมนูญห้ามข้าราชการดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคการเมือง

แว่วๆหวย กกต.จะออก 3 ต่อ 1 ยกประโยชน์ให้จำเลย.

ทีมข่าวการเมืองรายงาน

ทักษิณลั่นแพ้ไม่ได้ จี้อภิสิทธิ์ลาออก

ที่มา ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันนี้ (9 เม.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเวทีเสื้อแดง โดยกล่าวว่า มีข่าวว่าตนหนีไปเมืองนอก ตนจึงขอขึ้นเวทีเสื้อแดง วันนี้ ต้องสำนึกว่า ทำอย่างนี้ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อประเทศไทย เพื่อลูกหลานของเรา ถ้าเราไม่ทำวันนี้ ลูกหลานเราจะลำบาก ไหนๆ เราเรียกร้องกันแล้ว อยากให้ทุกคนใจกว้าง เราบอกว่าเราต้องการประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญต้องเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่ปาก

จากนั้นเวลาประมาณ 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงค์ มายังกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเริ่มร้องเพลงเล่าสู่กันฟัง จากนั้นได้ กล่าวว่า เมื่อคืนนี้ได้ข่าวว่านอนบนถนนกัน ยุงตัวโตหรือไม่ วันนี้มานอนบนถนนไม่ใช่มานอน เพราะตกทุกข์ได้ยาก แต่เรากำลังนอนเพื่อเรียกร้องอนาคตให้ลูกหลาน คนจะไปนอนคฤหาสน์ใหญ่อย่างไร ก็แล้วแต่ ไม่มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์อย่างเรา ปะวัติศาสตร์ครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย ถ้าพี่น้องมารวมใจ ถ้าทำประชาธิปไตยไม่ให้เป็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชนได้ ก็ไม่มีอีกแล้ว หลายทศวรรษมาแล้ว เราอยู่บนประชาธิปไตยเพื่ออำมาตย์ ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนได้รับแจ้งว่า พี่น้องแท็กซี่ ได้ปิดการจราจรที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยไม่มีใครสั่ง ตนต้องขออภัยแก่พี่น้องผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความไม่สะดวก แต่ความไม่สะดวก ทนอีกนิด เพื่ออนาคตที่ยาวนานของเรา เราทนสุกๆ ดิบๆ กับประชาธิปไตยมานานมากแล้ว ทำไมจะทนกับความไม่สะดวกแค่ไม่กี่วันไม่ได้ ตนได้รับโทร.จากพี่น้องอุดรธานี หนองคาย อุบลราชธานี เชียงใหม่ ลำพูน และพี่น้องต่างจังหวัดที่อยู่ในกทม. สปิริตของพี่น้องแท็กซี่ ลองย้อนนึกถึงลุงนวมทอง ยอมเสียสละชีวิต วันนี้พี่น้องแท็กซี่ ยอมทำผิดกฎหมายจราจร เพราะอยากจะบอกให้พี่น้องใน กทม.ว่า มาร่วมกันนำประชาธิปไตยเพื่อประชาชนให้เกิดขึ้นจริง มีคนมาเล่า ว่า มีคนไปซื้อของ คนขายของบอกว่า อยากจะปิดร้านไปร่วมกับเสื้อแดง น่ารักจริงๆ พี่น้องรู้หรือไม่ว่า ประชาชนเขาอึดอัดมาก การต่อสู้ครั้งนี้ขอให้พี่น้องที่ไม่ได้ร่วมต่อสู้เข้าใจว่า เป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ เป็นการต่อสู้เพื่อถอนรากถอนโคนปฏิวัติ 19 กันยายน เพื่อให้เป็นการปฏิวัติครั้งสุดท้ายของประเทศไทย ให้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็น รัฐธรรมนูญสุดท้ายที่ถูกฉีกโดยทหาร ถอนรากถอนโคนอำมาตย์ผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ ดังนั้นต่อไปนี้ การปฏิวัติต้องไม่เกิดขึ้น เพราะถือว่าอำนาจของประชาชนสูงสุด ต้องไม่มีอำนาจอื่นใด มาเหนืออำนาจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอีกแล้ว

อดีตนายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้เราแพ้ไม่ได้ เราต้องชนะ ถ้าเราแพ้ ประเทศไทย แพ้ ประชาชนแพ้ อนาคตของไทย และลูกหลาน ไม่มีความแน่นอน เราจะต้องต่อสู้ ให้ชนะ ต่อสู้อย่างสันติ ไม่บุกรุกสถานที่ราชการ เรากีดขวางได้แต่ไม่บุกรุก เพราะเราไม่มีเส้น ตอนสมัยที่ตนเป็นนายกฯ สีเหลือง บุกเข้าไปยึดทำเนียบกลางคืน ตนทำอะไรไม่ได้ เพราะม็อบมีเส้น มีอำมาตย์ ประชาธิปัตย์ หนุนหลัง แต่วันนี้ เรารักสันติ เราต้องการต่อสู้แบบสันติ เพื่อจะบอกกับชาวโดลกให้รู้ว่า รัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลต่อไป เราจะบอกพี่น้องปะชาชนว่า บางท่านมาร่วมไม่ได้ มีภารกิจ เข้าใจ ขอให้เสียสละความไม่สะดวกให้เราบ้าง และในที่สุด เมื่อประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชนแล้ว ได้ประโยชน์ด้วยแน่นอน จะมีลูกหลาน อีกกี่ชั่วคนจะได้ประโยชน์แห่งความมั่งคั่งของประเทศไทยในอนาคต ประเทศไทยล้าหลังมานานแล้ว พอกันที สำหรับประเทศไทย ที่ปล่อยให้มีคนจน ปล่อยให้มีหนี้สินที่ชำระไม่ได้ ปล่อยให้อำมาตย์ สบายๆ ในช่วงที่ไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ตอนนั้นอำมาตย์ยังครอบงำ แต่รัฐธรรมนูญ พี่น้องให้คะแนนเสียงกับตนมากมาย ทำให้สามารถที่จะทำงานให้กับประชาชนได้เต็มที่ แต่ถ้าเราจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่อำมาตย์ไม่ครอบงำ พี่น้องคิดดูว่าจะมีความสุขมากกว่าช่วงไทยรักไทยแค่ไหน ประเทศชาติจะมีศักดิ์ศรีแค่ไหน อดทนกันอีกไม่กี่วัน

พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวเรียกร้องว่า ทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ ทั้งหลาย ตนได้รับแจ้งมาว่า ผู้ว่าฯ หนองคายตัดไฟที่ศาลากลาง พี่น้องข้าราชการทั้งหลาย วันนี้ประชาชนเขามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากเห็นประชาธิปไตย เพื่อประชาชน เขาเคารพเสียงส่วนใหญ่เพื่อประชาชน มีการบอกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ที่ดีที่สุดของประเทศไทย ความจริงนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ ที่เปรียบเสมือนเป็นผลไม้ของต้นไม้ที่เป็นพิษ เมื่อต้นไม้เป็นพิษ ผลไม้ที่ออกมาก็เป็นพิษด้วย ก็ใช้กระบวนการทุกอย่าง ปล้นอำนาจประชาชน ฝืนเจตนารมณ์ของประชาชน และมีพวกอำมาตย์ และอภิสิทธิ์ชนใน กทม .คอยบอกว่า อย่ามายุ่ง ดีแล้ว ปล่อยให้เขาแก้ปัญหาก่อน นายอภิสิทธิ์อายุยังน้อย หากมีสปริต ให้ยุบสภา และเลือกตั้งใหม่ แต่หากวันนี้ดื้อ เสียดายอนาคตเวลายังเหลือเยอะ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า วันนี้เราสู้กันแบบสันติ ถึงแม้จะยกไปขัดขวางตรงนั้นบ้าง แต่ไม่ทำลายทรัพย์สินไม่บุกสถานที่ราชการ ถ้าผิดก็ผิดกฎหมายจราจร พี่น้องทหารตำรวจ อย่าใช้แก๊สน้ำตา อย่าใช้อาวุธกับพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ถึงแม้วันนี้เราไม่มีเส้น เรากำลังนำไปสู่ระบบความยุติธรรมที่แท้จริง ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก การเอียงมันผิด อย่าเอียง อนาคตที่สดใสของประเทศไทย อยู่แค่เอื้อม เราต้องอดทนสู้ต่อไปอย่ายอมแพ้

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวถึงพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ว่า อยู่ไหน ไม่เห็นมาออกทีวี มาบอกให้อภิสิทธิ์ลาออก ผบ.เหล่าทัพ คราวที่แล้วนายกฯ สมชาย อยู่ ออกทีวีขอให้นายกฯ ลาออก อย่างนี้เรียกว่าอิทธิพลของอำมาตย์เช่นกัน ตกลงนายอภิสทธิ์ จะเป็นนายกฯ ของอำมาตย์หรือของประชาชน ถ้าอยากเป็นรัฐบาลของประชาชน ให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พี่น้องต่างจังหวัดผลัดเปลี่ยนเวรมา จะไม่ยอมให้พร่องที่นี่ พี่น้องในกทม.เช่นกัน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา ถ้าพวกเรายังแน่นต่อไป บอกให้ชาวโลกรู้ว่าเราสู้ไม่ถอย จนกว่าเราจะได้มาซึ่งประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง การแบ่งขั้วทางการเมืองทำให้เกิดการแตกแยก ถ้าทุกฝ่ายเข้าใจอุดมการณ์ที่แท้จริงของประชาธิปไตย จะไม่เป็นอย่างนี้ ถ้าประชาธิปไตย เป็นของประชาชน เคารพเจตนารมณ์ของเสียงส่วนใหญ่ ขอให้เข้าใจประชาธิปไตยที่แท้จริง แม้เราใส่สีแดง แต่เราต่อสู้ให้ทุกคนที่เป็นคนไทย เราไม่ได้บอกว่า ต่อสู้มาแล้ว เสื้อแดงขอคุมทั้งหมด วันนี้ เราไม่เคยต่อสู้ว่า นายอภิสทิธิ์ ออกไปและเอานายวีระ เป็นนายกฯ เรากำลังต่อสู้ว่าเราอยากเห็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อประชาชนมีความเสมอภาค มีความยุติธรรมเกิดขึ้นในแผ่นดินไทย ให้คนได้มีโอกาสสร้างความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เห็นด้วยกับอำมาตย์ เพราะอำมาตย์ไม่ทันโลกแล้ว บางคนไม่มีลูกหลาน ก็ไม่ห่วงอนาคตของลูกหลาน วันนี้เรามาร่วมกัน มีทั้งคนจน คนรวย คนแก่ คนหนุ่มสาว และเด็กเยาวชน เราจะเดินไปด้วยกัน เราจะเดินไปสู่เปห้าหมาย อนาคตที่ดี ตนต้องขอใช้คำพูดนายกฯ คึกฤทธิ์ ว่า เราทำได้ และไม่มีโอกาสไหนในประวัติศาสตร์ไทยอีกแล้ว ที่เราจะทำได้เท่านี้ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป พี่น้องมาเยอะอย่างนี้ การเปลี่ยนแปลงหลายครั้งที่ผ่านมา พี่น้องมาน้อยกว่านี้เยอะ พี่น้องมาเยอะที่กรุงเทพฯ และยังมีกองหนุนมาผลัดเปลี่ยนและอยู่ตามจังหวัดต่างๆ แล้วยังเปลี่ยนไม่ได้ให้รู้ไป เราไม่ได้เปลี่ยนเพื่อใครเราเปลี่ยนเพื่อประชาชนทั้งแผ่นดิน เราต้องไม่ถอย มีแต่บุกไม่มีถอย ถ้าครั้งนี้ ใช้กำลังปราบปราม ทั้งๆ ที่ประชาชนมาสันติ เราจะเดินกันทุกสาย ไม่ว่าจะรถอีแต๋น ทุกสายจะเดินเข้ากรุงเทพฯและจะมีตนอยู่ตรงนั้นด้วย

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ให้ขออดทนอีกไม่นาน พี่น้องที่อยู่ในกทม. ไม่มาร่วม ที่อยู่พัทยาเพราะได้ข่าวจะไปพัทยา ทนความอึดอัดนิดเดียว และมาช่วยพวกเราเสริมบ้าง จะดี เพื่ออนาคตของลูกหลานท่านเอง ตนบอกแล้วว่า ประเทศไทยจะดีกว่าช่วงที่ตนอยู่ ช่วงที่ตนอยู่พี่น้องมีความสุข ประเทศมั่งคั่ง และเที่ยวประกาศว่าไม่กู้แล้ว อยู่ๆ ปฏิวัติ พี่น้องลำบาก จนไม่รู้จะใช้หนี้อย่างไร พี่น้องถึงได้คิดถึงความสุขในช่วงที่ตนอยู่ ถ้าเราได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา พี่น้องจะมีคามสุขกว่าที่ตนอยู่อีกเยอะ ตนพร้อมจะแนะนำกับนายกฯ ที่มาจากประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ถ้าเขาทำไม่ได้ ตนก็จะไป ขอให้พี่น้องเชิญชวนกันมาอย่าเบาอย่าแผ่ว เพราะเขาดูถูกเราว่า ปล่อยเดี๋ยวก็แห้งไปเอง แสดงให้รู้หน่อย ยิ่งอยู่ ยิ่งแน่น ยิ่งคึก เพราะเรากำลังจะคว้าประชาธิปไตย เพื่อประชาชนมาแล้ว เราคว้าจะได้แล้ว เหลือนายอภิสิทธิ์ ถ้าเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่หลงคำยอป๋าเปรม ก็ลาออกซะ หรือไม่ก็ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ อนาคตยังอีกยาวไกล

พ.ตท.ทักษิณ กล่าวทิ้งท้ายว่า เราจะยืนหยัดและลุกมาสู้ด้วยหัวใจ ขอย้ำอีกครั้งว่า พี่น้องที่โวยวายเรื่องรถติด ต้องถือว่าเสียสละ แม้มาร่วมไม่ได้ ก็ขอให้เสียสละความสะดวกสบายบ้างถ้าไม่งั้นไม่จบ ความจริง ตนไม่ได้สั่ง เพราะไม่ได้ติดต่อแท็กซี่ แต่รู้ว่าเขาไปเอง เพราะเขาทนไม่ไหว ขอบคุณครับ

ผอ.สถาบันพระปกเกล้า

ที่มา thaifreenews

ผอ.พระปกเกล้าเสนอรัฐ ยุบสภาผ่าทางตันชุมนุม [9 เม.ย. 52 - 09:34]
นายพรชัย เทพปัญญา ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า กล่าวทางสถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็นวันนี้ (9 เม.ย.) กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมยกระดับการชุมนุมหากข้อเรียกร้องที่เสนอไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้รับการตอบสนอง ว่า ตนจะไม่พูดถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี แต่จะพูดถึงสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำร่วมกันตามที่ได้รับการเรียกร้องได้ ว่า อาจจะมีการเสนอคนกลางซึ่งเป็นที่ยอมรับของแต่ละฝ่ายเข้ามาทำหน้าที่ปฏิรูปการเมืองภายใน 40-50 วัน จากนั้นรัฐบาลก็ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เชื่อว่าข้อเสนอนี้จะเป็นคำตอบของสังคมได้
ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้ากล่าวต่อว่า แต่มีประเด็นคือ ผู้มีอำนาจยากที่จะออกจากอำนาจ เพราะรัฐบาลไม่ใช่มีแค่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว แต่ยังรวมถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นาย เนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ไม่ว่าใครเมื่อได้ขึ้นขี่หลังเสือแล้วไม่มีใครอยากลงจากหลังเสือ ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงเช่นนี้ จะทำให้หาเสียงลำบาก นั้น ตนเห็นว่า ไม่ใช่ประเด็น เพราะประเด็นคือ ไม่มีใครยอมเสียอำนาจ เพียงแต่นำเอาเรื่องอื่นมาเป็นข้ออ้างเท่านั้น
"ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยุบสภาๆ อย่างเดียว แต่ขณะนี้ื กลับไม่คิดแล้ว ทั้งที่มีโอกาสลักษณะเดียวกัน สถานการณ์ชุมนุมส่อเกิดความรุนแรงเช่นเดียวกัน เพราะมองต่างมุม ยืนกันคนละจุดชัดเจน ถ้าไม่สามารถพูดคุยกันได้ ยุบสภา เลยก็ได้" ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้ากล่าว
http://www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=132076