WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, April 10, 2009

สรุปแล้ว! ใครกันแน่.. ที่ทำเพื่อคนคนเดียว (VersionII)

ที่มา thaifreenews

โดย : HardCoreLady

ตั้งแต่วันที่ 19 กย. 49 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อเกิดการรัฐประหาร โดยทหารมีเหตุผลว่า เพื่อความสงบของประเทศ เรา เลยมีนายกที่มาจากทหารเพิ่มขึ้นอีกคน จนทำผลงานเลื่องชื่อ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 50 โดยคมช. เป็นผลให้ทักษิณ ต้องมีความผิดติดตัวหลายกระทง ทั้งครอบครัว ตกเป็นผู้ต้องหาทางการเมือง ทุรจริต โกงกินชาติ ไปโดยปริยาย ความพยายามที่คาดไว้ ยังไม่สมบูรณ์ หลังจากคืนอำนาจให้ประชาชนได้เลือกตั้งกันใหม่ ได้รัฐบาลใหม่ คือพรรคพลังประชาชน โดยมีนายสมัคร ขึ้นเป็นนายก นอกจากกระแสชุนนุมของพันธมิตร ที่อ้างว่าเป็นรัฐบาลนอมินีย์ของทักษิณ สุดท้ายตุลาการพิฆาต ทำกับข้าว มีความผิด จัดอันดับแรงต่อมานายสมชาย ขึ้นมาแทน ก็ยังกลายเป็นฆาตรกร 7 ตค. ฆ่าประชาชนด้วยแก๊สน้ำตา จนที่สุดเห็นว่าไปไม่ไหวกันแน่ ตุลาการพิฆาตรอบสอง จึงออกมา ยุบพรรค แล้วใช้เสียงในสภา โอนถ่ายอำนาจสู่นายอภิสิทธิ์ เป็นนายก มาจนถึงวันนี้...ข้อมูลทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เห็น จริงหรือเท็จ ก็เห็นแบบนี้ ลึกหรือบาง ก็เห็นแบบนี้ ตอนแรกก็ทำใจให้เป็นธรรม ต่อนายกคนใหม่ล่าสุด แต่พอเห็นนโยบายแล้ว ก็ตกใจ ทำไมช่างเหมือนประชานิยมของนายกทักษิณคนดิม ที่ทุกคนลงความเห็นว่าโกงชาติ ร้ายแรงสุดคือการตระเวนออกกู้เงิน มาเพื่อบริหารประเทศ โดยจ่ายฟรี 2,000 บาท ต่อคนหลักล้านเศษๆ ทั้งๆที่ประเทศไทย มีประชากรเกือบเจ็ดสิบล้านคน ยังไม่รวมแต่งตั้งคนที่สร้างความเสียหายระดับโลกให้กับประเทศ นายกษิต ขึ้นเป็นรมต.ต่างประเทศ นี่มันอะไรกัน? ตกลงแล้วใครกันแน่ ที่กำลังทำเพื่อคนคนเดียว..

Foreign Policy: What's behind Thailand's turmoil? อะไรอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในประเทศไทย?

ที่มา Thai E-News

โดย Roberto Herrera-Lim
ที่มา Foreign Policy
แปลโดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 เมษายน 2552

อะไรอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในประเทศไทย?

ทำความเข้าใจกับความวุ่นวายในประเทศไทย


อาทิตย์นี้ถนนในกรุงเทพฯเต็มไปด้วยผู้ประท้วงอีกครั้งหนึ่งที่ดูเหมือนจะพิสูจน์ว่าเป็นความพยายามที่คึกคักแต่ไร้ประโยชน์ที่จะบีบบังคับให้รัฐบาลลาออก แต่เบื้องหลังความวุ่นวายนั้น อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรผู้ซึ่งได้สั่งการการชุมนุมทั้งหมดนี้จากนอกประเทศ อาจจะกำลังมีวาระที่ลึกซึ้งและเป็นแผนการระยะยาว

พ.ต.ท.ทักษิณและผู้สนับสนุนของเขาได้โจมตี "กลุ่มขุนนาง" --- และที่ปรึกษาระดับสูงของกษัตริย์ โดยเฉพาะ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ มันบ่งชี้ว่ากลยุทธ์ของทักษิณแทบไม่เกี่ยวข้องกับความพยายามที่โค่นล้มรัฐบาลปัจจุบันโดยทันที แต่เป็นการบ่อนทำลายโครงสร้างอำนาจที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่สถาบันกษัตริย์, โดยเฉพาะสภาองคมนตรี, และขบวนการสืบราชทอดราชบัลลังค์ที่ประเทศจะต้องเผชิญเมื่อกษัตริย์ภูมิพลที่มีกำลังมีสุขภาพที่อ่อนแอไม่อยู่ในเวทีแล้ว

การประท้วงกำลังส่งเสียงดังมากกว่าปกติ ซึ่งต้องขอบคุณคำเตือนของพ.ต.ท.ทักษิณว่า "มันสายไปแล้วสำหรับการเจรจา" และความรู้สึกที่ว่าผู้ประท้วง (ที่รู้จักกันในนาม "เสื้อแดง") กำลังผลักดันให้เกิดการเผชิญหน้ากัน อดีตนายกฯที่ได้ถูกโค่นล้มโดยรัฐประหารเมื่อปี 2549 ยังสามารถที่จะทำให้เกิดความตึงเครียดในเมืองหลวงโดยการรณรงค์ให้ผู้สนับสนุนเขาจากภาคตะวัออกเฉียงเหนือของประเทศให้เข้ามาประท้วง แต่ปราศจากการสนับสนุนของทหาร สถาบันกษัตริย์ และชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ โอกาสน้อยที่การชุมนุมจะทำให้ผู้มีอำนาจชั้นสูงทางการเมืองแตกแยกและผู้ปกครองปัจจุบันสั่นคลอน แม้กระทั่งพันธมิตรของทักษิณเองตระหนักดีว่าถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถบังคับให้มีการเลือกตั้งใหม่สถาบันที่ถูกควบคุมโดยชนชั้นสูงยังมีอำนาจเหนือรัฐบาลของพวกเขา เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในประเทศดูไบหรือกัมพูชา และมีหลักฐานว่าทหารกำลังพยายามบล๊อคสัญญาณโฟนอินของเขาทีต่อเข้ามาหาผู้สนับสนุนในประเทศ

จุดมุ่งหมายแท้จริงที่พ.ต.ท.ทักษิณใช้การประท้วงนี้น่าที่จะเพื่อทำให้พล.อ.เปรมอ่อนแอลง ซึ่งจะเปิดทางให้เขาได้เปรียบรัฐบาลที่อ่อนเปลี้ยจากวิกฤติทางเศรษฐกิจในที่สุด เพื่อที่จะเจรจาการกลับประเทศของเขาและสะสางปัญหาที่ค้างคาทางด้านกฏหมายและการเงินของเขา สิ่งสำคัญที่ไม่ทราบได้ตอนนี้คือการเคลื่อนไหวของเขาแสดงให้เห็นว่าเขามีข้อมูลเชิงลึกหรือไม่เกี่ยวกับเวลาและแนวทางการสืบทอดราชบัลลังค์ (และผลลัพธ์ของการต่อสู้เพื่อชิงอำนาจ) ว่าจะออกมาในรูปไหน และว่าโวหารของเขาเป็นความพยายามที่จะเตรียมสถานะของเขาในความขัดแย้งของอำนาจที่ตามมาหรือไม่

เพื่อที่จะเพิ่มเดิมพัน พ.ต.ท.ทักษิณได้เตือนว่าเขาคาดว่าจะได้เห็น "การปฎิวัติโดยประชาชน" ที่มีความเข้มข้นกว่าความไม่สงบภายในที่สะเทือนประเทศในปี 2516 และ 2535 เขาได้กล่าวหาพล.อ.เปรมและพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์อย่างเปิดเผยว่าได้วางแผนการรัฐประหารปี 2549 ที่โค่นล้มเขาออกจากตำแหน่ง

ทั้งหมดเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่กล้าหาญ (และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน) เพราะพล.อ.เปรมเป็นบุคคลที่ถือว่าเป็นตัวแทนของกษัตริย์ภูมิพลในทศวรรษที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นจึงอยู่เหนือการกล่าวหา ผู้ประท้วงได้จัดให้มีการชุมนุมใกล้บ้านของพล.อ.เปรม จากการที่เขาพิสูจน์ว่าเขายังมีอิทธิพลในการเรียกร้องการสนับสนุนจากสาธารณชนและโจมตีพล.อ.เปรมอย่างกล้าหาญ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะกำลังปูรากฐานของตนเองทางการเมืองหลังจากการจากไปของกษัตริย์ โดยเฉพาะถ้าการสืบทอดราชบัลลังค์ไม่ก่อให้เกิดกษัตริย์ที่เข้มแข็ง

โดยสรุป ประเทศไทยอยู่ในท่ามกลางการการต่อสู้เพื่อชิงอำนาจที่อาจกระทบเชิงลึกถึงสถาบันและโครงสร้างอำนาจ มันเริ่มจากการต่อสู้ระหว่างชนชั้นสูงกับพ.ต.ท.ทักษิณเมื่อปี 2549 และเริ่มทะลักเข้าไปในวงสาธารณะ เดิมพันมันถูกขยายขึ้นจากความไม่แน่นอนของการสืบทอดราชวงศ์ในประเทศที่สถาบันกษัตริย์ยังเป็นสถาบันที่มีอิทธิพลทางการเมืองมากที่สุด ประวัติศาสตร์ไทยบ่งบอกว่าความขัดแย้งประเภทนี้จะต้องใช้เวลาที่จะแก้ ซึ่งมีผลลัพธ์จากไร้สาระถึงน่าสลดใจ

Making sense of Thailand's turmoil

Bangkok's streets are again filled with protesters this week in what will likely prove a boisterous but futile attempt to force the government's resignation. But behind all the noise, former Prime Minister Thaksin Shinawatra, who has been directing these demonstrations from outside the country, may well have a more subtle, longer-term agenda.

Thaksin and his supporters have been attacking the country's "aristocracy"--and top adviser to King Bhumibol Adulyadej, Prem Tinsulanonda, in particular. This suggests that Thaksin's maneuvers are related less to any effort to immediately oust the current government but instead to undermining the power structures centered around the monarchy, particularly the King's privy council, and the succession process that Thailand will face once ailing King Bhumibol passes from the scene.

The protests are generating more noise than usual thanks to warnings from Thaksin that "the time for talks has passed" and the sense that protesters (known as "red shirts") are pushing for a confrontation. The former prime minister, ousted in a 2006 coup, is still able to create tension in the capital by rallying his supporters from Thailand's northeast and among Bangkok's poor. But without support from the military, the monarchy, and Bangkok's middle class, these protests are highly unlikely to divide the country's political elite and threaten the current regime. Even Thaksin's allies know that even if they could force new elections, the elite-controlled institutions could undermine their administration. Thaksin is believed to be in either Dubai or Cambodia, and evidence suggests that the military is trying to block his satellite telephone calls to followers inside Thailand.

The real motive behind Thaksin's use of these protests is probably to weaken Prem, which would then allow him to position himself to eventually take advantage of a government weakened by the economic crisis, to negotiate his return to the country, and to settle his many outstanding legal and financial problems. The big unknown is whether Thaksin's moves reveal that he has inside information on how and when the succession process (and resulting power struggle) will begin to unfold, and whether his rhetoric is an attempt to position himself in the conflict for power that could follow.

To up the ante, Thaksin has warned that he expects to see a "revolution by the people" that is more intense than the civilian unrest that rocked the country in 1973 and 1992. He has also explicitly accused Prem and retired General Surayud Chulanont of having organized the 2006 coup that ousted him from office.

These are bold (and unprecedented) criticisms, because Prem has been considered for the past decade a direct representative of King Bhumibol and therefore beyond this kind of accusation. Protesters have organized demonstrations near Prem's home. By proving that he still commands considerable public support and boldly attacking Prem (and members of the military complicit in the 2006 coup), Thaksin may well be trying to establish himself as a political force to be reckoned with following the King's death-particularly if the succession process fails to produce a strong monarch.

In short, Thailand is in the midst of a power struggle that could reach deeply into its institutions and power structures. It started with a fight between the elites and Thaksin in 2006, and has begun to spill over into the public sphere. The stakes have been magnified by the uncertainty around the royal succession in a country in which the monarchy remains the most powerful political institution. Thailand's history shows that this type of conflict will take time to resolve, with results ranging from the absurd to the tragic.

เก็บตกเรื่องขำขัน: รอบนี้ 'ล้มป๋า' รอบหน้าล้มใคร?

ที่มา Thai E-News





ไอเดียขำขันแต่ซีเรียสจากคุณ กาแฟยามบ่าย

หมายเหตุ: คุณ Exco จากเว็บบอร์ดพันทิป ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับนัยยะที่แฝงอยู่ในหน้าปกนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับนี้ ดังนี้

เนชั่น คุณทำเพื่ออะไรคะ
อยากถามเครือเนชั่นหน่อยค่ะ ว่าคุณทำเพื่ออะไร เพื่อกระตุ้นยอดหนังสือคุณ หรือเพื่อให้คนคิดว่าที่ชุมนุมอยู่กำลังจะล้มสถาบันฯ หรือคิดว่าเขาจะทำ หรือคิดว่าเขาจะคิด หรือคาดการณ์ว่ามันจะเป็นไป หรือคุณคิดเอง หรือคุณคิดจะทำซะเอง หรืออะไรเพื่ออะไรคะ ทำแบบนี้หมายความได้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องเดา ไม่ต้องนึกแล้วชัดเจนมาก ถ้าคุณคิดว่าใครจะทำอะไรขนาดนั้น ขออะไรที่มันมีหลักฐานหน่อยค่ะ ดิฉันก็ไม่สบายใจและคิดว่าคนไทยทั้งประเทศไม่สบายใจแน่นอน หนังสือคุณไม่ใช่แนวดาราปาปารัชซี่ ที่นึกอะไรไม่ออกก็จับเอาคนนั้นขึ้นคอนโด คนนั้นที โดยที่คนทำไม่รู้เรื่องเลยนะ อย่าให้ดิฉันผิดหวังที่เป็นลูกค้าคุณมาตลอดนะคะ เพราะที่ คุณกำลังคิดว่ามันจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจากใครก็แล้วแต่ มันร้ายแรงมาก ไม่ใช่เรื่องเล่นๆมาพูดกัน ถ้ามีก็ขอให้เจาะลึก มีหลักฐานที่แน่นหนามากกว่าการคาดเดาว่ามันจะเกิดหน่อยค่ะ ขอร้องนะ ดิฉันหวังดีค่ะ

“กองทัพแดง” ถึงพัทยาแล้ว แม้ล่าช้ากว่าที่คาดไว้ โวยโดน “สางเขียว” ติดตามตลอดเส้นทาง ทั้งยังใช้วิชามารโรย “ตะปูเรือใบ” ทำให้รถยางระเบิดหลายคัน!

ที่มา thaifreenews

โดย : NEWS



วันที่ 10 เม.ย. 2552 เวลา 04.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางจากกรุงเทพฯบางส่วนกว่า 1,000 คน ได้เดินทางถึงเมืองพัทยาแล้วจำนวน 10 คันรถบัส รถตู้ 10 คัน และ รถยนต์ส่วนตัวอีกกว่า 20 คัน โดยขบวนรถคนเสื้อแดงได้เดินทางมารวมตัวอยู่ที่จุดสกัดตู้ยามเพชรตระกูล ถนนเพชรตระกูล ซึ่งถือว่าเป็นกองบัญชาการของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งนี้มีกลุ่มคนเสื้อแดงพัทยาเตรียมอาหารและเครื่องดื่มคอยให้การต้อนรับ กับคนเสื้อแดงที่พากันเดินทางมาจากกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียง ถึงแม้ว่าฝนจะยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังคงปักหลักรวมตัวกันเพื่อรอแกนนำและกลุ่มคนเสื้อแดง ที่กำลังพากันเดินทางตามมาร่วมอีกเป็นจำนวนมาก และห่างจากจุดสกัดตู้ยามเพชรตระกูล ประมาณ 20 เมตร ได้มีการวางตำรวจ ตชด.กระจายอยู่ตามจุดต่างๆเพื่อเฝ้าดูเหตุการณ์และป้องกันเหตุอีกด้วย

หนึ่ง ในกลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยว่า สาเหตุที่คนเสื้อแดงเดินทางมาถึงที่เมืองพัทยาล่าช้ากว่ากำหนดนั้น เพราะต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถเพื่อหลบหลีกด่านสกัดของทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจตามจุดต่างๆที่ตั้งเอาไว้ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ให้เดินทางเข้ามาที่เมืองพัทยา และกลุ่มคนเสื้อแดงได้ อ้างว่าขบวนรถบัสของพวกตนที่พากันเดินทางมาได้ถูกวางตะปูเรือใบ ซึ่งโปรยเอาไว้บนพื้นถนนจำนวนมากจนรถบัสยางระเบิดต้องหยุดจอดกลางคัน โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือทหารที่ขับรถติดตามขบวนคนเสื้อแดงมาตลอดก่อนจะ ขึ้นแซงขึ้นนำหน้าไป จากนั้นรถของคนเสื้อแดงจึงถูกตะปูเรือใบจนยางรถระเบิด หลังจากพูดจบทางคนเสื้อแดงได้ นำเอาตะปูเรือใบที่อ้างว่าเป็นของทางเจ้าหน้าที่นำมาโปรยไว้บนพื้นถนนจำนวน มากออกมาให้ทางผู้สื่อข่าวดู เพื่อเป็นการยืนยันและบันทึกภาพ

ทางคนเสื้อแดงยังเปิดเผยว่า จะรอจนกว่าแกนนำและพรรคพวกกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังเดินทางตามมาสมทบมาถึง ทางคนเสื้อแดงจะรวมตัวกันเพื่อทำการวางแผนก่อนจะเดินทางตรงไปยังโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยาซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเพื่อกดดันให้นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลาออก ซึ่งทางกลุ่มคนเสื้อแดงยังประกาศอีกว่าวันนี้จะเป็นวันแตกหักและชี้ชะตารัฐบาลโจร!

จบสิ้นกันที อำมาตยาธิปไตย ... คุณคือส่วนเกินของประชาธิปไตย !!!

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ pookim
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
8 เมษายน 2552

เปรม คุณแพ้แล้ว ตั้งแต่สังคมนี้ยอมรับว่าคุณคือ"อำมาตยาธิปไตย"

มันเป็นแค่คำนิยาม ที่ทำให้คนเข้าใจง่ายๆ มันไม่มีอิมเมจอะไรที่อัปลักษณ์เลย ดูดีด้วยซ้ำ มีศักด์สูงส่งดี

สื่อมวลชนแทบทุกฝ่าย แม้แต่สื่อใต้อาณัติของคุณ ก็พร้อมใจกันแทนนิยามคุณว่า "อำมาตยาธิปไตย"

ระบอบราชการที่มีมาแต่โบราณกาล อืม... ก็ใช่ แต่คำๆ นี้ ไม่ทรงอิทธิพลเท่าเมื่อครั้งนึง คุณเรียกรัฐบาลพรรคเดียวว่า เผด็จการรัฐสภา มันก็ฟังดูน่ากลัวดี แต่มันไม่มีอิมเมจในเชิงชิงชัง เท่ากับที่คุณประดิษฐ์คำว่า "ระบอบทักษิณ" มาใช้ในสังคมที่ใช้กระแสเป็นตัวชี้นำมติประชาชน

สื่อคืออาวุธหนักที่มีพลังสูงที่สุด

ระบอบทักษิณ เลยกลายเป็นคำที่มีพลังทำลายล้างตัวทักษิณมากที่สุด สื่อทุกค่ายเล่นมันอย่างได้ผล

คุณนั่งยิ้มในความรู้สึกที่คุณมั่นใจว่า ยิ่งประชาชนได้ยินคำนี้ ประชาชนจะยิ่งเกลียด และ"ระบอบทักษิณ"ก็ถูกคุณเติมเขี้ยวว่า จะล้มล้างสถาบัน คุณสนุกและสะใจใช่มั๊ย ที่ปั้นภาพทักษิณให้ใหญ่เป็นระบอบ จนดูเหมือนจะสามารถโค่นระบอบเดิมได้

ครั้งนี้คุณคงรู้แล้วว่า การที่ประชาชนทั่วประเทศเขาเชื่อว่า คุณคือ ระบอบอำมาตยาธิปไตย มันสร้างความรู้สึกชิงชังได้ ไม่ต่างกับที่คุณทำกับทักษิณ และมันหนักกว่าตรงที่ ไม่ต้องเป่าหูเขาเลยว่า ใครทำร้ายทำลายประชาธิปไตยมาตลอดเวลา ใครทำร้ายประชาชนให้ไม่ได้ลืมตาอ้าปาก ใครกดหัวประชาชนมาเป็นเวลานาน

คำว่าระบอบทักษิณน่ะ แค่คำที่สร้างขึ้น ภาพที่วาดขึ้นมา แต่คำว่า ระบอบอำมาตยาธิปไตยคือของจริง

คำๆ เดียว มันตอบคำถามคนทั้งประเทศได้

ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำมาตยาธิปไตย คืออะไร ตอบได้ว่า พวกคุณคือส่วนเกิน พวกคุณคือกาฝากของโครงสร้างการปกครอง

ลำพังคำว่าคณะองคมนตรี ประชาชนเข้าใจและยอมรับเสมอ นั่นคือสิ่งที่คุณควรรู้ไว้ ประชาชนไม่ได้มีปัญหากับองคมนตรี

แต่การที่องคมนตรีเอาพลานุภาพ ในฐานะคนรับใช้ไกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท มาสร้างฐานกำลังให้ตน และมีอำนาจเหนือการตัดสินใจของมหาประชาชน คือ อำมาตยาธิปไตย ซึ่งเป็นส่วนเกินของประเทศ

คุณจะมีอำนาจขนาดนั้น โดยซ่อนเร้นตัวเองอยู่ตรงใหนของคำว่า "ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

เห็นมั๊ย คำนี้ ไม่มีพวกคุณอยู่เลย วันนี้มันยังแค่เริ่มต้นของการแพร่หลายในนิยามนี้ วันหน้ามันจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ

เพราะมันคือเรื่องจริง ที่พวกคุณพยายามจะมีอิทธิพลเหนืออำนาจอธิปไตยของประชาชน

ประชาชนจะยิ่งเกลียดมากกว่าเดิม จะยิ่งดูหมิ่นและชิงชังคุณมากขึ้น ลูกหลานเด็กรุ่นใหม่ จะไม่มีทางยอมรับพวกคุณได้ เพราะ ...คุณคือส่วนเกิน

คุณคือส่วนเกิน คุณไม่มีโอกาสซ่อนเร้นตัวเองอีกต่อไป คุณไม่มีโอกาสกลายร่างไปเป็นชื่ออื่นอีกแล้ว

คุณแพ้แล้ว แค่ช้ากับเร็วเท่านั้น ที่คุณจะต้องเซย์กู๊ดบายทูไทยพีเพิลส์

จบสิ้นกันซะที อำมาตยาธิปไตย

เลี่ยงเสื้อแดงชุมนุม"อนุสาวรีย์ชัยฯ-วิภาวดีรังสิต-สุขุมวิท71"

ที่มา มติชนออนไลน์

พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น.กล่าวเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มกำลังเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนคนป่วยที่จะต้องใช้เส้นทางเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลระแวกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อาจจะไม่สะดวก เพราะมีผู้ชุมนุมประมาณพันคน แต่การใช้เสียงก็ได้ขอความร่วมมือ ไม่ให้ใช้เสียงดัง เพราะจะรบกวนคนป่วยที่รักษาตัวอยู่


"สำหรับสภาพการจราจร ถนนที่ปิดการจราจรอยู่ คือ ถนนโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้งสี่ด้าน ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงมิตรไมตรีถึงแยกดินแดง และสุขุมวิท71" พล.ต.ต.สุพร กล่าวและว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ อำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น หากผู้ชุมนุมจะไปปิดจราจรเพิ่ม เจ้าหน้าที่จะเร่งไปดำเนินการไม่ให้ปิดการจราจรเพิ่มขึ้นอีก เพราะทำให้ประชาชนเดือดร้อน หากไม่แน่ใจเส้นทางโทรถามได้ที่สายด่วน สอบถาม 1197 สายด่วนจราจร

“สุรยุทธ์” ไม่ลาออกตามคำร้องเสื้อแดง

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 9 เมษายน พล.ต.นินนาท เบี้ยวไข่มุก คนสนิท พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี บอกว่า ได้รายงานเรื่องที่กลุ่มม็อบเสื้อแดงเรียกร้องให้องคมนตรีลาออก ให้ พล.อ.สุรยุทธ์รับทราบแล้ว แต่ไม่ใช่เรื่องที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จะต้องตัดสินใจทำตามข้อเรียกร้อง เนื่องจากที่ผ่านมา กลุ่มเสื้อแดงก็พูดไปเรื่อย และท่านคงไม่ตัดสินใจลาออก ส่วนการดูแลความปลอดภัยนั้น ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตามปกติ แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ลอบสังหาร นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ก็ตาม รวมทั้งไม่มีการยกเลิกกำหนดการใดๆทั้งสิ้น ยังใช้ชีวิตตามปกติ

ผอ.พระปกเกล้าจี้รัฐบาลยุบสภาฯ

วันเดียวกัน นายพรชัย เทพปัญญา ผอ.วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมยกระดับการชุมนุมหากข้อเรียกร้องที่เสนอไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้รับการตอบสนอง ว่าสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำร่วมกันตามที่ได้รับการเรียกร้องว่า อาจจะมีการเสนอคนกลางซึ่งเป็นที่ยอมรับของแต่ละฝ่ายเข้ามาปฏิรูปการเมืองภายใน 40-50 วัน จากนั้นรัฐบาลก็ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เชื่อว่าข้อเสนอนี้จะเป็นคำตอบของสังคมได้ แต่มีประเด็นปัญหาคือ ผู้มีอำนาจยากที่จะออกจากอำนาจ เพราะรัฐบาลไม่ใช่มีแค่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว แต่ยังรวมถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ไม่ว่าใครเมื่อได้ขึ้นขี่หลังเสือแล้ว ไม่มีใครอยากลงจากหลังเสือ ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงเช่นนี้จะทำให้หาเสียงลำบาก ไม่ใช่ประเด็น ไม่มีใครยอมเสียอำนาจ แต่นำเอาเรื่องอื่นมาเป็นข้ออ้างเท่านั้น ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ เคยเสนอให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยุบสภาอย่างเดียว แต่ขณะนี้กลับไม่คิดแล้ว และสถานการณ์ชุมนุมส่อเกิดความรุนแรงเช่นเดียวกัน เพราะมองต่างมุม ยืนกันคนละจุดชัดเจน ถ้าไม่สามารถพูดคุยกัน ก็ควรยุบสภา

สื่อเทศวิเคราะห์ไทยมุ่งไปสู่เหว

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีเผยแพร่บทวิเคราะห์ สถานการณ์การเมืองไทยเมื่อ 9 เม.ย. โดยอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ทั้งไทยและต่างชาติว่า กลุ่มผู้ประท้วงคนเสื้อแดงซึ่งพยายามขับไล่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กำลังผลักดันประเทศไทยสู่ขอบเหว ขณะที่พวกตนเข้าตาจนมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้ทุ่มเค้าพนันกับเสถียรภาพของประเทศ โดยไม่ได้มุ่งเป้าที่รัฐบาลเท่านั้น แต่มุ่งเป้าไปที่เสาหลักของสถาบันอันทรงอำนาจของไทยด้วย แต่ด้วยเหตุที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณถูกยึดอำนาจเมื่อปี 2549 และความแตกแยกในสังคมไทยถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ ประเทศ ไทยจึงไม่อาจไร้เสถียรภาพไปมากกว่านี้แล้ว

ด้านนางคริสตินา คาซมี นักวิเคราะห์แห่งสถาบัน ไอเอชเอส โกลบบัล อินไซต์ชี้ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังลอกเลียนแบบยุทธวิธีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่เป็นหัวหอกโค่นล้ม พ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจนำไปสู่จุดแตกหัก ขณะที่เหล่าผู้สังเกตการณ์การเมืองไทยชี้ว่า มูลเหตุหลักของปัญหาทางการเมืองของไทยคือการเผชิญหน้าระหว่างชนชั้นสูงผู้ปกครองบ้านเมืองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อภิมหาเศรษฐีซึ่งประชาชนนิยมชมชอบ

51 ส.ว.ชงเปิดอภิปรายถล่มเสื้อแดง

เมื่อเวลา 13.15 น. ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา พร้อมคณะ ส.ว.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 40 ส.ว. ได้เป็นตัวแทน 51 ส.ว. ที่ร่วมลงชื่อเพื่อยื่นหนังสือถึงนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 โดยมีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิฯเป็นผู้รับหนังสือแทน โดยนายสมชายกล่าวว่า ขณะนี้ได้เกิดกลุ่มผู้ชุมนุมทางการ เมืองประท้วงรัฐบาล โดยอ้างเหตุผลในเรื่องการบริหาร ราชการแผ่นดินบกพร่อง และมีผู้นำที่ก่อให้เกิดและยุยงส่งเสริมให้เกิดการชุมนุมผ่านระบบวีดิโอลิงค์ ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก และได้หลบหนีการบังคับโทษอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งสถานการณ์น่าเป็นห่วงเพราะผู้นำการชุมนุมได้กล่าวพาดพิงจาบจ้างสถาบันศาลและสถาบันองคมนตรี ซึ่งมีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกตนจึงมีความกังวลว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ อาจขยายไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองมากขึ้น และเป็นการซ้ำเติมปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจให้ยากต่อการแก้ไขยิ่งขึ้น ด้านนายนิคมกล่าวว่า ต้องประสานไปยังรัฐบาล เพื่อกำหนดเวลาว่าจะมาชี้แจงได้เมื่อไหร่ คาดว่าอย่างเร็วสุดน่าจะพิจารณาได้ในวันที่ 24 เม.ย.

ซัด ชัยสุมหัวร่วมเกมอัปยศ

ด้านนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ระบบรัฐสภาถือเป็นศูนย์อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลได้หารือร่วมกันแล้ว แต่กลับเกิดเหตุอัปยศที่ประธานสภาผู้แทน ราษฎรและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ล้มองค์ประชุมเสียเอง ทั้งที่ข่าวเรื่องการลอบสังหารถือเป็นเรื่องใหญ่และอันตรายมาก เดชะบุญที่ไม่เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นจะเหมือนเหตุการณ์ ในปี 2489 ที่เกิดเหตุลอบสังหารบุคคลสำคัญจนนายปรีดี พนมยงค์ ถูกพรรคประชาธิปัตย์ป้ายสีจนต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ตนไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้อีก พรรคฝ่ายค้านต้องการนำเรื่องการลอบสังหารองคมนตรีมาหารือในที่ประชุม เพราะไม่อยากให้มีการป้ายสีกลุ่มเสื้อแดง เพื่อหวังผลให้เกิดการล้อมปราบล้างแผ่นดินกัน อยากขอร้องนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่ากลัวว่าฝ่ายค้านจะนำเรื่องที่นายเนวิน ชิดชอบ บีบน้ำตาขึ้นมาพูดในสภา เพราะบีบมาหลายครั้งแล้ว หากยังจำกันได้ สมัยที่พี่ชายนายเนวินถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบยิงนายปณวัตร เลี้ยงผ่องพันธุ์ ส.ส.บุรีรัมย์ เพราะต้องการได้ ส.ส.ยกจังหวัด สมัยนั้นก็มาบีบน้ำตาต่อหน้าสื่อมวลชน ขอร้องให้พี่ชายมอบตัว แต่จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่เห็นมามอบตัวเลย ดังนั้น นายชัยอย่าคิดแต่เรื่องครอบครัวเป็นหลัก ขอให้เห็นแก่บ้านเมืองใช้เวทีสภาแก้ปัญหา เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนของสังคม

กลุ่มเนวินโวยไม่เกี่ยวแลกคดีกล้ายาง

วันเดียวกันเมื่อเวลา 12.00 น. นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคเพื่อไทย ตั้งคำถามถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแกนนำหลักในการขับไล่ โจมตีประธานองคมนตรี และเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจหรือไม่ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้แสดงว่ายอมรับใช่หรือไม่ และรัฐบาลควรต้องเร่งพิจารณาว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านายเนวินออกมาแถลงเพื่อแลกกับการหลุดคดีกล้ายาง โฆษกพรรคภูมิใจไทยตอบว่าไม่ใช่ เพราะหากศาลตัดสินว่าผิด ก็ต้องผิดด้วยกันทุกคน แต่หากศาลจะยกฟ้องนายเนวินคนเดียว อาจจะเป็นเพราะพยานหลักฐาน ตามที่นายเนวินมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนที่ออกมาแถลงข่าวนั้น เพียงเพราะว่านายเนวินได้พูดว่าใครที่ ต้องการจะล้มล้างสถาบันต้องข้ามศพนายเนวินไปก่อน จึงมีการนำเรื่องนี้มากล่าวโจมตี และนายเนวินต้องการที่จะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจเท่านั้น

บุญจงซัดเพื่อไทยจัดคนร่วมป่วน

ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าว ว่า ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้มีหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย อย่างที่ทราบว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้จัดคนเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ จึงได้สั่งการให้ทางจังหวัดทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนการที่มีผู้ชุมนุมจะไปปิดล้อมศาลากลางจังหวัดนั้น ขณะนี้มีเพียงรายงานจาก จ.หนองคาย ว่า มีผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในศาลากลางประมาณ 100 คน แต่ไม่มีเหตุรุนแรงอะไร โดยหากมีการกระทำที่ผิดกฎหมายบ้านเมืองก็จะต้องถูกดำเนินคดี ดังนั้น ผวจ. นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า การชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องอยู่บนขอบเขตของกฎหมาย ซึ่งตนเชื่อว่า ผวจ.ทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้น จึงไม่มีการคาดโทษแต่อย่างใด แต่หากพบว่าจงใจละเลยหน้าที่ ผวจ.ต้องรับผิดชอบ

ชี้ม็อบไปสงกรานต์แล้วกลับมาใหม่

นายบุญจงกล่าวว่า จากการประเมินตัวเลขของผู้ชุมนุมในวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ชุมนุมประมาณ 8-9 หมื่นคน และในช่วงเช้าของวันที่ 9 เม.ย. มีผู้ชุมนุมอยู่ประมาณ 1 หมื่นคน ซึ่งเชื่อว่าจำนวนผู้ชุมนุมจะน้อยลง และจะกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังสงกรานต์คงจะกลับมาชุมนุมอีก ทั้งนี้ประเทศต้องการสร้างความสามัคคี ประชาชนควรใช้วิจารณญาณ ควรจะอยู่ที่บ้าน เพราะเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญต้องหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ เพียงเพื่อจะช่วยเหลือคนเพียงคนเดียว ส่วนเกรงว่าจะมีมือที่สามทำให้สถานการณ์รุนแรงนั้น เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะการที่มีคนมาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก ทำให้ ไม่สามารถที่จะควบคุมมวลชนได้ทั้งหมด อย่างที่เกิดเหตุการณ์มีคนขับรถพุ่งเข้าใส่ผู้ชุมนุม จึงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม ดังนั้นหากเห็นแก่ประเทศชาติก็ควรที่จะทำความดีเพื่อในหลวงฯ

มท. 1 เชื่อไม่มีการยุบสภา

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ จ.สมุทรสาคร นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเปิดงานปกป้องสถาบันหลักของชาติว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ยุบสภาตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง แต่ผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคือนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องยุบสภาตอนนี้ และคิดว่าเสื้อแดงมีสิทธิอะไรที่ปิดถนน สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์รุนแรงเกินความควบคุม อาจมีการประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีการหารือในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายชวรัตน์ทำการเปิดงานอยู่นั้น มีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 20 คน มายื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง และนายชวรัตน์รับหนังสือด้วยตัวเอง และกล่าวว่าไม่เป็นไร ทั้งนี้เมื่อยื่นหนังสือเสร็จนายชวรัตน์เดินทางออกจากพื้นที่ ท่ามกลางการอารักขาของตำรวจและ อส.กว่า 100 นาย

ชุมพลยันต้องใช้การเมืองแก้ปัญหา

วันเดียวกัน นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เมื่อบรรยากาศทางการเมืองเป็นแบบนี้ แม้ไม่มีการปิดสนามบินก็กระเทือนกับธุรกิจท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นการเมืองต้องลงตัวและต้องเป็นตัวนำ ไม่เช่นนั้นไม่มีทางทำอะไรได้ ต้องแก้ที่การเมืองก่อนไม่เช่นนั้นทุกอย่างไปหมด และจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เขา ซึ่งไม่ใช่เพื่อส่วนตัว แต่ต้องแก้ให้สังคมเป็นธรรมและแก้ให้กับคนที่ไม่ได้ผิด เพราะ 220 คนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่ได้ผิดทุกคน เป็นแบบนี้เลยทำให้ออกมากันเต็มบ้านเต็มเมือง อย่างไรก็ตาม อะไรที่ติดกับกระบวนการยุติธรรมก็ต้องเคารพ และหากจะแก้ไขเรื่องการถูกถอดสิทธิทางการเมือง ก็ต้องไปพิสูจน์โดยให้ กกต.เป็นโจทก์ และให้นักการเมือง 220 คนเป็นจำเลย และต้องไปพิสูจน์กันที่ศาลฎีกา เพราะเวลานี้เขาต้องการสมบัติคืนและถอดล็อกทางการเมือง อะไรต้องแก้ก็ต้องแก้ และหาทางที่ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติ และหาทางออกให้กับคนที่ไม่ได้ทำผิดด้วย และเมื่อจะแก้การเมือง ไม่ใช่ไปรื้อฟื้น สมบัติ อะไรที่ผิดจริงก็เอาเข้าคลังไป แต่อะไรไม่ใช่ก็ปล่อยเขาไป สำคัญที่สุดตอนนี้ไม่ใช่ไปปฏิรูปการเมือง หากไปเข้าข้างแดงมากสีเหลืองก็มาอีก

วิป รบ.ซัด พท.ขึ้นเวทีผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 11.55 น. ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้แถลงถึงการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า การที่แกนนำยกระดับการต่อสู้ เรียกร้องให้ 3 องคมนตรีลาออก และให้นายกรัฐมนตรีลาออกภายในเวลา 24 ชั่วโมงนั้น เป็นข้อเรียกร้องที่รัฐบาลและบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะองคมนตรี เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องที่ไม่ควรก้าวล่วงเบื้องพระยุคลบาท ส่วนนายกรัฐมนตรีก็มาจากความเห็นชอบตามระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ การลาออกจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาได้ และไม่มีอะไรยืนยันว่าการชุมนุมจะยุติลง ที่แกนนำยกระดับการชุมนุมไม่ชัดเจนว่าจะต่อสู้กับอะไรแต่จะนำไปสู่ความรุนแรง โดยคนบางกลุ่มได้ประโยชน์ โดย เฉพาะพรรคเพื่อไทยที่มี ส.ส.ไปขึ้นเวทีปราศรัย จนองค์ประชุมสภาล่ม ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายพรรคการเมืองด้วย

ยื้อถกญัตติเปิดสภาฯแก้วิกฤติ

นายชินวรณ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านหยิบยกการเสนอญัตติด่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาการชุมนุมนั้น วิปรัฐบาลเห็นด้วย จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านเต็มที่ รวมถึงจะเปิดให้เข้าร่วมในการปฏิรูปการเมือง และศึกษาผลกระทบจากการใช้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการเสนอร่างกฎหมายปรองดองแห่งชาติ แต่ต้องใช้ระบบรัฐสภาดำเนินการ ทั้งนี้ขอชื่นชม 51 ส.ว.ที่เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ขอให้รัฐบาลเปิดการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ เพื่อใช้เวทีสภาให้เป็นประโยชน์ ในการแก้ปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้ เชื่อว่ารัฐบาลและคณะรัฐมนตรีพร้อม คาดว่าจะบรรจุญัตติดังกล่าวพิจารณาในเดือนพฤษภาคมนี้

ประวิตรเชื่อไม่ถึงขั้นล้มสถาบัน

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 12.00 น. ที่องค์การทหารผ่านศึก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงขู่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด หากประธานองคมนตรีไม่ลาออกตามคำเรียกร้องว่า คงต้องแก้ปัญหากันไป เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่มีการแตกหัก และไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง คงจะพูดจากันได้ และคงไม่พลิกผันถึงขั้นล้มสถาบัน อย่าไปคิดไกลมาก ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องดูแลความเรียบร้อยให้ได้ คนไทยด้วยกันไม่ใช่ เรื่องที่จะต้องมาแตกหักหรือไม่แตกหัก ส่วนกรณีที่คนในตระกูลชินวัตรเดินทางออกนอกประเทศ มีนัยจะเกิดความรุนแรงหรือไม่นั้น ไม่คิดว่าจะเกี่ยวกับความรุนแรง เมื่อถามว่า ประชาชนควรตั้งสติดูว่าตระกูลชินวัตรหนีออกนอกประเทศ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็อยู่ต่างประเทศ ประชาชนคนเสื้อแดงจะต่อสู้เพื่อใคร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ประชาชนจะต้องใช้วิจารณญาณดูว่าบ้านเมืองขณะนี้ได้รับความลำบาก รัฐบาลพยายาม แก้ไขปัญหาอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พยายามดูแลประธานองคมนตรีอย่างดีที่สุด

เตือนระวังคล้ายเสียกรุงศรีฯ

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุม ของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ทุกเหล่าทัพจะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน และคงไม่มีการถืออาวุธออกไปเพื่อดำเนินการอะไรที่ไม่ถูกต้อง และคงยืนยันไม่มีการใช้กฎหมายพิเศษ คงจะปฏิบัติเหมือนเดิมเช่นเดียวกับทุกฝ่าย แต่เราคงยอมไม่ได้ถ้ามีการทำอะไรนอกเหนือกฎหมายบ้านเมือง ถ้าไม่มีใครยอมรับกติกา ไม่มีการยอมรับกฎหมายบ้านเมือง คงอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อย การเจรจาอะไรจะต้องอยู่บนพื้นฐานของกรอบกฎหมายเท่านั้น เมื่อถามว่า การเรียกร้องให้ประธานองคมนตรี และองคมนตรี ลาออก เป็นข้อเรียก ร้องเกินไปหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพรตอบว่า คนที่เรียกร้อง จะต้องไปคิดดูให้ดีว่ารัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเขียนไว้ และมีหมวดองคมนตรีตลอด อะไรก็แล้วแต่ที่จะไปเกี่ยวข้องอะไรที่ไม่บังควรต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ประเทศไทยเคยมีวิกฤติมาหลายครั้ง และเคยเสียกรุงครั้งแรกเมื่อปี 2112 จากนั้นประมาณปี 2310 ก็เสียกรุงครั้งที่สอง ทั้งสองครั้งเกิดจากการที่คนไทยไม่มีความสามัคคี และตอนที่เสียกรุงคือวันสงกรานต์ของปี 2310 ดังนั้น คงจะต้องคิดให้ดี เพราะใกล้ช่วงสงกรานต์แล้ว หากเรายังมัวทะเลาะกันประเทศชาติคงมีปัญหาตลอด

จวกเสื้อแดงปลุกผีคอมฯคืนชีพ

ผบ.ทอ.กล่าวว่า คนที่สร้างเงื่อนไขอะไรต่างๆ คนไทยคงจะนึกถึงและย้อนไปในอดีตว่าศัพท์ที่พูดว่าวันเสียงปืนแตก หรือปฏิวัติประชาชนเป็นศัพท์ของคอมมิวนิสต์เก่าทั้งนั้น ซึ่งเหมือนเป็นขบวนการ หรืออุดมการณ์เก่าๆ ที่กำลังจะกลับมาใหม่ โดยใช้เงื่อนไขที่มีผลประโยชน์สอดคล้องกัน วันเสียงปืนแตกเป็นวันที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ได้ดำเนินการกองโจร ที่ดำเนินการจรยุทธ์ และหลังจากนั้นประเทศไทยก็เกิดปัญหาเกี่ยวกับต่อสู้กับการก่อการร้าย ที่พยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ ดังนั้น อยากฝากให้ประชาชนคิดให้ดี ว่าสิ่งที่เขาเรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของประเทศหรือไม่ หรือว่าเพื่อกลุ่มใคร ผมพูดในฐานะคนไทยคนหนึ่งว่าเป็นห่วงประเทศชาติพล.อ.อ.อิทธพรกล่าว เมื่อถามว่าการเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เมื่อวานนี้ ได้ฝากอะไร ในการดูแลสถานการณ์บ้าง พล.อ.อ.อิทธพรตอบว่า ท่านไม่ได้ฝากอะไร แต่เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ท่านก็เป็นห่วง และไม่สบายใจ

เปรม-สุรยุทธ์ยกเลิกภารกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดเดิม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ จะเดินทางไปปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แห่งชาติคลอง 5 จ.ปทุมธานี และจะมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ร่วมเดินทางไปร่วมงานด้วย แต่ภายหลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงปิดล้อมที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เพื่อ เรียกร้องให้ ลาออกทำให้ พล.อ.เปรม และ พล.อ.สุรยุทธ์ ยกเลิกภารกิจดังกล่าวทันที เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย โดยเฉพาะมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางไปปิดล้อมที่บริเวณทางเข้าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แห่งชาติตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทั้งนี้ มีรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้เคียง จัดกำลังไปดูแลความเรียบร้อยแล้ว

ตามบี้ ปชป.เล่นเกมหนีญัตติร้อน

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภาได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงาโดยนายกรัฐมนตรีได้แวะเข้ามาเซ็นชื่อประชุมสภาฯ เพียงครู่เดียวก็เดินทางออกจากรัฐสภาทันที ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็มิได้เข้าร่วมประชุมสภาฯ ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมาแล้ว โดยไปปักหลักรอดูสถานการณ์อยู่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนพระราม 4 แทน ทั้งนี้ ทันทีที่เริ่มประชุม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ขอหารือกรณีองค์ประชุมสภาฯล่มเมื่อวันพุธที่ 9 เม.ย. ว่าเป็นเพราะฝ่ายเสียงข้างมากพยายามหลบเลี่ยงล้มองค์ประชุมเสียเอง เพื่อต้องการหนีญัตติที่ตนจะเสนอต่อที่ประชุมสภาฯ จึงขอประณามการใช้วิธีการเช่นนี้ เพราะเท่ากับเป็นการปิดโอกาสในการใช้เวทีสภาฯ พูดคุยเพื่อหาทางออก

ฝ่ายค้านร่วมม็อบ-รัฐบาลเผ่นหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาในช่วงบ่ายบรรดา ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยหลายคนได้ออกจากรัฐสภาเพื่อไปร่วมสมทบกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่บริเวณทำเนียบรัฐบาลและหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ขณะที่ ส.ส.ของพรรค ร่วมรัฐบาลก็เริ่มทยอยออกจากรัฐสภาหลังทราบข่าวว่ากลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมหน้ารัฐสภาเช่นกัน ทำให้มี ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภาฯ กันค่อนข้างโหรงเหรง จนกระทั่งนายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรค ประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องนโยบายและมาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบธุรกิจและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน มาตรการรองรับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

ชัยชิงปิดสภาอ้างสถานการณ์ไม่ดี

จากนั้นนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินไม่เป็นไปตามนโยบายที่แถลงและมีการปิดบังบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตอบ แต่นายสาทิตย์ถูกม็อบเสื้อแดงปิดล้อมที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถเดินทางมาตอบได้ต้องเลื่อนออกไป จากนั้นนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า เนื่องจากสภาวการณ์ขณะนี้ไม่ค่อยดี จึงขอปิดการประชุมทันทีเมื่อเวลา 13.50 น.

ส.ส.หวิดวางมวยกลางห้องประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาด้วยว่า ทันทีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าวตัดบทชิงปิดประชุม ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านได้ตะโกนร้องโห่ลั่นห้องประชุมขึ้นทันที พร้อมกับไล่ว่า ยุบสภาไปเลยทำให้นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.สัดส่วน ประชาธิปัตย์ ตะโกนตอบโต้ฝ่ายค้านว่าไอ้พวกล้มล้างสถาบัน พวกขายแผ่นดินทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในห้องประชุมประมาณ 10 คน รวมถึงนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี ก็ได้ตะโกนตอบโต้กันไปมาว่า ไอ้ควาย ไอ้พวกสถาบันเปรมพร้อมทำท่าฮึดฮัดจะเดินเข้าใส่นายอรรถพร จนเพื่อน ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่เหลืออยู่ไม่ถึง 10 คน ต้องประคองตัวนายอรรถพรออกไปจากห้องประชุมก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรงกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลุ่มดังกล่าว ยังคงยืนตำหนินายชัย ที่เร่งปิดประชุมโดยตะโกนว่า ทำไมไม่ให้พูด ถ้าสภาไม่เป็นที่พูด ก็ยุบแม่งเลย

นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรค เพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะสอบถามประธานสภาฯว่าจะเปิดเวทีให้ฝ่ายค้านหรือไม่ เพราะพฤติกรรมส่อไม่เป็นกลางหลายครั้งแล้วหากเป็นเช่นนี้อีกฝ่ายค้านจะไม่ร่วมสังฆกรรมเข้าร่วมทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในสภา

รสจืดสลับเผ็ด เมนูเด็ดเสื้อแดง

ที่มา ไทยรัฐ



รอบทำเนียบรัฐบาล เต็มไปด้วยคนเสื้อแดงเดินไปมา มีสินค้าขายหนาตาคล้ายๆกับคราวคนเสื้อเหลืองเข้ามาปิดล้อม

แต่ในความคล้ายนั้น มีความต่างหลายประการ

เป็นต้นว่า สินค้าเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดง ข้อความปรากฏบนเสื้อ ผ้าผูกคอ เปลี่ยนปลายศรพุ่งเข้าเสียบกลุ่มเสื้อเหลือง ส่วนสินค้ายอดฮิตสมัยก่อนคือมือตบนั้น ได้เปลี่ยนเป็นเท้าตบเกลื่อนถนน

สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆที่กลุ่มคนเสื้อแดงนำมาจัดนิทรรศการย่อยๆ ข้อความแต่ละบทตอนล้วนแล้วแต่เพื่อการโจมตีฝ่ายตรงข้ามเต็มๆ และสินค้าพิเศษตลอดแนวน่าจะเป็นภาพอดีตนายกรัฐมนตรีนำมาเคลือบขายแผ่นละ 30 บาท

ส่วนภาพของฝ่ายตรงข้ามก็หาซื้อได้เหมือนกัน แต่เป็นภาพแปลกๆ บรรจงตัดต่ออย่างวิจิตรพิสดาร และไม่น่าพิศดูอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของภาพ ผู้เคราะห์ร้ายนั้น มีทั้งคนในรัฐบาล และอดีตผู้นำคนเสื้อเหลือง

สิ่งที่แตกต่างอีกประการหนึ่งคือ ไม่มีคนเสื้อแดงเข้าไปเดินขวักไขว่ในทำเนียบ และเปิดประตูให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ทำเนียบเข้าออกทำงานได้ ตามปกติ

รอบๆทำเนียบรัฐบาล นอกจากเสียงปราศรัย สินค้าหลากชนิดแล้ว ยังมีกองเสบียงอีกด้วย กองเสบียงของคนเสื้อเหลืองมีกำลังหลักอยู่ที่มูลนิธิกองทัพธรรม แต่กองเสบียงของคนเสื้อแดงเป็นกองอาสาของชาวบ้าน

เคียงกับเข่งผักขนาดใหญ่ สตรีวัยกลางคนกำลังหั่นแง่งข่าอยู่อย่างขะมักเขม้น เดินเข้าไปพูดคุยด้วยได้ความว่า ชื่อ ป้าแดง แห่งตลาดปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ป้าวัย 54 ปี ยึดอาชีพค้าขายของอยู่ตลาดปากน้ำ

อาหารเรามีหลากหลาย แต่ละมื้อไม่ซ้ำกันหรอกป้าแดงหันมาตอบคำถามก่อนหั่นข่าอย่างบรรจง แล้วบอกว่า ผักต่างๆ เราได้รับบริจาคมาทั้งนั้น หลั่งไหลมาจากทั่วประเทศแหละ มีทั้งตลาดไท สี่มุมเมือง และจังหวัดอื่นๆ

ป้าแดงบอกว่า เรื่องอาหารการกิน คนที่มาร่วมชุมนุมไม่ต้องกลัวอด มีบริการให้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เราตั้งโต๊ะให้กินฟรีได้ ทั้งวันทั้งคืน มีกินเหลือเฟือเอ่ยพลางหยิบแง่งข่าอันใหม่มาวางข้างๆเขียง

ใช่มีแต่ของคาวเท่านั้น ของหวานก็มี ป้าบอกว่ามีขนมชนิดต่างๆ มาเสริมให้อย่างเต็มพิกัด

การคิดรายการอาหารแต่ละวัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของป้าวรรณา อายุ 55 ปี ชาวปากน้ำเช่นเดียวกับป้าแดง

การคิดว่า จะทำอะไรบ้างนั้น เราต้องดูก่อนว่า วัสดุที่ได้มาในมือเรามีอะไรอยู่บ้าง มีเนื้อ มีผัก มีหมู หรืออะไรบ้าง เมื่อสำรวจแล้วเราค่อยคิดว่าจะทำกับข้าวอะไรดีป้าวรรณาบอก แล้วหันไปใช้ตะหลิวคนผัดเผ็ดถั่วฝักยาวในกระทะ ส่งกลิ่นหอมกระจายไปทั่วบริเวณ

ก่อนหันมาบอกว่า การกำหนดเมนูนั้น เราต้องทำรสจืดสลับเผ็ด สลับกันไปอย่างนี้ตลอด กลางวันเป็นกับข้าว ถ้าเป็นกลางคืนก็มีข้าวต้ม และกาแฟร้อนๆ

วรรณาบอกว่า เมื่อวานนี้ คนสมุทรสาครส่งปลามาให้ 6 ลัง เขาทำมาให้เสร็จสรรพแล้ว เราเอามาแกงฉู่ฉี่ ประกอบอาหารอะไรก็ได้เลยวรรณาบอก ก่อนชี้บอกว่า เรามีเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะอด

การเดินทางมาของข้าวปลาอาหาร วรรณาบอกว่า บางทีต้องการอะไรก็บอกให้คนที่เขาบริจาคนำเอามาให้ เสบียงทั้งหมดนอกจากมีผู้นำมาบริจาครายใหญ่ๆแล้ว ยังมีชาวบ้านจากจังหวัดต่างๆนำมาสนับสนุนด้วย

มองจากเต็นท์ที่ป้าวรรณาอยู่ออกไป อีกฝั˜งถนนเต็มไปด้วยลังอาหารแห้งกองอยู่เรียงราย แนบชิดอยู่กับกำแพงทำเนียบรัฐบาลด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูอยู่ และมีคนเข้าออกอยู่ประปราย

เมื่อมองไปทางทิศเหนือ เห็นชาวเสื้อแดงมารอคิวรับข้าวไปคนละ 1 ถ้วย เมื่อหันกลับมาหาคนที่ปรุงอาหารจ่ายแจก ชีวิตความเป็นอยู่ของแม่ครัวในม็อบเป็นอย่างไรนั้น ป้าวรรณาบอกว่า ต้องตื่นตั้งแต่ตีสองหรือตีสาม สำรวจข้าวของที่จะทำกับแล้ว เมื่อกำหนดรายการอาหารได้แล้ว ก็จัดเตรียมเครื่องปรุงอาหารให้พร้อม แล้วปลุกคนที่คอยช่วยเหลือขึ้นมาจัดการตามประสงค์

เรามีอาหารน้ำ แห้ง เผ็ด จืด บริการตลอด 24 ชั่วโมง และบริการทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และคนทั่วไป เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เราก็นำเอาไปให้ทหารแล้ว 1 ชุดวรรณาบอก

เมื่อถามถึงสาเหตุที่เข้ามาช่วยม็อบ ป้าแดงบอกว่า เราไม่ชอบการให้ใช้กฎหมายสองมาตรฐาน ถ้าผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก ไม่ใช่ว่ากฎหมายเดียวกัน คนหนึ่งทำแล้วผิด แต่อีกคนหนึ่งทำแล้วถูกป้าแดงระเบิดระบาย

ประการสำคัญ ป้าแดงบอกว่า เมื่อสมัยรัฐบาลก่อนนั้น ขายของได้วันละประมาณ 7,000-8,000 บาท แต่เมื่อมาถึงรัฐบาลชุดใหม่นี้ ขายของได้ประมาณ 2,000 บาท เมื่อหักลบกลบหนี้แล้ว พบว่าขาดทุนแทบทุกวัน

ไม่ไหวแล้ว ต้องกู้หนี้ยืมสินเขามาลงทุน จากคนที่เคยขายของได้มีเงิน กลับต้องมาเป็นคนมีหนี้สิน จับโน่นชนนี่ใช้หนี้เขาไปวันๆ

และบอกว่า และรัฐบาลไม่ใช่เอาแต่กู้ๆ ทำแบบนี้ต่อไปลูกหลานจะลำบาก เราไม่อยากให้เป็นแบบนี้

ด้วยความคิดดังกล่าว ป้าแดงจึง เข้ามาร่วมกับเขาตั้งแต่วันแรกเลย

เมื่อถามว่าไม่กลัวหรือ คำตอบคือ ไม่กลัวหรอก เสื้อแดงไม่มีอันตรายหรอก ไม่เคยมีการทำร้ายใคร เราทำตามกฎหมาย ความรุนแรงของเราไม่มี เห็นไหมว่า ไม่ว่าเสื้อแดงไปทางไหนก็จะไม่มีปัญหา ป้าจึงเดินทางไปร่วมกับเขาทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ หรือจังหวัดอื่นๆ

ส่วนป้าวรรณา บอกว่า อยากให้เป้าหมายของการชุมนุมสำเร็จ ต้องการ ให้รัฐบาลคืนอำนาจสู่ประชาชน ไม่ใช่เอาแต่ปราบประชาชน ทำอย่างนี้เรายอมไม่ได้หรอกและย้ำว่า เราไม่อยากให้เกิดความรุนแรงอะไรเลย เพราะเราคนไทยด้วยกัน

แทบไม่ทันสิ้นเสียงป้าวรรณา เสียงปรบมือดังเกรียว หันไปทางต้นเสียง พบว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเดินเข้ามา ได้ยินเสียงตะโกนต้อนรับว่า ยินดีต้อนรับชาวเสื้อแดงลำพูนกลุ่มคนที่เดินเข้ามาโบกมือรับ แล้วเร่งเดินผ่านไป

สำหรับภาระแม่ครัว ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ป้าวรรณาบอกว่า ไม่อยากทิ้งงานไปเลย ไม่อยากกลับบ้าน เพราะอยากดูแลเรื่องอาหารไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

ใกล้ๆกับป้าวรรณา ป้าไหมแม่ครัวอีกคนหนึ่งหันมาบอกว่า ถ้าแน่จริง รัฐบาลทำไมไม่คืนอำนาจให้ประชาชน ให้ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาใหม่ เราก็นักเลงพอเหมือนกัน

แล้วเสริมว่า ป้ามาช่วยเหลือตั้งแต่แรกเลย ทนไม่ได้จึงออกมาช่วย อยู่ไม่ได้แล้ว เราทำอะไรมันผิดไปหมด แต่พวกเขาทำอะไรก็ไม่ผิดป้าวรรณาทิ้งท้าย ก่อนควงตะหลิวคนอาหารในกระทะเบื้องหน้า

ความร้อนของเตาไฟ ทำให้อาหารสุกรับประทานคลายหิว แต่ความร้อนของการเมือง ประชาชนได้ประโยชน์อะไร!!!

เสื้อแดงปิดถนนวิภาวดีฯ ขาเข้าบริเวณแยกสุทธิสาร

ที่มา ไทยรัฐ

สื่อข่าวรายงานวันนี้ (10 เม.ย.) ถึง ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนขับรถแท็กซี่และกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ รวมตัวกันปิดถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้าบริเวณแยกสุทธิสาร ปากทางเข้ามหาวิทยาลัยหอการค้า และปากซอยมิตรไมตรี ซึ่งสามารถทะลุไปห้วยขวางได้ นอกจากนี้ ยังมีการปิดการจราจรบริเวณแยกโบสถ์แม่พระฟาติมา และทางขึ้นโทลล์เวย์ขาออกถนนวิภาวดีรังสิต ตรวจค้นรถทุกคันที่วิ่งผ่าน โดยอ้างว่าเหตุที่ต้องดาวกระจายจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาปิดถนนโดยรอบเพื่อป้องกันมือที่ 3 เข้าไปสร้างสถานการณ์ และป้องกันตำรวจทหารเข้าไปสลายการชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า เส้นทางการจราจรในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงชุมนุมในช่วงเวลานี้และได้มีการปิดการจราจรมีดังนี้ รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, แยกดินแดง, รอบแยกใต้ทางด่วนดินแดง, แยกโบสถ์แม่พระ, รอบแยกตึกชัย, รอบแยกสุขุมวิท

โดยเมื่อเวลา 07.33 น. สถานีตำรวจนครบาลวิภาวดีแจ้งเส้นทางการจราจรในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงชุมนุมในช่วงเวลานี้และได้มีการปิดการจราจรมีดังนี้ หน้าสถานีดับเพลิงสุทธิสาร (ใกล้แยกสุทธิสาร), บริเวณปากซอยมิตรไมตรี, บริเวณช่วงทางลงยำระดับอุตราภิมุข(ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์)ช่วงโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี แจ้งผู้ใช้เส้นทางหลีกเลี่ยงการจราจรในจุดดังกล่าว

เวลา 08.05 น. บริเวณแยกตึกชัย กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงปิดการจราจรบริเวณโดยรอบแยกตึกชัย รถที่มาจากถนนราชวิถีและถนนพระราม 6 ไม่สามารถผ่านบริเวณดังกล่าวได้ ก่อนหน้านี้ เวลา 08.03 น.บริเวณแยกใต้ทางด่วนดินแดง ก็มีเสื้อแดงมาปิดเช่นกัน รถที่มาจากถนนวิภาวดีและถนนพระราม 9 ไม่สามารถผ่านบริเวณดังกล่าวได้

ปิดล้อมอนุสาวรีย์ชัยฯ จราจรกรุง เป็นอัมพาตหนัก

ที่มา ไทยรัฐ

หลังเวลาล่วงเลยผ่านพ้นเส้นตายที่กลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องให้ 3 องคมนตรีคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลาออก ในเวลา 16.00 น. วันที่ 9 เม.ย. แต่ทุกอย่างยังคงนิ่งสงบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้นตามข้อเรียกร้องดังกล่าว ทำให้ม็อบเสื้อแดงยกระดับการชุมนุมเข้มข้นขึ้น หลังข้อเรียกร้องไม่บรรลุวัตถุประสงค์ โดยในการชุมนุมใหญ่วันที่สอง (9 เม.ย.) กลุ่มคนเสื้อแดงใช้ยุทธวิธีดาวกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ และช่วงบ่ายกองทัพเสื้อแดงได้เคลื่อนมารวมตัวชุมนุม ปิดการจราจรบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้สลายการชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ แล้วยกพลตามมาสมทบ ทำให้สถานการณ์ทั่วไปในกรุงเทพฯทวีความตึงเครียด

หลังม็อบสงบเจอขยะเกลื่อน

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 9 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าผู้ชุมนุมที่เหลืออยู่บางส่วน ได้กระจายกำลังกันยึดพื้นที่ตั้งแต่ถนนพิษณุโลกไปจนถึงหน้าบ้านสี่เสาฯ ขณะที่บนเวทีปราศรัยยังมีการกล่าวโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และจากการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงเรือนแสน เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ทำให้มีขยะจำนวนมากถูกทิ้งเกลื่อนถนนทั่วบริเวณชุมนุม บางจุดมีกลิ่นเหม็นของเศษอาหาร สร้างความไม่พอใจให้แกนนำม็อบที่เห็นว่า กทม.ส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บขยะน้อยเกินไป

ยันไม่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ

ส่วนที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ผู้ชุมนุมค่อนข้างบางตา เนื่องจากบางส่วนเดินทางกลับบ้านหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยผ่านวีดิโอลิงค์เสร็จสิ้นลง และกลับมาชุมนุมใหม่ในช่วงเย็น ส่วนผู้ที่ไม่ได้กลับบ้านต่างจับจองที่นอนภายในเต็นท์ที่จัดไว้ บางส่วนหลบไปนอนตามซุ้มร้านค้างานกาชาดที่ยังไม่มีการรื้อถอน ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ขึ้นเวทีปราศรัยย่อยที่บ้านสี่เสาฯโจมตี พล.อ.เปรมอย่างต่อเนื่อง โดยหยิบยกเรื่องส่วนตัวและความเชื่อมโยงทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยให้ผู้ชุมนุมฟัง และยืนยันจะไม่มีการดาวกระจายปิดล้อมสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิ หรือสถานที่ราชการสำคัญๆ ขณะที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ประกาศจะนำชายฉกรรจ์ 500 คน ออกไล่ล่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปทุกที่เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ลาออกก่อนเวลา 16.00 น. วันที่ 9 เม.ย.

หญิงเสื้อเหลืองขับเก๋งชนเสื้อแดง

ขณะเดียวกัน ในเวลา 07.30 น. เกิดเหตุชุลมุนขึ้นกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่บริเวณแยกเทเวศร์ ด้านถนนสามเสน เมื่อมีหญิงสวมเสื้อเหลืองขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บค 5881 จันทบุรี ฝ่าเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม เฉี่ยวชนนายไพโรจน์ พิศดาร ชาวบุรีรัมย์บาดเจ็บที่ต้นขาซ้าย จากนั้นหญิงคนดังกล่าวขับรถหลบหนีเข้าไปภายในสวนอัมพร หลังเกิดเหตุนายณัฐวุฒิเรียกระดมกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมสวนอัมพร ยื่นคำขาดให้ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ต่อมา ร.ต.ท.สมชาย เชาวนะ พงส. (สบ 1) สน.สามเสน ไปตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน กค 5881 จันทบุรี ซึ่งหมวดอักษรไม่ตรงกับรถคันที่ก่อเหตุ จึงปล่อยตัวไป ร.ต.ท.สมชายเผยว่าขณะเกิดเหตุกล้องของทีวีช่อง 9 เก็บภาพไว้ได้ เห็นหมวดอักษรและหมายเลขทะเบียนรถชัดเจนว่า บค 5881 จันทบุรี แต่รถคันที่พบหมวดอักษร กค หมายเลขทะเบียน 5881 จันทบุรี ไม่ตรงกับคันที่ก่อเหตุ จึงปล่อยตัวคนขับกับรถไป

เย้ยคนเป็นแสนมาไล่แต่ 3 คนยังทนอยู่

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ว่า อาจจะรู้สึกแปลกใจทำไมวันที่ 8 เม.ย. คนเป็นแสนแต่แกนนำไม่ทำอะไร น่าจะใช้ความรุนแรงเปลี่ยนแปลงตามข้อเรียกร้อง การมาชุมนุมมากขนาดนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีจำนวนมากกว่ากลุ่มพันธมิตรฯ รู้อยู่แล้วว่าไม่มีวันที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะลาออกไม่หวังลมๆแล้งๆ กับสิ่งที่คาดหวังไม่ได้ แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าวันที่พันธมิตรฯ ชุมนุมยึดทำเนียบฯ นายอภิสิทธิ์บอกว่ามีคนเป็นแสนมาไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ควรยุบสภา วันนี้คนเป็นแสนมาไล่นายอภิสิทธิ์ กลับหน้าด้านไม่ออก ขอให้ทุกคนตั้งหลักไว้หากจะทำอะไรจะ ต้องเห็นพ้องต้องกัน

แลกชีวิตชาญชัยกลบข่าวเสื้อแดง

นายจตุพรกล่าวถึงคดีลอบสังหารองคมนตรี ว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า น.อ.จักรกฤษณ์ เสขะนันท์ ที่ถูกซัดทอดจ้างวานเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของ พล.อ. เปรม มีการวางแผนสังหารให้ก่อเหตุในวันที่ 7 เม.ย. ถือว่า เป็นการนำชีวิตนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรีมาแลก กลบข่าวคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ แต่กรรมมีจริงที่ตำรวจสามารถจับทีมสังหารได้ ก่อนจะลงมือเมื่อสอบสวนคนผิดซัดทอดต่อ กลายเป็นชุดรักษาความปลอดภัยของประธานองคมนตรี นายชาญชัยคงไม่รู้ตัว ถือว่าเป็นอุทาหรณ์และเป็นประวัติศาสตร์ที่มีการยอมลงทุนสังหารองคมนตรีคนหนึ่ง เพื่อเอาชีวิตมาปิดข่าวเสื้อแดง วันนี้การชุมนุมมาไกลเกินไปจะต้องเป็นโจรปล้นโจรก็ต้องทำ ถ้าสงครามไม่จบในวันที่ 10 เม.ย. ก็อาจจะไปปิดฉากที่การประชุมอาเซียนบวกสามบวกหกที่ จ.ชลบุรี ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม

หยันทำรุนแรงก็ได้แต่ไม่ทำ

เวลา 10.00 น. ที่หลังเวทีปราศรัย หน้าทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ุ และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำเสื้อแดง แถลงถึงแนวทางเคลื่อนไหวกดกันรัฐบาลว่า คนเสื้อแดงมาชุมนุมกันมากเพราะต้องการประกาศความประสงค์ของคนเสื้อแดงว่าต้องการอะไร แม้จะรู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้รับการสนองตอบจากรัฐบาลและ 3 องคมนตรี คนเสื้อแดงเป็นแสนจะไม่ทำอะไรรุนแรงเลียนแบบกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งที่สามารถทำให้ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ในวันที่ 8 เม.ย. เป็นที่ชัดเจนแล้วว่านายอภิสิทธิ์และ 3 องคมนตรีไม่ลาออก จึงไม่จำเป็นต้องให้โอกาสถึงเวลา 16.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ตามที่แกนนำ ได้ประกาศไว้ว่าให้เวลา 24 ชม. คนเสื้อแดงโชคร้ายที่ต้อง มาสู้กับคนหน้าด้าน

เผยเหตุต้องยกระดับการชุมนุม

นายจตุพร กล่าวว่า จำเป็นที่จะต้องยกระดับการต่อสู้เรียกร้องให้เข้มข้นมากขึ้น แม้จะเป็นวิธีการที่ไม่ อยากใช้ก็จำเป็นต้องทำ เป็นการทำแต่กายแต่ใจไม่ได้ไปด้วย เมื่อเสร็จศึกทุกคนจะล้างมือให้ขาวสะอาด พ.ต.ท. ทักษิณ บอกไว้ว่าประชาชนนับแสนไม่ควรกลับบ้านมือเปล่า จึงต้องมีมาตรการออกมากดดันส่วนจะเป็นอะไรจะมีการประกาศให้รู้เป็นระยะ ขอบอกไปยังประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบว่า หากเกิดอะไรขึ้นจากการกระทำของคนเสื้อแดง เป็นเพราะมีความจำเป็นที่จะต้องแลกกับความเจ็บปวดคนเสื้อแดงได้ให้โอกาสรัฐบาลแล้ว การกดดันอะไรออกไปจะเลือกแนวทางที่ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด

เฉ่งคนเสื้อเหลืองบุกบ้านแม่จตุพร

นายจตุพรยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อเหลืองประมาณ 300 คน พากันไปที่บ้านนางนวม บัวแก้ว อายุ 90 ปี มารดา ซึ่งอยู่เลขที่ 25/1 บ้านดอนสร้อยทอง หมู่ 3 ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร ว่ากลุ่มคนเสื้อเหลืองไปกดดันแม่ของตน ซึ่งเป็นคนแก่เดินไม่ได้ ท่านอายุกว่า 90 ปีแล้ว คนกลุ่มนี้บุกเข้าไปถึงที่นอน ใช้มือตบล้อมหน้าล้อมหลังคนแก่ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีเรื่องกับตนก็ควรมาหาให้ถูกคน อย่าไปรบกวนคนแก่ ถ้าจะทำแบบนี้กับแม่ ของนายอภิสิทธิ์บ้างจะได้หรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่ถ้ายังทำกับคนแก่แบบนี้ ก็จะไปทำกับแม่ ของท่านบ้าง ขณะที่ นพ.เหวงกล่าวว่า เมื่อวานมีรถกระบะคันบรรทุกถังน้ำมัน 8 ถัง วิ่งเข้ามาที่หน้าวัดเบญจมบพิตรฯ แต่ตำรวจปล่อยให้วิ่งออกไปคนเสื้อแดงกระโดดขึ้นหลังรถ แต่คนขับชักปืนขู่จึงขับหนีไปได้ ขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำแบบนี้ และตำรวจต้องเข้มงวดมากขึ้น ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปต่างประเทศช่วงมีการชุมนุมใหญ่ นายณัฐวุฒิตอบว่า ไม่ทราบการเคลื่อนไหวของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และลูกๆ ในการเดินทางไปต่างประเทศ ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ จะบินไปไหนบ้างก็ไม่ได้รู้ความเคลื่อนไหว การเดินทางไปต่างประเทศของครอบครัวชินวัตร จะไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ในแง่ของผลกระทบที่จะทำให้ การชุมนุมหยุดยั้งหรืออ่อนแอลง แม้ไม่มีครอบครัว พ.ต.ท. ทักษิณก็ยังจะยืนหยัดต่อสู้ยืดเยื้อจนกว่าจะชนะ ช่วงสงกรานต์ก็อาจจะต้องรดน้ำดำหัวกันอยู่ที่นี่

ดาวกระจายกดดันหลายที่ทั่วกรุง

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่เวทีปราศรัยหน้าทำเนียบฯ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยประกาศระดมคนออกดาวกระจายไปกดดันในหลายพื้นที่ โดยให้ผู้ชุมนุมแบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด ไปรวมตัวกันที่จุดรวมพล 3 จุด หน้าวัดเบญจมบพิตรฯ หน้ากระทรวงศึกษาธิการ และบริเวณแยกนางเลิ้ง หลังเวทีปราศรัยใหญ่ ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นให้แยกย้ายออกเดินทางไปกดดันหน้ากระทรวงการต่างประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญ และพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้ย้ำว่าการไปชุมนุมจะไม่ปิดประตูเข้าออกสถานที่ราชการ แต่คนที่จะผ่านเข้าไปจะต้องฝ่าด่านคนเสื้อแดงเข้าไปเอง สำหรับรูปแบบการจัดขบวนได้ให้รถขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ มีแกนนำแต่ละจังหวัดเป็นแนวหน้าในการดูแลการชุมนุมแต่ละจุด

ส.ส.ปชป.เผ่นกระเจิงหนีม็อบ

ขณะที่บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ ถนนสามเสน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 9 เม.ย.บรรยากาศที่พรรคค่อนข้างเงียบเหงา มี ส.ส.เข้ามาทำงานในพรรคบางตา มีเพียงนายสกลธี ภัทยกุล ส.ส.กทม. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้ามาสังเกตการณ์และคอยติดตามการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ได้ประกาศดาวกระจายมาชุมนุมประท้วงหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรายงานต่อผู้ใหญ่ของพรรค โดยได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่พรรคทำงานแค่ครึ่งวันแล้วให้รีบเดินทางกลับบ้าน ขณะที่ นพ.บูรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเข้ามาที่พรรคก็ได้เดินทางออกไปที่รัฐสภาตั้งแต่ก่อนช่วง 11.00 น. แล้ว

ขวัญชัยนำม็อบแดง 500 คนปิด ปชป.

กระทั่งเวลา 11.00 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อยที่ปักหลักรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับรายงานว่า กลุ่มม็อบเสื้อแดงเดินทางใกล้มาถึงพรรคประชาธิปัตย์แล้ว จึงตั้งแถวรับมือม็อบกันอย่างคึกคัก โดยได้ขอเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบจลาจลมาเพิ่มอีก 1 กองร้อย จัดกำลังตั้งแถวพร้อมโล่และแผงเหล็กกั้นบนถนนเศรษฐศิริ หน้า รพ.วิชัยยุทธ ก่อนถึงหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนำรถคุมขังผู้ต้องหา 2 คันจอดขวางถนน เตรียมรับกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมนำรถดับเพลิง รถคุมขังผู้ต้องหาและรถฉายไฟส่องสว่าง มาจอดเตรียมไว้ด้านหลังพรรค และเคลียร์ไล่รถยนต์ไปจอดในที่ปลอดภัย โดยในระหว่างที่ม็อบเสื้อแดงเคลื่อนตัวผ่านแฟลตสวัสดิการกลาง กองทัพบก ตรงข้ามพรรค ปรากฏว่า มีแม่บ้านทหารบกบนแฟลตบางคนโผล่ออกมาโบกไม้โบกมือให้กลุ่มเสื้อแดง พร้อมทั้งยังส่งน้ำดื่ม มาสนับสนุนอีกด้วย

ลั่นไม่ยอมแพ้ ป๋าขับไล่รัฐบาลฉาว

เวลา 12.30 น. ม็อบเสื้อแดงจำนวน 500 คน ที่นำมาโดยนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร ก็เดินทางมาถึง โดยประกาศบนเวทีรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงเจรจาขอเปิดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งโยนเสื้อแดงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจรับเอาไป โดยนายขวัญชัยกล่าวว่า ต้องการมาเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดทางให้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ ปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยอมเปิดทางให้โดยดี เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดลง แต่ขอไม่ให้กลุ่มม็อบเสื้อแดงบุกเข้าไปในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็สามารถตกลงกันได้ จากนั้นกลุ่มม็อบเสื้อแดงได้เคลื่อนขบวนรถเข้ามาหน้าพรรคประชาธิปัตย์โดยสะดวก

ยันไม่ได้ทำเพื่อทักษิณ

นายขวัญชัยกล่าวปราศรัยว่า คนเสื้อแดงมาชุมนุมในครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและไม่มีใครจ้างมา แต่ทำเพื่อประชาธิปไตยและ ประเทศชาติ พวกตนต่อสู้ต่อระบอบอำมาตยาธิปไตย มา 3 ปีแล้ว จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด พวกตนไม่เชื่อถือ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ตั้งแต่ 2517 แล้วพรรคประชาธิปัตย์ที่ตั้งมา 60 กว่าปี แต่ไม่มีผลงานอะไรเลย มีแต่เรื่องฉาวทั้ง สปก.4-01 ปลากระป๋องเน่า เอาโจรมาเป็นรัฐมนตรี วันนี้มีคนออกมาชุมนุมกว่า 5 แสนคนมาไล่รัฐบาลแต่ทำไมรัฐบาลยังดื้อด้านไม่ยอมออก วันนี้พรรคประชาธิปัตย์อย่าดูถูกภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ พ.ต.ท. ทักษิณได้เอาความรู้ไปให้ วันนี้คนบ้านนอกจะมาล้มรัฐบาลประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีพระเมธา ชาตเมโธ จากศูนย์โลกตรธรรม ชุมพร มายืนชูป้ายข้อความว่า ประชาธิปไตย democracy” ด้วย

เจอแล้วหญิงชนเสื้อแดงกลายเป็นคนประสาท

ขณะเดียวกัน ในเวลา 13.30 น. พ.ต.ท.สถิตย์พร บุญยรัตตพันธุ์ รอง ผกก.สน.มักกะสัน รับแจ้งพบรถเก๋งโตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บค 5881 จันทบุรี จอดอยู่บริเวณทางเข้าสนามกอล์ฟ อาร์ซีเอ แขวงและเขตมักกะสัน ไปตรวจสอบพบหญิงสวมเสื้อเหลืองกำลังเดินรำอยู่รอบๆรถ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา แล้วนำตัวไปที่ สน.สามเสน ต่อมา พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เข้าสอบปากคำ ทราบชื่อ น.ส.จำนงค์ หงส์เกียรติขจร อายุ 34 ปี ให้การเหมือนคนมีปัญหาทางจิต ทำนองว่าไปนั่ง สมาธิที่เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เป็นประจำ จนสำเร็จขันธ์5 จึงกลับมาทำพิธีที่วัดพระแก้ว เพื่อให้เกิดความร่มเย็น หลังจากซักถามแล้วไม่ได้เรื่องได้ราว พล.ต.ต.อำนวย จึงหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ตัวผู้ที่ขับรถเข้าไปในกลุ่มคนเสื้อแดงแล้วคือ น.ส.จำนงค์ หงส์เกียรติขจร ชาวจันทบุรี เบื้องต้นน่าจะมีอาการทางประสาท ตำรวจมักกะสันพบรถจอดอยู่ย่านอาร์ซีเอ เป็นคันเดียวกับที่ก่อเหตุ ขั้นต่อไปจะให้ผู้เสียหายมาดูตัว จะได้หายคลางแคลงใจว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามมาก่อกวน แล้วจะส่งตัว น.ส.จำนงค์ไป รพ.นิติจิตเวช เพื่อตรวจสภาพจิตต่อไป

ตร.ทิ้งทำเนียบให้ทหารตรึงกำลัง

ส่วนบรรยากาศที่ฐานชุมนุมหลักหน้าทำเนียบฯ ช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกลุ่มเสื้อแดงประกาศบนเวทีว่า จะมีการทดสอบระบบมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยการบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลในเวลา 16.00 น. ทำให้ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของทำเนียบฯ บางส่วนที่ยังทำงานอยู่ ได้รีบเก็บข้าวของเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันทีเพราะเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัย ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลนั้น มีกำลังทหารอยู่ใน ทำเนียบรัฐบาล 21 กองร้อย โดยกำลังทหารส่วนใหญ่ เตรียม พร้อมอยู่ในที่มั่นตามอาคารต่างๆ รอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนกำลังตำรวจเหลืออยู่เพียง 1 กองร้อยเท่านั้น เนื่องจากกำลังตำรวจส่วนมาก ทยอยถอนกำลังออกจากทำเนียบฯก่อนหน้านี้แล้ว โดยไม่มีการ สับเปลี่ยนกำลังเข้ามาเสริม ขณะที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์ซึ่งอยู่ที่อาคาร 44 ทำเนียบรัฐบาล ถูกปิดเงียบ ไม่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้ามาประจำการแต่อย่างใด

ปิดหน้า บก.ทบ.ทวงคืนกองทัพ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกเหนือจากการดาวกระจายไปยังพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งยังดาวกระจายไปปักหลักชุมนุมที่หน้ากองบัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนินนอก โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้ใช้รถปิกอัพเป็นเวทีเคลื่อนที่กล่าวโจมตีในประเด็นการคืนอำนาจกองทัพให้กับประชาชน และขอให้ยกเลิกการสนับสนุนระบอบอำมาตยาธิปไตย รวมทั้งขับไล่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ออกจากตำแหน่ง และทวงถามกรณีนำบุคคลหนีทหารมาเป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งยังเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศ และศาลรัฐธรรมนูญด้วย

ล้อมกระทรวงบัวแก้วไล่กษิต

โดยบรรยากาศที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศ กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 500-600 คน เคลื่อนขบวนมาถึงกระทรวงการต่างประเทศตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย พร้อมกับรถบรรทุกดัดแปลงเป็นรถกระจายเสียง มาปิดถนนฝั่งพระราม 6 ด้านจากบริเวณสี่แยกศรีอยุธยาไปถึงใกล้กับประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อกดดันเรียกร้องให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ลาออกจากตำแหน่งเท่านั้น แต่จะไม่บุกรุกสถานที่ราชการ ไม่ทำลายทรัพย์สิน และไม่ทำให้กระทบกระเทือนต่อเจ้าหน้าที่ แต่การปิดล้อมนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลทั่วไปเดินผ่านประตูเล็กเพื่อเข้าออกได้ ขณะที่ทางกระทรวงได้ปิดประตูใหญ่ไว้ทั้งสองด้านเพื่อไม่ให้รถเข้าออก

ปิดทางออก กษิตติดแหง็กถึงเย็น

เวลา 15.00 น. ผู้ชุมนุมที่ยังปักหลักอยู่รอบนอกกระทรวงการต่างประเทศ ได้กระจายกำลังส่วนหนึ่งมาปิดประตูทางเข้ากระทรวงฝั่งถนนศรีอยุธยา ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ขณะนั้นขบวนรถของนายกษิต เดินทางมาทำงานที่กระทรวงตามปกติ พยายามจะเคลื่อนขบวนรถออกทางประตูฝั่งศรีอยุธยาพอดี ทำให้รถยนต์ของนายกษิตต้องวนไปประตูทางเข้าออกฝั่งพระราม 6 มีผู้ชุมนุมปิดล้อมไว้อย่างแน่นหนาเช่นกัน สุดท้ายรถยนต์ของนายกษิตต้องวนกลับไปภายในกระทรวงเช่นเดิม กระทั่งเวลา 15.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจาให้เปิดทางให้รถของข้าราชการสามารถเข้าออกทางฝั่ง ถ.ศรีอยุธยาได้ ซึ่งผู้ชุมนุมก็ยอม โดยมีเงื่อนไขให้รถทุกคันลดกระจกฝั่งคนขับเพื่อขอตรวจสอบว่า นายกษิตไม่ได้แฝงตัวออกไป โดยผู้ชุมนุมบอกกับคนขับว่า ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมแค่อยากจับตัวเหี้ยตัวเดียวเท่านั้นแต่ก็มีเหตุติดขัดขึ้นบ้าง เนื่องจากรถยนต์ของข้าราชการบางคัน ไม่ยอมลดกระจกให้ตรวจสอบจนตำรวจต้องเข้าเจรจา ทำให้ รถผ่านไปได้ จากนั้น เมื่อเวลา 16.15 น. ผู้ชุมนุมได้สลายตัวไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ขณะที่นาย กษิตยังนั่งทำงานที่กระทรวงจนถึงช่วงเย็น ก่อนจะเดินทางออกจากกระทรวงเพื่อมาพัทยา

กองทัพแท็กซี่ปิดอนุสาวรีย์ชัยฯ

ขณะเดียวกัน ภายหลังที่แกนนำ นปช. เพิ่มมาตรการกดดันรัฐบาลประกาศยุทธศาสตร์ดาวกระจายตามสถานที่สำคัญต่างๆทั่วกรุงเทพฯนั้น โดยหลังจากดาวกระจายไปพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ได้มีกลุ่มคนขับรถแท็กซี่นับร้อย คันเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมบริเวณแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทั้ง 4 ด้าน จนทำให้การจราจรเป็นอัมพาตทั่วกรุง เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่สามารถเชื่อมต่อไปถนนต่างๆได้หลายเส้นทาง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าจะชุมนุมยืดเยื้อไม่ยอมเปิดเส้นทางการจราจรจนกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และให้เวลาถึง 16.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ตามที่แกนนำประกาศไว้ก่อนหน้านี้

สภาประชาธิปไตยฯขู่ล่าอภิสิทธิ์

ส่วนที่เวทีปราศรัยที่ทำเนียบฯ มีการประกาศให้ ผู้ชุมนุมบางส่วน ที่ยังอยู่หน้าทำเนียบฯเตรียมพร้อมรับมือเพราะมีข่าวว่า จะมีทหารบุกจับตัวแกนนำ นปช.ที่หลังเวทีปราศรัย หากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถูกควบคุมตัวคนเสื้อแดงนับล้านทั่วประเทศจะรวมตัวกันทันที จากนั้นได้มีการประกาศขอกำลังผู้ชุมนุม 500 คน เดินทางไปสนับสนุนกลุ่มแท็กซี่เนื่องจากเกรงว่าอาจถูกสลายการชุมนุม ในเวลา 15.30 น. ที่หลังเวทีปราศรัยทำเนียบฯ นาย สิริวิชญ์ พิมพ์กลาง ประธานสภาประชาธิปไตย นายสหรัษ นนทมา เลขาธิการสภาฯ นายพิเชษฐ ที่ปรึกษาฯ ร่วมแถลงผลการประชุมของเครือข่ายสมาชิก 68 จังหวัดจากทั้งหมด 76 จังหวัด ว่าแกนนำเสื้อแดงกดดันรัฐบาลมานาน แต่ยังไม่สำเร็จ สภาประชาชนฯซึ่งมีสมาชิกทั่วประเทศประมาณ 7-8 หมื่นคนจะดำเนินการเชิงรุกกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ยังเพิกเฉยกับปัญหาและมีการท้าทาย ถ้ายังยืดเยื้อต่อไปจะเกิดความเสียหายมากขึ้น โดยมีมติร่วมกันกดดันให้นายอภิสิทธิ์ลาออกโดยไม่มีเงื่อนไขหรือเจอตัวที่ไหนให้สมาชิกปิดล้อมควบคุมตัวเพื่อให้ลาออกตามข้อเรียกร้อง ที่ต้องทำแบบนี้เพราะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องทำให้เด็ดขาดและจะตั้งหน่วยไล่ล่า 1 พันคน มีนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เป็นหัวหน้าชุดออกติดตามนายอภิสิทธิ์ไปทุกที่ เจอที่ไหนจับตัวที่นั่นทันที เป้าหมายอยู่ที่นายกฯ แต่ถ้าเจอรัฐมนตรีคนอื่นก็ถือเป็นผลพลอยได้ เมื่อจับได้แล้วต้องยุบสภาเท่านั้น

เพิ่มตำรวจตรึงหน้าบ้านป๋า

อย่างไรก็ตาม หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนพลไปปิดถนนรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจนการจราจรเป็นอัมพาตแล้ว บรรยากาศที่เวทีปราศรัยหน้าบ้านสี่เสาฯ ได้เพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง โดยแกนนำคนเสื้อแดง ได้ประกาศระดมพลให้มาชุมนุมอยู่ตลอดเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยการเสริมกำลังตำรวจตระเวนชายแดน จาก กพ.ตชด.21 ค่ายสุรินทรภักดี จ.สุรินทร์ จำนวน 1 กองร้อยมายืนประชิด ตลอดแนวกำแพงบ้าน พล.อ.เปรม โดยมีตำรวจนครบาลพร้อมโล่ ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ด้านหน้า เตรียมพร้อม รับมือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่อาจจะมีกลุ่มเสื้อแดงบุกเข้าไปภายในบ้านสี่เสาฯ ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมบางคนได้นำพวงหรีดมาวางไว้ที่หน้าบ้านพัก พล.อ.เปรม พร้อมกับจุดธูปทำพิธีสาปแช่งขอให้มีอันเป็นไป และในเวลา 15.15 น. เกิดฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ผู้ชุมนุม ต่างแตกกระเจิงวิ่งหลบฝนกันจ้าละหวั่น บนเวทีต้องหยุดการปราศรัยไปชั่วขณะ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องยืนหยัดทำหน้าที่ ต้องใช้วิธียกโล่พลาสติกขึ้นมาเป็นที่กำบังฝน นอกจากนี้การจราจรโดยรอบบริเวณที่ชุมนุมได้ติดขัดอย่างหนัก จนผู้ใช้รถถึงกับต้องลดกระจกออกมาตะโกนด่าทอกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยความไม่พอใจ

สั่งสลายม็อบบ้านสี่เสาฯ

เวลา 15.30 น. นพ.เหวง โตจิราการ และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช. ได้ขึ้นประกาศบนเวทีที่หน้าบ้านสี่เสาฯ สั่งสลายการชุมนุมและให้เดินทางไปสมทบกับคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมรีบเก็บข้าวของ เคลื่อนขบวนด้วยการเดินเท้ามุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ฯ โดยมีรถปราศรัยเคลื่อนที่นำขบวนไปอย่างช้าๆ ขบวนคนเสื้อแดงได้เคลื่อนมาตามถนนศรีอยุธยา ผ่านวัดเบญจมบพิตร โดยมี นพ.เหวง โตจิราการ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายสุพร อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน แกนนำ นปช.อยู่บนเวทีเคลื่อนที่คอยสั่งการ ขบวนได้หยุดที่หน้าวัดเบญจฯ โดย นพ.เหวงและนายจักรภพลงจากรถแจ้งว่า จะไปแถลงข่าวที่เวทีใหญ่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ก่อนที่ขบวนจะมุ่งหน้าผ่านถนนสวรรคโลก แยกพญาไท ผ่านหน้ากระทรวงการต่างประเทศ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตลอดสองข้างทางที่ขบวนเคลื่อนผ่าน มีประชาชนนำตีนตบมาเขย่าให้ กำลังใจพร้อมกับส่งเสียงเชียร์ ขณะที่มีขบวนมอเตอร์ไซค์ ของกลุ่มคนเสื้อแดงนับร้อยคัน คอยเป็นแนวหน้าเปิดทางให้ขบวนผ่านได้อย่างสะดวก โดยที่ตำรวจไม่กล้าขัดขวางแต่อย่างใด

ตะโกนไล่อภิสิทธิ์ลั่นถนน

หลังจากขบวนคนเสื้อแดงเดินมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บรรดาแท็กซี่ที่ปิดล้อมอยู่ได้เปิดทางให้ขบวนคนเสื้อแดงเข้ามาชุมนุมในถนนโดยรอบ ก่อนที่รถขบวนจะวนรอบอนุสาวรีย์ 3 รอบ พร้อมกับประกาศชัยชนะว่าเราได้ยึดประเทศไทยไว้แล้วและตะโกนขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ลาออกไป สร้างความครึกครื้นแก่ชาวเสื้อแดง จากนั้นรถปราศรัยเคลื่อนที่ได้ตั้งจอดนิ่งเพื่อเวทีปราศรัยที่บริเวณถนนด้านหน้า รพ.ราชวิถี

บันทึกภาพกลุ่มแท็กซี่เล่นงานย้อนหลัง

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. ดูแลงานด้านจราจร กล่าวว่า การปิดถนนถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายจราจร ได้ให้เจ้าหน้าที่บันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว และได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.จร. และจราจรกลางเข้ามาเสริมในพื้นที่ พร้อมเตรียมรถยกจำนวน 14 คัน ไว้รอบนอก หากต้องมีการเคลื่อนย้ายรถที่จอดกีดขวางการจราจร แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรง เบื้องต้นจะใช้วิธีเจรจากับแกนนำกลุ่มก่อน หากไม่ได้ผลก็ต้องดำเนินการขั้นต่อไป อาจเป็นการผลักดันแต่พยายามจะไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น ขณะที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องต้นยังเป็นเรื่องของการทำผิดกฎหมายจราจร ต้องให้หน่วยงานจราจรเข้าไปจัดการ ในส่วนของ บก.น.1 ก็ได้จัดกำลังเสริมทั้งในและนอกเครื่องแบบมาดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม

สุเทพสั่งใช้รถยกเคลียร์พื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พล.ต.ต.ภาณุกำลังแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักเนื่องจากกลุ่มแท็กซี่ปิดถนนรอบอนุสาวรีย์ชัยฯนั้น ปรากฏว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานความมั่นคง โทรศัพท์เข้ามาสอบถาม พล.ต.ต.ภาณุว่า มีรถยกของตำรวจอยู่ในพื้นที่ และสามารถเคลื่อนย้ายรถแท็กซี่ของกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่ได้หรือไม่ พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวตอบว่า มีรถยกเตรียมพร้อมไว้รอบนอกแล้ว แต่ไม่สามารถยกรถของกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ได้ เพราะจะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น จนเกิดเหตุการณ์บานปลายได้

หมอวอนผู้ชุมนุมเปิดทางให้ผู้ป่วย

นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวเมื่อเย็นวันที่ 9 เม.ย. ว่า ได้ประสานงานกับ ผอ.รพ.ราชวิถี รพ.รามาฯ รพ.พระมงกุฎฯ ให้เตรียมความพร้อมในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน รวมทั้ง อำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย และญาติของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขได้ขอความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร และ รพ.จุฬาฯ ในการจัดเตรียมรถพยาบาลฉุกเฉินกว่า 20 คัน ไว้รอบๆ บริเวณดังกล่าว และเตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้ 2 ลำ จากโรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลกรุงเทพ รองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน จากสภาพการจราจรที่ติดขัดทำให้การขนย้ายผู้ป่วยประสบความลำบากโดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน ขณะที่รองศาสตราจารย์นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รอง ผอ.รพ.รามาฯ เผยว่า การปิดถนนกระทบต่อการส่งต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือผู้ชุมนุมช่วยเมตตาเปิดทางให้หน่วยแพทย์และพยาบาล รวมทั้งผู้ป่วยที่จะเข้ารักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ

รถติดหนักลามถึงนอกกรุง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีการปิดการจราจรตั้งแต่ เวลา 14.00 น. ถนนรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้ง 4 ด้าน จากถนนดินแดง พหลโยธิน ราชวิถี และพญาไท ทำให้สภาพการจราจรในช่วงเย็นติดขัดอย่างหนัก โดยฝั่งถนนดินแดง ติดขัดต่อเนื่องจากถนนอโศกดินแดง-พระราม 9 ไปถึงถนนมอเตอร์เวย์ สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี ขณะที่ถนนพหลโยธิน สภาพการจราจรวุ่นวายไม่แพ้กัน รถติดลามจากสนามเป้า-สะพานควาย ต่อเนื่องถึงบางเขน ด้านฝั่งถนนราชวิถี ติดขัดอย่างหนักจากแยกตึกชัย ต่อเนื่องข้ามสะพานซังฮี้ ถนนสิรินธร บรมราชชนนี รวมทั้งทางคู่ขนานลอยฟ้า ตลิ่งชัน ส่วนถนนพญาไท รถติดต่อเนื่องถนนพระราม 1 แยกปทุมวัน เข้าถนนพระราม 4 เจริญกรุง เยาวราช ส่งผลต่อรถจากฝั่งธนบุรี ไม่สามารถข้ามมาฝั่งพระนครได้สะดวก จากสภาพถนนสายหลักทั้ง 4 ทำให้รถติดขัดต่อเนื่องไปถนนข้างเคียง โดยเฉพาะถนนรัชดาภิเษก เกิดล็อกเป็นวงแหวน รถไม่เคลื่อนตัวหยุดนิ่ง รวมถึงถนนวิภาวดีฯ ติดขัดสะสมจากดินแดง-สุทธิสาร ดอนเมืองไปถึงรังสิต ขณะที่การจราจรบนทางด่วนต่างได้รับผลกระทบตามไปด้วย เนื่องจากรถจากทางด่วนลงพื้นราบไม่ได้หลายจุด

วิทยุชุมชนแท็กซี่ประกาศชัยชนะ

เวลา 16.00 น. ผู้ดำเนินรายการวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ คลื่น 92.75 และ 107.5 ได้ประกาศชัยชนะของ มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดง ที่สามารถยึดพื้นที่ กทม. ได้เป็นผลสำเร็จ สกัดกั้นไม่ให้ตำรวจและทหารสลายการชุมนุม พร้อมกับประกาศเชิญชวนให้ประชาชนที่สนับสนุนคนเสื้อแดงทยอยเข้ามาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่วนใครที่จะบริจาคอาหารและน้ำดื่มให้บริจาคได้ที่พื้นที่ การชุมนุมทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ ยังได้ประกาศเตือนให้ผู้ชุมนุมที่รับฟังทางคลื่นวิทยุดังกล่าวให้ระวังเจ้าหน้าที่ทหารใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม เนื่องจากได้รับรายงานว่ามีการเบิกแก๊สน้ำตาจากคลังสรรพาวุธของทั้งตำรวจและทหารไปแล้วกว่า 500 ลูก ผู้ดำเนินรายการยังกล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือพี่น้องคนแท็กซี่ช่วยกันนำรถแท็กซี่ไปปิดการจราจรที่สามแยกพระโขนง-พระราม 4 เนื่องจากขณะนี้มีแท็กซี่จำนวนหนึ่งเดินทางไปแล้ว นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าจะมีคนเสื้อแดงอีกจำนวนหนึ่งเดินทางไปปิดการจราจรที่ต่างระดับพระราม 2 ย่านบางขุนเทียนและบริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าด้วย

มวลชนเสื้อแดงจาก ตจว.แห่สมทบ

ภายหลังจากที่คนเสื้อแดงยึดพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้สำเร็จ ได้มีการทยอยนำมวลชนคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ เดินทางมาสมทบ อาทิ จากจังหวัดสมุทรปราการ จันทบุรี สุรินทร์ แม่ฮ่องสอน อ่างทอง นครปฐม และสมุทรสาคร ฯลฯ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่ติดตามการชุมนุมมาโดยตลอดได้รายงานจำนวนผู้ชุมนุมเบื้องต้นมีไม่ต่ำกว่าหมื่นคน และยิ่งช่วงเย็นกลุ่มผู้ชุมนุมต่างเดินทางมาจากทุกสารทิศจนบริเวณ รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ เต็มไปด้วยคนสีแดงแน่นท้องถนนทั้ง 4 มุม ทำให้การจราจรเป็นอัมพาตรถราติดขัดยาวเหยียด

กระจายไปปิดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อีกด้าน เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. กลุ่มม็อบเสื้อแดงประมาณ 2 พันคน นำโดย ร.ต.เกริก ส่งเสริม เดินเท้าจากทำเนียบรัฐบาลมุ่งหน้าไปที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน พร้อมปิดการจราจรที่แยกผ่านฟ้าและสี่แยกคอกวัว ทำให้รถที่มาจากสะพานสมเด็จ พระปิ่นเกล้า รวมทั้งรถที่มาจากถนนราชดำเนินนอก และถนนหลานหลวง ไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านไปได้ จากนั้น ร.ต.เกริกได้ขึ้นปราศรัยกล่าวโจมตีประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ และนายกรัฐมนตรี เป็นระยะๆ โดยมี พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 พร้อมกำลังตำรวจ 1 กองร้อย คอยดูแลความสงบ ทั้งนี้ พล.ต.ต.วิทยาพยายามเข้าไปเจรจาให้กลุ่มคนเสื้อแดงเปิดการจราจรแต่ไม่เป็นผล ขณะที่แกนนำม็อบเสื้อแดง ร้องขอให้ตำรวจช่วยดูแลความปลอดภัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวใกล้ท่าพระอาทิตย์ ที่ทำการของเอเอสทีวี จึงเกรงว่าจะถูกกลุ่มม็อบเสื้อเหลืองทำร้าย

ฮ.ตำรวจบินดูสถานการณ์

เวลา 17.55 น. ขณะที่แกนนำ นปช.กำลังปราศรัยอย่างดุเดือดอยู่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น เฮลิคอปเตอร์ของกองบินตำรวจ 1 ลำ มาบินวนสังเกตการณ์รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นเข้าต่างพากันโห่ร้องขับไล่ จากนั้นเวลา 18.00 น. หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงยืนตรงเคารพธงชาติแล้ว ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักเป็นครั้งที่ 2 ในรอบวัน ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนต้องวิ่งหลบฝนเข้าไปตามร้านค้ารอบอนุสาวรีย์กันจ้าละหวั่น แต่ยังมีบางส่วนยืนฟังคำปราศรัยกลางสายฝนอย่างไม่สะทกสะท้าน ส่วนผู้โดยสารที่รอรถเมล์ ซึ่งตกค้างบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้แห่ขึ้นไปใช้บริการรถไฟฟ้าที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกันแน่นขนัด เมื่อรถไฟฟ้าแต่ละขบวนมาจอด ผู้โดยสารต่างพากันเบียดเสียดแย่งกันขึ้นรถจนแน่นทุกเที่ยว ขณะที่สถานีใกล้เคียงคือสถานีพญาไท ราชเทวี สยาม ก็คับคั่งไปด้วยผู้โดยสารที่ไม่สามารถเข้าไปในขบวนรถได้ เนื่องจากมีผู้โดยสารจำนวนมาก ตั้งแต่สถานีก่อนหน้านี้ โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางส่วนต้องเดินเท้าออกไปเพื่อไปต่อรถที่สถานีอื่นๆ

ขู่ปิดถนนมีโทษจำคุก 5 ปี

ที่ บช.น. เวลา 18.00 น. พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษก บช.น. กล่าวว่า ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่กระทรวงการต่างประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญ กองบัญชาการกองทัพบก และพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนกลุ่มชมรมคนรักแท็กซี่ ได้นำรถมาปิดตามแยกอนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งมีผลกระทบต่อการจราจรเป็นอย่างมาก ขณะนี้ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. เข้าไปควบคุมดูแล ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุก สน.และตำรวจโครงการพระราชดำริ มาช่วยกันระบายรถให้เลี่ยงไปเส้นทางอื่น ขณะเดียวกัน บช.น. ออกประกาศฉบับที่ 2 เตือนผู้นำรถแท็กซี่ที่มาจอดปิดถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีฯ และบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ว่าเป็นความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อถามว่าต้องใช้กำลังทหารเข้ามาช่วยเหลือหรือไม่ โฆษก บช.น.ตอบว่าตำรวจยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อยากจะขอร้องผู้ชุมนุมให้งดการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนโดยรวม ตำรวจได้บันทึกภาพเก็บรายละเอียดของการกระทำไว้หมด

คาดการณ์แม่นเสื้อแดงปิดจราจร

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์นั้น เวลาประมาณ 14.45 น. เมื่อนายอภิสิทธิ์เดินทางไปถึงโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ต พัทยา พบมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอารักขาความปลอดภัย พร้อมรถฉีดน้ำและรถคุมขับคอยประจำการ โดยมีการปิดถนนภายในตัวเมืองพัทยาที่ขบวนรถนายกฯผ่านตลอดเส้นทาง ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้ไปตรวจความพร้อมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน กับคู่เจรจาที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 เม.ย.นี้ โดยรับฟังรายงานจาก ผบช.ภ.2 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การปิดการจราจรหลายจุดใน กทม.ของกลุ่มคนเสื้อแดงโดยเฉพาะบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า เจ้าหน้าที่กำลังดูแลอยู่ และได้ทราบข่าวว่าจะเกิดเหตุลักษณะดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.แล้ว อย่างไรก็ตาม ชุดติดตามนายกฯ ได้สั่งการให้ขบวนรถนายกฯทุกคันออกไปเติมน้ำมันให้เต็มถัง

เครียดรีบเผ่นกลัวถูกม็อบบล็อก

เวลา 15.40 น. ภายหลังได้รับรายงานสถานการณ์ วิกฤติใน กทม.และการประกาศของแกนนำให้ระดมคนเสื้อแดงในจังหวัดภาคตะวันออกไปปิดทางเข้า-ออกของโรงแรมประชุมอาเซียน นายอภิสิทธิ์ได้สั่งยกเลิกการประชุม ครม.เศรษฐกิจ และรีบออกเดินทางจากโรงแรมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยไม่แจ้งจุดหมายปลายทาง และยังมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกนับ 10 นาย โดยใช้รถตู้ร่วมขบวนอีก 3 คัน โดยขบวนรถนายกฯ ได้ใช้ความเร็วสูงอย่างเร่งรีบไปตามเส้นทางถนนชลบุรี-กทม.แต่เมื่อขบวนรถมาถึงช่วง อ.พนัสนิคม รถตำรวจทางหลวงนำขบวนชะลอ และสกัดขบวนรถสื่อมวลชนไม่ให้ติดตาม อย่างไรก็ตาม มีรถของสื่อมวลชนบางคันสามารถติดตามไปได้ทัน

เข้าค่ายทหารเกาะติดสถานการณ์

กระทั่งเวลา 16.30 น. ขบวนรถนายกฯเดินทางเข้าไปยังค่ายนวมินทราชินี กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (ทหารเสือราชินี) จ.ชลบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ โดยมีนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ติดตามมาด้วย ท่ามกลางกำลังทหารพร้อมอาวุธครบมืออารักขา ทั้งนี้ ก่อนเข้าอาคาร นายอภิสิทธิ์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และไม่ยอมตอบข้อซักถามใดๆ

ขึ้น ฮ.กลับ กทม.แถลงผ่านเอ็นบีที

เวลา 17.40 น. นายอภิสิทธิ์ได้เดินออกจากอาคารกองบังคับการกรมทหารราบที่ 21 ท่ามกลางการอารักขาของทหารเสือราชินีในชุดสนามลายพราง แต่ไม่ติดอาวุธที่พากันเดินรุมล้อมตัวนายอภิสิทธิ์ เพื่อไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เบล 412 ของ ทบ.กลับ กทม. ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ยังมีสีหน้าที่เคร่งเครียด โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะไปแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ สั่งเปลี่ยนเป็นสถานีวิทยุ-โทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) แต่ยังไม่รู้เวลาเมื่อ ถามว่า จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ต้องออก จากนั้นนายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ และนายปณิธานได้พากันขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เบล 412 ทันที โดยมีเฮลิคอปเตอร์อีกลำหนึ่งบินคุ้มกัน โดยไม่ได้แจ้งที่หมายลงจอดที่ใด

เสื้อแดงดัก อภิสิทธิ์หน้ากรมประชาฯ

กลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 1,000 คน พร้อมรถ จยย.และรถกระบะนับ 10 คัน เดินทางมาชุมนุมที่หน้าสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ถนนวิภาวดีรังสิต หลังทราบข่าวว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาออกรายการสด แถลงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างมาก ทั้งนี้มีตำรวจจาก บก.น.2 สังเกตการณ์อยู่ภายในสถานีเพื่อรักษาความปลอดภัยจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เดินทางเข้ามาตามกำหนดนัดหมาย แต่กลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่สลายตัว ปักหลักอยู่หน้าทางเข้าด้านถนนวิภาวดีรังสิต พร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ตลอดเวลา

เวลาไล่เลี่ยกันกลุ่มคนเสื้อแดงอีกกลุ่มประมาณ 1,000 คน ที่กำลังเดินทางไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้าสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ได้เข้าปิดด่านเก็บเงินทางด่วนดินแดง เพราะไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ทางด่วนไม่ยอมเปิดไฟสปอตไลต์ 3 ดวง บริเวณใต้ทางด่วน เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันความปลอดภัย แต่ภายหลังปิดด่านเก็บเงินประมาณ 30 นาที แกนนำ นปช.ได้สั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดทางด่วนดินแดงเหมือนเดิม และกลับไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้การจราจรคลี่คลายลงได้

ขออภัยประชาชนที่เดือดร้อน

ในส่วนความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบฯ หลังแกนนำ นปช.สลายเวทีปราศรัยที่หน้าสี่เสาฯแล้ว เวลา 17.00 น. นายณัฐวุฒิขึ้นเวทีปราศรัยเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ พร้อมประกาศต่อผู้ชุมนุมเสื้อแดงและผู้รับชมสถานีดีสเตชั่นว่า ขณะนี้คนเสื้อแดงที่กระจายไปสถานที่สำคัญๆต่างๆ ต่างทยอยไปรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้ว พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่กลุ่มแท็กซี่ไปปิดล้อมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และประกาศขออภัยผู้ที่ไม่ได้รับความสะดวก โดยระบุว่าคนเสื้อแดงไม่สามารถทิ้งพี่น้องที่มีจุดยืนในการต่อสู้ร่วมกันได้ จึงต้องยกขบวนไปสนับสนุน จากนั้นก็ท้าทายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ว่าถ้าจะเอารถเครนมายกแท็กซี่คงต้องยกไปปักบนฐานแหลมอนุสาวรีย์ ส่วนการปิดการจราจรที่อนุสาวรีย์นั้นก็เพื่อเปิดทางให้ประชาธิปไตย หลังประกาศผู้ชุมนุมก็ส่งเสียงเฮเสียงดังกึกก้อง

แถลงการณ์ฉบับ 2โค่น อภิสิทธิ์

จากนั้นเวลา 17.06 น. มีการดีเดย์ประกาศยกระดับมาตรการชุมนุม โดยนายวีระ มุสิกพงศ์ อ่านแถลงการณ์มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดงฉบับที่ 2 ว่า ไม่ยอมรับรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ และการกระทำใดๆของมวลชนคนเสื้อแดงต่อไปนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่ของพลเมืองในการใช้สิทธิอันชอบธรรม เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อเรียกร้อง 3 ประการในแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ยังดำรงอยู่ นายวีระได้ อ่านประกาศแถลงการณ์ฉบับ 2 ย้ำถึง 2 รอบ โดยย้ำว่าโปรดฟังอีกครั้ง ท่ามกลางเหล่ามวลชนคนเสื้อแดงส่งเสียงตะโกนโห่ร้องขับไล่รัฐบาลเสียงดังกึกก้อง นายวีระยังขยายความในแถลงการณ์ฉบับล่าสุดนี้ด้วยว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา วันที่ 10 เม.ย. ที่พัทยา ยังไม่ทราบว่าจะมีประเทศไหนเข้าร่วมประชุมด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้คนเสื้อแดงได้เดินสายไปยื่นหนังสือชี้แจงกับสถานทูตต่างๆ ในประเทศไทยไปแล้วถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล และอาจมีการชวนประชาชนงดจ่ายภาษีให้รัฐบาล เพื่อรอจ่ายให้รัฐบาลชุดหน้า

ยอมรับไม่ใช่แผนแค่ไปช่วยหนุน

เวลาไล่เลี่ยกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายจักรภพ เพ็ญแข แถลงพร้อมกันที่หลังเวทีสะพานชมัยมรุเชฐ โดยนายจตุพรกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงครั้งนี้ นำไปสู่สิ่งที่เป็นเรื่องยากที่จะดำเนินการ เพราะเรายึดถือสันติในความเคลื่อนไหวมาตลอด แต่ตอนนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้ตอบปฏิเสธข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงมาก่อน ตั้งแต่ยังไม่ครบเส้นตาย 24 ชั่วโมงที่ขัดไว้ จึงทดสอบการเริ่มมาตรการรุนแรงมากขึ้น ตั้งแต่การเคลื่อนขบวนไปที่พรรคประชาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ และเมื่อกลุ่มเพื่อนแท็กซี่เห็นว่า ข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง จึงใช้วิธีไปปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แม้กลุ่มแท็กซี่ซึ่งได้ตัดสินใจไปก่อน แต่ก็ได้ร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงมาตั้งแต่ต้น แกนนำจึงร่วมในการปิดล้อมครั้งนี้ด้วย พร้อมเรียกร้องให้มวลชนที่อยู่ใกล้เข้าไปร่วมสนับสนุน

ทักษิณอารมณ์ดีร้องเพลงเปิดฉาก

ในเวลา 20.24 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวตามนัด ทักทายผู้ชุมนุมผ่านระบบวีดิโอลิงค์ โดยอดีตนายกฯ เปิดฉากด้วยการร้องเพลง เล่าสู่กันฟัง ของเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ที่ร้องว่า ฝนที่ตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว จากนั้นก็บอกว่า ที่ร้องเพราะวันนี้นั่งดูมิวสิกวีดิโออยู่ ตรงกับที่เป็นอยู่ตอนนี้ วันนี้ได้ข่าวว่าโดนฝนเทียม และเมื่อคืนก็นอนบนถนนกัน ต้องมองให้เป็นอีกมุมหนึ่ง ว่าในชีวิตพี่น้องไม่สามารถนอนบนถนนได้ แต่วันนี้มานอนบนถนน ไม่ใช่มานอนเพราะเราตกทุกข์ได้ยาก แต่เรามา นอนเพราะเรียกร้องอนาคตให้ลูกหลานเรา ฉะนั้นคนจะไปนอนคฤหาสน์ใหญ่อย่างไร ก็ไม่สามารถสร้างประวัติ-ศาสตร์ได้ ประวัติศาสตร์ครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ถ้าพี่น้องมารวมกันแบบนี้ยังไม่สามารถทำประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตยของประชาชนได้ แล้ว ก็ไม่มีอีกแล้ว หลายทศวรรษมาแล้ว เราอยู่บนประ-ชาธิปไตยเพื่ออำมาตย์ ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน

ขอโทษคนกรุงที่เดือดร้อนถูกปิดถนน

อดีตนายกฯกล่าวว่า วันนี้ได้รับแจ้งว่าพี่น้องแท็กซี่ ได้ไปปิดการจราจรที่อนุสาวรีย์ โดยที่ไม่มีใครสั่ง ผมต้องขออภัยแก่พี่น้องที่ใช้รถใช้ถนนใน กทม.ที่ไม่ได้รับความสะดวก แต่ไม่สะดวกครั้งนี้เป็นการไม่สะดวกเพื่ออนาคตลูกหลานข้างหน้า ทนกันซักนิด ไม่กี่วันเพื่ออนาคตที่ยาวนานของเรา เราทนสุกๆดิบๆกับประชาธิปไตยมาหลายสิบปีแล้ว ทำไมจะทนกับความไม่สบายไม่สะดวกไม่กี่วัน ตนรู้ว่าประชาชนไปไกลล่วงหน้ากว่าเราเยอะ เขาใจร้อน ซึ่งตนได้รับโทรศัพท์จากประชาชน จ.หนองคาย อุดร อุบล เชียงใหม่ ลำพูน และพี่น้องต่างจังหวัดที่อยู่ใน กทม. ต่างคนต่างบอกว่าทำไมช้าจัง สปิริตของพี่น้องแท็กซี่ ลองนึกถึงลุงนวมทองดู ที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อประชาธิปไตยดู วันนี้พี่น้องแท็กซี่ยอมทำผิดกฎหมายจราจร เพราะอยากบอกพี่น้องที่กรุงเทพว่า มาร่วมกันนำประชาธิปไตยเพื่อประชาชนให้เกิดขึ้นจริงเถิด

ยกเป็นการต่อสู้ครั้งประวัติศาสตร์

อดีตนายกฯกล่าวว่า มีคนหนึ่งโทร.มาเล่าให้ตนฟัง เขาบอกว่าไปซื้อของ แต่คนขายของบอกว่าอยากจะปิดร้านอยากมาร่วมกับเสื้อแดง รู้มั้ยว่าประชาชนวันนี้เขาอึดอัดมาก การต่อสู้วันนี้ ขอให้คนที่ไม่ได้ร่วมต่อสู้ เข้าใจว่า มันเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ เพื่อถอนรากถอนโคนปฏิวัติ 19 ก.ย. เพื่อให้เป็นการปฏิวัติครั้งสุดท้ายของประเทศไทย เพื่อให้รัฐธรรมนูญ ปี 40 เป็นรัฐธรรมนูญสุดท้าย ที่ถูกฉีกโดยทหาร และเป็นการถอนรากถอนโคนอำมาตย์ผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้การปฏิวัติต้องไม่เกิดขึ้น เพราะถือว่าอำนาจของประชาชนสูงสุด ต้องไม่มีอำนาจอื่นใดมาเหนือกว่าอำนาจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอีกแล้ว

ลั่นแพ้ไม่ได้ต้องชนะเพื่อชาติ

วันนี้เราแพ้ไม่ได้เราต้องชนะ ถ้าเราแพ้ประเทศไทย ประชาชนแพ้ อนาคตประเทศไทยและลูกหลานไม่มีความแน่นอน เราต้องต่อสู้โดยสันติ ไม่ยึดสถานที่ราชการ สมัยที่ตนเป็นนายกฯ สีเหลืองบุกเข้าทำเนียบรัฐบาล เพราะมีอำมาตย์ และพรรคประชาธิปัตย์หนุนหลังอยู่ แต่วันนี้เรารักสันติ เราต้องการต่อสู้แบบสันติ เพื่อบอกกับชาวโลกให้รู้ว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลต่อไป เราจะบอกพี่น้องประชาชนว่า ขอให้ท่านเสียสละความไม่สะดวกสบายให้เราบ้าง แล้วในที่สุดเมื่อประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเพื่อประชาชนแล้ว ท่านคือประชาชนคนหนึ่ง ท่านได้ประโยชน์แน่นอนจะมีลูกหลานอีกชั่วคนก็จะได้ประโยชน์ในอนาคต ประเทศเราล้าหลังมานานเราแพ้ประเทศแล้วประเทศเล่า จนต้องมาแข่งกับเวียดนาม ถ้าปล่อยไว้เราก็ต้องแพ้อีก แล้วคนไทยก็ต้องจนต่อไปแล้วมีหนี้สินที่ชำระไม่ได้ พอกันทีสำหรับประเทศไทย ที่มีคนจน ปล่อยให้มีหนี้สินที่ชำระไม่ได้ แล้วปล่อยให้ พวกอำมาตย์สบายๆแบบนี้

ฉะมาร์คเป็นนายกฯเพราะปล้นเขามา

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ยังมีความทรงจำช่วงที่ไทยรักไทยเป็นรัฐบาลได้หรือไม่ ตอนนั้นอำมาตย์ยังครอบงำ แต่พี่น้องให้คะแนนเสียงตนมากมายจนสามารถทำงานให้พี่น้องได้เต็มที่ แต่ถ้าเราจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่อำมาตย์ที่ไม่ครอบงำ พี่น้องคิดดูว่าจะมีความสุขมากกว่าช่วงไทยรักไทยมากแค่ไหน ประเทศชาติจะมีศักดิ์มีศรี แค่ไหน อดทนกันอีกไม่กี่วัน พี่น้องทหารตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯทั้งหลาย หัดซื่อบื้อหน่อย ได้รับแจ้งมาว่าผู้ว่าฯหนองคาย ตัดไฟที่ศาลากลาง พี่น้องข้าราชการทั้งหลายวันนี้ประชาชนเขามาด้วยความบริสุทธิ์ เขาอยากเห็นประชาชนธิปไตยเพื่อประชาชน ถ้าประชาธิปไตยเพื่ออำมาตย์ เขาต้องไปรอรับความเห็นใจจากอำมาตย์ ต้องรอบอกว่า ท่านนายกฯอภิสิทธิ์เป็นนายกฯที่ดี เป็นโชคดีของประเทศไทย ความจริงนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯที่เหมือนผลไม้ที่มาจากต้นไม้ที่เป็นพิษ ก็คุณปล้นทุกอย่างฝืนเจตนาของประชาชน และมีอำมาตย์มีอภิสิทธิ์ชนใน กทม.บอกว่าอย่ามายุ่งตอนนี้ ปล่อยให้เขาแก้ปัญหาก่อน ถ้ามีสปิริตจริงยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ประชาชนอาจเลือกเข้ามาเพราะหล่อ ถ้าวันนี้ยังดื้อแบบนี้ เสียดายอนาคต

ให้อนุพงษ์ขอให้อภิสิทธิ์ลาออก

วันนี้เราจะสู้กันแบบสันติ แม้จะยกไปขัดขวางตรงนั้นตรงนี้บ้าง แต่เราไม่ทำลายทรัพย์สิน ไม่บุกไปสถานที่ราชการ ถ้าผิดก็ผิดกฎหมายจราจร เรื่องเล็ก พี่ น้องทหารตำรวจ อย่าใช้แก๊สน้ำตา อย่าใช้อาวุธ กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ถึงแม้วันนี้เราจะไม่มีเส้น เราจะนำมาการเอียงมันผิด อย่าเอียง อนาคตที่สดใสของประเทศไทย และลูกหลานเราคว้าได้หรือไม่ มันอยู่แค่เอื้อมอยู่ แล้ว เราต้องอดทนสู้ต่อไปอย่ายอมแพ้ครับพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณก็กล่าวถึง พล.อ.อนุพงษ์ ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนไม่เห็นมาบอกให้นายอภิสิทธิ์ลาออกเลย แล้ว ผบ.เหล่าทัพ ตอนนายกฯสมชายอยู่ มาออกทีวีขอให้ลาออก แบบนี้เขาเรียกว่าอิทธิพลของอำมาตย์เช่นกัน ตกลงนายอภิสิทธิ์จะเป็นรัฐบาลของอำมาตย์หรือของประชาชนกันแน่ ถ้าอยากเป็นรัฐบาลของประชาชนในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ มีโอกาส

ลั่นสู้ไม่ถอยจนกว่าจะได้ ปชต.

อดีตนายกฯกล่าวว่า พี่น้องต่างจังหวัดบอกจะผลัดเปลี่ยนเวรมา เขาโทร.มาบอกตน เช่นเดียวกับประชาชนที่ กทม. เพื่อให้คนแน่นแบบนี้ต่อไป บอกชาวโลกให้รู้ว่าเราสู้ไม่ถอย จนกว่าเราจะได้มาเพื่อประชาธิปไตยเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ให้อำนาจอำมาตย์ ลองคิดดู เอาคนหยิบมือไม่กี่คน แต่งตั้ง ส.ว.มาครึ่งหนึ่ง และ ส.ว.มีสิทธิ์ถอดถอนคนที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็ตั้งองค์กรอิสระ ไปยุบพรรคการเมือง ไปถอดถอนคนที่มาจากประชาชนบ้าง ไม่สนใจอำนาจประชาชนเลย เราทวงคืนอำนาจของประชาชนมาเลย ได้ข่าวว่ามีทหารคนหนึ่งบอกว่า ที่พวกเราทำอยู่เป็นวิธีการคอมมิวนิสต์ ตอนนี้คอมมิวนิสต์มีแต่ชื่อ ดูอย่างประเทศจีนว่าเป็นทุนนิยมขนาดไหน

วอนขอความยุติธรรมในแผ่นดินไทย

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า คนที่สนับสนุนแนวคิดของอำมาตย์เป็นคนที่ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของโลก ดูถูกเสียงส่วนใหญ่ ของผู้ใช้แรงงาน ชาวไร่ชาวนาว่าเป็นเสียงที่ไม่มีคุณภาพ สู้พวกอำมาตย์ไม่ได้ แต่สำหรับตนหนึ่งเสียงเท่ากัน และต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ การแบ่งขั้วทางการเมือง ทำให้เกิดการแบ่งแยก เพราะไม่เข้าใจอุดมการณ์ที่แท้จริงของประชาธิปไตย ถ้าทุกฝ่ายเข้าใจจะไม่เป็นแบบนี้อีกเด็ดขาด ถ้าประชาธิปไตยเป็นของประชาชนเพื่อประชาชน เคารพเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ ขอให้ทุกคนเข้าใจอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่แท้จริง แล้วจะเห็นว่าพวกเราแม้ใส่สีแดง แต่เราต่อสู้ให้ทุกคนที่เป็นคนไทย อยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว เราไม่ได้บอกว่าต่อสู้มาแล้ว เสื้อแดงขอคุมทั้งหมด ไม่ใช่เลย วันนี้เราไม่เคยต่อสู้ว่า อภิสิทธิ์ออกไป แล้วเอาวีระเป็นนายกฯไม่ใช่เลย เรากำลังต่อสู้เพื่อเห็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีความเสมอภาค มีความยุติธรรมในแผ่นดินไทย ไม่ใช่ต้องฟังอำมาตย์ อำมาตย์ไม่เห็นด้วยก็ไปไม่ได้ เพราะอำมาตย์บางคนไม่ทันโลกแล้ว บางคนไม่มีลูกมีหลานก็ไม่ห่วงอนาคต

ให้ทุกคนร่วมใจเดินสู่เป้าหมาย

อดีตนายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรามารวมกัน มีทั้งคนจน คนรวย คนแก่ หนุ่มสาว และเด็กเยาวชน เราจะเดินไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายที่ดีของลูกหลาน ต้องขอส่งท้ายด้วยคำพูดของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่าเราทำได้ แล้วไม่มีโอกาสไหนในประวัติศาสตร์ไทยอีกแล้ว ที่จะทำได้แบบนี้ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป พี่น้องมาเยอะอย่างนี้ การเปลี่ยนแปลงหลายครั้งที่ผ่านมาน้อยกว่านี้ เมื่อมาเยอะแบบนี้แล้วมีกองหนุนอยู่จังหวัดต่างๆ แล้วจะเปลี่ยนไม่ได้ให้มันรู้ไป เราเปลี่ยนเพื่อประชาชนทั้งแผ่นดิน เราจะเป็นประชาชนผู้จงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว ตลอดไป ใครไม่สบาย ใครเหนื่อย ใครล้า ชวนเพื่อนมาเปลี่ยนแล้วกลับไปพัก เสร็จแล้วกลับมา สู้ใหม่ เราต้องไม่ถอย มีแต่บุก ถ้าครั้งนี้ใช้กำลังปราบปราม ทั้งที่ประชาชนมาสันติ พี่น้องครับเราจะลุกขึ้นทั้งประเทศ แล้วเราจะเดินกันทุกสาย ไม่ว่าจะเป็นรถอีแต๋น รถปิกอัพ รถเก๋ง รถบรรทุก ทุกสายจะเดินเข้ากรุงเทพฯให้หมด แล้วจะมีผมอยู่ตรงนั้นด้วย ปล้นอำนาจไปจากประชาชนตั้งแต่ 19 กันยาแล้ว ยังไม่พอ ยังปล้นเขาอีกครั้งหนึ่ง มันไม่มากไปหน่อยหรือ

เตือนอภิสิทธิ์อย่าหลงคำยอป๋า

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า พี่น้องที่กรุงเทพฯ อยู่พัทยา ทนความอึดอัดนิดเดียว ประเทศไทยจะดีกว่าช่วงที่ตนอยู่อีกเยอะ อยู่ๆปฏิวัติ พี่น้องลำบาก มีทุกข์จน คนเป็นหนี้ไม่รู้จะใช้หนี้อย่างไร อยู่ๆก็เป็นแบบนี้ ประชาชนจึงคิดถึงความสุขตอนที่ตนอยู่ แต่ถ้าได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา จะมีความสุขกว่าที่ตนอยู่อีกเยอะ ตนเดินทางรอบโลกเห็นหมดแล้ว และพร้อมที่จะให้คำแนะนำนายกฯคนใหม่ที่มาจากประชาชน ถ้าทำไม่ได้ตนจะช่วย แต่ไม่ได้ขอให้สู้เพื่อตน แต่ขอให้สู้เพื่อลูกหลานตัวเอง ขอให้เชิญชวนกันมา อย่าเบา อย่าแผ่ว เพราะเขาดูถูกเราเหลือเกินว่า ปล่อยเดี๋ยวก็แห้งไปเอง แสดงให้รู้หน่อยยิ่งอยู่ยิ่งแน่น ยิ่งคึก เราจะคว้าประชาธิปไตยของประชาชนได้แล้ว เหลือแต่ว่าถ้านายอภิสิทธิ์ เป็นนักประชาธิปไตย ไม่หลงคำยอป๋าเปรม ก็ยุบสภาแล้วเลือกตั้งกันใหม่ อนาคตยังอีกไกล

แท็กซี่ไปชุมนุมด้วยใจไม่มีจ้าง

จากนั้นอดีตนายกฯได้ถามกลับมายังเวทีปราศรัยว่า มีอะไรจะให้พูดทำความเข้าใจกับประชาชนหรือไม่ นายวีระกล่าวตอบไปว่า วันนี้เราจะพูดว่าจะอยู่ไปให้มาร์คแห้งไปเอง อดีตนายกฯกล่าวว่าไม่มีอะไรที่เกินมือเรา เราจะยืนหยัดและลุกขึ้นมาสู้ด้วยพลังในหัวใจของเรา ที่สำคัญขอย้ำอีกครั้งว่า ประชาชนที่โวยเรื่องรถติดต้องถือว่าท่านเสียสละ แม้ท่านมาร่วมไม่ได้ ความจริงแล้ว ตนไม่ได้สั่ง เพราะไม่ได้ติดต่อพี่น้องแท็กซี่ แต่เขาไปเองเขาทนไม่ไหว ล้ำหน้าพวกเราไปเสียอีก ตนไม่รู้ทางทีมงานทำอย่างไร แต่คงมีแผน และหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายเพราะไม่มีเส้น

อภิสิทธิ์ออกรายการสดแจงเรื่องม็อบ

ต่อมาเวลา 21.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ออกรายการสดผ่านทีวีรวมการเฉพาะกิจ ชี้แจงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีโอกาสพบปะกับพี่น้องประชาชนเพื่อที่จะบอกว่า รัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์และเตรียมการในเรื่องการชุมนุมใหญ่ ซึ่งมีการประกาศว่าจะมีการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. อยากจะขอใช้เวลาเพื่อให้รับทราบถึงสถานการณ์ เหตุผล จุดยืนของรัฐบาลและการดำเนินการของรัฐบาลต่อไป เพื่อความเข้าใจและมีความมั่นใจในแนวทางต่างๆ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ เรียนว่าเมื่อวันที่ 8 เม.ย. หลังจากที่ได้มีการจัดให้มีการชุมนุมใหญ่ทางการเมือง มีพี่น้องประชาชนเข้ามาชุมนุมทางการเมืองประมาณ 1 แสนคน ได้ย้ำมาตลอดว่าผู้ที่มาชุมนุม สามารถที่จะใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้ขอบเขตของรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้ ถือว่าประชาชนที่มาจำนวนมาก ก็มีข้อเรียกร้องหรือมีเหตุผลที่จะมาแสดงออก

ปัดข้อเรียกร้องไม่สมเหตุสมผล

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ได้พูดตลอดเวลาว่าเรื่องหลักการประชาธิปไตยนั้น เป็นสิ่งที่สนับสนุน แต่หลังจากที่ชุมนุมไปแล้ว มีการเสนอข้อเรียกร้องออกมาเบื้องต้น 3 ข้อ มีการกำหนดเส้นตายว่าจะต้องได้รับการตอบสนองภายใน 4 โมงเย็นของวันที่ 9 เม.ย. อยากจะเรียนว่าข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อนั้น มีความสับสนอย่างมาก ไม่ได้นำไปสู่เรื่องของการที่จะได้ประชาธิปไตย หรือการปฏิรูประบบ การเมืองการปกครองอย่างที่ควร เช่น การไปตั้งข้อเรียกร้อง ที่เกี่ยวข้องกับท่านประธานองคมนตรี หรือท่านองคมนตรี เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ต้องย้ำว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เป็นเรื่องที่มีความพยายามที่จะขยายวงความขัดแย้งทางการเมืองไปสู่สถาบันที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไปสู่เรื่องของตัวบุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และไม่ได้มีส่วน เกี่ยวข้องทางการเมือง มีความพยายามที่จะขยายผลต่อไปด้วย ซึ่งจะกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ

ให้ยุบสภาไม่เหมาะตอนนี้

นายกฯกล่าวต่อว่า ส่วนข้อเรียกร้องในเรื่องของตนเองนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่าการตัดสินใจของในเรื่องเหล่านี้ จะอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ที่จริงก่อนหน้านี้นั้นมีข้อเรียกร้องให้ตนยุบสภา ตนได้มีโอกาสชี้แจง รวมทั้งชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศด้วยว่า การยุบสภาถือว่าเป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีที่สามารถจะทำได้ในระบบรัฐสภา แต่การยุบสภาในภาวะเช่นนี้ คงไม่เหมาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ คือ คงไม่นำไปสู่การเลือกตั้งที่จะส่งเสริมภาพลักษณ์ของประชาธิปไตย เพราะเห็นได้ชัดว่ายังมีกลุ่มบุคคลจำนวนมาก มีการดำเนินการเคลื่อนไหวในลักษณะของการขัดขวางไม่ให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ข่มขู่ คุกคามในเรื่องของการใช้ความรุนแรงต่อพรรคการเมือง ซึ่งมีความคิดความอ่านไม่ตรงกับตัวเอง

ยุบสภาจะซ้ำเติมภาพลักษณ์ประเทศ

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนนึกภาพว่า ถ้ายุบสภาภายใต้บรรยากาศการประกาศการเคลื่อนไหวเช่นนี้ สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของชาวโลก ไม่ใช่เรื่องของกระบวนการประชาธิปไตย แต่จะนำไปสู่ภาพลักษณ์ของความวุ่นวาย ของความไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะการข่มขู่คุกคามจำกัดสิทธิของการเคลื่อนไหวของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเอง ขัดกับหลักประชาธิปไตยอย่างชัดแจ้ง หากเกิดความรุนแรงขึ้นช่วงการเลือกตั้ง จะเป็นการซ้ำเติม ภาพลักษณ์ประชาธิปไตยของประเทศอย่างรุนแรง ได้ย้ำมาตลอดว่าในแง่การเมือง การพัฒนาประชาธิปไตย การยุบสภาคงไม่เหมาะสมในช่วงนี้ ที่สำคัญขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงของการแก้ไขปัญหา ที่มีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชนและในฐานะประธานของอาเซียน งานในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังเดินหน้าไปอย่างชัดแจ้ง การจัดการประชุมสุดยอดผู้นำของอาเซียนบวกกับประเทศคู่เจรจาที่กำลังจะมีขึ้นในช่วง 3 วันข้างหน้านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการเสริมความเชื่อมั่น ล้วนแล้วแต่เป็นมาตรการสำคัญที่จะทำให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ หากมีการยุบสภาขึ้นในขณะนี้ สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ต้องหยุดชะงักลง

ออกแล้วเลือกกลับมาก็เหมือนเดิม

นายกฯกล่าวอีกว่า เมื่อมีการยืนยันชัดเจนอย่างนี้ ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมก็เปลี่ยนมาเป็นเรื่องของการลาออก ตรงนี้มีความสับสนมาก หากตัดสินใจลาออก สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือสภาผู้แทนราษฎรก็จะต้องมีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ วันนี้พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังยืนยันทำงานร่วมกันเหมือนเดิม ถ้ามีการลาออกแล้วเลือกนายกรัฐมนตรีเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง แล้วพรรคการเมืองต่างๆ เขาก็ตัดสินใจที่จะทำงานร่วมกันต่อ เลือกผมกลับเข้าเป็นนายกรัฐมนตรี เราก็กลับมาสู่สถานการณ์อย่างเดิมไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฉะนั้น อยากจะเรียนว่าข้อเรียกร้องไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับองคมนตรีก็ดี หรือตัวผมเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ชี้ 3 ข้อเรียกร้องสร้างความสับสน

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ฟังเสียงของพี่น้องที่มาชุมนุมกันถึงแสน ในข้อเรียกร้องข้อที่สาม คือ ความปรารถนา ที่จะเห็นระบอบประชาธิปไตยในการพัฒนาต่อไป ขณะนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเปิดโอกาส ให้รัฐสภาเปิดกว้างให้ฝ่ายต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ การปฏิรูปทางการเมือง เพื่อปรับปรุงกติกา รัฐธรรมนูญ กฎหมายต่างๆ ให้มี ความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ถ้าดำเนินการไปตามนั้น เราจะสามารถพิจารณาได้อย่างเหมาะสมต่อไปว่า การตัดสินใจในทางการเมืองของผม เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ควรจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะเริ่มเข้าใจว่า การผสมผสานข้อเรียกร้องข้อที่สาม ซึ่งมีเหตุมีผล แต่ว่าไม่มีรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร เข้ากับข้อ 1 ข้อ 2 เป็นความพยายามที่จะสร้างความสับสนทางการเมืองมากกว่า แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าขีดเส้นตายเอาไว้ โดยไม่มีเหตุผลชัดเจนว่า ทำไมจะต้องขีดเส้นตายกัน พร้อมกันนั้น นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ให้วันที่ 10 เมษายน เป็นวันหยุดราชการเพิ่มอีกวัน

ธนาคารไม่หยุดวันที่ 10 เม.ย.

อย่างไรก็ตาม จากการที่นายกรัฐมนตรีออกมาประกาศให้วันที่ 10 เม.ย. 52 เป็นวันหยุดราชการนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารพาณิชย์ยังคงดำเนินการตามปกติ ไม่ประกาศให้เป็นวันหยุด เนื่องจากมีความจำเป็นในการดูแลระบบการเบิกและถอนเงินของประชาชน เพราะตามปกติแล้วหากธนาคารพาณิชย์จะหยุดทำการ ต้องมีการสำรองเงินในเอทีเอ็ม รวมทั้งปรับระบบการหักบัญชีสำหรับการติดต่อรับจ่ายเงินระหว่างประเทศก่อน หากธนาคารพาณิชย์ใดเห็นว่ามีสาขาอยู่ในจุดเสี่ยง หรืออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ตัดสินใจให้สาขาเหล่านั้นปิดทำการได้ โดยให้แจ้งเรื่องกลับมายังแบงก์ชาติภายในวันพรุ่งนี้