WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, April 11, 2009

เรากำลังทำผิดหรือทำถูก คำถามยอดฮิต

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย





สองวันมานี้ ผมต้องไปร่วมสัมมนาขอทุนมาจ่ายค่า Server ไทยฟรีนิวส์ ก็เลยไม่ได้มีโอกาสไปร่วมกับคนเสื้อแดงได้นานนัก และไม่มีเวลาเขียนอะไรลงในเว็บบอร์ด แต่ก็ได้รับโทรศัพท์จากเพือนๆ ตลอดเวลาว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และเมื่อคืนวานนี้ผมก็ได้สื่ออิสระของต่างชาติไปดูพวกเราที่หน้าทำเนียบ คำถามยอดฮิตที่ผมได้รับคือ การที่คนเสื้อแดงเคลื่อนกำลังไปปิดอนุสาวรีย์ กับที่ราชดำเนิน ผิดหรือถูกอย่างไร บางคนสับสน

ผมตอบไปจากที่เคย ศึกษาตำราพิชัยสงครามตัวยงคนหนึ่งว่า "ในสงครามนั้นย่อมมีโมเมนตัมของสงคราม" ที่ใครๆ ก็ไม่อาจควบคุมได้ทั้งหมด สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และฝ่ายแดงได้ระดมพลแล้ว หากไม่โจมตีข้าศึก กำลังพลก็จะเสียขวัญกำลังใจ และเกิดความเบื่อหน่าย

ดัง นั้น การบุกโจมตีข้าศึกเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็น และคนที่เข้าร่วมรบ ควรจะต้องไม่ลังเลที่จำทำตามคนส่วนใหญ่ ส่วนการถกเถียงยุทธวิธีว่าควรหรือไม่ควรอย่างไร ก็ทำได้หลังจากศึกตลุมบอนจบไปแล้ว มีช่วงจังหวะให้ทำได้ แต่ในขณะชุลมุนวุ่นวาย ก็ต้องไม่ทำให้ฝ่ายเราละล้าละลัง

ผมคิดว่าการ ยึดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และราชดำเนิน ไม่ได้มีผลเสียมากนักต่อภาพพจน์ของคนเสื้อแดง เพราะอันที่จริงเราก็ยึดถนนพิษณุโลก ผิดการจลาจรในเส้นทางนี้อยู่แล้ว หากไปชุมนุมจุึดอื่นบ้างก็คงไม่มีอะไรเสียมากไปกว่าเดิม และก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร นอกจากกฎหมายเรื่องการกีดขวางเส้นทางจราจร โดนปรับก็ไม่เท่าไหร่

เพียงแต่เราอย่าเผลอเข้าไปยึดสนามบิน สถานที่ราชการอะไรเท่านั้น

บางคนกังวลเรื่อง "สื่อกระแสหลัก" ที่ออกข่าวในทางลบต่อคนเสื้อแดงตลอดเวลา

สำหรับ ผมเองแล้วคิดว่า "สื่อกระแสหลัก" เสื่อมอิทธิพลลงไปแทบหมดแล้ว ไม่มีฝ่ายใดฟังสื่อเหล่านี้อีกต่อไป คนเสื้อแดงก็ไม่สนใจสื่อพวกนี้อีกแล้ว เพราะพวกเขาไม่ได้เคารพใน วิชาชีพของตน ไปยอมตนต่ออำนาจเผด็จการ พวกนี้จะเสนอข่าวอย่างไร คงไม่มีผลต่อสถานการณ์มากนัก

สื่้อพวกนี้ก็เสนอข่าวในทางลบต่อคนเสื้อแดงมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่เสื้อแดงก็เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหา ที่คนเสื้อแดง มุ่งความสนใจอยู่ที่ "ประชาธิปไตยที่ปราศจากการแทรกแซง" ดังนั้น เรื่องอื่นๆ ผมว่าไม่ค่อยมีความหมายมากนัก สื่อจะคิดจะเขียนอย่างไรก็คงไม่มีใครแคร์มากนัก

ตอนนี้คนเลือกข้างหมดแล้ว ดังนั้น การสร้างกระแสเพื่อให้คนเปลี่ยนข้าง ด้วยการบิดเบือนข่าว ผมคิดว่าไม่มีผลต่อสถานการณ์แต่อย่างใด

คน เสื้อแดงที่มีใจเป็นไทแล้ว คงไม่ยอมกลับไปเป็นทาสเป็นไพร่อย่างสงบเสงี่ยมในอาณาจักรโบราณล้าหลังอีก เพียงแค่มีึคนเสื้อแดงไปชุมนุมอยู่่บนถนนราชดำเนิน กับอนุสาวรีย์ชัย

ผมว่ามันหมดเวลาที่จะดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วมขยายตลาดแล้ว เรามี "ลูกค้า่และตลาด" มากพอแล้ว

ได้เวลาที่จะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยหรือ เคลื่อนพลเข้าสู่สงครามแล้ว

อันธพาลการเมืองแก๊งปชป.-ไอ้ห้อยตะลุมบอนยิงเสื้อแดงเจ็บป่วนASEAN SUMMIT

ที่มา Thai E-News


อันธพาลการเมือง-กลุ่มอันธพาลการเมืองที่ใส่เสื้อน้ำเงินลอบทำร้ายระหว่างกลุ่มเสื้อแดงเลิกชุมนุมจะกลับกรุงเทพฯที่พัทยาเย็นวานนี้ มาเช้าวันนี้กลุ่มอันธพาลการเมืองที่นำโดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์-เนวินห้อยได้ใช้อาวุธปืนยิงเสื้อแดงบาดเจ็บ2คน

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 เมษายน 2552

หมายเหตุ:ข่าวนี้มีการอัพเดตเป็นระยะ



อันธพาลการเมือง-ภาพกลุ่มเสื้อน้ำเงินชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธเหมือนกับกองกำลังที่ฝึกมาอย่างดี ใต้การบัญชาการของส.ส.ประชาธิปัตย์และเนวิน ได้ใช้รถสิบล้อขวางทางไม่ให้เสื้อแดงไปประท้วงASEAN SUMMITจากนั้นเปิดฉากตะลุมบอนและยิงใส่เสื้อแดงบาดเจ็บ2ราย

กลุ่มอันธพาลการเมืองเสื้อน้ำเงินที่จัดตั้งโดยส.ส.ลูกพรรคประชาธิปัตย์เปิดฉากก่อชนวนเหตุเลือด นำสิบล้อปิดถนนขวางเสื้อแดงที่ไปประท้วงASEAN SUMMITทั้งที่เสื้อแดงพยายามเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น แต่ไม่วายเปิดฉากตะลุมบอนยิงปืนใส่เสื้อแดงเจ็บ2 นักข่าวเจอ"เนวินห้อย"โผล่ป้วนเปี้ยนคุมกำลังอันธพาลการเมือง แต่ปลายแถวเด็กห้อยบอกแค่มาเที่ยวสงกรานต์ BBCเผยที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีเพื่อหารือวิกฤตคาบสมุทรเกาหลีถูกยกเลิกกะทันหัน หลังจากโดนแท็กซี่เสื้อแดงปิดทางเข้าที่ประชุม ส่วนประชุมสุดยอดผู้นำต้องเลื่อนออกไปจนกว่าจะคุมสถานการณ์ได้



เกิดการประจันหน้ากันขึ้นในช่วงเวลาราว08.00-09.00 น.วันนี้ระหว่างกลุ่มเสื้อแดงที่เดินทางไปประท้วงการประชุมASEAN SUMMITที่พัทยา กับกลุ่มเสื้อสีน้ำเงินที่จัดตั้งโดยนายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มนายเนวิน โดยกลุ่มเสื้อน้ำเงินนำรถสิบล้อมาจอดขวางทางไม่ให้เสื้อแดงเข้าไปประท้วงการประชุม กลุ่มเสื้อน้ำเงินที่เป็นชายฉกรรจ์ใช้ผ้าปิดหน้าได้เปิดฉากยิงใส่เสื้อแดงที่พยายามจะเปิดทาง และเกิดการตะลุมบอนกันขึ้น

การประจันหน้าของ2ฝ่ายเปิดฉากขึ้นหลังจากกลุ่มเสื้อสีน้ำเงินที่ได้เปิดฉากทำร้ายกลุ่มเสื้อแดงเมื่อเย็นวานนี้ ได้ดักรอกลุ่มเสื้อแดงที่เดินทางมาประท้วงASEAN SUMMIT โดยเริ่มจากการเปิดฉากด่าทอกัน กลุ่มเสื้อสีน้ำเงินอ้างว่าพวกตนมาปกป้องการประชุมเพื่อรักษาหน้าตาของประเทศ และปกป้องสถาบันกษัตริย์ ส่วนกลุ่มสีแดงกล่าวหาว่ากลุ่มเสื้อสีน้ำเงินจัดตั้งโดยนายเนวิน มาขัดขวางการแสดงออกของเสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย และโค่นล้มรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่หมดความชอบธรรม

จากนั้นมีการเดินหน้าเข้าหากัน และเริ่มมีการปาสิ่งของ เช่น ขว้างปาด้วยก้อนหิน เสียงระเบิดของประทัดยักษ์เข้าใส่กัน และตะโกนด่ากัน โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารเข้าไปห้ามปราม หรือควบคุมการปะทะกัน

มีเสียงปืนดังขึ้น ฝ่ายเสื้อแดงอ้างว่าพวกตนถูกฝ่ายเสื้อน้ำเงินยิงเข้าใส่2ราย บาดเจ็บถูกหัวเข่าและเท้าบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนฝ่ายเสื้อสีน้ำเงินอ้างว่าพวกตนถูกเสื้อแดงขว้างประทัดยักษ์ใส่ ต่อมานายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองพัทยายอมรับว่ามีผู้บาดเจ็บ3คนนำส่งโรงพยาบาลแล้ว มีทั้งฝ่ายเสื้อแดง เสื้อน้ำเงิน และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ

กลุ่มเสื้อแดงนำโดยนายอริสมันตร์ พงษ์เรืองรอง ส่วนกลุ่มเสื้อน้ำเงินนำโดยนายประมวล เอมเปีย

นายประมวลอ้างว่าตนไม่ได้กระทำในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทำในนามของคนชลบุรี เพราะไม่เชื่อมั่นกำลังทหารตำรวจว่าจะปกป้องการประชุมASEAN SUMMITจากกลุ่มเสื้อแดงได้ จึงจัดตั้งกำลังคนเสื้อสีน้ำเงินมาป้องกัน และขอเรียกร้องคนชลบุรีออกมามากๆ อย่าปล่อยให้คนต่างถิ่นมาก่อความวุ่นวาย อย่านอนดูทีวีอยู่ที่บ้านเฉยๆ และหากกลุ่มเสื้อแดงทำร้าย เราก็ต้องตอบโต้เต็มที่

ต่อมาในเวลาราว09.30 น.แกนนำเสื้อแดงและน้ำเงินได้จับมือกัน และตกลงว่าจะเลิกปะทะกัน และจะชุมนุมโดยสงบ

เมื่อคืนที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยกับกลุ่มเสื้อแดงว่า ได้ยินว่าตอนไปประท้วงที่พัทยาขากลับถูกฝ่ายเสื้อน้ำเงินของนายเนวินลอบทำร้าย ซึ่งให้รับทราบว่าเสื้อแดงเจ็บ ตนเองก็เจ็บด้วย และการอ้างว่ารักษาสถาบันกษัตริย์แล้วมาก่อเหตุร้ายแบบนี้ คงทำให้สถาบันไม่สบายใจ

เผยอันธพาลการเมืองแก๊งปชป.ปิดถนนขวางจุดชนวนเหตุทั้งที่เสื้อแดงเลี่ยงปะทะ

ไทยรัฐรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น. วันนี้ (11 เม.ย.) กลุ่มรถแท็กซี่ สีแดงกว่า 500 คัน เคลื่อนขบวนออกจาก ลานประชาธิปไตย ซอยเพชรตระกูล พัทยาเหนือ พร้อมกับกลุ่มเสื้อแดง ที่ มีทั้ง จักรยานยนต์และเดินเท้าอีก 1,000 คน มุ่งหน้าไปโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่ ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ทั้ง 16 เทศ โดยกลุ่มเสื้อแดง จำนวนดังกล่าวใช้เส้นทาง ถนนพัทยาสาย 3 เพื่อมุ่งหน้าไป ยังสถานที่ประชุม

ต่อมาเมื่อเวลา 07.00 น.กลุ่ม คนเสื้อแดงได้เผชิญหน้ากันกับ เสื้อสีน้ำเงิน หลังเขียนว่า สงบสามัคคี ที่บริเวณ ที่ตั้งเวทีด้วยรถ 10 ล้อปิดถนนพระตำหนัก ที่เป็นทางขึ้น ที่ประชุม ประมาณ 300 คนเช่นกัน จนกระทั่งเวลา 07.50 น.เสื้อแดง ได้ขึ้นรถแท็กซี่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าส่วนเส้นทางอ้อมเขาพระตำหนักที่เป็น ถนนอีกเส้นทางหนึ่ง ที่กลุ่มเสื้อแดง ใช้เป็นเส้นทางเดินไปที่ประชุม ซึ่งมีกลุ่ม เสื้อน้ำเงิน ใช้รถ 10 ล้อขวางเป็นกั้นการจราจรเช่นกัน มีกำลังประมาณ 200-300 คน อยู่ปากซอย 5 เสื้อแดง อยู่ที่ซอย 4 กลุ่มเสื้อแดงต้องการขึ้นไปที่ประชุมเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะทุกรูปแบบ

สื่อกระบอกเสียงพันธมิตรยอมรับเสื้อน้ำเงินก่อเหตุก่อน โทษตำรวจบื้อ
แม้กระทั่งกระบอกเสียงของพันธมิตร ผู้จัดการ ก็ยอมรับว่าชนวนเหตุเกิดจากฝ่ายเสื้อน้ำเงิน โดยนำเสนอข่าวว่า รัฐบื้อ! ปล่อยเสื้อน้ำเงินปะทะหางแดงที่พัทยา

งามหน้า! เจ้าหน้าที่รัฐไร้น้ำยา ปล่อยกลุ่มเสื้อน้ำเงินปะทะม็อบเสื้อแดงจนถึงขั้นนองเลือด ขณะพยายามเข้าขัดขวางเพื่อไม่ให้ม็อบเสื้อแดงขึ้นไปป่วนการประชุมอาเซียนซัมมิทได้สำเร็จ ท่ามกลางตำรวจ-ทหารนับร้อยนายที่ได้แต่ยืนดู

เนวินห้อยโผล่พัทยา รัฐมารบอกคงมาเที่ยวสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวสอบถามนายศุภชัย ใจสมุทร ซึ่งอยู่ในกลุ่มเพื่อนเนวิน และเป็นตัวแทนฝ่ายไทยในการจัดประชุมอาเซียนซัมมิตว่า เห็นนายเนวินมาปรากฎตัวที่พัทยา เป็นการเข้ามาควบคุมกำลังกลุมเสื้อน้ำเงินปะทะเสื้อแดงหรือไม่ นายศุภชัยตอบปัดว่า นายเนวินคงมาเที่ยวสงกรานต์มากกว่า

พร้อมกันนั้นนายศุภชัยได้กล่าวโจมตีกลุ่มเสื้อแดงว่าเมื่อวานนายอริมันตร์ได้มายื่นหนังสือประท้วงต่อผู้นำการประชุมแล้วรับปากว่าจะยุติ แต่กลับยกพวกมาอีก อาจเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่ต้องจัดการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินได้กระจายตัวพักกันอยู่โดยรอบด้านบนเขาพระตำหนัก และได้เคลื่อนพลออกไปตั้งแนวสกัดกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณเชิงเขาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 2 ได้เดินตรวจความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่และกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินที่ปักหลักอยู่บนเขาพระตำหนัก นอกจากนี้ยังมีนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้คอยมาบัญชาการกลุ่มคนเสื้อนำเงินอยู่ที่บริเวณโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ด้วย

ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้ยกเลิกประชุมวิกฤตเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เหตุปะทะเช้านี้ และการที่เสื้อแดงมาปิดล้อมที่ประชุมทำให้การประชุมภูมิภาคกรณีวิกฤตการณ์คาบสมุทรเกาหลีต้องถูกยกเลิกไป โดยรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ถูกยกเลิก เพราะไม่สามารถเข้าสู่ที่ประชุมได้ตามกำหนด นี่เป็นครั้งแรกที่กลุ่มเสื้อแดงสามารถรบกวนให้การประชุมครั้งนี้ถูกยกเลิก

สำนักข่าวAFPรายงานว่าพวกประท้วงเสื้อแดงใช้แท็กซี่จอดขวางทางเข้าประชุม เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ลาออก โดยกล่าวหาว่าเข้าสู่อำนาจโดยไม่ชอบธรรม และต้องจัดการเลือกตั้งใหม่

นายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกรัฐบาล ได้แถลงเลื่อนเวลาการประชุมอาเซียน โดยกล่าวว่ายืนยันว่าไม่มีการยกเลิกการประชุม และเมื่อการประชุมเริ่มต้นขึ้นได้จะแจ้งให้ทราบต่อไป คาดว่าคงอีกไม่นาน โดยขณะนี้ได้เลื่อนเวลาการประชุมออกไปก่อน กำลังรอสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งคาดว่าเร็วๆนี้

สำหรับมาตรการที่รัฐบาลกำลังทำเป็นมาตรการที่ขึ้นอยู่กับการรักษาความปลอดภัยตามหลักสากล ขณะนี้ผู้นำ 15 ประเทศอยู่ที่นี่ เราจำเป็นต้องรักษาความปลอดภัย ต่อไปนี้จะเข้าสู่ระบบรักษาความปลอดภัยตามหลักสากล ซึ่งผู้นำทุกท่านทราบสถานการณ์ดี และขณะนี้ก็เตรียมพร้อมที่จะกลับเข้าร่วมการประชุมอีกครั้ง

แท็กซี่-เสื้อแดงนับหมื่นถึงเมืองพัทยากลางดึก

ช่วงดึกที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรดากลุ่มรถแท็กซี่มิเตอร์ กว่า 500 คัน ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยรถบัสกว่า 20 คัน รถหกล้อ รถส่วนตัว และ รถจักรยานยนต์อีกจำนวนมาก พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 1 หมื่นคน ได้เริ่มทยอยเดินตรงเข้ามาถึงที่เมืองพัทยาแล้ว โดยกลุ่มคนเสื้อแดงและขบวนรถแท็กซี่ได้เดินทางตรงเข้ามาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณ จุดสกัดเพชรตระกูล ถนนเพชรตระกูล

โดยบรรยากาศที่บริเวณจุดสกัดเพชรตระกูล นั้นเต็มไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง และกลุ่มคนเสื้อแดงยังได้มีการขยายเส้นทางการปิดกั้นถนนออกไปจนเกือบหมดทั้ง ถนนเพชรตระกูล ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงบรรดารถแท๊กซี่ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมได้เหตุการณ์และกล่าวถึงสาเหตุที่มาล่าช้ากว่ากำหนดว่า ในระหว่างที่พากันเดินทางมานั้นได้ถูกทางเจ้าหน้าที่วางตะปูเรือใบเอาไว้ตามพื้นถนน จึงทำให้รถแท็กซี่เกือบ 100 คัน ถูกตะปูเรือใบจนยางรถระเบิดต้องเสียเวลา หยุดขบวนกลางคันเพื่อสับเปลี่ยนล้อยาง

ด้านแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยว่า จะยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงพากันเดินทางมาร่วมชุมนุมที่เมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง และ คาดว่าในรุ่งเช้าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่พากันมาร่วมชุมนุมถึง 3 หมื่นคน เบื้องต้นกลุ่มคนเสื้อแดงที่รวมตัวกันชุมนุมที่บริเวณจุดสกัดเพชรตระกูล นั้นยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือแผนการใดๆ โดยแกนนำได้สั่งให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่พากันพักผ่อน โดยมีทางการ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดงกระจายกำลังไว้รอบบริเวณจุดชุมนุมเพื่อป้องกันกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินที่อาจจะลอบเข้ามาทำร้าย โดยทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะได้ทำการรวมตัว และ เคลื่อนไหวกันต่อในวันรุ่งขึ้น

Thai protest breaks summit cordon - BBC News

ที่มา thaifreenews


Anti-government protesters in Thailand broke through a police cordon, laying siege to the venue that will host a summit of Asian leaders this weekend.

…บอกให้ เสื้อแดงปิดถนนน่ะ มีคนโกรธจริงๆไม่เท่าไหร่หรอก เพราะ...

ที่มา thaifreenews

คอลัมน์ ลายคราม

…บอกให้ เสื้อแดงปิดถนนน่ะ มีคนโกรธจริงๆไม่เท่าไหร่หรอก เพราะ...

มิได้เห็นด้วยกับการปิดถนนรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ครั้งนี้นัก..แต่เข้าใจได้


แต่อย่ามาพูดโกหกให้เสียน้ำลายว่า การปิดถนนน่ะทำให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เดือดร้อน ..อย่างแสนสาหัส



ผมถามว่าใครวะ ! ที่ป่านนี้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แล้วสงสัยต่อไปอีกว่ามันมีรึ?คนที่ไม่รับรู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ ถ้ามีก็แสดงว่าเพิ่งโผล่มาจากรู ..พวกตัวตุ๊ดตู่


ไม่มีหรอกครับ พี่น้อง ทุกคนเขารับรู้กันหมดแหละว่าอะไรมันเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ารู้แล้วจะคิดอะไร ..ที่สำคัญก็คืออยู่ข้างไหน ?


คนอยู่ตรงกลางจริงๆแล้วได้รับผลกระทบ เขาก็อาจโกรธบ้าง แต่ไม่มากหรอกครับ ..เพราะเขาเข้าใจได้


ส่วนพวกพันธมิตรนั้น ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ดีอกดีใจยิ่งกว่าได้แก้ว เพราะจะได้มีคนทำเหมือนกับตนที่ได้ทำความเสียหายย่อยยับนับแสนล้านให้กับประเทศชาติ


พันธมิตรหวังให้เป็นเช่นนี้มานานแล้ว เรียกว่าอยากให้เกิดขึ้นมาตั้งนานแล้วชนิดตัวเนื้อสั่น ..แต่คนเสื้อแดงยังไม่ยอมทำ


คนที่แกล้งทำเป็นเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจริงๆงานนี้ ก็คือพันธมิตร และพรรคประชาธิปัตย์ และยังมีนักข่าวอย่างนายกนก รัตน์วงศ์สกุลกับธีระ ธัญญะไพบูลย์เท่านั้น


แต่ใจจริงๆแล้ว ชอบที่สุด ..เพราะคิดว่าเสื้อแดงจะเสียมวลชน ไปเยอะ !


ที่จริงการปิดถนนน่ะ ผิดแค่ข้อหาการกีดขวางจราจรเท่านั้น เสียค่าปรับให้พี่จ่าแกไปร้อย-สองร้อยก็จบ ..ไม่เห็นเป็นไร ?


แต่ที่เป็นข่าวใหญ่โตก็เพราะว่าพวกประชาธิปัตย์กับพันธมิตรพยายามประโคมโหมข่าวให้เรื่องปิดถนน ยิ่งใหญ่ ร้ายแรงกว่าการปิดสนามบิน ยึดทำเนียบ ล้อมรัฐสภา


ทำเอาฝรั่งซึ่งได้เมียเป็นคนไทยยังส่ายหัว ตะโกนให้ผมได้ยินพร้อมกันว่า ..Impossible !


เพราะปิดสนามบินนี่เป็นข้อหากบฏ ..โทษประหารอย่างเดียว !



ผมประเมินครับ ปิดถนนครั้งนี้มีคนโกรธจริงไม่เท่าไหร่หรอก..


เพราะคนปิดกับคนถูกปิด ส่วนใหญ่แล้วคือพวกเดียวกัน ..รึใครจะเถียง !!!

เมื่ออภิสิทธิ์ปฏิเสธข้อเรียกร้องของมวลมหาประชาชน !!

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ อัคนี คคนัมพร
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
9 เมษายน 2552

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบปฏิเสธข้อเรียกร้องของ “มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดง” ผ่านสื่อ ตามแบบฉบับของผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดิน

ข้อเรียกร้องของมวลชนคนเสื้อแดงในครั้งนี้ มีสาระ 3 ประการคือ

1.ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี

2.ให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

3.คนเสื้อแดงยืนยันการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งหมายความถึงระบบรัฐสภาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่มีข้อแม้ว่า การปฏิรูปการเมืองหรือการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องใช้คนที่เป็นนักประชาธิปไตยเท่านั้น จะใช้นักประชาธิปไตยปลอมไม่ได้

ข้อเรียกร้องข้อ 1 นั้น นายอภิสิทธิ์ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว จึงไม่ต้องตอบ

แต่ข้อ 2 และข้อ 3 เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายอภิสิทธิ์ตอบข้อ 2 ว่า จะไม่ลาออกตามคำเรียกร้อง เพราะยังต้องทำงานแก้ปัญหาประเทศชาติต่อไป

เรื่องนี้ผู้เขียนเห็นว่า เป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะเหตุว่า นายอภิสิทธิ์มองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประเทศไทยเหมือนเด็กมองของเล่นที่แสนปรารถนา ครั้นได้มาแล้ว ก็ย่อมหวงแหน ไม่ยอมยกให้ใคร และจะไม่ยอมให้ใครยื้อแย่งเอาไปได้เป็นอันขาด

ความข้อนี้ยืนยันได้ จากการที่นายอภิสิทธิ์ไม่สนใจคำว่า “ความชอบธรรม” ของการเข้าสู่อำนาจ เช่นเดียวกับนายชวน หลีกภัย ก็ไม่เคยสนใจคำนี้ ในวันที่เข้าสู่อำนาจในปี พ.ศ. 2540 นั่นเอง

ดังนั้น เมื่อไม่สนใจวิธีการเข้าสู่อำนาจแล้ว ก็ย่อมไม่สนใจเสียงขับไล่ของประชาชน เพราะถือว่า คนส่วนใหญ่ ซึ่งยังเงียบอยู่ ย่อมมีจำนวนมากกว่า

ตรรกะข้อนี้ของชาวประชาธิปัตย์ เพิ่งเกิดขึ้นประมาณ 20 ปีนี้เอง

ข้อเรียกร้องข้อที่ 2 นี้ นายอภิสิทธิ์แสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน ตอบว่าเป็นข้อเรียกร้องที่สับสน เพราะก่อนหน้านี้คนเสื้อแดงเคยเรียกร้องให้ยุบสภา (ข้อเรียกร้องจากการชุมนุมครั้ง 24 ก.พ. 52) แต่มาครั้งนี้ กลับเรียกร้องให้ลาออก แสดงว่าผู้เรียกร้องเอง ยังสับสนทางความคิด

ผู้เขียนติดตามการชุมนุมของคนเสื้อแดงมาโดยตลอด ดังที่เคยบอกกับท่านผู้อ่านไว้แล้ว จึงสามารถอธิบายได้ว่า ถูกต้องแล้ว ที่การชุมนุมครั้งก่อน มีการเรียกร้องให้ยุบสภา แต่ครั้งนั้นนายกฯปฏิเสธ ดังนั้น การกลับมาคราวนี้ จึงเรียกร้องให้นายกฯลาออก ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ไม่มีอะไรสับสน

สงสัยว่า นายอภิสิทธิ์นั้นเอง จะมีความสับสน เพราะพูดเหมือนกับว่า ต้องการให้คนเสื้อแดงเรียกร้องซ้ำซาก
ข้อเรียกร้องในข้อ 3 มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ข้อหนึ่ง เพราะคนเสื้อแดงยืนยันการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และย้ำว่า หากจะมีการปรับปรุงกลไกภายในระบอบ ต้องปรึกษาหารือกัน ในระหว่างนักประชาธิปไตย ผู้มีประวัติและพฤติกรรมเชิดชูประชาธิปไตย เป็นที่ประจักษ์

ความข้อนี้ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า การปฏิรูปการเมืองนั้น เปิดกว้างอยู่แล้ว ถ้าอยากเข้าร่วมก็มาร่วมได้เช่นเดียวกับข้อ 2

ผู้เขียนเห็นว่า เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์สับสนมาก เพราะคนเสื้อแดงเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมือง ซึ่งรวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จะต้องใช้บุคลากรที่เป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น ไม่ใช่เอานักประชาธิปไตยปลอมไปทำ!

เฉพาะอย่างยิ่งนักวิชาการ นักการเมืองที่เคยรับใช้เผด็จการ คมช. ย่อมไม่ใช่นักประชาธิปไตยแท้จริง หากเอาคนพวกนี้มาใช้แบบเปิดกว้าง ย่อมทำให้ได้ประชาธิปไตยปลอมมาอีก

ข้อ 3 นี้นายอภิสิทธิ์ไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจ เลยทำให้ตัวเองสับสนหนักขึ้นไปอีก

คนดวงกำลังตกก็จะมีลักษณะเช่นนี้แหละครับ คือพุทธิ ปัญญามันจะดับไปก่อน

โค่นล้มอำมาตย์ สถาปนาประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News

โดย คุณอริน
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
9 เมษายน 2552

การชุมนุมใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งนำโดยแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก้าวมาถึงจุดที่ยกระดับจากกลุ่มต่อต้านเผด็จการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาเป็นขบวนการประชาชนขนาดใหญ่ ที่มีกลุ่ม องค์กรต่างๆ หนุนเนื่องเข้าร่วมมากขึ้นทุกที

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับจากวันที่ 6 เมษายน หลายๆ องค์กรประชาชนที่จัดตั้งกันอย่างเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง โดยผ่านการพิสูจน์ทดสอบในท่ามกลางการเคลื่อนไหวระดับต่างๆ มาเป็นระยะเวลาแน่นอน ประกาศเข้าร่วมการเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการ

มาถึงเวลานี้ แทบไม่มีข้อสงสัยใดๆ อีกแล้วว่า ครั้งนี้เป็นการชุมนุมมวลชนครั้งใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยประชาชนชั้นชนต่างๆ ตั้งแต่ระดับรากหญ้าขึ้นไป จนถึงคนชั้นกลางในเมือง คนชั้นสูงบางส่วน ที่ไม่สามารถนิ่งเฉยกับการแสดงอำนาจเผด็จการอันธพาล แสดงการสนับสนุนการเคลื่อนไหวอย่างไม่ปิดบังอำพรางอีกต่อไป

เป็นปรากฏการณ์ “ใครมีแรงออกแรง ใครมีเงินออกเงิน ใครมีปัญญาออกปัญญา” อย่างมิได้นัดหมายเป็นครั้งแรก นับจากห้วงเวลา “ประชาธิปไตยเบ่งบาน” หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา อันยิ่งใหญ่

ทั้งนี้ รวมถึงการประกาศคำแถลงของ “เครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย” บนเวทีนอกทำเนียบรัฐบาล เพื่อประกาศจุดยืนร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดง ในเวลาประมาณ 18.15 น. วันที่ 6 เมษายน ผ่านการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม และสถานีวิทยุชุมชน ที่ยังไม่ถูกปิดกั้นสัญญาณออกอากาศ ด้วยเครื่องมือทันสมัยประดามีของรัฐเผด็จอำนาจ เป็นการประกาศเข้าร่วมรุกรบ โดยไม่มีเงื่อนไขในการขับไล่ผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และผลักดันจนเกิดรัฐบาลอภิสิทธิ์ชน ที่ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมเยี่ยงโจรก่อการร้ายสากล ...

หัวใจของคำประกาศจากกลุ่มคนรากหญ้า ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาตลอดประวัติศาสตร์ สะท้อนความองอาจแกล้วกล้า ความฮึกห้าวเหิมหาญของผู้คน ที่อยู่ในสถานะตกเป็นเบี้ยล่างเสมอมา

ใน ...“ระบอบอำมาตยาธิปไตย เป็นศัตรูกับชาวนา ขอให้สมาชิกเครือข่าย ปรับสถานการณ์ขณะนี้ เป็นสถานการณ์สู้รบ และรับฟังคำสั่งจากแกนนำในระดับประเทศเท่านั้น และหากรัฐใช้กำลังสลายผู้ชุมนุม สมาชิกของเครือข่าย จะออกมากระทำการให้การบริหารประเทศเป็นอัมพาต และจะทำให้ระบบเศรษฐกิจเดินต่อไปไม่ได้”

ไล่เลี่ยกันในเวลา 20.40 น. นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ออกคำแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ทุกสถานี ที่ ณ บัดนี้ รัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์สามารถใช้ “กฎหมาย” ในมือ ครอบงำบงการเป็นกระบอกเสียงของรัฐอย่างสมบูรณ์ ...ทุกรูปแบบ

ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีของระบอบอำมาตยา-อภิชนาธิปไตย หลั่งไหลจากปากผู้นำรัฐบาล ที่เป็นผลิตผลจากระบอบเผด็จการทหาร หลังการรัฐประหาร 19 กันยา แม้จนที่สุด “มาตรการทางกฎหมาย” ที่เป็นที่กังขาเสมอมา ในสายตาของสังคม และผู้คนที่ยึดถือเชื่อมั่นในหลักการ “ความยุติธรรมมาตรฐานเดียว”

น่าเสียดายที่ถ้อยความในเนื้อหา ที่ดูเหมือนแข็งกร้าวยิ่งกว่าครั้งใด นับจากการก้าวขึ้นมาฉวยโอกาสจัดตั้งรัฐบาลผสมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา กลับไม่อาจอำพรางความกระวนกระวาย ลังเลสงสัย เมื่อตระหนักว่า ระบอบอำมาตย์-อภิชน ที่ตนเป็นตัวแทนอยู่นั้น กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญที่สุด เท่าที่รัฐไทย ...ในฐานะที่เป็นรัฐอธิปไตยสมัยใหม่ จากบรรดาผู้คนที่เคยเป็นเพียง “ผู้ถูกปกครอง” ที่ไม่มีสิทธิมีเสียง หรือมีสิทธิมีเสียงเพียงเท่าที่ “ผู้ปกครอง” ที่เป็น “อภิชน” จะหยิบยื่นให้

ถัดมาอีกเพียงวันเดียว สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ออกแถลงการณ์ “โค่นล้มอำมาตยา สถาปนาระบอบประชาธิปไตยให้สมบูรณ์” มีเนื้อหาที่เป็นข้อเรียกร้องหลัก 4 ประการคือ

“1.ประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้กำหนดอนาคตของตัวเอง
2.ฝ่ายอนุรักษ์นิยมและอำมาตยาธิปไตยมีกระบวนการเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย
3.ห้ามรัฐบาลสกัดกั้นหรือใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมโดยเด็ดขาด...
4.สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) เห็นด้วยกับหลักการของ นปช. และขอสนับสนุนการต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยระบบเลือกตั้ง และระบบรัฐสภา”

ประชามหาชนคนรากหญ้าทุกยุคทุกสมัย ค่อยตระหนักทีละน้อยว่า ไม่เคยมีครั้งใดที่ “ผู้ปกครอง” ดั้งเดิมจะยินยอมสละสถานะได้เปรียบ ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นแต่โดยดี

อย่างน้อยหลักฐานที่ชัดเจน ที่เป็นเสมือนหอกทิ่มแทงความรู้สึกนึกคิดของ “ผู้ปกครอง” เหล่านั้น ยังคงเป็นประจักษ์พยานในประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี

หนึ่งคือ “อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” หรือที่เดิมเรียกว่า “อนุสาวรีย์ปราบกบฏ” ตั้งอยู่ที่วงเวียนบางเขน หรือแยกหลักสี่ เป็นอนุสรณ์ที่ประชาชนที่รักและหวงแหนในระบอบประชาธิปไตย รวมกำลังกันเข้าต่อสู้กองกำลังฝ่ายปฏิปักษ์ประชาธิปไตย เมื่อปี พ.ศ. 2476 ที่เรียกกันว่า “กบฏบวรเดช”

และอีกหนึ่งคือ “อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา” ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน ใกล้กับ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย”

และที่กำลังเกิดขึ้นและดำเนินไปของการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยอนุสาวรีย์มีชีวิต ในสถานการณ์รุกคืบหน้า โถมเข้าทำลายป้อมปราการของ “ระบอบอำมาตยา-อภิชนาธิปไตย” อย่างเอาการเอางาน...

ในท่ามกลางการต่อสู้ที่แหลมคมนี้ ข้อเรียกร้องเฉพาะหน้าคือ “รากหญ้าทั้งหลาย จงรวมตัวกัน โค่นอำมาตย์ สถาปนาประชาธิปไตย”

แผนเด็ดขั้นต่อไปที่อาจจะต้องทำ .... ยึดสื่อชั่วทั้งหมด !!!

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ Piangdin
ที่มา เวบไซต์ thaiopinions
9 เมษายน 2552

สื่อเป็นสิ่งเดียวที่อำมาตย์ยังจะใช้ได้ในตอนนี้ เพราะอำนาจรัฐใด ๆ จะถูกคนสีแดงปฎิเสธ และไม่มีอำนาจใด จะปกครองประชาชนได้ หากมันไม่ชอบธรรม และไม่ได้รับการยอมรับ

ศาลที่ไร้ความเป็นกลาง ก็จะถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อไป

เปรม อภิสิทธิ์ เทพ และเหล่าหัวโจกของฝ่ายอำมาตย์ ตอนนี้พยายามหาทางหนีทีไล่ หาทางเล่นงานคนสีแดงด้วยกำลัง หากมีเงื่อนไขที่อ้างได้ และพวกมันจะไม่ยอมอยู่สงบ ๆ แน่ ๆ

นอกจากนี้ พวกเขาพยายามกลบเกลื่อนภาพความยิ่งใหญ่ของคนสีแดง พร้อมกับปลุกระดมมวลชนส่วนใหญ่ที่ยังนิ่งเฉยอยู่ ให้ต่อต้านเสื้อแดง ด้วยการใช้สื่อ หรืออย่างน้อยก็ทำให้ภาพมันไม่น่าเกลียดน่ากลัว จนตัวเองต้องลงจากตำแหน่ง

ยุทธศาสตร์สำคัญตอนนี้ คือ ต้องยึดสื่อที่เป็นเงินภาษีของประชาชนคืนมาให้หมดครับ

จะยึดอย่างไร ถูกหรือผิดกฎหมาย ก็ต้องไปคิดกันต่อ ยึดได้แล้ว จะเอามาใช้หรือไม่อย่างไร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

หากจะให้ดี ยึดได้แล้ว ก็ต้องถ่ายทอดภาพและเสียงของสีแดงไปทั่วประเทศ

การยึดสื่อได้ ก็เหมือนกับการยึดศาลากลางทุกจังหวัดน่ะแหละครับ

ในแง่สัญลักษณ์ มันยิ่งใหญ่มากกว่าด้วยซ้ำ ที่สำคัญการยึดสื่อ มันไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน มันไม่เหนื่อยมาก และเสี่ยงน้อยกว่า แต่ได้ผลมหาศาลมากนะครับ

สีแดงต้องการกำลังพล เวลาที่หยุดราชการนี้ เราไม่จำเป็นต้องหยุด แต่เราต้องระดมพลไปเรื่อย ๆ และพอเปิดมาอีกทีหลังสงกรานต์ ก็ต้องให้สีแดงมันเต็มกรุงเทพโดยสมบูรณ์!!!

ช่วงที่ยึดสื่อได้ ก็ต้องสร้างข่าว สร้างมวลชน ดึงมวลชนอย่างเต็มที่ นี่เป็นโอกาสรุกที่สำคัญ หากคิดจะเล่นหนัก

แต่หากจะคิดถอย รอเวลา สร้างสถานการณ์ จุดเทียนทางปัญญา แบบที่หลาย ๆ คนเสนอมา มันก็ไม่เลวนักหรอก แต่ดูจะไม่เหมาะกับความคืบหน้าของสถานการณ์เสียแล้วครับ

เปรมต้องออก
พันธมิตร ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย
อภิสิทธิ์ต้องออก
การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นภายในเวลารวดเร็ว
ต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญอย่างถึงรากต่อไปฯลฯ

แต่วันนี้ ยึดสื่อคือสิ่งที่ต้องทำครับ! หากคิดจะเดินหน้า และต้องชนะ

แต่หากจะรักษารูปมวย และดูจังหวะไปก่อน ไม่เร่งน็อค ก็ไม่ต้องทำครับ

อ้อ สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือคอยสอดแนมความเคลื่อนไหวของกองทัพ อย่าให้เข้าไปใกล้จุดยุทธศาสตร์ของสีแดงได้เด็ดขาด

งานนี้ แกนนำต้องทำงานหนักหน่อยนะครับ พี่น้องเราก็คงเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว ผมสังหรณ์ใจว่า หากเราไม่ทำอะไรเด็ดขาด เราจะล้ากันเสียก่อน จนอาจจะต้องพักสงกรานต์ และกว่าจะจุดติดอีกที มันก็เสียแรงไปมากแล้ว...

ไม่ว่าท่านจะเลือกทำอย่างไร คนไกลบ้าน ขอให้กำลังใจและสนับสนุนเต็มที่ครับ

ฟุตโน็ตสำหรับการยึดสื่อที่กล่าวมาข้างต้น คือนั่นแสดงว่า เราต้องการสร้างภาพให้ดังไปทั่วโลก และเราเชื่อมั่นว่าจะไม่ถอย จะไม่ยอมทหารหรือผู้ใดทั้งสิ้น ต้องหาทางผูกและทางแก้ไว้

หากมั่่นใจว่าจะชนะแน่นอน ก็อาจจะยึด แล้วเอามาทำการใช้ประโยชน์

หากไม่มั่นใจ ก็แค่ไปล้อมไม่ให้ใครเข้าไปทำงาน เหมือนที่ทำกับทำเนียบรัฐบาล

วิธีใดก็ตามที่ได้ผลโดยไม่ผิดกฎหมาย ย่อมสร้างความชอบธรรมในสายตาคนทั่วโลก และได้ผลในเชิงยุทธวิธี ก็ควรทำ

การจะสร้างความวุ่นวายแบบล้มกฎหมายนั้น ต้องทำต่อเมื่อเรามั่นใจว่า จะน็อคแน่นอนแล้วนะครับ

ทิปพิเศษ สำหรับแกนนำก็คือ เวลาที่อภิสิทธิ์มีแขกบ้านเขกเมืองอยู่นี้ มันจะไม่กล้าให้ทหารจัดการกับประชาชน เพราะมันจะอยู่ในสายตาของผู้สื่อข่าวต่างชาติ

นี่แหละ คือจังหวะปล่อยหมัดเด็ด

เปิดโปงเครือข่าย11อรหันต์วงการสื่อ กระสือทึ้งประเทศเปรตย่ำยีประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News


2มาตรฐานหรือไร้มาตรฐาน-ตัวอย่างหนึ่งที่สื่อกระแสหลักเสนอข่าวรอบนี้ได้ไร้มาตรฐานก็คือข่าวเสื้อแดงรุมทุบรถอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ให้เสื้อแดง และสร้างภาพลักษณ์ทางบวกให้นายกฯ แต่ความจริงของเหตุการณ์คือ รถของอภิสิทธิ์พุ่งชนรถมอเตอร์ไซค์ของเสื้อแดงก่อน และพยายามจะชนแล้วหนี จึงถูกกลุ่มเสื้อแดงรุมล้อมและทุบรถระบายแค้น ผลสุดท้ายสื่อโหมกระแสว่าตำรวจพัทยาย่อหย่อนเกินไป จึงเกิดการเด้งผู้กำกับ สภอ.พัทยา และจับกุมเสื้อแดงที่เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกชน แล้วแจ้งข้อหาว่าทำให้นายกฯอภิสิทธิ์เสียทรัพย์..!?

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 เมษายน 2552

สื่อของไทยอยู่ใต้อานัติของนายทุนสื่อแบบสนธิลิ้ม สุทธิชัยหยุ่น ช้างขรรค์ชัย เสี่ยสุทธิเกียรติบางกอกโพสต์ฯลฯเป็นต้น นายทุนสื่อจำเป็นมากที่ต้องได้สัมปทานเวลาทางคลื่นวิทยุ หรือช่องทีวี หรือเวลาออกอากาศจากผู้มีอำนาจ ซึ่งก็ไม่พ้นกองทัพ ราชการ เส้นสายอำมาตย์อุปถัมภ์ในสังคมไทยที่พวกเขาคุ้นเคยมานาน การต่างตอบแทนด้วยการโอบอุ้มกันไปมาระหว่างนายทุนสื่อกับกลุ่มผู้กุมอำนาจในกองทัพ หรือเส้นใหญ่อุปถัมภ์เป็นเรื่องที่ไปกันได้ดี...เพียงแต่มันต้องแลกด้วยผลประโยชน์ของชาติ และความก้าวหน้าหรือล้าหลังของประชาธิปไตย

ดังนั้นท่านจึงไม่ควรแปลกใจว่า เพราะเหตุใดสื่อจึงมี2มาตรฐาน หรือแทบไร้มาตรฐานในการนำเสนอข่าว เสื้อเหลืองปิดสนามบิน สื่อจะเข้าข้างทุกอย่าง จะไปเอาไมค์จ่อปากให้ผู้นำกองทัพออกมาไล่รัฐบาล จ่อปากนักวิชาการห้ามรัฐใช้ความรุนแรงกับม็อบ แต่พอเสื้อแดงปิดถนนสื่อดันเอาไมค์ไปจ่อปากกองทัพให้เร่งปราบ เอาไมค์จ่อปากนักธุรกิจว่าให้รีบจับ สร้างข่าวเท็จว่าอ็อกซิเจนร.พ.ราชวิถีหมด คนไข้จะตายระนาว เพื่อให้คนในสังคมเกลียดเสื้อแดง



ในการชุมนุมเสื้อแดงหนล่าสุดนี้ ก็เช่นเดียวกับความขัดแย้งตลอด4ปีที่ผ่านมา สื่อไทยยังทำหน้าที่ได้คงเส้นคงวา คือมีแนวโน้มเอียงไปทางขาดจรรยาบรรณ ทำตัวเป็นสมุนทาสรับใช้กากเดนศักดินาขี้ข้าเผด็จการ เป็นกองเชียร์พันธมิตร หรือเป็นซะเอง ระรานฝ่ายประชาธิปไตย จนพูดกันว่าหากอยากจะบริโภคข่าวที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ประเทศไทย ท่านต้องหาในสื่อทางเลือกแบบอินเตอร์เน็ต หรือสามารถติดตามได้ทางCNN BBC AP AFP REUTERSและสื่อต่างประเทศทุกสำนัก หากต้องการความเท็จเชิญที่สื่อไทย

ทำไมสื่อไทยจึงตกต่ำขนาดนั้น บางทีนี่คือคำตอบที่ท่านต้องรู้..นั่นคือสิ่งที่โบราณเรียกว่า 11 อรหันต์วงการสื่อ เป็นอรหันต์ที่มีพลังแค้นควบแน่นต่อชายชื่อทักษิณ

หมายเลข1 สนธิ ลิ้ม-ทุกคนรู้จักสนธิลิ้มดีอยู่แล้ว ก่อนหน้านั้นเขาชมทักษิณออกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ว่า"ทักษิณเป็นนายกฯที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา"

เครือข่ายของสนธิ เช่น สำราญ รอดเพชร เคยทำงานITVเป็นลูกน้องทักษิณ ต่อมาโดนทักษิณปลดออก และสนธิรับเข้าทำงานด้วย สำราญจึงทำตามที่สนธิสั่งได้ทุกอย่าง,คำนูณ สิทธิสมาน เคยเขียนเชียร์ระบอบรัฐธรรมนูญ ตอนนี้เขียนตามใบสั่งสนธิ เช่นเดียวกับชัยอนันต์-ชัยสิริ สมุทวนิช และปราโมทย์ นาครทรรพ ไพศาล พืชมงคล และลูกทีมอย่างพวกสโรชา ปานเทพ สุรวิชช์ ต่อพงษ์ ที่ทำงานตามใบสั่งสนธิฯลฯ

วสันต์ ภัยหลีกลี้ สามีของรุ่งมณี เมฆโสภณ ลูกน้องใกล้ชิดสนธิอีกรายก็เป็นเครือข่ายที่สนธิส่งไปเป็นผอ.ช่อง9ด้วย

สนธิพูดเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า พวกบริวารในคาถาของเขานี้ทำตามธงของเขาทั้งสิ้น เพื่อเปรียบเปรยว่าที่จักรภพ เพ็ญแขทำหรือพูดอะไรนั่นก็คือทำตามธงที่ทักษิณสั่งการ

ทำไมสนธิแค้น?-สนธิไปลงทุนเตรียมทำช่อง11News1ไว้แล้ว แต่รัฐบาลทักษิณไม่ยกให้,ทักษิณยังไม่ต่อวีซ่าให้วิโรจน์ นวลแข เป็นกก.ผจก.ใหญ่แบงก์กรุงไทยด้วย ทำให้การแฮร์คัตหนี้เน่าเครือผู้จัดการสะดุดลง

หมายเลข2 สุทธิชัย หยุ่น-สุทธิชัยอาศัยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬไปขอสัมปทานITVมาจากรัฐบาลอานันท์ ด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงบรรลัย แต่ไม่มีปัญญาจ่าย ในที่สุดทักษิณก็เข้ามาเทกโอเวอร์ITVทำให้สุทธิชัยกับเครือเนชั่นหนีหัวซุกหัวซุนไปพึ่งใบบุญไทยทีวีของลูกน้องเก่าทักษิณ แต่ก็ไม่วายโดนทักษิณตามเช็กบิล เพราะทำผิดกฎหมายยิงสัญญาณเนชั่นแชนัลจากเมืองนอกเข้าไทย แล้วหวังจะกระจายไปทั่วประเทศ ความแค้นนี้จึงใหญ่หลวงนัก

เครือข่ายสุทธิชัย-ลูกน้องของเขากระจายไปตามช่องต่างๆอย่างกนก รัตน์วงศ์สกุล ธีระ ธัญวงศ์ไพบูลย์ จอมขวัญ หลาวเพชร หรือลูกน้องเก่าอย่างสรยุทธ สุทัศนะจินดา หรือกรุณา บัวคำศรี(แกนนำ30กบฎITV)

จะเห็นว่าหลังรัฐประหาร19กันยา ค่ายสุทธิชัยได้ผลประโยชน์เป็นกอบเป็นกำ ทั้งที่ออกแรงน้อยกว่าสนธิลิ้ม เพราะสุทธิเป็นคนสงขลาบ้านเดียวกับพล.อ.เปรม ทำให้เขาได้เวลาตามทีวีช่องต่างๆมาก และ"รับงาน"จากฝ่ายเปรม รวมทั้งชำระแค้นแต่หนหลังด้วย

ทำไมหยุ่นแค้น?-หยุ่นชงเรื่องITVหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาบทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ แต่ก็โดนตามเล่นงานหนัก เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น

ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตยเสื้อแดง โปรพันธมิตร-เผด็จการ รัฐบาลหุ่นประชาธิปัตย์เต็มที่

หมายเลข3 เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง-เจิมศักดิ์ดังมาจากรายการมองต่างมุมทางช่อง11และมามีรายการทางช่อง9แต่เขาไม่เชียร์ทักษิณแถมมีกัด เลยโดนทักษิณยึดเวลา แถมไม่ลงโฆษณาให้ ทำให้เจิมศักดิ์ต้องออกหนังสือรู้ทันทักษิณออกมาราวีเหลี่ยม

เครือข่ายเจิมศักดิ์-เจิมศักดิ์มีมือขวาคือ"แม็ค"เถกิง สมทรัพย์ รองผอ.TPBS เถกิงเคยเป็นบก.หนังสือชุดรู้ทันทักษิณให้เจิมศักดิ์ ยิ่งตอนนี้เถกิง(ที่มีเจิมศักดิ์ยืนอยู่ข้างหลัง)มาผนึกกับเทพชัย หย่อง น้องชายของสุทธิชัยหยุ่น และหัวหน้ากบฎITVคือกรุณา บัวคำศรี(อดีตรองเลขาสนนท.ผู้สนิทแน่นยุคปริญญา เทวานฤมิตกุล เป็นเลขาฯ)มาทำTPBS ดังนั้นจึงไม่ต้องประหลาดใจว่า ทำไมTPBSที่นำเงินจากภาษีบาปเหล้าบุหรี่ จึงได้เป็นปฏิปักษ์กับพวกทักษิณและเชียร์พันธมิตรกับรัฐบาลหุ่นออกนอกหน้า

ทำไมเจิมศักดิ์แค้น?-เจิมศักดิ์เคยตั้งบริษัทว้อตช์ด็อกร่วมกับเกษมสันต์ วีระกุล พิรุณ ฉัตรวณิชกุล เป็นต้น แล้วให้ทักษิณเข้าถือหุ้น อาศัยอิทธิพลเข้าไปยึดเวลาทางช่องราชการคือ9 และ 11 ต่อมาขัดแย้งกับทักษิณจึงหนีไปทำรายการใต้ปีกของสนธิลิ้มทางASTVและวิทยุ92.25ของประชัย เลี่ยวไพรัตน์ แล้วยึดเป็นเรือนตายในการบ่อนทำลายทักษิณและฝ่ายประชาธิปไตย

หมายเลข4ขรรค์ชัย มติชน-มูลเหตุมาจากเสี่ยช้าง-ขรรค์ชัยแค้นที่อากู๋แกรมมี่จะเข้ามาเทกโอเวอร์ โดยเชื่อว่าอากู๋มีทักษิณอยู่เบื้องหลัง เลยต้องเช็กบิล

อย่างไรกตามมีเสียงนินทาว่า เรื่องนี้อาจเป็นฉากการสมรู้ร่วมคิด โดยสังเกตจากตัวเชื่อมคือวาณิช จรุงกิจอนันต์ ที่แนบแน่นหนิดหนมกับทั้งเสี่ยช้างและอากู๋เป็นเสมือนดีลเมกเกอร์ แต่พอความแตกเสี่ยช้างก็ตัดญาติวาณิชหาว่ากินบนเรือนขี้รดหลังคา ต้องค้าความกันยาว

เครือข่ายของขรรค์ชัย-ส่วนใหญ่เป็นคอลัมนิสต์ในเครือเช่นบุญเลิศ ช้างใหญ่ นงนุช สิงหเดชะ ซึ่งมีจุดยืนตามราวีพวกทักษิณและเชียร์รัฐประหาร เชียร์พธม.ตลอด แต่ระยะหลังเริ่มมีปัญหากับสนธิลิ้ม เพราะตอนม็อบพันธมิตรยึดทำเนียบ ดันไปกระชากตัวนักข่าวเครือมติชนประจำทำเนียบ ข่าวสดจึงเล่นงานกลับด้วยข่าวเชิงลบ ใหญ่สุดคือบทสัมภาษณ์พระเทพ"No,I don't think so, they do for themselfes."ทำให้สนธิประกาศคว่ำบาตรเครือมติชน ซึ่งทำให้เครือมติชนเริ่มมีบทบาทนำเสนอข่าวตรวจสอบพันธมิตร และถูกสนธิลิ้มใส่ร้ายว่ามติชนเป็นทาสรับใช้ทักษิณ

หมายเลข5ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการนายกฯยุคเปรม ต่อมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในยุคพลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้าพรรค ต่อมาจำลองให้ประสงค์ออก แล้วไปทาบทามนักธุรกิจสื่อสารคือทักษิณมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแทน ทำให้ประสงค์แค้นตามราวีทักษิณมาต่อเนื่อง โดยมีบทบาททางเปิดที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า บทบาททางปิดกับเครือชนชั้นนำ ทหารสายเหยี่ยว

เครือข่ายประสงค์-มีประพันธ์ คูณมี คนใกล้ชิดของเขาเล่นบทในทางเปิดอยู่ในเวทีพันธมิตรประสานงานระหว่างเปรมกับสายเหยี่ยวทั้งหลาย และฟากฝ่ายสนธิลิ้ม และยังได้วัชระ เพชรทอง อดีตนักศึกษาโข่งจากรามคำแหง ที่มาเป็นบก.แนวหน้า ก่อนจะขึ้นเวทีพันธมิตรแล้วลงสมัครเป็นส.ส.ประชาธิปัตย์

หมายเลข6 เปลว สีเงิน-หรือโรจน์ งามแม้น เขาลาป๊ะกำพล วัชรพล ออกจากไทยรัฐมาก่อร่างสร้างตัวเอง และมีบทบาทเป็นฝ่ายค้านโจมตีทุกรัฐบาล ในยุคประชาธิปัตย์หนังสือพิมพ์สยามโพสต์ของเขาถูกคนของไตรรงค์ สุวรรณคีรี บุกไปคุกคาม ต่อมาในยุคของรัฐบาลทักษิณเขาถูกปิดกั้นทุกช่องทาง ทั้งการตลาด การจัดจำหน่าย แม้แต่การผลิต ทำให้เปลวเปิดศึกกับทักษิณเป็นรายแรกๆ(ต่อมาเป็นเจิมศักดิ์ สุทธิชัย ขรรค์ชัย และสนธิในที่สุด แต่กรณีประสงค์นั้นเปิดศึกมานับแต่ทักษิณเสียบตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศแทนโน่นแล้ว)

เปลวมีบทบาทในการชำระหนี้แค้นกับทักษิณแบบไม่เข้าร่วมเวทีพันธมิตรเต็มรูปแบบ หลายๆครั้งเขาเตือนสติพวกพันธมิตร แต่หลังๆเปลวก็เข้ารกเข้าพงไปหนัก ถึงขั้นหันไปเชียร์พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีพาณิชย์ เจ้าของอาบอบนวดโพไซดอน แม้จะหาเรื่องเชียร์ไม่เจอ เปลวก็ยังเชียร์ว่าโหงวเฮ้งดี ปากดีจมูกดี จะได้เป็นที่พึ่งพาอาศัยของนักการเมืองในภายหน้า(แต่เปลวไม่ได้บอกว่าในภายนี้ สื่อบางคนก็ได้พึ่งพาอาศัยเจ้าของอ่างแล้ว)

หมายเลข7 คนอื่นๆ เช่น อัญชลี ไพรีรักษ์ อดีตผู้อ่าข่าวช่อง7มาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมประจำเวทีพันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ

หมายเลข8พวกสมาคมสื่อ-ทุกค่ายรับใช้เผด็จการหมด อย่างล่าสุดทั้งประธานสภาการหนังสือพิมพ์อย่างเจ๊หยัด-บัญญัติ ทัศนียเวช,นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์อย่างสมชาย แสวงการ และนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ อย่างภัทระ คำพิทักษ์ ก็รับเทียบเชิญเผด็จการทหารคมช.เข้ามาเป็นสมาชิก สนช.หลังรัฐประหาร19กันยาฯแบบไม่ต้องเหนียมอาย แม้ถูกนักข่าวภาคสนามพากันประท้วงเพราะอายแทน

คนในสมาคมที่มีบทบาทอีกรายคือ ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการสมาคมนักข่าว มีบทบาทออกแถลงการณ์ด่าฝ่ายทักษิณแต่ละเลยอีกฝ่าย มีเรื่องมาจากอากู๋แกรมมี่จะเข้าเทกโอเวอร์บางกอกโพสต์ที่ประดิษฐ์ทำงานอยู่ ประดิษฐ์เคยใส่เสื้อดำไปประท้วงในทำเนียบ ที่เขาทำงานเป็นนักข่าวประจำทำเนียบอยู่

หมายเลข9พวกสื่อรับใช้เผด็จการศักดินา-อย่างสมชาย แสวงการ ที่ได้รางวัลเป็นสนช.ต่อมาก็ได้โควต้าสว.ลากตั้ง ตอนนี้เป็นตัวตั้งตัวตีกลุ่มสว.40คนที่เคลื่อนไหวรับใช้เผด็จการ ทำลายประชาธิปไตยเสื้อแดงทุกทาง หรือสนธิญาณ หนูแก้ว ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวINN ที่ล่าสุดออกมาเคลื่อนไหวในนามกลุ่ม"สยามสามัคคี"ตั้งค่าหัวล่าทักษิณ 1 ล้านบาท พวกนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ช่วงท้ายๆก่อนทุบITVทิ้งแปรสภาพมาเป็นTPBSมีการส่งสนธิญาณเข้าไปยึดITVแต่ถูกต่อต้านหนัก พวกอำมาตย์จึงยุบITV แล้วแจ้งเกิดทีวีอำมาตย์อย่างTPBSขึ้นแทน

10.อืนๆอย่างลูกน้องเก่าทักษิณในITVเช่นมัลลิกา บุญมีตระกูล-มัลลิกาเคยโดนปชป.ล้อมกรอบตอนทำข่าวปชป.ด้วยข้อหาว่าทำข่าวเข้าข้างทักษิณ มติชนเคยเชิดชูให้เป็นนักข่าวสาวเหล็ก ในภายหลังมัลลิกามีเรื่องกับทีมITVยุคท้ายๆจึงลาออกก่อนITVโดนยุบไม่นาน ตอนนี้ปักหลักด่าพวกทักษิณอยู่วิทยุคลื่น105ตอนเย็นๆกับทนายวันชัย

11.คู่หูนรกเนชั่นและเครือข่าย..ไม่ต้องกล่าวถึงว่ากนก รัตน์วงศ์สกุล กับธีระ ธัญไพบูลย์นั้น ยังมีความเป็นสื่อกลางอยู่อีกหรือไม่จากพฤติการณ์สารพันที่พวกเขากำลังแสดงอยู่ในตอนนี้

สื่อมวลชนไทยทำไมมีจุดยืนข้างพวกเส้นใหญ่-ทำลายประชาธิปไตย นี่คือคำตอบ

สื่อมวลชนไทยเป็นวิชาชีพที่ทรงอิทธิพลชี้เป็นชี้ตายชี้ทิศชี้ทางของบ้านเมืองได้ แต่พวกเขาเข้าสู่วิชาชีพนี้โดยไม่ต้องผ่านการวัดประเมินใดๆ ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ไมต้องมีหน่วยงานราชการกำกับดูแล ผิดมาไม่ต้องโดนยึดใบอนุญาต แบบแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก หรือแม้กระทั่งกรรมการห้ามมวย

นักข่าวดูแลกันเอง แต่ก็เข้าทำนองปกป้องกันเอง หากพวกเขาผิดก็เพียงแต่เฉยและปล่อยให้เรื่องเงียบๆไป

แต่สื่อของไทยอยู่ใต้อานัติของนายทุนสื่อแบบสนธิลิ้ม สุทธิชัยหยุ่น เสี่ยช้างขรรค์ชัย เสี่ยเซ็นทรัลบางกอกโพสต์ฯลฯเป็นต้น นายทุนสื่อจำเป็นมากที่ต้องพึ่งพิงคลื่นวิทยุ หรือช่องทีวี หรือเวลาออกอากาศจากผู้มีอำนาจ ซึ่งก็ไม่พ้นกองทัพ ราชการ เส้นสายอุปถัมภ์ในสังคมไทยที่พวกเขาคุ้นเคยมานาน การต่างตอบแทนด้วยการโอบอุ้มกันไปมาระหว่างนายทุนสื่อกับกลุ่มผู้กุมอำนาจในกองทัพ หรือเส้นใหญ่อุปถัมภ์เป็นเรื่องที่ไปกันได้ดี...เพียงแต่มันต้องแลกด้วยผลประโยชน์ของชาติ และความก้าวหน้าหรือล้าหลังของประชาธิปไตย

นายทุนสื่อมักจะยินดีแลกเพื่อให้ได้เวลาออกอากาศ ได้คลื่น ได้สถานี ได้ช่องทีวีมา ทำให้พวกเขาหารายได้จากการโฆษณา ยอดขายไปปั้นเป็นกำไรในงบแต่ละไตรมาส เพราะอย่าลืมว่าสื่อคือธุรกิจชนิดหนึ่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ไส้แห้งอย่างยุคอดีตแบบที่สุภา ศิริมานนท์ อิศรา อมันตกุล กุหลาบ สายประดิษฐ์ เคยเป็นเมื่อหลายทศวรรษก่อนอีกแล้ว

พวกเขาทำในสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนของนายทุนสื่อกับผลประโยชน์แห่งชาติอย่างเป็นปกติ ส่วนว่าพวกเขาเน้นไปที่จุดยืนผลประโยชน์ของชาติ หรือนายทุนสื่อมากกว่ากัน

เรื่องนี้ตอบไม่ยาก ลองบริโภคข่าวการเมืองในประเทศกรณีเสื้อแดงชุมนุมหนล่าสุดของสื่อไทย เทียบกับสื่อต่างประเทศซักเพียงข่าวเดียว ท่านก็จะซาบซึ้งในคำตอบ

แดงมีผลงานยอดเยี่ยมแล้ว มันไม่ใช่เวลาที่จะประนีประนอม แต่พักรบได้

ที่มา Thai E-News


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
10 เมษายน 2552


ผมเข้าใจว่าเพื่อนๆ เสื้อแดงคงจะเหนื่อย แต่อย่าพึ่งท้อครับ เสียดายที่ผมไปร่วมไม่ได้ แต่ขอให้กำลังใจกับทุกคนครับ ผมคิดว่าเราไม่ควรลืมประเด็นสำคัญดังนี้

1. การชุมนุมรอบนี้พิสูจน์กับสังคมไทย และชาวโลกว่าเสื้อแดงเป็นพลังมวลชนที่สำคัญ จะไม่หายไปไหนง่ายๆ และเป็นตัวแทนของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยล้านๆ คน ในขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ขาดความชอบธรรม

2. เสื้อแดงไม่ใช่เงาสะท้อนเสื้อเหลือง เสื้อเหลืองทำเพื่อเผด็จการและอภิสิทธิ์ชน และทำด้วยความรุนแรง แต่เสื้อแดงคือพลเมืองรักประชาธิปไตยที่พยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรง เราต้องการสังคมที่ถูกต้อง เราเลยใช้วิธีที่ถูกต้อง ฝ่ายเหลืองคือพวกรักxxx รักเผด็จการทหาร จอมโกหก และทำเพื่อเบื้องบนให้เราเป็นไพร่ ส่วนเสื้อแดงทำเพื่อศักดิ์ศรีพลเมืองและความเท่าเทียม

3. การชุมนุมครั้งนี้พิสูจน์ว่าองค์มนตรีไม่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกแล้ว และทำให้พลเมืองไทยจำนวนมากเลิกกลัวที่จะวิจารณ์ทุกสถาบัน มันเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งในการปฏิรูปการเมืองไทยสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง และมันทำให้คนในสังคมลืมตาได้และคิดต่อไปสู่องค์กรเบื้องสูง

นี่คือสิ่งที่เราได้มา และฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถขโมยสิ่งนี้ไปจากเราได้ ไม่ว่าสื่อของเขาจะโกหกแค่ไหน เราต้องรวมตัวกันสู้ต่อไป รอบแรกเราได้อะไรมาที่สำคัญ รอบต่อไปเราต้องได้อะไรมาเพิ่มอีก

นี่ไม่ใช่เวลาที่จะประนีประนอม แต่พักรบได้ พักรบไม่ใช่ประนีประนอม และการรบมีหลายวิธี มีการชุมนุม การหยุดงาน การกระจายข่าว การศึกษาพัฒนาความคิดทางการเมือง การเสนอทางออกใหม่ๆ ให้สังคมมีประชาธิปไตยแท้...ฯลฯ

BBCตีข่าวเสื้อแดงฝ่าวงล้อมอาเซียนซัมมิต

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวบีบีซี
10 เมษายน 2552

บีบีซีรายงานว่าผู้ประท้วงเสื้อแดงได้ฝ่าวงล้อมของตำรวจเข้าไปยังโรงแรม ที่ใช้เป็นสถานที่ประชุมอาเซียนซัมมิต+6แล้ว แต่ไม่ได้มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น โดยผู้นำการประท้วงเปิดเผยว่าต้องการประจานชาวโลกให้ทราบว่ารัฐบาลของไทยไม่ได้มีวิถีทางขึ้นสู่อำนาจตามระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นเพียงหุ่นเชิดของเผด็จการ ขณะที่CNNระบุแกนนำเสื้อแดง"ณัฐวุฒิ"เผยจะพักรบช่วงสงกรานต์หลังจากไม่สามารถคว่ำรัฐบาลได้ เตรียมกลับมาประท้วงใหญ่อีกครั้งหลังสงกรานต์ แต่ต่อมาได้ย้ำว่าจะค้างแรมหน้าทำเนียบช่วงสงกรานต์ และเตรียมมาตรการชุดใหญ่โค่นรัฐบาลหลังปีใหม่ไทย


กลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลได้ทะลวงฝ่าวงล้อมแนวป้องกันของตำรวจเข้าไปยังโรงแรมสถานที่จัดประชุมอาเซียนซัมมิตที่พัทยาแล้ว

ผู้ประท้วงราว200คน ใช้รถบรรทุกและผลักดันแนวของตำรวจปราบจลาจลเข้าไปยังโรงแรมหรูหราที่ใช้จัดเป็นสถานที่ประชุมอาเซียนซัมมิตช่วงสุดสัปดาห์นี้

โดยผู้ประท้วงต้องการให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะลงจากอำนาจ

ทั้งนี้เป็นไปภายหลังจากการประท้วงใหญ่ต่อเนื่อง3วันในนครหลวงกรุงเทพฯ

นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศให้วันศุกร์ที่10เมษายนเป็นวันหยุดราชการ เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดจากการปิดถนนสายหลักในกรุงเทพฯ

ทำทุกอย่างที่จำเป็น


ผู้ประท้วงสวมเสื้อแดงกว่า1,000คน ซึ่งสนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกโค่นลงจากอำนาจในการรัฐประหารปี2549กล่าวว่าจะทุ่มเทความพยายามทุกอย่างมากกว่าที่เคยทำในกรุงเทพฯ

ผู้ประท้วงไม่น้อยกว่า200คนถูกระบุว่าฝ่าแนวป้องกันของตำรวจที่ตั้งกีดขวางในรัศมี50เมตรจากโรงแรมที่ประชุมอาเซียนซัมมิต สถานที่เตรียมการต้อนรับ 16 ผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

"อภิสิทธิ์ออกไป!หากรัฐบาลนี้ไม่สนองตอบข้อเรียกร้องของเรา พวกเราจะไม่ยอมกลับบ้าน"ผู้ประท้วงตะโกน

ไม่ได้เกิดความรุนแรง แต่ทหารหลายร้อยนายได้เดินทางมารับมือกับการจลาจลที่โรงแรมนี้

ผู้บัญชาการตำรวจกล่าวว่า ขอร้องให้ผู้ประท้วงทำการประท้วงในกรอบเขตที่จำกัด

"หากเราไม่สามารถเจรจากับผู้ประท้วงได้ เราก็จะใช้วิธีการที่จำเป็นที่จะเปิดถนนรอบโรงแรม ซึ่งเป็นการใช้หลักปฏิบัติตามมาตรฐานสากลสำหรับปกป้องบรรดาผู้นำที่เข้ามาประชุม"นายพลตำรวจปราโมทย์ ปทุมวงศ์กล่าวกับสำนักข่าวAFP

ผู้นำการประท้วง นายอริสมันตร์ พงษ์เรืองรอง เพิ่งกล่าวกับAFPว่า"พวกเรามาชุมนุมโดยสงบ เราไม่ได้ทำลายอะไรเลย ไม่ได้ทำลายทรัพย์สินราชการ แต่เราต้องการให้โลกรับรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย"

โดยระบุถึงการที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มาด้วยการชนะการเลือกตั้ง แต่ขึ้นสู่อำนาจด้วยการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรของทักษิณ หลังจากกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านทักษิณเข้ายึดสนามบินเป็นเวลา8วันในเดือนธันวาคมปีกลาย

แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ซึ่งสนับสนุนทักษิณกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์เป็นเพียงรัฐบาลหุ่นเชิดของกองทัพ

อัตราเสี่ยงสูง

นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธที่จะลาออกตามข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง และกล่าวว่าผู้ชุมนุมสามารถประท้วงได้อย่างเสรี ตราบเท่าที่เป็นไปโดยสันติ

แต่แขกบรรดาผู้นำชาติที่เข้าร่วมประชุมอาเซียนซัมมิตในช่วง3วันข้างหน้าก็มีอัตราความเสี่ยงสูงขึ้น

การประชุมอาเซียนซัมมิต ประกอบด้วย10ชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้ง6ประเทศคู่ค้าคือจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

"จะไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นกับบบรรดาผู้นำที่เข้าร่วมประชุม เรามั่นใจเช่นนั้น เราจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการประชุมจะดำเนินหน้าต่อไปได้"สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีขึ้นเพื่อพิจารณาแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายของเศรษฐกิจโลก และรับฟังการบรรยายสรุปจากธนาคารโลก,ไอเอ็มเอฟ,ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย และสหประชาชาติ

Thai protests focus on summit-สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานภาพข่าวเดียวกันว่ากลุ่มเสื้อแดงฝ่าวงล้อมตำรวจเข้าไปยังโรงแรมที่ประชุมASEAN SUMMITเพื่อประท้วงรัฐบาลไทยที่ไม่เป็นประชาธิปไตยให้พ้นจากอำนาจไปสู่สายตาของชาวโลกที่โฟกัสมายังการประชุมอาเซียนซัมมิต(อ่านรายละเอียดข่าว คลิ้กที่นี่)


Thai protesters consider breaking for holiday-สำนักข่าวCNNรายงานอ้างคำกล่าวของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำการชุมนุมว่า ได้ตัดสินใจพักการชุมนุมช่วงหยุดยาวสงกรานต์ และหลังจากนั้นจะจัดการชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ส่วนนายจตุพร พรมพันธุ์ แกนนำอีกรายกล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมอาจมีการชุมนุมพักค้างที่ทำเนียบรัฐบาล หลังสงกรานต์จะจัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง(อ่านรายละเอียด คลิ้กที่นี่)

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ล่าสุดช่วงเวลา 17.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมที่พัทยาได้สลายตัวแล้วหลังยื่นหนังสือต่อผู้นำASEAN SUMMITว่าคนไทยไม่รับรองรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และในเวลาราว17.00 น.นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จะไม่มีการสลายชุมนุมช่วงสงกรานต์ แต่ชุมนุมยืดเยื้อต่อไปที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และภายหลังสงกรานต์จะมีมาตรการชุดใหญ่เพื่อโค่นอำมาตย์