WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, April 15, 2009

เกมความรุนแรง

ที่มา ประชาไท

จิตรทัศน์ ฝักเจริญผล



ประเด็นของการใช้ความรุนแรงเป็นปัจจัยหลักในการที่ผู้คนให้เหตุผลหรือให้ความชอบธรรมกับการชุมนุมหลาย ๆ ครั้ง ผมว่าสิ่งที่เราได้ยินซ้ำแล้วซ้ำอีกก็คือแนวคิดที่โทษคนที่เริ่มก่อน และให้ความชอบธรรมในการ ‘ป้องกันตัว’ และการใช้ความรุนแรงเข้าโต้ตอบจากอีกฝ่าย

ในเหตุการณ์การชุมนุมที่ผ่านมา ฝ่ายทหารและรัฐบาลได้ใช้ความเชื่อที่ฉาบฉวยนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังที่เราได้เห็นว่ามีการเอาคลิปมาเปิดว่า เหตุการณ์ที่สามเหลี่ยมดินแดง ทหารไม่ได้เริ่มก่อน

(แต่มีเพื่อนผมอีกคนบอกมาว่าได้ยินมาจากทางฝ่ายเสื้อแดงว่าจริง ๆ แล้วแท็กซี่ที่ไปชน จะไปช่วยคนที่โดนทหารยิงมาก่อนหน้านี่แล้ว (ไม่รับประกันความถูกต้อง) ซึ่งก็ไม่มีใครยืนยันได้เพราะว่าคลิปอาจจะไม่ได้ถ่ายตั้งแต่เหตุการณ์ต้นตอ ซึ่งถ้าเป็นดังที่ว่าแล้ว ความชอบธรรมที่ทหารเคยถืออยู่ก่อนผ่านทางแนวคิดนี้ ก็มลายหายไปในทันที)

หรือก่อนที่ทหารจะเข้าเริ่มสลายการชุมนุม ผมได้ยินประกาศว่าให้พี่น้องช่วยถ่ายรูปไว้ และช่วยยืนยันว่าใครเริ่มก่อนด้วย

ทั้งหมดนี้ตอกย้ำหลักคิดที่ให้ความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงตอบโต้ความรุนแรง

ผมอยากจะย้ำประเด็นที่ผมเคยได้ยินมาอีกที (ผมไม่แน่ใจว่าได้ยินมาจากใคร) ก็คือ การอ้างถึงความรุนแรง โดยใช้แค่เป็นเกมว่าใครเริ่มก่อน และให้ความชอบธรรมกับอีกฝ่ายที่จะเริ่มใช้ความรุนแรงกลับได้บ้าง เป็นสิ่งที่ทำลายหลักการของสันติวิธีโดยสิ้นเชิง เพราะว่าสุดท้ายก็เป็นการสนับสนุนการใช้ความรุนแรงโต้ตอบความรุนแรงอยู่ดี

กลายเป็นว่าถ้าคุณโดนยิงก่อน คุณสามารถเอาคืนได้โดยชอบธรรม (ด้วยความแค้นที่เต็มเปี่ยม)

การไม่ใช้ความรุนแรงต้องเริ่มจากที่ตัวคนที่พูดก่อน ความแค้นเป็นบ่อเกิดของความรุนแรง ถ้าคุณไม่อยากได้/ไม่อยากใช้ความรุนแรงก็ต้องดับความแค้นเสียก่อนด้วย

การชุมนุมแบบสันติวิธี หรือการจัดการการชุมนุมที่ไม่ใช้ความรุนแรง ต้องเริ่มจากการไม่เริ่มทำให้เกิดปัจจัยหรืออะไรก็แล้วแต่ที่นำพาไปสู่ความรุนแรงได้

เราต้องเริ่มสร้าง ‘ความเชื่อ’ ใหม่ ว่าการชุมนุมโดยสันติวิธีนั้นจะอ้างได้ว่าปราศจากความรุนแรงจริง ๆ ก็ต้องไม่ใช้ความรุนแรงใด ๆ ตอบโต้ความรุนแรงอื่นด้วย ถ้าเจ้าหน้าที่มาจับ ก็ต้องยอมให้จับ ถ้ามีคนที่อยู่ในชุมนุมเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ ต้องช่วยเจ้าหน้าที่ ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะมาจับหรือทำร้ายเราเองก็ตาม

เจ้าหน้าที่เอง ถ้าจะบอกว่าไม่ใช้ความรุนแรง ก็ต้องไม่เดินเข้าใส่ด้วยอาวุธครบมือเช่นเดียวกัน ขั้นตอนการกระทำกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคยประกาศไว้ เช่น ต้องมีรถน้ำ มีแก๊สน้ำตา ก็ต้องกระทำตามขั้นตอนดังกล่าวให้ตลอด

ทั้งหมดนี้ดูเป็นอุดมคติมาก แต่อุดมคติมีหน้าที่เป็นหลักคิดที่เราจะใช้เหตุผลที่ช่วยไม่ให้เราตกหลุมแห่งอารมณ์หรือหลุมของการอ้างแนวคิดที่หยิบมาใช้แค่บางส่วนเท่านั้

คำสารภาพจากกองทัพ

ที่มา ประชาไท



เขียนโดย ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข

คลิปโดย มุทิตา เชื้อชั่ง

แด่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกฝ่าย แด่คนเสื้อแดงที่ถูกจับ แด่ความจริงและความเป็นธรรม

0 0 0

หลังแกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการยุติการชุมนุม ขณะที่คนส่วนหนึ่งดีใจและชื่นชมรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่นำกำลังทหารของเขาปราบปรามประชาชนที่ก่อการจลาจลได้สำเร็จ

ในอีกด้านเราต่างก็รู้ว่า อำมาตย์และกองทัพที่ฝังรากลึกอยู่ยิ่งกว่าเป็นระบอบ ได้ใช้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปราบปรามการชุมนุมโดยสันติที่มุ่งต่อต้านพวกเขา โดยใช้ข้ออ้างเรื่องการจลาจลต่างหาก

กองทัพได้ สารภาพแล้วว่า เขาเป็นผู้เลือกให้ใครเป็นรัฐบาล

กองทัพได้แสดงศักยภาพว่า เขาทำได้ ปราบได้ แม้ผู้ชุมนุมเรือนแสนจะเต็มกรุงเทพมหานคร นับประสาอะไรกับผู้ชุมนุมที่ยึดสนามบิน

ไม่เป็นไร ความไม่เป็นธรรมที่ท่านได้รับ เขาเหล่านั้นก็รู้และตระหนักดีเกินกว่าจะโกหกตัวเอง กระทั่งต้องกระทำการสารภาพแบบไร้ซึ่งความเหนียมอาย

ขณะที่เขาอยู่ด้วยความกลัว คนเสื้อแดงกลับกำลังเริ่มต้นวันแห่งความหวัง

0 0 0

ผมเคยถาม อ.เกษียร เตชะพีระ ว่า เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ต้องใช้เวลากี่ปีที่จะทำให้สังคมไทยเข้าใจและยอมรับ ว่าเหตุใดนักศึกษาและประชาชนส่วนหนึ่งนั้นถึงได้ต่อสู้กับรัฐ และอุทิศชีวิตไว้กับป่าเขา

ผมไม่รู้ว่า เหตุการณ์สงกรานต์ปี 52 นี้จะใช้เวลาเท่าไร ผมรู้แต่ว่า คนเสื้อแดงเหล่านี้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่านั้นมาก เพราะหากกองทัพปฏิบัติการจิตวิทยาว่า การปราบปรามเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีการล้มตาย ก็พึงตระหนักว่าหากเหตุการณ์ที่ผ่านมาคือการจลาจล ก็เป็นการจลาจลที่ไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย อาจจะเรียกได้ว่า ไม่มีการเผาบ้านเผาเมือง เพราะถ้าจะเป็นเช่นนั้นจริง ความรุนแรงและความกว้างขวางคงจะมากกว่านี้ และไม่ว่าจะมองอย่างไร สิ่งที่เราเห็น อย่างมากก็เป็นแค่ ความพยายามที่จะสู้

เราไม่ได้ปฏิเสธการกระทำที่รุนแรงของคนเสื้อแดงว่ามีจริง แต่คงไม่สามารถเหมาไปถึงคนอีกหลายหมื่นที่ไม่ยอมลุกไปไหน

คนเสื้อแดงก็คงไม่ปฏิเสธ เพราะนี่คือสิ่งที่เห็น และรู้

แต่สิ่งที่ไม่เห็นและไม่รู้ คือสื่อและรัฐได้ล้อมกรอบข่าวสาร ปิด ปั่น และยุยงมากกว่าสิ่งที่คนเสื้อแดงเป็น มากกว่าสิ่งที่คนเสื้อแดงทำ ซึ่งเป็นความรุนแรงมากกว่ากันกี่เท่า โหดเหี้ยมมากกว่ากันเท่าไร และการเสียชีวิตที่ปรากฏอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ หากไม่ใช่ผลงานของสื่อ แล้วจะเป็นผลงานของใคร

เราดูสื่อ ฟังสื่อ เห็นมัน กระทั่งเชื่อมั่น แต่มันต่างไหมกับคนเมื่อ 33 ปีที่แล้ว ที่เชื่อมัน ที่คิดว่าสิ่งที่เห็นนั้น แน่นอน เป็นอื่นไปไม่ได้

คน 33 ปีที่แล้วต้องยิ่งมั่นใจมากกว่า เพราะไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ออกไปฆ่า ฆ่า และก็ฆ่า

แต่แล้วเขาก็พบสิ่งที่จริงกว่าได้ในสักวัน

เรายังต้องเชื่อมั่น มีอะไรที่ต้องทำอีกมาก

คุม 3 แกนนำ นปช.แยกขังกลางดึก

ที่มา ประชาไท

เวลา 23.30 น.พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายวีระ มุสิกพงษ์,นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และน.พ.เหวง โตจิราการเรียบร้อยแล้วและได้แจ้งให้ญาติของผู้ต้องหาทั้งสามทราบแล้วจะนำ ตัวไปควบคุมต่อ โดยเจ้าหน้าที่นำตัวนายวีระไปควบคุมตัวที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี ส่วนนายณัฐวุฒินำไปควบคุมตัวที่ค่ายนเรศวร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และน.พ.เหวงไปควบคุมตัวที่กองกำกับการตระเวนชายแดน 13 จ.กาญจนบุรี

ด้านนายอุดม โปร่งฟ้า และนายเรืองเดช เหลืองบริบูรณ์ ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน กล่าวเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน หลังจากผู้ต้องหาทั้งสามได้ตกลงกับพนักงานสอบสวนขอควบคุมตัวอยู่ที่ บช.น.เพื่อรอประกันตัวในชั้นศาลในวันที่ 16 เม.ย.แต่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกลับคำและปลุกผู้ต้องหาทั้งสามกลางดึก นำไปควบคุมตามสถานที่ต่างๆ ดังกล่าว ตนในฐานะที่เป็นทนายความและเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี และไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงมากดดัน แต่พนักงานสอบสวนกลับเปลี่ยนคำพูด ถือว่าเหมือนกับเป็นการปฏิบัติสองมาตรฐาน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำตัวแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 3 คน และนายสุพร เข้าสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล หลัง ประกาศยุติการชุมนุม โดยนำตัวทั้ง 4 คน ไปสอบสวนที่ห้องประชุมปารุสกวัน โดยมี พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าชุดสอบสวน ร่วมทำการสอบสวน

จากนั้น พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว นายวีระ นายณัฐวุฒิ และนพ.เหวง และให้ขังแยกเดี่ยว ตามสถานที่ต่างๆ โดยทั้ง 3 คนไม่ยินยอมจะไปที่ค่ายทหาร โดยขอให้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนในที่สุดตำรวจยอมให้ทั้ง 3 คน อยู่ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งนี้หมายจับดังกล่าวออกมาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2551 ก่อนออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้นายณัฐวุฒิตั้งข้อสังเกตการออกหมายจับครั้งนี้ ว่า กอฉ.อาจไม่มีอำนาจดำเนินการ ขณะที่นายสุพร รอดเนื่องจากไม่มีชื่อในหมายจับ สำหรับข้อหา 3 ข้อหา ประกอบด้วยการบังคับให้ประชาชนกระทำความผิดกฎหมาย ปิดการจราจรทั่วกทม. และการมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

นาย สุพร กล่าวด้วยว่า เหตุผลการยุติการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับบาด เจ็บจากการเผชิญหน้ากับทหาร รวมถึงมือที่ 3 ที่จะออกมาแทรกแซง พร้อมยืนยัน นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ จะเข้ามามอบตัวอย่างแน่นอน

ขณะ ที่นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย กล่าวว่า มีส.ส.พรรคเพื่อไทย 2 คนเดินทางมาใช้ตำแหน่งส.ส.ประกันตัวแกนนำ แต่เนื่องจากพนักงานสอบสวนเห็นว่า เป็นข้อหาอยู่ในระหว่างที่มีพรก.ฉุกเฉิน จึงไม่สามารถให้ประกันตัวได้

ที่มา: เรียบเรียงจากเนชั่นแชแนล,ไทยรัฐออนไลน์

Tuesday, April 14, 2009

ไม่ให้ประกันตัว 3 แกนนำ ตร.คุมตัวอยู่ชั้น 2 บช.น.

ที่มา ไทยรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า หลังจากที่พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายสุพร อัตถาวงศ์ และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม มาสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล หลังประกาศยุติการชุมนุม โดยนำตัวทั้ง 4 คน ไปสอบสวนที่ห้องประชุมปารุสกวัน โดยมี พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าชุดสอบสวน ร่วมทำการสอบสวน

ล่าสุดมีรายงานว่า พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว นายวีระ นายณัฐวุฒิ และนพ.เหวง และให้ขังแยกเดี่ยว ตามสถานที่ต่างๆ โดยทั้ง 3 คนไม่ยินยอมจะไปที่ค่ายทหาร โดยขอให้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนในที่สุดตำรวจยอมให้ทั้ง 3 คน อยู่ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งนี้หมายจับดังกล่าวออกมาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2551 ก่อนออกพรก.ฉุกเฉิน ทำให้นายณัฐวุฒิตั้งข้อสังเกตการออกหมายจับครั้งนี้ ว่า กอฉ.อาจมีมีอำนาจดำเนินการ ขณะที่นายสุพร รอดเนื่องจากไม่มีชื่อในหมายจับ

นายสุพร กล่าวด้วยว่า เหตุผลการยุติการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้ากับทหาร รวมถึงมือที่ 3 ที่จะออกมาแทรกแซง พร้อมยืนยัน นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ จะเข้ามามอบตัวอย่างแน่นอน

สื่อต่างชาติวิเคราะห์ ทักษิณแทบไม่เหลือโอกาสกลับไทย

สื่อต่างประเทศแทบทุกสำนัก รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น บีบีซี สำนักข่าวเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ ยังเกาะติดสถานการณ์การเมืองไทย อย่างใกล้ชิด โดยรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ผู้ประท้วงกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปักหลักประท้วง ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ราว 2,000 คน ได้ยอมยุติการชุมนุมแล้ว หลังจากก่อจลาจลรุนแรงในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. จนทหารใช้กำลังเข้าปราบปราม มีผู้เสียชีวิตจากความรุนแรง 2 คน บาดเจ็บกว่า 120 คน การยุติการชุมนุมมีขึ้น หลังทหารมีท่าทีจะบุกเข้าสลายการชุมนุม ที่ทำเนียบฯ ส่วนแกนนำและสมาชิกกลุ่มเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง ถูกจับหรือเข้ามอบตัวแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงหลายคนร่ำไห้ และประกาศว่า จะกลับมาอีก เพื่อขับไล่รัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เข้ามากุมอำนาจอย่างไม่ชอบธรรม

บทวิเคราะห์ของเอเอฟพี ยังระบุว่า บทบาทของกองทัพไทย ที่เข้ามาเป็นผู้นำการกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดง ในครั้งนี้ เน้นย้ำให้เห็นถึงบทบาทของเหล่านายทหารในกองทัพ ในฐานะ “ผู้มีอิทธิพลในการเลือกผู้นำหรือรัฐบาล” หรือ เผด็จการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในประเทศอย่างไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย พม่า รัฐบาลพลเรือนได้เรียนรู้บทเรียนที่ขมขื่นว่า การสวามิภักดิ์ของกองทัพ หมายถึง ความแตกต่างระหว่างการอยู่รอด หรือการล่มสลายของรัฐบาล สถาบันพลเรือนที่อ่อนแอ และสถานภาพของกองทัพที่เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง และมีระเบียบวินัยที่สุดในประเทศ บ่อยครั้งก่อให้เกิดเงื่อนไขที่สุกงอม ที่ทำให้ทหารเข้ามาแทรกแซงทางการเมือง เอเอฟพีระบุด้วยว่า หลังประสบความสำเร็จ ในการกวาดล้างกลุ่มคนเสื้อแดง สถานภาพของนายกฯ อภิสิทธิ์ แข็งแกร่งขึ้น แต่นับจากนี้ไป เขามีภารกิจอันยากลำบาก ในการทำให้ประเทศชาติที่แตกแยกมีเอกภาพ

ส่วนบทวิเคราะห์ของรอยเตอร์ ระบุว่า การก่อความรุนแรงของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งสนับสนุนอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสัปดาห์นี้ อาจเป็นความพยายามในยามเข้าตาจนครั้งสุดท้าย ของพ.ต.ท.ทักษิณ อภิมหาเศรษฐีพันล้าน ที่ลี้ภัยในต่างแดน ที่จะหวนคืนสู่อำนาจอีก การปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดงให้บุกล้มการประชุมอาเซียน และคู่เจรจา ที่พัทยา และก่อความรุนแรงในกรุงเทพฯ ดูเหมือนจะมีเป้าหมายยั่วยุ ให้มีการกวาดล้างนองเลือด ซึ่งจะส่งให้กระแสสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ พุ่งขึ้นถึงขีดสุด แต่ถ้านั่นคือการแทงพนันของ พ.ต.ท.ทักษิณ โอกาสที่จะชนะมีน้อยมาก ยิ่งหลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม ดูเหมือนโอกาสของ พ.ต.ท.ทักษิณที่จะกลับประเทศไทย หรือหวนคืนมามีอำนาจทางการเมืองอีก ยิ่งลดน้อยลงอย่างมาก

ขณะที่เอเอฟพียังรายงาน โดยอ้างการเปิดเผยของนายอภิชาติ สังฆอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวว่า ความรุนแรงจากวิกฤติการเมืองไทย ที่ถูกเผยแพร่เป็นภาพข่าวทั่วโลก ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเสียหายอย่างหนัก การปลดพนักงานในภาคการท่องเที่ยว จึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่พ้นอย่างแน่นอน และอาจสูงถึง 200,000 คน ในปีนี้ ถ้าสถานการณ์ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ออกหมายจับ13แกนนำ"เสื้อแดง" "ทักษิณ"เจอคนแรก ตามด้วย5แกนนำ เหตุป่วน-เผาเมืองกรุงฯ

ที่มา มติชนออนไลน์

ออกหมายจับ13แกนนำ"เสื้อแดง" "ทักษิณ"เจอคนแรก ตามด้วย5แกนนำ เหตุป่วน-เผาเมืองกรุงฯ “วีระ-ณัฐวุฒิ-เหวง” อดประกัน รอส่งศาล16 เม.ย. นี้ "ทศพร-มูลนิธิ 111" ยันทหารซุกศพเสื้อแดง "ลีลาวดี"พยายามยื้อดึงม็อบอยู่ต่อ ให้ปักหลักสนามหลวง


“วีระ-ณัฐวุฒิ-เหวง” อดประกัน รอส่งศาล16 เม.ย. นี้


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 เมษายน นายวีระ มุสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แถลงข่าวภายหลังการให้การสอบสวน ว่า พวกตนทำผิดพ.ร.บ.จราจรและปลุกระดมมวลชน ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาเท่านั้น และเป็นการเกิดก่อนการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.) แต่ตำรวจกับปฏิเสธการให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ผิดกับคดีพันธมิตร ที่ให้ประกันตัวได้ทันที นอกจากนั้น ยังจะมีการนำพวกตน 3 คน แยกกันคุมขัง โดยที่ทราบมาจะเอาตนไปขังไว้ที่อากาศโยธิน (อย.ทอ.) นายวีระ ไปที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) (บก.ทท.) ส่วนพ.เหวง ไปที่หน่วยป้องกันราชอาณาจักร (นปอ.) ทุ่งสีกัน ตามมาตรา 215 และ 116 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตนจึงปฏิเสธไปว่า ความผิดของพวกตนไม่ได้ร้ายแรงจนต้องแยกไปคุมขัง และในที่สุดทางพล.ต.ท.วรพงษ์ ชีวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) จะขังพวกตนไว้ที่บช.น. 2 วัน เพื่อรอตรวจสอบเอกสารประกันตัว จากนั้น จะให้ประกันตัวในชั้นศาลวันที่ 16 เม.ย.


นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อแกนนำทั้งหมดที่ถูกออกหมายจับ คือ
1.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
2.นายจตุพร พรหมพันธ์
3.นายวีระ มุสิกพงษ์
4.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
5.นายจักรภพ เพ็ญแข
6.นายอดิศร เพียงเกษ
7.นพ.เหวง โตจิราการ
8.นายสิรวิชญ์ พิมพ์กลาง
9.นายพีระ พิมพ์กลาง
10.นายณรงค์ศักดิ์ มณี
11.ณัฐพงศ์ อินทะนาง
12.นายชินวัตร หาบุญพาด
13.ชายไทยไม่ทราบชื่อ (ปรากฏตามภาพถ่าย)


"ลีลาวดี"พยายามยื้อดึงม็อบอยู่ต่อ ให้ปักหลักสนามหลวง


ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากบรรดาแกนนำทั้ง 4 คน ของกลุ่มคนเสื้อแดง เข้ามอบตัวที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และอยู่ระหว่างสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่มีท่าทีว่าจะเสร็จสิ้น ที่บริเวณด้านหน้า บช.น. มีชาวบ้านประมาณ 50 คน สวมเสื้อหลากสีรวมตัวกันชุมนุมอย่างสงบ เพื่อให้กำลังใจและรอผลการสอบปากคำแกนนำทั้งหมด ส่วนที่บริเวณสี่แยกวังแดง น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย เรียกร้องขอเข้าไปดูพื้นที่ชุมนุมรอบทำเนียบฯ โดยระบุว่า เกรงผู้ชุมนุมที่กำลังทยอยกลับภูมิลำเนาจะไม่ได้รับความปลอดภัย


ต่อมา พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษก บช.น. พร้อมกำลังจำนวนหนึ่งจึงนำ น.ส.ลีลาวดี และผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งไปตรวจสอบ เมื่อพบว่าบริเวณรอบทำเนียบไม่มีผู้ชุมนุมเหลืออยู่แล้ว คงมีเพียงร้านค้าที่ตั้งจำหน่ายสินค้าเช่น เสื้อแดง ตีนตบ กำลังจัดเก็บร้านและสินค้าออกนอกพื้นที่เท่านั้น หลังจากนั้น จึงไปแจ้งให้ผู้ชุมนุมที่บริเวณสี่แยกวังแดงให้ทราบจนเป็นที่พอใจของคนทั้งหมด จากนั้นพากันเคลื่อนขบวนไปสมทบผู้ชุมนุมอีกส่วนที่รวมตัวกันบริเวณท้องสนามหลวง

มูลนิธิ 111 ยันทหารซุกศพเสื้อแดง


ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 17.30 น. น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย ประธานมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 นายสุพร อัตถาวงศ์ ร่วมกันแถลงข่าว ที่บริเวณชั้นล่างอาคารสำนักงาน บช.น. โดยน.พ.ทศพร กล่าวถึงการที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยุติการชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในการชุมนุม โดยยืนยันว่า ได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ และเสียชีวิตจริง นอกจากนั้นยังมีการลากศพไปทำลาย ดังนั้นหากใครมีญาติมาร่วมชุมนุมแล้ว พบว่าได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือสูญหาย ให้แจ้งที่มูลนิธิฯ โทร. 0-2627-0909 ต่อ 5017 และ 08-5579-9938 โดยมูลนิธิจะเป็นตัวกลางในการติดตามให้ทุกฝ่าย ทั้ง นปช. ทหาร และประชาชน รวมถึงผู้เสียหายจากเหตุการที่ชุมชนนางเลิ้งด้วย จะดูแลทุกฝ่ายให้ทั่วถึง


นายสุพร กล่าวว่า ได้นำภาพถ่ายจากสื่อมวลชนอิสระและสื่อต่างประเทศ และพิสูจน์ได้สว่ากลุ่มผู้ชุนุมเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ออกมายืนยันว่าไม่มีการตาย ไม่ละอายใจบ้างหรือ เพราะตนอยู่ในเหตุการณ์ แม้พระสงฆ์ยังถูยิงตายและลากศพไป ซึ่งผู้สื่อข่าวได้เก็บภาพไวได้มาก แต่ก็ไม่มีการนำเสนอแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ญาติของกลุ่มผู้ชุมนุมที่คิดว่าเสียชีวิตหรือสูญหายให้มาแจ้งมายังที่มูลนิธิ 111 และมูลนิธิดวงประทีป โดยทั้งสองมูลนิธิจะเป็นตัวกลางในการแฉเบื้องหลังรัฐบาล ที่ไม่เห็นเหตุการณ์กับตา แต่เอาข้อมูลมาอ้างซึ่งแสดงให้เห็นว่าจิตใจรัฐบาลโหดร้ายกว่ารัฐบาลที่มาเผด็จการ


นอกจากนี้ นายสุพร ยังได้กล่าวถึงแกนนำที่ได้เข้ามอบตัว ว่า แกนนำที่ได้เข้ามอบตัวมีนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ และพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แกนนำกลุ่มนปช. ว่า ก่อนมามอบตัวไม่ทราบว่ามีหมายจับหรือไม่ แต่เป็นการเปิดทางให้ทหารเข้าไปเคลียร์พื้นที่ในทำเนียบรัฐบาล เมื่อมาถึงจึงทราบว่ามีหมายจับ14 แกนนำ ดังนั้นจึงได้เข้ามอบตัวทันที และได้สอบปากคำ ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้ว รอเพียงพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อนุมัติให้ประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งส.ส.นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ ส.ส. และทนงศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์ เป็นนายประกัน


นอกจากนั้น นายสุพร ได้ตั้งข้อสังเกตถึงหมายจับที่ออกมา ว่าเป็นรายชื่อของเก่าที่สำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ยื่นต่อศาลแพ่งเพื่อใช้ในการเปิดทางให้ข้าราชการ รัฐมนตรี รวมถึงนายกรัฐมนตรีเข้าทำงานภายในทำเนียบรัฐบาล ทำไมต้องรีบร้อนออกหมายจับขนาดนี้

ตร.ออกหมายจับเพิ่ม 5เสื้อแเดง ล้มประชุมอาเซียน "กี้"ได้ประกันตัว "สุเทพ" แถลงรวบ 3คนจ้างก่อวินาศกรรม

"อริสมันต์"ได้ประกันตัว ใช้หลักทรัพย์ 5 แสนค้ำ ตร.ออกหมายจับเพิ่ม 5 คน "สุเทพ"แถลงรวบ 3 ผู้ต้องหาว่าจ้างบึ้มแบงก์กรุงเทพ - อาคารซีพี ผบ.ตร.ยันของจริง อ้างสายลับที่ถูกจ้าง 5 พันบาทมาแจ้งเบาะแส ยึดระเบิดเพลิง 49 ขวด ปืนอีก 3 กระบอก


จับคนจ้างบึ้ม "ซีพี-ธ.กรุงเทพ"


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงข่าวจับกุม 3 ผู้ต้องหาที่เตรียมใช้ระเบิดเพลิงปาเข้าใส่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ และอาคารบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จำกัด ที่ถนนสีลม เพื่อสร้างสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 14 เมษายน นายสุเทพ แถลงข่าวทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่าได้มีประชาชนให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ภายใต้คณะกรรมการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ได้ตั้งชุดตรวจร่วมพลเรือน ตำรวจ และทหาร เพื่อสกัดการป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่ต่างๆ ทำให้โอกาสของฝ่ายที่จะก่อความไม่สงบมีโอกาสน้อยลง


นายสุเทพ กล่าวว่า มีผู้ให้เบาะแสว่า มีความพยายามจะเผาธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ และอาคารของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จำกัด ที่ถนนสีลม เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสและได้ดำเนินการเข้าไปตรวจค้นจึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน และ 1 ใน 3 คน ได้ให้การรับสารภาพ


ผบ.ตร.ยันของจริงหลักฐานมัด


พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า ตร.ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ก็ได้จัดชุดปฏิบัติออกเป็นหลายชุด จากเบาะแสต่างๆ จะเห็นว่าตำรวจได้พยายามอย่างเต็มที่และในส่วนของเบาะแสนั้นเป็นเบาะแสที่เป็นความจริง ซึ่งได้มอบให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ผู้บังคับการกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษไปดำเนินการจับกุมผู้เกี่ยวข้อง และจากหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า เป็นผู้กระทำความผิดจะก่อวินาศกรรม ไม่ได้เป็นการสร้างหลักฐาน


ด้าน พล.ต.ท.วัชรพลกล่าวว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดกรณีนี้เป็นกรณีที่กองบังคับการตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) และทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 (บก.น.8) รับแจ้งจากสายลับว่า มีคนจ้างวานปาระเบิดที่อาคารซีพี และธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เมื่อสายลับได้แจ้งกับตำรวจจึงได้มีการวางแผนเพื่อสืบสวนและจับกุม โดยพบว่า มีการนัดหมายกันที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี เวลาประมาณ 20.40 น. เมื่อตำรวจและสายลับไปถึงก็พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในรถกระบะ แบบมีแค็บ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ สีเทา ทะเบียน บท 2541 บุรีรัมย์ โดยผู้ต้องหา 3 คนที่อยู่ในรถประกอบด้วย 1.นายพรชัย หรืออ๊อด อักษรวิทย์ อายุ 52 ปี 2.นายสุริยา หรืออู๊ด โพธิ์เงิน อายุ 54 ปี และ 3.นายศกันต์ หรือหยวก แสงเฟื่อง อายุ 55 ปี


สายลับให้ข่าวถูกจ้าง 5 พันบาท


"การจับกุมครั้งนี้พบของกลางเป็นระเบิดเพลิงชนิดน้ำมันก๊าซบรรจุขวดน้ำหวานขวดละ 500 ซีซี จำนวน 6 ขวด ระเบิดเพลิงชนิดน้ำมันก๊าซบรรจุขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ขวดละ 150 ซีซี 43 ขวด รวมระเบิดเพลิงทั้งหมด 49 ขวด นอกจากนี้ ในรถยังมีถังน้ำมันสีฟ้าขนาด 20 ลิตร มีน้ำมันเหลืออยู่เล็กน้อย 1 ถัง จากตรวจค้นพบมีอาวุธปืน 4 กระบอก เป็นปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ปืนพกสั้นยี่ห้อโคลท์ 1 กระบอก ปืนพกสั้นยี่ห้อ ลูเกอร์ ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก ยี่ห้อวอเทอร์ รุ่นจี 99 ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ปืนพกสั้นยี่ห้อโคลท์ รุ่นดีเทคทีฟ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ยังค้นพบเครื่องกระสุนปืนขนาด .357 จำนวน 45 นัด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 32 นัด รวมทั้งหมด 77 นัด และยังมีมีดพกสั้น เครื่องมือช่าง ยึดโทรศัพท์มือถืออีก 6 เครื่อง" พล.ต.ท.วัชรพลกล่าว


โฆษก ตร.กล่าวว่า จากการจับกุมดังกล่าวยังได้ยึดธนบัตร จำนวน 2,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ ทางสายลับได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการใช้เงินว่าจ้าง จำนวน 5,000 บาท โดยมีการจ่ายล่วงหน้า 2,000 บาท และจะจ่ายหลังจากดำเนินการแล้วอีก 3,000 บาท สำหรับข้อหาในการกระทำความผิดครั้งนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันพยายามวางเพลิง มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนใว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนมาในเมืองและหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งผู้ต้องหาบางคนได้รับสารภาพ และทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป


คนร้ายยิงทหาร 2 จุด เจ็บ 1 ราย


ก่อนหน้านี้ เวลา 10.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงว่า เมื่อคืนวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา กอฉ.ได้ส่งกำลังทหารออกลาดตระเวนตรวจพื้นที่ทั่ว กทม. และตั้งจุดตรวจร่วมกับตำรวจ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในการป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ซึ่งจากการปฏิบัติหน้าที่ในคืนที่ผ่านมาก็มีสิ่งบอกเหตุที่พอจะบ่งบอกได้ว่ามีกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีพยายามสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายให้เกิดขึ้น โดยเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา มีคนร้าย 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่จุดตรวจของทหารบริเวณสะพานหัวช้าง ฝั่งด้านห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง เป็นเหตุให้ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย โดยถูกยิงที่แขนซ้ายและหน้าอกด้านซ้าย ขณะนี้รักษาตัวที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลตำรวจ อีกเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อเวลา 02.45 น. คนร้ายใช้รถยนต์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ทหารที่จุดตรวจบริเวณแยกตึกชัย แต่ไม่มีทหารได้รับบาดเจ็บ


ตร.พัทยาฝากขัง "อริสมันต์"


ด้านความคืบหน้าคดีม็อบเสื้อแดง บุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท สถานที่จัดประชุมผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจา จนทำให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไป และทางตำรวจ สภ.พัทยา ได้ออกหมายจับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ที่นำม็อบบุกโรงแรมนั้น พล.ต.ท.อัศวิน ณรงค์พันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พ.ต.ท.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา พร้อมตำรวจคอมมานโดและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จำนวน 5 นาย นำเฮลิคอปเตอร์ไปรับตัวนายอริสมันต์ จากค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้ประกันตัวในคดีกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มาลงที่สนามฟุตบอล ห่างจากเรือนจำพิเศษพัทยา 500 เมตร จากนั้นนำตัวไปยื่นขออำนาจศาลจังหวัดพัทยา ฝากขัง 12 วัน


ศาลอนุญาตให้ประกันตัว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชา วิจิตรศิลป์ และนายพิชิฏ ชื่นบาน 2 ทนายความ ได้ยื่นขอประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์วงเงิน 5 แสนบาท ซึ่งศาลได้สอบถามนายอริสมันต์ ว่าถ้าได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว จะไปชุมนุมและขึ้นเวทีปราศรัยอีกหรือไม่ ซึ่งนายอริสมันต์ตอบว่าคงต้องปฏิบัติตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ทางศาลจึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้ฝากขังที่เรือนจำพิเศษพัทยา เป็นเวลา 12 วัน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หรือให้การประกันตัวออกไป โดยก่อนที่จะเข้าห้องคุมขัง นายอริสมันต์ ได้โบกมือให้กับผู้สื่อข่าว แต่ใบหน้าหม่นหมองและมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด


ต่อมาภายหลังกลุ่ม นปช.ประกาศยุติการชุมนุม ทางทนายความได้ยื่นขอประกันตัวนายอริสมันต์อีกครั้ง ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัว และได้รับปล่อยตัวออกเรือนจำพิเศษพัทยา เมื่อเวลา 12.30 น. โดยนายอริสมันต์ ได้กลั้นหายใจและก้าวเท้าขวาออกจากเรือนจำ ก่อนที่ก้าวอีก 3 ก้าว แล้วกลั้นหายใจอีกครั้งและไม่หันไปมองประตูเรือนจำ ซึ่งมีการเฉลยภายหลังว่า เป็นเคล็ดทางไสยศาสตร์


ออกหมายจับแกนนำอีก 5 คน


พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า หลังจากที่ได้นำภาพถ่ายภาพวิดีโอจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และให้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานภาพถ่าย และเทปวิดีโอ ล่าสุดได้ออกหมายจับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่บุกรุกโรงแรมรอยัล คลิฟฯเพิ่มอีก 5 คน คือนางศิริวรรณ นิมิตศิลปะ นายธรชัย ศักดิ์มังกร นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายศักดิ์ดา นพสิทธิ์ และ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์


นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีกลุ่มคนเสื้อแดงที่บุกเข้าไปในโรงแรมรอยัล คลิฟฯ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา จาก พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผกก.สภ.พัทยา ช่วยราชการ บช.ภ.2 เป็นบุคคลอื่น เนื่องจากเห็นว่า พ.ต.อ.สรายุทธ เป็นคนที่ปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงทุบรถนายกรัฐมนตรีหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ที่พัทยา กระทั่งถูกย้ายไปช่วยราชการที่ บช.ภ.2 ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ควรถูกหลอกเป็นครั้งที่ 3 เพราะนายตำรวจคนนี้ คนในพัทยารู้กันดีว่า เป็นคนที่ตระกูลชินวัตรส่งมา จึงเกรงว่า หากปล่อยให้ พ.ต.อ.สรายุทธ ทำคดีคนเสื้อแดง อาจมีการทำคดีเพื่อช่วยเหลือกันได้

มีหนทางเดียวที่จะคืนความสงบ

ที่มา ประชาไท

โดย จีรนุช เปรมชัยพร

ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่เพียงเนื่องมาจากการที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แต่เป็นภาวะฉุกเฉินที่ร้ายแรงอันเนื่องมาจากการรับรู้ข่าวสารที่ต่างมุม ต่างอารมณ์

ความรู้สึกของคนในสังคม จึงมีทั้งคนที่มองเห็นการกระทำของคนเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการความวุ่นวายและสร้างความไม่สงบ ตามที่มีการรายงานโดยต่อเนื่อง รวมถึงการออกสื่ออย่างเข้มข้นของผู้มีอำนาจในฝ่ายรัฐบาล ขณะที่แทบไม่เห็นการรายงานเรื่องราวและความคิดเห็นจากมุมของคนเสื้อแดงที่ชุมนุมรวมตัวกันเป็นจำนวนมากที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล และกระจายเป็นกลุ่มย่อยๆ อยู่ในจุดต่างๆ ของกรุงเทพฯ และอีกทั่วประเทศ

สำหรับคนเสื้อแดง สายธารข่าวเช่นนี้นำมาซึ่งความรู้สึกโกรธแค้นที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งชัดเจนว่ามีการปิดกั้นการเข้าถึงข่าวสารในฝ่ายของคนเสื้อแดง แม้อาจจะไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการกระทำโดยรัฐหรือโดยใคร แต่แน่นอนที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้ คือความรู้สึกโกรธแค้นที่ทับทวีขึ้น

การประกาศที่จะนำความสงบคืนมาสู่ประเทศไทยให้ได้ภายใน 3-4 วันของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยการตัดสินใจล้อมปราบประชาชน

และเรายังหวังว่า สื่อมวลชนและกลุ่มต่างๆ ในสังคม จะไม่ดูดาย เพิกเฉย และอาจเกินเลยไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความชอบธรรมในการล้อมปราบ

ความอดทน และสันติในใจของทุกฝ่ายเท่านั้นที่จะนำความสงบคืนมาได้

บรรยากาศแยกวังแดง หลังยุติการชุมนุม (พร้อมคลิป)

ที่มา ประชาไท

11.00 น. แกนนำ นปช. เดินนำผู้ชุมนุมออกจากบริเวณทำเนียบรัฐบาล เพื่อช่วยให้การยุติการชุมนุมเป็นไปโดยสันติ โดยนำเดินออกมาทางแยกวังแดง และประกาศจะนำแกนนำที่ถูกหมายจับ 5 คน กรณีประท้วงที่พัทยาเข้ามอบตัว

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งไม่ยอมสลายการชุมนุม จนมีประชาชนมาชุมนุมที่แยกวังแดง ประมาณ 400 คน เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารที่ยืนกั้นอยู่ มีรถจีเอ็มซี และรถกระบะที่มีทหารนั่งอยู่ 4-5 นาย วิ่งผ่าน ประชาชนได้ตะโกนโห่ และขว้างขวดน้ำใส่รถทหาร และทหารที่อยู่หลังรถกะบะ ทำให้ทหารยิงปืนขู่ 2 นัด

อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมพยายามขอร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ปิดกั้นบริเวณอยู่ได้เปิดทางให้นำอาหารและน้ำเข้าไปหน้าเวทีทำเนียบรัฐบาล จนกระทั่งเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่จึงยินยอม ทำให้บรรยากาศบริเวณแยกวังแดงคลี่คลาย

นางอัจราภร ภาคเจริญ หนึ่งในประชาชนที่ชุมนุม กล่าวพร้อมกับร้องไห้ ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดทางให้เข้าไปตามหาแม่อายุ 63 ปี ซึ่งมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง 2 วันแล้ว และไม่มีโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากใช้ไม่เป็นและบอกว่ามาชุมนุมที่นี่ไม่มีอันตราย และนางอัจราภรณ์ยังได้ต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารซึ่งตั้งแถวอยู่ด้านหลังว่า นำภาษีของประชาชนมาปราบปรามประชาชน และเหตุที่ทำให้ประชาชนต้องออกมาก็เพราะความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น

ถ้าบ้านเมืองยุติธรรมมันจะไม่มีวันนี้

ไม่เข้าใจว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทนดูได้ยังไง ประชาชนทั้งประเทศเหมือนตายทั้งเป็นแล้วตอนนี้ นางอัจราภรณ์กล่าว ก่อนจะสามารถขอติดรถไปกับรถส่งอาหารได้

ก่อนหน้านี้มี ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามจะเข้าไปสังเกตุการณ์การสลายการชุมนุม แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ ต่อกรณีดังกล่าว นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ทหารควรเปิดโอกาสให้กลุม ส.ส. มีส่วนร่วมเข้าไปสังเกตการณ์การสลายการชุมนุม หากคิดว่าเป็นเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ก็ควรให้มีตัวแทน ส.ส. เข้าไป ในเมื่อนายกรัฐมนตรีและทหารประกาศว่า จะไม่มีการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม จึงไม่มีเหตุผลใดที่ไม่ให้มีตัวแทนเข้าไปสังเกตการณ์

ดูคลิปประกอบ บรรยากาศแยกวังแดง



ตำรวจควบคุมตัว 5 แกนนำไว้ บชน. แล้ว

ที่มา ประชาไท

เวลา 14.08 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.)ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวแกนนำกลุ่มนปช. 4 คนได้แก่ นายวีระ มุสิกะพงษ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แรมโบ้อิสาน นายจตุพร พรหมพันธ์ และนายแพทย์เหวง โตจิราการ มายัง บชน. โดยนายจตุพร ได้ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. ประกันตัว เบื้องต้นยังไม่ทราบข้อกล่าวหา

คณะกรรมการสอบสวนข้อมูล 14 ตุลา ตั้งโต๊ะเฉพาะกิจรับแจ้งเบาะแสคนหายจากเหตุการณ์ปะทะ เดือนเม.ย.

นายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ เปิดเผยว่าขณะนี้มีการจัดตั้งโต๊ะแจ้งเบาะแสข้อมูลคนหายในกรณีเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ชุมนุมตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกรณีเฉพาะกิจผู้สูญหายจากเหตุการณ์ทางการเมือง โดยทางศูนย์ข้อมูลรับเรื่องราวคนหายกรณีการชุมนุมการเมืองเดือนเมษา

นอกจากจะรับแจ้งเบาะแสเรื่องรับข้อมูลเบื้องต้นแล้ว จะทำหน้าที่สืบสวนหาศพผู้เสียชีวิตด้วย และจะทำหน้าที่ประสานงานผู้ได้รับบาดเจ็บว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไรต่อไป

ทั้งนี้ศูนย์ดังกล่าวดำเนินการโดยคณะกรรมการสอบสวนข้อมูล 14 ตุลา นายชัยนรินทร์ ผู้ประสานงานโต๊ะแจ้งเบาะแสฯ กล่าวว่าในเบื้องต้น จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุแต่ละแห่ง และจะทำการตั้งโต๊ะรับแจ้งเบาะแสที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ตั้งแต่เวลา 9.00- 17.00 น. โทรศัพท์ 083-812-5659 อีเมล์ ontontnong@hotmail.com

ไอ้หน้าตัวเมียทำร้ายผู้หญิง บริเวณ

คลิบ VDO ! ไอ้หน้าตัวเมียทำร้ายผู้หญิง ไม่รู้ว่าเป็นทหาร หรือว่าคนในชุมชน ใครรู้เบาะแสแจ้งด้วย รับรองแม่งงานเข้าแน่ๆ

ปชป.เผยยังจับตา"แม้ว" เชื่อเสื้อแดงบางคนหาที่ลงไม่ได้ "เหวง"จี้เลิกพรก. ลั่นเอาผิดนายกฯฐานฆ่าปชช.

ที่มา มติชนออนไลน์

ปชป.เผยยังจับตา"แม้ว" เชื่อเสื้อแดงบางคนหาที่ลงไม่ได้ "เหวง"จี้เลิกพรก.ฉุกเฉิน ลั่นเอาผิดนายกฯ ฐานเข่นฆ่าปชช. "เสื้อแดง"เชียงใหม่ปลุกคนเข้ากรุง ลั่นยังไม่ยุติการชุมนุม รบ.ยันดำเนินคดีแกนนำตามหลักฐาน ยังไม่เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผบ.ตร.รับตัว"วีระ-สุพร"หลังยุติชุมนุม

ปชป.เผยยังจับตา"แม้ว" เชื่อเสื้อแดงบางคนหาที่ลงไม่ได้


นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านทางเนชั่น เมื่อวันที่ 14 เมษายนว่า สถานการณ์การชุมนุมคลี่คลายขึ้น แต่รัฐบาลต้องควบคุมและดูแลต่อไป แม้จะเลิกชุมนุมแล้วก็ตาม แต่บางคนยังมีอารมณ์ค้างและคนตกค้าง ขณะที่บางคนยังหาที่ลงไม่ได้ จึงต้องดูแลให้เรียบร้อย ส่วนการที่แกนนำเข้ามอบตัวนั้น ถือเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องสอบสวนต่อไป


นายเทพไท กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้บอกอะไรเป็นพิเศษ แต่มอบมหายให้ผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะตำรวจดูแลการมอบตัวของแกนนำและการกลับบ้านของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเมื่อสถานการณ์นิ่งกว่านี้แล้ว นายกฯ จะแถลงผลการทำงานให้ประชาชนทราบอีกครั้ง


"การที่แกนนำบอกว่ายุติการชุมนุม เพื่อเปลี่ยนยุทธศาสตร์นั้น ก็ต้องเฝ้าระวัง เพราะบางส่วนยังไม่ยอมแพ้ บางส่วนบอกว่าพักเพื่อสู้ต่อ แต่ด้วยเหตุใดก็ได้ตาม รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุดและติดตามกลุ่มคนเหล่านี้ต้อไป รวมทั้งต้องดูท่าทีของคนที่อยู่เมืองนอกด้วย หากมีการสัญญาณมาอย่างไร ม็อบคงทำตามอีก อย่างไรก็ตาม ขอย้ำให้ทุกคนใช้สติ" นายเทพไท กล่าว


นายเทพไท กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้ ส.ส.แต่ละพรรคการเมือง ช่วยเหลือให้ประเทศสงบ และอยากให้นำปัญหาไปพูดในสภาตามบทบาทที่มีอยู่ ส่วนการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีนั้น รัฐบาลต้องเร่งรัดบังคับใช้กฎหมายผ่านหน่วยงานต่างๆส่วนการเดินสายทำความเข้าใจกับประชาชนนั้น นายกฯ ก็ต้องลงพื้นที่ไปตามปกติ ส่วนการชี้แจงกับต่างประเทศนั้น ก็ต้องดูไปตามภารกิจ หากต้องเยือนประเทศใด คงใช้โอกาสนั้นชี้แจงกับสื่อมวลชนและผู้นำต่างประเทศต่อไป


ส่วนกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำคนเสื้อแดง ออกสื่อต่างประเทศนั้น นายเทพไท กล่าวว่า เป็นสิทธิ แต่หากสร้างความเสียหายให้สถาบันหรือรัฐบาล ก็จำเป้นต้องชี้แจง แม้ตอนนี้นายจักรภพยังไม่มอบตัว แต่วันหลังก็ต้องจัดการให้มารับทราบข้อหา ส่วนกำลังใจของนายกฯ ยังดีมาก

บขส.ส่งรถบัส50คัน ส่งเสื้อแดงกลับภูมิลำเนา

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า ภายหลังแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศการสลายการชุมนุมที่บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลนั้น ขณะนี้ บขส. ได้รับการประสานงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) และกำลังทหาร เพื่อขอรถบขส.ให้มารับกลุ่มผู้ชุมนุมกลับภูมิลำเนา โดยเบื้องต้น บขส. ได้เตรียมรถจำนวน 50 คัน ไปสำรองที่ลานพระบรมรูปทรงม้าแล้ว และหากได้รับการประสานงานอีกว่า รถไม่พอก็จะพยายามจัดเตรียมรถส่งไปเพิ่มขึ้น โดย บขส. พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเตรียมที่

"เสื้อแดง"เชียงใหม่ปลุกคนเข้ากรุง ลั่นยังไม่ยุติการชุมนุม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศยุติการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ยังคงประกาศผ่านทางสถานีวิทยุชุมชนอย่างต่อเนื่องว่า ขอให้คนเสื้อแดงมารวมตัวกันเพื่อสู้ต่อไป พร้อมแจ้งกับคนเสื้อแดงว่า แม้แกนนำจะเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว แต่การประกาศยุติการชุมนุมที่กรุงเทพมหานครเป็นเพียงข่าวลวง เพราะเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ ยังไม่ได้สลายตัว เพียงแต่ย้ายการชุมนุมจากทำเนียบรัฐบาลไปยังสนามหลวงเท่านั้น ดังนั้น เสื้อแดงเชียงใหม่จะยังเดินหน้าต่อสู้และระดมคนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ต่อไป


นายเพชรวรรต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยุติการชุมนุมที่กรุงเทพฯ แต่แกนนำบางคนได้เข้ามอบตัวและย้ายสถานที่การชุมนุมจากทำเนียบรัฐบาลไปยังสนามหลวงเท่านั้น และกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จะยังสู้ต่อไป เบื้องต้นจะเดินหน้าระดมคนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีก ซึ่งไม่ขอระบุว่าจะเดินทางไปช่องทางใดหรือมีจำนวนเท่าไหร่


"เหวง"จี้รัฐบาลเลิกพรก.ฉุกเฉิน ลั่นนายกฯ เข่นฆ่า ปชช.

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวภายหลังยุติการชุมนุมว่า จะดำเนินการและดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในข้อหาเข่นฆ่าประชาชนอย่างถึงที่สุด และขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ภายใน 17.00 น.ของวันที่ 14 เมษายนนี้ และให้ทหารกลับเข้ากรมกองเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง


ด้านนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องประกาศยุติการชุมนุม เพราะแกนนำไม่ต้องการให้เสียเลือดเสียเนื้อไปมากกว่านี้ หากเสื้อแดงต้องการเปลี่ยนแกนนำ ก็สามารถทำได้ ตนยืนยันว่าแม้ไม่ใช่ผู้นำ แต่ก็จะเป็นเสื้อแดงที่ออกมาสู้กับทุกคน และเราจะต่อสู้ต่อไปไม่มีการเว้นวรรค แม้วินาทีเดียว

รบ.ดำเนินคดีแกนนำตามหลักฐาน-ยังไม่เลิกพรก.ฉุกเฉิน

นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านเนชั่น เมื่อวันที่ 14 เมษายน ว่า แม้จะมีการประกาศยุติการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่เชื่อว่าต้องมีการควบคุมพื้นที่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้สถานการณ์มีเสถียรภาพ ส่วนการกำหนดรายละเอียดนั้น ต้องเป็นหน้าที่กองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ส่วนการดูแลผู้บาดเจ็บและผู้เสียหายนั้น จะมีกระบวนการช่วยเหลือและดูแลแน่นอน ขณะที่การเดินทางกลับภูมิลำเนา ในส่วนของเมื่อคืนวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย ส่วนการเคลียร์ทำเนียบรัฐบาลนั้น ต้องมีการดูแลให้เกิดความเรียบร้อยไปตามขั้นตอน เพื่อความมั่นใจและโปรงใส่


นายปณิธาน กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมว่า รัฐบาลจะเดินหน้าต่อไป และผู้ถูกดำเนินคดีก็สามารถต่อสู้ได้ โดยที่รัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพื่อให้ได้ข้อยุติในกระบวนการยุติธรรม การที่ฝ่ายแกนนำคนเสื้อแดงได้เข้ามามอบตัว ถือเป็นเรื่องยินดี ส่วนความคิดเห็นทางกานเมืองที่แตกต่างกัน ต้องมีกระบวนการปฏิรูปทางการเมืองที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าอยู่ เมื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การเดินหน้าทางการเมืองก็จะมีต่อไป


"ข้อกล่าวหาแกนนำจะขึ้นอยู่กับหลักฐาน เชื่อว่าไม่เป็นปัญหา ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและจะไม่มีการทำลัดขั้นตอนใดๆ" นายปณิธาน กล่าว


เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายหลังการยุติการชุมนุมหรือยัง นายปณิธาน กล่าวว่า นายกฯ ยังอยู่ที่กอฉ. และได้ให้แนวทางและประชุมอยู่ตั้งแต่เช้า


ส่วนแนวคิดการยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น นายปณิธาน กล่าวว่า ถ้าสถานการณ์มีเสถียรภาพแล้ว และกอฉ.ประเมินแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการยกเลิก แต่ตอนนี้ยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชน เราไม่อยากเห็นประชาชนเผชิญหน้ากันเอง เพื่อความไม่ประมาท เราต้องพึงระวัง การปะทุอาจจะมีบ้าง เรากำลังดำเนินการให้กลับสู่ภาวะปกติจริงๆ

"พัชรวาท"รับมอบตัว"วีระ" แกนนำคนอื่นยังปักหลักบนเวที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.45 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมกำลังส่วนหนึ่ง ได้เดินทางออกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อรอรับการเข้ามอบตัวของนายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำคนเสื้อแดง ขณะที่ทหารและตำรวจได้ตั้งแนวปิดกั้น เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกรวมถึงสื่อมวลชนเข้าไปในบริเวณดังกล่าว


ขณะบริเวณแยกวังแดง กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้นำรถปิกอัพพยายามขอเจ้าหน้าที่เข้าไปในการชุมนุม โดยอ้างว่าจะนำน้ำและอาหารไปส่งให้กับผู้ชุมนุม แต่เมื่อไม่ได้รับให้เข้าไปในพื้นที่ จึงมีการปราศรัยโจมตีว่าทหารกำลังตัดเส้นทาง เพื่อให้ผู้ชุมนุมอดอาหารตาย ล่าสุดพล.ต.อ.พัชรวาท ได้เข้าไปพูดคุยกับนายวีระ มุสิกพงษ์ แล้ว ขณะที่แกนนำคนอื่นๆ ยังคงปักหลักปราศรัยอยู่บนเวที

"ณัฐวุฒิ-เหวง"กล่อมเสื้อแดงกลับบ้าน เล็งเปลี่ยนที่สู้ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเวทีปราศรัยบริเวณทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแเดง ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมขึ้นรถกลับบ้าน และกำลังรอสัญญาณจากนายวีระ มุสิกพงศ์ ที่กำลังประสานกับตำรวจให้นำรถมารับอยู่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนพยายามประกาศว่า ควรให้ชุมนุมต่อที่สนามหลวง แต่ทางแกนนำเห็นว่าจะเป็นผลเสียมากกว่า และยุทธศาสตร์การชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลไม่เหมาะสมกับการต่อสู้ต่อไป


นพ.เหวง กล่าว่า การชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เป็นชัยภูมิที่เสียเปรียบทุกด้าน จึงจำเป็นต้องการเปลื่ยนพื้นที่ในการต่อสู้เสียใหม่


แกนนำเสื้อแดงตั้งท่ามอบตัวที่ บช.น. ถูกผู้ชุมนุมไม่พอใจขวาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.18 น. วันที่ 14 เมษายน นายสุพร อัตถาวงศ์ และนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินคล้องแขนเป็นแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งลงจากเวที มีแผนมุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าใจว่า เพื่อเป็นการมองตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุมเสื้อแดงบางส่วน ที่ไม่ต้องการให้แกนนำไปมอบตัว จึงเข้าไปล้อมรอบแกนนำเพื่อขอร้อง ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด มีการปาข้าวของใส่กัน ขณะที่การ์ดเสื้อแดงต้องเข้ามาขวาง

"วีระ"ประกาศสลายม็อบ อ้างมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบแฝง


นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ได้ประกาศบนเวทีปราศรัยบริเวณทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ขอให้ยุติการชุมนุมครั้งนี้ไปก่อน โดยให้เหตุผลว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีได้แอบแฝงเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุม ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย จึงขอให้ยุติการชุมนุม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพามวลชนบริเวณทำเนียบฯ กลับภูมิลำเนา อย่างไรก็ตาม การยุติการชุมนุมครั้งนี้เป็นเพียงการหยุด เพื่อตั้งหลักใหม่เท่านั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ผู้ชุมนุมได้ทราบข่าวนี้ ต่างมีอาการซึมเศร้าและบ่นว่าไม่น่าเลิกชุมนุมตอนนี้ ก่อนที่จะเก็บข้าวของกลับไป ขณะที่แกนนำทุกคนมีใบหน้าโศกเศร้า ทั้งนี้ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง ได้สั่งให้การ์ดเสื้อแดงไปเจรจากับทหาร เพื่อให้ถอยออกไปประมาณ 20 เมตร เป็นการเปิดทางให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายกันออกไป

ทั้งนี้ นายวีระ ได้ขอให้นายตำรวจระดับสูงเข้าไปเจรจา โดยให้ดูแลความปลอดภัยใหเกับพวกเขา แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งทหารและตำรวจยังคงตรึงกำลังอยู่อย่างเข้มแข็ง และมีการสั่งเตรียมพร้อมแล้ว ในขณะที่ทางทหารมีคำสั่งไม่ให้เข้าออกบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล แต่หากผู้ชุมนุมจะเดินทสงออกมา ให้ออกทางแยกวังแดงเท่านั้น

ต่อมา พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. และพล.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.ตปพ. นำกำลังตำรวจปราบจลาจล 3 กองร้อย สสนธิกำลังจากตำรวจนครบาลของสน.ต่างๆอีก 2 กองร้อย เดินทางเข้าไปยังสถานที่ชุมนุม หลังจากที่แกนนำนปช.ได้ติดต่อมา เพื่อขอยกเลิกการชุมนุม และขอมอบตัวในคดีที่บุกพัทยา

แกนนำเสื้อแดงลั่นยอมให้จับโดยดี ขออย่าทำร้ายปชช.


สำหรับเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งมีรายงานตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. ว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 13 เม.ย. นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า หากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาจับกุม ก็จะยอมให้จับกุมแต่โดยดี ไม่ต่อสู้ ขอเพียงอย่าทำร้ายประชาชน


อย่างไรก็ตาม เวลา 00.15 น. วันที่ 14 เม.ย. แกนนำยังคงทำปราศรัยต่อไป โดยมีผู้ชุมนุมปักหลักอยู่จำนวนหลายพันคน ขณะที่ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งทยอยเดินทางกลับแล้ว

ทหารรุกคืบประชิด"เสื้อแดง"ที่ทำเนียบ พร้อมอุปกรณ์ครบมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารสนธิเสริมทุกจุดโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่แยกยมราช แยกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) แยกลานพระบรมรูปทรงม้า และแยก จปร. โดยทหารได้ตั้งแถวพร้อมเตรียมอุปกรณ์โล่ กระบอง แก๊สน้ำตา รถหุ้มเกราะ รถพยาบาลและรถถัง เข้ามาสมทบ โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติคอยสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่อง


นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสนธิกำลังทหารเข้าประชิดกลุ่มผู้
ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นการจัดกำลังตามขั้นตอนเตรียมเข้าดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ตามจุดต่างๆ ตามที่กองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) กำหนดไว้ มีการประสานเฝาระวัง พร้อมเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลรองรับเหตุการณ์ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจ รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนตรวจสอบได้

"จตุพร"ไม่หนักใจเชื่อเสื้อแดงตจว.มาสมทบ วันนี้ยึดที่มั่น

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวเมื่อวันที่ 14 เมษายนว่า ผู้ชุมนุมไม่หนักใจ แม้จะทราบว่าทหารได้มีการสกัดทุกเส้นทาง เพื่อไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้ามายังสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายได้ เพราะหลังจากนี้จะมีกลุ่มเสื้อแดงต่างจังหวัดทยอยมาสมทบ และหากมีการสกัดการส่งเสบียง เชื่อว่าอาจต้องมีการแหวกวงล้อมทหารออกไป


นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้จะยังไม่เคลื่อนพลไปไหน เพราะหากออกจากที่มั่น อาจมีอันตรายกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการชี้แจงกับสื่อต่างประเทศแทนสื่อมวลชนไทย เพราะสื่อถูกครอบงำ การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนไทยมีการรายงานข้อมูลที่บิดเบือน และเหตุการณ์ในขณะนี้คล้ายกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่สื่อมวลชนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ต้องอ้างอิงข้อมูลจากสื่อต่างประเทศเท่านั้น

"สาทิตย์"เผยลอบยิงทหารใกล้วังสระปทุมเจ็บ1


นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการเก็บตกจากเนชั่น เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า สถานการณ์ตอนนี้เริ่มกลับสู่ความสงบ มีเพียงต้องนำรถประจำทางบางส่วนที่ถูกผู้ชุมุนมเสื้อแดงยึดไปจอดขวางตามแยกสำคัญกลับคืนมา คาดว่าจะเคลื่อนย้ายให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ทั้งนี้ มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังดูแลอย่างเข้มงวด จะไม่เกิดเหตุวุ่นวายเหมือนวานนี้(13 เม.ย.)


นอกจากนี้ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ยังเกิดเหตุการณ์ลอบยิงทหารรักษาการณ์บริเวณสะพานหัวช้าง ใกล้วังสระปทุม มีทหารได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจแล้ว และเหตุลอบยิงทหารแยกตึกชัย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด


รบ.ยันคุมพื้นที่ในกรุงเทพฯได้หมด เตือนตจว.อย่าประมาท

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ชุมนุมเสื้อแดง เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่า ภาพรวมทั่วไปรัฐบาลสามารถควบคุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้หมดแล้ว ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในสภาวะปกติ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังและไม่ประมาท


รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่าต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มีบางประเทศที่รับภาพของแต่ละสื่อไม่ครบถ้วน อาจเป็นเหตุผลที่ต้องประกาศคำเตือนประชาชนของตัวเอง ระมัดระวังในการเดินทางเข้ามาประเทศไทย ส่วนของรัฐบาลก็ได้ชี้แจงสถานการณ์ที่แท้จริงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งการปฏิบัติงานของกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.)ตลอดจนขั้นตอนในการปฏิบัติถูกกำหนดขึ้น


นายปณิธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการตัดสัญญาณสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "ดี สเตชั่น" สามารถลดความรุนแรงของสถานากรณ์ได้ เนื่องจากการสื่อสารที่เกิดขึ้นในรอบหลายเดือน มีส่วนทำให้เกิดความรุนแรงของสถานการณ์ ดังนั้นเมื่อสัญญาณถูกตัดไปแล้ว สถานการณ์จะคลี่คลายขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว


ขสมก.สรุปถูกเสื้อแดงยึด52คัน ทำใจถูกเผาหมด


เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 14 เม.ย. นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ขณะนี้รถโดยสารประจำทางของขสมก.ได้เริ่มออกให้บริการตามปกติตั้งแต่เวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา แต่มีการเปลี่ยนเส้นทางบางในบางสายที่ยังมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านอยู่ อาทิ เส้นทางอนุสาวรีย์ที่ตรงเข้าสู่สนามเป้า ถ.ศรีอยุธยา ที่วิ่งมุ่งหน้าไปยังวัดเบญจมบพิตร ทางขึ้นทางด่วนยมราช บริเวณแยกผ่านฟ้า ถ.ราชสีมาที่วิ่งตรงมายังถ.ราชดำเนิน ลานพระบรมรูปทรงม้า ฯลฯ ซึ่งบางสายอาจจะใช้การวิ่งอ้อมเส้นทางปกติ แต่บางสายอาจระยะการวิ่งลง เช่น รถเมล์ขสมก.สายเหนือที่วิ่งบนถนนพหลโยธิน ซึ่งจะมาจอดแค่ป้ายสถานีสวนจตุจักรเท่านั้น ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการสอบถามเส้นทาง สามารถโทรศัพท์ไปสอบถามที่หมายเลข 184 ได้ตลอดเวลา


ผอ.ขสมก.ยังกล่าวถึงจำนวนรถเมล์ซึ่งถูกผู้ชุมนุมยึดไป ว่า จากการตรวจสอบมีทั้งหมด 52 คัน เป็นรถเมล์ขสมก. 33 คัน รถเมล์ร่วมบริการ 19 คัน โดยรถเมล์ของขสมก.นั้น ขณะนี้ได้คืนมาแล้ว 14 คัน ถูกเผาทั้งคัน 3 คัน เสียหายบางส่วนหลายคัน ยังอยู่ในที่ชุมนุมอีก 19 คัน คาดว่าจะถูกเผาทั้งหมด


ค้นเสื้อแดง เจอบางส่วนพกอาวุธเข้าพื้นที่ชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารได้ตั้งจุดตรวจรอบพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงรอบทำเนียบฯ เพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พบผู้ชุมนุมบางส่วนพกอาวุธเข้าพื้นที่การชุมนุม ประกอบด้วย ระเบิดเพลิง มีด ขวาน ท่อนไม้ ท่อนเหล็กและลูกแก้ว นอกจากนี้ บริเวณแยกวัดเบญจมบพิตร ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนได้เดินทางกลับบ้าน โดยให้เหตุผลว่าเลือกเดินทางกลับตอนเช้าเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการปะทะกับกลุ่มชาวบ้าน

นอกจากนี้ แกนนำบนเวทียังได้ลดความแข็งกร้าวต่อสื่อมวลชน โดยประกาศให้ผู้ชุมนุมเห็นใจนักข่าวภาคสนาม และขอร้องให้สื่อทำงานอย่างเป็นกลางตรงไปตรงมา

ตร.-ทหารตั้งด่านใกล้ม็อบ ตรวจอาวุธเข้มงวด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลังตั้งด่านตรวจค้นผู้ที่สัญจรไปมา และผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบพกอาวุธเข้ามาสร้างความวุ่นวายภายในพื้นที่การชุมนุม

กอฉ.เตรียมเสนอรัฐขยายวันหยุดเพิ่ม

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. กองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) เตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มวันพฤหัสบดีที่ 16 และวันศุกร์ที่ 17 เม.ย.52 เป็นวันหยุดต่อเนื่องอีก เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ กทม. ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ยอดผู้บาดเจ็บจากม็อบเสื้อแดงพุ่งถึง112รายแล้ว


นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ถึงช่วงเช้าวันนี้มียอดรวมทั้งสิ้น 112 ราย ส่วนใหญ่เป็นการบาดเจ็บจากการถูกกระสุนปืนและของแข็งแทงทะลุผิวหนัง ขณะนี้ทุกรายได้รับการดูแลจนพ้นขีดอันตรายหมดแล้ว ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเดิมที่ 2 ราย จากเหตุกลุ่มคนเสื้อแดงใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้านตลาดนางเลิ้ง อย่างไรก็ตามแพทย์ทุกโรงพยาบาลในพื้นที่ กทม. ได้ระดมทีมเต็มกำลังประสานความร่วมมือกันในการช่วยผู้ประสบเหตุทั้งหมด ภายใต้การกำกับของนายแพทย์พีรพงศ์ สายเชื้อ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร


อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุการชุมนุมคนเสื้อแดงใน กทม. ขณะนี้ยังไม่นิ่งและยังมีการรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เสื้อแดงเรียงถังแก๊สรอบทำเนียบฯ ทำรั้วกั้นทหาร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 14 เม.ย. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แกนนำยังคงขึ้นปราศรัยบนเวทีเพื่อปลุกระดมผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยมีทหารประจำการอยู่นับ 100 นายบริเวณแยกวัดเบญจมบพิตร อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกันแนวรั้วกั้นของคนเสื้อแดงพบว่า มีถังแก๊สตั้งเรียงไว้ เพื่อป้องกันทหารเข้ามาสลายอีกด้วย

ทหารสลายม็อบปิดถ.ดินแดงเจ็บอื้อ


ก่อนหน้านี้ กองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ซึ่งตั้งขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส. เป็นผู้อำนวยการ กอฉ. เข้าทำการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ปิดกันถนนบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 13 เมษายน จนมีผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่ายจำนวนมาก หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมาเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังเจ้าหน้าที่ทหารหลายร้อยนายพร้อมโล่ และอาวุธปืน เริ่มประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวนำรถแท็กซี่และรถเมล์มาจอดปิดขวางการจราจรบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมาเปิดการจราจร แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตาม จึงได้ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มเสื้อแดง และระดมยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นระยะ ทำให้กลุ่มเสื้อแดงต้องถอยร่นออกมาทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขณะที่มีกลุ่มเสื้อแดงบางส่วนพยายามตอบโต้กับทหารโดยใช้รถเมล์ รถแท็กซี่ขับเข้าชน และเผายางล้อรถยนต์เพื่อเป็นแนวกั้นเกิดการปะทะกันนานกว่า 1 ชั่วโมง ทหารเข้ายึดตรึงพื้นที่ไว้ได้ โดยมีผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่ายจำนวนมาก จากนั้นมีรถพยาบาลเข้า-ออกในพื้นที่ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงตลอดเวลา


โฆษกทบ.แจงคุมสถานการณ์ได้แล้ว


เวลา 07.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงการสลายชุมนุมเสื้อแดงที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงว่า เพราะมีประชาชนได้ร้องเรียนมาเป็นจำนวนมากจากบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ทางทหารได้ประเมินสถานการณ์แล้วพบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีประมาณ 300 คน จึงเข้าไปสลายการชุมนุม ก่อนการสลายนั้น ได้ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมให้สลายตัวไป แต่ปรากฏว่า ทางฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมกลับใช้อาวุธปืนยิงลงมาจากทางด่วน และปาระเบิดเพลิงเข้าใส่ทหาร และได้ใช้รถเมล์พุ่งชนจนทหารได้รับบาดเจ็บไปกว่า 10 นาย ทางทหารจึงได้ใช้อาวุธปืนยิง แต่ขอย้ำว่า เป็นการยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่และมีการใช้แก๊สน้ำตายิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมกับใช้กำลังทหารเดินหน้าตะลุยไป


"การสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น ทหารได้รับบาดเจ็บไปหลายนาย เนื่องจากถูกอาวุธปืนของกลุ่มผู้ชุมนุม ทางทหารจึงได้ประสานงานกับศูนย์นเรนทรลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล การสลายการชุมนุมใช้เวลาประมาณชั่วโมงก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยแยกผู้ชุมนุมออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนหนึ่งผู้ที่ถูกหลอกให้เข้ามาร่วมชุมนุม ไม่เต็มใจเข้าร่วม จึงกันประชาชนกลุ่มนี้ให้กลับบ้านไป ส่วนกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ที่พยายามปลุกระดม และเป็นแกนนำ จึงควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย"


หมดเวลาประนีประนอมใช้เด็ดขาด


พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า การควบคุมสถานการณ์ชุมนุมว่า จะต้องประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ รวมทั้ง นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ทุกวิถีการปฏิบัติ ขอให้เกิดผลกระทบ และความสูญเสียต่อผู้ชุมนุมให้น้อยที่สุด ส่วนที่ยังมีการปิดถนนตามจุดต่างๆ ก็จะต้องพิจารณาเป็นจุดๆ เวลานี้ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล และกองทัพ ที่เห็นตรงกันว่า จะต้องใช้มาตรการทางกฎหมายที่เด็ดขาด และเข้มข้นขึ้น แต่ทุกฝ่ายในสังคมที่ติดต่อเข้ามา ได้มองเห็นว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง แต่ความอะลุ่มอล่วย นุ่มนวล ไม่สามารถหยุดคนที่กระทำความผิดในขณะนี้ได้ จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 07.15 น. มีการประกาศคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 98/2552 เรื่อง การจัดตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) โดยให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้อำนวยการ รมว.กลาโหมเป็นที่ปรึกษา และมีกรรมการอีกจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันยังมีการประกาศบังคับใช้ มาตรา 11 (6) ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามมิให้มีการปิดเส้นทางจราจรหรือเส้นทางการคมนาคมโดดเด็ดขาด


เสื้อแดงโต้กลับใช้รถก๊าซขู่กู้ระทึก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะโฆษกกองทัพบกจะประกาศคุมสถานการณ์บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงได้ แต่กลุ่มคนเสื้อแดงได้แตกเป็นดาวกระจายเคลื่อนไหวคอยตอบโต้กลับอยู่ตลอดเวลาบริเวณทางแยกสามเหลี่ยมดินแดงที่แยกจะไปถนนราชปรารภ ซอยรางน้ำ ถนนข้ามแยกดินแดง ไปอนุสาวรีชัยสมรภูมิ ถนนดินแดงฝั่งตรงข้ามหน้าโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ เป็นต้น


กระทั่งเวลา 10.05 น. กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มรุกกลับด้วยการขับรถบรรทุกก๊าซขนาดใหญ่ 1 คัน ไปจอดทิ้งไว้ภายในซอยรางน้ำ ใกล้บริษัท คิงเพาเวอร์ จำกัด ก่อนจะสลายไป โดยมีการส่งรถมอเตอร์ไซค์สายตรวจคนเสื้อแดงขับมาตรวจดูเป็นระยะๆ ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเข้าไปตรวจสอบและฉีดน้ำไปที่ตัวรถเพื่อควบคุมสถานการณ์ตลอดเวลา ต่อมา 12.03 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบหาวัตถุระเบิดภายในรถก๊าซแต่ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด รวมถึงก๊าซในถังได้มีการปล่อยระเหยออกจนหมดแล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำรถก๊าซคันดังกล่าวที่บริษัทอ้างว่าถูกจี้มาส่งคืนกลับไป
ด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. จึงสั่งการตำรวจ บก.1-9 ให้สำรวจและประชาสัมพันธ์สถานีบริการน้ำมันและปั๊มก๊าซในพื้นที่ให้ใช้ความระมัดระวังการจอดรถเนื่องจากกลัวคนร้ายใช้ช่วงจังหวะโอกาสขับรถไปก่อเหตุ หลังมีการแจ้งคนร้ายก่อเหตุลักรถขนก๊าซ ทะเบียน 81-9629 กรุงเทพมหานคร จากพื้นที่ สน.ดินแดงมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแต่ถูกตำรวจสกัดจับกุมได้บริเวณแยกดินแดง


แกนนำปลุกรับมือสลายทำเนียบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มคนเสื้อแดงหลายพันคนยังคงปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และเมื่อทราบเหตุสลายการชุมนุมที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ช่วงเวลา 05.00 น. แกนนำกลุ่มเสื้อแดง อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่ใช้มาตรการรุนแรงสลายกลุ่มผู้ชุมนุม


นายจตุพร ยังประกาศและปลุกให้การ์ดและกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ ที่ยังรวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าทำเนียบตื่นขึ้น เพื่อเตรียมรับสถานการณ์การสลายการชุมนุมด้วย


เวลา 11.30 น. นพ.เหวงขึ้นเวทีปราศรัยอีกครั้ง ให้ทหารถอนกำลังออกไปภายใน 3 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นจะไม่รับผิดชอบการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม และยังระบุว่าหากมีรถยีเอ็มซีนำกำลังทหารเข้ามา หรือมีทหารเข้ามาบริเวณที่ชุมนุม ให้กลุ่มคนเสื้อแดงขับรถชนได้เลย เพราะมีความผิดแค่กฎหมายจราจรเท่านั้น นอกจากนี้ แกนนำเสื้อแดงบางคนยังขึ้นเวทีปราศรัยว่าเหตุการณ์ที่ดินแดงมีผู้เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 69 คน จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยึดรถเมล์ไปปิดถนนหลายเส้นทาง เช่น แยกสะพานผ่านฟ้าไปจนถึงถนนราชดำเนินนอก แยก จ.ป.ร. และนำรถสุขามากั้นไว้ตรงแยกมิสกวัน โดยมีรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ชุมนุมขับตรวจการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่รถตระเวนข่าวของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ถูกเจาะยางทั้ง 4 ล้อ ขณะจอดใกล้กับวัดโสมนัสฯ


ทหารไล่ผลักดันยึดอนุสาวรีย์ฯสำเร็จ


ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อีกจุดที่ยังระอุต่อเนื่องเป็นบริเวณสะพานข้ามแยกดินแดง เวลา 11.35 น. เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกทหารผลักดันบางส่วน ถอยร่นไปที่บนสะพานข้ามแยกดินแดง พร้อมเอาถังแก๊สหุงต้มวางใส่ยางรถยนต์ ทิ้งไว้บนสะพาน และใช้รถเมล์ที่ราดน้ำมัน ปิดทางขึ้นสะพานและถนนด้านล่าง เพื่อสกัดกำลังทหารที่อยู่บนสะพาน พร้อมแสดงท่าทียั่วยุอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกให้ทหารเข้ามาหายังจุดที่ตั้งถังแก๊ส จนเวลา 12.00 น. กลุ่มเสื้อแดงได้จุดไฟเผารถเมล์ทางขึ้นสะพาน ทหารจึงยิงปืนขู่หลายนัดพร้อมเดินหน้ารุกไล่ทำให้กลุ่มเสื้อแดงวิ่งหนีไปทางถนนราชปรารภ และหลบเข้าไปในซอยรางน้ำ ขณะที่ทหารได้ฉีดน้ำดับไฟที่กำลังไหม้รถเมล์ไว้ได้


แต่ขณะนั้นเอง มีกลุ่มคนเสื้อแดงขับรถเมล์ขึ้นมาพยายามจะชนทหาร ทหารจึงยิงปืนสกัดทำให้รถเมล์พุ่งชนกับราวสะพานหวินตกลงมาทางด้านล่าง จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่ถอยพยายามขว้างปาสิ่งของต่างๆ เข้าใส่ทหารตลอด ทหารจึงยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้ถอยห่างไปทางอนุสาวรีย์ชัยฯพร้อมกันเตือนให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหลบเข้าที่ปลอดภัย


ขณะที่ทหารเดินมุ่งหน้าพยายามผลักดันให้ม็อบเสื้อแดงจากดินแดงถอยไปยังอนุสาวรีย์ฯนั้น ได้เกิดเสียงระเบิดขึ้นตรงสวนสาธารณะใกล้กับอนุสาวรีย์ มีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มเสื้อแดงยึดพื้นที่อยู่ ก่อนจะถอยหนีและนำรถโดยสารประจำทางมาปิดบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลราชวิถีและขยับปิดถนนพหลโยธินถึงหน้าปั้ม ปตท. หน้าสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ขณะที่ทหารใช้วิธียิงปืนขึ้นฟ้าขู่และเคาะโล่เดินหน้าเข้าหากลุ่มเสื้อแดงอย่างต่อเนื่องจนถอยไปรวมกับกลุ่มเสื่อแดงที่ทำเนียบ ทหารจึงสามารถยึดสะพานลอยทุกด้านของอนุสาวรีย์ฯไว้ได้หมด


ขณะเดียวกันสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้ประกาศปิดประตูทางเข้า-ออกประตูใหญ่ โดยให้ใช้ประตูเข้า-ออกเล็กเพียงประตูเดียวแทน เนื่องจากเกรงว่าผู้โดยสารจะไม่ได้รับความปลอดภัย หลังมีการสลายการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง


ใช้รถเมล์พุ่งชนสกัดชิงแยกราชปรารภ


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกจุดบริเวณแยกราชปรารภที่มีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจนเวลา 13.00 น. หลังจากกลุ่มเสื้อแดงถูกสลายจากแยกสามเหลี่ยมดินแดนมารวมตัวจับกลุ่มกันบริเวณแยกราชปรารภ โดยมีกำลังทหารเดินหน้าผลักดันอย่างไม่ลดละ ปรากฏว่ากลุ่มคนเสื้อแดงได้ใช้รถประจำทาง ถ่วงก้อนหินไว้ที่คันเร่ง วิ่งพุ่งเข้าชนทหารที่ควบคุมสถานการณ์ แต่โชคดีรถเกิดเสียหลักพุ่งชนทางเท้าแล้วไถลไปชนเสาไฟฟ้าแรงสูงทำให้เสาไฟหักเกิดเพลิงไหม้ และรถยังแฉลบไปในโรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค ถูกประตูทางเข้า-ออกของโรงแรมเสียหายไม่มาก ขณะนี้ทหารขยับควบคุมพื้นที่จนกลุ่มผู้ชุมนุมถอยร่นไปอีกประมาณ 2-3 กม.


แต่กลุ่มเสื้อแดงยังไม่ยอมถอยง่ายๆ รุกกลับอีกโดยนำรถเมล์มาจอด นำยางรถยนต์ เศษไม้มาเผา กลุ่มเสื้อแดงบางคนนำน้ำมันบรรจุขวดแก้วจุดไฟขว้างใส่รถ ปอ.73 เจ้าหน้าที่จึงใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำดับ ทหารจึงนำรถเมล์สาย 59 มาจอดขวางถนนปากซอยราชปรารภ 16 หรือซอยหมอเหล็งเพื่อเป็นแนวป้องกัน แต่ขณะกำลังจอดรถขวางอยู่นั้น มีกลุ่มเสื้อแดงขับรถเมล์สีน้ำเงิน สาย 99 วิ่งระหว่าง ม.ราม-บางกะปิ เข้ามาพุ่งชนรถเมล์สาย 59 ที่ทหารนำมาเป็นแนวกั้นอย่างแรงทำให้รถเหวี่ยงกลับหัวขึ้นฟุตบปาธจนจอดแน่นิ่ง ขณะที่รถสาย 99 ชนเสาไฟฟ้าจนไฟดับไปทั่ว ก่อนที่กลุ่มเสื้อแดงจะจุดไฟเผา เจ้าหน้าที่จึงใช้น้ำดับเพลิงและมีการปะทะกันเป็นระยะ


ต่อมากลุ่มเสื้อแดงได้ใช้รถเมล์ 5 คัน ขับมาขวางทำให้ทหารตัดสินใจยิงปืนขึ้นฟ้า และเข้าสลายการชุมนุมจนผลักดันกลุ่มเสื้อแดงกลับออกไปจากบริเวณสี่แยกราชปรารภได้ หลังเกิดเหตุพบว่ามีรถเมล์ 2 คัน พุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง จนล้มลง และมีรถเมล์อีก 3 คัน ถูกเผา


สลายแยกศรีอยุธยาด่านสำคัญ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจุดสำคัญอีกจุดบริเวณแยกศรีอยุธยา ถนนพระราม 6 ตัดถนนศรีอยุธยา กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน ปิดถนนทั้งสี่แยกและจัดกำลังกระจายตามจุดทั้งสี่แยกพร้อมกับนำรถโดยสารประจำทาง 5 คัน ปิดกั้นทั้งสี่แยกเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ทหารนำรถถังหรือรถหุ้มเกราะเข้ามาสลายการชุมนุมที่เวทีใหญ่สะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้เผายางรถยนต์บริเวณถนนพระราม 6 หัวมุมกระทรวงการต่างประเทศ และถนนศรีอยุธยา หัวมุมสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.)กรุงเทพมหานคร และพยายามจะปีนเข้ามาภายใน สปภ.เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่นำรถฉีดน้ำมาเสริมการปิดกั้นบริเวณสี่แยก แต่ทางเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ

ต่อมาเวลา 15.40 น. กำลังทหารกว่า 100 นาย ใช้อาวุปืนยิงขึ้นฟ้าเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงแยกศรีอยุธยา ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมล่าถอยไปรวมตัวกับกลุ่มบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล


คนเสิ้อแดงแดงทุบตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วลา 16.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดง 200 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ มีรถบรรทุกเครื่องเสียงพร้อมแกนนำ ที่มาถอยจากบริเวณแยกถนนราชปรารภตัดถนนศรีอยุธยา มาตามถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อถึงบริเวณปากซอยเพชรบุรี 7 กลุ่มคนเสื้อแดงวิ่งกรูเข้าไปทุบกระจกรถและตัวรถเก๋ง ฮอนด้า ทะเบียน ฉง 9544 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นภายในซอยเพชรบุรี 7 ประมาณ 70 คน ทราบเรื่องกรูวิ่งออกมาใช้อาวุธไม้ ปืน ต่อสู้ป้องกันตัว ทาง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 สั่งการให้เพิ่มกำลัง โดยฝ่ายกลุ่มคนเสื้อแดงบาดเจ็บ 1 ราย
หลังเกิดเหตุตรวจสอบพบกลุ่มคนเสื้อแดงทุบตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ สาขาอุรุพงษ์ จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่ลดละเผารถโดยสารประจำทางบริเวณสะพานข้ามแยกยมราช และเผารางรถไฟ และทำร้ายประชาชนตรงจุดดังกล่าว ก่อนที่จะถอยไปรวมตัวที่ทำเนียบรัฐบาล


เวลา 17.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงบุกเดี่ยวขึ้นไปจี้บังคับรถโดยสารประจำทางบนถนนราชดำเนิน ขับมุ่งหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อฝ่าด่านกำลังของทหารที่ตั้งอยู่หน้ากองทัพภาคที่ 1 แต่ถูกสารวัตรทหารเข้าควบคุมสถานการณ์และจับกุมชายคนดังกล่าวไว้ได้


เสื้อแดงปาระเบิดเพลิงใส่ บก.ทบ.


ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) มีกลุ่มพระสงฆ์ประมาณ 30 รูป เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้ยุติการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณประตูทางเข้า ขณะที่สื่อมวลชนกำลังบันทึกภาพอยู่นั้น ได้มีกลุ่มเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเดินมาหน้า บก.ทบ.ปาระเบิดเพลิงหลายลูกเข้ามาเกิดไฟลุกไหม้ ทหารรีบนำรถน้ำมาฉีดดับเพลิงไว้ได้


ขณะเดียวกัน กลุ่มเสื้อแดงใช้ค้อนทุบรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ 509 ที่นำมาจอดปิดขวางด้านนอก บก.ทบ. เมื่อสื่อมวลชนถ่ายรูป กลุ่มเสื้อแดงไม่พอใจระดมขว้างปาก้อนหินและปาระเบิดเพลิงเข้าใส่จนต้องวิ่งหนีกันกระเจิง และเมื่อทหารตั้งแถวเตรียมพร้อม กลุ่มเสื้อแดงนำรถเมล์ที่ยึดมา 5 คัน มาจอดขวางบริเวณสี่แยก จปร. พร้อมจุดไฟเผา และกลุ่มเสื้อแดงได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้า ทหารภายใน บก.ทบ.กว่า 30 กว่านาย จึงยิงลูกกระสุนซ้อมตอบโต้จนกลุ่มเสื้อแดงล่าถอยออกไป


จากนั้น มีกลุ่มประชาชนชุมชนบริเวณวัดโสมนัสจำนวนหนึ่งไม่พอใจกลุ่มเสื้อแดง ออกมารวมตัวกันและใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคนเสื้อแดงจนถอยกลับไปยังบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ท่ามกลางเสียงปืนดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ ขณะที่ทหารประกาศให้ประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องกลับเข้าไปภายในอาคารหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมาย เหตุการณ์จึงสงบลง


เผาอาคารอาชีวศึกษากระทรวงศึกษา


เวลา 17.30 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ด้านริมคลองผดุงกรุงเกษม รถดับเพลิง สปภ.รุดไปฉีดน้ำสกัดเพลิง 3 คัน แต่ไม่สามารถนำน้ำเข้าไปฉีดภายในตัวอาคารได้ เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงยืนขวางทาง และนำรถโดยสารปรับอากาศมาจอดสกัดไม่ให้นำรถน้ำเข้าไป จนเวลาผ่านไป 30 นาที เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวอาคาร แต่ไม่สามารถใช้น้ำฉีดได้ เนื่องจากถูกกลุ่มคนเสื้อแดงขู่จะยึดรถหากฉีดน้ำสกัดเพลิง สอบสวนทราบว่า พยานละแวกที่เกิดเหตุสังเกตเห็นกลุ่มคนเสื้อแดงขว้างปาสิ่งของเข้าไปในอาคาร หลังถูกกองกำลังทหารพยามกดดันจากถนนราชดำเนิน


แกนนำปลุกรับมือสลายทำเนียบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มคนเสื้อแดงหลายพันคนยังคงปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และเมื่อทราบเหตุสลายการชุมนุมที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ช่วงเวลา 05.00 น. แกนนำกลุ่มเสื้อแดง อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่ใช้มาตรการรุนแรงสลายกลุ่มผู้ชุมนุม


นายจตุพรยังประกาศและปลุกให้การ์ดและกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่ยังรวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าทำเนียบตื่นขึ้นเพื่อเตรียมรับสถานการณ์การสลายการชุมนุมด้วย


เวลา 11.30 น. นพ.เหวงขึ้นเวทีปราศรัยอีกครั้ง ให้ทหารถอนกำลังออกไปภายใน 3 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นจะไม่รับผิดชอบการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม และยังระบุว่าหากมีรถยีเอ็มซีนำกำลังทหารเข้ามา หรือมีทหารเข้ามาบริเวณที่ชุมนุม ให้กลุ่มคนเสื้อแดงขับรถชนได้เลย เพราะมีความผิดแค่กฎหมายจราจรเท่านั้น นอกจากนี้ แกนนำเสื้อแดงบางคนยังขึ้นเวทีปราศรัยว่าเหตุการณ์ที่ดินแดงมีผู้เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 69 คน จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยึดรถเมล์ไปปิดถนนหลายเส้นทาง เช่น แยกสะพานผ่านฟ้าไปจนถึงถนนราชดำเนินนอก แยก จ.ป.ร. และนำรถสุขามากั้นไว้ตรงแยกมิสกวัน โดยมีรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ชุมนุมขับตรวจการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่รถตระเวนข่าวของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ถูกเจาะยางทั้ง 4 ล้อ ขณะจอดใกล้กับวัดโสมนัสฯ

ทหารรุกคืบยึดพื้นที่คืนหลายจุด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.00 น. กำลังทหารหลายร้อยนายพร้อมอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเข้าเคลียร์พื้นที่หลายจุด อาทิ ถนนราชดำเนินนอก ถนนพิษณุโลกหน้าโรงพยาบาลมิชชั่น ถนนข้างคลองผดุงกรุงเกษมสหประชาชาติ สะพานมัฆวานรังสรรค์ เป็นต้น ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงจุดไฟเผารถเมล์ขวางไว้ที่หน้าสหประชาชาติ แต่ไม่สามารถต้านทานทหารได้ จึงไปรวมตัวที่สะพานมัฆวานรังสรรค์


น.ส.ประไพ บาระฮีม อายุ 45 ปี ตัวแทนประธานชุมชนโค้งรถไฟยมราช กล่าวว่า การกระทำของคนเสื้อแดงเหมือนอันธพาล ทำลายทรัพย์สินของรัฐบาล เผาเมือง และมัสยิดเสียหาย ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจและชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนเห็นว่าต้องออกมาต้าน


ทีแรกคนในชุมชนก็คิดว่าคนเสื้อแดงถูกย่ำยีจากคนรวย แต่การกระทำในวันนี้ของพวกเขาได้บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา พวกเราทุกคนในชุมชนจะไม่ยอมงอมืองอเท้าให้เขารังแกอีกต่อไป และตลอดทั้งคืนนี้ก็จะมีการจัดเวรยาม เฝ้าระวังกันเองด้วยŽ น.ส.ประไพกล่าว


นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า แจ้งความตำรวจแล้ว เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากลุ่มเสื้อแดงที่เผารถเมล์ รวมทั้งได้ประสานกับทางทหารเพื่อประเมินตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้น


"อ๋อย-สุธรรม"โผล่เวทีเสื้อแดง


ขณะเดียวกันบนเวทีกลุ่มเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เหวง โตจิราการ ขึ้นกล่าวกับคนเสื้อแดงว่า ให้ไปสกัดกั้นทหารไว้ทุกจุด จุดหนึ่งประมาณ 1,000 คน แล้วเอารถเมล์ไปขวางทหารให้ห่างจากตัวผู้ชุมนุม 800 เมตร และหากยันทหารไว้ได้ 48 ชั่วโมง นายอภิสิทธิ์ก็จะลาออกแน่นอน และให้กลุ่มเสื้อแดงในต่างจังหวัดใช้กำลัง 2,000 คน ล้อมศาลากลางจังหวัด


ก่อนหนานี้นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ไปเวทีกลุ่มคนเสื้อแดง และปราศรัยกับผู้ชุมนุมเป็นครั้งแรก โดยระบุว่า ที่ต้องมาขึ้นเวทีในวันนี้ เพราะรัฐบาลไม่มีทีท่าจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งชุมนุมกันอย่างสันติ ส่วนที่กระจายไปตามที่ต่างๆ ควบคุมกันไม่ได้ แกนนำทุกคนที่นี่ก็ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น


ต่อมานายสุธรรม แสงประทุม อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ก็ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกับคนเสื้อแแดง เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน