WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 16, 2009

ความจริงของ “เสื้อแดงรากหญ้า” ตามคำพิพากษาของคนชั้นกลาง

ที่มา ประชาไท

นักปรัชญาชายขอบ

ดูดุ๊ดูมันแสดงละคร...มันจะมาเรียกร้องประชาธิปไตยอะไร ดูหน้าตามาจากบ้านนอกกันทั้งนั้น มันรู้หรือเปล่าว่าประชาธิปไตยคืออะไร...เสียงบริภาษของคนกลุ่มหนึ่งขณะที่หยุดยืนหน้าจอทีวีในศูนย์อาหารห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วจ้องดูภาพผู้หญิงเสื้อแดงวัยกลางคนคุกเข่าก้มลงกราบและยื่นดอกกุหลาบให้ทหารที่ยืนตรึงกำลังเตรียมพร้อมสำหรับสลายการชุมนุมของมวลชนเสื้อแดงในช่วงเทศกาล สงกรานต์เดือดที่เพิ่งผ่านมา

คนรากหญ้า ยากจน ไร้การศึกษา ไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร ขายสิทธิขายเสียง เป็นม็อบรับจ้าง...คือ สมมติฐาน” (assumption) เกี่ยวกับคนรากหญ้า หรือ ภาพความจริงเกี่ยวกับคนรากหญ้าตาม คำพิพากษาของคนชั้นกลางในเมือง ซึ่งเป็นสมมติฐานหรือภาพความจริงที่คนชั้นกลางรวมทั้งคนชั้นนำในสังคมไทยยึดถือเสมือนว่ามันเป็น สัจธรรมที่เที่ยงแท้ไม่แปรเปลี่ยน

ดูเหมือนแกนนำมวลชนเสื้อแดงก็อ่อนไหวกับคำปรามาสที่ว่า ม็อบเสื้อแดงเป็นม็อบรับจ้าง ส่วนใหญ่เป็นคนรากหญ้าในเมืองและมาจากต่างจังหวัดทำให้ในการชุมนุมที่เพิ่งผ่านไป แกนนำบางคนพยายามประกาศแก้ ข้อกล่าวหาบนเวทีว่า ใครบอกว่าเสื้อแดงมีแต่คนรากหญ้า ไร้การศึกษา พวกเรามีคนชั้นกลาง มีคนรวย คนจน มีคนทุกชนชั้น ดูสิ! ดูรถยนต์ของผู้มาร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยที่จอดเรียงรายอยู่แถวโน้นสิ รถราคาแพงๆ ทั้งนั้น มันรถของคนรากหญ้าเร๊อะ...

ที่น่าสังเกตคือ ไม่ต้องเอ่ยถึงสื่อกระแสหลัก แม้แต่สื่อของฝ่ายเสื้อแดงเองก็มีน้อยมากที่นำเสนอ ตัวตนของคนเสื้อแดงรากหญ้าให้สังคมรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร มาจากไหน ทำไมจึงมาร่วมชุมนุม เขามีความคิดความเห็นหรือเจตจำนงของตัวเขาเองอย่างไร ในท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองที่สู้กันด้วยสงครามข่าวสารเป็นด้านหลัก คนเสื้อแดงรากหญ้า (ซึ่งเป็นมวลชนส่วนใหญ่ของฝ่ายเสื้อแดง) แทบจะไม่มี พื้นที่แสดงตัวตน ความคิดเห็น เจตจำนงผ่านสื่อกระแสหลัก หรือแม้กระทั่งผ่านเวทีปราศรัยของมวลชนเสื้อแดงเองก็ตาม

แต่ทว่าวันนี้ พวกเขาได้กลายเป็น โจรเสื้อแดงตามคำพิพากษาของสื่อในเครือ ผู้จัดการกลายเป็น ตัวป่วนเมืองในสายตาของชาวกรุงเทพฯ กลายเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐในสายตาของเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาล และในอีกด้านหนึ่งพวกเขาอาจถูกทำให้เป็น มวลชนเครื่องมือในการต่อสู้เอาแพ้-ชนะในทางการเมืองของคนบางพวกบางกลุ่ม

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา หากคนเสื้อแดงรากหญ้าบอกอย่างซื่อๆ ว่า พวกเขาต่อสู้เพื่อให้ทักษิณกลับมาเป็นนายกฯ อีก เพราะเชื่อว่าทักษิณจะมาปลดหนี้ให้พวกเขาได้จริงๆ…” คนชั้นกลางคงประณามว่า พวกเขาโง่ ถูกทักษิณและลิ่วล้อหลอกใช้ ยอมตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของทักษิณ เพราะหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะหมดหนี้ ไม่สนใจว่าประเทศจะเสียหายอย่างไร หรือที่ดีหน่อยคนชั้นกลางบางพวกอาจคิดว่า จะต้องให้ข้อมูลอีกด้านให้คนรากหญ้า รู้ทันทักษิณจะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของทักษิณอีกต่อไป ฯลฯ

จะสังเกตได้ว่าตามมุมมองของคนชั้นกลางในเมือง (ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อต่างๆ ผ่านทรรศนะของภาครัฐ, เอกชน ฯลฯ) เจตจำนงของคนรากหญ้าไม่ใช่ เจตจำนงอิสระ” (free will) แต่เป็นเจตจำนงที่ถูกหลอก ถูกครอบงำ ถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายประชาธิปไตยหรือสร้างความเสียหายแก่ประเทศ อันเนื่องมาจากพวกเขาโง่ เพราะยากจน ด้อยการศึกษา เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร (ดูแต่ละครน้ำเน่า ฯลฯ) ดังนั้น จึงมีสื่อตัวแทนของคนชั้นกลางเคยประกาศอย่างอหังการ์ว่าเขาจะเอา ปัญญาไปให้คนรากหญ้าได้หูตาสว่าง (โดยให้พ่อแม่พี่น้องซื้อจานดาวเทียม ASTV ติดตั้งไปทั่วทุกหมู่บ้าน เป็นต้น)

เมื่อปฏิเสธ เจตจำนงอิสระของคนรากหญ้าก็เท่ากับปฏิเสธ ความเป็นมนุษย์และลบ ศีลธรรมออกไปจากการกระทำของพวกเขา ดังที่ ฌอง-ฌากส์ รูสโซ กล่าวว่า มนุษย์เกิดมามีเสรี...การละทิ้งเสรีภาพนั้นคือการละทิ้งความเป็นคน...และการลบล้างเสรีภาพทั้งหมดออกจากเจตจำนงของเขา ก็คือการลบล้างศีลธรรมทั้งหมดออกไปจากการกระทำของเขา...

สิ่งที่ทำให้คนชั้นกลางในเมือง ตาบอดต่อความจริงที่แท้จริงของคนเสื้อแดงรากหญ้า คือ สมมติฐานที่ว่าทักษิณเป็นคนเลว โกงชาติ มุ่งล้มล้างสถาบันฯลฯ เจตจำนงของคนรากหญ้าที่ต่อสู้เพื่อทักษิณจึงเป็นเพียง เครื่องมือของคนเลว เป็นเจตจำนงที่ถูกชักจูงด้วยเงื่อนไขต่างๆ เช่น การปลุกระดมหลอกลวง การใช้เงินจ้างฯลฯ จึงไม่ใช่ เจตจำนงอิสระที่มีคุณค่าเป็นความดีงามทางศีลธรรมอันน่านับถือ

เป็นเรื่องน่าแปลกที่สื่อต่างชาติกลับฉายภาพ ความจริงของคนเสื้อแดงรากหญ้าได้น่าเคารพมากกว่าว่า ทักษิณเป็นนักการเมืองที่ทำให้คนรากหญ้ารู้สึกว่าพวกเขามีตัวตน มีอำนาจต่อรองทางการเมืองจากการลงคะแนนเลือกตั้งแล้วได้นโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน...ถ้าความจริงอีกด้านเป็นเช่นนี้ เจตจำของคนเสื้อแดงรากหญ้าที่ต่อสู้เพื่อนักการเมือง (ไม่ว่าจะเป็นทักษิณหรือใครก็ตาม) ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้ย่อมเป็น เจตจำนงอิสระที่ควรได้รับการเคารพ เราต้องถือว่าเจตจำนงดังกล่าวเป็น เจตจำนงอิสระที่มีศีลธรรมในทางการเมืองแม้ว่าทักษิณจะมีข้อกล่าวหาหรือคดีความต่างๆ อยู่จำนวนมากก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ด้วย กระบวนการยุติธรรมที่เที่ยงธรรมข้อกล่าวหาหรือคดีความต่างๆ เหล่านั้นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาลบล้าง ศีลธรรมออกไปจากเจตจำนงอิสระของคนเสื้อแดงรากหญ้าได้เลย

หากคนชั้นกลางในเมือง (โดยเฉพาะสื่อ นักวิชาการ) เห็นว่า เจตจำนงของคนเสื้อแดงรากหญ้าเกิดจากความเข้าใจข้อเท็จจริงไม่ชัดแจ้ง ก็เป็นเรื่องที่ควรแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพวกเขาอย่างเคารพในความคิดความเห็นและความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม ไม่ใช่พิพากษาตัดสินบนสมมติฐานที่เต็มไปด้วยอคติ และด้วยมิจฉาทิฐิอหังการ์ว่าพวกตนคือผู้รู้สมควรจะไปหยิบยื่น ปัญญาให้พวกเขา แต่ควรไปเรียนรู้จากพวกเขาอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

คนชั้นกลางในเมืองควรมองตัวเองอย่างตรงไปตรงมาอย่างที่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ วิจารณ์ว่า คนชั้นกลางไม่ชอบเรียนรู้ นอกจากไม่อ่านแล้วยังเที่ยวตัดสินชาวบ้านไปทั่ว...ในเมื่อสังคมไทยนั้นคนชั้นกลางในเมืองคือผู้กุมอำนาจในการ สร้างความจริง” (ความถูกต้องและอื่นๆ) หากความจริงที่คนชั้นกลางในเมืองสร้างขึ้นเกี่ยวกับคนเสื้อแดงรากหญ้าเป็นความจริงด้านลบเพียงด้านเดียว และเป็นความจริงที่ปฏิเสธ เจตจำนงอิสระอีกทั้งลบล้าง ศีลธรรมออกไปจากเจตจำนงของพวกเขาเสียแล้ว ความจริงที่คนชั้นกลางในเมืองสร้างขึ้นนั่นเองจะเป็นอุปสรรคขวากหนามของการพัฒนาประชาธิปไตยที่จะสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต!

“ซ้ำรอย 6 ตุลา”

ที่มา ประชาไท

ชื่อบทความเดิม: ซ้ำรอย 6 ตุลา...สงกรานต์วิปโยค...อาชญากรรมโดยรัฐ ยุคเสรีนิยมใหม่...

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

นิสิต ปริญญาเอกคณะรัฐสาสตร์ จุฬาฯ

การชุมนุมแตกหักของ มวลชนเสื้อแดงนับจากวันที่ 8 เมษายน 2552 ได้มายุติลงอย่างเป็นทางการเมื่อแกนนำประกาศสลายการชุมนุม ในวันที่ 14 เมษายน พร้อมมอบตัว รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัยชนะ แม้ประวัติศาสตร์จะเดินไปข้างหน้าอย่างย้อนกลับไม่ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ศักราชนี้ การรวมตัวของมวลชนเสื้อแดงที่คาดหวังว่าจะนำการเปลี่ยนแปลงสู่ประเทศนี้ การลุกฮือของชนชั้นล่างผู้ถูกละเลยมาโดยตลอด ความโกรธแค้นที่สิทธิ์เสียง สี่วินาทีในการเลือกตั้ง ของพวกเขาดูไร้ความหมายในสายตาของเหล่าชนชั้นสูงที่พร่ำบอกถึงความเหลื่อมล้ำตามธรรมชาติ พวกเขาถูกก่นด่าจากชนชั้นกลางและนักธุรกิจนำเข้าส่งออก และนายทุนโรงแรม...เชื่อกันว่ามีมวลชนเสื้อแดงเสียชีวิตอย่างน้อยที่สุด 6 คนจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ....น่าเสียดายที่การต่อสู้ครั้งนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้....แต่กระนั้นก็มิใช่ว่าความขัดแย้งในสังคมจะหายไป การกดขี่ ขูดรีด และไม่เห็นหัวคนจน ยังคงดำเนินต่อไปอยู่....การลุกฮืออีกครั้งย่อมนำสู่การปฏิวัติที่ก้าวหน้ากว่าแค่เรื่องสิทธิทางประชาธิปไตยก็เป็นได้

เมื่อเราย้อนเทียบเคียงกับเหตุการณ์ 6ตุลาเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน เราจะพบว่าสองเหตุการณ์นี่มีความละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างน่าแปลกใจ ซ้ำร้ายกว่านั้น แม้เหตุการณ์จะต่างเวลาต่างยุคสมัยหลายทศวรรษต้นเหตุของความขัดแย้งดูจะเป็นเรื่องเดียวกัน...นั้นคือการเมืองที่ไม่เห็นหัวคนจน และเหล่าชนชั้นปกครองที่แอบอ้างความแตกต่างโดยกำเนิด และเกรงกลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะให้อำนาจแก่ประชาชน

....

เมื่อปลายปีที่แล้วผมได้นำเสนอบทความ เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของ นปช.ในการประชุมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติครั้งที่ 9 ที่คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ผมพบว่าแม้การนำเสนอจะเป็นเรื่องทั่วๆ ไปแต่น่าแปลกใจที่ผู้ฟังจำนวนไม่น้อยรู้สึกแปลกใจข้อเสนอของผม ประชาชน (โดยเฉพาะชนชั้นกลาง) จำนวนมากไม่สามารถเข้าใจขบวนการมวลชนเสื้อแดงได้มากไปกว่า ม็อบรับจ้างของทักษิณ ชินวัตร หลายคนไม่เคยตั้งคำถามว่าเหตุใดคนเหล่านี้ถึงได้ชื่นชอบนโยบายประชานิยม หรือนิยมชมชอบรัฐบาลไทยรักไทย และอีกหลายคนเชื่ออย่างสนิทใจว่า ประเทศนี้ทุกคนเสมอภาคกัน สังคมเต็มไปด้วยความสามัคคีสมานฉันท์ตามที่สื่อกระแสหลักนำเสนอ...พวกเขาไม่เชื่อว่าความจนโกรธแค้นการกดขี่ขูดรีดระหว่างชนชั้น ต่อระบบการเมืองที่ไม่เห็นหัวคนจนมีอยู่จริง และความอัดอั้นที่ว่านี้ สามารถแสดงออกมาได้โดยไม่มีการว่าจ้าง....

การก้าวสู่อำนาจของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นการตบหน้าพวกเขาอย่างจัง เมื่อคะแนนเสียงครึ่งค่อนประเทศไม่มีผล การตัดสินใจว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีตกอยู่ในมือนักการเมืองน้ำเน่าอย่างกลุ่มเพื่อนเนวินไม่กี่สิบคน ...นำสู่การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองเก่าแก่ที่อยู่ตรงข้ามประชาธิปไตยตลอดประวัติศาสตร์ไทย และแน่นอนที่สุดแนวการบริหารของรัฐบาลอภิสิทธิ์มุ่งอยู่ที่การจัดสรรประโยชน์ของกลุ่มทุนรัฐบาล มากกว่าการแก้ไข ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ต่างจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ ของเสนีย์ ปราโมทย์ ปฏิเสธที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและการลุกฮือของคนจนทั้งในเมืองและชนบท พร้อมทั้งการปล่อยให้ลูกเสือชาวบ้านออกมาเข่นฆ่าประชาชน

สมัคร สุนทรเวช เป็นกระบอกเสียงของวิทยุยานเกราะในการให้ข่าวเพื่อลดความน่าเชื่อถือของผู้ชุมนุม โดยการปล่อยข่าวต่างๆ นานา เช่นว่า มีการขุดอุโมงค์ในธรรมศาสตร์ หรือ การสะสมอาวุธสงครามจากกองกำลังเวียดนาม ในปี 2552 ก็เช่นกัน ขุนศึกกระหายสงครามในคราบนักวิชาการ อย่าง ปณิธาน วัฒนายากร หนึ่งในผู้ยกร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงซึ่งเป็นกฎหมายอนุญาติฆ่าคน เป็นกระบอกเสียงการสร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน ขณะที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ASTVก็มีบทบาทไม่ต่างจากหนังสือพิมพ์ดาวสยามในการนำเสนอข่าวเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นการเสนอว่าผู้ชุมนุมมีการกีดกันการโดยสารของรถพยาบาลย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือการยืนยันว่าไม่มีผู้เสียชีวิต พร้อมการปลุกปั่นประชาชนให้ทำร้ายมวลชนเสื้อแดงโดยไม่ถือว่าเป็นบาปความผิดใดๆ ดุจการฆ่าไก่แกงปลาใส่บาตรพระ

มวลชนเสื้อแดงพร้อมจะไปไกลกว่าแกนนำ พวกเขาหิวโหยการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม ขณะที่แกนนำพร้อมที่จะประนีประนอม ในเวลาเดียวกันเหล่าผู้ประกอบการธุรกิจก่นด่าการสลายการชุมนุมผู้นำอาเซียน พร้อมกับสื่อกระแสหลักที่พยายามตีมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเงิน น่าแปลกใจที่นักสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย กลับไม่ยินดีกับเหตุการณ์ดังกล่าว....การประชุมอาเซียนครั้งนี้มีเป้าประสงค์หลักคือการเปิดการค้าเสรี โดยเพิ่มบทบาททุนข้ามชาติ ยิ่งไปกว่านั้นหนึ่งในประเทศร่วมเจรจา คือสหภาพเมียนมาร์ โดยส่งนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมเจรจา ....การค้าเสรีครั้งนี้จะช่วยให้ทุนข้ามชาติเข้าไปปรนเปรอเผด็จการทหารพม่า ในการกดขี่ชนกลุ่มน้อย และผู้ใช้แรงงานชาวพม่า ให้เป็นแรงงานทาส โดยนายทุนและรัฐบาลไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น ....นักสิทธิมนุษยชนดูจะปิดหูปิดตากับเรื่องนี้ การสลายการชุมนุมอาเซียนเป็นการลดอายุเผด็จการทหารพม่า ประเทศที่กดขี่ประชาชน และมีนักโทษการเมืองมากที่สุดในโลก

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจในยุคโลกาภิวัตน์และการเปิดกว้างของการสื่อสาร สื่อโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ไทยกลับนำเสนอข่าวได้อย่างน่าผิดหวัง และปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาล แม้จะมีภาพทหารเล็งประทับปืนตามแนวราบใส่ผู้ชุมนุม สิ่งเหล่านี้กลับไม่ถูกประณามจากสื่อในประเทศ การสลายการชุมุมสามารถกระทำได้โดยสันติและปราศจากอาวุธ ท่ามกลางความวุ่นวายและสภาพอนาธิปไตย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังยืนยันว่าตนมีความชอบธรรม และไม่จำเป็นต้องยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน สิ่งที่น่าละอายที่สุดคือ นายกรัฐมนตรีที่สำเร็จการศึกษาจากโลกตะวันตกแหล่งกำเนิดของแนวคิดเรื่อง สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย กลับกล่าวขอบคุณส่งเสริมกองกำลังนีโอนาซี ซึ่งคือชาวบ้านบริเวณหลานหลวงซึ่งถือท่อแป๊บรุมทำร้ายประชาชนที่คาดว่าเป็นมวลชนเสื้อแดง ไม่ต่างกับกองกำลังลูกเสือชาวบ้าน สมัย 6 ตุลา และเช่นเดิม อภิสิทธิ์ และปณิธานกล่าวขอบคุณกองกำลังนีโอนาซีที่ช่วยประคับประคองพวกเขาให้อยู่ในอำนาจต่อไป ดูเหมือนว่าปืนกล และรถถังเป็นสิ่งที่อภิสิทธิ์เรียนรู้จากโลกตะวันตกหาใช่ประชาธิปไตย

มวลชนเสื้อแดงถูกปราบและสลายตัวในที่สุด ต้อนรับการเปิดทำการของตลาดหุ้นที่จะกระเตื้องขึ้นตอบสนองการปราบปรามของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเชื่อว่าเหล่านายทุนและผู้ประกอบการจะพอใจกับความสงบภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะมันสามารถคาดเดาได้ และกำราบการเดินขบวนของแรงงานใต้วิกฤติเศรษฐกิจ ภาพสะท้อนสงกรานต์วิปโยคครั้งนี้จะแสดงให้เห็นท่าทีของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในการกำราบมวลชนที่คิดแตกต่างไปจากพวกเขา รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ การควบคุมขบวนการแรงงาน รวมถึงการนำเสนอข่าวที่บิดเบือนความจริง พวกเขาจะขุดวัฒนธรรมสามัคคี สมานฉันท์ และแนวความคิดจารีตนิยม ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชายเป็นใหญ่ ศาสนานิยม ครอบครัวชุมชนดั้งเดิม เพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

พยายามให้พวกเราหวนนึกถึงความกลมเกลียวในอดีตระหว่างชนชั้นต่างๆ นายทุน-กรรมกร กษัตริย์-ประชาชน แน่นอนที่สุดความสมานฉันท์เหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง....แต่มันสร้างได้..... พวกเขาจะเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาอีกชุดและโฆษณาชวนเชื่อผ่านกลไกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน โฆษณาโทรทัศน์ ภาพยนตร์ งานวิชาการต่างๆ แต่พวกเขาเขียนความเป็นจริงไม่ได้....ความเป็นจริงย่อมปรากฏ ประวัติศาสตร์จะชำระตัวมันเอง อีกสามสิบปีข้างหน้า ผู้คนจะเรียนรู้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ต่างจาก ถนอม กิตติขจร หรือ ธานินทร์ กรัยวิเชียร... แต่ก่อนจะถึงวันนั้นมวลชนจะตื่นอีกครั้งและครั้งนี้ จะไม่เกี่ยวกับ ทักษิณ ไทยรักไทย ประชาธิปัตย์ เหลืองหรือแดง หากแต่เกี่ยวกับความกดขี่ที่ถูกฝังบ่มเพาะอย่างยาวนาน....นั่นคือการกดขี่ระหว่างชนชั้น ชนชั้นจำนวนน้อยที่ไม่ทำงานอะไรเลยแต่ครอบครองทุกอย่างในประเทศ กับชนชั้นที่ทำงานหนักที่สุดหากแต่มิได้ครอบครองอะไรเลยนอกจากแรงงานตน สังคมใหม่จะมาถึงและประวัติศาสตร์ใหม่จะถูกจารึก

ไม่เกี่ยวกับ กษัตริย์ ทักษิณ พันธมิตรฯ หรือ นปช.หากแต่เป็นประวัติศาสตร์ ของชนชั้นล่าง ชนชั้นผู้สรรค์สร้างทุกอย่างในสังคมนี้

Wednesday, April 15, 2009

โฆษกรบ.แจงทั่วโลก ยกเลิกพาสปอร์ต "แม้ว"ทุกฉบับ เพราะทำปท.เสียหาย ให้ตร.สากลขึ้น"หมายแดง"ล่าตัว

ที่มา มติชนออนไลน์

โฆษกรบ.แจงทั่วโลก ยกเลิก"พาสปอร์ตแม้ว"ทุกฉบับ เพราะทำปท.เสียหาย รัฐบาลสั่งการ ให้บัวแก้วดำเนินการ มีผลตั้งแต่ 12 เม.ย. บังคับบินกลับไทยสถานเดียว เว้นแต่ใช้พาสปอร์ตเดินทางของชาติอื่น ชี้ชื่อ"แม้ว" ขึ้น"หมายแดง" ประสานองค์การตำรวจสากลตามตัว เหตุยุยงม็อบเสื้อแดงล้มประชุมอาเซียน

คลิกอ่าน ไขปริศนา!! ทำไม "สมชาย-สมพงษ์"หัวหดไม่กล้าแตะต้อง"ทักษิณ"-"พาสปอร์ตแดง"คืออะไร

โฆษกแจง ยกเลิก"พาสปอร์ตแม้ว"เพราะทำปท.เสียหาย

นายปณิธาน วัฒนายากร ในฐานะปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการถอดถอนหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้"ทางช่อง 3 เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 15 เมษายนว่า กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า ได้ทำการเพิกถอน หรือยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ หมดแล้ว โดยเล่มสีแดงได้ยกเลิกไปก่อนหน้านี้นานแล้ว ส่วนเล่มสีน้ำตาลนั้น ยกเลิกเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา

นายปณิธานกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ปี 2548 มาตรา 23 วรรค 7 กระทรวงการต่างประเทศ สามารถเรียกคืนหนังสือเดินทางของผู้ที่อยู่ต่างประเทศ และทำความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ ซึ่งจะส่งผลทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางต่างประเทศในฐานะคนไทยได้ลำบาก ไม่สามารถเดินทางไปประเทศไหนได้ แต่ก็ยังคงสัญชาติไทยได้ตามปกติ ดังนั้น หากพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย ก็สามารถไปที่สถานทูตไทยในต่างประเทศ เพื่อขอเดินทางกลับประเทศไทยได้


เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ตอนนี้มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นพลเรือนกิตติมศักดิ์ของประเทศ นิการากัว สามารถใช้พาสปอร์ตของประเทศอื่นได้หรือไม่ นายปณิธานตอบว่า "พูดง่ายๆ พาสปอร์ตในฐานะคนไทย คุณทักษิณทำไม่ได้แล้ว ต้องกลับประเทศไทยอย่างเดียว แต่ถ้าไปใช้เป็นพลเมืองของประเทศอื่นก็เป็นสิทธิ์ ที่คุณทักษิณจะทำได้ แต่ทุกฝ่ายเห็นว่า คุณทักษิณ น่าจะเดินทางกลับมาในประเทศไทย เพื่อต่อสู้คดีความต่างๆ ตามกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย และยืนยันว่า กระบวนการยุติธรรมของเราไม่สามารถแทรกแซงได้"


ผู้ดำเนินรายการถามว่า ในเว็บไซต์ "มติชนออนไลน์" ระบุว่า มีการประสานไปยังองค์การตำรวจสากล (Interpol) ให้ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถูกรัฐบาลออกหมายจับ เพื่อส่งกลับมาดำเนินคดีในไทย โดยได้ขึ้นบัญชี "หมายแดง" หรือ Red Notice ไว้ในเว็บไซต์ขององค์การตำรวจสากลแล้ว นายปณิธานตอบว่า เรื่องนี้ เป็นขั้นตอนที่ดำเนินการตามปกติ ที่กระทรวงการต่างประเทศ จะให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ประสานงานไปยังตำรวจสากล เพื่อให้ติดต่อบุคคลที่มีคดีความ หรือถูกตัดสินว่ากระทำความผิด เพื่อส่งตัวกลับมารับโทษในประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศที่มีข้อตกลงกับประเทศไทยอยู่ โดยเฉพาะบุคคล ที่กระทำการให้ประเทศชาติเสียหาย หรือดำเนินการล้มล้างรัฐบาล

บัวแก้วประสานทั่วโลก แจ้งถอนพาสปอร์ต"แม้ว"แล้ว

เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไทย ประสานและแจ้งไปยังรัฐบาลทั่วโลก โดยกระทรวงการต่างประเทศได้สั่งยกเลิกหนังสือเดินทางธรรมดาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ตามนโยบายรัฐบาลยกเลิกหนังสือเดินทางธรรมดา (พาสปอร์ตเล่มสีแดงเลือดหมู) ภายหลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง บุกเข้าไปยังโรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ทำให้รัฐบาลต้องยกเลิกการประชุม


ทั้งนี้ การยกเลิกหนังสือเดินทางดังกล่าว อาศัยอำนาจตามระเบียบ กระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ในหมวด 8 ว่าด้วยการยกเลิกหนังสือเดินทาง ข้อ 23(7) ซึ่งระบุว่า สามารถยกเลิกและเรียกคืนหนังสือเดินทางได้ เมื่อปรากฎภายหลังว่า " ....พิจารณาเห็นว่า หากให้ผู้ถือหนังสือเดินทางยังคงอยู่ในต่างประเทศต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้"

ไม่มีพาสปอร์ตต้องกลับไทย เว้นใช้ของชาติอื่น


ผลจากการยกเลิกหนังสือเดินทางธรรมดา เท่ากับเป็นการบังคับให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเดินทางกลับประเทศไทยเท่านั้น โดยต้องขอให้สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในประเทศนั้นๆ เอกสารการเดินทางชั่วคราวหรือที่เรียกว่าซีไอ ซึ่งเป็นเอกสารแสดงตนที่ใช้สำหรับการเดินทางกลับประเทศไทย เว้นแต่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะใช้หนังสือเดินทางของประเทศอื่นๆ ที่มีอยู่ในความครอบครองตามที่เคยประกาศไว้

ชื่อ"แม้ว"ขึ้น"หมายแดง"ให้ตำรวจสากลตามตัว

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของไทยได้ประสานไปยังองค์การตำรวจสากล (Interpol) โดยไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย เพื่อให้ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหลบหนีคดีทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก มาถึงกรณีล่าสุด ถูกรัฐบาลออกหมายจับ ข้อหายุยง ส่งเสริมให้เกิดเหตุรุนแรง นำไปสู่ข้อหาการล้มล้างรัฐบาล โดยถูกขึ้นบัญชี "หมายแดง" หรือ Red Notice ไว้ในเว็บไซต์ขององค์การตำรวจสากลแล้ว

ย้อนรอยถอนพาสปอร์ตทุกประเภทของอดีตนายกฯ

ก่อนหน้านี้ ช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับตำแหน่ง และแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีการเรียกร้องให้พิจารณายึดหนังสือเดินทางธรรมดาของ พ.ต.ท.ทักษิณก่อนหน้าแล้ว แต่ยังไม่มีการตัดสินใจดำเนินการใด และได้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ไม่มีการตอบกลับมา เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศ ให้เหตุผลด้วยว่าหากถอนหนังสือเดินทางทุกประเภทแล้ว จะถือว่าขัดต่อสิทธิเสรีภาพในการเดินทางของบุคคลหรือไม่ ซึ่งได้หารือกับรองอัยการสูงสุดแล้ว ก็เห็นด้วย

แต่ในเวลานั้น มีการถกเถียงกันว่า การยกเลิกหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ รัฐบาลตัดสินใจหรือมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตัดสินใจได้เลยหรือไม่ สุดท้ายเพียงยกเลิกหนังสือเดินทางอื่นๆ เว้นแต่หนังสือเดินทางธรรมดา ส่วนการดำเนินการอื่นๆ กระทรวงการต่างประเทศ ใช้วิธีประสานงานพูดคุยกับรัฐบาลประเทศอื่นเป็นการส่วนตัว ในการ ขอความร่วมมือเป็นการปฏิบัติต่างตอบแทน ที่ไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ หรือบุคคลใดใช้พื้นที่ในประเทศเป็นเวทีทางการเมือง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายภายในประเทศนั้นๆ ด้วย

นอกจากนี้ ในช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ก็ได้ท้าทายรัฐบาลให้ยกเลิกหนังสือเดินทางของตน พูดตอนหนึ่งว่า "...ได้ข่าวว่าผู้ก่อการร้ายสากลที่เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศบอกว่า จะมาเอาพาสปอร์ตผมคืน มาเลยพาสปอร์ตราคาพันกว่าบาทเอาไปเลย..."

"นพดล"ชี้ออกหมายจับ"แม้ว"ไม่กระเทือนเดินทางตปท.

นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันที่ 15 เมษายนว่า การที่รัฐบาลออกหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีเกี่ยวข้องการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในการก่อเหตุวุ่นวายและรุนแรงนั้น คงไม่ใช่ เพราะอดีตนายกรัฐมนตรีแค่วิดีโอลิ้งก์ และโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับผู้ชุมนุม ส่วนการออกหมายจับนั้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องนำหมายไปจับกุมตัวในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หมายจับคงไม่มีผลกระเทือนต่อการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ

"ในเร็วๆ นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำหนังสือชี้แจง ส่งไปยังสำนักข่าวต่างประเทศต่างๆ หรืออาจเป็นแถลงการณ์ลงในเว็บไซต์อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ผมก็ไม่รู้ว่าท่านพำนักอยู่ที่ไหน" นายนพดล กล่าว

จนท.อนุญาตให้ญาติ-ทนายเยี่ยม "วีระ-เหวง" แกนนำบอกยังสบายดี เชื่อได้ประกันเร็วๆนี้ ตร.ฝากศาลอาญาขัง

ที่มา มติชนออนไลน์

จนท.อนุญาตให้ญาติ-ทนาย เข้าเยี่ยม "วีระ - เหวง" ตร.ฝากขัง3แกนนำนปช.ที่ศาลอาญาหากเจอ9คนจับทันที ทนาย"จตุพร"พบ"อำนวย" ยันอยู่ไทยใช้เอกสิทธิ์ส.ส. ตชด.คุมเข้ม"ณัฐวุฒิ" นครบาลเล็งแจ้งข้อหาแกนนำเสื้อแดงเพิ่มอีก1กระทง ผบช.น.เชื่อ"จตุพร-จักรภพ"ยังอยู่ในไทย สั่งเช็คข่าวกบดานฮ่องกง

จนท.อนุญาตให้ญาติ-ทนาย เข้าเยี่ยม "วีระ-เหวง"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มายังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาล่าสุด นายเรืองเดช เหลืองบริบูรณ์ ทนายความ ได้เดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในช่วงเช้าและได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านใน พร้อมกล่าวว่า มาดำเนินการด้านยุติธรรมให้กับนายวีระ เพื่อความธรรมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ


ขณะที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี (ค่ายพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) มีกลุ่มคนมายื่นหนังสือกับเจ้าหน้าที่ด้านหน้าประตู เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. จากนั้นมีญาติของ นพ.เหวง อาทิ พล.อ.บุญชัย ถาวรเศรษฐ์ น.ส.ธิดา โตจิราการ น้องสาวของ น.พ.เหวง นั่งรถตู้มาเพื่อเยี่ยมเยียนเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าไปได้

"เหวง"เผยแกนนำยังสบายดี เชื่อจะได้ประกันตัวเร็วๆ นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 และ ม.215 ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไทยรัฐทางโทรศัพท์ว่า ตน นายวีระ มุสิกพงษ์และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ต่างสบายดีและได้รับดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะตนนั้น พ.ต.อ.มนต์ชัย เรืองจรัส ผกก.ตชด.ที่ 13 อนุญาตให้มีผู้ติดตามดูแลได้ 2 คน คาดว่าคงได้รับอนุญาตให้ประกันตัวได้ในเร็วๆ นี้


นพ.เหวง กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทันที เนื่องจากคนเสื้อแดงได้สลายการชุมนุมแล้วและพวกตนก็ถูกจับกุมอยู่ แต่หากยังไม่ยอมยกเลิก ถ้าเกิดความเสียหายกับประเทศตามมา นายอภิสิทธิ์ จะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ไม่ใช่พวกตนอีกแล้ว

ตร.ฝากขัง3แกนนำนปช.ที่ศาลอาญาหากเจอ9คนจับทันที

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.เปิดเผยว่า เที่ยงพรุ่งนี้(16 เม.ย.) จะนำตัว 3 แกนนำเสื้อแดง นายวีระ มุสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ ฝากขังที่ศาลอาญา พร้อมค้านประกันตัว ยันใช้มาตรฐานเดียวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ส่วนอีก 9 คนที่ถูกออกหมายจับ หากเจอตัวจับได้ทันที ไม่ต้องรอมอบตัว

ทนาย"จตุพร"พบ"อำนวย" ยันอยู่ไทยใช้เอกสิทธิ์ส.ส.

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 15 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) นายองอาจ คำทอง ทนายความ รับมอบอำนาจจากนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีที่นำผู้ชุมนุมมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลและปิดถนนทั่วกทม.


นายองอาจ กล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจจากนายจตุพรให้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งเบื้องต้นนายจตุพรได้ขอใช้เอกสิทธิ์ในฐานะส.ส.คุ้มครอง หากการประชุมสภาเสร็จสิ้นและมีการปิดสมัยประชุมสภา ทางนายจตุพรก็พร้อมที่จะมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม


นายองอาจ กล่าวต่อว่า นายจตุพรยังฝากมาแจ้งกับสื่อมวลชนว่า ขณะนี้สบายดี ยังพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย และไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศตามที่เป็นข่าว แต่ไม่ทราบว่า ตอนนี้พักอาศัยอยู่ที่ใด เพราะนายจตุพรจะเป็นผู้โทรศัพท์มาหาตนเอง ซึ่งฟังจากเสียงของนายจตุพรไม่มีอาการเครียดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดนายจตุพรจึงไม่เดินทางเข้ามามอบตัวพร้อมแกนนำ 4 คน ที่มอบตัวก่อนหน้านี้ โดยนายจตุพรไม่เคยพูดถึงนายจักรภพ เพ็ญแข ที่หายตัวไป ซึ่งขณะนี้ตนจะติดต่อกับนายจตุพรผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ระบุว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

และมาตรา 215 ระบุว่า ผู้ใดมั่วสุมกัน ตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิด การวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไม่ให้เยี่ยม"หมอเหวง" ยกเว้นทนายคนเดียว

พ.ต.อ.มนต์ชัย เรืองจรัส ผกก.ตชด.ที่ 13 (ค่ายพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า เมื่อคืนวันที่ 14 เม.ย. ทางตชด.ที่ 13 ได้รับตัว น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดงเอาไว้แล้ว และขณะนี้น.พ.เหวง อยู่ในการดูแลของกก.ตชด.13 โดยไม่อนุญาตให้ใครเยี่ยม เว้นแต่ทนายส่วนตัวของนพ.เหวง


"ในส่วนการดูแลเราดูแลอย่างดีที่สุดไม่ต้องเป็นห่วง โดยควบคุมตัวอยู่ภายในค่าย ต้องขอความกรุณาจากสื่อมวลชน ที่ไม่ให้มีการถ่ายภาพใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากตอนนี้ยังไม่สะดวกในการที่จะให้สื่อมวลชนทำข่าว แต่ยืนยันว่าเราดูแลนพ.เหวงอย่างดี" พ.ต.อ. มนต์ชัย ระบุ

ตชด.คุมเข้ม"ณัฐวุฒิ" ห้ามสื่อถ่ายรูปเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตชด.คุมเข้มทั้งภายในและนอกค่ายนเรศวร สถานที่ที่ใช้เป็นที่ควบคุมตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพหรือเข้าไปภายในค่ายเด็ดขาด โดยกันให้อยู่เฉพาะบริเวณหน้าค่ายริมถนนเพชรเกษมเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันกลุ่มมวลชนเสื้อแดงตามมา


นครบาลเล็งแจ้งข้อหาแกนนำเสื้อแดงเพิ่มอีก1

รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจนครบาลมีการพิจารณาแจ้งดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เพิ่มอีก 1 ข้อหา แต่ยังไม่ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นข้อหาใด


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งส่งหมายจับ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.และผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ

ผบช.น.เชื่อ"จตุพร-จักรภพ"ยังอยู่ในไทย


พล.ต.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ"เก็บตกจากเนชั่น" เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ซึ่งถูกออกหมายจับว่า ขณะนี้น่าจะยังอยู่ในประเทศ สำหรับกระแสข่าวว่าได้ไปกบดานที่ฮ่องกง เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่


ผบช.น. ได้กล่าวถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สนามหลวงว่า ขณะนี้ไม่มีแล้ว มีแต่เพียงการจับกลุ่มพูดคุยกัน ซึ่งใช้วิธีไม่ใส่เสื้อสีแดง ซึ่งทางเราก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสังเกตการณ์ และถ้าหากมีการปราศรัยโจมตีกันก็สามารถจับกุมได้เลย

แยกขัง3แกนนำเสื้อแดง ทนายโวยตร.กลับคำ


เมื่อเวลา 23.30 น. วานนี้(14 เม.ย.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการควบคุมตัว ผู้ต้องหา 3 คน แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง และทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในการสอบปากคำ และจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปควบคุมตัวต่อยังสถานที่ที่ได้จัดเตรียมไว้ โดยการแยกขังสถานที่ละ 1 คน เพื่อให้ง่ายต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ และแจ้งให้ญาติทั้ง 3 คน ได้รับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ นายวีระ จะถูกนำตัวไปควบคุมที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี นพ.เหวง จะถูกนำตัวไปควบคุมที่กองกำกับการตระเวนชายแดน 13 จ.กาญจนบุรี ส่วนนายณัฐวุฒิ ถูกแยกไปควบคุมที่ค่ายนเรศวร จ.ประจวบคีรีขันธ์


ด้านนายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน กล่าวเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน ว่า หลังจากที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ตกลงกับพนักงานสอบสวนขอควบคุมตัวอยู่ที่ บช.น. เพื่อรอประกันตัวในชั้นศาลในวันที่ 16 เม.ย. แต่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกลับคำ และปลุกผู้ต้องหาทั้งสามกลางดึก นำไปควบคุมตามสถานที่ต่างๆ ดังกล่าว ตนในฐานะที่เป็นทนายความและเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี และไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงมากดดัน แต่ทางพนักงานสอบสวนกลับเปลี่ยนคำพูด ถือว่าเหมือนกับเป็นการปฏิบัติสองมาตรฐาน


อย่างไรก็ตาม เมื่อครบ 48 ชั่วโมง จะยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้มีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา และจะทำเรื่องขอเพิกถอนหมายจับด้วย โดยจากการพูดคุยกับนายวีระ ไม่มีอาการวิตกกังวลกับการถูกแยกขัง และยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจทุกขั้นตอน


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมตัวทั้ง 3 คน ขึ้นรถออกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้โบกมือทักทายกับผู้สื่อข่าวที่เกาะติดสถานการณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"วีระ-ณัฐวุฒิ-เหวง" อดประกัน รอส่งศาล16 เม.ย. นี้


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 เมษายน นายวีระ มุสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แถลงข่าวภายหลังการให้การสอบสวน ว่า พวกตนทำผิดพ.ร.บ.จราจรและปลุกระดมมวลชน ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาเท่านั้น และเป็นการเกิดก่อนการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.) แต่ตำรวจกับปฏิเสธการให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ผิดกับคดีพันธมิตร ที่ให้ประกันตัวได้ทันที นอกจากนั้น ยังจะมีการนำพวกตน 3 คน แยกกันคุมขัง โดยที่ทราบมาจะเอาตนไปขังไว้ที่อากาศโยธิน (อย.ทอ.) นายวีระ ไปที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) (บก.ทท.) ส่วนพ.เหวง ไปที่หน่วยป้องกันราชอาณาจักร (นปอ.) ทุ่งสีกัน ตามมาตรา 215 และ 116 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตนจึงปฏิเสธไปว่า ความผิดของพวกตนไม่ได้ร้ายแรงจนต้องแยกไปคุมขัง และในที่สุดทางพล.ต.ท.วรพงษ์ ชีวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) จะขังพวกตนไว้ที่บช.น. 2 วัน เพื่อรอตรวจสอบเอกสารประกันตัว จากนั้น จะให้ประกันตัวในชั้นศาลวันที่ 16 เม.ย.


นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อแกนนำทั้งหมดที่ถูกออกหมายจับ คือ
1.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
2.นายจตุพร พรหมพันธ์
3.นายวีระ มุสิกพงษ์
4.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
5.นายจักรภพ เพ็ญแข
6.นายอดิศร เพียงเกษ
7.นพ.เหวง โตจิราการ
8.นายสิรวิชญ์ พิมพ์กลาง
9.นายพีระ พิมพ์กลาง
10.นายณรงค์ศักดิ์ มณี
11.ณัฐพงศ์ อินทะนาง
12.นายชินวัตร หาบุญพาด
13.ชายไทยไม่ทราบชื่อ (ปรากฏตามภาพถ่าย)

หมายจับ"แม้ว"-พวกรวม13คน


รายงานข่าว บช.น.เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้เสนอศาลอาญาออกหมายจับแกนนำกลุ่มเสื้อแดง และศาลได้อนุมัติออกหมายจับ 985/2552 ลงวันที่ 14 เมษายน จำนวน 13 คน ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และมาตรา 215


ทั้งนี้ มาตรา 116 ระบุว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี


ส่วนมาตรา 215 ระบุว่า ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิด การวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความ ผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการ กระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จนท.จับ3แกนนำแยกคุมขังค้านประกันตัว


เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวทั้ง 3 คน แยกขึ้นรถยนต์ตู้ ซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถด้านหลัง บช.น.เพื่อนำตัวไปควบคุม ระหว่างนั้นเองกลุ่มเสื้อแดงที่ตามมาให้กำลังใจมีการเรียกร้องให้นำทั้ง 3 ออกจารถลงมาก่อน ตำรวจจึงนำตัวทั้ง 3 ออกมาเพื่อแถลงข่าว


นายณัฐวุฒิแถลงด้วยความไม่พอใจว่า ถูกแจ้งข้อหาทำผิด พ.ร.บ.จราจรและปลุกระดมมวลชน ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาเท่านั้น และเป็นการเกิดก่อนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ตำรวจกับปฏิเสธการให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ผิดกับคดีของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ให้ประกันตัวได้ทันที นอกจากนั้น ยังจะมีการนำพวกตน 3 คน แยกกันคุมขัง โดยที่ทราบมาจะเอาตนไปขังไว้ที่อากาศโยธิน กองทัพอกาศ (อย.ทอ.) นายวีระไปที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ส่ว นพ.เหวงไปที่หน่วยป้องกันราชอาณาจักร (นปอ.) ทุ่งสีกัน


"พวกผมปฏิเสธไปว่า ความผิดของพวกผมไม่ได้ร้ายแรงจนต้องแยกไปคุมขัง และในที่สุดทาง พล.ต.ท.วรพงษ์จะขังพวกผมไว้ที่ บช.น. 2 วัน เพื่อรอตรวจสอบเอกสารประกันตัว จากนั้น จะให้ประกันตัวในชั้นศาลวันที่ 16เมษายน"นายณัฐวุฒิกล่าว

ยันทหารซุกศพเสื้อแดง


นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย ประธานมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 และนายสุพร อัตถาวงศ์ ร่วมแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อวันที่ 14 เมษายน ว่าได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ และเสียชีวิตจริง นอกจากนั้นยังมีการลากศพไปทำลาย ดังนั้น หากใครมีญาติมาร่วมชุมนุมแล้ว พบว่าได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือสูญหาย ให้แจ้งที่มูลนิธิ โทร.0-2627-0909 ต่อ 5017 และ 08-5579-9938 โดยมูลนิธิจะเป็นตัวกลางในการติดตามให้ทุกฝ่าย


นายสุพรกล่าวว่า ได้นำภาพถ่ายจากสื่อมวลชนอิสระและสื่อต่างประเทศ และพิสูจน์ได้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ออกมายืนยันว่าไม่มีการตาย ไม่ละอายใจบ้างหรือ เพราะตนอยู่ในเหตุการณ์ แม้พระสงฆ์ยังถูกยิงตายและลากศพไป ซึ่งผู้สื่อข่าวได้เก็บภาพไว้ได้มาก แต่ก็ไม่มีการนำเสนอแต่อย่างใด ดังนั้น ขอให้ญาติของกลุ่มผู้ชุมนุมที่คิดว่าเสียชีวิตหรือสูญหายให้มาแจ้งมายังที่มูลนิธิ 111 และมูลนิธิดวงประทีป โดยทั้ง 2 มูลนิธิจะเป็นตัวกลางในการแฉเบื้องหลังรัฐบาล


"ลีลาวดี"พยายามยื้อดึงม็อบอยู่ต่อ ให้ปักหลักสนามหลวง


ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากบรรดาแกนนำทั้ง 4 คน ของกลุ่มคนเสื้อแดง เข้ามอบตัวที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และอยู่ระหว่างสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่มีท่าทีว่าจะเสร็จสิ้น ที่บริเวณด้านหน้า บช.น. มีชาวบ้านประมาณ 50 คน สวมเสื้อหลากสีรวมตัวกันชุมนุมอย่างสงบ เพื่อให้กำลังใจและรอผลการสอบปากคำแกนนำทั้งหมด ส่วนที่บริเวณสี่แยกวังแดง น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย เรียกร้องขอเข้าไปดูพื้นที่ชุมนุมรอบทำเนียบฯ โดยระบุว่า เกรงผู้ชุมนุมที่กำลังทยอยกลับภูมิลำเนาจะไม่ได้รับความปลอดภัย


ต่อมา พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษก บช.น. พร้อมกำลังจำนวนหนึ่งจึงนำ น.ส.ลีลาวดี และผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งไปตรวจสอบ เมื่อพบว่าบริเวณรอบทำเนียบไม่มีผู้ชุมนุมเหลืออยู่แล้ว คงมีเพียงร้านค้าที่ตั้งจำหน่ายสินค้าเช่น เสื้อแดง ตีนตบ กำลังจัดเก็บร้านและสินค้าออกนอกพื้นที่เท่านั้น หลังจากนั้น จึงไปแจ้งให้ผู้ชุมนุมที่บริเวณสี่แยกวังแดงให้ทราบจนเป็นที่พอใจของคนทั้งหมด จากนั้นพากันเคลื่อนขบวนไปสมทบผู้ชุมนุมอีกส่วนที่รวมตัวกันบริเวณท้องสนามหลวง

มูลนิธิ 111 ยันทหารซุกศพเสื้อแดง


ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 17.30 น. น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย ประธานมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 นายสุพร อัตถาวงศ์ ร่วมกันแถลงข่าว ที่บริเวณชั้นล่างอาคารสำนักงาน บช.น. โดยน.พ.ทศพร กล่าวถึงการที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยุติการชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในการชุมนุม โดยยืนยันว่า ได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ และเสียชีวิตจริง นอกจากนั้นยังมีการลากศพไปทำลาย ดังนั้นหากใครมีญาติมาร่วมชุมนุมแล้ว พบว่าได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือสูญหาย ให้แจ้งที่มูลนิธิฯ โทร. 0-2627-0909 ต่อ 5017 และ 08-5579-9938 โดยมูลนิธิจะเป็นตัวกลางในการติดตามให้ทุกฝ่าย ทั้ง นปช. ทหาร และประชาชน รวมถึงผู้เสียหายจากเหตุการที่ชุมชนนางเลิ้งด้วย จะดูแลทุกฝ่ายให้ทั่วถึง


นายสุพร กล่าวว่า ได้นำภาพถ่ายจากสื่อมวลชนอิสระและสื่อต่างประเทศ และพิสูจน์ได้สว่ากลุ่มผู้ชุนุมเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ออกมายืนยันว่าไม่มีการตาย ไม่ละอายใจบ้างหรือ เพราะตนอยู่ในเหตุการณ์ แม้พระสงฆ์ยังถูยิงตายและลากศพไป ซึ่งผู้สื่อข่าวได้เก็บภาพไวได้มาก แต่ก็ไม่มีการนำเสนอแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ญาติของกลุ่มผู้ชุมนุมที่คิดว่าเสียชีวิตหรือสูญหายให้มาแจ้งมายังที่มูลนิธิ 111 และมูลนิธิดวงประทีป โดยทั้งสองมูลนิธิจะเป็นตัวกลางในการแฉเบื้องหลังรัฐบาล ที่ไม่เห็นเหตุการณ์กับตา แต่เอาข้อมูลมาอ้างซึ่งแสดงให้เห็นว่าจิตใจรัฐบาลโหดร้ายกว่ารัฐบาลที่มาเผด็จการ


นอกจากนี้ นายสุพร ยังได้กล่าวถึงแกนนำที่ได้เข้ามอบตัว ว่า แกนนำที่ได้เข้ามอบตัวมีนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ และพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แกนนำกลุ่มนปช. ว่า ก่อนมามอบตัวไม่ทราบว่ามีหมายจับหรือไม่ แต่เป็นการเปิดทางให้ทหารเข้าไปเคลียร์พื้นที่ในทำเนียบรัฐบาล เมื่อมาถึงจึงทราบว่ามีหมายจับ14 แกนนำ ดังนั้นจึงได้เข้ามอบตัวทันที และได้สอบปากคำ ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้ว รอเพียงพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อนุมัติให้ประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งส.ส.นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ ส.ส. และทนงศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์ เป็นนายประกัน


นอกจากนั้น นายสุพร ได้ตั้งข้อสังเกตถึงหมายจับที่ออกมา ว่าเป็นรายชื่อของเก่าที่สำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ยื่นต่อศาลแพ่งเพื่อใช้ในการเปิดทางให้ข้าราชการ รัฐมนตรี รวมถึงนายกรัฐมนตรีเข้าทำงานภายในทำเนียบรัฐบาล ทำไมต้องรีบร้อนออกหมายจับขนาดนี้


"ณัฐวุฒิ" โวยตร.ไม่ให้ประกัน


เวลา 14.00 น. นายณัฐวุฒิ นายวีระ และ นพ.เหวงได้เข้ามอบตัวที่ บช.น.โดยมีนายสุพร อัตถาวงศ์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แกนนำเสื้อแดง มาร่วมให้กำลังใจ พร้อมมวลชนเสื้อแดงกว่า 20 คน จากนั้น พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ได้นำตัวทั้งสามคนขึ้นไปสอบสวนที่ห้องปารุสก์ 2 โดยมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธานี สมบูรร์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.ร่วมสอบสวน ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง

พบศพ 2ชายหลังไปร่วมชุมนุมกับเสื้อแดงหายตัวลึกลับลอยอืดกลางแม่น้ำเจ้าพระยาสภาพถูกทุบด้วยของแข็ง

ที่มา มติชนออนไลน์

พบศพชายลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ปากถูกผ้าขนหนูขนาดใหญ่ผูกปิดปากอยู่ ส่วนมือทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังด้วยเชือกไนลอนสีน้ำเงิน และมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็ง ตรวจสอบพบว่าหายหลังจากที่ร่วมชุมนุมกับเสื้อแดงที่ทำเนียบ


เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 15 เมษายน พ.ต.ท.วิรัตน์ เพ็ชรรัตน์ สารวัตรเวร สน.บวรมงคล รับแจ้งเหตุพบศพชายลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ท.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ รอง ผกก.สส.บก.น.7 แพทย์ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำศพจากแม่น้ำมาขึ้นที่ริมตลิ่งฝั่งพระนคร โดยพบว่าเป็นศพชาย สภาพขึ้นอืด สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงผ้าขายาวสีดำสวมเข็มขัด โดยหัวเข็มขัดระบุตัวอักษรว่า กรุงไทย กรุ๊ป ส่วนที่ปากถูกผ้าขนหนูขนาดใหญ่ผูกปิดปากอยู่ ส่วนมือทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังด้วยเชือกไนลอนสีน้ำเงิน และมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งบริเวณกลางศีรษะ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กรุงไทย กรุ๊ป คือ บริษัท กรุงไทยธุรกิจบริหาร ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและอยู่ในเครือธนาคารกรุงไทย ตั้งอยู่ย่านลาดพร้าว 106 แต่วันนี้เป็นวันหยุดทำการจึงต้องใช้เวลาในการติดตามหาพนักงานบริษัทเพื่อสอบสวนยืนยันว่าผู้ตายเป็นใคร แต่ขณะที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.7 กำลังสืบหาพยานอยู่นั้น พ.ต.ท.วิรัตน์ ก็ได้รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำในจุดใกล้เคียงกันกับศพแรก

โดยเมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำศพขึ้นมาตรวจสอบที่ริมตลิ่งฝั่งธนบุรี สภาพศพขึ้นอืด สวมเสื้อยืดสีดำ มีภาพและอักษรภาษาอังกฤษสกรีนบนเสื้อว่า RESCUE กางเกงผ้าขายาวสีดำ สวมถุงเท้าดำ ส่วนที่ปากมีผ้าขนหนูสีขาวมัดทับด้วยผ้าสีเหลืองปิดปากไว้แน่น ส่วนมือทั้งสองข้างถูกเชือกไนลอนสีน้ำเงินมัดไพล่หลัง ลักษณะเหมือนกับศพแรกที่พบ ตามลำตัว แขน และใบหน้ามีรอยปูดบวมเขียวช้ำ

สอบสวนหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย รวมทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยบริษัท กรุงไทยธุรกิจบริการ ซึ่งเดินทางมาดูศพในที่เกิดเหตุยืนยันว่า ศพที่พบ คือ นายนัฐพงษ์ ปองดี หรือ แก๊บ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 2 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ส่วนศพแรกที่พบเมื่อช่วงเช้านั้นคือ นายชัยพร กันทัง หรือ โจ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 287/2 หมู่ 3 ต.บ้านหนุน อ.สอง จ.แพร่ ทั้งสองเป็นพนักงานของบริษัท โดยเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งสองได้บอกกับเพื่อนๆว่าจะเดินทางมาร่วมชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลแต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้ โดยญาติของนายนัฐพงษ์ได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สน.วังทองหลาง เมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนนายชัยพรนั้นยังไม่พบว่ามีการแจ้งหายแต่อย่างใด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการชีวิตครั้งนี้ รวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่า ก่อนมาพบศพนั้นทั้งสองได้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลจริงหรือไม่ และมีพยานรายใดรู้เห็นบ้าง ส่วนจุดที่มีการทำร้ายหรือถูกโยนลงน้ำนั้นยังไม่สามารถระบุได้ แต่ในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมแต่จะเสียชีวิตก่อนถูกโยนลงน้ำ หรือถูกจับถ่วงน้ำจนเสียชีวิตนั้นต้องรอผลการชันสูตรอย่างละเอียดจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราชอีกครั้ง

ด้าน พ.ต.ท.ภิญโญ กล่าวว่า จากการสอบถามภรรยาของนายชัยพร คาดว่าสาเหตุของการตายในครั้งนี้น่าจะมาจากเรื่องการเมือง แต่ทางกลุ่มเพื่อนๆ หลายคนก็ให้ข้อมูลว่าเวลานายชัยพรเมาจะชอบเสียงดังเป็นพิเศษจนทำให้คนรอบข้างไม่ค่อยพอใจ อย่างไรก็ตาม ตนจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกค้นหารถจักรยานยนต์ของผู้ตายเสียก่อนว่านำไปจอดอยู่ที่ใดจากนั้นจึงจะหาพยานแวดล้อมเพื่อเชิญตัวมาสอบปากคำว่าปมการสังหารโหดในครั้งนี้มาจากเรื่องใดกันแน่ จึงจะสามารถติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

พท.เผยญาติเสื้อแดงแจงหายกว่า30 คน เชียงใหม่51นัดรวมพลครั้งใหญ่19เม.ย. ม็อบเสื้อแดงสนามหลวงเปลี่ยนสี

ที่มา มติชนออนไลน์

พท.เยี่ยมเหยื่อเสื้อแดงบาดเจ็บ "พร้อมพงศ์"บอกหายกว่า30 เชียงใหม่51นัดรวมพลครั้งใหญ่19เม.ย.ทำบุญให้คนตาย ม็อบเสื้อแดงสนามหลวง ผู้ชุมนุมเปลี่ยนใส่สีอื่น "เยาวเรศ"ติงสื่อไม่ให้ความเป็นธรรมครอบครัว"ชินวัตร"ยัน"สมชาย-เยาวภา"ยังอยู่เมืองไทย "วีระ"อ้างถูกใส่ร้าย-ไร้กระบอกเสียงสู้ "เหนือ-อีสานแตก มีทั้งลุย-เลิก!

พท.เยี่ยมเหยื่อเสื้อแดงบาดเจ็บ "พร้อมพงศ์"บอกหายกว่า30

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพฯ นายไพโรจน์ อิศรเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค เดินทางมาเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากการผลักดันการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลราชวิถี


นายวิชาญ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ รัฐบาลบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุมดำเนินการ จึงไม่แน่ใจว่าจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะมีประชาชนในเหตุการณ์บอกว่า การผลักดันการชุมนุมมีการใช้อาวุธเข้ามาดำเนินการ ดังนั้น ทางพรรคจึงอยากให้ประชาชนที่มีภาพบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง และพรรคจะเปิดรับข้อมูลบุคคลสูญหายในช่วงเวลาการชุมนุม จนถึงการผลักดันการชุมนุม


ด้านนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ทางพรรคได้เปิดศูนย์รับข้อมูลคนหาย และผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางโทรศัพท์ 026534040 ตู้ ปณ.222 และเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย เพราะจากที่ได้รับข้อมูลทราบว่ามีผู้สูญหายกว่า 30 ราย

เชียงใหม่51นัดรวมพลครั้งใหญ่19เม.ย.ทำบุญให้คนตาย

หลังการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงยุติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 15 เมษายน กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้ประกาศรวมพลครั้งใหญ่อีกครั้งในวันที่ 19 เม.ย. บริเวณหน้าโรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ การนัดรวมตัวกันครั้งนี้แกนนำระบุว่าจะเป็นการทำบุญครั้งใหญ่โดยนิมนต์พระเกจิ 39 รูป อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการเข้าสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร


นอกจากนี้จะเป็นการต้อนรับสมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่กลับจากการชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่ในช่วงเย็นจะมีการเปิดเวทีปราศัยทางการเมืองตามปกติ

สนนท.ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องผู้ชุมนุมเสื้อแดงหาย

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ร่วมกับเครือข่ายเดือนตุลา และเครือข่ายราษฎรนักเขียนศิลปินประชาธิปไตย แถลงข่าวจัดตั้งศูนย์รับเรื่องคนหาย ในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2552


น.ส.สุวลักษณ์ หลำอุบล กรรมการบริหาร สนนท. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว หลักฐานจากรูปถ่าย คลิปวิดีโอและข้อมูลข่าวสารจากสื่อมวลชนต่างประเทศ อาจมีความเป็นไปได้ว่า เจ้าหน้าที่ทหารใช้กำลังผลักดันผู้ชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายราย จึงได้ตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ญาติของผู้เสียหาย และผู้เสียชิวิตสามารถแจ้งข้อมูล หรือร้องเรียน เพื่อจะพิสูจน์ และค้นหาความจริงต่อไป อกจากนี้ ยังเตรียมจัดนิทรรศการภาพถ่ายและเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ เพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองต่อไป


น.ส.สุวลักษณ์ กล่าวว่า ให้นายกรัฐมนตรี รัฐบาลประกาศยุบสภา หรือลาออก เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงของฝ่ายรัฐบาล

ม็อบเสื้อแดงสนามหลวง ผู้ชุมนุมเปลี่ยนใส่สีอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงบางส่วนได้เคลื่อนการชุมนุมไปปักหลักชุมนุมบริเวณดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น พบว่า ยังคงมีผู้ชุมนุมประมาณ 10 คน ยังปักหลักอยู่บริเวณดังกล่าว โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ชุมนุมทุกคนได้เปลี่ยนเสื้อจากสีแดงมาใส่เสื้อสีอื่น นอกจากนี้ในช่วงคืนที่ผ่านมาได้มีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัยบริเวณรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์


ทั้งนี้บริเวณรอบท้องสนามหลวงฝั่งวัดพระแก้วมรกต ได้มีชาวต่างชาติเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมและท่องเที่ยวตามปกติ ส่วนสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย กระทวงกลาโหมและกระทรวงสำคัญต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณถนนราชดำเนินยังคงมีกำลังทหารตรึงกำลังดูแลความปลอดภัยอยู่

กลุ่มรักเชียงใหม่ไม่เลิกปลุกระดมโจมตีสื่อ-รบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีวิทยุชุมชนกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ยังคงปลุกระดมชาวเชียงใหม่ให้ออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย ทั้งนี้ นักจัดรายการวิทยุชุมชนยังกล่าวโจมตีสื่อมวลชน ที่บิดเบือนข่าวและยังกล่าวโจมตีว่า รัฐบาลว่าจ้างกลุ่มบุคคลออกมาสร้างสถานการณ์


ด้านพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ตนได้สั่งให้ตำรวจจับตาคลื่นวิทยุชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ 3-4 คลื่นอย่างใกล้ชิดว่า มีการนำไปใช้ผิดกับวัตถุประสงค์ของวิทยุชุมชนหรือไม่ หากยังมีการใช้วิทยุชมชนปลุกระดม จะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการทันที ตอนนี้ได้รับรายงานว่า มีวิทยุชุมชนถอนตัวออกจากกลุ่มเสื้อแดงไปแล้ว 1 คลื่น ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่นั้น ยังไม่มีเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วง และได้จัดกำลังตำรวจตั้งด่านตรวจค้นการขนคนเสื้อแดงเข้า-ออกในพื้นตามถนนสาย หลักอย่างเคร่งครัด และทางตำรวจก็ได้มีการเตรียมกำลังเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ตลอด 24 ช.ม.

"เยาวเรศ"ติงสื่อไม่ให้ความเป็นธรรมครอบครัว"ชินวัตร"

นางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวันนี้ (15 เม.ย.) ว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา ภรรยา ยังคงอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศตามที่สื่อมวลชนไทยรายงาน โดยยืนยันคนตระกูลชินวัตร ส่วนใหญ่ ยังอยู่ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เห็นว่า สื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับคนในตระกูลชินวัตร ทำให้ ครอบครัว เกิดความเสียหาย


อย่างไรก็ตาม นางเยาวเรศ ได้ปฏิเสธตอบคำถามที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งปฏิเสธให้ความเห็นกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ พร้อมให้เหตุผลว่า ขอไม่พูดเรื่องการเมือง

"เสื้อแดง"ประกาศยุติชุมนุม


กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ประกาศยุติการชุมนุมแล้ว หลังชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ลาออก โดยเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบแฝงมาอยู่ในกลุ่มเสื้อแดง ขณะที่รัฐบาลประกาศให้วันที่ 16-17 เมษายน เป็นวันหยุดราชการอีก 2 วัน โดยอ้างว่า เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนโดยรวม และเพื่อบูรณะฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ


ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 เมษายน นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ปราศรัยบนเวทีที่สะพานชมัยมรุเชฐว่า "เราจะประกาศขอให้ยุติการชุมนุมก่อน เพราะขณะนี้มีผู้ไม่ประสงค์ดีได้แอบแฝงมาอยู่ในกลุ่มเสื้อแดงด้วย อีกทั้งเราก็ยังไม่มีสื่อไว้สื่อสารด้วย จึงจำเป็นต้องยุติการชุมนุมไว้ก่อน เพราะหากยังชุมนุมต่อไปก็เสี่ยงที่จะมีกองกำลังทหารเตรียมเข้าสลายการชุมนุม ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจึงขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้แยกย้ายกันไปก่อน และหลังจากนี้จะมีตำรวจพาผู้ชุมนุมแยกย้ายกลับภูมิลำเนา เพื่อความปลอดภัย และหากมีการดำเนินคดีแกนนำก็เตรียมพร้อมต่อสู้ทุกคดี อย่างไรก็ตาม การยุติการชุมนุมครั้งนี้ก็เพื่อตั้งหลักต่อสู้ใหม่ แต่ไม่ได้ยกเลิกการต่อสู้อย่างสิ้นเชิง"


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทราบว่าจะยุติการชุมนุม ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนมีอาการซึมเศร้าและบ่นว่าไม่น่ายุติการชุมนุมในขณะนี้ บางคนร้องไห้ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก็เริ่มเก็บข้าวของกลับเพื่อกลับภูมิลำเนาแล้ว ส่วนแกนนำหลายคนมีใบหน้าโศกเศร้าเมื่อมีคำสั่งให้ยุติการชุมนุม


หวั่นถูกทหารบุกสลายม็อบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายวีระจะประกาศยุติการชุมนุม ได้มีทหารจำนวน 2 กองร้อยพร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 ประจำอยู่บริเวณโรงเรียนแผนที่ทหาร ถนนราชดำเนินนอก และเจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้นำรถยก 2 คัน มายกรถเมล์ ขสมก.ที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงเผาเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันกลุ่มเสื้อแดงที่ประจำอยู่บนสะพานมัฆวานรังสรรค์ ประมาณ 30 คน เริ่มนำกำลังมาตั้งแถวหน้ากระดานอยู่หลังแผงเหล็ก เพื่อเตรียมรับมือทหารในการเข้าสลายการชุมนุม


คนเสื้อแดงเหนือ-อีสานแตก มีทั้งยุติชุมนุม-ลุยต่อไม่เลิก!


กลุ่มเสื้อแดงหลายจังหวัดผิดหวังที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.)ประกาศยุติการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 เมษายน โดยนางสดศรี ฉันทะ ประธานชมรมฌาปณกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้าน จ.ตราด แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคยชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดตราด ระบุว่า รู้สึกเสียใจ แต่สอบถามแกนนำแล้วระบุว่าแค่ยุติลงชั่วคราวก่อน เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาใหญ่ และเกิดการบาดเจ็บล้มตายของผู้ชุมนุม


ส่วนกลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ ในนามสมาพันธ์ชาวเหนือเพื่อประชาธิปไตย จ.เชียงใหม่ ประมาณ 100 คน ที่เปิดเวทีปราศรัยย่อยบริเวณสนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัด ยอมสลายการชุมนุมทันที แต่กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งรวมตัวกันที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรสพาเลซ อ.เมืองเชียงใหม่ นำโดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ยังประกาศไม่ยอมแพ้ พร้อมเชิญชวนผ่านสถานีวิทยุชุมชนให้มารวมตัวกันสู้ต่อ โดยจะเดินทางไปชุมนุมที่ท้องสนามหลวงแทน


ที่ จ.กาฬสินธุ์ นายพิทยา พลเยี่ยม ข้าราชการบำนาญ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกาฬสินธุ์ ยังคงปลุกระดมให้คนเสื้อแดงมารวมตัวที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด จนทำให้เกิดกระแสข่าวว่าคนเสื้อแดงอาจสร้างความไม่สงบในกิจกรรมวันสงกรานต์ของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ส่งผลให้นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องสั่งการฝ่ายปกครองระดมกำลัง อส.กว่า 100 นาย เข้าไปดูแลขบวนแห่


จ.สระบุรี เวลา 12.20 น. กำลังทหารจำนวน 1 กองร้อย พร้อมอาวุธครบมือ และรถฮัมวี่ติดอาวุธ 11 คัน รถสายพานลำเลียง 4 คัน รถบรรทุกกำลังพล และรถจี๊ปอีกจำนวนหนึ่ง มาตั้งฐานเตรียมพร้อมบริเวณหน่วยบริการตำรวจทางหลวงทับกวาง ริมถนนมิตรภาพ กม.15-16 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เนื่องจากทราบว่ามีกลุ่มม็อบเสื้อแดงภาคอีสานใช้รถบัสกว่า 30 คันเป็นพาหนะจะบุกเข้ากรุงเทพฯ แต่ปรากฏว่าทั้งหมดถูกสกัดไว้ได้เสียก่อน บริเวณใกล้เขื่อนลำตะคลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา


เวลา 13.30 น. นางซาบีน่า ซาห์ ประธานชมรมคนเสื้อแดงขอนแก่น พร้อมสมาชิกประมาณ 30 คน ประชุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น จากนั้นสรุปสลายการชุมนุมชั่วคราว แล้วทุกคนก็พากันเล่นน้ำสงกรานต์ เก็บสิ่งของ และเวทีปราศรัยทำความสะอาดสถานที่ชุมนุมให้กลับอยู่ในสภาพเดิม แล้วพาเขน-องเดินทางกลับบ้าน


ขณะเดียวกัน นายอาเด็ฟ โซ๊ะโก เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายประมาณ 50 คน พากันเดินรณรงค์ประณามการใช้ความรุนแรงในการก่ออาชญากรรมโดยรัฐต่อประชาชน ไปตามถนนสายสำคัญในเขตเทศบาลนครขอนแก่น

เวลา 10.00 น. ทหารจำนวน 2 กองร้อย เริ่มเคลื่อนพลมายังหน้าสหประชาติ (ยูเอ็น) ก่อนเคลื่อนขบวนเข้าไปประจันหน้ากับกลุ่มเสื้อแดง ห่างกันประมาณ 30 เมตร กลุ่มเสื้อแดงจึงรวมตัวกันตั้งแถวหน้ากระดานยกมือทั้งสองข้างไว้บนศีรษะ ขณะที่ผู้ชุมนุมบางคนก็ถือธงชาติไทยไว้ในมือ และยืนเผชิญหน้ากันประมาณ 15 นาที ทหารจึงยอมถอยหลังไป 5 เมตร


เวลา 10.30 น.แกนนำ นปช.ที่อยู่บริเวณเวทีชมัยมรุเชฐ ได้ปรึกษาหารือถึงสถานการณ์ และมีมติยุติการชุมนุม พร้อมให้นายวีระขึ้นเวทีประกาศยุติการชุมนุม โดยนายวีระกล่าวว่า หากยังคงปักหลักชุมนุมต่อไปจะถูกสลายการชุมนุมได้ และจะทำให้พี่น้องประชาชนที่มาร่วมชุมนุมเสียชีวิตและบาดเจ็บได้ "ผมยินดีรับผิดชอบทุกเรื่องการชุมนุมครั้งนี้ จะยุติลงเพื่อสวัสดิภาพของทุกคน ขอให้ระงับควมรู้สึกเอาไว้"


อ้างถูกใส่ร้าย-ไร้กระบอกเสียงสู้


เวลา 11.00 น. นายวีระขึ้นปราศรัยบนเวทีอีกครั้งว่า ได้เจรจากับเจ้าหน้าตำรวจแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม และการถอนออกไปจะไม่รีบร้อน ทางเราได้จัดรถบัสไว้ไปส่งพี่น้องแล้ว และอีกสาเหตุที่ยุติการชุมนุมก็ไม่อยากหลงกลอุบายของฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากที่ผ่านมาเสื้อแดงถูกใส่ร้ายมาตลอด ถูกใส่ร้ายว่าเผารถประจำทาง สื่อของเราสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่นก็โดนปิด เราไม่มีสื่อกระบอกเสียงแล้วจะเอาอะไรไปสู้ แกนนำเจ็บช้ำทุกคน และไม่มีประโยชน์ที่จะไปกระโดดหน้าผาตาย


เวลา 12.00 น. นายวีระ นายสุพร อัตถาวงศ์ เดินเท้าเข้าเจรจากับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ที่บริเวณแยกมิสกวัน โดยมีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 100 คน เดินทางตามมาให้กำลังใจและคุ้มกัน ซึ่งภายหลังการเจรจากันประมาณ 20 นาที พล.ต.อ.พัชรวาทได้กล่าวกับนายวีระ ว่าให้แกนนำพาผู้ชุมนุมกลับบ้านไป แล้วอย่ากลับมาอีกนะ และเมื่อส่งผู้ชุมนุมขึ้นรถบัสหมดแล้ว แกนนำ นปช.ทั้งหมดก็เดินทางร่วมกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ไปยัง บช.น.เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา


ข่าวแจ้งว่า ก่อนที่จะประกาศยุติการชุมนุม กลุ่มเสื้อแดงจำนวนหนึ่งได้วางเพลิงเผารถประจำทางยูโรสาย 509 ใกล้โรงพยาบาลมิชชั่น ถนนพิษณุโลก ได้รับความเสียหายทั้งคัน


บ.ข.ส.จัด60คันส่งผู้ชุมนุมกลับ


นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.) กล่าวว่า บ.ข.ส.ได้รับการประสานงานจาก บช.น. และกำลังทหาร เพื่อขอรถจาก บ.ข.ส.ให้มารับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งในเบื้องต้น บ.ข.ส.ได้เตรียมรถจำนวน 60 คัน โดยเป็นรถของ บ.ข.ส. 30 คัน และรถร่วมบริการเอกชนอีก 30 คันสำรองไว้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. สามารถนำส่งผู้ชุมนุมเดินทางออกจาก กทม.ได้ทั้งหมดประมาณ 3,000 คน เบื้องต้น บ.ข.ส.จะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน ส่วนจะเรียกเก็บคืนจากรัฐบาลได้หรือไม่จะต้องมีการหารือกัน ทั้งนี้เส้นทางที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เดินทางกลับคือ สายอีสาน สายอุดรธานี เกือบ 20 คัน หรือไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ที่เหลือก็เป็นจังหวัดอื่นในภาคอีสาน และสายเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อุตรดิตถ์ แพร่ เป็นต้น และหลังจากนี้รถ บ.ข.ส.ก็จะรอที่สถานีปลายทางเพื่อรองรับการเดินทางกลับเข้า กทม.ในช่วงหลังเทศกาลด้วย


ประกาศจะกลับมารวมพลังอีก


นายสุพรกล่าวว่า การหยุดต่อสู้ตอนนี้ก็เพื่อรักษาชีวิตประชาชนไว้ เพราะประชาชนถูกยิงได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งนี้ตนและนายวีระไม่ได้มอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะยังไม่มีหมายจับ แต่เพียงต้องการออกจากพื้นที่เท่านั้น เพื่อรักษาผลประโยชน์กลุ่มผู้ชุมนุม


"พี่น้องที่ต่อสู้กันมา 20 วันกำลังเหนื่อยล้าและอ่อนแรง และกลุ่มผู้ชุมนุมก็ถูกสกัดทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้พี่น้องมาร่วมชุมนุม ทำให้พี่น้องที่อยู่ในที่ชุมนุมขณะนี้มีกำลังลดน้อยลงไป และบางส่วนมีถูกยิงได้รับบาดเจ็บและถูกฆ่าไปมากมาย ดังนั้น ขวัญกำลังใจของกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก็เสียไปด้วย เราจึงไม่อยากให้มีการสูญเสียชีวิตของพี่น้อง แต่อุดมการณ์และแนวทางการต่อสู้ของเรายังคงเดินหน้าต่อไป" นายสุพรกล่าว และว่า การสลายการชุมนุมเพื่อรักษาผลประโยชน์แล้วค่อยมารวมพลังกันใหม่ได้ ประชาธิปไตยยังไม่ได้จบสิ้นวันนี้ ต่อจากนี้เรายังมีแนวทางการต่อสู้อยู่

ข่าวจากนิวยอร์กไทมส์: ผู้ประท้วงในประเทศไทยท้าทายนายกรัฐมนตรี

ที่มา ประชาไทย

กิจกรรม นี้เกิดขึ้นจากทีมนักแปลอาสาสมัครที่อยากให้สาธารณชนได้บริโภคข่าวสารอย่าง รอบด้าน เนื่องเพราะเห็นว่าสื่อสารมวลชนของไทยมีปัญหาเรื่องการทำงานในสถานการณ์ วิกฤตินี้ เราจึงเลือกแปลข่าวของสื่อต่างชาติที่ยังสามารถทำงานตามหลักการวิชาชีพได้ โดยไม่มีอคติต่อฝ่ายใด และไม่มีอำนาจรัฐมาครอบงำ

ทีมแปลข่าวเฉพาะกิจ
ที่มา: แปลจาก Protesters in Thailand Challenge Premier, By SETH MYDANS and THOMAS FULLER (Janesara Fugal contributed reporting from Bangkok.) , 13 April 2009, http://www.nytimes.com/2009/04/13/world/asia/13thai.html?fta=y

ผู้ประท้วงในกรุงเทพเมื่อวันจันทร์กำลังเผชิญหน้ากับแผงทหาร (ที่มา: Vincent Yu/Associated Press)

กรุงเทพมหานคร: - เจ้าหน้าที่ทหารไทยปะทะกับผู้ชุมนุมในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์หลังจากที่กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลหลายพันคนฝ่าฝืนพระราชกำหนดบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยการรวมกลุ่มกันบนท้องถนน ปีนขึ้นไปบนรถขนอาวุธของทหาร และบุกทำร้ายขบวนรถยนต์ของนายกรัฐมนตรี

ในการปะทะกันที่สี่แยกหลักแห่งหนึ่งที่เป็นเส้นทางหลักออกนอกเมือง กลุ่มทหารยิงแก๊สน้ำตาและใช้อาวุธปืนไรเฟิลยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วง โดยผู้ประท้วงโต้ตอบด้วยการปาระเบิดเพลิงใส่ทหาร

การยิงปืนที่มองเห็นว่าเป็นการยิงขึ้นฟ้า แต่โรงพยาบาลหลายแห่งรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บมากกว่า 70 คน หลายคนบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่าผู้บาดเจ็บจำนวน 4 คน เป็นประชาชน 2 คนและทหาร 2 คนมีบาดแผลจากการถูกยิง

การเผชิญหน้าดำเนินต่อไปถึงช่วงสายและมีผู้ประท้วงจำนวนมากขึ้นมุ่งมาสมทบที่จุดปะทะ พวกเขามาจากหน้าทำเนียบรัฐบาลที่ประชาชนหลายพันคนมาชุมนุมกันอยู่เป็นเวลาหลายวันแล้ว

การปะทะเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ขณะที่ประเทศไทยกำลังเริ่มต้นฉลองเทศกาลสงกรานต์

ความอลหม่านนี้อาจก่อให้เกิดความถดถอยของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเมื่อผู้ประท้วงอีกกลุ่มหนึ่งได้ปิดสนามบินเมื่อเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมปีที่แล้ว

สนามบินทุกแห่งยังคงเปิดดำเนินการในระหว่างการชุมนุมปัจจุบัน และชาวต่างชาติบางคนได้ตัดระยะเวลาท่องเที่ยวในประเทศไทยให้สั้นลงเพราะหลายประเทศได้มีการประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการมาท่องเที่ยวประเทศไทย

กระทรวงต่างประเทศอังกฤษประกาศเตือนว่า เนื่องจากสถานการณ์ความปลอดภัยที่กำลังน่าเป็นห่วง บุคคลที่มีแผนจะเดินทางไปกรุงเทพฯควรต้องทบทวนแผนการเดินทางโดยด่วน

กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้าน พรก.ฉุกเฉินที่ประกาศโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเมื่อวันอาทิตย์ หนึ่งวันหลังจากที่กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนากรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ใช้ความรุนแรงเป็นเหตุให้ต้องยกเลิกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน 16 ชาติ

หลังการประกาศ พรก.ฉุกเฉินไม่นาน กลุ่มผู้ประท้วงบุกทำร้ายขบวนรถยนต์ของนายอภิสิทธิ์ขณะที่เขากำลังเดินทางออกจากกระทรวงมหาดไทย ทำให้ผู้อยู่ในรถหลายคนได้รับบาดเจ็บ แต่มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีหลบหนีออกไปทางประตูด้านหลังของกระทรวงฯ

ผมเชื่อว่าประชาชนได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์หลังเกิดเหตุการณ์ไม่นาน

ด้านนายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่งด้วยการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ.2549 ได้กล่าวกับกลุ่มผู้ประท้วงผ่านโทรศัพท์ เรียกร้องให้ [ประชาชน] ปฏิวัติ และกล่าวว่าเขาเตรียมตัวกลับมาร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม

กลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกกันว่าเป็นกลุ่ม เสื้อแดงตามสีเสื้อที่พวกเขาสวมใส่นั้นเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ต่างประเทศ เขาต้องเผชิญกับหมายจับคดีเกี่ยวกับการทุจริตหากเขากลับเข้าประเทศ

ตอนนี้พวกเขาเอารถถังออกมาบนท้องถนน ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะออกมาปฏิวัติเขากล่าวกับผู้ชุมนุม และว่า และเมื่อจำเป็น ผมจะกลับมาประเทศไทย

กลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณซึ่งส่วนใหญ่เป็นฐานเสียงต่างจังหวัดของทักษิณเป็นตัวแทนที่อธิบายถึงด้านหนึ่งของการแบ่งแยกร้าวลึกทางสังคมและการเมืองที่ต่อสู้กับ กลุ่มเสื้อเหลือง ที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่สนับสนุนทักษิณเมื่อปีที่แล้ว

กลุ่มเสื้อเหลืองโดยรวมเป็นตัวแทนของศูนย์กลางอำนาจที่สถาปนามั่นคงแล้วของประเทศ รวมถึงผู้นิยมกษัตริย์ ชนชั้นนำ และชนชั้นกลาง และทหาร ที่รู้สึกถูกคุกคามโดยความพยายามของทักษิณที่จะเปลี่ยนดุลอำนาจของประเทศ

ความวุ่นวายทางการเมืองดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่คณะรัฐประหารได้คืนประชาธิปไตยให้กับประเทศเมื่อปีที่แล้ว และกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณได้รับการเลือกตั้งให้กลับมาเป็นรัฐบาล

ขณะที่การชุมนุมโดยกลุ่มศัตรูของทักษิณดำเนินอยู่นั้น ศาลมีคำพิพากษายุบพรรคร่วมรัฐบาลสองพรรค นายอภิสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อสี่เดือนที่ผ่านมาจากการโหวตในรัฐสภาซึ่งฝ่ายค้านระบุว่าไม่เป็นประชาธิปไตย

ทุกฝ่ายต่างปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์

ผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนในประเทศ ทรงมีพระชนมพรรษา 82 พรรษา มีพระพลานามัยไม่แข็งแรง แม้ว่ากษัตรีย์ไม่มีพระราชอำนาจทางการเมืองโดยตรง ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการสืบทอดราชบัลลังก์เป็นเงาทาบทับการเมืองไทยอยู่

ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงหลายร้อยคนเดินผ่านพระบรมมหาราชวังเมื่อวันอาทิตย์ พวกเขาหยุดยืนร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยมีหน่วยทหารรักษาความปลอดภัยยืนถือปืนไรเฟิลอยู่เบื้อหลังแนวลวดหนามไฟฟ้า

ผู้ให้ความเห็นหลายรายเมื่อวันอาทิตย์บอกว่าพวกเขารู้สึกท้อแท้ที่การเผชิญหน้านั้นไม่อาจคาดถึงผลที่จะตามมาได้

นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า พวกเราต้องการให้เกิดการปรองดอง และผมยังไม่เห็นว่ามันจะเกิดขึ้น

สัญญาณที่เห็นกำลังชี้ไปในทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือสิ่งต่างกำลังไปสู่สถานการณ์เลวร้ายมาขึ้น เขากล่าว

ฐิตินันท์ กล่าวว่า เป็นสถานการณ์ที่ทักษิณเป็นอาจกำลังหวังว่าเขาสามารถกลับมาได้เพราะเป็นบุคคลเดียวที่จะควบคุมกลุ่มเสื้อแดงได้

ตอนนี้กลุ่มเสื้อแดงกำลังฟื้นสภาพ และเราไม่ทราบว่าพวกเขาจะไปทางไหน ฐิตินันท์กล่าว แต่ลูกตุ้มกำลังเหวี่ยงไปที่กลวิธีต่างๆในการปราบปราม และปฏิกิริยาโต้ตอบที่เหี้ยมโหดและรุนแรงจากฝ่ายขวาและสถาบันต่างๆ

นิวยอร์กไทมส์: การประท้วงในประเทศไทยเผยให้เห็นแผลร้าวลึก

ที่มา ประชาไท

กิจกรรม นี้เกิดขึ้นจากทีมนักแปลอาสาสมัครที่อยากให้สาธารณชนได้บริโภคข่าวสารอย่าง รอบด้าน เนื่องเพราะเห็นว่าสื่อสารมวลชนของไทยมีปัญหาเรื่องการทำงานในสถานการณ์ วิกฤตินี้ เราจึงเลือกแปลข่าวของสื่อต่างชาติที่ยังสามารถทำงานตามหลักการวิชาชีพได้ โดยไม่มีอคติต่อฝ่ายใด และไม่มีอำนาจรัฐมาครอบงำ

ทีมแปลข่าวเฉพาะกิจ

กรุงเทพประเทศไทย ดินแดนแห่งกิริยาสุภาพและรอยยิ้ม แต่ก็มีชื่อโด่งดังในเรื่องมวยไทยด้วย การสู้รบตามท้องถนนในกรุงเทพฯ สัปดาห์นี้คือหน้าต่างที่เปิดให้เห็นด้านตีรันฟันแทงของประเทศ มันคือการปะทุของความอัดอั้นตันใจของกลุ่มผู้ประท้วงที่บอกว่า พวกเขารู้สึกถึงความอยุติธรรมและการแบ่งแยกกีดกันในกระบวนการประชาธิปไตยที่มีปัญหาของประเทศไทย

ถึงแม้การประท้วงยุติลงอย่างสงบในวันอังคาร แต่ความคับข้องและโกรธแค้นของประชาชนรากหญ้าน่าจะยังคุกรุ่นต่อไป

ไม่ว่าใครชนะหรือแพ้ครั้งนี้ ภาวะตีบตันและความตึงเครียดจะยังคงอยู่ เป็นคำกล่าวของธงชัย วินิจจะกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน

ฝ่ายผู้ประท้วงที่เรียกกันว่า ฝ่าย เสื้อแดง มีฐานกำลังหลักจากภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและผู้ค้าขายรายย่อย พวกเขาแสดงตัวว่ากำลังต่อสู้กับชนชั้นนำทรงอิทธิพลที่ไม่ได้มาจากกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะศาล กองทัพและองคมนตรี ซึ่งเป็นคณะที่ปรึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

เสียงประท้วงที่เป็นหัวใจสำคัญของฝ่ายเสื้อแดงก็คือ เจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งถูกทำลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า นายกรัฐมนตรีที่พวกเขาเลือกมา 3 คน ถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2549 คนแรกในการรัฐประหารโดยกองทัพและอีกสองคนหลุดจากตำแหน่งจากคำตัดสินของศาลในการดำเนินคดีที่ถูกอิทธิพลทางการเมืองแทรกแซงอย่างสูง

พวกเขาไล่รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา ทองดี วงศ์สามารถ (Thongdee Wongsamart) ผู้ประท้วงวัยกลางคนที่เพิ่งตกงานจากที่เคยเป็นแม่บ้านในบริษัททัวร์ ฉันโกรธมาก

เสื้อแดงจำนวนมากเป็นผู้รักชอบในตัวทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกขับออกจากตำแหน่งเพราะการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 แต่พวกเขามักรีบอธิบายต่อว่า ความไม่พอใจที่มีต่อภาวะความเป็นประชาธิปไตยของไทยสำคัญกว่าการสนับสนุนทักษิณ นักธุรกิจที่เคยร่ำรวยมหาศาลจากวงการโทรคมนาคม

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องทักษิณกับเงินของเขา อ.ธงชัยแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซินกล่าว คนเหล่านี้คือประชาชนที่ต่อต้านการรัฐประหาร ต่อต้านชนชั้นนำขุนนางที่ไม่เคยผ่านการเลือกตั้งเข้ามา

เสื้อแดงจำนวนมากกล่าวว่า พวกเขาไม่ไว้ใจสื่อมวลชนของไทย โดยกล่าวหาว่าสื่อเข้าข้างฝ่ายรัฐบาล ประชาชนจากต่างจังหวัดบอกว่า พวกเขารู้สึกขุ่นข้องหมองใจที่ถูกดูถูกว่าพูดภาษาถิ่นเหน่อ ๆ พวกเขาชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างมาตรการละมุนละม่อมที่กองกำลังรักษาความมั่นคงใช้จัดการกับผู้ประท้วงฝ่ายราชานิยมเมื่อปีที่แล้ว กับการใช้กองทหารหลายพันนายมากวาดล้างขับไล่เสื้อแดงจากท้องถนนของกรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้

พวกเสื้อเหลืองทำให้ประเทศไทยกลายเป็นอัมพาตไปเมื่อปีที่แล้ว ด้วยการยึดสนามบินสองแห่งเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ปล่อยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายแสนคนเคว้งคว้าง นอกจากนี้ยังล้อมรัฐสภาและกักสมาชิกรัฐสภาไว้ข้างใน โดยได้รับการสนับสนุนด้านกำลังใจจาก ...

ประเทศนี้ใช้สองมาตรฐาน ไม่มีความยุติธรรมและจะไม่มีวันสงบสุข นี่คือความคิดเห็นหนึ่งในเว็บพันทิปดอทคอม เว็บบอร์ดในอินเทอร์เน็ตที่มีห้องพูดคุยด้านการเมืองที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่ง ต่อไปจะมีสงครามกลางเมือง เพราะประชาชนเห็นว่าความอยุติธรรมกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้

เชื่อกันว่าฝ่ายเสื้อเหลืองมีมือที่มองไม่เห็นคอยให้ความคุ้มครอง

ไม่เข้าใจว่าทำไมกองทัพไม่ทำอะไรเลยตอนที่พวกพันธมิตรฯ ยึดสนามบิน ผู้ตั้งกระทู้คนหนึ่งในพันทิปดอทคอมบ่น ผู้นำของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถูกจับกุมตัวก็จริง แต่ได้รับการประกันตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

การดำเนินคดีต่อกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ค่อยมีความคืบหน้า และดูเหมือนว่าสุดท้ายแล้ว ผู้นำพันธมิตรฯ ก็คงถูกฟ้องด้วยข้อหาเล็กน้อย ถ้าไม่ถูกยกฟ้องไปเลย เดวิด สเตรคฟัสส์ (David Streckfuss) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองไทย เขียนลงในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เมื่อวันอังคาร

รัฐบาลไทยปิดเว็บไซท์ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายเสื้อแดงไปหลายเว็บไซท์ รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดสดการประท้วงผ่านดาวเทียม ในทางตรงกันข้าม ASTV สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่บริหารโดยฝ่ายนิยมเจ้าอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล กลับไม่เคยถูกปิดเลย ในสมัยที่ทักษิณยังมีอำนาจ เขาเองก็พยายามกีดกันสนธิออกจากสถานีโทรทัศน์ แต่ฝ่ายเสื้อแดงก็พยายามกลบเกลื่อนความจริงแง่นี้ของอดีตนายกรัฐมนตรี

ทักษิณมักเอาผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวมาปนกับการบริหารประเทศของรัฐบาล คุกคามสื่อมวลชน และสงครามต่อต้านยาเสพย์ติดของเขาสำเร็จด้วยต้นทุนที่กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนบอกว่า มีการฆ่าตัดตอนไปหลายร้อยคน

ทักษิณเป็นแค่เรื่องเล็กในความคิดของผม ประเด็นใหญ่คือประชาธิปไตยต่างหาก นายสมชาย หลวงตัน (Somchai Luangtant) วัย 49 ปี อาชีพขายเสื้อครุยรับปริญญาในกรุงเทพฯ กล่าว ทุกคนควรรู้ว่า ประชาชนไทยต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่อย่างที่เรามีอยู่ตอนนี้

ที่มา: แปลจาก THOMAS FULLER, “Thai Protests Reveal Deep Divisions,” New York Times; Seth Mydans ร่วมรายงานข่าว http://www.nytimes.com/2009/04/15/world/asia/15bangkok.html?_r=3&hp=&pagewanted=print; April 15, 2009.

หมายเหตุ - ประชาไทขอตัดทอนข้อความบางส่วนออก โดยใช้เครื่องหมาย "..."