WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, April 17, 2009

ทักษิณในฐานะกระจกปลุกสำนึกทางชนชั้นของเสื้อแดง

ที่มา ประชาไท

ประวิตร โรจนพฤกษ์

ด่าเลย ประณามทักษิณ ชินวัตร ให้สาแก่ใจ !

โทษทักษิณไปเลยว่าโกงกิน ว่าปลุกปั่น หลอกใช้พวกเสื้อแดงจำนวนมากให้เสี่ยงชีวิตโดยการเผชิญหน้ากับรถถัง ทหารติดอาวุธ เสี่ยงคุกตะราง เพียงเพื่อจะให้ทักษิณได้คืนมาซึ่งอำนาจและเงินทอง โดยอ้างว่านี่คือการต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตยที่แท้จริง ถ้าผู้่้อ่านอยากด่าก็ด่าไป

แต่ถึงจะด่าประณามทักษิณว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาการเมืองไทยทั้งหมดต่อไปอีกกี่วัน เราก็จะยังไม่เห็นภาพรวม (big picture) ของสถานการณ์เมษาเลือดและความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงอยู่

ตัวต่อสำคัญที่จะทำให้ภาพรวมสมบูรณ์ขึ้นกลับถูกปฏิเสธโยนลงตะกร้า โดยสื่อไทยส่วนใหญ่่และรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จิ๊กซอว์ที่ว่าได้แก่ ทักษิณนั้นอีกแง่หนึ่งก็เป็นเสมือนกระจกสะท้อนให้เกิดความตระหนักทางการเมืองและทางชนชั้นของคนจนชนบท คนจนเมืองและชนชั้นกรรมาชีพ รวมถึงชั้นกลางระดับล่างที่้เป็นคนส่วนใหญ่ในกลุ่ม นปช.

ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ก.ย. 2549 เป็นต้นมา คนจนจำนวนมากที่มีการศึกษาในระบบน้อยกว่าชนชั้นกลางหรือชนชั้นสูงได้ตระหนักว่า หากคนที่เขาเลือกให้เป็นนายกฯ โดยผ่านการเลือกตั้งทางอ้อมโดยเสียงท่วมท้น (ไม่ว่าจะโกงกิน และเป็นเผด็จการในสายตาผู้อื่นหรือไม่ก็ตาม) สามารถถูกจัดการถีบออกจากอำนาจโดยรัฐประหารที่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนเก่า รวมถึงชนชั้นกลางและสื่อไทยส่วนใหญ่สนับสนุนยอมรับได้อย่างง่ายดายแล้ว พวกเขาคงไม่มีหวังที่จะลืมตาอ้าปาก มีสิทธิมีเสียงทางการเมืองได้อย่างแท้จริง เพราะเมื่อใดชนชั้นกลางและชนชั้นนำและกลุ่มอำมาตย์ฯ ไม่เอาคนที่ึคนจนเลือก เขาก็สามารถจัดการได้อย่างแยบยล ถึงแม้จะผิดกฏหมายขัดรัฐธรรมนูญก็ตาม

ความหวังจึงอยู่ที่ว่าพวกเขาต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิไม่ว่าจะเสี่ยงถูกปราบ ถูกขยี้

ความรู้สึกเก็บกด รู้สึกไร้ค่า และไร้ความเป็นธรรม สองมาตรฐาน ตลอดจนการเอารัดเอาเปรียบทางชนชั้น เป็นสิ่งที่สื่อกระแสหลักไทย มองไม่เห็นหรือปฏิเสธที่จะมองเห็นและยอมรับ สำหรับพวกเขาแล้ว ทักษิณนั้นเป็นเพียงมนุษย์ชั่วช้าและเป็นภัยเกินกว่าที่พวกเขาจะยอมรับได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีัคนเรือนแสนหลั่งไหลออกมาชุมนุมตามท้องถนน โดยใส่เสื้อสีแดงในวันที่ 8 เมษายน สื่อเหล่านั้นจึงสรุปว่า พวกเขาเป็นเพียงม็อบรับจ้าง เป็นประชาชนที่ไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่า ประชาธิปไตยคืออะไร

แต่มีใครไหมที่จะรับจ้าง เสี่ยงชีวิตสู้กับรถถัง อาวุธสงครามและตะราง เพื่อเงินวันละ 500 บาท หรือแม้กระทั่ง 5,000 บาทก็ตาม โดยเฉพาะในวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันสำคัญของคนจน คนต่างจังหวัด

แน่นอน บรรดากลุ่มคนที่ฆ่าชาวบ้านสองคน ณ ชุมชนนางเลิ้ง คนเสื้อแดง ที่แย่งรถขนก๊าซแอลพีจี จุดไฟและโจมตีมัสยิดซอยเพชรบุรี 7 หรือแม้กระทั่งจุดไฟเผารถเมล์ไปกว่า 20 คัน คนเหล่านี้สมควรต้องถูกนำมาดำเนินการทางกฏหมาย เพื่อชดใช้อาชญากรรมที่พวกเขาก่อ และผู้นำคนใดที่เรียกร้องให้มีการใช้ความรุนแรงเช่นนี้ย่อมต้องสมควรถูกดำเนินคดีืทางกฏหมาย

ผู้นำ นปช. อย่างนายจักรภพ เพ็ญแข และจตุพร พรหมพันธุ์ ย่อมสมควรละอายแก่ใจตนเองที่ไม่ยอมมอบตัว ขณะที่ผู้นำคนอื่นได้มอบตัวสู้คดีแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องถามต่อไปว่า แล้วเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายนล่ะ ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนและการที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จัดการช่วยหลังฉากให้รัฐบาล อภิสิทธิ์ แจ้งเกิดได้ โดยผ่านการพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ และสุเทพ เทือกสุบรรณล่ะ ความถูกต้องยุติธรรมอยู่ตรงไหน และนี่ยังไม่รวมถึงการปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ดูเหมือนมีการจัดการแบบสองมาตรฐานเมื่อเปรียบกับฝ่ายแดง แน่นอน ความผิดทั้งสองฝ่ายบวกกันแล้ว ย่อมไม่ได้ทำให้มีอะไรถูกต้องชอบธรรมขึ้น และดูเหมือนทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในวังวนแห่งการทำผิดซ้ำซ้อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อทักษิณได้ออกมากล่าวหาประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากในหลวง โดยกล่าวหาว่า พล.อ.เปรมอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. นั้น ข้อห้ามทางสังคมที่มิได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้พังทลายลง คลื่นความตระหนักทางชนชั้นได้ซัดเข้าฝั่งเหมือนสึนามิและการเมืองไทยได้เข้าสู่ยุคใหม่ ที่หลายคนไม่เคยคาดฝันมาก่อน ณ วันนี้ มันไม่สำคัญเท่าไหร่แล้วว่าสื่อไทยจะไม่สามารถหรือไม่ยอมพูดถึงความเชื่อและมุมมองของคนเสื้อแดงเหล่านี้ต่อวัง เพราะมีกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในเมื่อคนเสื้อแดงเหล่านี้พูดผ่านวิทยุ อินเทอร์เน็ต ทางทีวีที่เพิ่งถูกปิด พูดบนถนน ในโรงงาน บนแท็กซี่ และที่บ้าน อย่างชัดแจ้งและเปิดเผยมาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว

สื่อแดงกำลังถูกปราบ ดี-สเตชั่น ถูกตัดสัญญาณไปแล้ว วิทยุชุมชนอีกจำนวนมากถูกทำให้เงียบ และในขณะที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่ เว็บไซต์อีก 66 เว็บไซต์ของฝ่ายแดงถูกบล็อค แต่เว็บใหม่ก็ผุดเขึ้นมาเกือบทันทีทันใดที่เว็บเก่าถูกบล็อค รัฐที่ทรงพลังไม่สามารถจะปิดหูปิดตาประชาชนอย่างถาวรได้อีกต่อไปแล้ว (ศุกร์ 17 เม.ย. นี้ก็ได้ข่าวว่า นิตยสารดิอิโคโนมิสท์ ก็ถูกเซ็นเซอร์ ไม่มีขายในเมืองไทยไปเฉยๆ เพราะเขียนเรื่องเกี่ยวกับวิกฤตการเมืองไทย แต่เท่าที่ผู้เขียนทราบ หลายคนก็ได้อ่านทางเว็บไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ข้ามวันที่นิตยสารออกวางตลาดในต่างประเทศ) และชนชั้นนำก็ไม่สามารถห้ามไม่ให้ไพร่ตั้งคำถามกับบรรดาอภิสิทธิ์ชนอีกต่อไป ดั่งที่เสื้อแดงคนหนึ่งได้กล่าวกับผู้เขียนหลังตัดสินใจยุติการชุมนุมวันที่ 14 ว่า เราแพ้ แต่้พวกเขาไม่ไ้ด้ชนะใจเรา

ข้อห้ามหรือ taboo การเซ็นเซอร์และทัศนคติดูถูกดูแคลนต่อคนจนเสื้อแดง สถานการณ์เหล่านี้เหมือนกับผู้ป่วยที่ถูกตะปูตอกฝังกลางหน้าผากเป็นแผลฉกรรจ์ปางตาย หากแต่หมอผู้วินิจฉัยซึ่งได้แก่สื่อไทย กลับทำได้หรือเลือกเพียงแต่จะพูดถึงเลือดรอบๆ ตะปู แผลบวมช้ำรอบๆ แต่ไม่ี่สามารถพูดถึงตะปูดอกนั้นได้

ข่าวลือเรื่องศพ ข่าวลือเรื่องแอบเผาศพ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า คนเสื้อแดงได้สูญเสียความเชื่อมั่นต่อรัฐบา่ลและสื่อกระแสหลักส่วนใหญ่ไปอย่างสิ้นเชิง ณ วันนี้ เราจึงอยู่ในสภาวะที่รอคอยการปะทุลุกขึ้นมาอีกครั้งของคนยากคนจนเพื่อท้าทายอภิสิทธิ์ชนหรือที่กลุ่มแดงเรียกว่ากลุ่มอำมาตย์ฯ ไม่ว่า ทักษิณจะอยู่กับแดงต่อไปหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่า ชนชั้นนำอยากให้คนเหล่านี้เป็นเพียงคนขับรถแท็กซี่ คนใช้ คนสวน คนล้างชาม คนงานโรงงาน หรือแม้กระทั่งคนให้บริการทางเพศ อย่างซื่อๆ เซื่องๆ ต่อไปหรือไม่ แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความตระหนักทางชนชั้นและความตระหนักเรื่องการเอารัดเอาเปรียบทางชนชั้นได้ถูกปลูกจนเติบโตขึ้นมาแล้ว

ถึงแม้หลายคนมองว่า เหตุการณ์วันที่ 14 คือความพ่ายแพ้ของเสื้อแดง มันอาจเป็นเพียงการพ่ายแพ้ในสมรภูมิหนึ่ง ในสงครามอันยาวนานที่กำลังดำรงอยู่ และคงเป็นแค่บทโหมโรงเท่านั้นเอง

...............................

บทความโดยผู้เขียน ปรับปรุงจาก Resentment lingers among the poor over 2006 coup, The Nation, April 17, 2009

"เสธ.แดง"ปฏิเสธสั่งยิง"สนธิ" เชื่อถูกรัฐสั่งเก็บ ผบช.น.ตั้ง2ปมฆ่า"สนธิ"ฟันธงหวังปลิดชีพแต่เอ็ม79ด้าน

ที่มา มติชนออนไลน์

ผบช.น.ตั้ง 2 ปมฆ่า "แกนนำพธม." เจอกระสุนเอ็ม79แต่ไม่ระเบิด "เสธ.แดง"ปฏิเสธสั่งยิง"สนธิ" เชื่อถูกรัฐสั่งเก็บ อ้างศัตรูเยอะไปหมด แต่ไม่ใช่คนเสื้อแดงทำแน่ ตร.ฟันธงคนร้ายหวังปลิดชีพ ยังไม่ติดทุกประเด็น ในที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด โฆษก พธม.เชื่อฝีมือ"คนมีสี"

ผบช.น.ตั้ง 2 ปมฆ่า"สนธิ"เจอกระสุนเอ็ม79แต่ไม่ระเบิด


พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ได้เรียกประชามฝ่ายสืบสวนเป็นการด่วนเพื่อติดตามคนร้าย ที่ใช้อาวุธถึง 4 ชนิด หนึ่งในนั้นมีอาวุธ เอ็ม 79 ตกในที่เกิดเหตุใกล้กับรถเมล์สาย 53 จำนวน 1 นัด แต่ไม่ระเบิด จุดยิงกับจุดที่กระทบระยะสั้นทำให้ไม่ทำงาน ส่วนสาเหตุการลิบยิงครั้งนี้ตำรวจได้ตั้งไว้ 2 ประเด็น เรื่องความเคลื่อนไหวทางการมือง และความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดในเบื้องต้น นอกจากนี้ ผบช.น. ได้สั่งให้มีการตรึงกำลังรอบโรงพยาบาลวชิระ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ ทำเนียบรัฐบาล

การ์ดพันธมิตรฯ คุมเข้มที่ทำการ"เอเอสทีวี" ยังไร้เงาตำรวจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.50 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นอาคารที่ทำการ หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีการ์ดพันธมิตรฯ คุ้มกันอย่างหนาแน่นทั้งภายในและภายนอกอาคาร แต่ไม่ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในบริเวณทั้งภายในและภายนอกตัวอาคารแต่อย่างใด ขณะที่ภายในบ้านพระอาทิตย์ในเวลานี้ก็ยังไม่มีการประชุมร่วมกันของบรรดาแกนนำพันธมิตรฯ คนอื่นๆ แต่อย่างใด

เสธ.แดงปัดไม่สั่งยิง"สนธิ"ชี้ศัตรูเยอะเชื่อฝีมือรัฐสั่งเก็บ

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เพราะไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร แม้ก่อนหน้านี้ จะมีการเคยเตือนให้พันธมิตรฯระวังจะมีคนจองกฐินอีกจำนวนมาก เชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือคนของรัฐ เพราะการก่อเหตุไม่มีมือปืนที่ไหนใช้รถกระบะ เนื่องจาก สภาพการจราจรติดขัด ดังนั้น การใช้รถกระบะได้ ต้องมั่นใจว่า ต้องมีคนช่วยพาหลบหนีต่อ อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คงไม่ทำ เพราะทุกวันนี้ ไม่ได้สู้กับพันธมิตรฯแล้ว แต่สู้กับบุคคลระดับสูงและพวกอำมาตย์

พล.ต.ขัตติยะ บอกด้วยว่า เดาไม่ออกว่า กลุ่มไหนของรัฐ ลอบสังหาร เพราะ นายสนธิ ปราศรัยพาดพิงคนอื่นไปทั่วทำให้มีศัตรูเยอะ และคงไม่ใช่กลุ่มเสื้อแดง มาแก้แค้น เพราะตอนนี้ ส่วนใหญ่ถูกจับกุมเกือบหมดแล้ว


ตร.ฟันธงคนร้ายหวังปลิดชีพ"สนธิ" ยังไม่ตัดทุกประเด็น


พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงถึงเหตุถล่มยิงรถยนต์ของนายสนธิ ลิ้นทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน รวมไปถึงนายสนธิด้วยว่า เหตุการณ์นี้ตำรวจไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ส่วนประเด็นนั้น ตำรวจยังไม่ได้ประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือการเมือง และเชื่อว่าเป็นการประทุษร้ายแน่นอน


พล.ต.ต.สุพร กล่าวต่อว่า ในที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ตำรวจพยายามจะตรวจสอบจากเบาะแสอื่นๆ เช่น วิถีกระสุนและเส้นทางเดินทางของนายสนธิ จากการตรวจสอบทราบว่าคนร้ายหนีไปทางเทเวศน์ แต่ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนพยานเพื่อหาข้อเท็จจริง ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้มาก เพื่อผลประโยชน์ต่อการสอบสวน


"ตำรวจจะพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย เราอยากให้เกิดความสงบในบ้านเมือง ไม่อยากให้มองว่าเป็นการแก้แค้นซึ่งกันและกัน เราจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นผู้ใด หลังจากเกิดเหตุผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นครบาล 1 ก็ได้ไปร่วมตรวจสอบด้วยตนเอง ทั้งนี้ หากแกนนำพันธมิตรฯ คนอื่นตกเป้าหมายชัดเจนหรือมีการร้องขอมา เราจะไปดูแลให้และจะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น" พล.ต.ต.สุพร กล่าว


พล.ต.ต.สุพร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้นายสนธิอยู่ในการดูแลของแพทย์ แต่เมื่อสามารถให้การได้ จะขอรับทราบปากคำต่อไป


นายกฯ ทราบเหตุลอบยิง"สนธิ"แล้ว กำชับ ตร.เร่งรัดคดี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงเหตุการณ์ลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาว่า จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลเรื่องนี้ โดยเฉพาะเร่งรัดการดำเนินคดี


ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูแลเรื่องคดีให้เร็วที่สุดด้วย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยที่โรงพยาบาลซึ่งนายสนธิ รักษาตัวด้วย

"สมศักดิ์"ยัน"สนธิ"ปลอดภัย-24 เม.ย.นัดถกแกนนำทั่ว ปท.

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวผ่านทางช่องเอ็นบีที ถึงเหตุการณ์ลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ จนทำให้นายสนธิได้รับบาดเจ็บสาหัสว่า คนพวกนี้กำลังจะเล่นใต้ดินและติดตามทำร้ายแกนนำมานานแล้ว พวกเรารู้และพยายามดูแลตัวเอง แต่คนที่ซุ่มมีโอกาส ก็เผลอบ้าง เราได้รับข้อมูลมาตลอดว่ามีการตั้งเป้ากับแกนนำมาโดยตลอด แต่โอกาสจังหวะไม่มี ทั้งนี้ เอเอสทีวีก็โดนเอ็ม 79 การชุมนุมก็โดนตลอด พวกนี้ไม่ใชพวกต้องการประชาธิปไตย แต่เป็นกองโจร


เมื่อถามว่า รถยนต์ได้ติดกระจกกันกระสุนหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่มีเงินติดกระจกกันกระสุน เพราะราคาเป็นหลาย 10 ล้านบาท เมื่อถามว่า มีการป้องกันตัวตลอดหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทุกคนบอกให้ระวังตลอด เพราะเราเป็นตัวจักรทำลายระบอบทักษิณ ความอาฆาตก็มีโดยตลอด แต่พวกเราเสียเปรียบและเผลอได้ ถือเป็๋นความอหังการท้าทายอำนาจมาก รัฐบาลต้องเข้มงวดกวดขันต่อไป เราไม่ได้ตกใจและกลัว เพราะเราต้องนำไปสู่ประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป


เมื่อถามว่า พันธมิตรฯ จะออกมาชุมนุมกันหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันที่ 17 เมษายนนี้ จะมีการจัดคอนเสิร์ตที่ จ.ภูเก็ต พันธมิตรฯ จะยังเดินหน้าตามแผนและไม่มีอะไรวิตกกังวล โดยวันที่ 24 เมษายนนี้ จะมีการประชุมแกนนำทั่วประเทศ


เมื่อถามว่า ช่วงที่นายสนธิพักฟื้น ใครจะดูแลแทนนายสนธิ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พวกเรา 4 คนคุยกันได้และสามารถติดต่อกันได้ตลอด เพราะนายสนธิมีสติตลอด และตอนนี้มีอาการปลอดภัยแล้ว เมื่อถามว่าคนร้ายรู้เวลาของนายสนธิได้อย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า "เขารู้ว่านายสนธิหลุดไปหลายวัน และรู้ว่าวันนี้จะมา จะต้องพิจารณากันต่อไป"


รบ.รับเหตุลอบยิง"สนธิ" มีผลต่อการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จะมีผลกระทบต่อการพิจารณายกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่แต่เดิมจะมีการพิจารณาในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ที่จะมีขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 09.00 น.


รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานด้านความมั่นคงได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และในการประชุมคณะรัฐมนตรีคงจะมีรายงานที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องส่งมาให้ที่ประชุมได้พิจารณาเป็นระยะๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนกำหนดการเดินทาง รวมทั้งสถานที่ที่นายกรัฐมนตรีจะไปปรากฏตัวนั้น ทั้งหมดจะยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานด้านความมั่นคงต่อไป และจะยังไม่เป็นที่เปิดเผย เนื่องจากยังคงหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยอยู่

โฆษก พธม.เชื่อฝีมือ"คนมีสี"ยิง"สนธิ" เผยรู้ตัวก่อนแล้ว

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ทางช่อง 3 ถึงเหตุคนร้ายถล่มยิงรถยนต์นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า คนร้ายมีอย่างน้อย 2 คน ใช้อาวุธสงครามปืนอาก้าและเอ็ม16 ยิงล้อรถทั้ง 4 ล้อให้ยางแตก ก่อนลงรถมากราดยิงใส่ พบปลอกกระสุนปืนในจุดเกิดเหตุอย่างน้อย 100 ปลอก เบื้องต้นคนขับรถและคนติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลมิชชั่น ส่วนนายสนธิได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว


นายปานเทพ กล่าวต่อ ว่า ก่อนหน้านี้ ในที่ประชุมข่าวเอเอสทีวีช่วงเช้าทราบว่าจะมีเหตุลอบยิงนายสนธิอย่างต่อเนื่อง แต่นายสนธิไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะเป็นเหตุต่อเนื่องมาตั้งแต่การต่อสู้กับรัฐบาลที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการขว้างระเบิด ยิงสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี จึงเป็นเรื่องคาดไม่ถึง เชื่อว่าการยิงประกบยิงครั้งนี้ เป็นมืออาชีพ เนื่องจากคนร้ายสวมชุดสีขาวกางเกงลายพราง ใช้เวลาประมาณ 5 นาที


นายปานเทพ กล่าวต่อว่า เหตุดังกล่าวสะท้อนว่า วิถีการแสดงความคิดเห็นของภาคประชาชนถูกคุกคามอย่างหนัก รุนแรงผิดปกติ เพราะใช้อาวุธสงคราม เข้าข่ายเป็นภัยความมั่นคงของชาติ ไม่ได้เพียงมุ่งหมายข่มขู่ สื่อมวลชน แกนนำภาคประชาชน เท่านั้น แต่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาของนานานชาติ รัฐบาลต้องติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เชื่อว่า ไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดา และถูกฝึกมาอย่างดี สังเกตจากการใช้อาวุธ อาจเป็นคนในแวดวง ทหารหรือตำรวจทางใดทางหนึ่ง

"สนธิ"ออกจากห้องผ่าตัด-ปลอดภัยแล้ว ให้ญาติเยี่ยมได้ หวิดดับกระสุนฝังหัว เจอคนร้ายใช้อาวุธสงครามถล่ม

ที่มา มติชนออนไลน์

"สนธิ"ออกจากห้องผ่าตัด-ปลอดภัยแล้ว แพทย์ให้ญาติเยี่ยมได้ ผอ.วชิระฯ เผยกระสุนฝังหัว อาการสาหัสต้องเร่งผ่าตัด หลังเจอคนร้ายก่อเหตุอุกอาจซิ่งกระบะ ใช้"อาก้า-เอ็ม 16" ถล่มยิงใส่รถยนต์กลางแยกบางขุนพรหม

******************

คลิกดู ประมวลภาพ "สนธิ ลิ้มทองกุล" หลังถูก "เอ็ม16-อาก้า" ถล่มยิงรถพรุน กระสุนโดน "ศรีษะ-หน้าอก"

******************

"สนธิ"ออกจากห้องผ่าตัด-ปลอดภัยแล้ว ให้ญาติเยี่ยมได้

ผู้สื่อข่าว "มติชนออนไลน์" รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งได้รับบาดเจ็บกระสุนฝังศรีษะ จากเหตุคนร้ายถล่มยิงรถยนต์ส่วนตัว ได้ออกจากห้องผ่าตัดวชิระพยาบาลแล้ว โดยมีอาการปลอดภัยและสามารถสื่อสารพูดคุยรู้เรื่อง ขณะนี้แพทย์อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมได้แล้ว

ผอ.วชิระฯ เผย"สนธิ"กระสุนฝังหัวอาการรุนแรง เร่งผ่าตัด

เมื่อเวลา 08.35 น. นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล แถลงว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีอาการรุนแรง เนื่องจากกระสุนปืนฝังเข้าศรีษะทางกระโหลกด้านขวา มีเลือดออกในสมอง ส่วนตามลำตัวไม่มีบาดแผลใดๆ คณะแพทย์กำลังเร่งผ่าตัด โดยผู้รักษาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมประสาทโดยตรง คาดว่าจะผ่าตัดแล้วเสร็จช่วงเที่ยงนี้ คาดว่าผลออกมาจะปลอดภัยดี ทั้งนี้ เมื่อนายสนธิปลอดภัยแล้ว จะออกมาแถลงข่าวด้วยตนเอง


นพ.ชัยวัน กล่าวต่อว่า กรุณาอย่ามาเยี่ยมนายสนธิ เพราะเราแยกไม่ได้ว่าผู้มาเยี่ยมเป็นใคร เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย


คนขับรถเมล์เผยผู้ติดตาม"สนธิ" ซิ่งรถยิงโต้คนร้ายจนหนี

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายถล่มยิงรถยนต์นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณสี่แยกบางขุนพรหม เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมานั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบสภาพรถคันดังกล่าว พบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้า และเอ็ม16 กระจกด้านหน้าเป็นรูพรุน 27 รู ฝากระโปงหน้า 8 รู กระจังหน้ากันชน 7 รู บริเวณซันลูปด้านบนของรถเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ กระจกด้านหลังแตกทั้งบาน กระจกด้านหน้าซ้ายแตกทั้งบาน ยางรถทั้ง 4 ถูกยิงแตก น้ำมันเครื่องไหลนองพื้นถนน


พบปลอกกระสุนปืนอาก้าและเอ็ม 16 กว่า 100 ปลอก ขณะที่รถโดยสารประจำทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ( ขสมก.) สาย 53 หมายเลขทะเบียน12-0283 กรุงเทพมหานคร โดนกระสุนปืนลูกหลงเข้าด้านหน้ามุมขวารถ


นายจำนงค์ เผ่าก้อน อายุ 49 ปี คนขับรถ ขสมก. สาย 53 กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุขับรถมาถึงหน้าวัดเอี่ยมวรนุช เห็นรถกระบะสีน้ำเงิน ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับแซงรถคันเกิดเหตุไปจอดด้านหน้า ก่อนที่คนร้ายที่นั่งกระบะท้าย 2 คน จะลุกขึ้นนั่งและใช้อาวุธสงครามใส่รถคันดังกล่าว จากนั้นได้มีรถยนต์เก๋ง สีดำที่ขับตามมา ขับแซงขึ้นมาใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายหลบหนีไป

มือมืดถล่มยิงกว่า 100 นัด ใส่รถ"สนธิ" แยกบางขุนพรหม

พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม กล่าวว่า เมื่อเวลา 05.45 น.วันที่ 17 เมษายน เกิดเหตุคนร้ายมากกว่า 2 คนโดยสารรถกระบะ ใช้อาวุธปืนอาก้าและเอ็ม 16 ถล่มยิงใส่รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้าวัดเอี่ยมวรนุช สี่แยกบางขุนพรหม เป็นผลทำให้นายสนธิได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกยิงเข้าที่หัวไหล่และกระสุนถากคิ้ว นายอดุลย์ แดงประดับ นายวา คนขับรถของนายสนธิถูกยิงเข้าที่ลำตัวและศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และนายวายุภักดิ์ มัดสิ ผู้ติดตามนายสนธิได้รับบาดเจ็บ โดยนายสนธิและผู้ติดตามถูกส่งตัวไปรักษาที่วชิระพยาบาล ขณะที่คนขับรถถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมิชชั่น


พ.ต.อ.ขิง กล่าวต่อว่า วิถีกระสุนถูกยิงเข้าบริเวณด้านซ้ายและด้านหน้าของรถยนต์ โดยบริเวณหน้าหน้ารถมีรอยกระสุนจำนวนมาก คาดว่าคนร้ายคงเร่งความเร็วแซงหน้ารถของนายสนธิจากทางซ้าย ก่อนยิงถล่มใส่ด้านหน้า นอกจากนี้ ยางรถยนต์ของรถนายสนธิยังถูกยิงจนแบนหมดทั้ง 4 เส้นอีกด้วย

ขณะที่พยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ขณะที่รถของนายสนธิขับมาตามถนนสามเสนมุ่งมาทางบางลำภู ได้มีรถของคนร้ายขับตามประกบ เป็นรถปิกอัพ โตโยต้าวีโก้ 2 ประตู สีบรอนซ์ทอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มือปืนซึ่งอยู่ด้านหลังของรถกระบะได้ยิงใส่ล้อรถนายสนธิเพื่อให้ยางแตก ก่อนที่จะระดมยิงเข้าใส่รถของนายสนธิ นับ 100 นัด จากนั้นจึงขับรถหลบหนี โดยใช้เส้นทางถนนเทเวศร์


ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 07.40 น.ว่า อาการของนายสนธิและคนขับรถอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแล้ว ขณะที่ผู้ติดตามนายสนธิกำลังอยู่ในห้องผ่าตัดที่วชิระพยาบาล นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวระบุว่า รถติดตามของนายสนธิ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นเทียน่า ยังถูกคนร้ายยิงใส่เข้าด้านหน้าอีก 4 นัดอีกด้วย

เมื่อเวลา 8.10 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เดินทางมายังวชิระพยาบาลแล้ว

ความยุติธรรม

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




โทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง หลังม็อบเสื้อแดงผลักไสชาวบ้านให้ไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาล

จะเป็นเจตนา เป็นความผิดพลาด หรือจัดการม็อบไม่ดีก็ตาม แต่การยกพวกไปปิดถนนพ่วงกับการขนรถแก๊สมาจอดขวางทาง

ทำให้รัฐบาลได้โอกาสจัดการม็อบเสื้อแดงอย่างสบายอารมณ์ โดยไร้เสียงคัดค้านจากชาวบ้าน

ในวาระอันดีนี้เองรัฐบาลจึงเร่งรุกไล่หมายถอนรากถอนโคนสายพันธุ์เสื้อแดง เพื่อป้องกันเติบโตกลับมาเป็นหอกทิ่มแทงรัฐบาลอีก

การจับกุมบรรดาแกนนำ การสั่งปิดสถานีวิทยุชุมชน รวมไปถึงโทรทัศน์ดีสเตชั่น ทั่วประเทศ ถือเป็นการรุกคืบที่ดุดันอย่างยิ่ง

การบุกตะลุยปราบเสื้อแดงอย่างสนุกมือ เร่งรีบดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดและฉับไว

อีกภาพหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาคือความรู้สึก"ดับเบิ้ลสแตนดาร์ด"หรือ 2 มาตรฐาน!?

วันที่ม็อบเสื้อแดงประกาศสลายการชุมนุมจากหน้าทำเนียบฯ ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งร่ำไห้และระบายอารมณ์อย่างไม่พอใจถึงการทำงานของรัฐบาลและกระบวนการยุติธรรม

โดยเปรียบเทียบกับภาพม็อบพันธมิตรฯ บุกเข้าไปยึดทำเนียบฯ นานเป็นเดือนๆ ในขณะที่พวกเขาตั้งเวทีอยู่ด้านนอก

ม็อบพันธมิตรฯ บุกยึดและทำลายทรัพย์สินสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที สนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ในขณะที่พวกเขาบุกโรงแรมขัดขวางการประชุมอาเซียน

คำถามจากฝ่ายเสื้อแดงก็คือมันแตกต่างกันหรือไม่

แม้จะยอมรับในระดับหนึ่งว่าการปิดถนนและก่อเหตุวุ่นวายไปทั่วเมืองนั้น ไม่ถูกต้อง

แต่คำถามก็กระหึ่มขึ้นมาจากเสื้อแดงว่า แล้วพฤติกรรมของ"เสื้อเหลือง"มันดีกว่าเสื้อแดงตรงไหน

เช่นเดียวกับการขึ้นเวทีปลุกเร้าอารมณ์ของแกนนำเสื้อแดง กลุ่มผู้ชุมนุมมองว่าแทบไม่ต่างจากที่แกนนำพันธมิตรฯ เคยกระทำมาก่อน

และแกนนำทั้ง 2 สีถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน

ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแกนนำเสื้อแดงถูกควบคุมตัวไว้ทันที ทั้งห้ามเยี่ยมและคัดค้านการประกันตัว ขณะที่แกนนำเสื้อเหลืองสามารถกลับไปนอนเล่นที่บ้านนานนับเดือน ก่อนเดินเท่เข้าพบตำรวจและกลับออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เช่นเดียวกับการนำเสนอของสถานีดีสเตชั่นกับเอเอสทีวี ในลักษณะการเป็นอริและตำหนิการทำงานของรัฐบาล ก็แทบแยกความแตกต่างกันไม่ออก

ที่ผ่านมาเสื้อแดงแสดงเจตนาชัดเจนที่จะเดินรอยตามพฤติกรรมเสื้อเหลืองทุกย่างก้าว

จึงไม่แปลกใจที่กลุ่มเสื้อแดงต้องร่ำไห้ระบายความรู้สึกเจ็บแค้นถึงสิ่งที่ได้รับ

นี่คือสิ่งที่รัฐบาล และกระบวนการยุติธรรมในทุกขั้นตอนต้องตระหนัก และเป็นการบ้านให้ขบคิด

ว่าให้ความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกับคนไทยทุกคนหรือไม่!?

แนวรบนักรบไซเบอร์ สนามสื่อไร้พรมแดน

ที่มา ไทยรัฐ

ทันทีที่สัญญาณดาวเทียมม็อบเสื้อแดง...ช่องดีสเตชั่นถูกตัดสัญญาณ บรรยากาศในเว็บไซต์ก็ระอุหนักจากบรรดาแนวรบใต้ดิน...นักรบไซเบอร์

คลื่นใต้น้ำเหล่านี้เป็นใคร...มาจากไหนบ้างไม่มีใครรู้

อาจออนไลน์มาจากในและนอกประเทศ เพราะเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงข้อมูลได้ทั่วโลก

ที่สำคัญ...ในโลกอินเตอร์เน็ต เป็นโลกออนไลน์ 24 ชั่วโมงที่ไม่มีวันหลับ จึงมีนักรบไซเบอร์ติดตามข่าวสารกันอย่างต่อเนื่อง

สกู๊ปหน้า 1 ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เกาะติดเว็บไซต์ที่ถ่ายทอดสดบรรยากาศบนเวทีม็อบเสื้อแดงทำเนียบรัฐบาลแบบเรียลไทม์

อันดับหนึ่งต้องยกให้ www.newskythailand.com ดูรายการสด การชุมนุมประท้วงได้เหมือนดูจานดาวเทียม เพียงแต่ว่าสัญญาณดีเลย์มาช้ากว่านิดหน่อย

เว็บไซต์มีข้อแนะนำว่า ใครจะดูช่อง TV1-TV2 ให้คลิกปุ่มสามเหลี่ยม play จนกว่าจะดูได้...ถ้าภาพค้าง คลิกปุ่มสี่เหลี่ยม stop แล้วปุ่ม play อีกที

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ บรรยากาศในเว็บบอร์ด ชมรมฟ้าใหม่ แสดง ความเห็นได้แบบเรียลไทม์แบบวินาทีต่อวินาที ข้อความที่ไหลทะลักบ่าผ่านหน้าจอถือว่าเร็วมาก...อาจเร็วยิ่งกว่าคนมานั่งคุยกัน

การแสดงความคิดเห็นมีให้อ่านหลากหลายมุมมอง ทั้งเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง ทั้งชี้แนะแนวทางออก รวมไปถึงวิธีปรับหาคลื่นสัญญาณผ่านดาวเทียม ช่องดี-สเตชั่น

สัญญาณช่องเดิม...ถูกปิดเงียบหายไปตั้งแต่สองทุ่มกว่าๆ ช่วงเกือบเที่ยงคืน ก็มีคนโพสต์ให้ปรับไปที่ 3480 แนวนอน (H) 30000...ดูได้ 100 เปอร์เซ็นต์

บางคนก็โพสต์เชื่อมโยง ห้อยลิงค์ไว้กับเว็บไซต์ยูทูป www. youtube.com

หัวข้อ รถถังชนแท็กซี่ สั่งโดย....ชั่วความยาวเกือบ 6 นาทีเต็ม ราวเที่ยงคืนวันที่ 13 เมษายน มีเรตติ้งระดับสี่ดาว ผู้ชมเกือบ 400 คน ทิ้งความเห็น ไว้กว่า 40 กระทู้

สำรวจความคิดเห็นบางส่วน บางคนก็บอกว่า... ทำไม? รัฐบาลทำเช่นนั้น บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไปบางคนก็เห็นว่า... ทหารบนรถถังเป็นทหารชั้นผู้น้อย ทำตามคำสั่ง

บางคนก็ว่า พวกเสื้อแดงไปยั่วยุของเขาก่อน ทหารทำตามหน้าที่ คิดเหรอว่าทหารอยากทำร้ายใคร

บางความเห็นคิดไปไกลถึงขั้นว่า... ทหารเอารถถัง รถหุ้มเกราะออกมาเพื่อปฏิวัติ จะเห็นดีเห็นงามได้อย่างไร ทำให้ประเทศไม่พัฒนา

ตัดกลับมาที่บรรยากาศเว็บบอร์ด ด้วยความที่มีผู้คนเข้ามาโพสต์กันแบบเกาะติดสถานการณ์ มีการรายงานความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง บางกระทู้ถึงขั้นต้องโพสต์ว่า...

งดโพสต์ข้อความซ้ำๆ ข้อความไหลเร็วมาก อาจพลาดข่าวสำคัญ และทำให้แบนตัวป่วนผิดตัวได้

ณ นาทีนี้ สื่ออินเตอร์เน็ตกลายเป็นช่องสื่อสารสำคัญ ขนาดวันที่ 13 เมษายน เวลา 12.20 น. มีการปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มม็อบเสื้อแดงที่สามเหลี่ยมดินแดง เทียบกับสื่อทีวี...สื่ออินเตอร์เน็ต ถึงไม่มีภาพสดทุกพื้นที่ แต่มีบทบาทเสนอข่าวได้สดมากกว่า

กำลังมีการปะทะกันเสื้อแดงกับทหาร ขอกำลังเสริมด่วนครับ...ที่สามเหลี่ยม ดินแดงทั้งยังมีกำลังใจเสริมด้วยว่า เราชาวเน็ตก็ไม่นอนเลยนะครับ...จะอยู่กับพี่น้องชาวเสื้อแดงที่ทำเนียบทั้งคืน

เว็บร้อนอันดับต่อมา www.kaleeyook.com ถือเป็นเว็บที่ดุดัน ให้บรรยากาศสีแดงชัดเจนแจ่มแจ๋ว รวมหลายความเห็นทั้งจากในและนอกประเทศ เอาไว้ แต่พอถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ...ก็ถูกปิด เปลี่ยนหน้าเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

ขึ้นหัวว่า...Server Default page

ลองค้นหาในกูเกิ้ลอีกรอบ อันดับหนึ่งก็พบ...กาลียุกต์ www.kaleeyook. com กฎ กติกา การแสดงความเห็น โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย สร้างความแตกแยก ทะเลาะกัน ไม่ละเมิดบุคคลอื่น งดพาดพิงเว็บร่วมอุดมการณ์...

ลองคลิกเข้าไป ก็ได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม เว็บนี้ไม่ได้ย้ายไปไหน แต่ถูกปิดตายไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ถึงจะถูกปิด ก็มีเว็บแบบเดียวกันผุดเปิดใหม่ หนีการบล็อกของเจ้าหน้าที่แบบปิดได้ก็เปิดได้มากมาย หรือไม่ก็ทิ้งลิงค์ไว้ให้เลือกล่วงหน้า อย่าง http://laranew.blogspot.com/2008_11_30_archive.html ก็มีเสียง เปิดสด ออกอากาศ แม้จะไม่มีรูป แต่เฉพาะเสียงก็ให้บรรยากาศม็อบแดงได้ ชัดเจนทีเดียว

รวมไปถึงช่องทางเข้าฟังสถานีวิทยุเสรีชนอีกมากมาย อาทิ บ้านสำรอง hotradio.awardspace.com, สถานีเสรีชน.1 http://denow1.no-ip.org : 5000/listen.pls สถานีเสรีชน.2 http://denow2.no-ip.org : 8200

สถานีเสรีชน.3 http://denow3.no-ip.org : 8300/listen.pls สถานีหลักเสรีชน http://www.serichon.com และแนวร่วมสถานีอีกเกือบ 10 ลิงค์

อีกเว็บไซต์ที่ฮิตติดลมบนมายาวนาน ไม่กล่าวถึงไม่ได้...ประชาไทดอทคอม www.prachataiwebboard.com

บอร์ดนี้...ก็เร่าร้อนแบบเรียลไทม์เช่นกัน ยังมีคนติดตามเป็นอัศวินในเว็บกันหนาตาเป็นอันดับต้นๆ ต่างก็ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์กันไปต่างๆนานา

ณ วันที่ 13 เมษายน 2552 เวลาเกือบตีหนึ่ง เฉพาะห้องสังคมและการเมืองมีมากกว่า 76,891 กระทู้

หากใครต้องการสัมผัสบรรยากาศนักรบไซเบอร์แนวฮาร์ดคอร์ ก็ต้องคลิก ไปที่ www.saedang.com

บอร์ดที่นี่ถือว่าสด เร็วทันใจ และดุดันสุดๆ แบบเอามาเขียนเผยแพร่ให้อ่านกันไม่ได้เลยทีเดียว

ลองไปสำรวจเว็บใหญ่ www.pantip.com ดูบ้าง แอบไปดูในห้องการเมือง...ราชดำเนิน พบว่า มีการแสดงความเห็นในกระทู้หนาแน่นเกาะติดนาทีต่อนาทีเช่นกัน

ความคิดในราชดำเนินหลากหลายมาก อ่านได้ไม่หมดในระยะเวลาอันสั้น ดูคร่าวๆมีทั้งคนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับม็อบแดง รวมถึงกลุ่มที่เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ประเมินสถานการณ์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์...เป็นพลังเงียบที่ประมาทไม่ได้ เพราะไม่เพียงนำเสนอข่าวสารได้เท่านั้น ยังมีกำลังดึงดูดแนวร่วมได้ด้วย

อย่าลืมว่า...ทุกวันนี้ เว็บไซต์ไม่ได้เปิดจากคอมพิวเตอร์เท่านั้น แค่โทรศัพท์ มือถือก็ทำได้ง่ายๆแล้ว

หลายเสียงยอมรับว่า บรรยากาศการระบายความคิดเห็น รวมไปถึงการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอินเตอร์เน็ตอันท่วมท้น เป็นเพราะหาสื่อที่เป็นกลาง...พูดเรื่องจริงไม่ได้

สื่อทุกช่อง รายงานกันไปแบบไม่รู้หัวรู้หาง บางที่ก็พูดไปให้ทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกับความจริง...ยิ่งสร้างความสับสนให้กับคนที่ติดตามข่าว

แล้วจะมาพูดทำไม...อย่าเห็นประชาชนเป็นแค่ผู้บริโภค มันไม่ยุติธรรม

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ อย่าเข้าใจผิดคิดว่าสกู๊ปหน้า 1 ส่งเสริมสนับสนุนสื่อในมือม็อบเสื้อแดงแบบสุดลิ่มทิ่มประตู

เพียงอยากจะชี้ว่า ในยุคสมัยนี้ สื่ออินเตอร์เน็ตมีบทบาทมาก ไม่เฉพาะแสดงความคิดเห็นได้เท่านั้น ยังนำเสนอข้อมูลข่าวสารได้ทันท่วงที

หมายความว่า ไม่มีฝ่ายไหนปิดความจริงที่เกิดขึ้นได้

ประเด็นสำคัญ...แนวรบอินเตอร์เน็ตที่หลากหลายพบว่า มีข้อมูลไม่น้อยที่บิดเบือน และก็มีข้อมูลมากที่นำเสนอถูกต้องตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพราะมีภาพนิ่ง คลิปวีดิโอเคลื่อนไหว ให้เลือกชมยืนยัน

หลายกรณีที่พบ เป็นมุมมองที่ไม่เห็นในสื่อฟรีทีวี สื่อหนังสือพิมพ์ มุมมอง เหล่านี้คาดว่า คนถ่ายอยู่ในจุดผู้สังเกตการณ์ ต้องการนำเสนอรายงานจากสิ่งที่ เห็นเท่านั้น

สิ่งที่พบในแนวรบอินเตอร์เน็ตทั้งหมดนี้ หมายถึงว่า ผู้บริโภคสื่ออินเตอร์เน็ตต้องใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลให้มาก...ต้องกลั่นกรองข้อมูลเทียบเคียงจากสื่ออื่นๆด้วย

ถ้าหลงเพลิดเพลินจมลึกอยู่กับแนวรบไซเบอร์เพียงอย่างเดียว ท่านอาจตกเป็นเหยื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยไม่รู้ตัว.

“ทักษิณ” บินจากดูไบไปแอฟริกา

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 16 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น “7เดย์สของดูไบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจเดินทางออกจากนครดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งสู่ทวีปแอฟริกา โดยมีกำหนดออกเดินทางตั้งแต่กลางดึกคืนวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังถูกรัฐบาลไทยยกเลิกหนังสือเดินทาง ด้านโฆษกประจำตัว พ.ต.ท.ทักษิณผู้ไม่ระบุนามกล่าวว่า รัฐบาลจะพูดอย่างไรก็ไม่สามารถหยุดเราได้ คนไทยทุกคนมีสิทธิถือหนังสือเดินทาง ไม่ใช่สิ่งที่จะยกเลิกกันง่ายๆ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณจะมุ่งหน้าไปประเทศไหนนั้นไม่สามารถบอกได้ เราคาดว่าประเทศต่างๆจะยังยอมรับหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะถูกทางการไทยยกเลิกแล้วก็ตามนิการากัวประกาศให้พาสปอร์ตทูต

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์และเอพี รวมถึงเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอนัล รายงานว่า รัฐบาลนิการากัวแถลงผ่านสื่อมวลชนประกาศแต่งตั้งชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ดำรงตำแหน่ง ทูตด้านภารกิจพิเศษพร้อมออกหนังสือเดินทางทูตให้ด้วย ซึ่งนับเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการหลังรัฐบาลไทยระงับหนังสือเดินทางเล่มทั่วไปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งรัฐบาลนิการากัวออกหนังสือเดินทางทูตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณหลังเข้าพบประธานาธิบดีดาเนียล ออร์เตกา แห่งนิการากัว ที่กรุงมานากัว ตั้งแต่เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ นางโรซาริโอ มูริลโล สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของนิการากัว และทำหน้าที่เป็นโฆษกรัฐบาลนิการากัว แถลงยืนยันว่า รัฐบาลนิการากัวได้มอบหนังสือเดินทางนักการทูตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมทั้งแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตของนิการากัวว่าด้วยภารกิจพิเศษ เพื่อให้ช่วยดึงดูดการลงทุนเข้าสู่นิการากัว นางโรซาริโอกล่าวด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงประชาชนส่วนใหญ่ด้วยวิถีทางประชาธิปไตย แต่ถูกบีบบังคับให้ละทิ้งภาระหน้าที่ด้วยการก่อรัฐประหารเมื่อปี 2549

พท.ตั้งทีมเยียวยาเหยื่อสลายม็อบ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทยนำโดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.สัดส่วน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ร่วมกันแถลงข่าวการตั้งคณะกรรมการอำนวยการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่เรียบร้อยและการสลายการชุมนุม โดยนายปลอดประสพกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ความไม่เรียบร้อยที่เกิดขึ้นใน กทม. จนมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายที่ไม่ทราบว่ามีมากน้อยเพียงใด จึงได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่เรียบร้อย และการสลายการชุมนุม มีคณะอนุกรรมการ 4 ชุด คือ 1. คณะอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์และเยียวยา มี นพ.สุรวิทย์เป็นประธาน 2. คณะอนุกรรมการไต่สวนหาข้อ เท็จจริง มี พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต ผบช.ก. เป็นประธาน 3. คณะอนุกรรมการรับข้อมูลและประมวลข่าวสาร มีนายวรวัจน์เป็นประธาน 4. คณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย มีนายพีรพันธุ์เป็นประธานกรรมการ

เสื้อแดงผวาถูกทหารล่าตัว

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้ประชาชนที่มีข้อมูลทั้งหมดในเหตุการณ์ นี้ส่งข้อมูลมาที่พรรค เพื่อทำความจริงให้ปรากฏและลดความขัดแย้ง พรรคจะทำหน้าที่เป็นกลางและเป็นธรรมให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน เนื่องจากมีข่าวว่ามีการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมแล้วถูกนำศพไปทิ้งแม่น้ำ ต้องพิสูจน์ว่าเกิดจากอะไร เข้าใจว่ายังมีผู้สูญหายที่ยังไม่พบ ตนไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนลงมือ แต่เรื่องราวทั้งหมดมาจากการไปร่วมชุมนุมทั้งสิ้น

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมว่าวิตกว่าจะโดนจับ เพราะออกจาก กทม.ไปแล้ว แต่ทหารไปตามหาคนนั้นคนนี้ในหมู่บ้านจนประชาชนตกใจ จึงแนะนำว่าขอให้อยู่อย่างสงบ เพราะไม่ได้ทำอะไร หากโดนดำเนินคดีพรรคจะให้คำแนะนำและจะส่งทนายความไปช่วยเหลือต่อไป

ยันไม่ลอยแพแกนนำ

นายพีรพันธุ์กล่าวถึงกรณีที่สังคมมองพรรคเพื่อ ไทยเกี่ยวข้องกับการชุมนุม และสร้างความวุ่นวายของคนเสื้อแดงว่า ยอมรับว่าอาจเป็นเช่นนั้น พรรคต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่า คนที่ไปร่วมชุมนุมต้องการประชาธิปไตย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงหลัง แกนนำคนเสื้อแดงไม่สามารถไปดูแลได้ และไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เช่นกรณีกลุ่มรถแท็กซี่ไปปิดอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ การยึดรถแก๊ส เรื่องนี้เป็นด้านลบที่อาจเกี่ยวกับพรรค แต่เชื่อว่าอีกไม่นานความจริงจะปรากฏ เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นจำเลยสังคม นายพีรพันธุ์ตอบว่า ก็ต้องยอมรับ เพราะข่าวสารปรากฏในบางส่วน แต่ข่าวสารอีกส่วนหนึ่งกลับไม่มีการนำเสนอ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคจะลอยแพแกนนำคนเสื้อแดง และ ส.ส.ที่ไปร่วมชุมนุมเพื่อตัดตอนไม่ให้เกี่ยวกับพรรค นายพีรพันธุ์ตอบว่า จะทิ้งกันได้อย่างไร คนพวกนี้เป็นแนวหน้าสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่การที่พวกตนไปเยี่ยมในพื้นที่การชุมนุมเพื่อให้กำลังใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้

เย้ยรัฐบาลเผาป่าจับหนูตัวเดียว

ต่อข้อถามว่าคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดจะยังเคลื่อนไหวอีกหรือไม่ นายพีรพันธุ์ตอบว่า ยืนยันว่ายังไม่จบ เพราะคนเสื้อแดงยังมีอารมณ์ร่วมอยู่ เหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชนรู้ว่าระบบสองมาตรฐาน และระบบอำมาตยาธิปไตยคืออะไร เพียงแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว ส่วนที่มีข่าวรัฐบาลประสานไปยังตำรวจสากลให้จับกุม พ.ต.ท. ทักษิณนั้น ชาวบ้านในภาคอีสานบอกว่ากรณีนี้เหมือนเผาป่าเพื่อจับหนูตัวเดียว ต้องถามว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ เมื่อถามว่าพรรคยืนยันจะนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ปรองดองแห่งชาติต่อไปหรือไม่ นายพีรพันธุ์ตอบว่า เรื่องนี้เป็นหนึ่งในทางเลือกให้ประเทศสงบสุข จึงคิดว่า ทุกฝ่ายควรจะหารือกัน

ของจริงจะค่อยๆโผล่

ที่มา ไทยรัฐ

ตราบใดที่บนโลกนี้ยังมีผืนแผ่นดินให้เหยียบ ล่ายังไงก็ยากจนมุม

โดยการหักหน้ากระทรวงการต่างประเทศของไทยที่โหมประโคมข่าวการถอนพาสปอร์ต เปิดปฏิบัติการไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ข้ามโลก

ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลนิการากัวได้เปิดเผยในเอกสารแถลงข่าวว่า อดีตนายกฯทักษิณได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตพิเศษ เพื่อช่วยดึงดูดการลงทุนมายังนิการากัว โดยได้รับพาสปอร์ตจริง และสิทธิพิเศษทางการทูตในฐานะพลเมืองนิการากัว

ทักษิณฆ่าไม่ตาย แต่คนที่ส่อเค้าว่าจะตายก่อนกลับกลายเป็นอดีตเกลอเก่าอย่าง เทพเทือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง

กับ ข่าวตั้งใจปล่อยที่หลุดออกมาจากวงในพรรคประชาธิปัตย์ ทำนองหวั่นๆกันว่า เทพเทือกจะถอดใจไขก๊อกออกจากตำแหน่ง

เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับการสั่งทหาร ตำรวจ คุมเกมม็อบเสื้อแดงไม่ได้

และก็ให้บังเอิญรับมุกกับข่าวทางลึกที่พลิกล็อกตาลปัตรจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ กับเกมที่คนประชาธิปัตย์จับได้ว่า มี เกลือเป็นหนอนจับมือกับรัฐมนตรี ผู้ทรงพลัง ที่มีลูกน้องเป็นขุนทหารใหญ่ และมีน้องชายเป็นหัวแถวตำรวจ เดินหมากซ่อนเกมหลายชั้น

เปิดช่อง เคลียร์ให้อดีตนายกฯทักษิณ

แลกกับโบนัสมหาศาล ค่าหัวคิวจากขุมทรัพย์ที่ถูกแช่แข็งอยู่ในเมืองไทย

นัยหนึ่งก็เป็นเหตุที่แฉเบื้องหลังเบื้องลึกคิวตำรวจใส่เกียร์ว่าง ทหารเล่นบทยึกๆยักๆในช่วงแรก แต่อีกนัยก็เป็นการขยายภาพความเด็ดขาดของคนชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่กล้าทุบโต๊ะชี้นิ้วสั่งการบิ๊กทหาร ว้ากใส่ตำรวจ ให้ลุยหักดิบม็อบคนเสื้อแดง ในห้วงวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวาน จนได้รับชัยชนะแบบสวยสดงดงาม

สลัดภาพ ผู้นำฟันน้ำนม

กระพือเสียงชื่นชม โหมกระแสสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ยกก้น อภิสิทธิ์เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวจากสถานการณ์คุมเกมสลายม็อบเสื้อแดง

สังเวย เทพเทือกเพิ่มมูลค่าให้ นายกฯเทพประทานในสถานการณ์น้ำขึ้นรีบตัก

งานนี้คุ้มค่ากับการแลก

แต่จะปั่นกระแสกันได้นานขนาดไหน ในเมื่อทุกอย่างยังเป็นแค่การสร้างภาพ

ของจริงก็อย่างที่บทวิเคราะห์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุ แม้เหตุการณ์ทางการเมืองไทยจะคลี่คลายลงอย่างสงบ โดยนายกฯอภิสิทธิ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่บุกยึดสนามบินเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ยังสามารถครองอำนาจปกครองประเทศต่อไป

แต่น่าจะอยู่ในอำนาจได้อีกระยะหนึ่ง ท่ามกลางสภาพอ่อนเปลี้ย เนื่องจากต้องมุ่งแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลก นอกเหนือจากยังต้องเผชิญเหตุประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อไป ซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นยังต้องการโค่นล้มรัฐบาลและต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่

และกับความจริงตรงหน้าที่ค่อยๆปรากฏออกมา

ล่าสุด เครือข่ายสันติประชาธรรมและเครือข่ายนักสิทธิมนุษยชน นำโดยนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการชื่อดัง ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยกเลิกประกาศการบังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในทันที

ในขณะที่มติของพรรคประชาธิปัตย์และทหารยังเสียงแข็ง จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกระบอง กดหัวม็อบเสื้อแดงไม่ ให้ตั้งหลักกลับมาสู้ใหม่

และก็เป็นอะไรที่ยากจะกลบให้มิดได้ กับเบาะแสที่มีประชาชนแจ้งความผิดปกติที่วัดสาครสุ่นประชาสรรค์ ย่านเกษตร-นวมินทร์ สงสัยว่าอาจมีการนำศพนิรนามมาเผา

โดยพฤติกรรมลับๆล่อๆ ล้อกับข่าวลือแอบเผาศพคนเสื้อแดง

ที่แน่ๆกับการเริ่มขยับของนักศึกษาในเครือข่าย สนนท. จับมือกับเครือข่ายเดือนตุลา และองค์กรเอ็นจีโอ จัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวข้อมูลคนหาย พร้อมกับโชว์ภาพทหารสลายการชุมนุมม็อบเสื้อแดง

นักศึกษากับทหาร ของ แสลงกันมาแต่ไหนแต่ไร

และในฐานะของผู้นำหนุ่มรุ่นใหม่ นายกฯอภิสิทธิ์ก็ไม่น่าพลาดที่จะศึกษาจากประวัติศาสตร์ในอดีต ไม่มีสักครั้งเดียวที่ความขัดแย้งทางการเมืองจบลงด้วยวิธีการใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามม็อบ ปืน รถถัง กดหัวฝ่ายตรงข้าม

เหนืออื่นใด ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหน ที่สั่งให้ทหารปราบปรามประชาชนแล้วจะลงจากตำแหน่งได้อย่างสวยสดงดงาม

ด้วยวัยแค่ 44 ปี อภิสิทธิ์ถึงจุดพลิกผันเร็วจริงๆ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ผวาม็อบเสื้อแดง-ลอบยิง เพิ่มกำลังคุมเข้มนายกฯ

ที่มา ไทยรัฐ

การปฏิบัติภารกิจของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (17 เม.ย.) ได้มีการเพิ่มทีมรักษาความปลอดภัย จากเดิมที่มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากกองพันทหารสารวัตรที่ 11 มณฑลทหารบกที่ 11 ชุดปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ ชุดปฏิบัติการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) และเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 1 ชุด เช่นเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่มหน่วยรักษาความปลอดภัยระหว่างปฏิบัติภารกิจ

อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทราบเรื่องที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถูกลอบยิงแล้ว และได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยที่โรงพยาบาลเป็นพิเศษแล้ว

ขณะที่ นายสุเทพ ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง เป็นผู้ชี้แจงข้อมูล

อาวุธ4ชนิดคนร้ายใช้ยิงถล่มสนธิ เจอM79 ไม่ทำงาน

พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษก บช.น. กล่าววันนี้ (17 เม.ย.) ถึงเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณปั๊มคาลเท็กซ์ หน้าวัดเอี่ยมวรนุช สี่แยกบางขุนพรหม ใกล้ธนาคารแห่งประเทศไทย ว่า ได้ตั้งข้อสังเกตุไว้ 2 ประเด็น คือความขัดแย้งธุรกิจส่วนตัว และประเด็นทางการเมือง

ส่วนเบาะแสคนร้ายนั้น พล.ต.ต.สุพร กล่าวว่า บริเวณที่เกิดเหตุวัดเอี่ยมวรนุช ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีด่านตำรวจ ต้องอาศัยจากพยานบุคคล และหากล้องวรจรปิดตั้งแต่รถของนายสนธิเดินทางออกมาจากถนนสุโขทัย ตามเส้นทาง ทั้งนี้มีการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอารักขาดูแลความคุ้มครองที่รพ.แล้ว

สำหรับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ มีทั้งปลอกกระสุนอาก้า 64 นัด กระสุนปืน HK 17 นัด M 16 จำนวน 3 นัด และพบกระสุนชนิด M79 ไม่ทำงาน บนรถร่วมบริการอีก 2 นัด ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 4 คนและชำนาญด้านการใช้อาวุธสงครามเป็นอย่างดี

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี และเอเอฟพี ต่างรายงานถึงเหตุการณ์ที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุลแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ก่อเหตุชุมนุมปิดสนามบินเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ถูกมือปืนอย่างน้อย 2 คนกราดยิงใส่รถที่โดยสารมาขณะเดินทางไปทำงานเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศไทย ส่งผลให้นายสนธิและคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งขณะนี้ถูกส่งไปรักษาตัวที่วชิรพยาบาลแล้ว เบื้องตันนายสนธิพ้นขีดอันตราย แต่ยังอยู่ระหว่างการผ่าตัดเพื่อนำกระสุนที่ฝังบริเวณศีรษะออก

ด้านสำนักข่าวเอพีอ้างถึงบทสัมภาษณ์ของนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือกลุ่มเสื้อเหลืองที่เชื่อว่าเหตุลอบสังหารครั้งนี้น่าจะมีเหตุจูงใจมากจากเรื่องการเมือง และเห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า ขณะเกิดเหตุนายสนธิ อยู่กับบอดี้ 2 คนซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้

พยานคนขับรถสาย 53 เผยรถติดตามสนธิยิงสู้คนร้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (17 เม..) ถึงความคืบหน้าเหตุ คนร้ายใช้อาวุสงครามยิงถล่มรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน วล 89 กรุงเทพมหานคร บริเวณหน้าวัดเอี่ยมวรนุช แขวงสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อเวลา 05.30 . ว่า ตรวจสอบสภาพรถคันดังกล่่าวถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้า และ เอ็ม 16 กระจกด้านหน้าเป็นรูพรุนนับได้ 27 รู ฝากระโปงหน้า 8 รู กระจังหน้ากันชน 7 รู บริเวณซันลูปด้านบนของรถเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ กระจกด้านหลังแตกทั้งบาน กระจกด้านหน้าซ้ายแตกทั้งบาน ยางรถทั้ง 4 ถูกยิงแตก น้ำมันเครื่องไหลนองพื้นถนน พบปลอกกระสุนปืนอาก้าและเอ็ม 16 กว่า 100 ปลอก นายอดุลย์ แดงประดับ 28 ปี คนขับรถบาดเจ็บสาหัส ถูกยิงเข้าที่ลำตัวและศีรษะ ถูกนำส่งโรงพยาบาลมิชชั่นส่วนนายวายุภักดิ์ มัดสิม อายุ 40 คน ติดตามนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บาดเจ็บเล็กน้อย เช่นเดียวกับ นายสนธิ คิ้วขวาแตก จากเศษกระจกบาด ถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ขณะที่รถโดยสารประจำทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) สาย 53 หมายเลขทะเบียน 12-0283 กรุงเทพมหานคร โดนกระสุนปืน ด้านหน้ามุมขวารถ

นายจำนงค์ เผ่าก้อน อายุ 49 ปี คนขับรถ ขสมก. สาย 53 กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุขับรถมาถึง หน้าวัดเอี่ยมวรนุช เห็นรถกระบะสีน้ำเงิน ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับแซงรถคันเกิดเหตุไปจอดด้านหน้า ก่อนที่คนร้าย นั่งกระบะท้าย 2 คน จะลุกขึ้นนั่งและ ใช้อาวุธสงครามใส่รถคันดังกล่าว ก่อนจะมีรถยนต์เก๋ง สีดำที่ขับตามมาขับแซงขึ้นมาใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายหลบหนีไป จากการสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสนธิ เดินทางจากบ้านพักย่านถนนสุโขทัย มาดำเนินรายการ "กู๊ด มอร์นิ่งไทยแลนด์" ที่สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเอสทีวี ย่านท่าพระอาทิตย์ ในเวลา 06.00-07.00 . ของทุกวัน

รายงาน ‘เขื่อนสิรินธร’ : ความยุติธรรมที่ล่าช้า การพัฒนาที่ทำร้ายคนจน

ที่มา ประชาไท

โดย อาจารย์และนักศึกษา

วิชาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและท้องถิ่น คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

เป็นเวลากว่าสี่สิบปีมาแล้วที่ผืนดินอันประกอบด้วยไร่นา หมู่บ้าน วัดวาอารามจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันไร่ ต้องจมอยู่ภายใต้ท้องเขื่อนสิรินธร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี นับแต่สำนักงานพลังงานแห่งชาติมีมติให้สร้างเขื่อนภายใต้นโยบาย การพัฒนาของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ขีดเส้นชะตาชีวิตของคนจนมาตั้งแต่มีแผนพัฒนาฯฉบับแรกในปี 2504 จนปี 2552 คนจนเหล่านี้ก็นับวันจะจนมากยิ่งขึ้น เพราะการพัฒนาภายใต้แผนฯ นั้นแท้ที่จริงคือการแย่งชิงทรัพยากรไปจากคนจนอย่างที่นักวิชาการวิจารณ์ไว้

เป็นเวลาสิบห้าปีนับแต่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธรเข้าร่วมกับสมัชชาคนจนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมอันเนื่องจากการพัฒนาของรัฐจนได้รับเงินชดเชยจำนวนหนึ่งพันสองร้อยล้าน หลังจากที่ชุมนุมกดดันหลายครั้งหลายครา ผ่านการประชุม ครม. ถึงสิบครั้ง ผ่านนักการเมืองผู้รับผิดชอบนับสิบคน ผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมา 10 แผน เมื่อเทียบกับการประชุมของรัฐมนตรีเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่อนุมัติงบประมาณนับแสนล้านเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ ที่พังพินาศเพราะระบบทุนนิยมภายใต้แผนฯ ที่ตอบสนองผลประโยชน์เพียงไม่กี่ตระกูลแล้ว ช่างห่างไกลจนยากจะอธิบาย

1

ทองปาน: ตำนานคนค้านเขื่อน

ดังนั้น 7-8 กุมภาพันธ์ 2552 คนจนจากเขื่อนสิรินธรจึงฉลองชัยชนะครั้งสำคัญ พร้อมจัดงานบุญกุ้มข้าวใหญ่เพื่อส่งกุศลถึงกัลยาณมิตรบนสวรรค์ เช่น วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ นันทโชติ ชัยรัตน์ บุญกุ้มข้าวใหญ่ในวันนั้นมีนักศึกษาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและท้องถิ่น คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเข้าร่วมการเฉลิมฉลองชัยชนะด้วย ก่อนที่จะเดินทางไปดูผลกระทบจากปัญหาการสร้างเขื่อนจริงๆ นักศึกษาได้มีโอกาสดูหนังเรื่องทองปาน ที่มี ดารานำ อย่าง ศ.เสน่ห์ จามริก และ ส.(สุลักษณ์) ศิวลักษณ์ นักคิดนักเคลื่อนไหวคนสำคัญของสังคม

“ … แม้ไม่ใช่ ส.อาสนจินดา ดาราหนุ่มหล่อเจ้าบทบาทในยุคนั้น แต่ทั้งสองสอก็ตีบท คนค้านเขื่อน และนักรัฐศาสตร์ ทวนกระแส ได้กระจุยดังชีวิตจริงนอกจากนี้ยังมีหงา คาราวาน นักดนตรีเพื่อชีวิตที่ถ่ายทอดความทุกข์ของคนจนผ่านเส้นเสียงดนตรี เทพศิริ สุขโสภา ศิลปินอาวุโส เจ้าของผลงาน ร่างพระร่วง ผู้ชิงกวีซีไรท์ ซึ่งหากใครได้ผ่านไปซอยวัดอุโมงค์หรือ bevery hill (ในอดีต)ของเชียงใหม่จะมีโอกาสได้ดื่มด่ำผลงานชั้นเทพจากรั้วศิลปากรใน gallery อันร่มรื่นที่รอบล้อมได้ไม้ไผ่ ยังมีใครอีกหลายคนที่ผู้เขียนคุ้นชื่อแต่ไม่คุ้นหน้าที่สวมบทฝรั่งจากธนาคารโลก นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ของรัฐ... บัดนี้คนเหล่านั้นยังโลดแล่นอยู่บนสายธารการต่อสู้ของคนทุกข์

ทองปาน คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นว่าชาวบ้านจนๆ จำต้องยอมรับชะตากรรมอันเกิดจากการพัฒนาไม่ว่าในรูปแบบใด เพราะเขาไร้อำนาจการต่อรองทางการเมือง

สำหรับนักรัฐศาสตร์แล้ว ทองปาน บรรจุทฤษฎีการเมืองเล่มใหญ่ไว้ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นระบบอุปถัมภ์ มาร์กซิสต์ การรวมศูนย์อำนาจรัฐ ทฤษฎีพึ่งพิงที่สะท้อนให้เห็นถึงการจัดลำดับประเทศพัฒนาและประเทศ ด้อยพัฒนา โดยธนาคารโลก (พ่อมดทุนนิยม) การพึ่งพิงที่ดูดซับทรัพยากรจากประเทศ ด้อยพัฒนาหรือประเทศโลกที่สาม ไปปรนเปรอประเทศที่เรียกตัวเอง พัฒนา แล้ว ตลอดจนทฤษฎีการ(ไม่)มีส่วนร่วมทางการเมือง(ที่แม้แต่ตัวละครนักวิชาการในเรื่องก็มองไม่เห็น) ภาษาและถ้อยคำของตัวละครใน ทองปาน ล้วนสะท้อนปัญหาคนจนในระดับรากเหง้าเชื่อมโยงให้เห็นถึงปัญหาระดับโครงสร้างของสังคมการเมืองไทย เป็นต้นว่า หมออนามัยหน้าตาเป็นจั๋งใด๋ยังบ่เคยเห็น ชาวบ้านไม่รู้หรอกว่าประชาธิปไตยคืออะไร รู้แต่ว่าเมื่อวาน รถสัมปทานไม้เฉี่ยวคนตกถนน ตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล เป็นตายยังไม่รู้ “… เราสามารถถอดทฤษฎีการเมืองไทยหลายๆ เรื่องได้จากทองปานเพียงเรื่องเดียว ขณะนี้ ทองปาน จำนวนมากกำลังรอนักศึกษาอยู่ที่บ้านดอนโจด อำเภอสิรินธร

2

หนุ่มสาวผู้แสวงหา….

ยามอุษาของดอกไม้บาน

เรา ทั้งหมดราวร้อยยี่สิบชีวิตออกเดินทางจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 7 ท่ามกลางลมหนาวปลายฤดูเมืองดอกบัว หากพูดด้วยท่วงทำนองของ หงา คาราวาน ก็ต้องบอกว่า เยาวชนคนหนุ่มสาวผู้แสวงหากำลังมุ่งสู่หมู่บ้านเพื่อหาคำตอบของชีวิต นักศึกษาหนุ่มสาวคึกคักกันแต่เช้า อาจารย์กิ่งกาญจน์ สำนวนเย็น เจ้าของรางวัลวิทยานิพนธ์เพื่อสร้างองค์ความรู้เพื่อคนจน กองทุนวนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์/สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ และอาจารย์ญาเรศ อัครพัฒนานุกุล อาจารย์สาขาวิชาปกครอง ผู้เป็นศิษย์ของ ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่งและ ดร.นฤมล ทับจุมพล แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ประสานงานให้นักศึกษาและคนยากจนจากการพัฒนาได้พบกัน ในขณะที่เจ้าของวิชาตัวจริงคืออาจารย์ ปิยะมาศ ทัพมงคล และอาจารย์เพียงกมล มานะรัตน์ วุ่นวายกับการเตรียมเดินทางเพื่อศึกษาต่อ แต่ได้โทรศัพท์มาสอบความความเคลื่อนไหวตั้งแต่เช้า

งานบุญวันนี้จะมี คนค้านเขื่อน จากปากมูน ราศีไศล ลำคันฉู โป่งขุนเพชร มาร่วมฉลองชัยชนะกับชาวสิรินธรหลังจากที่ได้ต่อสู้ร่วมกันมาอย่างยาวนาน ทองปาน หลายคนเริ่มชรา “… ในขณะที่ ทองปาน รุ่นเยาว์หลายคนเติบโตเป็นหนุ่มสาว เช่นติ๊ก สาวน้อยร่างเล็กตากลม ผมยาว นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ที่มีคนบอกว่าเธอเป็นผลผลิตของซัมเมอร์ฮิลล์... โรงเรียนทางเลือกที่มี พิภพ-รัชนี ธงไชย เป็นเจ้าของไอเดีย เธอเป็นมือขวาการทำวิจัยของอาจารย์กิ่งกาญจน์ เราไม่ได้พบตัวจริงเสียงจริงของเปาโล เด็กที่โตมากับ ม็อบ จำได้ว่าเป็นเด็กหนุ่มรุ่นฝีปากกล้าที่เคยปะทะคารมกับนายกฯทักษิณ ชินวัตร ครั้งหนึ่ง ในการพบกันระหว่างทักษิณกับสมัชชาคนจนที่ได้รับการถ่ายทอดสดจาก iTV (ในสมัยนั้น)

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่นักศึกษาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและท้องถิ่นลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงของความยากจนอันเนื่องมาจากการกำหนดนโยบายการพัฒนาของรัฐส่วนกลางที่ไม่คำนึงถึงคนจำนวนหนึ่งที่ต้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสและยาวนาน จากการสร้างเขื่อน หากอธิบายด้วยภาษาในภาษาวิชานี้ก็คือ...นี่คือปัญหาของรัฐรวมศูนย์ อันเป็นอุปสรรคสำคัญของการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น....ปัญหาอันแสนจะคลาสสิคของนักรัฐศาสตร์

แม้ว่าเขื่อนจะพรากหลาย

สิ่งหลายอย่างจากเราไป

...แต่....

ครั้งแรก เราไปที่ปากมูนเมื่อมกรา 51 คราวนั้นปุ๋ย นันทโชติ ชัยรัตน์ ที่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อปี กลายได้เป็นวิทยากรบรรยายให้แก่นักศึกษา และพาชมพื้นที่หลายแห่ง เหมือนที่ปุ๋ยเคยทำเมื่อสมัยที่เป็นนักศึกษา มาครั้งนี้ไม่มีปุ๋ย แต่มีหลายคนสืบทอดอุดมการณ์ แม้หลายชีวิตจะร่วงโรยไปตามเวลา แต่การจากไปของกัลยาณมิตรคนจนเหล่านั้นกลับเป็นแรงผลักดันให้ขบวนยิ่งแข็งขันจากรุ่นสู่รุ่น “ ..เราหวังว่าปัญญาชนอย่างพี่มดหรือพี่ปุ๋ยจะเป็นแบบอย่างหรือแรงบันดาลใจของนักรัฐศาสตร์รุ่นหลังได้เรียนรู้โลกที่กว้างใหญ่กว่าห้องเรียนสี่เหลี่ยมของ ม.อุบลฯ ได้เรียนรู้ทฤษฎีการเมืองเล่มใหญ่จากตำราที่พูดได้... อย่างแม่สมปอง เวียงจัน พ่อสมเกียรติ พ้นภัย หรือพ่อบุญมี คำเรือง

ทันทีที่รถบัสทหารของมณฑลทหารบกที่ 22 และรถบัสมหาวิทยาลัยพาเรามาถึง พ่อบุญมี คำเรือง ขมีขมันออกมาต้อนรับเราเข้าสู่ห้องเรียนการเมืองภาคประชาชนด้วยตนเอง วันนี้พ่อสวมเสื้อรณรงค์ที่จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึง พี่มด วนิดา คงไม่ต้องอธิบายถึงความผูกพันใดๆ ที่มีต่อเธอ งานถูกจัดขึ้นบริเวณริมน้ำ ที่พ่อใหญ่บอกว่าตรงนี้เป็นลำโดมน้อย เราไม่รู้ว่าตรงไหนคือลำโดมน้อยเพราะบัดนี้เบื้องหน้าคือเวิ้งน้ำกว้างใหญ่ ทอดสายตาไปไกลกว่านั้น ทุ่งนา วัดวาอาราม ชีวิตและวัฒนธรรม ที่ซ่อนอยู่ใต้ท้องน้ำอันสงบนิ่งผุดขึ้นมาในมโนสำนึก ทุ่งนา วัดวาอาราม ชีวิตวัฒนธรรมกำลังร่ำไห้...ไม่มีวันหวนคืน

เสียงหมอลำจากเครื่องกระจายเสียงกระหึ่มสมกับเป็นงานบุญ ในขณะที่นักรัฐศาสตร์น้อยๆ ที่เรียกตัวเองว่า ชาวสิงห์แสดแห่งที่ราบสูง กว่าร้อยยี่สิบชีวิตเดินกระจัดกระจายไปทำความรู้จักกับพ่อใหญ่แม่ใหญ่ที่เพิ่งเดินทางมาถึง โจทย์สำหรับการมาครั้งนี้คือการสวมวิญญาณนักข่าว และกลับไปรายงานข่าวในเวบไซต์ความยาวเพียงคลิปวีดีโอ ซึ่งกว่าจะผ่านกระบวนการนี้ออกมาได้เล่นเอาคนสอนเหงื่อไหลไคลย้อย อย่างแรกต้องใช้เวลาราวสองครั้งหรือหกชั่วโมงเพื่อทำความเข้าใจก่อนลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อถกเถียงเกณฑ์การให้คะแนน เพื่อรื้อความคิดจากการทำรายงานทั่วๆ ไป ที่พบปัญหาเมื่อปีที่แล้วเพราะข้อมูลในรายงานที่ส่งมานั้น ส่วนใหญ่ download มาจาก website ต่างๆ เราบอกนักศึกษาว่า ถ้าต้องการให้ download ข้อมูลชนิดตัดแปะมาส่ง โดยไม่รู้เลยว่าตรงไหนเป็นความคิดของเขาเอง เราจะเสียเงินงบประมาณคราวละเกือบสองหมื่นลงพื้นที่เพื่ออะไร

นักศึกษาได้พบ ทองปาน รุ่นพ่อใหญ่แม่ใหญ่หลายคนที่เคยเข้าร่วมกับสมัชชาคนจน เคยชุมนุมครั้งแล้วครั้งเล่า เคยปะทะคารมกับนักการเมือง เคยปืนรั้วทำเนียบ หลายคนมีคดีติดตัว การค้นพบโจทย์ในวันนี้มีเรื่องมากมายให้นักเรียนวิชาการเมืองภาคประชาชนได้ขบคิด ทั้งเรื่องกระบวนการยุติธรรม เรื่องผลประโยชน์ระหว่างกันในหมู่คนจน เมื่อกลับมาเล่าให้นักศึกษาหลักสูตร อบต. ฟัง เราก็ได้เห็นมุมของผลประโยชน์ที่แยบยลมากขึ้นจากข้อมูลของฝ่ายที่เรียกตนเองว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่มีเวลาที่จะอธิบายในที่นี้

หลังจากพบพ่อใหญ่แม่ใหญ่ตามอัธยาศัยในช่วงเช้าแล้ว วงเสวนาอย่างเป็นทางการก็เริ่มขึ้นในช่วงบ่าย สดใส สร่างโศก วนิดาคนที่สองเป็นผู้ดำเนินรายการ บรรยากาศใต้ร่มไม้ดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง “ … แม้จะร้อนอบอ้าว(ในช่วงบ่ายแก่ๆ) แต่ก็อบอวลด้วยความรักของคนจนที่มีให้กัน ความอบอ้าวจึงอบอุ่นไปโดยปริยาย นี่กระมังที่เป็นคำอธิบายที่ว่า ,แม้ว่าเขื่อนจะพรากหลายสิ่งหลายอย่างจากเราไป ... แต่เราได้ความรักกลับคืนมา ...

3

ไป (ชุมนุม) แล้ว ทุกข์

แต่อยู่เฉยๆ ทุกข์กว่า

ขณะอยู่ในวงเสวนา ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ นักสังคมวิทยา มานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่คลุกและขลุกกับปัญหาปากมูล สิรินธร และคนจนอื่นๆ โทรมาถามข่าวเป็นระยะๆ พร้อมฝากความคิดถึงมายังแม่สมปอง เวียงจันทร์ อาจารย์พานักศึกษาลงมาทำวิจัย และมีส่วนสำคัญในการผลักดันงานวิจัยไทบ้าน ผลงานการวิจัยที่ตอบโต้ข้อเท็จ(จริง)จากภาครัฐและ กฟผ. เมื่อการเสวนาจบลง อาจารย์ กิ่งกาญจน์ มอบหมายให้วัฒนา บุตรสอง หนุ่มหน้าซื่อจากเมืองยโสฯ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 กล่าวขอบคุณพ่อใหญ่แม่ใหญ่ด้วยภาษาอิสาน ภารกิจสำคัญกำลังสิ้นสุดลง

เมื่อกลับมาถึงคณะฯ....เราได้งานจำนวน 43 ชิ้นจากนักศึกษาทั้งหมด มีนักศึกษา 43 กลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอหน้าชั้นเรียน และมีกรรมการสิบคนให้คะแนน กรรมการไม่มีสิทธิให้คะแนนตัวเอง เมื่อกรรมการออกรายงาน อาจารย์เจ้าของวิชาจะเป็นกรรมการสำรอง เกณฑ์ในการให้คะแนนถูกกำหนดมาจากทุกคน แต่กระนั้นก็ตาม ถึงเวลารายงานจริงๆ เกณฑ์ยังถูกปรับใหม่จนทุกคนพอใจ หลายคนบอกเสียเวลา บอกว่าวุ่นวาย ให้อาจารย์กำหนดไปเลย แต่เราอยากสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมขึ้นมาแบบที่ภาษาปฏิรูปการศึกษาเรียกว่า child center (ไม่ใช่ควายเซ็นเตอร์อย่างที่ประชดประชันกัน !) เราไม่อยากให้ครูเปรียบเสมือนการรวมศูนย์อำนาจรัฐ “ … ครูคือผู้ใช้อำนาจรัฐ นักศึกษาคือประชาชน คะแนนหรือเกรดคือผลประโยชน์ทางการเมืองหรือทรัพยากรทางการเมืองที่ในอดีตรัฐเป็นผู้มีอำนาจจัดสรรแต่เพียงผู้เดียว ... เราบอกกับนักศึกษาว่าประชาธิปไตยคือความวุ่นวาย ภายหลังความวุ่นวายคือความสงบสุขของสังคม เพราะว่าเมื่อคะแนนนำเสนอข่าวหน้าห้องออกไป ไม่มีใครไม่พอใจกับคะแนนของตัวเองที่มาจากกรรมการสิบคนที่อาสาสมัครขึ้นมา ขอขอบคุณลูกศิษย์ที่น่ารักที่เสนอตัวเป็นกรรมการทั้งที่ต้องวุ่นวายกับการเตรียมสอบของตนเอง อันได้แก่ บัณฑิต วงค์มั่น เอกรัฐ ทาตาสุข ฉัตร แก้วเจียง จุรีภรณ์ โสภาจันทร์ วนิษฐา ฦาปัญญา สุณีพร แสงนนท์ นงนุช ป้อมหิน กรรณิกา กุแก้ว ปุณยภา งามล้ำ และอภิญญา จึงตระกูล

หลายคนรายงานข่าวราวกับเรียนนักเรียนวิชาสื่อสารมวลชน หลายคนมีวรรคทองทั้งจากตัวเองและจากบทสัมภาษณ์มานำเสนอ เช่น .... เบื้องหลังชีวิตที่สวยหรูคือการเสียสละของคนลำโดมน้อย , ผู้เสียสละต้องเสียสละทั้งชีวิต, ขบวนการต่อสู้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่รวมตัวกัน, ไป(ชุมนุม)แล้วทุกข์ แต่อยู่เฉยๆ ทุกข์กว่า,อำนาจอันถูกกฎหมายแต่ไม่ชอบธรรมของรัฐ , ต่อสู้กับความจริงที่ถูกมองว่าไม่จริง, ชัยชนะที่เหนือสิ่งอื่นใดคือชัยชนะที่ได้จากตัวเอง .... ถ้อยคำเหล่านี้กลั่นกรองมาจากเบื้องลึกของหัวใจ บ่งบอกถึงบทเรียนที่ได้มาด้วยประสบการณ์ ไม่เสียแรงที่คาดหวัง บีบคั้นให้ลูกศิษย์ได้ทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่าตนเองทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้คือศักยภาพหรือพรสวรรค์ในตัวนักศึกษาที่รอระบบการศึกษาขุดค้นและเจียรนัย เราเห็นแววของอนาคตนักข่าวการเมืองหลายคนในตัวเขาเหล่านั้น

สำหรับการสัมภาษณ์ที่น่าประทับใจคงจะเป็นการสัมภาษณ์ ทองปาน วัย 70 ตอนปลาย .....ซึ่งถามอย่างตอบอย่าง จนคณะล่ามลูกศิษย์แปลภาษาอิสานให้ฟังก็งงไปตามๆ กัน ภายหลังจึงรู้ว่าแกหูหนวก (ทำให้เรานึกถึงเพลงของเพลิน พรมแดน ราชาเพลงพูดที่มีบทสนทนาระหว่างคนหูดีกับคนหูหนวก)....เอกรัฐ ทาตาสุข เล่าอย่างขบขันให้เพื่อนๆ ฟังถึงบทส่งท้ายการให้สัมภาษณ์ของ ทองปาน จิตวิญญาณขุนแผนว่า พ่อใหญ่มีเมียบ่หลายดอก.....พ่อใหญ่มีสี่คนเอง......เมื่อเล่าเสร็จนักศึกษาหนุ่มจากอำนาจเจริญก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ แต่ สาวๆ รัฐศาสตร์หลายคนกลับค้อนขวับ !

หวังว่ากิจกรรมการเรียนการสอนเช่นนี้จะมีประโยชน์กับใครหลายๆ คน ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้