WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, April 20, 2009

"เสธ.แดง"ปูดฝีมือ"พลเอก"นอกราชการ บงการยิง"สนธิ" "สุเทพ"ยันรบ.มีเอกภาพ ไม่ปรับเก้าอี้ฝ่ายมั่นคง

ที่มา มติชนออนไลน์

"สุเทพ"ยันรบ.มีเอกภาพ ยันไม่มีปรับเก้าอี้ฝ่ายมั่นคงศาล รธน.แถลงมือยิงเอ็ม 79 ถล่มก่อนหน้านี้ อาจเป็นชุดเดียวยิง"สนธิ" "เสธ.แดง" เผย "พัลลภ" เปล่าเอี่ยวด้วย แฉที่จริงฝีมือ "พลเอก" นอกราชการแ "สุริยะใส"ระบุรู้ถูกตั้งค่าหัว 3 ล้าน ให้เวลาถึงสิ้นเม.ย.ล่ามือยิงให้ได้

"สุเทพ"ยันรบ.มีเอกภาพยันไม่มีปรับเก้าอี้ฝ่ายมั่นคง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 เมษายน ถึงความคืบหน้าของคดีความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาว่า นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกรัฐบาลจะแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการเป็นระยะๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและจะได้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด และจะเป็นอย่างนี้ไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนกระแสข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้มีการปรับปรุงหน่วยงานด้านความมั่นคงนั้นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความสับสนในการพูดจากัน เพราะในความจริงคือไม่มีใครเสนอแบบนี้ในการพูดจากัน และตนก็ไม่ได้อยากพูดอะไรต่อ เพราะไม่ต้องการให้เป็นการโต้แย้งอะไร แต่ในฐานะที่ตนเป็นผู้ดูแลฝ่ายความมั่นคงก็จะพยายามดูแลให้ทุกคนทุกภาคส่วนได้ทำงานอย่างเต็มที่ ช

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ฝ่ายบริหารกับกองทัพมีความหวาดระแวงกันเองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอย่างแน่นอน ซึ่งภายใต้รัฐบาลที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั้นการทำงานร่วมกันมีเอกภาพอย่างเต็มที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า เพราะอะไรจึงมีข่าวลือออกมาว่าฝ่าบบริหารกับฝ่ายความมั่นคงมีปัญหากันนายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องข่าวลือนั้นตนไม่สามารถตอบแทนได้ เพราะเป็นเรื่องของคนลือ แต่ยืนยันได้เพียงว่าเรามีเอกภาพและทำงานด้วยกันมาตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้จะมีการปรับตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานด้านความมั่นคง อย่าง ผบ.ทบ.หรือ ผบ.ตร. หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า "ไม่มีครับ"

คาด"สนธิ-ผู้ติดตาม"กลับบ้าน24เม.ย. คนขับยังสาหัส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน อาการของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายวายุภักดิ์ มัลคละสินธุ์ ผู้ติดตาม เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า ล่าสุดอาการดีขึ้น ไม่มีอาการแทรกซ้อน บาดแผลไม่มีการติดเชื้อ โดยแพทย์คาดว่า สามารถกลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้ในวันที่ 24 เม.ย. นี้


ขณะที่ นายอดุลย์ แดงประดับ คนขับรถ ยังต้องอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู. แต่ไม่มีเลือดออกในช่องอกแล้ว

ศาลรธน.คาดยิงเอ็ม79ถล่ม อาจเป็นชุดเดียวยิง"สนธิ"

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 เมษายน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเชาวนะ ไตรมาศ รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงถึงกรณีที่คนร้ายใช้เครื่องยิงระเบิด เอ็ม 79 เข้ามาภายในสำนักงานเมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมาว่า คนร้ายได้ยิงเครื่องยิงวัตถุระเบิดเข้ามาในสำนักงานจำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เป็นเศษวัตถุระเบิดตกเข้ามาบริเวณด้านหน้าสำนักงาน ครั้งที่ 2 เป็นลูกระเบิดที่ยังไม่ระเบิดตกเข้ามาบริเวณด้านหน้าป้อมยามรักษาความปลอดภัย และครั้งที่ 3 เป็นวัตถุระเบิดตกเข้ามาบริเวณอาคารสำนักงาน โดยระเบิดที่ยิงเข้ามาทั้ง 3 ครั้ง ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวอาคารทั้งภายนอกและภายในเป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ทหารที่มาช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มาตรวจที่เกิดเหตุและพิสูจน์หลักฐานไว้โดยได้เก็บวัตถุระเบิดที่ยิงเข้ามาแล้วไม่ระเบิดไปทำลาย และสำนักงานได้ส่งผู้แทนไปให้การในฐานะผู้เสียหายแก่พนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง แล้ว


"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำนักงานขอแสดงความเสียใจและขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นสถาบันของประเทศและประชาชนที่ทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยคดีเพื่อให้เกิดความยุติธรรมตามกฎหมายและสร้างความสงบสุขให้แก่ประชาชนในราชอาณาจักร การกระทำด้วยวิธีการเช่นนี้ย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในทางที่ดีในยามที่ประเทศชาติต้องการความรักสามัคคี จึงขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับองค์กรหรือบุคคลใดในประเทศเรา และหากมีปัญหาใดขอให้ใช้กระบวนการและวิถีทางที่ถูกต้องชอบธรรมไปตามกฎหมาย" นายเชาวนะ กล่าว


ด้านนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ทางคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะตกเป็นเป้าหมายถูกโจมตี หลังเคยเหตุคนร้ายลอบปาวัตถุระเบิดเข้าไปในบ้านพักนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และทางตุลาการก็ได้จ้างเจ้าหน้าที่มารักษาความปลอดภัย ส่วนประธานศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมได้แจ้งและเตือนข้าราชการทั้งหมดแล้วว่าจะตกเป็นเป้าหมายได้


"จะขอกำลังทหารมาช่วยดูแลความปลอดภัยหรือไม่นั้นตรงนี้ต้องหารือในเชิงลึกอีกครั้ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญถูกยิงในขณะที่ยังมีพ.ร.ก.การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่ ดังนั้น อาวุธสงครามที่นำมาใช้ในกทม.ได้นั้นจึงเป็นข้อที่น่าสงสัย และเหตุที่เกิดขึ้นกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรที่ถูกลอบทำร้ายนั้นก็เป็นที่น่าวิตกอาจเป็นอาวุธสงครามชนิดเดียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญถูกโจมตี โดยส่วนตัวผมไม่รู้จักกับนายสนธิ แต่ก็ขอฝากความห่วงใยไปถึงนายสนธิด้วย"


ทั้งนี้ขอย้ำว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้นอาจทำให้มีผู้พอใจและไม่พอใจ ดังนั้นสาเหตุต่างๆอาจมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอิสระไม่ตกเป็นเครื่องมือขององค์กรใดทั้งสิ้น และดุลพินิจและการทำงานของตุลการก็มีเอกภาพ

"เสธ.แดง"ปัด"พัลลภ"เอี่ยวยิง"สนธิ"

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า ตนได้พูดคุยกับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งทราบว่า หลังจากเกิดคดีลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ปรากฎ มีคนเฝ้าติดตาม พล.อ.พัลลภ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่า เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนคดียิงนายสนธิ ทั้งนี้ พล.อ.พัลลภ บอกกับตนว่า ไม่เกี่ยวข้องคดียิงนายสนธิ และตนก็ยืนยันเช่นนั้น ส่วนการที่ พล.อ.พัลลภ ต้องเก็บตัวเงียบ เพราะไม่อยากติดคุกตอนแก่


พล.ต.ขัตติยะ ยังปฏิเสธว่า ตนถูกเฝ้าจับตานั้นไม่เป็นความจริง เพราะคงไม่มีตำรวจคนไหนกล้ามายุ่ง เพราะรู้ว่า เสธ.แดง เป็นคนอย่างไร หากมาจับตารับรองว่าโดนยิงกลับหมดแน่


อย่างไรก็ตาม พล.ต.ขัตติยะ กล่าวอีกว่า คดีของนายสนธิ ตนพอทราบว่า เป็นฝีมือของคนมีสีอย่างแน่นอน ส่วนที่ระบุว่า เป็นนายทหารนอกราชการยศพลเอกนั้นก็เป็นความจริง เพราะทหารชั้นประทวนทำไม่ได้

"สุริยะใส"ขีดเส้นใต้สิ้นเดือนเม.ย. ล่ามือยิง


นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยถึงกระแสข่าวถูกตั้งค่าหัว 3 ล้านบาท ว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คิดว่าเป็นการข่มขวัญและไม่ได้หวั่นไหวอะไร แต่ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม แต่หากพูดถึงเรื่องความปลอดภัยของแกนนำพันธมิตรฯ ทุกคนมีสิทธิ์ถูกปองร้ายได้ตลอดเวลา


นายสุริยะใส กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ จนได้รับบาดเจ็บ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่า เหตุลอบสังหารนายสนธิเกิดจากฝีมือของกลุ่มคนใด เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้เกมแห่งอำนาจมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ขอรอดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ว่าจะสรุปคดีไปในทิศทางใด


ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนตัวทีมดูแลคดีความและนครบาล จาก พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.ให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.ดูแลแทน ว่า ส่วนตัวแล้วค่อนข้างที่จะมั่นใจการทำงานของ พล.ต.อ.ธานี แต่หากยังไม่มีความคืบหน้ากรณีการจับตัวคนร้ายอย่างช้าที่สุดภายในเดือนเม.ย.นี้คาดว่าพันธมิตรฯ คงจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาว่าจะทำอย่างไรต่อไป

"อภิสิทธิ์" เร่งสางคดียิง"สนธิ"


ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ออกอากาศทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์กระจายเสียงแห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) เมื่อวันที่ 19 เมษายน ถึงเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้รับบาดเจ็บว่า หลายฝ่ายมีความเป็นห่วง เพราะเกรงว่าอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งบานปลายได้ จึงขอให้ความมั่นใจว่าคดีนี้จะได้รับการสะสางอย่างตรงไปตรงมาโดยเร็วที่สุด และขอเรียกร้องให้ประชาชนที่สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรตั้งอยู่ในความสงบ อย่าได้นำเรื่องนี้ไปเป็นปัญหาขัดแย้งบานปลายนำไปสู่ความรุนแรงที่จะย้อนกลับไปสู่ความเสี่ยงประชาธิปไตยแล้วจะนำไปสู่ความโกลาหล


นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล กล่าวว่า การลอบสังหารนายสนธิ ปัญหาเกิดจากสถานการณ์การเมือง ต้องการให้พันธมิตรเข้าสู่วงจรทางการเมือง เพื่อให้เกิดความรุนแรงยิ่งขึ้น แต่พันธมิตรไม่ตกหลุงพราง


"ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาตลอดเวลาว่าจะมีการมุ่งร้ายต่อบุคคลสำคัญของบ้านเมือง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแกนนำคนสำคัญของพันธมิตร ทุกฝ่ายมีความระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว เมื่อเกิดขึ้นแบบนี้รัฐบาลก็ต้องดูแลเป็นพิเศษและคุ้มครองความปลอดภัย ท้ายที่สุดคนที่คิดร้ายต่อประเทศจะได้รับผลกรรมที่จะเกิดขึ้น"นายชินวรณ์กล่าว


"สุเทพ" ปัดสั่งเปลี่ยนตัว"จงรัก"


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งแบ่งงานให้รอง ผบ.ตร. และ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ใหม่ โดยให้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. ที่เคยดูแลพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ไปดูแลพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร 1, 2, 3 และ 4 และให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบพื้นที่ บช.น. และ บช.ภ.7 โดยปฏิเสธว่าไม่ได้สั่งให้มีการเปลี่ยนงาน เพื่อให้ พล.ต.อ.ธานี และ พล.ต.ท.อัศวิน มาคุมเรื่องปัญหาเรื่องการชุมนุม หรือคดีลอบสังหารนายสนธิ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจของ พล.ต.อ.พัชรวาท ที่เห็นว่า พล.ต.อ.ธานีเป็นหัวหน้าชุดในการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดง


ข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ธานี และ พล.ต.ท.อัศวินได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้เป็นหัวหน้าคณะรื้อฟื้น 4 คดีใหญ่ ได้แก่ คดีสังหารนายกรเทพ วิริยะ หรือ ชิปปิ้งหมู, คดีสังหารนายสมชาย นีละไพจิตร, คดีฆ่านักการทูตชาวซาอุดีอาระเบีย (และการหายตัวของนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย) และ 4.คดีลอบยิงสามีรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์


"พิภพ" จี้เปลี่ยนผู้นำด้านมั่นคง


เวลา 12.20 น. นายพิภพ ธงไชย นายสำราญ รอดเพชร นายสาวิทย์ แก้วหวาน แกนนำพันธมิตร และนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต แกนนำกองทัพธรรม มาเยี่ยมนายสนธิ จากนั้น นายพิภพ กล่าวว่า นายสนธิ มีอาการดีขึ้น ไม่วอกแวก ไม่ระแวง ไม่หวาดกลัว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แกนนำพันธมิตรและคนเสื้อเหลืองเข้มแข็งขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีการรวมตัวเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง แต่มีคอนเสิร์ตการเมืองสัญจรอยู่ โดยจะเดินทางไปที่ จ.ระยอง และนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ความปลอดภัยเจ้าของพื้นที่ในจังหวัดนั้นๆ จะเป็นผู้ดูแลเอง และขอให้กลุ่มพันธมิตรใช้สติปัญญา ไม่ตื่นตระหนก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเกมอำนาจที่ต้องการให้ประชาชนสองฝ่ายทะเลาะกัน ดังนั้นไม่ว่ากลุ่มสีเหลือง หรือสีแดงจะต้องต่อสู้ ร่วมกันแยกแยะให้ชัดเจน เพื่อหนีออกจาก"หลุมดำ" เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นระดับโจมตีสากล


"คนที่ลอบสังหารนายสนธิ เป็นคนที่มีอำนาจ เป็นคนที่อยู่ในอำนาจเก่า หรือเป็นคนที่กำลังจะหมดอำนาจ และอยู่ในเฉพาะกลุ่มที่ใช้อาวุธสงคราม อาวุธเหล่านี้อยู่ในกลุ่มพวกที่เป็นทหาร ตำรวจ บุคคลในเครื่องแบบ จึงไม่น่าจะยากลำบากในการสืบหาคนกระทำ โดยนายกรัฐมนตรี จะต้องลงมาดูคดีด้วยตัวเอง แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนฝ่ายสืบสวนสอบสวน ก็ต้องกล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงผู้นำด้านความมั่นคง คงไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร คณะทำงานที่เกี่ยวกับความมั่นคง เช่น ดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ก็ต้องปรับเปลี่ยน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยจะต้องจัดตั้งกองกำลังใหม่ที่มีความจงรักภักดีเข้ามาร่วมงานด้วย ถ้าไม่ใช้โอกาสนี้ปรับเปลี่ยน ก็จะไม่มีโอกาสอีก และนายกฯอาจจะถูกลอบทำร้าย คล้ายกับเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยได้" นายพิภพกล่าว

ภาคีโคราช จี้ปลด "บิ๊กตร.-ทบ."


ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี เลขาธิการสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด และประธานกลุ่มภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตย แกนนำพันธมิตรภาคอีสาน กล่าวว่า วงในของทหารคงจะทราบกันดีว่าใครเป็นผู้บงการเพื่อสังหารนายสนธิ แต่ไม่มีใครพูด เครือข่ายพันธมิตรทุกภูมิภาค ยืนยันว่าจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้รัฐบาลนำตัวคนกระทำผิดมาดำเนินคดี เท่าที่ทราบเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองรุ่นใหม่จับมือกับคนมีสีกระทำการเรื่องนี้ หากไม่สามารถดำเนิการใดๆ ได้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความมั่นคงของประเทศ


ที่ จ.บุรีรัมย์ น.ส.เพ็ญพิมล ใสงาม ภรรยา พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือสารวัตรจ๊าบ หัวหน้าการ์ดและอดีตแกนนำพันธมิตรบุรีรัมย์ ที่รถระเบิดเสียชีวิตเมื่อครั้งชุมนุมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรที่กรุงเทพฯ พร้อมเครือข่ายพันธมิตรจาก อ.เมือง และ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รวม 10 คน ออกแถลงการณ์ที่บ้านเลขที่ 1-4/6 ถนนอิสาณ ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ เรียกร้องให้รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามจับกุมคนร้าย หรือผู้บงการลอบสังหารนายสนธิ มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยเร็ว และพร้อมที่จะเคลื่อนไหวพร้อมกับพันธมิตรทั่วประเทศ

สมานฉันท์?

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




หลังเหตุการณ์ความวุ่นวายในบ้านเมืองเริ่มคลี่คลายลง เมื่อม็อบเสื้อแดงยอมยุติการชุมนุมสลายตัว

โดยภาพรวมแล้วบ้านเมืองก็คงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คนไทยส่วนใหญ่ก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามเดิม

แต่ความเป็นจริงแล้วความขัดแย้งที่เป็นอยู่มิได้เลือนลางหายไปแม้แต่น้อย

การแบ่งขั้วแบ่งสียังชัดเจน และไม่มีท่าทีว่าทั้งแดง-เหลืองจะผสมกลมเกลียวกันได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็รู้ในประเด็นนี้ดี ในวันที่แถลงถึงผลสำเร็จในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง จึงยืนยันว่าจะไม่ใช้คำว่า "ชัยชนะ" หรือ "พ่ายแพ้" กับเหตุการณ์นี้

เพราะรู้ดีว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่มีวันที่จะครองใจกลุ่มคนเสื้อแดงได้ง่ายๆ วิธีเดียวที่จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งแบ่งกลุ่มแบ่งสีดีขึ้น คือการสร้างความสมานฉันท์

ล่าสุดนายกฯเสนอให้มีการเปิดสภา เพื่อใช้เป็นเวทีในการแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้งในสังคม

ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ก็เริ่มมีท่าทีที่อ่อนลง อาจเป็นเพราะ 2 เหตุผล

ประการแรก คือการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงช่วงวันที่ 8-15 เม.ย.นั้นถือว่าพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง และเป็นเรื่องยากที่จะระดมคนออกมาต่อต้านรัฐบาลอีกครั้ง

ประการที่ 2 พ.ต.ท.ทักษิณโดนรัฐบาลประชาธิปัตย์กดดันอย่างหนัก ทั้งเรื่องการยกเลิกพาสปอร์ต ทั้งเรื่องการประสานตำรวจสากลขึ้นบัญชีดำตามล่าตัว ทั้งเรื่องการกดดันทางการทูตที่รัฐบาลเชิญทูตจาก 70 ประเทศมาชี้แจงสถานะของพ.ต.ท.ทักษิณ

โดยเฉพาะนายกฯอภิสิทธิ์จับเข่าเจรจากับทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) จนสุดท้ายพ.ต.ท.ทักษิณต้องเผ่นออกจากดูไบไปแอฟริกา

ทั้ง 2 ประเด็นนี้ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณที่แข็งกร้าวมาตลอด 2 สัปดาห์เริ่มเปลี่ยนไป ล่าสุดให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า

"หากรัฐบาลต้องการจะประนีประนอม ผมก็จะกระตุ้นให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าร่วมด้วย เพื่อประโยชน์ของชาติ ที่ต้องทิ้งความเห็นที่แตกต่างและเจรจากัน"

ฉะนั้น ถึงจะเป็นเรื่องยากที่จะประสานรอยร้าวของกลุ่มคน 2 สี แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสสำเร็จ

นายกฯต้องฉกฉวยสถานการณ์ตอนนี้ สร้างความสมานฉันท์เกิดขึ้นในสังคมไทยให้ได้

ที่สำคัญต้องไม่สร้างความหวาดระแวงให้ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลอีก

จริงอยู่การบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มงวด แต่ผู้ที่ควบคุมกฎหมายต้องไม่ใช้ 2 มาตรฐาน

คนเสื้อแดงต้องเท่าเทียมกับคนเสื้อเหลือง การดำเนินคดีก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน

เพราะไม่มีทางเลยที่จะเกิดความสมานฉันท์ได้

หากคนเสื้อแดงยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นประชาชนชั้น 2

'อำนวย'ยอมรับ ทหารรวบเสื้อแดง สอบค่ายอดิศร

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_690

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันนี้ (19 เม.ย.)? พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. แถลงถึงกระแสข่าวการทหารอุ้มกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงบริเวณแยกดินแดงขึ้นรถจีเอ็มซีหายไป ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจริงจำนวน 19 คน หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารสลายการชุมนุมเพื่อเปิดการจราจรบริเวณดังกล่าวตอนเวลา 04.00น. วันที่ 13 เม.ย.ที่่ผ่านมา

โดย พล.ต.ต.อำนวย ระบุว่า ช่วงแรกควบคุมได้ 12 คน ประกอบด้วย นายประจวบ วิทยา นายไพโรจน์ งามเศษ นายภูมิทักษ์ งอนสวรรค์ นายสมบูรณ์ วิทยาวงศ์ นายกฤษฎา ยังดี นายปิติธณพร พันเดช นายมนตรี แก้วเข้ม นายจารึก ถนอมผล นายวีระ เยี่ยมสมบุญ? นายสมชาย บุญเพ็ง นายสุวิรัตน์ วิริยะพินิจสกุล และนายธีรพงษ์ นำสิทธิ์ ต่อมา ตอน 10.00 น. จับกุมอีก 7 คน มีนายอำพล กระต่ายทอง นายโกศล ธีรธรรมกรณ์ นายสุวัฒน์ วันชัย นางหนูภักดิ์ เนาวราช นายวสันต์ ดาบุตร นายทองสุข ดีสุ่ย และนายจันทร์ ปวนมูล และนำตัวขึ้นรถจีเอ็มซีไปจริง

รอง ผบช.น.ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่นำตัวทั้งหมดไปควบคุมที่ศูนย์กลางทหารม้า ค่ายอดิศร จ.สระบุรี ดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อหาร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป? ในเขตท้องที่ กทม. หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยละกระทำการอย่างใด ๆ ที่เป็นการปิดการจราจรปิดเส้นทางคมนาคมหรือกระทำการอื่นใด ๆ ทำให้ไม่อาจให้เส้นทางคมนาคมได้ตามปกติในทุกเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น พ.ต.ท.สุภัทร ทองส้ม พนักงานสอบสวน(สบ3) สน.ดินแดง เดินทางไปสอบปากคำ ก่อนนำทั้งหมดส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือ โดยมีผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ 4 คน ศาลจึงสั่งให้ดำเนินการสืบเสาะประวัติ ส่วนที่เหลืออีก 15 คน ได้ผัดฟ้องฝากขัง แต่ไม่ทราบว่าได้ประกันตัวหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ประกันคงถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำ? ?

"มีการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นรถจีเอ็มซีจริง ผมขอยืนยันว่า ไม่มีผู้สูญหาย โดยมีรายชื่อผู้ถูกจับกุมทั้งหมด ซึ่งมีหลักฐานสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้" รอง ผบช.น.กล่าวอย่างหนักแน่น?????????????????? ?

วันเดียวกัน นายมารุต? บุนนาค อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ นายป้อม ผลพันพัว 1 ใน 2 ผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างชาวบ้านชุมชนนางเลิ้งและกลุ่มคน เสื้อแดงเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่วัดสุนทรธรรมทาน (วัดแค นางเลิ้ง)

ก่อนเริ่มพิธีญาติได้อ่านประวัติของนายป้อม และขอให้ผู้ร่วมงานยืนไว้อาลัย 1 นาที หลังจากนั้นมีพิธีทอดผ้าบังสกุลโดย นายประกอบ จิรกิติ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นพ.พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง ส.ส. ส.ก. ในพื้นที่ และตัวแทนจากสื่อมวลชนร่วมในพิธีทอดผ้าบังสกุลด้วย โดยมีบรรดาญาติพี่น้องของนายป้อม ชาวบ้านจากชุมชนนางเลิ้ง รวมไปถึงตัวแทนจากสมาคมต่าง ๆ ร่วมงานอย่างคับคั่ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยเฉพาะภรรยาและลูก ๆ ของนายป้อม ที่ร้องไห้ตลอดเวลาทำพิธี

ยื่นศาลปล่อย3นปช. ทนายยันขอใช้สิทธิ์คัดค้าน

ที่มา ไทยรัฐ

นายคารม พลทะกลาง ทนายความ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)? กล่าววันนี้ ( 20 เม..)ว่า? วันเดียวกันนี้ กำหนดเดินทางไปยังศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นคำร้อง ให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ 3 แกนนำ นปช. ผู้ต้องหาที่ 1 - 3 ถูกแจ้งข้อกล่าวหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายและปลุกระดมประชาชนด้วยวิธีการใดเพื่อให้ละเมิดกฏหมายแผ่นดิน เนื่องจากถูกคุมขังโดยมิชอบ? หลังครบกำหนดการควบคุมตัวทั้ง 3 แกนนำเป็นเวลา? 7 วัน ตาม พ...การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหากพนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องต่อศาลขอควบคุม 3 แกนนำ อีก 7 วัน ตามที่พ...ฉุกเฉินกำหนดไว้ ตนก็จะใช้สิทธิ์คัดค้านต่อไป?

เมื่อวันที่ 16 เม..?? ศาลอาญาแถลงว่า ไม่รับการพิจารณาในคดีนี้ของพนักงานสอบสวนเนื่องจากอยู่ในช่วงประกาศ พ...ฉุกเฉิน แต่พนักงานสอบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน โดยใช้อำนาจในการควบคุมตัวตาม พ...ฉุกเฉินมาตรา 12

รายงานระบุว่า มาตรา 12 ของ พ...ฉุกเฉินให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อ เป็นประโยชน์ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้คราวละ 7 วัน แต่รวมเวลาทั้งหมดต้องไม่เกิน 30 วัน เมื่อครบกำหนดแล้วหากต้องการควบคุมตัวต่อให้ดำเนินการตามกระบวนกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา

ทัศนะหลัง 'สนธิ' ถูกยิง

ที่มา ประชาไท

[ ทีมข่าวการเมือง ]

ทุกๆ เช้าของวันจันทร์-ศุกร์ ถ้าไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์ ภารกิจของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเดินทางมายังสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแห่งเอเชีย (Asia Satellite Television) หรือ เอเอสทีวี ถ.พระอาทิตย์ เพื่อดำเนินรายการ “Good Morning Thailand” รายการเล่าข่าวและวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองอย่างเผ็ดร้อน ซึ่งเขาจัดเป็นประจำทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 6.00-7.00 น.

แต่วันนี้ 17 เมษายน เขาไม่ได้จัดรายการ “Good Morning Thailand” เหมือนเคย เพราะถูกลอบยิงเมื่อเวลาราว 5.40 น. ก่อนที่รถของเขาจะมาถึงสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี

000



ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

ขณะเกิดเหตุนายสนธิ เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน วล 89 กทม. ออกจากบ้านพักย่าน ถ.สุโขทัย มา 3 คนพร้อมคนขับ และการ์ดที่นั่งมาด้านหน้า ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.30 น. ขณะมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณปั๊มคาลเท็กซ์ หน้าวัดเอี่ยมวรนุช สี่แยกบางขุนพรหม ถ.สามเสน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร ได้มีรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ 2 ประตู สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบทะเบียนได้ขับมาประกบข้างรถ และ มือปืนสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงลายพราง ซึ่งอยู่ด้านหลังของรถกระบะ ได้ยิงใส่ล้อรถนายสนธิ เพื่อให้ยางแตกก่อน แล้วกระหน่ำยิงเข้าใส่ตัวรถ ก่อนหลบหนี

โดยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล มีบาดแผลที่ศีรษะด้านขวา เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลวชิระ รายที่ 2 นายอดุลย์ แดงประดับ คนขับรถ อาการสาหัส ถูกยิงเข้าที่ลำตัวและศีรษะ ถูกนำส่งโรงพยาบาลมิชชัน และนายวายุภักดิ์ มัลคละสินธุ์ อายุ 40 ปี การ์ด ที่นั่งมาด้านหน้าคู่กับคนขับได้รับบาดเจ็บ เล็กน้อยถูกนำส่ง รพ.วชิระพยาบาล

โดยขณะนี้นายอดุลย์ แดงประดับ ยังอยู่ในอาการสาหัส ส่วนนายสนธิหลังผ่าตัดเอากระสุนที่ฝังศีรษะออก ได้ย้ายออกจาก รพ.วชิรพยาบาล มาอยู่ที่ รพ.จุฬาฯ โดยนายอดุลย์ และนายวายุภักดิ์ ได้ย้ายมาอยู่ รพ.จุฬาด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ รพ.วชิรพยาบาลที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลเข้ารักษาเบื้องต้น มีผู้ชุมนุม นปช. ที่รับบาดเจ็บหลังการสลายการชุมนุมของทหารเมื่อ 12-14 เมษายน เข้ารับการรักษาตัวเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้น พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบช.น.แถลงถึงสาเหตุการลอบยิงนายสนธิว่า เหตุการณ์นี้ตำรวจ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือการเมือง แต่เชื่อว่าเป็นการประทุษร้ายอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด แต่เจ้าหน้าที่จะพยายามตรวจสอบจากเบาะแสอื่นๆ เช่นวิถีกระสุนและเส้นทางการเดินทางของนายสนธิ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งไล่ล่าหาเบาะแส พร้อมกระจายกำลังตามจับตัวคนร้าย ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5 คน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณแยกสี่เสาเทเวศร์

จากรายงานข่าวของ ASTVผู้จัดการออนไลน์ พบว่า กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ของ กทม.ที่ติดตั้งบริเวณสี่แยกบางขุนพรหม จำนวน 5 ตัว โดยเป็นกล้องภาพนิ่งจำนวน 4 ตัว กล้องเคลื่อนไหวเมื่อมีการคอนโทรลจำนวน 1 ตัว ปรากฏว่าระบบบันทึกภาพของกล้อง CCTV ขัดข้องทั้ง 5 ตัวพร้อมกัน โดยระบบบันทึกภาพไม่ทำงานตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 16 เมษายน ซึ่งเมื่อเกิดเหตุยิงถล่มขึ้นจึงทราบว่าระบบบันทึกภาพขัดข้อง ทั้งนี้ แม้ว่าระบบบันทึกภาพจะไม่ขัดข้องแต่ทิศทางของมุมกล้องไม่ตรงกับจุดที่เกิดเหตุ ดังนั้นแม้บันทึกภาพได้แต่ก็มองไม่เห็น

ส่วนกล้อง CCTV ที่ติดตั้งบริเวณแยกเทเวศร์ พบว่ารถยนต์ของคันที่เกิดเหตุวิ่งผ่านไปในเวลา 05.41.33 น. และรถต้องสงสัย โตโยต้ากระบะ 2 ประตู สีบรอนซ์ทอง ที่ก่อเหตุวิ่งผ่านไปในเวลา 05.41.51 น. โดยวิ่งตามกัน ระยะเวลาห่างแค่ 18 วินาที ก่อนที่จะเกิดยิงถล่มรถของนายสนธิ ในเวลาต่อมา ซึ่งภาพดังกล่าวถือเป็นเพียงภาพเดียวที่กล้อง CCTV สามารถจับภาพได้ เพราะจากการตรวจสอบกล้องที่แยกสี่เสาเทเวศร์ ก็ไม่ปรากฏภาพรถของนายสนธิ แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ที่บริเวณแยกบางขุนพรหม พบว่า ตู้ควบคุมระบบบันทึกภาพมีรอยกระสุนปืน 1 รอย แต่ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับระบบบันทึกภาพขัดข้องก่อนหน้านี้ แต่ประการใด อีกทั้งไม่ทราบว่ารอยกระสุนปืนดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเหตุการณ์ยิงนายสนธิ

ส่วนภาพที่บันทึกได้ของกล้อง CCTV ที่ติดตั้งบริเวณแยกบางลำพู ยังพบว่ารถที่คาดว่าจะเป็นรถต้องสงสัย เนื่องจากมีลักษณะเดียวกัน กระบะหลังมีการบรรทุกของเช่นกันได้วิ่งมาตามถนนสามเสนและเลี้ยวซ้ายไปทางถนนพระสุเมรุ ซึ่งบังคับให้วิ่งตรงผ่านหน้าวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

โดยหลังเหตุลอบยิงสนธิ ลิ้มทองกุล ได้มีทัศนะออกมาจากหลายฝ่าย

(1) รัฐบาล

ยิงสนธิมีผลต่อการพิจารณายกเลิก/คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ในฝ่ายผู้มีอำนาจรัฐการที่สนธิ ถูกลอบยิง ถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุม ครม. ทันที และถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเมื่อเวลา 08.45 น. ณ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกลอบยิงว่า ได้รับรายงานแล้ว และได้มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ไปดูแลความปลอดภัยที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า เหตุลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จะมีผลกระทบต่อการพิจารณายกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่เดิมจะมีการพิจารณาในระหว่างการประชุม ครม.นัดพิเศษที่จะมีขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.00 น.วันนี้ พร้อมกล่าวว่านายกรัฐมนตรีและหน่วยงานด้านความมั่นคงได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่ขึ้นแล้ว และในการประชุมคณะรัฐมนตรีคงจะมีรายงานที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องส่งมาให้ที่ประชุมได้พิจารณาเป็นระยะๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนกำหนดการเดินทาง รวมทั้งสถานที่ที่นายกรัฐมนตรีจะไปปรากฏตัวนั้น ทั้งหมดจะยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานด้านความมั่นคงต่อไป และจะยังไม่เป็นที่เปิดเผย เนื่องจากยังคงหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยอยู่ [1] โดยหลังการประชุม ครม. ได้มีมติคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อไป

เทพไทแนะรัฐบาลเอาใส่ ชี้มีเหตุรุนแรงมาก่อนทั้งที่พัทยา เหตุลอบยิงองคมนตรี

ขณะที่ฟากประชาธิปัตย์เองก็แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว โดยนายเทพไท เสนพงศ์ [2] โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเมื่อ 17 เมษายน ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและครอบครัว ต่อเหตุการณ์ถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงครามจนได้รับบาดเจ็บ ตนคิดว่ารัฐบาลต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้มีการก่อเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการทุบรถนายกรัฐมนตรีที่พัทยา และแผนลอบฆ่าองคมนตรี

เชื่อมีผู้บิดเบือนว่ารัฐบาลสร้างสถานการณ์

วันต่อมา 18 เมษายน 2552 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ [3] โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกลอบยิงเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ว่าเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องเร่งขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดโดยด่วน เพราะขณะนี้มีความพยายามบิดเบือนข้อมูลว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้าง สถานการณ์ของนายสนธิ หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ของรัฐบาล และต้องยอมรับว่า อาจถูกมองเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง กรณีของนายสนธิต้องไม่ให้เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดการเผชิญหน้าในสังคม หรือเป็นจุดเสี่ยงในการใช้มวลชนลุกขึ้นมาปะทะกันอีก ที่สำคัญสังคมจะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อการปล่อยข่าวเท็จต่างๆ จนกลายเป็นชนวนรอบใหม่อีก

เมื่อถามว่า ได้วิเคราะห์หรือไม่ว่านายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี อาจเป็นเป้าหมายโดนลอบทำร้าย โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคก็วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้ เพราะก่อนหน้านี้มีการลอบสังหารองคมนตรี แกนนำพันธมิตรฯ และมีเหตุการณ์ทุบรถนายกรัฐมนตรีที่พัทยา ดังนั้น ต้องให้ความระมัดระวังคุ้มครองบุคคลที่เป็นเป้าหมาย

เมื่อถามว่า รัฐบาลจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกนานเท่าใด โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล เพราะเกี่ยวข้องกับภารกิจการสร้างความสงบ ความปลอดภัยของประชาชน จนกว่าปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จะหมดไป เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่ายังคงมีการปลุกระดมทำผิดกฎหมาย และบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ยังมีอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงตามมาได้

(2) กองทัพ

ป๊อกบอกการลอบยิงเกิดเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะอาวุธสงครามคู่สังคมไทย

ในขณะที่ทหารอยู่เต็มเมือง แทบทุกมุมสี่แยก จากเหตุลอบยิงสนธิ ลิ้มทองกุล หลายฝ่ายจึงมุ่งตั้งคำถามไปที่ทหาร

โดยเมื่อวันที่ 17 เมษายน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา [4] ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การลอบยิงเป็นเรื่องอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องสืบสวนสอบสวน ยอมรับว่าอาวุธสงครามยังคงมีใช้อยู่ในสังคมไทยซึ่งฝ่ายทหารก็พยายามแก้ปัญหานี้อยู่ แต่ไม่ขอแสดงความเห็นว่าเกี่ยวกับทหารหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีกำลังนายทหารตรึงกำลังอยู่เวรยาม เขตละ 2 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ฝ่ายทหารได้รับคำสั่งและได้สั่งการเด็ดขาดว่าหลังคืนวันที่ 13 เมษายน 2552 ห้ามทหารใช้อาวุธโดยเด็ดขาด แม้เห็นตัวผู้ร้าย หรือ มีเหตุป่วนเมือง เช่น โยนระเบิดปิงปอง ระเบิดเพลิงขนาดเล็ก ส่วนเหตุการณ์ลอบยิงจะเป็นการป่วนเมืองหรือไม่ มองว่าการป่วนเมืองในขณะนี้ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องเพราะจะทำให้สังคมไม่ยอมรับ

สรรเสริญบอกยิงสนธิไม่เกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ขณะที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด [5] โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหตุลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งที่มีประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการให้อำนาจทหารออกมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบตามพื้นที่จุดต่างๆ แต่กรณีดังกล่าวเป็นก่อคดีอาชญากรรม เป็่นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ระบุแล้วว่ากำลังทหารที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่มีภารกิจอย่างไร

เมื่อถามว่า มีการพุ่งเป้ามาที่ทหารเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับทหาร แต่หากมีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง พล.อ.อนุพงษ์ พูดชัดเจนแล้วว่าไม่ว่าสีไหนตำรวจต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินคดีมาลงโทษ

เมื่อถามว่า มีการพุ่งเป้ามาที่กองทัพหลังนายสนธิวิจารณ์เรียกร้องให้ปลด ผบ.เหล่าทัพ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่มี ไม่เกี่ยว คำพูดสนธิไม่พลังพอที่ใครจะไปทำตาม เรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง

เสธ.แดงชี้มีคนจองกฐินมาก

ที่รีบปฏิเสธพัลวัน เห็นจะเป็น พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล [6] หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่มีเรื่องกระทบกระทั่งทางวาจากับสนธิและพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด โดย พล.ต.ขัตติยะ กล่าวถึงเหตุลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุลว่า ตนวิเคราะห์ว่าเป็นฝีมือของชนชั้นปกครองระดับสูงของรัฐ ที่มีทั้งรัฐบาล อำมาตย์ ทหาร และตำรวจ เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ เทียบเคียงได้กับเหตุการณ์ยิงถล่ม เสี่ยจิวนาย จุมพล สุขภารังษี อดีตผู้มีอิทธิพลชื่อดังของเมืองชลบุรี และนาย แคล้ว ธนิกุล อดีตเจ้าพ่อเมืองกรุงเทพฯ เพราะเป็นการยิงถล่มด้วยอาวุธสงครามที่ครบเครื่องเหมือนกัน ยืนยันได้ว่ามือปืนที่ลงมือยิงถล่มนายสนธิครั้งนี้ไม่ธรรมดา

ทหารยังยิงไม่ได้อย่างนี้เลย นี่ยิงเป็นซีรี่ส์ ผมคงชี้ชัดไม่ได้ว่าใครยิงนายสนธิครั้งนี้ เพราะเท่าที่รู้มีคนจองกฐินมาก เพราะนายสนธิด่ากราดไปหมดทั้งพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ท่านผู้หญิงวิริยา ชวกุล ช่วงหลังนายสนธิเหิมเกริมมาก โชคดีที่รอดชีวิตได้ เพราะมีแต่อาวุธปืนเอ็ม 16 และปืนอาร์กา ถ้ามีจรวดอาร์พีจียิงถล่มรับรองไม่รอดแน่ แต่เป็นเพราะนายสนธิทำบุญไว้เยอะ เลยรอดมาได้พล.ต.ขัตติยะกล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พรรคพวกของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงขันฆ่านายสนธิ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ไม่ใช่มือซีกพ.ต.ท.ทักษิณทำแน่นอน เพราะพ.ต.ท.ทักษิณนั้นรบกับกลุ่มอำมาตย์ ไม่ใช่นายสนธิ แต่นายสนธิเปิดศึกไปทั่ว และยังจาบจ้วง ดึงสถาบันลงมาด้วย และขอปฏิเสธว่าไม่ใช่ฝีมือเสธ.แดงแน่นอน เพราะตนเป็นคนไม่ฆ่าคนไทยด้วยกัน และที่ออกมานั้นเป็นการไล่ควายเท่านั้น ศัตรูของตนอยู่นอกประเทศ ไม่ใช่คนไทย

บทวิเคราะห์จากเสธ.แดง

ขณะที่ในกระดานข่าวเว็บไซต์เสธ.แดง หัวข้อ 10711 เล่าเรื่อง กองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงเจ็กลิ้มทางยุทธวิธี แล้วทำไมพลาดไม่ตาย... วันที่ 18 เมษายน 2552 [7] พล.ต.ขัตติยะ เสนอว่า

...ภาษาทหารเรียกการ OPERATION เจ๊กลิ้ม ครั้งนี้ทำไมผิดพลาด

เมื่อถึงหน้าวัดเอี่ยม รถปิคอัพเร่งเครื่องเข้าใส่บนหลังรถตู้ของเจ็กลิ้ม จากนั้นคนบนรถหลังกะบะ อย่างน้อย 4 คน มีอาวุธประจำกาย (ภาษาทหาร) ประกอบด้วย

คนที่ 1....

พลยิงเอ็ม 16 ใช้ปืนขนาด 5.56 มิลลิเมตร หรือ .223 นิ้ว เป็นปืนไอ้กันใช้ในสงครามเวียดนามตั้งแต่ปี 2509 ลำกล้อง 6 เกลียวเวียนขวา ยิง ไกล 2653 เมตร ยิงหวังผล 460 เมตรลงมา ซองสั้นบรรจุกระสุน 20 ซอง ยาว 30 นัด

คนที่ 2.....

พลยิง H.K 33 เป็นปืนเยอรมัน แต่ผลิตในไทย กองทัพบกซื้อลิขสิทธิ์มา ผลิตเอง ใช้ชื่อ ปลยอ.11 (เป็นเล็กยาวอัตโนมัติ 11 หมายถึงปี 2511เราเริ่ม ผลิต) ใช้กระสุนเหมือนเอ็ม 16 แต่ไม่ได้ทำงานด้วยแก๊ส ทำงานด้วยแรงสะท้อน ถอยหลังเวลาป้อนกระสุนนัดใหม่ แมกยาวบรรจุได้ 40 นัด เกลียวเวียนขวา เหมือนกันเวลารีดลูกให้แม่น

ทำไมตำรวจรู้ว่าเป็นปืนยาวเอชเค 33 เพราะปลอกกระสุนของเอชเค เมื่อยิงแล้วคัดปลอก จะเบี้ยวบุบเพราะชนรังเพลิงบุบทุกลูกเวลาคัดปลอก

คนที่ 3.....

พลยิงอาก้า AK 47 เป็นปืนผลิตในประเทศรัสเซีย และให้จีนแดงผลิต ด้วยตอนสมัยยังดีกัน เป็นสัญลักษณ์ของปืนผู้ร้าย ลูกโตกว่า เอ็ม 16 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร หรือ .30 นิ้ว น้ำหนักเยอะกว่า เอ็ม 16 คือ เกือบ 4 โล แม๊กใส่กระสุนได้ 30 นัด ลำกล้อง 6 เกลียวเวียน ซ้าย พวกคอมมิวนิสต์ก็กวนตีนทำตรงข้ามไอ้กันสมัยนั้น มึงเวียนขวากูเวียน ซ้าย ปืนอาก้าเอาลูกเอ็ม 16 ยิงไม่ได้ เหมือนพวกปัญญานิ่มแสนรู้เขาคุยกัน นะจ๊ะ

ที่เห็นรูโตๆ บนกระจกด้านหน้านั้นลูกอาก้าส่วนใหญ่ คาดว่าเอ็ม 16 ใช้ยิงยางรถโดยเฉพาะ

คนที่ 4....

พลยิงเอ็ม 79 ภาษาทหารเรียก เครื่องยิงลูกระเบิดสังหารบุคคล ขนาด กว้างปากลำกล้อง 40 มิลลิเมตร ยิงไกลสุด 375 เมตร หวังผลเป็นจุด 150 เมตรลง มา ถ้ายิงใครต้องอยู่ห่างอย่างน้อย 30 เมตรกันกระเด็นโดน เพราะสะเก็ด กระเด็นตายเรียบระยะ 5 เมตร และเมื่อลูกออกจากปากลำกล้อง อย่างน้อย ต้อง 5 เมตร ถึงทำงาน

ดังนั้นเมื่อรถปิคอัพไล่ยิงรถสนธิ พลยิงยิงเอ็ม 79 ยิงใส่กระจก หลังแตก ลูกตกลงในรถไม่ระเบิด สนธิถึงไม่ตาย และใช้อาวุธผิดประเภท เพราะ ปืน เอ็ม 79 ควรใช้ยิงอยู่กับที่ ใช้บนรถไล่ยิงทำให้คำนวณระยะทางผิดและยิง ยาก จึงหลุดไปตกในรถเมล์อีก 1 นัด นอกจากเข้ากระจกหลังรถตู้เจ็กลิ้มแตก แล้ว

จากนั้นรถปิคอัพจึงแซงซ้าย ปาดเฉียงมาหน้ารถยิงซ้ำ แต่เนื่อง จากไม่ใช่มืออาชีพแต่เก่ง ยิงแม่น เพราะฝึกมาดีเกินไป พลแม่นปืน จึงไม่ยิง สะเปะสะปะแบบมือปืนเอ็ม 16 ยิงยาง ตอนแซงแม่นมาก ช่วงรถแซงก็ต้องยิงข้างรถ พรุนหมด ฝึกมายิงตัวคนจึงยิงแต่กระจก ไม่คิดว่ายิงเข้าข้างรถความแรงของ หัวกระสุนเหล็กกระเด็นใส่คนดีกว่าเยอะ

เมื่อรถปิคอัพตั้งลำหน้ารถตู้ได้ พลแม่นปืนแท้ๆ คือคนยิงอาก้าซึ่งยิงแม่นมาก ไม่ได้ยิงออโต้เพราะทางทหารห้ามยิงออโต้ ต้องยิงทีละนัด หรือซิมิ ใครยิงออโต้ ถูกตบฟันร่วง ถือว่ายิงนกตกปลา เปลืองกระสุน พลยิงอาก้ายิงเป็นจังหวะตามแบบฝึกครั้งละ 2 นัด ขนาดรถวิ่ง จะเห็นว่าปลอก กระสุนกับกระสุนที่เข้ากระจกและตัวถังโดนทุกเม็ดยอดเท่ากัน

และกระสุนอาก้าทุกนัดที่เข้ากระจกจะเป็นเม็ดคู่ ขอบอก แม่ง... ยิงแม่นฉิบหาย และมี 4 นัด ยิงเรียงกันเป็นแถวตรงใต้ที่ปัดน้ำฝน

คนที่ 5 และ ที่ 6

ถือคาบินปืนยาวชื่อเอ็ม 1 ขนาด 7.6 มิลลิเมตร หรือ .30 นิ้ว แต่ กระสุนเล็กกว่าอาก้านิดเดียวคงอยู่หน้ารถกับพลขับ คุมเชิงพระปืนเบา คล่อง ตัว หนักแค่กิโลกว่า

เจ็กลิ้มไม่ตายเพราะคนยิงเก่งเกินไป แม่นเกินไป เหมือนคนเรียนเก่งเวลาเอาไปบริหารงาน บริษัทราชการเจ๊งหมด เก่งเกินไปมันตู้ เคยเป็นแต่ หัวหน้าห้อง ให้ยิงทะลุกระจก ก็ยิงทะลุกระจก ไม่รู้จักมั่วดัดแปลง ป่านนี้คงทะเลาะกันฉิบหายคนขับกับคนยิง เจ็กลิ้มไม่ตาย

ยิงงานนี้ไม่ได้เงินด้วย ยิงตามคำสั่ง ของชนชั้นปกครอง ไม่ใช่มือปืนรับจ้างใช้มอเตอร์ไซด์ และงานอย่างนี้ไม่รับ

หลังจากรถจากไปเปลี่ยนป้ายทะเบียน เปลี่ยนรถ ลำเลียงอาวุธย้อนกลับมาเก็บ คนถ่ายไปอีกคัน บนถนนที่ประกาศภาวะฉุกเฉินหนีสบายกว่า เพราะใช้รถหลวงเช่นรถตำรวจ-ทหาร...

พล.ต.ขัตติยะ ยังตั้งกระทู้แสดงความเห็นในเว็บบอร์ด saedang.com ต่อเรื่องลอบยิงนายสนธิ อีกหลายกระทู้ รวมทั้งวิเคราะห์ 3 สาเหตุที่ทำให้นายสนธิถูกลอบยิงด้วย

(3) พันธมิตรฯ (เสื้อเหลือง)

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เชื่อการชุมนุมใหญ่ลดรูปลงเป็นกองจรยุทธ์

หลังนายสนธิถูกยิง ก็มีปฏิกิริยาตามมาโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเช่นกัน โดยมีประชาชน และบุคคลสำคัญหลายวงการไปลงชื่อในสมุดเยี่ยมนายสนธิ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว ในเวลา 14.40 น. วันที่ 17 เมษายน แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เหลือ และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้แถลงที่บ้านพระอาทิตย์ [8]

โดยนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กล่าวว่า การจัดตั้งกองกำลังได้ลดรูปลงมาจากการชุมนุมใหญ่มาเป็นกองโจร อาศัยการรบแบบจรยุทธ์ กำหนดเป้าหมายแต่ละครั้งเป็นจุดๆ แล้วล่าถอยไป ซึ่งเป็นการลงทุนน้อย แต่ได้ผลตามเป้าหมาย ไม่ต้องทำโฆษณาการผ่านสื่อทีวี และสื่ออื่นๆ แต่มันสะท้อนว่าประเทศนี้ไม่มีความปลอดภัยอีกแล้ว รัฐบาลใช้กฎหมายที่ให้อำนาจสูงสุดในการรักษาความปลอดภัยก็ยังเกิดเหตุ แสดงว่า มีกลไกรัฐบางอย่างไม่ทำงาน

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นการประกาศภาวการณ์ใช้อำนาจรัฐเต็มที่ในการระงับ เหตุร้ายในบ้านเมือง แสดงว่า ก็ยังใช้ไม่ได้ เพราะกลไกรัฐบางส่วนโดยเฉพาะทหารและตำรวจไม่ทำงาน เป็นไปได้อย่างไร การประกาศภาวะฉุกเฉิน มีทหาร-ตำรวจประจำอยู่ทุกสี่แยก แต่ให้อาวุธสงครามผ่านเข้ามาได้อย่างหน้าตาเฉย และเป็นไปได้อย่างไรที่ทีวีวงจรปิดเสียหาย ไม่มีภาพปรากฏ แสดงว่า กลไกของรัฐสิ้นสภาพแล้ว เราจึงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงภายในกลไกของรัฐ โดยสนับสนุนภาวะผู้นำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปลี่ยนแปลงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ผู้อำนวยการข่าวกรอง สรุปคือ เปลี่ยนผู้รับผิดชอบหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกหน่วย ไม่เช่นนั้นนายกรัฐมนตรีเองก็อาจจะไม่รอด หลังจากนายกฯ ถูกคุกคาม 2 ครั้ง เลขาธิการนายกฯถูกกระชากลากถูลงมาจากรถ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง ก็โดน ขณะที่ผู้นำต่างประเทศที่มาร่วมประชุมต้องหนีกระเจิง

พันธมิตรฯ เชื่อสาเหตุมาจากการเมือง แต่ไม่ปักใจว่าใครเป็นผู้ลงมือ

นายสุริยะใส ได้อ่านสรุปความเห็นจากการประชุมของพันธมิตรฯ ข้อที่ 1 เราต้องประณามบุคคลที่ลงมือในปฏิบัติการลอบสังหารคุณสนธิ และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องที่อยู่เบื้องหลัง ว่าเป็นพฤติกรรที่ป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรม และเราปักใจเชื่อและมั่นใจว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุของความขัดแย้งทางการเมือง ก็คงไม่ต้องสาธยายกันว่าบทบาทของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล นอกจากในฐานะสื่อมวลชน และในฐานะแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกมายืนอยู่แถวหน้าในการต่อต้านระบอบทักษิณ และความไม่เป็นธรรมทางการเมืองใดๆ โดยเฉพาะการเมืองในระบบเก่า ฉะนั้นเราปักใจเชื่อว่ามีสาเหตุจากการเมือง

ข้อที่ 2 พันธมิตรฯ จะยังไม่ปักใจเชื่อว่าปฏิบัติการดังกล่าวใครอยู่เบื้องหลังและเป็นคนสั่งการ แต่จะให้โอกาสรัฐบาลในการดำเนินการโดยเร็ว เพื่อหาบุคคลที่เกี่ยวข้องและอยู่เบื้องหลังในปฏิบัติการครั้งนี้ แต่มีข้อสังเกตอยู่ 2-3 ประการที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการครั้งนี้ว่า อาจจะเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีอำนาจรัฐหรืออำนาจทางการเมืองบางกลุ่ม เพราะ

(1) ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นปฏิบัติการของบุคคลในเครื่องแบบ คนทั่วไป หรือซุ้มมือปืน คงไม่สามารถดำเนินการในช่วงที่กรุงเทพมหานครตกอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

(2) เป็นปฏิบัติการที่ท้าทาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างรุนแรง อย่างที่ท่าน อ.สมเกียรติ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กำลังทหาร ตำรวจ ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีอยู่หลายจุด อาจจะมากกว่าร้อยจุดเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าปล่อยให้ปฏิบัติการลอบสังหารคุณสนธิ โดยเฉพาะลอบยิงตั้ง 4-5 นาที เกิดขึ้นได้อย่างไร

(3) กล้องวงจรปิดตรงสี่แยกบางขุนพรหม เจ้าหน้าที่แจ้งว่าใช้การไม่ได้ ทุกครั้งก็จะเป็นอย่างนี้ที่มีการลอบยิงแกนนำ ลอบยิง ASTV ลอบยิงพันธมิตรฯ ในช่วงที่มีการชุมนุม กล้องวงจรปิดมักไม่ทำงานในช่วงที่มีการลอบทำร้ายพวกเรา

ข้อที่ 3 เราขอเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรี อย่าชะล่าใจ และอย่านิ่งนอนใจ เพราะกรณีดังกล่าวทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลด้วยในขณะเดียวกัน ว่ารัฐบาลชุดนี้อ่อนแอ และไม่อยู่ในฐานะที่จะคุ้มกัน ป้องกัน แกนนำ/บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง และพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ จากการบริหารงานแผ่นดินของท่าน ฉะนั้นนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัดดำเนินการ หาตัวผู้ปฏิบัติการลอบสังหารคุณสนธิ และบุคคลที่เกี่ยวข้องที่อยู่เบื้องหลัง แล้วรายงานให้พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะๆ และย้ำว่าในขณะเดียวกัน ตามข้อเสนอของ อ.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องจัดระเบียบกลไกรัฐ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งความล้มเหลวในการประชุมอาเซียนที่พัทยา การก่อจลาจลกลางเมืองหลวง ชี้ให้เห็นชัดเจนว่ากลไกรัฐไม่สนองตอบนโยบายของรัฐบาล ฉะนั้นท่านจะนิ่งนอนใจไม่ได้ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับแกนนำคนอื่นๆ บุคคลสำคัญของบ้านเมือง และพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ใช้สิทธิเคลื่อนไหวทางการเมือง

ข้อที่ 4 เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนของการเมืองระบบเก่า ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่พันธมิตรฯ ถูกกระทำ เราถูกลอบยิงนับครั้งไม่ถ้วนในระหว่างการชุมนุม 193 วัน ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ดอนเมือง ที่สุวรรณภูมิ ที่ ASTV หรือแม้กระทั่งมวลชนที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับเราหลายจังหวัด ถูกคุกคามทั้งทางตรง ทางอ้อม แต่ไม่มีความคืบหน้าในการจับตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการ และอีกหลายครั้งที่มีการข่มขู่คุกคาม แต่พวกเราเลือกที่จะไม่ให้ข่าวเท่านั้นเอง มีตลอดเวลา ผมยืนยันว่ามีตลอดเวลา ทุกคนก็โดนคุกคามตลอดเวลา แม้แต่ตอนนี้ก็เช่นกัน

ข้อที่ 5 อยากสื่อสารไปถึงพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก่อนอื่นต้องขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับพี่น้องประชาชนที่ทราบข่าวและไม่สบาย ใจ ให้กำลังใจคุณสนธิ ให้กำลังใจพวกเรา ก็อยากให้พี่นเองอย่าหวั่นไหว เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรอีกวันข้างหน้า แต่ว่าให้พี่น้องมีสติ อยู่ในที่ตั้ง และรอความคืบหน้าจากแกนนำ ซึ่งจะส่งสัญญาณกับพี่น้องเป็นระยะๆ โดยเฉพาะความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารคุณสนธิ เราไม่นิ่งนอนใจเด็ดขาด และถือว่าเป็นภาระของแกนนำที่จะต้องติดตามการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องให้หลักประกันว่าจากนี้ไปจะไม่มีใครเป็นเหยื่อของการเมืองแบบนี้อีก อย่างที่ท่านพยายามจะสร้าง

สุดท้าย ถ้าใครมีเบาะแส มีภาพถ่าย มีคลิปวิดีโอ ที่เกี่ยวข้องกับการลงมือลอบสังหารคุณสนธิ เมื่อเช้ามืด ให้ส่งแฟกซ์ หรือติดต่อมาที่ ASTV เพื่อเป็นประโยชน์ในการสะสางและดำเนินการกับคนที่เกี่ยวข้อง

จิตตนาถเผยสองกลุ่มได้ประโยชน์ถ้าสนธิตาย

จากความเห็นของพันธมิตรฯ ต่อมาเป็นความเห็นของบุตรชายของสนธิ โดยหลังการลอบยิงบิดาของเขาในช่วงเช้า ต่อมาใน เวลา 20.30 น. วันที่ 17 เมษายน นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ทางสถานี ASTV มีนางจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ เป็นผู้สัมภาษณ์ [9] โดยวันนี้เขายังมองว่าฝ่ายตรงข้ามกับสนธิ และฝ่ายที่เห็นว่าสนธิเป็นก้างขวางคอ เป็นฝ่ายลอบสังหาร

โดยเขาตำหนิการนำเสนอของของช่อง 11 ว่า ค่อนข้างจะไม่เหมาะสม เพราะมีการแสดงแผนที่เส้นทางการเดินทางมาทำงานของนายสนธิด้วย และยังเสนอข่าวที่ไม่มีมูลความจริงว่า มีผู้หญิงนั่งมาในรถด้วย ซึ่งคนที่เสนอข่าวแบบนี้ถือว่าเป็นพวกแอบแฝงและนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้สั่งสอบสวนเรื่องนี้แล้ว

นายจิตตนาถ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการลอบสังหารนั้น การที่ตำรวจตั้งประเด็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวกับเรื่องการเมืองนั้น ตนขอฟันธงว่าเป็นเรื่องการเมืองเพียงประเด็นเดียว เพราะเรื่องส่วนตัวนั้น นายสนธิไม่เคยบาดหมางกับใคร มีแต่ให้อภัยและช่วยเหลือผู้อื่นตลอดเวลา ส่วนเรื่องธุรกิจก็ไม่มี

ที่เชื่อว่าเป็นเรื่องการเมืองนั้น เนื่องจากการมีชีวิตหรือเสียชีวิตของนายสนธิจะก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อ คนบางกลุ่ม อย่างไรก็ตามในเวลานี้อาจจะยังระบุตัวผู้บงการไม่ได้ แต่เรามองได้ว่าหากนายสนธิเสียชีวิตใครจะได้ประโยชน์บ้าง ซึ่งก็น่าจะเป็น 1.กลุ่มการเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม และ 2.กลุ่มการเมืองฝั่งที่มองว่านายสนธิเป็นก้างขวางคอเขา

บอกมี ทีมล่าสังหารพ่อต้องเปลี่ยนที่นอนทุกคืน เปลี่ยนเส้นทางเดิน

สำหรับกลุ่มแรกนั้นเพิ่งออกมาก่อความวุ่นวายในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา พวกเขาประกาศว่าจะทำให้เกิดสงครามประชาชน มีการยุยงให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้เกิดการประทะกันระหว่างกลุ่มประชาชนตลอดเวลา โดยที่รัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมดูแลได้จนอำนาจรัฐต้องหมดไป ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วหรือเจรจาต่อรองกันใหม่ นี่คือกลุ่มที่ 1 ซึ่งมีข่าววงในจากผู้หลักผู้ใหญ่ว่าในช่วงการปฏิบัติการของกลุ่มนี้ ให้ระมัดระวังตัว เพราะเขามีทีมล่าสังหาร มีการเตือนมาตลอด จนนายสนธิต้องเปลี่ยนที่นอนเกือบทุกคืน และเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางประจำ

โชคดีที่ช่วงที่เกิดจลาจล นายสนธิไม่โดนทำในตอนนั้น นายสนธิโชคดีที่บอกพี่น้องอย่างเด็ดขาดว่าไม่ต้องออกมา เพราะจะเป็นเครื่องมือเขา อย่าไปปะทะกับเขา ให้เขาจัดการกันเอง ซึ่งถ้าหลงกลออกไปก็จะล่อให้เสื้อเหลืองกับเสื้อแดงประทะกัน

นายจิตตนาถ กล่าวต่อว่า ความปลอดภัยของนายสนธิ หรือแกนนำหรือใครก็แล้วแต่ที่จุดชนวนความโกรธแค้นได้ เขาจะมุ่งไปตรงนั้น ซึ่งนายสนธิ เป็นเป้าใหญ่ เพราะมีคนชอบฟังพูดนายสนธิการเมืองมาก ซึ่งช่วงชุมนุมนายสนธิก็รอดมาได้ จนการประท้วงจบไปแล้ว แต่หลังจากนั้น คนกลุ่มนี้ก็ยังมีส่วน เพราะเขาประกาศว่าจะเล่นสงครามใต้ดิน ให้เกิดปัญหากับสวัสดิภาพของประชาชน และแกนนำมวลชน ให้มันเกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีก เขาจะพลิกจากสถานการณ์ที่เป็นรองแล้วโหมมวลชนขึ้นมาใหม่ ถ้ามวลชนพันธมิตรลุกขึ้นมาอีก ก็จะเกิดสงครามมวลชนระหว่างเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง ทหารก็จะออกมาปราบทั้ง 2 กลุ่ม ให้นองเลือดก็จะเหมือนพฤษภาทมิฬ ตามที่เขาต้องการ กลุ่มเสื้อแดงจากที่ตกเป็นรองก็ไม่เป็นรองแล้ว

นี่คือกลุ่มๆ หนึ่ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าใคร แต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ก็น่าจะโยงกับนักโทษชาย หรือว่าลูกสมุนทั้งหลายที่แฝงตัวอยู่ เพราะกลุ่มๆ นี้จะรู้จักกับนายทหารนอกราชการ นายทหารที่แตกแถวอย่างดี เป็นกลุ่มมือสังหาร ดูการลงมือ เป็นการลงมือของคนที่เทรน (ฝึก) มาอย่างดี อาวุธสงครามมีทั้งเอ็ม 16 อาก้า เอชเค. ซึ่งการยิงปืนพวกนี้ถ้าไม่ใช่มืออาชีพ ยิงสักพักกระสุนมันจะกระจาย คุมไม่อยู่ แต่เป้าจากรถที่เราเห็นกระสุนมันรวมกลุ่มกัน แล้วยังมีเอ็ม 79 อีก คือกะจะยิงให้ระเบิด เอาให้ยังไงก็ไม่รอด เพราะฉะนั้นมีกองกำลังที่เราทราบๆ กันอยู่ เทรนกัน หรือว่าอาจจะมีนายตำรวจฝักใฝ่ที่ไม่ดีหลายคน ก็ยังอยู่ในกลุ่มแก๊งนี้ ซึ่งเป็นไปได้ กับทีมนี้

นายจิตตนาถ มองว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีการเตรียมตัวกันมาอย่างดี เช่น กล้องวงจรปิด มันมาเสียก่อนเกิดเหตุ 1 วัน เพราะฉะนั้นมันสามารถเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มมีส่วน

สำหรับกลุ่มที่ 2 ที่จะได้ประโยชน์ คือ กลุ่มที่ใส่เกียร์ว่าง การเมืองไทยแบ่งเป็นหลายก๊ก ช่วงกลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนไหวจะมีทหารผู้ใหญ่บางคนที่มีอำนาจสั่งการได้ ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับรัฐมนตรีบางคน และรัฐมนตรีก็อาจจะเป็นญาติพี่น้องกับตำรวจใหญ่บางคน ซึ่งเราก็จะเห็นว่า ในระหว่างที่เสื้อแดงเคลื่อนเขาให้ทหารและตำรวจใส่เกียร์ว่าง ก่อนที่จะมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หน่วยบังคับบัญชาของเขาใสเกียร์ว่างหมด ไม่ว่าจะเป็นที่พัทยาหรือที่กรุงเทพใส่เกียร์ว่างหมด

ถามว่า ทำไมถึงใส่เกียร์ว่าง ข่าวที่ผมได้มาลึกๆ ก็คือว่า คนพวกนี้ร่วมมือกับนักการเมือง ที่เคยรับใช้นักโทษชายอยู่และไปจัดตั้งคนเสื้อนำเงิน ใช้มวลชนสีน้ำเงินออกหน้าแทน เพื่อที่จะเป็นชนวนให้เกิดการตีกันมาเล่นละครกัน หลังจากนั้นก็ไปแอบจับไม้จับมือกัน ขอโทษขอโพย มวลชนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยจริงๆ และรักสันติ แต่มันจะมีมวลชนประเภทจัดตั้ง มวลชนจัดตั้งทั้งเสื้อน้ำเงินเสื้อแดงมันเป็นแก๊งกวนเมืองเหมือนกันเพราะมัน เคยทำงานด้วยกันมาก่อน

ก็เกิดกรณีที่ทหารใหญ่บางคนที่มีกุนซือเป็นรัฐมนตรีบางคนกดดันให้ นายอภิสิทธิ์ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เพราะว่า 1.คุณอภิสิทธิ์ไม่เหมือนผู้บังคับบัญชา หรือนายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ คุณอภิสิทธิไม่ได้เอาใจ ไม่ได้พินอบพิเทา คือสั่งงานแบบการสั่งงานจริงๆ นายกฯ คนก่อนถ้าหารอยากได้งบก็เซ็นให้เลยเอาใจเป็นพิเศษไม่งั้นปฏิวัติ แต่นายอภิสิทธิ์ไม่ทำอย่างนั้น นี่คือความไม่พอใจเรื่องนี้

นายจิตตนาถ กล่าวต่อว่า เรื่องที่สอง มีข่าวมาว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งไปอยู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นไป แต่ไม่มีอำนาจ อาจต้องปลดนายตำรวจบางคนที่เกี่ยวข้องกับ 7 ตุลา หรือเกี่ยวข้องการจัดซื้อบางอย่าง มันจึงเป็นสี่เหลือมอำนาจใหม่ คือ ทหาร รัฐมนตรี ตำรวจและนักการเมือง ขึ้นมา ตรงนี้กดดันให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภา เพราะว่า คีย์แมนคือนายทหารใหญ่ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ ตำรวจผู้น้องก็ยังอยู่ในตำแหน่งต่อจนเกษียณ เพราะฉะนั้นไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนไปอย่างไร ขั้วอำนาจที่สามารถใช้อำนาจได้โดยไม่ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็อยู่ที่ 2 คนนี้ ทุกคนก็วิ่งหาเขา เขาก็สามารถวางรากฐานได้

ทั้งนี้ หากยุบสภา นักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังเสื้อน้ำเงินจะได้เปรียบ เพราะม็อบเสื้อแดงเสียงรังวัดไปมากจากการม็อบที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ยิ่งมีการดึงสถาบันเบื้องสูงลงมาประชาชนรับไม่ได้ พอมีเสื้อน้ำเงินขึ้นมา เขาก็จะบอกว่าเขามาแทนที่ตรงนี้แล้ว พอมีการเลือกตั้ง พื้นที่อีสานพื้นที่เหนือก็เปลี่ยนจากแดงเป็นน้ำเงิน สปอนเซอร์ก็กล้าสนับสนุน เพราะว่าไม่ล้มเบื้องสูง มาสนับสนุนได้เต็มที่ เสื้อแดงจบไปแล้ว ผลที่ออกมาจะวินๆ ด้วยกันทั้งหมด ทั้งนักการเมือง รัฐมนตรี ตำรวจ ทหาร

โดยเฉพาะตำรวจทหารบางคนเกลียดคุณสนธิมาก เพราะคุณสนธิให้ความรู้กับคน ไปเปิดโปงความสัมพันธ์ของคนเหล่านี้ ไปเปิดโปงแผนของเขาทั้งหมด คนพวกนี้ก็โดนบล็อกไปทีละขั้นๆ แล้วก็อาจมีรองนายกฯ บางคนอาจมีความรู้สึกว่าพึ่งพากับคนพวกนี้ได้ พอคุณสนธิเริ่มไปเปิดโปง เริ่มไปอะไร บารมีของตัวเองก็เริ่มจะลดลง สรุปว่า เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณสนธิ กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ ก็คือ 1.กลุ่มเสื้อแดง 2.กลุ่มสี่เหลี่ยมอำนาจใหม่

มีผู้ใหญ่เตือนเรื่องลอบสังหาร

นายจิตตนาถกล่าวต่อว่า มีผู้ใหญ่มาเตือนนายสนธิเรื่องจะโดนลอบสังหารบ่อยมาก จนต้องมีการเปลี่ยนที่นอนทุกวัน อย่างไรก็ตาม แม้ล่าสุดจะถูกลอบยิงนายสนธิยังคงยืนยันว่า จะมาจัดรายการ Good Morning Thailand ทางเอเอสทีวีทุกเช้า เพราะนายสนธิพูดเสมอว่าหน้าที่ของสื่อต้องมีความซื่อสัตย์ เสียสละ และกล้าหาญ การทำหน้าที่ในสถานการณ์แบบนี้คือความเสียสละและกล้าหาญ นายสนธิจึงต้องเตือนอยู่เสมอว่าพี่น้องเสื้อเหลืองอย่าแตกแถว ต้องอดทน และวิเคราะห์กระชากหน้ากากพวกใส่เกียร์ว่างทั้งหลาย ซึ่งความเห็นของนายสนธิก็มีผลหลายเรื่อง เห็นได้ชัดจากการทำงานของนายกฯ ซึ่งนายอภิสิทธิ์อาจมีวิจารณญาณของตัวเอง แต่หลายอย่างก็ตรงกับทนายสนธิ นี่คือเหตุผลว่าทำไมนายสนธิไม่หยุด เพราะเป็นหน้าที่ เป็นจิตสำนึกที่ต้องทำ

นายจิตตนาถ กล่าวอีกว่า นอกจากนายสนธิแล้ว แกนนำพันธมิตรฯ อีก 4 คน ก็ตกเป็นเป้าหมด ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง นายกษิต ภิรมย์ เป็นเป้าทั้งนั้น อะไรที่ปลุกระดมคนได้ คนที่ไม่เป็นเป้าคือพวกเกียร์ว่างเท่านั้น เพราะไม่มีใครห่วง

ทั้งนี้เอเอสทีวีจะอยู่ต่อไปหรือไม่หากไม่มีนายสนธินั้น นายจิตตนาถกล่าวว่า ถ้าเรามีสื่อทุกสื่อตื่นขึ้นมาหมด มาทำหน้าที่ให้แสงสว่างกับสังคมด้วยควากล้าหาญ จะมีหรือไม่มีเอเอสทีวีก็ได้ แต่ถ้าทุกคนมีจิตใจแบบนี้ แม้ไม่มีนายสนธิ ตนก็ยังบริหารแบบนี้อยู่ เราจะไม่เหมือนสื่อบางช่องอย่างทีวีไทย ที่กลายเป็นทีวีเอ็นจีโอ พวกริบบิ้นขาว หรือเป็นเสื้อแดงจอมปลอม เสื้อแดงทำรุนแรง ประกาศจะเล่นเกมใต้ดิน ก็ไม่เห็นพูด

นอกจากนี้ นายจิตตนาถยืนยันว่า หากไม่มีนายสนธิ คนเสื้อเหลืองก็ยังคงมีอยู่ต่อไป เพราะนายสนธิได้สร้างเมล็ดพันธุ์ไว้แล้ว ถ้าตาย 1 ก็จะเกิด 100 ตาย 100 ก็เกิด 10,000 ตนก็ยังสืบทอดปณิธานตรงนี้อยู่ คนตัวเล็กๆ หลายคน ก็สามารถรวมพลังกันได้ เพราะเครือข่ายทั้งหลายมันจุดติดแล้ว

จำลองเชื่อกำจัดสนธิทำสองสีลุกฮือ กลุ่มที่สามจะฉวยโอกาส

และการจัดเวทีคอนเสิร์ตการเมืองครั้งที่ 6 ที่ จ.ภูเก็ต ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ดำเนินต่อไป และประเด็นการลอบสังหารนายสนธิ ก็เป็นประเด็นที่ผู้ชุมนุมหยิบยกขึ้นมาอภิปราย และทิศทางความเห็นเริ่มเห็นว่าการลอบสังหารสนธิ เพื่อยั่วยุให้มวลชนสีเหลือง-สีแดง ปะทะกัน และจะมีมือที่สามฉวยโอกาสรวบอำนาจ

โดยนายปานเทพ พัวพงพันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล คนบงการคงจะคาดหวังว่าการจัดงานคอนเสิร์ตการเมืองคงจะหวั่นไหว จนต้องเลื่อน หรือยุติลง แต่งานนี้ยิ่งทำให้พลังเสื้อเหลืองได้แสดงพลังเข้มแข็งเข้ามาร่วมงานอย่างถล่มทลาย

ส่วน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่าสาเหตุในการลอบยิงนายสนธิไม่ใช่แค่ขัดแย้งทางการเมือง เพราะถ้าหมายความเช่นนั้นหมายความว่าต่างฝ่ายต่างเห็นการเมืองเป็นคนละอย่าง

แต่สาเหตุจริงๆ มาจาก 1.นายสนธิเป็นตัวการสำคัญในการปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทำให้ต้องการกำจัดเพราะมั่นใจว่า ถ้าเกิดเหตุคุณสนธิถึงแก่ชีวิตคนเสื้อเหลืองจะลุกฮือ คนเสื้อแดงก็จะเข้ามาปะทะ และเกิดกลุ่มที่สามฉกฉวยโอกาสปฏิวัติควบคุมอำนาจเพราะอ้างรัฐบาลควบคุม สถานการณ์ไม่ได้ แต่ได้เกิดปาฏิหาริย์ทำให้คุณสนธิรอดมาได้

"ส่วนสาเหตุที่ 2. การเมืองภาคประชาชนเติบโตและเดินหน้า มีคนรู้เรื่องการเมืองมากมายมารวมกลุ่มกันซึ่งไม่เคยมีครั้งไหนเกิดขึ้นใน ประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะมีคุณสนธิ เป็นศูนย์กลางในการเริ่มต้นรวบรวมคนทั่วประเทศ ถ้าขาดเขาสักคนหนึ่งคงคิดว่าพันธมิตรฯ จะอ่อนระโหยโรงแรง และไม่มี ASTV เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน [10]

สำราญเชื่อมีบางศูนย์อำนาจต้องการทำลายล้างแดง-เหลือง เพื่อตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ

เวลา 19.05 น. วันที่ 18 เมษายน นายสำราญ รอดเพชร [11] พิธีกรสถานีข่าว ASTV ปราศรัยที่คอนเสิร์ตการเมืองครั้งที่ 6 ที่ จ.ภูเก็ต บนเวทีว่า มีความพยายามของบางกลุ่มที่เป็นศูนย์ อำนาจต้องการทำลายทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลือง เพื่อจะตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจขึ้นมา แกนนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงไม่ต้องการตกเป็นเครื่องมือ เพราะมิฉะนั้นจะมีคนไทยฆ่ากันตายจำนวนมาก

มีการออกแบบอำนาจอย่างนั้นจริงๆ ผมและหลายๆ คนเชื่ออย่างนี้ รัฐบาลก็น่าจะระแคะระราย แต่ใครจะเป็นศูนย์อำนาจนั้นผมไม่อยากโดนเอ็ม 16 ตรงเวทีนี้ เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องพึ่งจมูกคนอื่นหายใจจึงมากขบเหลี่ยมกัน อยู่ ไม่มีใครเป็นตัวของตัวเองเพราะโครงสร้างต่างๆ ยังซ้อนและผสมกันอยู่ แม้แต่นายเนวิน ชิดชอบ ก็ยังไปปรากฏตัวในงานอาเซียนซัมมิตได้นายสำราญกล่าวต่อและว่า

ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่การล้อเล่น แต่เอากันถึงตาย ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะเลือกและจัดการอย่างไร และเป็นที่น่าเสียดายว่ารัฐบาลก็ยังไม่มีความกล้าหาญที่จะปรับโครงสร้างด้าน ความมั่นคงหลังจากปล่อยให้การประชุมอาเซียนซัมมิตล้มลงต่อหน้าต่อตา มีการใช้ความรุนแรงท้าทาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ โดยลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แต่สุดท้ายก็แต่งตั้ง พ.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ รับผิดชอบคดี ตราบใดที่ยังไม่กล้าและเข้มแข็งพอบ้านเมืองก็จะอยู่อย่างลำบาก

ลูกสนธิแฉมีผู้ต้องการสร้างฐานอำนาจใหม่แบบเกสตาโปอันตรายไม่แพ้เสื้อแดง

เวลา 20.15 น.วันที่ 18 เมษายน นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล [12] ลูกชายคนเดียวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้โฟนอินมายังเวทีคอนเสิร์ตการเมือง ครั้งที่ 6 ที่จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผมถือโอกาสนี้เป็นโฆษกส่วนตัวแทนคุณพ่อที่จะรายงานอาการให้ได้ทราบกัน โดยล่าสุดผมเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล อาการของคุณพ่อดีขึ้นมาก ถอดสายน้ำเกลือแล้ว แต่เวลาลุกขึ้นจะเวียนหัวเล็กน้อย ต้องให้ยาเพื่อกันชัก และพูดจาได้ มีสติ และดุด่าลูกได้อยู่

นายจิตตนาถกล่าวตอนหนึ่งว่าแม้อาการของนายสนธิดีขึ้นอะไรอะไรจะราบรื่น เพราะมีคนร้ายอยู่ข้างหลัง พี่น้องอย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะนายสนธิยังเป็นเป้าหมายของการมุ่งหมายทำลายอยู่ แม้ว่าเสื้อแดงจะไม่เคลื่อนไหวแล้วก็ตาม แต่จากการวิเคราะห์แล้วพบว่าสงครามเป็นรูปแบบใหม่กำลังจะเกิดขึ้น มีการจรยุทธ์โดยกลุ่มผู้ต้องการสร้างฐานอำนาจใหม่ที่ดำเนินแบบเกสตาโป ซึ่งมีความอันตรายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากลุ่มเสื้อแดง

การดำเนินการของเขาวางอำนาจ 2 ลักษณะ คือ มีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น เช่น ปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งได้มีการวางตัวไว้แล้ว และว่ากันว่ามีรัฐมนตรีคนหนึ่งที่ต้องการจะได้ครุฑตัวที่สอง ซึ่งบังเอิญพัวพันกับเหตุการณ์ที่พยายามสังหารองคมนตรีอีกด้วย โดยสร้างกลุ่มล่าสังหาร สังเกตได้ว่าจะมีข่าวมือปืนเตรียมก่อเหตุและความรุนแรงในหลายที่ ทำให้การสืบสวนของตำรวจกลายเป็นเรื่องโจ๊ก ว่าไม่เกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายสนธิพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง

ลักษณะต่อมาคือ สร้างสถานการณ์ยุบสภา ทำให้อำนาจทหาร ตำรวจ คนใส่เสื้อแดงพร้อมที่จะเปลี่ยนมาเป็นเสื้อน้ำเงินได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้วางแผนมานานหลายขั้น และเอาชีวิตของนายสนธิ, นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ เป็นเครื่องสังเวย ว่ากันว่าเหตุการณ์ที่เกิดที่กระทรวงมหาดไทยในครั้งนั้นทหาร ตำรวจ ที่ใส่เกียร์ว่างเพื่อต้องการเอาชีวิตนายอภิสิทธิ์ จากเหตุการณ์คราวนั้น และให้มวลชนเสื้อแดงเป็นแพะรับบาป เราจะเห็นได้ว่านักการเมืองที่แปรพักตร์มาถ้าไม่มีความมั่นใจ ฝ่ายไหนมีอำนาจ ก็จะไม่กล้าหักหน้านายตัวเอง ใช้ประชาชนกลายเป็นเครื่องมือให้ก้าวมาเป็นใหญ่ แต่บังเอิญนายสนธิรู้ทางพวกเขาจึงต้องการจะหยุดเพื่ดลดพลังเสื้อเหลืองลง

กลุ่มอำนาจใหม่นี้กำลังล้อมรั้วทหาร ชั้นนอกล้อมไม่ให้ นช.ทักษิณ เข้ามาได้ ส่วนชั้นในก็ล้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เราจะสามารถแหกด่านแก้ไขบ้านเมืองได้ โดยไม่ให้ประชาชนกลายเป็นตัวประกัน แต่จะผิดถูกอย่างไรผมขอพูดในนามส่วนตัวที่มีการวิเคราะห์ และอยากให้ประชาชนจับมือกันไว้ เวรกรรมมีจริงและจะตามทันคนชั่วเข้าสักวัน

นายจิตตนาถกล่าวในตอนท้ายว่า กรณีลอบสังหารนายสนธิ มีทีวีที่เป็นกลุ่มเดียวกับคนกลุ่มนี้ บางช่องพยายามดิสเครดิสว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ชู้สาว สอดรับกับคำให้สัมภาษณ์นายทหารใหญ่คนหนึ่งที่บอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิด ขึ้นได้กับทุกคน แล้วยังสั่งการให้ พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับนายสนธิ และพันธมิตรฯ เข้ามาดูแลคดี แล้วจะจับคนร้ายได้อย่างไร นี่คือความพยายามของกลุ่มเกสตาโป และสุดท้ายนี้พี่น้องพันธมิตรจะต้องรวมตัวกันไว้เป็นกลุ่มก้อน

พิภพบอกนอกจากสนธิแล้วสุริยะใสก็ตกเป็นเป้าสังหาร

ไม่รู้ว่าเป็นการปั่นราคาแกนนำขึ้นไปหรือไม่ เพราะนายพิภพ ธงไชย [13] แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่านอกจากสนธิแล้ว สุริยะใส กตะศิลา ก็เป็นเป้าหมายในการฆ่าเช่นกัน เพื่อสร้างความวุ่นวาย โดยเขากล่าวว่า จากข่าวที่ทราบมาเขาต้องการฆ่าพร้อมกัน 2 ส. อีก ส.คือ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ โดยกะจะฆ่าพร้อมๆ กัน หากสำเร็จก็จะฉวยโอกาสปิดเอเอสทีวี เพื่อให้พี่น้องพันธมิตรฯ ลุกฮือออกมาก่อความวุ่นวาย แต่แผนนี้ผิดพลาด และทราบว่ามีแผนจะฆ่าคนต่อๆ ไปอีก แต่พวกเราไม่กลัว เพราะใครที่ผ่าน 193 วันมาแล้ว ย่อมปราศจากความกลัว เราผ่านมาแล้ววันที่ 7 ตุลาฯ ผ่านเหตุการณ์ที่มีคนยิงเอ็ม 79 เข้ามามีคนเจ็บคนตายทุกวัน เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะฆ่าแกนนำแล้วปิดเอเอสทีวี เพื่อให้เรากลัวและออกมาก่อความมั่นวายนั้นอย่าหวังเลย เราไม่หวั่นไหว ไม่เคยตกหลุมกลลวงให้เกิดการเผาบ้านเผาเมือง เพราะเราเคยผ่านการเรียนรู้ด้วยสติปัญญาจากการชุมนุมมาก่อน และยังสั่งสมเตรียมพร้อมสร้างการเมืองใหม่อีกด้วย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พยายามแยกเสื้อแดงแท้กับแดงเทียมออกจากกันระหว่างการชุมนุม แต่ไม่ได้พูดว่าการชุมนุมกลุ่มไหนจริงใจ กลุ่มไหนเป็นอันธพาล รับจ้างมาป่วนเมืองแล้วจัดการเป็นส่วนๆ ไป เพราะเราไม่ต้องการให้คนอย่างนักโทษชายทักษิณมายุยงให้แตกแยก แต่เรามียุทธศาสตร์ปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ล้างการเมืองเก่าที่ใช้ข้าราชการ นักการเมืองเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์นายพิภพ กล่าว

แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายทักษิณต้องการนำคนของเขาเข้ามาเพื่อแก้ไข กฎเกณฑ์ เปิดทางให้ตัวเองเข้ามาเสวยอำนาจและทรัพย์สินได้ ทั้ง 73,000 ล้าน และอีกเป็นแสนล้านที่ซุกซ่อนไว้ที่ต่างๆ โดยไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ทั้งการล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ผู้นำประเทศหนีกระเจิง ทุกประเทศเสียโอกาสที่จะหารือช่วยเหลือฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตของยุโรป อย่างน่าเสียดายและประเมินค่าไม่ได้เลย ทำให้สังคมโลกได้เห็นธาตุแท้ของ พ.ต.ท.ทักษิณว่าเป็นอย่างไร

นายพิภพกล่าวต่อว่า ยังโชคดีที่นายอภิสิทธิ์ตั้งหลักได้หลังจากนั้น จัดการกับกลุ่มเสื้อแดงไม่ให้ต่างประเทศมองเราเป็นตัวตลก แม้ว่านายอภิสิทธิ์จะดูเหมือนหุ่นเชิดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่ก็ตาม แต่เชื่อว่าความเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่จะสามารถลบคำครหานี้ มองนำหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพได้ด้วยการแสดงความเป็นผู้นำ ไม่มีสถานการณ์ใดที่จะเหมาะเท่ากับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการประชุมที่เมืองพัทยาได้อีกแล้ว และต้องสอบให้รู้ด้วยว่าใครอยู่เบื้องหลังการพยายามฆ่าตัวนายกรัฐมนตรี ถ้าใครทำงานไม่สนองการแก้ไขปัญหาก็ปลดและปรับเปลี่ยนได้เลย

นายพิภพกล่าวต่อถึงกรณีลอบสังหารนายสนธิอีกว่า มีผู้ใหญ่ในกองทัพบอกว่าเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะใครก็ได้มีอาวุธสงคราม ไม่น่าเชื่อว่าคำคำนี้ออกมาจากผู้บัญชาการทหารบก เราไม่ได้บอกว่าท่านเกี่ยวข้อง แต่ท่านต้องบอกว่าท่านจะรับผิดชอบอย่างไร อาวุธสงครามเหล่านี้ไม่ได้มาจากกลุ่มมาเฟียทหารและตำรวจใช่หรือไม่ ทำไมไม่พูดว่าจะร่วมมืออย่างเต็มที่ที่จะตรวจสอบเหตุการณ์นี้ และทำไมกล้องวงจรปิดต้องมาเสียก่อนเกิดเหตุด้วย นอกจากนี้ทำไม ให้ พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ มารับผิดชอบคดีนี้ ทั้งที่เป้นอริกับนายสนธิ และทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

ผมเชื่อว่าถ้าท่านใช้กลไกตามปกติคงจะสอบสวนไม่ถูก นายอภิสิทธิ์ต้องแสดงความเป็นผู้นำแก้ไขปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ต้องระวังอย่าตกหลุมพรางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนำไปสู่การยุบสภา เพราะพวกนี้เริ่มจะเคลื่อนไหวในสภาเพื่อปลดล็อกให้ 111 คน และ 109 คน เพื่อนำอำนาจเข้าหากลุ่มทักษิณอีกครั้งหนึ่ง ภาวะเช่นนี้ดีที่สุดที่นายอภิสิทธิ์จะต้องสกัดกั้น และแสดงความเป็นผู้นำในระดับประเทศและในสายตาโลกได้นายพิภพกล่าวทิ้งท้าย

(4) นปช. (เสื้อแดง)

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์เชื่อเสื้อแดงเดินตาม บอลเชวิก

ข่าวการยิงสนธิ บางกระแสก็มีการสงสัยว่าเป็นฝีมือของฝ่ายเสื้อแดงที่เพิ่งถูกรัฐบาลสลายการชุมนุมระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน ที่ผ่านมา แม้ทิศทางการประเมินของแกนนำพันธมิตรฯ ส่วนใหญ่จะเห็นว่ามีอำนาจที่ 3 ต้องการฉวยโอกาสรวบอำนาจ แต่แกนนำพันธมิตรฯ บางคน ที่มาจากประชาธิปัตย์ เช่น สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่พยายามตอกย้ำหลายครั้งทั้งช่วงการแถลงข่าวของแกนนำที่บ้านพระอาทิตย์เมื่อ 17 เมษายน ว่า ฝ่ายฝ่ายเสื้อแดงจะใช้การรบแบบจรยุทธ์ [14] และในคอนเสิร์ตการเมืองครั้งที่ 6 เมื่อ 18 เมษายนที่ภูเก็ต เขาก็ได้ย้ำอีกว่า

วันนี้สงครามประชาชนได้พัฒนาเป็นกองโจร ในรูปแบบพรรคบอลเชวิก มีการมุ่งก่อการร้าย มุ่งฆ่า เหลือเพียงการจับตัวประกันเท่านั้น เพื่อนำไปสู่การเจรจายกโทษที่เคยก่อไว้ทั้งหมด ยกเว้นคนใต้ที่รู้ทันนับจำนวนไม่เกิน 10 คนที่เข้ากลุ่มเสื้อแดง ถ้าพวกนั้นต้องการทำสงครามกับคนใต้ด้วยต้องขุดรูทำสงครามใต้ดินเพียงอย่างเดียว[15]

จตุพรเสียใจ สนธิถูกยิง ยันเสื้อเหลือง-เสื้อแดงต่อสู้กันทางความคิดไม่ใช้กำลัง

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย [16] ให้สัมภาษณ์ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อ 18 เมษายน ถึงกรณีการลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับนายสนธิ และครอบครัว ที่ถูกลอบฆ่า เพราะแม้การต่อสู้ระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ก็เป็นการต่อสู้ทางความคิด แต่ก็ไม่เคยใช้กำลังหรือความรุนแรงเข้ามาประหัตประหาร และขอประณามผู้ที่ใช้อาวุธสงครามเข้ามาก่อการ เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงไม่เห็นด้วย เนื่องจากเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาทุกอย่างนั้นจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย

และหากนายสนธิ เป็นอะไรไปนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์กับคนเสื้อแดงเลย แต่ในทางกลับกันการดำรงอยู่ของนายสนธิ กลับจะเป็นประโยชน์กับคนเสื้อแดง เพราะจะเป็นข้อพิสูจน์เรื่อง 2 มาตรฐานในการดำเนินคดี ซึ่งนายสนธิ และพวกเคยโดนดำเนินคดีในลักษณะเดียวกับคนเสื้อแดง แม้ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีจะมอบอำนาจตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินให้กับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. แต่ก็ไม่เคยสั่งให้มีการควบคุมตัวนายสนธิและพวก เหมือนที่คนเสื้อแดงถูกกระทำในปัจจุบัน

(5) เสื้อน้ำเงิน

ศุกชัยชี้ลูกสนธิจินตนาการสูงไปหน่อย

ในขณะที่ เสื้อน้ำเงินภูมิใจไทย เองก็ถูกพาดพิงจากนายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ว่าอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายสนธิ ทำให้เมื่อวันที่ 19 เมษายนนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทยและกลุ่ม"เพื่อนเนวิน"กล่าวถึงกรณีนายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามกระหน่ำยิงจนได้รับบาดเจ็บ ระบุคนที่ลอบฆ่านายสนธิ คือนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังมวลชนสีน้ำเงินว่า ขอปฏิเสธว่านายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 100 % เรื่องนี้นายจิตตนาถจินตนาการสูงไปหน่อย และหลังจากนี้พรรคภูมิใจไทยจะหารือกันและจะแถลงข่าวในวันที่ 20 เมษายนนี้ ส่วนเวลาและสถานที่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวินกล่าว กล่าวว่า หากนายเนวินฆ่านายสนธิแล้วจะได้ประโยชน์อะไร อยากถามว่าการที่ลูกชายนายสนธิ พูดนั้นมีหลักฐานอะไรมากล่าวหา และอยากถามว่ามีใครเห็นและมีพยานหลักฐานหรือไม่ เพราะนิสัยคนไทยพูดกันไปเรื่อย ๆ

นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนภาพที่ระบุว่านายเนวินไปปรากกฎตัวอยู่ที่พัทยา และมีการพาดพิงอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนเสื้อสีน้ำเงินที่ปะทะกับกลุ่มคนเสื้อ สีแดงนั้น นายเนวินไม่ได้อยู่กลุ่มคนเสื้อสีน้ำเงิน [17]

(6) ฝ่ายอิทธิฤทธิ์

และนอกจากการประเมินคาดการณ์ว่าสนธิ ถูกลอบสังหารจากสาเหตุใดแล้ว ยังมีความเห็นจาก ฝ่ายอิทธิฤทธิ์ที่สะท้อนอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ที่ทำให้สนธิรอดด้วย

โดยใน หมายเหตุผู้จัดการ ในหนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการรายวัน วันที่ 18 เมษายน 2552 ก็กล่าวถึงอิทธิปาฏิหาริย์ที่นายสนธิ รอดจากการถูกลอบสังหารด้วยว่าเป็นเพราะความดีที่ได้สู้กับระบอบทักษิณ

สนธิ ลิ้มทองกุล รอดพ้นจากการเข่นฆ่าของหมาลอบกัดเมื่อเช้ามืดวันที่ 17 เมษายน ได้ราวปาฏิหาริย์ ชนิดถามกันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า ห้อยพระอะไร เพราะความคุ้มครองจากพลังบารมี ของครูบาอาจารย์ พลังใจจากพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และพลังแห่งคุณงาม ความดีที่เขาได้ ลุกขึ้นสู้กับระบอบทักษิณ อย่างองอาจกล้าหาญ ไม่หวั่นเกรงต่อผลที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง[18]

และยังมีบทความ ลอบสังหาร สนธิรอดเพราะบุญบารมี โดย รุ่งอรุณ สุริยามณี ใน ASTVผู้จัดการออนไลน์เมื่อ 18 เมษายน [19] ผู้เขียนเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้สนธิรอดจากการถูกลอบยิงเพราะ บุญบารมี ที่สนธิได้ทำและสะสมไว้ตลอดชีวิต

คุณสนธิไม่ใช่ผู้วิเศษที่มีคาถาอาคมในทางไสยศาสตร์ ที่จะทำให้ตนเองมีความคงกระพันหนังเหนียวยิงและแทงไม่เข้า แต่เราเชื่อว่า สิ่งที่ปกปักรักษาชีวิตคุณสนธิรอดพ้นมาจากเงื้อมมือมัจจุราชครั้งนี้ เกิดจาก บุญบารมีที่ตัวคุณสนธิได้ทำและสะสมไว้ตลอดชีวิต

เป็นบุญที่คุณสนธิได้ ทำความดีแก่แผ่นดิน และเพื่อนพี่น้องชาวไทยทุกคน

ย่อมเป็นบารมีที่คุณสนธิ ให้แก่แผ่นดิน และเพื่อนพี่น้องชาวไทยทุกคน โดยการเสียสละไม่หวังผลตอบแทนใด

ขณะที่ ในรายการของสถานีโทรทัศน์ ASTV ก็มีการ เฉลยเครื่องรางของขลังที่สนธิพกพาประจำ ในช่วงท้ายของที่นางจินดารัตน์สัมภาษณ์นายจิตตนาถ เมื่อคืนวันที่ 17 เมษายน นางจินดารัตน์ถามว่าได้รับโทรศัพท์จากหลายคนบอกว่า ดูสภาพรถแล้วคือไม่น่ารอด เราพูดกันตรงๆ นะคะ หลายคนถามว่า คุณสนธิมีเครื่องรางของขลังอะไรหรือเปล่า

นายจิตตนาถ กล่าวติดตลกว่า อยากทราบจริง ๆหรือ เดี๋ยวเอาไปปั่นราคากันนะ และกล่าวว่า สนธิเคารพองค์พ่อจตุคามรามเทพมานาน มานานก่อนที่จะดังเสียอีก คุณสนธิใช้ การ์ดพี่ยาวที่ไม่เป็นอะไร นี่ไม่ได้ขายของนะครับแต่เป็นเรื่องจริง จตุคามฯ รุ่นยามเฝ้าแผ่นดินครับ ที่ทำนี่แหละครับ เพราะผมเชื่อครับว่าเวลาคนเราใจมีตบะ เวลาไปปลุกเสกกับพระที่เป็นพระดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของดีที่ไม่มีไสยศาสตร์อะไร และนับถือองค์จตุคามจากคุณงามความดีของท่าน ผมเชื่อว่าน่าจะมีบุญบารมีที่ช่วยคุ้มครอง

คนดีพระคุ้มครอง เป็นเรื่องที่ประเสริฐ คนทำดี แล้วพระไม่คุ้มครอง แล้วมีอันที่จะต้องประสบอะไรไป อย่างน้องโบว์ ผมอยากเรียนว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียนั้น มันเป็นบททดสอบในศรัทธาว่าคุณศรัทธาในสิ่งที่คุณเชื่อ ในความดีที่คุณทำหรือเปล่า ถ้าคุณมีศรัทธาจริงๆ ไม่ต้องหวังให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง คุณทำไปเถอะครับ จะเป็นอะไร จะเป็นอย่างไรผมก็จะทำ ก็เหมือนพี่น้องพันธมิตรฯ ที่เขามาโดนในเหตุการณ์ 7 ตุลา แต่เสียชีวิตบ้าง แขนขาด ขาขาดบ้าง ก็ทำครับ นี่สำคัญที่สุดเลย [20]

000

ทั้งหมดนี้เป็นทัศนะจากหลายฝ่ายต่อการถูกลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล และผู้ติดตาม ซึ่งเสียงปืนที่แยกบางขุนพรมในเช้ามืดวันนั้น ก็เป็นหน้าที่ที่กระวนการยุติธรรมจะต้องสอบสวนติดตามหาผู้ลงมือ

ขณะเดียวกัน เสียงปืนของผู้ถืออำนาจรัฐต่อประชาชน ที่กระทรวงมหาดไทย ที่แยกดินแดง ที่ถนนศรีอยุธยา และอีกหลายที่ในวันที่ 12-14 เมษายน ที่ผ่านมา และเสียงของผู้บาดเจ็บ และสูญเสียในวันนั้น ก็ไม่ควรจะถูกทำให้เงียบหายเช่นกัน

ผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังสั่งยิงแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะรอวันถูกสังคมชำระสะสาง เช่นเดียวกัน ผู้อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้สั่งเคลื่อนกำลังรถหุ้มเกราะ กำลังทหาร ออกมาในช่วงเวลานั้น ใครทำอะไรในวันนั้น ทุกอย่างกำลังรอวันเวลาที่จะถูกสังคมชำระสะสางและพิพากษา

อ้างอิง

[1] นายกรัฐมนตรีเผยได้รับรายงานสนธิฯ ถูกยิงแล้วพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยที่โรงพยาบาล, สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี, 17 เมษายน 2552
[2] เทพไทแสดงความเสียใจ"สนธิ"โดนยิง,
โพสต์ทูเดย์, 17 เมษายน 2552
[3]
ปชป. จี้รัฐเร่งจับกุมคนยิง "สนธิ", โพสต์ทูเดย์, 18 เมษายน 2552
[4]
ผบ.ทบ.เอาชีวิตเดิมพันสลายม็อบไม่มีคนตาย, โพสต์ทูเดย์, 17 เมษายน 2552
[5]
ทบ.ยันทหารไม่เกี่ยวยิง "สนธิ", โพสต์ทูเดย์, 18 เมษายน 2552
[6]
เสธ.แดงโผล่ปัดบงการยิง สนธิเชื่อฝีมือคนระดับสูงของรัฐ ยันไม่ใช่ผลงานคนฝั่ง ทักษิณ”, แนวหน้า, 17 เมษายน 52
[7]
กระดานข่าวเว็บไซต์ sae-dang.com หัวข้อ 10711 เล่าเรื่อง กองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงเจ็กลิ้มทางยุทธวิธี แล้วทำไมพลาดไม่ตาย..., 18 เมษายน 2552
[8]
พันธมิตรฯ จวกกลไกรัฐสิ้นสภาพปล่อยคนร้ายยิง สนธิ”- หนุนนายกฯ เปลี่ยนหัวหน่วยงานความมั่นคง, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 17 เมษายน 2552
[9]
จิตตนาถฟันธงการเมืองบงการยิง สนธิ”-เผยมีผู้ใหญ่เตือนต้องเปลี่ยนที่นอนทุกคืน, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 17 เมษายน 2552
[10]
ลุงจำลองเชื่อเหตุลอบยิง สนธิหวังกำจัดคนปกป้องชาติ-ทำลายการเมืองภาค ปชช., ASTVผู้จัดการออนไลน์, 18 เมษายน 2552
[11]
สำราญปูดอำนาจใหม่จ้องล้ม เหลือง-แดงจวกรัฐบาลขาสั่น, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 18 เมษายน 2552
[12]
ลูกชายสนธิแฉบิ๊กทหาร-ตร.ฮั้วเสื้อน้ำเงิน หวังสังหารพ่อสร้างอำนาจใหม่, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 18 เมษายน 2552
[13]
พิภพแฉแผนฆ่า สนธิพร้อม สุริยะใส” - ปิด ASTV ซ้ำ หวังปลุกเสื้อเหลืองลุกฮือ, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 18 เมษายน 2552
[14]
พันธมิตรฯ จวกกลไกรัฐสิ้นสภาพปล่อยคนร้ายยิง สนธิ”- หนุนนายกฯ เปลี่ยนหัวหน่วยงานความมั่นคง, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 17 เมษายน 2552
[15] สมเกียรติเผยเบื้องหลัง มาร์คประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บี้ ตร.-ทหารคุมม็อบ,
ASTVผู้จัดการออนไลน์, 19 เมษายน 2552
[16] "จตุพร"ยันเสื้อแดงไม่คิดฆ่า"สนธิ",
โพสต์ทูเดย์, 18 เมษายน 2552
[17]
ภูมิใจไทยโต้ลูกชาย"สนธิ"จินตนาการสูง ปัด"เนวิน"สั่งยิง แกนนำพธม.ออกจากไอซียูแล้ว คนขับรถยังน่าห่วง, มติชนออนไลน์, 19 เมษายน พ.ศ. 2552
[18]
คนดี พระคุ้มครองประชาชนปกป้อง, หมายเหตุผู้จัดการรายวัน, ASTVผู้จัดการรายวัน, 18 เมษายน 2552
[19]
รุ่งอรุณ สุริยามณี, ลอบสังหาร สนธิรอดเพราะบุญบารมี, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 18 เมษายน 2552
[20]
(คลิปวิดีโอ) จิตตนาถฟันธงการเมืองบงการยิง สนธิ”-เผยมีผู้ใหญ่เตือนต้องเปลี่ยนที่นอนทุกคืน, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 17 เมษายน 2552

ข่าวมอนิเตอร์ 20 เมษายน 2552

ที่มา ประชาไท

ถกทีมสืบคดียิงสนธิเตรียมชง "ธานี" 20เม.ย.

เว็บไซต์คมชัดลึก - ผบช.น.ถกด่วนทีมสืบคดียิง "สนธิ" เตรียมชง "ธานี" 20 เม.ย. ประธานวิปรัฐบาลระบุนายกฯให้ความสำคัญคดีนี้ พันธมิตรกาญจนบุรีแค้นจนท.ปล่อยคนยิง

เพื่อไทยหนุนแก้รธน.จี้2เดือนเสร็จยุบสภาทันที

เว็บไซต์คมชัดลึก - เพื่อไทยเด้งรับหนุนแก้ รธน."พีรพันธ์"บอกร่างรอไว้นานแล้ว แต่ต้องเสร็จใน 2 เดือน แล้วยุบสภาทันที อ้าง ปชช.ไม่ยอมรับรัฐบาลปล้นเขามา พรรคร่วมหนุนจ้องหาช่องคืนสิทธิ์อดีตกก.บห.พรรค

ภูมิใจไทยปัด 'เนวิน' อยู่เบื้องหลังลอบฆ่า 'สนธิ'

เว็บไซต์เดลินิวส์ - นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทยและกลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวถึงกรณีที่ นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาระบุถึงผู้ที่ลอบยิงนายสนธิ คือนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังมวลชนสีน้ำเงิน โดยขอปฏิเสธว่า นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 100% ซึ่งหลังจากนี้พรรคภูมิใจไทยจะมีการหารือพร้อมแถลงข่าวในวันที่ 20 เม.ย. นี้ ส่วนเวลาและสถานที่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง.

รัฐบาลยังไม่ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน-อารักขาเข้ม"อภิสิทธิ์"

เว็บไซต์สยามรัฐ - นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) วันนี้ (19 เม.ย.) ว่า กอฉ.ได้รายงานสถานการณ์ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ รวมถึงสถานการณ์ลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้นายกรัฐมนตรีทราบ

นายปณิธาน กล่าวว่านายกรัฐมนตรีขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ได้ร่วมกันทำงานและแสดงความกังวลเรื่องผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ผลักดันผู้ชุมนุมเสื้อแดง พร้อมกำชับให้ดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างทั่วถึง และชี้แจงประเด็นข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนต่อสาธารณชน

มีการหารือเรื่องการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ประชุมเห็นว่า หากสถานการณ์คลี่คลาย ก็สามารถประชุมเพื่อมีมติยกเลิกได้ทันที แต่ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างประเมินสถานการณ์ โดยพิจารณาประเด็นความปลอดภัยของประชาชนและผู้นำ รวมทั้งความเคลื่อนไหว ทั้งภายในและต่างประเทศ และแนวโน้มของผู้ชุมนุมที่ยังมีอีกหลายปัจจัยนายปณิธานกล่าวและว่า จะยังมีกำลังเจ้าหน้าที่ประจำในจุดที่มีความล่อแหลมต่อไป ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด และจะพิจารณาลดกำลังลงตามสถานการณ์

ส่วนความเคลื่อนไหวในต่างประเทศ นายปณิธาน กล่าวว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง คือ มีการให้ข้อมูลเอกสารที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและมีการเคลื่อนไหวเข้า ออกประเทศไทย ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ต้องเฝ้าระวัง เบื้องต้นได้รับทราบรายงานว่า มีบุคคลไม่เกิน 10 คน ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว หลังมีการสลายการชุมนุม แต่ยังไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจนของการเดินทางออกนอกประเทศ

กอฉ.กำลังประเมินสถานการณ์ ได้รับข้อมูลจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเคลื่อนไหวใต้ดินด้วย และจะรายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรีทราบเป็นระยะนายปณิธาน กล่าวพร้อมยอมรับว่า กระแสข่าวลอบสังหารนายกรัฐมนตรียังคงมีอยู่ จึงได้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น

ต่อข้อถามว่า มีนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำเสื้อแดง รวมอยู่ใน 10 คนดังกล่าวหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ต้องขอตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่มีความชัดเจน คาดจะได้รายละเอียดชัดเจน วันพรุ่งนี้ (21 เม.ย.) และว่า บ่ายวันพรุ่งนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะแถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ถึงผลการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และคดีความที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุม ทั้ง 2 กลุ่ม (เสื้อเหลือง เสื้อแดง) และขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ

สำหรับข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลให้เจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น นายปณิธาน กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอหลายเรื่อง แต่ไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะรอรับฟังข้อเสนอจากสมาชิก ในการประชุมร่วมรัฐสภา

ต่อกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกลอบยิง นายปณิธาน กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยลงลึกในรายละเอียด แต่ได้พูดคุยเรื่องความปลอดภัย และไม่ปลอดภัยของประชาชน และบุคคลสำคัญ หากใครรู้สึกว่า ตัวเองตกอยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่ผ่านมา รัฐบาลพร้อมที่จะดูแลขอให้แจ้งมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จะเป็นผู้ประสานให้ และเวลานี้มีบางส่วนร้องขอมาบ้างแล้ว.

พท.ยื่นสอบนายกฯทำเกินเหตุ

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ - เพื่อไทยโต้ข้อมูลรัฐบาลยันการ์ดเสื้อแดงตาย ญาติถูกบีบให้เร่งเผาศพ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าว ในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ว่า ผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่พบในแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมว่า ญาติผู้เสียชีวิต 1 ใน 2 ราย คือนายชัยพร กันทัง ยืนยันว่านายชัยพรออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน เพื่อไปเป็นการ์ดอาสาของคนเสื้อแดง พร้อมกับเพื่อนคือ นายนัฐพงษ์ ปองดี ล่าสุดญาตินายชัยพรร้องทุกข์กับพรรคว่า มีหลายฝ่ายบีบให้เร่งเผาศพผู้เสียชีวิตเพื่อไม่ให้มีการพิสูจน์

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมาย รวบรวมข้อมูลความเสียหาย ไปยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) วันที่ 20 เมษายน เวลา 10.00 น. จากนั้น วันที่ 21 เมษายน จะไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดี และเมื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏร วันที่ 22 เมษายนจะไปร้องต่อคณะกรรมาธิการการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฏร วันที่ 24 เมษายน จะไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบนายกรัฐมนตรีกรณีสั่งการให้ผลักดันผู้ชุมนุมที่ดินแดง เนื่องจากพรรคเห็นว่าการสั่งการของนายกรัฐมนตรี เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เกินกว่ารัฐธรรรมนูญ และกฎหมายทั่วไปกำหนดไว้

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้สรุปยอดรับเรื่องร้องทุกข์ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม วันที่ 16 - 19 เมษายน ที่ผ่านมา ว่ามียอดผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 52 ราย แบ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 ราย สูญหาย 7 ราย เสียชีวิต 2 ราย ทรัพย์สินเสียหาย 4 รายแจ้งเบาะแสพร้อมรูปถ่าย 8 ราย และอยู่ระหว่างการควบคุมตัว 8 ราย.

วิปรัฐบาลหนุนประชุม 2สภา หาทางออกวิกฤต

เว็บไซต์แนหน้า- นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จะประชุมวิปทั้ง 3 ฝ่ายในวันที่ 21 เม.ย.นี้ นอกจากรัฐบาลจะได้มีโอกาสที่จะรับฟังความคิดเห็นทั้ง 2 สภาอย่างกว้างขวาง เปิดโอกาสให้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ รัฐบาลก็มีโอกาสที่จะได้ชี้แจงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปทางการเมือง หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาจะได้ตระหนักถึงปัญหาและเข้าใจว่าจะได้นำวิกฤตดังกล่าวนี้มาเป็นโอกาสให้กับบ้านเมืองต่อไป

วิปวุฒิสภา นัดประชุมเรื่องอภิปรายทั่วไปพรุ่งนี้

เว็บไซต์แนวหน้า - นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธานคณะกรรมการกิจการวุฒิสภา หรือ วิปวุฒิ เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 เม.ย. วิปวุฒิสภาจะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องรัฐบาลขอเปิดอภิปรายทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 175 เพื่อเปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายสถานการณ์การเมือง ก่อนที่จะไปร่วมประชุมร่วม 3 ฝ่ายในวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งก่อนหน้านี้วุฒิสภาได้ร่วมลงชื่อเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ไปแล้ว เมื่อรัฐบาลขอเปิดประชุมเอง วุฒิสภาจึงไม่มีปัญหา และเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จะนำความขัดแย้งเข้าสู่เวทีสภา

สำหรับการประชุมวิปวุฒินั้น จะสรุปท่าทีและข้อเสนอของวุฒิสภา รวมถึงกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปราย โดยในการหารือเบื้องต้นวุฒิสภาจะเสนอให้รัฐบาลดำเนินการใน 2 แนวทาง คือ การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าเป็นต้นตอของปัญหาการเมืองในขณะนี้

จตุพรอ้างเสื้อแดงถูกป้ายสี

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ - จตุพรปัดเสื้อแดงเอี่ยวเหตุวุ่นวายที่นางเลิ้ง จี้นายกฯเอาผิดคนเสื้อน้ำเงิน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวยืนยันอีกครั้งว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายที่นางเลิ้งในวันที่ 13 เม.ย.ไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยน่าจะเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มอื่นมากกว่า เป็นการป้ายสีคนเสื้อแดง ประกอบกับเหตุการณ์ยิงมัสยิด ที่เพชรบุรีซอย 7 ที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินไปปรากฏตัว รวมถึงการที่กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินใช้อาวุธยิงคนเสื้อแดงที่ พัทยา ซึ่งปรากฏภาพนายเนวินยืนบัญชาการร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของนายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ระบุว่า การที่นายสนธิถูกลอบทำร้ายน่าจะมาจากคนเสื้อสีน้ำเงิน จึงขอถามไปยังนายกรัฐมนตรีว่าได้ดำเนินคดีกับคนเสื้อสีน้ำเงินแล้วหรือยัง.

ส.ส. พท. ชี้ รบ.ปิดวิทยุชุมเสื้อแดงทั่วประเทศ ทำผิด รธน.

เว็บไซต์แนวหน้า - นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินสั่งปิดวิทยุชุมชนของกลุ่มเสื้อแดง ถือเป็นการกระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ เพราะวิทยุชุมชนถือเป็นสื่อสารมวลชนอย่างหนึ่งที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองในสิทธิเสรีภาพ ถ้าจะสั่งปิดก็ต้องปิดวิทยุชุมชนทั้ง 5,000 แห่ง ทั่วประเทศด้วย เพราะขณะนี้ยังไม่มีสถานีวิทยุชุมชนใดได้รับใบอนุญาตดำเนินการอย่างถูกต้องจาก กสช. ถ้ามาสั่งปิดเฉพาะสถานีของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็เป็นการเลือกปฏิบัติ

พท.แนะ รบ. ยุบเอ็นบีทีทิ้ง แล้วจัดประมูลใหม่ อ้าง เสนอแต่ความแตกแยก

เว็บไซต์แนวหน้า - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงในรายการเพื่อไทยวันอาทิตย์ ว่า ตนเป็นห่วงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และองค์กรวิชาชีพสื่อ เพราะวันนี้การทำงานของสื่อเสมือนปิดหูปิดตาประชาชน เพราะอยู่ในช่วงที่มีการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินขั้นรายแรง ซึ่งจากที่ตนติดตามพบว่าสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เอ็นบีทีรวมถึงวิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ยังดำเนินเสนอข่าวชะเลียรัฐบาล และยังออกอากาศสดอยู่ทุกวัน ต่างจากสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น และวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง ที่รัฐบาลกลับใช้ฝ่ายความมั่นคงองค์กรของรัฐเข้ามาตรวจสอบ หลังจากยกเลิก พ.ร.ก. ตนจะนำเรื่องเหล่านี้ไปร้องเอาผิดนายสาธิต วงศ์หนองเตย นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกฯ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะทำงานโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การให้ข่าวของรัฐบาลขณะนี้สร้างความแตกแยก เพราะนำเอาข้อมูลเชิงลบของคนรักประชาธิปไตยไปออก ซึ่งเป็นข้อมูลแค่ชำเลืองมองเท่านั้น ทั้งนี้ ตนในฐานะทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้ององค์กรสื่อทั้งหลาย ช่วยกันปกป้องวิชาชีพ เรียกร้องให้รัฐบาลคืนสิทธิเสรีภาพและการรับรู้ข่าวสารคืนประชาชน นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้ยุบสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เอ็นบีทีทิ้ง เพราะมีไว้รังแต่จะสร้างความแตกแยก และขอให้ประมูลใหม่เพื่อให้เป็นสถานีเสรีจริงๆ ออกกฎหมายห้ามมีความแทรกแซง

โฆษกมาร์ควอนเพื่อไทยยุติสร้างข่าวรายวัน ย้ำการพรก.ฉุกเฉินใต้-กทม.สถานการณ์ต่างกัน

เว็บไซต์แนวหน้า - ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 10.30 น. นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยพยาพยามสร้างกระแสเรื่องคนตายมาโดยตลอด แม้ผบ.ทบ.ประกาศเอาชีวิตเป็นเดิมพันก็ไม่ยอมหยุดเรื่องนี้ โดยเฉพาะจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาท้าทายให้สาบานต่อวัดพระแก้วและพระสยามเทวาธิราช การที่ผบ.ทบ.เอาชีวิตออกมาเดิมพันก็นับเป็นเดิมพันที่สูงสุดอยู่แล้ว แต่นายจตุพรตนไม่แน่ใจว่าจะเอาอะไรมาเดิมพัน ครั้งหนึ่งนายจตุพรเคยเดิมพันตำแหน่งส.ส.กับพ.อ.วินัย สมพงษ์ กรณีทุจริตการศึกษาในสภาแล้วแพ้เดิมพันไป วันนี้ไม่เห็นว่านายจตุพรจะรับผิดชอบอะไรออกมา สิ่งที่นายจตุพรออกมาท้าทายผบ.ทบ.ขอให้ยุติพฤติกรรมที่เอาสีข้างเข้าถูไปวันๆ เรื่องการปั้นเรื่องคนตายขึ้นมาคิดว่าเป็นเรื่องจินตนาการของแกนนำนปช. ที่พยายามสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้น เพราะคนเหล่านี้เชื่อว่าถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อไรคิดว่ารัฐบาลจะเป็นผู้พ่ายแพ้ คนเหล่านี้คิดว่าเหตุการณ์ชุมนุมของเขาเหมือนเหตุการณ์ 14 ต.ค.บวกกับ 17 พ.ค. ผลสุดท้ายที่ออกมาเป็นกบฎ 26 มี.ค. ที่มีนายวีระ มุสิกะพงษ์ แกนนำนปช. เป็นผู้ต้องหาในขณะนั้น

ผมอยากขอร้องให้พรรคเพื่อไทยยุติการสร้างข่าวรายวัน ขอวิงวอนเพราะบ้านเมืองกำลังไปในทิศทางที่ดี พวกผมไม่ปิดกั้นในการที่จะเอาภาพมาแสดงตามที่พยายามโอ้อวดไว้ถ้ามีภาพจริงก็ให้แสดงออกมาไม่จำเป็นต้องไปแสดงในสภาฯซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการสื่อสาร ผมคิดว่าคนเหล่านี้ถ้ามีภาพคงจะขยายผลออกมาเป็นเรื่องใหญ่โต เชื่อว่าวันนี้ไม่มีหรอกที่รอเวลาอยู่มีคนตั้งข้อสงสัยว่ามีการเมกข้อมูล จัดฉากตัดต่อเพื่อให้เรื่องดูสมจิงสมจังใช่หรีอไม่ รวมถึงความพยายามสร้างภาพตั้งศูนย์รับแจ้งคนหายคิดว่าเป็นการแก้เกี้ยวทางการเมือง เพราะเหตุการณ์สลายชุมนุมครั้งนี้ถูกมวลชนเสื้อแดงวิพากษ์วิจารณ์แกนนำค่อนข้างมาก เพราะคนเหล่านี้มาจากตจว.มีการเกณฑ์เข้ามา สุดท้ายมาลอยแพที่หน้าทำเนียบเขาได้รับข้อมูลเพียงข้างเดียว วันนี้ที่รัฐบาลประกาศให้สลายชุมนุมพวกเขาออกจากที่ชุมนุมไม่ได้จนต้องเป็นภาระของรัฐบาลส่งมวลชนกลับไปพื้นที่ หลังจากนั้นก็ถูกวิพากษ์วิจาณณ์ส่วนคนเหล่านี้ทอดทิ้งไม่สนใจจึงต้องมาตั้งศูนย์ดังกล่าว ทั้งที่รัฐบาลมีหน่วยงานทีเกี่ยวข้องมาดูแลว่าจะลาออกและจนวันนี้ก็ยังไม่เห็นมีการแจ้งว่ามีผู้ตายจากการสลายการชุมนุมแม้แต่คนเดียว

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมระบุว่าการที่รัฐบาลยังคงพรก.ฉุกเฉินเพราะต้องการใพรก.คุ้มครองและพยายามพูดว่าพรก.ฉุกเฉินไม่สามารถสร้างความมั่นคงได้โดยอ้าง 3 จังหวัดภาคใต้ที่ประกาศมา 5 ปีแล้วเหตุกาณ์ยังไม่จบ นายเทพไทกล่าวว่า สองสถานการณ์ที่หยิบยกมาแตกต่างกัน แต่สาเหตุความวุ่นวายมาจากพวกเดรียวกัน กรณีความวุ่นวายจากภาคใต้เกิดขึ้นเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เหตุกาณณ์ 13 เม.ย. เป็นเพราะลูกสมุนของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงสู้กันไม่ได้ใปนระเด็นการเคลื่อนไหวและความรุนแง รัฐบาลทราบดีไม่มีใครอยากให้คงพรก.ฉุกเฉินไว้ แต่รัฐบาลมีความจำเป็นเมื่อเห็นจากท่าทีและการเคลื่อนไหวที่ปรากฎชัดของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ประกาศจะเคลื่อนไหวลงใต้ดิน การออกมาประกาศสงครามกลางเมืองของนายจตุพร รวสมถึงพฤติกรรมการไล่ล่าเอาชีวิตผู้นำ หากยกเลิกวันนี้สถานการณ์จะเข้าทางเสื้อแดงอีกครั้ง

ดีเอสไอพร้อมสอบรัฐสลายเสื้อแดง

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ - ยุติธรรมพร้อมให้ดีเอสไอดำเนินการหากเพื่อไทยยื่นสอบรัฐสลายเสื้อแดง นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย จะยื่นหนังสือร้องเรียนให้ดีเอสไอตรวจสอบรัฐบาลในการสลายการชุมนุมของกลุ่ม เสื้อแดง ว่าหากมีการร้องเรียนให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบดีเอสไอก็พร้อมดำเนินการให้ โดยจะทำงานร่วมกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่มีขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนนำเสนอสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ คดีพิเศษ อย่างไรก็ตามข้อกฎหมายที่เห็นต่างกันในเรื่องการสลายการชุมนุม ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลจะเป็นฝ่ายชี้แจงได้

นายชาญเชาวน์ กล่าวยืนยันถึงกระแสข่าวโยกย้ายในดีเอสไอว่า ยังไม่มีคำสั่งโยกย้ายทั้งตำแหน่งอธิบดีหรือรองอธิบดี โดยกรณีของ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ของทีพีไอที่ถูกตรวจสอบกรณีข้อมูลในสำนวนรั่วขณะนี้การตรวจสอบมีความคืบหน้า มาก แต่ยังไม่สรุปจึงไม่เกี่ยวข้องที่จะส่งผลให้มีการโยกย้ายในดีเอสไอ

นาย ชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่าในฐานะได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบว่า ข้อมูลในสำนวนเงินบริจาคทีพีไอรั่วหรือไม่ ได้มีหนังสือเชิญ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมอภิปรายจากพรรคเพื่อไทย มาให้ข้อมูล ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม ได้มีหนังสือยืนยันกลับมาว่า ข้อมูลที่ใช้ในการอภิปราย ไม่ได้รับข้อมูลจากดีเอสไอและยังไม่สะดวกที่จะมาให้รายละเอียดกับดีเอสไอ.

พิภพยันพธม.นิ่งจี้รื้อโครงสร้างมั่นคง

เว็บไซต์คมชัดลึก - สน.ชนะสงครามจับมือทหารร่วมตรึงกำลังแยกสำคัญ-บ้านพระอาทิตย์ ศุภชัย ใจสมุทร ออกโรงปัด เนวิน เบื้องหลังลอบฆ่า"สนธิ" โต้ "จิตตนาถ" ลูกชาย"สนธิ" จินตนาการสูงคิดเรื่อง ระบุ พรรคภูมิใจไทยเตรียมหารือพร้อมแถลงข่าว 20 เม.ย.นี้

'ปธ.วิปรัฐบาล'เมินเชือดจนท. ยันไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก

เว็บไซต์เดลินิวส์ - นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า ในนามพรรคร่วมรัฐบาลขอแสดงความเสียใจ และหวังว่าพันธมิตรฯคงเข้าใจสถานการณ์เช่นนี้ บุคคลที่ดำเนินการย่อมหวังผลทางการเมือง เป้าหมายชัดเจนต้องการทำให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมือง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญกับคดีลอบสังหารนายสนธิเป็นพิเศษ

ส่วนข้อเรียกร้องที่ให้มีการเปลี่ยนแปลงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงนั้น นายชินวรณ์ กล่าวว่า ระยะเวลาที่ผ่านมาคนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความมั่นคงได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ หากแต่สถานการณ์การเมืองของประเทศในขณะนี้เกิดวิกฤตเป็นพิเศษ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยจะต้องไม่มีการเปลี่ยนม้ากลางศึก เข้าใจว่าเวลานี้รัฐบาลจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลสำคัญและประชาชน

นอกจากนี้ นายชินวรณ์ ยังได้กล่าวถึงการประชุมวิปทั้ง 3 ฝ่ายในวันที่ 21 เม.ย.นี้ ว่า นอกจากรัฐบาลจะได้มีโอกาสที่จะรับฟังความคิดเห็นทั้ง 2 สภาอย่างกว้างขวางแล้ว ยังเปิดโอกาสให้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ รัฐบาลก็มีโอกาสที่จะได้ชี้แจงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปทางการเมือง หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาจะได้ตระหนักถึงปัญหาและเข้าใจว่าจะได้นำวิกฤตดังกล่าวนี้มาเป็นโอกาสให้กับบ้านเมืองต่อไป.

เสธหนั่นเบรกทักษิณทำร้ายประเทศ

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ - เสธหนั่นซัดจนท.หย่อนยานอารักขาบุคคลสำคัญเบรกแม้วทำร้ายประเทศ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนมีสีกลุ่มไหน และมองไม่เห็นว่าการกระทำครั้งนี้ถึงกับแค้นจนต้องลอบสังหาร อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมรัฐบาลมีการวิเคราะห์กันว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่ที่พัทยา กระทรวงมหาดไทย และในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ยังหย่อนยาน โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยของบุคคลสำคัญ

นอกจากนี้ พล.ต.สนั่น ยังกล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ต้องหยุดสร้างความเดือดร้อนให้ประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นคนไทย ตอนนี้ประเทศแย่มาก มีแต่ความวุ่นวาย ควรคิดถึงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศด้วย และต้องคิดว่าประเทศไทยก็คือประเทศของตัวเอง หยุดปลุกระดมให้พี่น้องประชาชนไล่ฆ่ากัน อะไรที่สูญเสียไปก็มาคุยกันทีหลังได้ อะไรที่รัฐบาลควรคืนความเป็นธรรมให้ก็ควรคืน.

แม้วซุกนิการากัว จตุพรขู่แฉคลิปทหารฆ่า หมายจับหัวโจกแดงเพิ่ม

เว็บไซต์คมชัดลึก - "แม้ว" เผ่นซุก "นิการากัว" หลังได้พาสปอร์ตทูต จ้อสื่อเทศเมินตอบแดงแพ้ "จตุพร" ทำ ผบ.ทบ.สาบานอ้างมีคลิปทหารฆ่าประชาชน ขู่แฉกลางสภา หมายจับเพิ่มแกนนำ พ่อ "วิสาระดี" โดนด้วย

นิตยสารอะราเบียน บิสิเนส ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ มุ่งหน้าไปประเทศนิการากัว ที่ออกหนังสือเดินทางการทูตให้ เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา

อะราเบียน บิสิเนส รายงานด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเคยสร้างความร่ำรวยจากธุรกิจโทรคมนาคม ก่อนเข้ามาเล่นการเมือง มีแผนจะนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการขายสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาก่อตั้งบริษัทด้านโทรคมนาคมในดูไบ โดยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อยากจะก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจด้านโทรคมนาคมในเขตเศรษฐกิจพิเศษของนครดูไบ

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวด้วยว่า จะเดินทางออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หลังพำนักมานาน 1 เดือน โดยจะเดินทางด้วยหนังสือเดินทางทางการทูตของนิการากัว หลังถูกทางการไทยเพิกถอนหนังสือเดินทางทุกชนิดของเขา หลังจากที่ถูกตั้งข้อหาปลุกระดมให้ผู้สนับสนุนก่อความไม่สงบในประเทศไทย ในความพยายามโค่นล้มรัฐบาล ด้วยการโฟนอินจากต่างประเทศเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติ

ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส (เอฟที) ของอังกฤษ เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งให้สัมภาษณ์ต่อนายโรบิน วิกเกิลสเวิร์ธ ผู้สื่อข่าวประจำภาคพื้นอ่าวเปอร์เซีย ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฉบับวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ทักษิณปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่ากลุ่มเสื้อแดงแพ้หรือไม่ โดยกล่าวเลี่ยงว่าผู้ชุมนุมมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง ขณะเดียวกันยังปฏิเสธข่าวที่ว่าแกนนำผู้ชุมนุมได้รับเงินสนับสนุนจากเขา เพื่อใช้ในการปลุกระดมกลุ่มเสื้อแดงให้มาร่วมชุมนุม โดยอ้างว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดอขงผู้ชุมนุมจากการพูดล้อเล่นกันระหว่างการปราศรัยผ่านวิดีโอลิงก์

อดีตนายกฯ ระบุอีกว่า รัฐบาลจัดการกับกลุ่มคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลืองโดยใช้สองมาตรฐาน เห็นได้จากคนเสื้อแดงถูกปฏิบัติการอย่างโหดร้าย แต่คนเสื้อเหลือง ทหารกลับเรียกร้องให้นายกฯ ขณะนั้นลาออก

พ.ต.ท.ทักษิณเห็นว่าทางออกของวิกฤตประเทศที่เกิดขึ้นขณะนี้ มีทางเดียวคือการประนีประนอม เพราะหากต้องการจำคุกคนเสื้อแดงก็ไม่มีหนทางที่จะยุติความขัดแย้งได้ และเชื่อว่าคนเสื้อแดงพร้อมจะเปิดเจรจากับรัฐบาล

เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมนำระเบิดเพลิงมาใช้ด้วยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณกลับตอบว่า "ผมไม่รู้"

เมื่อถามว่า คิดว่าจะลี้ภัยอยู่ภายนอกประเทศตลอดชีวิตหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าจะกลับเมื่อพร้อมและขึ้นอยู่กับสถานการณ์

พ.ต.ท.ทักษิณยังเชื่อว่ากองทัพและบุคคลระดับสูงอยู่เบื้องหลังอำนาจของรัฐบาลนี้

อดีตนายกฯ ยังกล่าวถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งถึง 8 ปี

แต่เมื่อถูกถามว่า ทำไมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไว้วางพระราชหฤทัย พล.อ.เปรม พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ไม่รู้ และไม่สามารถพูดได้ว่าทรงไว้วางพระราชหฤทัยหรือไม่

แกนนำเสื้อแดงชลบุรีหนีไปเกาะกงแล้ว

เว็บไซต์คมชัดลึก - ส.ส.ชลบุรี ปชป. เผยถูกทามทามกลุ่มเสื้อเหลืองเมืองพัทยาร่วมชุมนุม DSIพร้อมตรวจสอบกรณีรัฐบาลสลายการชุมนุมเสื้อแดง เลขาฯอาเซียนแนะไทยเร่งสร้างปรองดอง-สร้างเชื่อมั่นโดยเร็ว วิปวุฒิฯนัดถกกำหนดหัวข้ออภิปรายทั่วไปพรุ่งนี้ รมว.พาณิชย์ตรวจเช็คสต๊อกข้าวที่โรงสี จ.ศรีสะเกษ แต่ไร้เงาม็อบเสื้อแดงป่วน

นายศักดา นพสิทธิ์ ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงหรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ตนถูกออกหมายจับ ในฐานะแกนนำในการล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยานั้น ครั้งแรกจะตัดสินใจมอบตัวหากยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน แต่พรรคพวกได้โทรศัพท์ออกมาเตือนว่า หากเข้ามอบตัวจะถูกจับตัวดำเนินคดีทันที จึงได้ตัดสินใจกับพวกที่ถูกออกหมายจับอีก 2 คน เดินทางไปเกาะกงทันที เพราะไม่มั่นใจในขบวนการยุติธรรม จึงต้องหลบหนีออกไปตั้งตัวเสียก่อน หากสถานการณ์ดีขึ้น จะกลับมามอบตัว

"ช่วงนี้อยู่สุขสบายดี ไม่มีปัญหาในเรื่องที่พักแต่อย่างใด และยังมีคนคอยดูแลอีกด้วย" นายศักดากล่าว

ด้านนายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับการทามทามให้ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อเหลืองเมืองพัทยาเหมือนกันแต่ได้ปฏิเสธไป เพราะว่าการชุมนุมในครั้งนี้ ทำเพื่อคนบางคนไม่ได้ทำเพื่อประเทศชาติ ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องคิดให้หนักเหมือนกัน ประกอบกับช่วงนี้เมืองพัทยาเสียหายอย่างหนัก และบอบช้ำจากการที่กลุ่มเสื้อแดง ล้มการประชุมสุดยอดอาเชียนที่พัทยา ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างมากมาย หากมีการชุมนุมกันอีกจะทำให้เมืองพัทยาเสียหายอย่างหนัก ทั้งที่กำลังจะเริ่มฟื้นตัว

นายประมวล กล่าวอีกว่า ตนไม่อยากให้สีเสื้อใดมาชุมนุมกันที่เมืองพัทยาอีก หากพบว่ามีการทำผิดกฎหมายให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่รู้ว่าผู้ชุมนุมรู้สถานการณ์บ้านเมืองหรือไม่ว่าเป็นอย่างไร หรือจะทำให้เมืองพัทยาเสียหายไปมากกว่านี้

สวนดุสิตโพล เผย 80.64% ปชช.เชื่อว่า การลอบสังหาร สนธิเกี่ยวข้องกับการเมือง

เว็บไซต์แนวหน้า - จากเหตุการณ์ที่มีคนร้ายลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยการใช้อาวุธสงคราม จนทำให้คนขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัสและนายสนธิ ลิ้มทองกุล ต้องเข้ารับผ่าตัดจนปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีการตั้งประเด็นทั้งเรื่องการเมือง และเรื่องส่วนตัว เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน สวนดุสิตโพลมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,358 คน ตั้งแต่วันที่ 17-19 เมษายน 2552 สรุปผลได้ดังนี้

1. ความคิดเห็นของประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อันดับ 1 มีสาเหตุมาจากเรื่องการเมือง 51.25 %

อันดับ 2 เป็นได้ทั้งจากเรื่องการเมืองและเรื่องส่วนตัว 31.46 %

อันดับ 3 เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่สามารถรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้มาได้ 10.37 %

อันดับ 4 ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองกำลังเข้าสู่ภาวะปกติ 6.92 %

2. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับ การเมืองหรือไม่?

อันดับ 1 เกี่ยวข้องกับการเมือง 80.64 % เพราะ เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตร / ต้องการสร้างสถานการณ์ เพื่อบีบบังคับให้รัฐบาลจับอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร มาดำเนินคดี ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 16.13 % เพราะ อาจมีศัตรูทั้งทางธุรกิจและทางการเมือง / ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน ฯลฯ

อันดับ 3 ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง 3.23 % เพราะ อาจจะมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว/ไม่ทราบข้อมูล-สาเหตุที่แท้จริง ฯลฯ

3. จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ การเมืองไทยร้อนแรงขึ้นหรือไม่?

อันดับ 1 ส่งผลให้การเมืองไทยร้อนแรง 57.15 % เพราะ อาจเกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร/ทำให้กลุ่มพันธมิตรออกมากดดันรัฐบาลเพื่อหาผู้กระทำผิด ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 25.71% เพราะ ยังต้องรอผลการสอบสวน/ยังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จึงไม่น่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ฯลฯ

อันดับ 3 ไม่ส่งผลให้การเมืองไทยร้อนแรง 17.14 % เพราะยังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่/สถานการณ์ที่ผ่านมาร้อนแรงมากพออยู่แล้ว/ หลักฐานและมูลเหตุการลอบสังหารยังไม่ชัดเจน ฯลฯ

4. จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึง ความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยอย่างไร?

อันดับ 1สภาพจิตใจของผู้ที่กระทำมีความโหดเหี้ยม ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง35.42 %

อันดับ 2 สังคมไทยมีความขัดแย้ง มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน 27.08 %

อันดับ 3 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนลดน้อยลง 18.75 %

อันดับ 4 มีการใช้ความรุนแรงเข้ามาตัดสินปัญหามากกว่าการใช้เหตุผล 10.42 %

อันดับ 5 มาตรการที่ใช้ควบคุมอาวุธร้ายแรง/อาวุธสงครามหย่อนยาน 8.33 %

5. แนวทาง/วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

อันดับ 1 ประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศ 48.39 %

อันดับ 2 รณรงค์และสร้างความสามัคคีให้แก่คนในชาติ 25.81 %

อันดับ 3 จับตัวผู้กระทำความผิดเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย 12.90 %

อันดับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดูและควบคุมการครอบครองอาวุธอย่างเข้มงวด 9.67 %

อันดับ 5 คงแก้ไขได้ยากเพราะบ้านเมืองมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย 3.23 %

สั่งจับตาแก๊ง นช.ทักษิณพบเข้าออกไทยถี่ผิดสังเกต

ASTV ผู้จัดการรายวัน - นายกรัฐมนตรี เรียก ผบ.เหล่าทัพ พร้อมหน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินสถานการณ์ รับเหตุการณ์ยังไม่นิ่ง ฝ่ายก่อความวุ่นวายยังจ้องก่อม็อบป่วน แถมให้ข่าวใส่ร้ายทั้งในและต่างประเทศ เผยจับตาเครือข่าย ทักษิณเกือบ 10 คนเข้า-ออกประเทศไทยถี่จนผิดสังเกต พร้อมสั่ง พัชรวาทแจงความคืบหน้าทุกคดีวันนี้ อภิสิทธิ์อ่อนยวบหลังถูกม็อบและฝ่ายการเมืองกดดันหนัก ยอมแก้ รธน.แทนปฏิรูปการเมือง โดยให้ทุกพรรคเสนอมาตราที่เป็นปัญหามาให้พิจารณาใน 2 สัปดาห์ ขณะเดียวกันแบะท่านิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ พร้อมปัดฝุ่น กม.คุมม็อบ อ้างจะได้ไม่ต้องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย้ำรัฐบาลไม่ได้ 2 มาตรฐาน ทหารและตำรวจไม่เลือกข้าง

ปท.เอเชียได้อานิสงส์ศก.จีนฟื้นตัว แต่มังกรแรงยังไม่พอกระตุ้นทั้งโลก

ASTV ผู้จัดการรายวัน - เอเอฟพี การที่จีนกำลังเริ่มฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแล้ว ถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศในเอเชีย ทว่าแดนมังกรก็ยังไม่มีพลังมากพอที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจโลกโดยรวมกระเตื้องขึ้นได้ ทั้งนี้เป็นความเห็นของพวกนักวิเคราะห์

กลุ่มติดอาวุธใน 'อาเซียน'ใช้เน็ตเพิ่มขึ้น

ASTV ผู้จัดการรายวัน - เอเอฟพี - ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า รัฐบาลของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรเร่งหาทางรับมือ หลังพบว่า บรรดากลุ่มหัวรุนแรงในภูมิภาคนี้นิยมใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเป็น

เครื่องมือในการเผยแพร่แนวคิดแบบหัวรุนแรงสุดขั้ว และใช้เป็นช่องทางสำหรับฝึกอาวุธให้กับสมาชิก รวมทั้ง ใช้ในการหาสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นแนวร่วมเพิ่มมากขึ้น

รายงานผลการศึกษาดังกล่าวเป็นของสถาบัน เอส ราชารัตนัม เพื่อการศึกษาด้านการระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ของสิงคโปร์ ที่ทำการศึกษาร่วมกับ สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์แห่งออสเตรเลีย หรือ เอเอสพีไอ โดยผลการศึกษาพบว่า กลุ่มหัวรุนแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความชำนาญมากขึ้นในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต โดยมีการเผยแพร่วิธีการทำระเบิด และมีสื่อออนไลน์เป็นของตัวเองเพื่อใช้ในการชักจูงผู้คนให้หลงเชื่อว่าแนวคิดของกลุ่มตนเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง และกลุ่มของตนจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในการต่อสู้

ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้ไม่ได้มุ่งโจมตีเฉพาะชาติตะวันตกเท่านั้น แต่ยังมีความพยายามโน้มน้าวให้ผู้คนหันมาต่อต้านรัฐบาลของประเทศตนเองด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น ผลการศึกษายังพบว่า เว็บไซต์ของกลุ่มหัวรุนแรงเมื่อปีที่แล้ว มีจำนวนมากถึง 117 เว็บไซต์ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเมื่อปี 2007 ที่พบว่ามีเพียง 15 เว็บไซต์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า บรรดาหน่วยงานภาครัฐของประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย กลับดำเนินการเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานในยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ ในการหยุดยั้งการแพร่ขยายของการสร้างแนวคิดรุนแรงผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทั้งที่ ประเด็นดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับภัยก่อการร้ายในภูมิภาค

ผลการศึกษาฉบับนี้ยังระบุว่า นอกเหนือจากการเผยแพร่แนวคิดหัวรุนแรงผ่านทางเว็บไซต์แล้ว บรรดากลุ่มหัวรุนแรงในภูมิภาคกำลังมุ่งชักจูงเยาวชนโดยใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นด้วยเช่นกัน

การเผยแพร่แนวคิดของกลุ่มหัวรุนแรงสุดขั้วในลักษณะดังกล่าว ถูกพบครั้งแรกในภูมิภาคนี้เมื่อช่วงต้นปี ค.ศ. 2000 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเว็บไซต์ภาษาบาฮาซามาเลย์ และบาฮาซา

อินโดนีเซีย โดยในระยะแรก กลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้ พยายามลอกเลียนแนวทางในการนำเสนอเนื้อหา ตลอดจนข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ จากเว็บไซต์ของกลุ่มหัวรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ในภายหลัง ได้มีการปรับปรุงรูปแบบให้มีความซับซ้อนและมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น รวมทั้ง มีการนำเสนอข่าวสารที่มีความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์เช่นเดียวสำนักข่าวต่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ชื่อเป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มญามาอะห์ อัล-อิสลามิยะห์ หรือเจไอ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเหตุก่อวินาศกรรมบนเกาะบาหลีของอินโดนีเซียเมื่อปี 2002 และ กลุ่มอาบู ไซยาฟ ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ที่เป็นที่รู้จักจากการลักพาตัวชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยเมื่อไม่นานมานี้ ก็เพิ่งจับคณะเจ้าหน้าที่กาชาดสากลเป็นตัวประกัน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นยังคงไม่ได้รับอิสรภาพจนถึงขณะนี้

เหตุการเมืองวุ่นช่วงสงกรานต์ ข่าวเอสเอ็มเอสใช้งานเพิ่มเท่าตัว

เดลินิวส์ - เอไอเอสเผยยอดใช้บริการเสริมด้านข่าวเพิ่มกว่า 60% ในช่วงสงกรานต์ จากเหตุการณ์ทางการเมือง ผู้คนต้องการรับรู้ข่าวตลอดเวลา

ชาวนากาฬสินธุ์ร้องข้าวนาปรังตกต่ำโลแค่4บาท

เว็บไซต์สยามรัฐ - ขณะนี้เกษตรกรกำลังเร่งเก็บเกี่ยวข้าวปรัง หนีพายุฤดูร้อนที่อาจจะสร้างความเสียหายให้กับนาข้าว และทำให้ข้าวเปียกชื้นที่จะส่งผลให้ค่ามีความชื้นสูงและราคาตกต่ำตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้เกษตรกรจ.กาฬสินธุ์นับว่ากำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากราคาข้าวที่มีการรับซื้อในพื้นที่ทั้งข้าวเปลือกจ้าวและข้าวเปลือกเหนียวราคาเหลือเพียงกิโลกรัม 4 บาท หรือที่ตันละ 4,000 บาทเท่านั้น ให้เกษตรกรเดือดร้อนจำนวนมาก และยังมีเกษตรกรอีกจำนวนมากรอเข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกแต่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังก็ยังไม่คืบหน้า

นายผดุง นิสังกาศ อายุ 41 ปี เกษตรกรบ้านเชียงงาม จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกนาปรังตกต่ำเป็นอย่างมากราคาสูงสุดรับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 4.50 บาทเท่านั้น ซึ่งหากคิดคำนวณกับการลงทุนที่จะต้องจ่ายค่าปุ๋ยกว่า 14,000 บาท ค่าจ้างเกี่ยวข้าวอีกไร่ละ 500 – 600 บาทถือว่าขาดทุนย่อยยับ ถ้าหากจะไม่ขายเก็บไว้กินเองในครอบครัวก็ไม่ได้เพราะต้องนำเงินไปใช้หนี้ธนาคาร ต้องแบ่งจ่ายค่าใช้จ่ายเปิดเทอมของลูกอีก ถือว่าตอนนี้ลำบากและเดือดร้อนมากอยากให้รัฐบาลเร่งจัดการให้โดยด่วน

ด้านนายประเสริฐ ผลิใบ อายุ 55 ปี เกษตรกรชาวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า รอที่จะเข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกก็ยังไม่เห็นวี่แววจากทางราชการมาติดต่ออะไร อยากให้เร่งรัดโดยเร็วเพราะต้องการที่จะนำเงินไปใช้หนี้และใช้จ่าย ส่วนราคาข้าวที่ตกต่ำหากเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยด่วนอย่างน้อยราคากิโลกรัมละ 8 บาทเท่ากับปีที่แล้วยังทำให้เกษตรกรยังพอมีเงินเหลือบ้างหากราคายังตกต่ำเช่นนี้อีกบอกได้เลยว่าเกษตรกรเดือดร้อนขาดทุนเป็นหนี้ท่วมอีกแน่