WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, April 22, 2009

เครือข่ายพลเมืองเน็ตเผยชื่อเว็บไซต์สีแดงที่ถูกปิด แถลงคัดค้านการปิดกั้น

ที่มา ประชาไท



เครือข่ายพลเมืองเน็ตแถลงคัดค้านการปิดกั้นสื่ออินเตอร์เน็ตเผยมีเว็บไซต์สีแดงกว่า 60 เว็บ ระบุการเปิดกั้นเว็บไซต์เหล่านั้นถือเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการ เมืองที่ต่างจากผู้มีอำนาจรัฐ จะทำให้ความเห็นต่างทางการเมืองมุดลงใต้ดิน ทำให้ประชาชนสับสนจากข่าวลือ ผลคือการเพิ่มความกดดัน ความขัดแย้ง และความตึงเครียดทางการเมืองให้สูงขึ้น ขัดแย้งกับนโยบายสร้างความสมานฉันท์ทางการเมืองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ตามที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาและสาธารณชน

รายละเอียดของแถลงการณ์มีดังนี้

แถลงการณ์เครือข่ายพลเมืองเน็ต เรื่องวิกฤตการเมืองและการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร

เครือข่ายพลเมืองเน็ต ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ขยายตัวรุนแรงขึ้น จนนำไปสู่ความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน และการประกาศใช้พระราชกำหนดว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพลเมือง ด้วยการควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต โดยการปิดกั้นเว็บไซต์จำนวนมากที่นำเสนอความคิดเห็นที่แตกต่างกับผู้มีอำนาจ รัฐ ตามข่าวที่ว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ออกคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ทางการเมืองกว่า 60 เว็บไซต์ ตามรายชื่อในเอกสารแนบ

เครือข่ายพลเมืองเน็ต คัดค้านการดำเนินการปิดกั้นสื่ออินเทอร์เน็ตดังกล่าว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

การปิดกั้นสื่ออินเทอร์เน็ต เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการรับรู้ข่าวสารและในการแสดงออก ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ทั้งยังเป็นการละเมิดกฎบัตรของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสากลด้วย

การปิดกั้นการรับรู้ของประชาชนและการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการ เมืองที่ ต่างจากผู้มีอำนาจรัฐ จะทำให้ความเห็นต่างทางการเมืองมุดลงใต้ดิน ทำให้ประชาชนสับสนจากข่าวลือ ผลคือการเพิ่มความกดดัน ความขัดแย้ง และความตึงเครียดทางการเมืองให้สูงขึ้น ขัดแย้งกับนโยบายสร้างความสมานฉันท์ทางการเมืองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ตามที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาและสาธารณชน

ทั้งนี้สื่อสารมวลชนของรัฐ เช่น สถานีโทรทัศน์และวิทยุ ได้ทำหน้าที่เสนอข่าวสารที่สนับสนุนแนวทางจุดยืนของรัฐบาลอย่างเต็มที่อยู่ แล้ว ดังนั้น รัฐบาลควรใจกว้าง ยินยอมให้อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่สื่อสารของภาคพลเมืองในการแสวงหาข้อมูล ข่าวสารและในการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย เพื่อสร้างดุลยภาพของข้อมูลข่าวสารในสังคมไทย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับประเด็นสาธารณะ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมืองในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตาม ระบอบประชาธิปไตย

เครือข่ายพลเมืองเน็ต มีข้อเรียกร้องและข้อเสนอดังต่อไปนี้

ขอให้รัฐยุติการใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ และยุติการควบคุมปิดกั้นสื่ออินเทอร์เน็ต รวมถึงสื่ออื่นๆ เช่นวิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเป็นต้น การ ใช้ พรก.ฉุกเฉิน ไม่สามารถนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสได้ การเข้าตรวจค้นสื่อที่ตั้งอยู่นอกพื้นที่ที่ประกาศใน พรก.ฉุกเฉินโดยหน่วยงานของรัฐได้แสดงให้เห็นตามข้ออ้างของรัฐเองว่าเมื่อไม่ มีพรก.ฉุกเฉิน รัฐก็สามารถจัดการควบคุมสื่อได้อยู่แล้ว ซึ่งกระบวนการที่รัฐอ้างในการควบคุมสื่อนี้ไม่สามารถให้หลักประกันกับ ประชาชนตามรัฐธรรมนูญได้เลย เนื่องจากไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่

ถ้าสื่อต่างๆ เหล่านั้นเข้าข่ายสร้างให้เกิดความเกลียดชังและนำไปสู่การยั่วยุให้เกิดความ รุนแรงในสังคม ก็ขอให้ใช้กระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ในการกำกับดูแล รัฐจะต้องไม่ละเลยว่าอำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย การใช้อำนาจอธิปไตยที่มาจากประชาชนนั้นจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน โปร่งใส และเสมอภาค การใช้อำนาจในลักษณะของข้อยกเว้นนั้นทำให้ขาดการตรวจสอบ ซึ่งขัดกับหลักการของประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง

ขอให้พลเมืองเน็ตทุกคนร่วมกันแสดงจุดยืนในการปกป้องสิทธิเสรีภาพของโลก ออนไลน์ ควบคู่ไปกับการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในการกำกับดูแลเนื้อหาที่อาจนำไป สู่การสร้างความเกลียดชังหรือก่อให้เกิดความรุนแรง ด้วยวิธีการต่อไปนี้

3.1 การปกป้องสิทธิเสรีภาพของโลกออนไลน์ ทำ ได้ด้วยการร่วมกันรณรงค์เผยแพร่ซอฟท์แวร์และองค์ความรู้เกี่ยวกับการหลบ เลี่ยงการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต ดังตัวอย่างในเว็บไซต์กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย - http://facthai.wordpress.com/links/softwares/ และ http://facthai.wordpress.com/bloggers-handbook/get-around-censorship/

3.2 การสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในการกำกับดูแลเนื้อหาที่อาจนำไปสู่การสร้าง ความเกลียดชังหรือก่อให้เกิดความรุนแรง ทำได้ด้วยการส่งเสริมจรรยาบรรณของสื่อพลเมือง ดังตัวอย่างในเว็บไซต์ของผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน - http://www.rsf.org/article.php3?id_article=15003 และมารยาทการใช้เน็ต (netiquette) ในทางที่เคารพความเห็นต่างและสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น ดังตัวอย่างบางตอนจากหนังสือเรื่อง Netiquette - http://www.albion.com/netiquette/corerules.html

เครือข่าย พลเมืองเน็ตขอเรียกร้องให้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้มีอำนาจรัฐมีความอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง การตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งขอให้ทุกฝ่ายยุติการใช้อำนาจคุกคาม ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นช่องทางการสื่อสาร การข่มขู่ให้ร้ายผู้เห็นต่างทางการเมือง รวมไปถึงการใช้กฏหมายดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม การทรมาน การอุ้มหาย และการลอบสังหาร ซึ่งมาตรการดังกล่าวล้วนขัดต่อกฎหมาย สิทธิมนุษยชน ศีลธรรม ความมั่นคง และความสุขสงบของสังคมโดยรวม

ด้วยความสมานฉันท์

เครือข่ายพลเมืองเน็ต

21 เมษายน 2552

เอกสารแนบ : รายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกกระทรวงไอซีทีปิดกั้น ณ วันที่ 18 เมษายน 2552

http://www.justin.tv/nationsiam

http://www.konthai.org/

http://www.thaifreenews.com/

http://www.thairedshirt-democracy.org/cbox/s1.html

http://www.democracytoday.tv/

http://www.thaipeoplevoice.org/

http://freethais.com/update_13apr09.php

http://www.wered.net

http://www.redplus.org/

http://thaienews.blogspot.com/

http://www.prachachonthai.com

http://www.cbnpress.com/

http://uddtoday.ning.com/ (ปิดเว็บ ning.com)

http://www.thaireduk.com/

http://www.nocoup.net/

http://downmerng.blogspot.com/

http://www.jakrapob.net/

http://www.truethaksin.com/

http://www.chupong.com/

http://www.rednon.com

http://www.chupong.org/

http://www.serichon.com/

http://www.nationsiam.com/

http://www.gmm2008.com/index.php

http://thaksin.wordpress.com/

http://thaipresslog.blogspot.com/

http://thaiopinions.blogspot.com/

http://www.newskythailand.com

http://sites.google.com/site/prachathaiclub/Home

http://siamfreedom.blogspot.com/

http://www.priority-radio.com/

http://www.cbox.ws

http://www3.cbox.ws/box/

http://www.no-ip.org

mms://ptv.no-ip.org/mvtv_5

mms://baygon2.no-ip.org/TPV1

mms://baygon2.no-ip.org/livetv

mms://chupong.no-ip.org/chupong

http://www.dstation.tv/

http://365boxstv.com/tvonline_varietyone-link2.html

http://www.redplusplus.com

http://www.salidausa.com

http://www.redplusplus.com/

http://www.windowscare.in.th/index.php

http://www.norporchorusa.com/

http://www.newskythailand.com/

http://www.sanamluang.in.th/

61.19.241.228 - Cat Telecom Sanamluang_Red

61.19.241.237 - Cat Telecom Sanamluang_info

http://www.rednews.info/

http://www.rednews.info/live/sanamluang-2.htm

http://democraticthai.com/

http://www.badict.2hell.com

http://www.thairedusa.com/

http://365boxs.com/tvonline_varietyone.html

http://www.salidausa.com

http://prachachonthai.listen2myradio.com/

http://www.nationsiam.com/

http://www.chupong-radio.com/

http://www.khonthai.org

http://www.prachachonthai.com/

http://www.chubthaksin.com/

http://www.shinawatradio.com/

http://www.thairedshirt-democracy.org/

http://www.arayachon.org/

http://lbsapp.freewillsolutions.com/images/usbank.com/internetBanking/Cm...

Tuesday, April 21, 2009

พผ.เผย3ข้อตกลงพรรคร่วม คืนสิทธิ "111+109" ภูมิใจไทยหนุนสุดตัว ปชป.ดันนิรโทษฯ เต็มที่-ปัดถูกบีบ

ที่มา มติชนออนไลน์

"ชุมพล"แนะแก้ความไม่ยุติธรรม ผิดต้องว่าตามผิด หน.พผ.เผย 3 ข้อตกลงพรรคร่วม รบ. คืนสิทธิ 111+109 - กำหนดเขตเลือกตั้ง - ให้ทุกภาคส่วนร่วมแก้ รธน. ภูมิใจไทยหนุนด้วยสุดตัว ปชป.ดันนิรโทษฯ เต็มที่ ย้ำไม่รวมคดีอาญา ปัดถูกพรรคร่วมบีบ แค่หาทางออกร่วมกัน

"ชุมพล"แนะแก้ความไม่ยุติธรรม ผิดต้องว่าตามผิด


เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายชุมพล ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬา และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมว่า เมื่อศาลตัดสินใจว่าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หากตัดสินว่าไม่ผิดก็ต้องปล่อยไป ทั้งนี้ หากเราเห็นว่ามีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ต้องแก้ไข

"ใครที่ผิดก็ต้องรับ ใครไม่ผิดก็ต้องให้เขาพ้นผิด" นายชุมพลกล่าว

มาร์ค"ย้ำไม่นิรโทษคดีอาญา


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันอีกครั้ง เมื่อวันที่ 20 เมษายน พร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกข้อเสนอที่จะนำมาสู่การคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในสังคม ภายหลังส่งสัญญาณ ผ่านการออกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองเพื่อแก้ปัญหาการเผชิญหน้ากันตามการเสนอของพรรคร่วมรัฐบาล


ในการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้กำลังพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมือง ยังไม่มีการพูดถึงกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ถ้าใครติดใจเกี่ยวกับความผิดทางการเมืองที่ผ่านมาก็สามารถเสนอประเด็นมาพิจารณาร่วมกันได้ แต่ขีดเส้นไว้ว่าความผิดทางอาญาไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการไขปัญหาตรงนี้ได้


ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 111 คน และ 109 คน มีสิทธิเสนอเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิเสนอ ส่วนข้อยุติจะเป็นอย่างไร ต้องมาทำความเข้าใจใช้เหตุผล หลักการ และข้อกฎหมาย


นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอยกเลิกทุกคดีหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เนื่องจากเป็นเรื่องการเมืองทั้งหมดว่า คงจะไปสรุปอย่างนั้นไม่ได้


ตอบก่อนไม่ได้ยุบสภาตอนไหน


ส่วนเรื่องนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานหรือไม่ว่าคนที่ทำความผิด และสร้างความปั่นป่วนต่างๆ ไม่ต้องได้รับโทษนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ ต้องฟังเสียงของผู้ที่ไม่พอใจกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อเหลืองและกลุ่มคนเสื้อแดงต่างมีคดีอาญาทั้ง 2 ฝ่าย การนิรโทษกรรมเฉพาะความผิดทางการเมืองจะช่วยให้เกิดความปรองดองได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องเอาตัวระบบเป็นหลักก่อน ถ้ามาแก้ไขเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มบุคคล แต่ไม่ได้ทำให้ระบบดีขึ้น ก็คงไม่ทำ ดังนั้นต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่าระบบดีขึ้นอย่างไร และเป็นไปได้ว่าในที่สุดต้องกลับไปถามประชาชน ส่วนจะดำเนินการรูปแบบใด ยังไม่ลงรายละเอียด ตอนนี้ต้องเปิดกว้างนำทุกข้อเสนอมาวางบนโต๊ะ ไม่ไปพูดในลักษณะคนละทีแล้วเก็บไปเป็นเงื่อนไขในการสร้างความขัดแย้งในบ้านเมือง ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ ที่คุยกันไว้คือประมาณ 2 สัปดาห์ให้กลับมาเสนอประเด็น


นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบคำถาม หากปฏิรูปการเมืองเรียบร้อยแล้วจะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่ ว่า "อันนั้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว วันนี้ต้องมาดูกระบวนการกันก่อนว่าจะแก้ไขอย่างไร เรื่องการยุบสภาตอนไหน ตอบล่วงหน้าไม่ได้ เพราะเป้าหมายคือการแก้ไขที่ตัวระบบ ต้องเอาเรื่องนี้เป็นหลักก่อน หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง"


ปัดพรรคร่วมบีบ-หาทางออกร่วม


นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงข้อเสนอภาคเอกชนให้ผู้มีบารมีเป็นตัวกลางเปิดเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งว่า ขณะนี้สถานการณ์กำลังคลี่คลายไปตามลำดับ ข้อเสนอเรื่องการเดินหน้าเพื่อสร้างความปรองดองกำลังดำเนินการบนความถูกต้อง ไม่ทราบว่าที่เสนอให้มีการเจรจานั้นเป็นอย่างไร แต่หลักการที่ พูดชัดเจนว่าจะไปลบล้างคดีอาญาไม่ได้และไม่ควรทำ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะยอมเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวปฏิเสธว่า


"ไม่ใช่ แต่ผมยังไม่ทราบว่าจะไปเจรจาเรื่องอะไร เพราะรู้สึกว่าในส่วนที่ท่านมีปัญหาเป็นเรื่องของคดีอาญาทั้งนั้น ผมยังนึกไม่ออกเลยว่ากรอบการเจรจากันคืออะไร แต่ยืนยันว่าจะคุยกับคนที่ต้องการเรียกร้องอยู่ในกรอบ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ยุยงส่งเสริมให้เกิดความรุนแรง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้เปิดเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในกรอบใดบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังไม่ได้เสนอเข้ามา เมื่อถามว่า ขณะนี้นายกฯ กำลังถูกพรรคร่วมบีบอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวปฏิเสธว่า "ไม่หรอกครับ ผมมีอะไรก็ปรึกษาหารือทุกพรรค ซึ่งแต่ละพรรคก็ต้องมีจุดยืนและเสนอเข้ามา ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ ต้องหาทางออกร่วมกัน"


พผ.เผยข้อตกลงคืนสิทธิ "111+109"


นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) คนใหม่ กล่าวว่า แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้นัดหารือนอกรอบที่บ้านพักของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา โดยทุกพรรคได้รับการบ้านกลับมาให้ไปรวบรวมความเห็นในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเสนอต่อนายกฯภายใน 2 สัปดาห์


"มีการกำหนดประเด็นในเบื้องต้น 3 ประเด็นคือ 1.การคืนสิทธิทางการเมืองให้กับอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิทั้ง 111 คน และ 109 คน 2.การกำหนดเขตเลือกตั้ง และ 3.การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" นายชาญชัย กล่าว


ปัญหาเกิดจากคนนอกเขียน รธน.


นายชาญชัย กล่าวว่า จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) และ ส.ส. พผ. โดยเร็วเพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และใช้กลไกที่เป็นที่ยอมรับของสังคม จากนั้นจะนำรายละเอียดทั้งหมดเสนอต่อนายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป


"ผมอยู่ในการเมืองมากว่า 30 ปี พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้มาจากรัฐธรรมนูญ เพราะมีการมองกันว่ารัฐธรรมนูญถูกเขียนโดยคนอื่น ไม่ใช่พรรคการเมือง วันนี้จึงต้องฟังว่าพรรคการเมืองมีความเห็นอย่างไร" นายชาญชัยกล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงหรือไม่ว่าการประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้กลุ่มพันธมิตร (พธม.)ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่พอใจ และออกมาเคลื่อนไหวอีก นายชาญชัยกล่าวว่า ความเห็นเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น เมื่อถามว่า แต่การนิรโทษกรรมอดีต กก.บห. ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ จะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นผิดด้วย นายชาญชัยกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะไม่มีคนหนึ่งคนใดได้รับอภิสิทธิ์ แต่อยากให้ทุกฝ่ายมาร่วม เมื่อมีเวทีให้เจรจาก็น่าจะเข้ามา คนในชาติต้องหันหน้ามาเจรจากันถ้ามีเวที โดยใช้เหตุผลพูดจากัน


ภท.เผยจับมือชทพ.ดันนิรโทษ


นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมที่ไม่เกี่ยวของกับคดีอาญา เพราะนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ไม่ได้กระทำผิด เรื่องนี้เห็นว่าเป็นเรื่องหลักในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ส่วนประเด็นอื่นๆ พรรคจะประชุมเพื่อรวบรวมและเสนอภายใน 2 สัปดาห์ตามที่นายอภิสิทธิ์ระบุ เชื่อว่านายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์จะเห็นด้วยกับประเด็นการนิรโทษกรรมทางการเมือง เพื่อเป็นการลดความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ ให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเดินหน้าต่อไป ส่วนที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจาก ภท. ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมนักการเมืองนั้น นายชวรัตน์กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายบุญจง ไม่ใช่มติของพรรค เชื่อว่าเรื่องการนิรโทษกรรมทางกรรมการบริหาร หากนำเข้าที่ประชุม คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน


"การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เชื่อว่าจะทำให้ความวุ่นวายต่างๆ ทุเลาลง และไม่เกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนเสื้อเหลือง เพราะการแก้ไขนี้เป็นการทำเพื่อส่วนรวม ให้ดำเนินต่อไปได้ ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่ก็เห็นด้วยกับแนวทางของท่านนายกฯ ที่ต้องการจะแยกคดีอาญาออกจากคดีทางการเมือง ขณะนี้พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ต่างพยายามที่จะร่วมมือกับพรรคประชาธิปปัตย์ให้มีการนิรโทษกรรมอยู่แล้ว" นายชวรัตน์กล่าว


นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรี เพราะการลงโทษผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง โดยเฉพาะอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 นั้นไม่เป็นธรรม


รช.ชี้เป้าประเด็นที่ต้องแก้รธน.


ว่าที่ ร.ต.ประพาส ลิมปพันธุ์ รองหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า มาตราที่เป็นปัญหาคงไม่พ้นที่เคยวิพากษ์วิจารณ์กัน หลักๆ คือ มาตรา 68 และมาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคและตัดสิทธิ กก.บห.พรรค ซึ่งควรจะแก้ไขให้พิสูจน์ความผิดเป็นรายบุคคล และคนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ส่วนระบบ ส.ว.มีปัญหาว่า ส.ว.เลือกตั้ง จะอยู่ใต้อิทธิพลของฐานเสียงจากพรรคการเมือง ส.ว.สรรหาก็เป็นการที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มดุลอำนาจในสภา มองว่า ส.ว.อาจไม่ต้องมีเลย และใช้รูปแบบสภาตั้งคณะกรรมการพิเศษประมาณ 40 คน เพื่อพิจารณากลั่นกรองร่างกฎหมายที่สภาพิจารณาเสร็จแล้วโดยเฉพาะ ส่วนเรื่องที่มาขององค์กรอิสระคงต้องหารือก่อนเพราะระบบปัจจุบันที่ให้ศาลเข้ามาสรรหาก็เป็นอันตรายต่ออำนาจตุลาการ ขณะที่มาตรา 190 ว่าด้วยการทำสนธิสัญญาหรือข้อตกลงกับต่างประเทศให้เสนอให้รัฐสภาเห็นชอบ คิดว่าควรแก้ไข เพราะมีปัญหามากในแง่การบริหาร


เสนอแขวนกก.บห.จนครบ "5ปี"


"ประเด็นการนิรโทษกรรม หากใช้รูปแบบให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาตามที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอ หรืออุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญตามที่ ส.ว. เสนอในการหารือนอกรอบวันที่ 14 เมษายน ก็มีปัญหาว่า ศาลจะมีอำนาจเหนือการเมืองอีก จะออกกฎหมายลูกมาล้างกันเฉยๆ ก็อาจโดนมองว่า พวกมากลากไป มันก็มีปัญหา ฉะนั้นต้องมีเกณฑ์อะไรบางอย่าง ซึ่งต้องคิดให้ดี เพราะจะผลักดันเรื่องนี้สำเร็จหรือไม่อยู่ที่ตรงนี้ ผมคิดว่าคนที่โดนตัดสิทธิอยู่ก็ควรจะรับโทษ (เพิกถอนสิทธิ 5 ปี) ไปให้ครบ และตอนนี้ต้องเร่งสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่ขึ้นมา เพราะหากนักการเมืองรุ่นเก่ากลับมา นักการเมืองรุ่นใหม่ก็เกิดไม่ได้ ปฏิรูปการเมืองไม่ได้" รองหัวหน้าพรรค รช.กล่าว


ปธ.วุฒิฯ หนุนใช้แนวมาร์คแก้วิกฤต


นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า แนวทางการแก้รัฐธรรมนูญที่นายกฯนำเสนอ จะเป็นหนทางในการแก้ไขวิกฤติการเมืองได้เป็นอย่างดี ทุกพรรคการเมืองควรจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเพราะเป็นผู้รับฟังปัญหาจากประชาชนและทุกภาคส่วนย่อมรู้ดีว่าประเด็นใดเป็นปัญหา และควรจะแก้ไขอย่างไร ข้อเสนอของนายกฯจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีทำให้วิกฤตคลี่คลายลงได้


"ผมคาดหวังเป็นอย่างมาก เพราะดูแล้วทุกฝ่ายมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยใช้เวทีของรัฐสภาแก้ไขวิกฤตการเมืองไม่เล่นการเมืองนอกสภา ผมเชื่อว่าทำได้โดยเฉพาะเมื่อตั้งกรอบเวลาสองอาทิตย์ จะทำให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา คิดว่าวิธีนี้จะประสบความสำเร็จ" นายประสพสุขกล่าว


ส่วนแนวทางแก้ปัญหาที่ครอบคลุมถึงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองด้วยนั้น นายประสพสุข กล่าวว่า "คงไม่เสียหายอะไรหากการนิรโทษกรรมจะทำให้ทุกฝ่ายสมานฉันท์กันได้ การดำเนินการสามารถทำได้เฉพาะการนิรโทษกรรมทางการเมือง หากพิสูจน์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดก็สามารถกลับมาเล่นการเมืองได้ คดีของอดีตนายกรัฐมนตรีในส่วนที่เป็นคดีอาญาคงไม่เกี่ยวกัน เพราะนิรโทษกรรมทางการเมืองเป็นคนละส่วนกับคดีอาญาอยู่แล้ว" นายประสพสุขกล่าว


พท.ยุขุดฉบับปี 2540 มาใช้แทน


นายพีระพันธุ์ พาลุสุข กล่าวว่า พรรคจะเสนอรัฐบาลให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 กลับมาใช้ สุดท้ายจะมีการนำมาทั้งฉบับหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเจรจาของพรรคการเมืองทั้งหมด นอกจากนี้ พรรคยืนยันที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ เช่น มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค มาตรา 190 และอำนาจขององค์กรอิสระที่วันนี้กลายเป็นองค์กรพิเศษมีอำนาจในการล้มล้างรัฐบาลรวมไปถึงระบบการเลือกตั้ง และการยกเลิกมาตรา 309 ที่รับรองการกระทำตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2549


"ส่วนการนิรโทษกรรมคดีการเมืองนั้น การที่นายกฯส่งสัญญาณมา เชื่อว่าจะสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดของบ้านเมืองลงได้ เพราะต้นตอปัญหามาจากเรื่องของการเมืองที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยหลังจากการยึดอำนาจมีการตั้งองค์กรเพื่อแก้ไขกฎหมายเอาผิดกับบุคคลกลุ่มตรงข้าม ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวพูดคุยไปพร้อมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปในคราวเดียวกัน" นายพีระพันธุ์ กล่าว

"แม้ว"จ้อสื่อนอก อ้างบุคคลสำคัญรู้เรื่อง "ปฏิวัติ"ก่อนลงมือจริง "จักรภพ"เผ่นนอก ตั้งฐานเคลื่อนไหวสู้

ที่มา มติชนออนไลน์

"ทักษิณ"เดินเกมไม่หยุด ให้สัมภาษณ์ 2 สื่อต่างชาติ อ้างองคมนตรีเข้าเฝ้าฯ "ในหลวง" กราบบังคมทูลไม่จงรักภักดี สกัดกำลังกองทัพ ไม่ให้ใช้กฎหมายตอบโต้ "บัวแก้ว"ปัดไม่เป็นจริง "จักรภพ"เผยเผ่นนอกปท.แล้ว เล็งตั้งฐานเคลื่อนไหวเสื้อแดง ลั่นไม่ให้จบง่าย


ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 20 เมษายนว่า หนังสือพิมพ์ โกลบ แอนด์ เมล์ ของอังกฤษ นำเสนอบทบรรณาธิการในฉบับวันที่ 20 เมษายนนี้ เรียกร้องให้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแนวทางเพื่อรักษาประชาธิปไตยของประเทศเอาไว้ เหมือนเช่นที่ทรงทำมาหลายครั้งในอดีต โดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยตกอยู่ภาวะปิดตายทางการเมือง ซึ่งยังผลให้เกิดการปฏิบัติการแบบไม่เคารพกฎหมายจากทั้งสองฝ่าย เห็นได้ชัดจากความพยายามลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำในการชุมนุมประท้วงต่อต้านทักษิณเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

บทบรรณาธิการดังกล่าวสรุปว่า ถ้าหากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไม่ทรงใช้พระราชอำนาจเท่าที่มีเพื่อสร้างสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น ประเทศไทยจะเสื่อมทรุดลงสู่ภาวะอนาธิปไตย เผด็จการทหาร หรือไม่ก็สงครามกลางเมือง

ด้าน บุนน์ นาการา คอลัมนิสต์เจ้าของคอลัมน์ "บีไฮน์ เดอะ เฮดไลน์ส" เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ เดอะ สตาร์ ของมาเลเซียเมื่อวันที่ 19 เมษายน นอกจากจะนำเสนอบทเรียน 10 ประการที่สำคัญที่สุดซึ่งรัฐบาลไทยควรเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วยังเปิดเผยไว้ในคอลัมน์ของตนด้วยว่า มีการกล่าวหากันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เงินเพื่อขับเคลื่อนม็อบเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมาสูงถึง 10,000 ล้านบาท โดยไม่ได้อ้างที่มาของคำกล่าวหาดังกล่าวแต่อย่างใด

ด้าน หนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ของอังกฤษ ฉบับประจำวันที่ 19 เมษายน นี้อ้างคำให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีระบุว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราวหลังการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ร่วมอยู่ในการกราบบังคมทูลฯถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้นด้วย โดย พล.อ.สุรยุทธ์, พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กับองคมนตรีอีกคน ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและกราบบังคมทูลฯพระองค์ว่า พร้อมที่จะทำเพื่อยังประโยชน์แด่พระองค์ด้วยการกำจัดเขา ซึ่งไม่ได้จงรักภักดีต่อพระองค์ ทั้งหมดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นกระบวนการ


อดีตนายกรัฐมนตรี อ้างอีกว่า เมื่อเขาพยายามปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลหลังจากการเข้าเฝ้าฯครั้งนั้น กลับไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ เพระไม่มีใคร (ในกองทัพ) ให้ความร่วมมือ เนื่องจากมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังคนเหล่านี้


ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่า ทางการไทยได้ปฏิเสธว่า ข้อกล่าวอ้างของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล โฆษกของสถานทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษกล่าวว่า เป็นการโกหกเท่านั้นเอง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับสถานการณ์ดังกล่าวกล่าวด้วยว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดของพ.ต.ท.ทักษิณ "ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง"


วันเดียวกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเรื่องเดียวกันนี้ว่า ได้สอบถามไปยังนายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับคำอธิบายว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ และ ทางกระทรวงฯได้ตรวจสอบกับหลายๆแหล่งข่าวแล้ว องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงทราบเรื่องนี้หลังจากเกิดการรัฐประหารขึ้นแล้วเท่านั้น

บลูมเบิร์ก อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัยนายสมัคร สุนทรเวช 1 ใน 37 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับฐานเป็นผู้นำและยุงยงให้เกิดเหตุจลาจลขึ้น ซึ่งขณะนี้หลบซ่อนตัว โดยไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ให้สัมภาษณ์จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผยระบุว่า การต่อสู้ของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลยังไม่ยุติ และเตรียมแผนที่จะปฏิบัติการอีกในเร็วๆนี้ หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่เสนอแนวทางสมานฉันท์ที่แน่วแน่มั่นคงให้กับพวกตน ซึ่งได้วางแผนที่จะหลบอยู่ใต้ดินนานเท่าที่จำเป็น การต่อสู่ในไทยมันไปไกลเกินกว่าจุดที่จะยอมยกเลิกไปเฉยๆแล้ว นี่คือจุดที่ไม่ว่าฝ่ายไหนตากก็สามารถระดมผู้เข้าร่วมจำนวนมหาศาลได้ แล้วเมื่อคุณมีพลวัตรทางการเมืองแบบนี้อยู่ ไม่มีใครบอกได้จริงๆหรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดไป"

นอกจากนี้ นายจักรภพยังให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีทางโทรศัพท์ด้วย โดยกล่าวว่ากลุ่มเสื้อแดงมีแผนที่จะออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลครั้งใหม่ใน 2-3 วันข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการชุมนุมกันเล็กๆและถูกต้องตามกฎหมาย และยังจะมีการชุมนุมกันที่ทำเนียบรัฐบาลอีก แต่ยังไม่มีการกำหนดวัน

นายจักรภพ ยังอ้างอีกว่า กองทัพได้ใช้ทหารซึ่งเชื่อว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพอากาศ แฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มเสื้อแดงในการเเคลื่อนไหวก่อความรุนแรงเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของกลุ่มเสื้อแดง เช่น การจุดไฟเผารถโดยสาร มีการจัดฉากให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้เกิดการนองเลือด ซึ่งไม่ใช่ฝีมือของพวกเรา" นายจักรภพกล่าว พร้อมกับยอมรับว่าอาจมีเสื้อแดงบางคนที่ไปร่วมก่อความรุนแรงด้วยโดยไม่รู้เท่าทัน

นายจักรภพยังกล่าวถึงความพยายามลอบสังหารนายสนธิว่า เป็นการจัดฉากของคนในกองทัพและพรรคประชาธิปัตย์ โดยเป็นการให้ไฟเขียวกองทัพในการทำลายทุกสี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดง นายสนธิตกเป็นเป้าหมายสังหารเพราะนายสนธิรู้มากเกินไปและควรจะถูกเก็บ

วันเดียวกัน นายจักรภพยังได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แก่สำนักข่าวเอเอฟพี ซึ่งถูกระบุว่า เป็นการโทรศัพท์กลับมาหาเอเอฟพีจากสถานที่แห่งหนึ่งในต่างประเทศ ที่นายจักรภพระบุว่าใ ช้เป็นที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ไม่ขอเปิดเผยและให้ผู้ช่วยเป็นคนโทรศัพท์มา เพื่อป้องกันการถูกสะกดรอยตาม โดยนายจักรภพกล่าวว่า เหตุที่ต้องหลบหนีออกนอกประเทศก็เพื่อหลีกเลี่ยงหมายจับกุมในข้อหาปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง

เขาระบุว่า กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและกำลังตั้งสำนักงานเพื่อใช้ในการเคลื่อนไหวต่อไป โดยได้ปรับยุทธศาสตร์บางอย่าง จึงต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

"การตัดสินใจที่จะยุติการชุมนุมนั้นไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์ แต่ผมเคารพการตัดสินใจของแกนนำที่อยู่ที่นั่น เพราะตัวผมเองไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย เนื่องจากผมไม่สามารถติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากภายนอกได้ ผมจึงตัดสินใจที่จะหนีออกนอกประเทศเมื่อมีการสลายการชุมนุม" นายจักรภพกล่าว

นายจักรภพกล่าวว่า ได้ติดต่อกับพ.ต.ท.ทักษิณที่เมื่อเร็วๆนี้เมื่อตอนยังอยู่ที่ดูไบ แต่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นคนสั่งการในสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่ที่นี่

ด้านนายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า การที่มีการเสนอข่าวพาดพิงสถาบันเกี่ยวกับการปฏิวัติเมื่อปี 2549 เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วโดยนักวิชาการและสื่อมวลชนต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ทำความเข้าใจและชี้แจงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์กับการเมืองว่า พระมหากษัรติย์อยู่เหนือกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมาสื่อที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนก็ได้มีการตีพิมพ์คำชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศให้ผู้อ่านได้เห็นมุมมองจากทางการของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย และในครั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศก็จะยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวไปยังไฟแนนเชียลไทม์ส

ฝีมือใคร?

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




"คงชี้ชัดไม่ได้ว่าใครยิงนายสนธิครั้งนี้ เพราะเท่าที่รู้ มีคนจองกฐินมาก เนื่องจากนายสนธิด่ากราดไปหมด"

"เสธ.แดง"พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิประจำกองทัพบก ให้ความเห็นหลังเกิดเหตุมือปืนยิงถล่มรถ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ

ไม่เพียงแต่เสธ.แดงเท่านั้น แม้แต่ตำรวจเองก็มึนตึ้บกับ การควานหาผู้ต้องสงสัย

เพราะอย่างที่เสธ.แดงบอก ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ เวลาที่พันธมิตรฯ ก่อม็อบยึดทำเนียบ และสนามบิน นายสนธิขึ้นเวทีด่ากราดไปทั่ว

แม้แต่คนที่ไม่ควรโดนด่าที่สุดอย่างนักวิชาการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่แสดงความเห็นอย่างเป็นกลาง ก็ยังโดนลากขึ้นไปจวกบนเวที

หากความเห็นนั้นๆ ไม่เข้าข้างม็อบสีเหลือง

ในช่วงการขึ้นมามีอำนาจของรัฐบาลประชาธิปัตย์ แม้พันธ มิตรฯ จะลดบทบาทลง เพราะสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะการส่ง นายกษิต ภิรมย์ เป็นตัวแทนเข้าไปนั่งเก้าอี้รมว.ต่างประเทศ

แต่ในระยะหลังๆ นายสนธิ และพันธมิตรฯ เริ่มออกมาฮึ่มฮั่มกับรัฐบาล

ที่โดนหนักหน่อยคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง

สาเหตุก็ไม่ต่างจากการเปลี่ยนจากมิตรเป็นศัตรูกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั่นคือไม่ได้ดังใจ

เพราะรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯ ในหลายๆ เรื่อง

ที่สำคัญคือรัฐบาลไม่ยอมค้อมหัวให้ในเรื่องการขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน คดีที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรฯ

โดยในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณนั้น คนใกล้ชิดรัฐบาลเคยออกมาแฉถึงชนวนเหตุสำคัญให้เกิดความขัดแย้ง ระหว่างนายสนธิกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามาจากปัญหาไม่ต่ออายุให้ผู้บริหารธนาคารแห่งหนึ่ง

ซึ่งผู้บริหารคนดังกล่าวมีบุญคุณกับนายสนธิ ในสมัยหัวทิ่มจากวิกฤตต้มยำกุ้ง เป็นหนี้เป็นสินมากมาย

ธนาคารแห่งนี้เปิดเจรจาประนอมหนี้กับนายสนธิ พร้อมโปร โมชั่นลด แลก แจก แถม เต็มเหนี่ยว

จึงในเวลาเพียงไม่นานนายสนธิ ก็กลับมาผงาดได้อีกครั้ง

จากเหตุดังกล่าวนายสนธิจึงมีบทบาททางการเมืองนอกสภามาจนทุกวันนี้

หากไล่เรียงบุคคลที่ถูกนายสนธิ หรือแกนนำม็อบพันธ มิตรฯ ลากขึ้นไปสับบนเวทีด้วยลีลาดุดัน

แค่ตำรวจใช้ตรวจสอบบุคคลเหล่านี้ รวมไปถึงพรรคพวกเพื่อนฝูง หรือคนที่เคารพนับถือ ว่ารู้เห็น หรืออยู่ในข่ายต้องสงสัยจากเหตุถล่มนายสนธิหรือไม่

ก็คงหน้ามืดแล้ว!?

เซ่นม็อบล้มถกอาเซียนเด้งฟ้าผ่า ผบช.ภ.2-ผบก.จว.ชลฯ

ที่มา เดลินิวส์

นปช.ไม่สวมเสื้อแดงรวมพลเดินสายชุมนุมพาบุกกรุงอีก

นปช.นับร้อย ไม่สวมเสื้อแดง รวมตัวกันที่โรงแรมรอยัลฯ เปิดหลักฐานดีวีดีอ้างมีคนตาย ลั่นไม่ยุติการชุมนุม เร่งเดินสาย 10 จังหวัดพาบุกกรุงเทพฯแน่ นัดชุมนุม 25 เม.ย. ที่มหาชัย ยังเรียกร้อง ผบ.ทบ. ผบ.ตร. ผบช.น. และองคมนตรีลาออก ส่วนพรรคเพื่อไทย ร้องดีเอสไอ ตรวจสอบเหตุทหารสลายการชุมนุมที่ดินแดง อ้างทำเกินกว่าเหตุ พร้อมออกแถลงการณ์ 5 ข้อ วันเดียวกัน “พัชรวาท” สั่งเด้ง ผู้บัญชาการภาค 2 กับ ผู้การฯชลบุรี เข้าประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังม็อบเสื้อแดงบุกขวางการประชุมอาเซียน จนผู้นำประเทศต่างๆ ต้องเผ่นหนีออกหลังโรงแรม ขณะที่ “ธานี” เรียกประชุมชุดพนักงานสอบสวน สั่งตั้งศูนย์ที่ บช.น.คลี่คลายทุกคดีที่เกิดทั้งก่อนและหลังประกาศ พ.ร.ก.รวม 55 คดี ให้ “วรพงษ์” รายงานทุก 7 วันพร้อมแจงสื่อ ด้าน “วิทยา” เผย สธ.จ่ายค่ารักษาเสื้อแดง 14 ล้าน ยันไม่มีคนตาย ยังนอนอยู่ในโรงพยาบาลอีก 16 ราย ส่วน “อภิสิทธิ์” ไม่รู้จะเจรจากับ “ทักษิณ” เรื่องใด เผยกำชับโฆษก ระมัดระวังคำให้สัมภาษณ์ ขณะที่ “เนวิน” ส่งทนายความแจ้งดำเนินคดีกับ 4 แกนนำ นปช.ปราศรัยให้ร้ายตลอด เช่นเดียวกับที่ ขอนแก่น แจ้งจับ “ขวัญชัย” ปิดถนนยุประชาชนต้านรัฐบาล “วิปรัฐบาล” นัดเปิดสภา 2 วัน อภิปรายเหตุการณ์เสื้อแดงป่วนเมือง พร้อมถ่ายทอดสด และเตรียมทำซีดี 1 ล้านแผ่นแจงประชาชน

กรณีแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ ถูกควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ล่าสุด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.เข้ามาควบคุมการสืบสวนสอบสวนคดีที่กลุ่ม นปช.กระทำผิด ตั้งแต่การชุมนุม รวมตัวปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล, การชุมนุมปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, การรุมทำร้ายขบวนรถ นายกฯที่กระทรวงมหาดไทย ตลอดจนการเข้าไปขัดขวางการประชุมอาเซียนที่พัทยา และการก่อจลาจลในกรุงเทพฯหลายจุดนั้น

“พัชรวาท”เด้งผบช.ภ.2เข้ากรุ

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 20 เม.ย. พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ลงนามคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 170/2552 เรื่อง ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ และรักษาราชการแทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 และ 12 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ จึงออกคำสั่งไว้ดังต่อไปนี้ 1.ให้ พล.ต.ท.อัศวิน ณรงค์พันธ์ ผบช.ภ.2 ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2.ให้ พล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 อีกหน้าที่หนึ่ง ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2552

พร้อมกันนี้ได้มีคำสั่งที่ 171/2552 ให้ พล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร์ ผู้บังคับการตำรวจ ภูธรจังหวัดชลบุรี ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และให้ พล.ต.ต. ปราโมช ปทุมวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี อีกหน้าที่หนึ่ง ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

“ธานี”เรียกประชุมแบ่งงาน

สายวันเดียวกัน ที่ บช.น. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึงปัจจุบัน และคดีที่เกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน และร่างกาย เฉพาะในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อกำชับการปฏิบัติงานและเร่งรัดคดีที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล, การปิดล้อมและทุบทำลายรถยนต์ของนายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย ตลอดจนการปิดกั้นการจราจร และเผาทำลายรถโดยสารประจำทาง และการลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนดังกล่าว ได้รับการแต่งตั้งจาก ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.อ.ธานี เป็นหัวหน้าคณะฯ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เป็นรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน

สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ บช.น.

พล.ต.อ.ธานี กล่าวภายหลังประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในกรณีที่มีกลุ่มบุคคลออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านรัฐบาล ในพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดอื่น ๆ ที่มีการกระทำผิดกฎหมายขึ้นว่า ได้เชิญพนักงาน สืบสวนสอบสวน และผู้เกี่ยวข้องมาหารือด้านสำนวนการสอบสวน โดยมอบให้ บช.น.จัดแบ่งคนรับผิดชอบแต่ละคดี และสั่งให้ตั้งศูนย์ที่ บช.น.ในการบริหาร สืบสวน ติดตามงาน เป็น การประชุมสืบสวนสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น หลังการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนปัญหาต่าง ๆ นั้น ก็บอกพนักงานสืบสวนสอบสวนไปแล้วว่า หากมีปัญหาในจุดใด ก็แจ้งผู้บังคับบัญชามา จะได้แก้ไข เรื่องนี้ไม่มีการเมืองแทรกแซง เราก็ทำไปตามอำนาจหน้าที่ของเรา

“ธานี”ไม่หนักใจทำตามหน้าที่

ผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจหรือไม่ ที่ต้องมาดูแลคดีกลุ่มเสื้อแดง รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้วที่ต้องทำ เราเป็นตำรวจ ก็ต้องทำตามหน้าที่ก็แค่นั้น โดยคดีที่ยังอยู่ระหว่าง ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีทั้งสิ้น 49 คดี ที่ประกาศก่อน พ.ร.ก.ก็มีอีก 6 คดี รวมเป็น 55 คดี ในพื้นที่นครบาล การทำคดีต่าง ๆ ก็จะรีบทำ บางคดีก็สอบอยู่ บางคดีก็ต้องสอบสวนทั้งคดียิง เผารถ ระเบิดต่าง ๆ รวมทั้งหมด การสอบสวนคดีก็ช่วยกันเร่งรัดทำสำนวนการสอบสวนให้เร็ว ให้เป็นธรรม และรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และจะมีการเรียกประชุมทุก 7 วัน โดยให้ ผบช.น.เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดกับสื่อ มวลชน

สธ.สรุปดูแลเสื้อแดง14ล้าน

ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 11.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงวงเงินในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บฉุกเฉินจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ว่า กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าจะรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดประมาณ 14,063,257 ล้านบาท โดยเหตุการณ์ที่ จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 10-11 เม.ย. มีผู้บาดเจ็บ 17 ราย วงเงิน 260,000 บาท เหตุการณ์ชุมนุมที่กรุงเทพฯระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย. มีผู้บาดเจ็บ 135 ราย วงเงิน 13,802,552 บาท ทั้งนี้จะมีการนำเงินจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มาสำรองจ่ายให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนไปก่อน หลังจากนั้นจะมีการทำเรื่องขออนุมัติเบิกจ่ายกับทางรัฐบาลต่อไป

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า สำหรับ ผู้ป่วย 135 ราย ในกรุงเทพฯ กระจายตาม รพ. ต่าง ๆ ดังนี้ รพ.ราชวิถี 18 ราย ค่าใช้จ่าย 5,866,850 บาท รพ.รามาธิบดี 42 ราย 3,909,024 บาท รพ.ทหารผ่านศึก 33 ราย 543,664 บาท รพ.มิชชั่น 5 ราย 257,915 บาท รพ.หัวเฉียว 5 ราย 226,402 บาท รพ.กลาง 11 ราย 280,947 บาท รพ.พระมงกุฎเกล้า 7 ราย 810,065 บาท รพ.วชิรพยาบาล 9 ราย 164,713 บาท รพ.ตำรวจ 1 ราย 130,520 บาท รพ.คามิลเลียน 1 ราย 6,054 บาท รพ.บางกอก 9 อินเตอร์ 1 ราย 77,746 บาท สถาบันประสาท วิทยา 1 ราย 143,730 บาท รพ.เดชา 1 ราย 41,063 บาท

อีก6รายหลบหนีออกจาก รพ.

นายวิทยา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการราย งานของเจ้าหน้าที่ยังพบว่า มีผู้บาดเจ็บประมาณ 6 ราย ที่ไม่ได้แสดงตนในการรักษา และไม่ได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชน และได้ออกจากโรง พยาบาลมิชชั่นไปแล้ว ไม่แน่ใจว่า มีการส่งต่อไปโรงพยาบาลอื่นหรือไม่ หรือว่าออกไปเพราะกลัวความผิด ไม่ได้รับบาดเจ็บมาก หรือไม่อยากให้รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งตนก็อยากรู้ว่าเหตุผลในการไม่แสดงตนคืออะไร ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและรายงานมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการ ดูแลจิตใจของผู้ป่วยนั้น ได้สั่งการให้กรมสุขภาพจิตเข้าไปดูแลผู้บาดเจ็บตั้งแต่เกิดเหตุแล้ว และจะติดตามอาการต่อไปหลังออกจากโรงพยาบาล

พม.ระบุผู้บาดเจ็บ26สูญหาย2

ด้าน นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะประธานศูนย์เยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับความเสีย หายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อวันที่ 8-14 เม.ย. และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บขอรับการช่วยเหลือจากศูนย์ฯ 26 ราย นอกจากนั้นเป็นการแจ้งบุคคลสูญหายจากเหตุการณ์ 2 คน ชื่อ นายสัมฤทธิ์ ชัยปัญญา อายุ 50 ปี และนายยรรยงค์ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 40 ปี และแจ้งว่าสูญหายขณะไปร่วมชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งตนจะสอบถามไปยังตำรวจว่า 2 ราย ที่แจ้งว่าสูญหายนี้ เป็นบุคคลในกลุ่ม 19 ราย ที่ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้บาดเจ็บที่มารับการช่วยเหลือจากศูนย์ฯเพียง 26 ราย จากทั้งหมด 135 ราย อาจเป็นเพราะไม่ทราบว่ามีศูนย์ฯ ให้การช่วยเหลือ ดังนั้นเราจะเปิดศูนย์ฯต่อไปอีก 3 เดือน เพื่อรอให้การช่วยเหลือ รายไหนที่ยังไม่มา ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปติดต่อผู้บาดเจ็บเองเพื่อให้ทุกคนได้รับการช่วยเหลือทั้งหมด จะได้ไม่เกิดปัญหาถูกมองว่าศูนย์ฯ ทำงานสองมาตรฐานแตกต่างกับการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ 7 ตุลา

“ผมยังยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุ การณ์วันที่ 8-14 เม.ย. เพียง 2 ราย และยังไม่มีการแจ้งเพิ่มเข้ามา ทั้งนี้หากจะแจ้งผู้ตาย หรือสูญหายจากเหตุการณ์ ขอให้แจ้งผ่านศูนย์เยียวยา ช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อวันที่ 8-14 เม.ย. และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในข้อมูล อย่างไรก็ตามผมได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ที่โรงพยาบาล พบว่าเหลือเพียง 16 ราย ที่ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล” รมว.การ พัฒนาสังคมฯ กล่าว

พท.ร้อง ดีเอสไอทำเกินเหตุ

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังเดินทางพร้อมด้วย นายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทยและเครือข่าย เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ. ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดี ดีเอสไอ ว่า พรรคเพื่อไทยต้องการให้ ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบกรณีที่ทหารหน่วยรบ พร้อมอาวุธสงคราม เข้าสลายการชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และอาจมีผู้สูญหาย ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 23 คน สูญหาย 8 คน และเสียชีวิต 2 ศพ โดยผู้เสียชีวิตดังกล่าว ยังเป็นที่สงสัยว่าเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมหรือไม่ เนื่องจากญาติของผู้เสียชีวิตแจ้งว่าทั้ง 2 คนเป็นการ์ดของ นปช. ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองว่า เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และในวันที่ 21 เม.ย. จะเข้าร้องเรียน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นในวันที่ 22 เม.ย. จะเข้ายื่นเรื่องต่อประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร

ขณะที่ พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า หลังได้รับหนังสือร้องเรียนจะเข้ารายงานต่อผู้บังคับบัญชา จากนั้นจึงจะตรวจสอบว่าเป็นอำนาจหน้าที่ที่ดีเอสไอจะสามารถเข้าไปตรวจสอบได้หรือไม่ต่อไป โดยจะดูถึงความประสงค์ของผู้ร้อง และข้อมูลต่าง ๆ ประกอบ และจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ยื่นศาลขอปล่อยตัว3แกนนำ

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. นายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัว นายวีระ มุสิก พงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ผู้ต้องหาที่ 1-3 คดีปลุกระดมโดยวิธีการใดเพื่อให้ละเมิดกฎหมายแผ่น ดิน และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เนื่องจากถูกคุมขังโดยมิชอบ โดยขอให้ศาลไต่สวนคำร้องโดยด่วนและมีคำสั่ง ปล่อยตัวผู้ต้องหาทันที ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

นายคารม กล่าวว่า หากศาลรับคำร้องไว้ไต่สวน ก็ได้เตรียมเอกสารและพยานบุคคลไว้ 5 ปาก ประกอบด้วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะไต่สวนเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เพราะสมัยรัฐบาลนายสมชาย เคยประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาแล้ว อย่างไรก็ดี หากไต่สวนแล้วศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัว โดยเห็นว่าการประกาศสถาน การณ์ฉุกเฉินฯ ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบ ครม.ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ก็ต้องปล่อยตัวผู้ที่ควบคุมตัวตามประกาศนี้ทุกคน

นปช.รวมตัวไม่กล้าใส่เสื้อแดง

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ตัวแทนกลุ่ม นปช.นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน และนายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ ร่วมกันแถลงท่าที นปช.ต่อการใช้ความรุนแรงขั้นสูงสุดปราบปรามผู้ชุมนุม โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ารับฟังร่วมร้อยคน แต่ส่วนใหญ่ไม่ใส่เสื้อสีแดง

นายสมยศ กล่าวว่า นปช.ต้องขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งกระทบ ต่อคนกรุงเทพฯ และจะเป็นบทเรียนในการเคลื่อนไหวครั้งต่อ ๆ ไป เราไม่ได้วางแผนให้เกิดเหตุการณ์ แต่เชื่อว่ามีการแทรกแซงให้เกิดการจลาจล เพื่อทำลายการต่อสู้ของคนเสื้อแดง นอกจากนี้ภาพติดลบที่เกิดกับกลุ่มคนเสื้อแดง เกิดจากการดำเนินการ 2 มาตรฐานของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยดูได้จากการประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็มีการประกาศ แต่คนทำผิดในขณะนั้นกลับยังไม่มีใครถูกดำเนินคดี ทั้งเหตุการณ์บุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ยึดสนามบิน และการปิดถนนพิษณุโลกเกือบ 6 เดือน และพ.ร.ก. ดังกล่าวกลายเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชน คุกคามสื่อและปิดกั้นคนเสื้อแดง ทั้งนี้การที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ใช้กำลังทหารคุมเสื้อแดง แทนตำรวจปราบจลาจล ก็ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลนี้ถูกอุปถัมภ์โดยทหาร และครอบงำโดยอำมาตยาธิปไตย

ประกาศเดินสาย10จังหวัด

นายสมยศ กล่าวต่อว่า นปช.จะยังไม่ถอย และเราเชื่อว่ามีการเสียชีวิต การทำลายศพ เบื้องต้นมีการแจ้งคนหายกับทางสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และศูนย์ของพรรคเพื่อไทย มีร่วม 30 คน ซึ่งเราจะหาความจริงต่อไป ทั้งนี้ เชิญชวนให้คนเสื้อแดงมาร่วมทำบุญในวันที่ 23 เม.ย. เวลา 10.00 น. ที่สามเหลี่ยมดินแดงและขอเชิญ นปช.ร่วมชุมนุมใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและยุติความเป็น 2 มาตรฐาน ที่จ.สมุทรสาคร ในวันที่ 25 เม.ย. เวลา 18.00-23.00 น. โดยจะแจ้งสถานที่ ให้ทราบอีกครั้ง และหลังจากนั้นจะไป จ.นครราช สีมา และเมื่อครบ 10 จังหวัด เราจะกลับมากรุงเทพฯอีกครั้ง และขอเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องการใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม และอย่าสร้างสถานการณ์โยงว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเกี่ยวข้อง กับการลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นได้มีการเปิด ดีวีดีบันทึกภาพเหตุการณ์ ความยาวประมาณ 3 นาที พร้อมกับออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ 1.ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที เร่งหาคนสูญหาย ตาย และบาดเจ็บพร้อมเยียวยา 2.หยุดคุกคามสื่อ โทรทัศน์ วิทยุชุมชน รวมถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ 3.หยุดคุกคามแกนนำและประชาชนเสื้อแดง 4.เร่งจับตัวคนที่ยิงประชาชนมาลงโทษโดยเร็ว 5.รัฐบาล ผบ.ทบ., ผบ.ตร., ผบช.น. ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก 6.พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ต้องลาออกจากองคมนตรี

เพื่อไทยออกแถลงการณ์5ข้อ

ด้าน นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยมีมติออกแถลงการณ์จากเหตุ การณ์การสลายการชุมนุมของรัฐบาล 1.พรรคฯ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับความเสียหายจากการสลายการชุมนุมของรัฐบาลและทหาร 2.พรรคฯไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงและการกระทำที่ผิดกฎหมายในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทางการเมือง 3.พรรคฯขอเรียกร้องจากบุคคลที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริง ให้มีการไต่สวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนให้การเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ 4.พรรคฯเห็นว่าการแก้วิกฤติการเมืองที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันจะต้องแก้ไขที่รากเหง้าคือ การที่ประเทศไทยขาดไร้ซึ่งประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม 5.พรรคฯเรียกร้องให้เกิดกระบวนการสร้างความปรองดองแห่งชาติอย่าง แท้จริง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อประเทศสามารถสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและใช้หลักนิติธรรมที่เป็นมาตรฐานเดียวกันให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง โดยพรรคเรียกร้องให้นำ รธน.ฉบับ พ.ศ. 2540 มาบังคับใช้แทนฉบับ พ.ศ. 2550

ทำซีดีล้านแผ่นแจงประชาชน

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล แถลงภายหลังการประชุม ว่า ได้เชิญนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ มาชี้ แจงสถานการณ์และความจำเป็นที่รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พื้นที่ กทม.และปริมณฑล รวมทั้งขั้นตอนการทำงานของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ โดยพรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ ตัดสินใจแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง และเป็นที่ยอมรับ นอกจากนั้นการดำเนินการยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งรัฐบาลได้ใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างถูกต้องมีเพียงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งรัฐบาล ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ เยียวยาแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลได้ตรวจสอบข้อมูลกับฝ่ายกฎหมายและคณะกรรมการกฤษฎีกา และเห็นว่ารัฐบาลได้ดำเนินการต่าง ๆ ด้วยความเสมอภาค ยุติธรรม ไม่ได้เลือกปฏิบัติหรือสองมาตรฐานอย่างที่มีการกล่าวหา ทั้งนี้รัฐบาลจะจัดทำซีดี 1 ล้านแผ่น เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้น

ประชุมรัฐสภา22-23เม.ย.

นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลกำหนดการประชุมสภาในวันที่ 22-23 เม.ย. นี้ระหว่างเวลา 10.00-22.00 น. รวม 2 วัน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ วิปทั้ง 3 ฝ่ายคือฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา จะมีการหารือรายละเอียดเกี่ยวกับการ ประชุมอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา เบื้องต้นเห็นพ้องต้องกันว่า ให้มีการ ถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ (สทท.11) พร้อมทั้งเชิญชวนสถานีวิทยุอื่น ๆ ร่วมเป็น เครือข่ายในการถ่ายทอดสัญญาณเสียงด้วย นอกจากนั้นยังได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อกำหนด ติดตาม นำเสนอทางออกให้รัฐบาล นำไปแก้ไขได้อย่างมีเหตุผล และมอบหมายให้ แต่ละพรรคกลับไปปรึกษาแนวทางการปฏิรูปการเมืองภายใน 2 สัปดาห์เพื่อนำมาหารือกันอีกครั้ง

ไม่มีเรื่องเอกสิทธิ์ของ“จตุพร”

สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภา ไม่สามารถนำประเด็นเรื่องการใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.มาดำเนินการได้ เพราะกระบวนการขอเอกสิทธิ์คุ้มครอง จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ถูกดำเนินคดีทางอาญาไปแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายศาล ศาลจึงจะร้องขอมายังสภา หากบุคคลนั้นเป็น ส.ส. และอยู่ในสมัยประชุม แต่กรณีของนายจตุพรนั้นนายจตุพรได้ไปดำเนินการผิดตามกฎหมายอาญาแผ่นดิน ดังนั้นนายจตุพรควรจะแสดงความสง่างาม และแสดงความรับผิดชอบในฐานะแกนนำ ด้วยการไปแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ และไม่ควรอ้างเอกสิทธิ์ในการแถลงข่าว

“สุเทพ”ปัดย้าย ผบ.ตร.,ผบ.ทบ.

ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยกล่าวเพียง ว่า เดี๋ยวคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะแถลงให้ทราบเอง ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างยังต้องทำงานอยู่ก็ควรจะฟังการแถลงที่เป็นทางการจากที่เดียว เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกัน เพราะถ้าต่างคนต่างพูด ต่างให้สัมภาษณ์จะเกิดความสับสนได้ ซึ่งทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะแถลงทุกเรื่องให้ประชาชนทราบเป็นระยะตามความจำเป็น เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ปรับหน่วยงานด้านความมั่นคงใหม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นี่ก็เป็นตัวอย่างของความสับสนอีกเรื่องหนึ่ง ความจริงไม่มีการเสนอความคิดนี้ และตนคงจะไม่พูดตอบโต้การพูดจาของกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะไม่ต้องการให้เกิดข้อโต้แย้งอะไรกัน แต่ในฐานะที่ตนรับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงก็จะพยายามดูแลให้ทุกคน และทุกภาคส่วนได้ทำงานเต็มที่

เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าการทำงานของฝ่ายความมั่นคงในขณะนี้มีเอกภาพ ไม่ระแวงกันเอง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอย่างแน่นอน ยืนยันว่าภายใต้รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี การทำงานมีเอกภาพเต็มที่ เราทำงานด้วยกันมาตลอด เมื่อถามย้ำว่าจะไม่มีการปรับระดับ ผบ.ตร.หรือ ผบ.ทบ. ใช่หรือไม่ นาย สุเทพ กล่าวว่า ไม่มี

“อภิสิทธิ์”ปัดเจรจา“ทักษิณ”

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มนักธุรกิจเสนอให้พึ่งคนมีบารมี มาทำหน้าที่คนกลางให้นายกรัฐมนตรีเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางหยุดความขัดแย้งว่า ตอนนี้กำลังคลี่ คลายเหตุการณ์โดยลำดับ และข้อเสนอที่จะเดินหน้าสร้างความปรองดองก็จะมีการดำเนินการต่อไปบนความถูกต้อง เพราะฉะนั้นตนจึงไม่ทราบว่า ที่เสนอให้มีการเจรจานั้นจะเป็นอย่างไร แต่หลักการคือจะไม่ลบล้างในแง่คดีอาญา ขณะที่ในแง่ความผิดทางการเมืองเป็นเรื่องที่สามารถเสนอเข้ามาให้พิจารณาได้เพื่อมาดูความเหมาะสม รูปแบบ วิธีการและเหตุผลเพราะตรงนี้ยังไม่มีการตกผลึก เพียงแต่เมื่อตนเริ่มต้นกระบวนการต้องเปิดกว้างพอสมควร ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าตนยอมรับที่จะเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะยังไม่ทราบว่า จะไปเจรจาเรื่องใด เนื่องจากสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณมีปัญหาคือเรื่องคดีอาญา และนึกไม่ออกว่ากรอบ การเจรจาคืออะไร อย่างไรก็ตามตนจะเจรจากับคนที่เรียกร้องอยู่ในกรอบ ไม่ใช้ความรุนแรงและไม่ยุยงส่งเสริมให้เกิดความรุนแรง

ให้ส.ส.หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

ต่อข้อถามว่าการเปิดประชุมรัฐสภาใน วันที่ 22-23 เม.ย. เพื่อเสนอหาทางออกลดความขัดแย้งเป้าหมายคืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในการไปร่วมประชุมส.ส.พรรคประชา ธิปัตย์ตนจะขอให้ ส.ส.ของพรรคหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เวทีนี้เป็นเวทีที่สร้างความขัดแย้ง แต่ความ ตั้งใจของตนคือ 1.ให้มีการนำเสนอ ตรวจสอบความคลางแคลงใจต่าง ๆ เพื่อรัฐบาลจะได้ชี้แจง 2.ทุกฝ่ายช่วยกันหาทางออกเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง เมื่อถามถึงการยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้เมื่อใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เหลือในเรื่องการคลี่คลายบางคดี รวมทั้งการใช้กลไกบางอย่างที่จะไปพูดคุย เพื่อไม่ให้เกิด เหตุการณ์ซ้ำรอย ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านนี้ขอเวลาคิดว่าคงอีกไม่นาน ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวล หรือไม่ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเรื่องให้ดีเอสไอ ตรวจสอบกรณีการดำเนินการสลายการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่กังวล เพราะการตรวจสอบสามารถทำได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นอำนาจของดีเอสไอหรือไม่

กำชับโฆษกให้ระวังคำพูด

เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ต่อการที่ พ.ต.ท. ทักษิณยังนำเรื่องทหารยิงประชาชนระหว่างการชุมนุมไปขยายความในต่างประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เคยเห็นว่านำรูปไปแสดง ซึ่งรัฐบาลก็ชี้แจงแล้วและคิดว่าขณะนี้ต่างประเทศก็มีความ เข้าใจดีระดับหนึ่งแต่เราจะมีการชี้แจงต่อเนื่อง เมื่อถามว่าตัวนายกฯแสดงออกที่อยากให้มีความสมานฉันท์ ขณะที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงพูดยั่วยุอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับโฆษกฯทางโทรศัพท์แล้ว ว่าให้ระมัดระวังในการให้สัมภาษณ์ และในการประชุม ส.ส.ของพรรควันนี้ก็จะพูดกันอีกครั้ง

“โสภณ”ชี้ขสมก.สูญ30ล้าน

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมการรายงานตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นจากกรณีที่กลุ่มม็อบเสื้อแดงได้เผาทำลายรถเมล์ของ ขสมก. ได้รับความเสียหาย 32 คัน มูลค่าเบื้องต้น 30 ล้านบาทให้ ครม. รับทราบในวันที่ 21 เม.ย. ส่วน รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนกรณีรถร่วม ขสมก. ได้รับผลเสียหายจากการถูกเผาด้วยนั้น หากต้องการความช่วยเหลือให้เอกชนทำเรื่องเสนอมาที่ ขสมก. ส่วนจะได้รับการชดเชยหรือไม่นั้น ไม่สามารถระบุได้ เพราะต้องไปพิจารณาข้อกฎหมายก่อน นอกจากนี้จะนำเสนอผลกระทบทางอ้อม เช่น การรถไฟฯ เส้นทางสายเหนือถูกปิดจนไม่สามารถเดินรถได้ประมาณ 70 ขบวน รวมทั้ง กรณีที่บริษัท ขนส่ง จำกัด ได้จัดรถขนคนที่มาร่วมชุมนุมกลับภูมิลำเนาด้วย ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายประมาณ 1 ล้านบาท

มส.สั่งหาตัวพระร่วมชุมนุม

ดร.อำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม ได้มีการหารือถึงกรณีที่มีพระสงฆ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงถึงขึ้นเข้าไปร่วมทุบตีรถติดตามนายกรัฐมนตรีที่กระทรวงมหาดไทย โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานฯ กล่าวว่า จะมอบอำนาจให้เจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่เกิดเหตุการณ์ ซึ่งเป็นกรุงเทพฯจึงเป็นหน้าที่ของ พระธรรมสุธี เจ้าคณะกรุงเทพฯฝ่ายมหานิกาย และพระพรหมมุนี เจ้าคณะกรุงเทพฯฝ่ายธรรมยุต ต้องตรวจสอบว่าพระที่เข้าไปร่วมชุมนุม เป็นพระจากวัดใด หรือหากผู้ใดมีหลักฐานทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของพระที่เข้าไปร่วมชุมนุม ก็ให้ส่งมาที่ พศ. เพื่อจะหาทางดำเนินการต่อไป

“จตุพร”จี้จัดการคนเสื้อน้ำเงิน

ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และแกนนำกลุ่ม นปช.ให้สัมภาษณ์ว่า อยากเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์ สุวรรณ ผบ.ตร. ซึ่งจะชี้แจงเหตุการณ์สลายการชุมนุม และเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคนเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ตนขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาทนำคนเสื้อสีน้ำเงินมาดำเนินคดีด้วย เพราะขณะนี้เป็นปัญหาของประเทศมากที่สุด โดยแอบอ้างกลไกของรัฐใส่เสื้อสีน้ำเงิน เขียนข้อความปกป้อง สถาบันมาทำร้ายประชาชน ซึ่งเหตุการณ์เกิดตั้งแต่ที่พัทยา ที่นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็น บุคคลนอกรัฐธรรมนูญถูกตัดสิทธิทางการเมือง ไปปรากฏตัว

“คดีเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ไม่ต้องพูดเรื่องสองมาตรฐาน คดีของพันธมิตรฯ 106 คดี ไม่คืบ แต่ทุกคดีของ นปช. ทำได้รวดเร็วทุกคดี ต่างจากพันธมิตรฯโดยสิ้นเชิง วันที่ 3 ธ.ค. 51 ยุติการชุมนุมที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าวันนั้นพันธมิตรฯทุกคนได้กลับบ้านโดยไม่ต้องถูกคุมขัง ทั้งที่มีความผิดลักษณะเดียวกับคนเสื้อแดงจึงถาม พล.ต.อ.พัชรวาท นายอภิสิทธิ์ว่าถ้านี่ไม่เรียกว่าสองมาตรฐานจะเรียกว่าอะไร ทำไมคนเสื้อแดงต้องถูกไล่ล่าถูกคุมขัง ถามว่าความยุติธรรมอยู่ตรงไหน” นายจตุพร กล่าว

ตัวแทน“เนวิน”แจ้งจับแกนนำ

เมื่อเวลา 14.00 น. นายชนินทร์ แก่นหิรัญ รับมอบอำนาจจากนายเนวิน ชิดชอบ นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย และ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ นำเอกสารหลักฐานเข้า แจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.เอกชัย ศรีระหงษ์ พงส. (สบ2) สน.ดุสิต เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายอดิศร เพียงเกษ และนายสมคิด บรรณา รักษ์ ซึ่งได้พูดจาใส่ความ นายเนวิน ชิดชอบ และยุยงให้ผู้ร่วมชุมนุมตามฆ่านายเนวินเพราะเป็นตัวการผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ทั้งหมด โดยมี พ.ต.ท.วีระชัย ภู่ตระกูล พงส. (สบ3) และ พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก. ร่วมสอบสวน

นายชนินทร์ เปิดเผยว่า ได้แจ้งความ ร้องทุกข์กับ 4 แกนนำ แยกเป็นกลุ่มแรกมี นายอดิศร และ นายสมคิด ในข้อหาก่อให้บุคคลทั่วไปกระทำความผิด โดยการยุยง โฆษณา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือ นายจตุพร และ นายณัฐวุฒิ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยในช่วง ที่มีการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล นายอดิศร และนายสมคิด ได้กล่าวใส่ร้ายนายเนวินต่าง ๆ นานา ให้เกลียดชังนายเนวิน และยังชักชวนให้ไล่ล่าและทำร้ายนายเนวินและครอบครัว ส่วนนายจตุพร และนายณัฐวุฒิ กล่าวให้ร้ายนาย เนวินว่าเป็นตัวการอยู่เบื้องหลังเหตุวุ่นวายต่าง ๆ เช่น การยึดรถเมล์, เผารถเมล์ และการบุกมัสยิด ภายในซอยเพชรบุรี ซอย 7 ทำให้ประชาชน เข้าใจผิดและเกลียดชังในตัว นายเนวินและครอบครัว

แจ้งจับ“ขวัญชัย”ที่ขอนแก่น

ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 10.00 น. นายตุล ประเสริฐศีล ประธานเครือข่ายประชาชน ต่อต้านคอร์รัปชั่นขอนแก่น พร้อมสมาชิก 30 คนเดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.พัฒนี ศิริวัฒนี ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ นายขวัญชัย สาระคำ หรือ ขวัญชัย ไพรพนา กับพวกที่ชุมนุมปิดถนนหน้าเอ็นบีทีขอนแก่น ใช้เครื่องขยายเสียงที่ถนนศูนย์ราชการ ปลุกระดมประชาชนให้ต่อต้านรัฐบาลโดยผิด กฎหมาย ซึ่ง พล.ต.ต.พัฒนี กล่าวว่า ได้ดำเนินการสอบพยานไปแล้ว 22 ราย ในคดีดังกล่าว เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะได้ส่งสำนวนให้ ผบช.ภ.4 ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เพื่อส่งฟ้องต่อศาลโดยเร็ว

ที่ จ.สุรินทร์ กลุ่มพันธมิตรสุรินทร์ 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายวิเชียร ชวลิต ผวจ. อ้างว่าในนามของชาวสุรินทร์ ผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขอให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนบุคคลผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนให้มีความเหมาะสม

ส.ส.มอบพระให้“อภิสิทธิ์”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส.พรรค โดยมี นายชุมพล กาญจนะ ส.ส. สุราษฎร์ธานี เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ซึ่งก่อนเริ่มประชุมได้มี นายขยัน วิพรหมชัย ส.ส.ลำพูน ได้นำพระรอด จ.ลำพูน มาแจกจ่ายให้กับสมาชิกพรรค และมอบพระบูชาครูศรีวิชัยให้กับ นายอภิสิทธิ์ เพื่อให้แคล้วคลาดจากภยันตรายด้วย อย่างไรก็ตามก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายอภิสิทธิ์ ได้เล่าถึงเหตุการณ์การชุมนุมประท้วง และการถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงรุมทำร้ายให้กับ ส.ส. ในพรรคได้รับทราบด้วย

“จักรภพ” โผล่นอกลั่นโค่น รบ.

นายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในแกนนำกลุ่ม นปช. ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ต่อสำนักข่าวเอเอฟพีในกรุงเทพฯ เมื่อวันเดียวกันว่า ขณะนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยแล้ว โดยอยู่ในที่ปลอดภัยที่ไม่ขอเปิดเผย และจะเดินหน้ารณรงค์เพื่อโค่นล้ม นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อไป โดยได้ตั้งสำนักงานในต่างแดน เพื่อดำเนินการดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทีมงานได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์บางส่วนแล้ว แต่ต้องใช้เวลาวิเคราะห์สถานการณ์สักระยะ นายจักรภพ เผยอีกว่า ตนได้มีการติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ตลอด แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้สั่งการสิ่งที่พวกตนกำลังดำเนินการ และว่า ช่วง 3 สัปดาห์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลนั้น ทราบมาว่าเกิดการไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในระหว่างแกนนำ เกี่ยวกับการตัดสินใจยกเลิกการชุมนุม ซึ่งตอนนั้นตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

“พัชรวาท” แจงการปฏิบัติม็อบ

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้ออกทีวีตอบข้อซักถาม ชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อการชุมนุมของพันธมิตรฯกลุ่มคนเสื้อเหลือง และ นปช.กลุ่มคนเสื้อแดง ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าปฏิบัติ 2 มาตรฐาน โดย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. กล่าวโดยสรุปว่า ตำรวจจะเลือกปฏิบัติกับคนกลุ่มใด หรือสีเสื้อใด ไม่ได้ โดยเฉพาะด้านอำนวยความยุติธรรมในทางอาญา เนื่องจากมีกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับในการปฏิบัติที่ชัดเจน ส่วนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ผู้มีอำนาจออกประกาศ ต้องมี ข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการปฏิบัติให้ครบถ้วนก่อน เช่นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสอบสวน สถานที่ควบคุม ซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ เรือนจำ หรือทัณฑสถาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติสามารถดำเนินการได้ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.ก. แต่การออกประกาศ พ.ร.ก.ครั้งก่อน ไม่มีการออกประกาศข้อกำหนดให้ครบถ้วน จึงมีความแตกต่างกันในทางปฏิบัติ

ส่วนการจับกุมสถานีดีสเตชั่น แต่ไม่จับเอเอสทีวี เพราะมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 147-148/2549 ลงวันที่ 24 เม.ย. 49 คุ้มครองอยู่ สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกับแกนนำคนเสื้อเหลืองที่บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การสอบสวนเสร็จสิ้นไปร้อยละ 95 แล้ว ซึ่งเพียงพอยืนยันความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว คงเหลือพยานความเสียหายด้านเศรษฐกิจ ส่วนการควบคุมฝูงชน ตำรวจผู้ปฏิบัติทุกระดับชั้นต้องยึดนโยบายไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับประชาชนอย่างเคร่งครัด ซึ่งการชุมนุมที่โรงแรมรอยัลคลิฟ บีชฯ ที่พัทยานั้น จากเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ตำรวจที่ปะทะกับผู้ชุมนุม และตำรวจหลายนายถูก ป.ป.ช. ชี้มูลอยู่ในข่ายต้องแจ้งข้อกล่าวหา ทำให้ตำรวจขาดความมั่นใจในการปฏิบัติงาน

พล.ต.อ.พัชรวาท ได้กล่าวในตอนท้ายว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนตระหนักดีว่า การชุม นุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ ภายใต้กรอบอย่างสงบ และปราศจากอาวุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจสนับสนุนให้ความสะดวก และความปลอดภัย หากประชาชนจะใช้สิทธิดังกล่าว แต่ขออย่าได้ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมือง หรือชุมนุมเรียกร้องสิทธิประการอื่นใด.

จดหมายจากคนขอนแก่น

ที่มา เดลินิวส์

ม็อบเสื้อแดงถูกสลายไปเรียบร้อยแล้ว อย่างที่รู้ มีประชาชนอีสานไม่น้อยที่เข้าร่วมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่มักถูกเหมารวมว่า รับจ้างมา หรือหลงงมงายทักษิณ

แทนที่จะพยายามมองถึงรากเหง้าของปัญหา และเข้าให้ถึงหัวจิตหัวใจของคนอีสาน

เช่นเดียวกับการเลือกตั้งที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งมีการโทษว่าเพราะคนอีสานโง่ ขาดความรู้ ซื้อได้ จึงเลือกรัฐบาลเลว ๆ มาบริหารประเทศ จน คมช. ต้องเข้ามาปฏิวัติ กลายเป็นวิกฤติประเทศจนทุกวันนี้ ใครจะดูถูกว่าคนอีสานโง่ ก็ปล่อยเค้าไป ใครดูถูกคนอื่นว่าโง่ ตัวเองนั่นแหละ โง่ตัวแม่

เหมือนดาราที่เป็น “วัวลืมตีน” บางคน เอาคนอีสานไปล้อเลียนเปรียบกับลิง หาว่า โง่กว่าลิง ไม่ควรมีสิทธิมีเสียงในการกำหนด อนาคตประเทศ เลยออกมาเสนอความคิดชั่วช้าว่า ให้เสียงคนรวยมีค่ามากกว่าคนจน ไม่เอากติกาแบบอารยะ 1 เสียง 1 คน เพราะเชื่อว่าคนรวยฉลาดกว่า เลือกรัฐบาลได้ดีเลิศประเสริฐ ศรีกว่า

พวกเห็นคนไม่ใช่คน เยี่ยงนี้ ไร้ค่าจริง ๆ ถึงได้บอกอย่าไปสนใจ !!!

ข้อเขียนวันนี้ เริ่มต้นถึงคนอีสาน เพราะได้รับแฟกซ์ที่ทำให้ไม่สบายใจมาก ๆ ตอบช้าไปนิด แต่ขอให้ทราบว่า คิดในใจตลอดเวลา เป็นเรื่องที่ต้องหยิบยกมาเขียนแน่ ไม่อย่างนั้น คงนอน หลับตาไม่ได้ จริง ๆ

มาจาก คนขอนแก่น ส่งแฟกซ์ข้อเขียน พรรคพันธมิตร แนบมา และขีดเส้นใต้ไว้ที่ข้อความ “ที่ผ่านมากลุ่มเสื้อเหลืองก็ทำ กิจกรรมต่อเนื่อง จัดคอนเสิร์ตสัญจรไป เหยียบจมูก กลุ่มเสื้อแดงในอีสานมาแล้ว คราวหน้าก็จะสัญจรไปเมืองหลวงของกลุ่มเสื้อแดงที่เชียง ใหม่อีก คนที่นั่นคงหนาวแน่”

บอกว่า อ่านแล้ว...โกรธมาก ถ้าคุณดาวประกายพรึกอยู่ใกล้หรือเป็นคนรู้จักกันจะจับคอถามว่าคุณเขียนลงไปได้อย่างไร คุณจะเชียร์ใครหรือเขียนกระไร กระผมไม่ว่า ข้อความที่กระผมโกรธ อยากให้คุณดาวประกาย พรึกสำนึก คือ ข้อความที่ผมขีดเส้นใต้นี้เท่านั้น ข้อความอื่นกระผมไม่สนใจหรอกว่า คุณจะเขียนอย่างไร ใช้อวัยวะส่วนไหนคิดถึงเขียนได้แค่นี้ กระผมคนอีสาน ซึ่งไม่เกี่ยวกับเสื้อเหลือง เสื้อแดง มีเลือดรักเกียรติภูมิบ้านเกิดรวมทั้งคนอื่น ๆ ที่อยู่ภาคอีสานยอมรับไม่ได้กับคำว่า เหยียบจมูก หรือคุณดาวประกายพรึกรับได้กับคำนี้

มันเป็นคำพูดที่สบประมาท และ ดูถูกคนทั้งภาคอีสาน ถึงจะเป็นคนโง่ แต่ก็ไม่ชอบให้คนมาดูถูกนะครับ คุณดาวประกาย พรึกขอโทษคนอีสานด้วยครับ ถ้าไม่ขอโทษจะเลิกอ่าน จากคนขอนแก่น

เอามาลงให้เต็ม ๆ ทุกตัวอักษร เพื่อแสดงความจริงใจ และน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์โดยดุษณี เพียงแต่อยากบอกคุณคนขอนแก่นว่า อย่าว่าแต่ข้อเขียนที่เป็นตัวอักษรเลย แม้แต่คิด ก็ไม่เคยคิดซักนิดเดียว หากคุณขอนแก่นได้อ่านคอลัมน์นี้อย่างต่อเนื่อง จะประจักษ์แจ้งว่า

ยกย่อง เชิดชู ให้เกียรติ เคารพ คนอีสาน อย่างยิ่ง เพราะ อีสานเป็นแหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ มีปราชญ์ชาวบ้านมากมาย พระเกจิที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็อยู่ที่อีสานทั้งสิ้น อีสานจึงเป็น แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง และคนอีสาน ก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของแผ่นดินแห่งนี้ แล้วจะไปดูถูกได้อย่างไร

แต่นั่นล่ะ หากข้อเขียนนี้จะทำให้ “คุณคนขอนแก่น” โกรธมาก และเกิดความเข้าใจผิด ก็กราบขออภัยจริง ๆ ยังไงขออย่าตัดรอน ด้วยการเลิกอ่านเลยนะ

โธ่ คนเขียนหนังสือ สิ่งภูมิใจสูงสุด คือ เขียนแล้วมีคนอ่าน นี่แหละ ไม่ใช่อะไรอื่นเลย.

ดาวประกายพรึก

พัชรวาท วงษ์สุวรรณ แจ้งข้อหา พันธมิตร

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_936

ที่ห้องประชุม 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ? เวลา? 20.30 น. วันนี้ (20 เม.ย.)? พล.ต.อ. พัชรวาท? วงษ์สุวรรณ? ผบ.ตร.? พล.ต.อ.วัชรพล? ประสารราชกิจ? รอง ผบ.ตร.? พล.ต.ท.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล? ผู้ช่วย ผบ.ตร.?? พล.ต.ท.วรพงษ์? ชิวปรีชา? ผบช.น.? พล.ต.ท.ฉลอง? สนใจ? ผบช.ภ.1? พล.ต.ต.อำนวย? นิ่มมะโน? รอง ผบช.น.? พล.ต.ต.ปราโมช? ปทุมวงศ์? รอง ผบช.ภ.2? ร่วมกันแถลงผ่านรายการ สถานีข่าวสารเพื่อประชาชนŽ ภาคพิเศษ?? ออกอากาศสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยหรือNBT สรุปการดำเนินการกับผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่ม? นปช.?? มีนายอภิรักษ์? หาญพิจิตวณิชย์? เป็นพิธีกรดำเนินรายการ พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน และประชาชนสอบถามประเด็นข้อสงสัย

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.กล่าวว่า มีข้อสงสัยในการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า มีมาตรฐานอย่างไรกับการดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ และกลุ่ม นปช.ว่า มีความเป็นธรรมหรือไม่ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย ให้มาชี้แจงทำความเข้าใจ จึงเชิญ ผบช.น.? ผบช.ภ.1 ผบช.ภ.2 และผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม เพื่อรายงานผลการทำคดีทุกส่วน และทำความเข้าใจกับประชาชน? ซึ่ง บช.น.มีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ จะให้ ผบช.น.เป็นผู้แถลง สำหรับส่วนสุดท้ายในเรื่องการจัดประชุมอาเซียนที่พัทยา เป็นเรื่องสำคัญ? ประชาชนสงสัยการดำเนินคดีเป็นไปอย่างไร จะให้ชี้แจงในรายละเอียด ซึ่งเหตุการณ์ที่พัทยานั้น คาดว่า ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด และจำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มมากขึ้น

พล.ต.ท.วรพงษ์?? ชิวปรีชา? ผบช.น.กล่าวว่า? ตำรวจนครบาลถือเป็นหน่วยหลัก มีคดีเกิดขึ้นจำนวนมาก ได้เน้นย้ำให้พนักงานสอบสวน และตำรวจทุกคนดำเนินการทุกคดี อย่างเป็นธรรม ยึดหลักต้นธารของกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในประชาชน แต่รายละเอียดเนื่องจากเหตุเกิดขึ้นเป็นเวลายาวนาน จะมอบให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ในฐานะผู้รับผิดชอบงานสอบสวน เป็นผู้ชี้แจง

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน กล่าวว่า ขอทำความชี้แจงใน 2 เรื่อง เรื่องแรกความคืบหน้าในคดีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุม และกลุ่ม นปช.ชุมนุม ก่อคดีขึ้น ส่วนที่ 2 มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในการดำเนินการใช้มาตรฐานเดียวกันทั้ง 2 กลุ่มหรือไม่ วันนี้จะได้เห็นชัดเจน แต่ต้องขออนุญาตทำความเข้าใจว่า ตำรวจไม่แบ่งพวกแบ่งฝ่าย การที่เราเป็นประเทศไทย? ราชอาณาจักรไทยแบ่งแยกไม่ได้ องค์ประกอบคือมีประชาชนเป็นหนึ่งเดียว ใครที่แบ่งเป็นฝักฝ่าย คนนั้นขายชาติ

รอง? ผบช.น.กล่าวต่อไปว่า กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะด้านอำนวยความยุติธรรม ในทางอาญา มีกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งข้อบังคับในการปฏิบัติที่ชัดเจน? จะเลือกปฏิบัติกับกลุ่มใด หรือสีเสื้อใดต่างกันไม่ได้ หลักเกณฑ์พิจารณาออกหมายเรียก หรือออกหมายจับผู้ต้องหา หลักเกณฑ์สำคัญหนึ่ง นอกเหนือจากความหนักเบาของข้อหาแล้ว?? จะต้องพิจารณาว่า จำเป็นต้องจับกุมเพื่อยับยั้งผลร้าย ที่จะเกิดขึ้นโดยทันทีหรือไม่ เช่น พบเห็นคนร้ายกำลังทุบรถผู้เสียหาย?? เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องจับกุมทันทีเพื่อระงับเหตุ แต่ถ้าหากทุบรถเสร็จแล้วกลับบ้านไป ความจำเป็นที่จะจับกุมเพื่อระงับเหตุผ่านพ้นไปแล้ว เจ้าหน้าที่อาจออกหมายเรียกก่อน เพื่อให้ได้ตัวมาดำเนินคดีแทนหมายจับทันที ซึ่งขึ้นอยู่ในวิสัยจะทำได้ตามหลักการและเหตุผล

ส่วนกรณีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำไมต้องควบคุมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ไม่ได้ควบคุมตัวแกนนำกลุ่มคนเสื้อเหลือง?? พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า การบังคับใช้ให้เป็นไปตามประกาศ พ.ร.ก. ฉุนเฉินฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการได้ ก็ต่อเมื่อผู้มีอำนาจออกประกาศข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการปฏิบัติให้ครบถ้วนก่อน เช่น เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสืบสวนสอบสวน สถานที่ควบคุมตามที่กำหนด ซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขัง เรือนจำ หรือทัณฑสถาน เพื่อให้ผู้ปฎิบัติสามารถดำเนินการ ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ได้ การออกแต่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งก่อน ไม่มีการออกประกาศข้อกำหนดให้ครบถ้วน เพื่อเอื้ออำนวยต่อการบังคับใช้กฎหมาย จึงไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งแตกต่างกับการชุมนุมครั้งนี้

สำหรับการสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น ของคนเสื้อแดง และตัดสัญญาณ อีกทั้งดำเนินคดีด้วย แต่กับสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีของคนเสื้อเหลือง ไม่ได้ดำเนินการนั้น พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้เนื่องจากได้รับความคุ้มครอง ตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ 147-148/2549 ลงวันที่ 24 เมษายน 2549 ซึ่งปัจจุบันยังได้รับความคุ้มครองตามคำสั่งอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายจับกลุ่มเสื้อแดง ตำรวจให้ความสำคัญในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาและตั้งรางวัลนำจับรายละ 50,000 บาท ขณะที่หมายจับคนเสื้อเหลืองไม่มีการให้รางวัล พล.ต.ต.อำนวย ตอบว่า เป็นการให้รางวัลกับพลเมืองดี ที่ชี้ช่องเบาะแสให้จับกุมผู้ต้องหา 19 คน ซึ่งมีเพียงภาพถ่ายขณะก่อเหตุ โดยที่ไม่ทราบชื่อที่อยู่ ซึ่งก่อเหตุที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ทราบชื่อคนเดียว คือ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน และพฤติการณ์กระทำความผิดเป็นการกระทำที่อุกอาจ เนื่องจากประทุษร้ายต่อนายกรัฐมนตรี? ซึ่งเป็นผู้นำประเทศ? ผู้ชุมนุมใช้เหล็กแหลมทิ่มเข้าไปในรถ ต้องการทำร้ายนายกรัฐมนตรีนั้น หากเป็นประเทศอื่น หน่วยรักษาความปลอดภัยคงต้องใช้ปืนยิงไปแล้ว ต้องขอขอบคุณรัฐบาล ที่จะเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุม ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนคำถามที่ว่าการดำเนินคดีกลุ่มคนเสื้อแดง ด้วยความรวดเร็ว ในขณะที่คดีกลุ่มคนเสื้อเหลืองล่าช้านั้น พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า? การดำเนินคดีแต่ละเรื่องมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน?? ด้านระยะเวลาของการดำเนินการเช่น ความยุ่งยากในการรวบรวมพยานหลักฐาน ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในการดำเนินคดีที่มีการกระทำผิดต่อเนื่องหลายท้องที่ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา สนามบินดอนเมือง? สนามบินสุวรรณภูมิ จำนวนผู้กระทำความผิด การดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ดำเนินการต่อเนื่องทุกคดีคืบหน้าหมด เช่นกรณีการบุกรุกทำเนียบฯ ได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้วมีความเห็นสั่งฟ้อง 9 แกนนำ ส่งสำนวนสอบสวนให้พนักงานอัยการตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 2551? คดีกลุ่มพันธมิตรฯปิดล้อมรัฐสภา วันที่ 7 ต.ค. 2551? พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแกนนำและผู้ร่วมกระทำผิดรวม 21 คน ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2552 ซึ่งผู้ต้องหาขอให้การเพิ่มเติมในวันที่ 27 เม.ย.2552 ปัจจุบันค้างเฉพาะคดีที่พันธมิตรฯบุกยึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น

ขณะที่ พล.ต.ท.ฉลอง? สนใจ? ผบช.ภ.1 กล่าวถึงความคืบหน้าคดียึดสนามบินสุวรรณภูมิว่า สอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์? พยานหลักฐานสามารถไปรวมกับเหตุการณ์ที่สนามบินดอนเมืองเพื่อดำเนินคดีผู้กระทำผิด?? สาเหตุที่ใช้เวลานานเนื่องจากเป็นการกระทำผิดหลายข้อหา บางข้อหามีโทษสูงถึงประหารชีวิต มีผู้ร่วมกระทำผิดหลายคน มีความจำเป็นจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อหาและรายชื่อผู้กระทำผิด?? พล.ต.ท.ฉลองตอบว่ามีข้อหาก่อการร้ายด้วย?? ส่วนชื่อผู้ที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาถือเป็นความลับในสำนวนการสอบสวนไม่สามารถเปิดเผยได้? แต่ขอให้คำมั่นว่าได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม

ภายหลังแถลงข่าว? พล.ต.อ.พัชรวาทให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมเหตุการณ์กลุ่ม? นปช.ยึดโรงแรมรอยัลคลิฟ บีชพัทยาที่ประชุมผู้นำอาเซียนว่า ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดขึ้น?? ทหารตำรวจทำตามนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรง? กำลังทหารตำรวจใช้โล่ดันกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีจำนวนมาก??? ไม่ได้ใช้ความรุนแรง และส่วนหนึ่งยอมรับว่าอาจมีการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด?? เนื่องจากจำนวนผู้ชุมนุมมาก? เมื่อถามว่า คิดใช้น้ำหรือแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมหรือไม่?? พล.ต.อ.พัชรวาทตอบว่า? พล.ต.ท.อัศวิน? ณรงค์พันธ์? ผบช.ภ. 2? ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ต้องเป็นผู้พิจารณา รัฐบาลไม่ได้สั่งอะไรเป็นพิเศษ? ส่วนที่มีข่าวรัฐบาลไม่พอ ใจการทำงานของตำรวจทหารอาจถูกโยกย้ายนั้น? พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเต็มที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนตระหนักดีว่าการชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนทั่วไปสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ภายใต้กรอบอย่างสงบและปราศจากอาวุธ?? เจ้าหน้าที่ตำรวจสนับสนุนให้ความสะดวกและความปลอดภัย?? จึงขอความกรุณามายังประชาชนโดยทั่วไปและผู้ที่จะชุมนุมในทางการเมืองต่อไปขอได้โปรดเข้าใจสิทธิและหน้าที่ส่วนบุคคล?? หากจะใช้สิทธิดังกล่าว? อย่าได้ละเมิดสิทธิของผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมือง? หรือชุมนุมเรียกร้องสิทธิประการอื่นใด? Ž ผบ.ตร.กล่าว

โอ๊ค-เอม-อิ๊ง สู้เพื่อพ่อ!!

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_126

ผิดด้วยหรือที่เกิดเป็นลูกนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร! เป็นคำถามคาใจมานาน สำหรับลูกอดีตนายกฯอย่าง โอ๊ค-พานทองแท้, เอม-พินทองทา และ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ซึ่งถูกกระแสการเมืองเล่นงาน จนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม!!

หลังจากปิดปากเงียบมานาน ลูกสาวคนกลางของอดีตนายกฯทักษิณ "เอม" ได้ลุกขึ้นเป็นโต้โผ ชวนพี่ชายและน้องสาว ช่วยกันถ่ายทอดประสบการณ์สุดขม ในห้วงที่เรียกว่า ทุกข์มากที่สุดในชีวิต ลงในหนังสือ "คนอื่นเรียกนายกฯ แต่เราเรียก...พ่อ" เผยความในใจต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก เพื่อบอกเล่าให้รู้ถึงความเจ็บปวด?? ที่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นลูกคนขายชาติ ทรยศแผ่นดินไทย

จู่ๆทำไมลุกขึ้นเขียนหนังสือ ทั้งๆที่ไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหน



เอม : พวกเราโดนรังแกมาเรื่อยๆ จนถึงจุดจุดหนึ่งที่อิ่มมาก โกรธก็แล้ว ร้องไห้เสียใจก็แล้ว?? เลย อยากเล่าประสบการณ์จริงๆให้คนอื่นรู้บ้าง อยากให้ทุกคนที่อ่านหนังสือได้ฉุกคิด อย่าแบ่งแยกสีได้ไหม เพราะเราก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง เป็นแค่เด็กในบ้านเมืองนี้เท่านั้น

ที่ผ่านมา ครอบครัวชินวัตร โดนรังแกหนักแค่ไหน

โอ๊ค : เราโดนตัดสินด้วยมาตรฐานที่ไม่เท่ากันทุกเรื่อง ที่เราขอตลอดเวลา เราไม่เคยขอให้มองว่าพ่อผมไม่ผิดนะ!! แค่ขอร้องให้ใช้สแตนดาร์ดเดียวในการตัดสินทุกคดี? ทำไมพ่อเราต้องผิดเป็นคนแรก

เอม : คือขอความเป็นกลางได้ไหม ไม่ต้องเข้าข้างก็ได้

หลังเกิดเหตุการณ์ ชีวิตเปลี่ยนไปมากไหมคะ

โอ๊ค : จากที่ชอบเที่ยวชอบปาร์ตี้ ตอนนี้ไม่กล้าออกไปไหนเลย บางทีคนเข้ามาถามว่า เมื่อไหร่จะกลับไป เฮ้ย!!...กลับไปไหน บ้านกูอยู่นี่!! ถ้าจะไปจริงๆก็วันเกิดเพื่อน ที่จัดงานแบบส่วนตัวจริงๆ พารากอนไม่ได้ไปเลย

อิ๊ง : ปกติเป็นคนพูดตรง และค่อนข้างดุ แต่พอเกิดเรื่องทำให้ได้เรียนรู้ที่จะเก็บอารมณ์มากขึ้น เวลาโดนอาจารย์ที่จุฬาฯเสียดสี ในห้อง สมัยก่อนจะเดินออกจากห้องเลย ทำให้รู้ว่าไม่พอใจ แต่พอเกิดเรื่องเวลาโดนอะไรแบบนี้ ก็ฟังแล้วยิ้ม แต่ในใจทุกข์มาก!! จริงๆที่รอดมาได้ เพราะเวลาไปเดินห้างฯ คนที่ไม่ได้ใส่เสื้อสีอะไร เดินเข้าจับมือให้กำลังใจ "อิ๊ง" จะรีบโทร.บอกพ่อทุกครั้ง อยากให้คุณพ่อรู้ว่ายังมีคนไทยรักคุณพ่ออยู่ ยังมีคนเห็นใจเราอยู่ แต่ก่อนจะมองโลกในแง่ร้ายมาก จะปิดกั้นตัวเองมาก แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว

เอม : คนจำได้เยอะขึ้น ปกติคนจำไม่ค่อยได้ ทุกวันนี้ ก็มีเยอะที่วิ่งเข้ามาร้องไห้ ให้กำลังใจพวกเรา ก็ต้องรีบโทร.บอกคุณพ่อ เพราะท่านอยู่ไกล ไม่มีกำลังใจแบบนี้

ตอนนี้คุณพ่ออยู่ที่ไหน มีข่าวลือว่ากบดานแถวเขมร

โอ๊ค : ไม่มีครับ ไม่เคยไปด้วยซ้ำ!!

เอม : ถ้าว่างก็จะผลัดกันบินไปหาค่ะ คุณพ่ออยู่หลายประเทศ มีทั้งดูไบ ฮ่องกง และจีน คุณพ่อเดินทางเยอะมากพวกเราส่งเมสเซจหาคุณพ่อบ่อยมาก เวลาเจอกัน คุณพ่อชอบพาไปเดินเล่น ชวนไปช็อปปิ้ง แต่เราไม่มีอารมณ์ บอกว่าไม่ได้มาช็อปปิ้ง แต่อยากอยู่บ้านคุยกับคุณพ่อ

อิ๊ง : เวลาไปหาคุณพ่อ จะพยายามไม่ไปพร้อมกัน ผลัดกันไปอยู่เป็นเพื่อน กลัวว่าถ้าไปพร้อมกัน เวลากลับบ้านกันหมด คุณพ่อจะรู้สึกเหงามาก

รู้สึกยังไงบ้าง? ที่คุณพ่อไม่หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง

โอ๊ค : ใครเป็นพ่อก็ต้องทำ คงไม่มีใครอยู่กับความไม่ยุติธรรมได้ แล้วนอนจมหลับไปกับความไม่ยุติธรรม ไม่ได้ต่อสู้ ลองเอาตัวใครไปใส่ในรองเท้าพ่อ ก็ต้องทำอย่างนี้!!

อิ๊ง : หรือไม่ก็ต้องทำไปก่อนหน้านี้!! ตอน นี้ล้างไพ่ใหม่ ไม่ได้แล้วค่ะ มันมาไกลเกินไปแล้ว ถ้าล้างไพ่ใหม่ ก็ยังมีลอยไพ่เก่าอย่างเดิมๆ ที่เปิดขึ้นมาผิดเสมอ คือ ไม่มีความยุติธรรมในสังคม

เอม : พวกเรายอมรับการตัดสินใจของคุณพ่อทุกอย่าง ท่านโดนมามาก จนพวกเราทำหน้าที่เดียวคือซัพพอร์ต



คุณพ่อเคยบอกว่า อยากยอมแพ้ไหม

อิ๊ง : ไม่มีใครในบ้านที่พูดคำว่ายอมแพ้!!

เอม : ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนไม่ยอมแพ้นะคะ แต่อย่างนี้เรารับไม่ได้ ยังไม่เห็นความยุติธรรม "เอม" เป็นตัวตั้งตัวตีว่าอยากทำหนังสือเล่มนี้ ทั้งๆ ที่เป็นคนไม่ชอบการเมือง ไม่ชอบออกข่าวเลย เพราะรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว มีคนเห็นเราเป็นแบบนี้ แต่ไม่มีใครเห็นใจเราเลย อย่างไปเดินพารากอน ก็มีคนมาเหล่พวกเรา มองด้วยความ โกรธแค้น ไม่ชอบสีแดงก็อย่ามาลงที่พวกเรา

โอ๊ค : เราไม่ได้เล่นการเมือง แต่การเมืองมาเล่นเรา อยากให้แยกแยะให้ออก เราเป็นครอบครัวนักการเมือง ไม่ใช่นักการเมือง คนที่มีสมองและการศึกษา ช่วยแยกแยะตรงนี้ด้วย

อิ๊ง : ไม่ๆแค่คนที่มีจิตใจก็พอ!!

"ทักษิณ? ชินวัตร"? ในสายตาของลูกๆ เป็นคนยังไง

เอม : คุณพ่อเป็นคนติดดินมาก มีอยู่วัน เราไปงานแต่งงานใส่ชุดราตรีลากยาว คุณพ่อถามว่า หิวไหม ทุกคนก็บอกหิว สามสี่ทุ่มแล้ว คุณพ่อบอก งั้นไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดสะพานเหลือง ก็ไปกันนั่งหน้าสวยกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เราเป็นอย่างนี้กันจริงๆ ไม่ได้สร้างภาพ คุณพ่อยังชอบทำอาหารทุกวันอาทิตย์ ก็จะมีเมนูเด็ด เป็นบรรยากาศแบบนี้ทุกอาทิตย์ "โอ๊ค" ก็จะแข่งทำกับคุณพ่อ แล้วโหวตกันว่าของใครอร่อยกว่า

อิ๊ง : พวกเราคิดถึงท่าทางที่คุณพ่ออยู่ที่บ้าน คิดถึงบรรยากาศ เพราะเราสนิทกันมาก

เอม : ที่จริงคุณพ่อเป็นคนตลก ชอบแซวคนโน้นคนนี้ ไม่ใช่คนซีเรียสอย่างที่เห็น คือกลับมาบ้าน คุณพ่อจะเปลี่ยนขาสั้น พอถอดสูทปุ๊บ ก็เป็นคนปกติ จะนั่งดูทีวีด้วยกัน คุณพ่อเป็นคุณพ่อที่เรามีมาตลอดชีวิตและไม่เคยเปลี่ยน เราไม่เคยทำตัวกร่างว่าเป็นลูกนายกฯ

ในฐานะลูก ได้ต่อสู้เพื่อคุณพ่อหรือยัง

โอ๊ค : ก็ให้กำลังใจคุณพ่อ

เอม : พวกเราพยายามทำหน้าที่ของลูกที่รักคุณพ่อมากๆให้เต็มที่ในทุกด้าน พยายามทำให้คุณพ่อภูมิใจ เวลาที่มองมาทางลูกจะได้ยิ้ม เพราะทุกวันนี้คุณพ่อยิ้มยากเหลือเกิน!!

ถามจริงๆนะคะ พ่อแม่เลิกกัน เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจหรือเปล่า

โอ๊ค : เป็นความเข้าใจกัน จากกันเพราะเข้าใจกัน เป็นข้อตกลงที่คุยกันไว้ว่า พอแล้วนะ วางมือได้ไหม แต่พ่อยังเคลื่อนไหวนิดหน่อย แม่ก็เลยตัดสินใจหย่า แต่ไม่ได้โกรธกัน หรือทะเลาะกัน ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

อิ๊ง : คุณแม่ไม่เจอคุณพ่อเลยตั้งแต่นั้นมา ก็ยังนับอยู่เลยว่าไม่เจอกันมากี่เดือนแล้วนะ

เอม : แต่คุณแม่ก็พูดถึงคุณพ่อ ในฐานะคนที่ห่วงกัน ร่วมกันดูแลลูกๆทั้งสามคน เวลาจะไปหาคุณพ่อ แม่ก็จะสั่งว่าให้ดูแลตัวเอง และให้กำลังใจพ่อนะ อย่าให้พ่อเหงา ให้พ่อมีความสุขบ้าง

ย้อนเวลากลับไปได้ อยากแก้ไขอดีตไหม

เอม : พวกเราไม่อยากให้คุณพ่อเล่นการเมืองตั้งแต่แรก อยากให้เป็นนักธุรกิจเฉยๆ

อิ๊ง : เคยเขียนการ์ดให้คุณพ่อ เขียนว่าถ้าเลือกพ่อได้ในโลกนี้ ก็ขอเลือกคุณพ่อเป็นพ่ออยู่ดี เพราะพ่อเป็นพ่อที่ทำหน้าที่ครบมาก ดูแลเอาใจใส่ลูก จะโทร.หาตลอด อย่างตอนเป็นนายกฯก็ต้องกลับบ้านกินข้าวกับลูกทุกวัน ก็อยากให้วันดีๆแบบนั้นกลับมาอีกครั้ง

เสื้อแดงเปิดคลิปอ้างถูกยิง ช่างภาพเนชั่นเผยอีกมุมกล้องเป็นทหารใช้กระบองฟาด

ที่มา ประชาไท



คลิปที่ใช้แถลงข่าว (ที่มา: บันทึกโดย คุณ palrakonline)





ภาพอีกมุมกล้องจากช่างภาพเนชั่น (ที่มา: รายการข่าว 3 มิติ, 20 เมษายน 2552 เวลา 22.40 น.)

ภาพต่อเนื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากช่างภาพเนชั่น

นปช.แถลงเรื่องรัฐบาลใช้ความรุนแรงปราบผู้ชุมนุม

เวลา 13.00 น. วานนี้ (20 เม.ย.) ที่ห้องสีดาโรงแรมรัตนโกสินทร์ แกนนำ นปช. ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชุมนุมอยู่ที่สนามหลวง โดยไม่มีแกนนำที่มาจากรายการความจริงวันนี้ แถลงข่าว ท่าที นปช. ต่อการใช้ความรุนแรง ขั้นสูงสุดปราบปรามผู้ชุมนุมนำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน และนายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แถลงข่าวโดยมีมวลชนกลุ่มเสื้อแดงสวมเสื้อสีต่างๆเข้าร่วมรับฟังแถลงข่าว ประมาณ 80 คน ทั้งนี้มีสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก บรรยากาศในงานมีการเรี่ยรายเงินบริจาค โดยนายสมยศขอรับบริจาคเพื่อเป็นค่าเช่าสถานที่แถลงข่าว ซึ่งกลุ่มมวลชนได้บริจาคเงินลงในขันใบใหญ่รวมแล้วประมาณกว่าหมื่นบาท

นายสมยศ กล่าวว่า แกนนำที่มาแถลงมีเพียงแค่นี้ เพราะแกนนำเกือบทั้งหมด ถูกดำเนินคดี ส่วนที่มาในวันนี้ยังไม่โดนหมายจับ จึงได้มาแถลงข่าว ในฐานะแกนนำนปช. รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาว กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย.เป็นสิ่งที่ไม่ปรารถนา และจะเป็นบทเรียนให้คนเสื้อแดงเปิดรับการแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มอีก ขณะนี้มีข้อมูลที่ทำให้มีความเชื่อว่า มีการแทรกแทรงและทำลายให้เกิดการจราจล มีกระบวนการที่ทำลายการต่อสู้และข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง ซึ่งจะเป็นบทเรียนในการควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ให้ถูกแทรกแทรงจากคนภายนอกที่พยายามปั่นหัวจนเกิดเหตุบานปลาย

ชี้รัฐบาลคุกคามสื่อ เรียกร้องยุติการคุกคามทั้งเหลือง-แดง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ภาพของคนเสื้อแดงติดลบเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลมีท่าทีต่อเสื้อแดงด้วยการดำเนินการแบบ 2 มาตรฐาน นายอภิสิทธิ์ โกหกหลอกลวงคนไทยทั้งประเทศว่าไม่มี 2 มาตรฐาน ขณะที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ นายอภิสิทธิ์ คือเผด็จการฟาสซิสต์ตัวจริงของจริง รัฐบาลคุกคามสื่อของคนเสื้อแดง ทั้งดีสเตชั่น และวิทยุชุมชน จึงเป็นเผด็จการอย่างชัดเจน ขณะนี้นปช.กำลังฟอร์มทีมใหม่ เพราะนอกจากแกนนำทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีแล้ว ยังมีบางคนที่ถูกคุกคาม เช่นนายสุรชัย แซ่ด่าน ถูกรถจักรยานยนต์และรถกระบะวิ่งผ่านโยนระเบิดเพลิงเข้าบ้าน จึงขอเรียกร้องให้มีการคุ้มกันฝ่ายนปช.ด้วย

นายสมยศ กล่าวต่อไปว่า ตนขอเรียกร้องให้ยุติการคุกคามทั้งฝ่ายเหลืองและแดง พร้อมกันนี้ขอยกย่องการตัดสินใจของนายวีระ มุสิกพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และผู้ที่อยู่ในห้องขังจากเหตุชุมนุม เพราะคนเหล่านั้นเสียอิสระภาพ เพื่อไม่ให้เกิดการล้อมปราบ นองเลือด จึงได้ตัดสินใจรับความทุกข์ทรมานด้วยตนเอง รวมทั้งยกย่องนักต่อสู้ทุกจังหวัดที่ถูกหมายจับ

นายสมยศ กล่าวด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ ใช้ทหารเข้าสลายงฝูงชนในการชุมนุมของคนเสื้อแดง แทนที่จะใช้ตำรวจปราบจราจล แสดงว่านายอภิสิทธิ์ ถูกครอบงำ ชักใยโดยอมาตยาธิปไตย ใช้ทหารซึ่งไม่มีความชอบธรรม เหมือนเหตุการณ์พฤษาทมิฬ ซึ่งมีผู้สูญหาย 187 ศพ แต่หาไม่เจอสักศพ ที่พูดเรื่องการเก็บศพ เพราะเราเชื่อว่าเหตุการณ์ชุมนุมช่วง 12-14 เม.ย.ที่ผ่านมามีการเก็บศพออกไปจริงๆ

เผยคลิปคนใส่เสื้อแดงถูกลากจากรถเมล์สาย 64 อ้างถูกยิง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น นายสมยศได้เปิดคลิปวีดีโอความยาว 5 นาที โดยตอนต้นของคลิปเป็นภาพจากสำนักข่าวต่างประเทศ เช่น บีบีซีและสำนักข่าวของจีน ที่เสนอภาพทหารกำลังปฏิบัติการในเหตุการณ์สลายการชุมนุม จากนั้นเป็นภาพคลิปที่บันทึกเหตุการณ์ชายสวมเสื้อแดงคนหนึ่งถูกดึงลงมาจากรถเมล์สีฟ้า-ขาว สาย 64 โดยมีเจ้าหน้าที่ ยืนอยู่ด้านล่างเยื้องประตูรถเมล์ จากนั้นชายเสื้อแดงคนดังกล่าวทรุดตัวลงท่ามกลางการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ประมาณ 4-5 นาย

ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มีเสียงปืนที่ดังขึ้น แต่การบันทึกภาพไม่มีความชัดเจนว่าชายคนนั้นทรุดตัวลงด้วยการถูกทุบ หรือถูกยิงด้วยปืน ท่ามกลางเสียงในคลิปที่มีการตะโกนว่า ไอ้เหี้ย และคำว่า ยิงประชาชน จากนั้น กล้องที่บันทึกภาพได้ไหวไปมา และจับภาพเหตุการณ์อีกครั้งเป็นภาพชายเสื้อแดงถูกลากขึ้นรถเก๋งสีบลอนเงิน และคลิปวีดีโอได้ซูมทะเบียนเป็นภาพนิ่ง

ทั้งนี้ภาพขณะมีการลากตัวชายเสื้อแดงขึ้นรถเก๋ง ดูจะเป็นการลากขึ้นประตูหน้าด้านขวา ซึ่งโดยทั่วไปเป็นประตูฝั่งคนขับ จากนั้นภาพได้ซูมออกให้เห็นบริเวณรอบในมุมกว้าง เป็นที่น่าสังเกตุว่าบริเวณดังกล่าว เป็นสถานที่คล้ายป้ายรถเมลล์ประจำทางหน้า กองทัพภาค 1 ตรงข้ามกับวังปารุสกวันซึ่งเป็นเขตของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยผู้บันทึกภาพน่าจะอยู่ในเขตรั้วของวังปารุส และบันทึกภาพจากมุมสูง

เผยเตรียมทำบุญที่สามเหลี่ยมดินแดง จัดชุมนุมที่สมุทรสาคร

ทั้งนี้บรรยากาศผู้เข้าร่วมฟังแถลงข่าว ซึ่งเป็นมวลชนเสื้อแดงให้ความสนใจและส่งเสียงฮือ พร้อมกันนั้นก็หันหน้ามาด่าสื่อมวลชน ทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์ที่มาทำข่าวด้วยความโกรธว่า พอใจหรือยังสื่อรับใช้ใครอยู่ พอใจไหมจากนั้นนายสมยศ พูดผ่านไมค์ขอให้ผู้ร่วมการแถลงข่าวควบคุมอารมณ์ พร้อมกล่าวว่า ไม่ทราบว่าชายผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ทั้งภาพและเสียงซึ่งปรากฏวิธีการลากศพที่ทำอย่างมืออาชีพ มีทหารส.ห.ปิดล้อมไม่ให้ปรากฏและชายคนนั้นก็หายไป หากใครรู้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ขอให้แจ้งมาที่ นปช.

สำหรับกำหนดการต่อไป คนเสื้อแดงจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล ที่สามเหลี่ยมดินแดง วันที่ 21 เม.ย. เวลา 10.00 น. และจะจัดชุมนุมใหญ่ ในวันเสาร์ที่ 25 เม.ย.ที่จังหวัดสมุทรสาคร เวลา 18.00 -23.00 น. หากทางจังหวัดไม่อนุญาต ก็จะหาที่ชุมนุมใหม่ เพื่อคัดค้านการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อชุมนุมครบ 10 จังหวัด ก็จะมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ

นายสมยศ กล่าวถึงคลิปวีดีโอ ว่าคนที่อยู่ใกล้เหตุการณ์บันทึกและส่งมอบให้นปช. ส่วนภาพเหตุการณ์และรายละเอียดอื่นๆ จะแถลงให้ทราบอีกครั้งในวันจันทร์ ใครเอาชีวิตเป็นเดิมพันว่าไม่มีใครเสียชีวิตก็ขอฝากคลิปวีดีโอนี้ไปให้คนนั้นด้วย ให้ทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ และนายอภิสิทธิ์นายสมยศกล่าวและว่า ส่วนรถเมล์ที่ถูกยึดเรายังงง เพราะการยึดรถเมล์ไม่เป็นที่รับรู้ของแกนนำ ฝากสื่อไปถาม พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ผู้มีประสบการณ์จากพฤษภาทมิฬ ว่าวิธีการแบบนี้เคยใช้เป็นกลยุทธิ์ในการปลุกปั่นความวุ่นวายหรือไม่ เรื่องแบบนี้ทหารทำเก่ง ทำดีหรือไม่ ฝากถาม พล.อ.พัลลภ ว่าวิธีการแบบนี้ทำอย่างไรซึ่งอาจนำกลับมาใช้ในยุคนี้

วอนยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะไม่ทำให้สังคมสงบ เผยเสียใจสนธิถูกยิง

ด้านนายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน แกนนำ นปช. กล่าวว่าข้อเท็จจริงต้องได้รับการสะสาง เหตุการณ์นี้สังคมไทยได้รับบทเรียนร่วมกัน ตนขอยืนยันว่าสิทธิพลเมืองของภาคประชาชนต้องมีครบถ้วน ไม่ว่าผู้ถืออำนาจรัฐจะใช้กฎหมายฉบับใด ขอให้ผู้มีอำนาจรัฐยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็ว เพราะหมดความจำเป็นแล้ว การประกาศใช้ไม่ได้ทำให้สังคมสงบลง รวมทั้งขอเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติตั้งกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ใครทำผิดควรได้รับโทษ เราไม่เกรงกลัว ขอให้ใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เท่าเทียม อย่าโยงว่านายสนธิเป็นเสื้อเหลือง แล้วต้องถูกเสื้อแดงใช้ความรุนแรง เพราะเราไม่ทำความรุนแรงแม้ทัศนะทางการเมืองจะแตกต่างกัน พร้อมกันนี้ ขอเสดงความเสียใจต่อการบาดเจ็บของนายสนธิและผู้ติดตาม เราปรารถนาจะสู้ด้วยเหตุผล

นายสรรเสริญ กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ถ้ามั่นใจว่าเป็นเสียงข้างมาก ความชอบธรรมก็ยังมีอยู่ การลาออกจึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในช่วงวันปีใหม่ไทย

นายสรรเสริญ ยังกล่าวต่อว่า น่าสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เพชรบุรี ซอย 7 และนางเลิ้ง เป็นการสร้างสถานการณ์นำไปสู่การล้อมปราบเหมือน 6 ตุลาคม 2519 หรือไม่ สิ่งนั้นเกิดได้อย่างไร มีการโหมว่าจะเผามัสยิด ทั้งที่ในยามสงครามศาสนสถานย่อมได้รับการคุ้มครอง ในความรู้สึกย่อมไม่มีใครแตะต้องศาสนสถาน

คลิปอีกมุมจากเนชั่น เผยชายเสื้อแดงถูกตีหัว ก่อนถูกลาก

เมื่อเวลาประมาณ 22.40 น. ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 รายงานข่าวการนำเสนอคลิปเหตุการณ์เมื่อบ่ายวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นำมาเปิดเผยเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (20 เม.ย.) โดยระบุว่ามีการยิงผู้ชุมนุม นปช. ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ได้รายงานว่า ขณะเกิดเหตุ พบว่ามีนายอนุชา ศักดาอุโฆษกุล ช่างภาพของสำนักข่าวเนชั่นบันทึกภาพอยู่ด้วย จึงติดต่อสอบถาม และได้ภาพจากอีกมุมหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ชายเสื้อแดงดังกล่าวถูกทหารใช้ของแข็งตีที่ศีรษะจนล้มลงและถูกทหารที่มีอาวุธปืนลากออกไป

ด้าน พล.อ.สรรเสริญ แจงเป็นคนขับรถเมล์ปลอมตัวมาชิงรถ ทหารเข้าใจผิดจึงตี

จากนั้น ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ได้สัมภาษณ์ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พ.อ.สรรเสริญ ชี้แจงว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน ในช่วงบ่าย ชายดังกล่าวชื่อนายเทียนชัย สกุลทหาร เป็นพนักงานขับรถเมล์ สาย 64 อู่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 14 ช่วงสาย คนเสื้อแดงชิงรถเมล์แถวราชภัฏสวนสุนันทา ให้ผู้โดยสารลงตรงหอสมุดแห่งชาติ แล้วเอามาจอดที่ลานพระรูป และคนขับรถเมล์ติดต่อไปยังเจ้าของอู่เรื่องรถเมล์ เจ้าของอู่บอกว่ายังไงก็ได้ให้เอารถกลับมาให้ได้ คนขับรถเมล์จึงหาเสื้อแดงมาสวม เมื่อคนขับรถเมล์เห็นรถเมล์ที่จอดด้านหน้ารถเมล์ของตนถูกเผา จึงตัดสินใจขึ้นไปขับรถเมล์สาย 64 ออกจากบริเวณดังกล่าว แต่ไม่เจอทางออกจึงขับวนไปวนมาหลายรอบ ด้านทหารเข้าใจว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่พยายามก่อเหตุวุ่นวาย เพราะในช่วงเช้า ผู้ชุมนุมบางรายพยายามใช้ระเบิดเพลิง พยายามขับรถแท็กซี่ ขับรถเมล์ชนทหารตำรวจจนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว ก็เลยมีการบุกเข้าเข้าชาร์จคนขับรถเมล์ โดยไม่มีการใช้อาวุธ

ต้องมีกระทบกระทั่งบ้าง เพราะไม่ใช่การจับคนเล่นไพ่

การบุกเข้าจับตัวผู้ก่อความวุ่นวายซึ่งเราเข้าใจในขณะนั้น ย่อมมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง เพราะไม่ใช่การจับคนเล่นไพ่ เล่นการพนัน มันคนละบรรยากาศกัน และเป็นที่ประจักษ์ทั้งผู้สื่อข่าวไทยและเทศว่า ไม่มีใครได้รับอันตรายจากการใช้อาวุธ

ซึ่ง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่าหลังเหตุการณ์ดังกล่าว พนักงานขับรถผู้นี้ก็ได้ให้สัมภาษณ์รายการทีวีช่องหนึ่งด้วย แต่จำไม่ได้ว่าเป็นข่าวช่องไหน และเขาบอกว่า ในสถานการณ์เช่นนั้น ใครก็ต้องเข้าใจผิดว่าเขาพยายามจะขับรถชน เพราะเขาขับวนไปวนมาเพื่อหาทางออก