WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, April 28, 2009

Asia Times: รากเหง้าความตึงเครียดในไทย

ที่มา ประชาไท

แปลจาก The roots of Thailand's tension” เขียนโดย Charles E Morrison ประธาน East-West Center ของสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ใน Asia Times online, 23 เมษายน 2009


การเมืองบนท้องถนนกลายมาเป็นบรรทัดฐานของประเทศไทยที่ซึ่งครั้งหนึ่งถือว่าเป็นสังคมที่มีเสถียรภาพแม้ว่าจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นถึง 18 ครั้งตั้งแต่ปี 1932 เป็นต้นมาก็ตาม โดยบ่อยครั้งการรัฐประหารเป็นเรื่องเบาๆ

เมื่อต้นเดือนนี้ กลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงฝ่ายสนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้ทำการประท้วงจนเป็นเหตุให้เกิดการยกเลิกการประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยา และการประท้วงส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในหลายส่วนของกรุงเทพด้วย ผู้ประท้วงหวังจะกดดันให้นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากตำแหน่ง การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประท้วงของกลุ่มเสื้อเหลืองในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยกลุ่มเสื้อเหลืองฝ่ายตรงข้ามกับอดีตรัฐบาลน้องเขยของทักษิณได้เข้ายึดทำเนียบรัฐบาลและปิดสนามบินทั้งสองแห่งในกรุงเทพ

ทักษิณพ่ายแพ้ในเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งล่าสุด กองกำลังทหารเข้าหยุดยั้งการประท้วง บีบคั้นให้แกนนำต้องยอมแพ้หรือต้องหนี โดยนำรถโดยสารขนผู้ชุมนุมที่มาจากชนบทกลับบ้าน แต่ ชัยชนะ ครั้งนี้เป็นเพียงการหยุดพักชั่วครู่เท่านั้น เพราะประเด็นปัญหาที่ใหญ่กว่าซึ่งแบ่งแยกสังคมไทยและเร่งให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข นับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2006 เป็นต้นมา อำนาจเปลี่ยนมือกลับไปกลับมาสามครั้ง มันเกิดขึ้นพร้อมกับการทำลายสังคม เศรษฐกิจ และความที่เป็นรู้จักในสายตาของนานาประเทศ

ทักษิณและอภิสิทธิ์เป็นตัวแทนพลังอำนาจที่อยู่ตรงข้ามกัน ทั้งสองอ้างว่า ตนส่งเสริมประชาธิปไตย ทักษิณปัจจุบันอยู่ต่างประเทศ หนีการถูกจับกุมโดยเป็นผู้ต้องหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน, ทักษิณเป็นใจกลางในการแบ่งขั้วบนเวทีการเมืองไทย เขาเป็นอดีตนายตำรวจ เป็นนักธุรกิจโทรคมนาคมรายใหญ่ และเขาเป็นคนแรกที่สร้างฐานอำนาจที่เป็นอิสระจากชนชั้นนำเก่าและสถาบันแกนกลางทั้งหลายในเมือง เขาประสบผลสำเร็จกับเรื่องข้างต้นนี้โดยการกลายมาเป็นวีรบุรุษของคนไทยจำนวนมากผู้ที่อยู่ต่ำกว่ามาตรฐานของอภิสิทธิ์ชนในช่วงเวลาที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยการใช้จ่ายเงินจำนวนมากมายในโครงการงบประมาณสูงให้แก่ชาวชนบททั้งเรื่องสุขภาพ การศึกษา และการให้เงินกู้แก่หมู่บ้านต่างๆ

ทักษิณเป็นคนที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในชนบทซึ่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในฝ่ายสนับสนุนเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสามครั้งที่ผ่านมา และก็น่าจะชนะการเลือกตั้งครั้งใหม่อีก ในมุมมองของทักษิณ, ชัยชนะสองครั้งของเขาถูกขโมยไปโดยตัวแทนของชนชั้นกลางในเมืองและชนชั้นที่สูงกว่า ซึ่งพวกเขาเป็นพันธมิตรกับทหารระดับสูงในกองทัพ องค์กรศาล และองคมนตรีบางคน ในช่วงของการประท้วงที่ผ่านมา แทบทุกวัน สารของทักษิณที่ส่งผ่านวิดีโอลิงค์ไปสู่กลุ่มเสื้อแดงในนามของ นปช. ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเขา เรียกร้องให้นำรัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งจากเสียงส่วนใหญ่ กลับคืนมา

ส่วนอภิสิทธิ์ ผู้ที่เกิดในอังกฤษ จบการศึกษาจากอ๊อกซ์ฟอร์ด เขาเป็นตัวแทนของชนชั้นนำเก่า และเป็นผู้นำพรรคการเมืองพลเรือนของไทยที่น่าเลื่อมใสที่สุดพรรคหนึ่ง แต่เป็นพรรคที่ได้ประโยชน์จากการสนับสนุนของกองทัพ พร้อมกับได้ประโยชน์จากการประท้วงของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว ทั้งนี้กลุ่มพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองได้นำการประท้วงของคนในเมือง เพื่อต่อต้านรัฐบาลทักษิณ โดยได้ช่วยจุดชนวนให้เกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน และช่วยให้ความชอบธรรมกับการรัฐประหารนั้น

ตามหลังมาจากการรัฐประหาร กองทัพได้เข้ามาปกครองอย่างไร้ความสามารถ และต้องถอยออกไป หลังจากนั้น พลังฝ่ายสนับสนุนทักษิณชนะการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2007 แต่แล้วกลุ่มพันธมิตรฯ ก็กลับมาเคลื่อนไหวอีกรอบ การเคลื่อนไหวครั้งนั้นถึงจุดสูงสุดด้วยการยึดสนามบินในเดือนพฤศจิกายน 2008 และแม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้สมาชิกพรรคไทยรักไทยห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไปแล้ว แต่การเมืองไม่ปกติด้วยข้อกล่าวหาต่อกองทัพเป็นผู้จัดการ รวมไปถึงการประท้วงของพันธมิตรที่มีลักษณะของทำลายรวมทั้งการเข้ายึดครอง ซึ่งได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อการขึ้นสู่อำนาจของอภิสิทธิ์ในเดือนธันวาคม

คนในเมืองจำนวนมาก และชนชั้นนำเก่าเห็นว่าทักษิณเป็นประชานิยมที่อันตราย เป็นผู้หาประโยชน์เข้าตัวเอง ชนะการเลือกตั้งโดยการติดสินบน การซื้อเสียง และการคอรัปชั่น พวกเขาอธิบายว่าการบริหารประเทศในช่วงของทักษิณใช้วิธีการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การใช้วิธีการรุนแรงและวิธีการนอกกฎหมายกับผู้ค้ายาเสพติด คนที่ก่อความไม่สงบในภาคใต้โดยขาดการตรวจสอบ

ทว่าฝ่ายต่อต้านทักษิณก็มีปัญหาติดลบทางประชาธิปไตย พวกเขาไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง กระทั่งเสนอรัฐธรรมนูญใหม่ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อรักษาการควบคุมของชนชั้นนำไว้ ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ใช่สิ่งใหม่ในประเทศไทยนัก แต่หลายปีที่ผ่านมา วิกฤติอาจถูกแก้ไขได้โดยพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยอันเป็นที่เคารพยิ่ง.................................................. .....................................................

ด้วยปัญหาความชอบธรรมที่ติดอยู่กับทั้งสองค่าย พร้อมกันกับความกดดันจากการชุมนุมบนท้องถนนและผู้นำสองค่ายที่เผชิญหน้ากันอย่างเอาจริงเอาจัง การแก้ปัญหาวิกฤติอนาคตอันใกล้เป็นเรื่องยาก ในขณะเดียวกันความหายนะทางเศรษฐกิจและความไร้เสถียรภาพในระยะยาว .........อาจจะทำให้ความขัดแย้งเขม็งเกลียวขึ้น

วิกฤติการเมืองไทยสะท้อนถึงพลังอำนาจต่างๆ ที่คลี่คลายขยายตัวของการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ความตื่นตัว การพัฒนาเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี่ใหม่ๆ ช่วยนำเสียงและข้อเรียกร้องใหม่ๆ เข้าไปในการเมือง และมักจะคุกคามชนชั้นนำที่ดำรงอยู่รวมทั้งการจัดสรรอำนาจแบบเก่าๆ

แม้ว่าการปฏิรูปที่แท้จริงจะไม่เกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ในขณะที่พม่ายังคงอยู่ภายใต้การปกครองโดยทหาร ส่วนอินโดนีเซียได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยและก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จ สำหรับมาเลเซียก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในระยะยาว พลังทางสังคมใหม่ๆ เหล่าๆ นี้จะถูกฟูมฟักภายใต้สัญญาประชาคมที่มีความเป็นประชาธิปไตยและมีความชอบธรรมมากขึ้นกว่าปัจจุบัน ซึ่งจะมีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ภายหลังจากที่ผู้เล่นหลักในการเมืองปัจจุบันได้ลงจากเวทีไปแล้ว

*หมายเหตุ

East-West Center เป็นองค์กรศึกษาวิจัยที่ก่อตั้งโดยรัฐสภาสหรัฐ ปี 1960 มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพลเมืองและประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและสหรัฐอเมริกาให้เข้มแข็ง ส่วนผู้เขียน Charles E Morrison ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานระดับสากลของ Pacific Economic Cooperation Council ในปี 2005

ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 27 เมษายน 2552

ที่มา ประชาไท

การเมือง สังคม

แม่ทัพภาคที่ 1 ยัน ยินดีให้ชันสูตรศพ "พลทหารอภินพ" อีกครั้ง
เว็บไซต์แนวหน้า - พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณี พลทหารอภินพ เครือสุข เสียชีวิตภายในบ้านพัก กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ของตน โดยระบุว่า ยินดีที่จะให้มีการชันสูตรพลิกศพ พลทหารอภินพ อีกครั้ง ตามที่ นางศิริมล มาเพชร มารดาพลทหารอภินพ ต้องการ โดยจะต้องเป็นไปตามระบบ และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจะได้หายสงสัย พร้อมทั้งยืนยันว่า ไม่มีใครไปทำร้ายเขาให้เสียชีวิต ผมก็เพิ่งเสียลูกชายไปจากอุบัติเหตุ เมื่อ 3 เดือนก่อน การสูญเสียลูกเป็นสิ่งที่ลำบาก ผมก็เสียใจและยินดีให้ความร่วมมือกับญาติของผู้เสียชีวิตทุกอย่าง เขาต้องการอะไร ก็พร้อมที่จะทำให้ตามใจทุกอย่าง เพื่อให้คลี่คลายความสงสัย

ทั้งนี้ พล.ท.คณิต ระบุว่า ในวันเกิดเหตุ มีทหารที่ดูแลบ้านอยู่ 3 คน จากการสอบถาม ทุกคนก็ยืนยันว่า พลทหารอภินพ ลื่นหกล้ม เมื่อเพื่อนถามว่าจะไปหาหมอหรือไม่ พลทหารอภินพ บอกว่าไม่เป็นอะไร แค่ปวดหัว จึงไม่ได้นำส่งโรงพยาบาล แล้วพลทหารอภินพก็เสียชีวิต ในเช้าวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา หากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการทราบข้อเท็จจริง ก็สอบถามเพื่อนของผู้ตาย ที่อยู่ในบ้านพักด้วยกันได้

สันติบาลถกแม้วหมิ่นสถาบัน
เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ - ตำรวจสันติบาลตื่น!แม้วหมิ่นสถาบันนัดถกคณะกรรมการชุดใหญ่พรุ่งนี้ พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เรียกประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ในการตรวจสอบคำสัมภาษณ์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพาดพิงสถาบันในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้(27เม.ย.) เพื่อประมวล พยานหลักฐานต่างๆ ให้ชัดเจนหลังคณะทำงานชุดเล็ก ตรวจสอบแล้ว เห็นว่าคำสัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณกับสื่อต่างประเทศเป็นเรื่องมิบังควร ทั้งนี้ เอกสาร รวมทั้งบทคำสัมภาษณ์ ผู้แปร ผู้สัมภาษณ์ ผู้เผยแพร่ ต้องลงนามรับรองว่ามีการให้สัมภาษณ์จริง แต่ปัญหาติดที่ว่าสื่อนั้นๆ จะยินยอมลงนามรับรองหรือไม่ เนื่องจากสื่อต่างประเทศส่วนมาก อาจมองว่า การสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น ขณะที่ สังคมไทย มองว่า เป็นเรื่องที่มิบังควร ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ยังกล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมวันพรุ่งนี้ ยังจะมีการหยิบยกหารือ กรณีที่ นายจักรภพ เพ็ญแข แกนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวพาดพิงสถาบันด้วย

ม็อบเสื้อแดงยโสธรต้านรมว.พัฒนาสังคมหวิดปะทะเสื้อน้ำเงิน
เว็บไซต์สยามรัฐ - เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2552 กลุ่มเสื้อแดงยโสธร ได้ปิดถนนเส้นทางที่นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะใช้เดินทางหลังเสร็จสิ้นจากเป็นประธานเปิดโครงการบ้านมั่นคง ตำรวจต้องขอกำลังเสริมจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และกองบังคับการตำรวจภูธรยโสธร 1 กองร้อย มาสกัดพร้อมกั้นแผงเหล็กปิดเส้นทาง

ก่อนที่จะไปถึงยังจุดที่รัฐมนตรีเปิดงาน ทั้งยังเกือบมีเรื่องปะทะกับกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินที่มารอรับอยู่บริเวณโดยรอบ ขณะที่ตำรวจติดตามและตำรวจพื้นที่ ซึ่งชำนาญเส้นทางได้นำขบวนคณะรัฐมนตรีหนีไปตามถนนเลียบทุ่งนาแทน ก่อนวกเข้าถนนแจ้งสนิทเพื่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อรู้ข่าวจึงได้สลายตัวกลับ

'อัศวิน' มั่นใจคดีลอบยิง 'สนธิ' เดินมาถูกทาง
เว็บไซต์ไทยรัฐ - พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะชุดสืบสวนสอบสวนคลี่ คลายคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าววันนี้ (26 เม.ย.) ถึงความคืบหน้าการคลี่คลายคดี ว่า มั่นใจแนวทางการสืบสวนมาถูกทาง ซึ่งขณะนี้ ทุกอย่างดีหมด

ด้าน พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ (ผบช.สนว.ตร.) กล่าวว่า วันที่ 27 เม.ย.นี้ จะประชุมสรุปผลการตรวจสอบหลักฐานในคดีลอบยิงนายสนธิทุกอย่าง โดยเฉพาะวิถีกระสุนซึ่งพบ ว่า ถูกยิงมาจากจุดเดียวกันทั้งหมด

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงกรณีพล.ต.ท.อัศวิน กล่าวภายหลังประชุมฝ่ายสืบสวน โดยระบุภายใน 7 วัน จะสามารถจับตัวคนร้ายยิงนายสนธิ ว่า เป็นความมั่นใจของผู้บังคับบัญชา ที่มั่นใจในการทำงานของลูกน้อง โดยส่วนตัวจะไม่กำหนดระยะเวลาให้กับคนทำงาน เพราะจะไปกดดันมากกว่า

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ คดียิงนายสนธิยังรวบรวมหลักฐาน คงต้องปล่อยให้หลักฐานเป็นตัวกำหนดเองที่จะสาวไปถึงตัวคนร้าย ยอมรับมีพยานหลักฐานเพียงพอในระดับหนึ่งแล้ว ทางฝ่ายสืบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานกันทุกวัน ประชุมทุกวัน การจะบอกว่าใครเป็นคนทำต้องมีหลักฐานเพียงพอ ส่วนในราย ละเอียดยังบอกไม่ได้ แต่คดีความคืบหน้ามากแล้ว

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์" ว่ายังไม่ได้คุยในรายละเอียดถึงความคืบหน้าของคดียิงนายสนธิ แต่ให้ความเห็นเรื่องการที่ตำรวจสามารถตรวจยึดอาวุธสงครามได้ ที่จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ควรมองข้าม และต้องมีการจัดระเบียบอาวุธสงครามด้วย

อดีต คมช.เตือนอย่าไว้ใจ "แม้ว"
ASTV ผู้จัดการรายวัน - พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) กล่าวว่าสถานการณ์ทางการเมืองขณะรัฐบาลต้องระมัดระวัง เพราะจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมา ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องการ คือการนิรโทษกรรม และเอาเงิน 7.8 หมื่นล้านบาทคืน ดังนั้นเขายังต้องดำเนินการทุกอย่าง ซึ่งคงเห็นแล้วว่าเขาทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าชาติบ้านเมืองจะเสียหายอย่างไร เพียงเพื่อให้เขาบรรลุเป้าหมาย

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวด้วยว่า การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คงไม่มีผลในทางการเมืองมากนัก แต่มีผลเพียงเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องเศรษฐกิจ แต่ปัญหาทุกอย่างยังอยู่ รัฐบาลต้องระมัดระวัง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ และบริวาร พร้อมทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงความเสียหายของชาติ

"รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการชุมนุม และจัดระเบียบการชุมนุมใหม่ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่เกิดขึ้นเช่นอดีต คือ 1.กำหนดพื้นที่การชุมนุมโดยให้มีการชุมนุมทางการเมืองได้เฉพาะในบริเวณท้องสนามหลวง 2.จำกัดพื้นที่ด้วยการห้ามเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุม และ 3.เจ้าหน้าที่ต้องตรวจอาวุธผู้ชุมนมเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้นำอาวุธไปใช้ก่อเหตุร้ายขึ้น การเกิดเหตุร้ายขึ้นกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล สังคมคงต้องมาคิดกันว่า ขณะนี้บ้านเมืองเราไม่มีความปลอดภัย เป็นสังคมที่ไม่น่าอยู่ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินคดีและหาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับสังคมไทย" พล.อ.สมเจตน์กล่าว

แย้มสิ้น พ.ค.นี้ ปิดคดี พธม.ยึดสนามบิน
เว็บไซต์ไทยรัฐ
- พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะผู้รับผิดชอบคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปิดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ว่า ขณะนี้ ได้ประชุมร่วมกันของพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) ทั้งคดีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง คิดว่า จะเร่งสรุปคดีว่าจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าว และข้อหาใดกับใครบ้าง เพื่อนำสำนวนคดีเสนอให้พนักงานอัยการให้ทันสิ้นเดือน พ.ค.นี้

ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า คิดว่าไม่ช้าต้องรีบทำ ในส่วนรายละเอียดคดีได้ตรวจรายละเอียดและที่น่าเป็นได้ จะให้มีคนกลางและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นทางคดี ไม่ได้เอาความคิดของตำรวจอย่างเดียว ต้อง?? ฟังวิญญูชนด้วยว่า สิ่งที่ตำรวจคิด และคนอื่นคิดตรงกันหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะนี้ไม่ได้มีการะบุข้อหาที่แจ้งกับผู้ที่กระทำผิดต้องดูรายละเอียดให้ครบถ้วน จึงเรียกพนักงานสอบสวนทั้งหมดเข้ามาร่วมประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็นทั้งที่มีต่อส่วนรวมและความคิดเห็นส่วนตัว พนักงานสอบสวนทุกคนมีอิสระเท่าเทียมกัน การแสดงความคิดเห็นของพนักงานสอบสวนจะทำลักษณะเดียวกับการสรุปคดีของศาลปกครอง

พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวต่อว่า การทำสำนวนคดีปิดสนามบินไม่ยากคนทั่วไป และพนักงานสอบสวนได้ทราบจากคำอภิปราย และทำความเข้าใจของทุกฝ่าย แต่สิ่งที่ยากพนักงานสอบสวนต้องทำให้เห็นว่าเรื่องนี้มีเหตุการณ์เกิด? ขึ้นจริง มีการกระทำความผิด มีผู้ที่ตั้งใจทำให้เกิดการเคลื่อนไหวจนทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจะมีใครบ้าง ทั้งแกนนำ ประชาชนที่สมัครใจเข้ามาชุมนุม กลุ่มการ์ดที่ดูแลการชุมนุม และกลุ่มที่มาแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งจะมีใครบ้างเป็นผู้ทำให้เกิดความเสียหาย ต้องแจ้งข้อหาดำเนินคดี พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา

ปชป.ขอบคุณเสื้อแดงชุมนุมอย่างสงบ
เว็บไซต์เดลินิวส์ - 26 เม.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วานนี้(25 เม.ย.) ว่า ต้องขอบคุณผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิตามชอบธรรมภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาในการชุมนุม 2 ข้อ ที่ถือว่า เป็นจุดร่วมที่สำคัญ ที่ตรงตามข้อเรียกร้องของนายกรัฐมนตรี คือ 1.ไม่ใช้ความรุนแรง และ 2. กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงออกถึงการเคารพ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันไว้อยู่เหนือความขัดแย้งทุกประการ

นายสาธิต กล่าวต่อว่า แต่จากการติดตามพบการกระทำบางอย่างที่ไม่เหมาะสม คือ การพยายามที่จะโยนความผิดไปที่รัฐบาล และตอกย้ำว่ามีผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลหลักฐานหรือเหตุผลที่เพียงพอว่ามีผู้เสียชีวิตและสูญหายจริง จึงขอเรียกร้องไปยัง ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้หันกลับมาตรวจสอบในระบบ ทำงานของรัฐบาลในการทุจริตคอรัปชั่น และการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก

ศาลสั่งระงับแพร่การ์ตูนลามกนารุโตะ 54 เว็บ
เว็บไซต์เดลินิวส์ - 26 เม.ย. นางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการร้องเรียนเรื่องภาพการ์ตูนลามกนารุโตะทางเว็บไซต์ ล่าสุด นางระวิวรรณ พงษ์พานิช นิติกร ปฏิบัติการพนักงานเจ้าหน้าที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แจ้งว่า ได้ส่งเรื่องการเผยแพร่ภาพการ์ตูนลามกดังกล่าวต่อศาลอาญา เพื่อให้มีการไต่สวนคำร้องขอให้ระงับการแพร่ ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาหลักฐานแล้วเห็นว่า ข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในเว็บเพจ อาจทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ จึงถือว่าการนำเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(4) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลจึงมีคำสั่งให้ระงับการเผยแพร่ภาพการ์ตูนลามกดังกล่าว จำนวน 54 เว็บเพจด้วย

เศรษฐกิจ

คลังเผย ปชช.นำเช็คช่วยชาติขึ้นเงินแล้วกว่าหมื่นล้านบาท
เว็บไซต์เดลินิวส์ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 เม.ย.) ความคืบหน้าการจ่ายเช็คช่วยชาติให้กับผู้ประกันตน และมีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท หลังจากที่กระทรวงการคลังได้จัดพิมพ์เช็คงวดแรกไปแล้ว 8.094 ล้านฉบับ ขณะนี้ได้มีการจ่ายเช็คและประชาชนนำเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคารแล้ว 5.81 ล้านฉบับ คิดเป็นร้อยละ 71.82 หรือเป็นเงินประมาณ 11,627 ล้านบาท ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า หากผู้รับบำนาญ ผู้ประกันตนยังไม่ไปรับเช็ค ให้ไปรับได้ที่กรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 23 มิ.ย.นี้ หรือติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-2706400

จี้กรณ์เดินหน้าหวยออนไลน์ เก็บภาษีเพิ่มรายได้เข้าคลัง
ASTV ผู้จัดการรายวัน - คลังหาเงินโปะงบขาดดุล สบโอกาสหาเงินจากภาษีหวยออนไลน์ เผยช่วยเพิ่มรายได้เข้ารัฐได้อีกหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ชี้ กรณ์ต้องกล้าตัดสินใจออกหวยและดำเนินนโยบายดึงรายได้เข้ารัฐจริงจังหลังดึงภาษีป้ายออกจาก ครม.โดยอ้างจะกระทบผู้ประกอบการทั้งที่บางป้ายจัดเก็บเพียง 20 บาทต่อปีเท่านั้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ตามกรอบรายได้ที่ปรับลดลงจำนวน 2.5 แสนล้านบาทนั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) จึงได้รับมอบหมายให้ศึกษาโครงสร้างการจัดเก็บภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ โดยมีการเตรียมเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีหวยออนไลน์จากการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ซึ่งจะสามารถเพิ่มรายได้เข้ารัฐหลายหมื่นล้านบาทต่อปีชดเชยรายได้ของรัฐบาลที่สูญเสียไปจากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจ

นอกจากนี้เพื่อเป็นการเพิ่มเม็ดเงินลงในระบบให้หมุนเวียนมากขึ้นและเป็นมาตรการที่รัฐบาลจะต้องเร่งทำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ จึงเตรียมเสนอให้สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์เช่น บริษัทเงินทุน(บง.)เข้ามาปล่อยกู้เพิ่มเติมให้กับประชาชนและธุรกิจขนาดกลางและขยาดย่อมให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนนอกจากธนาคารพาณิชย์ที่ขณะนี้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมาก

ขณะเดียวกันสศค.ยังได้ศึกษาการปรับปรุงโครงสร้างรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เป็นพิเศษเพื่อในระยะยาวจะสามารถบริหารจัดการงบประมาณภายในได้เอง ไม่ต้องพึ่งพางบประมาณส่วนกลางและลดภาระของภาครัฐโดยรวมลง ซึ่งที่ผ่านมาสศค.ได้เคยเสนอแนวทางดังกล่าวต่อนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ให้พิจารณาโดยการปรับเพิ่มภาษีป้ายซึ่งเป็นภาษีที่ อปท.ต้องจัดเก็บโดยตรง ขึ้นเท่าตัว

ซึ่งในปัจจุบันอัตราการจัดเก็บภาษีป้ายไม่ว่าจะเป็นบิลบอร์ดข้างทางด่วน บนอาคาร ป้ายข้างทาง หน้าราน ตลอดจนป้ายรถเมล์ ของอปท.อยู่ในระดับตำมาก แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)พบว่านายกรณ์ได้ถอนออกกลางคัน โดยอ้างว่าจะกระทบกบกลุ่มผู้ประกอบการุรกิจซึ่งกำลังได้รบผลกระทบจากภาวะเศรฐกิจชะลออยู่ตัวอยูแล้ว

"การจัดเก็บภาษีป้ายของไทยในปัจจุบันอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก บางป้ายเก็บภาษีเพียงปีละ 20 บาทต่อป้ายเท่านั้น ฉะนั้นหากจะต้องจัดเก็บเพิ่มก็ไม่กระทบกับผู้ประกอบการมากนัก ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่นที่จะสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาวและลดภาระการพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐในอนาคตลดลงแล้วแล้ว ยังะช่วยจัดระเบียบป้ายที่ปัจจุบันระเกะระกะทำให้บ้านเมืองไม่สวยงามได้อีกด้วย" แหล่งข่าวระบุ

ทั้งนี้ยังมีการเตรียมเสนอให้ รมว.คลังพจารณาพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะมาทดแทนพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือน และพ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้อปท.อีกทางหนึ่ง แต่หลังจากภาษีป้ายตกไปจึงสร้างความไม่มั่นใจแก่สศค.ว่าพ.ร.บ.ใหม่นี้จะผ่านหรือไม่ เนื่องจากรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจะกระทบกับคนอีกพอมควร แต่เรื่องเหล่านี้ต้องการให้นักการเมืองมองอนาคตของประเทศในระยะยาวด้วย อย่ามองเพียงแต่จะหาเสียงในระยะสั้นเท่านัน

ต่างประเทศ

รมต.พลังงานเอเชียเสนอคุมการเก็งกำไรน้ำมัน
ASTV ผู้จัดการรายวัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประเทศผู้ผลิตและบริโภคน้ำมันรายใหญ่ในแถบตะวันออกกลางและเอเชีย เรียกร้องให้มีการควบคุมการเก็งกำไรในอุตสาหกรรมน้ำมัน ภายหลังสิ้นสุดการประชุมรัฐมนตรีพลังงานระดับภูมิภาค ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 1 วันที่นครโตเกียวของญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ (26) สื่อท้องถิ่นรายงาน รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่จาก 21 ประเทศ ซึ่งมีทั้งญี่ปุ่น, จีน, อินเดีย, อิรักและซาอุดีอาระเบีย ได้เรียกร้องให้มีการควบคุมการเก็งกำไรเพื่อหลีกเลี่ยงการทะยานขึ้นอย่างบ้าเลือดของราคาน้ำมัน สำนักข่าวเกียวโดรายงาน

พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังยืนยันด้วยว่า ความต้องการพลังงานจะเติบโตขึ้นในระยะกลางและระยะยาว อีกทั้งการลงทุนเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็นในการถ่วงดุลระหว่างดีมานด์และซัปพลาย การหารือร่วมกันในครั้งนี้เป็นการประชุมโต๊ะกลมของรัฐมนตรีพลังงานเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นประจำทุกปี โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดน้ำมัน

เอเชียวางมาตรการเข้ม ป้องกันไข้หวัดหมูระบาด
เว็บไซต์แนวหน้า - หลังจากไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ระบาดอย่างหนักในประเทศเม็กซิโก และสหรัฐฯ จนคร่าชีวิตประชาชนไปเกือบ 100 คนแล้วนั้น ประเทศในแถบเอเชียต่างคุมเข้มสถานการณ์อย่างเข้มข้น โดยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ได้มีมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ อาทิ ตรวจเข้มผู้โดยสารที่ทุกรายที่จะเดินทางมาจากสหรัฐและเม็กซิโก ผ่านจุดตรวจและรับการตรวจร่างกายที่สนามบิน ขณะที่ ออสเตรเลียได้เรียกร้องให้ประชาชนที่เดินทางกลับจากสหรัฐและเม็กซิโก รับการแนะนำด้านการแพทย์ด้วย ส่วนอินโดนีเซียได้ดำเนินการเช็คท่าเรือและสนามบินทุกแห่งว่าปลอดจากเชื้อไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่

คะแนนความนิยมโอบามาพุ่งสุดในรอบ 20 ปี ขณะใกล้ครบการปฏิบัติหน้าที่หนึ่งร้อยวันแรก
ASTV ผู้จัดการรายวัน - เอเอฟพี บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะทำหน้าที่ผู้นำประเทศครบรอบ 100 วันแรกในวันพุธที่จะถึงนี้ (29) ได้โอกาสปลื้มกับคะแนนความนิยมอันยอดเยี่ยม โดยอยู่ในระดับสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับประธานาธิบดีทุกๆ คนในรอบเวลา 20 ปีที่ผ่านมาเมื่อถึงช่วงใกล้ครบ 100 วันเช่นนี้ ทั้งนี้จากผลสำรวจความเห็นล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยเอบีซีนิวส์/ เดอะวอชิงตันโพสต์

ผลสำรวจความเห็นคราวนี้เผยว่า 69 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกาพึงพอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของโอบามา ซึ่งถือเป็นคะแนนความนิยมสูงสุดในรอบระยะเวลาราว 2 ทศวรรษ อย่างไรก็ตาม โพลคราวนี้ก็ชี้ด้วยว่า ประธานาธิบดีผิวสีผู้นี้ต้องเผชิญกับความแตกแยกในการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง โดยขณะที่ร้อยละ 93 ของพวกผู้สนับสนุนเดโมแครตพอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของโอบามา แต่มีชาวรีพับลิกันเพียง 36 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เห็นด้วย

เมื่อเปรียบเทียบกับประธานาธิบดีคนอื่นๆ 54 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามครั้งนี้บอกว่า โอบามาปฏิบัติหน้าที่ดีเกินกว่าที่คาด โดยนำห่างคะแนนความนิยมของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชและอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ในขณะที่อดีตผู้นำทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ครบ 100 วันแรก สำหรับโพลครั้งนี้ ซึ่งสุ่มสำรวจความเห็นของผู้ใหญ่จำนวน 1,072 คน ระหว่างวันที่ 21 - 24 เมษายนที่ผ่านมาความผิดพลาดบวกลบไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์

สื่อสร้างมวลชน

ที่มา ประชาไท

สมชาย ปรีชาศิลปะกุล
เผยแพร่ครั้งแรกใน มติชนรายวัน, 27 เมษายน 2552 หน้า 7

สื่อมวลชนเป็นสถาบันที่มีความสำคัญสำหรับสังคมสมัยใหม่ในการส่งข่าวสาร การรับรู้และสร้างทัศนะคติในทางการเมือง การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมาบนหลักจริยธรรมทางวิชาชีพจึงเป็นปัจจัยที่มีความหมายอย่างมากต่อการสร้างสังคมที่ดำรงอยู่บนฐานของความรู้ข้อเท็จจริง และการแลกเปลี่ยนถกเถียงความคิดเห็นระหว่างฝักฝ่ายต่างๆ อย่างสันติแม้มีความเห็นที่แตกต่างกัน

ในอดีตที่ผ่านมา การคุกคามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบันสื่อมวลชนในสังคมไทยปรากฏขึ้นใน 2 ลักษณะสำคัญ ประการแรก เป็นการคุกคามด้วยการใช้อำนาจรัฐทั้งโดยวิธีตามกฎหมายและวิธีนอกกฎหมาย เช่น การสั่งปิดหนังสือพิมพ์ที่ยืนอยู่คนละฝ่ายกับผู้ถืออำนาจรัฐ การทุบแท่นพิมพ์ด้วยอำนาจมืด ประการที่สอง ด้วยการแปรสภาพเป็นธุรกิจสื่อมวลชน ทำให้ทุนสามารถเข้ามามีบทบาทกำกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนได้ ดังการซื้อโฆษณาจำนวนมหาศาลในสื่อต่างๆ โดยองค์กรหรือหน่วยงานขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน ย่อมมีผลต่อทิศทางการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนนั้นซึ่งพยายามหลีกเลี่ยงไม่นำเสนอข่าวอันมีผลกระทบด้านลบต่อองค์กรดังกล่าว

แม้ว่าการคุกคามต่อสื่อมวลชนใน 2 ลักษณะที่กล่าวมายังไม่ได้ถูกแก้ไขให้ลุล่วงไป แต่บัดนี้สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาในการทำงานของสื่อมวลชนในอีกรูปแบบที่แตกต่างออกไป

ในห้วงเวลาที่ความขัดแย้งทางการเมืองไทยมีความเข้มข้นอย่างมากด้วยการเคลื่อนไหวของฝ่ายเสื้อเหลืองและเสื้อแดง เราสามารถมองเห็นการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนไทยซึ่งสะท้อนให้เห็นบทบาทของสื่อมวลชนที่ไม่ได้เสนอข้อมูลข่าวสารในลักษณะที่มีความสมดุลหรือมีความเป็นกลางอย่างเพียงพอ หากแต่เป็นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ “เอียง” เข้าไปหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสื่อโทรทัศน์ (ในบทความนี้ไม่ได้หมายความถึงสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีหรือดีสเตชั่น เพราะทั้งสองสถานีนี้ต่างแสดงตัวชัดเจนว่าเป็นกระบอกเสียงของแต่ละฝ่าย หากแต่ต้องการกล่าวถึงสถานีโทรทัศน์อื่นโดยเฉพาะที่มักอวดอ้างตัวเองว่ามีความเป็นกลาง เป็นมืออาชีพ)

เช่นในการเคลื่อนไหวของฝ่ายเสื้อเหลืองที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนได้เข้าไปทำสารคดีของผู้ชุมนุมที่สะท้อนให้เห็นภาพของผู้มาเข้าร่วมชุมนุม การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน นับตั้งแต่การตื่นนอน การทานอาหาร การสัมภาษณ์เพื่อสะท้อนให้เห็นความรู้สึกนึกคิดของประชาชนที่อยู่ภายในการชุมนุม ที่ล้วนแต่ทำให้เห็นภาพในด้านบวกของการชุมนุมว่าดำเนินไปอย่างสันติและไม่มีความรุนแรงอยู่ในการชุมนุมที่กำลังเกิดขึ้น

แน่นอนว่าการนำเสนอข่าวในลักษณะเช่นนี้ย่อมเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนสามารถกระทำได้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นแง่มุมที่ทำให้เห็นความเป็นมนุษย์ของผู้ร่วมชุมนุมอันจะทำให้สังคมเข้าใจบรรดาผู้คนเหล่านี้ได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นบทบาทที่มีความสำคัญที่สื่อควรจะต้องกระทำเป็นอย่างยิ่ง

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ ในท่ามกลางการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงที่เกิดขึ้นในภายหลัง การชุมนุมของคนกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ถูกมองโดยสื่อมวลชนว่าเป็นม็อบรับจ้างหรือเป็นบรรดาชาวบ้านที่ไม่มีความรู้อย่างเพียงพอเท่านั้น ในห้วงเวลาของการชุมนุมไม่ปรากฏการนำเสนอข่าวเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกับที่เคยมีการนำเสนอกันอย่างแพร่หลายในการชุมนุมโดยอีกฝ่าย

นอกจากนี้เมื่อเกิดเหตุมีการใช้ความรุนแรงของกลุ่มเสื้อแดงบางส่วนในการเผารถเมล์หรือการทำร้ายบุคคลบางคน คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงแต่ก็เช่นเดียวกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อเหลืองที่มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นในหลายครั้งหลายคราว แต่สังคมได้เห็นภาพของกลุ่มเสื้อแดงนำเสนอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นภาพประทับให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็นพวกที่ใช้ความรุนแรง โหดร้าย และต้องการสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง

ไม่เพียงเท่านั้น สื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่ประโคมว่าตนเองเป็นสื่อสาธารณะกลับนำเสนอข้อมูลเฉพาะข่าวสารจากทางภาครัฐเพียงด้านเดียว เมื่อมีการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่รัฐเกิดขึ้น สื่อมวลชนก็เพียงทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลที่มาจากภาครัฐกับประชาชน โดยไม่มีการตั้งคำถามหรือข้อสงสัยใดๆ เลยแม้แต่น้อยกับคำอธิบายเหล่านั้น

ไม่ต้องพูดถึงการนำเสนอข้อมูลของฝ่ายที่ตกเป็นจำเลยของสังคม แทบจะไม่มีเสียงของฝ่ายอื่นที่เห็นต่างถูกเผยแพร่ออกมาทางสื่อมวลชนได้ ขณะที่มีพื้นที่สำหรับภาครัฐอย่างกว้างขวางแต่มีเพียงกระผีกลิ้นสำหรับ “คนอื่น”

ปรากฏการณ์การเอียงข้างของสื่อมวลชนในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะการคุกคามด้วยอำนาจรัฐหรือทุน หากเกิดขึ้นจากจุดยืนของสื่อมวลชนในการเลือกข้างทางการเมืองมากกว่า

เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า “ภาพ” ของเสื้อแดงคือกลุ่มชาวบ้าน รากหญ้า หรือฐานคะแนนเสียงของพรรคการเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด บุคคลเหล่านี้ถูกมองจากชนชั้นกลางและชนชั้นนำว่าเป็นบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทางการเมือง สามารถถูกชักจูงหรือซื้อได้ด้วยไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ในช่วงเวลาของการเลือกตั้ง หรือโดยนโยบายประชานิยม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เลวร้ายในทรรศนะของบรรดากลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคไทยรักไทย

คนเสื้อแดงจึงเป็นพลเมืองชั้นสองที่ควรต้องให้การศึกษาหรือข้อมูลเพื่อให้มีความเข้าใจทางการเมืองที่ถูกต้อง เมื่อไม่มีความสามารถในการตัดสินใจทางการเมืองได้ด้วยตนเองหากเป็นแต่ผู้ที่ถูกชักจูงมา จึงไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกหรือความต้องการของกลุ่มคนเหล่านี้

ก็ในเมื่อเป็นพวกที่ไม่มีอัตวินิจฉัยอันสมบูรณ์แล้ว ถึงสัมภาษณ์ไปก็เป็นความเห็นที่ไม่เป็นประโยชน์หรืออาจเป็นความเห็นที่ผิดพลาดอีก

อาจมีข้ออ้างว่าความเอียงของสื่อมวลชนเป็นผลมาจากการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม พึงสังเกตว่าปรากฏการณ์การเอียงข้างแบบกะเท่เร่นี้ปรากฏมาก่อนการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ข้ออ้างดังกล่าวจึงเป็นเพียงการซ่อนจุดยืนทางการเมืองของตนเองไว้หลังอำนาจรัฐที่ตนเองมีความยินยอมพร้อมใจด้วย

หรือกระทั่งมีการใช้อำนาจรัฐคุกคามสื่อมวลชนในการเสนอข้อมูลข่าวสาร ควรหรือไม่ที่สื่อมวลชนจะยอมอย่างหงอๆ ต่ออำนาจรัฐ ในท่ามกลางสถานการณ์ที่ยิ่งแหลมคม สื่อมวลชนก็ยิ่งทวีความสำคัญในการที่จะทำให้ข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงต่างๆ ปรากฏต่อสาธารณะมากที่สุด ดังเมื่อมีข่าวลือว่ามีผู้เสียชีวิตจากการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มีสื่อมวลชนใดให้ความสนใจตราบจนกระทั่งกลายเป็นข่าวในสื่อต่างประเทศและเจ้าหน้าที่รัฐต้องออกตอบคำถาม ทั้งหมดนี้สื่อมวลชนไทยแทบไม่ได้เป็นผู้ตั้งประเด็นขึ้นแต่อย่างใด

ถ้าสื่อมวลชนไทยทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าแต่งหน้าสวย แต่งกายภูมิฐาน พูดจาสุภาพน้ำเสียงชัดเจน คอยเป็นกระบอกเสียงของเจ้าหน้าที่รัฐ การยกเลิกคณะนิเทศศาสตร์หรือสื่อสารมวลชนที่มีอยู่เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองทิ้งไปก็ไม่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่แวดวงสื่อมวลชนแต่อย่างใดมิใช่หรือ

‘วิถีพุทธ’ กับปัญหาท้าทายสังคมไทย

ที่มา ประชาไท

สุรพศ ทวีศักดิ์

ความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งที่นำไปสู่การแบ่งฝักฝ่ายของคนในสังคมออกเป็นฝ่ายเหลือง-แดง อย่างชัดเจนกว่าสามปีมานี้ เป็นปัญหาท้าทายสังคมไทยเป็นอย่างยิ่งว่าจะหา ทางออก กันได้อย่างไร

บทความนี้ เป็นความพยายามหนึ่งในการหาคำตอบต่อปัญหาท้าทายดังกล่าว โดยเสนอ วิถีพุทธ เป็นทางออกให้ลองพิจารณาร่วมกัน

ถ้าถามว่า วิถีพุทธคืออะไร? คำตอบที่น่าจะทำให้เรามั่นใจได้มากที่สุดคือคำตอบที่สอดคล้องกับสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้คือ อริสัจ 4 จากความหมายของอริยสัจ 4 เราสามารถนิยาม วิถีพุทธ ได้ว่าคือ วิถีแห่งการประจักษ์แจ้งสัจจะ หรือ วิถีแห่งการทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งความจริงที่ต้องประจักษ์แจ้งหรือทำให้ปรากฏนั้น มีอยู่ 4 มิติหลักๆ คือ

1. ความจริงของทุกข์หรือปัญหาต่างๆ (ทุกขสัจจะ) เป็นความจริงที่เราต้องรู้หรือเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทุกข์หรือปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น คืออะไร มีขอบเขต และผลกระทบอย่างไร

2. ความจริงของสาเหตุแห่งทุกข์หรือปัญหาต่างๆ (สมุทัยสัจจะ) เป็นความจริงที่เราต้องรู้และแก้ไขให้ได้ หรือจัดการแก้สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาให้ได้

3. ความจริงของความพ้นทุกข์หรือเป้าหมายของการแก้ปัญหา (นิโรธสัจจะ) เป็นความจริงที่เราต้องบรรลุถึง หรือทำให้เกิดความชัดเจนว่าเป้าหมายในการแก้ปัญหาคืออะไร ประโยชน์สุขที่แท้จริงที่เราต้องการคืออะไร

4. ความจริงของทางพ้นทุกข์หรือทางแก้ปัญหา (มัคคสัจจะ) เป็นความจริงของทางแก้ปัญหาที่เราต้องสร้างขึ้นและใช้ปฏิบัติเพื่อขจัดสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และบรรลุเป้าหมาย หรือประโยชน์สุขที่แท้จริง

ประเด็นสำคัญของวิถีพุทธตามหลักอริยสัจ 4 คือ ในการจะแก้ปัญหาได้สำเร็จ เราต้องรู้เข้าใจ สัจจะ หรือความจริงของปัญหา สาเหตุ เป้าหมาย และแนวทาง โดยมีวิธีปฏิบัติต่อความจริงแต่ละอย่างแตกต่างกันออกไป ความจริงของปัญหาจะต้องถูกระบุออกมาให้ชัดแจ้งว่าคืออะไร สาเหตุของปัญหาจะต้องถูกขจัดให้หมดไป เป้าหมายของปัญหาจะต้องบรรลุถึง และแนวทางแก้ปัญหาจะต้องสร้างขึ้นและใช้ปฏิบัติให้สามารถขจัดสาเหตุของปัญหาและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้จริง

หากพิจารณาจากหลักคิดของวิถีพุทธดังกล่าว เราอาจได้คำตอบต่อปัญหาความขัดแย้ง ดังนี้

1. สังคมจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่าปัญหาขัดแย้งในเวลานี้คืออะไร เช่น ควรจำแนกว่า อะไรคือปัญหาของตัวบุคคล สถาบัน (สถาบันการเมือง สถาบันองคมตรี สถาบันทหาร สื่อมวลชนฯลฯ) อะไรคือปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตย ความไม่เป็นธรรม ฯลฯ ที่เชื่อมโยงเป็นเหตุปัจจัยกลายเป็นพลวัตแห่งสถานการณ์ความขัดแย้งอยู่ในเวลานี้ และปรากฏการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวมีผลกระทบด้านลบด้านบวกต่อสังคมโดยรวมอย่างไร แสดงถึงพัฒนาการประชาธิปไตย หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนของสังคมการเมืองไทยโดยรวมอย่างไร

2. ต้องระบุสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และตระหนักร่วมกันว่าจะต้องขจัดสาเหตุที่แท้จริงของปัญหานั้นให้ได้ เช่น การทุจริตของตัวบุคคล การแสดงบทบาทไม่เหมาะสมของบุคคลในสถาบันต่างๆ ระบบที่เป็นปัญหา หรือโครงสร้างอำนาจของสถาบันนั้นๆเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยและการสร้างความเป็นธรรมอย่างไร โครงสร้างอำนาจ/วัฒนธรรมทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่เป็นอยู่เป็นโครงสร้างที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม และไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างไร ฯลฯ สาเหตุทั้งปวงของปัญหาจะต้องถูกแก้ไขอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม

3. สังคมต้องมี อุดมการณ์ร่วมกัน ว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือความเป็นธรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากการแก้สาเหตุของปัญหา (ที่สำคัญๆ) ได้เสร็จสิ้นมี หน้าตา เป็นอย่างไร และตระหนักร่วมกันว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนสังคมของเราให้มีหน้าตาเป็นประชาธิปไตยที่มีความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

4. มัคคสัจจะหรือทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ถ้าเป็นปัญหาของตัวบุคคลที่ทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นคุณทักษิณ องคมนตรี ทหาร บุคคลในรัฐบาล หรือในฝ่ายเสื้อเหลืองเสื้อแดงควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมใน มาตรฐานเดียวกัน หรือบางเรื่องหากจำเป็นต้องตั้ง คณะกรรมการอิสระ ที่สังคมยอมรับว่าเป็นกลางมากที่สุดขึ้นมาไต่สวนก็จำเป็นต้องทำ ส่วนโครงสร้างอำนาจหรือบทบาทหน้าที่ของสถาบันต่างๆที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย และโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่ไม่เป็นธรรมและไม่เป็นประชาธิปไตย ก็จำเป็นต้องนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแก้ไขกันอย่างจริงจัง

ควรถือเป็น วาระแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ที่ต้องร่วมกันทำ ความจริงให้ปรากฏ การบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตาม หลักนิติรัฐ และ ปรับรื้อ โครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ พร้อมกับสร้าง วัฒนธรรมประชาธิปไตย ผ่านเวทีปฏิรูปการเมือง เวทีสาธารณะอื่นๆ กิจกรรมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองของภาคประชาชน เวทีสื่อทุกประเภท รวมทั้งการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหม่ที่ต้องเน้นการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและความเป็นธรรมทางสังคมให้มากขึ้น

ปัญหาความยากจน สำนึกทางชนชั้น” “ความไม่เป็นธรรม ด้านต่างๆควรถูกทำให้เป็น ประเด็นสาธารณะ ที่จะช่วยให้สังคมเกิดความตระหนักรู้ร่วมกันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดการผลักดันนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาดังกล่าว

มรรคสัจจะตามวิถีพุทธที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งย่อลงเป็น ไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา นั้น หากมองในเชิงประยุกต์กับปัญหาทางสังคมการเมืองในขณะนี้ ศีล ก็คือ กติกาที่เป็นธรรม ในการอยู่ร่วมกันซึ่งสังคมจะต้องร่วมกันสร้างขึ้นตามกระบวนการประชาธิปไตย สมาธิ คือ เจตจำนงร่วมที่แน่วแน่ทางสังคมที่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรม ประชาธิปไตย (ที่ก้าวหน้าขึ้นหรือที่แท้จริง?) และสันติภาพ ปัญญา คือ การเข้าใจความจริงร่วมกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยเหตุผลในสังคมที่มีเสรีภาพในการพูดความจริง และเคารพประชาชนในฐานะที่ทุกคนต่างเป็นมนุษย์ที่มีวิจารณญาณด้วยตนเองในการวินิจฉัยความจริง และ ถูก ผิด ดี ชั่ว

ที่กล่าวมานี้เป็นเพียง แง่คิด จากวิถีพุทธตามการตีความของผู้เขียน อาจถูกหรือผิดก็ได้ ไม่ใช่ สูตรสำเร็จเป็นเพียงการเสนอโดยหวังให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์แลกเปลี่ยนกันหลายๆด้าน เพื่อหา ทางออก ที่ดีกว่าและเป็นไปได้ให้กับปัญหาความขัดแย้งที่ท้าทายสังคมไทยอยู่ในขณะนี้

ประชาธิปไตยมือถือ: มือถือในฐานะเครื่องมือประชาธิปไตย?

ที่มา ประชาไท

ภูวิน บุณยะเวชชีวิน

บทความนี้เป็นการปริทัศน์ (review) บทความ Mobile Democracy: Mobile Phones as Democratic Tools (2008) ของ Heike Hermanns ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Politics ฉบับที่ 28 (2) หน้า 74-8

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก บทความของ Hermanns พยายามจะชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีของมือถือมีผลกระทบต่อประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ทว่าไม่ใช่ทุกสังคมการเมืองที่มือถือจะช่วยส่งเสริมประชาธิปไตย ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับสังคมการเมืองไทยในปี 2006

มือถือในฐานะเครื่องมือของกิจกรรมทางการเมือง

ในบทความ Hermanns ได้แสดงให้เห็นว่ามือถือไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ที่ใช้ในการสนทนาเท่านั้น หากแต่ยังมีส่วนในการเป็นเครื่องมือเพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายทางการเมือง Hermanns เน้นการยกตัวอย่างของสังคมการเมืองเกาหลีที่มือถือมีบทบาทในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมาก ดังตัวอย่างในปี 2002 ที่ชาวเกาหลีจำนวนมากได้รับข้อความ (text message) ที่เชิญชวนให้ร่วมกันออกมาจุดเทียนบนท้องถนนของกรุงโซลเพื่อรำลึกถึงการเสียชีวิตของเด็กผู้หญิงเกาหลีจากอุบัติเหตุจากยานพาหนะของกองทัพสหรัฐอเมริกา การเดินขบวนดังกล่าวนำไปสู่ข้อถกเถียงเกี่ยวกับบทบาทของกองทัพสหรัฐฯในคาบสมุทรเกาหลี และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลี นอกจากนั้นการส่งข้อความผ่านมือถือยังมีบทบาทในการหาเสียงเลือกตั้งและกระตุ้นให้ชาวเกาหลีออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง กล่าวกันว่าการส่งข้อความเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำมาสู่การชนะเลือกตั้งของประธานาธิบดี Roh Moo-hyun ด้วย

ไม่เฉพาะสังคมการเมืองเกาหลีเท่านั้น ในปี 1992 มือถือยังมีบทบาทสำคัญในการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารในไทย เช่นเดียวกับในฟิลิปปินส์ที่การส่งข้อความผ่านมือถือมีส่วนในการสนับสนุนการชุมนุมประท้วงต่อต้านประธานาธิบดี Joseph Estrada ในปี 2001 ซึ่งนำมาสู่การลาออกจากตำแหน่งของประธานาธิบดีในที่สุด

ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามือถือสามารถเป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองดังที่กล่าวไปข้างต้น โดยเฉพาะในบริบทของสังคมการเมืองเกาหลี

มือถือ กับ ความเป็นประชาธิปไตย

มือถือนำมาสู่การเพิ่มขึ้นของการไหลเวียนข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นการขยายอาณาบริเวณสาธารณะซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของประชาธิปไตย นอกจากมือถือจะมีส่วนในการขยายปริมาณในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารแล้ว ในขณะเดียวกันมือถือยังมีส่วนในการลดบทบาทของผู้ควบคุมดูแลข่าวสาร (gatekeeper) อีกด้วย อย่างไรก็ตามมือถือก็ไม่ใช่สื่อรูปแบบใหม่ที่จะมาแทนสื่ออย่างโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หากแต่เป็นส่วนเสริมของสื่อเหล่านั้น

นอกจากนั้นการโทรศัพท์และการส่งข้อความผ่านมือถือยังเป็นเรื่องยากในการควบคุมตรวจตราซึ่งตรงกันข้ามกับอินเตอร์เน็ตที่สามารถถูกตรวจตราได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ประเทศเผด็จการอย่างเกาหลีเหนือจึงสั่งห้ามการใช้มือถือและการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลใด ๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของรัฐ

ในปัจจุบันที่การพัฒนาอย่างรวดเร็วของมือถือ และราคาที่ต่ำลงจนคนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ดังกล่าวได้ จึงอาจกล่าวได้ว่าในหลายสังคมการเมือง มือถือมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าคอมพิวเตอร์ หรือ อินเตอร์เน็ต ในแง่ที่ว่ามีความเสมอภาค (egalitarian) ทั้งการเข้าถึง และการใช้งาน ต่างกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ที่วัยรุ่น หรือ คนหนุ่มสาว เท่านั้นที่สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มือถือ กับ ม็อบ

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่ามือถือมีบทบาทในฐานะเครื่องมือของกิจกรรมทางการเมือง ดังนั้นมือถือจึงเป็นเครื่องมือขององค์การทางการเมือง หรือ กลุ่มทางการเมือง เช่น ม็อบที่ใช้ความรุนแรง

อำนาจในการระดมมวลชน (mobilization) ของมือถือบางครั้งไม่ได้เป็นผลดีต่อประชาธิปไตยเสมอไป ในหลายสังคมการเมือง อำนาจดังกล่าวของมือถือนำไปสู่ม็อบที่เคลื่อนไหวโดยใช้ความรุนแรง เช่น ในออสเตรเลีย ปี 2005 การจลาจลจากประเด็นเรื่องชาติพันธุ์ ข้อความผ่านมือถือถูกใช้ในการกระตุ้นเร้าความรุนแรงที่เกิดขึ้น หรือ กรณีที่เด่นชัดในไทย ปี 2005-2006 ที่การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลไม่เพียงเรียกร้องเฉพาะการลาออกของนายกรัฐมนตรี แต่ยังเรียกร้องให้คว่ำบาตรการเลือกตั้งด้วย ซึ่งในท้ายที่สุดนำไปสู่การรัฐประหารของทหาร ซึ่งในกรณีดังกล่าวมือถือในฐานะหนึ่งในเครือข่ายของสื่อที่สนับสนุนการชุมนุมประท้วงได้แสดงบทบาทอย่างมีนัยสำคัญ

ในแง่นี้จึงเห็นได้ว่ามือถือสามารถมีบทบาททั้งในทางสร้างสรรค์และไม่สร้างสรรค์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างมือถือกับม็อบดังกล่าว

สรุป

บทความของ Hermanns ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของมือถือในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางการเมือง เรื่อง ประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ดังที่ Hermanns ชี้ให้เห็นว่ามือถืออาจไม่ใช่เครื่องมือประชาธิปไตยที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยมือถือเสมอไป เช่น ตัวอย่างของสังคมการเมืองไทย เป็นต้น ในแง่นี้การทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางการเมืองที่กำลังดำเนินไปจึงไม่สามารถละเลยมือถือในฐานะปัจจัยที่มีทั้งผลบวกและลบต่อประชาธิปไตยได้

Sunday, April 26, 2009

"แม้ว"ตอกรบ.ไทยอ้างยังเหาะเข้า-ออก "ยูเออี"ปกติ เผย"จักรภพ-อดีต111ทรท."ตามสมทบ"นายใหญ่"แล้ว

ทั่มา มติชนออนไลน์

"ทักษิณ"อ้างผ่านคนใกล้ชิดบอกยังเดินทางเข้า-ออกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ตามปกติ ซัดกลับรบ.ไทยพูดเท็จทุกประเด็นถูกห้ามเข้าประเทศ แย้มยูเออีเตรียมแถลงผ่านสถานทูตเร็ววันนี้ สั่งอดีตที่ปรึกษา กม.ตอบโต้ "จักรภพ -อดีตกก.บห.ทรท.-คนใกล้ชิด"บินตามสมทบ"นายใหญ่"แล้ว


รายงานข่าวจากผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของไทย อยู่ประเทศในทวีปแอฟริกาแห่งหนึ่ง โดยได้แสดงความไม่สบายใจกรณีนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ และนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเป็นตัวแทนพิเศษ ออกมาระบุผลการเดินทางไปหารือกับระดับรัฐมนตรีประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เพื่อขอความร่วมมือจับกุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ในคดีถูกตัดสินจำคุก 2 ปีจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก และกรณีถูกออกหมายจับคดียุยง ปลุกปั่นให้เกิดการจลาจล ในลักษณะยูเออีประกาศให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยและพร้อมจับกุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณหากเดินทางเข้ามายังยูเออี และยืนยันไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณใช้ยูเออีเป็นที่พักอาศัย หรือใช้เป็นฐานโจมตีประเทศไทยอีกต่อไป

"เรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ให้บุคคลใกล้ชิดตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังทางยูเออี ก่อนจะยืนยันว่า สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยอ้างนั้น ไม่เป็นความจริง รัฐบาลยูเออีไม่ได้ระบุเป็นการชัดเจนว่าจะจับกุมหรือไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้ายูเออี พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่า ตัวเองยังสามารถเดินทางไปยังยูเออีได้ตามปกติรวมถึงอีกหลายประเทศ ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ระหว่างเตรียมรวบรวมข้อมูล เพื่อให้บุคคลใกล้ชิดชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยเบื้องต้นได้ประสานไปยังบุคคลใกล้ชิดในรัฐบาลยูเออีเพื่อให้ออกมาชี้แจง และอีกทางหนึ่งจะให้นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว ชี้แจงเรื่องนี้ด้วย"แหล่งข่าวกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำเสื้อแดงที่หลบหนีหมายจับไปต่างประเทศนั้น ได้เดินทางไปสมทบกับ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว รวมถึงอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและบุคคลสำคัญที่มีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยจำนวนหนึ่ง

ขณะที่นายนพดล ปัทมะ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในเวลาต่อมาว่า จากการตรวจสอบพบว่าสิ่งที่นายอลงกรณ์แถลงไปในทำนองยูเออีสนองตอบข้อเรียกร้องฝ่ายไทยนั้น มีความคลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในทุกประเด็น เข้าใจว่าทางยูเออีคงจะมีการแถลงข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ โดยผ่านสถานทูตที่มีในประเทศไทย โดยจะมีการชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ตามมารยาททางการทูต ขณะนี้คงให้ความเห็นมากไม่ได้ ต้องรอถ้อยแถลงจากทางยูเออีก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ระบุว่า ยูเออี ไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศอีก และพร้อมจับกุมทันทีหากฝ่าฝืน นั้นไม่เป็นความจริง นายนพดลกล่าวว่า "รู้สึกว่า ทางยูเออีไม่ได้มีการพูดอย่างนั้น" ส่วนกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณส่งทีมบ้านเลขที่ 111 ไปเคลียร์กับทางยูเออี จนเป็นที่มาของการเตรียมชี้แจงของยูเออีนั้น ยืนยันว่า คนบ้านเลขที่ 111 หรืออดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ได้เดินทางไปเคลียร์ตามที่เป็นข่าว เพราะยูเออีมีความเข้าใจเรื่องราวของ พ.ต.ท.ทักษิณดีอยู่แล้ว ว่าโดนคดีการเมืองอะไรต่างๆ


นายนพดลกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ศัตรู ก็หวังว่าบารมีของ พล.อ.เปรมซึ่งมีคนให้ความเคารพเชื่อฟังอยู่ไม่น้อย จะช่วยหยุดกระบวนการเผาบ้านเพื่อฆ่าหนูตัวเดียว เพราะหนูก็อยากกลับมาช่วยสร้างบ้านเหมือนกัน หลังจากที่ผ่านมาถูกรังแกถูกไล่ล่ามาตลอด ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่แถวๆ ทวีปแอฟริกา หาโอกาสในการลงทุนธุรกิจต่างๆ ซึ่งก็ได้รับเชิญจากหลายประเทศ อย่างไรก็ตามอดีตนายกฯยังคงอยากที่จะกลับมาประเทศไทย เพื่อช่วยพัฒนาด้านธุรกิจและด้านอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งต้องรอดูบรรยากาศ รอดูการพัฒนาการของบ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณยังคงให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเป็นระยะนั้น เนื่องจากถูกกล่าวหาในหลายเรื่องๆ ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะจากทีมงานโฆษกที่มีอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ถ้าหากรัฐบาลหยุดโจมตีหรือให้ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะหยุดก็ได้

แม่พลทหารร้อง ผ่าศพลูก ตายในบ้านแม่ทัพ

ที่มา ข่าวสด

ที่เป็นเซฟเฮาส์"มาร์ค" ไม่เชื่อล้มฟาดพื้นตาย! แดงคึกคักสนามหลวง




แดงคืนชีพ- กลุ่มคนเสื้อแดงกลับมาชุมนุมอีกครั้งกว่า 5 พันคน ในเสื้อหลากสีสัน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ท้องสนามหลวง หลังรัฐบาลยกเลิกภาวะฉุกเฉิน มีนายจรัล ดิษฐาอภิชัย เป็นแกนนำ

แม่พลทหารที่ตายปริศนาในบ้านพักแม่ทัพภาค 1 ส่งศพลูกชายให้นิติวิทยาศาสตร์ผ่าพิสูจน์ หลัง"จตุพร"จุดประเด็นเสียชีวิตหลังจากที่"มาร์ค-เทือก"ไปเก็บตัวในบ้านแม่ทัพภาค 1 แค่วันเดียว ไม่เชื่อเป็นอุบัติเหตุลื่นหกล้มตาย ชี้ลูกชายแข็งแรงไม่น่าจะตายง่ายๆ โวยโดนให้เร่งเผาศพ ส่วนแม่ทัพภาค 1 เห็นด้วยให้ผ่าศพพิสูจน์ ขณะที่ตำรวจชุดทำคดี 2 ศพการ์ดนปช.โดนฆาตกรรมแน่นอน ม็อบแดงคึกคักพรึ่บสนามหลวง หลังรัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีแม้วโฟนอิน ร่วมจุดเทียนไว้อาลัยผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม แต่นัดชุมนุมใหญ่ 17 พ.ค.นี้จี้แก้รธน. ตร.1กองร้อยอารักขามาร์ค ชวรัตน์เย้ยม็อบแดงแค่ฉายหนังซ้ำ

ตร.1กองร้อยอารักขา"มาร์ค"

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 เม.ย. ที่อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ บางเขน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเชีย ครั้งที่ 10 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการมาร่วมงานดังกล่าวถือเป็นงานนอกสถานที่งานแรกของนายกฯ หลังจากประกาศยกเลิกการใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อเที่ยงวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การรักษาความปลอดภัยในบริเวณงานยังคงเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 1 กองร้อย ทั้งจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สน.บาง เขน และสน.พื้นที่ใกล้เคียง ที่มาตรวจวัตถุระเบิดพื้นที่โดยรอบอาคาร และเฝ้ารักษาความปลอดภัยประจำจุดตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนกระทั่งเลิกงาน และมีตรวจตรา สังเกต การณ์ผู้มาร่วมงานอย่างเคร่งครัด ส่วนการรักษาความปลอดภัยของตัวนายกฯนั้นยังใช้ขั้นเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเช่นเดิม

เวลา 10.40 น. นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ที่ท้องสนามหลวงว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานข่าวอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งตนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามดูแลให้เกิดความ สงบเรียบร้อย และการยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่ติดตามสถาน การณ์ หรือไม่เฝ้าระวังเหตุการณ์ต่างๆ เพียงแต่จะไม่มีการใช้อำนาจพิเศษเท่านั้น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ เราทราบดีว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปอาจทำให้มีอารมณ์ตกค้างอยู่บ้าง จึงพยายามทำความเข้าใจและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆคลี่คลายสถานการณ์ ตนกำชับเจ้าหน้าที่ว่าขอให้ช่วยดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อย

ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง

เมื่อถามถึงศาลให้ประกันตัว 3 แกนนำนปช.แล้วคิดว่าจะทำให้การชุมนุมมีปัญหารุนแรงอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ตนบอกแล้วว่าเรามีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปไล่ล่าหรือไม่ให้ใช้สิทธิทางการเมือง แต่เป็นการใช้พ.ร.ก.เพื่อให้เกิดความสงบ หลังเกิดเหตุการณ์จลาจล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เราหวังว่าทุกคนจะเคารพกฎหมาย เพราะทุกคนมีบทเรียนมาแล้วว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมามันสร้างความเสียหาย ไม่ใช่เฉพาะด้านเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความเครียด ความรู้สึกของคนไทยได้รับผลกระทบ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลได้ดำเนินการทุกอย่างอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาแก้ปัญหาที่อาจค้างคาใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหตุการณ์หรือการเดินไปข้างหน้า ขอให้ไปใช้เวทีตรงนั้นเป็นหลัก ส่วนการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นทำได้ แต่ควรคำนึงถึงการช่วยกันทำให้บ้านเมืองไม่ย้อนกลับไปสู่ความรุนแรงอีกครั้ง

ยังตามล่าตัว"จักรภพ"อยู่

เมื่อถามว่ารัฐบาลมีแนวทางดำเนินการกับนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช. ที่หลบหนีหมายจับอย่างไร เพราะยังไปเคลื่อนไหวด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศโจมตีประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังติดตามตัวอยู่ แต่ไปให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศโดยที่เราไม่ทราบว่าตัวอยู่ที่ไหน เมื่อถามว่าในเรื่องการเคลื่อน ไหวใต้ดินที่แกนนำ นปช.ประกาศนั้นมีการรายงานข่าวจากหน่วยข่าวหรือไม่ว่าจะมีอะไรที่รุนแรง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงจะติดตามข่าวและคลี่คลายสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า รายงานข่าวดังกล่าวระบุจะมีการใช้ความรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานข่าวเฉพาะเจาะจงในลักษณะนั้น มีเพียงการให้สัมภาษณ์ของแกนนำเท่านั้น

ต่อข้อถามว่าเป็นห่วงว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงในวันนี้ จะลุกลามบานปลายอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราติดตามอย่างใกล้ชิดและเชื่อว่าทุกคนที่มาชุมนุมจะทราบว่าวันนี้สังคมไทยและคนไทยส่วนใหญ่รวมทั้งประเทศต้องการอะไร

เมื่อถามถึงผู้นำประเทศคู่เจรจาที่จะมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ยังไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยที่จะเดินทางมาร่วมประชุมอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องไปพูดคุยปรึกษาหารือกับทั้ง 16 ประเทศเพื่อให้เกิดความมั่นใจ และคิดว่าที่ผ่านมาจนถึงช่วงนี้ เราจะทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อม และจะจัดการประชุมต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดวันประชุมได้ เนื่องจากต้องรอความสะดวกในเรื่องเวลาของผู้นำแต่ละประเทศก่อน แต่ขณะนี้แน่นอนว่าเดือนพ.ค.นี้ คงไม่สามารถจัดการประชุมได้ ต้องรอไปถึงเดือนมิ.ย.

ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงอย่างไรในเดือนมิ.ย.นี้ต้องจัดการประชุมให้ได้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกประเทศต้องการให้จัดการประชุมโดยเร็ว เพราะมีประเด็นที่อยากประชุมร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ที่จะเป็นผลดีกับทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ยังไม่แน่-ร่วมวันแรงงาน

เมื่อถามว่าการออกมาปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ในวันนี้หลังเกิดเหตุความรุนแรง แสดงว่ามั่นใจในความปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนจะพยายามปฏิบัติภารกิจตามปกติ แต่ช่วงนี้จะคล้ายกับช่วงแรกเมื่อตอนเข้ามารับตำแหน่ง ทำให้เราต้องทบทวนเรื่องมาตรการต่างๆ และต้องเสียเวลากับการประชุมในส่วนกลางค่อนข้างมาก แต่จะพยายามปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบ คลุม ครบถ้วน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามว่านายกฯจะไปร่วมงานวันแรงงานแห่งชาติที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 1 พ.ค.นี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องขอดูกำหนดการอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาลนั้นได้ปรับลดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ลงจำนวนมาก ส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับที่ตั้งและหน่วยต้นสังกัด เหลือเพียงไม่ถึง 100 นายที่ยังคงปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นสถานที่ราชการที่สำคัญ ทั้งนี้เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวที่ถือว่ายังไม่นิ่งเท่านั้น

เทือกลั่นจับอีก-ถ้าแดงป่วน

เวลา 12.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในเย็นวันนี้ที่สนามหลวงว่า ไม่รู้สึกเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดูแล หากมีการทำผิดกฎหมายหรือขึ้นเวทีแล้วทำให้เกิดความวุ่นวาย คงต้องจับกุมตัวทันที ตนพยายามมองในแง่ดีว่าเหตุการณ์เย็นวันนี้จะไม่มีอะไรรุนแรง เพราะนายกฯแสดงแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาบ้านเมืองแล้ว

เมื่อถามว่า ภายหลังจากยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วจะยกเลิกการออกหมายจับในคดีต่างๆหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องคดีความต่างๆ ต้องแยกออกเป็น 2 ประเภท 1.คดีอาญา เช่น การบุกรุกสถานที่ราชการ ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ทุบรถนายกฯ พยา ยามฆ่า หรืออื่นๆ ต้องดำเนินการต่อไป 2.คดีที่เป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ระหว่างการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนที่แกนนำคนเสื้อแดงเรียกร้องให้คืนสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีสเตชั่นนั้น ตำรวจจะพิจารณาว่าสถานีโทร ทัศน์ดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่

เมื่อถามถึงแกนนำคนเสื้อแดงยื่นข้อเสนอว่าหากยกเลิกคดีทั้งหมดจะยุติการชุมนุม นายสุเทพ กล่าวว่า การทำผิดกฎหมายไม่มีเงื่อนไขการต่อรอง ผิดต้องว่าไปตามผิด ไม่ผิดก็คือไม่ผิด ซึ่งนายกฯพูดชัดแล้วว่ารัฐบาลไม่มีความประสงค์จะไปไล่ล่าใคร ดังนั้นใครไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกังวลใจ

นายสุเทพ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช.ในต่างประเทศว่า หากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี

คืนชีพ- กลุ่มคนเสื้อแดงกลับมาชุมนุมอีกครั้งกว่า 5 พันคน ที่ท้องสนามหลวง หลังรัฐบาลยกเลิกภาวะฉุกเฉิน มีนายจรัล ดิษฐาอภิชัย เป็นแกนนำ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.



ปชป.ชี้ยังมีการปลุกระดม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุท รักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้สถานการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองคลี่คลายและดีขึ้นตามลำดับ มั่นใจว่าหากทุกฝ่ายช่วยกัน สามารถรักษาบรรยากาศของความสงบที่ดีและประเทศจะได้เดินหน้าอีกครั้ง ทั้งนี้พรรคสนับสนุนแนวทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯที่ยกเลิกพ.ร.ก. ฉุกเฉิน และวางแนวทางสมานฉันท์ และขอบคุณผู้นำของ 3 องค์ประกอบในรัฐสภาที่แสดงความพร้อมหารือเรื่องดังกล่าว และหวังว่าวันที่ 27 เม.ย.นี้ จะบรรลุแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการประมวลข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และเริ่มกระบวน การสร้างความสมานฉันท์ในการปฏิรูปการ เมือง และการมีส่วนร่วมได้

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประเมินว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่อย่างน้อย 4 ด้าน คือ 1.การบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะนำเสนอหลักฐานที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มาที่ชัดเจน ทั้งเรื่องผู้บาดเจ็บ การกระทำของเจ้าหน้าที่ และการให้ข้อมูลผู้เสียชีวิต จากการควบคุมสถานการณ์เมื่อกลางเดือนเม.ย. รวมถึงการปล่อยข่าวว่ามีการปิดบังและทำลายหลักฐานผู้เสียชีวิต 2.การเคลื่อนไหวปลุกระดมผ่านสื่อแขนงอื่น คือ อินเตอร์เน็ต และใบปลิว โดยระบุข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ ชื่อ รูป ของบุคคลในรัฐบาลและครอบครัว รวมถึงครอบครัวของนายกฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดการคุกคามต่อความปลอดภัยของบุคคลเหล่านั้น เรื่องนี้พรรคเป็นห่วงแต่มั่นใจว่ารัฐบาลจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์จากการปลุกระดมเคลื่อนไหวผ่านการใช้สื่อวิธีดังกล่าว

จี้ตามจับ"ทักษิณ-จักรภพ"

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 3.การประกาศชุมนุมของกลุ่มนปช.อีกครั้งในเย็นวันที่ 25 เม.ย. ต้องขอบคุณที่ประกาศว่าจะไม่สวมเสื้อสีใดสีหนึ่ง และไม่ใช้วิธีโฟนอิน ซึ่งน่าจะลดบรรยากาศการเผชิญหน้าได้ในระดับหนึ่ง หวังว่าผู้ชุมนุมจะไม่ยื่นคำขาดที่จะนำไปสู่เงื่อนไขการเผชิญหน้าเพิ่มเติม และขอให้ระวังว่าแกนนำนปช.เดิม ที่หลบหนีการจับกุมตัวอยู่ จะมาแทรกซึมหรือสร้างเหตุความรุนแรง รวมทั้งขอเรียกร้องประชาชนในละแวกใกล้เคียง อย่าออกมาชุมนุมในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะอาจเสี่ยงเกิดการเผชิญหน้า เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับชุมชนนางเลิ้งได้ และ 4.การเคลื่อนไหวในต่างประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช. ที่มีสัญญาณว่าจะเดินทางต่อไปยังอีกหลายประเทศนั้น พรรคขอให้รัฐบาลเร่งแสวงหาความร่วมมือจากประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ช่วยเฝ้าระวังและรายงานความเคลื่อนไหวของคนทั้งสองและพวก กรณีที่อาจจกระทบต่อรัฐบาล ประเทศชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

"มั่นใจว่า ปัจจัยเสี่ยงทั้ง 4 ข้อจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง หากดำเนินการใน 3 ด้านอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1.มีกระบวนการสะสางข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการประมวลเหตุ การณ์ความเสียหาย ต้องมีกระบวนการและกลุ่มบุคคล เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายว่าเป็น กลาง ตรงไปตรงมา และเปิดเผยข้อมูลให้ ทราบเป็นระยะ 2.เริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปการเมือง เพื่อเปิดช่องสู่การสร้างความสมาน ฉันท์ 3.เร่งฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศไทยต่อประชาคมโลก โดย 1 เดือนนี้ ถือเป็นโอกาสที่สำคัญอย่างมาก ในการเร่งสร้างความมั่นใจ เพื่อจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และประเทศคู่เจรจาครั้งใหม่ในเดือนมิ.ย.นี้ และการจัดเตรียมการประชุมเวทีความร่วมมือด้านความมั่นคง ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนก.ค. ซึ่งนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ยืนยัน ตอบรับการเข้าร่วมแล้ว"น.พ.บุรณัชย์ กล่าว

มาร์คขึ้นคัตเอาต์ขอบคุณ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิป) กล่าวถึงการประชุมวิป 3 ฝ่าย วันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ ว่า จะหารือในภาพรวมถึงคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุเจ้าหน้าที่ผลักดันผู้ชุมนุม โดยกรรมการจะประกอบด้วยตัวแทนจากองค์กรเอกชน สถาบันนิติ วิทยาศาสตร์และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าร่วม แต่ยังไม่ได้กำหนดตัวประธาน เชื่อว่าได้ข้อสรุปในวันดังกล่าว

ส่วนนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ฝ่ายค้าน กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ผลักดันผู้ชุมนุมว่า ในการประชุมวิป 3 ฝ่าย วันที่ 27 เม.ย. คงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีใครมาทำหน้าที่บ้าง เพียงแต่จะวางกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการว่าจะเอาผิดทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดได้หรือไม่ เพราะหากเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวก็ไม่เป็นประโยชน์ เนื่องจากไม่สามารถทำอะไรได้ และหากเป็นเช่นนี้ก็มีกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบอยู่แล้ว คงไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนจากวิป 3 ฝ่ายเข้าไปตรวจสอบ แต่หากจะตั้งก็ควรมีตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิจากอัยการสูงสุด และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ทางสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำการขึ้นป้ายขนาดใหญ่ที่บริเวณแยกนางเลิ้ง หน้าสนามม้านางเลิ้งและเส้นทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ โดยป้ายดังกล่าวเป็นตัวหนังสือสีขาว พื้นสีฟ้า มีตราสำนักนายกรัฐมนตรี และข้อความว่า "ผมขอขอบคุณความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวไทยและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ช่วยกันทำให้บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศต่อไป ลงชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี"

ชวรัตน์ชี้นปช.ฉายหนังซ้ำ

ก่อนหน้านี้ ที่โรงแรมเดอะไซน์ พัทยา จ.ชลบุรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาด ไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง วันที่ 25 เม.ย. ว่า ไม่ห่วง เพราะรัฐบาลมีประสบการณ์ดูแลการชุมนุมมาแล้วก่อนที่แกนนำคนเสื้อแดงจะถูกจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองรู้วิธีดูแลอย่างดี ส่วนที่คนเสื้อแดงจะนำคลิปวิดีโอการสลายการชุมนุมมาเปิดให้ผู้ร่วมชุมนุมดูนั้น ไม่น่าห่วงเพราะคลิปส่วนใหญ่ได้เปิดเผยในที่ประชุมร่วม 2 สภา ซึ่งประชาชนได้เห็นหมดแล้ว ถ้าจะเปิดในที่ชุมนุมเป็นเพียงการฉายหนังซ้ำเท่านั้น นอกจากนี้การประกันตัวของแกนนำคนเสื้อแดงกับการประกาศยกเลิกบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเรื่องต่อเนื่องกันเพราะเมื่อยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถขอประกันตัวได้ทันทีเพราะรัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์ก่อนประกาศยกเลิกว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะมีเหตุอะไร

"การชุมนุมของคนเสื้อแดงผมคิดว่าไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าที่ผ่านมา ถ้าเป็นไปได้รัฐบาลขอวิงวอนไม่ให้มีการชุมนุมเพื่อสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อให้บ้านเมืองได้ทำงานบ้าง"นายชวรัตน์กล่าว

คาดแม้วโฟนอินเรื่องเดิมๆ

นายชวรัตน์ กล่าวว่า ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะโฟนอินในการชุมนุมที่สนามหลวงหรือไม่นั้น ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหม่เพราะที่ผ่านมามีการโฟนอินเข้ามากว่า 10 ครั้ง ซึ่งเมื่อมีการโฟนอิน สภาพัฒนาฯและกระทรวงการคลังจะออกมาระบุเศรษฐกิจ จะติดลบลงเรื่อยๆ

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะให้ความมั่นใจในสังคมได้อย่างไรว่าไม่มีการดำเนินการ 2 มาตรฐาน นายชวรัตน์กล่าวว่า คำว่า 2 มาตรฐานพูดยาก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน การกำหนดว่าเป็นมาตรฐานเดียวหรือ 2 มาตรฐานเป็นเรื่องยาก ด้วยความสัตย์จริงรัฐบาลไม่เคยคิดว่าจะช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถือว่าทุกฝ่ายมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด เพราะประชาชนคนไทยที่ใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน

ส่วนการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดที่มีปัญหาการชุมนุมของคนเสื้อแดง จากการประสานจากพรรคร่วมรัฐบาลให้มีการโยกย้ายนั้น นายชวรัตน์กล่าวว่า ผู้ว่าฯที่ย้าย ก็ทำงานได้ดีและมีวุฒิภาวะอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะมีการโยกย้ายนอกฤดูกาลหรือไม่ นายชวรัตน์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

กทม.ทำบุญใหญ่5ศาสนา

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุง เทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานในพิธีทำบุญเมืองกรุงเทพมหานคร ด้วยการประ กอบพิธีกรรมทางศาสนาสำคัญ 5 ศาสนา ประกอบด้วย ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อิสลาม คริสต์ ซิกข์ และพุทธ ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. เริ่มด้วยพิธีบวงสรวงเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ในเวลา 07.09 น.โดยมีพระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์ ประกอบพิธี

จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จุดเทียนบูชา เทพเทวา ถวายเครื่องสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกทม. ได้แก่ พระพุทธนวราชบพิตร จากนั้นเป็นพิธีทางศาสนาอิสลาม คริสต์ ซิกข์ และพุทธ โดยนิมนต์พระราชาคณะ 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งพิธีแล้วเสร็จทั้งหมดในเวลา 12.00 น.

แดงอุดรฯ- นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร นำชาวเสื้อแดงกว่า 1,000 คนเศษมาร่วมชุมนุม ที่ทุ่งศรีเมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 25 เม.ย. โดยให้นายทองดี มนิสสาร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีเล่าเรื่องการปราศรัยที่รัฐสภา ตลอดจนการสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ



ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การทำบุญเมืองในครั้งนี้ เพื่อผนึกกำลังสร้างขวัญ กำลังใจ สะเดาะเคราะห์ และล้างซวย เพื่อเรียกขวัญประชาชนคนกรุงเทพฯให้กลับคืนมา หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ส่วนที่มีผู้มองว่าการทำบุญจะแก้ไขเรื่องร้ายได้จริงหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าอย่างน้อยช่วยได้ทางใจ ส่วนจะให้เกิดความสงบอย่างแท้จริงและยั่งยืน ขึ้นอยู่กับทุกคนต้องหันหน้ามาร่วมมือกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ด้านพระราชครูวามเทพมุนี กล่าวว่า กรุงเทพมหานครถือเอาวันที่ 21 เมษายน ซึ่งเป็นวันตั้งศาลหลักเมือง เป็นวันเกิด ปีนี้มีอายุ 227 ปี แต่การทำบุญเมืองครั้งนี้ ทำบุญโดยยึดว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยในเดือน 5 ตามคติความเชื่อในการเริ่มต้นทำความดีด้วยกุศลจิต จากแรงศรัทธาที่กล้าแข็งของคนทุกศาสนาที่มาร่วมในพิธี

เสื้อแดงโคราชเริ่มเข้ากรุง

จ.นครราชสีมา เวลา 10.30 น. ที่บริเวณหน้าวัดป่าสาลวัน ถนนสืบศิริ อ.เมืองนคร ราชสีมา กลุ่มนปช.โคราชนำโดยนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ และนายลออ เปียทอง พร้อมสมาชิกจำนวน 20 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อขึ้นรถส่วนตัวเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช.ที่ท้องสนามหลวง โดยนายฉลองกล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงนครราชสีมา ได้ส่งตัวแทนไปร่วมชุมนุมครั้งนี้จำนวนประ มาณ 30 คน โดยใช้รถส่วนตัวและรถบัสโดยสาร โดยในการเดินทางไปครั้งนี้ มีวัตถุ ประสงค์เพื่อร่วมเวทีประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ทั้งนี้ยืนยันว่าแนวทางการต่อสู้ของกลุ่ม นปช.ยังคงเหมือนเดิม คือ เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ, นายกฯต้องลาออก-ยุบสภา และเอารัฐธรรม นูญปี 2540 กลับมาใช้ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุมของกลุ่มนปช.จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายราย อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มนปช.ในพื้นที่ภาคอีสาน จะเคลื่อนไหวทุกรูปแบบของภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็น การสวมเสื้อแดงหรือไม่เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเฉพาะในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่โรงแรมดิไอยรา อ.เมืองนครราชสีมา จะมีตัวแทนประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ จากหลายจังหวัดในภาคอีสาน อาทิ นครราชสีมา, อุดรธานี, ขอนแก่น, หนองคาย, ชัยภูมิ, สุรินทร์ รวมทั้ง สระบุรี เข้าร่วมในการสัมมนาเพื่อเคลื่อนไหวขับเคลื่อนการต่อสู้ภาคประชาชน โดยจะมีผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 150 คน

สันติบาลรายงานแดงพรึ่บ

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ นปช. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในเย็นวันนี้ ตนไม่ได้เข้าร่วมด้วย เนื่องจากตนจะต้องเดินทางกลับนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมตัวเข้ามอบตัวกับพล.ต.ต.สราวุธ พีรานนท์ ผบก.ภ. จว.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ เวลา 13.00 น. ตนเข้ามอบตัวในคดีมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และคดีร่วมกันบุกโรงแรมที่พัทยา ทั้งสองคดีนี้ก็ไม่ได้มีความผิดอะไรมากมาย แต่ตนก็ทำไปตามหน้าที่พลเมืองของประเทศไทย จะได้พิสูจน์กันว่าอะไรเป็นอะไร เจตนาของตนเป็นอย่างไร เชื่อในกระบวนการยุติธรรมให้โอกาสตน

ศูนย์เอกภพ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล รายงานผลการติดตามสถานการณ์ การ ชุมนุมนปช.กลุ่มจังหวัดในภาคตะวันตกที่มีความเคลื่อนไหว จะออกเดินทางจากพื้นที่เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของนปช.ที่สนามหลวง ในช่วงเวลา 17.00 น. ดังนี้ จ.นคร ปฐม นายสุที วังถนอมศักดิ์ จำนวน 50 คน แยกย้ายเดินทางเวลา 16.00 น. จ.กาญจนบุรี น.ส.ณัฐนันท์ รจนากร จำนวน 100 คน โดยรถบัส 1 คัน และรถยนต์ส่วนตัว เวลา 13.00 น. จ.สมุทรสาคร นายสุเมธ บุญสิริ จำนวน 100 คน รถยนต์ตู้และรถยนต์ส่วนตัว เวลา 17.00 น. จ.สมุทรสงคราม ด.ต.ทวีศักดิ์ โฉมทัพ จำนวน 200 คน รถบัส 2 คัน และรถยนต์ส่วนตัว เวลา 16.00 น. จ.สุพรรณบุรี พ.ท.พรพงศ์ สุขวงศ์จันทร์ จำนวน 50 คน รถยนต์ส่วนตัว เวลา 16.00 น. จ.ราชบุรี นายพงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล และนางเนริสา จำนวน 50 คน รถยนต์ส่วนตัวเวลา 16.00 น.

กองทัพพร้อมช่วยงานตร.

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงวันนี้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานมายัง 3 เหล่าทัพ เพื่อขอกำลังทหารสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในทำเนียบรัฐบาลแล้ว ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะเป็นจุดที่เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ หน่วยงานด้านสาธารณูปโภค ซึ่งเหล่าทัพได้ให้การสนับสนุนกำลังในส่วนของสารวัตรทหาร และกำลังทหารจากกอง ทัพภาคที่ 1 ปราศจากอาวุธ โดยการดูแลในภาคกลางคืนจะเข้มข้นกว่าภาคกลางวัน เนื่องจากให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก

"การดูแลการชุมนุมจะใช้กฎหมายปกติ ตำรวจเป็นผู้ดูแล ที่ผ่านมาความรู้สึกของแต่ละฝ่ายอาจยังไม่ลงตัว แต่ทุกฝ่ายก็ได้บทเรียนกันมาแล้ว ใครคิดจะทำอะไร ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก อย่าทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ชุมนุมตามกรอบของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ทหารคงติดตามสถานการณ์ไป คิดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรงที่ผ่านมา พยายามอะลุ้มอล่วยกัน หนักนิดเบาหน่อยก็อดทนกันไป เพราะอยากให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้" โฆษกกองทัพบกกล่าว

สาทิตย์โบ้ยสั่งปิดดีสเตชั่น

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้เปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีสเตชั่นอีกครั้ง หลังยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ดีสเตชั่นไม่ได้ถูกปิดโดยอำนาจของพ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่ถูกปิดโดยการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและตัวแทนของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ส่วนการยุติการส่งสัญญาณดาวเทียม ของบริษัท ไทยคม จำกัด มาจากความสมัครใจของบริษัทเองที่ยอมตัดสัญญาณหลังกทช.ส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้แจงว่าสถานีดังกล่าวได้ทำการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย ในทางปฏิบัติจึงถือว่าดีสเตชั่นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าใครต้องการขอเปิดดีสเตชั่นอีกก็ต้องยื่นคำร้องต่อกทช.ตามกระบวนการ เนื่อง จากทราบว่ามีการร่างข้อบังคับเกี่ยวกับการเปิดทีวีดาวเทียมและวิทยุชุมชนเสร็จแล้ว

เมื่อถามว่าข้อบังคับดังกล่าวจะครอบคลุมถึงสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่ออกอากาศอยู่ในขณะนี้ อย่างเอเอสทีวี และเนชั่นทีวีหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ต้องไปดูข้อบังคับของกทช.ก่อน เพราะเป็นการออกมาชั่วคราวก่อนที่พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่จะมีผลบังคับใช้

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมบอกตั้งแต่แรกว่าจะไม่มีการชุมนุมยืดเยื้อ คิดว่าจำนวนคนที่มาร่วมชุมนุมไม่น่าจะมาก แต่รัฐบาลต้องดูสถานการณ์ เพราะรัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะมีแนวทางยุติปัญหา เสื้อแดงที่มาด้วยอุดมการณ์แกร่งกล้า หรืออีกส่วนที่มาโดยไม่มีกระบวนการจัดการมาก็ไม่น่าจะมีจำนวนมาก คิดว่าฝ่ายความมั่นคงมีกำลังเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูอยู่ ส่วนการประกันตัวของแกนนำเสื้อแดงรุ่นแรก ศาลให้ประกันตัวก็ต้องตั้งเงื่อนไขไว้ ไม่น่าจะกลับไปยั่วยุผู้ชุมนุมให้เกิดความรุนแรงอีก แต่การชุมนุมขณะนี้น่าจะเป็นการนำของแกนนำเสื้อแดงรุ่น 2 หากจะทำให้เกิดความรุนแรงอีกผู้ที่มาร่วมชุมนุมก็ไม่ควรจะมาร่วมด้วย ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งนายกฯ ก็บอกแล้วว่าใครที่จะมาชุมนุมทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

ตร.ชี้2การ์ดนปช.โดนฆ่า

ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากเจ้าหน้าที่พบศพ 2 การ์ดนปช.คือนายชัยพร กันทัง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 287/2 บ้านหนุน อ.สอง จ.แพร่ กับนายณัฐพงศ์ ปองดี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่2 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ถูกฆ่าทิ้งลงในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายทั้งสน.บวรมงคล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส. น.7 เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนบช.น. และตำรวจกองปราบปราม เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจหาหลักฐานต่างๆ รวมทั้งได้ตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับทางน้ำระบุถึงที่มาของผู้ตายทั้ง 2 ว่า ผู้เสียชีวิตถูกกลุ่มคนร้ายฆ่าแล้วโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเชื่อว่าจุดที่โดนฆ่าอยู่ไม่ใกล้จากจุดที่พบศพ เนื่องจากว่าบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงนั้น เป็นช่วงกระแสน้ำวน เมื่อโดนฆ่าแล้วนำศพทิ้ง ศพจะเจออยู่ที่บริเวณนั้น เสมือนกับศพของฝรั่งที่ฆ่าตัวบนสะพานพระราม 8 แล้วพบศพอยู่แถวนั้นไม่มีการลอยไปไกล เนื่องจากสภาพน้ำบริเวณน้ำเป็นสภาพน้ำวน

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการอะไรมากนักเนื่องจากเป็นที่ทราบกันว่า ผู้เสียชีวิตเป็นการ์ดของนปช.และน่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามฆ่า ส่วนคดีทางผู้ใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงมุ่งเน้นไปที่คดีของนายสนธิที่ถูกลอบยิงเพียงคดีเดียว

แม่พลทหารจี้พิสูจน์ศพ

วันเดียวกัน นางศิริมนต์ มาเพ็ด มารดาพร้อมพี่ชายของพลทหารอภินพ เครือสุข อายุ 22 ปี ที่เป็นทหารรับใช้ของ พลโทคณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตภายในบ้านพัก เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ติดต่อกับญาติครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 14 เม.ย. โดยในใบมรณบัตรจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า กระดูกส่วนคอหัก เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง แต่มารดาและญาติยังสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของบุตร เนื่องจากเป็นคนสุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ดังนั้น นางศิริมนต์ จึงได้นำศพของบุตรชายมาชันสูตรพลิกศพใหม่ ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ภายในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ร่วมเป็นพยานในการชันสูตรพลิกศพใหม่อีกครั้งในวันที่ 26 เม.ย.นี้ด้วย

นางศิริมนต์ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าการเสียชีวิตของลูกชายจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ จึงต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบุคคลที่เป็นกลางเข้ามาชันสูตรศพ เพราะที่ผ่านมาบุตรชายเป็นคนที่นิสัยดี ร่าเริง ไม่เกเร และเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิต ลูกชายได้โทรศัพท์มาหาตามปกติ คุยเรื่องทั่วๆ ไป ไม่มีเรื่องการเมือง พอเช้าวันที่ 15 เม.ย. มีทหารโทรศัพท์มาแจ้งว่าลูกเสียชีวิตแล้ว จากนั้นก็มีคนโทรฯมาบอกให้รีบเผาศพ

แม่ทัพ1เห็นด้วยให้ผ่าศพ

สำหรับกรณีการเสียชีวิตของพลทหารอภินพนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นคนนำไปเปิดเผยในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่าพลทหารอภินพเสียชีวิตหลังจากที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพไปอยู่ที่บ้านพล.ท. คณิตช่วงที่มีการสลายการชุมนุมม็อบเสื้อแดง โดยพลทหารอภินพได้ส่งเอสเอ็มเอสไปถึงแม่บอกว่านายกฯอยู่ที่บ้านแม่ทัพภาค 1 ด้วย ซึ่งนายสุเทพชี้แจงในสภาว่า การที่พลทหารเสียชีวิตที่บ้านของแม่ทัพภาค 1 ซึ่งเป็นช่วงที่ตนกับนายกฯไปนอนในระหว่างวันที่ 12-13 เม.ย.นั้นก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพียงแต่พลทหารนายนั้นเกิดลื่นล้มในห้องน้ำ และเสียชีวิตในช่วงเช้าของวันถัดมา โดยเพื่อนทหารเห็นว่ามีการนอนที่ผิดปกติจึงรีบนำส่งร.พ.และพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว

พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงเรื่องพิสูจน์ศพพลทหารอภินพ ว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่จะได้พิสูจน์ให้ชัดเจนตามกระบวนการ ทั้งนี้ตนไม่ห่วงว่าเรื่องจะถูกนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นการเมือง เพราะเป็นอุบัติเหตุจริงๆ อีกทั้งยังมีทหารที่ทราบเหตุการณ์ด้วยอีก 2 นาย ซึ่งสามารถเป็นพยานได้ ขณะนี้ควรให้ระบบดำเนินการไป อย่างไรก็ตามบ้านหลังนั้น ตนยังไม่ได้เข้า ไปพักอาศัยเลย

ม็อบแดงสนามหลวงคึกคัก

เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากท้องสนามหลวงว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เริ่มคึกคัก มีกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งที่สวมเสื้อสีแดง และเสื้อหลากสีทยอยร่วมชุมนุม ประมาณ 4,000 คน โดยมีการตั้งเวทีปราศรัย ภายใต้ชื่อ "เรียกร้องความยุติธรรม ทวงคืนเสรีภาพ อย่าเหวี่ยงแหกวาดล้างประชาชน" บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการตั้งโต๊ะจำหน่าย อุปกรณ์เท้าตบ หัวใจตบ และวีซีดีบันทึกการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เคยวิดีโอลิงก์เข้ามาในการชุมนุมครั้งก่อนๆ

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำนปช.รุ่น 2 กล่าวว่า เป้าหมายการชุมนุมวันนี้ เพื่อยืนยันว่าคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตย และหวังว่ารัฐบาลจะทบทวนตัวเองในการ สร้างประชาธิปไตย โดยการคืนสิทธิในการเปิดสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทำการปิดสถานีดังกล่าว รวมทั้งยึดอุปกรณ์ไปจำนวนมาก หากรัฐบาลไม่ดำ เนินการ ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะกดดันถึงที่สุด หรือหากยังนิ่งเฉยอีกจะยื่นฟ้องต่อประชาคมโลก

นัดชุมนุมใหญ่17พค.จี้แก้รธน.

แกนนำ นปช. รุ่น 2 กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้เราชุมนุมในเชิงสัญลักษณ์ โดยในเวลา 19.30 น.จะมีการปล่อยลูกโป่งและจุดเทียนรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของรัฐบาล ทั้งนี้ การชุมนุมของเราบริเวณท้องสนามหลวงจะดำเนินการภาย ในคืนเดียวและปิดเวที 23.00 น. จากนั้นก็จะเดินสายตระเวนไปจัดชุมนุมตามต่างจังหวัดโดยเริ่มที่ จ.อุดรธานี วันที่ 2 พ.ค. จากนั้นสัญจรไปที่จังหวัดใหญ่ๆ อาทิ เชียงใหม่ ลพบุรี รวมถึงภาคใต้ เช่น นครศรีธรรมราช พัทลุง โดยจะตั้งเวทีทุกวันเสาร์ และหลังจากนั้นจะเดินขบวนชุมนุมใหญ่เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 17-20 พ.ค. เพื่อกดดันรัฐบาลรวมถึงการรำลึกถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

นายสมยศ กล่าวว่า การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณคงจะยังไม่มี แต่จะมีการโฟนอินจากประชาชนเสื้อแดงที่พักพิงในอเมริกา โดยจะโฟนอินมายังกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อบอกเล่าถึงความเป็นประชาธิปไตย ส่วนการชุมนุมครั้งนี้จะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หรือบ้านเลขที่ 111 หรือส.ส.เพื่อไทยหรือไม่ นั้นยังไม่มีการประสาน แต่หากจะขึ้นเวทีด้วยก็ไม่มีปัญหา

ม็อบร่วมจุดเทียนไว้อาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคัก บนเวทีมีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลโดยเฉพาะเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยมีแกนนำสลับกันปราศรัย อาทิ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อย่างไรก็ตาม การรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เข้มงวดเหมือนครั้งที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบมายืนสังเกตการณ์เพียงเล็กน้อย แต่บริเวณด้านหลังเวที การ์ดนปช.จะดูแลอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ ได้มีส.ส.พรรคเพื่อไทยคือ นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. มาร่วมสังเกตการณ์ด้านหลังเวที โดยนายไพโรจน์ กล่าวว่า ตนมาให้กำลังใจ ส่วนส.ส.คนอื่นมีเจตจำนงว่าจะไม่ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ แต่จะใช้เวทีสภามาอภิปรายเพื่อกดดันรัฐบาล

วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายราชการ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทย โดย "ศูนย์ดำรงธรรม" ได้เปิดรับเรื่องร้องเรียนกรณีบุคคลบาดเจ็บ สูญหาย จากการผลักดันผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ปรากฏว่ายังไม่มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาแต่อย่างใด ทางกระทรวงมหาดไทยยังเปิดโอกาสให้ประชาชนร้องเรียนได้ตลอด 24 ช.ม.

ต่อมาเวลา 19.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงได้ปล่อยลูกโป่งสีขาวและจุดเทียนเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมของรัฐบาล

ในเวลาเดียวกันที่บริเวณถนนคั่นกลางสนามหลวง ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมต่างวิ่งกรูไปที่รถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 กล่าวหาว่ารายงานยอดผู้ชุมนุมมาเพียง 500 คน ส่งผลให้ทีมงานของช่อง 9 ต้องถอนทีมถ่ายทอดสดออกจากสนามหลวง

ม็อบเหลืองชุมนุมที่ระยอง

เวลา 18.00 น. พันธมิตรฯ จัดคอนเสิร์ตการเมืองขึ้นที่บริเวณสนามสวนศรีเมือง จ.ระ ยอง พร้อมทั้งมีประชาชนมาร่วมจำนวนมาก มีแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมงาน อาทิ พลตรีจำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ฯลฯ ผลัดกันขึ้นปราศรัย ท่ามกลางการอารักขาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรึงพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุร้าย

พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จ. ระยอง กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย ตำรวจอาสา คุมพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุร้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 800 นาย โดยจัดกำลังเป็น 3 ชั้น ในการป้องกันเหตุร้าย และมีการค้นอาวุธก่อนเข้างาน จึงทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุร้ายอย่างแน่นอน

ต่อมาพิธีกรได้นำคลิปวิดีโอของนายสนธิ ลิ้มทองกุล มาเปิดให้พี่น้องประชาชนได้ดู ซึ่งนายสนธิกล่าวเพียงว่า ปลอดภัยแล้ว อาการบาดเจ็บดีขึ้นมาก