WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, May 1, 2009

จริงใจหงายไพ่เล่น?

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_3042
อภิสิทธิ์ - ชวรัตน์

"ยังยืนยันว่า จะไม่มีการเปลี่ยนสีเสื้อน้ำเงิน เนื่องจากเป็นสีของพระมหากษัตริย์ ถ้าคุณเอาสีน้ำเงินออกจากธงชาติไทย ธงนั้นจะกลายเป็นธงชาติอินโดนีเซียทันที แล้วทำไมต้องรังเกียจสีน้ำเงินด้วย"

ชั้นเชิงเหลือรับประทานจริงๆ

ในลีลาขิงแก่แต่เผ็ดจี๋ "ปู่จิ้น" นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โชว์ลูกเก๋า ตอบคำถามนักข่าว เคลียร์ประเด็นร้อนที่คนเสื้อสีน้ำเงิน สีประจำพรรคภูมิใจไทย กำลังโดนเพ่งเล็งในฐานะ "มือที่ 3" สอดแทรกระหว่างเสื้อแดงกับเสื้อเหลือง

พัวพันข้อหาอยู่เบื้องหลังเกมป่วนเมือง

"ปู่จิ้น" พลิกเหลี่ยม เด้งเชือกออกจากมุมอับได้เนียนเลย

ที่แน่ๆโดยการยืนยันหนักแน่น นายชวรัตน์ตีธงเดินหน้า กระทรวงมหาดไทยอาสา เป็นเจ้าภาพใหญ่ในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวันฉัตรมงคล 5 พฤษภาคม ภายใต้ ชื่องาน "ร้อยดวงใจเทิดไท้องค์ราชัน"

ตั้งเป้าระดมคนร่วมงานทะลุ 3 แสนคน

เน้นกันเป็นพิเศษจริงๆ

นั่นก็เพราะเจ้าของไอเดียนี้คือนายเนวิน ชิดชอบ ผู้กำกับฉากเบื้องหลัง "พลังสีน้ำเงิน" เป็นการเดินยุทธศาสตร์ต่อเนื่องมาตั้งแต่การเลือกใช้สีน้ำเงินเป็นสีประจำพรรค การเลือกฤกษ์เปิดที่ทำการพรรคภูมิใจไทยในช่วงเย็นตามตำราโหรหลวง

พ่วงออปชั่นกันให้เห็นๆ

โดยยี่ห้อ "เนวิน" บททุ่มก็สุดตัวอยู่แล้ว

ในอารมณ์เดียวกันกับการกอดคอพรรคร่วมรัฐบาล ชั่วโมงนี้น้ำต้มผักยังไม่ขม "เนวิน" ยังมีความสุขดีกับบทถ้อยทีถ้อยอาศัย ทุ่มใจให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการรัฐบาล

แลกกับ "สัญญาลูกผู้ชาย"

ล่าสุด นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล ยืนยัน นายกฯอภิสิทธิ์ได้เคลียร์กับนายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน 2 จอมเก๋าแห่งประชาธิปัตย์ ชัดเจนว่า ยินดีให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยต้องมีเป้าหมายตรงกัน ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และประชาชนต้องมีส่วนร่วม

ส่วนเรื่องนิรโทษกรรม ถ้าเป็นความผิดทางการเมืองก็สามารถเจรจาได้

การเมืองช่วงผลประผลประโยชน์ลงตัว อะไรๆก็ลงล็อกง่ายๆ

แม้แต่คนที่ไม่ใช่นักเลือกตั้งอาชีพอย่าง "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ยังอ่านเกมขาด ที่ผ่านมารัฐบาลสามารถแก้ไข สถานการณ์บ้านเมืองได้ดี เนื่องจากรัฐบาลสามารถตกลงเจรจากับทุกพรรคการเมืองได้ รวมถึงพรรคฝ่ายค้านด้วย

นั่นก็เพราะรัฐบาลก็ต้องการความปรองดอง และถอยคนละก้าวอยู่แล้ว

โดยบรรยากาศที่เริ่มรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย ภายใต้เงื่อนไขแก้ รัฐธรรมนูญ เปิดทางนิรโทษกรรมพวกโดนลูกหลงสงครามล่า "ทักษิณ"

นักเลือกตั้งอาชีพจูนกันติด

เริ่มปรับหางเสือเดินเข้าสู่วิถีการเมืองปกติ

แต่ทั้งหมดทั้งปวง โดยกระแสต้านรัฐบาลที่ลดอุณหภูมิลงวูบวาบ เปิดช่องให้ได้หายใจหายคอ

ส่วนหนึ่งต้องยกให้บทจริงใจของ "อภิสิทธิ์"

ภายใต้เงื่อนไขผู้นำหนุ่มที่มีเดิมพันอนาคตทางการเมืองอีกยาวไกล กับยุทธศาสตร์เดินเกมการเมืองไม่ได้หวังผลแค่เอาตัวรอดเฉพาะหน้า

อย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์ยอมรับตรงๆในระหว่างบรรยายพิเศษ เรื่องแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม

ขณะนี้มีข่าวร้ายที่ตัวเลขการจัดเก็บภาษี ในปีงบประมาณนี้ จะต่ำกว่าเป้าไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท อย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่า ในไตรมาสแรกจะมีตัวเลขติดลบเศรษฐกิจ ร้อยละ 5 ขึ้นไป แต่การทรุดตัวของเศรษฐกิจจะไม่มากกว่าปัจจุบัน

พูดกันแบบเปิดอก ระยะ 6-7 เดือน หลังจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองยังละเอียดอ่อน เพราะมีการประกาศต่อสู้กับรัฐบาล ระดับการป้องกันต้องเข้มข้น

อย่างไรก็ตาม หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น ก็ไม่ขัดข้องที่จะยุบสภา

หงายไพ่เล่น วัดใจกันไปเลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

โหมโรงวันแรงงาน: คลิปรณรงค์ May Day ปีที่ 119 ของสมาพันธ์แรงงานเกาหลี (KCTU)

ที่มา ประชาไท



ชุดที่ 1 ความยาว 2.21 นาที (ที่มา: KCTU)



ชุดที่ 2 ความยาว 45 วินาที (ที่มา: KCTU)



ชุดที่ 3 ความยาว 56 วินาที (ที่มา: KCTU)



ชุดที่ 4 ความยาว 59 วินาที (ที่มา: KCTU)

สมาพันธ์แรงงานเกาหลี หรือ KCTU (Korean Confederation of Trade Unions) ซึ่งมีสมาชิก 6.8 แสนคน จากสหภาพแรงงานที่เป็นสมาชิกมากกว่า 1,200 แห่ง นับเป็นองค์กรแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ได้ทำวิดีโอคลิปรณรงค์การชุมนุมในวันกรรมกรสากลเผยแพร่ในเว็บ http://nodong.org/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของ KCTU ทั้งหมด 4 ตอน โดยมีเนื้อหาเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมและจุดเทียนเนื่องในวันกรรมกรสากล ปีที่ 119 ของโลก ในวันที่ 1 พ.ค. นี้

สำหรับความเป็นมาของวันกรรมกรสากล เริ่มต้นจากสหพันธ์แรงงานในสหรัฐอเมริกาและแคนาดากำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1886 เป็นวันนัดหยุดงานครั้งใหญ่ และจัดการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องระบบสามแปดคือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง มีการเดินขบวนทั่วสหรัฐอเมริกา จนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม มีการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจชิคาโกกับขบวนการแรงงาน ทำให้กรรมกรเสียชีวิต 4 รายและบาดเจ็บอีกหลายราย

ต่อมาในวันที่ 4 พฤษภาคม ผู้นำแรงงานที่นิยมแนวอนาธิปไตยนัดชุมนุมที่จัตุรัสเฮย์มาร์เก็ต ศูนย์กลางการค้าสำคัญของชิคาโก ในเวลาราวสี่ทุ่มขณะที่ผู้ปราศรัยคนสุดท้ายกำลังกล่าวปิดการชุมนุม และตำรวจกำลังสั่งให้ผู้ชุมนุมสลายตัว ได้มีคนโยนระเบิดลูกหนึ่งใส่แถวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ตำรวจนายหนึ่งเสียชีวิตทันที ตำรวจจึงเปิดฉากยิง มีคนงานยิงตอบโต้บ้าง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายได้รับบาดเจ็บจากระเบิด แต่ตำรวจอีกหลายคนที่เสียชีวิตนั้นเป็นเพราะการยิงกันเองในหมู่ตำรวจเนื่องจากความมืด ทำให้ตำรวจ 7 นายและกรรมกรอย่างน้อย 4 รายเสียชีวิต กรรมกรที่บาดเจ็บมีเป็นจำนวนมาก

จนถึงล่วงมาถึง ค.ศ. 1889 ในการประชุมสมัชชาสังคมนิยมของสภาสากลที่สอง ซึ่งมีตัวแทนจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมประชุมถึง 20 ประเทศ มีมติให้ชุมนุมเดินขบวนเรียกร้องเพื่อให้มีการลดชั่วโมงทำงานลงอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1890 และเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุจลาจลที่เฮย์มาร์เก็ต การเดินขบวนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง จนทำให้ชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลกพร้อมใจกันกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีเป็น วันกรรมกรสากลโดยในปีนี้เป็นปีที่ 119 ของการรณรงค์เนื่องในวันแรงงานสากล

ที่มา: เรียบเรียงจาก

http://nodong.org/

และ จุลสารเสมอภาค: ภัควดีเล่าเรื่องกำเนิดวันแรงงาน, ใน ประชาไท, 29 เม.ย. 51

นปช.ประณามรัฐคุกคามสื่อ เตรียมเปิด “นิวดีสเตชั่น”

ที่มา ประชาไท

30 เม.ย. 52 - เวลา 09.30 น. มีกลุ่มประชาชนคนเสื้อแดง จำนวนกว่า 200 คน ได้เดินทางมาปักหลักชุมนุมที่บริเวณหน้าห้องส่งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดี สเตชั่น (ดีทีวี) ตั้งอยู่บนชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว เพื่อให้กำลังใจผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ดีทีวี รวมทั้งช่วยกันปกป้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามายึดอุปกรณ์ถ่ายทอดสัญญาณประจำห้องส่งของดีทีวีไป โดยมีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งนำกระดาษมาปิดปาก และปิดตา เพื่อร่วมประท้วง รวมทั้งได้ร่วมกันกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับความเป็นธรรมในสังคมที่ตามไปแล้ว พร้อตะโกนกันว่า "รัฐบาลทรราชย์จงฉิบหาย" หลังจากทุกคนได้รับแจ้งข่าวภายในว่า จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามเดินทางมาปิดสถานีและยึดอุปกรณ์ถ่ายทอด สัญญาณ

ต่อมานายอดิศร เพียงเกษ ประธานบริษัทดีสเตชั่นจำกัด ในฐานะ ผอ.สถานีโทรทัศน์ ดี สเตชั่น เปิดแถลงข่าวหน้าห้องส่งยืนยันว่า ดีทีวี ตั้งขึ้นมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจัดตั้งในลักษณะเดียวกันกับ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี (ASTV) แต่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสาธิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อ้างว่า ที่ต้องปิดสถานีดี สเตชั่น เพราะดำเนินการผิด พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 จึงเป็นการเลือกปฏิบัติ ใช้ 2 มาตรฐาน เพราะวันนี้ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ดำเนินการปิดสถานีและยึดทรัพย์สินสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ที่เคยมีการปลุกระดมมวลชน เมื่อครั้งที่พันธมิตรฯ บุกยึดทำเนียบรัฐบาล และสนามบิน ซึ่งตนจะทำหนังสือถึงนายกฯ และ กทช. เพื่อให้คืนสิทธิและเสรีภาพให้กับดี สเตชั่น และยืนยันว่าการที่รัฐบาลสั่งปิดดี สเตชั่น ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทางบริษัทเตรียมที่จะดำเนินการฟ้องร้องกลับในทุกกรณี

นายอดิศร กล่าวอีกว่า ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาล คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งเป็นเผด็จการทหารยังไม่เคยสั่งปิดสถานีโทรทัศน์เลยสักครั้ง แต่การที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นอ้างว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยกลับมีการคุกคามสื่อ สั่งปิดสถานีโทรทัศน์ดี สเตชั่น ถือเป็น รัฐบาลเผด็จการทรราชย์ พวกตนไม่เกรงกลัวในการทำของรัฐบาล พร้อมจะเปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมขึ้นมาใหม่ ในชื่อ "นิว ดี สเตชั่น" ภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ ส่วนจะมีการใช้สถานที่ใดออกอากาศนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะว่าการจะมีการคุกคามจากรัฐบาลอีก และจะมีตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมขึ้นมีเป็นร้อยแห่งเพิ่มขึ้น

วันเดียวกัน เวลา 10.30 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายสุพร อัตถาวงศ์ 2 แกนนำ นปช. พร้อมด้วยนายวัชระ แววดำ แกนนำคนเสื้อแดงลาดพร้าว ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาลที่สั่งปิดสถานี ดี สเตชั่น ว่า เป็นการกระทำที่คุกคามสื่อมวลชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐ ถือเป็นการคุกคามสิทธิและเสรีภาพประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง ซึ่ง นปช.จะทำทุกวิธีทางในการทวงคืนสถานีโทรทัศน์ ดี สเตชั่นกลับมา ด้วยการจะจัดชุมนุมที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 6 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จากนั้นจะเดินขบวนได้ไปยืนหนังสือถึงนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงคืนสถานีโทรทัศน์ดี สเตชั่นกลับมา และจะเพิ่มกิจกรรมรณรงค์ระดมทุนเพื่อการจัดตั้งสถานีดี สเตชั่นใหม่ ในการชุมนุมที่ จ.ลพบุรี และเชียงใหม่

เวลา 12.15น. พล.ต.ต.ศรีวรางค์ รังสิพราหมณ์กุล รอง ผบช.ก. และพ.ต.อ.สาธิต ต ชยภพ รอง ผบก.กองปราบปราม พร้อมด้วย นายพงษ์ศักดิ์ ทรัพยาคม เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการระดับสูง กทช. นำตำรวจกองปราบปรามและ กทช. เข้าตรวจสอบห้องส่งสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น บริเวณชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ซึ่งใช้เป็นห้องเก็บทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่อายัดไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีนายศุภคุณ สุรทวีคุณ กรรมการบริหาร บริษัทดี สเตชั่น จำกัด เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด อในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบ ได้มีกลุ่มประชาชนคนเสื้อแดงผู้สนับสนุนสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น ที่เฝ้าอยู่บริเวณหน้าห้องส่งแสดงอาการไม่พอใจแต่ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ภายหลังใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางกลับ

นายพงษ์ศักดิ์ เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า เบื้องต้นพบว่าทรัพย์สินทุกอย่างยังอยู่ตามปกติ และยังไม่มีการขนย้ายไปเก็บไว้ที่อื่น

ปล่อยตัวชั่วคราว"แกนนำเสื้อแดง"
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 30 เม.ย. นายชินวัตร หาบุญพาด ประธานชมรมวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) ม็อบเสื้อแดง 1 ใน 27 คนที่ถูกออกหมายจับความผิดมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไปประทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ และข้อหาชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตาม มาตรา 9 ข้อ 1 และมาตรา 18 เข้ามอบตัวสู้คดีกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ( ผบก.น.1)และคณะพนักงานสอบสวนนครบาลร่วมสอบปากคำรับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าตัวยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ชี้แจงเพียงสั้นๆว่า หลังเกิดเหตุจนถูกออกหมายจับไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่ที่ยังไม่เข้ามอบตัวเพราะเกรงจะไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากตำรวจมีการปฏิบัติ 2 มาตรฐานอย่างชัดเจน

ภายหลังเสร็จสิ้นสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมงนายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความผู้ต้องหาได้ใช้ตำแหน่งนายสุรเชรษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย พร้อมยื่นหลักทรัพย์วงเงิน 5 แสนบาทขอประกันตัวโดยพนักงานสอบสวนพิจารณาอนุญาติให้ปล่อยตัวชั่วคราวหลังยอมรับเงื่อนไข 3 ข้อแต่โดยดีคือ 1.ห้ามมิให้กระทำการใดๆที่เป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดี 2.ห้ามมิให้ผู้ต้องหาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและ 3.ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าหลังจากนายชินวัตรได้ออกจากห้องสอบสวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจพร้อมมอบดอกกุหลาบแดงแสดงความยินดีก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางกลับไป

สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับ 27 คนจากเหตุการณ์ " สงกรานต์เดือด " นั้นประกอบด้วย 1.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 2.นายวีระ มุสิกพงศ์ 3.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 4.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 5.นายจักรภพ เพ็ญแข 6.นายอดิศร เพียงเกษ 7.นายเหวง โตจิราการ 8.นายสิรวิชญ์ พิมพ์กลาง 9.นายพีระ พริ้งกลาง 10.นายณรงค์ศักดิ์ มณี 11.นายณัฐพงศ์ อินทะนาง12.นายชิณวัฒน์ หาบุญพาด 13.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 14.พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ 15.นายนิสิต สินธุไพร 16.นายนพพร นามเชียงใต้ 17.นายสำเริง ประจำอ 18.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ 19.นายธนกฤต หรือ วันชน ชะเอมน้อย 20.นายสิงห์ทอง บัวชุม 21.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ 22.นายศักดา นพสิทธิ์ 23.นางศิริวรรณ นิมิตศิลปะ 24.นายธรชัย ศักดิ์มังกร 25.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 26.นายวรชน เหมะ 27.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์

ก่อนหน้านี้ได้ทยอยกันเข้ามอบตัวสู้คดีแล้ว 10 คนคือนายวีระ นายณัฐวุฒิ นายอดิศร นายแพทย์เหวง นายอริสมันต์ นายสุพร นายสิรวิชญ์ นายพีระ นายณรงค์ศักดิ์ หรือเป๋คลองเตย และล่าสุดนายชินวัตร โดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: เว็บไซต์ไทยรัฐ, เว็บไซต์คมชัดลึก

ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2552

ที่มา ประชาไท

ครูประทีปร้องดีเอสไอระบุมีเสื้อแดงสูญหาย 10 คน
เว็บไซต์ไทยรัฐ - วันนี้ (30 เม.ย.) ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ตัวแทนมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย พร้อมด้วยญาติผู้สูญหายจากเหตุสลายการชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง วันที่ 13 เม.ย. นำเอกสารรายชื่อผู้สูญหาย จำนวน 10 คน เข้ายื่นต่อนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดติดตามผู้สูญหาย จากนั้นได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ฌรัตช์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ตรวจสอบเช่นเดียวกัน

นางประธีป กล่าวว่า ในช่วงการสลายการชุมนุมได้มีผู้สูญหายบางรายโทรศัพท์แจ้งให้ญาติทราบว่า ถูกควบคุมตัว แต่ถึงขณะนี้ไม่สามารถติดตามตัวพบ ไม่ทราบว่าผู้สูญหายเสียชีวิตแล้วหรือไม่ มาตรการสลายการชุมนุมของรัฐบาลรุนแรงเกินไป ไม่เป็นไปตามหลักสากล มีการเล็งและยิงปืนใส่ฝูงชน

ด้านนางสุวณา อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ กล่าวว่า จะตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกระบุเป็นผู้สูญหายว่า มีรายใดถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำหรือไม่ หากตรวจสอบไม่พบ จะประสานตรวจสอบกับกรมการปกครอง ว่ามีการเดินทางออกนอกประเทศ หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรหรือไม่ อาจใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน

วุฒิสภา ขอใช้สิทธิ์ ม.161 เปิดอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ นายกฯเข้าแจงแก้วิกฤตขัดแย้ง พรุ่งนี้
เว็บไซต์แนวหน้า - นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เปิดเผยว่า การประชุมวุฒิสภา วันที่ 1 พ.ค. ในช่วงเช้าจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. 1ตำแหน่ง และให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 7 คน จากนั้นจะเป็นการคัดเลือกรายชื่อ ส.ว.และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเข้าไปเป็นกรรมการสอบการสลายการชุมนุม และกรรมการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาโดยแต่ละคณะจะมีส.ว. 7คนและผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน

จากนั้นในช่วงบ่าย ที่ประชุมจะพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้ครม.แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ที่ ส.ว. 51 คนได้ยื่นญัตติในกรณีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้รับการประสานจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า พร้อมที่เข้าร่วมประชุมได้ก่อนเที่ยง ในเบื้องต้นเจ้าของญัตติและคณะประมาณ 5 คน จะได้สิทธิ์อภิปรายเวลา 2 ชั่วโมง และส.ว.ที่ร่วมลงชื่อในญัตติประสงค์จะอภิปรายด้วยจำนวน 37 คน นอกจากนี้ ยังมี ส.ว.ที่จะอภิปรายเพิ่มเติมด้วย หากมีผู้แสดงความจำนงจะอภิปรายกันมาก เวลาในการอภิปรายจะน้อยลง

กกต. รับลูกดีเอสไอ สอบเงินบริจาค 258 ล้าน อ้างเชื่อมโยง พรบ.พรรคการเมือง พร้อมตั้งคณะอนุฯ สอบเพิ่มให้เสร็จภายใน 30 วัน
เว็บไซต์แนวหน้า - ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ส่งสำนวนเงินบริจาค 258 ล้านบาท และเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2548 มาให้กกต.ตรวจสอบว่า ที่ประชุม กกต. มีมติตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ตามความเห็นของคณะทำงานจากสำนักกิจการพรรคการเมือง ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารที่ทางดีเอสไอส่งมา ทั้งนี้ กกต.ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมกรรมการสอบสวนใน 2 ประเด็น คือ 1. สำนวนเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาท และ 2.สำนวนการใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ร้อง ซึ่งให้เวลาคณะอนุกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน

เบื้องต้นคณะทำงานตรวจสอบเอกสารของดีเอสไอ ได้สรุปความเห็นเสนอที่ประชุม กกต. ว่า เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 ซึ่งเข้าข่ายอำนาจของ กกต. ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง นายสุทธิพล กล่าว

ด้าน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า การที่ กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมานั้น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะสำนวนที่ดีเอสไอส่งมอบให้ กกต.นั้น ยังไม่ได้มีการเชิญฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์มาให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้ยืดเยื้อในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาทนั้น ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาระบุว่า รัฐบาลอาจมีการโยกย้ายพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะกำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการกระทำผิดของพรรคประชาธิปัตย์ ทางกกต.ทั้ง 5 คนในขณะนั้นได้รับเอกสารจำนวน 1 หน้ากระดาษ ที่ส่งมาทางไปรษณีย์ โดยระบุชื่อสำนักงานของอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาเล่าถึงการกระทำความผิดของพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีดังกล่าว รวมทั้งยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายของรัฐมนตรีช่วยร่วมรัฐบาลคนหนึ่ง

ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า เป็นหนังสือร้องเรียน รวมทั้งไม่มีการลงชื่อ จึงทำให้กกต.ไม่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งมองว่า เป็นเพียงบัตรสนเท่ห์หรือใบปลิวที่ส่งมาให้กกต.ดูเท่านั้น ทั้งที่ตามกฎหมายกกต. ได้เปิดช่องให้นายอภิชาต ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง สามารถดำเนินการสอบสวนได้ หากความปรากฏ ซึ่งแม้จะไม่การระบุชื่อผู้ส่ง แต่ระบุชื่อสำนักงานที่ส่งเอกสารมา ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า มาจากที่ใดและถ้าจะสืบสวนขยายผลก็สามารถทำได้

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 29 เม.ย.พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้คนมายื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้พิจารณาคุณสมบัติของนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ โดยระบุว่าเนื่องจากมีการยุบพรรคพลังประชาชน ทำให้นายชัยที่เป็นส.ส.สัดส่วนของพรรคพลังประชาชนในขณะนั้นขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งประธานสภา ดังนั้น การทำหน้าที่ประธานในการประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และอื่นๆ นั้นเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ

ประวิตรสั่งกองทัพจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ รับมือสถานการณ์
เว็บไซต์แนวหน้า - พล.ต.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผลการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำให้กองทัพเน้นมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีการกล่าวหาว่า ทหารใช้ความรุนแรงมีการใช้อาวุธสงครามและใช้กระสุนจริง ในการสลายกลุ่มคนเสื้อแดง

อย่างไรก็ตาม ได้ให้กองทัพพิจารณาเตรียมข้อมูลข่าวสาร และพิจารณาจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น โล่, กระบอง,หมวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระสุนยางแทน กระสุนแบลงค์ หรือ กระสุนซ้อมยิงที่อาจใช้ไม่ได้ผลในอนาคต รวมทั้งให้นำเหตุการณ์ครั้งที่ผ่านมา มารวบรวมและจัดทำ เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เตรียมการในการแก้ไขปัญหาและสร้างความสงบเรียบร้อยต่อไป

เผย กกต. ถกกรณี "นพดล" ชี้ พิจารณาข้อกม.อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเจตนาขณะทำผิดด้วย
เว็บไซต์แนวหน้า - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แจ้งว่า กกต.ได้มีมติตั้งอนุกรรมการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายนพดล พลซื่อ อดีตส.ส. ร้อยเอ็ด เขต 3 และอดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดินที่ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง) ซึ่งอาจเข้าข่ายมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อแผ่นดินอาจถูกยุบพรรค โดยให้ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 30 วัน เนื่องจากเห็นว่ายังมีปัญหาข้อกฎหมายตามที่คณะทำงานด้านกิจการพรรคการเมืองเสนอมายังกกต. เพราะนายนพดลได้กระทำผิดในช่วงวันที่ 20 และ 28 ตุลาคม, 10 ธันวาคม , 12 ธันวาคม และ 13 ธันวาคม 2550 ขณะมี พ.ร.ก.เลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป ซึ่งการกระทำผิดของนายนพดลอยู่ในช่วงก่อนและหลังได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคให้เป็นรองเลขาธิการพรรคเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 และก่อนที่นายทะเบียนพรรคการเมืองจะตอบรับเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2550

ข่าวแจ้งว่า หลังจากคณะทำงานด้านกิจการพรรคการเมืองได้ศึกษาคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เพิกถอนสิทธินายนพดลแล้ว จึงเสนอข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมกกต.ว่ายังมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องพิจารณาอยู่ 2 ประเด็นคือ 1.นายนพดลเป็นกรรมการบริหารพรรคโดยยึดวันที่ประชุมใหญ่ของพรรคหรือไม่ และ 2.นายนพดลเป็นกรรมการบริหารพรรคสมบูรณ์เมื่อวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองตอบรับตามมาตรา 41 ของพ.ร.บ.พรรคการเมืองหรือไม่ และเห็นควรตั้งที่ปรึกษากฎหมายขึ้น ทำให้ที่ประชุม กกต.ต้องถกเถียงว่าการกระทำความผิดของนายนพดลนั้นจะดูเพียงข้อกฎหมายไม่ได้ แต่ต้องดูเจตนาของนายนพดลด้วยว่ามีเจตนากระทำผิดขณะเป็นกรรมการบริหารพรรคใช่หรือไม่ ไม่ใช่ยึดแต่ข้อกฎหมายความเป็นกรรมการบริหารพรรคสมบูรณ์เมื่อนายทะเบียนให้การตอบรับ ที่ประชุมจึงมีมติให้ตั้งอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอีกครั้งก่อนเสนอความเห็นมายังกกต. เพื่อพิจารณาว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะถูกยุบพรรคหรือไม่

ป๋าเหนาะ ร่วม เป็น คกก.สมานฉันท์- แก้ไข รธน. เอง
เว็บไซต์แนวหน้า - ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ในส่วนของพรรคประชาราชและพรรคราษฎรซึ่งได้ 1 ที่นั่ง ได้ แก่ นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคประชาราช เช่นเดียวกับ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของพรรคประชาราช และพรรคราษฎร ซึ่งได้ 1 ที่นั่ง ได้ส่งเชื่อ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ร่วมเป็นกรรมการดังกล่าว

ไทยเตรียมถกไข้หวัดเม็กซิโกในเวทีอาเซียน 7–8 พค.ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
เว็บไซต์แนวหน้า - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ว่า ขอประชาชนอย่าวิตก รัฐบาลจะหาทางป้องกันอย่างเต็มที่ โดยสัปดาห์หน้า จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 7 – 8 พฤษภาคมนี้

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่รับวัฒนาอุทธรณ์คดีคลองด่าน
เว็บไซต์คมชัดลึก
- ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์คดี วัฒนา อัศวเหม" อดีต รมช.มหาดไทย ทุจริตจูงใจ จนท. ที่ดิน สมุทรปราการ ออกโฉนดคลองด่านทับที่สาธารณะ ส่งผลให้คดีถึงที่สุด รอตามตัววัฒนา ที่หลบหนีไปต่างประเทศ รับโทษจำคุก 10 ปี ภายในอายุความ 15 ปี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คดีที่นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้จำคุกนายวัฒนา เป็นเวลา 10 ปี ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจให้เพื่อให้บุคคลใด มอบให้ซึ่งทรัพย์สิน ด้วยการบังคับซื้อที่ดิน ต.บางเหี้ย ( คลองด่าน) อ.บางเหี้ย ( บางบ่อ ) จ.สมุทรปราการ จากราษฎรหลายราย และข่มขืนใจหรือจูงใจด้วยการบังคับขู่เข็ญ หรือกระทำการโดยวิธีการอื่นใด ให้ข้าราชการสังกัดกรมที่ดินแลกรมการปกครอง ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ในการออกโฉนดที่ดิน 5 แปลง

วธ.ตั้งศูนย์ปราบสื่อลามกให้สตช.-ไอซีทีคุมเว็บ
เว็บไซต์ไทยรัฐ - 30 เม.ย. นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่าจากการประชุมศูนย์ปฏิบัติการสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2552 โดย วธ.ได้เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการสำนักงาน เลขาธิการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสถาบันวิจัยแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ รมว.วธ. กล่าวเพิ่มว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์โดยผู้แทนจากสำนักเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการได้เสนอความคิดเห็นว่า การทำงานของศูนย์ปฏิบัติการฯควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมการผลิตสื่อที่ดี เนื่องจากมาตรการปราบปรามสื่อที่ไม่เหมาะสมการออกกฎข้อบังคับผู้ผลิตสื่อ หรือผู้บริโภค มักจะถูกมองว่าเป็นการออกมาตรการบังคับโดยภาครัฐ ซึ่งอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุน อีกทั้งยังถูกต่อต้านจากคนในสังคมอย่างรุนแรง

นายธีระ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมจึงมีความเห็นตรงกันว่าในระบบการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการฯ จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาด้านสื่อในปัจจับุนอย่างเร่งด่วนโดยมอบหมายให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประสานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ทำหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามในเรื่องการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะ สม ได้แก่ เว็บไซต์ลามกอนาจารขัดต่อศีลธรรมอันดีของสังคม เป็นต้น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศร่วมกับเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น และวัฒนธรรมจังหวัดเร่งกวดขันดูแลเรื่องร้านเกมอินเตอร์เน็ตในแต่ละจังหวัด

ครม.สั่งจับตา คุมพืช-สัตว์พันธุ์'เอเลี่ยนสปีชี่ส์'
เว็บไซต์ไทยรัฐ - 30 เม.ย. นางฉวีวรรณ หุตะเจริญ คณะทำงานชนิดพันธุ์ต่างถิ่น หรือเอเลี่ยนสปีชี่ส์ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังเรื่องชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่สร้างปัญหาและรุกรานที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรไทยแล้ว โดยมีคำสั่งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำมาตรการและแผนดำเนินการที่จะต้องจัดการกรณีที่จะรับเอเลี่ยนสปีชี่ส์นั้นๆ ทั้งที่เป็นพืชและสัตว์ หากมีการแพร่ระบาดออกไป ทั้งจะนัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร ฯลฯ มาประชุมกันในวันที่ 12 พ.ค.นี้

นางฉวีวรรณ กล่าวว่า เอเลี่ยนสปีชี่ส์ที่สร้างปัญหา ที่หลายฝ่ายกำลังเป็นห่วงในขณะนี้ เช่น ต้นไมยราบยักษ์ กระถินยักษ์ หญ้าคา สาบเสือ สาบหมา สัตว์ เช่น เต่าญี่ปุ่น ปลาดุกรัสเซีย มดน้ำผึ้ง กุ้งขาว ซึ่งอย่างหลังสุดนี้ ทางกรมประมงกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยเอเลี่ยนสปีชี่ส์ที่เข้ามาในประเทศไทยส่วนใหญ่ คนนำเข้าจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือคิดไม่ถึงว่าจะส่งผลกระทบอย่างมาก เช่น ที่มีการซื้อขายสัตว์แปลกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเอเลี่ยนสปีชี่ส์ในตลาดนัดสวนจตุจักร ทั้งคนซื้อและคนขายไม่มีใครคิดว่าผลของการเลี้ยงและกระจายพันธุ์พืชและสัตว์เหล่านั้นจะส่งผลกระทบกับระบบนิเวศน์ในประเทศไทยอย่างมาก เช่น ที่เคยเอาปลาดุกรัสเซียมาเลี้ยงจนทำให้ปลาดุกอุยเกือบสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หลังจาก ครม.มีมตินี้ออกมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการเข้มงวดหากมีการครอบครองเลี้ยงดูพืชและ สัตว์เหล่านั้นมากขึ้น รวมถึงการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ทำงานอยู่ตามชายแดน เพื่อเฝ้าระวังการเข้าออกของพืชและสัตว์เหล่านี้ด้วย

รากหญ้า เฮ! รัฐกลับใจ ปรับงบโครงการชุมชนพอเพียงปี 53 เพิ่มอีก 20%
เว็บไซต์แนวหน้า - นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการชุมชนพอเพียง กล่าวยอมรับว่า งบประมาณรายจ่ายปี 2553 ที่รัฐบาลได้ปรับลดวงเงินไป 2.5 แสนล้านบาทนั้น ในส่วนของโครงการชุมชนพอเพียง ในปีงบประมาณ 2553 ที่มีกระแสข่าวจะปรับลดงบประมาณลง แต่ขณะนี้คาดว่ารัฐบาลอาจจะปรับงบประมาณเพิ่มอีกอย่างน้อย 20% เพราะถือว่าเป็นโครงการใหม่ที่จะต้องมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่แทนของเก่าที่ได้รับ 1-3 แสนบาทต่อชุมชน

การทบทวนจะดูความแข็งแกร่งของชุมชน ไม่ใช่เฉพาะจำนวนประชากรเราจะฝึกและให้ประชาชนในชุมชนทำให้เป็น แต่ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ แต่คาดว่าปี 53 จะเพิ่มงบให้ได้อย่างน้อย 20% หรือประมาณ 3-4 พันล้านบาทในรูปแบบใหม่ ตรงนี้ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนใจสำหรับโครงการนี้ อย่างไรก็ตามการประชุมครม.ในวันที่ 6 พ.ค.นี้จะมีความชัดเจนขึ้น

ส่วนงบประมาณในโครงการต้นกล้าอาชีพที่อาจจะปรับลดลงด้วยนั้น นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เปิดเผย แต่คาดว่างบประมาณปี 2553 ในโครงการนี้อาจจะอยู่ที่ 7 พันล้านบาท

นายกอร์ปศักดิ์ ยังตอบข้อสังเกตที่ว่า เหตุใดจึงจะปรับลดบประมาณ 53 ในส่วนของรากหญ้าแทนที่จะปรับงบจากโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการประจำว่า โครงการประจำมีน้อยมากในงบ 53 ซึ่งเป็นคนละตัวกับโครงการงบผูกพัน และทุกอย่างก็ต้องไปหาแหล่งเงินที่เป็นทุนที่มาเป็นงบประมาณ

นายกฯ ยันกู้เพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหา

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ - นายกรัฐมนตรี แจงสภายัน กู้เงินเพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทำเท่าที่จำเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการเพิ่มเพดานการกู้ยืมเงินของรัฐบาล ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ตั้งกระทู้ ว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 ได้จัดทำตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2551 ซึ่งโครงการส่วนใหญ่รวมทั้งโครงการของกระทรวงกลาโหม และกองทัพ เป็นโครงการของรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่ต้องใช้งบประมาณส่วนนี้ และเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารงาน การใช้จ่ายงบประมาณ จะพิจารณาจากโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และหากโครงการไหนไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์อย่างชัดเจนก็จะให้ทบทวนใหม่หรือปรับลดตามสมควร

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนการจัดเก็บรายได้นั้น เกิดจากการหดตัวของการส่งออกและนำเข้า ซึ่งเกิดขึ้นกับทั่วโลก และรัฐบาลก็ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้น งบประมาณที่จัดสรรเพิ่มเติมในภาคการเกษตร เป็นการอนุมัติและขยายเพิ่มเติมจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ส่วนเรื่องเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท ก็ใช้เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน เมื่อต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องธรรมดาที่รายจ่ายของรัฐบาลต้องเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นกับทั่วโลก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจำเป็นในการกู้ยืมเงินเพิ่มเติม จะทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้นและไม่ประสงค์หลีกเลี่ยงกระบวนการของรัฐสภา ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ จะสรุปตัวเลขการใช้เงินทั้งในส่วนของปีงบประมาณ 2552 ต่อเนื่อง ไปจนถึงงบประมาณอีก 2 ปีข้างหน้า ทั้งในส่วนที่เป็นโครงการที่มีการใช้จ่ายอยู่แล้ว ไปจนถึงโครงการที่จะมีการลงทุนอีก 2-3 ปีข้างหน้าที่มีความจำเป็นต่อไทย เช่น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เส้นทางคมนาคม ปรับปรุงสถานศึกษา การปรับปรุงสถานบริการด้านสาธารณสุข ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมเศรษฐกิจไทยที่จะดำเนินการต่อไป

100วันโอบามาเจอปัญหารุมเร้า
โลกวันนี้ - วอชิงตัน : ประธานาธิบดีบารัค โอบามา บริหารงานในฐานะผู้นำสหรัฐครบ 100 วันเมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางสารพัดปัญหาที่รุมเร้าทั้งในและนอกประเทศ ขณะที่นางมิเชลล์ โอบามา ภริยา ก็ถูกจับตามองในวาระนี้ด้วยเช่นกัน

สื่อมวลชนในสหรัฐต่างรายงานข่าวนี้กันอย่างคึกคัก สวนทางกับทำเนียบขาวที่ดูไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวาระนี้นัก ขณะที่นายโอบามาจะใช้โอกาสดังกล่าวเดินทางเยือนเมืองเซนต์หลุยส์ ในรัฐมิสซูรี เพื่อร่วมประชุมแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จากนั้นจะเดินทางกลับสู่กรุงวอชิงตันเพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งคาดว่าอาจพูดเรื่องการประเมินผลงานของตัวเองในรอบ 100 วันที่ผ่านมาด้วย

ด้านนายโรเบิร์ต กิบบ์ โฆษกทำเนียบขาว ให้คะแนนนายโอบามาอยู่ที่บีบวก และคิดว่านายโอบามาและรัฐบาลชุดนี้น่าจะพอใจกับผลงานที่ทำมาในรอบ 100 วัน เพราะรัฐบาลเข้ามาในช่วงที่สหรัฐต้องเผชิญกับวิกฤตสินเชื่อ และความผันผวนทางการเงิน แต่ล่าสุดได้มีแผนฟื้นฟูและฟื้นการลงทุนออกมาแก้ปัญหาดังกล่าว

นอกจากแผนกอบกู้เศรษฐกิจมูลค่า 787,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว นายโอบามายังทำในสิ่งที่สวนทางกับนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีคนก่อน ด้วยการวางตัวอย่างถ่อมตนมากขึ้นในเวทีประชาคมโลก พยายามเข้าถึงกลุ่มมุสลิม และหวังยุติข้อขัดแย้งกับอดีตคู่อริอย่างคิวบาและอิหร่าน ทั้งยังปรับเปลี่ยนนโยบายที่มีต่อจีน เม็กซิโก และคิวบา รวมถึงขอโทษกลุ่มยุโรปที่สหรัฐมีท่าทีแข็งกร้าวในช่วงที่ผ่านมา

นายโอบามายังมีแผนปิดศูนย์กักกันผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายในอ่าวกวันตานาโม ไม่ให้มีการทรมานนักโทษ และสั่งให้ถอนทหารออกจากอิรัก พร้อมทั้งมุ่งเน้นไปที่การกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน และปากีสถาน ทั้งยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และเรียกร้องให้โลกปลอดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นการวางนโยบายที่ท้าทายที่สุดนับจากทศวรรษ 1960

ด้านผลสำรวจความเห็นของซีเอ็นเอ็น/โอพิเนี่ยน รีเสิร์ช คอร์ป พบว่าคนอเมริกัน 63% ให้การรับรองการบริหารงานของนายโอบามา 75% บอกว่านายโอบามามีคุณสมบัติที่จำเป็นเพียงพอต่อการเป็นประธานาธิบดี และ 57% เห็นด้วยกับนายโอบามาในเรื่องต่างๆ

ในขณะที่นางมิเชลล์ที่ปฏิบัติหน้าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 มาได้ครบ 100 วันเช่นกัน ดูเหมือนจะประสบพบเจอแต่เรื่องที่น่าสนุกเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการได้รับเชิญให้โพสท่าเป็นนางแบบขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง และอื่นๆ

ช่วง 100 วันที่ผ่านมา นางมิเชลล์ได้ทำหน้าที่ตามอย่างที่อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนก่อนๆทำกันคือ การปรากฏตัวร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐในงานสำคัญหรือขึ้นพูดในที่สาธารณะสำหรับบางประเด็นที่น่าสนใจ แต่มีบางครั้งที่นางมิเชลล์ตัดสินใจแหวกกรอบของสุภาพสตรีหมายเลข 1 ด้วยการโอบกอดกับสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ด้วยความสนิทสนม หรือการลงมือลงแรงปลูกผักในสวนที่ทำเนียบขาว เพื่อสนับสนุนการบริโภคอาหารปลอดสารพิษ นางมิเชลล์ยังมักสวมเสื้อแขนกุดออกงานเป็นประจำ และเป็นชุดที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป ต่างจากสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนก่อนๆที่นิยมสวมชุดสูทหรูหราราคาแพงเป็นหลัก

การที่สื่อมวลชนต่างจับตาความเป็นไปของนางมิเชลล์ทุกฝีก้าว ทำให้เกิดความรู้สึกว่านางโอบามาเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และมีความเป็นมิตร อาจเรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ตัวเองให้เข้าถึงใจของประชาชน

นางดีดี ไมเยอร์ส โฆษกทำเนียบขาวสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน มองว่านางมิเชลล์สอบผ่านในเรื่องบุคลิกท่าทาง และการสร้างความประทับใจแก่ประชาชน ผลสำรวจของแกลลัพ โพล เมื่อเร็วๆนี้ยังพบว่านางโอบามามีคะแนนนิยมมากกว่าสามีเสียอีก โดยอยู่ที่ 72 : 69%

Silence of the Lamp: เขียนถึง..ด้วยความคิดถึง

ที่มา ประชาไท

สุภัตรา ภูมิประภาส

คิดถึง คณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ

คิดถึง มีเดียมอนิเตอร์

คิดถึง นักวิชาการสื่อสารมวลชน

ในสถานการณ์อึมครึมของข่าวการปลด บก.เสื้อแดงฯ ข่าวนักการเมืองไม่พอใจการ์ตูนล้อการเมืองจนต้องร้องเรียนสภาการหนังสือพิมพ์ รวมถึงสถานการณ์การวิพากษ์วิจารณ์การนำเสนอข่าวแบบเลือกข้างของสื่อกระแสหลักต่างๆ ชวนให้ผู้เขียนต้องย้อนไปอ่านแถลงการณ์ของกลุ่ม คณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ ที่ออกมาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2551 โดยคณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์คุกคามสื่อในขณะนั้นไว้ว่า

...ในช่วงหนึ่งเดือนเศษที่ผ่านมา รัฐบาลได้แสดงท่าทีกดดันสื่อมวลชนที่มีจุดยืนแตกต่างจากกลุ่มการเมืองในฝั่งรัฐบาล ทำให้สื่อมวลชนเกิดความหวาดกลัว หวาดระแวง และขาดความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างเป็นอิสระ บรรดาสื่อมวลชนทั้งหลายก็จะลดหรือละเลยบทบาทการตรวจสอบรัฐบาลและการเป็นกระจกสะท้อนความคิดความต้องการของสาธารณชนลงไป และให้ความสำคัญกับการทำสื่อเพื่อเอาตัวรอดทางธุรกิจเป็นหลัก สังคมประชาธิปไตยไทยอาจจะเดินเข้าสู่ความตกต่ำและเกิดวิกฤติศรัทธาและความชอบธรรมทางการเมืองได้

สาธารณชนย่อมมีความคาดหวังต่อรัฐบาลประชาธิปไตยมากกว่ารัฐบาลเผด็จการ ในทำนองเดียวกัน รัฐบาลประชาธิปไตยก็มีหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้สาธารณชน ข้าราชการ พนักงานของรัฐ และสื่อมวลชนได้เห็นเป็นประจักษ์ว่าจะสามารถทำหน้าที่ในทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินในระบอบประชาธิปไตยควบคู่ไปกับรัฐบาลได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ยึดหลักวิชาการและวิชาชีพของตนเองได้อย่างเป็นอิสระ ได้มากกว่าหรืออย่างน้อยก็ไม่ด้อยกว่ารัฐบาลเผด็จการ (อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มได้ที่นี่ http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=11487&Key=HilightNews )

สถานการณ์ที่ฝ่ายเสื้อแดง และอีกหลายฝ่าย วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวของสื่อยังชวนให้ผู้เขียนคิดถึงกลุ่ม มีเดียมอนิเตอร์ที่เคยติดตามนับจำนวน ทำสถิติความไม่เป็นกลางในการนำเสนอข่าวของสื่อต่างๆในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาอย่างแข็งขัน

ในสถานการณ์เช่นนี้ คณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ และ มีเดียมอนิเตอร์ รวมถึงนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน หายไปไหนกัน?

นับตั้งแต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ขึ้นบริหารประเทศท่ามกลางความขัดแย้งแตกขั้วทางการเมืองที่รุนแรงมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา และการเลือกข้างที่ชัดเจนมากขึ้นของสื่อสารมวลชนทุกแขนงนั้น ทั้งคณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ และ มีเดียมอนิเตอร์ รวมถึงนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนกลับหายเงียบไปไม่ออกมาทำหน้าที่ตักเตือน ตรวจสอบการแทรกแซงสื่อของรัฐบาลและการทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชนเช่นที่เคยทำในรัฐบาลที่ผ่านมา

สมาชิกของกลุ่ม คณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อและกรรมการของมีเดียมอนิเตอร์บางคนไปปรากฎชื่ออยู่ในคณะกรรมการชุดต่างๆที่เป็นกลไกของรัฐ รวมทั้งในคณะกรรมการนโยบายของทีวีไทย ทีวีสาธารณะที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขันในการเป็นกระบอกเสียงของรัฐฯในสถานการ์ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งล่าสุด

เมื่อรัฐบาลประชาธิปัตย์สั่งปิดสื่อทุกประเภทของฝ่ายเสื้อแดง ทั้งสถานีเคเบิลทีวี ดี-สเตชั่น สถานีวิทยุชุมชน และเวบไซด์ คณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ และ มีเดียมอนิเตอร์ ที่เคยห่วงใยสถานการณ์การคุกคามสื่อในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา หายเงียบไปแบบปิดหู ปิดตา ปิดปาก

คณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ และ มีเดียมอนิเตอร์ รวมถึงนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนที่เคยแสดงความห่วงใยกับการผลิตซ้ำภาพความรุนแรงเมื่อสถานีเอ็นบีทีนำภาพที่กลุ่มนักรบศรีวิชัยพร้อมอาวุธบุกรุกสถานีฯมาฉายซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ คณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ และ มีเดียมอนิเตอร์ รวมถึงนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กลับปิดหู ปิดตา ปิดปาก กับการที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ และทีวีไทย ทีวีสาธารณะนำภาพความรุนแรงที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกรุกสถานที่ประชุมอาเซียน ซัมมิทที่พัทยา และเหตุการณ์รุมทุบขบวนรถนายกรัฐมนตรีที่กระทรวงมหาดไทย มาฉายซ้ำแล้วซ้ำอีกมากครั้งยิ่งกว่า

นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์รายการ ความจริงวันนี้ ในช่วงรัฐบาลชุดที่ผ่านมาว่าเป็นการใช้สื่อของรัฐสร้างความแตกแยกในสังคม แต่ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนกลับ ปิดหู ปิดตา ปิดปาก กับรายการ ลงเอย...อย่างไร ที่กำลังออกอากาศเพื่อความแตกแยกยิ่งขึ้นอยู่ขณะนี้

ด้วยเห็นว่า คณาจารย์ผู้ห่วงใยสื่อ และ มีเดียมอนิเตอร์ รวมถึงนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ปิดหู ปิดตา ปิดปาก เว้นวรรคการทำหน้าที่กันมานานเกินควร

จึงเขียนถึง ด้วยความคิดถึงจริงๆ

Thursday, April 30, 2009

"เสื้อแดง"เน้นสู้ใต้ดิน หลังทบ.เดินสายแจงสลายฒ้อบ "สงกรานต์เลือด" แกนนำ"โคราช"จวกรัฐเล่นเกมล้างสมอง

ที่มา มติชนออนไลน์

"ทหารบก"ส่งทีมเดินสายแจงข้อเท็จจริงสลายชุมนุม ผู้นำท้องถิ่นอีสาน 4 จว. กว่า 4 พันคน นปช.โคราชโวยเกมล้างสมอง ระดมแกนนำรุกเกมใต้ดิน "เสื้อแดง"ไม่เลิก นัดชุมนุมลพบุรี-เชียงใหม่ พร้อมประชุมแกนนำแดงทั่วปท.7 มิ.ย.นี้

ทบ.เดินสายแจงผู้นำอีสาน 4 พันคน


วันเดียวกัน ที่อาคารสุพัฒน์ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เวลา 11.00 น. พล.ท.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) พร้อมนายชาญวิทย์ วสยางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ชี้แจงการปฏิบัติภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยกรณียุติการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และการสลายการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ก่อความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน ให้แก่นายอำเภอ ผู้บริหาร อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านใน จ.นครราชสีมา ประมาณ 4,000 คน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการบรรยายและฉายภาพการปฏิบัติหน้าที่ของทหารต่อกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ที่ก่อความไม่สงบ ชี้แจงมาตรการ คำสั่งในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อให้ไปเผยแพร่ไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง จากนั้นจะตระเวนประชุมชี้แจงใน จ.เลย อุดรธานี และหนองคาย โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จ.เลย มีการพบปะกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเลยและหนองบัวลำภู มีนายก อบจ.เลย นายอำเภอทุกอำเภอ นายกเทศมนตรี นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านรวม 1,500 คนเข้ารับฟัง


พล.ท.ดาวพงษ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า นำข้อมูลมาเสนอต่อประชาชนให้รับรู้อย่างทั่วถึง ว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลที่แท้จริง หรือข้อมูลเท็จ ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ที่จะต้องพิจารณาด้วยตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุด คือประเทศไทยนั้นจะไม่สามารถยืนยัดอยู่ได้หากไร้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์


แกนนำแดงโคราชโวยหวังล้างสมอง


นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ หรือน้อยแสง แกนนำเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดง คนโคราชรักประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจะมีหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงในเขตอีสานพยายามสกัดกั้นทุกวิถีทาง อีกทั้งจัดกิจกรรมเดินสายไปหลายจังหวัด ปัญหานี้ทางแกนนำที่กรุงเทพฯทราบดีว่า รัฐบาลกำลังเล่นเกมล้างสมองผู้นำชุมชน และผู้บริหาร อปท. ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มเสื้อแดงจึงต้องจัดประชุมรับมือ ล่าสุดนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ตอบรับมาร่วมประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้ และได้เปลี่ยนแปลงจัดประชุมที่โรงแรมดิไอยรา ถนนจอมพล ข้างไนท์บาซาร์วัดบูรพ์ เขตเทศบาลนครราชสีมา จะมีระดับแกนนำ นปช.เขตอีสานใต้ จากนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ สระบุรี และขอนแก่น ไม่ต่ำกว่า 300 คนเข้าร่วม


"ถ้าสู้บนดินไม่ได้ก็ต้องเป็นใต้ดิน เพราะสถานีวิทยุชุมชนของคนเสื้อแดงถูกอำนาจรัฐคุกคามทุกรูปแบบ และการเคลื่อนไหวด้วยสัญลักษณ์เสื้อสีแดงอาจจะต้องเปลี่ยนเป็นสีอื่นๆ" นายฉลอง กล่าว

เสื้อแดงนัดชุมนุมลพบุรี-เชียงใหม่


ที่ห้องเพทาย โรงแรมรัตนโกสินทร์ เวลา 13.30 น. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายสุรชัย ด่านวัฒนา (แซ่ด่าน) นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำเสื้อแดงรุ่น 1-2 ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องคลิปวิดีโอวันสลายการชุมนุมที่เพชรบุรีซอย 5-7 ที่กล่าวหามีคนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เข้าร่วมอยู่เหตุการณ์ด้วย


นายสมยศ กล่าวว่า ในเหตุการณ์ที่เพชรบุรีซอย 5-7 มีบุคคล อย่างน้อย 3คนของ พธม.เข้าไปเกี่ยวข้อง คือนายนิติธร ล้ำเหลือ ทีมทนายความของ พธม. จุดยืนของ นปช.ยังยื่นขอให้รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลมีมติที่ชัดเจนผ่านร่างแก้ไข รธน.ของ คพปร. และสร้างการสมานฉันท์ให้กับสังคมอย่างแท้จริง และต้องยุติการกระทำสองมาตรฐาน


"ในวันที่ 9 พฤษภาคมจะจัดชุมนุมที่โรงเรียนพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. จะเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและหน่วยงานของรัฐทั้งหมด ดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ไปเข้าร่วมการชุมนุม ถ้ามีการแทรกแซงประการใดถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และก็วันที่ 10 พฤษภาคมจะไปชุมนุมที่ตลาดธารเกษตร อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เวลา 17.00-22.00 น."


7 มิ.ย.ประชุมแกนนำแดงทั่วปท.


นายจรัล กล่าวว่า ทาง นปช.จะจัดประชุมสมัชชา ผู้แทนกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการกำหนดยุทธศาสตร์ และจะจัดในช่วงวันที่ 7 มิถุนายน การประชุมครั้งนี้จะมีความหมายทางการเมือง มีคนคิดว่ากลุ่มเสื้อแดงพ่ายแพ้แล้ว แต่ไม่ใช่ เสื้อแดงส่วนใหญ่ยังอยู่เหมือนเดิม การต่อสู้ยังเหมือนเดิม ในวันที่ 16-17-18 พฤษภาคม ครบรอบเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ซึ่งเหตุการณ์มีความเหมือนกับวันที่ 13 เมษายน 2552 จะเริ่มพิธีไว้อาลัย รำลึกถึงวีรชนพฤษภาทมิฬ

ผู้ว่าฯอุดรปลุก"อปท."จับตาป่วน


ด้านนายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวในการประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นว่า รับรายงานจากฝ่ายการข่าวว่าในพื้นที่อุดรธานี มีพฤติกรรมจาบจ้วง ให้ร้ายสถาบันสูงสุด ไม่เชื่อว่าที่อุดรธานีจะมีเกิดขึ้น รู้สึกเป็นห่วงบ้านเมืองมาก อยากให้ อปท.ช่วยกันติดตามสถานการณ์ หาทางแก้ไข คนไม่กี่คนเอาชื่อเสียงไปทำลาย โดยพวกเรากลับอยู่เฉยๆ ไม่ยอมทำอะไรบ้าง ตนนิ่งต่อไปไม่ได้อีกแล้ว พร้อมรับฟังวิธีการของทุกคนตลอดเวลา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการประกาศของ นปช.รุ่น 2 จะมาเปิดเวทีที่สนามทุ่งศรีเมือง วันที่ 2 พฤษภาคมนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า เพราะนายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ประกาศไม่เข้าร่วมผ่านทางวิทยุชุมชนไปแล้ว และมีจะเปิดเวทีที่สนามทุ่งศรีเมือง วันที่ 9 พฤษภาคมแทน ในส่วนกองทัพบกชี้แจงการสลายการชุมนุมวันที่ 30 เมษายนนี้ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ฝ่ายค้านขอพิจารณาวาระ"ตู่"ก่อน


นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 29 เมษายน ถึงผลการประชุมวิปรัฐบาล ว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 30 เมษายน ประธานวิปฝ่ายค้าน ประสานขอให้เลื่อนระเบียบวาระที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) ไปดำเนินคดีอาญาในคดีที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงสร้างความวุ่นวาย กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งวิปรัฐบาลเห็นว่า ฝ่ายค้านต้องเป็นผู้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมสภาเอง


"ที่ประชุมจะพิจารณาอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้านายจตุพรจะแสดงความกล้าหาญและแสดงความรับผิดชอบในฐานะแกนนำไม่ขอเอกสิทธิ์คุ้มครองก็เป็นสิ่งที่นายจตุพรต้องมาแสดงเหตุผลให้สภาฟัง จะใช้เหตุผลอะไรในการขอความคุ้มครอง" นายชินวรณ์ กล่าว


"จตุพร"ถามหามาตรฐานสภา


ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ถึงตำรวจทำหนังสือขอตัวไปดำเนินคดี ว่า ทุกคนที่ถูกขอตัวไปดำเนินคดีอย่างนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะแกนนำกลุ่มพันธมิตร รวมถึงกรณีที่ศาลอาญาได้ทำหนังสือขอตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ รวมถึงนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ไปฟังคำพิพากษาที่ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ ฟ้องหมิ่นประมาท ในวันที่ 27 เมษายน แต่นายชัย (นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร) ไม่ยอมเอาคำร้องของศาลเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนฯและวิปรัฐบาลก็ไม่ยอมเข้าร่วมประชุมกำหนดวาระการประชุมกับประธานสภา ศาลจึงเลื่อนการตัดสินไปในวันที่ 11 มิถุนายน


"วันนี้ไม่ได้กลัวอะไรเพราะตำแหน่ง ส.ส.ใช้ประกันตัวได้อยู่แล้ว จึงจะขอให้ ปชป.ยกมือให้เอาตนไปดำเนินคดีเลย และพรรคฝ่ายค้านไม่ต้องช่วย เนื่องจากต้องการให้มีมาตรฐานว่าวันที่ ปชป.และพรรคร่วมเป็นเสียงข้างน้อย เมื่อมีกรณีอย่างเดียวกับผมสภาก็จะอนุมัติไปดำเนินคดี ต้องการพิสูจน์รัฐธรรมนูญ ทำไมนายอภิสิทธ์ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองตามมาตรา131 ได้และทำไมผมใช้ไม่ได้" นายจตุพรกล่าว


มท.2 ขู่ฟ้องกลับหาชักใยเสื้อน้ำเงิน


นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวกรณี พท.เตรียมแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายชวรัตน์ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน เพราะอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินนั้น ว่า ไม่เกี่ยวกับตน นายบุญจง หรือนายเนวิน ยืนยันว่าทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน ยินดีที่จะชี้แจงหากมีการแจ้งความ


นายบุญจง กล่าวว่า หาก พท.จะดำเนินการขอให้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และหากข้อกล่าวหานั้นทำให้เสียหาย ก็จะขอใช้สิทธิตามกฎหมาย แจ้งความดำเนินคดี หรือฟ้องกลับผู้ที่ทำให้เสียหาย


พท.ไม่เลิกบี้ทหารสลายม็อบ


วันเดียวกัน คณะกรรมาธิการการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนของนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์และนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. ที่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายกรัฐมนตรีสั่งให้ทหารพร้อมอาวุธสงครามเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อวันที่ 13 เมษายน ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตการเข้าสลายการชุมนุมด้วยวิธีการใช้ความรุนแรง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองเสนาธิการทหาร และ พล.ต.องอาจ พงษ์ศักดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้เข้าชี้แจงว่าใช้กำลังเป็นตามหลักสากลทุกขั้นตอนและเป็นไปตามกรอบการปฏิบัติงานตามแผนกฎการอัยการศึกปี 2541 และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฉุกเฉิน 2548 ทุกประการ


อ้างแจ้งความ"มาร์ค-สุเทพ-ผบ.สส."


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการชี้แจง พล.ต.องอาจ นำคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพเหตุการณ์ทะเลาะกันระหว่างผู้หญิงเสื้อแดงและสื่อมวลชน กระทั่งมีการผู้ชายเสื้อเขียวออกมากระชากผม ทำให้ ส.ส.เพื่อไทยหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเหตุดังกล่าวทหารยืนอยู่ในระยะกระชั้นชิดแต่กลับไม่ยอมช่วยผู้หญิง ทำให้ พล.ต.องอาจต้องฉายคลิปวิดีโออีกครั้ง


ระหว่างนั้นนายพร้อมพงศ์ได้แย้งว่าบุคคลที่เข้ามาช่วยผู้หญิงไม่ได้เป็นทหารแต่เป็นผู้หวังดี ที่ขณะนี้ได้เข้าเป็นพยานและเข้าแจ้งความที่ สน.ดินแดนเอาผิดนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. แล้ว ทั้งนี้รู้ข้อมูลมาว่าคนที่เสื้อเขียวที่กระชากผมผู้หญิงเป็นการ์ดพันธมิตร และเคยขึ้นเวทีพันธมิตรหลายครั้ง

รหัสแดง?

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน



"เมื่อคืนนายก มานอนบ้านแม่ทัพด้วย วันนี้ความคิดถึงกำลังก่อ ตัวเป็นก้อนเมฆ เพื่อจะลอยไปหาที่รัก LOVE เหมียวที่สุดในโลก ความรักที่ให้ทุกวัน มั่นคงเหมือนดวงจันทร์ส่องแสงตลอดทั้งคืน"

ไม่น่าเชื่อว่าข้อความตื่นเต้นระคนหวาน จะเป็นเอสเอ็มเอสสุดท้ายของชีวิต ของพลฯอภินพ เครือสุข ทหารเกณฑ์บ้านนอกจากเมืองเลย

พลทหารรับใช้ในบ้านพักนายทหารระดับแม่ทัพ

เนื่องจากพลฯอภินพเสียชีวิตหลังจากเหตุการณ์ปราบม็อบเสื้อแดง และเผอิญเป็นคนที่รู้ว่าคืนก่อนจะมีการสั่งทหารออกมานั้น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นอนที่บ้านพักของพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1

มีการระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากการลื่นล้มในห้องน้ำ แล้วซื้อยามากินเอง ตอนเช้าก็เสียชีวิต

โรงพยาบาลพระมงกุฎฯที่ระบุว่าคอหัก และมรณบัตรที่ส่งให้ญาติก็ระบุว่าคอหัก

แต่ผลการชันสูตรศพของคณะแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช ระบุว่ามีรอยช้ำที่บริเวณต้นคอด้านหลังค่อนมาทางด้านซ้าย ฐานกะโหลกศีรษะด้านซ้ายส่วนหลังมีรอยแตกร้าว ตำแหน่งที่ใกล้กับช่องไขสันหลังซึ่งต่อเนื่องกับรอยแตกร้าวที่ฐานกะโหลกศีรษะด้านซ้าย

ส่วนหลัง มีรอยแตกยุบเล็กน้อย เป็นรอยต่อเนื่องกัน ความยาว 6-7 ซ.ม. ทำให้มีเลือดออกเหนือเยื่อหุ้มไขสันหลังบริเวณลำคอ เนื้อสมองด้านซ้ายส่วนหลังมีรอยกดยุบลึก 2.5 ซ.ม.

สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตคือกะโหลกศีรษะส่วนหลังแตก เลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นหนาที่กดเนื้อสมอง เกิดได้จากศีรษะกระทบของแข็งหรือของแข็งมากระแทกอย่างรุนแรง ทำให้มีรอยแผลเดียว แต่มีรอยยาว

อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของพลฯอภินพ ฝ่ายค้านได้นำไปพูดกันในสภาว่าเป็นการตายอย่างมีเงื่อนงำ

จนนำมาสู่การผ่าพิสูจน์โดยแพทย์มืออาชีพ

น่าเสียใจตรงที่โฆษกกองทัพบก ที่ไม่ยอมสลัดคราบโฆษกคมช. พยายามออกมาพูดว่าเป็นเรื่องการเมือง แถมยังระบุว่านายทหารผู้ใหญ่รักพลฯอภินพเหมือนลูกหลาน

ถ้าไม่ไว้วางใจก็คงไม่ได้มาเป็นทหารรับใช้

นอกจากนี้ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าฝ่ายค้านหากินกับศพ พยายามโยงประเด็นการเสียชีวิตของพลทหารให้เป็นเรื่องการเมือง

ทั้งๆ ที่พรรคตัวเองก็เพิ่งจะทำมา

เป็นเรื่องน่ายินดีที่นายอภิสิทธิ์บอกจะต้องทำให้กระจ่าง

การเสียชีวิตของพลฯอภินพ ทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง A FEW GOOD MEN ซึ่งกินใจอย่างมาก

เพราะออกมาฉายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535

รัฐบาลต้องทำให้ชัดว่าพลทหารคนนี้ไม่ได้เสียชีวิตเพราะ "รหัสแดง" แบบ 2 พลทหารอเมริกันในหนังเรื่องนี้

กลัดกระดุมผิด

ที่มา เดลินิวส์

สองโพลสำคัญ สวนดุสิตโพล และ เอแบค เรียลไทม์โพล สะท้อนความต้องการของประชาชนที่จับต้องได้ สวนดุสิตโพล สำรวจ 24-26 เม.ย. 52 คนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 3,079 ตัวอย่าง พบ 75.15% เห็นด้วยกับการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่เห็นด้วย 24.85% เห็นด้วย แก้รัฐธรรมนูญ 68.75% ไม่เห็นด้วย 31.28% เห็นด้วยนิรโทษกรรม 64.89% ไม่เห็นด้วย 35.11%

ขณะที่เอแบค เรียลไทม์โพล สำรวจ 17 จังหวัดทั่วประเทศ 25 เม.ย. จำนวน 1,346 ครัวเรือน ต่อการเคลื่อนไหวของนปช. พบ 68.9 % สนับสนุน หากนปช.ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และ 51.9% ต้องการให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องของนปช. แต่เป็นข้อเรียกร้องที่เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง ไม่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ไม่เอื้อประโยชน์ต่อคนใดหรือกลุ่มใด ขณะที่ 30.6% เห็นว่าไม่จำเป็นทำตาม ข้อเรียกร้องใด ๆ

ประชาชนนั้นมีความเป็นธรรมในหัวใจ ขอคารวะจริง ๆ แม้ยังห่างไกลกับการทำประชามติ

แต่ 2 โพลบอกได้ว่า คนไทย ต้องการให้บ้านเมืองคืนสู่ความสันติสุข ไม่อยากเห็นการแตกแยกของคนในชาติ ที่กำลังหยั่งรากลึกจนยากที่จะแก้ไขขึ้นทุกที ข้อเสนอของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เสนอก่อนหน้านี้

ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ และนิรโทษกรรมทางการเมือง

ถือว่ามาถูกที่ ถูกเวลา ตรงกับความต้องการของประชาชน ทั้งที่การแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติครั้งนี้ ทฤษฎีการเมืองฝั่งตะวันตก บอกว่า หากกลัดกระดุมเสื้อโค้ตผิดไป 1 เม็ด ก็จะทำให้การกลัดกระดุมเสื้อโค้ตผิดไปทั้งตัว

การจะแก้ ไม่ง่ายหรอก เพราะต้องเริ่มปลดกระดุมที่กลัดผิดตั้งแต่เม็ดล่างสุดออกทีละเม็ด ๆ นกว่าจะแกะออกหมดทุกเม็ด หลังจากนั้นจึงจะเริ่มต้นกลัดกระดุมใหม่ได้ แล้วก็ต้องไล่กลัดไป ทีละเม็ด ๆ ใหม่

ปัญหาบ้านเมืองตอนนี้ก็ไม่ต่างหรอก กลัดกระดุมผิดตั้งแต่ คิดตื้น ๆ แค่ลากรถถังออกมาปฏิวัติยึดอำนาจ 19 ก.ย. 49 แล้วทุกอย่างจะจบสวยงาม แต่พิสูจน์แล้ว ทุกอย่างตรงข้ามหมด ปัญหาชาติมีแต่ดำดิ่งลึกลงทุกวัน

แต่คนทำก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย !!!

การที่นายกฯเริ่มเปิดฉากให้แก้รัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมทางการเมือง ก็ขอให้จริงใจ อย่าทำแค่ให้ดูเท่ เล่นการเมืองไปวัน ๆ แบบที่คนในพรรคหลายคนถนัดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ก็แล้วกัน

นายกฯ เริ่มเดินถูกทาง แต่พวกชมรม ส.ส.ร., ส.ว.ลากตั้ง ที่ยังต้านการแก้ไขรธน.ปิศาจคาบไปป์ ทุกวิถีทาง เห็น ขยันเอาสีป้ายคนอื่น เป็นทาสคนนั้น คนนี้ ดีนัก แล้วตัวเองล่ะ ทาสใคร รู้ทั้งรู้ รธน.ฉบับนี้เต็มไป ด้วยอคติ ขัดหลักนิติศาสตร์เห็น ๆ แค่ ม.237 มาตราเดียวก็เห็นแล้ว ทำผิดคนเดียว ประหารทั้งพรรค

พูดกันนักต้องใช้ “ยาแรง” กำจัดนักการเมืองเลว ก็เอาสิแต่ใช้ให้เสมอภาคสิ ไม่ใช่มุ่งทำลายศัตรูการเมือง กรรมเดียวกัน วาระเดียวกัน กก.บริหารพรรคร่วมแจกตั๋วหนังกับลูกทีม คนอื่นโดนหมด ใบเหลือง ใบแดง แต่กก.บริหารขาวจั๊วะโด่เด่อยู่คนเดียว เลยไม่ต้องถูกยุบพรรค

แล้วมันยุติธรรมตรงไหน รธน.ฉบับ นี้ จึงสมควรโละทิ้ง แล้วเอา รธน.ฉบับ ประชาชน 2540 มาใช้ นั่นล่ะถูกต้องที่สุด อย่ามาบอกโละทิ้งไม่ได้ ก็ฉีกทิ้งมาแล้ว 17 ฉบับ จะฉีกอีกฉบับเป็นไร ทำประชามติกันไปเลย

ยังไม่นับ ม.309 ที่ถึงขนาดเขียนในรัฐธรรมนูญ ให้นิรโทษกรรมความผิดตัวเองทุกกรณี ชนิดไม่เคยมีมาก่อน แต่พอมีข่าวจะมีนิรโทษกรรมทางการเมืองให้นักการเมืองบ้าง กลับออกมาต่อต้านเสียงขรม ทั้งที่ยังไม่ตั้งไข่

ไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบกับวิกฤติที่เกิดขึ้นบ้างเลยหรือไร???

ดาวประกายพรึก

เอ็นจีโอติงรัฐอย่าปิดปาก ปชช.

ที่มา เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายพลเมืองเน็ต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) คณะกรรม การรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ร่วมกันจัดงานเสวนา “วิพากษ์ผลกระทบกฎหมายและการเมือง ต่อสิทธิมนุษยชนพลเมืองเน็ต” โดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน กล่าวว่า พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์มีปัญหาจำกัดสิทธิการแสดงความคิดเห็นหลายมาตรา เพราะมีความเข้าใจผิดว่าให้เจ้าของเว็บ ไซต์ต้องรับผิดชอบเนื้อหาที่โพสต์ในเว็บ โดยที่ไม่เข้าใจว่าเว็บไซต์เป็นเสรีภาพในการแสดงออก จึงต้อง แก้ไข พ.ร.บ. นี้ ส่วนการปิดเว็บไซต์นั้น ไทยไม่มีความ สามารถในเรื่องนี้เท่าไร ตนมองว่าเรื่องนี้เหมือนกับการไปตั้งเครื่องมือที่สนามบิน คอยตรวจจับว่าใครเป็น ไข้หวัดหมู ซึ่งมันไม่ได้ผลแต่รัฐบาลก็ยังทำ ขณะนี้ประชาชนกำลังถูกลูกหลงจากสงครามระหว่าง 2 ฝ่าย มันคือสัญลักษณ์ของบรรยากาศการเมืองที่ไม่ปกติ โดย สงครามนั้นหัวข้อใหญ่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวของสังคมไทย ไม่ว่ารัฐบาลพลังประชาชน หรือรัฐบาลประชาธิปัตย์พยายามจะบอกว่าเรากำลัง ปกป้องสถาบันอย่างมีประสิทธิภาพ

“วิธีที่จะทำให้ประเทศสงบได้และสถาบันยังอยู่ด้วยคือทุกฝ่ายต้องทำให้สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือ การเมืองจริง ไม่มีใครเอามาใช้เป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ เราต้องแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้เป็นกลไกปกติของการดำเนินการ” นายจอน กล่าว

ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า การปิดกั้นเว็บไซต์ เพิ่มขึ้นหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 กว่าร้อยละ 50 แม้ตาม พ.ร.บ. นี้ การปิดเว็บไซต์ต้องผ่านขั้นตอนของศาลก่อนแต่ช่วงประกาศกฎอัยการศึกยังมีการปิดเว็บไซต์ได้ จึงมีการถกเถียงว่าขัดต่อสิทธิเสรีภาพหรือไม่ ซึ่งกรณีทั้งหมดเกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปในเรื่องการใช้สิทธิเสรีภาพ จึงต้องแก้กฎหมายให้มีมาตรฐานและสิทธิเสรีภาพดีขึ้น.

ไม่เอาเสนาะ ปชป.ดัน สสร.แก้รธน.

ที่มา ไทยรัฐ

ปชป.ตีกัน "เสนาะ" นั่งประธานรวบรวมประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมแพลมไต๋ลากเกมยาวตั้ง ส.ส.ร. "บรรหาร" เห็นด้วยไม่ต้องรีบเร่งแก้ รธน. พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอชำแหละ 3 กรอบใหญ่ ย้ำจุดยืนปล่อยผีเหยื่อยุบพรรค ภูมิใจไทยได้ข้อสรุป 8 ประเด็น เน้นเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว-จัดตั้งศาลเลือกตั้ง ส่วนนิรโทษกรรมต้องผ่านประชามติ เพื่อแผ่นดินขอใช้ ฉบับปี 50 เป็นต้นร่าง แถมแฉ ปชป.จ้องดัน "บัญญัติ" นั่งหัวโต๊ะคุมเกม ขณะที่พรรคเพื่อไทยเชียร์ "ป๋าเหนาะ" เหมาะสมกว่า แถมเล่นแง่ขอให้ตั้ง กมธ.สอบเหตุการณ์สลายม็อบเสื้อแดงก่อน 40 ส.ว.ป่วนล้มโต๊ะรายชื่อที่ผ่านมติวิปวุฒิฯ "กษิต" เดินตามรอย "อภิสิทธิ์-เทพเทือก" นั่งรถกันกระสุนบ้าง

กรณีที่วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา มีมติร่วมกันเสนอให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่รวบรวมข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นต่างๆภายใน 15 วัน ขณะเดียวกันมีข่าวว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา พยายามผลักดันให้นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าวนั้น

ปชป.ห่วง 15 วันรวมประเด็นไม่ทัน

เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองสมานฉันท์และแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า คาดว่านายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จะตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ภายในวันที่ 29 เม.ย. เพื่อให้คณะกรรมการได้วางกรอบการพิจารณา เลือกประธาน และตำแหน่งอื่น ส่วนเงื่อนเวลาที่นายชัยกำหนดไว้เบื้องต้น 15 วันนั้น อาจดำเนินการไม่ครบถ้วน เพราะคณะกรรมการต้องรวบรวมประเด็นอย่างรอบคอบและรับฟังความเห็นให้กว้างขวางก่อนนำเสนอต่อรัฐสภา

ตีกัน "เสนาะ" นั่งประธาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชัยเสนอชื่อนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นประธานคณะกรรมการฯ นายชินวรณ์ตอบว่า ยังไม่ชัดเจน ยังไม่มีการพูดถึงตัวบุคคล ควรให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการ แต่บุคคลที่จะเป็นประธานต้องได้รับการยอมรับจากสังคม สามารถขับเคลื่อนให้คณะกรรมการดำเนินการไปตามเป้าหมายได้ เมื่อถามย้ำว่าคุณสมบัติของนายเสนาะเหมาะสมพอหรือไม่ นายชินวรณ์ตอบว่า ไม่อยากก้าวล่วง ให้คณะกรรมการไปเลือกกันเอง

ดึงเกมยาวตั้ง ส.ส.ร.

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ นายชินวรณ์ตอบว่า ยังเป็นเพียงขั้นตอนให้แต่ละพรรคไปรวบรวมประเด็น การจะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 คือสมาชิกรัฐสภาจำนวน 1 ใน 5 เข้าชื่อเสนอเป็นญัตติ โดยมีข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้งปี 2534 หรือปี 2540 ก็เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมถึงรัฐธรรมนูญ 2550 ก็เปิดให้ทำประชามติ จึงมีข้อสังเกตในส่วนนี้ที่จะเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้รับการยอมรับ เมื่อถามว่ามีคนตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขึ้นมาอาจเป็นมวยล้ม นายชินวรณ์ตอบว่า เชื่อว่าคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อตั้งส.ส.ร.ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่เป้าหมายตามที่สังคมต้องการได้

ยังไม่เคาะประเด็นเสนอแก้ รธน.

ต่อมาในช่วงบ่ายมีการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงข้อเสนอตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองสมานฉันท์และแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการพูดคุยใน 2 ประเด็น คือ 1. องค์ประกอบของคณะกรรมการ 2. ขอบข่ายอำนาจหน้าที่ เราไม่ติดใจในขอบข่ายอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ แต่ติดใจเรื่ององค์ประกอบที่ประกอบด้วย ส.ส. และ ส.ว. 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน จะเห็นว่าส่วนใหญ่มาจากภาคการเมือง มีภาคประชาชนน้อยมาก จึงอาจไม่มีความเป็นอิสระจากการเมือง อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมพรรคมีมติเห็นด้วยกับการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพราะจะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ข้อคือ 1. รวบรวมประเด็นปัญหาทางการเมืองเพื่อนำมาศึกษาแก้ไข 2. รวบรวมประเด็นปัญหาความขัดแย้งของรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การแก้ไข 3. ให้ทุกภาคส่วนร่วมมือนำไปสู่ความสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ สำหรับประเด็นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ โดยเห็นว่าควรรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการชุดดังกล่าวก่อน

เปิดชื่อ 8 ขุนพลร่วมทีมแก้วิกฤติ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ชื่อบุคคล 8 คน ที่จะส่งไปเป็นกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองแล้ว โดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นผู้คัดเลือกจากผู้เสนอตัว ประกอบไปด้วยนายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน นายถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส.กทม. นายนิพนธ์ วิสิษฎ์ยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช นางผุสดี ตามไท ส.ส.สัดส่วน นายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง และนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิอีก 2 คนในสัดส่วนโควตาพรรคนั้น ที่ประชุมหารือได้เพียงกรอบของบุคลากรที่มีความชำนาญด้านกฎหมายของสถาบันต่างๆเท่านั้น เพราะต้องนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งประสานไปยังพรรคฝ่ายค้านด้วย เพื่อไม่ให้ตัวบุคคลซ้ำซ้อนกัน คาดว่ารายชื่อทั้งหมดจะส่งถึงมือนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ภายในวันที่ 29 เม.ย. ในเบื้องต้นมีชื่ออยู่แล้ว 2 คือนายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนิด้า และนายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

ชทพ.ย้ำปล่อยผีเหยื่อยุบพรรค

เช้าวันเดียวกัน นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาสนับสนุนการปฏิรูปการเมือง โดยเห็นควรให้แก้ไขมาตรา 190 และมาตรา 237 ภายใต้หลักการที่ให้คนที่ไม่ได้กระทำความผิดพ้นผิด ใครไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐธรรมนูญ 2550 จะต้องได้รับความเป็นธรรม ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไรนั้น มีหลากหลายเช่น อาจเขียนลงบทเฉพาะกาล หรือออกกฎหมายลูกเป็นการเฉพาะ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะมีการแก้ไขในประเด็นที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอ นายชุมพลตอบว่า ไม่มีปัญหา แก้ได้ก็ได้ แก้ไม่ได้ก็จบไป เราไม่ติดใจ แต่วันหนึ่งความเป็นธรรมต้องคืนมาไม่ว่าในรูปแบบไหนก็ตาม ไม่ได้เร่งรัด ถ้าเกิดกระแสไม่ยอมรับในสังคมก็ถอยไป อย่าไปแก้ให้เกิดวิกฤติในบ้านเมือง เมื่อถามว่าจำเป็นต้องทำประชามติหรือไม่ นายชุมพลตอบว่า ไม่จำเป็น ตอนปี 2550 ไปลงประชามติกันถึงได้มีปัญหารัฐธรรมนูญกว่า 300 มาตรา ชาวบ้านไม่รู้เรื่องเลย อ่านยังไม่รู้เรื่องเลย

ตกผลึกแยกเสนอ 3 กรอบใหญ่

ต่อมาในช่วงเย็น นายชุมพลให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังการประชุมพรรคชาติไทยพัฒนา ถึงความคืบหน้า ในการสรุปประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ทางพรรคได้หารือและสรุปประเด็นคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะเสนอประเด็นแก้ไข 3 ฉบับเตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยฉบับแรกมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม คุยกันตกผลึกแล้วเห็นว่าควรจะเสนอแก้ไขมาตรา 190 มาตรา 237 มาตรา 265 และมาตรา 266 ประเด็นเหล่านี้พรรคอื่นก็เห็นด้วย ส่วนฉบับที่สองคือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับที่มาของ ส.ส.และ ส.ว. สำหรับฉบับที่สามจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับองค์กรอิสระทั้งหมด

"เติ้ง" ระบุไม่ต้องเร่งรีบ

นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การที่วิป 3 ฝ่ายเสนอให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ถือเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาระดับหนึ่งที่จะมีความก้าวหน้าไปได้ แม้จะไม่สามารถแก้ไขได้ อย่างเด็ดขาด แต่หากแก้ไขได้ส่วนหนึ่งก็ถือว่ายังดี ทั้งนี้ต้องดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหนแล้วแก้ไขตรงจุดนั้น เหมือนเช่นที่นายกรัฐมนตรีพูดไว้ว่าเมื่อมีปัญหาเรื่องการเมืองก็ต้องเอาการเมืองเข้าไปแก้ไข ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เสนอให้นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นประธานคณะกรรมการ นายบรรหารตอบว่า ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ ส่วนกรอบระยะเวลา ที่กำหนดให้ไว้ 15 วัน หากไม่พอก็น่าจะขยายออกไปได้ ไม่ต้องเร่ง และไม่คิดว่าจะเป็นการซื้อเวลาของรัฐบาลอย่างที่หลายฝ่ายวิจารณ์

เชียร์ช่วย "ทักษิณ" หลุดคดีการเมือง

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะมีการนิรโทษกรรม ที่อาจจะรวมไปถึงกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายบรรหารตอบว่า คงไม่มีเรื่องคดีอาญา แต่อาจจะมีแค่เรื่องการเมืองเท่านั้น อย่างไรก็ดีคิดว่า จะเป็นแนวทางที่จะทำให้ปัญหาในบ้านเมืองคลี่คลาย ลงไปได้ คนอยู่ใต้ดินก็เอามาบนดินเสีย ก็คงจะทำให้ คลี่คลายปัญหาไปได้

ภูมิใจไทยสรุปเสนอ 8 ประเด็น

อีกด้านหนึ่ง นางศุภมาส อิศรภักดี รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงหลังการประชุมพรรคว่า พรรคภูมิใจไทยมีข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 8 ข้อคือ 1. ต้องเป็นประเด็นสาธารณะ 2. ให้มีการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว 3. ที่มาของ ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 4. ให้ ส.ส.สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เช่นที่ปรึกษารัฐมนตรีหรือเลขานุการรัฐมนตรี 5. แก้มาตรา 190 เรื่องการทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศ 6. การสรรหาองค์กรอิสระต้องเพิ่มตำแหน่งของ ส.ส.เข้าไปเป็นกรรมการสรรหาด้วย 7. เรื่องการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยให้ กกต. ทำหน้าที่เฉพาะจัดการเลือกตั้ง และรวบรวมหลักฐานการทุจริตส่งให้ศาลเป็นผู้ตัดสินเท่านั้น และเห็นว่าน่าจะมีศาลเลือกตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 8. เรื่องการยุบพรรค

ถ้าจะนิรโทษกรรมต้องผ่านประชามติ

นางศุภมาสกล่าวว่า ทุกประเด็นที่จะแก้ไขต้องผ่านการทำประชมติก่อน เพื่อเป็นการหาคำตอบจากประชาชนว่าต้องการให้มีกติกาแบบไหน สำหรับการนิรโทษกรรมนั้นพรรคไม่มีการพูดถึง เพราะเป็นประเด็นเฉพาะตัวบุคคล จะไม่แตะต้องเรื่องนี้ แต่หากพรรคอื่นเสนอมา ขอให้ผ่านประชามติเพื่อเป็นการแสดงว่าเห็นด้วยก่อน
นายประกิจ พลเดช ประธานคณะทำงานพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคมีมติให้นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เป็นตัวแทนพรรคไปเป็นกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองฯ สำหรับประเด็นการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้น ยังคงให้มีการเพิกถอนสิทธิผู้ที่กระทำผิด 5 ปีเหมือนเดิม แต่ถ้ามีใครคนหนึ่งทำผิด ขอให้เป็นความผิดเฉพาะบุคคล ไม่ควรลงโทษไปถึงกรรมการบริหารพรรคคนอื่นหรือยุบพรรค

"เนวิน" ประเมินรัฐบาลอยู่ไม่เกิน 2 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ ทางพรรคได้สั่งให้ ส.ส.แต่ละคนต้องรวบรวมรายชื่อสมาชิกพรรคมาแสดงอย่างน้อย 500 รายชื่อ โดยระบุว่าหากใครไม่สามารถรวบรวมรายชื่อสมาชิกได้ตามจำนวนหรือรวบรวมได้น้อยเกินไปอาจจะมีผลต่อการพิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไป และ ส.ส.ทุกคนต้องซื้อเสื้อน้ำเงินของพรรค 400-500 ตัว ราคาตัวละ 50 บาท เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้นายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค และนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้หารือเกี่ยวกับแนวทางในการวางแผนการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวแน่นอน และประเมินว่าจะมีการเลือกตั้งในอีกไม่เกิน 2 ปี จึงกำชับให้ ส.ส.ขยันลงพื้นที่

เพื่อแผ่นดินขอใช้ รธน.50 เป็นต้นร่าง

นพ.อลงกต มณีกาศ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมมีมติว่าควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นรายมาตรา แต่ต้องไม่นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นแม่แบบ เช่นต้องแก้ไขมาตรา 190 เรื่องการทำสัญญากับต่างประเทศ มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรค เนื่องจากอยากให้มีการเอาผิดเป็นรายบุคคล และมาตรา 265 มาตรา 266 ที่ ส.ส.ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ส่วนประเด็นการนิรโทษกรรมนั้น พรรคเห็นด้วย เพราะที่ผ่านมากฎหมายถูกบังคับใช้ จนเป็นเหตุให้พรรคการเมืองถูกยุบ และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ ทั้งๆที่ไม่ได้กระทำความผิด แต่ไม่เห็นด้วยหากจะให้มีการนิรโทษกรรมความผิดทางคดีอาญา โดยเฉพาะคดีการทุจริตต่างๆ

แฉ ปชป.ดัน "บัญญัติ" นั่งประธาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เสนอชื่อนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองฯ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดินตอบว่า คงเป็นไปได้ยาก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองฯเช่นกัน

นายไชยยศ จิรเมธากร เลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ทางพรรคได้ส่งชื่อนายสุเทพ เจตนาการณ์กุล อดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 และรองศาสตราจารย์นพนิธิ สุริยะ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปเป็นกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองฯในโควตาสัดส่วนของพรรค โดยส่งรายชื่อทั้งสองคนไปถึงประธานรัฐสภาแล้ว

พท.เล่นแง่ให้ตั้ง กมธ.สอบสลายม็อบ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยนายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงการสลายการชุมนุมของรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 เม.ย. และมีมติให้ตั้งคณะทำงานเพื่อยื่นเรื่องตรวจสอบการสลายการชุมนุม โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อยื่นเรื่องต่อองค์การสหประชาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ ป.ป.ช. นอกจากนี้จะมีการรวบรวมหลักฐานการกระทำของกลุ่มคนเสื้อสีน้ำเงิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินด้วย ถ้าสภาไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวขึ้นมา พรรคเพื่อไทยจะไม่ร่วมสังฆกรรมในทุกเรื่องกับรัฐบาล รวมถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หรือการตรวจสอบการทำงานต่างๆ

รีบชงเข้าที่ประชุมสภาทันที

ผู้สื่อข่าวถามถึงรายชื่อตัวแทนที่จะร่วมในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองฯ นายพร้อมพงศ์ตอบว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ขอพูดถึง เราขอพูดเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการสลายการชุมนุมก่อน ขอดูความจริงใจของรัฐบาล หากไม่จริงใจแล้ว เรื่องต่างๆก็จะไม่เกิดขึ้น ทุกเรื่องเราจะไม่ร่วมด้วย ทั้งนี้นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน แจ้งต่อที่ประชุมพรรคว่า วันที่ 29-30 เม.ย.นี้จะเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบการสลายการชุมนุมขึ้นต่อที่ประชุมสภาฯ

เชียร์ "เสนาะ" คุมเกมแก้ รธน.

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เสนอชื่อนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองฯว่า นายเสนาะมีความเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นผู้ใหญ่ มีความอาวุโสทางการเมือง เป็นคนกล้าพูดเตือนสติได้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่รู้ทันเกมการเมือง ใครก็ต้มไม่ได้ ทั้งนี้ถ้า ส.ว.ขึ้นเป็นประธานก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลัวตามเกมการเมืองไม่ทัน ส่วนคนจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ควรเป็นประธาน มิฉะนั้นเหตุการณ์จะวุ่นกันไปใหญ่ ตอนนี้ทุกฝ่ายต้องจริงใจถึงจะไปได้ ถ้าไม่ จริงใจก็เกมโอเวอร์ทันที

"ไพบูลย์" ถอนตัวไม่รับมติวิปวุฒิ

ส่วนความเคลื่อนไหวของ ส.ว.เพื่อสรรหาตัวแทนไปร่วมเป็นกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองสมานฉันท์และแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ จำนวน 7 คนนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมตัวแทนวิปวุฒิสภาได้ประชุมและมีมติเสนอชื่อนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานวิปวุฒิสภา นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ส.ว.สุราษฎร์ธานี นายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ ส.ว.สรรหา นายวิทยา อินาลา ส.ว.นครพนม และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เป็นคณะกรรมการชุดดังกล่าว แต่ปรากฏว่านายไพบูลย์ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. ประกาศถอนตัว โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการเสนอชื่อไม่ถูกต้อง และไม่เห็นด้วยกับการตั้งธงจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมือง ทำให้ตัวแทนวิปวุฒิสภาเตรียมเสนอชื่อนายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา มาแทนนายไพบูลย์

"ประสพสุข" ผวาล้มโต๊ะเลือกใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุดังกล่าวทำให้ตลอดทั้งวัน กลุ่ม 40 ส.ว.ได้โทรศัพท์เข้าไปต่อว่านายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ถึงความเร่งรีบในการเสนอชื่อโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ทำให้นายประสพสุขต้องสั่งการไปยังเลขาธิการวุฒิสภาให้เรียกประชุม ส.ว.เป็นวาระพิเศษในวันที่ 29 เม.ย. เวลา 13.00 น. เพื่อลงมติเลือก ส.ว.ที่จะไปร่วมเป็นกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองฯ จำนวน 7 คน และให้รายชื่อเดิมทั้ง 7 คนถือเป็นโมฆะ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวทำให้ ส.ว.อีกส่วนหนึ่งไม่พอใจกลุ่ม 40 ส.ว.ที่ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่

"ประวิตร" นำ ผบ.เหล่าทัพถกเขมร

เมื่อเวลา 08.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักรกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงษ์ ผบ.ทอ. และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเดินทางไปประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยและกัมพูชา ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 28-29 เม.ย. ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะมีการหารือกันใน 3 ด้าน 17 ประเด็น เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปตามแนวชายแดน เน้นเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการพูดถึงเรื่องการถอนกำลังตามแนวชายแดนเพื่อลดความตึงเครียดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงต้องคุยกันว่าจะทำอย่างไร แต่ จุดประสงค์ใหญ่คืออะไรที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ก็คงต้องอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกันในทุกเรื่อง จะไปชี้ชัดไม่ได้ เพราะต่างคนต่างถือแผนที่กันคนละฉบับ

ออกรอบตีกอล์ฟกับ "เตีย บันห์"

ขณะเดียวกันสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการเปิดเผยของ พล อ.เนียง พัต นายทหารระดับสูงของกัมพูชาว่า พล อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหมของไทย และ พล อ.เตีย บันห์ รมว.กลาโหมกัมพูชา ออกรอบตีกอล์ฟร่วมกันที่เสียมราฐ โดยมีนายทหารอื่นๆร่วมก๊วนด้วย ซึ่งการใช้กีฬานำการทูตด้วยการออกรอบตีกอล์ฟครั้งนี้มีขึ้นก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเปิดการเจรจาเรื่องปัญหาพรมแดนในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ขณะที่นายวาร์ คิม ออง ประธานคณะกรรมการชายแดนร่วมไทย-กัมพูชา เผยว่า การเจรจาจะมุ่งเน้นเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับกรณีพิพาทริมพรมแดน

ลุ้นคดี "บุญจง"-เงินบริจาค ปชป.

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย แจกเงินของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมนามบัตร ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงสรุปสำนวนเสร็จแล้ว คาดว่าจะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม กกต. ชุดใหญ่พิจารณาได้ภายในสัปดาห์นี้ กรณีดังกล่าวจะครบกำหนดลงมติในวันที่ 6 พ.ค.นี้ ส่วนคดีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนมาให้ดำเนินการสอบสวนในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์นั้น สำนวนมีทั้งหมดประมาณ 4 พันหน้า โดยระบุว่าอาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองนั้น ขณะนี้คณะทำงานของ กกต. พิจารณาเรียบร้อยแล้ว จะบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ได้ภายในสัปดาห์นี้เช่นกัน ยืนยันว่าคดีนี้การทำงานของ กกต.ไม่ได้มี 2 มาตรฐานเพื่อช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์

ตั้งทีมสางปัญหาบ้านเอื้ออาทร

บ่ายวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงการสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นจากโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งคาดการณ์ว่าทำให้การเคหะฯขาดทุนเกือบหมื่นล้านบาท ครม.จึงมอบให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อสะสางว่าจะแก้ไขปัญหาโครงการนี้อย่างไร

ไม่บังคับใส่สีน้ำเงินร่วมงาน 5 พ.ค.

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้หารือเรื่องการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันฉัตรมงคล 5 พ.ค. โดยจะจัดงานในช่วงเย็น มีเวทีหลักอยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าและมีเวทีย่อยอีกหลายเวทีตลอดเส้นทางถนนราชดำเนินไปจนถึงสนามหลวง รัฐบาลถือเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และมาทำกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในลักษณะที่จะช่วยทำให้บรรยากาศของบ้านเมืองเป็นบรรยากาศของความปรองดองผ่อนคลาย ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดงานเฉลิมพระเกียรติที่กระทรวงมหาดไทยวางไว้จะให้ผู้เข้าร่วมงานใส่เสื้อสีน้ำเงิน จะเป็นแบบนั้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ วันนี้ได้เรียนในที่ประชุม ครม.ชัดเจนว่าจะไม่มีเรื่องของสี และอยากเชิญชวนประชาชนแต่งตัวได้ทุกสีมาร่วมงาน

ตั้ง "สุเทพ" คุมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี แถลงว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครบรอบปีที่ 60 พระบรมราชาภิเษก โดยให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ให้รองนายกฯทุกคนเป็นรองประธานกรรมการ ให้รัฐมนตรีทุกคนรวมถึงอธิบดีที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ การจัดงานดังกล่าวถือเป็นพิธีใหญ่ที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ จะมีการจัดกิจกรรมทั้งในส่วน กทม.และต่างจังหวัดทุกจังหวัดควบคู่กัน

สั่ง จนท.นับหมื่นดูแลความปลอดภัย

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครอบรอบปีที่ 60 แห่งการบรมราชาภิเษก ภายหลังการประชุม นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การจัดงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 5 พ.ค. โดยประชาชนทุกหมู่เหล่าจะพร้อมกันที่ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) เพื่อวางพานพุ่มถวายสักการะ ขณะที่ในต่างจังหวัดจะพร้อมกันหน้าศาลากลางจังหวัด จากนั้นเวลา 20.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประกอบพิธีถวายพานพุ่ม และถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยจะมีกิจกรรมมหรสพบนเวที 9 จุด ตั้งแต่ลานพระราชวังดุสิตจนถึงท้องสนามหลวง ทั้งนี้ นายสุเทพมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปจัดทำแผนการจราจร และแผนรักษาความปลอดภัย ก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ค.

ด้านนายสุเทพกล่าวเสริมว่า รับรองว่าการจัดงานครั้งนี้ปลอดภัยแน่นอน ได้ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่าหมื่นคนไปดูแล ตนจะยอมพลาดหลายทีในชีวิตนี้ได้อย่างไร

"กษิต" เอาบ้างใช้รถกันกระสุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯในครั้งนี้ด้วย โดยได้นำรถยนต์กันกระสุนยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ที่ใช้ราชการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จาก จ.นราธิวาส มาเป็นรถยนต์ ประจำตำแหน่ง เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เปลี่ยนไปใช้รถกันกระสุนแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามนายกษิตปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือพาสปอร์ตของกัมพูชา โดยกล่าวสั้นๆว่า "วันนี้ผมไม่อยากให้สัมภาษณ์ ใดๆ ขอโทษนะ"

"สนธิ" เตรียมเปิดใจหลังรอดชีวิต

ด้านความเคลื่อนไหวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังออกจากโรงพยาบาลแล้ว นายสนธิยังเก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้านพระอาทิตย์ โดยในช่วงบ่ายได้มีเครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทย นำโดยนายวสันต์ สิทธิเขตต์ น.ส.วรรณพร ฉิมบรรจง นายประทีป ขจัดพาล เดินทางเข้าเยี่ยมสอบถามอาการ โดยนายสนธิกล่าวขอบคุณที่ให้กำลังใจ และได้บอกว่า ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 1 พ.ค. แกนนำพันธมิตรฯจะนัดประชุมประเมินสถานการณ์ทั้งหมด จากนั้น จะเปิดแถลงข่าวในเวลาประมาณ 12.30 น. โดยตนจะเปิดใจถึงเหตุการณ์การลอบสังหารอย่างเป็นทางการครั้งแรก

แจกโบนัสข้าราชการ 1.5 ล้านคน

อีกเรื่องหนึ่ง นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และรับทราบการดำเนินการของสำนักงาน ก.พ.ร.ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ และการจัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 2551ของส่วนราชการ จังหวัด สถาบันอุดมศึกษา ให้ ก.พ.ร.ประสานสำนักงบประมาณเพื่อจัดงบประมาณ 6,735 ล้านบาทเป็นเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 2551 แก่หน่วยงานเพื่อจัดสรรให้ผู้ปฏิบัติงานจำนวน 6,142.5 ล้านบาท และเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหารจำนวน 592.5 ล้านบาท ซึ่งจะมีข้าราชการ 1.5 ล้านคน ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรเงินรางวัล เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนในการตั้งใจปฏิบัติ หน้าที่ในการทำงาน นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้เงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหารปีงบประมาณ 2551 แก่นายพระนาย สุวรรณรัฐ ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วงตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2549-30 ก.ย. 2550 เสมือนรองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้วย