WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, May 10, 2009

พท.จัดปาร์ตี้ร่วมก๊วนกอล์ฟ์ "111+37 = เพื่อไทย" ชิงถ้วย"ทักษิณ"11พ.ค.นี้ "สมชาย-สมพงษ์"นำขบวน

ที่มา มติชนออนไลน์

ส.ส.เพื่อไทย ผุดไอเดีย จัดกอล์ฟชิงถ้วย "ทักษิณ" รวมตัวก๊วนกอล์ฟสังสรรค์ศิษย์เก่าใหม่ ระหว่าง"บ้าน111ทรท." กับ "37 พปช." ผสานพลังกับสมาชิกเพื่อไทย นำขบวนโดน "สมชาย-สมพงษ์"


นายสุรชัย เบ้าจรรยา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 พฤษภาคม จะมีการจัดงาน "สังสรรค์สามัคคีกอล์ฟปาร์ตี้ศิษย์เก่า 111+37 = เพื่อไทย" ที่สนามกอล์ฟ อัลไพน์ คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกิตติมศักดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานจัดงาน และตนเป็นผู้อำนวยการจัดงาน ซึ่งขณะนี้มีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน รวมถึงสมาชิกพรรคเพื่อไทยแสดงความจำนงมาจำนวนมาก อาทิ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.สส. นายพายัพ ชินวัตร ประธานคณะกรรมการประสานงานภาคอีสานพรรคเพื่อไทย นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกฯ นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายประจวบ ไชยสาสน์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และนายวราเทพ รัตนากร อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นต้น


ทั้งนี้ จะเริ่มเปิดลงทะเบียนในเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีถ้วยรางวัลจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้กับผู้ชนะ พร้อมมีลูกกอล์ฟและเน็คไทลายเซ็น พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นของที่ระลึกให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันด้วย และหลังการแข่งขันจะมีงานเลี้ยงสังสรรค์ด้วย อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้มีนัยยะหรือต้องการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไร แต่เห็นว่าใกล้ปิดสมัยประชุมสภาจึงน่าจะมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์กันบ้างเท่านั้น

จตุพรเดินหน้าแฉ ย้ำสร้างภาพ ทุบรถนายกฯที่มท.

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_5015

แกนนำเสื้อแดง เผย อดีตนายกฯทักษิณ ขอร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงทำความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริงในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันนี้ (10 พ.ค.) ที่วัดไผ่เขียว ย่านดอนเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักบริเวณพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเย็นวันเดียวกันนี้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างวิ่งหลบพายุเข้าไปอยู่ในเต็นท์รอบเวทีปราศรัยใหญ่ ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ด้านหน้าเวทีอย่างต่อเนื่อง

นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวว่ายืนยันว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สร้างเหตุการณ์กรณีกลุ่มคนเสื้อแดงทุบรถนายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย โดยในวันนี้ตนจะนำภาพเหตุการณ์จริงมาเปิดเผยให้ผู้ชุมนุมได้รับรู้

" พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ขอร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงทำความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริงในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง" แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกล่าว

‘พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์’ สัมภาษณ์ ‘ศ.เควิน ฮิววิสัน’ : จากการเมืองยุคเปรม ถึงประชาธิปไตยสมัยทักษิณ

ที่มา ประชาไท

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ผู้ดำเนินรายการ บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา ได้สัมภาษณ์ ศ.เควิน ฮิววิสัน จากศูนย์เอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนาแห่งแชพเพิลฮิลล์ และได้ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ประชาไทไปแล้วในภาคภาษาอังกฤษ เพื่อให้บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้เผยแพร่ในวงกว้าง กองบรรณธิการเว็บไซต์ประชาไท จึงได้ถอดบทสนทนาเผยแพร่อีกครั้ง ผู้สนใจรับชมคลิปการสัมภาษณ์โปรดเข้าชมได้ที่ (โปรดคลิก) Prem's Politics (การเมืองยุคพลเอกเปรม)

0 0 0

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ – ผู้ร่วมรายการกับผมในวันนี้คือ ศ.เควิน ฮิววิสัน จากศูนย์เอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนาแห่งแชพเพิลฮิลล์ เรื่องที่เราจะพูดคุยกันคือ “การเมืองในยุคเปรม” และดูว่าการเมืองไทยในบริบทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเป็นอย่างไร แล้วมาคุยเรื่องทักษิณและยุคหลังทักษิณ หรือยุคหลังทักษิณมีจริงหรือเปล่า? (เควิน – หรือเราพ้นยุคทักษิณแล้วหรือยัง) เหตุผลหนึ่งที่เราเชิญอาจารย์เควินมาก็คือ ท่านเป็นหนึ่งในนักวิชาการไม่กี่รายที่ศึกษาเกี่ยวกับยุคสมัยของเปรม (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) เราอาจได้ยินได้ฟังกันมามากเรื่องเหตุการณ์เดือนตุลา หรือการปฏิวัติ 2475 แต่มีงานไม่กี่ชิ้นที่ศึกษายุคสมัยของเปรม เราจึงไม่ค่อยได้รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับการเมืองเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว มีประเด็นอะไรที่ควรมองเกี่ยวกับยุคเปรมครับ?

เควิน ฮิววิสัน – ก็มีหลายเรื่องเกี่ยวกับยุคเปรม เช่น นโยบายเศรษฐกิจ วิธีการที่ พล.อ.เปรม จัดการนโยบายเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.เปรม กับพรรคการเมือง รัฐสภา...

พิชญ์ – ตอนที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมเข้ามหาวิทยาลัยปี 2531 ตอนนั้น พล.อ.เปรม ลงจากอำนาจพอดี เวลาเรามองย้อนกลับไป มันดูเหมือนเป็นวันชื่นคืนสุข เศรษฐกิจเติบโต การเมืองมีเสถียรภาพ ดูดีไปหมด ประชาชนดูแฮปปี้หลังมีคำสั่งนายกฯ 66/23 แต่จริงๆ แล้วมันเป็นอย่างไร นี่เรากำลังพูดเรื่องอดีต เราไม่ได้กำลังวิจารณ์ พล.อ.เปรมในขณะนี้ เรากำลังพูดถึงเปรมในยุคโน้น

เควิน – มันเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจ เปรมขึ้นมามีอำนาจช่วงหลังเหตุการณ์ตุลา 19 หลังการสังหารนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์และการรัฐประหาร แน่นอนว่าเขาไม่ได้ขึ้นสู่อำนาจหลังเหตุการณ์โดยทันที มีรัฐบาลของคณะรัฐประหารก่อน มีนายธานินทร์ (กรัยวิเชียร) เป็นนายกฯ สมัคร (สุนทรเวช) เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย หลายคนจำได้ดี มันเป็นยุคที่ลำบากมาก

พิชญ์ – ธานินทร์เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา คณะรัฐประหารแต่งตั้งเป็นนายกฯ

เควิน – มีความใกล้ชิดกับราชสำนักด้วย ตอนนี้เป็นองคมนตรี ยุคนั้นเป็นยุคมืดทางการเมือง พล.อ.เกรียงศักดิ์(ชมะนันทน์) เป็นนายกฯ ต่อจากนั้น แต่รัฐบาลเกรียงศักดิ์ก็ประสบปัญหาทางการเมืองหลายอย่าง ปัญหาเศรษฐกิจด้วย เกิดวิกฤตการณ์น้ำมัน ต้องมีมาตรการปิดไฟ

พิชญ์ – ผมจำได้ มีคำขวัญ “น้ำมันแพง คุยกับแฟนต้องดับไฟ”

เควิน – เกรียงศักดิ์ได้รับการสนับสนุนมากพอสมควร แต่ไม่ถูกใจทหารบางกลุ่ม

พิชญ์ – เขาป็อปปูลาร์กับสื่อใช่มั้ย? ทำแกงเขียวหวานใส่บรั่นดี

เควิน – ใช่ ตอนนี้นายกฯ ทำกับข้าวไม่ได้แล้ว (ฮา) แล้วเปรมก็ขึ้นมา เป็นคนมีบุคลิกนุ่มนวล เป็นนายทหารประจำภาคอีสาน มีผลงานการปราบปรามคอมมิวนิสต์ แต่เขาก็ไม่ได้ถูกมองเป็นเผด็จการทหารเหมือนอย่างในอดีต เขาถูกมองว่าเป็นคนที่นักการเมืองอาจทำงานด้วยได้ เปรมอยู่ในอำนาจเป็นเวลานาน จริงๆ แล้ว การเมืองยุคนั้นไม่ได้มีเสถียรภาพจริงๆ หรอก คุณคงจำได้ว่ามีความพยายามทำรัฐประหารสองครั้งในช่วงนั้น (พิชญ์ – โดย จปร.7) นั่นหมายความว่าในกองทัพมีคนไม่แฮปปี้กับนโยบายของเปรมอยู่มาก

พิชญ์ – เพราะ พล.อ.เปรม ประนีประนอมมากไปหรือเปล่า? หรือว่าแข็งกร้าวเกินไป?

เควิน – ผมคิดว่ายุคนั้นมีความขัดแย้งทางอุดมการณ์สูงมาก ในกองทัพก็มีกลุ่มยังเติร์ก ทหารประชาธิปไตย อะไรเทือกนั้น ที่อยากเห็นแนวเศรษฐกิจและการเมืองแบบอื่น ยุคนี้เรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ รัฐมนตรีหลายคนมาจากคนนอก โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญๆ

พิชญ์ – ตอนนั้นมีการเลือกตั้งตามปกติ ทุกครั้งนักการเมืองก็จะเข้าหาเปรม ขอร้องให้รับตำแหน่งนายกฯ ตอนนั้นสื่อก็ชอบเรียกทหารว่า บิ๊กนู่น บิ๊กนี่ มียังเติร์ก พวกนี้มีบทบาททางการเมือง

เควิน – การเลือกตั้งในตอนนั้นไม่มีความสำคัญอะไรมาก เปรมเป็นนายกฯ ตลอด

พิชญ์ – นักการเมืองพอได้รับเลือกตั้ง ก็ต้องไปหาทหาร ให้ทหารเป็นนายกฯ

เควิน – ใช่ พวกเขาไม่มีทางเลือก ใช่มั้ย?

พิชญ์ – ทำไม? ทำไมตอนนั้นถึงคิดไม่ได้เลยที่จะให้นักการเมืองบริหารประเทศ? เรามีการเลือกตั้งทั่วประเทศ ตอนนั้นคนคิดกันยังไง?

เควิน – ผมคิดว่าเปรมได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากชนชั้นนำ เขามีสายสัมพันธ์เหนียวแน่นกับกลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ เราก็รู้ว่าทุกวันนี้เขาก็ยังมีตำแหน่งอยู่ในธนาคารกรุงเทพฯ ซีพี นักการเมืองตอนนั้นโดยทั่วไปไม่มีความสำคัญเท่าไหร่ การเลือกตั้งมีได้ แต่ก็ไม่อยากให้การเลือกตั้งไปกำหนดว่าใครจะบริหารประเทศ

พิชญ์ – ดังนั้นการเลือกตั้งก็ไม่ก่อให้เกิดนโยบายสาธารณะ เลือกตั้งไปพอเป็นพิธี

เควิน – ใช่ เลือกตั้งพอเป็นพิธี และเป็นเหมือนสนามฝึก ตอนนั้นพูดกันเรื่องประชาธิปไตยครึ่งใบ ทำนองว่าเป็นการฝึกนักการเมืองในระยะผ่านของประเทศไทยจากเผด็จการทหารกับการรัฐประหารไปสู่ประชาธิปไตย

พิชญ์ – พล.อ.เปรมมีเสียงในรัฐสภาครึ่งหนึ่งที่เขาเป็นคนแต่งตั้งเอง ใช่มั้ย? (เควิน – วุฒิสภา) แล้วอีกครึ่งหนึ่งก็เป็นนักการเมืองจากการเลือกตั้ง

เควิน – ใช่ วุฒิสภาล้วนแล้วแต่เป็นทหารกับข้าราชการ เปรมจึงมีสถานะที่มั่นคงมาก เปรมไม่เคยต้องเผชิญการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกครั้งที่ทำท่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี เวลามองย้อนกลับไป เรามักจะนึกว่ามันเป็นยุคที่มีเสถียรภาพ แต่จริงๆ แล้ว ไม่เลย มีเกมการเมืองเบื้องหลังการถ่ายทำตลอด (พิชญ์ – เพื่อให้ดูเหมือนว่ามีเสถียรภาพ) ...ใช่ และแน่นอนว่านักการเมืองจำนวนมากก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าท่านะ ที่พวกเขาได้รับการเลือกตั้งมา แต่ไม่ค่อยได้รับบทบาทในการบริหารประเทศเท่าไหร่ พอ พล.อ.ชาติชาย (ชุณหะวัน) เป็นนายกฯ เขากับพรรคพวกก็จัดการเปลี่ยนวิธีการออกนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายเศรฐกิจ สภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติก็ถูกลดบทบาทลงไปในทันที สภาพัฒน์ฯ นี้มีบทบาทสำคัญมากในยุคเปรม นโยบายเศรษฐกิจสำคัญๆ มาทางสภาพัฒน์ฯ

พิชญ์ – สภาพัฒน์ฯ เป็นเทคโนแครต ทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ผมไม่แน่ใจว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจต้องผ่านสภาหรือเปล่า (เควิน – เปล่า) ถ้างั้นมันก็เปลี่ยนไปมากหลังจากเปรมลงจากอำนาจ

เควิน – ผมไม่แน่ใจว่า เปรมกับรัฐบาลของเขาจริงๆ แล้วยึดตามแผนเคร่งครัดมากแค่ไหน มันเป็นเหมือนเครื่องมือที่ออกมาทุกห้าปีเพื่อบอกว่าประเทศไทยจะไปทางไหน และเพื่อให้เห็นว่านโยบายเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ แต่ในคณะรัฐมนตรี เวลามีนโยบายเศรษฐกิจใหญ่ๆ ก็มักจะโยนให้เทคโนแครตทำการตัดสินใจ ให้สภาพัฒน์ฯ ตัดสินใจว่าจะเอายังไง สภาพัฒน์ฯ จึงมีอิทธิพลต่อนโยบายเศรษฐกิจของประเทศไทยมาก

พิชญ์ – นั่นเป็นหัวข้อหลักในหนังสือ Bankers and Bureaucrats (นายธนาคารกับข้าราชการ) ที่อาจารย์เขียน ใช่มั้ย?

เควิน – จริงๆ แล้ว Bankers and Bureaucrats พูดถึงก่อนเปรมมีอำนาจ ในหนังสือเล่มนั้น ผมพยายามบอกว่าตอนนั้นมีทั้งการแข่งขันและการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มธุรกิจกับราชการระดับสูง แต่ก็มาถึงช่วงปลายของยุคเปรมแล้วนั่นแหละถึงเริ่มปรากฏให้เห็น เศรษฐกิจมีการเติบโตเป็นช่วงยาว ไม่ใช่แต่ในช่วงเปรมเท่านั้น มีมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว ผมหมายถึงประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางทศวรรษ 1950 (ราว 2500 เป็นต้นมา) มีกลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ เติบโตขึ้นมา และมันก็เริ่มค่อยๆ เผยให้เห็นมาในยุคปลายของเปรม พอชาติชายเป็นนายกฯ เป็นนายกฯ จากการเลือกตั้งคนแรกนับจากปี 2519 พวกเขาก็ต้องการยึดอำนาจการออกนโยบายไป แน่นอนว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์อยู่ด้วย

พิชญ์ – อีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับยุคเปรมก็คือ บางคนดูจะเชื่อว่านั่นเป็นแนวทางที่ดีสำหรับการทำนโยบายเศรษฐกิจ ในยุคประชาธิปัตย์ ก็มีความพยายามดึงเอา กรอ. (คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน) กลับมา ที่มีทั้งธนาคาร อุตสาหกรรม หอการค้า อะไรต่างๆ

เควิน – ในยุคเปรม ในช่วงทศวรรษนั้น (2523-32) มีความพยายามอย่างมาก มีนโยบายรัฐบาลที่จะพัฒนาหอการค้าท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า ไตรภาคี แต่จริงๆ แล้วไทยไม่เคยมีไตรภาคีเลย มีแต่ธุรกิจกับรัฐ แรงงานไม่เคยมีบทบาท มีแต่เทคโนแครตกับนักธุรกิจรวมตัวกัน ตัดสินใจเรื่องนโยบายเศรษฐกิจโดยอ้างเป็นผลประโยชน์ของประเทศ

พิชญ์ – แล้วมีการจัดการกับข้อเรียกร้องความต้องการของชาวบ้านและผู้ใช้แรงงานอย่างไรในยุคเปรม เพราะเกษตรกรกับแรงงานไม่รวมอยู่ในโครงสร้างนี้เลย

เควิน – ในช่วง 2518-20 มีการทำลายขบวนการแรงงาน จำได้ไหม หลัง 14 ตุลา 16 มีการตั้งองค์กรแรงงานแล้วก็ถูกทำลายไป ขบวนการแรงงานถูกแยกสลายโดยรัฐไทยมาโดยตลอด และยังเป็นอย่างนั้นอยู่ แรงงานจึงไม่เคยมีปากเสียง ส่วนชาวไร่ชาวนาก็รวมกันไม่ติด องค์กรที่พวกเขาเคยมีในช่วงทศวรรษ 1970 (2513-22) ก็ถูกทำลายอย่างค่อนข้างรุนแรงโดยทหาร และในทศวรรษ 1980 ทหาร ราชการ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ชนบทยั้วเยี้ยไปหมด เพื่อกุมสภาพในพื้นที่ชนบท กรอ.ก็มีหน้าที่หนึ่งในการให้ต่างจังหวัดมีส่วนร่วม แต่เฉพาะธุรกิจ ไม่ใช่ชาวบ้าน

พิชญ์ – กลุ่มธุรกิจท้องถิ่น โรตารี ไลออนส์ โอเค นั่นเป็นเรื่องยุคเปรม อาจารย์เขียนหนังสือมาหลายเล่มเกี่ยวกับการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมคิดว่าคนทั่วโลกเวลามองประเทศไทย พวกเขาไม่ได้มองแต่เฉพาะประเทศไทย พวกเขามองไทยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเมืองไทยเป็นอย่างไรเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เวลาอาจารย์ต้องสอนนักศึกษา

เควิน – ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา การสอนต้องเปลี่ยนไป เพราะไทยเคยเป็นตัวอย่างของความสำเร็จ

พิชญ์ – เคยเป็น?

เควิน – ถ้าพูดถึงเรื่องประชาธิปไตย ตั้งแต่สิ้นสุดยุคเปรมมาจนถึงรัฐธรรมนูญ 2540 ไทยดูเหมือนจะพัฒนาประชาธิปไตยมาเรื่อยๆ การเลือกตั้งมีความสำคัญมากขึ้น รัฐสภามีบทบาทมากขึ้น เป็นการประสบความสำเร็จในแง่หนึ่ง คนมองยุคเปรม ...ทหารกลับเข้ากรมกอง (พิชญ์ – มันคือระยะผ่าน ควรจะต้องผ่านไป แต่ตอนนี้มันดูเหมือนจะเป็นระยะผ่านถาวร) ผมเพิ่งเขียนบทความเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย ในปี 2541 นักวิเคราะห์หลายคนบอกว่า ไทยคงจะไม่ย้อนกลับไปหารัฐประหารหรืออะไรอีกแล้ว ไทยได้ผ่านพ้นระยะผ่านนั้นโดยสมบูรณ์แล้ว นักวิเคราะห์พูดเป็นเสียงเดียวกัน เวลาผมสอนเรื่องการเมืองไทย ผมพยายามให้นักศึกษาคิดดูว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดูเหมือนว่าประสบความสำเร็จนั้นถอยหลังกลับไปได้อย่างไร พอมีรัฐประหาร 19 กันยา 2549 หลายคนประหลาดใจมาก เราพยายามมองเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับรัฐประหาร แล้วบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงย้อนกลับไปสู่อำนาจนิยมอย่างนี้ได้ นักศึกษาและนักวิชาการตอนนี้ต้องพยายามอย่างยากลำบากที่จะทำความเข้าใจให้ได้ว่า ทำไมประชาชนบางกลุ่มในไทยที่เคยสนับสนุนการพัฒนาประชาธิปไตย แต่มาตอนนี้มาสนับสนุนการเมืองที่อนุรักษ์นิยมมากๆ เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ได้ลำบากจริงๆ

พิชญ์ – พวกเขาดูจะเชื่อว่าแนวของพวกเขาเป็นประชาธิปไตยมากกว่า

เควิน – ใช่ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ นี่มีความเป็นมาที่ยาวนาน ย้อนไปถึงเผด็จการทหารรุ่นเก่าๆ คุณก็นิยามประชาธิปไตยในลักษณะที่สนองประโยชน์ทางการเมืองของคุณเอง ผมว่านี่คือสิ่งที่คนกำลังพูดถึงกันอยู่ในตอนนี้ อีกแนวหนึ่งก็คือ บางคนเถียงว่า บางทีเราก็จำเป็นต้องใช้ยาแรงเพื่อรักษาโรคที่เกิดจากทักษิณ

พิชญ์ – แล้วอาจารย์ว่ายังไงเรื่องทักษิณ?

เควิน – ผมเขียนวิจารณ์ทักษิณไว้มากตอนเขามีอำนาจ พอเกิดรัฐประหาร ผมตะลึงกับการถอยหลัง แม้ว่าทักษิณจะไม่เคยเป็นนักประชาธิปไตย ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ใช่นักประชาธิปไตยเท่าไหร่ ผมก็ยังมองว่าเป็นการถอยหลังที่ใช้ทหาร ใช้การรัฐประหารมากำจัดทักษิณ

พิชญ์ – ทักษิณเป็นประเด็นใหญ่จริงๆ นะ เขาเป็นตัวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาก

เควิน – ทักษิณเป็นตัวสำคัญ ผมคิดว่าต่อไปใครที่เขียนและวิเคราะห์การเมืองไทยจะต้องเขียนถึงยุคที่มาถึงทักษิณและหลังทักษิณ พลังที่เขาปลดปล่อยในสังคมไทยมีความน่าสนใจมาก พลังที่เมื่อก่อนยากจะมีบทบาทได้ อย่างเช่น คนชนบทและผู้ใช้แรงงาน กลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ แนวคิดบางอย่างของเขา แนวนโยบายบางอย่างของเขา ทักษิณที่เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยมหาศาล จะเป็นนักประชาธิปไตยหรือไม่ ไม่ค่อยเป็นประเด็นสำหรับผมในตอนนี้ ประเด็นคือพลังทางสังคมที่ปะทะขัดแย้งที่เขาปลดปล่อยออกมาในช่วงเขามีอำนาจ ไม่ว่าเขาจะตั้งใจปลดปล่อยหรือไม่ก็ตาม เป็นประเด็นที่น่าสนใจกว่าเกี่ยวกับการเมืองไทยในขณะนี้ แต่ขณะเดียวกันก็น่าอึดอัดคับข้องใจด้วยเช่นกัน

พิชญ์ – คำถามยอดนิยมอันหนึ่งตอนนี้คือ เราอยู่ในช่วงหลังทักษิณแล้วหรือยัง มีรัฐประหาร ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพื่อไทยก็ยังมีพลังอยู่ อาจารย์คิดว่าเราพ้นยุคทักษิณหรือยัง หรือมีประเด็นสำคัญอะไรที่เราควรมองเกี่ยวกับการเมืองไทย?

เควิน – ผมคิดว่ามันขึ้นกับว่า เวลาเราพูดยุคหลังทักษิณ เราหมายถึงหลังทักษิณที่เป็นตัวบุคคล หรือว่าหลังสิ่งต่างๆ พลังต่างๆ ที่ผมบอกว่าทักษิณปลดปล่อยออกมา ผมคิดว่าเราคงไม่ได้พ้นทักษิณ ผมไม่คิดว่าประเทศไทยจะพ้นไปจากทักษิณ เพราะเราก็เห็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ตอนนี้ นโยบายเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ไม่ใช่นโยบายที่พวกเขาจะดำเนินการในสภาวะปกติ

พิชญ์ – อาจารย์หมายถึงนโยบายประชานิยมของประชาธิปัตย์? แจกเงิน 2,000 บาทให้ชนชั้นกลาง

เควิน – ใช่ ผมหมายถึง ทั่วโลกตอนนี้ก็มีนโยบายทำนองนี้ วิกฤตเศรษฐกิจปีนี้กำลังสร้างผลกระทบ ถ้าประชาธิปัตย์จะอยู่ในอำนาจ พวกเขาก็ต้องพยายามหาการสนับสนุนจากฐานเสียงของทักษิณ ไทยรักไทย กับพรรคต่อจากนั้น นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราจึงไม่ได้พ้นไปจากยุคทักษิณ เพราะทักษิณแสดงให้เห็นว่าคุณทำได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าการโยนเงินให้คนชนบทนั้นจำเป็นต้องทำอย่างนั้นหรือเปล่า เพราะทักษิณมีนโยบายที่พ่วงมากับเงินที่เขาแจกให้ชาวบ้าน นโยบายของประชาธิปัตย์ดูไม่ชัดเจนเท่าของทักษิณ ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจ ก็ยิ่งไม่ชัดเจนว่าจะไปสร้างผลอะไรได้ เพราะคุณอาจจะซื้อผู้สนับสนุนได้ด้วยนโยบายและเงิน แต่คนจำนวนมากกำลังตกงาน สูญเสียรายได้ สูญเสียความสามารถในการสร้างรายได้ เพราะวิกฤตเศรษฐกิจ สถานการณ์เศรษฐศาสตร์การเมืองช่วงนี้จึงมีความน่าสนใจมาก

พิชญ์ – คำถามปิดท้ายรายการตามประเพณี อนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร? เรามีอนาคตหรือเปล่า?

เควิน – คุณมีอนาคตแน่นอน แต่ผมค่อนข้างมองในแง่ร้ายสำหรับการเมืองไทย ก่อนหน้ารายการ ผมพูดกับคุณแล้ว ผมค่อนข้างเบื่อหน่ายกับการเมืองไทย ผมคิดว่าการประชันขันแข่งที่เราได้เห็นกันมา (ผมใช้คำนี้ในความหมายกว้าง) ในช่วงสองสามปีมานี้ตั้งแต่ 2548 มันยังไม่จบ และจนกว่ามันจะจบ จนกว่าจะมีการประนีประนอมทางการเมือง... ผมยังไม่เห็นทางที่การต่อสู้นี้จะจบลง

มอนิเตอร์ประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2552

ที่มา ประชาไท

กก.สมานฉันท์ฯชงตั้งสสร.3 ภูมิใจไทยไม่นิรโทษกรรม

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - กรรมการสมานฉันท์ฯ ชี้ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญมีมากอาจเสนอตั้ง ส.ส.ร.ขณะที่เพื่อไทย จี้ ปชป. อย่าตีสองหน้าบอกให้ชัดแก้-ไม่แก้ รธน. ขู่นับถอยหลัง 45 วันไม่คืบเสื้อแดงมาแน่ อ้าง "บรรหาร" พรรคร่วมเตรียมกดดันหนัก ด้านหัวหน้า ชทพ.ลั่นแก้หรือไม่แล้วแต่ประชาชนตัดสิน เสนอให้สังคมวิพากษ์ประเด็นยุบพรรค ตร.จับตาแกนนำเสื้อแดง ปลุกมวลชน ละเมิดคำสั่งศาลดำเนินคดีได้ทันที

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เห็นว่าเป็นสิทธิทางการเมือง ถ้าปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขก็อาจจะทำให้รัฐธรรมนูญเหมาะสมมากขึ้น ควรเปิดใจกว้างรับฟัง ถ้าไม่ฟังเลยก็จะเกิดปัญหาว่าให้คนไม่รู้เรื่องการเมืองมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และท้ายที่สุดกระบวนการรัฐสภาต้องดำเนินการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร กับประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ รวบรวมถ้าเห็นว่าต้องแก้ไขหลายมาตราอาจเสนอตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ (ส.ส.ร.) ก็ได้

นายสมบัติ กล่าวด้วยว่า การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากลงทั้งฉบับไม่น่ามีประโยชน์ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญทั้งฉบับแต่ละประเด็นย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และที่สำคัญยังไม่มีกฎหมายรองรับการทำประชามติ ดังนั้น หากทำเป็นประเด็นสอบถามน่าจะพอรับฟังได้

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ กล่าวว่า เท่าที่ดูการประชุมคณะกรรมการครั้งแรกหลายฝ่ายยังสงวนท่าที โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ ที่เล่นบทสองหน้า ไม่ชัดเจนว่าจะแก้หรือไม่ให้แก้ ทั้งที่นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าพร้อมจะแก้รัฐธรรมนูญแต่ปรากฏว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์เองกลับออกมาแสดงความเห็นคัดค้าน

ทั้งนี้ ส.ว.และพรรคร่วมรัฐบาล อาทิเช่น พรรคชาติไทยพัฒนา ก็แสดงความเห็นด้วยว่าควรต้องแก้ประเด็นหลักคือ มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรค มาตรา 190 มาตรา 265 และ 266 รวมทั้งบทบาทขององค์กรอิสระ ซึ่งต้องดูกรอบอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสองมาตรฐานเหมือนที่ผ่านมา การประชุมครั้งต่อไปเขาจะถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเอาอย่างไร เพราะไม่อยากให้แก้ไข เพื่อพรรคไทยก็จะไปคุยกับพรรคร่วมอื่นๆ ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามถ้ารัฐบาลมีประเด็นอะไรออกมาอีกพรรคเพื่อไทย ก็จะไม่เข้าร่วมด้วยอีกแล้ว

"รัฐบาลจะเล่นเกมยื้อเวลาไม่ได้ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญถือเป็นการแก้ปัญหาของประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งรีบดำเนินการ แต่ถ้านับถอยหลังอีก 45 วันที่วางกรอบเวลาไว้ ยังไม่มีความคืบหน้าในการศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อว่าอารมณ์ของมวลชนก็พร้อมจะระเบิด รัฐบาลอย่าไปคิดว่าการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 เม.ย.สงบแล้ว ความจริงเปล่าเลย เพราะเท่าที่ผมลงพื้นที่ ชาวบ้านบอกว่าเมื่อไหร่นายกฯ จะลาออก ดังนั้น หากไม่แก้รัฐธรรมนูญก็ยิ่งตอกย้ำความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลซึ่งประชาชนก็จะทนไม่ได้"

ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า จุดยืนของพรรคคือจะแก้รัฐธรรมนูญก็ได้ ไม่แก้ก็ได้ แล้วแต่ประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นว่าอย่างไร แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการทำประชามติ เพราะทำไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ควรมีการแยกประเด็นออกมาว่ามาตราไหนของรัฐธรรมนูญที่ควรแก้ แยกออกมา 2-3 ประเด็นอย่างมาตรา 190 และมาตรา 237 แล้วนำมาให้สังคมวิพากษ์ว่าประเด็นดังกล่าวนี้ควรแก้หรือไม่ โดยให้นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งการที่พรรคชาติไทยพัฒนา เสนอแก้รัฐธรรมนูญนั้นก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แก้ไขเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยหรือจะต้องรอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ไปอีกพรรค

อย่างไรก็ตาม หากให้สังคมวิพากษ์แล้วสังคมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และมาตรา 237 พรรคชาติไทยพัฒนาก็พร้อมที่จะฟังเสียงประชาชน

ภท.ชี้ยังไม่ถึงเวลานิรโทษกรรม

ด้านนายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และกรรมการประสานงานพรรคร่วม (วิป) รัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคภูมิใจไทยจะประชุมในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นี้ เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการพิจารณาศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนนำข้อสรุปเสนอคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ

"มาตราที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม ควรรับฟังความเห็นประชาชนจะดีกว่า ส่วนตัวผมคิดว่ายังไม่ถึงเวลา แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่อยู่เพียงคนเดียวประเทศก็เดินหน้าได้ ดังนั้น หากจะสมานฉันท์ เมื่อศาลตัดสินแล้วคนที่รับโทษก็ควรปฏิบัติตนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และเหลือเวลาไม่กี่ปีก็จะได้รับการคืนสิทธิทางการเมืองแล้ว อีกทั้ง หากจะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ไม่ทำผิดบางคน ก็จะมีปัญหาตามมาภายหลังอีก"

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่หากคนในสังคมยังเห็นแตกต่าง ขัดแย้งและไม่ยอมรับกฎกติกาของบ้านเมือง รวมทั้งยังไม่ปรองดองสามัคคีกัน ไม่มีทางแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันได้แน่นอน

ตร.450 นายดูแลชุมนุมเสื้อแดง

ด้านการเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ลานใกล้วัดไผ่เขียว ย่านดอนเมือง ในวันนี้ (10 พ.ค.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จะใช้ชุดควบคุมฝูงชนของ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 กองร้อย และจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 กองร้อย รวม 450 นาย ซึ่งแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประสานให้ตำรวจช่วยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานมือที่

3 เตรียมก่อความวุ่นวาย

พร้อมกันนี้ยังกำชับตำรวจจับตาแกนนำที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว หากปราศรัยผิดเงื่อนไขการประกันตัว หรือพูดจายั่วยุ ให้ทำรายงานแจ้งต่อศาลและดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนคดีกลุ่มผู้ชุมนุมก่อเหตุทุบรถยนต์นายกรัฐมนตรีในกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งรัดให้ทีมสืบสวน ติดตามจับกุม โดยพบตัวแล้ว 1 ราย การที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ 1 ในแกนนำ ออกมาระบุว่ามีทหารแฝงตัวในเหตุการณ์ทุบรถนายกรัฐมนตรี เท่าที่ตรวจสอบ ยังไม่พบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น กลุ่มเสรีชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นมวลชนคนเสื้อแดง จ.อุบลราชธานี ประกาศระดมสมาชิกไปร่วมชุมนุมกับ 3 แกนนำ นปช.ที่วัดไผ่เขียว โดยจะเดินทางไปทางรถทัวร์ประจำทางเวลาประมาณ 19.00 น.ซึ่งนายอ้วน ไอพี แกนนำกลุ่มเสรีชนฯ ระบุว่า มีสมาชิกแจ้งความประสงค์ร่วมเดินทางแล้วกว่า 30 คน

ด้าน น.ส.กัญญาภัค มณีจักร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่ให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยว่า การชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. นั้น กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ไม่ได้มีการระดมมวลชนคนเสื้อแดงเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าว เพราะไม่มีผู้นำทัพเสื้อแดงเคลื่อนพลไปซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มฯ จึงไม่ได้ระดมพลไปร่วม แต่หากเสื้อแดงคนใดอยากไปสมทบกับการชุมนุมก็สามารถไปได้

พท.แจกซีดีสลายแดง 2 ล้านแผ่น

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯ และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้หารือกันให้ชัดเจน เพื่อกำชับคนของรัฐบาลไม่ให้ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องการชุมนุมทางการเมือง จนกว่าผลศึกษาของคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเรียบร้อย และขอให้อดใจรอดูการทำงานของคณะกรรมการ โดยยังไม่ต้องออกมาดิสเครดิตกันด้วยการแถลงข่าวหรือโต้แย้งก่อนทั้งที่ยังไม่ได้สอบสวน เนื่องจากจะทำให้ประชาชนสับสนต่อข้อมูลที่ออกมาพูดกันคนละทีโดยไม่รู้ว่าข้อมูลใดเป็นความจริงกันแน่

ในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่ได้เตรียมหลักฐานชี้แจงต่อประชาชนกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมนั้น ขณะนี้ได้เดินหน้าทำสงครามซีดีเต็มรูปแบบ เพื่อชี้แจงข้อมูลอีกด้านหนึ่งให้ประชาชนทราบ โดยได้เตรียมแจกแผ่นซีดี 2 ล้านแผ่น มีเนื้อในช่วงที่อภิปรายรัฐบาลในเรื่องนี้ มีคลิปพฤติกรรมของเสื้อสีน้ำเงิน ถ่ายทำโดยฝรั่ง และสำนักข่าวปักกิ่ง รวมถึงมีเนื้อหาโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เรียกร้องให้เคลื่อนไหวโดยสันติ ทั้งนี้ซีดีดังกล่าวจะนำไปจำหน่ายที่งานชุมนุมเสื้อแดงในวันที่ 10 พ.ค.นี้ที่วัดไผ่เขียว กทม.ด้วย

"อนุพงษ์"ตอกย้ำทหารไม่เป็นศัตรูประชาชน

เว็บไซต์สยามรัฐ - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับลวงพราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงกรณีที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของทหารกับสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า ช่วงที่ผ่านมาบ้านเมืองเราไม่ปกติและสถาบันต่างๆถูกดึงเข้าไปในสถานการณ์ด้วย ส่วนกองทัพจะดูบทบาทของตัวเองว่า จะต้องอยู่ในจุดไหนอย่างไร ซึ่งตนมีแนวคิดง่าย ๆ คือจะไม่เป็นศัตรูกับประชาชนและไม่นำกองทัพไปเป็นผู้ต้องหาอย่างในเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ในอดีตที่ผ่านมาคือไม่ทำร้ายประชาชน ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งรัฐบาล เช่นเดียวกับอธิบดีในกระทรวงต่างๆ เพราะผู้ถืออำนาจรัฐคือรัฐบาล เมื่อสั่งการอะไรเราก็ทำ แต่จะทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับส่วนรวมและไม่ผิดหลักการเบื้องต้น โดยเฉพาะจะต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด และเป็นหลักได้เมื่อบ้านเมืองวิกฤติ

หลายเหตุการณ์เกิดจากคนไม่เข้าใจ เราก็ต้องทำความเข้าใจเท่าที่จะทำได้ แต่เราไม่มีสิทธิ์จะโอนเอนออกไป และต้องพยายามยืนหลักให้ได้แต่หากมีโอกาสทำความเข้าใจได้ก็จะทำ ส่วนคนเข้าใจและให้กำลังใจก็มีเยอะ ในทางกลับกันคนไม่เข้าใจก็มีมาก แต่เราไม่มีสิทธิ์จะไปแสดงตัวโอนอ่อนตามกระแส คงเหมือนกับทุกสถาบันแม้กระทั่งสื่อสารมวลชนที่คนไม่เข้าใจก็จะมองว่า บางสื่อเอียงข้าง แต่ทุกคนในสังคมได้บทเรียนมากจากสถานการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีความก้าวหน้าของการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

'ชุมพล'ค้านทำประชามติแก้รธน.เชื่อไม่มีประโยชน์

เว็บไซต์ไทยรัฐ - ควรแยกประเด็นออกมาว่ามาตราไหนที่ควรแก้ แล้วนำมาให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเด็นดังเหล่านี้ควรแก้หรือไม่ โดยให้นักวิชาการ สื่อมวลชนและประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์กัน

นาย ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนาจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญแล้วแต่ประชาชนส่วน ใหญ่จะเห็นว่าอย่างไร แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ทำประชามติ เพราะไม่มีประโยชน์ ควรแยกประเด็นออกมาว่ามาตราไหนที่ควรแก้ แล้วนำมาให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเด็นดังเหล่านี้ควรแก้หรือไม่ โดยให้นักวิชาการ สื่อมวลชนและประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์กัน

"ที่พรรค ชาติไทยพัฒนาเสนอแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย หรือจะต้องรอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ไปอีกพรรค หากให้สังคมวิพากษ์แล้วสังคมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และมาตรา 237 พรรคชาติไทยพัฒนาก็พร้อมฟังเสียงประชาชน" นายชุมพล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคชาติไทยพัฒนาได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ในประเด็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญ นายชุมพล กล่าวว่าไม่มีการพูดคุยกัน ไม่เคยเชื่อมโยงอะไรกับพรรคไหนทั้งสิ้น พรรคชาติไทยพัฒนามีจุดยืนเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องหารือกับใคร ส่วนใครจะไปหารือกับใครอาจเป็นเรื่องส่วนตัว.

ผบ.ทบ.ยันความจำเป็นใช้ทหาร รปภ.ประชุมอาเซียน

เว็บไซต์เดลินิวส์ - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึง การรักษาความปลอดภัยประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนหน้าว่า อาจใช้ทหารเป็นกำลังหลัก เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดความรุนแรง เพราะเพียงกำลังตำรวจคงไม่พอในการรับมือหากเกิดการชุมนุม ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นด้วยหากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้มีอำนาจในการรักษาสถานการณ์

"ส่วนการนัดรวมพลของคนเสื้อแดงในวันพรุ่งนี้ (10 พ.ค.) ย่านดอนเมืองนั้น ต้องปล่อยเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของตำรวจ ยกเว้นหากมีการร้องขอ ถึงจะส่งกำลังไปช่วยสนับสนุน" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว.

ผบช.ภ.8ซ้อมคุมฝูงชนรองรับประชุมอาเซียนจ.ภูเก็ต

เว็บไซต์สยามรัฐ - ที่ลานฝึกหลังสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้มาตรวจติดตามการฝึกซ้อมทบทวนกองร้อยควบคุมฝูงชนของข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตทั้ง 8 สถานี จำนวน 2 กองร้อย รวม 300 นาย เพื่อเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยช่วงการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน กับประเทศคู่เจรจา ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็นผู้อำนวยการฝึก, พ.ต.อ.ชลิต ถิ่นธานี รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็นผู้ควบคุมการฝึก, พ.ต.อ.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผกก.สภ.กะทู้ เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 1 และ พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู ผกก.สภ.ถลาง เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 2

สำหรับการฝึกดังกล่าว ได้กำหนดให้กองร้อยที่ 1 ทำการฝึกในส่วนของการฝึกแถวกระบอง การต่อสู้ด้วยกระบอง การเคลื่อนของรูปขบวนต่างๆ ในระดับกองร้อย ส่วนกองร้อยที่ 2 เป็นชุดควบคุมฝูงชน มีการกำหนดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปยังสถานที่จัดประชุม ชุดควบคุมฝูงชนจึงได้เข้าควบคุมตามขั้นตอนและความรุนแรงของสถานการณ์ คือ การเจรจา การใช้กำลังเข้าผลักดัน การใช้น้ำจากรถดับเพลิง และแก๊สน้ำตาสลาย ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้

ทั้งนี้พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวกับผู้เข้าร่วมทำการฝึกซ้อมฯ ว่า พอใจการฝึกซ้อมในระดับหนึ่งในด้านความพร้อมเพรียงและการคัดเลือกกำลังเจ้าหน้าที่ที่อายุน้อยและมีประสิทธิภาพเข้มแข็ง ในส่วนการสมมุติสถานการณ์เข้าควบคุมฝูงชน สำหรับผู้ชุมนุมดูเหมือนจะค่อนข้างอ่อนแอเล็กน้อย อาจเนื่องมาจากภูเก็ตยังไม่เคยมีเหตุการณ์ปะทะที่รุนแรงอย่างเช่นบางจังหวัด

ในเหตุการณ์จริงผู้มาร่วมชุมนุมมักจะมีอารมณ์ที่ค่อนข้างรุนแรงและมุ่งมั่น เนื่องจากการถูกโน้มน้าวหรือเกิดจากการได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และอาวุธที่ใช้ก็จะมีความรุนแรงจนทำให้อุปกรณ์โดยเฉพาะโล่ของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทานการปะทะกันได้ ดังนั้นในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จะต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ มีความมุ่งมั่นตั้งใจเช่นกัน โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นจะอยู่เคียงข้าง

พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวด้วยว่า เนื่องจากการประชุมอาเซียนซัมมิตที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ ที่ จ.ภูเก็ต มีความสำคัญกับประเทศไทยและอาเซียนเป็นอย่างมาก จากความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบกับทุกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัดเจน และเราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสอง เพราะความเสียหายจะมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะกับประเทศไทย เนื่องจากจะทำให้ความเชื่อมั่นต่างๆ ลดน้อยลง เช่น การปล่อยเงินกู้ของต่างชาติ การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ในราคาสูง เป็นต้น จึงหวังว่าทุกอย่างจะประสบความสำเร็จด้วยดี และอยากให้ทุกฝ่ายเห็นกับประเทศชาติเป็นสำคัญ

ในส่วนของการฝึกซ้อมนั้น พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า จะมีการทดสอบในระดับกองร้อยอีกอย่างน้อย 1-2 ครั้ง และจะมีการฝึกซ้อมร่วมครั้งใหญ่ระดับกองพันด้วย เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายประสบความสำเร็จ เท่าที่ทราบเบื้องต้นในส่วนของตำรวจจะมีหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเส้นทางต่างๆ การเฝ้าระวังมิให้เกิดการชุมนุมปิดถนน หรือการดูแลการชุมนุมที่จะต้องห่างจากสถานที่จัดการประชุมอย่างน้อย 5 กิโลเมตร

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวด้วยว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำมาใช้ดูแลรักษาความปลอดภัยของการประชุม นอกจากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 14 กองร้อยแล้ว จะมีการขอสนับสนุนกำลังเพิ่มเติมจากส่วนกลางและตำรวจตระเวนชายแดนอีก 3-4 กองร้อย เพื่อให้การประชุมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ในแง่ข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ พล.ต.ท. สัณฐาน ยอมรับว่า มีข่าวการเคลื่อนไหวเหมือนกัน แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพียงข่าว เพราะจากความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในครั้งที่ผ่านมาทุกฝ่ายรับทราบถึงความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ทุกคนเห็นแก่ประเทศชาติและลูกหลานที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งหากจะมีการชุมนุมประท้วงก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมายและไม่ขัดขวางการประชุม ส่วนที่จะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้นคิดว่าจะมาช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น และไม่น่าจะมีผลกระทบแต่อย่างใด เพราะประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจในสถานการณ์กันเป็นอย่างดี

กรณ์ เอาแน่!ลุยเก็บภาษีทรัพย์สิน-ที่ดิน

เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ - รมว.คลัง ยันเดินหน้าเก็บภาษีทรัพย์สิน-ที่ดิน เพื่อสร้างความเท่าเทียม-ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง การพิจารณาจัดเก็บภาษีท้องถิ่นในเรื่อง ภาษีทรัพย์สินและที่ดินนั้น ว่า จะดำเนินการตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบัน โดยมิติของการจัดเก็บที่สำคัญคือ เพื่อสร้างความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม มากกว่าการสร้างรายได้ให้กับรัฐ โดยอยู่ระหว่างกำหนดเกณฑ์ในการจัดเก็บ เบื้องต้นจะแบ่งพื้นที่ทำกินของเกษตรกรออกอย่างชัดเจน เพื่อกำหนดระยะเวลาการผ่อนปรน ให้กับเกษตรกรที่มีมูลค่าที่ดินไม่มาก

สำหรับการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินและที่ดินรกร้างว่างเปล่าจะพิจารณาจัดเก็บในอัตราก้าวหน้า เพื่อผลักดันให้ทรัพย์สินที่ดินส่วนใหญ่ที่อยู่ในมือคนรวยนำออกมาใช้ ทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมมากขึ้น ที่ผ่านมาเท่าที่คุย และทำความเข้าใจกับกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านก็ได้รับการสนับสนุนจากบางส่วน

พันธมิตรฯประชุมใหญ่โหวตตั้งพรรค24-25พ.ค.นี้

เว็บไซต์ไทยรัฐ - แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 ระบุ พร้อมนัดระดมความคิดเห็นจากแกนนำพันธมิตรฯ ทั่วประเทศพิจารณาตั้งพรรคการเมือง เปิดทางให้ปชช.มีส่วนร่วม ขณะเดียวกันค้านรัฐคิดแก้รธน.

นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(สร.กฟผ.) แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่น 2 กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคการเมืองที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารที่ถูกตัดสิทธิ ว่า หลักการของพันธมิตรฯชัดเจน การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ทำเพื่อฟอกคนผิดให้กลับมาถูกหรือฟอกมาร เอื้อประโยชน์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือการยุบองค์กรอิสระ แทรกแซงศาล แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ถ้ามีการดำเนินการพันธมิตรฯก็บอกได้คำเดียวว่าพร้อม

นายศิริชัย กล่าวต่อไปว่า การกำหนดท่าทีของพันธมิตรฯจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีกลุ่มคนที่ฉกฉวยโอกาสจากความขัดแย้งในบ้านเมือง ดังนั้นการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯคงไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเป่านกหวีดเรียกคนมาชุมนุม แต่จะส่งสัญญาณกดดันไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยประกาศไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของคนบางพวก ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนแปลงจุดยืนพันธมิตรฯก็พร้อมจะลงมือทำเอง เพราะเรายอมไม่ได้อยู่แล้ว

นายศิริชัย ยังกล่าวถึงการจัดประชุมใหญ่ประจำปีของพันธมิตรฯในวันที่ 24-25 พ.ค.ว่า ในวันที่ 24 พ.ค.นั้นจะเป็นการประชุมแกนนำพันธมิตรฯทั่วประเทศ จังหวัดละประมาณ 10 คน รวมประมาณ 700-800 คน โดยจะพิจารณากันว่าพันธมิตรฯควรจะตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ โดยจะตัดสินด้วยการโหวตสองรอบ คือรอบแรกโหวตระดับแกนนำในวันที่ 24 พ.ค.และให้มวลชนทั้งหมดซึ่งคาดว่าจะมาไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคนได้ร่วมโหวตในวันที่ 25 พ.ค. หากเสียงส่วนใหญ่มีมติให้ตั้งพรรคการเมืองก็จะทำการสรรหาคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป แต่ยืนยันว่าพันธมิตรฯจะมีพื้นที่สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งพรรคให้ สามารถเคลื่อนไหวมวลชนได้ไม่ใช่ว่าจะเฮโลไปทำพรรคการเมืองทั้งหมด แต่หากมีมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งพรรค เราก็จะโหวตว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดที่มีอยู่หรือพรรคที่กำลังจะจัดตั้ง ใหม่อย่างพรรคประชาภิวัฒน์ ให้เข้าไปต่อสู้เรื่องการเมืองใหม่แทนพันธมิตรฯในสภาฯ

ฮูเผยติดเชื้อ29ประเทศทั่วโลก3,440 คนแล้ว

เว็บไซต์ไทยรัฐ - องค์การอนามัยโลกยืนยัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่พุ่งขึ้นจาก 2,500 คน เมื่อวานนี้ เป็น 3,440 คน ในวันนี้ โดยพบใน 29 ประเทศ ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเชื้อนี้อยู่ที่ 48 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (9 พ.ค.) องค์การอนามัยโลกยืนยัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่พุ่งขึ้นจาก 2,500 คน เมื่อวานนี้ เป็น 3,440 คน ในวันนี้ โดยพบใน 29 ประเทศ ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเชื้อนี้อยู่ที่ 48 คน

สำหรับประเทศ ล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรก มีอยู่ 4 ประเทศ คือ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และปานามา โดยอาร์เจนตินาและออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อประเทศละ 1 คน ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อถึง 3 คน และปานามาพบผู้ติดเชื้อ 2 คน

ส่วนประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในขณะนี้แซงหน้าจากเม็กซิโกขึ้นมาเป็นสหรัฐ โดยพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 1,639 คน มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 2 คน ขณะที่เม็กซิโก พบผู้ติดเชื้อ 1,364 คน แต่มีผู้เสียชีวิตถึง 45 คน แคนาดาพบผู้ติดเชื้อ 242 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน

ประเทศแถบยุโรป ที่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ นำโดยสเปนพบผู้ติดเชื้อ 88 คน อังกฤษ พบผู้ติดเชื้อ 34 คน ฝรั่งเศส 12 คน และเยอรมนี 11 คน ส่วนประเทศในแถบเอเชียนอกจากญี่ปุ่นแล้ว ก็มีเกาหลีใต้ที่พบผู้ติดเชื้อ 3 คน และฮ่องกงที่พบผู้ติดเชื้อ 1 คน

ไข้หวัด2009ยังระบาดไปหลายประเทศ

เว็บไซต์คมชัดลึก - โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังคงระบาดลุกลามไปในหลายประเทศ ออสเตรเลียเป็นประเทศล่าสุด ที่เพิ่งยืนยันในวันนี้ว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัส เอช 1 เอ็น 1 เป็นรายแรกโดยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขนาง นิโคลา โรซอน บอกว่า ผู้ป่วยเป็นหญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางกลับจากสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วแต่เธอหายป่วยแล้วตอนที่เดินทางมาถึง ซึ่งเธอได้แจ้งเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่พยาบาลที่สนามบินบริสเบน จึงได้มีการตรวจหาเชื้อ และพบเชื้อไวรัสขนาดอ่อนที่ไม่อยู่ในภาวะแพร่เชื้อได้ แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เจ้าหน้าที่จึงกำลังติดต่อกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่เดินทางมาเที่ยวบินเดียวกับเธอจากนครลอสแองเจลิส เพื่อให้มาตรวจร่างกาย

นางโรซอนบอกด้วยว่า รัฐบาลยังไม่ตัดสินใจเพิ่มระดับเตือนภัยคุกคามการระบาด แม้จะมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อเป็นรายแรก เพราะยังไม่มีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อ ซึ่งตอนนี้มีชาวออสเตรเลียได้รับการตรวจหาเชื้อแล้ว 567 คน กำลังรอผลอยู่ 18 คน

ส่วนที่บราซิลและอาร์เจนตินา เป็นประเทศล่าสุดในละตินอเมริกา ที่ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายแรก หลังจากก่อนหน้านี้มีเพียงโคลัมเบียประเทศเดียวในอเมริกาใต้ที่พบผู้ติดเชื้อ โดยบราซิลเพิ่งแจ้งต่อองค์การอนามัยโลกเมื่อวานนี้ว่าพบผู้ติดเชื้อ 4 คน ในนครเซา เปาโล , ริโอเด จาเนโร และ เบโล ฮอริซอนเต้ และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 15 คน แต่ประธานาธิบดีบราซิล ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา เดอ ซิลวา ยืนยันว่าสามารถควบคุมการระบาดได้ ส่วนที่อาร์เจนตินา ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นชายคนหนึ่งที่เดินทางกลับจากเม็กซิโกเมื่อปลายเดือนที่แล้ว

สธ.พบคนไทยเข้าข่ายเฝ้าระวังไข้หวัด2009แล้ว1ราย

เว็บไซต์สยามรัฐ - นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยมีผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 25 ราย โดย 15 ราย ได้รับผลตรวจยืนยันว่าไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จึงตัดออกจากบัญชีเหลือเพียง 10 ราย ซึ่งมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่มีการแพร่ระบาด แต่ขณะนี้ไม่มีอาการใด ๆ ล่าสุด ก.สาธารณสุข ส่งตัวอย่างเชื้อของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1 ราย ไปตรวจสอบที่ศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติ สหรัฐ หลังผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของไทยพบมีเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช1 เอ็น 1 แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นสายพันธุ์ใด คาดทราบผลในสัปดาห์หน้า

โฆษกปชป.ตอกเสื้อแดงบิดเบือน จี้สื่อร่วมตรวจสอบ

เว็บไซต์ไทยรัฐ - ปัดรับคำท้า'สุพร'ย้ำคนไม่น่าเชื่อถือไม่โต้ แต่ขอสื่อร่วมตรวจสอบจริงหรือโกหกเหตุใด พท.ไม่ยื่นเรื่องศพหายให้ ปปช.สอบ ตอก อริสมันต์ทำลายชาติ ย้ำอย่าตกเป็นเครื่องมือ เผยเสื้อแดงเปลี่ยนยุทธวิธี ปรับ3แนวรุกโฆษก ชง ปชป. 195 สาขาเดินหน้ารับฟังชาวบ้านทั่ว ปท.โฆษก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายสุพร อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ที่บุกเข้าไปในกระทรวงมหาดไทยและก่อเหตุทุบรถนายกรัฐมนตรีและทำร้ายนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยท้าให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปสาบานที่วัดไม่ได้จัดฉากสร้างสถานการณ์ว่า คงไม่มีใครไปรับคำท้าจากคนที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ พูดบิดเบือนแม้แต่กรณีการทำร้ายนายนิพนธ์ โดยอ้างว่าเพราะมีการคาดการณ์ว่าจะมีการขนศพผู้ที่ถูกสลายการชุมนุมไปทำลาย มีการบิดเบือนว่าต้องการเข้าไปช่วยเหลือนายนิพนธ์ การบิดเบือนว่าทหารเข้าไปทุบรถนายกรัฐมนตรี

นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคประประชาธิปัตย์จะไม่ตอบโต้ต่อการบิดเบือนความจริง แต่ขอเรียกร้องสื่อมวลชนร่วมกันตรวจสอบว่าข้อกล่าวหาของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ว่า เป็นเรื่องจริงหรือโกหก และขอให้สื่อมวลชนร่วมทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องอื่นๆที่ถูกกล่าวอ้าง เช่น มีการกล่าวหาว่ามีการนำศพไปทำลายที่วัดสุ่นประชาสรรค์ ย่านลาดพร้าว แต่ได้รับการปฏิเสธโดยญาติคือลูกสาว มีการกล่าวหาว่าเชือกที่พบที่ศพของชายสองคนที่พบศพในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเชือกที่ใช้ในทางทหารเท่านั้น ทั้งๆ ที่เป็นเชือกไนล่อนที่หาซื้อได้ทั่วไป มีการตัดต่อภาพว่าทหารใช้กระสุนปืนจริงยิงผู้ชุมนุม โดยเอาภาพทหารยิงล้อรถเมล์ที่พยายามถอยมาชนทหาร ซึ่งเป็นการป้องกันตัว รวมทั้งการอ้างว่านำศพไปทำลายที่ จ.ลพบุรี

"วันนี้พรรคเพื่อไทยได้ยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ แต่ทำไมจึงไม่ร้องเรียนในเรื่องศพหายอยู่ในสำนวน หากมีการใช้กำลังแล้วมีผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์การสลาย ชุมนุมออกมา พรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ลงโทษผู้รับผิดชอบและไม่ปกป้องใครที่ทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหากรณีพิพาทของหญิงเสื้อแดงอีกด้วย จึงขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนร่วมกันตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา"นพ.บุรณัชย์ กล่าว

นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่ม นปช.ออกมาระบุว่าไม่รับประกันความสงบในการประชุมอาเซียนซัมมิตบวก 3 บวก 6 ที่ จ.ภูเก็ตนั้น ก็เป็นเรื่องของคนส่วนน้อยที่ต้องการทำลายประเทศ ไม่ต้องการสมานฉันท์ ซึ่งเชื่อว่าคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ต้องการทำลายประเทศ และพรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพร่วมกับคนไทยทุก ทั้งนี้ไม่อยากให้ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมตกเป็นเหยื่อของคนที่ไม่ต้องการบ้าน เมืองสงบ ขณะนี้ก็มีการเคลื่อนไหว มีการกำหนดจากคนที่อยู่นอกประเทศและในประเทศจริง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำนายว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่เกินสามเดือน จากนั้นก็มีการเผาบ้านเผาเมืองจริง เหมือนคำทำนาย โดยการเคลื่อนไหวมีการเปลี่ยนแปลงยุทธวิธี 3 แนวทางคือ 1.เปลี่ยนจากการใช้มวลชนในการต่อสู้มาเป็นตัวการจำนวนน้อย โดยใช้ความหวาดกลัว เช่น การลอบสังหารผู้นำ ลอบสังหารบุคคลสำคัญ การพยายามให้เกิดความวุ่นวายและความไม่สงบ 2.การเปลี่ยนจากแนวทางการกล่าวหาระบอบอำมาตยาธิปไตย มาเป็นการสร้างเหตุแห่งความไม่เป็นธรรม กล่าวหาว่ามีคนตาย ทหารใช้ความรุนแรง บิดเบือนความจริง เกิดจากสร้างสถานการณ์โดยรัฐบาล ดำเนินการปลุกระดม ตอกย้ำ พูดซ้ำจนทำให้คนหลงเชื่อ 3.เปลี่ยนจากโลกหรืออาศัยประเทศขนาดใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือล้อมประเทศไทย เพื่อลดความน่าเชื่อถือ มาเป็นการใช้ประเทศเล็กที่พร้อมเป็นที่ให้ที่พักพิงเป็นฐานในการเคลื่อนไหว ซึ่งทั้งสามแนวทางพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าจะถูกปฏิเสธโดยประชาชนอีกครั้ง เพราะความบอบช้ำที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิด ขึ้นอีก

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะให้สาขาพรรคทั้ง 195 สาขา เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายไม่ใช่เฉพาะสมาชิกพรรคพรรค เพื่อสะท้อนผ่านไปยังพรรคผ่านไปยังคณะกรรมการของพรรคที่มีอยู่ในทั้งสองชุด ทั้งนี้การชุมนุมแสดงความคิดเห็นสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องไม่เป็นการปลุกระดม เพราะอาจจะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นมาได้ ทุกฝ่ายต้องใช้สิทธิในขอบเขต ทั้งนี้นายกฯ ได้พูดว่าอยากให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบ การจัดการประชุมที่ จ.ภูเก็ตก็ขอให้ท้องถิ่นเข้ามาช่วยดูแล แสดงสิทธิได้ด้วยความสงบปราศจากอาวุธ เพราะไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่ง

กลัวไม่มีเงินเรียนต่อ นักเรียนใหม่ แห่กู้เงินกยส.เพียบ

เว็บไซต์ไทยรัฐ - สกอ.เผยยอดร้องเรียนขอกู้เงินมาเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่เด็กนครสวรรค์สอบติดมหาวิทยาลัย เครียดครอบครัวยากจน กลัวไม่มีเงินเรียนต่อ ร้องศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือ

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เปิดศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาใหม่ที่ยากจน ปี 2552 โดยให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะกรณี อาทิ ปัญหาค่าลงทะเบียนเรียน ค่าหน่วยกิต หอพัก ค่าครองชีพ โดยติดต่อทางโทร.0-2610-5416-17 ในเวลา 8.30-20.00 และ CALL Center 0-2576-5555,0-2576-5777 ตลอด 24 ชั่วโมง นั้น

นายสุริยา เสถียรอำไพ ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาใหม่ที่ยากจน ปีการศึกษา 2552 เปิดเผยว่า จากการเปิดศูนย์เฉพาะกิจฯ 2 วัน คือ วันที่ 8-9 พ.ค.มีผู้โทรศัพท์เข้ามาร้องเรียน 84 ราย ส่วนใหญ่เป็นว่าที่นักศึกษาใหม่ที่สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. และสอบถามขอทุนการศึกษา ซึ่งทางศูนย์เฉพาะกิจฯ จะให้คำแนะนำเบื้องต้นว่า เรามี กยศ.ให้นิสิตนักศึกษากู้ยืมได้ ซึ่งก็จะให้เด็กมุ่งไปทาง กยศ.ก่อน อย่างไรก็ตามก็ยังเปิดรับให้ผู้ประสงค์จะรับอุปการะให้การช่วยเหลือนิสิต นักศึกษาที่ยากจน ติดต่อให้ทุนการศึกษา แต่ขณะนี้มีผู้ติดต่อเข้ามาเพียง 1 ราย ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้การที่คนติดต่อเข้ามาน้อย คาดว่าเป็นเพราะยังไม่มีกรณีนักศึกษายากจนที่มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ เกิดขึ้น

นายณัฐพล สาระดี สามารถสอบติด คณะวิทยาการจัดการ สาขาการวิเคราะห์และการประเมินสมัยใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต(มสด.)หนึ่งในนักเรียนที่โทรมาที่ศูนย์เฉพาะกิจฯ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลการกู้ยืมกยศ. กล่าวว่า ตนโทรศัพท์มาสอบถามเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะที่บ้านมีฐานะยากจนมาก แม่ทำงานรับจ้างเสริมสวยเพียงคนเดียว แต่ต้องเลี้ยงดูตนเอง และยาย มีรายได้ต่อเดือน 5,000 บาท ซึ่งเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้รู้สึกดีใจมาก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเงินเรียนหรือไม่ ในสมัยที่เรียนอยู่ม.ปลาย ตนเรียนที่ ร.ร.สตรีนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ก็รับจ้างทำรายงาน และงานทุกอย่างที่สามารถทำได้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ แต่การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยต้องใช้เงินมาก และไม่มั่นใจว่าจะกู้เงิน กยศ.ได้หรือไม่ ทั้งแม่และตนรู้สึกเครียดมาก เพราะกลัวไม่ได้เรียนต่อ

นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเปิดเผยว่า ในวันนี้มีนักเรียนที่เดินทางมาร้องเรียนที่สกอ.เอง และร้องเรียนผ่านทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับปัญหาแอดมิชชั่น เพิ่มขึ้นอีก 47 ราย รวม 2 วันมีนักเรียนร้องเรียนทั้งหมด 114 ราย โดยส่วนใหญ่จะร้องเรียนเรื่องการถูกตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นถึง 59 ราย อย่างไรก็ตามความผิดพลาดในเรื่องการคืนสิทธิ์ครั้งนี้ส่วนใหญ่เกิดจากความ เข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่างนักเรียนกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะรู้คะแนนล่วงหน้าแล้วว่าตนเองมีสิทธิ์จะสอบติดใน คณะใด จึงมาร้องเพื่อขอให้คืนสิทธิ์ ซึ่งสกอ.ให้มหาวิทยาลัยเร่งส่งรายชื่อตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ทั้งนี้ สกอ.จะประสานไปยังมหาวิยาลัยเพื่อขอคืนสิทธิ์การแอดมิชชั่นให้ กับนักศึกษาต่อไป ส่วน ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาใหม่ที่ยากจน ขณะนี้มีผู้มาร้องเรียรวม 84 ราย สวนใหญ่ยังมีความไม่เข้าใจถึงวิธีการกู้ยืมกยศ.และเป็นเด็กยากจน 8 ราย

ด้าน นางศศิธร อหิสโก ผอ.กลุ่มรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของสกอ.กล่าวว่า ทางสกอ.ติดต่อประสานไปยังมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยได้ทำการคืนสิทธิ์ให้แก่นักเรียนแล้ว จำนวน 4 ราย ส่วนกรณีที่เหลือต้องรอให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบ และส่งข้อมูลมายังสกอ. อย่างไรก็ตาม ทุกกรณีที่นักเรียนร้องเรียนมานั้น ทางสกอ.ได้ชี้แจ้ง และทำความเข้าใจกับนักเรียน รวมถึงเร่งดำเนินการติดต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงไม่อยากให้นักเรียนรู้สึกกังวล เพราะสกอ.จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นทันเปิดเรียนอย่างแน่นอน

26 มีนา 2520 หรือ 26 มีนา 2552: ผลกระทบของผีเสื้อ-กระแสแดงทั่วแผ่นดิน

ที่มา ประชาไท

อรรคพล สาตุ้ม

สื่อผู้จัดการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง Butterfly Effect ต่อคนเสื้อแดง ทำให้เปลี่ยนระบบนิเวศทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ถ้าเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ผลของการขยับปีกของผีเสื้อ ทำให้เกิดพายุ และประโยคที่ว่า เด็ดดอกไม้ย่อมสะเทือนถึงดวงจันทร์ แน่นอนว่า ผีเสื้อปีกแดง ส่งผลต่อการเมืองไทยแล้ว

สื่อผู้จัดการ-Butterfly Effect กับคนเสื้อแดง

จากความสัมพันธ์เชื่อมโยงโดยผลกระทบของ สื่อผู้จัดการ –Butterfly Effect เราจะต้องเข้าใจประวัติความเป็นมาทางทฤษฎี Butterfly Effect เกี่ยวกับทฤษฎีไร้ระเบียบ เป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีการยืนยันทางด้านคณิตศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา ฟิสิกส์ เคมี และทฤษฎีไร้ระเบียบนี้ในต่างประเทศเขานำไปใช้หลายเรื่อง ทั้งในตลาดหุ้น การตลาด แม้กระทั่งทางด้านเศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์บางส่วนเขาก็นำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาปรากฏการณ์ แก่นสำคัญคือ เราต้องรู้ว่าทฤษฎีไร้ระเบียบเป็นคู่ฝาแฝดของอีกทฤษฎีหนึ่ง คือทฤษฎีซับซ้อน เพียงแต่ว่าทฤษฎีไร้ระเบียบเกิดขึ้นช่วงสภาวะปั่นป่วน กำลังจะพลิกผันนี่แหละ แต่ทั้งสองทฤษฎีนี้อยู่ในวิธีคิด แนวทางวิธีหนึ่ง คือ อาณาจักรของ System Thinking หรือระบบวิธีคิด

ในจุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ ของ ฟริตจ๊อฟ คาปร้า ก็ชี้ให้เห็นถึง หัวใจของทฤษฎีไร้ระเบียบ ซึ่งอยู่ตรงที่ว่า เมื่อสังคมซับซ้อนและเชื่อมโยงถึงกันและกันหมด มันก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ทุกอย่างอยู่บนกฎอนิจจัง คือไม่หยุดนิ่ง เป็นระบบพลวัต มันเปลี่ยนในขณะที่ทุกอย่างอาจเปลี่ยนช้าๆ โดยไม่รู้ตัว หรือบางอย่างอาจมาถึงจุดๆ หนึ่งแล้ว เกิดขึ้นมาเลย โดยทฤษฎีไร้ระเบียบมาจับตรงที่มันเปลี่ยนแบบฉับพลันทันใด(1)

ดังนั้น การทดลองนำเสนอมุมมองเชิงประวัติศาสตร์ กรณี เดจาวูของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล(2) ซึ่งผมเขียนถึงเชิงประวัติเกี่ยวกับทฤษฎีButterfly Effect มามองดูปรากฏการณ์ หากใครเคยดูภาพยนตร์ The Butterfly Effect (3) หรือโฆษณาในทีวีไทย ก็จะเข้าใจถึงการเชื่อมโยงของปรากฏการณ์ในอดีตที่มีต่ออนาคตของคนเสื้อแดง ในการชุมนุมทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งขณะทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้เปลี่ยนระบบนิเวศทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ถ้าเคยได้ยินคำพูดที่เป็นที่นิยมพูดกันอย่างกว้างขวาง เรื่องปรากฏการณ์ Butterfly Effect คือ ผลการขยับปีกของผีเสื้อ ทำให้เกิดพายุ(ทางโฆษณาในทีวี) และประโยคที่ว่า เด็ดดอกไม้ย่อมสะเทือนถึงดวงจันทร์ มันก็อาจสะเทือนระบบนิเวศและระบบการเมืองไทย

1.ทักษิณกับความจงรักภักดี ในสื่อมวลชนของผู้จัดการ

ปัญหาของความจงรักภักดี ในปรากฏการณ์ก่อน 14ตุลา-6ตุลา หลังพวกนักศึกษาเข้าป่าเพื่อร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และป่าแตก ออกมา ความคิดก็เปลี่ยนไป ตามการแสวงหาของแต่ละคน บางกลุ่มของปัญญาชนซึ่งมีความหลากหลายทางแนวคิด เช่น ด้านอัตถิภาวะนิยมทางปรัชญา และวรรณกรรม-ศิลปะ เป็นต้น ในช่วงก่อน 14-6 ตุลา ก็หันมาในแนวทางอัตถิภาวะนิยมมากขึ้น ซึ่งการอธิบายสั้นๆ เพื่อความเข้าใจอย่างง่ายเกี่ยวกับแนวคิดอัตถิภาวะนิยม คือการมีชีวิตอยู่ โดยถือว่ามีเสรีภาพในการเลือกมีชีวิต อยู่กับประเทศไทย โดยในที่สุด ผลกระทบหลัง 6 ตุลา ก็ก่อให้เกิดความเงียบเสียงทางการเมือง

ในส่วนของเรื่องความเงียบนั้น ธงชัย วินิจจะกูล ได้ศึกษา ความทรงจำ ภาพสะท้อนและความเงียบในหมู่ฝ่ายขวาหลังการสังหารหมู่ 6 ตุลาซึ่ง เสียง เป็นความทรงจำกับอำนาจได้ ทั้งเสียงที่ผ่านการรับรู้จากสงคราม และเสียงสัมพันธ์กับการเมือง เพราะว่าเสียงย่อมเข้ากับจังหวะบทเพลง ซึ่งสอดคล้ององค์ประกอบของความรู้สึก เช่น เพลงพระราชนิพนธ์ เราสู้โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ทำการศึกษา เราสู้:เพลงพระราชนิพนธ์การเมืองกับการเมืองปี 2518-2519(4) งานวิชาการ และการวิจารณ์เหล่านี้จะให้น้ำหนักกับเหตุผล และรูปธรรมอย่างน่าสนใจต่อเหตุการณ์ในอดีต

ทั้งนี้ บางกลุ่มของฝ่ายก้าวหน้าที่เข้าป่าก็เปลี่ยนไปในอีกแนวทางหนึ่ง เช่น เข้าสู่พรรคไทยรักไทยบ้าง และต่อมาเมื่อเกิดกระแสการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯ (ปัญญาชนฝ่ายผู้จัดการ ก็มีวิธีคิดแบบฝ่ายซ้าย และแนวทางวิภาษวิธีเช่นกัน เรื่องนี้ต้องอธิบายอีกครั้งต่อไป) จนมาถึงการถูกห้ามจำหน่ายหนังสือ เดอะคิงเนเวอร์สไมส์ ก็ยิ่งทำให้ผู้คนสนใจมากขึ้น มีการวิจารณ์ผูกโยงไปถึงทักษิณ ชินวัตร กับความจงรักภักดี และการนำเสนอทางวิชาการ เช่น นิธิ เอียวศรีวงศ์ ฯลฯ ก็ได้วิจารณ์หนังสือ The King Never Smiles (5) ดังกล่าว

นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์เชิงสนทนาซึ่งสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ วิพากษ์วิจารณ์หนังสือดังกล่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า "เขียนจากข่าวโคมลอย" และพูดถึงผู้เขียนหนังสือว่า "ก้าวร้าว" "จาบจ้วง" "โอหัง" "ดูถูกคนเอเชีย" และ "ยโสไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อและแม่มัน" ในการวิพากษ์หนังสือ เดอะคิงเนเวอร์สไมส์ (6) กลับยิ่งกลายเป็นเผยแพร่ความคิดเห็น ต่อหนังสือนี้ ต่างๆ นานา และจะรู้ตัว หรือไม่รู้ตัวก็ตาม ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึงนั้น มันสั่งสมตัวมาก่อนโดยที่เราไม่ทันสังเกต คือ มันละเอียดอ่อนมากโดยที่เราไม่รู้ตัว ตรงนั้นทำให้เราอาจจะละเลยมัน ซึ่งทฤษฎีไร้ระเบียบ มันก่อตัวจากเหตุเล็กๆ นิดๆ สะสมมาเรื่อย เป็น1ปี ,2ปี ,3ปี พอถึงจุดๆ หนึ่ง มันออกฤทธิ์ก็ตายแล้ว หรือแย่แล้ว เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ฟองสบู่แตกของประเทศไทย ที่เราเรียกว่าโรคต้มยำกุ้งระบาดไปทั่วนั้น จากเมืองไทยระบาดไปที่สิงคโปร์ ฮ่องกง เลยไปถึงเกาหลีใต้ ไต้หวัน กระทบไปถึงรัสเซียช่วงหนึ่ง

ภาพลักษณ์ของทักษิณ ยิ่งถูกสื่อมวลชนนำเสนออย่างไม่เป็นกลาง และเกิดปัญหาในกรณีผู้จัดการมากเท่าไหร่ก็เป็นปัญหาต่อประชาธิปไตย ซึ่งต่อมา สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กล่าวถึงการเปรียบเทียบสื่อผู้จัดการการกับสื่อดาวสยามในอดีต ยุค 6 ตุลา 2519 ว่า ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส ละคอนแขวนคอยุคใหม่ (7) หรือนักวิชาบอกว่า สื่อเป็นพิษ โดยอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวเองก็ตาม มันได้เปิดเผยให้เห็นถึงเรื่องทางการเมือง เช่นบทความ เครือข่ายของราชา กับ ทักษิณ ซึ่งเขียนตั้งแต่ 3 สิงหาคม 2549 และแสดงถึงอคติต่อนักการเมืองด้วย

วริษฐ์ ลิ้มทองกุล กล่าวใน เครือข่ายของราชา กับ ทักษิณโดยอ้างอิง…“Duncan McCargo” ซึ่งวริษฐ์อ้างอิงว่า การจะทำความเข้าใจกับการเมืองของประเทศไทยนั้น จำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงเครือข่ายทางการเมือง (Political Network) ซึ่ง McCargo อธิบายต่อว่า เครือข่ายทางการเมืองที่ชี้นำการเมืองไทยในห้วงเวลาระหว่าง พ.ศ.2516-2544 (ค.ศ.1973-2001) นั้นคือ เครือข่ายที่มีศูนย์กลางอยู่ในวัง หรือเรียกกันในอีกนามหนึ่งว่า เครือข่ายของราชา (Network Monarchy) ซึ่งเครือข่ายของราชา เข้ามามีส่วนร่วมและแทรกเข้ามามีบทบาททางการเมืองผ่านตัวแทนของกษัตริย์คือ คณะองคมนตรี (Privy Council) ที่นำโดยประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

ทั้งนี้ แม้เครือข่ายของราชาจะพัฒนาขึ้นมาจนมีบทบาทสูงต่อสังคมในระดับหนึ่ง แต่เครือข่ายของราชาก็ไม่เคยก้าวล่วงเข้ามาจนกลายสภาพเป็นการครอบงำสังคมไทย ในทางกลับกันเครือข่ายของราชากลับมีภารกิจในการทำหน้าที่ผ่านองค์กรทางการเมืองทั้งหลาย (ที่เรารู้จักกันดีก็คือ อำนาจทางการปกครองผ่านรัฐบาล อำนาจทางนิติบัญญัติผ่านรัฐสภา และอำนาจทางตุลาการผ่านศาลยุติธรรม) โดยมีรัฐสภาไทยที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งเป็นพื้นฐาน

ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยลีดส์ กล่าวต่อด้วยว่า ถึงแม้เครือข่ายของราชาจะมีลักษณะของความเป็นอนุรักษ์นิยมโดยธรรมชาติ แต่ในช่วงทศวรรษที่ 90 (ห้วงเวลาระหว่าง พ.ศ.2533-2543) เครือข่ายนี้ ก็ยังแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะหลังจากปี พ.ศ.2535 ที่ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองใหญ่ๆ ถึง 3 ครั้ง โดยในแต่ละครั้ง พล.อ.เปรม ก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเพื่อรักษาสมดุลย์ทางการเมือง และนำประเทศไทยกลับสู่สภาวะปกติได้ทุกครั้ง กระนั้นการเข้าแทรกแซงดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแรงลงของเครือข่ายแห่งราชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของพรรคไทยรักไทย ที่นำโดย ทักษิณ ชินวัตร ในปี พ.ศ.2544 และ 2548 โดยในจุดนี้ McCargo มองว่าในช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมา ทักษิณพยายามที่จะสร้างเครือข่ายใหม่ที่อยู่ภายใต้อาณัติของตน เพื่อจะนำมาแทนที่เครือข่ายเก่าที่ดำรงอยู่และกำลังอ่อนแรงลงทุกทีๆ....

โดยส่วนตัวผมเองคงไม่อาจจะให้ความเห็นอะไรกับบทความชิ้นดังกล่าวของ ศาสตราจารย์ McCargo ได้มากนัก แต่เมื่อพิจารณาในส่วนแรกของบทคัดย่อที่กล่าวถึงบทบาทและภาระหน้าที่ของเครือข่ายของราชาที่มีต่อสังคมไทยแล้ว ก็นับว่าสอดคล้องกับพระราชดำรัสวันที่ 25 เมษายน (8)

เมื่อบทความที่มาจากผู้จัดการเอง เปิดเปลือยความคิดทางการเมืองไทย โดยนำ McCargo มาอธิบายเชื่อมโยงกับทักษิณ ผู้เขียนบทความดังกล่าวทั้งหลายอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว แต่ก็มีการวิจารณ์ความไม่เป็นกลางของสื่อมวลชน และกรณีปัญหาความไม่จงรักภักดีของทักษิณ ซึ่งก็ลุกลามกลับมาเป็นปัญหากับพรรคพลังประชาชน โดยส่วนตัว ผมเคยเขียนถึงบทความชิ้นนี้ของ McCargo มาแล้วครั้งหนึ่งในส่วนของคอลัมนิสต์ออนไลน์ เว็บไซต์ www.manager.co.th เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2549 ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับมาอ่านบทความของ ศ.McCargo อีกครั้งแล้วพิจารณาถึงบริบททางการเมืองไทยและสังคมไทยในปัจจุบัน ผมพบว่าบทวิเคราะห์ของ McCargo ก็ยิ่งเปล่งประกาย …”

..โดยเฉพาะ หลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของพรรคพลังประชาชนเหนือพรรคการเมืองอื่นๆ ยิ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าเครือข่ายเก่านั้นไม่ได้เข้มแข็งขึ้นเลย หลังจากการรัฐประหารกว่าหนึ่งปีสามเดือน.. (สำนวนของวิสิษฐ) ซึ่งมีผลสืบต่อมา ในส่วนของข้อกล่าวหาไม่จงรักภักดีของจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งขึ้นมาทำงานในคณะรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช จึงกล่าวว่า เอาอะไรมาพิสูจน์ เอาปรอทมายัดใส่เจอแล้วเอาปรอทกำปั๊บ แล้วรู้เหรอว่า ไม่จงรักภักดี ใช้กันจนพร่ำเพรื่อเป็นต้น เมื่อทักษิณ(ชื่อเล่นว่า แม้ว) กลับมาจากต่างประเทศ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ(หรือหนองงูเห่า) ก็ก้มลงกราบแผ่นดิน เป็นประเด็นโด่งดัง เวลาต่อมา คู่ตรงข้ามของความขัดแย้งนับตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นต้นมา จนถึงกระแสการตัดสินยุบพรรคทางการเมือง โดยกลุ่มเสื้อเหลืองก็มายึดสนามบิน เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำให้รัฐบาล คือ นายสมชาย จึงอพยพมาอยู่เชียงใหม่ ดังกล่าว

ในวันที่ 13 ธันวาคม 2551 หลังจากที่ทักษิณ ไม่สามารถอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมในอดีต และใช้ฐานะทางการเมืองพิเศษ จากภายนอกประเทศไทยไม่ได้แล้ว จึงต้องระหกระเหินออกนอกประเทศ ต่อมาเทปวิดีโอของทักษิณ ก็เปิดฉายภาพขึ้น ในงานครอบครัวความจริงวันนี้สัญจร ณ สนามศุภชลาศัย ทักษิณ กล่าวว่า ท่านเคยได้ยินภาษิตโบราณไหมที่บอกว่า หมาจนตรอก คือเขาไล่หมาจนจนตรอกนี่ จนตรอกอย่างไร ก็ยังมีตรอกอยู่ แต่ของผมแม้แต่ตรอกก็ไม่มีจะอยู่ จะเอาอย่างนั้นเลยหรือครับ จะถามว่าผมไม่เคยทำคุณงามความดีให้บ้านเมืองเลยหรือ ประชาชนเกลียดผมอย่างนั้นหรือพี่น้องครับ ทั้งหมดมาจากคำ คำเดียวครับ ไม่จงรักภักดี..(9)

ในสถานการณ์ ที่มีสื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในช่วงสายของวันที่ 29 ธ.ค.นั้น ที่บริเวณเวทีปราศรัยของกลุ่ม นปช.ซึ่งตั้งอยู่หน้ารัฐสภานั้น มีการนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มาติดที่ฉากหลังของเวที พร้อมทั้งข้อความที่อยู่บริเวณด้านข้างขนาดใหญ่ว่า อภิสิทธิ์ชนโจรทั้งนี้ รูปพระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าวนั้น ได้นำมาติดตั้งในวันนี้ (29 ธ.ค.) เป็นวันแรก ซึ่งเป็นวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น ฉากหลังเวทีดังกล่าว ยังมีเพียงข้อความว่า อภิสิทธิ์ชนโจรเท่านั้น และไม่มีพระบรมฉายาลักษณ์ (10) ที่มีการผลักประเด็นความจงรักภักดี ไปสู่ความเกลียดชังคู่ตรงกันข้าม ทำให้เกิดแรงกระทบอย่างไม่รู้ตัวของสื่อผู้จัดการ เปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาของความจงรักภักดีในสถานการณ์ซึ่งมีผลกระทบต่อหลายส่วน ตำรวจ ทหาร รัฐบาล และแน่นอน การนำเสนอดังกล่าว มันมีด้านกลับของสื่อผู้จัดการ ซึ่งไปปลุกพลังของคนเสื้อแดงมากขึ้นต่างหาก เช่นเดียวกับการฟื้นอำนาจของคำว่าศักดินา ซึ่งกลับมาเป็นตัวแปรในการวิเคราะห์สังคมไทยอีกครั้งโดยผู้จัดการเอง (11)

2.คนเสื้อแดงกับการเมืองไทย

ปัญหาทางการเมืองที่มีเรื่องความไม่เป็นกลางของสื่อมวลชน และกรณีความยุติธรรมในมาตรฐานของเสื้อแดง จะได้รับการยอมรับให้มีความเป็นมาตรฐานในสายตาของสื่อมวลชน นักวิชาการ ตำรวจ กองทัพ และรัฐบาลเพียงใด ในเมื่อคู่ตรงกันข้ามหาทางกีดกัน โดยการชูประเด็น ทักษิณ เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าวาทกรรมจากหนังสือเกี่ยวกับทักษิณจำนวนมากจะผิดหรือถูก มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงอิทธิพลของการเมืองคนแต่ละฝ่าย ซึ่งแรงเสียดทานเหล่านี้ทำให้ต่อมาทักษิณ ซึ่งรัฐบาลของเขาถูกรัฐประหาร ได้พูดหลังจากนั้นว่า เขาไม่ได้ปกป้องตัวเอง แต่ปกป้องประชาธิปไตย และปัญหาทางการเมืองมาจากบางส่วนของการไม่ยอมรับว่าทักษิณมาจากการเลือกตั้งที่ถูกต้องนั้น ก็เป็นผลของการสะสมความวุ่นวายของแต่ละฝ่าย ซึ่งมีที่มาจากเสียงหลายส่วนของประชาชนที่เคยเลือกพรรคไทยรักไทยในอดีต และการไม่เอาทักษิณ ไม่ว่าจะมีวิธีคิด มุมมองทางการเมือง และวิธีวิทยาของการมองปัญหาในปัจจุบัน ทั้งนี้ แรงผลักของความต้องการทางสิทธิมนุษยชนของคนไทย สะสมกำลัง และพลัง สำหรับเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของแต่ละฝั่งแสดงออกในวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ซึ่งอาจจะบีบให้เลือกข้างมากขึ้น เพราะมาจากการสะสมกันมาในทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่เรื่องซ้าย-ขวาในอดีต

กรอบความคิดในการมองปัญหาในปัจจุบันที่มีหัวใจของทฤษฎีไร้ระเบียบ มันอยู่ที่ว่าสถานการณ์ของสังคมนั้น ระบบนั้น มันเกิดความเปราะบาง เหตุเล็กๆ ที่เราไม่ได้สังเกต และไม่ได้เอาใจใส่มัน ถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำซากมานานมาก เหตุเล็กๆ เหล่านี้สามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้โดยเราคาดไม่ถึง อาจพลิกผันเป็นสถานการณ์อื่นๆ ได้ เพราะว่าภายใต้สถานการณ์ที่เปราะบางมีอะไรเล็กน้อยเข้าไปก็พลิกผันเป็นอย่างอื่นได้ จึงเปรียบเทียบว่า ผีเสื้อตัวหนึ่ง (ไม่ใช่ช้าง, ปลา...หรือไดโนเสาร์) ถ้ากระพือปีกแรงๆ ที่ฮ่องกง ก่อกระแสคลื่นเล็กๆ จากปลายปีก อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพายุใหญ่ในแคลิฟอร์เนียได้ในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง เช่นเดียวกับนิทานเรื่องเจ้าชายกบ เดิมเจ้าหญิงจูบเจ้าชายกบ กบนั้นจะกลายเป็นผู้ชายขึ้นมา แต่เราไม่เคยคิดเป็นมุมกลับว่า บางทีเมื่อจูบไป เจ้าหญิงอาจกลายเป็นกบตัวเมียอีกตัวหนึ่งก็ได้ สถานการณ์จากสื่อผู้จัดการ และพันธมิตรฯ ก็อาจสร้างด้านกลับของสื่อมวลชน กลับกันกับความต้องการที่เขาจะสื่อสาร ในขณะเดียวกันวิกฤติจากอเมริกา อาจจะเป็นด้านกลับในการพัฒนาประชาธิปไตย จึงต้องทำวิกฤติให้เป็นโอกาสของการเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม จากทฤษฎี Butterfly Effect นั้น คนเสื้อแดงในการพัฒนาทางการเมืองไทยต้องเคลื่อนไหวด้วยจังหวะอารมณ์ ความรู้สึกอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่เรื่องทักษิณอย่างเดียว ซึ่งเปิดพื้นที่ทางการเมืองเพื่อเป้าหมายประชาธิปไตย ซึ่งผลของบทเรียนทางการเมืองนั้น จะทำให้คนเสื้อแดง ระดมสมอง ทุนทางด้านเงิน และขบวนการเคลื่อนไหวได้มาก ฉะนั้น คาดว่าวัฒนธรรมทางการเมือง มีความน่าจะเป็นไปได้ในการสร้างเครื่องมือทางการเมืองสำหรับก้าวขั้นบันไดต่อไป และถึงเวลาทบทวนความคิด ไม่ให้เป็นแค่ตามกระแสในสังคมไทย (12) เพื่อสร้างพื้นที่ทางการเมือง ให้ก้าวไปมากกว่าจากสนามหลวง ถนนราชดำเนิน ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และรัฐสภา

3.แดงทั่วแผ่นดิน และทักษิณ-โฟนอิน-วิดิโอลิ๊งค์

งานแดงทั่วแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่บริเวณริมถนนหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2552 โดยเริ่มเปิดเวทีปราศรัยอย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น.

กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. เกิดเหตุวุ่นวายบริเวณด้านหลังเวทีปราศรัย เมื่อมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่าชื่อนายลพ พูลวิเชียร อ้างตัวว่าเป็นสมาชิกชมรมคนรักอุดร พกอาวุธมีดเข้ามาก่อกวนบริเวณด้านหลังเวทีปราศรัย ท่ามกลางความตกตะลึงของประชาชน และการ์ด นปช.ที่พยายามจะเข้าไปควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่จะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ควบคุมตัวไปดำเนินคดี

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวบนเวทีว่า ที่มาจัดชุมนุมที่ขอนแก่นเป็นจังหวัดแรก เพราะ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะมาตายที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้นกลุ่ม นปช.จะไปเปิดเวทีที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 14 มีนาคม จังหวัดจันทบุรี วันที่ 15 มีนาคม จังหวัดเชียงราย วันที่ 21 มีนาคม และวันที่ 22 มีนาคม จะจัดเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่จะไปชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล โดยจะนำประชาชนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลให้ล้นไปถึงถนนราชดำเนิน และจะปักหลักเป็นแรมเดือน ไม่ชนะไม่เลิกรา ขึ้นอยู่กับหัวใจของคนเสื้อแดงทั่วประเทศว่าจะพร้อมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์หรือไม่

ต่อมาเวลา 20.00 น. ก็ถึงช่วงสำคัญของการจัดงาน เมื่อ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณโฟนอินขณะอยู่บนเครื่องบินเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของนายวีระ มุสิกพงศ์ โดยพ.ต.ท.ดร.ทักษิณกล่าวว่า ตนเคยหาเงินได้ 2.5 แสนล้านไม่ต้องกู้ต่างประเทศ สร้างอนาคตให้เยาวชน แต่กลับถูกรัฐประหารยึดอำนาจ พันธมิตรฯไปยึดสนามบิน แต่ตำรวจทำอะไรไม่ได้ จนปลดรัฐบาลให้นายอภิสิทธิ์ตั้งรัฐบาลใหม่ จะเรียกว่าประชาธิปไตยได้อย่างไร สุดท้ายเอาทหารมากดดันเรียกว่า รัฐบาลปฏิวัติเงียบตราบใดที่ความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย พวกเราต้องรวมตัวกัน ตอนนี้จังหวัดไหนไม่ถูกกันบ้างก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อถึงเวลาเรารวมกันด้วยอุดมการณ์ เมื่อนั้นที่เราจะปกป้องพวกเรา สีแดงหมายถึงเลือดเนื้อเชื้อไขที่หล่อหลอมกันเป็นประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราต้องรวมพลังกันต่อสู้กับสิ่งไม่ถูกต้อง เพื่อนำมาซึ่งความสันติ ความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และความผาสุกของประชาชน

งานแดงทั่วแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 4 จัดขึ้นที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2552 เป็นการจัดโต๊ะจีนจำนวน 200 โต๊ะ ระดมทุนให้กับเสื้อแดงจังหวัดเชียงราย รวมทั้งเปิดตัวสถานีวิทยุชุมชนคนรากหญ้ารักประชาธิปไตย 104 เมกกะเฮิร์ซ โดยมี นางสาวจีรนันท์ จันทวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตยเชียงราย เป็นผู้ประสานจัดงานครั้งนี้ จนถึงขณะนี้ประชาชนคนเสื้อแดงจากภาคเหนือ รวมทั้งจากจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จำนวนกว่า 2,000 คน ไปร่วมงานท่ามกลางเสื้อสีแดงละลานตา

สำหรับการจัดงานมีแกนนำขึ้นเวที ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายขวัญชัย ไพรพนา นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พร้อมกับ ไพจิตร อักษรณรงค์ ศิลปินชื่อดัง และอีกหลายคนไปร่วมขับกล่อม จากนั้น นางสาวจีรนันท์ ได้ขึ้นเวทีกล่าวต้อนรับพร้อม โดยนายวีระได้เป็นประธานเปิดตัวสถานีวิทยุชุมชน พร้อมกล่าวปราศรัยถึงการจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชน เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนได้รับรู้ และมีส่วนร่วมในบทบาททางการเมือง ซึ่งทางแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์

ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามาโดย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณกล่าวว่าขอบคุณพี่น้องชาวไทยและชาวเชียงรายที่รักและสนับสนุนตน ทุกคนต้องต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา หากตนยังทำงานอยู่จะไม่มีการกู้เงิน แต่จะเนรมิตเงินนำมาสร้างงานสร้างชาติ ขณะนี้เป็นห่วงเศรษฐกิจตกต่ำจะพูดที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 22 มีนาคม และวันที่ 27 มีนาคม จะพูดที่กรุงเทพมหานคร เรื่องทางออกของประเทศไทย พี่น้องต้องรักกันสามัคคีกัน หากตนกลับมาจะแก้ไขปัญหาทั้งหมด

พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ได้ข่าวว่าจังหวัดเชียงรายยาบ้าระบาดหนัก สาเหตุมาจากไม่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน หากกลับไปจะปราบยาบ้าให้หมดสิ้นไป

งานแดงทั่วแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่สนามกีฬา 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552

โดยเมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวผ่านวิดีโอลิงก์ถึงกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากที่ชุมนุมรออยู่ในสนามกีฬา 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ โดยในการโฟนอินที่เห็นทั้งภาพและเสียงครั้งนี้ตนขออนุญาตพูดลึกในรายละเอียดที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลยังหาทางออกให้ประเทศไม่ได้จะพูดที่มาของปัญหาทั้งหมด ทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ และชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพมหานครจะพูดเรื่องทางออก ถ้ากลับไปและให้ตนทำหน้าที่ มั่นใจว่าวิกฤติคราวนี้แก้ได้ เพราะวันที่เข้ามาในปี พ.ศ. 2544 ต่อจากพรรคประชาธิปัตย์นั้น หนี้สินรกรุงรัง เงินสำรองมีน้อยก็ยังแก้ได้จนสามารถเปลี่ยนประเทศเป็นประเทศผู้ให้กู้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเริ่มต้นด้วยการกู้

โดยระหว่างนั้นนายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวขัดขึ้นว่า มีคนหาว่าไม่ได้เป็นการถ่ายทอดสด พ.ต.ท.ดร.ทักษิณย้อนถามว่าจะให้แสดงท่าทางอะไรให้ดูหรือไม่ นายวีระตอบว่าจะชวนร้องเพลง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณบอกว่าเอาเพลงมนต์เมืองเหนือหรือสักขีแม่ปิง ท่ามกลางการโห่ร้องชอบใจของชาวเสื้อแดง

ช่วงท้ายของการโฟนอิน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณได้กล่าวทิ้งท้ายว่าตนขอขอบคุณประชาชนที่มาร่วมชุมนุม และขอให้คนเสื้อแดงรวมพลังให้เป็นปึกแผ่น จนกว่าประชาธิปไตยจะกลับคืนสู่แผ่นดินไทย จนกว่าความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นในประเทศไทย (13)

4.ทักษิณ-วีระ มุกสิกพงศ์: ประวัติศาสตร์ในวันที่ 26 มีนาคม 2520 และ 27 มีนาคม 2549

ความเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ในวันที่ 26 มีนาคม 2520 และ27 มีนาคม 2549 ความพ่ายแพ้ หรือการเริ่มต้นของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ทำให้ทักษิณ ชินวัตร กับวีระ หรือ ไข่มุกดำ มาบรรจบกันได้ โดยขอย้อนอดีตดังนี้

กรณี กบฏ 26 มีนาคม 2520 นำโดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ และนายทหารกลุ่มหนึ่ง ได้นำกองกำลังทหารจากกองพลที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี เข้ายึดสถานที่สำคัญ 4 แห่ง คือ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก สวนรื่นฤดี กองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารสูงสุดส่วนหน้า สนามเสือป่า และกรมประชาสัมพันธ์ ฝ่ายทหารของรัฐบาลพลเรือน นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.กมล เดชะตุงคะ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.อ.เสริม ณ นคร ผู้บัญชาการทหารบก ได้ปราบปรามฝ่ายกบฏเป็นผลสำเร็จ พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาศัยอำนาจตามมาตรา 21 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2520 นับเป็นกบฏคนสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิตตราบจนบัดนี้ (14)

อย่างไรก็ตาม นายวีระ มุสิกพงศ์ ก็เข้ามามีส่วนร่วมเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย และถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏ ซึ่งทำให้โดนจำคุก กว่าจะออกมามีอิสรภาพ ทำงานการเมือง (15) ฯลฯ จนกระทั่ง วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2549 - การขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี : พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกแม่ค้าในซอยละลายทรัพย์ (สีสมซอย 5) จำนวนหนึ่งตะโกนไล่ ขณะกำลังรับประทานอาหารระหว่างไปหาเสียงในซอยนั้น (16)

ดังนั้น การสร้างพลังแห่งการเรียนรู้เรื่องราวในอดีต ก็เป็นสิ่งจำเป็นต่ออนาคตของแดงทั่วแผ่นดิน พัฒนาการตั้งแต่รัฐประหาร วันที่19 กันยา 2549 กับการบรรจบของทักษิณ-วีระ มุสิกพงศ์ในปี พ.ศ. 2550 นายวีระ เป็นแกนนำคนหนึ่งของ แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ” (นปก.) จัดเวทีปราศรัยที่สนามหลวงโจมตีรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549และ คมช. รวมทั้งบางครั้งยังพาดพิงไปถึงประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารด้วย

ในปี พ.ศ. 2551 นายวีระได้เป็นหนึ่งในพิธีกรรายการความจริงวันนี้ ทาง NBT โดยร่วมกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ และในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 นี้เอง พ.ต.ท.สุเมธ จิตต์พานิชย์ รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีต่อนายวีระ มุสิกพงศ์ กรณีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง เข้าข่ายหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ภายในสัปดาห์นี้พนักงานสอบสวนจะส่งสรุปสำนวนการสอบสวนทั้งหมดให้คณะกรรมการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พิจารณาส่งต่อไปยังคณะกรรมการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ระดับ ตร. พิจารณาเห็นชอบให้อัยการสั่งฟ้องหรือไม่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายวีระ รวมกับพวกอีก 7 คน ถูกแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จากกรณีจำเลยร่วมกันจัดรายการความจริงวันนี้ เมื่อวันที่ 20 - 21 สิงหาคม กล่าวอ้างถึงนายสนธิ ว่าเป็นบุคคลล้มละลาย เป็นหนี้แล้วไม่ยอมใช้แต่อยากมากู้ชาติ โดยศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาและนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 15 ธันวาคม เวลา 09.00 (17) ดังกล่าวสอดคล้องต่อการอธิบายว่าสื่อมวลชนก็มีผลต่อกระแสผีเสื้อแดงทั่วแผ่นดิน

5.หลังวันที่ 26 มีนาคม 2552: ประชาธิปไตยในจิตใจเพื่อการศึกษาการเมืองไทย

นับตั้งแต่ เกิดรัฐประหาร 19 กันยา 2549 เกิดความโกลาหลทางการเมืองในขณะนั้นเป็นต้นมา ในความจำจากอดีตบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุดเปิดผ่านทางทีวีในเหตุการณ์รัฐประหาร (18) จนกระทั่ง สถานการณ์แห่งวันเวลาเปลี่ยนแปลงมาจนจะถึงวันที่ 26 มีนาคม 2552 ทั้งรัฐบาล และคนเสื้อแดง ซึ่งตามที่กล่าวถึง Chaos Theory คือ ทฤษฎีความโกลาหลนั้น โดยผลกระทบต่อการเมือง การอธิบายเกี่ยวกับการเมืองในระบบรัฐสภาว่า ถ้าเครื่องมือทางการเมือง คือ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่สามารถดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการบังคับใช้กฎหมาย ต่อการกระทำความผิดที่ผ่านมาทั้งหมดของแกนนำพันธมิตรฯ นับตั้งแต่การยึดทำเนียบรัฐบาลไปจนถึงกรณีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อพิสูจน์ให้สาธารณชนเห็นว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกลางได้ รัฐบาลจะไม่สามารถอยู่ได้ และถ้าเกิดการยุบสภา รวมทั้งการเลือกตั้งใหม่ สิ่งที่น่าจะตามมาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยให้สังคมเป็นเจ้าภาพ ด้วยการดึงให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างประชาธิปไตยในจิตใจเพื่อการศึกษาการเมืองไทย ให้เกิดความหวังโดยเราจะมีสิทธิ มีความฝัน ให้หลายชนชั้น ทั้งชนชั้นกลาง และหลายชาติพันธุ์ เป็นแนวร่วมในการพัฒนาการเมืองไทยของประชาชน และหลากหลายชุมชนแห่งชาติ ได้การยอมรับจากนานาชาติ เพราะว่า การสร้างประชาธิปไตยในจิตใจ ไม่ง่ายดาย ในการปลูกวัฒนธรรมทาง

อย่างไรก็ตาม หากจะกล่าวให้กว้างกว่านั้น คนไม่สามารถเป็นไม้บรรทัด คือ วัดได้คงเส้นคงวา (มักจะDouble Standard) และถ้าเกี่ยวกับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ก็คงไม่มีเครื่องมือวัดว่า คนนั้น มีประชาธิปไตยได้ เหมือนกับเทอร์โมมิเตอร์ ซึ่งวัดอุณหภูมิ ร้อน หรือ เย็นได้ เพราะคนไม่สามารถ เที่ยงตรง แม่นยำ และย่อมมีอารมณ์ ความรู้สึก อคติต่างๆได้

สรุป

กระนั้นประเด็น 5 ประการ สะท้อนความเป็นมาของความจำเป็น ต่อคนเสื้อแดง และกลุ่มอื่นๆ ในประชาชนทั่วไปในการสร้างความเป็นประชาธิปไตยให้ก้าวไกลกว่าระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ เปรียบกับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม การจัดจัดองค์ประกอบ ทำให้มองเห็นเรื่องแสง-เงาของรัฐสภากับทำเนียบรัฐบาลแล้วจะทำประชาธิปไตยเกิดแนวทางเริ่มต้นเปล่งแสงสว่างของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งปรากฏจากผลของคนเสื้อแดง และสิ่งที่เชื่อมโยงของระบบนิเวศใน Butterfly Effect

ขณะของอนาคตอันไม่แน่นอน และชัยชนะแดงทั่วแผ่นดินจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม

สิ่งสำคัญของการต่อสู้ของแดงทั่วแผ่นดินนั้น แน่นอนว่า ไม่ว่าจะอย่างไร ผีเสื้อปีกแดงได้ส่งผลต่อการเมืองไทยแล้ว

หมายเหตุ

บทความนี้แก้ไขและปรับปรุงมาจากบทความที่เผยแพร่ครั้งแรกใน Thaienews, 26 มีนาคม 2552

อ้างอิง

1.ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ "มีสัญญาณอันตราย เต็มไปหมดในประเทศนี้" ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ผู้นำสาร Chaos Theory เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 581 วันที่ 21 - 27 ก.ค. 2546 http://www.nokkrob.org/index.php?file=forum&obj=forum.view(cat_id=ch-ch,id=1)

2.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล deja vu: ทักษิณ V นายกฯพระราชทาน, พิบล-เผ่า V สฤษดิ์ http://somsakcouppostings.blogspot.com/2006/09/deja-vu-v-v-19-2549-2528.html

3. The Butterfly Effect

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/butterflyeffect/be.html

4.ธงชัย วินิจจะกูล ความทรงจำ ภาพสะท้อนและความเงียบในหมู่ฝ่ายขวาหลังการสังหารหมู่ 6 ตุลาhttp://www.prachatai.com/05web/th/home/10331 และ

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เราสู้: เพลงพระราชนิพนธ์การเมืองกับการเมืองปี 2518-2519http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=10&s_id=12&d_id=20เราสู้

5. งานวิชาการ ไทยศึกษา’ : นิธิ เอียวศรีวงศ์ วิจารณ์ The King Never Smiles (ฉบับเต็ม) http://www.prachatai.com/05web/th/home/10893

6.เดอะคิงเนเวอร์สไมส์, วิกิพีเดีย

7.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล:ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส ละคอนแขวนคอยุคใหม่http://www.prachatai.com/05web/th/home/12043

8. วริษฐ์ ลิ้มทองกุล เครือข่ายของราชา กับ ทักษิณ ผู้จัดการ 3 สิงหาคม 2549 16:21 น.

http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=24286 (เว็บของรัฐสภา) และวริษฐ์ ลิ้มทองกุล นั่งฟัง ฝรั่งพูดถึงการเมืองไทย

http://oldforum.serithai.net/index.php?action=printpage%3Btopic=21135.0

9. "แม้ว"โฟนอินความจริงสัญจรฯ วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11236 มติชนรายวันhttp://matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0102141251&sectionid=0101&day=2008-12-14

10. "จาบจ้วง?" ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2551 15:48 น. http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000152959

11.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล การกลับมาของ "ศักดินา" ในฐานะจินตภาพการเมือง http://somsakcouppostings.blogspot.com/2006/12/blog-post_8371.html

12.อรรคพล สาตุ้ม "14 ตุลา 2516 บนถนนราชดำเนิน หลัง 13 ธันวา 2551: เครื่องมือทางการเมืองของคนไทย" http://www.prachatai.com/05web/th/home/15017

13. แดงทั่วแผ่นดินสัญจร, วิกิพีเดีย

14.กบฏ 26 มีนาคม 2520, วิกีพีเดีย

15.วีระ มุสิกพงศ์, วิกิพีเดีย

16. 27 มีนาคม, วิกิพีเดีย

17.วีระ มุสิกพงศ์,เพิ่งอ้าง

18.รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549, วิกิพีเดีย