WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, May 26, 2009

บทความชวนฮา เรื่องเล่าริมสระ กับนายเจ๋อ จ๋อ

ที่มา thaifreenews

เขียนโดย ice angel
วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2009 เวลา 02:59 น.

กว่าจะได้บ้านใหม่ กว่าบ้านใหม่จะเสร็จ กว่าจะมีเวปเหมือนที่เคยมี คงต้องรออีกซักพัก
แต่ว่าเรื่องที่พักไม่ได้คือเรื่องการเมืองแบบ สนุกสนาม เฮฮา ฮาเฮ ตามสไตล์ thaifreenews.

วันนี้ ice angel คนอ่านข่าวขอสรุปข่าวการเมืองแบบ สนุกๆ

เรื่องนี้อาจต้องใช้คำพ่อขุนรามในเนื้อหาไปบ้าง แต่ก็เพื่ออรรถรส หน่ะ

alt

เรื่องเล่าริมสระ จากนายเจ๋อ จ๋อ

ตอน พันธมิตรเป็นของศักดิ์สิทธิ์


เจ๋อ ว่างัยไอ้จ๋อ วันนี้มีข่าวอะไรมาเล่าว๊ะ

จ๋อ เฮ้ย!! อย่าเอ็ดไปกูมีเรื่องพันธมิตรเป็นของศักดิ์สิทธ์

เจ๋อ สัตว์สิทธิ์ เหรอ รอเดี๋ยวขอกูแงะสำลีออกจากหูก่อน

จ๋อ ศักดิ์สิทธิ์เว้ย แล้วนี่มรึงเป็นไรว๊ะทำไมต้องอุดสำลีไว้ในหู

เจ๋อ อ้าว....ก็คราวที่แล้วกูฟังเรื่องเจาะกะโหลก ดับเสี้ยนพรก.
ที่ไอ้ลิ้มโกเต๊กส์ โดนยิงร้อยนัด

กูยังหูอื้อไม่หาย เดี๋ยวๆ ขอเวลากูแงะสำลีเดี๋ยวเดียว

อ่านต่อ และ แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่



เจ๋อ อ้าวมรึงเล่ามา !!

จ๋อ มีงรู้ยังว่า ไอ้พวกผีตองเหลืองมันจะไปตั้งพรรคการเมือง
มันบอกว่ามันจะใช้ชื่อพรรคพันธมิตร

เจ๋อ ไอ้หยา พรรคอันฑะมิด
จ๋อ ไม่ใช่เว้ย พรรคพันธมิตร

เจ๋อ เออๆๆ แล้วไงต่อ

จ๋อ มันบอกว่า สงกะสัยคงตั้งยาก
เพราะไอ้คนที่ไปจดชื่อพรรคมันเป็นใครก็ไม่รู้
สับปะดลไม่มาปรีกษาแกนนำ

เจ๋อ ไม่รู้สับปะรด ?

จ๋อ ไม่ใช่เว้ย สับปะดล แปลว่าทะลึ่ง ที่ไอ้ลิ้ม มันชอบเอาไว้ด่าคน
เวลาทำอะไรไม่ถูกใจมัน
จำไม่ได้หล่ะซิ เรื่อง อย่าทะลึ่งเจรจาสงบศึก

เจ๋อ เออเออ กูจำได้แล้ว.... แล้วไงต่อ

จ๋อ จะยังไงซะอีกหล่ะ กกต. มันไม่ให้จด

เจ๋อ กกต. มันใครว๊ะ? ใหญ่กว่าไอ้ลิ้ม

จ๋อ กกต. มันเป็นชื่อย่อองค์กรอะไรซักอย่างชื่อย๊าวยาว
หน้าที่หลักๆ คือแจกใบเหลือง ใบแดง ใบเขียว ให้สส.

เจ๋อ เฮ้ย..นี่มันทำงานเหมือนป้ายจราจรเลยนะมรึง

จ๋อ เออ!! กูก็ว่างั้นแหล่ะ กกต. มันมีระบบทำงานแบบอัตโนมัติ
บางทีก็ถูกแทรกแซงด้วยมือที่มองไม่เห็น
คอยกดปุ่ม ฉึบฉับ ฉับฉึบ ส่งสัญญาณ
แทรกแซงองค์กรอื่นๆ อีกต่างหาก คอยกำกับบทให้ขึ้นเหวลงห้วย
ถอยหลังลงคลอง ปิดสนามบิน แม่งเอาหมด

เจ๋อ เออ มีงแน่เว้ย มือที่มองไม่เห็นมรึงยังสับปะดลไปเห็นซะอีก
แล้วไงต่อว๊ะ ศักดิ์สิทธิ์ตรงไหน ?

จ๋อ ตรงที่มันยังจดไม่ได้หน่ะซิมรึง

เจ๋อ 555 กูรู้แล้ว กกต.แปลว่า กูก็กลัวตาย ถ้าให้มรึงจดชื่อพรรค เอึก เอึก แล้วไงต่อว๊ะ


เจ๋อ งานนี้ไอ้ลิ้มฉุน โดยเจาะกะโหลกจากคนมีสี
แถมมาโดนกันท่าไม่ได้เขมือบผลประโยชน์ทางการเมือง
จาก Mr.เมือก เฟรนไวฟ์ มันก็เลยจัดงานลิ้มสู้ 2 วันซ้อน
ถ่ายทอดสด ระดมคนระดมทุนสมุนผีตองเหลือง

มันให้สมุนพวกมันกรอกแบบสอบถามว่า
มีงจ่ายมั้ย 100 เดียวเอง กูขอต่อเดือน
มันบอกพวกสมุนว่าถ้าไม่อยากให้พวกมันตั้งพรรค
มันก็จะเอาเงินที่ได้ไปทำมูลนิธิ แล้วไอ้ลิ้มโกเต๊กส์ มันยัง

บอกอีกว่า พันธมิตรเป็นของศักดิ์สิทธิ์
5 แกนนำ จะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองหรือไม่
ขึ้นอยู่กับพี่น้องผีตองเหลืองเป็นคนเลือก

ไม่ใช่สับปะดลไปตั้งกันเอง มันบอกว่าพรรคของพวกมัน
เสมือนพรรคกระยาจก ที่มีผู้คุมกฎของพรรค
5 แกนนำก็อาจจะทำหน้าที่เพียงผู้คุมกฎเท่านั้น


เจ๋อ โอ๊ยกูฟังมรึงเล่าเรื่องพันธมิตรเป็นของศักดิ์สิทธิ์ กับผู้คุมกฏ
กูนึกไปถึงหนังเรื่อง พ่อมดน้อยแฮรี่พอตเตอร์

จ๋อ ทำไมว๊ะ ?

เจ๋อ มรึงจำเรื่องเจาะกะโหลก ดับเสี้ยนพรก. ได้ไหม!!
ที่ไอ้ลิ้มโกเต๊กส์โดนยิงร้อยนัด
รูปนั้นมีรอยแผลเย็บ 42 เข็ม ครึ่งกะโหลก
ไม่ทันข้ามอาทิตย์ รอยแผลหายเกลี้ยง กูว่านะไอ้ลิ้มโกเต๊กส์
มันต้องมีคาถาวิเศษแบบพ่อมดแน่ๆ
มาคราวนี้ มันสับปะดลมาใช้คำว่า “ผู้คุมกฏ”
เหมือนหนังพ่อมดยังไงยังงั้น
งานนี้กูว่าพรรคน้ำเน่าอย่างพรรคแมงสาบ หนาวแน่

ขวาหมอผีเขมรเนรวิน
ซ้ายพ่อมดลิ้มโกเต๊กส์
ข้างล่างรากหญ้าสีแดง
แล้วข้างบนพรรคน้ำเน่าอย่างพรรคแมงสาบมันจะเจอะอะไรหล่ะไอ้จ๋อ..หือ!!


จ๋อ อึม!! กูว่านะ...ไอ้ลิ้มโกเต๊กส์คงไม่ได้มีคาถาวิเศษหรอกมีง
กูว่า พวกมันคงติดนิสัยยามมากกว่าเพราะพวกมัน
เคยเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน เอึก เอึก เอึก !!!


บทส่งท้าย Ferula (เฟอรูล่า) คาถาเสกผ้าพันแผล

Furnunculus (เฟอร์นันคูลัส) คาถาเสกฝีหนองขนาดใหญ่

จากหนัง Harry Portter คาถานี้มีจริงๆ ในหนังนะคุณ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ขอขอบคุณคำนิยาม Mr.เมือก เฟรนไวฟ์ จากพี่ Bugbunny

รับน้องใหม่พรรคเหลือง ปลายเดือนโดนคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน

ที่มา Thai E-News


ที่มา ไทยโพสต์
26 พฤษภาคม 2552

"เบื้องต้นได้มีการเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่บุกรุกจนถึงข้อหาก่อการร้ายสากล ซึ่งคาดว่าประมาณปลายเดือน พ.ค.จะมีความคืบหน้าในการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง" พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผช.ผบ.ตร.กล่าว


พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงการมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงพนักงานสืบสวนสอบสวน กรณีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เครื่องมือในการควบคุมฝูงชนและจัดระเบียบพื้นที่ทำการเปิดช่องจราจรเข้าอาคารรัฐสภาที่ถูกปิดล้อมโดยกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ และทำให้มีผู้บาดเจ็บและถึงแก่ความตายว่า เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีคำสั่งแบ่งลักษณะงานและอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ในระดับรอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในเขตพื้นที่นครบาล เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงต้องมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผช.ผบ.ตร.พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพันธมิตรฯ ปิดล้อมรัฐสภาและสนามบินดอนเมืองด้วย

โดยมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.ธานี เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนเป็นผู้รับผิดชอบคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่นครบาล ทั้งคดีพันธมิตรฯ ปิดสนามบินดอนเมืองและรัฐสภา แต่ในการสอบสวนคดีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนเหมือนเดิม

"เพื่อให้ พล.ต.อ.ธานีได้เข้ามาจัดประชุมในเรื่องพยานหลักฐาน วัตถุพยาน และสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความรอบคอบและชัดเจน ซึ่งคดีคืบหน้าไปได้มาก แต่เมื่อมีการเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวน ต้องมีการประชุมใหญ่เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คิดว่าในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม พนักงานสอบสวนจะมีความเห็นทางคดีได้พอประมาณ" ผบ.ตร.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในเดือน พ.ค.หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า เป็นเรื่องของหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ชี้ขาดในรายละเอียดของคดี ซึ่งได้กำชับให้ทำอย่างรอบคอบและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งต้องให้เกิดความชัดเจนทั้งในเรื่องข้อกล่าวหาและข้อกฎหมาย

พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนคดีพันธมิตรฯ ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิมีความคืบหน้าไปมาก พนักงานสอบสวนที่ทำคดีพอจะมองเห็นช่องทางในการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องรอฟังผลของผู้เชี่ยวชาญจากกรมการขนส่งทางอากาศ ที่จะต้องยืนยันเอกสารความผิดของพันธมิตรฯ ในช่วงวันเกิดเหตุ ว่ามีความผิดเข้าข่ายข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมขนส่งทางอากาศหรือไม่ และในวันที่ 28พ.ค.นี้จะประสานขอทราบผลอีกครั้ง

"เบื้องต้นได้มีการเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่บุกรุกจนถึงข้อหาก่อการร้ายสากล ซึ่งคาดว่าประมาณปลายเดือน พ.ค.จะมีความคืบหน้าในการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง" พล.ต.ท.วุฒิกล่าว

ส่วนความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญของพันธมิตรฯ พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า ได้มอบให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.รับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนคดี ซึ่งทราบว่าคดีมีความคืบหน้า ไม่ได้ตัน แต่ยังไม่ได้พยานหลักฐานชัดเจนที่จะขออนุมัติจับกุมคนร้ายได้ ต้องรอผลคืบหน้าโดย พล.ต.อ.ธานี ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน และได้กำชับให้ทำคดีด้วยความรอบคอบ และยึดถือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ พล.ต.อ.ธานีจะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในวันที่ 25 พ.ค.

ลำดับเหตุการณ์ครึ่งปีคดียึดสนามบินโดนดอง


-ค่ำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ
-13 มกราคม 2552 พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.เผยคดีคืบหน้า 70 %จะออกหมายจับพันธมิตรภายใน1เดือน
-13 กุมภาพันธ์ 2552 ครบ1เดือนที่จงรักพูด ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
-18 กุมภาพันธ์ 2552 รัฐบาลย้ายตำรวจคุมคดียึดสนามบินเข้ากรุ พล.ต.อ.จงรักพ้นหน้าที่ในการคุมคดี สุเทพ เทือกฯเข้าคุมเอง
-20 กุมภาพันธ์ 2552 พล.ต.ท.ฉลอง สนใจผบช.ภาค1เผยคดีคืบหน้า80%
-21 เมษายน 2552 พล.ต.ท.ฉลองเผยคืบหน้า95%แล้ว เหตุที่ช้าเพราะเป็นคดีก่อการร้ายโทษถึงประหารชีวิต ส่วนคดีเสื้อแดงจับรวดเร็วเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดผลร้ายขึ้น
-23 เมษายน 2552 อภิสิทธิ์กล่าวต่อที่ประชุมสภาว่า รัฐบาลไม่ได้มี2มาตรฐานระหว่างสีแดงจับเร็ว สีเหลืองจับช้าอย่างที่วิจารณ์กัน ขณะที่จตุพร พรมพันธุ์โต้ตอนนี้มี3มาตรฐานแล้ว คือเสื้อแดงจับไว เสื้อเหลืองออกหมายเรียกก่อนแต่ช้า ส่วนเสื้อสีน้ำเงินของเนวินไม่ทำอะไรเลย แถมรัฐบาลอ้างว่าเป็นอาสาสมัครช่วยรัฐบาลอีก...
27 เมษายน 2552พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายให้คุมคดีพันธมิตรยึดสนามบิน และคดีพันธมิตรบุกสภาเมื่อ7ตุลาคม2551 เผยว่า คาดว่าไม่เกินเดือนพฤษภาคมจะสรุปสำนวนได้

9 พฤษภาคม 2552พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ปฏิเสธว่าไม่ได้2มาตรฐานกรณีสลายม็อบเสื้อแดงกับเพิกเฉยกรณีเสื้อเหลืองยึดสนามบิน โดยอ้างว่าตอนยึดสนามบิน รัฐบาลมีคำสั่งให้ตำรวจเป็นหลัก ทหารบกเป็นผู้ช่วยอยู่อันดับ3 แต่กรณีเสื้อแดงตอนสงกรานต์นั้น ทหารอยู่เฉยไม่ได้ คนตีกันสองฝ่าย ที่ตีกันระหว่าง “เหลือง-แดง” ผมอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เราไม่ได้สลายการชุมนุม แต่ทำให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย

-25 พฤษภาคม 2552 เป็นเวลา 181 วัน หรือครบ 6 เดือนเต็มคดีโจรก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบิน โดยยังไม่มีการดำเนินคดีกับหัวโจกและสมุนโจรก่อการร้ายสากล ขณะที่พันธมิตรได้ประกาศจะตั้งพรรคการเมือง


Monday, May 25, 2009

กกต.ชี้หาก"สนธิ"นั่งหน.พรรคต้องตีความคำพิพากษา "บุคคลล้มละลาย" "สมเกียรติ"ลังเลทิ้งประชาธิปัตย์

ที่มา มติชนออนไลน์

พรรคพันธมิตรฯรับทุนสะอาดไร้เงื่อนไข ใช้ระดมเงินสมาชิกบริจาค100บาท/เดือน "สุริยะใส"คาดไม่เกิน 3 เดือนตั้งพรรคได้ "สมเกียรติ"ยังลังเลย้ายซบ ทิ้งปชป. รองเลขาฯกกต.บอกหาก "สนธิ"เป็นหัวหน้า ต้องตีความคำพิพากษากรณีบุคคลล้มละลาย เจ้าตัวให้เสียงส่วนใหญ่ตัดสินใจใครคุมบังเหียน

กกต.ชี้หาก"สนธิ"นั่ง หน.ต้องตีความกรณีบุคคลล้มละลาย

นายปกครอง สุนทรสุทธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวเมื่อวันที่ 24 พฤาภาคมถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชานเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)จะตั้งพรรคการเมืองว่า หากยื่นขอจดแจ้งใช้ชื่อพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็สามารถยื่นได้ เพราะยังไม่มีใครขอใช้ชื่อนี้ ซึ่งในส่วนของสมาชิกพรรคไม่ได้จำกัดคุณสมบัติ แต่ส่วนของกรรมการบริหารพรรค ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดว่า กรรมการบริหารพรรคต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายโดยทุจริต(มาตรา 11) ดังนั้นหากนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งเคยเป็นบุคคลล้มละลาย จะมาเป็นหัวหน้าพรรค จะต้องมีการตีความคำพิพากษาของศาลว่า ระบุไว้อย่างไร

"สุริยะใส" คาดไม่เกิน 3 เดือนพันธมิตรฯ ตั้งพรรคได้

งานรำลึก 193 วัน 1 ปี การต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันนี้จะเป็นวันที่ 2 แต่เปลี่ยนจากสถานที่มหาวิทยาลัยรังสิต มาเป็นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) โดยงานจะเริ่มในเวลา 14.00 น. ซึ่งจะมีความชัดเจนเรื่องการตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ ที่แกนนำได้ระบุก่อนหน้านี้ว่า จะฟังมติของผู้เข้าร่วมประชุม หลังจากที่แจกแบบสอบถามไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ว่า ต้องการให้พันธมิตรฯ ตั้งพรรคการเมืองหรือไม่

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้ชื่อพรรค 3 ชื่อ คือพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พรรคเทียนแห่งธรรม และพรรคการเมืองใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน จะตั้งพรรคการเมืองได้ แต่หากวันนี้สมาชิกไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งพรรค ทุกอย่างจะต้องถูกล้มเลิกทันที


"สมเกียรติ"ยังลังเลทิ้งปชป. บอกมีมารยาทการเมืองพอ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีการตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ ว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตทางการเมือง ของพรรคที่จะถูกจัดตั้งขึ้น ซึ่งหากเป็นพรรคการเมืองจอมปลอมจะไม่สามารถอยู่ได้นาน โดยขณะนี้ตนเองไม่สามารถตอบได้ว่า จะย้ายพรรคการเมืองหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นโครงสร้างของพรรคที่ชัดเจน พร้อมยืนยันว่า ตนเองมีมารยาททางการเมืองเพียงพอ และขณะนี้ยังเชื่อมั่นในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังเป็นพรรคที่มีคุณค่าต่อสังคม

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้แกนนำพันธมิตรฯ พยายามชี้แจงทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลกับประชาชนเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก

"จำลอง"รับจุดเปลี่ยนตั้งพรรคอยากเห็นการเมืองใหม่

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ย้ำว่า ไม่เคยคิดว่าจะมีการตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ แต่บอกเพียงแค่ว่าเมื่อครบ1 ปีจะมีการสังสรรค์ และพบปะเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลไปแล้ว ทั้งนี้ พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็ยังมีการทำการเมืองแบบเก่า ซึ่งมีหลายเสียงสอบถามแนวความคิดการตั้งพรรคการเมืองซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยและค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ พันธมิตรฯ จะมีการหารืออีกครั้ง สำหรับจุดเปลี่ยนการตั้งพรรค ก็เป็นเพราะอยากเห็นการเมืองใหม่

"สุเทพ"แสดงความยินดีพันธมิตรฯตั้งพรรคการเมือง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะตั้งพรรคการเมืองว่า ขอแสดงความยินดี และขอต้อนรับในฐานะนักการเมือง และเห็นว่าเป็นเรื่องดี ที่จะมีพรรคใหม่ ทำให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น ขณะนี้ไม่อยากให้วิจารณ์ว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะมีการดำเนินการทั้งในและนอกสภาหรือไม่ ต้องรอให้มีนโยบาย วิธีการดำเนินการที่ชัดเจน ก่อนแสดงความคิดเห็น แต่ส่วนตัวคาดว่าหากมีการตั้งพรรคแล้ว คงไม่มีการเคลื่อนไหวนอกสภา นอกจากนี้ยังเห็นด้วยที่ฝ่ายต่างๆ จะเข้ามาสู่ระบบ โดยการเป็นตัวแทนของประชาชน เข้ามาร่วมแก้ปัญหา ส่วนกระแสข่าวที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ จะเป็นหัวหน้าพรรคนั้น เป็นเรื่องภายใน อย่างไรก็ตามไม่กังวลว่ากลุ่มพัธมิตรฯ จะเป็นคู่แข่งทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์


พธม.นับพันร่วมถกตั้งพรรค


ก่อนหน้านี้ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จัดประชุมสภาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ภายใต้แนวคิด "เดินหน้าสู่การเมืองใหม่" ที่อาคารนันทนาการ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พฤษภาคม มีตัวแทนพันธมิตรจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมกันอย่างคับคั่งประมาณ 3,000 คน มีการแบ่งที่นั่งเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และกลุ่มเครือข่ายองค์กรพันธมิตร เช่น กองทัพธรรม สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เครือข่ายเกษตรกร กลุ่มทีจีโอ เครือข่ายประชาธิปไตยยาตรา พร้อมแจกแบบสอบถามเกี่ยวกับการจัดตั้งพรรคพันธมิตร ประมาณ 3,000 ชุด และยังเตรียมแบบสอบถามอีกประมาณ 70,000 ชุด สำหรับผู้ที่มาร่วมงานรำลึก 193 วัน ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคมนี้


ส่วนการรักษาความปลอดภัยด้านนอกมีตำรวจจากสถานีตำรวจต่างๆ อาทิ สภ.ต.คูคต สภ.ต.คลอง 12 และ สภ.ต.อื่นๆ กว่า 2 กองร้อยมาดูแล ส่วนพื้นที่ภายในจะเป็นการรักษาความปลอดภัยจากกลุ่มพันธมิตรเอง


"จำลอง" โต้ขัดแย้ง "ปชป."


พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตร กล่าวก่อนขึ้นเวทีว่า แนวคิดจัดตั้งพรรคการเมืองนั้นเกิดหลังจากยุติการชุมนุม มีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่และกลุ่มพันธมิตรหวังว่ารัฐบาลใหม่จะทำงานการเมืองอย่างที่หลายฝ่ายต้องการ แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งเห็นว่าไม่เป็นอย่างนั้น จึงเริ่มมีความคิดเสนอให้มีการตั้งพรรคการเมืองเพื่อทำการเมืองใหม่


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวความขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จนต้องตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้น พล.ต.จำลองกล่าวว่า ไม่ใช่ พันธมิตรมีความสัมพันธ์กับหลายพรรคการเมือง ยืนยันไม่ได้ขัดแย้งกับพรรคการเมืองใดเลย ไม่เป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มไหนทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องการให้เกิดการเมืองใหม่


ปัดกลืนน้ำลายรับเก้าอี้การเมือง


เมื่อถามว่า จะเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองหรือไม่นั้น เพราะเคยระบุว่าจะไม่เข้ามายุ่งกับตำแหน่งการเมืองอีก พล.ต.จำลองกล่าวว่า ไม่ได้กลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเมื่อยุติการชุมนุมก็เคยบอกแล้ว เมื่อชุมนุมเสร็จจะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง เช่น ที่ปรึกษา หรือเลขานุการรัฐมนตรี ส่วนกรณีชื่อเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่นั้น พล.ต.จำลองกล่าวว่า "ไม่ได้หวังตำแหน่ง เพราะการมากินมานอนกลางถนน 193 วัน มันไม่คุ้มกันเลย"


พล.ต.จำลองกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า พันธมิตรไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาที่จะจัดตั้งพรรคการเมือง แม้ว่าจะมีเสียงสนับสนุนให้ตั้งพรรคการเมือง โดยเฉพาะเสียงส่วนใหญ่ที่อเมริกา ดังนั้น จึงคิดว่าต้องถามประชามติของประชาชนก่อน ขอยืนยันแกนนำไม่ได้มีการชี้นำในการตั้งพรรคการเมือง


"สนธิ"ให้มติตัดสิน"หน.พรรค"


เวลา 09.30 น. แกนนำพันธมิตร นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายพิภพ ธงไชย พล.ต.จำลอง และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ขึ้นบนเวทีพร้อมกัน ซึ่งนายสมศักดิ์ในฐานะประธานสภาพันธมิตร กล่าวขอให้ผู้ที่เข้าร่วมการประชุมลุกขึ้นยืนไว้อาลัย 1 นาที เพื่อเคารพจิตวิญญาณของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 จากนั้นกล่าวขอให้การอภิปรายมีการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพื่อตอกเสาเข็มนำไปสู่การเมืองใหม่


นายสนธิกล่าวว่า จากเหตุการณ์ 17 เมษายนที่ผ่านมา ที่ถูกลอบยิง เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่าการต่อสู้ของพันธมิตรมาถูกทางแล้ว ส่วนคำถามที่ตามมาเกี่ยวเรื่องการตั้งพรรคการเมืองแล้วใครจะเป็นหัวหน้าพรรคเมืองนั้น ทั้งนี้ 5 แกนนำพันธมิตรต้องขอฉันทานุมัติจากพี่น้องกลุ่มพันธมิตรเป็นคนตัดสินใจ เป็นคนเลือกไม่ใช่ตั้งกันเอง พันธมิตรเป็นของศักดิ์สิทธิ์ และพรรคการเมืองนั้น ถ้าจะมีการตั้งก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการต่อสู้ของพันธมิตร ซึ่งพันธมิตรมีเครื่องมือหลายอย่าง นอกจากพรรคการเมืองแล้ว อาจมีมูลนิธิที่ออกไปให้ความรู้กับประชาชน


เล็งสมาชิกบริจาค100บาท/เดือน


"การเคลื่อนไหวของพันธมิตร เป็นอันตรายต่อการเมืองระบอบเก่า ที่พรรคการเมืองระบอบเก่าอยากเห็นพันธมิตรใช้วิถีทางการต่อสู้บนท้องถนนเท่านั้น แต่อีกสักกี่ปีกี่ชาติถึงจะสำเร็จ แต่การตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ก็ต้องแล้วแต่ฉันทานุมัติ" นายสนธิกล่าว และว่า ขอให้พี่น้องพันธมิตรที่สนับสนุนการตั้งพรรค อย่าคาดหวังว่า ภายใน 2-3 ปี จะต้องประสบสำเร็จ อย่าเอาจำนวน ส.ส.มาตัดสินใจ และถ้าตั้งพรรคจริงๆ จะต้องระดมทุนจากการให้สมาชิกบริจาคเงินเข้าพรรค อาจจะเป็นคนละ 100 บาทต่อเดือน โดยจะไม่ใช้เงินเหล่านั้นมาซื้อเสียง แต่จะเอาไปสร้างเครื่องมือในการให้ความรู้และให้ปัญญากับประชาชน สำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งพรรค หากส่วนใหญ่มีฉันทานุมัติให้ตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับ เพราะนี่คือประชาธิปไตยทางตรง


ยันพรรคใหม่ไม่ปิดกั้นตัวเอง


นายพิภพกล่าวว่า ถ้ามีฉันทามติตั้งพรรคการเมือง จะไม่ทิ้งประชาชนอย่างเด็ดขาด และจะสร้างความเป็นธรรมในทุกภาคส่วนและร่วมกันสร้างการเมืองใหม่ หากกลุ่มพันธมิตรมีมติจะตั้งพรรคการเมือง จะไม่ปิดตัวเองเฉพาะคนที่ร่วมชุมนุมวันนี้เท่านั้น แต่พร้อมที่จะเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามีส่วนร่วม แต่มีเงื่อนไข 3 ข้อ คือ
1.ต้องมีอุดมการณ์ตรงกันในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
2.ไม่สนับสนุนนักการเมืองให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น และ
3.พร้อมต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมต่อสังคม


"ประสงค์"ซัดพรรคน้ำดีเอาตัวรอด


น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ จะปล่อยให้การเมืองเดินไปอย่างนี้ไม่ได้ เพราะนักการเมืองไม่เข้าใจคำว่าการเมือง ซึ่งนักการเมืองที่ดีจะต้องเป็นนักการเมืองที่เสียสละและจะต้องทำงานเพื่อประชาชน แต่พรรคการเมืองซึ่งเป็นพรรคน้ำดีตนดูแล้วขณะนี้จะเป็นน้ำเสียในที่สุด เพราะทำงานทุกวันนี้ชอบประวิงเวลาเพื่อให้อยู่รอดไปวันๆ เท่านั้น ซึ่งการอยู่รอดไปวันๆ ทำผลเสียต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะ 4-5 เดือนที่ผ่านมา ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ


"ยืนยันรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้แก้ไขได้ แต่คนที่แก้จะต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับสิ่งที่แก้ไข โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีปัญหาแก้เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด เป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวที่สุด หากยังดึงดันก็เชื่อว่าประชาชนไม่ยอม นักการเมืองของไทยที่ดียังคงมีอยู่แต่น้อยและยังไม่กล้าหาญเด็ดขาดในการทำงาน โดยเฉพาะบางคนที่เป็นผู้นำพูดจาฉะฉานน่าเชื่อถือภาพลักษณ์ดี แต่ไม่กล้าตัดสินใจ เราต้องการนักเมืองที่กล้าตัดสินใจเพื่อคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่คนส่วนน้อย ที่ช่วยประคองรัฐบาล การตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรเห็นว่าถึงเวลาแล้ว"


เสนอปลดล็อคคำพูดแกน"พธม."


ผู้สื่อข่าวรายงานในการระดมความคิดตัวแทนพันธมิตรทั่วประเทศ ในช่วงบ่ายมีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นจากพันธมิตร 10 อนุภูมิภาค และองค์กรแนวร่วม ซึ่งส่วนใหญ่มีความเห็นแนวทางเดียวกันคือค้านแก้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 และการนิรโทษกรรม เพราะเห็นว่าข้อบัญญัติเดิมป้องกันนักการเมืองทุจริตและทำเพื่อประชาชนส่วนใหญ่อยู่แล้ว ส่วนประเด็นตั้งพรรค ตัวแทนส่วนใหญ่เห็นด้วยเพื่อสร้างการเมืองใหม่ ควบคู่การเคลื่อนไหวกับการเมืองภาคประชาชน เพื่อยุติการเมืองน้ำเน่าแบบเก่า นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนพันธมิตรภาคตะวันออกได้เสนอแนะให้มีการปลดล็อคคำพูดแกนนำพันธมิตรที่เคยประกาศว่าไม่รับตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว และพรรคการเมืองใหม่จำเป็นต้องได้ผู้นำคุณภาพ


ทั้งนี้ ตัวแทนพันธมิตรภาคตะวันออกกล่าวตอนหนึ่งว่า แกนนำที่เคยประกาศว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้น บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมามากแล้ว สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงขอให้มีการปลดล็อคคำกล่าวของแกนนำที่เคยประกาศว่าไม่รับตำแหน่ง หรือไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะถ้าตั้งพรรคการเมืองแล้ว ไม่มีผู้นำพรรคที่ดีจะไปรอดหรือไม่ ซึ่งภาคตะวันออกมีมติว่าให้ปลดล็อคคำพูดของแกนนำ เพื่อให้พรรคมีผู้นำที่เหมาะสมมาทำหน้าที่เพื่อสร้างการเมืองใหม่


ตั้งแล้ว3ชื่อพรรคให้โหวตเลือก


ผู้สื่อข่าวรายงานส่วนประเด็นการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น ทางพันธมิตรจะมีข้อสรุปผลโหวตอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 25 พฤษภาคม พร้อมการจัดงานรำลึก "193 วัน 1 ปีการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตร" ที่บริเวณสนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เวลา 14.00-23.20 น. จะมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแสดงดนตรี ขบวนพาเหรด และเวลา 21.05 น. ทางแกนนำจะขึ้นเวที มีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นตัวแทนดำเนินการขอฉันทานุมัติจากเหล่าพันธมิตร สรุปผลโหวตการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่


นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้สนับสนุนให้พันธมิตรตั้งพรรคการเมืองกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้ พันธมิตรจะดำเนินการเลือกชื่อพรรคที่ได้ตั้งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว 3 ชื่อ คือ พรรคเทียนแห่งธรรม พรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพรรคการเมืองใหม่ โดยจะมีการโหวตผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีผ่านดาวเทียม และยึดหลักเสียงส่วนใหญ่ว่าจะเลือกพรรคใด ทั้งนี้ เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า


ขอมติประชุมใหญ่3ประเด็น


เวลา 16.00 น. นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ผลการหารือที่ประชุมสภาพันธมิตรที่จะนำไปขอมติในที่ประชุมใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 25 พฤษภาคมนั้น คือ
1.จะร่วมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 190, 237 และ 309 และมาตราใดๆ ที่กระทบต่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่
2.จะร่วมกันสืบสานเจตนารมณ์วีรชนเพื่อสร้างการเมืองใหม่ ด้วยการตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาต่อสู้ไปพร้อมๆ กับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรในฐานะการเมืองภาคประชาชน
3.จะมอบหมายให้ 5 แกนนำ รับเอาเจตนารมณ์ของที่ประชุมพันธมิตรไปพิจารณาออกแบบและจัดโครงสร้างของพรรคแล้วนำมาขอความเห็นชอบจากพี่น้องพันธมิตรทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง


"สำหรับร่างคำประกาศกลุ่มพันธมิตรเพื่อเดินหน้าสู่การเมืองใหม่ ขอประกาศเป็นพันธสัญญาว่า
1.จะสานต่อเจตนารมณ์ของวีรชน
2.สนับสนุนส่งเสริมคนดีเข้าสู่อำนาจ ขัดขวางปกป้องคนไม่ดีเข้ามาสู่อำนาจ
3.เป็นความหวังของประชาชนเพื่อผลักดันการเมืองใหม่ "


ยอมรับทุนสะอาด-ไม่มีเงื่อนไข


นายสุริยะใสกล่าวว่า ดูแนวโน้มแล้วมีโอกาสที่จะจัดตั้งพรรคสูง แกนนำทุกคนเห็นตรงกันที่จะให้มีการจัดตั้งพรรค แต่สิ่งที่ท้าทายต่อไปคือ การตั้งพรรคการเมือง เพราะการแสวงหาอำนาจของพันธมิตรนั้น ต้องเป็นไปเพื่อประชาชน อีกทั้งการตั้งพรรคนั้นคงต้องใช้เวลา ซึ่งอย่างน้อยน่าจะไม่น้อยกว่า 3 เดือนจึงจะได้ข้อสรุป จากนั้นจะเดินสายไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อขอความเห็นกับประชาชนทุกภาคส่วน ยืนยันว่าบทบาทนอกสภาของพันธมิตรยังมีอยู่ เพราะการตั้งพรรคเป็นเพียงวิธีการต่อสู้แบบใหม่เท่านั้น ไม่ใช่ตั้งพรรคแล้วจบหรือชนะ


ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีคนนอกมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายสุริยะใสกล่าวว่า ยังไม่อยากตั้งธงว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นใคร แต่ต้องเป็นคนที่เสียสละ สะอาด ส่วนหากตั้งพรรคแล้วจะมีเรื่องทุนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น นายสุริยะใสกล่าวว่า ไม่ปฏิเสธที่จะต้องมีเรื่องทุนเข้ามา แต่ต้องเป็นทุนที่สะอาด ไม่มีเงื่อนไขมาแลกเปลี่ยน ไม่มาครอบงำพรรค เพราะไม่อย่างนั้นการเมืองใหม่ก็คงไม่เกิด


ปัด"อาทิตย์"หน.-นายทุนพรรค


ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ายังไม่ได้ปิดประตูตายที่แกนนำจะเป็นหัวหน้าพรรค นายสุริยะใสกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแกนนำ แต่ก็ยังไม่ปิดโอกาส แต่เท่าที่ดูแบบสอบถามนั้นส่วนใหญ่อยากให้นายสนธิเป็นหัวหน้าพรรค


สำหรับนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ถือเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค และเป็นนายทุนพรรคด้วยหรือไม่ นายสุริยะใส กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดเป็นข่าวปล่อย นายอาทิตย์ไม่ใช่นายทุน เพียงแต่ให้ยืมสถานที่เท่านั้น เชื่อว่านายอาทิตย์มีอุดมการณ์เพื่อประชาชน จึงไม่มีความคิดที่จะมาเป็นนายทุนให้พรรคการเมือง


ส่วนกรณีที่นายสนธิเคยระบุว่าจะไม่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองนั้น นายสุริยะใสกล่าวว่า ต้องถามนายสนธิเอง ตอบแทนไม่ได้ แต่นายสนธิไม่เคยอยากเป็นหัวหน้าพรรค ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประชาชนดีกว่า ส่วนการประเมินเก้าอี้ ส.ส.ที่คาดว่าจะได้รับหากตั้งพรรคการเมืองนั้น นายสุริยะใสกล่าวว่า ส.ส.ระบบสัดส่วน น่าจะได้ประมาณ 10 ที่นั่ง ส่วนในระบบเขตเลือกตั้งนั้น น่าจะได้ ส.ส.ใน กทม. ภาคกลาง และภาคอีสานตอนเหนือ


ปชป.รับ"พธม."ตั้งพรรคกระทบ


ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรจะตั้งพรรคการเมืองว่า ถือเป็นเรื่องดีต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะรวมตัวด้วยอุดมการณ์ ไม่ได้รวมตัวกันด้วยผลประโยชน์ เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของประชาชน ยกเว้นพรรคการเมืองที่มีเจตนาแอบแฝงหาผลประโยชน์ให้กับคนกลุ่มเดียวไม่ใช่คนทุกฝ่าย ทั้งนี้ฝากไปยังประชาชนว่าให้ติดตามอุดมการณ์ของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้วมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง


"ต้องยอมรับว่าการตั้งพรรคของพันธมิตร ก็ต้องมีผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์บ้าง เพราะต้องยอมรับว่าแนวคิดบางส่วนของพันธมิตร ก็มีความใกล้เคียงและคล้ายคลึงกับพรรคประชาธิปัตย์ ยกตัวอย่างการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจโดยมิชอบ ส่วนที่มีความแตกต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา จึงมีสมาชิกพรรคหรือผู้สนับสนุนเป็นกลุ่มคนที่อาจจะทับซ้อนกันอยู่ แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ที่จะมีพรรคการเมืองที่มาแข่งขันกัน เสนอแนวนโยบายที่ดีเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกคนที่ดีที่สุด"นายสาธิตกล่าว

วัดใจ"มาร์ค"

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




ถือเป็นการซื้อเวลาไปอีก 2 สัปดาห์หลัง ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตีกลับโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน มูลค่า 69,788 ล้านบาทของกระทรวงคมนาคม ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ เป็นเสนาบดี

แต่ครม.ก็เห็นชอบในหลักการ พร้อมกันไปด้วย

เรียกว่าบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น

แต่อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าโครงการนี้จะเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง หลังให้คมนาคมกลับไปปรับตัวเลขค่าเช่าแพงมหาโหด

ก่อนหน้านี้ก็ปรับไปแล้วรอบหนึ่ง แต่เหมือนเล่นปาหี่ก็ไม่ปาน

เพราะแต่เดิมตั้งราคาเช่าวันละ 4,784 บาท/วัน/คัน

ราคาใหม่เสนอมา 4,780 บาท/วัน/คัน

"4 บาท" ลดราคาแบบถึงใจพระเดชพระคุณจริงๆ!??

โครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน ถูกจับตามาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว หลังรมว.คมนาคม ผลักดันอย่างออกนอกหน้า

ที่ผ่านมาถูกต่อต้านมาตลอดเพราะราคาค่าเช่าที่ทำสัญญา 10 ปี ตกคันละ 17 ล้านบาทเศษ ทั้งที่รถในสเป๊กเดียวกันสามารถหาซื้อได้ในราคาคันละไม่เกิน 4 ล้านบาทเท่า นั้น!!!

แถมยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริษัทที่จะให้เช่ายังคิดค่าใช้จ่ายต่างๆ แบบละเอียดยิบ กระทั่งค่าซ่อมบำรุง ค่าภาษี ค่าประกันภัย และค่าบริหารจัดการ

เห็นแบบนี้จึงมีคนเสนอว่าซื้อมาทำเองไม่ดีกว่าหรือ แต่กระทรวงคมนาคม ก็ไม่สนใจ ยืนกรานว่าต้องเช่าเท่านั้น

พูดตรงๆ ว่า การให้เช่ารถลักษณะนี้แค่คันละ 3,000 บาท/วัน/คัน แถมเช่าปริมาณมากถึง 4,000 คัน มีสัญญาถึง 10 ปีการันตีด้วย

ต่อให้บวกเงื่อนไขว่าต้องเปลี่ยนรถทุก 5 ปี เพื่อให้ประชาชนได้นั่งรถใหม่ตลอด 10 ปีตามอายุสัญญา

ผู้ให้เช่ายังแย่งกันเข้าประมูลขาขวิด

เพราะหากคิดราคาเช่า 3,000 บาท/วัน/ คัน อายุรถ 5 ปี ตกค่าเช่าคันละ 5,475,000 บาท ราคารถซื้อขายกันไม่เกิน 4 ล้าน บวกค่าซ่อมบำรุง ค่าประกัน และอื่นๆ ไม่เกินคันละ 1 ล้านบาท

แล้วการซื้อรถล็อตใหญ่ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ กับรถที่มากถึง 4,000 คัน ราคามีแต่จะยิ่งถูกลง

ผู้ให้เช่ายังกำไรตกคันละ 500,000 บาท แถมเมื่อครบกำหนด 5 ปี ยังขายรถต่อได้ราคาไม่ต่ำกว่า 40-50% ของราคารถใหม่อีก

ผู้ให้เช่าสามารถทำกำไรไม่ต่ำกว่า 1.5-2 ล้านบาท/คัน ในเวลา 5 ปีเท่านั้น

หากคิดตลอดอายุสัญญา 10 ปี จากรถ 4,000 คัน ผู้ให้เช่าสามารถหากำไรจากขสมก. ไม่ต่ำกว่า 8,000-10,000 ล้านบาท

ขณะที่รัฐบาลหรือขสมก.จ่ายค่าเช่าตกคันละ 10.9 ล้านบาทเศษ ในอายุสัญญา 10 ปี รวมแล้วตก 4 หมื่นล้านบาทเศษ

แม้จะดูราคาสูงแต่หากคิดอีกมุมว่าไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อป้องกันการรั่ว ไหล แถมได้ใช้รถใหม่ทุก 5 ปี ถือว่าเกินคุ้ม

และอย่างน้อยก็ถูกกว่าราคาเก่าเฉียดๆ 3 หมื่นล้านบาท

ต้องวัดใจนายกฯว่าจะเอาใจพรรคร่วมรัฐ บาล เพื่อให้อิ่มหมีพีมัน หรือจะปกป้องผลประ โยชน์ของประเทศชาติ!??

ป่วนกันคนละอารมณ์

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_8242

อภิสิทธิ์

"รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ไหว ไม่มีอะไรจะให้อย่างเขา เธอไม่รักไม่รักหรอกคนอย่างเรา ไม่มีอย่างเขาที่เธอต้องการ เรามันน้อยบุญวาสนา ไม่มีปัญญาจะไปแข่งขัน เขาชนะชนะขาดลอยอย่างนั้น จะให้เธอหันมองเราได้ไง

เรามันแค่หิ่งห้อย น้อยแสงหมดแรงสู้ไม่ไหว เขาเป็นดั่งตะวันบนฟ้าไกล ที่เธอมั่นใจให้เขาเป็นคนสำคัญ

รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ไหว แต่ภายในใจก็ยังแอบฝัน วันที่ฟ้าไร้แสงแห่งดวงตะวัน เธออาจจะหันมามองฉันบ้าง วันที่ฟ้าไร้แสงแห่งดวงตะวัน หิ่งห้อยอย่างฉันคงมีความหมาย"

โดยเนื้อเพลง "หิ่งห้อยกับตะวัน" ที่ความหมายลึกซึ้งกินใจ

ถ้าไม่บังเอิญว่า คนที่ร้องคือ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ รองหัวหน้า พรรคภาคกลาง ขึ้นเวทีควงไมโครโฟนต่อหน้าบิ๊กๆพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางอารมณ์ คุกรุ่นในเกมป่วนปรับ ครม.

จงใจกระแทกแดกดันกันซึ่งๆหน้า

เล่นเอาเครียดกันทั้งงานสัมมนาพรรคบนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

แต่ที่เครียดหนักเลยก็คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงทุนนำดอกไม้ไปมอบให้เป็นรางวัล

หวังจะผ่อนคลายบรรยากาศ

แต่นายเฉลิมชัยก็ประกาศศักดา ขย่มต่อหน้านายกฯอภิสิทธิ์นิ่มๆ "ผมกับหัวหน้ามีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นดอกไม้ดอกนี้จึงมีความสำคัญกับผมมาก และที่นายกฯพูดว่าผมมี 40 แต่ผมอยากจะบอกความจริงกับหัวหน้า เพราะผมมีมากกว่านั้น"

หมูไม่กลัวน้ำร้อน

"อภิสิทธิ์" น่ะแค่ยิ้มเจื่อน แต่ที่สีหน้าบอกบุญไม่รับเลยก็คือ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล

ไม่มองแม้กระทั่งหน้าของนายเฉลิมชัย

เบื้องหน้าเบื้องหลังตั้งใจวัดกำลังภายในกันยังไง แหย่กันเล่นๆหรือหยั่งเชิงก่อนเอาจริง ใครทิ่มใคร ใครจ้องล่อใคร

แต่โดยเนื้อในของประชาธิปัตย์ มันหลอกตัวเองไม่ได้ว่า กำลังมีสนิม

ที่แน่ๆกับมุกที่นายกฯอภิสิทธิ์ขึ้นเวทีปลุกใจลูกทีม ปั่นตัวเลขเลือกตั้งรอบหน้า ประชาธิปัตย์หวังกวาด ส.ส. 240 ที่นั่ง เลือกได้อยากเป็นรัฐบาลพรรคเดียว

ก็แค่มุกตลกดับอารมณ์เครียด

ประชาธิปัตย์กระเพื่อมหนักเพราะแย่งกันเป็นรัฐมนตรี ในอารมณ์ที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยก็ยังปั่นป่วนไม่จบ

กั๊กกันเรื่องตำแหน่งหัวหน้าพรรค

จากชื่อของ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา ที่มาแรงในโค้งแรก ก่อนจะแผ่วลงไป พร้อมกับการปล่อยชื่อใหม่ๆอย่างนายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.อยุธยา ประธานวิปฝ่ายค้าน ไปยันนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส. ยโสธร มือกฎหมาย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีต รมว.ยุติธรรม หรือคนนอกอย่างนายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกฯ นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง ก็ยังโผล่เข้ามาอยู่ในโผ

โชว์ตัวเช็กเรตติ้งไม่ซ้ำหน้า

สรุปว่า ยังปิดกล่องไม่ลง

แนวโน้มก็อย่างที่นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรค แบะท่า ถ้ายังเคลียร์กันไม่จบก็อาจต้องเลื่อนคิวประชุมใหญ่เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่

อย่างว่า มวยเอกก็ไม่กล้าเสี่ยง "โดนล้างน้ำสาม" พวกที่เสนอหน้าก็แค่พวกมวยวัด

หาจุดลงตัวลงล็อกไม่เจอ

แต่ทั้งหมดทั้งปวง โดยยุทธศาสตร์การปรับเกมรบใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงสงครามล้างเผ่าพันธุ์ โดยรูปการณ์ของลูกข่ายนายใหญ่ หนีไม่พ้นต้องแตกตัวเป็นพรรคเอสเอ็มอี ค่ายขนาดกลาง และขนาดเล็ก

เลี่ยงเป็นเป้าใหญ่

ถึงที่สุดอาจแยกกันไปตั้งค่าย ปักหลักลุยกันไปเลยคนละภาค เน้นเป้าได้ชัวร์ๆในอีสาน ภาคเหนือ และกรุงเทพฯกับภาคกลาง

แยกกันตีแล้วไปรวมกันจัดรัฐบาล.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

'ประพันธ์'แทงกั๊ก ร่วมพรรคพธม. อ้างรอสนธิ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_8385

เผยมีคุณสมบัติเหมาะสมนั่งแท่นหัวหน้าพรรคพันธมิตรฯ คาดภายใน 1 เดือนชัดเจน ขณะที่เพื่อไทยระบุพันธมิตรฯ ตั้งพรรค เป็นการขยายสาขาพรรคของประชาธิปัตย์ แฉอดีต คมช. สนช. เตรียมตั้งพรรคการเมือง

วันนี้ (25 พ.ค.)นายประพันธ์ คูณมี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนึ่งในแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) กล่าวถึงกรณีการตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า ขณะนี้ภายในพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มี ส.ส.คนไหน แสดงเจตจำนงค์ที่ชัดเจนว่า จะเข้าร่วม มีเพียงนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และ ส.ส.ของพรรคบางคนที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ถูกจับตามองอยู่ สำหรับตนอยู่ระหว่างตัดสินใจ โดยขอดูความชัดเจนเกี่ยวกับหัวหน้าพรรคก่อนว่าเป็นใคร ซึ่งตนสนับสนุนนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นหัวหน้าพรรค เพราะมีคุณสมบัติเหมาะสม มีความพร้อม มีความรู้ความสามารถ และเป็นคนที่อยู่ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ มาตั้งแต่แรก นอกจากนั้นจะขอดูรายละเอียดโครงสร้างของพรรคพันธมิตรฯ ด้วยคาดว่าภายใน 1 เดือนน่าจะทราบ ซึ่งหากตัดสินใจจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ก็จะต้องลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เนื่องจากต้องทำให้ถูกต้อง สำหรับการตั้งชื่อพรรคการเมืองตนขอเสนอชื่อพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเนื่องจากจำง่าย และมีความชัดเจนดี

ส่วนหากหัวหน้าพรรคเป็น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ จะเข้าร่วมหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า พล.ต.จำลอง เป็นคนดีมีความสามารถ แต่ขณะนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป ท่านเหมาะสมกับยุคสมัยหนึ่ง แต่ขณะนี้ไม่ใช่ยุคสมัยของท่าน แต่น่าจะดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของพรรคมากกว่า เพราะมีประสบการณ์มาก

ทางด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยินดีกับแนวคิดตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย เพราะจะได้ลงต่อสู้ในสนามเลือกตั้งอย่างเปิดเผย แต่เชื่อว่าการตั้งพรรคครั้งนี้จะเป็นการขยายสาขาของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตาม นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เคยประกาศกลางเวทีที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2549 ว่า จะไม่เป็น ส.ส. และเป็นรัฐมนตรีอย่างแน่นอน หากรับตำแหน่งขอให้ถ่มน้ำลายหรือเอารองเท้าตบหน้าได้เลย เช่นเดียวกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ที่เคยประกาศไว้ในทำนองเดียวกัน ดังนั้น การที่พันธมิตรฯ จะตั้งพรรคการเมือง ตนเห็นว่าเป็นการตระบัดสัตย์ของนายสนธิ

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นอกจากกลุ่มพันธมิตรฯ จะเตรียมตั้งพรรคการเมืองแล้ว ยังพบว่ามีกลุ่มนายทหารเก่า กลุ่มอดีตคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมจดทะเบียนเพื่อตั้งพรรคการเมืองด้วย ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะได้ต่อสู้กันอย่างเปิดเผยและไม่กังวลว่าพรรคที่ก่อ ตั้งขึ้นมาใหม่จะเป็นคู่แข่ง เพราะพรรคเพื่อไทยมี ส.ส. และอดีต ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลขอเข้าสังกัดพรรคอีกจำนวนมาก

ส่วนปัญหาการเลือก หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ 31 พฤษภาคม ยังมีการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคแน่นอน จะมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ส่วนตัวหัวหน้าพรรคอาจจะมีการโหวต ว่าควรจะเป็น ส.ส.หรือไม่ แต่การโหวตชื่อนั้นยังไม่มีความชัดเจน หากมีผู้เสนอชื่อขึ้นมาก็ต้องดำเนินการ หรืออาจจะมีการขอให้โหวตเลื่อนการเลือกหัวหน้าพรรคออกไปก่อน

โฆษกพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า พรรคได้ตั้งคณะทำงานเพื่อชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่ยื่นให้ตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ คณะทำงานประกอบด้วยนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ และทีมกฎหมายพรรค.

ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม 2552

ที่มา ประชาไท

การเมือง สังคม

"นพดล"เตรียมยื่น จม. 4 ประเด็นให้นายกฯ ดำเนินการต่อกรณีเขาพระวิหาร

เว็บไซต์แนวหน้า - นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศและอดีตฝ่ายกฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯแถลงข่าวกรณีจะส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯในกรณีสืบเนื่องจากการอภิปรายฯของนายอภิสิทธิ์สมัยเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจฯกรณีปราสาทเขาพระวิหาร

นายนพดลกล่าวว่า ตนจะยื่นจดหมาย4ประเด็นให้นายกฯดำเนินการต่อไป คือ 1.นายอภิสิทธิ์เคยประกาศจะทวงปราสาทเขาพระวิหารคืนและรื้อฟื้นคดีนี้ได้ ทั้งๆที่กระทรวงการต่างประเทศบอกว่าเรื่องนี้ถึงศาลโลกและมีอายุความเกิน10ปีแล้ว จะรื้อฟื้นคดีนี้ไม่ได้ และหากนายกฯบอกว่าจะรื้อฟื้นคดีนี้ได้ ก็ขอให้ไปบอกกับกระทรวงการต่างประเทศและศาลโลกด้วย หากนายกฯทำไม่ได้จะเป็นการพูดเท็จ

2.นายกฯและพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าเส้นเขตพรมแดนไทย-กัมพูชานั้นยังใช้เส้นสันปันน้ำ แต่กรมแผนที่ทหารและกระทรวงการต่างประทศระบุว่าใช้แผนที่ชุด L 7017 โดยใช้เส้นสันปันน้ำเหมือนกัน แต่ยกเว้นบริเวณปราสาทที่ยกให้กัมพูชาตามคำสั่งศาลโลก เท่ากับว่นายกฯยกปราสาทและพื้นที่ใต้ปราสาทให้กัมพูชาไปเล้ว แต่นายกฯบอกว่า ยกให้เฉพาะปราสาท แต่ที่ดินใต้ปราสาทนั้นไม่ได้ยกให้ ฉะนั้นการที่นายกฯจะไปพบสมเด็จฯฮุนเซน นายกฯกัมพูชานั้น ต้องทวงปราสาทคืนให้ได้ หากทวงคืนไม่ได้ก็ไปคิดค่าเช่า หรือควรไปเปลี่ยนแปลงแผนที่ประเทศเสียใหม่

3 รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี2541 ออกประกาศพระราชกฤษฎีกาประกาศพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ โดยใช้แผนที่ชุด L 7017 เท่ากับว่าครม.ชุดนั้นยกที่ดินและปราสาทให้กัมพูชาไปแล้ว หากกัมพูชานำเรื่องนี้ขึ้นศาลโลก กฎหมายจะปิดปากพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกแผนที่นี้ให้กัมพูชาไปแล้ว เท่ากับว่านายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นผู้ที่ทำให้ประเทศเสียดินแดนตั้งแต่ปี2541

4.นายกฯ รวมทั้งนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศและนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์เคยบอกว่า ตนไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องสัมปทานแก๊ส น้ำมัน และเกาะกงนั้น ที่ผ่านมานายกษิตและนายอลงกรณ์ไปเคาะประตูบ้านไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฉะนั้นควรไปไล่ล่าดูว่าอดีตนายกฯได้สัมปทานนี้บ้างหรือไม่ นายกฯควรสั่งให้ครม.ไปตรวจสอบว่าตนมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากการลงนามในเรื่องข้างต้นหรือไม่ เพราะตนยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนตามที่กล่าวหา ฉะนั้นการอภิปรายในรัฐสภาเมื่อปีที่แล้วเท่ากับกล่าวเท็จ เพราะสังคมจะปรองดองและสมานฉันท์กันได้นั้น ต้องนำความจริงมาพูดกัน

นายนพดลกล่าวว่า ตอนนี้อดีตนายกฯยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมีหนังสือเดินทางหลายเล่ม โดยไม่มีหนังสือเดินทางของกัมพูชาและเยอรมัน แต่หนังสือเดินทางที่อดีตนายกฯใช้เป็นประจำคือ หนังสือเดินทางของประเทศมอนเตเนโกร ที่ตอนนี้อดีตนายกฯกำลังเจาจราซื้อทรัพย์สินคือหมู่เกาะฮาวายแห่งยุโรปที่น่าจะรู้ผลในสองเดือนนี้ และทราบว่าหลายประเทศสนอให้หนังสือเดินทางกับอดีตนายกฯ เพราะเห็นใจที่อดีตนายกฯเดินทางไปพบเพื่อนและธุรกิจ ตนทราบว่าประเทศมหาอำนาจในยุโรปจะให้วีซ่าแบบเรสสิเดนท์กับอดีตนายกฯ แม้จะมีคำตัดสินของศาลฎีกาในคดีที่ดินรัชดาแล้ว

วันนี้อดีตนายกฯอยู่ดูไบเป็นหลัก ผู้ปกครองนครรัฐนี้บอกว่าประเทศนี้เสรี หากนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ที่ไปขอให้จับกุมอดีตนายกฯนั้น ทราบว่าคงจะจับไม่ได้ เพราะตนทราบว่าผู้ปกครองนครรัฐบอกกับนายอลงกรณ์ว่าหากนายอลงกรณ์มีปัญหาในอนาคต ผู้ปกครองนครรัฐนี้ก็ยินดีต้อนรับนายอลงกรณ์ นายนพดลกล่าว

เมื่อถามว่า มหาอำนาจในยุโรปคือฝรั่งเศสใช่หรือไม่ นายนพดลยิ้มและตอบว่าผมไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธนายนพดลกล่าวว่า นัยยะคือประเทศเหล่านี้คิดว่าหลายคดีที่เกิดหลังยึดอำนาจคือคดีการเมืองจึงเห็นใจและให้วีซ่ากับอดีตนายกฯ เพราะตอนนี้หลายประเทศเสนอให้หนังสือเดินทางกับอดีตนายกฯด้วย แต่อดีตนายกฯไม่ขอรับเพราะมีเพียงพอแล้ว ขอเรียนว่าอดีตนายกฯตอนนี้อยู่ต่างประเทศกำลังไปลงทุนแบบหาเช้ากินค่ำที่ขาดทุนและมีกำไรบ้างเพราะค่าใช่จ่ายสูง และทราบว่าประธานนาธิบดีบางประเทศจะเชิญอดีตนายกฯไปเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการลงทุนและท่องเที่ยว โดยข้อมูลจะออกมาไม่ช้านี้

เป็นประเทศในเอเชียและแอฟริกานายนพดลกล่าวเสริมข้อความในข้างต้น และว่าในสี่เดือนข้างหน้าจะรู้ว่าเมืองทองในแอฟริกาที่อดีตนายกฯจะไปลงทุนนั้นจะสำเร็จหรือไม่

เมื่อถามว่ารัฐบาลประสานขอตัวอดีตนายกฯจะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นายนพดลกล่าวว่า รัฐบาลไทยประสานไปจริง แต่ตนเข้าใจทัศนคติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า อาจไม่ให้ความร่วมมือกับไทยเพระไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ต้องใช้ท่าทีถ้อยทีถ้อยอาศัยแทน ส่วนกรณีที่รัฐบาลไทยประสายไปยังฮ่องกงเพื่อขอให้ฮ่องกงจับกุมหากอดีตนายกฯเดินทางไปฮ่องกงนั้น เข้าใจว่าฮ่องกงตอบกลับมาว่า ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเป็นประเทศเสรีและไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย เรื่องนี้ขอให้ไปถามความชัดเจนกับนายกฯว่าหนังสือฉบับนี้จากฮ่องกงมาถึงมือแล้วหรือไม่

ส่วนการปรองดองและสมานฉันท์นั้น นายนพดลกล่าวว่า รัฐบาลนี้ตีสองหน้าเพราะนายกฯบอกว่าต้องการสมานฉันท์ โดยขอให้อดีตนายกฯกลับมา แต่นายกษิตและนายอลงกรณ์รวมทั้งทีมโฆษกพรรคและโฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังโจมตีความน่าเชื่อของอดีตนายกฯเสมอๆ

นายนพดลกล่าวว่า ขอชี้แจงว่าวันนี้อดีตนายกฯไม่ได้จ้างล็อบบี้ยิสต์แล้ว ส่วนการไล่ล่าจับกุมอดีตนายกฯของรัฐบาลนี้โดยใช้เส้นทางตำรวจสากลนั้น มีข้อมูลว่ารัฐบาลให้ข้อมูลกับตำรวจสากลว่า อดีตนายกฯสั่งให้มีการประมูลที่ดินรัชดา เมื่อตำรวจสากลสอบถามกลับมา แต่รัฐบาลกลับไม่มีหลักฐานส่งไป เพราะอดีตนายกฯไม่ได้ลงนามสั่งเปิดประมูลเพราะกองทุนฟื้นฟูฯเป็นสั่งดำเนินการ โดยที่อดีตนายกฯลงนามในฐานะสามีให้คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาภรรยาไปประมูลซื้อที่ดินเท่านั้น

ความพยายามของรัฐบาลนี้ที่จะเอาตัวยอดีตนายกฯกลับมาโดยขอร่วมมือนั้นไม่น่าบรรลุผล เพราะต่างประเทศไม่เชื่อว่าอดีตนายกฯทุจิต ไม่เชื่อว่ารัญบาลนี้จะอยู่ยาว และเชื่อว่าอดีตนายกฯโดนคดีการเมือง รวมทั้งความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสูญไปตั้งแต่นำนายกษิตที่ไปยึดสนามบินมาร่วมงานในรัฐบาลเพราะต่างประเทศมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นการก่อการร้ายและไม่เคารพมิตรประเทศนายนพดลกล่าว

ส่วนเรื่องการเมืองอื่นๆนั้น เช่นการที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะไปพบอดีตนายกฯนั้น นายนพดลกล่าวว่า ตนแทบไม่ได้คุยเรื่องนี้ แต่การทำงานพรรคเพื่อไทยนั้นทราบว่ามีสมาชิกพรรคที่เคารพและสานเจตนาของอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะให้กำลังใจส.ส.พรรคนี้ได้ แต่คนในพรรคนี้ต้องดูแลพรรค อย่าหวังพึ่งคนอื่น แม้จะนำปรัชญาและนโยบายของอดีตนายกฯมาใช้ได้ แต่อดีตนายกฯไม่ได้บริหารพรรคแบบวันต่อวันแล้ว ฉะนั้นจะหวังพึ่งใบบุญของอดีตนายกฯอย่างเดียวคงไม่ได้

หากส.ส.พรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ก็ต้องระวังว่า พรรคต้องสู้เพื่อประชาธิปไตย เศรษฐกิจ และสังคม ตนจึงไม่ อยากให้สังคมมองว่าพรรคเพื่อไทยสู้เพื่อแม้วตามที่หนังสือพิมพ์กล่าวไว้นายนพดลกล่าวและว่า ไม่รู้ว่าส.ส.ของพรรคนี้จะออกข่าวทำไมว่าจะไปพบอดีตนายกฯที่ต่างประเทศเสมอๆ

นพดลพูดเป็นนัยฝรั่งเศสให้วีซ่าทักษิณ

เว็บไซต์ไทยรัฐ - ที่โรงแรมเรดิสัน นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศและอดีตฝ่ายกฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีจะส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในกรณีสืบเนื่องจากการอภิปรายฯของนายอภิสิทธิ์สมัยเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ที่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีปราสาทเขาพระวิหาร โดยจะยื่นจดหมายให้นายกฯดำเนินการ

ส่วนความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ นายนพดล กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นหลัก ผู้ปกครองนครรัฐนี้บอกว่าประเทศนี้เสรี หากนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ที่ไปขอให้จับกุมอดีตนายกฯนั้นทราบว่าคงจะจับไม่ได้ เพราะทราบว่าผู้ปกครองนครรัฐบอกกับนายอลงกรณ์ว่า หากนายอลงกรณ์มีปัญหาในอนาคต ผู้ปกครองนครรัฐนี้ยินดีต้อนรับนายอลงกรณ์ ส่วนการเดินทางระหว่างประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณ มีหนังสือเดินทางหลายเล่ม แต่ไม่มีหนังสือเดินทางของกัมพูชาและเยอรมัน โดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศมอนเตเนโกรเป็นประจำ และทราบว่ามีหลายประเทศเสนอให้หนังสือเดินทางกับอดีตนายกฯ แต่ท่านไม่รับ เพราะมีเพียงพอแล้ว อีกทั้งยังทราบว่าประเทศมหาอำนาจในยุโรปจะให้วีซ่าแบบเรสสิเดนท์ด้วย แม้ถูกศาลฎีกามีคำตัดสินในคดีที่ดินรัชดาแล้ว

นายนพดล กล่าวถึงการทำธุรกิจของอดีตนายกฯ ว่า อยู่ระหว่างเจาจราซื้อหมู่เกาะฮาวายแห่งยุโรปที่น่าจะรู้ผลในสองเดือนนี้ เมื่อถามว่า มหาอำนาจในยุโรปคือฝรั่งเศสใช่หรือไม่ นายนพดลยิ้มก่อนตอบว่า ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ

นอกจากนี้ทราบว่าประธานนาธิบดีบางประเทศในทวีปเอเชียและแอฟริกาจะเชิญอดีตนายกฯ ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการลงทุนและท่องเที่ยว โดยข้อมูลจะออกมาไม่ช้านี้ ส่วนการลงทุนทำเหมืองทองในแอฟริกานั้น อีก 4 เดือนข้างหน้าถึงจะทราบผลว่าสำเร็จหรือไม่นายนพดล กล่าว และเมื่อถามว่ารัฐบาลประสานไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขอตัวอดีตนายกฯ นายนพดล กล่าวว่า รัฐบาลไทยประสานไปจริง แต่เข้าใจทัศนคติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่าอาจไม่ให้ความร่วมมือกับไทยเพราะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ต้องใช้ท่าทีถ้อยทีถ้อยอาศัยแทน

สำหรับกรณีที่รัฐบาลไทยประสานไปยังฮ่องกงเพื่อขอให้ฮ่องกงจับกุมหากอดีตนายกฯเดินทางไปฮ่องกงนั้น นายนพดล กล่าวว่า ฮ่องกงตอบกลับมาว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นประเทศเสรีและไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย เรื่องนี้ขอให้ไปถามความชัดเจนกับนายกฯว่าหนังสือฉบับนี้จากฮ่องกงมาถึงมือแล้วหรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลนี้ตีสองหน้า โดยนายกฯระบุว่าต้องการสมานฉันท์ ขอให้อดีตนายกฯกลับมา แต่นายกษิตและนายอลงกรณ์ ทีมโฆษกพรรคและโฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังโจมตีความน่าเชื่อของอดีตนายกฯตลอด

นายนพดล กล่าวถึงการไล่ล่าจับกุมอดีตนายกฯของรัฐบาลนี้โดยใช้เส้นทางตำรวจสากลนั้น มีข้อมูลว่ารัฐบาลให้ข้อมูลกับตำรวจสากลว่า อดีตนายกฯสั่งให้มีการประมูลที่ดินรัชดา เมื่อตำรวจสากลสอบถามกลับมา แต่รัฐบาลกลับไม่มีหลักฐานส่งไป เพราะอดีตนายกฯไม่ได้ลงนามสั่งเปิดประมูล เพราะกองทุนฟื้นฟูฯเป็นสั่งดำเนินการ โดยที่อดีตนายกฯลงนามในฐานะสามีให้คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาภรรยาไปประมูลซื้อที่ดินเท่านั้น ดังนั้นความพยายามของรัฐบาลที่จะเอาตัวยอดีตนายกฯกลับมาโดยขอร่วมมือนั้นไม่น่าบรรลุผล เพราะต่างประเทศไม่เชื่อว่า ทุจริต ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ยาว และเชื่อว่าอดีตนายกฯโดนคดีการเมือง

'จำลอง'แทงกั๊กนั่งหัวหน้าพรรคใหม่ของ พธม.

เว็บไซต์เดลินิวส์ - พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงแนวความคิดจัดตั้งพรรคการเมืองว่า เกิดขึ้นหลังจากยุติการชุมนุม ซึ่งพันธมิตรฯหวังว่ารัฐบาลใหม่จะทำงานการเมืองอย่างที่หลายฝ่ายต้องการ แต่เมื่อผ่านไปสักระยะก็เห็นว่าไม่เป็นเช่นนั้น จึงเริ่มเสนอให้มีการตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดย ส.ส.ต้องเป็นคนซื้อสัตย์ สุจริต และเสียสละ

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีความขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ จนต้องจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้น พล.ต.จำลอง กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้ขัดแย้งกับพรรคการเมืองใด แต่เห็นเรื่องของบ้านเมืองเป็นใหญ่

เมื่อถามว่า จะเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยยืนยันว่า จะไม่ทำงานทางการเมืองอีก พล.ต.จำลอง ปฏิเสธว่า ไม่ได้กลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเมื่อครั้งที่ยุติการชุมนุม ตนบอกว่าจะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ เช่น ที่ปรึกษา หรือเลขานุการรัฐมนตรี

ส่วนกรณีที่มีชื่อเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ไม่ได้หวังตำแหน่ง เพราะไม่คุ้ม ส่วนหัวหน้าพรรคจะมีคุณสมบัติอย่างไรยังไม่ได้พูดถึง พูดกันแต่ว่าเสียงส่วนใหญ่จะเอาอย่างไร จะตั้งหรือไม่ตั้งพรรค ซึ่งต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า ยังไม่ได้ปิดประตูการเป็นหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ตนสนับสนุนเต็มที่ ถ้าประชาชนมีมติให้ตั้งพรรคการเมือง.

นายกรัฐมนตรีเผยปรับ ครม. ตำแหน่งเดียว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้พูดคุยกับนายชาติชาย พุคยาภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากพรรคภูมิใจไทยแล้ว ซึ่งนายชาติชายฯ บอกว่าจะแถลงข่าวพูดเรื่องทั้งหมดในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้ทุกอย่างชัดเจนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างจะชัดเจนในช่วงบ่ายวันที่ 26 พฤษภาคม ส่วนพรรคภูมิใจไทยเสนอบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนนายชาติชายฯ หรือยัง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีการติดต่อมา มีแค่ที่ตนได้ติดต่อกับนายชาติชายฯ ซึ่งเดิมจะนัดพบกัน แต่นายชาติชายฯ บอกว่าคงไม่ต้องแล้ว เพราะเตรียมการที่จะชี้แจงทุกอย่างในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ และบอกว่าจะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้

ไม่พบสารกัมมันตรังสีที่คอนเทนเนอร์ปริศนา

เว็บไซต์เดลินิวส์ - พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ใต้ช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า แนวทางการยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นจากน้ำคงทำได้ยาก เพราะพื้นตู้คอนเทนเนอร์ของทุกบริษัทจะเป็นไม้ ทำให้เชื่อว่า ตู้คอนเนอร์ที่จมอยู่ช่องแสมสาร ขณะนี้ พื้นตู้น่าจะผุหมดแล้ว และทรายเข้าไปอยู่จำนวนมาก อีกทั้งหากในตู้มีโครงกระดูกมนุษย์จริง การยกตู้ขึ้นจะทำให้กระดูกตกกระจายและยากต่อการค้นหา ดังนั้น การส่องกล้องเข้าไปตรวจสอบก่อน น่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้(25 พ.ค.) ตนจะทำรายงานถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อรายงานข้อมูลที่ได้จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมในการลงปฏิบัติการใต้น้ำอีกครั้งในต้นเดือนมิถุนายนนี้ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสารกัมมันตรังสีในฟองน้ำที่ติดอยู่ที่ตู้คอนเทนเนอร์โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พบว่า ไม่พบสารกัมมันตรังสีบริเวณดังกล่าว.

ศธ.เร่งทำร่างพ.ร.บ.เงินเดือนห่วงขรก.ครู5หมื่นคนเสียประโยชน์

เว็บไซต์คมชัดลึก - "จุรินทร์" สั่ง ศธ.เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ห่วงข้าราชการครูสังกัด สพฐ.ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคนเสียประโยชน์จากการปรับโครงสร้างเงินเดือนตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เร่งยกร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีผลใช้บังคับโดยเร็ว ทั้งนี้ การยกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นผลจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ซึ่งกำหนดให้มีบัญชีเงินเดือนข้าราชการพลเรือนแบบใหม่กำหนดอัตราเงินเดือนของข้าราชการ 4 ประเภทเป็นขั้นต่ำขั้นสูง โดยแยกเป็น 4 บัญชีตามประเภทของข้าราชการต่างจากบัญชีเงินเดือนเดิมที่มีบัญชีเดียวและกำหนดอัตราเงินเดือนไว้เป็นขั้นบันได การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบัญชีเงินเดือนใหม่ดังกล่าว ทำให้ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ได้รับเงินเดือนเต็มขั้นจะได้เลื่อนเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน 2552 เนื่องจากบัญชีเงินเดือนใหม่ได้ขยายเพดานเงินเดือนสูงขึ้นจากบัญชีเงินเดือนเดิม

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำลังจัดทำหลักเกณฑ์การเลื่อนเงินเดือนระบบใหม่ (เลื่อนเป็นร้อยละของค่ากลาง) จึงให้ส่วนราชการเลื่อนเงินเดือนตามระบบเดิมไปก่อน (เลื่อนเป็นขั้น) โดยได้กำหนดตารางเลื่อนขั้นเงินเดือนชั่วคราวเพื่อใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2552 และวันที่ 1 ตุลาคม 2552 สำหรับการปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือนของข้าราชการครูให้ใช้บัญชีเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม ทั้งนี้ ยกเว้นบุคลากรทางการศึกษาอื่น

รมว.ศึกษาธิการกล่าวต่อไปว่า ได้ให้ ก.ค.ศ.เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเทียบเคียงลักษณะงานของข้าราชการครูกับตำแหน่งประเภทวิชาการของข้าราชการพลเรือน ซึ่งจะมีการขยายเงินเดือนสูงขึ้นเช่นกัน หากพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่มีผลย้อนหลังไปก่อนวันที่ 1 เมษายน 2552 จะทำให้ข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคนที่ได้รับเงินเดือนเต็มขั้น เสียประโยชน์จากการปรับโครงสร้างเงินเดือนคือ ไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเหมือนข้าราชการพลเรือนสามัญและบุคลากรทางการศึกษาอื่น แต่จะได้รับเป็นค่าตอบแทนพิเศษ 2% หรือ 4% แทนเลื่อนขั้นเงินเดือน จึงขอให้ ก.ค.ศ.เร่งดำเนินการโดยด่วน เพื่อไม่ให้ข้าราชการครูเสียผลประโยชน์มาก

ส.ว.เบรกเช่ารถเมล์เอ็นจีวี4พันคัน

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - สมาชิกวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการคมนาคม และ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา อาทิเช่น นายจารึก อนุพงษ์ ประธาน กมธ.คมนาคมวุฒิสภา นายธวัช บวรวนิชยกูร เลขาธิการกมธ.คมนาคม วุฒิสภา นายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร แถลงข่าว คัดค้านการอนุมัติโครงการรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 4,000 คัน ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ แต่ให้ตั้งคณะกรรมการพิเศษพิจารณาค่าเช่า 4,780 บาทต่อคันต่อวัน ยังสูงเกินไป โดยให้นำเข้ารายงานต่อที่ประชุม ครม.ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า

นายธวัช กล่าวว่า กรรมาธิการคมนาคมวุฒิสภา ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และเห็นด้วยกับโครงการว่าต้องดำเนินการแต่ควรจะมีการเปิดกว้างในการให้ข้อมูลโครงการนี้มีกลิ่นมีความพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่อง และถ้าหากทำถูกต้องค่าใช้จ่ายจะลดลง สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ก็ทราบเหตุผล ดึงเวลาไว้ แต่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

"รถเมล์ 4 พันคัน ถ้าเทียบเท่าของ บขส. ที่มีเครื่องยนต์ที่ใหม่กว่า ใหญ่กว่า มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากกว่า ทำสัญญากับ บขส. 34 คัน ค่าเช่า 3 ปี ซ่อมบำรุงบวกเงินภาษี 3,700 บาทต่อคันต่อวัน แต่ของ ขสมก. 4,780 บาทต่อคันต่อวัน ร่วมค่าอิเล็กทรอนิกส์ 157 บาท ค่าประกันภัย 31 บาท ซึ่งเทียบคุณภาพต่ำกว่า แต่ก็ยังแพงกว่า แถมยังดึงดันประมูลอยู่เจ้าเดียว แถมบอกต้องวางเงิน 3,500 ล้านบาท แล้วบริษัทไหนจะกล้ามา ซึ่งควรมีการแยกประมูลไปทั้ง 18 อู่ เพื่อให้เกิดกลไกการตลาด ทำทีโออาร์มาก็ไม่มีความโปร่งใส และนี้กำลังจะทำให้ ขสมก.ล้มละลายหรือ แถมยังมีรัฐมนตรีบางคนบอกว่า หากบริหารจัดการไม่ได้ก็จะให้เอกชนดำเนินการ นี่แสดงว่ากำลังจะโละให้เอกชน"

ด้าน นายไพบูลย์ กล่าวว่า กมธ.รู้สึกแปลกใจที่หลายองค์กรภาคประชาชนทุกภาคส่วนได้มีการคัดค้านเมื่อได้กลิ่นไม่ดี แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงได้พยายามทำเกินเลย ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วจนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ที่ยังดึงดันในเรื่องนี้ ซึ่งทาง กมธ.ไม่เห็นด้วย และเรื่องนี้ประชาชนต้องมีส่วนร่วม

สปสช.ทุ่มกว่า 8 ล้าน ใช้สื่อสารไฮเทคช่วยผู้ป่วยใต้ตอนล่าง-รองรับเหตุไฟใต้

ASTV ผู้จัดการรายวัน สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา จัดงบประมาณกว่า 16 ล้านบาท ใน 2 โครงการเพื่อพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ ในระบบการรักษาและประสานการส่งต่อทางไกล Tele-medicine ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารภาพและเสียง เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยในภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงรองรับกรณีที่เกิดเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ และเครือข่ายการดูแลทารกแรกเกิดซึ่งมีแนวโน้มจำนวนเด็กคลอดก่อนกำหนดเพิ่มมากขึ้น โดยมีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นแม่ข่ายให้กับโรงพยาบาลในภาคใต้ตอนล่าง

โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดส่งมอบโครงการพัฒนาระบบบริการตติยภูมิเฉพาะด้าน ตามแนวทางการดำเนินการสนับสนุนครุภัณฑ์ เพื่อแก้ปัญหาระบบบริการสุขภาพและพัฒนาระบบบริการของโรงพยาบาลต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ

นพ.อมร รอดคล้าย ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา จัดงบประมาณ 16,101,371 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบบริการตติยภูมิเฉพาะด้าน ใน 2 โครงการ ได้แก่

1.โครงการพัฒนาระบบการรักษา สื่อสาร ในระบบการรักษาให้คำปรึกษาและประสานการส่งต่อทางไกล หรือที่เรียกว่า Tele-medicine โดยสนับสนุนงบลงทุนด้านอุปกรณ์โดยเน้นการติดตั้งภายในห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน จำนวน 8,078,257 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสื่อสารในด้านการรักษาพยาบาลระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่าย กับโรงพยาบาลในเครือข่ายดูแลผู้ป่วย ด้วยการติดตั้งระบบเชื่อมโยงเครือข่ายด้วยโครงข่ายของบริษัท TOT จำกัดมหาชน

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ จ.สงขลา จะเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายให้แก่โรงพยาบาลในเครือข่ายดูแลผู้ป่วย 9 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ ภาควิชาศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลศูนย์ตรัง โรงพยาบาลพัทลุง โรงพยาบาลควนขนุน โรงพยาบาลสตูล โรงพยาบาลปัตตานี โรงพยาบาลนราธิวาส และโรงพยาบาลเบตง

2.โครงการพัฒนาเครือข่ายการดูแลทารกแรกเกิด หรือ New born ระดับเขตพื้นที่สงขลา เนื่องจากที่ผ่านมาโรงพยาบาลสงขลานครินทร์และโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่มีสถิติรับผู้ป่วยทารกแรกเกิดเพิ่มขึ้นทุกปี โดยตั้งแต่ปี 2542-2543 มีจำนวน 190 คน ปี2545-2546 มีจำนวน 260 คน และในปี 2550 เพียงปีเดียวมีเด็กแรกเกิดถูกส่งต่อมายังโรงพยาบาล มอ.จำนวน 216 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรณีที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชนต่างๆ ประกอบกับในการเคลื่อนย้าย ขาดเครื่องมืออุปกรณ์ที่เพียงพอและเหมาะสม และส่งมาแล้วก็มีปัญหาการส่งกลับเนื่องจากขาดความพร้อมในโรงพยาบาลที่รับ

ทั้งนี้ ในระยะแรก โรงพยาบาลที่ร่วมพัฒนาและอยู่ในเครือข่ายในฐานะโรงพยาบาลแม่ข่ายได้แก่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ โรงพยาบาลสตูล โรงพยาบาลศูนย์ตรัง โรงพยาบาลพัทลุง และโรงพยาบาลนราธิวาส ส่วนโรงพยาบาลเครือข่ายได้แก่ โรงพยาบาลเทพา โรงพยาบาลจะนะ โรงพยาบาลนาทวีโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ โรงพยาบาลละงู โรงพยาบาลควนขนุน โรงพยาบาลรือเสาะ และโรงพยาบาลระแงะ

รศ.นพ.สุเมธ พีรวุฒิ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เปิดเผยว่า แนวคิดของโครงการพัฒนาระบบการรักษา สื่อสาร ให้คำปรึกษาและประสานการส่งต่อทางไกล หรือที่เรียกว่า Tele-medicine นั้น ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ในโรงพยาบาลชุมชนสามารถขอคำปรึกษาเรื่องการรักษาผู้ป่วยได้โดยไม่จำเป็นต้องส่งตัวมายังโรงพยาบาลแม่ข่าย ซึ่งใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยให้การรับส่งต่อผู้ป่วยมีประสิทธิภาพขึ้น จากเดิมที่มีการอธิบายโทรศัพท์หรือจดหมายซึ่งเป็นข้อจำกัดทางการสื่อสาร การเตรียมการล่วงหน้าไม่พร้อม เพราะไม่ได้เห็นสภาพจริง ซึ่งในกรณีผู้ป่วยหนักจะมีปัญหาในบริการมาก

โดยเฉพาะการที่โรงพยาบาลเป็นแม่ข่ายให้แก่โรงพยาบาลในภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งมีปัญหาความไม่สงบบ่อยครั้ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่อาการทั่วไปจนกระทั่งอาการสาหัส เครื่องมือนี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการสื่อสาร เพราะสามารถรับรู้ข้อมูลทั้งภาพและเสียงพร้อมกันไป เสมือนการประชุมทางไกล หรือ Video Conference ซึ่งเป็นประโยชน์ในการให้คำปรึกษา การช่วยชีวิต และติดต่อประสานงานที่เกี่ยวกับผู้ป่วย จะทำให้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บ้านทับเขือแห่งแรกนำร่องโฉนดที่ดินชุมชน

เว็บไซต์คมชัดลึก - รัฐบาลร่องโฉนดชุมชนแห่งแรกบ้านทับเขือ ให้สิทธิ์ชาวบ้านจัดสรร-กำหนดกติกากันเอง เผยครม.สั่งชะลอประกาศเขตอุทยานฯเพิ่ม สั่งทส.สำรวจใหม่หลังชาวบ้านร้องไม่กันแนวเขต "ถาวร"ทวงที่สปก. 20 ล้านไร่จัดสรรคนจน นายกฯวอนผู้นำท้องถิ่นหนุนโครงการกระตุ้นศก.

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทีมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯด้านต่างๆเกี่ยวกับปัญหาที่ดินได้ประชุมมีความคืบหน้าหลายเรื่อง โดยในเรื่องการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงทรัพยาธรรมชาติและส่งแวดล้อม(ทส.)จะมีการประกาศเพิ่มอีก 38 แห่ง ได้ขอให้ชะลอไปก่อนเพราะยังมีปัญหาร้องเรียนว่าทับที่ดินทำกินของชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาแล้ว ซึ่งครม.ได้ขอให้ถอนเรื่องออกไปก่อน เพื่อชะลอเรื่องเอาไว้ และขอให้ทส.กลับไปพิจารณาตรวจสอบดูว่า ยังมีปัญหาเรื่องทับซ้อนที่ดินทำกินของชาวบ้านอยู่หรือไม่ ส่วนอีก 30 กว่าแห่งที่เหลือก็ให้สั่งการให้ชะลอไปก่อนด้วยเช่นเดียวกัน

นายสาทิตย์กล่าวว่า ส่วนปัญหาเกี่ยวกับกรณีที่ชาวบ้านถูกภาครัฐฟ้องร้องเกี่ยวกับเรื่องที่ดินนั้น ได้การตั้งคณะทำงานขึ้นมาโดยมีผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วม เพราะขณะนี้มีชาวบ้านที่ถูกฟ้องคดีแพ่งจำนวนมากนอกเหนือจากคดีอาญาแล้ว โดยในส่วนที่เกี่ยวกับคดีแพ่งนั้น เท่าที่ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกระทรวงการคลัง ว่าคดีฟ้องแพ่งยังติดใจอยู่หรือไม่ เพราะเงินที่ได้ต้องส่งกระทรวงการคลัง ซึ่งถ้ากระทรวงการคลังไม่ติดใจ ก็จะมีมาตรการซึ่งจะไปบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้ นอกจากนี้ยังได้มีอนุกรรมการชุดที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับปัญหาที่ดินสหกรณ์ และอนุกรรมการที่ว่าด้วยเรื่องของที่ราชพัสดุ รวมถึงอนุกรรมการแก้ปัญหาเรื่องของที่ดินที่อยู่ป่าที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ

เรื่องหลักๆที่น่าที่จะเดินหน้าก่อน คือโฉนดชุมชนเพราะมีความพร้อมสามารถที่จะทำได้ก่อน ปัญหาเรื่องการโต้แย้ง เรื่องของการถือสิทธิ์ในที่ดินมันค่อนข้างที่จะลงตัว ความจริงแล้วที่ดินที่ชาวบ้านเข้าไปอยู่แล้วก็มีปัญหากับหน่วยราชการมีหลายประเภทมาก แต่เราจะทำโครงการร่องมาเป็นที่แรกที่บ้านทับเขือ จ.ตรังเพราะตรงนั้นองค์ของชาวบ้านค่อนข้างเข้มแข็งสูง เท่าที่ไปตรวจสอบสภาพพื้นที่ดู ก็คือว่ามีการวมตัวกันมาระยะหนึ่ง แล้วก็มีการวางกติกาชุมชนกันค่อนข้างที่ดี สามารถที่สืบสาวที่มาที่ไป และกรมอุทยานฯเองเมื่อมีการพิสูจน์แผนที่ทางอากาศแล้วพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีการทำกินก่อนมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติจริง โดยมีการกันพื้นที่เอาไว้ประมาณ 3000 กว่าไร่ ทีนี่ผมเอาทางสำนักนายกรัฐมนตรีไปตรวจราชการเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์กล่าวว่าคำว่าโฉนดชุมชนในความคิดเห็นของชาวบ้านตรงกับแนวคิดของรัฐบาลคือวคำว่าโฉนดชุมชนก็คือเป็นการับรองสิทธิ์ในที่ดินทำกินแปลงใหญ่ เพื่อรับรองว่าที่ดินผืนนี้ ชาวบ้านสามารถเอาไปทำกินได้โดยไม่ทับซ้อนกับเขตที่เป็นเขตป่าหรือเขตอุทยาน เพื่อป้องกันการเข้ามาดำเนินการของทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ และสิทธิ์ในโฉนดชุมชนนี้จะต้องเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมขององค์กรชุมชน จะต้องไม่มีการจำหน่ายจ่ายโอนในกรณีใดทั้งสิ้น ใครที่เข้าไปทำกินในโฉนดชุมชนนี้ ก็จะมีคณะกรรมการองค์กรชุมชนเป็นผู้จัดสรรที่ดินโดยมีกฎกติกาที่วางเอาไว้ ในกรณีที่ใครคนใดคนหนึ่งสละที่ทำกิน เขาก็จะกลับไปเป็นของส่วนกลางเพื่อรอผู้ที่มาทำกินคนต่อไป

นายสาทิตย์กล่าวว่า ได้ปรึกษากับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับกฎหมายที่นำมาใช้ในครั้งนี้ ซึ่งหากออกกฏหมายใหม่นานเป็นปีก็ไม่จบ ดังนั้นอาจจะใช้ตามหลักกฎหมายเดิมที่มีอยู่ ตอนนี้ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดูอยู่ ว่าน่าจะออกได้ด้วยวิธีการใดบ้าง แต่ปัญหาที่ต้องเผชิญในอนาคตนี่น่าจะมี 3 ข้อ 1. หลักเกณฑ์การออกโฉนดชุมชนที่เป็นหลักความยั่งยืนในทางข้อกฎหมาย จะออกยังไงให้มีความยั่งยืนปลอดภัย 2. ที่ดินที่มีข้อโต้แย้งกับทางเจ้าหน้าที่และหน่วยราชการทั้งหลาย จะมีข้อยุติอย่างไรซึ่งอันนี้คงต้องอาศัยคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายกฯเป็นประธานเป็นผู้พิจารณาซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายต่างๆ 3. ถ้าใช้หลักโฉลดชุมชนนี้ องค์กรของชาวบ้านจะต้องเข้มแข็งมาเพียงพอ และจะต้องมีความยั่งยืนในการดำเนินการ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเกิดสภาพของการไม่ยอมรับกติกาแล้วก็บุกป่า และนำมาเป็นกรรมสืทธิ์ส่วนตัว

นายถาวร เสนเนียม รัฐ มนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมที่ดินกล่าวว่า ขณะนี้มีที่ดินสาธารณะที่ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของชาวบ้านนับแสนไร่ เฉพาะที่จ.สงขลาเอง ซึ่งมีอยู่ 7-8 พันไร่ได้สั่งการให้ออกเอกสารอนุญาตให้ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนได้ทำกิน

เศรษฐกิจ

หวั่นศก.ไตรมาสแรกยังไม่ต่ำสุดชี้ท่องเที่ยววิกฤติหนัก-หวังแรงหนุนเศรษฐกิจโลกฟื้น

เว็บไซต์คมชัดลึก - หวั่นไตรมาสแรกเศรษฐกิจยังไม่ถึงจุดต่ำสุด แม้ติดลบ 5-7% มองไตรมาส 2 ปัจจัยลบฉุดหลายด้าน การผลิตยังไม่กระเตื้อง จับตาไข้หวัด 2009 กระทบรายได้ท่องเที่ยว ชี้ปีนี้วิกฤติหนักสุด หวังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ช่วยพยุงไทยให้ฟื้นตาม มองการลงทุนภาครัฐช่วยได้ไม่มาก

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 น่าจะขยายตัวติดลบ 5-6% แต่ยังไม่ใช่จุดต่ำสุดของปีนี้ เพราะภาพรวมในไตรมาส 2 ยังดูไม่ดี การผลิตลดลง มีวันหยุดมาก รวมทั้งฤดูฝนมาค่อนข้างเร็ว ทำให้การก่อสร้างชะลอตัว นอกจากนี้ เหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็น่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งอาจทำให้อัตราการขยายตัวไตรมาส 2 ติดลบ 6% กว่าๆ และน่าจะเป็นจุดต่ำสุด ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3 และ 4

อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังเป็นปัจจัยลบที่ต้องจับตา เพราะการแพร่เชื้อค่อนข้างเร็วและจะแพร่เชื้อได้ดีในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวของไทย อาจกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยวอีก โดยปีนี้ถือเป็นปีวิกฤติมากของการท่องเที่ยว เจอทั้งปัจจัยลบในประเทศจากปัญหาการเมือง ไข้หวัดใหญ่ 2009 การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกพร้อมกัน

ดร.เศรษฐพุฒิกล่าวว่า โดยภาพรวมการจะเห็นเศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวอย่างยั่งยืนหรือไม่ คงต้องขึ้นกับเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ ซึ่งเศรษฐกิจโลกไม่น่าจะฟื้นเร็ว จากการวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) พบว่า ในวิกฤติเศรษฐกิจที่รวมเอาภาคการเงินไว้ด้วยจะใช้เวลาในขาลงประมาณ 7 ไตรมาส และใช้เวลาอีก 6-7 ไตรมาส ในการจะฟื้นกลับมาที่เดิม

ดร.พิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า บริษัทประมาณว่าจีดีพีของไทยในไตรมาส 1 ปีนี้ จะหดตัวประมาณ 7% เป็นมุมมองค่อนข้างลบนิดหน่อย แต่เชื่อว่าจะเป็นจุดที่ต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยแล้ว จากนั้นจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่เหลือของปี การใช้จ่ายภาครัฐที่มีออกมาอาจจะน้อยไป แต่จำเป็นต้องทำ ส่วนจะไปหวังผลมากมายนั้นคงไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพิงการส่งออก

บลจ.เอ็มเอฟซีมองว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะเริ่มฟื้นตัวไปทิศทางของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก โดยเราหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้น เม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ลงไปในโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวของประเทศถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในระยะยาว ส่วนปัจจัยลบที่ยังมีความกังวลคือเรื่องการเมืองและท่องเที่ยวดร.พิชิตกล่าว

ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารไทยธนาคาร กล่าวว่า คาดว่าจีดีพีไตรมาสแรกหดตัว 3-4% หรืออาจถึง 5% ส่วนไตรมาส 2 แนวโน้มยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากการส่งออกและนำเข้ายังหดตัวอยู่ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 ก่อนจะเป็นบวกได้ในไตรมาส 4 ของปี โดยตลอดปีนี้คาดว่าจีดีพีจะติดลบ 2-3% ภายใต้สมมติฐานว่าโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่แพร่ระบาดมากนัก และการเมืองไทยมีดุเดือดเกินไป

ต่างประเทศ

ศรีลังกาหมกเม็ดการตายผู้นำพยัคฆ์ทมิฬ

เว็บไซต์คมชัดลึก -สื่อทางการแฉ รัฐบาลศรีลังกาโกหกเรื่องเวลาและสาเหตุการเสียชีวิตของ "เวฬุพิลัย"

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (24 พ.ค.) ว่า เกิดความกังขาเรื่องการเสียชีวิตของนายเวฬุพิลัย ประภาการันต์ ผู้นำกบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ขึ้น ภายหลังจากหนังสือพิมพ์ออบเซอร์เวอร์ ซึ่งเคยเป็นกระบอกเสียงให้ทางการศรีลังกามาโดยตลอด รายงานว่า นายเวฬุพิลัยเสียชีวิตในป่าโกงกาง ซึ่งขัดกับที่ทางกองทัพประกาศก่อนหน้านี้ว่า นายเวฬุพิลัยถูกยิงเสียชีวิตในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม ขณะพยายามหลบหนีออกจากจุดยิงปะทะกันในรถพยาบาล

ออบเซอร์เวอร์รายงานว่า เรื่องนายเวฬุพิลัยหลบหนีออกไปในรถพยาบาลเกิดขึ้นภายหลังจากทหารแอบไปดักฟังการสื่อสารทางวิทยุของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬเข้า ทั้งที่จริงแล้วในวันจันทร์ที่ทางการประกาศว่านายเวฬุพิลัยเสียชีวิตนั้น ทหารพบเพียงแค่ปืนพกและเข็มขัดกระสุนของนายเวฬุพิลัยเท่านั้น โดยเพิ่งจะมาพบร่างของผู้นำกบฏพยัคฆ์ทมิฬอยู่ในป่าโกงกางเอาในวันถัดไป โดยหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังรายงานด้วยว่า กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬพยายามจะหลอกให้ทางกองทัพเชื่อว่านายเวฬุพิลัยถูกสังหารขณะพยายามหลบหนีในรถพยาบาล เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

ขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของทางการศรีลังกาออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวของออบเซอร์เวอร์ แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ทางการศรีลังกาไม่ได้เปิดเผยผลการชันสูตรศพนายเวฬุพิลัย หรือมีแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการว่านายเวฬุพิลัยเสียชีวิตเมื่อไร และอย่างไร แถมรายละเอียดเรื่องการจัดการศพก็ขัดแย้งกัน โดยโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ศพจะถูกนำไปมอบให้สัปเหร่อ ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบกกลับบอกว่าศพถูกเผา และเถ้าถ่านได้นำโปรยลงทะเลไปแล้ว

จุดที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ รัฐบาลศรีลังกาเพิ่งจะมาแพร่ภาพศพนายเวฬุพิลัยเป็นครั้งแรกเอาในวันอังคาร ทั้งๆ ที่อ้างว่านายเวฬุพิลัยเสียชีวิตไปตั้งแต่วันจันทร์ โดยการแพร่ภาพศพมีขึ้นภายหลังจากเว็บไซต์ของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอ้างว่านายเวฬุพิลัยยังไม่ตาย

วันเดียวกัน ประธานาธิบดีมหินทรา ราชปักเษาของศรีลังกา ปฏิเสธข้อเรียกร้องขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้ยกเลิกข้อจำกัดในการส่งความช่วยเหลือไปยังค่ายผู้ลี้ภัยที่แออัดยัดเยียด โดยบอกว่าทางกองทัพจะต้องสกรีนผู้ลี้ภัย ซึ่งมีอยู่มากถึงเกือบ 3 แสนคน ให้เสร็จเสียก่อนจึงจะส่งความช่วยเหลือเข้าไปได้ ทั้งนี้ เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีพวกกบฏพยัคฆ์ทมิฬแทรกซึมอยู่ในกลุ่มผู้อพยพหนีภัยสงครามเหล่านี้

คูเวตพบทหารมะกันติดหวัดนรก 18 ราย

ASTV ผู้จัดการรายวัน - เอเอฟพี / เอเจนซี - คูเวตยืนยันพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศเป็นทหารสหรัฐฯ จำนวน18 คน

อับดอลเลาะห์ อัล เราะห์มาน ทาวิล รัฐมนตรีสาธารณสุขคูเวตแถลงที่กรุงคูเวต ซิตีเมื่อวาน (24)ว่าพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศ โดยเป็นทหารสหรัฐฯ18 คน ซึ่งทั้งหมดถูกกักบริเวณเพื่อรักษาตัวที่ค่าย อรีฟจัน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงคูเวต ซิตีราว 70 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งค่ายพักทหารสหรัฐฯ16 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ขณะนี้ทหารเหล่านี้เดินทางออกจากคูเวตแล้ว

ด้านองค์การอนามัยโลกระบุว่า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อใน43 ประเทศและยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดมี 12,022 ราย ผู้เสียชีวิต 86 คน โดยสหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 6,552 ราย รองมาคือเม็กซิโก 3,892ราย

ส่วนญี่ปุ่นซึ่งมีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่4ของโลกพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 27 คนใน24 ชั่วโมงที่ผ่านมาทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดเพิ่มเป็น321ราย

นอกจากนั้น มีการพบผู้ติดเชื้อรายที่ 8ในจีนและรายที่2 ในฟิลิปปินส์ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่กลับมาจากสหรัฐฯทั้งสิ้น