WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, June 2, 2009

เชิญฟังเพลงวันชาติ24มิถุนา รำลึกว่าไทยก็(เคย)มีวันชาติ

ที่มา Thai E-News


หวยวันชาติ-สลากที่ออกในวาระพิเศษเพื่อหาเงินบำรุงงานวันชาติ 24 มิถุนายน 2486 กำหนดออกวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2486ราคาจำหน่าย ฉบับละ 1 บาท (ที่มา:สำนักงานสลากกินแบ่งฯ)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 มิถุนายน 2552

24 มิถุนา ยนมหาศรีสวัสดิ์
ปฐมฤกษ์ของรัฐ ธรรมนูญของไทย
เริ่มระบอบอารยะประชาธิปไตย
ทั่วราษฎรไทย ได้สิทธิเสรี


วันชาติ คือวันที่กำหนดเป็นวาระเฉลิมฉลองความเป็นชาติของประเทศนั้นๆ โดยมากมักจะถือเป็นวันหยุดประจำชาติด้วย วันชาตินั้นมักจะเป็นวันก่อตั้งรัฐ หรือดินแดน หรือเป็นวันสถาปนาประเทศ หรือวันที่มีเอกราชในรัฐ (หรือได้รับเอกราชคืนจากผู้ยึดครอง) นอกจากนี้ยังอาจใช้วันที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ หรือศาสนา เป็นวันชาติก็ได้

ความสำคัญของวันชาติในแต่ละประเทศนั้นย่อมแตกต่างกันไป บ้างก็เห็นว่ามีความสำคัญมาก บ้างก็ไม่เน้นความสำคัญมากนัก เช่น ในประเทศฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา จะมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่ประเทศอังกฤษไม่สู้จะฉลองอย่างเอิกเกริกมากนัก นอกจากนี้วันชาติในบางประเทศอาจเปลี่ยนได้ตามเหตุการณ์สำคัญ

วันชาติของไทย

วันชาติของประเทศไทย เดิมคือวันที่ 24 มิถุนายน อันเป็นวันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทยจากระบอบราชาธิปไตยมาเป็นประชาธิปไตย เมื่อ พ.ศ. 2475 ทั้งนี้ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 ในรัฐบาล พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา วันที่ 24 มิถุนายน จึงเป็นวันชาติของไทยนับแต่นั้นมา

อย่างไรก็ตามวันที่ 24 มิถุนายน เป็น “วันชาติ” ของไทยอยู่ได้นานเพียง 21 ปี ครั้น วันที่ 21 พฤษภาคม 2503 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้มี ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง เรื่อง ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย โดยให้เหตุผลว่า

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้ พิจารณาเห็นว่า ตามที่ได้กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันชาติไทยในวันที่ 24 มิถุนายน นั้น ได้ปรากฏในภายหลังว่า มีข้อที่ไม่เหมาะสมหลายประการ ในด้านประชาชนและหนังสือพิมพ์ก็ได้เสนอแนะให้พิจารณาในเรื่องนี้หลายครั้ง หลายคราว คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา โดยมีพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

คณะกรรมการนี้ได้พิจารณาแล้ว เสนอความเห็นว่า ประเทศต่างๆได้เลือกถือวันใดวันหนึ่งที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับชนในชาติ ต่างๆกัน โดยถือเอาวันประกาศเอกราช วันอิสรภาพ วันตั้งถิ่นฐาน วันสาธารณรัฐ วันสถาปนาพระราชวงศ์บ้าง ซึ่งไม่เหมือนกัน แต่ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของชาติ โดยทั่วไปนั้น ได้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติ เช่น ประเทศอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน ญี่ปุ่น ฯลฯ เป็นต้น

แม้ประเทศไทยเราเองก็ได้ถือเอาวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิม ฉลองของชาติไทยมาแล้ว เพิ่งจะมากำหนดเอาวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติ เพิ่มขึ้นอีกวันหนึ่งในระยะหลังนี้เองคณะกรรมการจึงมีความเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามขนบประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นหลักการสมัครสมานสามัคคีรวมจิตใจของบุคคลในชาติโดยทั่วกัน จึงสมควรจะถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทยต่อไป โดยยกเลิกวันชาติ ในวันที่ 24 มิถุนายนเสีย


โดยปัจจุบันวันชาติของไทยมีนัยแห่งการเฉลิมฉลองไปในทางเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ มากกว่าการแสดงออกในทางการเมืองถึงสถาบันชาติ

เพลง วันชาติ 24 มิถุนา


24 มิถุนา ยนมหาศรีสวัสดิ์
ปฐมฤกษ์ของรัฐ ธรรมนูญของไทย
เริ่มระบอบอารยะประชาธิปไตย
ทั่วราษฎรไทย ได้สิทธิเสรี
สำราญ สำเริง รื่นเริง เต็มที่
เพราะชาติเรามีเอกราชสมบูรณ์
ไทยจะคงเป็นไทย ด้วยร่วมใจเทิดไทย ชโย

ชาติประเทศเหมือนชีวา ราษฎร์ประชาเหมือนร่างกาย
ถ้าแม้ว่าชีวิตมลายร่างกายก็เป็นปฏิกูล
พวกเราต้องร่วมรักพิทักษ์ไทยไพบูลย์
อีกรัฐธรรมนูญคู่ประเทศไทย
เสียกายเสียชนม์ยอมทนเสียได้
เสียชาติประเทศไทยอย่ายอมให้เสียเลย
ไทยจะคงเป็นไทย ด้วยร่วมใจเทิดไทย ชโย


ผู้แต่ง : ครูมนตรี (บุญธรรม) ตราโมท


ท่านสามารถดาวน์โหลดฟังเพลงวันชาติ 24มิถุนาได้ที่นี่ http://www.mediafire.com/?od4tstjztst

น่าสมเพช!! สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

ที่มา Thai E-News


โดย สยามแดง ในวันที่อากาศดีๆ
2 มิถุนายน 2552


ถ้าเราหลงเชื่อนิยายหลอกทารกของ สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เกี่ยวกับคนรัสเซียที่ฝันถึงพระเจ้าซาห์..

เราคงจะเชื่อว่าคนฝรั่งเศสหิวโหยที่จะได้รับพระเจ้าหลุยส์กลับมา

เราคงหลงเชื่อว่าคนอเมริกันอยากถูกปกครองโดยพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ

เราคงหลงเชื่อว่าพลเมืองในลาตินอเมริกาอยากอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าแผ่นดินสเปน

เราคงหลงเชื่อว่าพลเมืองจีนหิวโหยที่จะได้จักรพรรดิกลับมา

เราคงคิดว่าประชาชนเนปาลรักกษัตริย์ที่ทำลายประชาธิปไตยของเขา

ภาพตลกปัญญาอ่อนหลอกลวงเด็กที่สุเมธ พยายามวาดให้เราดู เป็นภาพของพลเมืองโลกที่คลานอยู่กับพื้น ปลื้มและเสพสุขที่จะเป็นไพร่ ซีดดดดส์ที่จะถูกเฆี่ยน และยินดีที่จะทำงานทั้งวัน แล้วให้พระเจ้าแผ่นดินขโมยผลงานไปทั้งหมด

ในช่วงท้ายๆ ของการปกครองรัชกาลต่างๆ เรามักจะเห็นความเสื่อมทรามของผู้มีอำนาจ ในกรณีพระเจ้าซาห์มีการอันเชิญพระสติแตกอย่างรัสปูตินมาเป็นที่ปรึกษา มีการส่งทหารไปรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยไม่มีรองเท้า ไม่มีอาวุธ

ในช่วงท้ายของราชวงศ์ฝรั่งเศส ราชินีพูดว่าถ้าคนจนไม่มีขนมปังกินก็ควรจะไปกินเค้กแทน ถ้าไม่บ้าก็โง่

สรุปแล้วอาการของ สุเมธ คงจะแสดงถึงความเสื่อมโทรม(เซ็นเซอร์)ในประเทศไทย ที่ปัจจุบันต้องหลอกตัวเอง และหลอกคนอื่นด้วยนิยาย งมงาย ไสยศาสตร์

แต่โลกเปลี่ยนไปแล้ว โลกไม่แบน โลกหมุนรอบตัวเองและรอบดวงอาทิตย์ตามหลักการวิทยาศาสตร์ โลกแบนๆตามความเชื่อโบราณไม่ได้เป็นจุดรวมศูนย์ของกษัตริย์ศักดิ์สิทธิ ดวงอาทิตย์ไม่ได้หมุนรอบ(เซ็นเซอร์) พลเมืองโลกต้องการประชาธิปไตย ต้องการยืนขึ้นเป็นมนุษย์ ต้องการสิทธิที่เท่าเทียม

ฝันไปเถอะ !! ฝันให้พอ !! สุเมธเอ๊ยย ถ้ามันพอจะให้ความสุขชั่วคราว ในยุคท้ายๆ ก่อนอวสาน

Monday, June 1, 2009

ภท.กร้าวรถเมล์4ต้องเข้าครม.3มิ.ย.หากไม่อนุมัติต้องมีคำอธิบาย-อ้างเข้าใจผิดยอมถอยค้านเช่าที่ดินปชป.

ที่มา มติชนออนไลน์

ภท.กร้าวไม่ยอมเลื่อนเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ต้องเข้า ครม. 3 มิ.ย.นี้ "ชวรัตน์"ระบุไม่อนุมัติต้องมีคำอธิบาย อ้างไม่มีฮั้ว รัฐ-เอกชนวินวินทั้งสองฝ่าย เผยยอมถอยเลิกค้านเช่าที่ดินของ ปชป.ชี้แค่เข้าใจผิด ไม่ใช่แผนเกี้ยเซี้ย "สุเทพ" ยันยังไม่มีข้อสรุป "สาทิตย์" เผย 2 พรรคเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว

หน.ภท.ไม่ยอมเลื่อนวาระเช่าเมล์

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)ระบุ หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เลื่อนวาระ หรือไม่อนุมัติโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน มูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาท ของกระทรวงคมนาคมภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรี ภท. จะต้องมีเหตุผลอธิบาย เป็นเพราะอะไร


นายชวรัตน์กล่าวเรื่องนี้ เมื่อสายวันที่ 1 มิถุนายน ที่กระทรวงมหาดไทย ภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีทักท้วงโครงการนี้ในที่ประชุม ครม.มาแล้ว และให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเกาหลีใต้ในทำนอง การประชุม ครม.ในสัปดาห์นี้ จะไม่มีพิจารณาโครงการที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นี้ โดยนายชวรัตน์กล่าวว่า เรื่องนี้แล้วแต่การตัดสินใจของนายกฯ เนื่องจากอาจมีภารกิจมาก


ผู้สื่อข่าวถาม แสดงว่ายอมให้เลื่อนโครงการซื้อรถเมล์จากวาระ ครม.ใช่หรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า "ไม่เลื่อนจะดีกว่า เพราะประชาชนจะเดือดร้อน เพราะหากมีรถเมล์จากโครงการนี้ใช้ ประชาชนจะได้ขึ้นรถเมล์ในราคา 30 บาทต่อวัน ส่วนในเรื่องถูกทักท้วง ค่าเช่าแพงกว่าการจัดซื้อนั้น นายชวรัตน์กล่าวว่า เป็นการตั้งราคากลางขึ้นมา เพื่อให้บริษัทเอกชนได้ประมูล ซึ่งมีการตั้งราคาไว้สูง เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน แต่บริษัทที่จะได้งาน ก็คือคนที่เสนอราคาต่ำที่สุดในการประมูล แต่หากมีข้อสงสัยเรื่องการฮั้วประมูล ก็ต้องชี้แจง และหากพบว่าเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริง สามารถยกเลิกโครงการได้ เพราะรัฐบาลมีอำนาจอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่ใช้ไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล


ลั่น"เลื่อน-ไม่อนุมัติ"ต้องอธิบาย


เมื่อถามถึงมีสัญญาณการฮั้วประมูล เนื่องจากมีรถเมล์จำนวนหนึ่งมาจอดรอไว้แล้ว นายชวรัตน์กล่าวว่า ถือเป็นการแข่งขัน เอกชนก็ได้งาน รัฐก็ได้ประโยชน์ ดังนั้น เรื่องนี้ก็วินวิน (ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย) เรื่องการฮั้วประมูลนั้นไม่ทราบ เพราะยังไม่เกิดขึ้น


นายชวรัตน์กล่าวกรณีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจาก ภท. ระบุ จะมีการผลักดันให้บรรจุเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์นี้ว่า กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าของเรื่อง แต่หาก ครม.ไม่อนุมัติ หรือมีการเลื่อนเวลา ก็จะต้องมีเหตุผลที่จะอธิบายว่าเพราะอะไร เมื่อถามว่าเหตุผลอะไรที่จะรับไม่ได้ นายชวรัตน์กล่าวว่า ถึงเวลาก็จะรู้เอง เมื่อถามอีกว่า จะถือว่าเป็นการต่อรองที่ ภท. อาจไม่ลงคะแนนสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 หรือไม่ หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า "ไม่ทราบ แต่ต้องมองโลกในแง่ดี จะทำอะไรก็ต้องมีเหตุผล"


ปัดแลกเปลี่ยนเลิกค้านเช่าที่ดิน


นายชวรัตน์กล่าวปฏิเสธ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการยื่นหมูยื่นแมว หรือแลกเปลี่ยนโครงการกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ล่าสุด ภท.เลิกคัดค้านโครงการจัดสรรที่ดินสาธารณะให้เช่าไร่ละ 10 บาทต่อปี ที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจากพรรคประชาธิปัตย์ผลักดันแล้ว โดยกล่าวว่า ไม่ใช่ยื่นหมูยื่นแมว เพราะเรื่องที่ดิน เป็นนโยบายมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และได้ดำเนินการไปแล้ว เมื่อถามถึงกรณีคนของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงการคัดค้านโครงการเช่ารถเมล์อย่างหนัก นายชวรัตน์กล่าวว่า นายชวนคงมีเหตุผล ต้องไปถามว่ามีเหตุผลอะไร เมื่อถามอีกว่า ความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้เป็นอย่างไร หัวหน้า ภท.กล่าวว่า รักกันดี จูบปากกันทุกวัน


อ้างเหตุเลิกค้านปม"เข้าใจผิด"


ทั้งนี้ ก่อนที่นายชวรัตน์จะให้สัมภาษณ์ยืนยันการผลักดันโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ได้กล่าวถึงโครงการจัดสรรที่ดินสาธารณะให้เช่าไร่ละ 10 บาทต่อปี ว่า นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน ชี้แจงให้รับทราบในวันเดียวกันนี้แล้วว่า โครงการนี้เป็นโครงการเดิมที่ทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 โดยโครงการทั้งหมดได้รับการอนุมัติจาก ครม.และทำมา 5 ปีแล้ว และมีเงื่อนไขในการเซ็นสัญญาเช่าที่ดินทุก 5 ปี ผมเห็นว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีการทบทวน และได้กำชับนายถาวร ตรวจสอบเรื่องการเอื้อประโยชน์กับนายทุนŽ นายชวรัตน์กล่าว


ส่วนที่ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้อย่างแข็งขัน นายชวรัตน์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด นายศักดิ์สยามอาจเข้าใจว่าเป็นโครงการใหม่ ส่วนที่บอกว่าจะไม่เอาโครงการนี้ น่าจะเป็นเพราะสื่อถามนำมากกว่า เมื่อถามว่า แสดงว่าเคลียร์กับพรรคประชาธิปัตย์ได้แล้ว นายชวรัตน์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ เพราะดีกันอยู่แล้ว


"บุญจง"กร้าวรถเมล์ต้องเข้า3มิ.ย.


นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ กล่าวว่า นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เสนอโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน เข้าที่ประชุม ครม.ไปแล้ว ดังนั้น เรื่องนี้จะต้องเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 3 มิถุนายน เพราะถือว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ทำหน้าที่แล้ว เมื่อถามว่าหากรัฐบาลไม่ยอมนำเรื่องนี้เข้าครม. พรรค ภท.จะดำเนินการอย่างไร นายบุญจงกล่าวว่า "ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้ถึงเวลานั้นก่อน หากไม่มีการนำเข้าค่อยมาว่ากัน"


"สุเทพ"ชี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีของกระทรวงคมนาคม ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ เพียงแต่กระทรวงคมนาคมพยายามคิดแก้ไขปัญหาการขาดทุนสะสมขององค์การขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ขสมก.) จึงเสนอโครงการเช่ารถเมล์ตั้งแต่รัฐบาลก่อน เพราะเห็นว่าไม่ต้องเอาเงินรัฐบาลไปซื้อ และสามารถบริหารจัดการให้ได้รถดี มีคุณภาพ มีกำไร แต่เมื่อมาถึงรัฐบาลชุดนี้ก็มีข้อท้วงติงหลายประการเพื่อให้กระทรวงคมนาคมไปปรับปรุงแก้ไข ขณะนี้เรื่องยังไม่มาถึง ครม. จึงยังไม่ได้ตัดสินใจ


นายสุเทพกล่าวถึงการหาทางออกไม่ให้มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นตามที่นายกฯ แสดงความเป็นห่วง นายสุเทพกล่าวว่า ขอยืนยันว่ายังไม่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับการทุจริตใดๆ ทั้งสิ้น "แต่ผมเป็นผู้ประสานงาน ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้น จะไม่ไปเสนออะไรแทนกระทรวงทั้งหลาย หน้าที่ผมคือทำให้มีความเข้าใจกัน" นายสุเทพกล่าว


ชี้ขึ้นอยู่กับคมนาคม-ครม.ชี้ขาด


นายสุเทพยังปฏิเสธจะให้ความเห็นกรณี นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เสนอให้โอนโครงการเช่ารถเมล์ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้ดำเนินการแทนรัฐบาล โดยบอกว่า บังเอิญไม่ได้ยินการให้ความเห็นของนายประสพสุข จึงไม่กล้าวิจารณ์ ส่วนเสียงวิจารณ์ การเตะถ่วงโครงการรถเมล์ เป็นเกมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการนำโครงการไปดูเองนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า "ประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นแกนกลางของรัฐบาลนี้ จะมาเล่นเกมตามเสียงเชียร์ของใครไม่ได้ เราต้องทำหน้าที่เป็นแกนกลางให้ดีที่สุด ผมไม่คิดว่าคนในพรรค จะไปดึงงานของใครมาทำเอง เราไม่ทำอย่างนั้นหรอกครับ วันนี้มันไม่ใช่เรื่องของประชาธิปัตย์ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาล จะได้ข้อสรุปเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคมว่า จะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เมื่อไหร่ และ ครม.จะเห็นอย่างไร" นายสุเทพกล่าว


"สาทิตย์" เผย2พรรคเคลียร์กันแล้ว


นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความไม่เข้าใจกันเรื่องนโยบายคงต้องมาคุยกัน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันระหว่างแกนนำของรัฐบาลกับพรรค ภท. คิดว่าคงทำความเข้าใจกันได้


"พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้รบกันเอง แต่เป็นธรรมดาที่รัฐบาลผสมทุกสมัยอาจมีบางเรื่องเห็นไม่ตรงกัน ขนาดรัฐบาลเสียงข้างมากสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังมีปัญหาเกาเหลากัน นับประสาอะไรกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องมีปัญหาบ้างเป็นธรรมดา แต่ทุกอย่างต้องโปร่งใส หากโครงการใดเกิดข้อสงสัยต้องชี้แจงได้" นายสาทิตย์กล่าว


สำหรับภาพของรัฐบาลผสมจะถูกมองว่าเป็นเรื่องของการสมประโยชน์หรือไม่ โดยเฉพาะกรณีโครงการให้เกษตรเช่าที่ดินสาธารณะราคาถูกของพรรคประชาธิปัตย์กับโครงการเช่ารถเมล์ของภท.นายสาทิตย์กล่าวว่า ไม่มี ทุกเรื่องต้องทำให้โปร่งใส่ ชี้แจงประชาชนได้


ส.ส.ปชป.เชื่อภท.ไม่ถอนตัว


นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่า ภท.จะไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เพราะคนที่จะเป็นรัฐมนตรีก็ต้องมีเหตุผล โดยส่วนตัวเห็นว่าสังคมยังสับสนโครงการดังกล่าวว่าเหตุใดจึงต้องเช่า ทำไมไม่ใช่วิธีการจัดซื้อไปเลย ซึ่งรัฐบาลควรเปิดให้นายโสภณ ซารัมย์ ชี้แจงผ่านสื่อของรัฐ ประชาชนจะได้รับรู้ข้อมูลสองด้าน ถ้าเห็นว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียก็ควรจะอนุมัติโครงการดังกล่าว แต่ที่สำคัญต้องฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก


นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า รัฐบาลจะพยายามให้ทุกโครงการมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ดังนั้น คำว่าบุฟเฟ่ต์คาบิเนตหรือฟาสต์ฟู้ด ที่พรรคเพื่อไทยพูดนั้น จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน แต่อยากถามว่าฟาสต์ฟู้ดหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "แดกด่วน" นั้นเกิดขึ้นในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช่หรือไม่


ปัดทำบัญชีดำ12ส.ส.เคลื่อนไหว


สำหรับเรื่องที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หารือกับรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ 15 คน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ได้กำชับให้รัฐมนตรีเร่งประชาสัมพันธ์การทำงานให้ประชาชนรับทราบ เช่น โครงการเรียนฟรี 15 ปี ที่ประชาชนบางส่วนยังสับสนอยู่ นอกจากนี้ยังฝากให้รัฐมนตรีไปคุยกับ ส.ส. โดยนำข้อเท็จจริงที่มีการปรึกษาใน ครม.ไปเล่าให้ฟัง เพื่อให้ ส.ส.มีความเข้าใจถูกต้อง และไม่แสดงความคิดเห็นที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง


เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังปฏิเสธกระแสข่าวการขึ้นบัญชีดำ 12 ส.ส.พรรค ที่ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ รองหัวหน้าพรรคด้วยว่า พรรคไม่เคยทำแบล๊คลิสต์ ถ้าใครบอกว่า ทำแบล๊คลิสต์แสดงว่าพูดไม่จริง เรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี พรรคมีระบบอยู่ วันนี้ทุกอย่างจบแล้ว


ผู้สื่อข่าวถามแกนนำพรรค ไม่ได้มองว่าความเคลื่อนไหวของกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัยเป็นการทำลายวัฒนธรรมพรรคใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า "ไม่ครับ พรรคก็มีความคิดเห็นที่หลากหลาย ก็ต้องฟังทุกคน ความจริงคุณเฉลิมชัยก็ไม่เคยมาพูดบ่นอะไรกับผม"


เฉไฉมีเสื้อ"สีน้ำเงิน"เหมือนกัน


นายสุเทพกล่าวตอบคำถาม จะเปิดอกพูดคุยกับนายเฉลิมชัยตรงๆ หรือไม่ว่า "ผมจะไปพูดอะไร สมมุติผมมีแฟนอยู่สักคน เขาไม่เคยทำอะไรผิดเลย มีแต่คนอื่นพูดอย่างนั้นอย่างนี้ ผมจะไปบอกว่ามา... มาพูดตรงๆ กันหน่อย ท่าทางคงจะไม่ดี ผมโตแล้ว อายุมากกว่าเขา ถ้ามีอะไร เขาคงไม่คุยกับผมเอง อย่างเวลาเขานั่งกินข้าวกับผมที่เกาะสมุย (จ.สุราษรธานี) เขาบอกว่าพี่เข้าใจผมหรือเปล่า ผมไม่มีอะไรนะ ผมก็บอกว่าโอ้ย! สบายมาก ผมเข้าใจคุณ ก็เท่านั้น" เมื่อถามว่า แต่นายเฉลิมชัยระบุว่ามี ส.ส.ในสังกัดมากกว่า 40 คน เป็นการส่งสัญญาณทวงตำแหน่งหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า " ไม่มีครับ จองได้ แต่ทวงคงไม่ได้"


นายสุเทพยังกล่าวกรณีนายเฉลิมชัย นำ ส.ส.ประจวบฯของพรรค ใส่เสื้อสีน้ำเงิน ไปต้อนรับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ระหว่างไปตรวจราชการที่ จ.ประจวบฯ และมีการหยอกเหย้า เป็นการมาดูตัวว่า "ถ้าไปเอาเรื่องอย่างนี้มาเป็นอารมณ์มันคงยุ่ง เพราะเวลาผมไปตรวจราชการในจังหวัดอื่น ก็มีส.ส.พรรคอื่นไปร่วมพบปะและรับประทานอาหารกับผม ถ้าขืนเป็นอย่างนั้นก็ต้องระวังกันอุตลุดเลย คุยกันไม่ได้เลย เสื้อสีน้ำเงินผมก็มีตัวหนึ่ง ว่างๆ จะใส่ให้ดู ครม. มีทุกคนเพราะได้รับแจกจากกระทรวงมหาดไทย"


เมื่อถามว่า นายชวรัตน์ส่งสัญญาณพร้อมต้อนรับ ส.ส.ที่จะเข้าไปสังกัด ภท.นายสุเทพกล่าวทีเล่นทีจริงว่า ว่างๆ ผมจะไปจีบท่านชวรัตน์บ้าง สื่ออย่าไปสร้างความตื่นเต้นกับเรื่องที่ไม่เป็นสาระต่อบ้านเมืองเลย ผมไม่กังวลใจเรื่องนี้ ในอนาคตนักการเมืองอาจจะย้ายพรรคได้ เป็นเรื่องธรรมดา


อ้างมีคนให้ร้อยล.เฉลิมชัยยังไม่ไป


ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนเดินทางเข้าพบนายสุเทพ ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล อาทิ นายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายนายสุเทพ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี ที่ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ใบเหลือง นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค


ภายหลังการหารือกับนายสุเทพ นายไตรรงค์กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้มาเป็นกาวใจให้นายเฉลิมชัย หรือมารับคำสั่งจากนายสุเทพเพื่อไปเกลี้ยกล่อมนายเฉลิมชัยแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าพี่ชายนายเฉลิมชัยได้โทรศัพท์มาหา เพราะรู้สึกไม่สบายใจกับข่าวที่ออกมา โดยชี้แจงกรณีนายเฉลิมชัย และส.ส.ประจวบฯ 3 คนใส่เสื้อสีน้ำเงินไปต้อนรับนายชวรัตน์ ว่านายเฉลิมชัยได้รับเชิญจากจังหวัดให้ไปร่วมงาน และเข้าใจว่าจังหวัดอยากเอาใจรัฐมนตรีมหาดไทย จึงนำเสื้อสีน้ำเงินมาแจกให้ผู้ร่วมงานสวมใส่


"ผมมั่นใจว่านายเฉลิมชัยไม่ได้คิดจะย้ายไปสังกัดภูมิใจไทย เพราะเป็นคนเอาเขามาเล่นการเมืองเอง จึงรู้ดี และเขาก็เป็นคนมีอุดมการณ์ ที่ผ่านมามีคนติดต่อให้เงินเป็นร้อยล้านบาทเพื่อให้ย้ายพรรค แต่นายเฉลิมชัยก็ไม่ไป เพราะเขามีเงินมากกว่านั้นเยอะ" นายไตรรงค์กล่าว


หลุดด่า"ปากหมา"ปูดบัญชีดำ


ส่วนกระแสข่าวแกนนำพรรค ขึ้นบัญชีดำไม่ให้นายเฉลิมชัยเป็นรัฐมนตรีในการปรับ ครม. ครั้งหน้า นายไตรรงค์กล่าวว่า "ไม่มี ไม่มีผู้ใหญ่ที่ไหนพูด" เมื่อถามย้ำว่า แต่เห็นมีข่าวลงในหนังสือพิมพ์เช่นนั้น นายไตรรงค์กล่าวพร้อมหัวเราะว่า "ไม่รู้สิ อาจมีผู้ใหญ่ปากหมาไปพูดมั้ง ผู้ใหญ่ไม่ควรพูดอย่างนั้น บ้าหรือเปล่า พูดอะไรให้พรรคเสียหาย"


น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย กล่าวว่า การต้อนรับนายชวรัตน์ โดยสวมใส่เสื้อสีน้ำเงินนั้น ก็เป็นเรื่องของการไปต้อนรับธรรมดา ในฐานะเจ้าของพื้นที่


พท.ชี้"แทรกแซง"เบนประเด็น


นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงวิธีการแทรกแซงราคาพืชผลจากการรับจำนำมาเป็นการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรว่า นายกรัฐมนตรี พยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็นให้สังคมสนใจเรื่องนี้แทนปัญหาการระบายสินค้าเกษตรของกระทรวงพานิชย์ โดยเฉพาะ ข้าว และข้าวโพด ที่เป็นประเด็นสร้างความกังขาให้กับประชาชนเป็นอย่างมากว่าเหตุใดผู้ที่ประมูลราคาสูงกลับแพ้ประมูลผู้ที่เสนอราคาที่ต่ำกว่าซึ่งจะทำให้รัฐขาดทุนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม แม้การประมูลจะเกิดขึ้นในรัฐบาลที่แล้วแต่เมื่อรัฐบาลชุดนี้มาบริหารงานตามหลักการเมื่อมีสินค้าที่ค้างในสต๊อครัฐบาลจำเป็นต้องรีบระบายสินค้าเพราะหากยังเก็บไว้จะเสียค่าเก็บสินค้ารวมไปถึงทำให้คุณภาพสินค้าเกษตรเสื่อมลงตามกาลเวลา แต่รัฐบาลจะต้องหาทางระบายสินค้าเหล่านั้นด้วยขั้นตอนที่โปร่งใส


"การเปลี่ยนจากการจำนำสินค้าราคาเกษตรมาเป็นการประกันราคานั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าเป็นการประกันในรูปแบบใด เพราะการประกันมีด้วยกัน 2 ประเภทคือการการันตี และการประกันความเสียหาย เพราะอาจจะทำให้เกษตรกรเกิดความสับสนได้ และหากมีการเปลี่ยนระบบเป็นเช่นนั้นจริงประโยชน์จะตกกับเกษตรกรหรือจะเป็นการไปซ้ำเติมแทน อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยจะติดตามเรื่องสินค้าราคาเกษตรอย่างใกล้ชิด" นายปานปรีย์กล่าว


ยุเลิกโครงการเช่ารถเมล์4พันคัน


นายปานปรีย์ ยังกล่าวถึงการผลักดันโครงการรถเมล์เอ็นจีวีว่า โครงการดังกล่าวควรจะยกเลิกไปก่อน เพราะสังคมตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีที่รัฐบาลกำลังผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มระบบขนส่งทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนอยู่แล้ว จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดกระทรวงคมนาคมต้องการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี ในระยะเวลาถึง 10 ปี ทั้งนี้ หาก ครม.อนุมัติโครงการดังกล่าวไปจนในที่สุด ขสมก.ขาดทุน คนที่จะมีรับภาระหนี้สินก็คือรัฐบาลเองอยู่ดี


เมื่อถามว่าหากรัฐบาลยุติโครงการดังกล่าวอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเกิดความสั่นคลอน นายปานปรีย์กล่าวว่า เรื่องความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นไม่สำคัญเท่ากับการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ที่รัฐบาลต้องเป็นผู้ดูแลเงินทุกบาททุกสตางค์ของประเทศอย่างดี

แพงเกิน

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




หากถามประชาชนผู้ใช้รถเมล์ในชีวิตประจำวัน ว่าสมควรมีการปฏิรูประบบรถเมล์ขสมก.หรือไม่?

ร้อยทั้งร้อยเอาด้วย

แต่ถ้าถามว่าแล้วโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน เป็นการปฏิรูประบบรถเมล์หรือไม่?

บางส่วนก็คงยอมรับว่า เข้าข่ายเป็นการปฏิรูปรถเมล์จริง

เพราะเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ให้รถเมล์ไทยมีความทันสมัยอย่างรถเมล์ของเมืองที่เจริญแล้ว

รถทั้งคันใช้แค่พขร.คนเดียว ไม่ต้องมีกระเป๋า-กระปี๋ ไม่ต้องมีนายตรวจ

ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องจ้างพนักงานไปไม่น้อย

ค่าโดยสารชำระผ่านระบบอิเล็กทรอ นิกส์อัตโนมัติ หยอดเหรียญหรือทาบบัตร แล้วก็ไปหาที่นั่ง

สะดวกรวดเร็ว ค่าตั๋วไม่รั่วไหล

(อ้างว่า)ช่วยป้องกันการลอบดูดน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนทุจริตจัดซื้ออะไหล่รถ ที่ฝังลึกในองค์กรขสมก.มาตลอดได้ด้วย

แต่มันติดขัดเรื่องใหญ่ ก็ตรงวงเงินค่าเช่า

รถ 4 พันคัน ค่าเช่า 10 ปี มีมูลค่าสูงถึง 69,788 ล้านบาท

แม้จะมีเจรจาปรับลดโดยรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ จนเหลือ 67,992 ล้านบาท

ก็ยังดูเป็นเงินงบประมาณที่สูงน่าใจหาย

โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดตัวเลขค่าเช่าออกมา พบว่าค่าซ่อมรถเมล์ในแต่ละวัน แพงกว่าค่าเช่าเสียอีก

เป็นตัวเลขที่ชาวบ้านเห็นแล้ว รู้สึกพิศวงสนเท่ห์

ทำไมรถเช่า ยังต้องจ่ายค่าซ่อมด้วย?

แล้วทำไมค่าซ่อมรถ ถึงกลายเป็นรายจ่ายหลัก?

นอกเหนือจากตัวเลขที่คาใจประชาชนแล้ว อีกปัญหาหนึ่งเห็นจะเป็นเรื่องของภาพลักษณ์

นายเนวิน ชิดชอบ ถึงแม้จะสะสมบารมีทางการเมืองไว้สูงมาก ถึงขั้นชี้เป็นชี้ตายรัฐบาลได้ทุกชุด

แต่ภาพลักษณ์ในหลายเรื่องไม่สดใสสวยงามเท่าบารมีทางการเมือง

โดยเฉพาะเมื่อข่าวพรรคภูมิใจไทย กำลังเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งใหญ่หนหน้า

ต้องสู้กับนายเก่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสนามภาคอีสาน

คำติฉินนินทาโครงการนี้ ว่าเป็นการสะสมเสบียงกรัง จึงดังกระหึ่มเมือง

ความจริง ถ้าความปรารถนาดีที่จะพัฒนาหรือปฏิรูปขสมก.

หากออกมาแบบค่าใช้จ่ายดูสวยงาม พอเหมาะ กำลังดี

จะใช้โครงการรถเมล์เช่านี้เป็นตัวเบิกร่อง เพื่อการผ่าตัดใหญ่องค์กร

เชื่อว่าชาวบ้านคงอนุโมทนาสาธุด้วย

เพราะทุกคนก็รู้แก่ใจว่าขสมก.มีปัญหาทางการบริหารแน่นอน มิฉะนั้น คงไม่สะสมหนี้สินไว้หลายหมื่นล้านบาท

ทำธุรกิจไม่เคยมีกำไร มีแต่ขาดทุนซ้ำซาก

จะว่ายอมขาดทุนเพื่อบริการชาวบ้าน ก็พูดไม่ได้เต็มปาก

เพราะการบริการโดยรวม ก็ยังไม่น่าพอใจ

อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดแล้ว โครงการรถเมล์เช่า

คงจะมีการปรับแต่งตัวเลข จนรัฐบาลอนุมัติอยู่ดี!

ภท.ถอยรถเมล์ฉาวชวดเข้าครม.

ที่มา เดลินิวส์

ปธ.วุฒิฯแนะ รบ.ตรวจสอบควรให้ชะลอ!

"เสี่ยจิ้น"แจงเหตุ"รถเมล์ฉาว"ชวดเข้า ครม.สัปดาห์นี้ ประชด"มาร์ค"งานรัดตัวไม่มีเวลาศึกษารายละเอียด ลั่นไม่ถอยโครงการแน่ ขณะที่"เทพเทือก"ปัดแตกหัก"ภูมิใจไทย"พร้อมเป็นมือประสานจนถึงทางตัน ยัน “มาร์ค” จุดยืนชัดไม่ร่วมทางโคตรโกง ประสานเสียงนายกฯ จุดกระแสปราบคอร์รัปชั่น-เชือดค้ายา-ดับไฟใต้ นัดถก รมต.ค่ายพระแม่ธรณีสางปัญหา ฟาก “ปู่สุข” จับตาบุฟเฟ่ต์คาบิเนต “ส.ว.ลากตั้ง” หนุนยกรถเมล์เช่าให้ “กทม.” ดูแล ด้าน “เพื่อไทย” ลงพื้นที่หาข้อมูลทุจริตวันพรุ่งนี้ เตือนรถเมล์เอ็นจีวีระเบิดทำ ครม. เดี้ยงทั้งคณะ แถมเสี้ยม “ภท.” ผวาตาอยู่ “กทม.” ฮุบรถเมล์ฉาว ส่วน “มาร์ค” วอนทุนกิมจิอย่าทิ้ง อาเซียน

“มาร์ค” อ้อน ส.ส.-ส.ว. ผ่านงบ

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าว ในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ว่า วันที่ 3 มิ.ย. นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยว่าการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีคำวินิจฉัยว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็จะเร่งนำ พ.ร.ก. ดังกล่าวไปขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลตั้งใจจะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญตั้งแต่วันที่ 15-23 มิ.ย. เพื่อนำ พ.ร.ก.ดังกล่าว รวมทั้งร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 เสนอเข้าสู่สภา ทั้งนี้อยากจะขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบในส่วนนี้ คิดว่าจะให้จบในช่วงสมัยวิสามัญ และเริ่มต้นใช้งบตามปกติ คือ วันที่ 1 ต.ค. นี้

โว 2 ยักษ์ยานยนต์เล็งลงทุนเพิ่ม

“ผมมั่นใจถ้าเดินตามแนวนี้ แล้วเราได้คัดเลือกโครงการซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการเร็ว สำคัญที่สุดคือมากระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน 1.5-2 ล้านคนในช่วง 3 ปีข้างหน้า เป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายต้องการ ถ้าทำอย่างนี้ได้ เศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วขึ้น เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น การจัดเก็บรายได้ของรัฐจะเพิ่มขึ้นโดยปริยาย และวันนั้นจะมีเงินที่ย้อนกลับไปชำระหนี้ตรงนี้ได้ ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของเสถียรภาพหรือความมั่นคงของเศรษฐกิจ” นายอภิสิทธิ์ ระบุ

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ 2 บริษัท ทั้งจีเอ็มและฟอร์ดกำลังพิจารณาแผนขยายการลงทุน ในประเทศไทย แสดงว่าบริษัทดังกล่าวมองเห็นศักยภาพของไทย แม้แต่เรื่องการท่องเที่ยวรัฐบาลก็จะสนับสนุนเรื่องนี้ และจะมีนักกีฬา บุคคล สำคัญต่าง ๆ เดินทางมาประเทศไทย เช่น แชมป์โลกแมนนี ปาเกียว ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ยันพรรคร่วมไม่คว่ำ พ.ร.ก. กู้เงิน

ต่อข้อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทผ่านและเมื่อนำเข้าสู่สภาจะผ่านหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังมีความต้องการที่จะทำงานด้วยกัน จึงเป็นเรื่องที่ทุกพรรคต้องไปทำความเข้าใจกับสมาชิกและวิปจะต้องทำงานหนัก ตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคแกนนำก็คงจะต้องทำความเข้าใจ ใครติดใจก็มาสอบถามกัน

“พ.ร.ก.ผ่านสภาก็เข้าวุฒิสภา แต่ว่าอันนี้ให้ความเห็นชอบอย่างเดียว ไม่มีวาระ 2-3 ถ้าเป็นไปตามปฏิทินนี้ 22-23 มิ.ย. ถือว่าผ่าน กระทรวงการคลังตั้งใจว่า เงินที่จะต้องเอาเข้ามาประมาณเดือน ส.ค. ไม่เกิน 2 แสนล้านมาเสริมฐานะการคลัง อีก 2 แสนล้านจะมีโครงการ ผมได้ให้สำนักงบประมาณ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปคุยกับกระทรวงการคลังและกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้เอาแผนการใช้เงินให้สภาดูด้วย ส่วน พ.ร.บ.อีก 4 แสนล้านเพียงรับหลักการ รายละเอียดต่าง ๆ จะไปแปรก็ว่ากันไป” นายกฯ อธิบายขั้นตอนในสภา

ทุกโครงการยึดประโยชน์ “ปชช.”

ส่วนที่พูดว่ามีรอยร้าวในรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างมีแน่นอน เป็นเรื่องของมาตรการการทำงาน แต่ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล สำคัญที่สุดคือต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นข้อยุติ ตนเชื่อมั่นว่าเราล้วนแล้วแต่เป็นนักการเมือง จะพรรคเดียวกันหรือคนละพรรคก็ตาม สุดท้ายถ้าหากว่ายึดประโยชน์ประชาชน ทุกคนก็พอใจ แต่ถ้าเราไม่ยึดประโยชน์ประชาชน ถึงเราตกลงกันเองได้ แต่วันข้างหน้าก็ไปไม่ได้ ถ้าถามประชาชนทุกครั้ง ว่าไม่ชอบอะไรที่สุดในเรื่องการเมือง มี 2 เรื่อง ติดอันดับตลอด คือ ความขัดแย้ง กับการทุจริต เพราะฉะนั้นอยากจะบอกว่าเวลามีความคิดเห็นที่แตกต่างก็เห็นการรายงานของสื่อจะเน้นอยู่ตรงนี้ แต่จริง ๆ แล้วอยากให้เน้นว่า รัฐบาลกำลังเอาเนื้องานมาพูดกัน

ขู่เชือด “ทุจริต-ยาเสพติด-โจรใต้”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลทำงานเข้าสู่เดือนที่ 6 มีการสะท้อนความคิดเห็นผ่านโพล ต่าง ๆ นานา ล่าสุดมีการพูดถึงความพึงพอใจ ในการทำงานของรัฐบาลในหลายแง่มุม ตนรับฟังเสียงที่สะท้อนออกมาจากประชาชนและขณะนี้ มีอยู่ 3 เรื่องที่ต้องเร่งรัดปรับปรุง คือ 1.การแก้ไขปัญหายาเสพติด ประชาชนหลายพื้นที่ร้องเข้ามาว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง หลังจากที่ตน เดินทางกลับจากเกาหลีแล้วจะมาติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษ

2.ปัญหาภาคใต้ แม้ความถี่ของเหตุ การณ์อาจจะลดลง แต่สถานการณ์โดยรวมยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ตนในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้ปรับโครงสร้างกำลังต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปจะไปดูเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยต่าง ๆ และ 3.การทุจริตคอร์รัปชั่นในแวดวงของรัฐบาลและราชการ ถ้าประชาชนมีเบาะแสสามารถร้องเรียนมาที่ตนหรือร้องมาที่รัฐบาล ขอยืนยันว่าจะดูแลเอาใจใส่คำร้องเรียนเหล่านี้อย่างจริงจัง ให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ให้เกิดความโปร่งใส

“เทือก”นัด รมต.“ปชป.”หารือ

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้นัดรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารจีนภายในโรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ โดยมีบรรดารัฐมนตรีของพรรคทั้ง 15 คน ทยอยเดินทางมาร่วมงานนี้อย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ นาย กษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ นายธีระ สลักเพชร รมว. วัฒนธรรม นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น และมีรายงานว่าค่าอาหารเบ็ดเสร็จรวม 21,000 บาท

นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า การนัดรัฐมนตรีของพรรคมารับประทานอาหารได้ถือโอกาสแจ้งให้รัฐมนตรีของพรรคทราบถึงเรื่องความมั่นคงของประเทศที่ตนรับผิดชอบอยู่ เพราะมีความหนักใจในบางเรื่องบางประเด็น ขณะเดียวกันได้รับฟังปัญหาและความหนักใจของรัฐมนตรีที่ทำงานมา 4-5 เดือน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้น รวมถึงให้ทันเวลาและสถานการณ์

ปูดบ้านเมืองแตกแยกทุกวงการ

รองนายกฯ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีบางคนไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนเป็นเรื่องธรรมดา เห็นใจรัฐมนตรีบางคน เพราะงานที่รับผิดชอบไม่รู้จะ ประชาสัมพันธ์อย่างไร แต่ตนดีใจที่รัฐมนตรีหลายคนที่อยู่ในลำดับสูงกว่าตน เพราะขนาดตนพบสื่อทุกวัน ผลการประเมินยังสอบได้ที่โหล่

“เรื่องที่พูดกันวันนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของส่วนรวมว่าทำอย่างไรจึงจะให้ประเทศ อยู่รอดได้ และให้ประชาธิปไตยไปในแนวทางที่ถูกต้องและสมควรจะเป็น ไม่ใช่มาคุยเรื่องของผม เรื่องของผม ผมแก้ปัญหาเองได้ ความจริงเรื่องของผมมีอะไรที่ลึกลับกว่านั้นอีก แต่ผมไม่ประสงค์จะพูด ผมจะปฏิบัติไปตามกฎเกณฑ์กติกา เชื่อว่าในวันหลัง ๆ สื่อและประชาชนจะทราบเอง” นายสุเทพ กล่าวและว่า ตอนนี้มีคนพยายามทำให้บ้านเมืองแตกแยกรุนแรงมากในทุกวงการ ไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนกังวลใจ เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็อยากจะทำให้บ้านเมืองมั่นคงจริง ๆ อะไรจะเกิดขึ้นกับตนได้ทั้งนั้น

อ้าง “มาร์ค” ไม่ให้ รมต. โกงกิน

นายสุเทพ ยังกล่าวถึงข่าวความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยในเรื่องโครงการขนาดใหญ่ว่า จุดยืนของรัฐบาลนี้ ถ้าประชาชนและสื่อมวลชนเห็นว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งมาที่นายกฯ โดยตรง ตนรับรองว่านายกฯ จะดำเนินการและจะจัดการทันทีโดยไม่คำนึงว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรค ร่วมรัฐบาลอื่น เพราะเราจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เนื่องจากรู้ดีว่าประชาชนคาดหวังกับนายกฯ มาก แต่ถ้าไปจินตนาการเอาเองว่าจะเกิดเรื่องอย่างนั้นอย่างนี้แล้วมาชวนให้เราทะเลาะกันก็คงไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันจนถึงตอนนี้ยังไม่ถือว่ามีปัญหาใช่ หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่อยากพูดตรงนี้ แต่อยากบอกว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการนำเงินของรัฐบาลหรือเงินภาษีประชาชนไปใช้แม้แต่บาทเดียว ตนไปเจรจากับพรรคภูมิใจไทยว่าต้องให้รถเมล์จำนวนนี้ผลิตในประเทศเกินครึ่ง ในที่สุดก็แก้เป็นผลิตในประเทศร้อยละ 70 ส่วนเรื่องราคาเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันใน ครม.ว่าจะอนุมัติหรือไม่

อ้ำอึ้งคำถามแตกหัก“ภูมิใจไทย”

เมื่อถามต่อว่า ให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าโครงการนี้จะไม่มีการเกี้ยเซี๊ยะกันในทางการเมือง เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า ให้เอาบ้านเมืองเป็นหลักดีกว่า รัฐบาล จะอยู่หรือไปนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้ บ้านเมืองอยู่ได้ก็แล้วกัน ต่อข้อถามว่า โครงการนี้จะกลายเป็นจุดแตกหักในการทำงานร่วมกัน หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพยายามแก้ปัญหาไปเรื่อย ๆ ถ้าแก้ไม่ได้ก็จนปัญญา เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันหรือไม่ว่าจะยอมแตกหักกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน รองนายกฯ กล่าวว่า ตนคงไม่ทำอะไรด้วยอารมณ์ มัน ๆ อย่างนั้น และจะไม่พูดเรื่องแตกหักกับใคร เพราะเป็นผู้ประสานงาน แต่สิ่งที่ตนจะทำคือทำให้รัฐบาลยืนหยัดอยู่ได้และแก้ปัญหาบ้านเมือง เพราะปัญหาใหญ่คือความมั่นคงของบ้านเมือง

แจงฝุ่นจางจะเข้าใจคดีน้องชาย

ส่วนรัฐบาลจะสามารถทำงานไปได้นานแค่ไหนนั้น รองนายกฯ กล่าวเลี่ยงว่า ตนพยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน และไม่ห่วงเรื่องที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปต้อนรับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และการที่ตนทำใจได้และรู้สึกสบายใจ เพราะตั้งใจจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และพยายามมองโลกในแง่ดี

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ ลาออกจากทุกตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนคดีการทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี โดย กล่าวเพียงว่า “ขอให้ติดตามเรื่องนี้ไป 2-3 วัน จะเข้าใจอะไรมากขึ้น ผมไม่ขอพูดอะไรเกี่ยว กับศาล”

แนะ รมต.อ่อนหัดปรับปรุงตัว

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า นายสุเทพ ได้พูดกับรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ใครที่รู้ตัวว่าเป็นจุดอ่อนก็ขอให้ปรับปรุงตัว และต้องเร่งประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลให้ประชาชนได้รับทราบ ใครที่ลงพื้นที่อยู่แล้วก็ขอให้ทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง และขอให้รัฐมนตรีทุกคนทำงานในทิศทางเดียวกัน ขอให้ทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ติดตามสถานการณ์ เพราะฝ่ายตรงข้ามพยายามทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เพราะช่วง 8 ปีที่ผ่านมาได้ใจข้าราชการไว้จำนวนมาก

ข่าวแจ้งว่า นายสุเทพ ยังได้เล่าถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว และบอกว่า ทุกกระทรวงจะต้องมาทำแผนร่วมกันในการดูแลปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ให้ลดความรุนแรงลงให้ได้ภายใน 3 ปี โดยรัฐบาลจะทุ่มงบประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ลงไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้

หวั่นนายทุนพรรคไม่สบายใจ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต. สำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนยังไม่พอใจการทำงานของรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันภายในพรรค เชื่อว่าวัฒนธรรมของพรรค ทุกคนเป็นพี่น้องกันจะพูดคุยกันได้ เพราะข่าวที่เกิดขึ้นอาจทำให้ผู้สนับสนุนพรรคเกิดความไม่สบายใจ เกรงจะมีปัญหาถึงขั้นกระทบเสถียรภาพรัฐบาล นายเฉลิมชัย ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนที่กระตือรือร้นในการนำปัญหาประชาชนมาสะท้อนให้พรรคฟัง ดังนั้นการเคลื่อนไหวหรือการให้สัมภาษณ์จึงอาจเป็นที่สนใจ แต่ไม่มีอะไร ใครมาเป็นรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับให้ได้

ส่วนที่ ส.ส.บางคนระบุว่าถ้ารัฐมนตรีไม่ปรับปรุงตัวหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจไม่โหวตให้นั้น รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า ก็ดีที่มีการตรวจสอบกันเองในพรรค รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบทั้งต่อประชาชนและต่อพรรค แต่อย่าทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีการต่อรองอะไรหรือไม่ อย่าลืมว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่มา 62 ปี ตอนเหตุ 10 มกราคม ยังอยู่ในใจทุกคน เพราะเราเจ็บปวดและแพ้เกือบทั้งประเทศ

ขวิด“ภท.”อย่าล็อกสเปกรถเมล์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า อยากฝากข้อเสนอไปยังรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยที่เป็นเจ้าของโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันว่าต้องทำความเข้าใจและชี้แจงกับสังคมให้ชัดเจนว่าโครงการดังกล่าวมีความสำคัญต่อประชาชนอย่างไร และตนเชื่อว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ เพราะเป็นบริการสาธารณะที่เป็นทางเลือกให้กับประชาชน ที่มีรายได้น้อย

ส่วนค่าเช่าที่ลดจาก 1 แสนล้านบาทเหลือ 6.7 หมื่นล้านบาทนั้น นายสาธิต กล่าวว่า นายกฯ พยายามตรวจสอบเรื่องงบประมาณค่าเช่า รวมถึงค่าซ่อมว่าแพงกว่าปกติหรือไม่ ดังนั้นอยากให้สังคมและสื่อมวลชนติดตามข้อมูล 2 เรื่อง คือ 1.โครงการนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่ และ 2.มีหลักฐานว่าฝ่ายใดจะแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ และที่สำคัญคือเจ้าของโครงการต้องสามารถตอบให้ได้ว่าไม่มีการล็อกสเปกเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาประกวดราคา

เย้ย “ทรท.” จัดเช็งเม้งการเมือง

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมครบรอบการยุบพรรคไทยรักไทยเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า มีผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาร่วมงานหลายคน และพูดถึงประเด็นทางการเมือง ซึ่งตนเรียกว่าเป็นงานเช็งเม้งทางการเมือง เพราะผู้ถูกตัดสิทธิเหล่านี้มาร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของตัวเอง ที่ทำผิดกฎหมาย และพยายามใส่ร้ายรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อให้สังคมเห็นว่าเป็นอุปสรรคและเงื่อนไขที่ขัดขวางให้คนเหล่านี้เข้าสู่การเมืองได้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่ตนคิดว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ได้พัฒนา และอุดช่องว่างของรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยผ่านประชามติของประชาชน การที่คนเหล่านี้จะ วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญอย่างสาดเสียเทเสียนั้น ก็อยากให้ไปดูเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนซึ่งเป็นที่มาของการยอมรับรัฐธรรมนูญปี 2550 ด้วย

“เสี่ยจิ้น” ใส่เกียร์ถอยรถเมล์ฉาว

ขณะเดียวกัน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ระบุว่าในการประชุม ครม. วันที่ 3 มิ.ย. นี้จะยังไม่มีการพิจารณาโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน มูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาทว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เห็นจากข่าวในหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่นายกฯ อาจไม่ได้รับความกระจ่าง จึงต้องศึกษามากกว่านี้ โครงการจะไม่ถอน แต่อาจต้องเลื่อนไปบ้าง เพราะวัน ๆ ไม่ได้ทำงานนี้งานเดียว ท่านมีงานร้อยแปด จึงอาจยังไม่ได้ศึกษา และท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องตอบทุกปัญหาให้ประชาชนกระจ่างชัดว่าทุกอย่างโปร่งใสพิสูจน์ได้ เมื่อถามว่าโครงการนี้จะเป็นปัญหาในการร่วมรัฐบาลหรือไม่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบว่า ได้อธิบายไปแล้วเมื่อครู่ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะนายกฯ ต้องการศึกษารายละเอียด

ทำมึน “ตีท้ายครัว” ดูดข้ามค่าย

ต่อข้อถามว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย พยายามตีท้ายครัวพรรคประชาธิปัตย์เพื่อดึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ นายชวรัตน์ หัวเราะก่อนตอบว่า “คำว่าตีท้ายครัว ผมไม่เข้าใจ” แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับผู้แทนทุกคนมีวุฒิภาวะดี มีความคิด สติที่ดี เขาตัดสินใจดี พรรคเหมือนบริษัท ใครมีความต้องการมาสมัครก็ได้ หากได้คนดีมา เป็นลูกพรรคเพื่อให้พรรคเจริญเติบโต ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่เดียว ทุกพรรคก็เหมือนกัน แต่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหม่ต้องการสมาชิกมากกว่าพรรคเก่า

ส่วนที่มีข่าวจะพา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยไปเที่ยวเมืองนอกนั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่า ดำริไว้อย่างนั้น ถ้าไปก็เป็นช่วงปิดสภาสมัยวิสามัญ กำลังพิจารณาว่าจะไปประเทศใด ไม่แน่ใจว่าจะเป็นยุโรปหรือไม่ ซึ่งการไปครั้งนี้ไม่ได้โชว์ศักยภาพหรือท่อน้ำเลี้ยงให้ ส.ส.พรรคอื่นเห็นและย้ายมาเข้าพรรคภูมิใจไทย เพราะ ส.ส.ออกเงินกันเอง ส่วนพรรคจะดูแลเรื่องอาหารการกินให้

เปรียบ“ครม.”เหมือนลิ้นกับฟัน

เมื่อถามถึงโครงการที่จะให้เกษตรกร เช่าที่ดินไร่ละ 10 บาทของนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กำลัง รอให้นายถาวรมาชี้แจง หลักการโครงการนี้ดี แต่เป้าหมายอยากทราบว่าเป็นคนจนจริงหรือไม่ ต้องไม่ใช่นายทุนหรือนักฉวยโอกาส เพราะมันถูกเหลือเกินไร่ละ 10 บาทต่อปี เพราะหากไม่โปร่งใสอาจจะซ้ำรอยกรณี ส.ป.ก.4-01 และตนไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เพราะเป็นเรื่องเสียหายทั้ง 2 ด้าน คือ ประเทศชาติ และผู้ผลักดัน อย่างไรก็ตามหากโครงการนี้ดีก็พร้อมผลักดัน เมื่อถามว่าการออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้เพราะเป็นการแก้แค้นหลังถูกขวางเรื่องรถเมล์ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ความคิดเช่นนี้เลิกคิดไปได้เลย ไม่มีในหัวสมองเลย เพราะไม่ดีต่อประเทศชาติ ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติ ทำงานก็เหมือนกับสามีภรรยา เหมือนลิ้นกับฟัน กระทบกันบ้าง

“พท.”เตือน ครม. จะตายยกชุด

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ขอความร่วมมือให้สมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 184 ระบุว่ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก. ต้องเป็นกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน แต่กรณีนี้รัฐบาลพยายามจะขอกู้เงิน เพื่อปิดหีบงบประมาณให้ได้ และไม่ถือเป็นเรื่อง เร่งด่วน พรรคเพื่อไทยจึงต้องยื่นเรื่องต่อศาล รัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย พ.ร.ก.ดังกล่าว ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ยื่นเรื่องคัดค้าน หากเกิดความเสียหายขึ้นไม่ทราบว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในขณะ นี้พบว่ามีหลายโครงการของรัฐบาลที่กำลังประสบกับปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปิดประมูลข้าว ข้าวโพด และสินค้าเกษตรหลายพันล้านของ กระทรวงพาณิชย์ โครงการเรียนฟรี โครงการแจกเช็ค 2 พันบาทซึ่งถือเป็นซื้อฐานเสียงให้ตัวเอง หรือโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ประเด็นนี้ทาง ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย และส.ก.บางส่วน เตรียมลงพื้นที่วันที่ 2 มิ.ย. เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลและข้อเท็จจริงว่ามีลับลมคมในหรือไม่ ทั้งนี้อยากฝากเตือนว่ารถเมล์เอ็นจีวีอาจระเบิดและทำให้ ครม. ตายทั้งคณะในเร็ว ๆ นี้

เชื่อ “กทม.”เป็นตาอยู่ได้รถเมล์

“อยากให้จับตามองกรณีนี้ว่า อาจจะเข้าสุภาษิตตาอินกับตานา ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทยที่กำลังขัดแย้งกัน แต่สุดท้ายผลประโยชน์ทั้งหมดอาจจะตกไปอยู่กับตาอยู่ อย่าง กทม. ที่จะเข้ามาดูแลโครงการนี้แทน” นายพร้อมพงศ์ ระบุ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการปรับ ครม. ให้นายศุภชัย โพธิ์สุ เข้ามาดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ขัดกับคำพูดของนายกฯ ที่กล่าวสมัยที่เป็นฝ่ายค้านว่าการตั้งรัฐมนตรีควรตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับงาน แต่การปรับ ครม. ครั้งนี้เป็นการสมยอมและหลิ่วตาให้พรรคร่วม เพื่อไม่ให้เกิดรอยร้าว และขอตั้งข้อสังเกตว่านายศุภชัยมีประสบการณ์ทางด้านวิชาชีพครู แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานทางด้านเกษตร ส่วนที่นายกฯ อ้างว่าจีเอ็มและฟอร์ดเตรียมที่จะมาลงทุนในไทยนั้น ข้อเท็จจริงคือบริษัทจีเอ็มกำลังมีปัญหาทางการเงินและต้องขึ้นศาลล้มละลายฟังคำตัดสินในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ ไม่ทราบว่านายกฯ ไปนำข้อมูลมาจากไหนว่า จะมีบริษัทที่กำลังจะล้มละลายเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

ซัด “มาร์ค” เล่นบท 2 มาตรฐาน

อีกเรื่องหนึ่ง นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ไม่ลาออกจากตำแหน่งหลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษายืน ตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้ใบเหลืองนายธานี เทือกสุบรรณ นายก อบจ. สุราษฎร์ธานี และให้ดำเนินคดีอาญานายสุเทพ ว่า อยากถามถึงมาตรฐานของนายกฯ ที่ไม่ยอมดำเนินการใด ๆ เนื่องจากกลัวว่าหากผู้จัดการรัฐบาลไม่อยู่ในตำแหน่ง ตัวนายกฯ ก็อาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งไปด้วย นอกจากนี้นายสุเทพเป็นรองนายกฯ ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จะให้ตำรวจที่ถือเป็นลูกน้องมาสอบปากคำเจ้านาย แล้ว ใครจะกล้าสอบ เหมือนกรณีปลากระป๋องเน่าที่ให้ข้าราชการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มาสอบสวนรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง

“นายกฯ กำลังปฏิบัติ 2 มาตรฐาน อีกทั้งกำลังพยายามสร้างภาพให้ดูดี แต่ปฏิบัติไม่ชอบ การที่พวกพ้องของตัวเองทำผิด นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่าต้องต่อสู้ถึง 3 ศาล แต่กรณีที่ฝ่าย ตรงข้ามทำผิดกลับรีบส่งเรื่องให้ถึงศาลโดยเร็ว จึงอยากฝากไปถึงนายกฯ ว่าอย่าทำตัวเหมือนคุณชายสะอาด หากเป็นเช่นนี้ต่อไปปากอาจจะพาจน เหมือนกับการแกว่งปากหาเรื่อง” โฆษกพรรค เพื่อไทย กล่าว

แก้ รธน. เสร็จค่อยเลือกหน.ใหม่

นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงการประชุมสรรหาและเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ว่า วันนี้ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยมีมติรอให้คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอเรื่องก่อนว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้ามีความชัดเจนว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะรอให้ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นถึงจะมีการประชุมสรรหาหัวหน้าพรรคอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดในขณะนี้มาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่มีการสกัดกั้นไม่ให้พรรคการเมืองเติบโต ทำให้คนดีไม่กล้าที่จะเข้ามารับใช้บ้านเมือง

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 แทนนายพงษ์ศักดิ์ บุญศล ว่า พรรคมีมติส่งนางอนุรักษ์ บุญศล ภรรยาของนายพงษ์ศักดิ์ลงสมัคร โดย ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงระหว่างวันที่ 3-8 มิ.ย. นี้ด้วย และพรรคหวังที่ได้ ส.ส. กลับคืนมาเช่นเดิม ถึงแม้พรรคภูมิใจไทยจะส่งคณะใหญ่ลงพื้นที่เพื่อหวังตีฐานที่มั่นในจังหวัดนี้ ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 พรรคมีมติส่งนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง

“ปู่สุข”จับตาบุฟเฟ่ต์คาร์บิเนต

ที่รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการเดินหน้าผลักดันโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันของพรรคภูมิใจไทยว่า รัฐบาลกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด โครงการนี้คงชะลอไว้ก่อน ซึ่งเป็นอำนาจของนายกฯที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน คิดว่าคงไม่มีปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะโครงการไหนดีก็ได้หน้ากันทั้งหมด แต่ถ้าโครงการไหนเกิดผลกระทบก็เสียทั้ง ครม. และโครงการนี้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งรัฐบาล ไม่ใช่กระทรวง ใดกระทรวงหนึ่ง สำหรับตนยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด แต่ก็มีข้อสงสัยเหมือนหลายคน เช่น ทำไมต้องเช่า ทำไมแพง ทำไมดอกเบี้ยสูง หาก ครม. จะอนุมัติโครงการนี้ต้องทำทุกอย่างให้ชัดเจน

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านเคยเรียกร้องเรื่องนี้แต่ขณะนี้เหมือนกับจะจำยอม ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า คงไม่เป็นเช่นนั้น ถึงจะเป็นพรรคเดียวกันหากมีเรื่องทุจริตก็ต้องคัดค้าน เพราะจะโดนไปด้วยกันและจะถูกฟ้องทั้ง ครม. เมื่อถามต่อว่า จะเหมือน บุฟเฟ่ต์คาร์บิเนต นายประสพสุข กล่าวว่า ต้องติดตาม

ลากตั้งหยันคนบุรีรัมย์ไม่รู้จริง

นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า นายกฯ ต้องคิดถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อย่าคิดแต่เพียงผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะถ้าคิดถึงประชาชน แล้วหากยุบสภา หรือลาออก นายอภิสิทธิ์จะได้กลับมาเป็นนายกฯ และอยู่ยาว แต่ถ้าหากเลือกผลประโยชน์ของพรรคร่วม เลือกตั้งครั้งต่อไปอาจจะไม่ได้กลับเข้ามา เพราะจะโดนตราหน้าว่าเป็นรัฐบาลโกง ตนคิดว่าถ้านายกฯ ยังยึดหลักกฎเหล็ก 9 ข้อก็ต้องโอนเรื่องรถเมล์ 4 พันคันไปให้ กทม. ดูแล เพราะเป็นเรื่องของมหานคร จะให้คนบุรีรัมย์มาแก้ปัญหาของ กทม. ได้อย่างไร เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้

“ผมคิดว่าน่าจะโอนมาให้ กทม. จัด การ เพราะ กทม. เป็นผู้ที่ดูแลการจราจรทั้งหมด น่าจะเข้าใจคนกรุงเทพฯ ดีกว่า และ กทม. ก็มีเงินของตัวเองอยู่แล้ว และถ้าเอารถเช่ามาก็ไม่ควรถึง 4 พันคัน แค่ 1 พันคันก็พอ อาจใช้เงินแค่ 1 พันล้าน เพราะเชื่อว่าผู้ว่าฯ กทม. จะไม่ทุจริตแน่นอน เนื่องจากต้องเอาใจประชาชน” ส.ว.สรรหา ระบุพร้อมทั้งยืนยันว่า ไม่ได้อยู่ข้างพรรคประชาธิปัตย์ แต่ ส.ว. 150 คนก็มีแนวคิดเช่นเดียวกัน

“มาร์ค”จี้รับมือ ศก.-หวัดมรณะ

สำหรับภารกิจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และคณะในการเข้าร่วมประชุม สุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-2 มิ.ย. ที่เกาะเจจู สาธารณรัฐเกาหลี นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะได้เดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษของกองทัพอากาศมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเจจูในเวลา 23.55 น. วันที่ 30 พ.ค. โดยมีนายมุน ฮา ยอง เอกอัครราชทูตประจำจังหวัดเจจู ในฐานะผู้แทนรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี ให้การต้อนรับ

ต่อมาวันที่ 31 พ.ค. เวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดภาคธุรกิจอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้แทนนักธุรกิจในภูมิภาค ประมาณ 400 คนเข้าร่วม นายกฯ กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลง ความท้าทาย และความร่วมมือ เพื่อความรุ่งเรืองของเอเชียร่วมกัน” ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ท้าทายเร่งด่วนของเราขณะนี้คือ ทำอย่างไรที่จะสามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินโลก รวมทั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

วอนทุน“กิมจิ”อย่าทิ้งอาเซียน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การเผชิญหน้ากับความถดถอยทางเศรษฐกิจ มีความจำเป็นที่ภาครัฐและเอกชน ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล และอำนวยความสะดวก รวมทั้งการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเสรีแรงงานอาเซียนในปี 2558 ทั้งนี้เชื่อ ว่านักธุรกิจเกาหลีสามารถแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุนในอาเซียนได้อีกมาก เพราะอาเซียนได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจน้อยกว่าภูมิภาคอื่น ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ กล่าวสุนทรพจน์จบได้เดินลงจากเวที พร้อมกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นายกรัฐมนตรีพม่า ลาว และกัมพูชา เพื่อจับมือทักทายกับนักธุรกิจประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ด้วย

ทวิภาคี “ไทย-เกาหลีใต้” ชื่นมื่น

จากนั้นนายกฯ ได้หารือทวิภาคีกับนาย ลี มยอง บัก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี เป็นเวลา 30 นาที ต่อด้วยการนำผู้แทนภาคเอกชนของไทยพบปะกับผู้แทนเอกชนเกาหลี โดยนายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้รับปากจะไปแก้ปัญหาอุปสรรคการส่งผักและผลไม้มา ยังเกาหลีใต้ให้ เพราะมีความรู้สึกที่ดีต่อไทย และคุ้นเคยกับอาหารและผลไม้ไทยอยู่แล้ว พร้อม กันนี้ได้เชิญเกาหลีไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบขนส่งมวลชน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน และเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีให้มาไทย มีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการขยายเที่ยวบินด้วย และท่าทีของเกาหลีที่ออกมาก็เป็นบวก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ประธานาธิบดีเกาหลีขอบคุณที่ประเทศไทยออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งไทยในฐานะประธานอาเซียน ได้เสนอให้ใช้การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ในภูมิ ภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ในเดือน ก.ค. นี้ เป็นเวทีแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ดีภาคเอกชนเกาหลีไม่ได้ถามถึงปัญหาการเมืองไทย เพราะเวลานี้สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว และคาดว่าจะสามารถจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือน ต.ค. นี้ได้

“มาร์ค” ชี้มีคนคิดปลุกม็อบอีก

ขณะเดียวกันภายหลังแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศนัดชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงอีกครั้งในวันที่ 27 มิ.ย.ที่ท้องสนามหลวง เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามของพิธีกรในระหว่างอัดเทปออกรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ถึงกรณีจะมีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของม็อบในเดือน มิ.ย.นั้น ตนไม่ได้พูดว่าจะมีคนมาเผาบ้านเผาเมือง เพียงแต่บอกว่าการเคลื่อนไหว การชุมนุมทางการเมืองยังมีอย่างต่อเนื่อง ถ้าเป็นการเคลื่อนไหวการชุมนุมที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญทำได้ตลอดเวลา แต่ต้องไม่ให้มีเหมือนกับช่วงก่อนสงกรานต์อีก คือ การทำผิดกฎหมาย บังเอิญตนทราบว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังคิดจะทำแบบนั้นอยู่

ปชป.จวกเล่นเกมนอกสภา

ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคมีความวิตกต่อสถานการณ์ดังกล่าวที่อาจนำไปสู่ทางตันอีกครั้งหนึ่ง จึงอยากเรียกร้องไปยังกลุ่ม การเมืองและพรรคการเมืองที่ส่งสัญญาณเตรียมเล่นการเมืองนอกสภาอีกครั้ง ทั้งการพูดถึงความพร้อมในการไล่รัฐบาลนอกสภา การที่นายกฯได้แสดงความห่วงใยเพราะไม่อยากเห็นความขัดแย้งในบ้านเมือง ส่วนนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อมูลของนายกฯ เป็นข้อมูลที่ได้รับการรายงานจากสำนักข่าว กรองคิดว่า เป็นแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ถือเป็นเป้าหมายที่กลุ่ม คนเสื้อแดงต้องการจะล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ได้ โดย มีการประกาศแผนบันได 3 ขั้นไม่แน่ใจว่าจะเป็นจริงหรือไม่ ผมขอเตือนให้ระวังว่าบันไดจะหักลง และคนเหล่านี้ที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดก็อาจจะตกหัวคะมำลงมาได้

วอนให้ยึดมั่นพระราชดำรัส

ขณะที่นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เปิดเผยว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง วันที่ 27 มิ.ย. คงไม่ยืดเยื้อจึงไม่น่ามีปัญหา คิดว่าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี เป็นประธาน จะเป็นจุดที่ระบายอะไรได้ ไม่ให้เกิดความรุนแรงอย่างเหตุการณ์ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพราะถือว่าเป็นความรุนแรงสูงสุดแล้วตอนนี้กำลังลดระดับลงมา ทุก คนต้องยึดมั่นในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ “รู้รักสามัคคี” ความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่อย่าไปแตกแยกกัน

แกนนำเสื้อแดงเดินสายอีสาน

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองปลาเฒ่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ร.ต.ต. สมภาร อักษรเสรี แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงชัยภูมิ พร้อมสมาชิกได้จัดงานฟรีคอนเสิร์ตพลังประชา ธิปไตย แดงทั้งแผ่นดิน นอกจากนี้ยังมีการจัด ตั้งศูนย์ประสานงานสภาประชาชนเพื่อประชาธิป ไตย จังหวัดชัยภูมิ โดยมีบรรดาแนวร่วมเสื้อแดงทั้งใน จ.ชัยภูมิ และพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมงาน รวมทั้งยังมีแกนนำ นปช. อาทิ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ และแกนนำเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสานทยอยมาร่วมงานในช่วงหัวค่ำอย่างคึกคัก

โยน“โสภณ”แจงความโปร่งใส

ที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังร่วมงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 84 ปีให้มารดาของนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กรณีโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. วันที่ 3 มิ.ย. นี้ว่า ไม่ได้ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ สื่อชอบมองเป็นความขัดแย้ง ทั้งที่จริงไม่มีอะไร เป็นแค่ความเห็นที่ไม่ตรงกันก็จูนให้ตรงกันก็เท่านั้น และถ้าในที่สุดแล้วพิสูจน์ได้ว่าโครง การนี้โปร่งใสก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ซึ่งตนเห็นว่าควรให้นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ออกมาชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดต่อสาธารณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเลี้ยงวันเกิดดังกล่าวมีแขกเหรื่อในวงการเมืองมาร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายเนวิน ชิดชอบ นอกจากนี้ยังมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกฯ ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้ให้ตัวแทนนำกระเช้าผลไม้มาร่วมอวยพรด้วย

“รมต.ป้ายแดง”ยาหอมปลดหนี้

อีกด้านหนึ่ง ที่ จ.นครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะเดินทางมาพบปะสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจากอำเภอต่าง ๆ ที่หอประชุมสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม โดยนายศุภชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถปฏิบัติภารกิจ ของ รมช.เกษตรฯ ได้ เพราะยังไม่ได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ อย่างไรก็ตามพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาเรื่องอาชีพ ความเป็นอยู่ของเกษตรกร ทราบว่า ใน จ.นครพนม มีสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ กว่า 8 หมื่นคน แต่ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องหนี้สินเกษตรกร กลับไม่ได้รับการแก้ไข มาวันนี้เป็นโอกาสดีที่ตนจะได้รับทราบปัญหา เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการทำงาน ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มทำงานการเมือง ตนเห็นว่าปัญหาของพี่น้องเกษตรกรเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องการแก้ไขมาตลอด.

ระแวงซ้ำแผลเน่าใน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_9863

อภิสิทธิ์

ปกติต้องเป็นหน้าที่ของ "เดอะคึก" นายเทพไท เสนพงศ์ โทรโข่งประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถนัดสร้างสีสัน ปั่นกระแส "เจ้ากรมข่าวลือ"

แต่ล่าสุดกลับเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตีปี๊บออกอากาศประทับตรา "ข่าวกรอง" ร้อนๆ เดือนมิถุนายนจะมีกลุ่มก่อเหตุป่วนเมือง

กลับมาโหมไฟป่วนรัฐบาล

โดยยี่ห้อ "อภิสิทธิ์" เล่นเอง น้ำหนักของข่าว "วงใน" มันจึงไม่ธรรมดา

และก็ให้ตรงกันพอดี กับรายการขยับของกลุ่ม นปช.ได้ประกาศโปรแกรมนัดรวมพลคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 มิถุนายน

พายุฝนเริ่มตั้งเค้าอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม โดยเงื่อนเวลามันก็ไม่ใช่เรื่องเหนือการคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้ "นายใหญ่" ได้ประกาศผ่านแกนนำม็อบเสื้อแดงล่วงหน้าแล้ว รัฐบาลประชาธิปัตย์มีเวลาอยู่ในอำนาจอีกไม่เกิน 2-3 เดือน ต้องยุบสภา

หมดเวลาพัก "เลียแผล"

อาการแค้นฝังหุ่นจากความพ่ายแพ้แบบหมดรูปของม็อบเสื้อแดง หมากอำนาจเริ่มกระดานใหม่ สัญญาณรบจากเมืองดูไบ สั่งลูกข่ายลุยขย่มเต็มที่แน่

ยี่ห้อ "ทักษิณ" ถ้ายอมแพ้ โยนผ้าไปนานแล้ว

ถึงนาทีนี้ เดิมพันสู้แค่ตาย

และก็ให้บังเอิญเงื่อนไขภายในพรรคร่วมรัฐบาลที่ส่อเค้า "เน่าใน"

โดยปมรถเมล์เช่าเอ็นจีวีที่ลุกลามใหญ่โต กลายเป็น "มะเร็ง" ร้าย เล่นงานรัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์ เข้าขั้น "ตรีทูต"

ตายทั้งขึ้นทั้งล่อง

ถ้ายอมให้ผ่าน ครม.ตามใจพรรคภูมิใจไทย รัฐบาลก็ต้องโดนถล่มหนักจากกระแสสังคม ทั้ง ส.ว. ฝ่ายค้าน นักวิชาการ ออกแรงต้านหนัก

พรรคประชาธิปัตย์มีหวังร่อแร่

แต่ถ้าแตะเบรกรถเมล์เช่าเอ็นจีวี นายกฯอภิสิทธิ์เล่นบทแข็ง ไม่ยอมให้ผ่านการอนุมัติจาก ครม. ในอารมณ์ฉุนที่โดนหักหลังจากการสวิงขั้วมาหนุนให้เสวยอำนาจเป็นรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยของกลุ่มเพื่อนเนวินก็ต้องขย่มจนเรือล่มอับปาง

"อภิสิทธิ์" ก็จอดไม่ต้องแจวเหมือนกัน

และนั่นหมายถึงโอกาสกลับมาเบิ้ลเก้าอี้นายกรัฐมนตรีรอบสอง นำพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นแค่มุกตลกกลางแดด

ในเมื่อผลงานการกู้วิกฤติเศรษฐกิจก็ยังปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง

สถานการณ์ในพรรคก็ยังผุเพราะสนิมเนื้อในจากพวกที่ผิดหวังการแบ่งเค้กรัฐมนตรี แรงหมั่นไส้แก๊งออฟโฟร์ และอาการกรุ่นทางใจกับพวก "วอลล์เปเปอร์"

ประชาธิปัตย์เองก็ยังตั้งลำไม่ได้

ถ้ายุบสภา เลือกตั้งใหม่ โอกาสสูงที่จะกลับไปนั่งในคอกฝ่ายค้านดักดาน

นี่แหละ จังหวะที่คนไกล ณ เมืองดูไบ รอตีไพ่ใบเดียวกินสองเด้ง

โดยเกมที่เดาได้ "นายใหญ่" ไม่ต้องการให้โปรเจกต์รถเมล์เช่าเอ็นจีวีผ่าน เพราะนั่นหมายถึงการตัดเสบียงกรังที่จะไปเพิ่มศักยภาพให้ค่ายภูมิใจไทยของ "เนวิน" ติดปีก

เป็นคู่แข่งอันตรายของพรรคเพื่อไทย

เช่นเดียวกัน "นายใหญ่" ก็ต้องพยายามยื้อเต็มที่ ไม่ให้ พ.ร.ก.และพ.ร.บ.กู้เงิน 8 แสนล้านบาท ที่นายกฯอภิสิทธิ์ออกอาการลุ้นเหงื่อตก ผ่านการพิจารณาของสภา

นัยว่า "น้ำก๊อกสอง" ที่จะประทังชีวิตรัฐบาลให้ลุ้นยื้อชะตากับวิกฤติเศรษฐกิจอีกเฮือก

แต่อีกนัยหนึ่ง มันก็คือช่องทางการไหลของเสบียงให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาล เจียด "หัวคิว" เป็นหน้าตักลงสนามเลือกตั้ง

ปล่อยให้คนป่ามีปืน ก็ยิ่งเปลืองกระสุนในการสู้รบ

ยังไงก็ต้องล้มโต๊ะให้ได้

โดยการกลับมาของ "นายใหญ่" ประเดิมหมากอำนาจกระดานใหม่ เร้ากระแสป่วนรัฐบาลที่กำลังเน่าใน ขยายแผล "มะเร็ง" รถเมล์เช่าเอ็นจีวีดักทาง "เนวิน" ตุนเสบียง ขย่มพรรคร่วมรัฐบาลไม่ให้ผ่านกฎหมายกู้เงินมาเกลี่ยหัวคิวเตรียมเลือกตั้ง

เกมที่หวังได้หลายเด้ง "อภิสิทธิ์" ถึงต้องโวยดักทางก่อนเลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

“น้องสุเทพ”ดิ้นยื่นค้านคำสั่งศาล

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_10024
ธานี เทือกสุบรรณ

วอนกกต.ชะลอจัดเลือกตั้งซ่อม เลขาฯกกต.เผยส่งหนังสือมอบอำนาจให้ กกต.สุราษฎร์เตรียมฟ้อง
สุเทพแล้วถือคำสั่งศาลมีผลอยู่และจะดำเนินการในขั้นตอนต่างๆต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.วันนี้ (1 มิ.ย.) นายธานี เทือกสุบรรณ อดีตนายก อบจ. สุราษฎร์ธานี ซึ่งถูกศาลสั่งให้ใบเหลือง พร้อมด้วยนายสุริญญา ยืนนาน ผู้สมัคร ส.อบจ.เกาะสมุย ซึ่งศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายเชน เทือกสุบรรณ ในฐานะทนายความ ได้มายื่นเรื่องร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) เพื่อขอให้ยืดเวลาในการจัดการเลือกตั้ง นายกฯอบจ.สุราษฎร์ธานีออกไป

โดยนายธานีให้เหตุผล ก่อนหน้านี้ว่า ตนและนายสุริญญา ได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อขอคัดค้านและขอให้เพิกถอนคำสั่งการพิพากษา เนื่องจากพบว่าองค์คณะที่ตัดสินในคดีนี้กลับเป็นคนละองค์คณะที่รับฟังการไต่สวนคดีมาโดยตลอด และการยื่นร้องต่อศาลในครั้งนี้ สามารถกระทำได้ภายในแปดวันนับแต่วันตัดสินคดี ซึ่งเราเห็นว่าการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะถูกต้อง

นายเชน กล่าวว่า เคยมีมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่ 99/2504 ระบุว่า การที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่ได้ร่วมรับฟังแถลงการณ์มาร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ ย่อมไม่ชอบด้วยนัยแห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 183,184 ประกอบมาตรา 215 และยังอาจทำให้มีการจูงใจเป็นเหตุให้ผู้พิพากษาที่นั่งรับฟังแถลงการณ์มีความเห็นปรวนแปรอย่างไรบ้างก็ได้ด้วย คำพิพากษานั้นจึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1205/2473 จึงให้ยกคำพิพากษาและให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ตามรูปคดี เมื่อดูเช่นนี้จะเห็นว่าการลงนามคำพิพากษาขององค์คณะชุดใหม่ ทั้งๆที่ไม่เคยนั่งพิจารณาคดีแม้แต่นัดเดียวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งเพิกถอนคำพิพากษาดังกล่าว

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า วันนี้ได้ส่งโทรสารใบมอบอำนาจของ กกต.กลางไปยัง กกต.จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายสุเทพ นายชุมพลและนายประพนธ์ ตามมติของกกต. ส่วนที่นายธานีมายื่นคำร้องขอให้ชะลอการเลือกตั้งนายกฯอบจ.และส.จ. เขตอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีออกไปนั้น ทางสำนักงานกกต.จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอที่ประชุมกกต.พิจารณา แต่เบื้องต้นเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพากษา กกต.จะถือว่าคำสั่งศาลมีผลอยู่และจะดำเนินการในขั้นตอนต่างๆต่อไป

ทางกกต.กลางไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่า กกต.จังหวัดจะต้องแจ้งความดำเนินคดีเมื่อใด แต่โดยระบบแล้วกกต.จังหวัดจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับเอกสารต่างๆนายสุทธิพล กล่าว และเมื่อถามว่านายสุเทพเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จะมีปัญหาความล่าช้าในการดำเนินคดีของกกต.จังหวัดและตำรวจหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า ได้พูดคุยและกำชับกับผอ.กกต.จังหวัดว่า ให้ทำงานภายใต้กรอบอำนาจที่มีอยู่ ตรงไปตรงมาและอย่าหวั่นไหวกับอิทธิพลใดๆ ซึ่งก็คิดว่าเมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามกฎกติกา

ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2552

ที่มา ประชาไท

สังคม – การเมือง
สธ.แถลง พบชายวัย 48 ปี ป่วยหวัด 2009 รายที่ 4 ในประเทศ
เว็บไซต์แนวหน้า - นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A H1N1 ในประเทศรายที่ 4 แล้ว ซึ่งเป็นเพศชายอายุ 48 ปี ได้เริ่มป่วยภายหลังเดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา เบื้องต้น ทีมเฝ้าระวังควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขและสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ได้ติดตามเฝ้าระวังและให้การดูแลที่บ้าน ซึ่งรวมถึงบุคคลใกล้ชิดในครอบครัวอีก 5 คน ทุกคนอาการยังปกติ
อย่างไร ก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และโรคดังกล่าว สามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งทางกระทรวงได้เตรียมยาไว้ป้องกันถึง 4.3 แสนชุด และขอให้ประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศหากมีอาการป่วยให้หลีกเลี่ยงกินยาลดไข้เพื่อความแม่นยำในการตรวจหาโรค
นายกฯ เผย พรก.กู้ 4 แสนล้าน เป็นประโยชน์ วอน เพื่อน ส.ส.โหวตผ่าน
เว็บไซต์แนวหน้า - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย พรก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในวันพุธที่ 3 มิ.ย.นี้ หากศาลวินิจฉัยว่า ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้วจะเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 15-23 มิ.ย.โดยอยากขอความร่วมมือสมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบ เพราะเป็นประโยชน์กับประชาชนในการสร้างงานและลงทุน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากกลับจากประเทศเกาหลีใต้แล้วจะไล่เรียงดูการทำงานของแต่ละกระทรวง หลังมีคนสำรวจความพอใจของประชาชนต่อรัฐบาลโดยมี 3 เรื่อง สำคัญที่ต้องเร่งรัด คือ เรื่องยาเสพติด ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาลและหน่วยงานราชการ
สุเทพนัด รมต.กินข้าวเคลียร์ใจ-ยันรถเมล์ไม่แตกหักภูมิใจไทย
เว็บไซต์สยามรัฐ
– (31 พ.ค.52) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นัดรัฐมนตรีพรรคร่วมกินข้าวปรับความเข้าใจ ยืนยันยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติมในตอนนี้ การนัดหมายกินข้าวครั้งนี้ มีขึ้นที่ร้านอาหารจีน โรงแรมคอนราด โดยมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลเดินทางมากันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่าเป็นการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงาน หลังทำงานมา 5 เดือน ซึ่งส่วนตัวได้แจงถึงปัญหาการทำงานด้านความมั่นคง ที่มีข้อมูลเชิงลึกว่ามีคนจ้องทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม ยืนยันจะยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงนี้ ส่วนโครงการรถเมล์ 4,000 คัน รัฐบาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบ หากพบเห็นการทุจริตจะดำเนินการ และมั่นใจว่าไม่เกิดปัญหาการทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทย
สุเทพแย้ม 2-3 วันเคลียร์กรณีน้องชายให้เกิดความเข้าใจได้
เว็บไซต์สยามรัฐ - นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลพิพากษาให้ใบเหลือง นายธานี เทือกสุบรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นน้องชายของ นายสุเทพ จากกรณีที่ นายสุเทพ ไปช่วยหาเสียงโดยการแจกทุนการศึกษา ขณะที่ นายธานี ลง สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ว่า จะไม่มีการนำเรื่องของตนมาหารือ เพราะแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ เรื่องนี้มีอะไรที่ลึกลับกว่านี้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผย ตนจะทำตามกฎเกณฑ์ กติกา และเชื่อว่าหลังจากนี้สื่อและประชาชนจะทราบเอง เมื่อถามว่า ส.ส. พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้รอติดตามเรื่องนี้ไปอีก 2-3 วัน จะเข้าใจอะไรมากขึ้น ตอนนี้ไม่ขอพูดอะไรที่เกี่ยวกับศาล--จบ--
ปชป.หวั่นเสื้อแดงชุมนุม 27 มิ.ย.อุปสรรคแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
เว็บไซต์สยามรัฐ - นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลง วันนี้ (31 พ.ค.) ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความวิตกกังวล ต่อความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่จะนัดชุมนุมใหญ่ วันที่ 27 มิถุนายนนี้ ที่สนามหลวง จะเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เพราะจะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การปฏิเสธกระบวนการสมานฉันท์ “เรา อยากเรียกร้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะ นปช. ให้โอกาสรัฐบาล เหมือนที่นานาชาติให้โอกาส หากยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง และการปฏิเสธทางออก จะทำให้เหตุการณ์บานปลาย บ้านเมืองสู่ทางตัน” นพ.บุรณัชย์ กล่าว
ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ตั้งขึ้นโดยสภาฯ เพื่อนำความสงบสุขมาสู่บ้านเมือง ขอเรียกร้องแกนนำคนเสื้อแดง ให้หันมาร่วมระดมสมอง และเสนอข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ จะดีกว่า เพราะข้อเสนอของอนุกรรมการชุดต่างๆ ไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นการให้ภาคสังคมได้แสดงความเห็น และนำมาปรับปรุง
“สาทิตย์” ยกกบฏ 10 มกราฯเตือนใจเด็ก ปชป.
เว็บไซต์ไทยรัฐ
- วันนี้ (31 พ.ค.) ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีจะมีการนัดรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์หารือ เพื่อปรับกระบวนการทำงาน ว่า เมื่อก่อนจะเจอกันเวลาประชุมพรรค แต่ช่วงนี้ปิดสมัยประชุมไม่มีประชุมพรรค จึงต้องหาโอกาสเวียนกันหารือ เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เมื่อถามว่ารัฐมนตรีของพรรคต้องปรับการทำงานหรือไม่ เพราะยังมี ส.ส.บางส่วนไม่ค่อยพอใจอยู่ นายสาทิตย์ ตอบว่า เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันภายในพรรค เชื่อว่าวัฒนธรรมของพรรคที่ทุกคนเป็นพี่น้องกันจะพูดคุยกันได้ เพราะข่าวที่เกิดขึ้นอาจทำให้ผู้สนับสนุนพรรคเกิดความไม่สบายใจ เกรงจะมีปัญหาถึงขั้นกระทบเสถียรภาพรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนที่กระตือรือร้นในการนำปัญหาประชาชนมาสะท้อนให้พรรคฟัง ดังนั้นการเคลื่อนไหวหรือการให้สัมภาษณ์จึงอาจเป็นที่สนใจ แต่ไม่มีอะไร ใครมาเป็นรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับให้ได้
เมื่อ ถามว่ามี ส.ส.บางคนระบุว่า ถ้ารัฐมนตรีไม่ปรับปรุงตัว หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจไม่โหวตให้ นายสาทิตย์ ตอบว่า ก็ดีที่มีการตรวจสอบกันเองในพรรค รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ทั้งต่อประชาชนและต่อพรรค แต่อย่าทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีการต่อรองอะไรกันหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์อยู่มา 62 ปี ประสบการณ์ทางการเมืองเรื่องนี้รู้กันอยู่ ตอนเหตุ 10 มก ราฯ เราก็เจ็บปวดและแพ้เกือบทั้งประเทศ ยังอยู่ในใจทุกคน การตรวจสอบรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และรัฐมนตรีก็ต้องรับผิดชอบต่อ ส.ส.และ ประชาชน เพราะหลัง ส.ส.คือตัวแทนประชาชน เป็นรัฐมนตรีไม่ได้แปลว่าวิเศษกว่าคนอื่นในพรรค ส.ส.ขู่ได้ ขู่ทุกวันเลย
“ประสพสุข” แนะชะลอเช่ารถเมล์ 4,000 คัน
เว็บไซต์เดลินิวส์
- 31 พ.ค.52 ที่รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการเดินหน้าผลักดันโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบของพรรคภูมิใจไทย ว่า โครงการนี้คงชะลอไว้ก่อน ซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน คิดว่าคงไม่มีปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะโครงการไหนดีก็ได้หน้ากันทั้งหมด แต่ถ้าโครงการไหนเกิดผลกระทบก็เสียทั้ง ครม. อีกทั้งโครงการนี้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งรัฐบาล ไม่ใช่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ซึ่งถ้ากระทรวงไหนทำไม่ดีก็พังทั้งรัฐบาล
นอกจากนี้ ประธานวุฒิสภา ยังกล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 27 มิ.ย. โดยคาดว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงคงไม่ยืดเยื้อ อีกทั้งคิดว่าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มี นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี เป็นประธาน จะเป็นจุดที่ระบายอะไรได้ ซึ่งทุกคนต้องยึดถือพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือรู้รักสามัคคี ความคิดเห็นแตกต่างกันได้แต่อย่าไปแตกแยก
สมาคมชาวนาไทย ขู่บุก ก.พาณิชย์ ยื่นหนังสือค้านรัฐใช้ระบบประกันสินค้า
เว็บไซต์แนวหน้า - มี รายงานข่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (1 มิย. ) สมาคมชาวนาไทย ซึ่งอ้างว่า มีชาวนาจากภาคกลาง กว่า 1,000 คน จะเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐบาลผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กระทรวงพาณิชย์ หลังจากที่รัฐบาลแสดงความชัดเจนจะไม่มีโครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตร และจะหันไปใช้วิธีประกันราคาพืชผลทางการเกษตรแทน ทั้งนี้ หากรัฐบาลยังยืนยันเช่นเดิม จะมีกลุ่มชาวนาและเกษตรกรทุกกลุ่มจากทั่วประเทศ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อประท้วงรัฐบาลแน่นอน
กลุ่ม ที่อ้างว่า เป็นสมาคมชาวนาไทยและกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเปลี่ยนจากโครงการรับจำนำ เป็นการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรแทน โดนเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนอีกครั้ง หากการรับจำนำสินค้าเกษตรเกิดปัญหาตรงจุดไหนก็ควรไปแก้ตรงจุดนั้น
คนร้ายตั้งเวลาระเบิดหน้า รร.ในนราธิวาส คืนนี้ แต่เก็บกู้ทัน
เว็บไซต์ไทยรัฐ - เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (31 พ.ค.) พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งจากยามรักษาการณ์โรงแรมตันหยงว่า พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเขียว ทะเบียน กบร-797 นราธิวาส จอดทิ้งไว้ที่บริเวณลานจอดรถหน้าโรงแรมตันหยง ถ.โสภาภิสัย เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบ โดยเมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์ และ รีโมทคอนโทรล ก่อนนำเครื่องมืองัดเบาะรถจักรยานยนต์คันกล่าว แต่ไม่พบวัตถุระเบิด จากนั้นใช้ไขควงเปิดช่องเก็บแบตเตอรรี่รถจักรยานยนต์ จึงพบระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม หนัก 5 ก.ก. โดยระเบิดดังกล่าว จุดชนวนด้วยนาฬิกาดิจิตัล ตั้งเวลาไว้ที่ 23.30 ของคืนนี้ (31 พ.ค.) เจ้าหน้าที่จึงเข้าเก็บกู้
จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 พ.ค.) มีคนร้ายอ้างตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ นำรถจักรยานยนต์มาจอด ที่หน้าดิสโก้เธค ของโรงแรมตันหยง และขอฝากจอดรถไว้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสักครู่ จากนั้นได้เดินออกมาจากหน้าโรงแรม แล้วขึ้นรถจักรยานยนต์ของเพื่อน ที่รออยู่ด้านนอกหายไป ต่อมาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นผิดสังเกต จึงนำรถคันดังกล่าว ไปจอดที่ลานจอดรถหน้าโรงแรม และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เก็บกู้ได้ทัน
เบื้อง ต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายต้องการวางระเบิด จากรถจักรยานยนต์ เพื่อดักสังหารนักท่องเที่ยวไทย และมาเลเซีย เนื่องจากในคืนวันนี้ (31 พ.ค.) ดิสโก้เธคได้เชิญนักร้องชื่อดังจากมาเลเซียมาร้องเพลง แต่ขณะนี้ ได้เลื่อนเป็นวันที่ 1 มิ.ย.แทนแล้ว
ตากจับแรงงานเถื่อนกว่า 30 คนลักลอบเข้าเมือง
เว็บไซต์สยามรัฐ - เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2552 พันตำรวจตรี รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 และร้อยตำรวจตรี ประยูร ปัญโญ ผู้บังคับหมวด ตชด.ที่3463 นำกำลังพลออกลาดตระเวนในพื้นที่ป่า เขตตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และตรวจพบรอยเท้ากลุ่มคนจำนวนมากเดินมุ่งหน้าเข้าป่าลึก จึงได้นำกำลังออกติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนตามไป ทันกันที่บริเวณลำห้วยน้ำดิบ ใกล้หมู่บ้านม่อนหินเหล็กไฟ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ขณะที่กลุ่มชาวพม่าดังกล่าวกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ด้วยความอ่อนเพลีย จึงได้เข้าปิดล้อมทำการจับกุม ควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวชาวพม่ารวมจำนวน 31 คนเป็นชาย 25 คน หญิง 6 คน มาทำการสอบสวน
โดยนาย มอจี อายุ 24 ปี ชาวพม่า ให้การว่าตนเองเดินทางมาจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่าได้รับการติดต่อจากกลุ่มขบวนการขนแรงงานต่างด้าวเพื่อนำพาเดินทาง เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯซึ่งนายมอจี ต้องจ่ายเงินให้แก่กลุ่มขบวนการดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาทเป็นค่านำพา ซึ่งตนเองได้รับทราบข่าวจากเพื่อนที่เข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯก่อนหน้านี้ว่า ในช่วงที่มีการเปิดการต่ออายุจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว สามารถสวมรอยต่ออายุบัตรทะเบียนแรงงานได้แต่ต้องเสียเงินให้แก่กลุ่มนาย หน้าที่ติดต่อ โดยจะมีนายจ้างผู้ประกอบการเจ้าของโรงงานในกรุงเทพฯเป็นผู้ดำเนินการในการ จ่ายเงินให้และนำมาหักจากเงินค่าจ้างจากพวกตนอีกที จึงได้ชักชวนเพื่อนบ้านใกล้เคียงเดินทางลักลอบเข้ามายังประเทศไทยเพื่อหางานทำดังกล่าว
ทางด้าน พันตำรวจเอก รุ่งสุริยา เผือกประพันธ์ ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 จังหวัด ตาก กล่าวว่าในช่วงใกล้กำหนดวันต่ออายุการจดทะเบียนแรงงานในช่วงเดือนมิถุนายน ที่ใกล้จะถึงจะมีการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวชาวพม่าใน พื้นที่สูง ซึ่งในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตชด.กองร้อย 346 แม่สอด สามารถจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองขณะที่กำลังเดินอยู่บริเวณกลางป่าลึกได้มากกว่า 10 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 คน ส่วนคนนำพาซึ่งมีความชำนาญในพื้นที่ภูมิประเทศจะสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้ ทุกครั้ง และในการเดินทางจะไม่เดินรวมกลุ่มกับกลุ่มแรงงานต่างด้าวทำให้ขาดพยานหลัก ฐานในการตรวจสอบการกระทำผิด ไม่สามารถจับกุมมาดำเนินคดีได้
เศรษฐกิจ
คลังพล่านหาหวั่นนโยบายสะดุดกึก เล็งดึงเงินจากกองทุนประกันสังคม
เดลินิวส์ - แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะหาเงิน ลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้เงินนอกงบประมาณ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อ ไทย คัดค้านการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 ซึ่งอาจทำให้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งปี 55 ของรัฐบาลไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เนื่องจากติดปัญหาเรื่องงบประมาณ
แนวทางที่กระทรวงการคลังอาจเสนอให้ระดับนโยบายตัดสินใจคือ การนำเงินจากกองทุนประกันสังคมที่มีเงินลงทุน 100,000 ล้านบาทมาใช้ โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีแนวคิดที่จะนำเงินดังกล่าวมาตั้งเป็นกองทุน สาธารณูปโภค เพราะเป็นการลงทุนที่ตรงกับความต้องการของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มั่นคงระยะยาวและให้ผลตอบแทนที่ดี
ทั้งนี้ การดำเนินการในรูปแบบดังกล่าว อาจติดปัญหาในแง่ระเบียบการลงทุนของกองทุนประกันสังคม ที่มีข้อจำกัดบางอย่างทำให้การลงทุนไม่คล่องตัว จึงได้เสนอแนวทางแก้ไขให้กองทุนประกันสังคมมีสภาพเป็นนิติบุคคลลักษณะเดียว กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน และแก้ปัญหาการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ เกิน 5% ต้องส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการในบริษัทนั้น
“คณะทำงานที่กระทรวงการคลังเคยศึกษาเรื่องดังกล่าว เพื่อจะให้กองทุนประกัน สังคม มีความคล่องตัวในด้านการลงทุนมากขึ้น โดยเสนอให้แก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้เสนอให้นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.คลังในขณะนั้นพิจารณา แต่คาดว่าคงยังไม่ได้พิจารณาในรายละเอียด หรือไม่ได้สนใจเรื่องนี้
ขณะ เดียวกันกองทุนประกันสังคมพร้อม และต้องการลงทุนแบบเต็มวงเงินได้รับผล ตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาวหากกระทรวงการคลังสามารถออกพันธบัตรวงเงิน 100,000 ล้านบาททั้งก้อนได้ ก็พร้อมที่จะเข้าซื้อ แต่การออกพันธบัตรแต่ละประเภทของกระทรวงการคลัง โดยผ่านสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) นั้น ต้องเปิดประมูลเป็นการทั่วไปอย่างโปร่งใสการออกพันธบัตรแบบเฉพาะเจาะจงเช่น นี้ ต้องแก้กฎหมายเพื่อให้ดำเนินการลักษณะดังกล่าวได้“ประกันสังคมมีเงินเยอะและกฎหมายระบุไว้ว่าการลงทุนของประกันสังคม ต้องลงในตราสารหนี้ภาครัฐสัดส่วน 60% ของเงินทั้งหมด แต่กฎหมายของ สบน. ระบุว่าต้องประมูลเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการลงทุนของประกันสังคมไม่เชี่ยวชาญนัก หากแก้ไขส่วนนี้ได้รัฐบาลจะมีเงินอีกมาก เพื่อใช้ลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาลได้”
รายงาน ข่าวกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้พูดถึงกันมาแล้วหลายครั้งในแต่ละรัฐบาล แต่ไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังเนื่องจากอาจคิดว่าเป็นเรื่องไม่เร่งด่วน แต่เมื่อรัฐบาลต้องการใช้เงินจำนวนมาก เพราะติดปัญหาเรื่องเงินงบประมาณ ก็อาจหันกลับมาใช้เงินในส่วนนี้แทนได้ โดยในส่วนของระดับปฏิบัติการ พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที หากมีคำสั่งอย่างเป็นทางการ
ปูนทีพีไอดอดเจรจาซื้อหนี้คืน 5 พันล.
เดลินิวส์ - นาง อรพิน เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการ บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขอซื้อหนี้จากเจ้าหนี้ทั้งหมด โดยปัจจุบันมีหนี้เหลืออยู่ประมาณ 5,000 ล้านบาท จากหนี้ที่มีตั้งแต่เกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 กว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำเงินที่ได้จากการดำเนินงานมาซื้อหนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัท
“ที่ ผ่านมาบริษัทได้เจรจากับเจ้าหนี้บ้างแล้ว ซึ่งบางรายยินดีให้บริษัทซื้อหนี้คืน ขณะที่บางรายขอให้บริษัทใช้หนี้ โดยบริษัทจะพยายามขอซื้อหนี้ที่มีอยู่ให้หมด เพราะหนี้ที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน และปัจจุบันถือว่าบริษัทได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น”
อย่างไร ก็ตาม ขณะนี้บริษัทไม่มีความสนใจที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัท ไออาร์พีซี เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวไม่ใช่ของตระกูลเลี่ยวไพ รัตน์อีกต่อไป ประกอบกับปัจจุบันตระกูลฯ มีความมุ่งมั่นและยึดการบริหารในบริษัท ทีพีไอฯ เป็นธุรกิจหลัก โดยจะเน้นรักษาสัดส่วนการถือหุ้นในระดับที่มีอยู่กว่า 50% ต่อไป ส่วนภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวนั้น ไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทมากนัก เพราะผลิตภัณฑ์ ที่บริษัทผลิตส่วนใหญ่เป็นเม็ดพลาสติกที่ผลิต รองเท้า และถุงพลาสติกร้อน ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นที่คนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งบริษัทไม่ได้มีลูกค้าเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยได้ขยายการส่งออกไปยังกลุ่มยุโรปและประเทศในแถบตะวันออกกลางมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าในสหรัฐมีน้อยมาก
“ตั้งแต่เปิดบริษัทมาก็ยังไม่เคยลดกำลังการผลิตลง โดยทุกวันนี้ยังเดินเครื่องผลิตเต็ม ที่ประมาณ 90 ล้านตันต่อปี ซึ่งปัจจุบันตลาด ต่าง ประเทศมีวิกฤติจึงอาจทำให้มีการชะลอการ ซื้อสินค้าไปบ้าง แต่ถือว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากลูกค้าต่างประเทศน้อยมาก เนื่องจากได้ปรับกลยุทธ์โดยส่งออกสินค้าไปตลาดที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก นอกจากนี้ บริษัทพยายามลดต้นทุนในการผลิตลง โดยในโรงปูนจะมีการนำพลังงานความร้อนที่ได้ระหว่างการผลิตกลับมาใช้ได้อีก รวมถึงหารายได้เสริมจากการรับจ้างกำจัดขยะ และการทำคาร์บอนเครดิตที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตจากทางการ เพื่อให้บริการคาร์บอนเครดิต”
ต่างประเทศ
รบ.พม่าระบุ "ซู จี" ปกปิดเรื่องฝรั่งว่ายน้ำเข้าบ้าน
พล.ต.เอ มินต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของพม่า แจ้งต่อที่ประชุมว่าด้วยความมั่นคงในสิงคโปร์ว่า นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดีฝ่ายค้านไม่ยอมแจ้ง ต่อเจ้าหน้าที่ของพม่าว่า มีชายชาวอเมริกันที่เข้าเมืองอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าไปในบ้านพักของ นาง ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน พล.ต.เอ มินต์ กล่าวเตือนให้ต่างชาติหลีกเลี่ยงการแทรกแซงในคดีของนางซูจีด้วย
เจดีย์เก่าแก่ในพม่าพังถล่มเจ็บกว่า 30
เว็บไซต์ไทยรัฐ - สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (31 พ.ค.) ว่า เจดีย์เก่าแก่ในพม่าอายุกว่า 2,300 ปี เกิดพังถล่มลงมาทับร่างคนงานที่กำลังทำการซ่อมแซม เสียชีวิตไป 6 คน โดยเจดีย์เก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองย่างกุ้งได้พังถล่มลงมา เมื่อวานนี้ ขณะที่กำลังมีการบูรณะซ่อมแซมโดยเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือ หลังโดนพายุไซโคลนนากีสถ่ม โดยอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 6 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 30 คน ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่ายังคงมีผู้คนจำนวนหนึ่งติดค้างอยู่ใต้กองซากปรักของเจดีย์และนั่งร้านที่พังถล่มลงมา ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ภริยาและสมาชิกครอบครัวของพลเอกตาน ฉ่วย ผู้นำพม่า เพิ่งเดินทางมาประกอบศาสนพิธีที่เจดีย์แห่งนี้ สำหรับสาเหตุที่ทำให้เจดีย์พังถล่มยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เคยมีการตรวจพบร่องรอยความเสียหายของเจดีย์แห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2549
พบระเบิดบนเครื่องบินอิหร่านกลางอากาศ
ASTV ผู้จัดการรายวัน - เจ้า หน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านทำการปลดชนวนระเบิดลูกหนึ่ง ซึ่งแอบติดตั้งไว้บนเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินภายในประเทศ เจ้าหน้าหลายคนเผยวานนี้ (31) ถือเป็นเหตุความ รุนแรงครั้งล่าสุด ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า แผนโจมตีด้วยระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเสาร์ (30) บน เที่ยวบินของสายการบินคิชแอร์ ซึ่งมุ่งหน้าจากเมืองอะห์วาซ ทางตะวันตกของประเทศ สู่กรุงเตหะรานเมืองหลวงของอิหร่าน สำนักข่าวฟาร์สรายงาน
"เมื่อคืนก่อน หลังจากเครื่องบินลำนี้ ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 131 ชีวิต ขึ้นบินได้เพียง 15 นาที เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเที่ยวบิน ก็ตรวจพบระเบิดทำเองลูกหนึ่งวางอยู่ในห้องน้ำ" สำนักข่าวฟาร์สรายงาน "ดังนั้นจึงต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินอะห์วาซ และเจ้าหน้าที่สามารถปลดชนวนระเบิดได้สำเร็จ"
แผนโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังจากมีผู้เสียชีวิต 25 รายในเหตุการณ์โจมตีด้วยระเบิดที่มัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองซาฮีดัน ทางภาคใต้ของอิหร่าน
หวัดพันธุ์ใหม่ลามเวียดนามแล้ว
ASTV ผู้จัดการรายวัน - เหวียนฮุยงา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามแถลงที่ฮานอยเมื่อวาน (31) ว่า นักศึกษาชายวัย23ปีซึ่งเพิ่งกลับจากสหรัฐฯผ่านทางฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ (29) ติด เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรกของประเทศ หลังผลทดสอบจากสถาบันปาสเตอร์ในโฮจิมินห์ออกมาเป็นบวก ขณะนี้เขายังมีอาการทรงตัว ส่วนสมาชิกในครอบครัวอีก5คนถูกกักบริเวณเพื่อสังเกตอาการ และทางการเวียดนามกำลังตามตัวผู้โดยสารอีกรายที่เดินทางมาพร้อมกับเขาเพื่อมาตรวจสอบอาการเช่นกัน
ก่อนหน้านั้น คริสตอส พัตซาลิดิส รัฐมนตรีสาธารณสุขไซปรัสยืนยันที่กรุงนิโกเซียว่า พบหญิงวัย39ปีเชื้อสายมอลโดวาซึ่งเพิ่งกลับจากสหรัฐฯเมื่อวันพฤหัสบดี (28) เป็นผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ ขณะที่ทางการเลบานอนยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อ3รายแรกของประเทศแล้วเช่นกันแต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด ด้านองค์การอนามัยโลกระบุเมื่อวันศุกร์(29)ว่าพบผู้ติดเชื้อ15,510รายใน53ประเทศและมีผู้เสียชีวิต99คนโดยสหรัฐฯเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดคือ7,927ราย
มาเลย์สอบฝ่ายค้าน หมิ่นประมาท-กบฏ
เดลินิวส์ - เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย สอบสวนนายลิ้ม กิต เซียง หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านคนสำคัญ และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก 2 คน ซึ่งกล่าวหานายกรัฐมนตรีนาจิบว่ากวาดล้างผู้มีความคิดเห็นขัดแย้งทางการ เมือง ซึ่งนักเคลื่อนไหวระบุว่า การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยในมาเลเซียกำลังถูกกัดกร่อน โดยตำรวจมาเลเซียสอบปากคำนายลิ้ม กิต เซียง จากพรรคกิจประชาธิปไตย หรือดีเอพีเมื่อวันเสาร์ หลังจากรายงานของตำรวจกล่าวหาเขาว่า หมิ่นประมาท และเป็นกบฏ หลังจากกล่าวโจมตีนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซีย
นอกจากนี้ ตำรวจยังสอบปากคำนัก เคลื่อนไหวคนหนึ่ง และสมาชิกอาวุโสของพรรคยุติธรรมของประชาชน ซึ่งเป็นพันธมิตรฝ่าย ค้านอีกพรรคหนึ่ง หลังจากมีรายงานในลักษณะเดียวกันนี้ว่าพวกเขาก่อกบฏและหมิ่นประมาท ซึ่งต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
ทั้งนี้ ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลประมาณ 160 คน ถูกจับกุมตัวในเดือนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อควบคุมรัฐเประ ที่พันธมิตรของรัฐบาลแห่งชาติ โค่นพันธมิตรฝ่ายค้านลงจากอำนาจในรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศแห่งนี้ นายลิ้ม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบต้องรับผิดชอบสำหรับวิกฤติการเมืองในรัฐเประ และต่อมาทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย
สำนัก ข่าวเบอร์นามา ของทางการมาเลเซีย รายงานอ้างคำกล่าวของผู้บัญชาการตำรวจในรัฐปีนัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดคดีความขึ้น ระบุว่ามีบุคคล 3 คนถูกสอบสวน ฐานกล่าวสุนทรพจน์ยั่วยุให้เกิดความไม่สงบระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซ่อมในรัฐดังกล่าว การต่อสู้ในรัฐเประ รัฐใหญ่อันดับ 2 ของ ประเทศ เริ่มต้นขึ้นในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลยึดได้จากฝ่ายค้าน จากการแปรพักตร์ของฝ่ายค้านเอง ซึ่งเชื่อกันในวงกว้างว่า เป็นฝีมือของนายนาจิบก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
ส.ส.ผู้ดีลั่นลาออกกรณีใช้เงินฟุ่มเฟือย
เดลินิวส์ - เอล เลียต มอร์เลย์ อดีตรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของอังกฤษ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งครั้งหน้า หลังจากเขาถูกจับได้ว่าใช้จ่ายเงินภาษีประชาชนฟุ่มเฟือย ซึ่งทำให้ประชาชนรู้สึกไม่พอใจ และนำไปสู่กระแสเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ ทั้งนี้ นายมอร์เลย์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ กล่าวว่า เขาไม่ต้องการทำลายพรรคแรงงานในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา ซึ่งต้องถูกจัดขึ้นภายใน 1 ปี
ส.ส.จากเมืองสคันธอร์ป ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ ผู้นี้อ้างว่าใช้จ่ายเงินของประชาชนผู้เสียภาษีจำนวน 16,000 ปอนด์ เพื่อเป็นค่าจำนอง ซึ่งได้รับคืนเงินเรียบร้อยแล้ว เขากล่าวในเวลาต่อมาว่า มันเป็นความผิด พร้อมทั้งกล่าวขอโทษและคืนเงินจำนวนดังกล่าวคืนเข้าคลัง เขากล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ทำให้เขาเจ็บช้ำมาก และเขาต้องคิดถึงครอบครัวและสุขภาพ ซึ่งทั้งสองอย่างตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่
ส.ส.หลาย สิบคน ออกมาบอกว่า จะลาออกในการเลือกตั้งครั้งหน้า หลังจากหนังสือพิมพ์เทเลกราฟ เริ่มเผยแพร่เอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่สุรุ่ยสุร่ายของสมาชิก รัฐสภา นายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ซึ่งคะแนนนิยมตกต่ำ ให้คำมั่นว่าจะปฏิรูประบบเพื่อตอบสนองความไม่พอใจของประเทศที่กำลังเดือดดาล มากขึ้น กรณีระบบการใช้จ่ายเงินของ ส.ส.

1 มิถุนายนดีเดย์ หลักสูตร “รักชาติฉบับเข้มข้น” ในโรงเรียนทั่ว กทม.

ที่มา ประชาไท

นาง ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึง ความคืบหน้าในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนในเรื่องปลูกฝังประชาธิปไตยให้ กับเยาวชนของ กทม.ในชื่อหลักสูตร “เสริมสร้างจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบอย่างสร้างสรรค์” ว่า ขณะนี้จัดทำเสร็จเรียบร้อยและพร้อมที่จะแจกจ่ายหลักสูตรไปยังโรงเรียนใน สังกัด กทม.ทั้ง 435 แห่งในวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายนนี้ เบื้องต้นยังเป็นหลักสูตรระยะสั้น
ทั้งนี้ กิจกรรมในหลักสูตรจะประกอบไปด้วยกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้าหลังเคารพธงชาติ ด้วยการแจกเนื้อร้องเพลงชาติไทย เพื่อต้องการให้นักเรียนทราบความหมายของเพลงอย่างแท้จริง และกิจกรรมสวดมนต์ทั้งในส่วนของศาสนาพุทธและอิสลาม จากนั้นในชั่วโมงโฮมรูมจะให้อาจารย์ทุกคนแทรกเนื้อหาของการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เข้าไปในเรื่องที่จะแนะนำเด็กทุกเช้า รวมถึงให้เด็กนั่งสมาธิก่อนเริ่มเรียนทุกวัน และในช่วงก่อนกลับบ้านจะให้นักเรียนร่วมร้องเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่องการรักชาติ , เทิดทูนเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น
ส่วน หลักสูตรระยะยาวขณะนี้อยู่ในตอนการตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกันจากหลายภาค ส่วน อาทิ สำนักการศึกษา (กทม.) สำนักงานคณะกรรมการการเมืองสีขาวจากรัฐสภา รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน เพื่อมาร่วมแสดงความคิดเห็นในการจัดทำหลักสูตรระยะยาว ว่าควรมีกิจกรรมอะไรเพิ่มเติม, การ จะบูรณาการหลักสูตรเข้ากับวิชาที่อาจารย์สอนได้อย่างไร เพื่อต้องการให้เยาวชนใน กทม.มีความเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตย การแสดงออกการรักชาติอย่างสร้างสรรค์และอย่างถูกต้อง คาดว่าหลักสูตรระยะยาวจะพร้อมใช้ได้ในช่วงเปิดเทอมที่ 2 ของปีการศึกษา 2552
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: เว็บไซต์สยามรัฐ, สำนักข่าวไทย

เสวนาครบ 2 ปียุบพรรคไทยรักไทย : พรรคการเมือง “ส่วนเกิน” ในระบอบประชาธิปไตย ?

ที่มา ประชาไท

วันที่ 30 พ.ค.52 สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตยจัดอภิปรายสาธารณะครั้งที่ 4 ในวาระครบรอบ 2 ปีของการยุบพรรคไทยรักไทย เรื่อง “พรรคการเมืองไทย : สิ่ง จำเป็น หรือ ส่วนเกิน ในระบบประชาธิปไตย” โดยมีผู้อภิปราย ได้แก่ พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย, คณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 และคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ สายผู้ทรงคุณวุฒิ ของรัฐสภา, ธีระ สุธีวรางกูร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายนิกร จำนง อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ดำเนินการอภิปรายโดย จอม เพชรประดับ

ในช่วงต้น จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยในฐานะประธานสถาบันฯ ได้กล่าวเปิดงานว่า กรณีการยุบพรรคไทยรักไทยเป็นเรื่องที่ควรศึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ ค้นคว้ากันต่อไป เพราะเป็นการยุบโดยอาศัยคณะตุลาการที่รัฐประหารได้ตั้งขึ้น โดยนอกจากการวินิจฉัยให้ยุบพรรคแล้วยังมีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ กรรมการบริหารพรรค 5 ปีตามอำนาจของประกาศคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 27 ซึ่งออกภายหลังการรัฐประหาร และคณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้ใช้ให้มีผลย้อนหลังซึ่งขัดกับหลักนิติธรรม จากนั้นหลักการที่ขัดต่อหลักนิติธรรมยังถูกนำไปใช้ในรัฐธรรมนูญ 2550 และถูกนำไปใช้กับพรรค 3 พรรค ได้แก่ พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาประชาธิปไตย พรรคพลังประชาชน ทำให้มีการเพิกถอนสิทธินักการเมืองโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ขัดต่อหลักนิติธรรม
เขา กล่าวว่า เมื่อพรรคการเมืองถูกทำลายและอ่อนแอลงอย่างชัดเจน และระบบพรรคการเมืองก็อ่อนแอลง ผู้ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย อาจคาดหวังต่อพรรคการเมืองได้น้อยลง เห็นได้จากที่ขณะนี้มีคนบางส่วนต้องการสู้โดยไม่ต้องอาศัยพรรคการเมืองอีก เลย อย่างไรก็ตาม มีปรากฏการณ์ที่สับสนและน่าสงสัยคือ การที่กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาที่เคลื่อนไหวในรูปแบบวิธีการที่ผิด กฎหมายอย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้มีมติตั้งพรรคการเมือง ทั้งที่มีอุดมการณ์นโยบายที่ชัดเจนที่เสนอปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ มีเนื้อหาทำลายระบบพรรคการเมือง และการเมืองใหม่ที่ต่อต้านพรรคการเมืองและลดความสำคัญของพรรคการเมืองอย่าง เปิดเผย หลายคนจึงมองไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว นอกจากวิเคราะห์และคาดการณ์ว่า พธม. กำลังจะทำอะไร และใช้ประโยชน์อะไรจากการดำเนินการทางการเมืองหรือไม่อย่างไร
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ต้องค้นคว้ากันต่อไป เพื่อช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการทำลายพรรคการเมืองมากไปกว่านี้ เพื่อ ให้ระบบพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือที่ประชาชนใช้กำหนดความเป็นไปของบ้าน เมือง ผ่านกิจกรรมทางการเมืองและการเลือกตั้ง เพื่อเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายอย่างที่ต้องการเข้ามาบริหารประเทศ ทั้งนี้ หากกระบวนการยุบพรรคยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ไม่มีทางที่จะอธิบายได้ว่า ระบอบประชาธิปไตยของเราจะพัฒนาไปได้อย่างไร ประชาชนจะได้ประโยชน์จากประชาธิปไตยได้อย่างไร และหมายความว่าวิกฤตจะอยู่กับเราต่อไป
พงศ์เทพ เทพกาญจนากล่าว ถึงความสำคัญของพรรคการเมืองว่า แม้ผู้สมัคร ส.ส. แต่ละคนจะมีนโยบายสวยหรูที่น่าสนใจ แต่หากไม่มีพรรคการเมือง ก็จะเกิดคำถามว่า หากเลือกใครคนใดคนหนึ่งเป็น ส.ส. ในสภาซึ่งมี ส.ส. 480 คน ส.ส.ที่ถูกเลือกจะมีปัญญาทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ ส.ส.เพียงคนเดียวจะผลักดันนโยบายของตัวเองในสภาได้อย่างไร ไม่มีทางเลย นอกจากนี้พรรคการเมืองยังมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมความต้องการของประชาชนแล้ว เสนอเป็นนโยบาย ถ้าไม่มีพรรคการเมือง ส.ส. ต่างคนต่างคิดจะมีนโยบายร่วมกันได้อย่างไร
เขา กล่าวว่า ก่อนจะมีประชาธิปไตย ประชาชนเป็นผู้ถูกปกครอง ไม่มีปากมีเสียง ถามว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นไหม ตอบว่า มี และมีเยอะมากกว่าในปัจจุบันเสียอีกเพราะประชาชนไม่มีโอกาสตรวจสอบขุนนาง ข้าราชการในอดีตมากมายนัก และไม่ค่อยมีปากเสียง
นาย พงศ์เทพ ตั้งคำถามว่า เราต้องการพรรคการเมืองแบบไหน แบบสถาบันหรือติดยึดกับผู้ก่อตั้ง ในช่วงแรกนั้น พรรคการเมืองที่ตั้งใหม่ต้องติดยึดกับคนตั้งพรรคเป็นหลัก กลุ่มคนเหล่านี้อาจต้องมีเสียงดังในการชี้นำพรรค ต่อ มา เมื่อคนเข้าร่วมมากขึ้น พรรคการเมืองจะเป็นสถาบันที่ติดยึดกับคนก่อตั้งน้อยลง แต่ถ้าเราไปฆ่าตัดตอนพรรคการเมืองอายุน้อย ก็ต้องเริ่มต้นกันใหม่ ก็จะติดยึดกับผู้ก่อตั้งเหมือนเดิม ดังนั้น จึงต้องให้เวลาพรรคการเมืองในการพัฒนาและกำหนดกลไกต่างๆ
สำหรับ พรรคเทียนแห่งธรรม อยากเชิญชวนให้มาสู้กันในสภา ในระบอบ นำเสนอตัวกับประชาชนเลย จะไม่ว่าเลยว่ากลืนน้ำลาย เพราะการเมืองที่ดีต้องทำให้คนอยากเข้ามาเสนอตัวรับใช้ประชาชน อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองที่ดีต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการพรรคการเมือง และท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นคนตัดสิน
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า คนไทยไม่ว่าเสื้อสีไหนถ้ามีสติ คิดว่าข้อเสนอการเมืองใหม่ให้เลือกตั้ง 20 สรรหา 80 จะทำให้คนไทยได้ประโยชน์ขึ้นกว่าระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงที่มีสิทธิเลือกตั้ง 100%ไหม อย่างไรก็ตาม การเสนอต่อประชาชนในระบบดีกว่าให้เคลื่อนไหวสร้างปัญหาให้แก่ประเทศในอนาคต ในอีกมุมหนึ่งเชิญชวนไม่เฉพาะ พธม. ที่หากคิดว่ามีความสามารถอยากทำงานเพื่อส่วนรวมเข้ามาทำงานการเมือง และควรมีระบบให้คนที่เข้ามาเสนอตัวทางการเมืองไม่ต้องสิ้นเปลืองมาก มีค่าใช้จ่ายมาก เพราะคนอาจไม่อยากเข้ามาเปลืองตัว
ส่วน กรณีที่มีผลสำรวจระบุว่า คนที่เลวร้ายมากที่สุดของสังคมเวลานี้คือนักการเมืองนั้น นายพงศ์เทพมองว่า เป็นการพูดโดยปราศจากเหตุผลที่แท้จริงสนับสนุน ส่วนตัวอยู่มาหลายวงการ ทั้งนักการเมือง นิติบัญญัติ บริหาร ข้าราชการ รวมถึงวงการข้าราชการที่เมื่อเทียบกับข้าราชการทั้งหลายจะมีระดับของความดี ความงามสูงกว่า คือศาล ทุกวงการมีทั้งคนดีคนเลว ไม่เห็นว่าวงการไหนจะมีแต่คนดีพร้อมหรือคนเลวเสียทั้งสิ้น
นิกร จำนงกล่าวว่าสถานการณ์ ก่อนการยุบพรรคต่างๆ ที่ผ่านมานั้นไม่มีเหตุมีผล กรณีของพรรคชาติไทย แม้อัยการจะยกฟ้องแล้ว ไม่มีเหตุแห่งการยุบพรรคแล้วก็ยังถูกยุบพรรคในท้ายที่สุด ซึ่งเรื่องนี้จาตุรนต์เคยพูดว่ามันคือ เหตุผลของการไม่มีเหตุผล อย่างไร ก็ตาม จากประสบการณ์หน้าบัลลังก์ศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินยุบพรรค ยังมีความรู้สึกที่ดีด้านหนึ่งคือ แม้เป็นเหยื่อของสถานการณ์ แต่อย่างน้อยมันก็มีทางออกในระหว่างที่เสื้อเหลืองกำลังจะรุนแรง เหมือนเป็นการสียสละหาทางออกให้สังคม แต่หลังจากนั้นพลับพบว่ามันไม่ช่วยให้จบ หรือหยุดความรุนแรง
เขา กล่าวว่า ด้วยปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงมีประเด็นว่าพรรคการเมืองเป็นสิ่งจำเป็นทางการ เมืองไหมสำหรับการพัฒนาการเมือง ซึ่งตามหลักรัฐศาสตร์ พรรคการเมืองเป็นสิ่งจำเป็นมากในระบบการเมือง ประชาชนจะใส่ความต้องการเข้าไปในระบบการเมืองผ่านพรรคการเมือง ระบบราชการก็ไม่สามารถทำแทนได้เพราะเป็นผู้ปฏิบัติที่เหมือนเรือไม่มีหาง เสือ จากนั้นพรรคการเมืองจะเลือกเฟ้นกำหนดเป็นข้อๆ แล้วเสนอให้ประชาชนเลือก ด้วยเหตุนี้ตนจึงไม่พอใจหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาก เพราะกำหนดไว้เองเสร็จสรรพ เหมือนดูถูกประชาชนว่าไม่มีวิจารณาณในการเลือกได้ เมื่อพรรคการเมืองเข้าสู่การเป็นฝ่ายบริหารหรือฝ่ายค้านก็จะป็นผู้กำหนด ผลผลิตทางนโยบายแล้วย้อนกลับไปหาประชาชน หากประชาชนพอใจก็จะยังเลือก ระบบการเมืองก็ยังหมุนได้
มองในแง่ความจำเป็นในเชิงสถาบัน ในการพัฒนาประชาธิปไตยเราอยากให้คนเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และปัจจุบันก็มีสมาชิกพรรค 24 ล้านคนแล้ว เมื่อไม่มีพรรคการเมืองสมาชิกจะไปอยู่ไหน นอกจากนี้กรรมการบริหารพรรคที่เข้ามารับหน้าที่ก็เพราะมีความเชื่อมั่นใน องค์กร ในสถาบันนี้ เมื่อเกิดระบบยุบพรรคเช่นนี้ทำให้ไม่มีใครยอมเป็นกรรมการบริหารพรรคแล้ว มันฟ้องว่าเกิดการล่มสลายในทางสถาบันการเมือง
นิการกล่าวต่อว่า สำหรับความจำเป็นในเชิงพัฒนาการทางการเมืองนั้น การ ยุบพรรคการเมืองจากเหตุของการซื้อเสียงนั้นเป็นการทวนกระแส ถ้าพรรคการเมืองไม่เข้มแข็งไม่มีทางแก้การซื้อเสียงได้ คำกล่าวที่ว่า เพื่อแก้ปัญหาการซื้อเสียงถ้าไม่มีการลงโทษจะมีการซื้อเสียงอยู่ร่ำไปทำให้ การเมืองล่มสลายนั้นเป็นการรู้ไม่จริง เพราะการซื้อเสียงมี 2 มิติ คือ ซื้อสิทธิ์กับขายเสียง อย่างภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์เข้มแข็งมาก ไม่ว่าจะซื้อเสียงยังไงก็ไม่ได้ ชาวบ้านอาจเอาเงินแต่ไม่กาพรรคอื่น ดังนั้น การพัฒนาการทางการเมืองของประชาชนในการมีส่วนในการลงคะแนนสำคัญมาก
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการเลือกตั้งในเชิงหลักการมี 3 มิติ 1. ขั้นต่ำสุดคือ การเลือกคนที่สนิท หรือ personal voting 2.ขั้นต่อมาคือการเลือกในเชิงระบบ เลือกพรรคการเมือง หรือ party identification voting 3.ขั้นสูงสุด คือ การเลือกโดยไม่ยึดติดกับพรรค แต่ดูที่นโยบายว่าชอบนโยบายของพรรคใด หรือ policy voting สำหรับ ประเทศไทยนั้นพัฒนามาจากระดับบุคคลแล้ว ขั้นที่สองจะเป็นบันไดให้ไปขั้นที่สาม ซึ่งพรรคไทยรักไทยทำได้ดีเพราะเสนอนโยบายที่หวือหวามากและทำให้พรรคอื่นต้อง ทำตาม แต่แล้วเราก็กระชากมันลงมาหมด
นิกร ยังกล่าวถึงลักษณะเฉพาะของพรรคการเมืองต่างๆ ว่า สำหรับเขาพรรคประชาธิปัตย์เป็นเหมือนพรรคอุดมคติ มีความชำนาญด้านกฎหมาย จำเป็นต้องมีในประเทศ พรรคชาติไทยอาจเป็นแบบ realistic เน้นปฏิบัติ ส่วนพรรคไทยรักไทยเป็น modernist ทั้งหมดมีข้อเด่นข้อด้อยและสามารถคัดง้างเฉลี่ยกันได้เอง แต่เมื่อล้มพรรคการเมืองทุกอย่างจบ ความเป็นพรรคในเชิงสถาบันไม่มี พรรคการเมืองอ่อนแอมาก นโยบายไม่ต้องพูดถึง
“เมื่อ พรรคการเมืองอ่อนแอ สำหรับชาวบ้าน ต่อจากนี้รับเงินดีกว่า การขายเสียงจะเกิดขึ้น เอาสิ่งที่เห็นเลยดีกว่า ไม่ต้องหวังน้ำบ่อหน้า การเลือกพรรคการเมืองคือการหวังน้ำบ่อหน้า ต้องฝันไปกับเขา แล้วรอดูว่าเขาทำได้ไหม หรืออย่างนั้น ไปลงโทษกรรมการบริหาร ตัดสิทธิ์ 5 ปี ขณะนี้จะไปลงโทษยังไง ในเมื่อไม่ใช่ตัวจริงหมดแล้ว และไม่ลงเลือกตั้ง ดังนั้นการแก้ปัญหาและดำเนินการกับพรรคการเมืองแบบนี้ผิดมาก” นิกรกล่าว
สำหรับ ความคิดเห็นต่อการตั้งพรรคของกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น นิกรกล่าวว่า สุวิทย์ วัดหนู หนึ่งในแกนนำของพันธมิตรฯ เป็นบุคคลยิ่งใหญ่มาก เป็นผู้เสนอแนวทางตั้งแต่สมัยสมัชชาคนจนแล้วว่าการแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ประท้วงอย่างไรก็ไม่จบ ต้องตั้งพรรคการเมือง แต่คำถามคือเมื่อพันธมิตรฯ จะตั้งพรรค พรรคที่ตั้งใหม่เป็นตัวแทนของภาคประชาชนหรือเปล่า ถ้าเป็นเราก็ต้องยินดีและต้องอาศัยเวลาในการพิสูจน์ แต่ถ้ามีอำนาจปนเข้ามา มีปรารถนาอื่นปนเข้ามา เชื่อได้ว่าจะไม่มีทางนับหนึ่งได้เลย และเมื่อประเมินกลุ่มประชาชนของพันธมิตรฯแล้ว เฉพาะในภาคใต้ที่ตนคุ้นเคยบอกได้เลยว่าถ้าต้องเลือกระหว่างพรรคพันธมิตรฯ กับพรรคประชาธิปัตย์ เขายังเลือกประชาธิปัตย์
ธีระ สุธีวรางกูรกล่าวท้าวความเดิมว่าใน ช่วงเวลามุ่งทำลายล้างทางการเมือง การยุบพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ยุบทั้งสอง ยุบทั้งสอง จะส่งผลต่ออนาคตต่อทุกกลุ่ม สุดท้ายประชาธิปัตย์ไม่ผิด สำหรับพรรคไทยรักไทยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้มีความผิด และยังนำประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 มาใช้เพื่อแขวนกรรมการบริหารพรรคด้วย ถึงตรงนี้เริ่มเห็นเมฆหมอกบางอย่างในนามตุลาการภิวัฒน์ เมื่อยุบพรรคไทยรักไทยก็นำสู่การเลือกตั้ง และมีการนำประกาศคปค.มาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ 50มาตรา68 วรรค4 ด้วยต่อจากนั้นจึงเกิดการยุบพรรคพลังประชาชน ชาติไทย มัฌชิมาธิปไตย เป็นตุลาการภิวัตน์ภายใต้การครอบงำของทหารและกลุ่มอำมาตยาธิปไตย การยุบพรรคทั้งหมดกลับมาสู่คำถามว่า พรรคการเมืองไทยสำคัญหรือไม่ในระบบประชาธิปไตย
ธีร ะกล่าวว่า ระบบประชาธิปไตยในโลกนั้น พรรคการเมืองมีความสำคัญอย่างน้อยก็เป็นผู้นำเสนอปัญหา แนวนโยบายได้ดีที่สุด แล้วจึงลงสมัครรับเลือกตั้งซึ่งเป็นสารัตถะสำคัญ เมื่อได้แล้วด้วยทีมเวิร์คที่มีทำให้นำไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ พรรคการเมืองจึงเป็นพลังทางการเมืองที่สำคัญที่สุด
สำหรับ ไทย ตามหลักการแล้วพรรคการเมืองก็มีความสำคัญ แต่ต้องถามก่อนว่าเราปกครองในระบบประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าเป็นประชาธิปไตยจริงอำนาจของประชาชนจะได้รับการฟังอย่างแท้จริง แต่ถ้าไม่ใช่หรือเป็นประชาธิปไตยเพียงชื่อพรรคการเมืองสำคัญหรือไม่อยู่ที่ ระบอบอำมาตยาธิปไตยเข้มแข็งเพียงไร ถ้าเขายังเข้มแข็ง พรรคการเมืองก็สำคัญตรงที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยนั้นคงอยู่ต่อไป แต่หากพรรคไหนเอาอำนาจประชาชนมาคัดง้างกับอำมาตย์ก็อาจไม่จำเป็น
“วัน นี้ประเทศไทยเราปกครองระบอบประชาธิปไตยเฉพาะแต่ชื่อ แต่เนื้อหาเราแย่งชิงอำนาจกันอยู่กับระบอบอำมาตยาธิปไตย พรรคการเมืองในวันนี้จึงไมใช่สิ่งสำคัญมากนัก ถ้าทุกท่านยอมก็จบ ถ้าไม่ยอมท่านต้องทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่มีความสำคัญของประเทศต้อง ไม่ปล่อยให้ทีมงานพรรคทำงานอย่างโดดเดี่ยว ท่านต้องทำงานกับพรรค ประชาชนทั้งหมดต้องเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองกับพรรคการเมือง และเมื่อมีอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงท่านต้องสู้”
ธีระกล่าวอีกว่า พรรคการเมืองถูกทำให้ไม่เข้มแข็งมานาน ย้อนไปดูตั้งแต่รัฐประหาร 2490 ซึ่งทำให้พรรคลุ่มๆ ดอนๆ ตลอด ทำให้ไม่เกี่ยวเนื่องและไม่เข้มแข็ง ซึ่งต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อ 5 เดือนก่อน ทำไมหลายคนไปที่ราบ 11 ทำไม ท่านยอม บางทีมีคนมาทำให้เราไม่เข้มแข็งและเราก็ไปยอมรับด้วย ความไม่เข้มแข็งตรงนี้บางทีไม่ได้เกิดจากข้อเท็จจริงว่าพรรคไม่เข้มแข็งเอง แต่ถูกแรงกดดันอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสื่อมวลชนที่มีอคติกับนักการเมือง ทำให้พรรคการเมืองอยู่ในสภาวะอ่อนแอ
นอกจาก ปัจจัยภายนอก บางครั้งก็เป็นเพราะพรรคการเมืองไม่ยอมทำตัวเองให้เข้มแข็ง ในประวัติศาสตร์ที่มีทหารเข้ามาก็ยากที่จะทำให้เข้มแข็ง แต่หลัง 2540 ที่ ทุกฝ่ายพยายามจะทำให้เป็นพรรคของประชาชนจริงๆ แต่ก็มีพรรคการเมืองหลายพรรคไม่ยอมปรับสภาพให้เป็นพรรคมวลชน ความเข้มแข็งจึงไม่เกิด มาจนถึงวันนี้ ช่วงมีการลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ 50 มีการโฆษณากันมากว่ารัฐธรรมนูญดีและไม่ดี จนท้ายที่สุดผ่านได้อย่างหวุดหวิด คนที่ไม่รับก็หวังจะให้มีการแก้ พรรคพลังประชาชนก็รับปากจะแก้ แต่เมื่อได้อำนาจรัฐมาก็ไม่ยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้พลาดโอกาสสำคัญ
“วันนี้มารรอหวังคณะกรรมการสมานฉันท์ ฝันไปเถอะ ไม่มีทาง”
ธีร ะกล่าวถึงการตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า ยังไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไร แต่หลายคนอาจยินดีเพราะอาจขัดขากันเองกับพรรคประชาธิปัตย์ ในทางหนึ่งพันธมิตรฯ ถูกใช้เป็นเครื่องมือขึ้นสู่อำนาจของประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกันประชาธิปไตย์ก็เป็นเครื่องมือให้พันธมิตรฯ ถีบพรรคพลังประชาชนออกจากการเมืองไปได้
“การ ตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ ถ้าพูดแง่ทั่วไปก็ยินดีสนับสนุนให้สู้กันในระบอบ แม้ไม่ทิ้งการสู้บนถนนก็ไม่เป็นไรแต่อย่าละเมิดกฎหมาย แม้แนวนโยบายยังไม่ชัดเจน แต่ถ้าท่านหวังดีก็ขอให้ประสบความสำเร็จ และคิดว่าพันธมิตรฯ คงจะไปแย่งสัดส่วนของประชาธิปัตย์ พูดในแง่ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยแล้วก็น่าสนับสนุน” ธีระกล่าว
นายคณิน บุญสุวรรณ กล่าวว่า การเมืองก่อนรัฐธรรมนูญ40 นั้นไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะเป็นจุดบอดของประชาธิปไตย จึงได้ออกแบบรัฐธรรมนูญ 40 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งนั่นต้องทำให้สภาฯ มีเสถียรภาพ ไม่ล้มลุกคลุกคลาน รวมถึงต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะมีองค์กรที่รองรับคือพรรคการเมือง ด้วยเหตุนี้ กลไกต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ 40 จึงถูกออกแบบเพื่อให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เพราะพรรคการเมืองเป็นของประชาชน ถ้าองค์กรของประชาชนไม่มีความเข้มแข็ง ปัญหาก็จะเกิดตามมามากมาย ไม่ว่า นักวิชาการหรือนักการเมืองจากประเทศอื่นๆ ในโลก ต่างต้องการให้ประเทศ มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง มีเพียงนักวิชาการบางคนในไทย ที่บอกว่า รัฐธรรมนูญ 40 ทำให้รัฐบาลและนักการเมืองเข้มแข็งเกินไป จึงต้องทำให้อ่อนแอ
นายคณิน กล่าวว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญ 40 ที่ถูกออกแบบมาและจงใจให้ระบบพรรคการเมืองเข้มแข็ง ยังทำในสิ่งที่นักประชาธิปไตยทั่วโลกต้องการคือ ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเสรีภาพของประชาชน เมื่อก่อน จะตั้งพรรคต้องขออนุญาตนายทะเบียนพรรคการเมือง เหมือนระบบเจ้าขุนมูลนาย แต่ใต้รัฐธรรมนูญ 40 ต้องการให้ระบบพรรคการเมืองเป็นเสรีภาพของประชาชน และเมื่อพรรคการเมืองมีเสรีภาพแล้ว ไม่ต้องถามว่าควรถูกยุบไหม ยุบไม่ได้ เช่นเดียวกับหากบอกว่าการนับถือศาสนาเป็นเสรีภาพ ก็จะยุบศาสนาไม่ได้ ดังนั้น การจัดตั้งพรรคเป็นเสรีภาพของประชาชน
เขา กล่าวว่า มีเพียงกรณีที่พรรคการเมืองกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ จึงจะเข้าข่ายถูกยุบพรรค นอกจากนั้น ในรัฐธรรมนูญ 40 ยังห้ามกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นั่นคือ การรัฐประหาร
แม้กระทั่งตอนปลายของการใช้รัฐธรรมนูญ 40 มีปัญหาเสนอยุบพรรค ในฐานะ ส.ส.ร.40 เคยแสดงความเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีสิทธิยุบพรรคการเมือง ถึงขนาดว่าถ้าจำเป็น มีพฤติกรรมจริงๆ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจเพียงแค่สั่งให้เลิกการกระทำ แล้วจากนั้น หากไม่เลิกจึงพิจารณาว่า อาจสั่งยุบพรรคการเมืองได้ เห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญ 40 มีความประสงค์ที่จะส่งเสริมให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง มีสภา เข้มแข็งและเสถียรภาพทางการเมืองที่เข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพของบ้านเมืองเข้มแข็งตามไปด้วย
นายคณิน กล่าวว่า หลังรัฐประหาร มีการออกประกาศฉบับที่ 27 เป็นกฏหมายพิเศษคือ “one- man law” เขียน โดยคนๆ เดียว ว่าพรรคการเมืองไหน ถูกคณะตุลาการรัฐธรรมนูญยุบพรรค ซึ่งเกิดจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริการพรรคและหัวหน้าพรรค 5 ปี ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมในการเขียนกฏหมาย คือเขียนเพื่อใช้กับคนบางกลุ่ม เพื่อผลย้อนหลังให้เกิดโทษกับบางกลุ่ม และการยุบพรรคการเมือง โดยเพิกถอนสิทธิก็เป็นผลพวง มาตรการเช่นนี้ ถ้ามีเจตนาดีจริงก็มีปัญหาว่าใครสั่งยา และวินิจฉัยโรคก่อนสั่งหรือยัง ใครใช้อำนาจ คนที่มีอำนาจมากขนาดสั่งยุบพรรคการเมืองและส่งผลเพิกถอน มีสองกลุ่มคือ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ทั้ง5 คน ได้รับการแต่งตั้งโดยประกาศ คปค. ทั้งหมด ดำรงตำแหน่งได้จนครบ 7 ปี โดยไม่ต้องสรรหาใหม่ 2 ใน5 เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่า มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ควรรับตำแหน่ง ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญ 9 ราย 3 รายเคยเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญที่เคยวินิจฉัยสั่งยุบพรรค ไทยรักไทย อีกคนเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 50
นาย คณิน สรุปว่า ดังนั้นแล้ว พรรคการเมืองเป็นส่วนเกินหรือไม่ จึงขึ้นกับว่า เป็นการพิจารณาของใคร ถ้าบุคคลเหล่านี้มาเป็นผู้พิจารณา ก็ต้องบอกว่าเป็นส่วนเกินวันยันค่ำ