WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, June 3, 2009

ครึ่งปีคดียึดสนามบินโดนดอง ตำรวจโบ้ยเข้าเวรรอหลักฐานจากกรมขนส่งทางอากาศ

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มาINN
3 มิถุนายน 2552

ตำรวจโยนกลองคดีพันธมิตรยึดสนามบินครึ่งปียังไม่ดำเนินคดีใคร โบ้ยกรมการขนส่งทางอากาศไม่ยอมส่งหลักฐานถึงมือตำรวจ ทั้งที่ตำรวจส่งหนังสือเร่งรัดดำเนินการแล้ว


พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน คดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และ สนามบินดอนเมือง เปิดเผยว่า ล่าสุด จนถึงขณะนี้ กรมขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้สรุปความเสียหายในเรื่องการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ ช่วงเวลาที่กลุ่มพันธมิตร ชุมนุมปิดสนามบิน ว่า มีความเสียหายมากน้อยแค่ไหนมายังพนักงานสอบสวน เพื่อใช้ประกอบสำนวนการสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางตนได้ทำหนังสือเร่งรัดไปยัง กรมการขนส่งทางอากาศแล้ว โดยให้เร่งดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ขณะที่ทางกรมการขนส่งทางอากาศ อ้างว่า จะต้องนำรายละเอียดเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่อีกครั้ง ก่อนที่จะส่งหลักฐาน ให้กับคณะพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ เมื่อได้หลักฐานในส่วนนี้มาแล้ว ก็จะผนวกเข้ากับหลักฐานของพนักงานสอบสวนที่มีอยู่แล้วบางส่วน ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาใด กับบุคคลใดได้บ้างแล้ว และเรียกบุคคลนั้นๆ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


ส่วนการที่กลุ่มพันธมิตร เตรียมตั้งพรรคการเมือง และอาจจะประวิงเวลาของคดีดังกล่าวหรือไม่นั้น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า ทางตำรวจไม่มีการประวิงเวลาอย่างแน่นอน เพราะขั้นตอนในส่วนนี้ ต้องรอ กรมการขนส่งทางอากาศ สรุปความเสียหายมา ทั้งนี้ หลังจากที่ตนเองเข้ามารับผิดชอบคดีเพียงเดือนเศษ ก็มีความคืบหน้า เพราะสังคมก็ต้องการรับรู้ว่าคดีดังกล่าวจะจบลงอย่างไร ซึ่งผ่านไปกว่า 6 เดือน กรมการขนส่งทางอากาศ ยังไม่ดำเนินการใด ๆ

ลำดับเหตุการณ์ครึ่งปีคดียึดสนามบินโดนดอง


-ค่ำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ
-13 มกราคม 2552 พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.เผยคดีคืบหน้า 70 %จะออกหมายจับพันธมิตรภายใน1เดือน
-13 กุมภาพันธ์ 2552 ครบ1เดือนที่จงรักพูด ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
-18 กุมภาพันธ์ 2552 รัฐบาลย้ายตำรวจคุมคดียึดสนามบินเข้ากรุ พล.ต.อ.จงรักพ้นหน้าที่ในการคุมคดี สุเทพ เทือกฯเข้าคุมเอง
-20 กุมภาพันธ์ 2552 พล.ต.ท.ฉลอง สนใจผบช.ภาค1เผยคดีคืบหน้า80%
-21 เมษายน 2552 พล.ต.ท.ฉลองเผยคืบหน้า95%แล้ว เหตุที่ช้าเพราะเป็นคดีก่อการร้ายโทษถึงประหารชีวิต ส่วนคดีเสื้อแดงจับรวดเร็วเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดผลร้ายขึ้น
-23 เมษายน 2552 อภิสิทธิ์กล่าวต่อที่ประชุมสภาว่า รัฐบาลไม่ได้มี2มาตรฐานระหว่างสีแดงจับเร็ว สีเหลืองจับช้าอย่างที่วิจารณ์กัน ขณะที่จตุพร พรมพันธุ์โต้ตอนนี้มี3มาตรฐานแล้ว คือเสื้อแดงจับไว เสื้อเหลืองออกหมายเรียกก่อนแต่ช้า ส่วนเสื้อสีน้ำเงินของเนวินไม่ทำอะไรเลย แถมรัฐบาลอ้างว่าเป็นอาสาสมัครช่วยรัฐบาลอีก...
27 เมษายน 2552พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายให้คุมคดีพันธมิตรยึดสนามบิน และคดีพันธมิตรบุกสภาเมื่อ7ตุลาคม2551 เผยว่า คาดว่าไม่เกินเดือนพฤษภาคมจะสรุปสำนวนได้

9 พฤษภาคม 2552พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ปฏิเสธว่าไม่ได้2มาตรฐานกรณีสลายม็อบเสื้อแดงกับเพิกเฉยกรณีเสื้อเหลืองยึดสนามบิน โดยอ้างว่าตอนยึดสนามบิน รัฐบาลมีคำสั่งให้ตำรวจเป็นหลัก ทหารบกเป็นผู้ช่วยอยู่อันดับ3 แต่กรณีเสื้อแดงตอนสงกรานต์นั้น ทหารอยู่เฉยไม่ได้ คนตีกันสองฝ่าย ที่ตีกันระหว่าง “เหลือง-แดง” ผมอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เราไม่ได้สลายการชุมนุม แต่ทำให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย

-25 พฤษภาคม 2552 เป็นเวลา 181 วัน หรือครบ 6 เดือนเต็มคดีโจรก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบิน โดยยังไม่มีการดำเนินคดีกับหัวโจกและสมุนโจรก่อการร้ายสากล ขณะที่พันธมิตรได้ประกาศจะตั้งพรรคการเมือง


-25 พฤษภาคม 2552 พล.ต.ท.วุฒิเผยว่า เบื้องต้นได้มีการเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่บุกรุกจนถึงข้อหาก่อการร้ายสากล ซึ่งคาดว่าประมาณปลายเดือน พ.ค.จะมีความคืบหน้าในการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง

-27 พฤษภาคม 2552 พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ดูรายงานการประชุมที่ พล.ต.ท.วุฒิมาประชุม ไม่พบว่ามีการตั้งข้อหาก่อการร้ายแต่อย่างใด

Tuesday, June 2, 2009

"นิพนธ์"ปัดพูดถึงคนช่วยในมหาดไทยบอก"มิบังควร" พนง.สวนสัตว์เชียงใหม่ไม่ขายตั๋วเสื้อแดงป่วน"สุวิทย์"

ที่มา มติชนออนไลน์

"นิพนธ์"เผยนาทีชีวิตในมหาดไทย ปัดจัดฉาก ยันนายกฯอยู่ในรถถูกเสื้อแดงทุบ บอก"มิบังควรอย่างยิ่ง"พูดถึงคนช่วย ผู้ชุมนุมเสื้อแดงยันถูกทหารยิงที่ดินแดง นปช.เชียงใหม่บุกสวนสัตว์หวังกวน"สุวิทย์"เยี่ยมแพนดาน้อย แต่พนง.ไม่ยอมขายตั๋ว

"นิพนธ์"เล่านาทีชีวิตที่มหาดไทย


ด้านคณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย ในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง มีนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ เป็นประธาน ได้ประชุมที่ห้อง 3502 อาคารรัฐสภา 3 โดยเชิญนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงในเหตุการณ์ที่กลุ่มเสื้อแดงบุกทำร้ายนายนิพนธ์ ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา โดยอนุกรรมการได้สอบถามถึงสาเหตุในการใช้กระทรวงมหาดไทย เป็นสถานที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งนายนิพนธ์ชี้แจงว่า มีคนเตือนว่าชัยภูมิที่ตั้งกระทรวงมหาดไทย ไม่เหมาะกับการแถลงข่าวเพราะอยู่ใกล้กับคนเสื้อแดงมากเกินไป และได้คัดค้านตั้งแต่แรกสอดคล้องกับความคิดของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ระบุว่า ไม่น่าใช้สถานที่ดังกล่าวแถลงข่าว แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นคนมั่นใจในตัวเอง


"ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นการจัดฉาก หรือพยายามทำให้สถานการณ์บานปลายเพื่อประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" นายนิพนธ์กล่าว และว่า หลังส่งนายกรัฐมนตรีขึ้นรถแล้ว ได้พยายามไปขึ้นรถส่วนตัวแต่ไปไม่ทัน เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาภายในกระทรวงมหาดไทยแล้ว จึงตัดสินใจหนีขึ้นไปหลบซ่อนตัวที่ลานจอดรถกรมการพัฒนาชุมชน และประสานไปยังคนขับรถและคนติดตามให้นำรถขึ้นไปรับ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามค้นภายในกระทรวง เพื่อหาตัวรัฐมนตรี โดยบอกว่า "ถ้าเจอเมื่อไหร่ จะตีให้ตาย"


ชี้เหตุการณ์ที่เกิดเหมือนสงคราม


นายนิพนธ์กล่าวว่า ได้ดับเครื่องรถที่จอดหลบอยู่ประมาณ 25 นาที กลุ่มคนเสื้อแดงได้พยายามส่องที่กระจกและตะโกนบอกว่า "นายนิพนธ์อยู่นี่" จากนั้นจึงเรียกผู้ชุมนุมมาสมทบเพิ่มเติม จึงตัดสินใจขับรถพุ่งออกจากกระทรวงมหาดไทย แต่ไปไม่ได้เนื่องจากติดรถแท็กซี่ กลุ่มคนเสื้อแดงได้ใช้อิฐบล็อค เหล็กแหลม ของแข็งทุบตีรถ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ถึงขั้นซี่โครงหัก จากนั้นมีเสียงประกาศให้หยุดทำร้ายตน ซึ่งภาพที่เผยแพร่ตามสื่อมวลชน ตอนที่ถูกดึงออกมาไม่ได้เป็นการทำร้าย แต่เป็นความพยายามเข้ามาช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลพญาไท 2 แต่ไม่สามารถเล่าให้ฟังได้ว่าใครเข้ามาช่วย เพราะจะเป็นการมิบังควรอย่างยิ่ง ส่วนคนที่เข้ามาทำร้ายจะเป็นแดงแท้หรือแดงเทียมนั้น ไม่ทราบ


"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผม เป็นเหมือนสงคราม เอาเป็นเอาตายกัน แม้ไม่รู้จักกันมาก่อน ซึ่งการใช้กฎหมายอาญาเข้ามาแก้ปัญหาทุกวันนี้ เชื่อว่าไม่สามารถทำให้ปัญหาจบได้" นายนิพนธ์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งต่อไป อนุกรรมการได้เชิญนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความปลอดภัยของกระทรวงมหาดไทย และผู้ดูแลกำลังทหาร นักข่าว ที่อยู่ในเหตุการณ์ และมาชี้แจงเพิ่มเติม โดยวันที่ 9 มิถุนายน คาดว่าจะสรุปข้อมูลเบื้องต้นได้


ผู้ชุมนุม"ดินแดง"ยันทหารยิง


ด้านคณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์ชุมนุมบริเวณดินแดง ที่มี พล.ต.ต.สุเทพ สุขสงวน ส.ว.สรรหา เป็นประธาน ได้เชิญ พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.ดินแดง พร้อมนายไสว ทองอ้ม และนายสนอง พานทอง ผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง มาชี้แจงข้อมูลวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา โดยนายไสวชี้แจงว่า เข้าร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน เพราะอยากรู้ จนมีคนชวนไปชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง เมื่อไปถึงเป็นเวลา 02.00 น. ของวันที่ 13 เมษายน รู้สึกง่วงมากจึงหลับไป กระทั่งเวลา 04.00 น. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจึงตื่นขึ้นมา และเห็นทหารเดินเรียงแถวหน้ากระดานยิงปืนขึ้นฟ้าเต็มถนน ห่างจากตนประมาณ 30 เมตร จึงวิ่งหนี แต่มีอะไรดลใจให้หันกลับไปมอง จึงถูกยิงเข้าที่ราวนมซ้าย ทะลุแขนซ้าย และสลบไป มารู้ตัวอีกทีเมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่โรงพยาบาลราชวิถี


"ยืนยันว่าไม่ได้พกอาวุธ และยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ ว่ากระสุนที่ยิงออกมาโดนผมนั้นมาจากแถวทหารแน่นอน" นายไสวกล่าว


ส่วนนายสนองกล่าวว่า เป็นช่างซ่อมรถอู่ย่านสามเหลี่ยมดินแดง ไปดูการสลายการชุมนุมแล้วถูกยิงเข้าที่หัวเข่า และถูกควบคุมตัวเข้าไปในค่ายทหาร ร.1 พัน 1 ร.อ. และมีทหารให้ยาพาราเซตามอลมา 4 เม็ด หลังจากนั้น ก็มีคนเสื้อแดงถูกจับเข้ามาสมทบอีกหลายคน จนกระทั่งใกล้เช้ามีนายทหารสัญญาบัตรนายหนึ่งเห็นอาการตนไม่ไหว จึงนำส่งโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ขณะรักษาตัวอยู่ก็ถูกคุกคามจากชายหัวเกรียน โดยคอยติดตามตนอยู่ตลอดเวลา


"สุเทพ"ขู่จัดการม็อบป่วนเมือง


ส่วนกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง นัดชุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ถ้าการชุมนุมเป็นไปโดยสงบ อยู่ในกรอบของกฎหมาย ก็ชุมนุมไป แต่ถ้าไม่สงบ มีการก่อความวุ่นวายเหมือนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็ต้องทำทุกอย่างให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย


เมื่อถามถึง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลตัดไฟต้นลมก่อนการชุมนุมใหญ่ นายสุเทพกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะพิจารณา รัฐบาลคงไม่ไปสั่งอะไร ส่วนความเคลื่อนไหวของแกนนำคนเสื้อแดงที่อยู่ระหว่างการได้รับการประกันตัวจะเป็นการละเมิดคำสั่งศาลหรือไม่นั้น คงไม่วินิจฉัย ผู้มีหน้าที่ต้องพิจารณา


พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า หากการชุมนุมเหนือบ่ากว่าแรงคงมีการขอความร่วมมือจากทหารอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่สั่งการมาถึงกองทัพ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยังไม่ได้พูดคุยกัน "หากเรามุ่งมั่นเอาชนะคะคานกัน คงยุ่งยาก ที่จะต้องมีผลทำให้ประเทศชาติเสียหายตามมา คงต้องขอร้องให้ถอยกันคนละก้าว แล้วดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นจะทำให้เสียหายต่อชาติบ้านเมืองอย่างไร"


เสื้อแดงเชียงใหม่ไล่"สุวิทย์"


ด้านนางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมคนเสื้อแดงอยุธยา กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงภาคกลางทุกจังหวัดจะระดมกำลังครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ วันที่ 27 มิถุนายนนี้ ที่ท้องสนามหลวงแน่นอน เพื่อร่วมกับ นปช.เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับการดำเนินคดีของกลุ่มคนเสื้อแดง รวมทั้งแสดงจุดยืนหลัก คือต่อต้านระบอบอำมาตยาธิปไตย และขับไล่รัฐบาลชุดปัจจุบัน


ขณะที่กลุ่มเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ตะโกนขับไล่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เดินทางมาเยี่ยมแพนดาน้อยที่สวนสัตว์เชียงใหม่


ต่อมากลุ่มเสื้อแดงพยายามบุกเข้าไปภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อตามไปขับไล่นายสุวิทย์ แต่ถูกสกัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานไม่ยอมขายตั๋วให้ กลุ่มเสื้อแดงจึงเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.บุรฉัตร ขวัญคำ พนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับพนักงานขายตั๋วสวนสัตว์เชียงใหม่

สุรนันทน์ เวชชาชีวะ กะเทาะการเมืองยุค"มาร์ค"

ที่มา ข่าวสด

สัมภาษณ์พิเศษ




ถูกแขวนอยู่ในบ้านเลขที่ 111 จึงจำกัดให้ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ ในรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องเว้นวรรคการเมือง

ในฐานะนักการเมืองและญาติผู้พี่ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้วิพากษ์การทำงานและอนาคตของรัฐบาลประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาล ไว้น่าสนใจ ดังนี้

มองการทำงานของรัฐบาลชุดนี้อย่างไร

รัฐบาลนี้เข้ามาในช่วงที่ประเทศประสบปัญหาหนักทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ พยายามที่จะปลดล็อกปัญหาต่างๆ

แต่สิ่งที่รัฐบาลยังขาดคือแนวทางปฏิบัติยังติดอยู่ในวังวนกรอบความคิดแบบเดิมๆ ในการแก้ปัญหา เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องการเมืองที่มุ่งผลเลือกตั้ง ว่าเลือกตั้งครั้งต่อไปต้องชนะ ทำให้มีเงื่อนไข

การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เสนออย่างไม่แน่ใจ ว่าจะแก้ปัญหาทางการเมืองได้หรือไม่ เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยังติดในกรอบเดิม

ปัญหาประเทศวันนี้ต้องมองไปข้างหน้า ก้าวพ้นปัญหาเดิมๆ ให้ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถชี้นำ หรือบอกกับประชาชนให้รู้ได้ว่าประเทศจะก้าวเดินไปทางไหน มีนโยบายอย่างไร

ถ้าพรรคประชาธิปัตย์หรือรัฐบาลยังติดในเงื่อนไขของการเลือกตั้ง ว่าครั้งหน้าจะต้องกลับเข้ามา แล้วยอมทำตามเงื่อนไขเดิมๆ ทางการเมืองของพรรคร่วม ปัญหาประเทศจะไม่ได้รับการแก้ไข

วันนี้ภูมิทัศน์ของโลกเปลี่ยนไปมาก เงื่อนไขของประเทศไทยเองก็เปลี่ยนไป การแก้ปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นจะเอาเรื่องประชานิยมมาใช้อีกไม่ได้แล้ว

สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการสร้างสวัสดิการพื้นฐานให้ประชาชน



มีความพยายามเปรียบเทียบระหว่างโอบามา กับโอบามาร์ค ว่าคล้ายกันทั้งงานการเมืองและการดำเนินชีวิต

คล้ายคลึงกัน เงื่อนไขทางการเมืองก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก แม้โอบามาจะไม่ได้เป็นรัฐบาลผสมแต่เขามีปัญหาในสภาคองเกรส มีความไม่มั่นคง แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีคือเขาสามารถบอกได้ว่าจะทำและนำประเทศไปทิศทางใด

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องบอกได้ว่าเราจะแก้อะไร เดินไปในทิศทางไหน ต้องคิดล่วงหน้าว่าหลังเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วต้องทำอะไรในขั้นต่อไป

ช่วงปี"44 ที่อดีตนายกฯ ทักษิณเข้ามา ประเทศประสบภาวะวิกฤต การแก้ปัญหาขณะนั้นคือเร่งสร้างภาวะเข้มแข็งในประเทศ จากนั้นเร่งสร้างและฟื้นฟูให้ประเทศมีเครดิตในโลก โดยดูที่กลไกของตลาดด้วย

ภาวการณ์และการแก้ปัญหาปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป จะใช้รูปแบบเดิมก็ไม่ได้ การแก้ปัญหาวันนี้ต้องดูภูมิทัศน์ของประเทศด้วย เราต้องเปลี่ยนแปลงและเดินให้ถูก อย่าลืมว่าระบบราชการวันนี้ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน

สมัยคุณชวน (หลีกภัย) เป็นนายกฯ ตั้งฉายาว่าเป็นปลัดประเทศ แต่ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะขณะนั้นระบบราชการแข็งแรง ไม่มีเงื่อนไขทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

แต่ปัจจุบันข้าราชการไม่กล้าทำอะไร กลัวไปหมด เพราะถูกเหมารวมในความผิดที่คตส.ชี้

แม้แต่ครม.เองก็ไม่กล้าตัดสินใจโดยเฉพาะเรื่องที่ขัดแย้งหรือเห็นไม่ตรงกัน เพราะกลัวความผิดแบบเหมารวมเหมือนสมัยที่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณโดน

อย่างเรื่องข้าว หรือรถเมล์ 4 พันคัน เป็นไปได้อย่างไรที่ครม.ซึ่งเป็นหน่วยงานสุดท้ายที่ต้องชี้ขาดกลับไม่กล้าตัดสินใจ ปล่อยให้เรื่องวนเวียนเข้าสู่การพิจารณาและถูกตีกลับไป 3-4 ครั้ง กลายเป็นว่าครม.ดีแต่โยนลูกหรือโยนปัญหาให้ออกไปไกลๆ ตัว

ครม.ไม่ควรโยนลูกไปให้ใคร ถ้าเป็นเรื่องถูกต้องก็ต้องดำเนินการทันที หรือถ้าไม่ชอบมาพากลหรือไม่ถูกต้องก็ต้องตีตกไปเลย ต้องชี้ขาดว่าจะเอาหรือไม่เอาแล้วมีคำอธิบาย ทุกอย่างต้องเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ

ไม่ใช่ไม่กล้าตัดสินใจเพราะตัวเองมีบางโครงการที่ต้องรอผ่านความเห็นชอบจากพรรคอื่นด้วย

ในทางกลับกันถ้ารัฐบาลหรือพรรคประชาธิปัตย์กล้าตัดสินใจแบบฟันธง และมีคำอธิบายว่าประเทศและประชาชนได้ประโยชน์อะไร ถ้าทำได้จริง การเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนจะเลือกกลับเข้ามา เพราะเห็นว่าพรรคนี้มีความมั่นใจในระบอบประชาธิปไตย

แต่ถ้ามัวกลัวว่าตัดสินใจอะไรลงไปแล้วจะเกิดผลกระทบ ทุกอย่างมีเงื่อนไข มีเรื่องการช่วงชิงอำนาจ ช่วงชิงผลประโยชน์ ห่วงอนาคตการเลือกตั้ง

ถ้ายังเป็นอย่างนี้ อย่าไปพูดเรื่องปฏิรูปการเมืองหรือสร้างความสมานฉันท์เลย

เพราะแค่จะบอกสังคมว่าเรากำลังนำพาประเทศไปในทางไหนก็ยังบอกไม่ได้



ปัญหาในพรรคร่วมจะนำไปสู่ความแตกแยกในรัฐบาลหรือไม่

ปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาลมีอยู่แน่นอน เพราะทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมยังมีเงื่อนไขทางการเมืองที่เคยมีและเกิดขึ้นในอดีตเมื่อ 20 ปีมาแล้ว แต่วันนี้ที่มันแย่กว่า เพราะรัฐธรรมนูญ เพราะเงื่อนไขการเป็นรัฐบาลผสม

เห็นได้ชัดอย่างโครงการรถเมล์ 4 พันคัน ยังมีเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ แบ่งเปอร์เซ็นต์ เป็นการเมืองที่เก่ามากๆ

เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้โอกาสนายกฯ อภิสิทธิ์และรัฐบาล เรื่องความตั้งใจถ้าจะให้คะแนนกันต้องได้ A แต่คะแนนวิสัยทัศน์ กรอบการทำงานและการตัดสินใจได้แค่ C

เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น นายกฯ คนนี้ไม่มีแน่นอน จุดนี้ถือเป็นสิ่งบวกที่น่าจะให้กำลังใจ และถ้ารับฟังคนรอบข้างที่มีประสบการณ์ มีวิสัยทัศน์มากกว่านี้ จะดีมากยิ่งขึ้น

ถ้ายังไม่ฟังใคร มั่นใจในตัวเอง แต่ไปติดกับเงื่อนไขทางการเมือง การต่อรองแลกผลประโยชน์ ผมว่าน่าเสียดายและเสียของ

คุณอภิสิทธิ์มีจุดแข็งเรื่องการไม่ทุจริต จับประเด็นเร็ว อธิบายในภาษาที่ทุกคนเข้าใจได้ ถ้าสามารถทำให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตยและการตัดสินใจที่ถูกต้องได้ ผมว่าเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่น่ากลัวมาก

จึงอยากเห็นความเด็ดขาดในการตัดสินใจ การกล้าลงทุนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่การช็อปปิ้งลิสต์



มองแล้วรัฐบาลจะอยู่ครบวาระหรือไม่กับปัญหาขัดแย้งที่มีอยู่

ไม่น่าจะครบ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือความเสื่อมศรัทธาที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว อันเนื่องมาจากการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์

วันนี้เสียหายอย่างมากถ้ารัฐบาลยอมประนีประนอมในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์ลงตัวแล้วยอมทุกอย่าง ประเทศชาติก็จะเสียหายหนัก

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่ต้องพูดถึง อย่าว่าแต่เป็นบุฟเฟต์คาบิเนต อย่างนี้ต้องเรียกว่าเป็นการยึดครัวแล้วแบ่งอาหารในตู้เย็นกันมากกว่า

เพราะมัวแต่กลัวจะแพ้เลือกตั้งทำให้พรรคเพื่อไทยหรือพ.ต.ท.ทักษิณกลับมา จนยอมทำเรื่องที่เสียหายกับประเทศ

ถ้าวันนี้นายกฯ อภิสิทธิ์กล้าตัดงบทหารในเรื่องที่คิดว่าไม่เป็นประโยชน์ หรือโครงการใดที่ยังไม่สมควรทำแม้จะต้องขัดกับพรรคร่วมรัฐบาล แน่นอนว่าอายุรัฐบาลอาจจะอยู่ไม่ยาว แต่การยอมรับของประชาชนจะได้กลับมามากกว่า

ดังนั้น วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งต้องกล้าเป็นผู้นำ สองต้องแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

อยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน



อังคารนี้ไม่มีประชุมครม.เพราะนายกฯมาร์คติดภารกิจเยือนเกาหลีใต้

ครม.เลื่อนประชุมไปวันพุธ เพื่อรอหัวหน้ารัฐบาลกลับมานั่งหัวโต๊ะ

ถือเป็นประชุมครม.นัดระทึกใจ!

เมื่อชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประสานเสียงโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ลูกพรรค

ยืนยันดันเช่ารถเมล์ 4 พันคัน มูลค่า 6 หมื่นกว่าล้านเข้าครม.อีกรอบ

แต่นายกฯรู้ไต๋ชิงเบรกเรียบร้อยก่อนขึ้นเครื่อง

"เฮียจิ้น"แก้หน้า ใช้อำนาจมท.1 ขวางจัดสรรที่ดินให้เช่าไร่ละ 10 บาท

โครงการของถาวร เสนเนียม มท.3 ค่ายประชาธิปัตย์

ขู่ระวังจะพังเหมือนแจกส.ป.ก. ย้อนเกล็ด?

ได้ศักดิ์สยาม ชิดชอบ หัวหน้าสต๊าฟมท.1 ทำหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟัน

แค่ลูก"พ่อชัย"ก็การันตียี่ห้อ แต่นี่ยังเป็น"น้องเนวิน"

สรรพคุณจึงฮ้อแรด!

ภาพสวมกอดเฉลิมชัย ศรีอ่อน วันพาส.ส.ประจวบฯกับเพชรบุรี สวมเสื้อน้ำเงินไปต้อนรับมท. 1

คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซ

เมื่อโปรเจ็กต์หลายหมื่นหลายพันล้าน ทั้งเช่ารถเมล์ ระบายข้าว จำนำข้าวโพด โดนสกัด

อยากรู้อาการภูมิใจไทย ขอให้ดูลีลาเฉลิมชัย ผู้มีสถานะรองหัวหน้าประชาธิปัตย์

ร้องเพลงหิ่งห้อยกับตะวัน วันสัมมนาพรรค

คุยมีส.ส.ในมือมากกว่า 40 เขย่ารูหูผู้จัดการรัฐบาล

นำส.ส.ใส่เสื้อน้ำเงินไปอี๋อ๋อกับพรรคเสื้อน้ำเงิน

ทั้งๆที่รู้พรรคตัวเองกำลังฟัดอยู่

ไม่ต้องขั้นชวน หลีกภัย อภิสิทธิ์ หรือเทพเทือก

ระดับวรัญชัย โชคชนะ ก็ดูออก

YOU คิดอะไรอยู่?

ระดับชวน มาร์ค เทือก ไม่เพียงรู้ดี ยังดูทะลุอีกต่างหาก

ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนอยากเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีพรรครัฐบาลใดอยากเลือกตั้ง

มีอำนาจ อิทธิพล ผลประโยชน์อยู่ดีๆ

ใครจะบ้าจี้งี่เง่าทำตัวเองตกงาน

ถึงจะได้ "หนอน" ช่วยบ่อนไส้ กวนใจ พรรคแกนนำ

ถึงจะอึดอัด ไม่ได้ดั่งใจแค่ไหนก็ต้องทน

ที่สำคัญสารพัดโครงการที่ภูมิใจ(ไทย)นำเสนอ

ชาวบ้านต่างร้องยี้ โห่ไล่กันกระหึ่ม

ที่ผ่านมาขึ้นชื่อลือชา อยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย

แล้วแค่กิน เอ๊ยดันเช่ารถเมล์ไม่ได้

อดตายก็เสียยี่ห้อหมด!?

ขาดทุนก็ต้องยอม

ที่มา เดลินิวส์

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอก ที่ให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน คกก.ระบายสินค้าเกษตร เพิ่มจาก กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อีกแรง ไม่เกี่ยวกับ พรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จากภูมิใจไทย ถูกตีตกม้าตายในโครงการระบายข้าวโพดกับข้าว จนเสถียรภาพชักจะร้าว

เพราะนอกจากโครงการนี้ ยังมีกรณี รถเช่าเอ็นจีวี 4,000 คัน ที่ถูกดองมาแล้ว 4 ครั้งว่า เป็นเรื่องผลประโยชน์ชาติล้วน ๆ แปลว่า มีคนกำลังจะหาผลประโยชน์

ปชป.จึงต้องขวางไว้ ???

นายกฯ บอกในปี 2553 จะไม่รับจำนำสินค้าเกษตรเกินราคาตลาด จะได้ไม่มีปัญหาอย่างเก่าอีก ตอนแรกไม่บอก จะใช้วิธีไหน ล่าสุด บอกแล้ว จะเปลี่ยนเป็น ประกันราคาแทน กลายเป็นหวนกลับสู่ยุค 20 กว่าปีที่แล้ว ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคม ใช้นโยบายหาเสียง รับประกันราคาข้าว

18 เสียง ได้เป็นรัฐบาล

ยุค พ.ศ. นี้ ปชป. จะตามอย่างอีก เหมือนตอนรัฐบาลแม้ว ประกาศจะทำราคายางให้ได้กก.ละ 1 ดอลลาร์ (39-40 บาท) ปรากฏว่า ปชป. ด่าเละ ชี้หน้าว่า ราคาคุย ทำไม่ได้ ต้องลาออกไป

แต่ รมต.ยุคนั้น ไม่ได้งอมืองอเท้า ดอดเจรจากับมาเลเซีย อินโดนีเซีย จับมือเซ็นสัญญาตั้งบรรษัทค้ายางสำเร็จเป็นครั้งแรก 3 ยักษ์ใหญ่นี้ ครองส่วนแบ่งตลาดมากสุดในโลก ทำให้กำหนดราคาขายได้ ยางก็ทะลุไป 1 ดอลลาร์ (35 บาท) จากเดิมไม่เคยเกิน 20 บาท นับจากนั้น ก็ไม่เคยต่ำกว่า 40 บาท 100 บาทก็ยังมี

ปชป. ก็ไม่ได้ให้เครดิต กลับบอก ขึ้นตามราคาตลาดโลก

ขณะที่ตอนนี้ยังไม่เห็นแนวคิดหรือแนวการบริหารจัดการสินค้าเกษตรจากนายกฯ เลย นอกจาก เอาวิธีล้าสมัยกลับมาใช้อีก ทั้งที่การรับจำนำ ก็ไม่ต่างจากประกันราคาเลย แต่ใช้เงินน้อยกว่า ปลอดภัยกว่า ไม่ต้องเสี่ยงถูก องค์การการค้าโลก เฉ่งปี๋ว่า อุดหนุนสินค้าเกษตร แล้วเล่นงานเรา

ยุทธศาสตร์ถูกต้อง อยู่ที่ยุทธวิธี ต้องโปร่งใส อย่าร่วมงาบด้วย เท่านั้นแหละ

เรื่องประมูลข้าวโพด 4.4 แสนตัน หรือข้าว 2 ล้านตัน คนเชื่อว่า มีกินตามน้ำ คิดตื้น ๆเอาตันละแค่ 20 เหรียญ 2 ล้านตันก็ 40 ล้านเหรียญ ขี้หมูขี้หมาก็ได้ 1,400 ล้านแล้ว แต่การแก้ปัญหา ไม่ใช่คิดได้แค่ ห้ามขายราคาต่ำ เด็ก ป.4 ยังรู้ ทำไม่ได้

ก็ข้าวเปลือก 8,000 บาท แต่รับจำนำไว้ 1.3 หมื่นต่อเกวียน สูงกว่าเกือบเท่าตัว พ่อค้าหน้าโง่ที่ไหนจะซื้อในราคาสูง ยิ่งตอนนี้ข้าวไม่ใช่ทองคำ สำคัญ หากข้าวเต็มสต๊อก ข้าวนาปรังหลายสิบล้านตันที่จะตามมา จะทำยังไง

หรือจะเอาแบบ ปชป. ตอนคุมกระ ทรวงพาณิชย์ ที่ปรึกษา “ป๋า” ไปขอให้ รมต. ขายข้าวออกไปเถอะ เพราะยิ่งเก็บ ราคาจะยิ่งตก ต้องระบายออกไป เพื่อซื้อของใหม่เข้าสต๊อก ขายได้ราคาต่ำ ดีกว่าไม่ได้เงินเลย

แต่คำตอบคือ เรื่องอะไรจะขาย ขืนขายได้ราคาต่ำ ก็ต้องพลอยมารับผิดชอบด้วยสิ เลยเก็บไว้จนข้าวแข็งปาหัวหมาได้ พอ รมต. คนนั้นพ้นหน้าที่ คนใหม่มา ก็ต้องขายอยู่ดี แต่ในราคาถูกกว่าเดิมอีกหลายเท่า

นี่แหละ วิธีคิด วิธีแก้ปัญหาของ ปชป. ???

ทีตอนเป็นรัฐบาลเอาเงิน 1.3 ล้านล้านบาทไปอุ้มสถาบันการเงิน ยังทำได้เลย ทั้งที่พวกนี้ล้มบนฟูก แต่คนไทยต้องแบกหนี้หลังอาน แล้วทำไมชาวไร่ชาวนาที่เป็นกระดูกสัน หลังของชาติ จะทุ่มเงิน “อุ้ม” กันบ้างไม่ได้

โดยเฉพาะชาวนา หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ปลูกข้าวให้คนไทยกินทั้งชาติ เท่าไหร่ก็ต้องทุ่มลงไป.

ดาวประกายพรึก

เมล์ฉาวเข้าครม.แน่-ยันไม่ถอนตัวพรรคร่วม

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_10266

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

รมว.คมนาคม หารือ รองนายกฯ​สุเทพ ยืนยันจะมีการบรรจุวาระเข้าที่ประชุม ครม.​พรุ่งนี้ แต่ต้องหารือในรายละเอียดกับ นายกฯก่อน หากไม่นำเข้า ก็​ต้องพิจารณาเหตุผลเหมาะสมหรือไม่ ...

วันนี้ (2 มิ.ย.) นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการบรรจุโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน เข้าเป็นวาระที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 3 มิ.ย. ว่า ในวันที่ 3 มิ.ย.ว่า ภายหลังจากที่ได้ไปหารือกับนายสุเทพ แล้วสรุปสาระ ว่า จะมีการบรรจุ วาระดังกล่าวเข้าอยู่ในวาระพิจารณาอย่างแน่นอน แต่นายสุเทพ ได้แจ้งต่อว่า ก่อนที่จะพิจารณาในรายละเอียดว่าจะมีการอนุมัติ หรือไม่อนุมัติในโครงการนี้จะต้องมีการหารือในรายละเอียด กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อีกครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้า ครม.จริง เหมือนกับที่หลายฝ่ายได้มีการคาดการณ์กัน ก็คงจะต้องมาดูในรายละเอียดเหตุผลก่อนว่า ทำไมถึงไม่เข้า หากสมเหตุสมผลตนก็มองว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไม่เข้า ครม.แล้ว จะส่งผลกระทบทางการเมือง โดยถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า จะถอนไปทำไม เพราะยังอยากเป็นรัฐบาลอยู่ และสีก็ยังทนได้ นายโสภณ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่ในขณะนี้โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันได้ เป็นเรื่องทางการเมืองไปแล้ว ซึ่งหาก ครม.อนุมัติโครงการนี้ คนที่คัดค้านก็มองว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณพรรคภูมิใจไทย ซึ่งน่าเสียดายที่คนไม่ได้มองเนื้อหาของงานจริง ๆ ว่าเป็นผลดีต่อองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

'เราไม่แคร์ว่าโครงการจะผ่านเพราะอะไร เพราะที่ผ่านมาเรายืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง และการปรับลดตัวเลขมูลค่าโครงการลงจากเดิม 67,992.20 ล้านบาท ล่าสุดเหลือ 64,853 ล้านบาทนั้น เป็นการปรับตามข้อเท็จจริงตามหนังสือของสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ที่ทำหนังสือยืนยันเรื่องอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอล์อาร์ที่ 6.725% ไม่ได้บวก 3 เหมือนก่อนหน้านี้ ส่วนเมื่อเปิดประมูลแล้วจะมีผู้มาลงทุนหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง' นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ กล่าวอีกว่า ในอนาคตจะไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องรายละเอียดแล้ว แต่จะพูดเฉพาะเรื่องหลักการและนโยบายเท่านั้น ส่วนเรื่องรายละเอียดของโครงการนั้นจะให้ฝ่ายปฏิบัติ ซึ่งก็คือกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. เป็นคนพูดเอง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาว่าได้ว่าเอาข้อมูลของ ขสมก.ออกมาพูด และให้สัมภาษณ์ ส่วนเรื่องรายได้นั้น ในการศึกษาความเป็นไปได้ นั้นโครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ ๆ และหากแย่ที่สุดก็จะไม่ขาดทุนมากเหมือนอย่างปัจจุบันแน่นอน เพราะในอดีตเราต้องจ่ายค่าพนักงานเก็บตั๋วเฉลี่ยวันละ 1,000 บาท ต่อคนต่อวัน เพราะมีเปอร์เซ็นต์ ด้วยแต่หากใช้อี-ติกเก็ต ก็จะลดต้นทุนการเก็บตั๋วเหลือ 150 บาทต่อคันต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้ จากการปรับปรุงเส้นทางนั้นก็จะเชิญชวนให้ผู้ใช้รถส่วนตัวมาใช้บริการมากขึ้นอย่างน้อย 10% ของผู้ที่ใช้รถส่วนตัวในปัจจุบันที่มีอยู่วันละ 6 ล้านคัน ขณะที่ได้มีการศึกษาอีกว่า ล่าสุดที่มีโครงการรถเมล์ฟรีนั้น พบว่าคนยังขึ้นรถร้อนและรถเย็นเฉลี่ยวันละ 250 คน ซึ่งโครงการก็มีความเป็นไปได้เรื่องรายได้แน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวเลขประมาณการค่าเช่ารถเมล์ 4,000 คัน ล่าสุด หลังจากที่ สบน. ได้ทำหนังสือมาให้กระทรวงคมนาคมนั้น ได้มีการปรับลดมูลค่าโครงการใหม่จากเดิม 67,992.20 ล้านบาท เหลือ 64,853.20 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ค่าเช่ารถ 1,885 บาทต่อคันต่อวัน ค่าซ่อมคงเดิมที่ 2,250 บาทต่อคันต่อวัน ค่าอี-ติกเก็ต จีพีเอส 139 บาทต่อคันต่อวัน ค่าประกันภัย 31 บาทต่อคันต่อวัน ค่าภาษี 8 บาทต่อคันต่อวัน และค่าใช้จ่ายบริหารจัดการ 129 บาทต่อคันต่อวัน ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมต่อคันต่อวันอยู่ที่ 4,442 บาท

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 30 พ.ค. - 5 มิ.ย. 2552

ที่มา ประชาไท


ย้อนความทรงจำกับ ดญ. ลีออง




ตอนเด็กๆ หนูตัวเล็กนิดเดียวเอง


นอนในตะกร้า (ด้วยแววตา...ส่อแววร้าย)


แต่ถ้าได้เล่นถูกใจ หนูก็อารมณ์ดี๊ดี


ยิ้มแบบนี้ได้ทั้งวัน


ส่วนกับพี่โด้นั้น หนูก็ป่วนเค้ามาตั้งนานแล้วแหละ




ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 2 ดาบ มักหมายถึงการเตือนให้ระวังการสื่อสารที่ผิดพลาด การปรับความเข้าใจกันไม่ได้ บางครั้งแสดงถึงคนที่พยายามปกป้องตัวเองในรูปแบบต่างๆ แต่ยิ่งนำไปสู่ปัญหาหรือข้อพิพาทกว่าเดิม

ความรัก ความสัมพันธ์ 10 เหรียญ การวางแผนในเรื่องทรัพย์สิน หรืออนาคตทางการเงินร่วมกัน หมายถึงการได้คู่ครองเป็นคนมีฐานะ การใช้จ่ายหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางใดทางหนึ่งต่อกันก็ได้

สถานการณ์การเงิน 9 ดาบ ไม่ค่อยสบายใจนัก อาจถึงระดับความกลัดกลุ้มกังวล มีปัญหาให้กลุ้มใจ เครียด ปวดหัว นอนไม่หลับ สารพัดจะจิตตกไปต่างๆ นานา แม้ว่าสถานการณ์จริงไม่ได้วิกฤติเสียหน่อย

ธุรกิจ การงาน 5 คทา การร่วมงานกับคนหมู่มากจะเกิดปัญหา การร่วมแรงร่วมใจเป็นสิ่งเกิดขึ้นได้ยาก มีความเห็นแตกต่าง มีคนคอยขัดแย้งทัดทานกัน หากต้องการข้อสรุปร่วมกัน ยากจริงๆ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 3 ถ้วย ความรื่นเริงที่มีอายุสั้น ความสุขชั่วคราว มิตรภาพฉาบฉวย


คำแนะนำพิเศษ The Chariot ยึดมั่นต่อเป้าหมายที่คุณต้องการไว้ อย่าเถลไถลนักเลย




ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 1 เหรียญ อาจมีช่องทางใหม่ๆ ด้านการเงิน การเริ่มต้นใหม่ การลงทุนหรือริเริ่มกิจการที่ใช้ทุนพอสมควร แต่มีแนวโน้มที่ดี

ความรัก ความสัมพันธ์ Strength ความสัมพันธ์อาจมีกฎระเบียบหรือการควบคุมกันอยู่ในที บางครั้งหมายถึงคู่รักที่เฉือนเหลี่ยมเฉือนคมกันอยู่ ง่ายๆ คือเป็นคู่ต่อสู้ (ในศึกรัก) ที่กินกันไม่ลง แต่ก็หมายถึงคนโสดที่มีความสุขในตัวเองด้วยค่ะ

สถานการณ์การเงิน 4 คทา คุณน่าจะมีการงานที่มั่นคง หรือมีเสถียรภาพทางการเงินพอสมควร มีหุ้นส่วนที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนกันอยู่ การทำธุรกิจใดๆ มีความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง

ธุรกิจ การงาน 2 เหรียญ อาจมีปัญหาความวุ่นวายหลายอย่าง ทำให้คุณต้องแก้เกมเฉพาะหน้าอยู่เกือบตลอดเวลา ปัญหาหน้างานเกิดได้ทุกเมื่อ ต้องใช้ไหวพริบในการพลิกแพลงแก้ไข

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชาเหรียญ ปัญหาทางการเงิน หรือความสัมพันธ์กับผู้ที่ถือเงินก้อนใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญต่อคุณ


คำแนะนำพิเศษ 8 ถ้วย หากพบเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้จริงๆ จำต้องปลีกตัวออกห่างสักระยะ หรือยอมรับความผิดหวังนี้ไปก่อน ใจเย็นและอดทน ดูแลจิตใจตัวเองให้ดี สถานการณ์อาจยืดเยื้อพักหนึ่ง แต่จะดีขึ้นแน่ในลำดับต่อไป




ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ อัศวินเหรียญ การจัดสรรเงิน การพบปะสมาคมกับคนที่มีหัวทางการค้า ธุรกิจ การมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติม

สถานการณ์การเงิน 1 คทา คุณอาจมีงานใหม่เข้ามา หรือมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ บางคนได้รับผิดชอบงานใหม่ มีความหวังและอนาคตที่ดี

ความรัก ความสัมพันธ์ The Star บางคู่รักอาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์มาเป็นเพื่อน แต่ก็ยังมอบสิ่งดีๆ ต่อกัน มักหมายถึงความรักและความสัมพันธ์ที่สงบร่มเย็น กัลยาณมิตร คนที่จิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น

ธุรกิจ การงาน Wheel of Fortune หากก่อนหน้านี้คุณเจอปัญหาหลายอย่าง เจอวิกฤติ เจอสัญญาณเตือนภัย ในสัปดาห์นี้สิ่งต่างๆ จะกลับพลิกฟื้นดีขึ้น งานที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว มรดก อสังหาริมทรัพย์ จะให้ผลดี

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Death การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่อาจหมายถึงการจบลง การสิ้นสุด หรือตัดขาดจากกัน ดูแลสุขภาพบุคคลที่รักด้วยค่ะ


คำแนะนำพิเศษ 9 คทา คุณอาจมีความลังเลใจในหลายเรื่อง หรืออยู่กับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์มากมาย แต่ในเวลาที่ยังทำอะไรไม่ได้มาก ก็คงต้องใจเย็น ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ในบางคนเป็นการเตือนว่าอย่าหวงงานไว้ทำคนเดียวมากเกินไปด้วย




ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ มหาดเล็กเหรียญ อาจมีรายได้ใหม่เข้ามา ข่าวดี หรือช่องทางดีๆ เกี่ยวกับการเงิน การได้ผู้ช่วยเหลือกิจการเป็นเด็ก คนอายุน้อยกว่า ซึ่งนำโชคลาภมาให้

ความรัก ความสัมพันธ์ มหาดเล็กคทา อาจมีการเริ่มต้นจัดการชีวิตอีกครั้ง หมายถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ คนรักหรือความรัก มีสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ ต้องเพิ่มเติมทักษะ เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นที่สุด

สถานการณ์การเงิน ราชาดาบ อาจมีเรื่องให้ต้องใช้ความเด็ดขาด การตัดสินใจ ปัญหาหรือข้อขลุกขลักทางการเงินเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าสัมพันธ์กับผู้ที่มีอำนาจกว่ายิ่งต้องระวังให้มาก

ธุรกิจ การงาน The Devil อาจต้องอยู่กับงานบางอย่างยาวนาน ทำในสิ่งซ้ำซากจำเจ หรือถูกผูกมัดด้วยเงื่อนไขบางประการ ในบางคนอาจหมายถึงการทำงานด้วยความโลภ กิเลสตัณหา หมายถึงงานที่ไม่มีความสุขทางใจ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The World เกี่ยวกับครอบครัวหรือชีวิตสมรส การพยายามยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ไปเสียผิดทาง


คำแนะนำพิเศษ 1 ถ้วย คุณมีหลายอย่างเป็นทุนรอนในชีวิต มีความมั่งคั่ง บริบูรณ์ สมบูรณ์พูนสุข แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ได้ดีแค่ไหน หรือปล่อยให้มันเปล่าเปลืองหมดไป




ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 3 คทา การพบปะผู้คนนอกแวดวงเดิมออกไป การเดินทาง การประสานงาน การติดต่อธุรกิจ โอกาสทางการงานที่ก้าวหน้าออกไปอีกขั้น

ความรัก ความสัมพันธ์ The Fool อาจมีความสัมพันธ์กับคนใหม่ๆ หรือคนที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้ หมายถึงความสัมพันธ์ใหม่ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่อาจสรุปผลได้ ต้องดูกันไปอีกนาน

สถานการณ์การเงิน ราชินีถ้วย มักได้ค่าตอบแทนจากงานที่ทำด้วยความรัก งานศิลปะ หรือสิ่งที่ทำแล้วจิตใจเป็นสุข แต่ในเวลาเดียวกัน อาจแสดงถึงคนที่อ่อนไหวอย่างยิ่งในเรื่องเงิน ไม่พอใจในเงินที่มีอยู่ แต่ก็ไม่แสดงออกให้ใครเห็น

ธุรกิจ การงาน มหาดเล็กถ้วย อาจได้เริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองรัก หรือมีโอกาสจับงานซึ่งเป็นสุข มีความพึงพอใจ รวมถึงการร่วมงานกับคนอายุน้อยกว่า คนในวัยหนุ่มสาว งานที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่น

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อัศวินถ้วย อารมณ์ของตัวคุณเอง อย่างที่บางทีเขาว่ากันว่า “อารมณ์ศิลปิน”


คำแนะนำพิเศษ 4 ถ้วย คุณมีสิ่งที่ไม่ค่อยพึงพอใจในเวลานี้ มีสิ่งที่รอให้เลือกหรือตัดสินใจ แต่ก็ไม่สามารถตกลงใจได้แน่นอน ไพ่กำลังบอกว่า คิดให้ดี ตัดสินใจเสียทีดีกว่ามั้ย




ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 5 ถ้วย ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คุณเสียใจ เรื่องที่ผิดพลาด การเสียกำลังใจ หรือแม้แต่การใช้จ่ายไปกับสิ่งที่นำความผิดหวังมาให้

ความรัก ความสัมพันธ์ 7 คทา ต้องสู้อีกมากพอสมควร อาจเป็นเรื่องราวระหว่างกัน มีความขัดแย้งอยู่ในที หรือทั้งสองฝ่ายต่างมีปัญหาของตัวเอง ต้องสู้และดิ้นรน เหนื่อยมากในช่วงนี้

สถานการณ์การเงิน 6 คทา หากคุณรอคอยอะไรอยู่ จะได้ในเร็วๆ นี้ (หมายถึงที่เกี่ยวข้องกับการเงินนะคะ) อาจเป็นผลลัพธ์ ผลสำเร็จ หรือค่าตอบแทนที่ค้างคามานาน แต่ถ้าหากเพิ่งเริ่มทำอะไรในช่วงนี้ ทำใจได้เลยว่าต้องรอ

ธุรกิจ การงาน The High Priestess ใครที่ทำงานศิลปะ หรือใช้อารมณ์ ใช้สัญชาตญาณในการทำงาน ถือว่าเป็นไพ่ที่ช่วยส่งเสริมดวงชะตาอย่างมาก แต่ถ้าไม่ใช่ มักหมายถึงคำแนะนำให้หาผู้ช่วย หรือคนกลางที่จะพาไปสู่ความสำเร็จ มักหมายถึงคนฉลาดเฉลียว มีไหวพริบที่ดี

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Moon ความกังวลอย่างมาก การมองสถานการณ์รอบด้านไม่ออก


คำแนะนำพิเศษ The Empress เหมือนการปลูกพืช จะเก็บเกี่ยวได้ก็ต้องรอเวลา รอฤดูกาลของสิ่งนั้นๆ หมายถึงการขอให้อดทนต่อสิ่งที่ยังมองไม่เห็นในเวลานี้ เวลาที่คุณลงแรงลงใจกับชีวิตตัวเอง โดยเฉพาะการวางรากฐานครอบครัวให้เป็นปึกแผ่น




ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
10 ถ้วย ความสุขในครัวเรือน ความเข้าใจของคนในบ้าน ช่วงเวลาดีๆ ของคู่รักคู่สมรส การได้รับแรงสนับสนุนจากญาติมิตรเพื่อนฝูง

ความรัก ความสัมพันธ์ The Hanged Man มีบางเรื่องที่อาจเป็นตะกอนตกลึกอยู่ในภายใน และพร้อมจะขุ่นมัวได้ทุกเมื่อ มีปัญหาที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่ มีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นได้ ระวังความซึมเศร้า การสูญเสียที่ไม่เต็มใจ

สถานการณ์การเงิน The Sun น่าจะแสดงความยินดีได้นะคะ เพราะไพ่ใบนี้มักแสดงถึงสถานการณ์ที่ดีอย่างมาก การแก้ไขอุปสรรคทางการเงิน การได้เงินก้อนใหญ่ หรือแม้เป็นก้อนเล็ก แต่ก็สร้างความรื่นเริงเบิกบานใจ ปัญหาที่จะแก้ไขได้แล้ว

ธุรกิจ การงาน ราชินีเหรียญ อาจได้เงินก้อนใหญ่เข้ามา หรือมีผู้เข้ามาช่วยเหลือปัดเป่าปัญหาทางการเงิน ได้หุ้นส่วนมีฐานะ มีการจัดการที่ดี

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 2 ถ้วย ความรักและคนรัก ความรู้สึกของคุณเอง


คำแนะนำพิเศษ 6 ดาบ ข่าวดีค่ะ ปัญหาต่างๆ จะค่อยๆ ทยอยห่างออกไป สิ่งที่เคยยืดเยื้อคาราคาซังจะกลับมาสรุปได้แล้ว หากรออะไรอยู่ อีกไม่นานจะสมหวังแล้วล่ะ




ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 10 คทา งานที่หนัก ภาระความรับผิดชอบเต็มหลังไหล่ ระวังการพักผ่อนไม่เพียงพอด้วยค่ะ

ความรัก ความสัมพันธ์ 7 เหรียญ คุณกับคู่รัก อาจมีประสบการณ์สำคัญบางอย่างร่วมกันมา มีการวางแผนอนาคตร่วมกัน การเก็บออมในเชิงเศรษฐกิจ แต่ชีวิตยังไม่จบอยู่แค่นี้ ยังต้องมองไปข้างหน้า และใช้ประโยชน์จากอดีตให้มาก

สถานการณ์การเงิน Temperance มักมีเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้น สิ่งที่หวังไม่ได้ สิ่งที่ได้ไม่หวัง – ประมาณนี้ อย่างไรก็ตาม ไพ่ในตำแหน่งนี้มักเตือนถึงความสมดุล ความรอบคอบ การจัดการทางการเงินเพื่อไม่ให้ตัวเองซวดเซมากไปกว่านี้ การใช้จ่ายตามเงินจริงในกระเป๋า

ธุรกิจ การงาน 6 ถ้วย อาจได้ร่วมงานเพื่อนเก่า ทำงานในลักษณะเดิม จิตกระหวัดถึงประสบการณ์ครั้งอดีต ในบางตำรากล่าวถึงความสัมพันธ์กับเด็ก คนอายุน้อย การหวนกลับไปทำงานที่เดิม

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 7 ถ้วย ความฝันที่สวยหรู ภาพลวงตาซึ่งก็รู้อยู่ว่าไม่เป็นจริง (แต่ยังดันทุรังไขว่คว้า)


คำแนะนำพิเศษ
2 คทา หุ้นส่วนหรือผู้ร่วมงานที่สำคัญของคุณ กำลังสำคัญในชีวิต ความสอดคล้องและสิ่งที่เกื้อหนุนกันอยู่ มีความสำคัญมาก




ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 8 คทา หากเป็นเจ้าของธุรกิจ ถือเป็นข่าวดี เพราะมักมีคำสั่งซื้อเข้ามา หรือมีโอกาสในการขยายกิจการ แต่ถ้าเป็นลูกจ้างพนักงาน – เหนื่อยสิคะ

ความรัก ความสัมพันธ์ The Magician ความสัมพันธ์กับคนที่ฉลาดเฉลียว ให้ความรู้สึกตื่นเต้นกระตือรือร้น การแก้ไขสถานการณ์ด้วยไหวพริบ ได้พบคนมีชีวิตชีวา

สถานการณ์การเงิน 6 เหรียญ หากมีปัญหาจะได้รับการช่วยเหลือ การใช้เครดิตต่างๆ เป็นไปด้วยดี แต่หากคุณได้รับสิ่งดีๆ จากผู้อื่น อย่าลืม “ให้” กลับไปบ้าง

ธุรกิจ การงาน อัศวินดาบ ยังมีปัญหาหนักให้เจอ ต้องสู้ ต้องอดทน บางครั้งหมดเวลาของการตั้งรับอย่างเดียว ต้องรุกออกไปข้างหน้า แก้ปัญหาด้วยแรงใจแรงกายให้เต็มที่

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 8 ดาบ ระวังเรื่องที่คุณไม่ได้ก่อ แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาจากคนหมู่มาก


คำแนะนำพิเศษ 10 ดาบ ดูท่าว่าคุณจะเจอปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกแบบง่ายๆ ว่าคราวเคราะห์นั่นเอง และเช่นเคยค่ะ ไพ่ใบนี้ มักบอกสั้นๆ ว่า “ทำใจและมีสติเข้าไว้”




ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ ราชินีคทา การทำงานร่วมกับคนเก่ง หรือเป็นคุณเองที่ได้ใช้ศักยภาพเต็มที่ มีผู้เห็นความสามารถ จัดการสิ่งต่างๆ ได้ลุล่วงดี

ความรัก ความสัมพันธ์ The Tower อาจมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น สิ่งที่สั่นสะเทือนความรู้สึกนึกคิดคุณ เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่จะดีหรือร้ายก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะบางเรื่องร้ายก่อนแล้วให้ผลดีทีหลัง

สถานการณ์การเงิน The Hierophant หากคุณประสบปัญหา จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้อาวุโส หรือคนที่มีประสบการณ์มามากกว่า อาจให้ข้อคิด คำแนะนำ หรือลงมือช่วยอย่างเป็นรูปธรรมก็ได้ แต่คำเตือนคือ เมื่อได้ไพ่ใบนี้อย่าเล่นการพนัน

ธุรกิจ การงาน 9 ถ้วย มีวาระซ่อนเร้นในการทำงาน หรือกำลังร่วมงานกับคนที่เข้าใจยาก แต่ก็ไม่แน่ อาจหมายถึงตัวคุณเองที่มีโลกส่วนตัวสูง ซุกซ่อนความรู้สึกเบื่อหน่ายไว้ในใบหน้ายิ้มระรื่น ?!?

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Emperor การเกี่ยวข้องกับผู้มีตำแหน่งสูง เจ้าหน้าที่รัฐ นักปกครอง การใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม


คำแนะนำพิเศษ ราชาคทา จัดการสิ่งต่างๆ ให้เต็มประสิทธิภาพของคุณ



ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Justice การลงนามในเอกสารสำคัญ การเกี่ยวพันกับรัฐ ราชการ บางครั้งหมายถึงการขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การทำสิ่งต่างๆ ด้วยความรอบคอบอย่างมาก

ความรัก ความสัมพันธ์ 9 เหรียญ มักหมายถึงคู่รักที่คบหากันมายาวนาน ทั้งคู่หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีฐานะดี ให้การสนับสนุนเกื้อกูลกัน บางครั้งอยู่ในช่วงอยากหาเวลาพักผ่อน มอบสิ่งดีๆ ต่อกัน

สถานการณ์การเงิน 3 ดาบ มีเรื่องไม่ค่อยสบอารมณ์ เกิดได้ทั้งรายรับหรือรายจ่าย การเงินไม่ราบรื่น หากสัมพันธ์กับคนเจ้าอารมณ์ยิ่งต้องระวังให้มาก

ธุรกิจ การงาน อัศวินคทา มีลู่ทางที่ดีเกิดขึ้น มีความกระตือรือร้นที่จะมุ่งไปข้างหน้า การทำกิจการใดต้องใช้ความกระฉับกระเฉงอย่างมาก

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชินีดาบ ปัญหากับคนที่ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ คนใจแข็ง – เขี้ยวคมกริบ อีกอย่างคือเรื่องที่จำต้องใช้ความเด็ดขาดในการตัดสินใจ


คำแนะนำพิเศษ 1 ดาบ สู้ต่อไปแล้วคุณจะได้ชัยชนะ (ถ้าไม่ตายเสียก่อน :))




ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ มหาดเล็กดาบ อาจมีข่าวร้าย ข่าวลือ เรื่องไม่สู้ดีลอยมาเข้าหูเรื่อยๆ ในช่วงนี้ สถานการณ์รอบตัวดูปั่นป่วนพิกล ต้องใช้ความเข้มแข็งให้มาก

ความรัก ความสัมพันธ์ The Lovers มีเรื่องให้ต้องเลือกและตัดสินใจ แต่จะเป็นการตกลงใจคบหา หรือเพื่อการหย่าร้าง แยกทาง ก็มีแต่คุณแหละนะที่จะรู้ แม้แต่ในระหว่างความรักราบรื่น ก็ยังมีเรื่องให้คิดมากอยู่

สถานการณ์การเงิน ราชาถ้วย ไม่มีปัญหาค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณก็มีเงินพอสำหรับใช้จ่ายทุกอย่าง

ธุรกิจ การงาน 3 เหรียญ จะมีงานพิเศษเข้ามา หรืองานง่ายๆ ทำสบายๆ ได้ค่าตอบแทนงาม บางคนมีเพื่อนฝูงหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 7 ดาบ ระวังข้าวของสูญหาย การเสื่อมเสียชื่อเสียง การจำใจปลีกตัวหลบหนีออกจากบางสถานการณ์เพราะไม่มีทางอื่นที่ดีกว่านี้


คำแนะนำพิเศษ
5 ดาบ คุณอาจต้องพบกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่ทำให้ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ชั่วขณะ อาจเป็นเงื่อนไขที่ไม่เต็มใจ แต่เลี่ยงไม่ได้ ก็รอดูท่าทีไปก่อน รักษาตัวรักษาใจไว้

Vote No หรือ No Vote มีประโยชน์หรือมีโทษอย่างไร

ที่มา thaifreenews

เขียนโดย Bugbunny
วันอังคารที่ 02 มิถุนายน 2009 เวลา 15:36 น.
altผม เขียนบทความนี้ไว้ตั้งแต่เช้าวันที่ 28 พค.52 หรือวันที่เริ่มเปิดประเด็นโต้แย้งเรื่องนี้วันแรก แต่เผยแพร่ที่ห้องรัก ฯ ของประชาไทเท่านั้น เพราะไม่อยากเข้าร่วมความขัดแย้งกันระหว่างผู้ชื่นชมศรัทธากับผู้ไม่เห็น ด้วยกับเจ้าของเรื่อง Vote No เป็นความเห็นที่มองผลที่จะเกิดขึ้นทั้งระยะสั้นและอาจเกิดขึ้นในระยะยาว มากกว่าการโต้แย้งทางทฤษฎี เพราะในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น ผมมักเป็น Pragmatist มากกว่า Idealist เป็นพวกลงมือก้มหน้าก้มตาทำงานมาตั้งแต่ก่อน 19 กันยา พยายามห่างจากเรื่องขัดแย้งต่าง ๆ นอกจากรับไม่ไหวจริง ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ส่วนรวมเดินหน้า ผมมีความเห็นอย่างนี้นะครับ


" มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ คงเข้าใจกันได้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกันทุกเรื่อง ผมขอมองในทางปฏิบัติสำหรับสถานการณ์ใกล้ ๆ นี้มากกว่า ไม่ใช่ทฤษฎีอำนาจอธิปไตยหรือหลักการใด ๆ เพราะตามตำราไม่ว่าเล่มไหนก็คงคล้าย ๆ กันในทางปรัชญาและแนวความคิด ที่ถ้าจะให้บรรลุสัมบูรณภาพ (Ultimate Reality) มันต้องมีการปฏิบัติ และเมื่อลงมือปฏิบัติกันแล้ว ก็ยังไม่เคยมีรูปธรรมใดเกิดขึ้นเลยว่าจะบรรลุสัมบูรณภาพนั้น ๆ ได้จริง เพียงแต่เข้าไปใกล้มากที่สุดนี่ก็เป็นกุศลแก่ชีวิตยิ่งแล้ว
อ่านต่อ และ แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่


ผม เห็นว่าสิ่งที่น่ากังวลหากมีการโหวตโนเกิดขึ้นก็คือ ทีมภูมิใจไทยมีสิทธิกวาดที่นั่งในอีสานและเหนือบางส่วนไปเกือบหมด จะเป็นพรรคที่ได้ประโยชน์อย่างยิ่งจากการโหวตโนหรือการไม่ไปลงคะแนน เพราะคะแนนเสียงดั้งเดิมสมัยได้เป็น สส.พปช.นั้น ต้องยอมรับว่ามาจากทั้งตัวผู้สมัครที่เป็นคนดั้งเดิมในท้องถิ่นและกระแส ทักษิณผสมผสานกัน ชัยชนะแบบล้างบางเหนืออีสานครั้งนั้นไม่ใช่กระแสทักษิณอย่างเดียว พวก สส.ภูมิใจไทยวันนี้ก็เข้าไประดมหาเสียงด้วยการชูทักษิณเพิ่มน้ำหนักเรื่อง นี้เข้าไปอีกด้วย ถ้าเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่มีการต่อสู้โดยพรรคที่ใช้กระแสทักษิณเป็นธงนำใน การเลือกตั้งเข้าร่วมแข่งขันเลย หรือเข้าร่วมแล้วคนเสื้อแดงไม่โหวตให้ ภูมิใจไทยก็จะได้ไปเต็ม ๆ แทน เพราะมุ้งที่เคยอยู่กับ พปช. จำนวนหนึ่งตอนนี้ไปอยู่กับภูมิใจไทย ผมมองอย่างนี้เพราะการลงสมัครในภูมิภาคนั้น มิตรเพื่อนและคนใกล้ชิดสำคัญมาก ไม่ใช่กระแสการเมืองอย่างเดียว สื่อมวลชนสะอึกมาเยอะแล้ว เพราะคิดว่าคนภูมิภาคอ่านหนังสือพิมพ์ดูทีวีแล้วจะเปลี่ยนใจ แต่ระหว่างสองอย่างนั้นกับคนในสังคมเดียวกัน ประชาชนในภูมิภาคเชื่อถือคนใกล้ชิดในสังคมของเขามากกว่า

ผม ยอมรับว่าเป็นความจริงที่ฝ่ายประชาชนนั้นยากที่จะได้ยึดกุมอำนาจรัฐ เพราะพวกเขากุมอำนาจรบอยู่ แต่ถ้าปล่อยให้ฝ่ายเขาเข้ายึดกุมรัฐสภาแบบเบ็ดเสร็จแถมให้อีกอย่างหนึ่ง ก็เท่ากับเป็นการยื่นความชอบธรรมตามหลักการประชาธิปไตยในระดับนานาชาติรวม ทั้งภายในประเทศให้เขาไปทั้งหมด เราก็จะไม่ได้ต่อสู้ในสภาแสดงว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยกับเขา เพราะ สส.ในสภา(ที่ไม่มี สส.เราเพราะโนโหวต)นั้น เขาก็จะอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งและเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ด้วย เพราะเราไม่ไปโหวต สส พวกเรากันเอง สิ่งที่พวกเขาจะได้รับก็คือความชอบธรรมและทำถูกกฎหมายด้วยเสียงข้างมากใน รัฐสภา ก็ไม่มีใครในโลกไปว่าเขาได้เลย

ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือการ เลือกตั้งยุคเกรียงศักดิ์หลังล้มรัฐบาลหอย มีคนไปเลือกตั้งน้อยมากเพราะไม่ยอมรับการเลือกตั้งในครั้งนั้น ประท้วงข้อจำกัดที่ลูกต่างด้าวต้องจบปริญญาจึงจะไปเลือกตั้งได้ ก็เลยบอยคอตกันไปหมด หลายคนจบปริญญาก็ไม่ไปเลือกเพราะไปก็เสียเวลาเปล่า รู้ ๆ กันอยู่ว่าเลือกไปพวกทหารก็ต้องมาเป็นนายก เสียเวลาไปเลือก ผลก็คือพวกเขากุมความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาลจนกระทั่งตั้งเปรมมาเป็นนายกยาว เหยียดและได้รับการยอมรับด้วย ภาคประชาชนก็ทำอะไรเขาไม่ได้



ผมเห็นว่าถึงอย่างไรก็ต้องไปโหวตให้พรรคที่เราสนับสนุน มันจะพิสูจน์อำนาจ ความปรารถนา และความนิยมของประชาชน พวกที่ปิดกั้นเรานี่แก่ใกล้ตายกันหมดแล้ว อำนาจของพวกเขาทุกวันนี้ก็คลอนแคลนเต็มทน จะดื้อดึงรักษาอำนาจท่ามกลางความหวาดผวากันอย่างไรก็ไปได้ไม่นานหรอก พวกรุ่นใหม่ก็ยังไม่เห็นใครมีบารมีพอที่จะคุมได้ เราเองทุกวันนี้ต้องช่วยกันถล่มเด็กฝากของเขาอย่างมาร์กให้เละกันดีกว่า แต่ถ้าเราไม่ไปเลือกพรรคของเราเข้าสภา ถึงจังหวะหนึ่งที่พวกนี้สิ้นสภาพกัน แล้วฝ่ายเราจะให้ใครมาขับเคลื่อนรัฐเล่าครับ มันก็จะกลายเป็นความชอบธรรมของพวกฉวยโอกาสและฝ่ายเขาี่ที่ฟอกตัวแล้วเพราะมา จากการเลือกตั้ง แล้วเราจะไปเถียงอะไรเขาก็ยาก เพราะเราไม่ไปเลือก สส.ของเรากันเอง

ผมเห็นอย่างนี้นะครับ เพราะเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่ยึดกุมกันว่า อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของราษฎรทั้งหลายนั้น ทุกคนที่ต่อสู้และรักประชาธิปไตยเห็นตรงกัน แต่จะพูดออกมาให้ได้ยินหรือเปล่าเท่านั้น ทางยุทธวิธีนั้นมันเป็นเทคนิคของแต่ละคน สส.ที่ไม่น้ำเน่าทั้งหลาย ก็มุ่งเป้าหมายอำนาจอธิปไตยต้องเป็นของราษฎรเหมือนกัน เพราะถ้าไม่สามารถผลักดันยุทธศาสตร์นี้ให้เป็นจริงได้ การทำงานของพวกเขาก็จะสะดุดติดขัด ทำอะไรก็มีกำแพงให้ชนทุกเรื่อง นอกจากปลดแอกนี้ออกไปเ่ท่านั้น แต่ใครจะแสดงออกมาแบบไหนอยู่ที่วิธีการของแต่ละคน

แล้วเราจะไปปล่อยให้มันกลายเป็น Opportunity Lost ไปทำไม ประเด็นพวกนี้จะทำให้เรากลับพลาดทางยุทธศาสตร์เพราะไม่ยอมประสานสงครามด้วย หลากหลายยุทธวิธี การต่อสู้นั้นต้องกระทำทุกแนวรบ เราไม่ถนัดแนวรบใดก็มีสิทธิไปสู้รบในแนวรบอื่นที่ทำให้บรรลุเป้าหมายร่วมได้ น่าจะดีกว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทยนั้นจะต้องมีวิธีการที่เป็นไปตาม ภววิสัยเฉพาะของสังคมไทย ประสบการณ์ในประวัติศาสตร์โลกเป็นเพียงตัวอย่างให้ศึกษาแนวทางเท่านั้น จะเหมือนกันเป๊ะไม่ได้ ขออภัยหลายท่านที่ผมมีความเห็นที่ต่างจากคนที่คุ้นเคยกันหลายคน เพราะสำหรับผมเป้าหมายการต่อสู้ไม่ใช่เพื่อสร้างวีรชน แต่เพื่อบรรลุเป้าหมายทางสังคมที่ต้องการ และผมอาจจะผิดก็ได้ ซึ่งยอมรับครับถ้าเป็นเช่นนั้น"
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 02 มิถุนายน 2009 เวลา 15:42 น.