WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, June 3, 2009

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มา เดลินิวส์

วันลุ้นระทึกสำหรับนายกฯอภิสิทธิ์ รองนายกฯกอร์ปศักดิ์ รมต.คลังกรณ์ หรือจะว่าไปก็ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ หรือลึกกว่านั้นก็ระทึกทั้งรัฐบาล วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติพร้อมแถลงคำวินิจฉัยกรณีพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสงสัยพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาทเพื่อนำเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

มาตรา 184 วรรคสองซึ่งระบุให้กระทำได้เฉพาะเมื่อเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

วันพุธนี้จึงขอนำเสนอตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้แปลกจากศาลรัฐธรรมนูญซึ่งตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2540

เมื่อรัฐธรรมนูญปี 40 ถูกยกเลิกตามประกาศคณะปฏิวัติจึงเป็นที่มาของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 35 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2549 คณะตุลาการฯชุดปัจจุบันผ่านการรับรองของวุฒิสภาในปี 2551 โดยมี ชัช ชลวร อายุ 61 ปีเป็นประธานคณะ

อีก 8 อรหันต์ประกอบด้วย จรัญ ภักดีธนากุล อายุ 59 ปี จรูญ อินทจาร อายุ 65 ปี เฉลิมพล เอกอุรุ อายุ 64 ปี นุรักษ์ มาประณีต อายุ 60 ปี บุญส่ง กุลบุปผา อายุ 59 ปี วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อายุ 62 ปี สุพจน์ ไข่มุกต์ อายุ 64 ปี และอุดมศักดิ์ นิติมนตรี อายุ 61 ปี จะเห็นว่าทั้ง 9 ท่านต่างอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน

คำตัดสินของคณะตุลาการจะมาโดยวิธีลงมติด้วยเสียงข้างมาก นี่แหละลุ้นระทึก

เพราะมีผลกระทบต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และความพยายามเพิ่มจีดีพีของประเทศ

อันนี้ผมว่ารัฐบาลต้องพร้อมรับและดำเนินการต่อไปไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นบวกหรือเป็นลบ ต้องไม่ฝากชะตากรรมไว้กับเงินด่วน 400,000 ล้านบาท เส้นทางเดินของประเทศมีให้เลือกมากกว่า 1 ทางอย่างแน่นอน

อยากพูดถึงคือต้องไม่ทุ่มทุกสรรพกำลังและงบประมาณกระตุ้น “ส่งออก” เพียงด้านเดียว พูดอย่างนี้เพราะมีผู้ส่งออกขาใหญ่กดดันรัฐบาลเป็นระยะๆ ถึงขั้นเสนอแบงก์ชาติแทรกแซงค่าบาท

ฟังแล้วช็อก พูดถึงดอลลาร์ละ 39-40 บาทไปโน่น

ถ้า 40 บาทจริงก็แน่นอนสินค้าไทยส่งออกระเบิดเถิดเทิงอานิสงส์ค่าเงินอ่อน เช่นกัน นักท่องเที่ยวจะแห่เที่ยวไทยมากขึ้นเพราะค่าเงินเขาแพงกว่าเงินเรา

ต้องคิดถึงเช่นกันได้แก่สินค้าจำเป็นต้องนำเข้า ปัจจุบันดอลลาร์ละ 34 บาทขึ้นเป็น 40 บาทอ้วกเป็นเลือดนะท่าน ไม่ว่าน้ำมันทั้งดิบและสำเร็จรูปซึ่ง 90% นำเข้า หรือเมกะโปรเจคท์รถไฟฟ้ามูลค่าหลายแสนล้านบาทก็ต้องพึ่งของนำเข้าแทบทั้งสิ้น

เครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจไทยได้แก่ส่งออก แต่เราก็ควรนึกถึงกลไกอื่นไม่ให้ชำรุดเสียหายด้วย ข้อเสนอคือตอบโจทย์ส่งออกฝืดโดย “กระตุ้นบริโภคในประเทศ”

วันนี้ 3 ประเทศที่จีดีพีทวนกระแสเป็นบวกพึ่งการบริโภคภายในทั้งสิ้น ข้อได้เปรียบคือผู้บริโภคของเขาเยอะมาก จีน 1,300 ล้านคน,อินเดีย 1,000 ล้านคน,อินโดนีเซีย 240 ล้านคน

ของเรา 64 ล้านคนโดยการบริหารจัดการที่ดีก็จะช่วยโด๊ปจีดีพีได้ ไม่ต้องทุบบาทอ่อนและไม่พึ่งเพียงพ.ร.ก.ชูชีพ 400,000 ล้านช่วยชีวิต.

แมงเม่า

เทพเทือกดักคอภท. เคารพมติ ถ้าครม.ตีกลับรถเมล์

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_10381

ย้ำประชาธิปไตยอยู่ที่การเคารพเสียงส่วนใหญ่ พรรคร่วมรัฐบาลคงจะเข้าใจ เชื่อแจงพรรคภูมิใจไทยได้ ไม่ถอนตัวร่วมรัฐบาล ออกปากเห็นใจ "โสภณ”"แต่เห็นด้วยหรือไม่เป็นอีกเรื่อง..

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.45 น. วันนี้ (3 มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้เซ็นอนุมัติเสนอเรื่องโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ครม.แล้วเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (2 มิ.ย.) ส่วนเรื่องการระบายข้าวนายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เซ็นเสนอเข้า ครม.แล้วเช่นกัน แต่ว่าทุกอย่างต้องเข้าไปพิจารณาร่วมกันใน ครม. จะมีความเห็นร่วมกันอย่างไรก็อยู่ที่ดุลยพินิจแต่ละท่าน เรารับผิดชอบร่วมกัน โดยทุกเรื่องต้องตอบคำถามประชาชนได้

ผู้สื่อ่าวถามว่า กลุ่ม 40 ส.ว.ขู่หาก ครม.ยอมผ่านโครงการรถเมล์ ก็จะขัดขวางการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 ฉบับ นายสุเทพ ตอบว่า ถือว่าเป็นความเห็นของ ส.ว. แต่ละคนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ในส่วนของครม.เมื่อทางเจ้ากระทรวงส่งเรื่องเข้ามาก็ช่วยกันพิจารณาให้ดีที่สุด ถ้า ครม.เห็นด้วยก็จบ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยอาจจะขอให้เขานำกลับไปทบทวนหรือตรวจสอบใหม่หรือให้ยกเลิก

นายสุเทพ ยังกล่าวแสดงความเห็นใจนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ระบุรับไม่ได้ถ้า ครม.จะพิจารณาตามกระแสสังคม ส่วนการหารือกับนายโสภณ วานนี้ เป็นการมาชี้แจงให้ตนเข้าใจ ส่วนตนจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เมื่อถามว่า รัฐบาลหวั่นไหวหรือไม่หากโครงการนี้ถูก ครม.ตีกลับ แล้วจะเป็นเหตุให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล นายสุเทพ ตอบว่า อย่าไปมองโลกร้ายกาจอะไรขนาดนั้น พรรคภูมิใจไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ต้องมีเหตุผลเหมือนกัน ถ้าสมมติว่า ครม.ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ก็ต้องมีเหตุผลที่ดีที่จะบอกเขาว่า ไม่เห็นด้วยเพราะอะไร และเขาก็ต้องเข้าใจ และจริง ๆ อย่าไปเรียกว่าการถ่วงหรือดึงเข้าดึงออก แต่เมื่อ ครม.ยังติดใจก็เรียนต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดว่าช่วยกรุณาไปดูในประเด็นนั้น ประเด็นนี้ได้หรือไม่ อย่างไร

"วันนี้ถ้าครม.มีมติอย่างไร ทุกคนที่อยู่ใน ครม.ก็ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ ประชาธิปไตยอยู่ที่การเคารพเสียงส่วนใหญ่ พรรคร่วมรัฐบาลก็คงจะเข้าใจ" รองนายกรัฐมนตรีกล่าว และว่าส่วนตัวไม่ลำบากใจ เพราะมั่นใจในความมีเหตุผลของ ครม.

เมื่อถามว่า วันนี้ถ้า ครม.ตีกลับจะชี้แจงกับพรรคภูมิใจไทยได้หรือ ไม่ นายสุเทพ ตอบเลี่ยงว่า เอาไว้เที่ยง ๆ บ่าย ๆ มาถามใหม่ก็แล้วกัน ส่วนที่ส.ว.ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเตรียมหาเงินเลือกตั้งครั้งใหม่นั้นก็ อาจเป็นข้อสงสัยของท่าน

สิ่งที่ควรทำ

ที่มา ไทยรัฐ

ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล อยากฝากไปถึงทุกคนในรัฐบาลว่า สิ่งที่ประชาชนไม่ชอบที่สุดคือความขัดแย้งกับการทุจริต เวลามีข่าวความขัดแย้งกับการทุจริต นักการเมืองทุกคนเสียหาย"

นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศเตือนไปยังคนในรัฐบาลและ นักการเมืองที่ทำงานร่วมกัน เพื่อหวังสยบปัญหาความขัดแย้งและโครงการต่างๆที่ส่อไปในทางไม่ชอบมาพากล จนทำให้เกิดการฟาดงวงฟาดงาใส่กันระหว่างประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย

ปัญหาในรัฐบาลขณะนี้น่าจะมี 2 ส่วนด้วยกัน

1. ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆ เช่น เรื่องข้าวโพด ข้าว และโครงการรถเช่า 4,000 คัน ทั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องโดยตรงระหว่างประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย โดยมีประชาชนทั้งประเทศจับตาดูว่าจะลงเอยอย่างไร

2. ความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์เอง โดยเฉพาะบรรดาลูกพรรคที่ไม่พอใจกับการตั้งรัฐมนตรี พยายามเรียกร้องให้มีการปรับใหม่ รวมถึงความพยายามแสดงออกให้เห็นว่าพร้อมจะตีจากไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่น ด้วยการเข้าไปผูกติดกับคนของพรรคภูมิใจไทย

แน่นอนว่าการเข้ามาเป็นรัฐบาลนั้นจะต้องทำงาน สร้างผลงานให้ปรากฏ ทั้งนี้ ผลงานที่ออกมาก็เพื่อประโยชน์ของชาติและคนไทย

ไม่ใช่เข้ากระเป๋านักการเมืองหรือเป็นทุนเพื่อการเลือกตั้ง

การทุจริตประพฤติมิชอบ โกงบ้านโกงเมืองนั้นเป็นปัญหาหลัก ของประเทศนี้และเป็นบ่อเกิดอย่างหนึ่งที่ทำให้การเมืองต้องล้มลุกคลุกคลาน นักการเมืองเป็นได้เพียงแค่นักเลือกตั้ง ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะและเข้ามามีอำนาจเป็นรัฐบาล

การ "ซื้อเสียง" ยังนำหน้าทุกอย่าง แม้ว่าระยะหลังพรรค การเมืองต่างๆพยายามที่จะสร้างนโยบายที่จะให้ประชาชนยอมรับและบางพรรคก็ประสบความสำเร็จด้วยแนวประชานิยม ชาวรากหญ้าจึงเลื่อมใสและสนับสนุน

แต่แม้จะมีนโยบายที่ทำให้ได้รับการยอมรับก็ยังหนีไม่พ้นการ "ซื้อเสียง" การใช้อำนาจรัฐต่างๆเหล่านี้คือต้นเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง เมื่อการเมืองต้องลงทุนสูง การเข้ามามีอำนาจในรัฐบาลจึงต้องทุจริตเพื่อถอนทุนคืน

แม้จะมีความพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการให้มีองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบตั้งแต่การเลือกตั้ง การบริหารราชการแผ่นดิน แต่ก็ยังมิอาจแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ มิหนำซ้ำองค์กรอิสระต่างๆที่เกิดขึ้นก็ถูกแทรกแซง ถูกกดดัน รวมถึงความพยายามที่จะทำให้องค์กรเหล่านี้ล้มหายตายจากไป

พูดง่ายๆ หากการเมืองยังดำเนินไปในลักษณะนี้ก็จะเกิดปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเป็นการเมืองเก่าที่นักการเมืองยังคิดและปฏิบัติเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

การขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกฯของนายอภิสิทธิ์ที่ชื่อว่าเป็นคนหนุ่ม มีการศึกษาดี มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ปรากฏ มีการกล้า ตัดสินใจบางอย่างจนแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และสร้าง ความสงบได้ระดับหนึ่ง

แต่วันนี้สิ่งที่ท้าทายนายกฯคนรุ่นใหม่ก็คือการทุจริตคอรัปชัน

เป็นที่รู้กันดีว่าการเมือง ณ วันนี้ และที่เกิดปัญหาขัดแย้งระหว่าง ประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยก็คือ โครงการต่างๆที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเสนอให้ ครม.พิจารณา แต่ปรากฏว่าทั้งนายกฯและรองนายกฯ ที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจต่างก็ออกมาคัดค้านและให้ไปหาวิธีการดำเนินการใหม่ อย่างรถเมล์เช่าให้ไปลดราคาค่าเช่าซึ่งแพงที่สุดในโลก

นั่นแสดงว่าโครงการเหล่านี้ส่อไปในทางทุจริต ซึ่งสังคมทั่วไปต่างรับรู้ แม้แต่นายกฯก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่โปร่งใส มันมีผลประโยชน์ ที่จะเข้ากระเป๋านักการเมือง พรรคการเมือง
แล้วนายกฯทำไมไม่ทำให้ประชาชนพึงพอใจเสียล่ะ.

"สายล่อฟ้า"

ตีกลับรถเมล์ฉาว ทีเด็ดมาร์ค ซื้อเวลาอายุรบ.

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_10293

คาดนายกฯ จะตีกลับโครงการไปให้คมนาคมพิจารณาใหม่ ยื้อต่ออายุให้รัฐบาลมีเสถียรภาพที่นานขึ้น เตะถ่วงโยนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปศึกษา...

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการตัดสินใจกรณีโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 3 มิถุนายนนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์สอบถามสถานการณ์กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผู้ใกล้ชิด โดยนายกฯได้รับทราบถึงท่าทีของแกนนำพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับกรณีดัง กล่าวแล้ว

ทั้งนี้นายกฯ ได้ยืนยันว่า จะให้โครงการนี้ผ่านครม.ไม่ได้ ถ้าให้โครงการนี้ผ่าน รัฐบาลก็จบ อย่างไรก็ตาม แผนที่นายกฯ ได้วางเอาไว้เบื้องต้นก็คือ จะตีกลับโครงการนี้ไปให้พิจารณาใหม่ โดยครั้งนี้จะมีการเสนอให้มีการศึกษาข้อมูลระหว่างการให้เอกชนเปิดประมูลและ มีการเสียค่าเช่าในรูปแบบเดิมกับการที่รัฐจะเอาโครงการนี้มาลงทุนเอง ซึ่งจะทำให้สามารถลดขนาดของโครงการลงได้และไม่ต้องจ่ายค่าซ่อม ค่าบำรุงรักษาที่มีราคาค่อนข้างสูงคนเป็นที่ครหาเหมือนรูปแบบเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การตีกลับโครงการดังกล่าวนั้นนายกฯ เชื่อว่าจะทำให้เสถียรภาพของ รัฐบาลทอดเวลาออกไปได้นานขึ้น เนื่องจากเมื่อศึกษาแนวทางให้รัฐลงทุนเองก็จะต้องให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันศึกษาโดยใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะแล้วเสร็จ นอกจากนั้นยังอ้างเหตุผลได้ว่า ไม่ได้พับโครงการตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอมาด้วย

ล่าสุดหลังจากที่นายกฯ เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อตอนค่ำวันที่่ 2 มิถุนายนนั้น ได้ตัดสินใจหักดิบไม่หยิบยกโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ขึ้นมาพิจารณาในการประชุมครม.วันที่ 3 มิถุนายนแม้ว่า จะบรรจุเป็นวาระเพื่อทราบก็ตาม ซึ่งถือเป็นอำนาจของนายกฯในสถานะประธานการประชุมที่สามารถจะหยิบยกวาระใดขึ้นมาพิจารณาหรือไม่พิจารณาก็ได้ แต่หากถูกรัฐมนตรีเจ้าของเรื่องทวงถามกลางที่ประชุมขึ้นมานายกฯ ก็จะใช้แผนยืดเวลาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาตามแผนที่เตรีวมเอาไว้ข้างต้น

เสียดายกว่าจะจีบได

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_10324

สุเทพ

"คุณมีแฟนมั้ย แล้วคุณจะรู้ว่าตอนจีบใหม่ๆมันเหนื่อยขนาดไหน"

ในอารมณ์ของนักรักผู้ช่ำชอง "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการรัฐบาล ย้อนถึงตอนไปชวนพรรคภูมิใจไทยมาเข้าร่วมรัฐบาล

เหมือนกับจะบอกเป็นนัย "น่าเสียดาย" ถ้ามีอันต้อง "รักล่ม" ร้างรากันไว

ที่แน่ๆในฐานะกำกับดูแลงานกระทรวงคมนาคม และรักษาการแทนนายกรัฐมนตรีที่ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ

"เทพเทือก" บอกไม่มีปัญหา

ยอมเซ็นบรรจุเข้าวาระ เปิดทางนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม สายตรงกลุ่มเพื่อนเนวิน ดันโครงการรถเมล์เช่าเอ็นจีวีเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม.วันที่ 3 มิถุนายนนี้

โดยที่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำได้แค่ส่งเสียงปรามข้ามฟ้ามาจากประเทศเกาหลีใต้ หากพรรคภูมิใจไทยผลักดันโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน เข้าสู่ ครม.ต้องชี้แจงให้ได้ เพราะ ครม.ต้องการให้เกิดความมั่นใจกับสังคมว่า เป็นโครงการที่คุ้มค่า

ถึงนาทีประจันหน้า ประชาธิปัตย์ก็กลัวๆกล้าๆเหมือนกัน

นั่นก็เพราะประเมินจากอาการดับเครื่องชนของนายโสภณ ถึงขั้นท้าเอาตำแหน่งรัฐมนตรีเดิมพัน ถ้าเจอรถเมล์เอ็นจีวีจอดรอ ครม.อนุมัติโครงการ ตามที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ออกมาตีปี๊บ แฉความไม่ชอบมาพากล

โดยเกม "ถึงลูกถึงคน" ยี่ห้อ "เพื่อนเนวิน" เปิดเดิมพันวัดดวงกับพวกเล่นกระแส

และก็เป็นอะไรที่แปร่งไปเลย จากน้ำเสียงของ "เทพเทือก" ตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่า กระแสภายนอกแรงมากว่า โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีมีการโกง มีแต่เสียงขอให้ยกเลิก

"ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนรัฐบาลก็ต้องฟังเป็นธรรมดา แต่ถ้าบอกว่าโกงกัน เราก็ยังไม่เห็นว่า เขาจะทำอะไรที่เป็นอย่างนั้น ผมคงไม่ไปกล่าวหาเขาอย่างนั้น และที่มีข่าวกล่าวหาว่ามีการโกงกัน ผมยังไม่เคยเห็นมีใครยื่นหลักฐานอะไรมาให้เลย"

แอ่นอก กางปีกป้องให้ในที

โดยยี่ห้อ "เทพเทือก" นักเลงเรียกพี่เหมือนกัน ในฐานะคนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่กี่คน ที่แวดวงนักเลือกตั้งอาชีพยอมยกให้ว่าใจถึง คบได้

ยิ่งกับคนที่ชื่อ "เนวิน ชิดชอบ" นายสุเทพจะพูดอยู่ตลอดเวลา

"ถ้าไม่มีเขา เราก็ไม่มีวันนี้"

เอาเป็นว่า ในอารมณ์ของผู้จัดการรัฐบาล อย่างไรเสีย "เทพเทือก" ก็ ต้องยึดสมการตัวเลขความอยู่รอดของรัฐบาลในเบื้องหน้า มาก่อนกระแส

เพราะมันแน่นอนว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยถอนยวง รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็จบเห่

นี่ว่ากันแค่คิวของรถเมล์ ทั้งๆที่ยังมีรายการค้างคาใจกันอยู่กับปมข้าวของกระทรวงพาณิชย์ที่เงียบไป เพราะโดนกระแสรถเมล์เช่าเอ็นจีวีกลบ

ภูมิใจไทยในปีกของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" หลบเข้ามุม

แต่ในท่ามกลางความเงียบ มันก็มีการเคลื่อนไหวที่เริ่มจับสัญญาณได้ จากกรณีที่ม็อบชาวนาบุกไปชุมนุมหน้ากระทรวงพาณิชย์ บางส่วนก็ชุมนุมปิดถนนตามต่างจังหวัด

ล่าสุดเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ชุมนุมปิดถนนสายหลักระหว่างตัวจังหวัดเชียงราย ไปยังอำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน

เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลขยายเวลารับจำนำข้าวนาปรัง ตามข้อตกลง ที่มีการตกลงไว้ก่อนหน้านี้ ว่าจะรับซื้อหรือจำนำข้าวไปจนถึงเดือนกรกฎาคม

ชาวนาเดือดร้อน ฉากต่อเนื่องจากคิวที่รัฐบาลกำลังขบเกลียว ปัญหาการประมูลระบายข้าวระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยในปีกของนายสมศักดิ์

กั๊กกันจนเกษตรกรอาละวาด

ที่แน่ๆหากปล่อยให้ม็อบชาวนาบานเป็นดอกเห็ด ย่อมไม่เป็นผลดีกับสุขภาพของรัฐบาล

เพราะมันคือหัวเชื้อไวไฟ ที่จะไปผสมโรงกับคิวนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 27 มิถุนายน

และผลมันก็เป็นอย่างที่นายกฯอภิสิทธิ์ต้องรีบออกมาเปิดข่าวกรองล่วงหน้า ดักคอแผนป่วนเมืองในเดือนมิถุนายน "เทพเทือก" นัดเลี้ยงข้าวรัฐมนตรีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ส่งซิกให้ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ประชาธิปัตย์ตั้งรับศึกประชิดหลายด้าน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ผู้ใหญ่เลี้ยงแกะ

ที่มา บางกอกทูเดย์

อยู่ดีไม่ว่าดีทั้งๆ ที่คนทั้งโลกถามกันว่า..เมื่อไหร่ประเทศไทยจะสงบกลับไปมีสันติสุขแบบเก่าๆ กันเสียทีคนทำมาค้าขาย . . ก็ต้องพูดจริงบ้างปดบ้าง..ว่าความวุ่นวายคงจะจบลงแล้ว..ทั้งๆที่ก็รู้ดีว่า..มันยังไม่ใช่ มันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่..แต่ไม่พูดไม่โกหกก็ไม่ได้หากยังคิดจะทำมาหากินฝ่ายข้าราชการที่ต้องออกเดินทางไปทำประชาสัมพันธ์ให้กับประเทศ..ใช้จ่ายเงินกันเป็นร้อยล้านพันล้าน เพื่อจะให้คนเข้ามาลงทุนเข้ามาท่องเที่ยวเหน็ดเหนื่อยกันแทบตาย หวังจะได้ตัวเลขได้ผลงานมาโชว์วันนี้ก็พังพาบ..เพราะประโยคเดียวแท้ๆรัฐบาลเอง..วิ่งหาเงินกู้พล่านไปทั่วโลก..หวังจะเอาเงินกู้เข้ามากอบกู้แผ่นดิน..เป็นรัฐบาลแรกของประเทศไทยที่กู้มากที่สุดนับตั้งแต่มีประเทศมาวันนี้ก็หาทางจะกู้อีก 400,000 ล้าน..เรื่องยังคาราคาซัง..เพราะฝ่ายค้านส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หากไม่ได้จะเป็นจะตายกันทั้งคณะรัฐมนตรีผิดไม่ผิด กู้ได้หรือไม่ ยังไม่รู้แต่..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..นายกรัฐมนตรีไทย..สวมบทนอสตราดามุส..ประกาศออกไปได้ยินกันทั้งโลกว่า..เดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้..จะมีคนเผาบ้านเผาเมืองเมืองไทยจะถูกเผาหรือไม่..ไม่ใช่เรื่องที่จะหลุดออกมาจากปากนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย..เพราะในทำเนียบของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้น..ข้อมูลข่าวสารที่จะนำมาบอกกล่าว..จะต้องมีความเด่นชัดแน่นอน ไม่ใช่พูดเพราะอยากพูดไม่ใช่พูดเพราะเอามันหรือคันปากนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยพูด..เขาต้องเชื่อกันทั้งโลก..เมื่อเชื่อแล้วเขาจะเดินทางมาทำไม..ในเมืองที่กำลังจะกลายเป็นนรกภายในเดือนนี้ใครมันจะเข้ามาลงทุนมาให้กู้ยืม..ไม่มีใครเข้ามา รัฐบาลนั้นอยู่ได้เพราะรัฐบาลขึ้นราคาสินค้าและเก็บภาษีแต่ประชาชนที่เสียภาษี..มันจะสร้างรายได้จากอะไรปากเหม็นจริงๆ ■

‘ตุ๊กตา’ พันธมิตรฯ

ที่มา บางกอกทูเดย์

จัดตั้งพรรคใหม่...พร้อมกับชื่อ “พรรคการเมืองใหม่”สำหรับพรรคเสื้อเหลือง “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ที่มีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้ง “สมศักดิ์โกศัยสุข” ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ “สุริยะใสกตะศิลา” เป็นเลขาธิการพรรคอย่างที่รู้กันตามระเบียบพรรคการเมือง...ใครเป็นหัวหน้าพรรค นั่นหมายถึงการส่งชื่อเข้าชิงตำแหน่ง“นายกรัฐมนตรี”แต่ก็ไม่แน่เสมอไปเพราะการเมืองไทยวันนี้..ระบบ “นอมินี ”มีให้เห็นถมเถ ไม่จำเป็นต้อง “เปิดเผย” เชิดหน้าชูตัวนี่เป็นเพียงการวางตัว “ตุ๊กตา” ให้ครบถ้วนตาม

ระบบการจัดตั้งพรรคเพราะแม้แต่เจ้าสำนักตัวจริงอย่าง “สนธิ ลิ้มทองกุล”ยังขอนั่งเป็นผู้กุมบังเหียนอยู่เบื้องหลัง...เนื่องจากเหตุรอบด้านไม่เอื้ออำนวยจึงไม่อาจทำตามกระแสการเรียกร้องของ กลุ่มชนคนเสื้อเหลือง ที่ต้องการให้เขาขึ้นเป็น “ผู้นำ” นั่งในตำแหน่งหัวหน้า “พรรคการเมืองใหม่” แห่งนี้กล่าวได้ว่า...นี่เป็นวันที่รอคอยสำหรับ คนพันธมิตรฯในการก้าวเข้ามาเล่นการเมืองในสภาฯเริ่มเข้มข้นมากขึ้นสำหรับการต่อสู้แข่งขัน ที่มีคู่แข่งตัวเก็งอย่าง “พรรคการเมืองใหม่” เกิดขึ้นโดยเฉพาะกับ “ประชาธิปัตย์” ที่ว่ากันว่าขึ้นเป็น“รัฐบาล” เพราะการพึ่งใบบุญส่วนหนึ่งของพันธมิตรฯวันนี้กลับกลายมาเป็น “คู่แข่ง”“สมศักดิ์” เป็นคนใต้...แหลงใต้ได้หรอย ไม่แพ้“น้าเทพเทือก” ซึ่งงานนี้นอกจากเอาคุณสมศักดิ์ขึ้นนั่งเป็น หัวหน้าพรรคแต่ผลพลอยได้ยังเป็นการนำมาชูเป็น “พรีเซ็นเตอร์” เพื่อแข่งขันกับ “ประชาธิปัตย์” ในพื้นที่ภาคใต้ขณะที่ “สุริยะใส” เป็นหนุ่มอีสาน...เอามาแข่งขันกับพรรค“เพื่อไทย” นับว่าเป็นการวางหมากที่ “มองการณ์ไกล” เตรียมตัวมาพร้อมในสนามรบที่ต่างคนต่าง “ชิงดีชิงเด่น”ไม่ไว้หน้า...ไม่มีมิตรแท้และศัตรูเทียมนี่แค่วางตัวเป็น “โมเดล”เริ่มต้น เพราะต้องจดทะเบียนพรรค แล้วค่อยเลือกกรรมการบริหารพรรคส่วนไผจะเป็นไผ...ต้องคอยติดตามพันธมิตรฯ ภาค 2 กันต่อไป!! ■

สื่อรัฐบาลทหารพม่านำเสนอความไม่พอใจรัฐบาลไทยกรณีคดีออง ซาน ซูจี

ที่มา ประชาไท

หลังจากไทยในฐานะประธานอาเซียนใช้เวทีอาเซมเตือนพม่าเรื่องการดำเนินคดีนางออง ซาน ซูจี ล่าสุดหนังสือพิมพ์รัฐบาลพม่าแพร่คำสัมภาษณ์รัฐมนตรีต่างประเทศพม่าที่ย้ำว่าคดีดังกล่าวเป็นเรื่องภายใน และโต้ว่าไทยต่างหากต้องเปิดเจรจาในชาติ เพราะมีกลุ่มสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน มาประท้วง มีการล้มการประชุมอาเซียน และยังแพร่คำสัมภาษณ์ พล.อ.สนธิ ที่ว่าหากไทยมีปัญหากับพม่าไทยจะแพ้ด้วย

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา สื่อรัฐบาลพม่าเผยเป็นนัยถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัฐบาลทหารกับประธานอาเซียน (ASEAN) คนปัจจุบันของไทย เนื่องจากไทยได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหารพม่าในเรื่องการดำเนินคดีกับนางออง ซาน ซูจี

หนังสือพิมพ์ของรัฐบาลพม่าได้ตีพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับการประชุมของอาเซียนกับสหภาพยุโรป (EU) ที่กรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 27-28 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายหม่อง มินต์ (Maung Myint) รักษาการแทนรัฐมนตรีต่างประเทศของพม่าเข้าร่วมด้วย

โดยหนังสือพิมพ์ของพม่าได้กล่าวถึงการที่ไทยแสดงความเป็นห่วงในเรื่องการฟ้องร้องนางออง ซาน ซูจี ในการพบปะอย่างไม่เป็นทางการวันที่ 27 พ.ค. ซึ่งนายหม่อง มินต์ ก็ได้ตอบโต้ไปว่า "เรื่องนี้ไม่ควรจะถูกยกมาเป็นวาระในการประชุมของอาเซียนอีกแล้ว"

เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่พม่าคนอื่นๆ นายหม่อง มินต์เรียกการดำเนินคดีของซูจีว่า "เป็นเรื่องของกระบวนการด้านกฎหมายภายในประเทศ"

นอกจากนี้หนังสือพิมพ์ของพม่ายังได้รายงานคำกล่าวของหม่อง มินต์อีกว่า "ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศก็แสดงว่าตนสนใจฟังเรื่องนี้โดยไม่มีเหตุผลเลย" ซึ่งในที่นี้กล่าวถึงวการประชุมอาเซียน-อียู ในวันที่ 28 พ.ค.

โดยนอกจากนี้รักษาการรัฐมนตรีต่างประเทศยังได้กล่าวอีกว่า "จริงๆ แล้ว ควรจะเป็นประเทศไทยต่างหากต้องมีการเจรจาระดับชาติ นานแล้วที่เห็นประเทศไทยมีการประท้วงของกลุ่มต่าง ๆ อย่าง สีแดง , สีเหลือง และสีน้ำเงิน ที่พยายามจะขับไล่รัฐบาล ทั้งยังมีการมาทำลายการประชุมอาเซียนซัมมิทด้วย"

เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าอีกเรื่องหนึ่งมีตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เมียนมา อลิน (แสงแห่งพม่า) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาคภาษาพม่าของรัฐบาลพม่า โดยพาดหัวว่า "พลเอกสนธิเตือนรัฐบาลไทยไม่ควรก่อให้เกิดความตึงเครียดกับพม่า

โดยมีเนื้อความที่อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 28 พ.ค. ซึ่งหนังสือพิมพ์เมียนมา อลิน ได้นำมาตีพิมพ์เมื่อ 2 มิ.ย. ว่า พล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน ผู้ก่อรัฐประหารขับไล่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เตือนว่าหากไทยมีปัญหากับพม่า ไทยจะแพ้

ในเนื้อหาข่าวจากเมียนมา อลิน พล.อ.สนธิ ยังได้กล่าวอีกว่า พม่ามีทั้งทรัพยากรริมชายฝั่งและนอกชายฝั่ง รวมถึงยังมีทรัพยากรที่สามารถผลิตพลังงานนิวเคลียร์ได้ด้วย ซึ่ง พล.อ.สนธิ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องเพียงหลังจากที่กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของไทย ออกมาวิจารณ์รัฐบาลพม่าได้เพียงวันเดียว

ขณะที่ในวันที่ 1 มิ.ย. นายกษิต ภิรมย์ ยังได้กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงของพม่ามีความจำเป็นมาก โดยมันจะไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งจำเป็นสำหรับความมั่นคงในพม่า แต่ยังเป็นความมั่นคงสำหรับประเทศใกล้เคียงอย่างไทยและบังกลาเทศด้วย

นายกษิต กล่าวในหนังสือพิมพ์ของบังกลาเทศว่า ประเทศฟิลิปปินส์, ไทย, อินโดนิเชีย และ บังกลาเทศ เคยผ่านการมีรัฐบาลทหารมาก่อน "ในบางช่วง"

"พวกเราทั้งหมดก็ได้กำจัดรัฐบาลทหารออกไปและกลายเป็นสังคมประชาธิปไตย" กษิต กล่าว โดยเขายังได้เสนออีกว่าอินโดนีเซียเป็นแบบแผนที่ดีสำหรับพม่าในการที่จะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย

"ดังนั้น คำถามถึงพม่าคือ เหตุใดพวกเขาถึงไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสังคมเปิดได้ มันจะเป็นเรื่องดีสำหรับประเทศในเขตนี้ทั้งหมด มันจะเป็นเรื่องดีสำหรับเราทุกคน" กษิต กล่าว

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าเริ่มคงที่ตั้งแต่การรัฐประหารในปี 1988 ของพม่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะ "นโยบายธุรกิจมาก่อน" ของประเทศไทย ไทยเป็นประเทศแรกที่เข้าไปลงทุนในพม่าหลังจากที่มีเหตุปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมโดยรัฐบาลทหาร มาตอนนี้ไทยก็เป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของพม่าไปแล้ว

อย่างไรในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงปลายปี 1990 ก็ตามมีความตึงเครียดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยพยายามเปลี่ยนการใช้นโยบาย "ข้อตกลงเชิงพัฒนาโครงสร้าง" ของอาเซียนกับพม่า เป็นนโยบาย "ข้อตกลงแบบยืดหยุ่น" แทน

ในปัจจุบัน พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไทยในขณะนี้ ได้ทำการวิจารณ์อย่างเปิดเผยกับกรณีที่รัฐบาลพม่าดำเนินคดีกับนางออง ซาน ซูจี

สมาชิกอีกหลายประเทศของอาเซียนรวมถึงผู้ก่อตั้งอาเซียนอย่างอินโดนีเชีย, ฟิลิปปินส์, สิงค์โปร และ มาเลเซีย ได้วิจารณ์คล้ายๆ กันในเรื่องนางออง ซาน ซูจี ส่วนกัมพูชาก็แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

สมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่สนับสนุนแถลงการณ์ของไทยที่วิพากษ์การดำเนินคดีกับนางออง ซาน ซูจี และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคน เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของพม่าถือเป็นการท้าทายต่อกฏบัตรอาเซียน ซึ่งมีเรื่องของสิทธิมนุษยชนเกี่ยวข้องด้วย

ที่มา: แปลจาก Hints of Burma-Thailand Tension Appear in State-run Media, Wai Moe, Irrawaddy, 02-06-2009 http://www.irrawaddy.org/article.php?art_id=15815

พันธมิตรฯตั้งพรรค "การเมืองใหม่" ชูเหลือง-เขียว "สมศักดิ์ โกศัยสุข" เป็นหัวหน้าพรรคชั่วคราว

ที่มา ประชาไท

พรรคพันธมิตรฯ สรุป ใช้ชื่อ พรรคการเมืองใหม่ ใช้สีเหลือง-เขียว มีกรรมการ 23 คน สุริยะใส เป็นเลขาธิการ สมศักดิ์ชี้พรรคจะส่งเสริมคนดีมาปกครองบ้านเมือง เน้นรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เผยรู้สึกได้ทำงานที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ สนธิ ลั่นไม่ยึดติดตำแหน่ง ย้ำพรรคเป็นเพียงเครื่องมือ พันธมิตรฯ สำคัญกว่า เตรียมแถลงนโยบายวันประชุมวิสามัญ

ภาพการแถลงข่าวของผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ พรรคการเมืองใหม่” เมื่อ 2 มิ.ย. 52 ที่ผ่านมา (ที่มาของภาพ: ASTVผู้จัดการออนไลน์)

ประชุมผู้ก่อตั้งพรรคพันธมิตรฯ แล้ว

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่บ้านพระอาทิตย์ มีการประชุมผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยมีแกนนำพันธมิตรฯ จากทุกภูมิภาค และแนวร่วมจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมประชุมจำนวน 20 คน โดยมีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ เป็นประธานการประชุม

สาระในการประชุมที่สำคัญ คือ การเลือกหัวหน้าพรรค และผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในส่วนต่างๆ ของพรรค นโยบายของพรรค การกำหนดข้อบังคับของพรรค ซึ่งส่วนดังกล่าวจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

สำหรับวาระแรกของการประชุม นายสมศักดิ์ได้ให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสนอชื่อพรรคการเมือง โดยนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้เสนอชื่อพรรค 3 ชื่อ ซึ่งได้มีการลงความเห็นจากประชาชนภาคส่วนต่างๆ ของพันธมิตรฯ มาแล้ว คือ 1.พรรคเทียนแห่งธรรม 2.พรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 3.พรรคการเมืองใหม่

ไม่ใช้ชื่อ พันธมิตรฯ เกรงทับซ้อนภาคประชาชน

จากนั้นผู้เข้าร่วมประชุมได้อภิปรายถึงเหตุผลในส่วนที่เห็นด้วยและ ไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวางต่อชื่อพรรค เช่น พรรคเทียนแห่งธรรม และพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีการจดทะเบียนไปก่อนแล้ว จึงอาจมีการซ้ำซ้อนขึ้นได้ อีกทั้งชื่อพรรคเทียนแห่งธรรมยังไม่ได้บอกนัยที่ชัดเจนมากนัก

ส่วนชื่อพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่วนหนึ่งเห็นว่าอาจไปทับซ้อนกับการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน และควรที่จะคงไว้ในส่วนของภาคประชาชนมากกว่า

สรุปใช้ การเมืองใหม่ หวังเปลี่ยนการเมืองแบบเก่า

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้ข้อสรุปอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าจะใช้ชื่อ พรรคการเมืองใหม่โดยมีเหตุผลว่า ชื่อพรรคการเมืองใหม่ มีนัยที่แสดงถึงการต่อสู้ที่ต้องการจะให้เกิดการเมืองใหม่ ที่มีพลังบริสุทธิ์ และเป็นพลังที่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองแบบเก่าไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยจะใช้ชื่อตัวย่อภาษาไทย คือ ก.ม.ม. และใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า NEW POLITICS PARTY ชื่อย่อ N.P.S.P.

ส่วนวาระที่ 2 เป็นการลงมติในส่วนของที่ทำการพรรค ที่ประชุมได้มีมติว่าจะใช้บ้านของนายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นที่ทำการพรรค โดยจะใช้อย่างไม่เป็นทางการไปก่อน ซึ่งขณะนี้ทางแกนนำพันธมิตรฯ ได้มีการไปสำรวจดูที่ทำการพรรคที่จะให้มีความเหมาะสมมากที่สุดอยู่ คาดว่าน่าจะอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร

ชู สมศักดิ์ โกศัยสุขนั่งหัวหน้าพรรค

เบื้องต้นที่ประชุมผู้จัดตั้งพรรคมีการเสนอชื่อของหัวหน้าพรรคชั่วคราวแล้ว โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค และนายสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรคชั่วคราว

ต่อมาในเวลา 12.30 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ พร้อมด้วยผู้จดทะเบียนจัดตั้งพรรครวม 21 คนได้ออกแถลงการณ์พร้อมกันว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ตั้งชื่อ พรรคการเมืองใหม่” (ก.ม.ม.) โดยจะเดินทางไปจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิ.ย.เวลา 08.00 น. โดยตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคในวันนี้ถือเป็นการชั่วคราว เพื่อรอจดทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้วก็จะมีการประชุมคัดสรรหัวหน้าพรรครวม ทั้งกรรมการบริการพรรคอีกครั้งหนึ่ง

ใช้สีเหลือง เชิดชูกษัตริย์ และสีเขียวเพื่อการเมืองไร้มลพิษ

ส่วนสีประจำพรรคการเมืองใหม่ คือ สีเหลือง-เขียว สีเหลือง เพื่อเชิดชูสถาบันกษัตริย์ และประชาธิปไตย สีเขียวหมายถึงการเมืองต้องไร้ซึ่งมลพิษ ส่วนโลโก้พรรคอยู่ในช่วงนำกลับไปปรับปรุงซึ่งคงจะได้เห็นชัดเจนในวันที่ 4 มิ.ย.นี้

นายสมศักดิ์ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความคาดหวังในจำนวน ส.ส.ที่จะได้รับเลือกเข้าสู่สภาฯ ว่า เป็นเรื่องไกลตัวในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าถึงจำนวนเก้าอี้เพราะการเมืองใหม่จะต้องเน้นที่คุณภาพ ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ ส่วนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในภาคประชาชน ก็ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อตรวจสอบพรรคการเมือง ไม่เว้นแม้แต่พรรคการเมืองใหม่ ในส่วนของ ส.ส.ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งก็ให้พี่น้องพันธมิตรฯเป็นผู้เสนอรายชื่อขึ้นมา โดยที่กรรมการบริหารพรรคจะไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องคัดสรรบุคคล

รายละเอียด สมศักดิ์ โกศัยสุข สุริยะใส กตะศิลา แถลงตั้งพรรค การเมืองใหม่

ที่มา: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000061732


สมศักดิ์ โกศัยสุข: วันนี้มีการประชุมเพื่อพิจารณาก่อตั้งพรรคการเมืองตามมติเมื่อวัน ที่ 25 พฤษภาคม ในการชุมนุมใหญ่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ทั้งหมดวันนี้มาประชุมกัน 21 คน ที่ได้ลงชื่อในการประชุม และได้มีการประชุมกันแล้ว ได้มติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ว่า พรรคนี้ให้ตั้งชื่อว่า พรรคการเมืองใหม่วันนี้มีผู้หญิง 13 คน ผู้ชาย 8 คน ในการร่วมก่อการจัดตั้งพรรคการเมืองนี้ ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า New Politics Party ชื่อย่อภาษาไทย ก.ม.ม.ตัวย่อภาษาอังกฤษ “NPSP”

ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลือกหัวหน้าพรรค ผู้ก่อการ เป็นนายสมศักดิ์ โกศัยสุข คุณภินันท์ โชติรสเศรณี เป็นรองหัวหน้าพรรค คุณสมศักดิ์ อิสมันยี เป็นรองหัวหน้าพรรค คุณสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรค คุณพิชิต ไชยมงคล เป็นรองเลขาธิการพรรค คุณลักขณา ดิษยะศริน เป็นเหรัญญิกพรรค คุณภาณุมาศ พรหมสูตร เป็นนายทะเบียนพรรค พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ เป็นโฆษกพรรค คุณสุทธิ อัชฌาศัย เป็นกรรมการบริหารพรรค นอกจากนั้นที่เหลือก็เป็นกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด (รายชื่อตามเอกสาร)

มีทุกภาคส่วน คุณฉัตร คุณคำ มีอ่อน คุณอาภารัตน์ ชาติชุติกำจร คุณนิตยา กุระคาน คุณชญาบุญ เพชรพรหม คุณจีรนันท์ อินทสุริวงศ์ คุณบรรจง นะแส คุณชญาดา ศริญญามาศ คุณวิลิศ เตชะไพบูลย์ คุณเสาวณีย์ รุ่งช่วง คุณพรชุลี คงขวัญ คุณเพลินพิศ ทองวน คุณเสน่ห์ หงส์ทอง

ซึ่งในการที่จะดำเนินการไปจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ จะเป็นวันพฤหัสฯ ที่ 4 มิถุนายน เวลา 08.00 น. ที่ กกต.แจ้งวัฒนะ

สุริยะใส กตะศิลา: เพิ่มเติมท่านหัวหน้าพรรคนิดหนึ่ง วันนี้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งกำหนดว่าต้องมีการประชุมกันอย่างเป็นทางการ และทั้ง 21 คนที่เข้าประชุมวันนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบของ 5 แกนนำ ที่ใช้หลักการคัดเลือกโดยยึดโยงกับตัวแทนภาค ตัวแทนสาขาอาชีพ และกลุ่มองค์กรแนวร่วมที่ร่วมเคลื่อนไหวกับเรา แต่ทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นตำแหน่งชั่วคราว หลังจากนี้ถ้า กกต.รับรองการจดทะเบียนแล้ว ทางพรรคก็จะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ทุกตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นวันนี้ถือว่าเป็นผู้ริเริ่มที่จะขอจดทะเบียนพรรคในวันที่ 4 มิถุนายน ส่วนสีของพรรค คือ สีเหลืองกับสีเขียวสีเหลือง คือ การเชิดชูระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรืออุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่วนสีเขียว คือ การเมืองสะอาด หรือการเมืองที่ไร้มลพิษ ซึ่งมีความหมายในประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากร และความเป็นธรรมทางการเมือง

ส่วนโลโก้ของพรรค เมื่อกี้เข้าที่ประชุมแล้วให้ไปปรับปรุง วันที่ 4 คงได้เห็นรายละเอียด โดยให้ไปปรับปรุงบางส่วน ในรายละเอียดบางตัว วันที่ 4 จะมีโลโก้ที่ชัดเจน

สำหรับนโยบายพรรค วันนี้ก็เป็นหลักการกว้างๆ รวมทั้งระเบียบข้อบังคับ หากสื่อมวลชนสนใจให้ถามคุณสมศักดิ์ (หัวหน้าพรรค) ได้

000


ช่วงถามตอบ

ถาม - กรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 21 คน แบ่งเป็นกรรมการพรรคธรรมดา

สุริยะใส - ตำแหน่งที่ระบุ 7 ตำแหน่ง หัวหน้า รองหัวหน้า 2 เลขาฯ 1 รองเลขาฯ 1 โฆษก 1 นายทะเบียน 1 และเหรัญญิก 1 ที่เหลือเป็นกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด

สมศักดิ์ - นี่เป็นไปตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550

สุริยะใส - โฆษก พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ รองหัวหน้าก็ คุณภินันท์ โชติรสเศรณี พันธมิตรฯ จากภาคตะวันตก อีกคนหนึ่งรู้จักกันในนามพี่อ๊อด คีตาญชลี จริงๆ ก็คือ คุณสมศักดิ์ อิสมันยี อ.ลักขณา เป็นเหรัญญิกพรรค ฝ่ายทะเบียนพรรค คุณภาณุมาศ พรหมสูตร ที่เหลือก็จะเป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีทั้งตัวแทนภาคแรงงาน เช่น คุณเสน่ห์ หงษ์ทอง ภาคเกษตรมีคุณวิลิต เตชะไพบูลย์ ที่เหลือก็จะเป็นตัวแทนภาคต่างๆ ทั้งหมดนี้ในเบื้องต้นก่อน นี่เป็นเพียงคณะผู้ริเริ่ม ถ้าพรรคได้รับการรับรองเป็นทางการ ก็จะมีการประชุมกันอย่างเป็นทางการเพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรค และตำแหน่งบริหารในส่วนอื่นๆ ด้วยในภายหลัง

ถาม - หลังจากนี้จะมีการทาบทามคนที่มีชื่อเสียง รวมถึง ส.ส.ประชาธิปัตย์

สมศักดิ์ - ไม่มีครับ เพราะว่าในเรื่อง ส.ส.เราได้คุยกันมาก่อนแล้วว่า ประชาชนในพื้นที่จะต้องเป็นผู้เสนอว่าเขาควรจะเอาใครลงไป นั่นเป็นเรื่องในอนาคต แต่หลักการแล้วข้างบนนี้จะไม่ได้ตัดสินใจเพียงลำพัง ยกตัวอย่างเช่น สมมุติ จ.ระยอง พี่น้องชาวระยองก็ต้องเสนอมาว่าใครบ้างที่ควรจะลงไปแข่งขันในนามพรรคการ เมืองใหม่

ถาม - ดูรายชื่อกรรมการบริหารพรรค แม้จะเป็นอย่างไม่เป็นทางการตอนนี้ แต่จริงๆ แล้วยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร

สมศักดิ์ - ก็เป็นผู้ก่อตั้ง ก็คิดว่าไม่จำเป็น เพราะเราแค่ผู้ก่อตั้งก็น่าจะมีคนรู้จักพอสมควรแล้ว หัวหน้าพรรคคิดว่าคนรู้จักเยอะแล้ว เลขาธิการพรรคก็รู้จักกันเยอะ และคีตาญชลีคนรู้จักกันทั่วประเทศแล้ว

ถาม ที่ทำการพรรคใช้ที่บ้านพระอาทิตย์ไหม

สมศักดิ์ - ที่ทำการพรรคใช้ที่บ้านเลขที่ 93/360 หมู่ที่ 5 ต.อนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ไม่ได้ใช้ที่นี่

สุริยะใส - ชั่วคราวไปก่อน สถานที่คงจะมีความชัดเจนภายในเดือนนี้ อยู่ระหว่างการหาอยู่ ดูไว้หลายที่ คงจะมีความชัดเจนเร็วๆ นี้ แต่ไม่ได้ใช้ที่นี่

ถาม - มีการพูดถึงจุดหมายของพันธมิตรฯ ไหมว่าจุดหมายของพันธมิตรฯ คืออะไร จุดหมายของพรรคการเมืองใหม่

สมศักดิ์ - ผมคิดว่าเราไม่ใช้ร้านขายของนะ แต่เป็นลักษณะนำเสนอให้ประชาชนเขาเห็นว่าการเมืองใหม่มายังไง จุดของเราก็คือว่า เราส่งเสริมให้คนดีที่มีประวัติศาสตร์ตรวจสอบได้มาเป็นผู้ปกครองเรา เพราะว่าบ้านเมืองทุกวันนี้มันมีปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่น จุดขายของเราก็คือว่า ผู้ที่เข้ามาทำงานตรงนี้จะต้องมีประวัติศาสตร์ นอกจากจะไม่คอร์รัปชั่นแล้ว จะต้องเป็นคนที่เกลียดคอร์รัปชั่น และต่อต้านการคอร์รัปชั่น และจะต้องมีการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และรักษาชาติ ศาสนา และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากนั้น เราก็จะให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางตรงให้มากในการตรวจสอบการ ตัดสินใจในการดำเนินการในด้านปัญหาเศรษฐกิจ ในด้านสิ่งแวดล้อม อะไรก็ตามที่กระทบกับประชาชน คือให้เป็นไปตามเจตจำนงในการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างจริงจัง และที่สำคัญก็คือ จะต้องทำให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับองค์ความรู้ด้านข้อมูลข่าวสารได้อย่าง ทั่วถึง เท่าเทียม เสมอภาค รวมทั้งการกระจายรายได้และผลประโยชน์ที่เป็นทรัพยากร และที่ผลิตได้ ให้กับสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นี่คือเป้าหมาย ทิศทางที่จะนำให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการเมืองใหม่อย่างไร ไม่ใช่แบบเก่าๆ อย่างแน่นอน ฉะนั้นอยากให้ประชาชนได้เปรียบเทียบได้ว่าจุดยืนของเราเรื่องการทุจริต การคอร์รัปชั่น เราจะต้องจัดการอย่างเด็ดขาด และให้คนยอมรับเคารพตามกฎหมาย

ถาม - เป็นห่วงเรื่องคดีเกี่ยวกับกรณีที่พันธมิตรฯ มีคดีฟ้องร้องอยู่ ในส่วนนี้หากมีการยื่นไปแล้วในเรื่องเกี่ยวกับคดีได้มีการปรึกษากับฝ่าย กฎหมายหรือยัง ว่าเป็นอย่างไร

สมศักดิ์ - ได้ปรึกษาแล้ว เพราะว่าคดีมันอยู่แค่การกล่าวหา อยู่ในกระบวนการของศาล ตามรัฐธรรมนูญก็คือว่าผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์ มันไม่มีผลอะไร อย่าลืมนะครับว่ากรรมการชุดนี้คือชุดก่อการที่จะไปจดทะเบียน หลังจากที่ กกต.รับรองว่าตรวจสอบเอกสารถูกต้องแล้ว ก็จะต้องมาเลือกตั้งใหม่ ภายใน 60 วัน ตามกฎหมาย ตามข้อบังคับของพรรค

ถาม กรณีของคุณสนธิ

สมศักดิ์ - คุณสนธิไม่ได้เป็นผู้ก่อการอะไรเลยตอนนี้ นี่เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากันในชุดที่ 2 ว่าจะลงมาสมัครเป็นกรรมการบริหารหรือไม่ อย่างไร และเท่าที่ตรวจสอบทางข้อกฎหมายก็ไม่ได้มีผลอะไร วันนี้เอาเฉพาะ 21 คนมาตรงนี้ก่อนว่ามีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องให้ กกต.เป็นผู้ตรวจสอบ แต่ทุกคนก็เชื่อว่ามีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญถูกต้อง


ถาม มีอะไรหนักใจไหมกับการที่สังคมมองมายังพรรคพันธมิตรฯ

สมศักดิ์ - ไม่หนักใจ ไม่มีอะไรหนักใจ มีแต่รู้สึกว่าการทำงานนี้จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะว่าที่ผ่านมาก็หนักพอสมควรแล้ว ต่อไปคิดว่าไม่มีอะไรหนักเลย สำหรับคนที่จะทำงานเพื่อบ้านเมือง

ถาม - ที่ไม่เลือกคุณสนธิเป็นหัวหน้าพรรค เป็นเพราะติดคดีความต่างๆ หรือเปล่า

สมศักดิ์ - ไม่เกี่ยวครับ นี่เป็นผู้ก่อการ อย่างที่เรียนแล้วว่าหลังจากก่อการแล้วก็จะมีการเลือกตั้งกันอีกครั้งหนึ่ง กระบวนการคัดสรรต่างๆ ก็จะมาอีกครั้งหนึ่ง

ถาม - กระบวนการเลือกคนที่มาเป็นผู้สมัครของพรรคพันธมิตรฯ ดูแล้วจะปิดทาง ส.ส.หน้าเดิมไหม

สมศักดิ์ - ก็ยังต้องพิจารณาหลักใหญ่ ถ้าประชาชนในพื้นที่เสนอมา ก็คิดว่านั่นคือสาระสำคัญในการพิจารณาคุณสมบัติ นอกจากนั้นต้องเป็นผู้ที่มีประวัติที่ไม่เคยกระทำการใดๆ ไปในทางที่เป็นหุ้นส่วนกับพวกเผด็จการ หรืออะไรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการโกง การทุจริตคอร์รัปชั่น แต่เราเน้นใหม่ๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลักใหญ่ก็ต้องฟังเสียงประชาชนที่เสนอมา เพราะนี่คือการเมืองใหม่

ถาม - ถ้าไม่เลือกคนที่มีชื่อเสียงมา จะเป็นอุปสรรคไหม

สมศักดิ์ - คิดว่าไม่น่าจะเป็นอุปสรรค เพราะถ้าเราคิดว่าเอาเงินเป็นใหญ่ ก็แบบเดิม ก็ไม่ต้องมีพรรค เราก็สนับสนุนพรรคใดก็ได้ ถ้าคิดว่าเพื่อเอาตัวเลขมานั่งนับกัน เพราะฉะนั้นการเมืองใหม่ต้องคิดถึงเรื่องประโยชน์ของสังคมเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ น่าจะมีกติกากฎเกณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น น่าจะทำสัญญายกเลิกกันได้แล้วว่าการซื้อเสียงทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างไร ผลสะท้อนเหล่านี้จะต้องกลับไปสู่ประชาชนภาคส่วนต่างๆ ได้ช่วยกันครุ่นคิดว่าประเทศชาติเรามาถึงวันนี้เราควรจะดำเนินการอย่างไรให้ การเมืองเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่มีเงินแล้วไปซื้อเสียงกันมา นี่คือสิ่งที่เราต้องการจะให้มีการเปลี่ยนแปลงด้วย

ถาม - ที่ผ่านมาพรรคการเมืองอื่นมีการกล่าวหาว่า มีการซื้อเสียงเข้ามา พันธมิตรฯ ตั้งพรรคมาแล้วสามารถที่จะ (เสียงไม่ชัดเจน)

สมศักดิ์ - มันเป็นเรื่องในอนาคต เพราะตอนนี้มันยังไม่ได้จดทะเบียนเลย ก็ค่อยว่ากันไป แต่อย่างไรก็ตาม หลักการใหญ่ก็คือว่า จะไปร่วมมือกับใครหรือไม่ อย่างไรนั้น เราต้องดำเนินการตามนโยบายที่สำคัญของเราได้ ไม่ใช่ไปร่วมเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นคิดว่าคงไม่ทำแน่นอน

ถาม - ในเบื้องต้นได้มีการคุยกันไหมว่าความคาดหวังจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่งในอนาคต

สมศักดิ์ - ไม่ได้คุยครับ เพราะถ้าคิดแบบนั้นก็คิดแบบการขาย การซื้อ การเอาชัยชนะกันด้วยตัวเลข แต่เป้าหมายคือเราต้องการสร้างคุณภาพ การเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพต้องมาก่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงปริมาณ

ถาม ได้คุยกับคุณสมเกียรติไหมว่าจะย้ายมาอยู่กับพรรคใหม่ไหม

สมศักดิ์ - ก็ไปถามคุณสมเกียรติ ยังไม่ได้คุยกันชัดเจน แต่ก็เชื่อว่าเมื่อเป็นที่เรียบร้อย คุณสมเกียรติก็คงตัดสินใจได้ ถ้าไปพูดแทนเขาเดี๋ยวไม่ตรงกัน เดี๋ยวมาก็ลองถามดู

ถาม สาขาพรรคจะมีการกระจายอย่างไร

สมศักดิ์ - ตามกฎหมายเบื้องต้นก็ต้อง 4 ภาค แต่คิดว่าพันธมิตรฯ มีเครือข่ายเยอะ ก็เมื่อพี่น้องในพื้นที่เขาพร้อม ก็ต้องไปตามจุดตามสภาพและความเป็นจริง ที่ไหนพร้อมที่นั่นก็ไป เพราะไปแล้วก็ต้องมั่นคง แต่ตามกฎหมายก็เชื่อว่าทำได้อยู่แล้ว เพราะเรามีพี่น้องจำนวนมากที่เข้าร่วมในขบวนการนี้

ถาม มั่นใจฐานเสียงภาคไหนมากที่สุด

สมศักดิ์ - ยังไม่ได้คิดไปถึงประเด็นนั้น คิดว่า ตอนนี้ถ้าจะพูดไปมันก็ยังไม่ถึง เพราะเวลามันยังอีกนาน การเปลี่ยนแปลง ตัวแปรต่างๆ มันเกิดขึ้น เอาเป็นว่าขณะนี้ขอให้ดำเนินการกิจกรรมเป็นขั้นเป็นตอนไปก่อน แล้วค่อยมาพูดกันว่า ให้ถึงเวลาที่จะลงเลือกตั้ง ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ดี-ไม่ดีหลังจากแถลงข่าวแล้วเขาทำอะไรกันไม่รู้ มันไม่แน่ เพราะรู้สึกว่ามีเรื่องมะรุมมะตุ้มกันอยู่เหมือนกัน

ถาม ในส่วนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน

สมศักดิ์ - ก็ยังมีตามเดิมครับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังดำรงการเคลื่อนไหวอยู่แบบเดิม คือภาคประชาชนก็มีของเขา ส่วนภาคที่มาเป็นพรรคการเมืองในระบบรัฐสภาก็มี มันก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ได้มีอย่างใดอย่างหนึ่ง

ถาม - ความเคลื่อนไหวภาคประชาชนร่วมไปกับการจัดตั้งพรรคการเมือง อาจจะถูกข้อกล่าวหาเรื่องแสวงหาอำนาจ

สมศักดิ์ - อยู่ที่การปฏิบัติ เวลาการตรวจสอบ ซึ่งแน่นอนว่าเราจะต้องมีการตรวจสอบกันอย่างเต็มที่ ส่วนที่เป็นภาคประชาชนเดี๋ยวเขาคงตรวจสอบเต็มที่ ที่คุยกันก็ถือว่าภาคประชาชนจะเข้มแข็งนั้น จะต้องไม่ประนีประนอมกับผลประโยชน์กับนักการเมืองในระบบรัฐสภา ในเมื่อเขาทำอะไรไม่ถูกต้อง นี่คือสิ่งใหม่ๆ ที่จะได้เกิดขึ้น การวิตกกังวล การห่วงใยทุกประเด็น เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งเราจะได้นำมาพิจารณา และเป้าหมายก็ต้องการที่จะให้แก้ปัญหาต่างๆ ไปด้วยดีในข้อวิตกกังวลทั้งหลาย

ถาม - การใช้สื่อโทรทัศน์ ASTV ได้พิจารณาว่าจะมีผลกระทบในทางกฎหมายหรือเปล่า

สมศักดิ์ - คิดว่าคงคนละส่วนกัน คงจะไม่เกี่ยวข้องกัน สื่อก็ว่าไปเรื่องของสื่อ อิสรภาพของสื่อก็ว่าไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คงจะไม่ไปเกี่ยวข้องกัน แต่สื่อก็มีอิสระในการที่จะเสนออะไรเป็นความจริง อะไรไม่จริง ซึ่งการเมืองก็ต้องเดินไปตามกฎเกณฑ์การเมือง คงไม่ได้เป็นส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน

ถาม - คิดว่าจะสร้างพรรคให้เป็นพรรคเฉพาะกิจ หรือความเป็นสถาบันในอนาคตไหม

สมศักดิ์ - โดยหลักแล้วเมื่อก่อกำเนิดพรรคขึ้นมา กับปัญหาประเทศ ปัญหาการเมืองที่มีอยู่ ก็ต้องการจะให้เป็นพรรคที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องอยู่รอด ไม่ได้เกิดเพื่อตาย แน่นอนครับต้องการพัฒนาไปสู่ความมั่นคงในอนาคต ส่วนจะทำได้อย่างไรแค่ไหนก็ต้องพิสูจน์กัน

ถาม - ตรงนี้ต้องอาศัยปัจจัยในส่วนของตำแหน่ง ส.ส.หรือเปล่า ถ้าหากได้ ส.ส.ไม่เป็นไปตามเป้าก็ต้องยุบพรรคไป

สมศักดิ์ - อะไรที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เราก็ต้องทำให้ได้ ถ้ามันผ่านสิ่งตรงนั้นไม่ได้ ก็ถือว่าไปไม่ได้ แต่ในขณะนี้ก็ต้องมีความมั่นใจว่าจะต้องทำได้ตามกรอบกฎเกณฑ์ของกฎหมาย จะใหญ่ จะเล็ก ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้เราไปพูดแทนประชาชนไม่ได้ ถ้าประชาชนสนับสนุนมากก็ไปได้ ถ้าสนับสนุนไม่มากก็ไปไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของบุคลากรที่เข้ามาทำงานด้านการเมืองเป็นสำคัญ ถ้าทำได้ตามที่พูดมันก็ไปได้ ทำไม่ได้มันก็ไปไม่ได้ นี่ต้องถูกพิสูจน์

ถาม ไม่ว่าจะได้สักกี่ที่นั่งก็ตาม

สมศักดิ์ - มันไม่จำเป็นว่าจะต้องได้กี่ที่นั่ง ประธานาธิบดีลินคอล์นลงเลือกตั้งถึง 11 ครั้ง กว่าจะได้เป็น ครั้งแรกไม่ได้สักคะแนนเดียว มันไม่มีอะไรที่เกิดถึงและใหญ่โตเกินไป ผมว่ามันก็เป็นไปตามสภาพความเป็นจริงของสังคม แต่ว่าพวกเรานั้นตั้งใจที่จะทำงานไปจนถึงที่สุด เพื่อทำให้การเมืองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชน อย่างน้อยก็มีตัวเลือกเพิ่มขึ้น จากของที่มีอยู่แล้ว เมื่อมีสิ่งใหม่เกิดขึ้น ก็เปิดช่องให้ประชาชนได้มีสิทธิ์ได้เลือกสิ่งใหม่ๆ จะเลือกหรือไม่เลือกนั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นข้อเสนอใหม่ให้ประชาชนได้พิจารณา

ถาม - การวางระบบ ให้แกนนำเห็นชอบตัวหัวหน้าพรรคอีกครั้งหนึ่งหรือเปล่า

สมศักดิ์ - ไม่ เพราะว่านี่มาจากรากฐานของประชาชน จะเห็นได้ว่าแม้จะตั้งหรือไม่ตั้ง ก็เป็นกระบวนการแรกของประเทศนี้เสียด้วยซ้ำไป ว่าวันที่ 25 ยังต้องเชิญพี่น้องประชาชนมาเป็นจำนวนมากว่าจะตั้งหรือไม่ตั้ง

ถาม - การตรวจสอบพรรคตัวเองจะตรวจสอบอย่างไร ที่บอกว่าจะมีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนควบคู่ไปด้วย

สมศักดิ์ - ก็ต้องวางกลไก กฎเกณฑ์ ให้โปร่งใส แม้แต่กรรมการแต่ละคน ประชาชนที่เป็นสมาชิกก็มีสิทธิ์ อยู่ในข้อบังคับในการที่จะตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งเราได้เรียนรู้จากการเมืองเก่าๆ มาแล้ว ก็เชื่อว่าคงจะไม่ทำอะไรเก่าๆ ที่ทำไปแล้วประชาชนไม่เห็นด้วย

ถาม - ที่ผ่านมา 5 แกนนำเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนภาคประชาชน แล้วตอนนี้มีพรรคการเมือง ถ้าแยกออกจากกัน จะไปครอบ ...

สมศักดิ์ - คงไม่ครอบ เพราะที่ผ่านมาเวลาเคลื่อนไหวอะไรก็ถามประชาชน ขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชน กับการเคลื่อนไหวทางการเมือง มันมีกฎหมายมีอะไรคอยตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น จะเห็นได้ว่าพรรคการเมืองเก่าๆ ที่ติดกับดักเยอะแยะ ทั้งที่กฎหมายฉบับนี้ยังใช้ไม่ได้อย่างเต็มที่ เราคิดว่ากฎหมายพรรคการเมืองปี 2550 เข้มงวดพอสมควร ขณะที่บอกว่าหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค รู้เห็นเป็นใจ ก็ต้องยุบพรรค ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เราต้องทำ สิ่งที่ต้องการคือให้เห็นเป็นของใหม่ มากกว่าที่จะไปบอกว่าจะไปเอาชนะคนโน้นคนนี้ ส่วนผลจะออกอย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องของประชาชนที่จะต้องตัดสิน

ถาม เงินในการทำพรรคการเมืองมาจากช่องทางไหนบ้าง

สมศักดิ์ - ธรรมดาก็ต้องมี ของใหม่ก็ต้องมีสมาชิกที่ชัดเจน ที่ต้องชำระเป็นประจำ ก็เงินบริจาคที่จะต้องไม่เกินกรอบขอบเขตที่กฎหมายกฎหมาย แต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในการที่จะเข้ามาครอบงำ คงจะไม่ใช่เอาเงินมา 5-6 ร้อยล้าน แล้วมาเป็นเลขาฯ พรรค หัวหน้าพรรค พรรคการเมืองนี้จะไม่มีอย่างนั้นอย่างเด็ดขาด ก็จะเน้นประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิก ที่เป็นเจ้าของพรรค

ถาม เปิดเผยได้ไหมว่าตอนนี้มีเงินบริจาคเข้ามาอยู่ที่เท่าไร

สมศักดิ์ - ตอนนี้รู้สึกว่ามีเงินบริจาคมา 1,000 บาท เท่าที่รับมา เพราะว่ายังไม่ได้ตั้งพรรค ยังไม่ได้จดทะเบียน 1,000 บาท ไม่รู้ใครให้มา

ถาม - แกนนำมีโอกาสที่จะรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค หรือประธานกิตติมศักดิ์อะไรไหม

สมศักดิ์ - ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกันอีกที ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ เพราะยังต้องไปออกแบบ ตอนนี้กำลังออกแบบออกโครงสร้างพรรค แล้วก็มาพิจารณากันอย่างรอบคอบ หลังจากได้โครงสร้างแล้วภายใน 60 วัน จะพยายามให้สิ่งที่ถามนั้นคงจะตอบได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงนั้น เพราะพูดไปในช่วงนี้อาจจะไม่ตรงก็ได้ ต้องเรียนว่า ผมเองถ้าอะไรที่เป็นความคิดส่วนตัวผมไม่มี จะไม่พูด จะพูดต่อเมื่อได้คุยอะไรไว้เรียบร้อย เพราะพูดแล้วเดี๋ยวอาจจะไม่ตรงก็ได้ แล้วก็จะเป็นการชี้นำ ก็ต้องขอเรียนอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งเหล่านั้นเมื่อถึงเวลามันอาจจะเปลี่ยน พูดไปเดี๋ยวพอเปลี่ยนก็จะบอกว่า อ้าวทำไมบอกไว้ไม่เป็นอย่างนี้ เพราะเราต้องระมัดระวังในการรักษาคำพูดด้วย


สนธิย้ำพรรคเป็นเพียงเครื่องมือ พันธมิตรฯ สำคัญกว่า

ขณะเดียวกัน ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่มีการประชุมก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า วันนี้เป็นส่วนของผู้ก่อตั้งพรรคว่าการประชุมเป็นแค่การเลือกสมาชิกพรรค อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งต้องรอมติใหญ่จากสมาชิกพรรคอีกครั้งหนึ่งในอีกประมาณไม่เกิน 2 เดือนข้างหน้า หลังจากที่รวบรวมสมาชิกพรรคครบเรียบร้อยและจะมีการประชุมวิสามัญเพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงอย่างเป็นทางการ ถือว่าการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ เป็นมิติใหม่ทางการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะเกิดจากอุดมการณ์ของประชาชนที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมา ไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มทุนที่ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเช่นในอดีต ซึ่งหลังจากเข้าร่วมรัฐบาลแล้วก็พยายามทุกวิถีทางในการถอนทุนคืน ซึ่งกลายเป็นธุรกิจการเมืองเช่นทุกวันนี้

ส่วนการที่พันธมิตรฯ ตั้งพรรคขึ้นมาสู้ ตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าจะทำให้พรรคการเมืองอื่นเร่งปรับตัวเองด้วย และพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ จะแสดงให้พรรคการเมืองอื่นดูว่าการเข้ามาทำงานในการเมืองแบบโปร่งใสเป็น อย่างไร และถึงเวลาแล้วที่การเมืองเก่าควรจะหมดไปจากบ้านเมืองเสียที

อย่างไรก็ตาม พรรคของพันธมิตรฯ ที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเป็นเครื่องมือของพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ถ้าพรรคการเมืองปฏิบัติตัวไม่เป็นในสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง พันธมิตรฯ จะถอยตัวออกห่างทันที ซึ่งพันธมิตรฯ นั้นจะเป็นส่วนที่สำคัญกว่าพรรคการเมืองอย่างแน่นอน และจะคอยควบคุมการทำงานในส่วนของพรรคการเมืองอย่างเคร่งครัดด้วย โดยคาดว่าจะเปิดสำนักงานได้ในวันพรุ่งนี้

ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง จะมีบทบาทอะไรไม่ใช่เรื่องสำคัญ ลั่นพร้อมนำพลพรรคเข้าสภา

นายสนธิกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในส่วนตัวของตนเรื่องบทบาทที่เกี่ยวข้องกับพรรคนั้น ตนไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่ถ้าจะมีบทบาทอะไรก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ตรงนี้ถือว่าเป็นแค่กระบวนการที่จะต้องเกิดขึ้นที่พรรคจะต้องเดินไปสู่กระบวนการต่างๆ และเดินเข้าสู่สภา ทั้งนี้ ถ้าตนมีตำแหน่งใดในพรรคซึ่งประชาชนก็อาจจะเลือกให้รับตำแหน่ง และเมื่อสมาชิกได้เดินเข้าสู่ระบอบสภาอย่างเป็นระบบแล้ว ตนก็ต้องกลับมาอยู่ที่พันธมิตรฯ ภาคประชาชน เพราะถือว่าหมดหน้าที่ในส่วนนี้แล้วกลับไปชูธงการเมืองอยู่ฝั่งการเมืองภาค ประชาชนเช่นเดิม

ในส่วนตัวผม เรื่องข้อกฎหมายนั้นไม่มีปัญหาใด ทั้งคดีหมิ่นประมาท แต่ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุดซึ่งถือว่ายังไม่มีความผิด ส่วนคดีล้มละลายนั้นในส่วนของตนไม่ใช่การล้มละลายแบบทุจริต ซึ่งผ่านพ้นการบังคับทางกฎหมาย 3 ปี แล้วส่วนนี้จึงตกไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ว่าจะมีหลายฝ่ายโจมตีผมในหลายเรื่องที่จะเข้ามารับตำแหน่งในพรรค นั้น ผมอยากบอกว่าไม่กลัวว่าใครจะโจมตี ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบันได้เจอมาหมดแล้ว ซึ่งมาถึงจุดนี้คงไม่มีอะไรต้องกลัวนายสนธิกล่าว

เตรียมใช้วันประชุมใหญ่แถลงนโยบายการบริหารบ้านเมือง

แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม 5 แกนนำพันธมิตรฯ จะยังไม่เคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้ ซึ่งคาดว่าคงจะเป็นเวลา 2 เดือนนับจากนี้ที่พันธมิตรฯ ได้รวบรวมสมาชิกพรรค และมีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและตำแหน่ง อื่นๆ ภายในพรรคเสร็จสิ้นไปก่อน ซึ่งคิดว่าจะเป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากพรรคการเมืองที่เคยมีมาเพราะต้องใช้ เสียงจากประชาชนมาเป็นการตัดสินว่าใครจะดำรงตำแหน่งใด ไม่ได้เลือกขึ้นมาโดยใครคนหนึ่งที่มีอำนาจผูกขาด คงจะถือโอกาสในวันนั้นแถลงนโยบายของพรรคว่าเราจะบริหารบ้านเมืองอย่างไร เป็นต้น ซึ่งตนคาดว่าจะเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งของพันธมิตรฯ

อย่างไรก็ดี ถ้าวันหนึ่งพรรคการเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ ต้องเข้าไปทำงานร่วมกันกับพรรคการเมืองอื่นนั้น ส่วนตัวผมถ้าต้องให้ไปทำงานร่วมกับพรรคที่ทำงานด้วยไม่น่าไว้ใจตนคงไม่ร่วม ด้วย แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ดีทำงานด้วยความโปร่งใส สุจริตก็จะสนับสนุนและสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้

โลโก้ชั่วคราวพรรคการเมืองใหม่ (ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์)

ปานเทพเผยความหมายโลโก้พรรคเบื้องต้น เน้นสีเขียว-เหลือง

ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และคอลัมนิสต์ใน ASTVผู้จัดการออนไลน์ เขียนบทความ เบื้องหน้าเบื้องหลัง พรรคการเมืองใหม่ : New Politics Party” ลงในเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันนี้ โดยเขาระบุความหมายของตราประจำสัญลักษณ์พรรคในเบื้องต้น โดยนายปานเทพระบุว่าอาจมีการปรับปรุงอีก โดยนายปานเทพได้เขียนคำอธิบายไว้ดังนี้

สีเขียวหมายถึง การเมืองใหม่ เป็นการเมืองที่ไร้มลพิษ โปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต สร้างชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ สีเหลืองหมายถึงธรรมะเป็นการเมืองที่ใช้ธรรมนำหน้า มือสีเหลือง 4 มือหมายถึง มือของประชาชนที่ยึดมั่นในธรรมจากทุกภูมิภาค ทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพ มาร่วมมือกันเพื่อโอบอุ้มและลงมือทำการเมืองใหม่ด้วยมือประชาชนเอง โดยมีหัวใจสีเหลือง หมายถึงศูนย์กลางจิตใจของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ยึดมั่นในธรรมและราช บัลลังก์ ส่วนมีหัวใจ 4 ดวงหมายถึงมีหัวใจที่แน่วแน่ที่จะยึดมั่นอุดมการณ์ด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และมีความสามารถ

ปานเทพ ย้ำ 10 ประการ การเมืองใหม่ต่างจาก การเมืองเก่า

นายปานเทพ ให้ความเห็นในบทความด้วยว่า พรรคการเมืองใหม่กับ พรรคการเมืองเก่าแตกต่างกันที่เนื้อหาสาระ 10 ประการ ได้แก่ 1. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่เลือกข้างในคุณงามความดี ยึดมั่นในจริยธรรม และศีลธรรม ในขณะที่การเมืองเก่าคือการเมืองเลือกข้างความชั่ว ไม่มีจริยธรรม และไม่มีศีลธรรม

2. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่เลือกข้างความซื่อสัตย์ สุจริต การเมืองเก่าคือการเมืองที่เลือกข้างความทุจริต ฉ้อฉล

3. การเมืองใหม่ คือการเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม การเมืองเก่าคือการเห็นแก่ตัวทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง 4. การเมืองใหม่ คือความกล้าหาญในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพร้อมเลือกข้างความถูกต้องชอบธรรม การเมืองเก่าคือความขลาดกลัวในการตัดสินใจ ไม่กล้าเลือกข้างความถูกต้องหรือข้างใดๆ

5. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองร่วมกันเพื่อผล ประโยชน์ของประชาชนอย่างโปร่งใส การเมืองเก่าคือการเมืองที่นักการเมืองและนายทุนเพียงไม่กี่คนในการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง

6. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมือง และหาทางป้องกันมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ การเมืองเก่าคือการเมืองที่ส่งเสริมให้นายทุนของพรรคทำมาหากินเพื่อคืนทุน พรรคอย่างสามานย์ คนดีไม่มีอำนาจ คนชั่วครองเมือง

7. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจที่สร้างความเป็นธรรมในสังคมและเน้นผล ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ส่วนการเมืองเก่า คือการเมืองที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจตกอยู่ในอาณัตินายทุนผูกขาดเพียงไม่กี่คน

8. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่พัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นฐานในการดำเนินชีวิตและ อาชีพตามภูมินิเวศน์ การเมืองเก่าคือการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของนายทุนเพียงไม่กี่คนแต่ทำลายวิถี ชีวิตและทรัพยากรของคนทั้งชาติ

9. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ให้ประชาชนเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งด้วยการศึกษาที่มีคุณภาพที่ ใช้ได้ในชีวิตจริงควบคู่ไปกับคุณธรรมเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ ชาติ ส่วนการเมืองเก่าคือการเมืองที่ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเอาชนะทางการเมือง และเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่สร้างประโยชน์ผูกขาดให้กับนายทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม

10. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่เปิดกว้างในข้อมูลข่าวสารให้พัฒนาก้าวไกลด้วยข้อมูลข่าวสาร ปฏิรูปสื่อให้เป็นองค์กรพัฒนาจิตสำนึกและศักยภาพของคนในชาติ การเมืองเก่าคือการทำให้สื่อมวลชนเป็นผลประโยชน์ทางธุรกิจของนายทุนและพวก พ้องเป็นสำคัญโดยปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม

รายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรค การเมืองใหม่

สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริการพรรค การเมืองใหม่ ชุดก่อตั้งประกอบด้วย 1. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นหัวหน้าพรรค 2. นางภินันทน์ โชติรสเศรณี เป็นรองหัวหน้าพรรค 3. นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรค 4. นายพิชิต ไชยมงคล เป็นรองเลขาธิการพรรค 5. นางลักขณา ดิษยะศริน เป็นเหรัญญิกพรรค 6. นางภาณุมาศ พรหมสูตร เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค 7. พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ เป็นโฆษกพรรค 8. นายสุทธิ อัชฌาศัย เป็นกรรมการบริหารพรรค 9. นางชญาบุญ เพชรพรหม กรรมการบริหารพรรค 10. น.ส.นิตายา กุระคาน กรรมการบริหารพรรค

11. น.ส.อาภารัตน์ ชาติชุติกำจร กรรมการบริหารพรรค 12. น.ส.ฉัตรกุล คำมีอ่อน กรรมการบริหารพรรค 13. น.ส.จีรนันท์ อินทร์สุริวงศ์ กรรมการบริหารพรรค 14. นางลักขณา ดิษยะศริน กรรมการบริหารพรรค 15. นายบรรจง นะแส กรรมการบริหารพรรค 16. นางชญาดา ศริญญามาศ กรรมการบริหารพรรค 17. นายวิลิต เตชะไพบูลย์ กรรมการบริหารพรรค 18. นายสมศักดิ์ อิสมันยี กรรมการบริหารพรรค 19. นางเสาวนีย์ รุ่งช่วง กรรมการบริหารพรรค 20. น.ส.พรชุลี คงขวัญ กรรมการบริหารพรรค

21. นางเพลินพิศ ทองวล กรรมการบริหารพรรค 22. นางเสน่ห์ หงส์ทอง กรรมการบริหารพรรค และ 23. นางกาญจนา กาญจนเสวี กรรมการบริหารพรรค

ที่มา: เรียบเรียงจาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์ [1] [2] [3] [4]

พันธมิตรฯตั้งพรรค "การเมืองใหม่" ชูเหลือง-เขียว "สมศักดิ์ โกศัยสุข" เป็นหัวหน้าพรรคชั่วคราว

ที่มา ประชาไท

พรรคพันธมิตรฯ สรุป ใช้ชื่อ พรรคการเมืองใหม่ ใช้สีเหลือง-เขียว มีกรรมการ 23 คน สุริยะใส เป็นเลขาธิการ สมศักดิ์ชี้พรรคจะส่งเสริมคนดีมาปกครองบ้านเมือง เน้นรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เผยรู้สึกได้ทำงานที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ สนธิ ลั่นไม่ยึดติดตำแหน่ง ย้ำพรรคเป็นเพียงเครื่องมือ พันธมิตรฯ สำคัญกว่า เตรียมแถลงนโยบายวันประชุมวิสามัญ

ภาพการแถลงข่าวของผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ พรรคการเมืองใหม่” เมื่อ 2 มิ.ย. 52 ที่ผ่านมา (ที่มาของภาพ: ASTVผู้จัดการออนไลน์)

ประชุมผู้ก่อตั้งพรรคพันธมิตรฯ แล้ว

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่บ้านพระอาทิตย์ มีการประชุมผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยมีแกนนำพันธมิตรฯ จากทุกภูมิภาค และแนวร่วมจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมประชุมจำนวน 20 คน โดยมีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ เป็นประธานการประชุม

สาระในการประชุมที่สำคัญ คือ การเลือกหัวหน้าพรรค และผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในส่วนต่างๆ ของพรรค นโยบายของพรรค การกำหนดข้อบังคับของพรรค ซึ่งส่วนดังกล่าวจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

สำหรับวาระแรกของการประชุม นายสมศักดิ์ได้ให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสนอชื่อพรรคการเมือง โดยนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้เสนอชื่อพรรค 3 ชื่อ ซึ่งได้มีการลงความเห็นจากประชาชนภาคส่วนต่างๆ ของพันธมิตรฯ มาแล้ว คือ 1.พรรคเทียนแห่งธรรม 2.พรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 3.พรรคการเมืองใหม่

ไม่ใช้ชื่อ พันธมิตรฯ เกรงทับซ้อนภาคประชาชน

จากนั้นผู้เข้าร่วมประชุมได้อภิปรายถึงเหตุผลในส่วนที่เห็นด้วยและ ไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวางต่อชื่อพรรค เช่น พรรคเทียนแห่งธรรม และพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีการจดทะเบียนไปก่อนแล้ว จึงอาจมีการซ้ำซ้อนขึ้นได้ อีกทั้งชื่อพรรคเทียนแห่งธรรมยังไม่ได้บอกนัยที่ชัดเจนมากนัก

ส่วนชื่อพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่วนหนึ่งเห็นว่าอาจไปทับซ้อนกับการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน และควรที่จะคงไว้ในส่วนของภาคประชาชนมากกว่า

สรุปใช้ การเมืองใหม่ หวังเปลี่ยนการเมืองแบบเก่า

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้ข้อสรุปอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าจะใช้ชื่อ พรรคการเมืองใหม่โดยมีเหตุผลว่า ชื่อพรรคการเมืองใหม่ มีนัยที่แสดงถึงการต่อสู้ที่ต้องการจะให้เกิดการเมืองใหม่ ที่มีพลังบริสุทธิ์ และเป็นพลังที่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองแบบเก่าไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยจะใช้ชื่อตัวย่อภาษาไทย คือ ก.ม.ม. และใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า NEW POLITICS PARTY ชื่อย่อ N.P.S.P.

ส่วนวาระที่ 2 เป็นการลงมติในส่วนของที่ทำการพรรค ที่ประชุมได้มีมติว่าจะใช้บ้านของนายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นที่ทำการพรรค โดยจะใช้อย่างไม่เป็นทางการไปก่อน ซึ่งขณะนี้ทางแกนนำพันธมิตรฯ ได้มีการไปสำรวจดูที่ทำการพรรคที่จะให้มีความเหมาะสมมากที่สุดอยู่ คาดว่าน่าจะอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร

ชู สมศักดิ์ โกศัยสุขนั่งหัวหน้าพรรค

เบื้องต้นที่ประชุมผู้จัดตั้งพรรคมีการเสนอชื่อของหัวหน้าพรรคชั่วคราวแล้ว โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค และนายสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรคชั่วคราว

ต่อมาในเวลา 12.30 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ พร้อมด้วยผู้จดทะเบียนจัดตั้งพรรครวม 21 คนได้ออกแถลงการณ์พร้อมกันว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ตั้งชื่อ พรรคการเมืองใหม่” (ก.ม.ม.) โดยจะเดินทางไปจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิ.ย.เวลา 08.00 น. โดยตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคในวันนี้ถือเป็นการชั่วคราว เพื่อรอจดทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้วก็จะมีการประชุมคัดสรรหัวหน้าพรรครวม ทั้งกรรมการบริการพรรคอีกครั้งหนึ่ง

ใช้สีเหลือง เชิดชูกษัตริย์ และสีเขียวเพื่อการเมืองไร้มลพิษ

ส่วนสีประจำพรรคการเมืองใหม่ คือ สีเหลือง-เขียว สีเหลือง เพื่อเชิดชูสถาบันกษัตริย์ และประชาธิปไตย สีเขียวหมายถึงการเมืองต้องไร้ซึ่งมลพิษ ส่วนโลโก้พรรคอยู่ในช่วงนำกลับไปปรับปรุงซึ่งคงจะได้เห็นชัดเจนในวันที่ 4 มิ.ย.นี้

นายสมศักดิ์ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความคาดหวังในจำนวน ส.ส.ที่จะได้รับเลือกเข้าสู่สภาฯ ว่า เป็นเรื่องไกลตัวในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าถึงจำนวนเก้าอี้เพราะการเมืองใหม่จะต้องเน้นที่คุณภาพ ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ ส่วนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในภาคประชาชน ก็ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อตรวจสอบพรรคการเมือง ไม่เว้นแม้แต่พรรคการเมืองใหม่ ในส่วนของ ส.ส.ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งก็ให้พี่น้องพันธมิตรฯเป็นผู้เสนอรายชื่อขึ้นมา โดยที่กรรมการบริหารพรรคจะไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องคัดสรรบุคคล

รายละเอียด สมศักดิ์ โกศัยสุข สุริยะใส กตะศิลา แถลงตั้งพรรค การเมืองใหม่

ที่มา: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000061732


สมศักดิ์ โกศัยสุข: วันนี้มีการประชุมเพื่อพิจารณาก่อตั้งพรรคการเมืองตามมติเมื่อวัน ที่ 25 พฤษภาคม ในการชุมนุมใหญ่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ทั้งหมดวันนี้มาประชุมกัน 21 คน ที่ได้ลงชื่อในการประชุม และได้มีการประชุมกันแล้ว ได้มติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ว่า พรรคนี้ให้ตั้งชื่อว่า พรรคการเมืองใหม่วันนี้มีผู้หญิง 13 คน ผู้ชาย 8 คน ในการร่วมก่อการจัดตั้งพรรคการเมืองนี้ ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า New Politics Party ชื่อย่อภาษาไทย ก.ม.ม.ตัวย่อภาษาอังกฤษ “NPSP”

ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลือกหัวหน้าพรรค ผู้ก่อการ เป็นนายสมศักดิ์ โกศัยสุข คุณภินันท์ โชติรสเศรณี เป็นรองหัวหน้าพรรค คุณสมศักดิ์ อิสมันยี เป็นรองหัวหน้าพรรค คุณสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรค คุณพิชิต ไชยมงคล เป็นรองเลขาธิการพรรค คุณลักขณา ดิษยะศริน เป็นเหรัญญิกพรรค คุณภาณุมาศ พรหมสูตร เป็นนายทะเบียนพรรค พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ เป็นโฆษกพรรค คุณสุทธิ อัชฌาศัย เป็นกรรมการบริหารพรรค นอกจากนั้นที่เหลือก็เป็นกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด (รายชื่อตามเอกสาร)

มีทุกภาคส่วน คุณฉัตร คุณคำ มีอ่อน คุณอาภารัตน์ ชาติชุติกำจร คุณนิตยา กุระคาน คุณชญาบุญ เพชรพรหม คุณจีรนันท์ อินทสุริวงศ์ คุณบรรจง นะแส คุณชญาดา ศริญญามาศ คุณวิลิศ เตชะไพบูลย์ คุณเสาวณีย์ รุ่งช่วง คุณพรชุลี คงขวัญ คุณเพลินพิศ ทองวน คุณเสน่ห์ หงส์ทอง

ซึ่งในการที่จะดำเนินการไปจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ จะเป็นวันพฤหัสฯ ที่ 4 มิถุนายน เวลา 08.00 น. ที่ กกต.แจ้งวัฒนะ

สุริยะใส กตะศิลา: เพิ่มเติมท่านหัวหน้าพรรคนิดหนึ่ง วันนี้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งกำหนดว่าต้องมีการประชุมกันอย่างเป็นทางการ และทั้ง 21 คนที่เข้าประชุมวันนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบของ 5 แกนนำ ที่ใช้หลักการคัดเลือกโดยยึดโยงกับตัวแทนภาค ตัวแทนสาขาอาชีพ และกลุ่มองค์กรแนวร่วมที่ร่วมเคลื่อนไหวกับเรา แต่ทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นตำแหน่งชั่วคราว หลังจากนี้ถ้า กกต.รับรองการจดทะเบียนแล้ว ทางพรรคก็จะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ทุกตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นวันนี้ถือว่าเป็นผู้ริเริ่มที่จะขอจดทะเบียนพรรคในวันที่ 4 มิถุนายน ส่วนสีของพรรค คือ สีเหลืองกับสีเขียวสีเหลือง คือ การเชิดชูระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรืออุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่วนสีเขียว คือ การเมืองสะอาด หรือการเมืองที่ไร้มลพิษ ซึ่งมีความหมายในประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากร และความเป็นธรรมทางการเมือง

ส่วนโลโก้ของพรรค เมื่อกี้เข้าที่ประชุมแล้วให้ไปปรับปรุง วันที่ 4 คงได้เห็นรายละเอียด โดยให้ไปปรับปรุงบางส่วน ในรายละเอียดบางตัว วันที่ 4 จะมีโลโก้ที่ชัดเจน

สำหรับนโยบายพรรค วันนี้ก็เป็นหลักการกว้างๆ รวมทั้งระเบียบข้อบังคับ หากสื่อมวลชนสนใจให้ถามคุณสมศักดิ์ (หัวหน้าพรรค) ได้

000


ช่วงถามตอบ

ถาม - กรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 21 คน แบ่งเป็นกรรมการพรรคธรรมดา

สุริยะใส - ตำแหน่งที่ระบุ 7 ตำแหน่ง หัวหน้า รองหัวหน้า 2 เลขาฯ 1 รองเลขาฯ 1 โฆษก 1 นายทะเบียน 1 และเหรัญญิก 1 ที่เหลือเป็นกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด

สมศักดิ์ - นี่เป็นไปตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550

สุริยะใส - โฆษก พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ รองหัวหน้าก็ คุณภินันท์ โชติรสเศรณี พันธมิตรฯ จากภาคตะวันตก อีกคนหนึ่งรู้จักกันในนามพี่อ๊อด คีตาญชลี จริงๆ ก็คือ คุณสมศักดิ์ อิสมันยี อ.ลักขณา เป็นเหรัญญิกพรรค ฝ่ายทะเบียนพรรค คุณภาณุมาศ พรหมสูตร ที่เหลือก็จะเป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีทั้งตัวแทนภาคแรงงาน เช่น คุณเสน่ห์ หงษ์ทอง ภาคเกษตรมีคุณวิลิต เตชะไพบูลย์ ที่เหลือก็จะเป็นตัวแทนภาคต่างๆ ทั้งหมดนี้ในเบื้องต้นก่อน นี่เป็นเพียงคณะผู้ริเริ่ม ถ้าพรรคได้รับการรับรองเป็นทางการ ก็จะมีการประชุมกันอย่างเป็นทางการเพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรค และตำแหน่งบริหารในส่วนอื่นๆ ด้วยในภายหลัง

ถาม - หลังจากนี้จะมีการทาบทามคนที่มีชื่อเสียง รวมถึง ส.ส.ประชาธิปัตย์

สมศักดิ์ - ไม่มีครับ เพราะว่าในเรื่อง ส.ส.เราได้คุยกันมาก่อนแล้วว่า ประชาชนในพื้นที่จะต้องเป็นผู้เสนอว่าเขาควรจะเอาใครลงไป นั่นเป็นเรื่องในอนาคต แต่หลักการแล้วข้างบนนี้จะไม่ได้ตัดสินใจเพียงลำพัง ยกตัวอย่างเช่น สมมุติ จ.ระยอง พี่น้องชาวระยองก็ต้องเสนอมาว่าใครบ้างที่ควรจะลงไปแข่งขันในนามพรรคการ เมืองใหม่

ถาม - ดูรายชื่อกรรมการบริหารพรรค แม้จะเป็นอย่างไม่เป็นทางการตอนนี้ แต่จริงๆ แล้วยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร

สมศักดิ์ - ก็เป็นผู้ก่อตั้ง ก็คิดว่าไม่จำเป็น เพราะเราแค่ผู้ก่อตั้งก็น่าจะมีคนรู้จักพอสมควรแล้ว หัวหน้าพรรคคิดว่าคนรู้จักเยอะแล้ว เลขาธิการพรรคก็รู้จักกันเยอะ และคีตาญชลีคนรู้จักกันทั่วประเทศแล้ว

ถาม ที่ทำการพรรคใช้ที่บ้านพระอาทิตย์ไหม

สมศักดิ์ - ที่ทำการพรรคใช้ที่บ้านเลขที่ 93/360 หมู่ที่ 5 ต.อนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ไม่ได้ใช้ที่นี่

สุริยะใส - ชั่วคราวไปก่อน สถานที่คงจะมีความชัดเจนภายในเดือนนี้ อยู่ระหว่างการหาอยู่ ดูไว้หลายที่ คงจะมีความชัดเจนเร็วๆ นี้ แต่ไม่ได้ใช้ที่นี่

ถาม - มีการพูดถึงจุดหมายของพันธมิตรฯ ไหมว่าจุดหมายของพันธมิตรฯ คืออะไร จุดหมายของพรรคการเมืองใหม่

สมศักดิ์ - ผมคิดว่าเราไม่ใช้ร้านขายของนะ แต่เป็นลักษณะนำเสนอให้ประชาชนเขาเห็นว่าการเมืองใหม่มายังไง จุดของเราก็คือว่า เราส่งเสริมให้คนดีที่มีประวัติศาสตร์ตรวจสอบได้มาเป็นผู้ปกครองเรา เพราะว่าบ้านเมืองทุกวันนี้มันมีปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่น จุดขายของเราก็คือว่า ผู้ที่เข้ามาทำงานตรงนี้จะต้องมีประวัติศาสตร์ นอกจากจะไม่คอร์รัปชั่นแล้ว จะต้องเป็นคนที่เกลียดคอร์รัปชั่น และต่อต้านการคอร์รัปชั่น และจะต้องมีการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และรักษาชาติ ศาสนา และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากนั้น เราก็จะให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางตรงให้มากในการตรวจสอบการ ตัดสินใจในการดำเนินการในด้านปัญหาเศรษฐกิจ ในด้านสิ่งแวดล้อม อะไรก็ตามที่กระทบกับประชาชน คือให้เป็นไปตามเจตจำนงในการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างจริงจัง และที่สำคัญก็คือ จะต้องทำให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับองค์ความรู้ด้านข้อมูลข่าวสารได้อย่าง ทั่วถึง เท่าเทียม เสมอภาค รวมทั้งการกระจายรายได้และผลประโยชน์ที่เป็นทรัพยากร และที่ผลิตได้ ให้กับสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นี่คือเป้าหมาย ทิศทางที่จะนำให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการเมืองใหม่อย่างไร ไม่ใช่แบบเก่าๆ อย่างแน่นอน ฉะนั้นอยากให้ประชาชนได้เปรียบเทียบได้ว่าจุดยืนของเราเรื่องการทุจริต การคอร์รัปชั่น เราจะต้องจัดการอย่างเด็ดขาด และให้คนยอมรับเคารพตามกฎหมาย

ถาม - เป็นห่วงเรื่องคดีเกี่ยวกับกรณีที่พันธมิตรฯ มีคดีฟ้องร้องอยู่ ในส่วนนี้หากมีการยื่นไปแล้วในเรื่องเกี่ยวกับคดีได้มีการปรึกษากับฝ่าย กฎหมายหรือยัง ว่าเป็นอย่างไร

สมศักดิ์ - ได้ปรึกษาแล้ว เพราะว่าคดีมันอยู่แค่การกล่าวหา อยู่ในกระบวนการของศาล ตามรัฐธรรมนูญก็คือว่าผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์ มันไม่มีผลอะไร อย่าลืมนะครับว่ากรรมการชุดนี้คือชุดก่อการที่จะไปจดทะเบียน หลังจากที่ กกต.รับรองว่าตรวจสอบเอกสารถูกต้องแล้ว ก็จะต้องมาเลือกตั้งใหม่ ภายใน 60 วัน ตามกฎหมาย ตามข้อบังคับของพรรค

ถาม กรณีของคุณสนธิ

สมศักดิ์ - คุณสนธิไม่ได้เป็นผู้ก่อการอะไรเลยตอนนี้ นี่เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากันในชุดที่ 2 ว่าจะลงมาสมัครเป็นกรรมการบริหารหรือไม่ อย่างไร และเท่าที่ตรวจสอบทางข้อกฎหมายก็ไม่ได้มีผลอะไร วันนี้เอาเฉพาะ 21 คนมาตรงนี้ก่อนว่ามีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องให้ กกต.เป็นผู้ตรวจสอบ แต่ทุกคนก็เชื่อว่ามีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญถูกต้อง


ถาม มีอะไรหนักใจไหมกับการที่สังคมมองมายังพรรคพันธมิตรฯ

สมศักดิ์ - ไม่หนักใจ ไม่มีอะไรหนักใจ มีแต่รู้สึกว่าการทำงานนี้จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะว่าที่ผ่านมาก็หนักพอสมควรแล้ว ต่อไปคิดว่าไม่มีอะไรหนักเลย สำหรับคนที่จะทำงานเพื่อบ้านเมือง

ถาม - ที่ไม่เลือกคุณสนธิเป็นหัวหน้าพรรค เป็นเพราะติดคดีความต่างๆ หรือเปล่า

สมศักดิ์ - ไม่เกี่ยวครับ นี่เป็นผู้ก่อการ อย่างที่เรียนแล้วว่าหลังจากก่อการแล้วก็จะมีการเลือกตั้งกันอีกครั้งหนึ่ง กระบวนการคัดสรรต่างๆ ก็จะมาอีกครั้งหนึ่ง

ถาม - กระบวนการเลือกคนที่มาเป็นผู้สมัครของพรรคพันธมิตรฯ ดูแล้วจะปิดทาง ส.ส.หน้าเดิมไหม

สมศักดิ์ - ก็ยังต้องพิจารณาหลักใหญ่ ถ้าประชาชนในพื้นที่เสนอมา ก็คิดว่านั่นคือสาระสำคัญในการพิจารณาคุณสมบัติ นอกจากนั้นต้องเป็นผู้ที่มีประวัติที่ไม่เคยกระทำการใดๆ ไปในทางที่เป็นหุ้นส่วนกับพวกเผด็จการ หรืออะไรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการโกง การทุจริตคอร์รัปชั่น แต่เราเน้นใหม่ๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลักใหญ่ก็ต้องฟังเสียงประชาชนที่เสนอมา เพราะนี่คือการเมืองใหม่

ถาม - ถ้าไม่เลือกคนที่มีชื่อเสียงมา จะเป็นอุปสรรคไหม

สมศักดิ์ - คิดว่าไม่น่าจะเป็นอุปสรรค เพราะถ้าเราคิดว่าเอาเงินเป็นใหญ่ ก็แบบเดิม ก็ไม่ต้องมีพรรค เราก็สนับสนุนพรรคใดก็ได้ ถ้าคิดว่าเพื่อเอาตัวเลขมานั่งนับกัน เพราะฉะนั้นการเมืองใหม่ต้องคิดถึงเรื่องประโยชน์ของสังคมเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ น่าจะมีกติกากฎเกณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น น่าจะทำสัญญายกเลิกกันได้แล้วว่าการซื้อเสียงทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างไร ผลสะท้อนเหล่านี้จะต้องกลับไปสู่ประชาชนภาคส่วนต่างๆ ได้ช่วยกันครุ่นคิดว่าประเทศชาติเรามาถึงวันนี้เราควรจะดำเนินการอย่างไรให้ การเมืองเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่มีเงินแล้วไปซื้อเสียงกันมา นี่คือสิ่งที่เราต้องการจะให้มีการเปลี่ยนแปลงด้วย

ถาม - ที่ผ่านมาพรรคการเมืองอื่นมีการกล่าวหาว่า มีการซื้อเสียงเข้ามา พันธมิตรฯ ตั้งพรรคมาแล้วสามารถที่จะ (เสียงไม่ชัดเจน)

สมศักดิ์ - มันเป็นเรื่องในอนาคต เพราะตอนนี้มันยังไม่ได้จดทะเบียนเลย ก็ค่อยว่ากันไป แต่อย่างไรก็ตาม หลักการใหญ่ก็คือว่า จะไปร่วมมือกับใครหรือไม่ อย่างไรนั้น เราต้องดำเนินการตามนโยบายที่สำคัญของเราได้ ไม่ใช่ไปร่วมเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นคิดว่าคงไม่ทำแน่นอน

ถาม - ในเบื้องต้นได้มีการคุยกันไหมว่าความคาดหวังจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่งในอนาคต

สมศักดิ์ - ไม่ได้คุยครับ เพราะถ้าคิดแบบนั้นก็คิดแบบการขาย การซื้อ การเอาชัยชนะกันด้วยตัวเลข แต่เป้าหมายคือเราต้องการสร้างคุณภาพ การเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพต้องมาก่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงปริมาณ

ถาม ได้คุยกับคุณสมเกียรติไหมว่าจะย้ายมาอยู่กับพรรคใหม่ไหม

สมศักดิ์ - ก็ไปถามคุณสมเกียรติ ยังไม่ได้คุยกันชัดเจน แต่ก็เชื่อว่าเมื่อเป็นที่เรียบร้อย คุณสมเกียรติก็คงตัดสินใจได้ ถ้าไปพูดแทนเขาเดี๋ยวไม่ตรงกัน เดี๋ยวมาก็ลองถามดู

ถาม สาขาพรรคจะมีการกระจายอย่างไร

สมศักดิ์ - ตามกฎหมายเบื้องต้นก็ต้อง 4 ภาค แต่คิดว่าพันธมิตรฯ มีเครือข่ายเยอะ ก็เมื่อพี่น้องในพื้นที่เขาพร้อม ก็ต้องไปตามจุดตามสภาพและความเป็นจริง ที่ไหนพร้อมที่นั่นก็ไป เพราะไปแล้วก็ต้องมั่นคง แต่ตามกฎหมายก็เชื่อว่าทำได้อยู่แล้ว เพราะเรามีพี่น้องจำนวนมากที่เข้าร่วมในขบวนการนี้

ถาม มั่นใจฐานเสียงภาคไหนมากที่สุด

สมศักดิ์ - ยังไม่ได้คิดไปถึงประเด็นนั้น คิดว่า ตอนนี้ถ้าจะพูดไปมันก็ยังไม่ถึง เพราะเวลามันยังอีกนาน การเปลี่ยนแปลง ตัวแปรต่างๆ มันเกิดขึ้น เอาเป็นว่าขณะนี้ขอให้ดำเนินการกิจกรรมเป็นขั้นเป็นตอนไปก่อน แล้วค่อยมาพูดกันว่า ให้ถึงเวลาที่จะลงเลือกตั้ง ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ดี-ไม่ดีหลังจากแถลงข่าวแล้วเขาทำอะไรกันไม่รู้ มันไม่แน่ เพราะรู้สึกว่ามีเรื่องมะรุมมะตุ้มกันอยู่เหมือนกัน

ถาม ในส่วนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน

สมศักดิ์ - ก็ยังมีตามเดิมครับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังดำรงการเคลื่อนไหวอยู่แบบเดิม คือภาคประชาชนก็มีของเขา ส่วนภาคที่มาเป็นพรรคการเมืองในระบบรัฐสภาก็มี มันก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ได้มีอย่างใดอย่างหนึ่ง

ถาม - ความเคลื่อนไหวภาคประชาชนร่วมไปกับการจัดตั้งพรรคการเมือง อาจจะถูกข้อกล่าวหาเรื่องแสวงหาอำนาจ

สมศักดิ์ - อยู่ที่การปฏิบัติ เวลาการตรวจสอบ ซึ่งแน่นอนว่าเราจะต้องมีการตรวจสอบกันอย่างเต็มที่ ส่วนที่เป็นภาคประชาชนเดี๋ยวเขาคงตรวจสอบเต็มที่ ที่คุยกันก็ถือว่าภาคประชาชนจะเข้มแข็งนั้น จะต้องไม่ประนีประนอมกับผลประโยชน์กับนักการเมืองในระบบรัฐสภา ในเมื่อเขาทำอะไรไม่ถูกต้อง นี่คือสิ่งใหม่ๆ ที่จะได้เกิดขึ้น การวิตกกังวล การห่วงใยทุกประเด็น เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งเราจะได้นำมาพิจารณา และเป้าหมายก็ต้องการที่จะให้แก้ปัญหาต่างๆ ไปด้วยดีในข้อวิตกกังวลทั้งหลาย

ถาม - การใช้สื่อโทรทัศน์ ASTV ได้พิจารณาว่าจะมีผลกระทบในทางกฎหมายหรือเปล่า

สมศักดิ์ - คิดว่าคงคนละส่วนกัน คงจะไม่เกี่ยวข้องกัน สื่อก็ว่าไปเรื่องของสื่อ อิสรภาพของสื่อก็ว่าไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คงจะไม่ไปเกี่ยวข้องกัน แต่สื่อก็มีอิสระในการที่จะเสนออะไรเป็นความจริง อะไรไม่จริง ซึ่งการเมืองก็ต้องเดินไปตามกฎเกณฑ์การเมือง คงไม่ได้เป็นส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน

ถาม - คิดว่าจะสร้างพรรคให้เป็นพรรคเฉพาะกิจ หรือความเป็นสถาบันในอนาคตไหม

สมศักดิ์ - โดยหลักแล้วเมื่อก่อกำเนิดพรรคขึ้นมา กับปัญหาประเทศ ปัญหาการเมืองที่มีอยู่ ก็ต้องการจะให้เป็นพรรคที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องอยู่รอด ไม่ได้เกิดเพื่อตาย แน่นอนครับต้องการพัฒนาไปสู่ความมั่นคงในอนาคต ส่วนจะทำได้อย่างไรแค่ไหนก็ต้องพิสูจน์กัน

ถาม - ตรงนี้ต้องอาศัยปัจจัยในส่วนของตำแหน่ง ส.ส.หรือเปล่า ถ้าหากได้ ส.ส.ไม่เป็นไปตามเป้าก็ต้องยุบพรรคไป

สมศักดิ์ - อะไรที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เราก็ต้องทำให้ได้ ถ้ามันผ่านสิ่งตรงนั้นไม่ได้ ก็ถือว่าไปไม่ได้ แต่ในขณะนี้ก็ต้องมีความมั่นใจว่าจะต้องทำได้ตามกรอบกฎเกณฑ์ของกฎหมาย จะใหญ่ จะเล็ก ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้เราไปพูดแทนประชาชนไม่ได้ ถ้าประชาชนสนับสนุนมากก็ไปได้ ถ้าสนับสนุนไม่มากก็ไปไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของบุคลากรที่เข้ามาทำงานด้านการเมืองเป็นสำคัญ ถ้าทำได้ตามที่พูดมันก็ไปได้ ทำไม่ได้มันก็ไปไม่ได้ นี่ต้องถูกพิสูจน์

ถาม ไม่ว่าจะได้สักกี่ที่นั่งก็ตาม

สมศักดิ์ - มันไม่จำเป็นว่าจะต้องได้กี่ที่นั่ง ประธานาธิบดีลินคอล์นลงเลือกตั้งถึง 11 ครั้ง กว่าจะได้เป็น ครั้งแรกไม่ได้สักคะแนนเดียว มันไม่มีอะไรที่เกิดถึงและใหญ่โตเกินไป ผมว่ามันก็เป็นไปตามสภาพความเป็นจริงของสังคม แต่ว่าพวกเรานั้นตั้งใจที่จะทำงานไปจนถึงที่สุด เพื่อทำให้การเมืองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชน อย่างน้อยก็มีตัวเลือกเพิ่มขึ้น จากของที่มีอยู่แล้ว เมื่อมีสิ่งใหม่เกิดขึ้น ก็เปิดช่องให้ประชาชนได้มีสิทธิ์ได้เลือกสิ่งใหม่ๆ จะเลือกหรือไม่เลือกนั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นข้อเสนอใหม่ให้ประชาชนได้พิจารณา

ถาม - การวางระบบ ให้แกนนำเห็นชอบตัวหัวหน้าพรรคอีกครั้งหนึ่งหรือเปล่า

สมศักดิ์ - ไม่ เพราะว่านี่มาจากรากฐานของประชาชน จะเห็นได้ว่าแม้จะตั้งหรือไม่ตั้ง ก็เป็นกระบวนการแรกของประเทศนี้เสียด้วยซ้ำไป ว่าวันที่ 25 ยังต้องเชิญพี่น้องประชาชนมาเป็นจำนวนมากว่าจะตั้งหรือไม่ตั้ง

ถาม - การตรวจสอบพรรคตัวเองจะตรวจสอบอย่างไร ที่บอกว่าจะมีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนควบคู่ไปด้วย

สมศักดิ์ - ก็ต้องวางกลไก กฎเกณฑ์ ให้โปร่งใส แม้แต่กรรมการแต่ละคน ประชาชนที่เป็นสมาชิกก็มีสิทธิ์ อยู่ในข้อบังคับในการที่จะตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งเราได้เรียนรู้จากการเมืองเก่าๆ มาแล้ว ก็เชื่อว่าคงจะไม่ทำอะไรเก่าๆ ที่ทำไปแล้วประชาชนไม่เห็นด้วย

ถาม - ที่ผ่านมา 5 แกนนำเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนภาคประชาชน แล้วตอนนี้มีพรรคการเมือง ถ้าแยกออกจากกัน จะไปครอบ ...

สมศักดิ์ - คงไม่ครอบ เพราะที่ผ่านมาเวลาเคลื่อนไหวอะไรก็ถามประชาชน ขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชน กับการเคลื่อนไหวทางการเมือง มันมีกฎหมายมีอะไรคอยตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น จะเห็นได้ว่าพรรคการเมืองเก่าๆ ที่ติดกับดักเยอะแยะ ทั้งที่กฎหมายฉบับนี้ยังใช้ไม่ได้อย่างเต็มที่ เราคิดว่ากฎหมายพรรคการเมืองปี 2550 เข้มงวดพอสมควร ขณะที่บอกว่าหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค รู้เห็นเป็นใจ ก็ต้องยุบพรรค ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เราต้องทำ สิ่งที่ต้องการคือให้เห็นเป็นของใหม่ มากกว่าที่จะไปบอกว่าจะไปเอาชนะคนโน้นคนนี้ ส่วนผลจะออกอย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องของประชาชนที่จะต้องตัดสิน

ถาม เงินในการทำพรรคการเมืองมาจากช่องทางไหนบ้าง

สมศักดิ์ - ธรรมดาก็ต้องมี ของใหม่ก็ต้องมีสมาชิกที่ชัดเจน ที่ต้องชำระเป็นประจำ ก็เงินบริจาคที่จะต้องไม่เกินกรอบขอบเขตที่กฎหมายกฎหมาย แต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในการที่จะเข้ามาครอบงำ คงจะไม่ใช่เอาเงินมา 5-6 ร้อยล้าน แล้วมาเป็นเลขาฯ พรรค หัวหน้าพรรค พรรคการเมืองนี้จะไม่มีอย่างนั้นอย่างเด็ดขาด ก็จะเน้นประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิก ที่เป็นเจ้าของพรรค

ถาม เปิดเผยได้ไหมว่าตอนนี้มีเงินบริจาคเข้ามาอยู่ที่เท่าไร

สมศักดิ์ - ตอนนี้รู้สึกว่ามีเงินบริจาคมา 1,000 บาท เท่าที่รับมา เพราะว่ายังไม่ได้ตั้งพรรค ยังไม่ได้จดทะเบียน 1,000 บาท ไม่รู้ใครให้มา

ถาม - แกนนำมีโอกาสที่จะรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค หรือประธานกิตติมศักดิ์อะไรไหม

สมศักดิ์ - ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกันอีกที ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ เพราะยังต้องไปออกแบบ ตอนนี้กำลังออกแบบออกโครงสร้างพรรค แล้วก็มาพิจารณากันอย่างรอบคอบ หลังจากได้โครงสร้างแล้วภายใน 60 วัน จะพยายามให้สิ่งที่ถามนั้นคงจะตอบได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงนั้น เพราะพูดไปในช่วงนี้อาจจะไม่ตรงก็ได้ ต้องเรียนว่า ผมเองถ้าอะไรที่เป็นความคิดส่วนตัวผมไม่มี จะไม่พูด จะพูดต่อเมื่อได้คุยอะไรไว้เรียบร้อย เพราะพูดแล้วเดี๋ยวอาจจะไม่ตรงก็ได้ แล้วก็จะเป็นการชี้นำ ก็ต้องขอเรียนอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งเหล่านั้นเมื่อถึงเวลามันอาจจะเปลี่ยน พูดไปเดี๋ยวพอเปลี่ยนก็จะบอกว่า อ้าวทำไมบอกไว้ไม่เป็นอย่างนี้ เพราะเราต้องระมัดระวังในการรักษาคำพูดด้วย


สนธิย้ำพรรคเป็นเพียงเครื่องมือ พันธมิตรฯ สำคัญกว่า

ขณะเดียวกัน ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่มีการประชุมก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า วันนี้เป็นส่วนของผู้ก่อตั้งพรรคว่าการประชุมเป็นแค่การเลือกสมาชิกพรรค อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งต้องรอมติใหญ่จากสมาชิกพรรคอีกครั้งหนึ่งในอีกประมาณไม่เกิน 2 เดือนข้างหน้า หลังจากที่รวบรวมสมาชิกพรรคครบเรียบร้อยและจะมีการประชุมวิสามัญเพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงอย่างเป็นทางการ ถือว่าการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ เป็นมิติใหม่ทางการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะเกิดจากอุดมการณ์ของประชาชนที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมา ไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มทุนที่ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเช่นในอดีต ซึ่งหลังจากเข้าร่วมรัฐบาลแล้วก็พยายามทุกวิถีทางในการถอนทุนคืน ซึ่งกลายเป็นธุรกิจการเมืองเช่นทุกวันนี้

ส่วนการที่พันธมิตรฯ ตั้งพรรคขึ้นมาสู้ ตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าจะทำให้พรรคการเมืองอื่นเร่งปรับตัวเองด้วย และพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ จะแสดงให้พรรคการเมืองอื่นดูว่าการเข้ามาทำงานในการเมืองแบบโปร่งใสเป็น อย่างไร และถึงเวลาแล้วที่การเมืองเก่าควรจะหมดไปจากบ้านเมืองเสียที

อย่างไรก็ตาม พรรคของพันธมิตรฯ ที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเป็นเครื่องมือของพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ถ้าพรรคการเมืองปฏิบัติตัวไม่เป็นในสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง พันธมิตรฯ จะถอยตัวออกห่างทันที ซึ่งพันธมิตรฯ นั้นจะเป็นส่วนที่สำคัญกว่าพรรคการเมืองอย่างแน่นอน และจะคอยควบคุมการทำงานในส่วนของพรรคการเมืองอย่างเคร่งครัดด้วย โดยคาดว่าจะเปิดสำนักงานได้ในวันพรุ่งนี้

ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง จะมีบทบาทอะไรไม่ใช่เรื่องสำคัญ ลั่นพร้อมนำพลพรรคเข้าสภา

นายสนธิกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในส่วนตัวของตนเรื่องบทบาทที่เกี่ยวข้องกับพรรคนั้น ตนไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่ถ้าจะมีบทบาทอะไรก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ตรงนี้ถือว่าเป็นแค่กระบวนการที่จะต้องเกิดขึ้นที่พรรคจะต้องเดินไปสู่กระบวนการต่างๆ และเดินเข้าสู่สภา ทั้งนี้ ถ้าตนมีตำแหน่งใดในพรรคซึ่งประชาชนก็อาจจะเลือกให้รับตำแหน่ง และเมื่อสมาชิกได้เดินเข้าสู่ระบอบสภาอย่างเป็นระบบแล้ว ตนก็ต้องกลับมาอยู่ที่พันธมิตรฯ ภาคประชาชน เพราะถือว่าหมดหน้าที่ในส่วนนี้แล้วกลับไปชูธงการเมืองอยู่ฝั่งการเมืองภาค ประชาชนเช่นเดิม

ในส่วนตัวผม เรื่องข้อกฎหมายนั้นไม่มีปัญหาใด ทั้งคดีหมิ่นประมาท แต่ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุดซึ่งถือว่ายังไม่มีความผิด ส่วนคดีล้มละลายนั้นในส่วนของตนไม่ใช่การล้มละลายแบบทุจริต ซึ่งผ่านพ้นการบังคับทางกฎหมาย 3 ปี แล้วส่วนนี้จึงตกไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ว่าจะมีหลายฝ่ายโจมตีผมในหลายเรื่องที่จะเข้ามารับตำแหน่งในพรรค นั้น ผมอยากบอกว่าไม่กลัวว่าใครจะโจมตี ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบันได้เจอมาหมดแล้ว ซึ่งมาถึงจุดนี้คงไม่มีอะไรต้องกลัวนายสนธิกล่าว

เตรียมใช้วันประชุมใหญ่แถลงนโยบายการบริหารบ้านเมือง

แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม 5 แกนนำพันธมิตรฯ จะยังไม่เคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้ ซึ่งคาดว่าคงจะเป็นเวลา 2 เดือนนับจากนี้ที่พันธมิตรฯ ได้รวบรวมสมาชิกพรรค และมีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและตำแหน่ง อื่นๆ ภายในพรรคเสร็จสิ้นไปก่อน ซึ่งคิดว่าจะเป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากพรรคการเมืองที่เคยมีมาเพราะต้องใช้ เสียงจากประชาชนมาเป็นการตัดสินว่าใครจะดำรงตำแหน่งใด ไม่ได้เลือกขึ้นมาโดยใครคนหนึ่งที่มีอำนาจผูกขาด คงจะถือโอกาสในวันนั้นแถลงนโยบายของพรรคว่าเราจะบริหารบ้านเมืองอย่างไร เป็นต้น ซึ่งตนคาดว่าจะเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งของพันธมิตรฯ

อย่างไรก็ดี ถ้าวันหนึ่งพรรคการเมืองใหม่ของพันธมิตรฯ ต้องเข้าไปทำงานร่วมกันกับพรรคการเมืองอื่นนั้น ส่วนตัวผมถ้าต้องให้ไปทำงานร่วมกับพรรคที่ทำงานด้วยไม่น่าไว้ใจตนคงไม่ร่วม ด้วย แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ดีทำงานด้วยความโปร่งใส สุจริตก็จะสนับสนุนและสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้

โลโก้ชั่วคราวพรรคการเมืองใหม่ (ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์)

ปานเทพเผยความหมายโลโก้พรรคเบื้องต้น เน้นสีเขียว-เหลือง

ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และคอลัมนิสต์ใน ASTVผู้จัดการออนไลน์ เขียนบทความ เบื้องหน้าเบื้องหลัง พรรคการเมืองใหม่ : New Politics Party” ลงในเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันนี้ โดยเขาระบุความหมายของตราประจำสัญลักษณ์พรรคในเบื้องต้น โดยนายปานเทพระบุว่าอาจมีการปรับปรุงอีก โดยนายปานเทพได้เขียนคำอธิบายไว้ดังนี้

สีเขียวหมายถึง การเมืองใหม่ เป็นการเมืองที่ไร้มลพิษ โปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต สร้างชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ สีเหลืองหมายถึงธรรมะเป็นการเมืองที่ใช้ธรรมนำหน้า มือสีเหลือง 4 มือหมายถึง มือของประชาชนที่ยึดมั่นในธรรมจากทุกภูมิภาค ทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพ มาร่วมมือกันเพื่อโอบอุ้มและลงมือทำการเมืองใหม่ด้วยมือประชาชนเอง โดยมีหัวใจสีเหลือง หมายถึงศูนย์กลางจิตใจของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ยึดมั่นในธรรมและราช บัลลังก์ ส่วนมีหัวใจ 4 ดวงหมายถึงมีหัวใจที่แน่วแน่ที่จะยึดมั่นอุดมการณ์ด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และมีความสามารถ

ปานเทพ ย้ำ 10 ประการ การเมืองใหม่ต่างจาก การเมืองเก่า

นายปานเทพ ให้ความเห็นในบทความด้วยว่า พรรคการเมืองใหม่กับ พรรคการเมืองเก่าแตกต่างกันที่เนื้อหาสาระ 10 ประการ ได้แก่ 1. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่เลือกข้างในคุณงามความดี ยึดมั่นในจริยธรรม และศีลธรรม ในขณะที่การเมืองเก่าคือการเมืองเลือกข้างความชั่ว ไม่มีจริยธรรม และไม่มีศีลธรรม

2. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่เลือกข้างความซื่อสัตย์ สุจริต การเมืองเก่าคือการเมืองที่เลือกข้างความทุจริต ฉ้อฉล

3. การเมืองใหม่ คือการเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม การเมืองเก่าคือการเห็นแก่ตัวทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง 4. การเมืองใหม่ คือความกล้าหาญในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพร้อมเลือกข้างความถูกต้องชอบธรรม การเมืองเก่าคือความขลาดกลัวในการตัดสินใจ ไม่กล้าเลือกข้างความถูกต้องหรือข้างใดๆ

5. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองร่วมกันเพื่อผล ประโยชน์ของประชาชนอย่างโปร่งใส การเมืองเก่าคือการเมืองที่นักการเมืองและนายทุนเพียงไม่กี่คนในการตัดสินใจ เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง

6. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมือง และหาทางป้องกันมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ การเมืองเก่าคือการเมืองที่ส่งเสริมให้นายทุนของพรรคทำมาหากินเพื่อคืนทุน พรรคอย่างสามานย์ คนดีไม่มีอำนาจ คนชั่วครองเมือง

7. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจที่สร้างความเป็นธรรมในสังคมและเน้นผล ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ส่วนการเมืองเก่า คือการเมืองที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจตกอยู่ในอาณัตินายทุนผูกขาดเพียงไม่กี่คน

8. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่พัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นฐานในการดำเนินชีวิตและ อาชีพตามภูมินิเวศน์ การเมืองเก่าคือการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของนายทุนเพียงไม่กี่คนแต่ทำลายวิถี ชีวิตและทรัพยากรของคนทั้งชาติ

9. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่ให้ประชาชนเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งด้วยการศึกษาที่มีคุณภาพที่ ใช้ได้ในชีวิตจริงควบคู่ไปกับคุณธรรมเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ ชาติ ส่วนการเมืองเก่าคือการเมืองที่ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเอาชนะทางการเมือง และเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่สร้างประโยชน์ผูกขาดให้กับนายทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม

10. การเมืองใหม่ คือการเมืองที่เปิดกว้างในข้อมูลข่าวสารให้พัฒนาก้าวไกลด้วยข้อมูลข่าวสาร ปฏิรูปสื่อให้เป็นองค์กรพัฒนาจิตสำนึกและศักยภาพของคนในชาติ การเมืองเก่าคือการทำให้สื่อมวลชนเป็นผลประโยชน์ทางธุรกิจของนายทุนและพวก พ้องเป็นสำคัญโดยปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม

รายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรค การเมืองใหม่

สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริการพรรค การเมืองใหม่ ชุดก่อตั้งประกอบด้วย 1. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นหัวหน้าพรรค 2. นางภินันทน์ โชติรสเศรณี เป็นรองหัวหน้าพรรค 3. นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการพรรค 4. นายพิชิต ไชยมงคล เป็นรองเลขาธิการพรรค 5. นางลักขณา ดิษยะศริน เป็นเหรัญญิกพรรค 6. นางภาณุมาศ พรหมสูตร เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค 7. พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ เป็นโฆษกพรรค 8. นายสุทธิ อัชฌาศัย เป็นกรรมการบริหารพรรค 9. นางชญาบุญ เพชรพรหม กรรมการบริหารพรรค 10. น.ส.นิตายา กุระคาน กรรมการบริหารพรรค

11. น.ส.อาภารัตน์ ชาติชุติกำจร กรรมการบริหารพรรค 12. น.ส.ฉัตรกุล คำมีอ่อน กรรมการบริหารพรรค 13. น.ส.จีรนันท์ อินทร์สุริวงศ์ กรรมการบริหารพรรค 14. นางลักขณา ดิษยะศริน กรรมการบริหารพรรค 15. นายบรรจง นะแส กรรมการบริหารพรรค 16. นางชญาดา ศริญญามาศ กรรมการบริหารพรรค 17. นายวิลิต เตชะไพบูลย์ กรรมการบริหารพรรค 18. นายสมศักดิ์ อิสมันยี กรรมการบริหารพรรค 19. นางเสาวนีย์ รุ่งช่วง กรรมการบริหารพรรค 20. น.ส.พรชุลี คงขวัญ กรรมการบริหารพรรค

21. นางเพลินพิศ ทองวล กรรมการบริหารพรรค 22. นางเสน่ห์ หงส์ทอง กรรมการบริหารพรรค และ 23. นางกาญจนา กาญจนเสวี กรรมการบริหารพรรค

ที่มา: เรียบเรียงจาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์ [1] [2] [3] [4]