WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, June 5, 2009

"ร.ต.อ.เฉลิม" มั่นใจ "เพื่อไทย" ยังครองใจคนรากหญ้า

ที่มา MCOT News

สกลนคร 4 มิ.ย. - “ร.ต.อ.เฉลิม” พา ส.ส.เดินสายหาเสียงช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ลงซ่อมเขต 3 สกลนคร มั่นใจจะสามารถประกาศเกียรติยศ ว่าพรรคเพื่อไทยยังครองใจประชาชนคนรากหญ้าอยู่ เชื่อรัฐบาลจะบริหารงานได้ไม่เกิน 6 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสกลนคร ว่า ในช่วงเย็นวันนี้ (4 มิ.ย.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และ ส.ส.อีสาน ของพรรคเพื่อไทยบางคน ได้เดินสายหาเสียงในเขตอำเภอบ้านม่วง เพื่อช่วย นางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ภายหลัง นายพงษ์ศักดิ์ บุญศล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถูกศาลฎีกาให้ใบแดง โดยการปราศรัยหาเสียงดังกล่าว ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยจำนวนมาก และบางคนได้สวมเสื้อแดงมาร่วมฟังด้วย

ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่สานต่อจากอดีตพรรคไทยรักไทยและพลังประชาขน รวมถึงหากได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจะเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน ล้างหนี้ให้กับประเทศที่มาจากการกู้เงินของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ สร้างรายได้เข้าประเทศ และสร้างความสุขให้กับประชาชน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 สกลนครครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศเกียรติยศว่า พรรคเพื่อไทยยังครองใจประชาชนคนรากหญ้าอยู่ อย่างไรก็ตาม ได้ฝากเตือนไปยังข้าราชการให้วางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ระบุว่า จากการบริหารงานของรัฐบาลที่ผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ตลอดจนความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะบริหารงานได้ไม่เกิน 6 เดือน

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงการเดินทางไปดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ในช่วงที่ผ่านมาว่า ได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ฝากความห่วงใยมาถึงประชาชน และอยากมาช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ตลอดจนปัญหาเดือดร้อนของประชาชน

ด้าน นายจตุพร ได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 เมษายนให้ผู้มาฟังการปราศรัยได้รับทราบ โดยยืนยันการชุมนุมของคนเสื้อแดงการเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้ ยังตำหนิการกระทำ 2 มาตรฐานของรัฐบาล โดยเฉพาะการดำเนินคดีต่างๆ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-06-04 19:07:52

ปธ.ขสมก.สวน"มาร์ค"ยันเช่ารถเมล์ดีกว่าซื้อต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ ไม่รู้ว่าอนาคต หากซื้อมาเดินรถเอง

ที่มา มติชนออนไลน์

ประธานบอร์ด ขสมก. ชี้ หากซื้อรถแทนการเช่าต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ "อภิสิทธิ์"หนุนซื้อรถเมล์ดีกว่าเช่าปัดดึงเรื่องหวังทำเอง "กรณ์"ชี้บริการสาธารณะไม่แคร์ขาดทุน "สุเทพ" ยันไม่กระทบ3กม.สำคัญ ปัดเกี้ยเซี้ย"เนวิน"


นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานบอร์ด ขสมก.เปิดเผยกรณีรถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน ว่า หากผู้มีอำนาจว่าอย่างไรทาง ขสมก.ก็พร้อมปฏิบัติตาม แต่ตนมองว่าการเช่าดีกว่าการซื้อ เพราะเอกชนจะเข้ามาบริหารจัดการด้านการซ่อมให้ด้วย เรื่องนี้ ขสมก.ไม่มีความชำนาญ เหมือนบริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) เนื่องจาก บ.ข.ส. มีเงินมากกว่า และมีศูนย์ซ่อมรถที่มีประสิทธิภาพ


"หากให้ ขสมก.ซื้อรถแทนการเช่า เราคงต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ เพราะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพราะต้องบริหารจัดการเดินรถและต้องจ้างซ่อมรถ แยกส่วนอีกต่างหาก หากรถเสียหรือพัง ก็จะไม่มีรถมาเปลี่ยน ทำให้ ขสมก.ขาดรายได้" นายปิยะพันธ์กล่าว และว่า การซื้อรถเมล์เอ็นจีวี คาดว่าช่วงปีที่ 1-2 คงไม่มีปัญหาในการซ่อม แต่ถ้าใช้ไปนานๆ โดยเฉพาะปีที่ 3-7 หากรถเสียจะทำให้ ขสมก.มีปัญหาในการจัดหาค่าซ่อมรถ และถึงเวลานั้นใครจะรับผิดชอบ จะกลายเป็นปัญหาวนเวียนกันไม่จบ เช่นเดียวกับปัญหาทุกวันนี้


นายปิยะพันธ์กล่าวว่า เราไม่รู้ว่าอนาคต หากซื้อมาเดินรถเอง จะมีความเสี่ยงมากแค่ไหน หากเกิดปัญหาก็ไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องจากใคร เพราะคนขายรถเอาเงินไปแล้ว ก็ไม่รับผิดชอบ หากเลยระยะประกันรถ คงไม่มีใครมาสนใจ ไม่เหมือนกับการเช่า ที่เอกชนต้องรับผิดชอบบริหารจัดการรถให้ทั้งหมด

อนุฯสอบเหตุนางเลิ้งพบการยิงปืนมาจากกลุ่มเสื้อแดง

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ที่มีนายสมศักดิ์ บุญทอง เป็นประธาน ได้เปิดโอกาสให้อนุกรรมการแต่ละคณะ รายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุม เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน มีประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ คณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยและศาลรัฐธรรมนูญ มีนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ เป็นประธาน เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งรายชื่อและประวัติคนเสื้อแดงทั้ง 21 คน ที่ถูกออกหมายจับว่ามีความเชื่อมโยงและมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มคนเสื้อแดงมากน้อยเพียงใด


ด้านคณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์นางเลิ้ง เพชรบุรี ซอย 5 ซอย 7 ยมราช อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และกรณีเตรียมเผาธนาคารกรุงเทพ และอื่นๆ มีนายสุวิทย์ เมฆเสรีกุล ส.ว.สมุทรสาคร เป็นประธาน ได้รายงานว่าพบว่ามีการยิงปืนมาจากฝ่ายเสื้อแดง รวมทั้งสงสัยว่ามีการยิงปืนชนิดไรเฟิลด้วยหรือไม่ เพราะในที่เกิดเหตุมีการเก็บปลอกกระสุนชนิดดังกล่าวนี้ได้หลายนัด ส่วนคณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์ที่สามเหลี่ยมดินแดง ที่มี พล.ต.ต.สุเทพ สุขสงวน ส.ว.สรรหา เป็นประธาน ได้รายงานว่าอนุกรรมการได้ข้อสรุปว่ารถก๊าซที่นำมาจอดบริเวณ ซอยรางน้ำ และแยกสามเหลี่ยมดินแดง มีก๊าซบรรจุเต็มทั้ง 2 คัน และอนุกรรมการมีข้อสังเกตว่ารถทั้งสองคันนั้นคนขับเป็นคนเดียวกัน แต่ทำไมจึงขับรถก๊าซ 2 คัน มาจอดในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยขอให้อนุกรรมการจะตรวจสอบเรื่องนี้เพิ่มเติม

แตะเบรกรถเมล์

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน



โล่งใจไปอย่างน้อยก็ชั่วคราว หลังครม.แตะเบรกโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน พร้อมโยนเผือกร้อนไปให้สภาพัฒน์ ทบทวนและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างการเช่าและการซื้อ

ครม.ให้เวลา 1 เดือนพิจารณาก่อนกลับมารายงานผลให้ทราบ

ไม่ต่างจากเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

แต่ก็เป็นการดีที่อย่างน้อยนำไปทบทวนอีกรอบ ยืดเวลาความวุ่นวายออกไประยะหนึ่ง

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ยังเสียงแข็งว่าการเช่านั้นเหมาะสมกว่าการซื้อ

ไม่เถียง คงไม่มีใครเถียงประเด็นนี้

เพราะที่ผ่านมาขสมก. ประสบผลขาดทุนอย่างย่อยยับ ส่วนหนึ่งเพราะปัญหาการบริหารงาน และอีกส่วนคือการรั่วไหล!!

ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน อะไหล่ซ่อมแซม ฯลฯ

การเช่าอย่างน้อยก็สามารถป้องกันปัญหาตรงนี้ได้ระดับหนึ่ง

แต่ที่สังคมประสานเสียงรับไม่ได้อย่างพร้อมเพรียงกัน

คือราคาค่าเช่าที่แพงมหาศาลต่างหาก

ที่ไม่น่าเชื่อก็คือโครงการนี้แต่เดิมเข้าใจว่านักการเมืองอยากผลักดันเพื่อผลบางอย่าง กระทั่งเมื่อมติครม.ออกมา ปรากฏว่าฝ่ายขสมก.เองก็แสดงอาการเช่นกัน!?

เห็นได้จากอาการฟึดฟัดของนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการ ขสมก.

นายปิยะพันธ์ แสดงท่าทางเหมือนเป็น"คอหอย-ลูกกระเดือก"กับนายโสภณ

ให้สัมภาษณ์ที่ไหน พูดไปพูดมาก็จะให้เช่ารถในราคาแพงมหาโหดเหมือนทั่นเสนาบดีนั่นเอง

แต่เมื่อถูกไล่ถามจี้หนักๆ ถึงราคาที่มากเกินไปหรือไม่ ก็อ้างว่าเป็นราคากลางที่ตั้งเอาไว้

อาจจะต่ำกว่านี้ก็ได้!?

โดยหลักการนั้นใช่ แต่ข้อเท็จจริงก็คือที่ผ่านมาไม่มีโครงการไหนของภาครัฐประมูลต่ำกว่าราคากลาง

ยิ่งมีตัวอย่างจากรถร่วมขสมก.แบบปรับอากาศ ซึ่งใช้รถสเป๊กใกล้เคียงกับที่ขสมก.ต้องการเช่า สามารถเช่าในราคาวันละ 2,500 บาทเท่านั้น โดยรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว

แถมเป็นการเช่าในปริมาณน้อยไม่ได้มากมายเหมือนที่ขสมก.ต้องการเสียด้วย

ถ้าเอกชนสามารถเช่ารถในราคาวันละ 2,500 บาท

ขสมก. ที่ต้องการเช่ารถถึง 4,000 คัน ต้องได้ในราคาต่ำกว่านี้แน่ๆ

ถึงจะอ้างว่าเป็นแค่ราคากลาง แต่ในข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ทุกฝ่ายรู้อยู่แก่ใจดี!?

ถ้าเป็นราคากลางจริงๆ อย่างที่อ้าง คงต้องถามคนที่คิดราคานี้ออกมาว่าเอกชนเช่ารถแค่ 2,500 บาท/วัน

แต่ทำไมถึงตั้งราคากลางเช่ารถสเป๊กใกล้เคียงกันถึง 4 พันกว่าบาท/วัน แบบนี้

โง่จริงๆ หรือแกล้งโง่กันแน่!?

ยังคง 2 มาตรฐาน

ที่มา เดลินิวส์

แกนนำเสื้อแดงโวยวายว่า คดีสงกรานต์เลือด พนักงานสอบสวนเร่งรัดดำเนินคดีรวดเร็วทันใจมาก ไม่เปิดโอกาสให้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแก้ข้อกล่าวหา เลยต้องออกมาเรียกร้อง ขอความเป็นธรรม

3 ข้อกล่าวหาที่แกนนำเสื้อแดงโดน คือ มั่วสุม มีการปลุกปั่นให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมือง และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง มีทั้งโทษจำ และ ปรับ โทษติดคุก ถ้าจำไม่ผิด ก็ 3 ปีขึ้นไป

ขอความเป็นธรรมน่ะได้ แต่คงไม่มีผลอะไร อัยการ นัดฟังการสั่งคดี 10 มิถุนายนนี้แล้ว ก่อนหน้านั้น ทั้ง อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นพ. เหวง โตจิราการ วีระ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสย เกื้อ ก็นอนคุกมาแล้ว ก่อนได้ประกันตัว โดยมีข้อแม้ ต้องไม่ไปปลุกระดมอีก

แต่ก็แปลก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง โดนคดียึดทำเนียบ ได้ประกันปั๊บ ตรงดิ่งไปทำเนียบปลุกระดมมวลชนต่อปุ๊บ ก็ไม่เห็นมีใครว่าอะไร มิหนำซ้ำ สำนักงานเลขาธิการ ครม. ยังถอนแจ้งความแกนนำพันธมิตรฯ อีก

อ้างดื้อ ๆ เสื้อเหลืองถอนจากทำ เนียบแล้ว ไม่ติดใจเอาความ มัน 2 มาตรฐานมั้ยเล่า ???

ขณะที่คดีคนเสื้อเหลือง ที่ยึดสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ถึงตอนนี้เกิน 6 เดือนแล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เคยไปพูดที่ “ออกซฟอร์ด” ให้คำมั่น อีก 2 อาทิตย์หลังกลับจากอังกฤษ คดีนี้จะเรียบร้อยที่สุด

ผ่านมาอีก 2-3 เดือน ไม่มีอะไรหือเออตามเคย

ล่าสุด ตำรวจบอก รอการท่าอากาศยานแจ้งความเสียหายมา ฟังแล้วงง การท่าฯ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5-6 พันล้านไปตั้งแต่ปีมะโว้ การบินไทย ก็ฟ้องเกือบ 2 หมื่นล้าน แล้วยังรอแจ้งอะไรอีก หรือแค่รอวิธีซื้อเวลาไปวัน ๆ

ใครจะเชื่อ ไม่มีใบสั่ง

เหนืออื่นใด ที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองกำลังเงี่ยหูฟังคือ ตกลงตำรวจจะกล้าหาญชาญชัยแจ้งข้อหาพวกที่ยึดสนามบิน เป็นการก่อการร้าย หรือไม่ ไปพลิกดูกฎหมายความมั่นคง มันชัด การปิดสนามบิน จนเครื่องบินขึ้นลงไม่ได้เป็นสัปดาห์ ผู้โดยสาร 3 แสนติดแหง็ก ชื่อเสียงไทยป่นปี้ การท่องเที่ยวยับเยิน

ชาติพี่เบิ้ม สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ให้ดำเนินคดีพวกยึดสนามบินเด็ดขาด ดูยังไง จึงไม่พ้นข้อหา ก่อการร้าย หากยึดสนามบินโดนแค่จิ๊บจ๊อย บุกรุก กีดขวางจราจร อีกหน่อย คงมียึดทุกวันหรอก !!!

พิษสงคดีนี้ ก็แรงมาก พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ยื่นลาออกจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเมื่อ 12 พ.ค. ผบ.ตร. แต่งตั้ง พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. รับไม้แทนทันที พล.ต.อ.ธานี บอกหน้าตาเฉย เท่าที่ดูจากรายงาน ไม่เห็นมีการแจ้งข้อหาก่อการร้าย อ้าว อย่างนี้ก็งานเข้าสิ

เพราะบังเอิญได้ข่าว นายตำรวจบางคนไม่อยากติดคุกตอนแก่ เพราะรับใบสั่ง กลัวถูกฟ้องเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157 เลยถอนตัวดีกว่า ตัว พล.ต.อ.ธานี เอง ก็เหลือราชการแค่ 4 เดือน

ชอบอะไรเสี่ยง ๆ หรือไง ก็ไม่รู้สิ

สำหรับเสื้อแดงที่จะชุมนุมใหญ่ 27 มิ.ย. ตอนนี้ถูกวิชามารปล่อยข่าวเละ จะมีการเผาบ้านเผาเมือง ทำลายโอกาสฟื้นของประเทศ...อีกแล้ว อย่างนี้ หากไม่รู้จักสรุปบทเรียนสงกรานต์เลือด เดินไปตกหลุมให้เค้าเชือดอีก

บอกได้คำเดียว สมควรตาย จริง-จริง นั่นแหละ

ก่อนจบ วันนี้ คงรู้ โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน จะฝ่าด่าน ครม. ได้หรือไม่ เห็นภูมิใจไทยขู่ฟ่อ “ถึงเวลาแล้วก็จะรู้เอง” ถ้าไม่ผ่าน ก็เชียร์นายกฯ ลองไม่ให้ผ่านสักตั้ง อยากรู้เหมือนกัน จะเกิดอะไรขึ้น.

ดาวประกายพรึก

ยอดมหาโจร

ที่มา ไทยรัฐ

แคว้นวัชชีสมัยพุทธกาล พรรษาที่พระพุทธเจ้าประทับ ณ ป่าสาละวัน ใกล้กรุงเวสาลี เกิดทุพภิกขภัย ชาวบ้านแทบ อดอยากเอาตัวแทบไม่รอด จึงไม่มีอาหารใส่บาตรพระ

ภิกษุกลุ่มหนึ่ง อาศัยใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา อดอยากหนักๆเข้า ก็นั่งปรึกษาหาอุบาย ที่จะได้ข้าวจากชาวบ้านมาฉัน

อุบายสุดท้าย ที่ตกลงกัน คือการสรรเสริญคุณพิเศษพระด้วยกัน ให้คฤหัสถ์ฟัง เช่น รูปนั้นได้ฌานที่ 1 รูปโน้นได้ฌานที่ 2 ส่วนอีกรูป สำเร็จโสดาบัน สำเร็จเป็นพระสกทาคามี เป็นพระอนาคามี

บางรูปสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ยังมีคุณวิเศษแถม มีวิชชา 3 มีอภิญญา 6

จากนั้น ภิกษุกลุ่มนี้ก็เริ่มสรรเสริญคุณพิเศษกันและกัน ชาวบ้าน ก็เชื่อ ดิ้นรนหาอาหารมาเลี้ยงดูภิกษุกลุ่มนี้ จนอ้วนท้วนผ่องใส

ออกพรรษาแล้ว ภิกษุเหล่านั้นก็เก็บข้าวของ เดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ที่กรุงเวสาลี

แวดล้อมพระพุทธเจ้า...ณ เวลานั้น ล้วนมีแต่ภิกษุที่อดอยาก รูปร่างผ่ายผอม มีเส้นเอ็นขึ้นเห็นชัด จะมีก็แต่ภิกษุกลุ่มนี้ กลุ่มเดียว ที่ผิวพรรณผ่องใส อิ่มเอิบ

เมื่อทรงทราบเรื่อง ก็ทรงเรียกประชุมสงฆ์ ตรัสเรื่องมหาโจร 5 ประเภท

มหาโจรพวกหนึ่ง รวบรวมพวกร้อยพัน เข้าไปฆ่า ปล้น เอาไฟ เผาในบ้านเมือง

เทียบด้วยภิกษุที่รวบรวมพวกร้อยพัน จาริกเข้าเมือง เพื่อให้ชาวบ้านสักการะ เคารพ นับถือบูชา ได้มาซึ่งปัจจัยสี่ นี้เป็น...มหาโจรประเภทที่ 1

ภิกษุเรียนพระธรรมวินัย ที่พระพุทธเจ้าประกาศแล้ว โกงเป็นของตนเอง แสดงตนว่าคิดได้เอง ไม่ได้เรียนจากใคร นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ 2

ภิกษุใส่ความเพื่อนพรหมจารีผู้บริสุทธิ์ ด้วยข้อหาประพฤติผิดพรหมจรรย์ อันไม่มีมูล เป็นมหาโจรประเภทที่ 3

ภิกษุเอาของสงฆ์ ที่ห้ามแจกจ่ายห้ามแบ่ง เช่น อาราม ที่ตั้งอาราม วิหาร ที่ตั้งวิหาร เตียงตั่ง ฯลฯ ไปสงเคราะห์คฤหัสถ์ ประจบ คฤหัสถ์เพราะเห็นแก่ลาภ นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ 4

และ...ภิกษุอวดคุณพิเศษที่ไม่มีจริง ไม่เป็นจริง ชื่อว่าเป็นยอดมหาโจรในโลก

เพราะบริโภคก้อนข้าวของชาวบ้าน ด้วยอาการแห่งขโมย

ครั้นแล้ว ทรงติเตียนภิกษุชาวริมฝั่งน้ำวัคคุมุทา ด้วยประการต่างๆ จากนั้นก็ทรงบัญญัติสิกขาบท ห้ามอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน เมื่ออวดไปแล้ว แม้จะออกตัวสารภาพผิดภายหลัง ก็ต้องอาบัติปาราชิก

นี่คือเรื่องราวที่ต้นบัญญัติ จตุตถปาราชิก ปาราชิกข้อที่ 4 (อวดอุตริมนุสสธรรม) ภิกษุต้องเข้าแล้ว ต้องขาดจากความเป็นภิกษุ แม้สึกไปแล้ว จะมาบวชใหม่อีกก็ไม่ได้

ผมคัดปาราชิกข้อ 4 จากพระไตรปิฎกฉบับประชาชน มาทบทวนให้ฟัง เพราะรู้สึกว่าทั้งพระทั้งชาวบ้านยังไม่เข้าใจ กระทั่งพระผู้ใหญ่ บางรูป เผลอไปยกยอคนโกนหัวห่มเหลือง ที่มีชื่อทางบอกใบ้ให้หวย

ว่าเป็นพระดี มีคุณูปการสำคัญต่อประชาชน

โล้นห่มเหลืองพวกนี้ นอกจากไม่ใช่พระ... (ขาดจากความเป็นพระแล้ว) ฐานะที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ ไม่ใช่โจรธรรมดา เป็นยอดมหาโจร

ส่วนพวกโกนหัวบ้าง ไม่โกนหัวบ้าง แต่นุ่งห่มผ้าสีอื่น...ถ้าทนกันได้ ก็ทนกันไป

วงจรชีวิต 18 มงกุฎ พวกนี้ แม้จะมีเศรษฐีหน้าโง่ หลงไป ให้เงินก้อนใหญ่ใช้บ้าง เงินจากความงมงาย ไม่ใช่เงินที่ได้ จากศรัทธา ถึงจะใช้ได้ ก็ไม่เคยยั่งยืน.



กิเลน ประลองเชิง

ถอดบทความแม้ว เขียนแรง เรดนิวส์ฉบับแรก

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_10665

สมยศ พฤกษาเกษมสุข

หนังสือพิมพ์ เดอะเรดนิวส์ ของกลุ่ม นปช. ดีเดย์วางแผงทั่วประเทศ 5 มิ.ย. ไร้บทความ 'ทักษิณ' เผย เนื้อหาค่อนข้างรุนแรงตีพิมพ์ไม่ได้ในไทย หวั่นเกิดผลกระทบทางการเมืองอีกครั้ง ...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (4 มิ.ย.) นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ฐานะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะ เรดนิวส์ เปิดเผยว่า ขณะนี้หนังสือพิมพ์เดอะเรดนิวส์ ฉบับแรกได้จัดพิมพ์เสร็จแล้ว พร้อมที่จะกระจายวางแผงจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศได้ตั้งแต่เช้าวันที่ 5 มิ.ย. นี้ โดยเนื้อหาจะเป็นเน้นการนำเสนอข่าวสารด้านการเมืองการปกครองทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ตามข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้นและอิสระตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งมีการรวบรวมภาพเหตุการณ์ตลอดระยะเวลาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไว้ในฉบับดังกล่าวด้วยนอกจากนี้ยังจะได้อ่านงานเขียนสะท้อนมุมมองการเมืองประชาธิปไตยจากนายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในแกนนำ นปช. ในฐานะคอลัมนิสต์ของเดอะเรดนิวส์ ส่วนงานเขียนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้นไม่สามารถตีพิมพ์ในฉบับนี้ได้ทัน เนื่องจากติดขัดปัญหาบางประการ

นายสมยศ กล่าวอีกว่า ในส่วนการจัดการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในปลายเดือน มิ.ย.นี้ ทาง นปช.ภาคประชาชน จะจัดกิจกรรมชุมนุมทวง"คืนประชาธิปไตย รื้อฟื้นวันชาติไทย 24 มิ.ย." ที่ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 21-24 มิ.ย. นี้ เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกความรักชาติ รื้อฟื้นความสำคัญของวันที่ 24 มิ.ย. 2475 ซึ่งเป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังจะเป็นการโหมโรงก่อนการชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงของกลุ่มความจริงวันนี้ ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.

สำหรับกรณีที่หนังสือพิมพ์เดอะ เรดนิวส์ ฉบับวันที่ 5 มิ.ย. จะไม่มีงานเขียนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่ประโคมข่าวไปก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เขียนบทความส่งมาให้ทางกองบรรณาธิการเดอะ เรดนิวส์ตามกำหนด แล้ว เพียงแต่ทีมงานคนใกล้ชิดในบ้านเลขที่ 111 ได้ตรวจสอบงานเขียนแล้ว เห็นว่า งานเขียนดังกล่าวของพ.ต.ท.ทักษิณ มีเนื้อหาค่อนข้างรุนแรงตีพิมพ์ไม่ได้ในไทย จึงยกเลิกการส่งต้นฉบับให้เดอะ เรดนิวส์ไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางการเมืองขึ้นมาอีก แต่ให้คงงานเขียนของนายจักรภพ เพ็ญแข ไปก่อน

ขณะที่ เมื่อเวลา 15.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มนปช. เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ผู้ต้องหาซึ่งถูกออกหมายจับจากเหตุการณ์บุกเข้าไปภายในโรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ต พัทยา สถานที่จัดประชุมอาเซียนซัมมิตทุกคนจะเดินทางไปที่กองปราบปรามเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐบาล ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และนำคนเสื้อน้ำเงินมาทำร้ายกลุ่มคนเสื้อแดง และน่าจะแจ้งความรวมไปถึงนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินด้วย ไม่ว่าใครก็ตามที่ปรากฏในภาพออกตามสื่อมวลชนต่างๆ จะโดนแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้คนเสื้อแดงไปให้กำลังใจกันมาก เพราะอาจจะถูกมองว่าเป็นการไปกดดันเจ้าหน้าที่ได้

ด้าน พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ ผอ.กอ.รมน.ภาค 2 กล่าวว่า การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 27 มิ.ย. ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นั้น กองทัพภาคที่ 2 และ กอ.รมน.ภาค 2 ก็จะปฏิบัติงานตามหน้าที่ และคิดว่า คงไม่น่ามีปัญหาใดๆ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า จะเป็นการทำร้ายประเทศไทยมากกว่านั้น ตนคิดว่าอยู่ที่การกระทำ ว่าจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด ซึ่งทุกคนคงทราบดี โดยเฉพาะสื่อมวลชนเอง ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ในเรื่องที่ ไม่มีผลกระทบ ต่อความเดือดร้อน หรือภาพรวมของประเทศ

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการที่กองทัพติดตามความเคลื่อนไหว ด้านการข่าว ยังไม่พบเหตุการณ์ใดๆ และทุกอย่างยังเป็นปกติดี นอกจากการเลือกตั้งซ่อมในบางพื้นที่เท่านั้น

ระดมทุนเปิดตัว นสพ.เสื้อแดง ต่อยอดเดอะเรดนิวส์

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_9632

จาตุรนต์ ฉายแสง

แกนนำเสื้อแดงตบเท้าร่วมงานระดมทุนเปิดตัว หนังสือพิมพ์คนเสื้อแดง ย้ำเจตนารมณ์ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่บิดเบือน เคียงคู่ เดอะเรดนิวส์

เมื่อเวลา 18.00 น.ที่ผ่านมา (30 พ.ค.)ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 6 ศูนย์กลางค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่มคนเสื้อแดง นำโดย นายเอกสิทธิ์ หมวดทองบรรณาธิการบริหารและเจ้าของหนังสือพิมพ์คนเสื้อแดง ได้จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน 150 โต๊ะระดมทุนในราคาโต๊ะละ 5,500 บาทและเปิดตัวหนังสือพิมพ์คนเสื้อแดงอย่างเป็นทางการ โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เป็นประธานกล่าวเปิดตัวหนังสือและบรรดาแกนนำ นปช. อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนายชูพงษ์ ถี่ถ้วน มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นความจำเป็นที่ผู้รักประชาธิปไตยต้องเร่งทำสื่อของตัวเองออกมาเพื่อให้ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องกับประชาชนทั่วประเทศ ในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย เนื่องจากที่ผ่านมาสื่อกระแสหลักต่างนำสนอข้อมูลที่บิดเบือนไม่ตรงกับความ เป็นจริงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจขบวนการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยผิดไป สำหรับหนังสือพิมพ์คนเสื้อแดง ถือเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีการเปิดตัวอย่างทางการ เป็นรายที่ 2 ต่อจากหนังสือพิมพ์เดอะเรดนิวส์ของนายวิบูลย์ แช่มชื่น อดีต สว.กาฬสินธุ์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข โดยจัดพิมพ์ขนาดบอร์ดชีต จำนวน 16 หน้า พิมพ์ปก 4 สี เป็นจัดจำหน่ายรายเดือน ผ่านระบบสมาชิก ในราคาฉบับละ 35 บาท

เรดนิวส์เลื่อนวางแผง จักรภพ-อดิศร อัดการเมือง

Pic_8880

สมยศ พฤกษาเกษมสุข

แกนนำเสื้อแดง เผยขอเลื่อนวางแผงนสพ.รายสัปดาห์ เรดนิวส์ ไป 5 มิ.ย. เหตุปิดต้นฉบับไม่ทัน เน้นข่าวการเมืองแต่ยังยืนยันให้ อดีตนายกฯทักษิณ เป็นคอลัมนิสต์ ถ่ายทอดประสบการณ์เศรษฐกิจ...

เมื่อ เวลา 16.00 น.วันนี้ ( 27 พ.ค.) นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ "เรด นิวส์" ว่า เดิมเคยกำหนดวางแผงไว้วันที่ 29 พ.ค. ต้องขอเลื่อนไปวางแผงในวันที่ 5 มิ.ย. เนื่องจาก เพิ่งเริ่มต้นทำงานกันในวันที่ 23 พ.ค. จึงไม่สามารถปิดต้นฉบับได้ทัน แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ในหนังสือจะเน้นหนักในเรื่องการวิจารณ์ด้านการเมือง โดยนักเขียนคอลัมนิสต์จะเชิญนายจักรภพ เพ็ญแข นายอดิศร เพียงเกษ แกนนำนปช. มาถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการเมือง ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาถ่ายทอดเรื่องเศรษฐกิจ

แกนนำ นปช. กล่าวต่อว่า หนังสือพพิมพ์ดังกล่าวจะจัดพิมพ์ 15,000 เล่ม จำหน่ายทั่วประเทศทุกสัปดาห์ หลังจากที่จำหน่ายหนังสือในวันดังกล่าวแล้ว ก็จะมีการจัดงานระดมทุน แต่ในส่วนเรื่องของวันจัดงานยังต้องรอความชัดเจนอีกระยะหนึ่ง

เพิ่งตั้งแต่มีตัวแทนแล้ว

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_10795

ชุมพล

ลุ้นอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็แค่เด็กขอแบ่งอมยิ้มกัน

จับอาการของ "หัวโจก" อย่าง "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการรัฐบาล บอกเป็นนัย แม้จะดึงเกมโปรเจกต์รถเมล์เช่าเอ็นจีวีออกไปให้สภาพัฒน์ศึกษาความคุ้มค่าระหว่างการเช่ากับการซื้อ ก็เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีปัญหา

"หากถามว่า จะทำโครงการนี้หรือไม่ ตอบได้ว่า ทำแน่นอน แต่จะทำอย่างไรให้ดีที่สุด นี่คือปัญหาที่ ครม.ต้องรับผิดชอบร่วมกัน"

นี่แหละคำตอบสุดท้าย ยังไงเสียโครงการรถเมล์เอ็นจีวีก็ต้องล้อหมุนแน่

เอาเป็นว่า 1 เดือนนับจากนี้ไป น่าจะเพียงพอกับการบรรเทาความร้อนแรงของเสียงโห่ฮา เบี่ยงแรงต้านของหน่วยวางตะปูเรือใบ

ในมุมที่ "จอมเขี้ยว" ทางการเมือง จับอารมณ์สังคมไทยลืมง่าย

และก็เป็นอะไรที่ "เปิดโปรแกรมใหม่" ออกมาแล้ว ล่าสุด นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ส่งซิก เตรียมหารือนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ ในการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจร่วมกัน เนื่องจากปลัดกระทรวงการคลัง มีหน้าที่ในการไปดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บริษัทการบินไทย และธนาคารกรุงไทย

รวมถึงการพิจารณาออกหวยบนดินออนไลน์ ที่ค้างมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อนด้วย

แบะท่ารับมุกโดย "เสี่ยอ๊อด" นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ว่าที่เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยืนยัน พร้อมสนับสนุนการออกหวยออนไลน์

หากนำมาทำให้ถูกต้องตามกฎหมายและมีการจัดสรรผลประโยชน์ที่เหมาะสม

"หวยบนดิน" ประเด็นใหม่ที่จะเปิดมาเล่นในฟลอร์ข่าว

เดาเรตติ้งล่วงหน้าได้ คนไทยกับหวย เปิดประเด็นเมื่อไหร่ก็ฮือฮา

เบียดปมรถเมล์เอ็นจีวีได้เนียนๆ

และที่สุดมันก็คงอย่างที่ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อ่านเกม ปมรถเมล์เอ็นจีวียังไงก็ไม่กระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะยังไม่พร้อมที่จะแตกหัก สู้อยู่กันต่อไปเพื่อรอให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2553 และ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ผ่านสภา รวมทั้งผลักดันโครงการอื่นๆต่อไป เช่น โครงการถนนปลอดฝุ่น

กินน้อยๆ แต่กินนานๆ

โดยอาการกลืนเลือดของค่ายภูมิใจไทยที่ถูกผลักให้รับบทผู้ร้าย โดนลูกเขี้ยวของพรรคประชาธิปัตย์ชิงเล่นบทพระเอก ยืมมือ ส.ว. พันธมิตรฯ สื่อมวลชน สหบาทา

ลากออกมาขึงพืด "ล่อเป้า" เพียงแค่ขอแบ่งอมยิ้ม

แต่ภายใต้เงื่อนไข "แบ่งกันกินแบ่งกันใช้" เทียบกับการ "ล่มเรือ" แยกกันไปโดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือทั้งสองฝ่าย

สถานการณ์ยังไม่สุกงอมพอที่จะเสี้ยมให้พรรคร่วมรัฐบาลแตกคอได้

ในอารมณ์ของการเมืองเก่า นักเลือกตั้งอาชีพปรับตัวได้ตามสภาพ แต่ในความคืบหน้าของการเมืองใหม่ ล่าสุด นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ว่าที่หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ และนายสุริยะใส กตะศิลา ว่าที่เลขาธิการพรรค ถือฤกษ์ 09.09 น. เข้ายื่นหนังสือขอจัดตั้ง "พรรคการเมืองใหม่" ต่อกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ที่แน่ๆโดยความแปลกใหม่ แม้ยังไม่มี ส.ส.ในสังกัด แต่มีตัวแทนเล่นอยู่ในสภา

นอกจากนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วน นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. ที่ฝากไว้ในโควตาพรรคประชาธิปัตย์

ชัดเจนสุด โดยบทบาทของกลุ่ม 40 ส.ว.เครือข่ายม็อบพันธมิตรฯที่ "เทกแอ็กชั่น" เดินหน้าขวางโปรเจกต์รถเมล์เช่าเอ็นจีวีแบบสุดลิ่มทิ่มประตู

ตามแผนสกัดกั้นการสะสมเสบียงของค่ายภูมิใจไทย

และจ๊อบต่อไป เกมล้ม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ตีกันแผนเกลี่ยหัวคิวของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาล

สะสมกระสุนก่อนลงสนามเลือกตั้งใหญ่

แต่คนที่จับทางได้ก่อนก็คือนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ออกมาทิ่มหมัดใส่หน้า ด่า ส.ว.ล้ำเส้น ทำเกินหน้าที่

แย่งงานของฝ่ายค้านในการจ้องตรวจสอบทุกรัฐบาลจนเกินงาม

รู้ทัน แผนตีปี๊บของทีม "การเมืองใหม่".

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สันติภาพโลกไทยรุ่งริ่ง!

ที่มา บางกอกทูเดย์

“สยามเมืองยิ้ม” ที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร !เป็นความ ภาคภูมิใจ ในการได้เกิดมาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของบรรพบุรุษ “คนไทย” อันเป็นเมืองพุทธ...เป็นดินแดนแห่ง “แผ่นดินธรรม...แผ่นดินทอง” เป็นประเทศแห่งความสุข และความสนุนสนาน แต่เมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา...ความดำมืด ของผู้มีอำนาจ และผู้มีอิทธิพลบางกลุ่ม ได้เข้ามาบดบัง “ปกคลุม” จนความสุขเหล่านั้นหลุดลอยไป เป็นเมืองแห่ง “สีสัน” ที่มีการแบ่งแยกแบ่งสีเป็น เหลือง แดง ขาว น้ำเงิน...กระทั่งนำไปสู่ “ความขัดแย้ง” ถึงขั้น แบ่งแยกชาติ แบ่งแยกประเทศ

ดังนั้น...จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ! กับการที่ “วิชั่น ออฟ ฮิวแมนนิตี้” (Vision of Humanity) เปิดเผยรายงานผลสำรวจดัชนีสันติภาพโลกประจำปี 2009
จัดให้ไทยอยู่ใน “อันดับที่ 118” ของประเทศที่มีสันติภาพ และความสุข จากการสำรวจทั้ง 144 ประเทศ โดยมองทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ เช่น สถิติการฆาตกรรม จำนวนประชากรในเรือนจำ การใช้จ่ายด้านอาวุธ เสถียรภาพทางการเมือง ความสัมพันธ์กับชาติเพื่อนบ้าน และระดับการเคารพสิทธิมนุษยชน เป็นการ “ประเมินผล” อย่างรอบด้าน...และแน่นอนว่า “ประเทศไทย” พี่ใหญ่แห่งอาเซียนก็ติดอันดับกับเขาด้วย...แต่เป็นอันดับค่อนไปทางท้าย ๆ...ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด เราแทบจะไม่มีข้อไหนที่ “ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน”

ยิ่ง “ต้นเหตุ” แห่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเขา...แต่เป็นเพราะตัวเรา เนื่องจากยังมีคนไทยบางกลุ่มบางพวกที่คิด “เผาบ้านเผาเรือน” ตัวเอง เป็นความคิดแบบ “บ้าอำนาจ” ของคนชนชั้นปกครองที่ต้องการ “ครอบครอง” ทุกสิ่งทุกอย่างมาไว้ในกำมือกดขี่ประชาชน...เอาเปรียบประชาชน พอผู้คนเริ่มรู้ ก็มักเกิด “การต่อต้าน” เพื่อแย่งชิงอำนาจ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับหลายประเทศที่ “เจริญ” หลุดพ้นแล้วจากบ่วงกรรมเพียงแต่ “ประเทศไทย” ยังมิอาจฝ่าฟันให้ผ่านพ้น “ช่วงวิกฤติ” ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปี หรือไม่ก็ยาวนานเกินกว่าชั่วอายุเรา ไทยถูกจัดอันดับอยู่ที่ 118 ขณะที่พม่าอยู่ในอันดับ 126...ห่างกันเพียง 8 อันดับ

เรื่องนี้เป็นภาพที่สามารถ “สะท้อน” ให้เห็นถึงอะไร ?? หากมองในแง่ “การปกครอง” อันหมายถึง ระบบการเมือง ที่เป็นตัวควบคุมและขับเคลื่อนกลไกของประเทศ ประเทศไทย...ปากพร่ำเสมอว่าปกครองด้วยระบอบ “ประชาธิปไตย” ประเทศพม่า...พูดเสียงดังฟังชัดปกครองด้วยระบอบ “เผด็จการทหาร”
“บางกอกทูเดย์” ไม่ได้ต้องการจะบอกว่า การปกครองแบบไหน ดีกว่า...ด้อยกว่า...หรือเสียเปรียบมากน้อยกว่ากัน เพียงแต่อยากให้เห็นว่า “ความไม่สงบ” หรือการที่ประชาชนอยู่กันอย่าง “ไม่มีความสุข” เกิดขึ้นเพราะสาเหตุอันใด ดินแดน “สยามเมืองยิ้ม” เป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” มีทุกอย่างเพียบพร้อม “ครบถ้วน” สมบูรณ์

แต่ทำไมถึงมีคนพูด “แดกดัน” ผ่านรูหูให้ได้ยินเสมอว่า...ประเทศไทยมีทุกอย่าง “ดีหมด” แต่ “โชคร้าย” ที่มีคนไทย (บางกลุ่ม) ถือกำเนิดเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินนี้ เป็นปลิงที่คอยเอาแต่ “สูบเลือดสูบเนื้อ” แผ่นดินเกิด...จนสร้างตัวเองให้อยู่ดีมีกิน แต่กับคนส่วนใหญ่ต้องมา “ลำบาก” อดอยากแทน
แม้ระบบ “การปกครอง” แตกต่างกัน...แต่วิธีคิดและปฏิบัติของ ไทย และ พม่า นั้น ไม่แตกต่าง ประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคน ชนชั้นกลาง และ ชนชั้นล่าง (รากหญ้า) ต่างถูกผู้มีอำนาจ “ควบคุม” จนตัวลีบ...ฟ้องร้องเอาความอะไรไม่ได้ ต้องตกอยู่ใน “อุ้งมือ” คนพวกนี้ตลอดเวลา

วัน ๆ ได้แต่นั่ง “ฝืนยิ้ม” เมื่อเขาสั่งให้ทำอะไร...ก็ต้องทำ คำชมเชยที่ “ฝรั่งมังค่า” เคยเอ่ยปากชื่นชมว่าไทยเป็นประเทศแห่ง “รอยยิ้ม” วันนี้สิ่งนั้นได้ เลือนหาย ไปจนหมดสิ้นบนสีหน้าของคนไทยถามว่า...มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ ??คำตอบ คือ แย่มากถึงมากที่สุด !“ประเทศไทย” โชคดีขนาดไหนที่ประชาชนไม่เคยต้องมา “อดตาย” เพราะความหิวโหย...ประชาชนไม่เคยต้องมา “เข้าคิวต่อแถว” ซื้อขนมปังเหมือนอย่างบางประเทศ เนื่องจากอาหารที่หล่อเลี้ยงมีไม่เพียงพอเท่านี้...ประเทศไทยก็ “โชดดีมากมาย” ในความมีโอกาสที่ดีกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่ง “อดอยาก” ยากแค้นลำบากทำไม ? ไทยถึงติดการจัดอันดับที่ 118 ก็เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งที่คิดมา “ทำลาย” ประเทศชาติทั้ง ๆ ที่เราควรอยู่ในอันดับ 1 ใน 10 ของโลกเสียด้วยซ้ำ...ด้วยความพร้อมที่เรามี “ทรัพยากร” อยู่ทั้งหมด ทำไมจึงต้องเอา “ไทย” กับ “พม่า” มาเปรียบเทียบ ??

ก็เพราะความเหมือนที่แยกแยะกันไม่ออกระหว่าง “ผู้มีอำนาจ” ของสองประเทศที่ใส่ความ “รักชาติ” ด้วยการ “ขาดสติปัญญา” คิดเพียงใส่แต่กำลัง...โดยไม่มีจินตนาการถึง “ความรู้สึกนึกคิด” ของประชาชน วันนี้ “วีรสตรีการเมือง” นางออกซานซูจี...จะมีชะตากรรมชีวิตอย่างไรต่อไปก็คงคาดเดาได้ไม่ยาก...เพราะรัฐบาลทหารพม่าได้แสดงออกให้ชาวโลกได้เห็นแล้วในหลายๆ ครั้ง หลายๆกรณี ในทางการเมืองในพม่า...เปรียบแล้ว “อองซานซูจี” ก็คือ “คนดีขบฎ” เพียงคนหนึ่ง...ไม่มีความเสมอภาคตามหลักการต่อสู้ทางการเมืองอย่างที่หลายๆ ประเทศให้การยอมรับ ถึงตรงนี้... อันดับ 118 กับ 126 คงไม่แตกต่างกัน...ห่วยพอ ๆ กัน

แต่ใครจะห่วยมากกว่า...อันนี้คงต้องให้ “สายตาคนนอก” ตัดสิน...ดีน่ะที่ยังอุตส่าห์ “ชนะพม่า” ด้วยการคิดประเมินออกมาเป็นตัวเลขใน “สายตาคนไทย” ที่ลองหันกลับมามองยัง “ประเทศไทย” ทำนายไว้เลยว่า หากผู้มีอำนาจไม่คิด “เปลี่ยนแปลง” หรือ “เปลี่ยนตัวเอง”อีกไม่นาน...พม่า จะพัฒนาขึ้นแซง ไทย !!

รถเมล์เป็นพิษ

ที่มา บางกอกทูเดย์

พูดตามภาษามวย รถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันหรือ “รถเมล์สายพันธุ์ใหม่ 2009” ยังไม่แพ้น็อกเป็นเพียงถูกนับ 8 สองครั้ง เหลืออีกครั้งเดียวก็คงถูกจับแพ้ตามกติกาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นใน ครม. เมื่อวันพุธที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันนี้ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นเขากลายสภาพมาเป็น “หมูที่ไม่กลัวน้ำร้อนแล้ว”??จึงทำให้รถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เกิด “ยางแตก”พร้อมกันในทำเนียบรัฐบาล ทำให้ โสภณ ซารัมย์และใครบางคนเกิดอาการ “เครียดหนัก” “อย่างนี้. . . มัน
แข็งเมืองกันแล้วนี่หว่า ”(เสียงคล้ายเสียงพี่เน?)แม้ว่า...ชั้นเชิงระดับประชาธิปัตย์ จะจัดในระดับ“จับก็ไม่ได้ ไล่ก็ไม่ทัน” แต่ฝ่ายพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่หัวหน้าหน้าใหญ่ลงมาถึงสมุนปลายแถว ก็พออ่านเกมออกแล้วว่าการส่งรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ไป “จอดป้าย”สภาพัฒน์อีก 1 เดือน เพื่อศึกษาข้อดีข้อด้อยให้
ละเอียดกว่านี้คือการประกาศเปิดศึกกับ “ภูมิใจไทย”แน่นอน!! แกนนำพรรคภูมิใจไทยต่างฮึดฮัดไม่พอใจกันถ้วนหน้า!!

แต่...ปัญหามีว่า เมื่อไม่พอใจแล้วจะทำอะไรเขาได้??เพราะในประดามนุษย์เขี้ยวตันทั้งหลาย ประชาธิปัตย์ติดอันดับ “ท็อปทรี” อยู่แล้วงานนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พัฒนาฝีมือและชั้นเชิงตัวเองขึ้นได้อย่างแปลกตา??รัฐมนตรีที่คัดค้านหนักกว่าคนอื่น คือ อลงกรณ์พลบุตร รมช.พาณิชย์ แย้งสุดตัว...ยืนยัน!! กระทรวงคมนาคมไม่ควรเช่า แต่ควรซื้อเครื่องยนต์เอ็นจีวีรุ่นใหม่มาใส่แทนรถเก่าที่ ขสมก.มีอยู่ 2,000 คัน เฉลี่ยต้นทุนคันละ 500,000 บาทเท่านั้น ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้มากกว่าเช่ารถแต่ที่น่าแปลกใจที่สุดและน่าจะถือเป็น “ประเด็นการเมือง” ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องหันมามองและใคร่ครวญให้ละเอียด คือ การแสดงความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แสดงความเห็นว่า...“การคำนึงถึงกระแสสังคมเป็นเรื่องดี แต่ไม่อยากให้ครม. ห่วงกระแสสังคมจนลืมข้อเท็จจริง หากโครงการโปร่งใสควรให้เดินหน้าต่อไป ถ้ามั่นใจว่าโครงการนี้โปร่งใส”แปลว่า...พล.อ.ประวิตร เห็นด้วยกับโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน อย่างชัดเจนแล้ว พล.อ.ประวิตร เป็นใคร?ก็คือคนที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล อยู่ในขณะนี้ความเห็นในห้องประชุม ครม. ของ พล.อ.ประวิตรจึงไม่ได้มีความหมายแค่ความเห็นของรัฐมนตรีคนหนึ่งเท่านั้นแต่มันสะท้อนให้เห็นถึงการเมืองใน 2-3 แง่มุมรวมทั้งเสถียรภาพของรัฐบาลประชาธิปัตย์ว่าจะอยู่อีกนาน หรือจะล่มสลายเพราะ “รถเมล์เป็นพิษ”?? ■