WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 7, 2009

ชุมนุมคนเสื้อแดง เดือนมิ.ย.52 : แดงทำ แดงใช้ แดงร่วมใจ เพื่อไทยเจริญ

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าว thaienews
7 มิถุนายน 2552

อาทิตย์ที่ 7 มิ.ย.52
- “ร่วมมือประสานใจ นำเอสเอ็มอี-โอท็อปไทย ข้ามพ้นวิกฤติ ครั้งที่ 1” 8.30 - 21.30 น. ณ.โรงแรมรัตนโกสินทร์ ร่วมรับฟังการเสวนา ดนตรี/การแสดง จำหน่ายสินค้า/ผลิตภัณฑ์ จากสมาชิกผู้ประกอบธุรกิจ เอสเอ็มอี-โอท็อป ตลอดงาน

อาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.52
- ชุมนุม นปช.ใหญ่ ที่ จ.อุดรธานี และ จ.อุบลราชธานี

พุธที่ 24 มิ.ย.52
- นัดชุมนุมที่สนามหลวง นำโดย คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำ นปช.2 ร่วมใจกันเรียกร้องให้วันชาติกลับคืนเป็นวันที่นี้ ตามที่เคยเป็นมา 21ปีก่อนหน้า

เสาร์ที่ 27 มิ.ย.52
- ชุมนุมคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง ร่วมใจขับไล่โจรปล้นชาติ ล้มระบอบประชาธิปไตยซ่อนรูปอมาตยาธิปไตย เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชน

ย้อนดูคลิปการชุมนุมคนเสื้อแดง 30 มิ.ย. 52 ที่ ชัยภูมิ มุกดาหาร ปากช่อง และ ลำพูน ได้ที่ http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=807598

มีการจัดส่งเสื้อยืดสีแดง และ สีเหลือง นับพันตัวเข้าไปในค่ายทหาร !!

ที่มา Thai E-News

โดย บก.ลายจุด
ที่มา เวบไซต์ พันทิปราชดำเนิน
6 มิถุนายน 2552

เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นมาเดือนกว่าแล้ว แต่เพิ่งปรากฎข้อเท็จจริงยืนยันออกมา เมื่อมีแกนนำเสื้อแดงคนหนึ่ง (ขอสงวนจังหวัด) ได้เข้าไปในค่ายทหาร ด้วยความช่วยเหลือของทหารนายหนึ่งในค่าย

และต้องตะลึงเมื่อพบเสื้อสีแดง และ สีเหลืองนับพันตัว โดยไม่มีการสกีน ถูกจัดส่งเข้าไปในค่ายทหาร

หากจะให้ถอดรหัส งานนี้คงโยงใน 2 เหตุการณ์ต่อไปนี้

หนึ่ง ...เหตุการณ์การลอบยิงสนธิ ลิ้มทองกุล หลังการปราบเสื้อแดงช่วงสงกรานต์ การที่มีปฏิบัติการสังหารลิ้มในขณะนั้น เพื่อต้องการให้เหลืองและแดง ซัดกันให้เต็มเหนี่ยว แล้วก็ถึงโอกาสกวาดทั้งเหลืองและแดงออกจากกระดานการเมือง กรณีดังกล่าวถูกวิเคราะห์และส่งเสียงมาจากแกนนำ พธม ทั้งลิ้ม และ พิภพ รวมถึงอีกหลายคน ซึ่งในขณะนั้น ผมยังรู้สึกเฉย ๆ กับสิ่งที่แกนนำ พธม พูด ต่อเมื่อได้ยินเรื่องเสื้อยืดที่ถูกส่งไปในค่ายทหาร งานนี้ต้องคิดให้หนัก

สอง ...การชุมนุมใหญ่ 27 มิย หากเสื้อยืดชุดนี้ ถูกส่งมาเพื่อปฏิบัติการในโอกาสนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า ความพยายามในการรัฐประหารยังไม่หมดไป

คนที่โทรหาผม เป็นแกนนำเสื้อแดงจังหวัดหนึ่ง อายุไม่น้อย มีงานการเป็นเรื่องเป็นราว มีหมายจับตอน 6 ตค. โดยส่วนตัว ผมเชื่อถือข้อมูลชุดนี้ของแหล่งข่าว เพราะเขาเป็นคนไปเห็นกับตา ก่อนหน้านี้ผมเช็คข่าวสายทหารจากตรงนี้ได้หลายเรื่อง ก็เล่าสู่กันฟังครับ จะเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรครับ

คุณเนวิน ประชานิยม ที่มีแต่ใช้เงิน แต่หาเงินไม่เป็น ไม่มีเงินงอกมาจากอากาศ

ที่มา ประชาไท

โดย ลูกชาวนาไทย
icon
ความจริงที่ ท่านนายกฯทักษิณ สามารถดำเนินโครงการประชานิยมต่างๆ อย่างได้ผล เพราะคุณทักษิณหาเงินเก่งครับ หาเงินเก่งและใช้เงินเก่ง มันก็ไม่มีปัญหาเงินขาดมือ แต่อย่างใด ดังนั้นคุณทักษิณจึงหาเงินมา่ให้ประชาชนใช้ได้อย่างไม่มีปัญหามากนัก

ตอนนี้ทั้งมาร์ก ทั้งเนวิน "ลูกเศรษฐี" ที่ทั้งชีวิตไม่เคยหาเงินเอง มีแต่ใช้เงิน มาคิดโครงการประชานิยม มันก็มีแต่หายนะเท่านั้นแหละครับ เพราะไม่มีใครหาเงินมาให้ เงินไม่ได้งอกมาจากอากาศให้ใช้อย่างไม่หมดสิ้น

ที่เนวินไปโฆษณาในภาคอีสานว่าตัวเองเป็น "ต้นตำรับแห่งประชานิยม" นั้น ผมก็ไม่ได้เถียงอะไร เพราะการคิดใช้เิงินนั้น ไม่ต้องถึงมือเนวินหรอกครับ นักการเมืองต่อให้กระจอกแค่ไหนก็คิดใช้เงินเป็นครับ

ช่วงที่ทักษิณเป็นนายกฯ เนวินทำโครงการประชานิยมได้ เพราะทักษิณเป็นคนหาเงิน ลูกน้องทั้งหลายก็มาเบิกเงินจากคลังไปทำโครงการได้สนุกมือ ตัวเองไม่ต้องหา มีคนอื่นหามาให้

ผมยังไม่เห็นรัฐบาลอภิสิทธิ์จะมีความสามารถในการหารายได้แต่อย่างใด นอกจากขึ้นภาษี

แต่การขึ้นภาษีในยามที่ธุรกิจทั้งหลายกำลังลำบากนั้น มันก็เหมือนปล้นเงินไปจากชาวบ้าน เขาทำมาค้าขายไม่มีกำลัง ไปเก็บภาษีเขามันก็เหมือนหาของเก่ากิน ธุรกิจไม่ได้งอกขึ้น รัฐไปรีดภาษี มันก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น

Saturday, June 6, 2009

ฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_10976

"ผมเห็นด้วยกับการซื้อมากกว่าการเช่า แต่ก็มีข้อกังวลว่าหากซื้อแล้ว การซ่อมบำรุงการรักษารถยังคงเป็นอย่างในปัจจุบันมันก็ลำบาก เพราะช่วงเริ่มต้นการซื้อมันถูกกว่าแน่นอน แต่ถ้าค่าซ่อมเป็นอย่างที่เป็นอยู่นั้น กว่าจะถึง 10 ปี ตามอายุการเช่าก็อาจจะแพงกว่า จึงจำเป็นต้องไปดูให้ชัดเจนว่าวิธีไหนจะดีที่สุด"

ในลีลานิ่มๆ เสียงหล่อๆของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

เคลียร์ประเด็นเป๊ะๆ สั้นกระชับ จับใจความง่าย

มันก็น่าสนใจ ถ้าหากบิ๊กโปรเจกต์รถเมล์เช่าเอ็นจีวี 4,000 คัน เป็นผลงาน

การสร้างสรรค์ของพรรคประชาธิปัตย์

และได้ยี่ห้อ "อภิสิทธิ์" เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการให้


กระแสต้านจะดังอื้ออึงอย่างที่เห็นหรือเปล่า

เอาเป็นว่า ในภาพที่มันขัดอารมณ์ตั้งแต่เริ่มต้น โดยสถานะของนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดบุรีรัมย์

เคยชินแต่รถบัส บขส. มาชงบิ๊กโปรเจกต์ให้รถเมล์ ขสมก.

พูดไปมันก็ไร้น้ำหนัก


แต่ทั้งหมดทั้งปวง โดยต้นทุนทางสังคมยี่ห้อ "เพื่อนเนวิน" ที่ถูกสังคมพิพากษา ประทับตรา "มัวหมอง" ไปแล้ว

ล้างคราบยังไงก็เคลียร์ไม่ออก

สรุปว่า ในสภาพต้นทุนต่ำ โดยลำพังพรรคภูมิใจไทยยี่ห้อเพื่อนเนวินจะดันทุรังขายโปรเจกต์ทำกำไรสูง มันยากที่จะสำเร็จ

ต้องเปิดให้พรรคประชาธิปัตย์มาร่วมทุน ลงหุ้นลม

แบ่งอมยิ้มกันไป


ภายใต้เงื่อนไขที่เชื่อขนมกินล่วงหน้าได้ อย่างไรเสีย โครงการรถเมล์เอ็นจีวีก็ต้องล้อหมุนแน่ เพื่อความจำเป็นในการยกเครื่อง ขสมก. จากสภาวะการขาดทุนสะสมหลายหมื่นล้านบาท ด้วยสภาพรถเมล์รุ่นเก่าบุโรทั่งควันดำเป็นพิษกับอากาศ ยังไม่นับเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าของรถร่วมบริการที่ซิกแซ็กสวมทะเบียนรถในสัมปทาน ฟันค่าตั๋ว

มั่วนิ่ม เละเทะกันมานาน

แน่นอน ในมุมของการบริหาร งานนี้ถ้าทำสำเร็จแก้ปัญหาหมักหมมใน ขสมก. ยกระดับการให้บริการได้ ก็จะเป็นความพอใจของประชาชนคน กทม.

ซึ่งจะมีผลไปถึงคะแนนเสียงเลือกตั้ง


นี่คือคำตอบว่า ทำไมถึงได้มีเสียงยุจากคนในพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ว.ในเครือข่าย อาศัยลูกมั่วในช่วงชุลมุน ลุ้นให้โอนโปรเจกต์รถเมล์ เอ็นจีวีไปให้กรุงเทพมหานครในการกำกับของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. คนของพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาเสียบแทน

กะรวบทั้งเค้กทั้งกล่อง

นั่นก็เพราะโครงการรถเมล์เอ็นจีวี จะได้คะแนนจากคนกทม.เป็นกอบเป็นกำ

ก็อย่างที่เห็นในการส่งทีมออกมาเล่นกระแส ทีมของพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม. ส่วนฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย ก็นำขบวนโดยนายวิชาญ มีนชัยนันทน์ แกนนำทีม ส.ส.กทม.

เทกแอ็กชั่นให้คนเมืองหลวงเห็น

ชิงพื้นที่ข่าว ขอมีส่วนร่วมแจมโปรเจกต์รถเมล์เอ็นจีวีกันแบบช็อตต่อช็อต


หาเสียง ตีกินล่วงหน้า

ลืมกันไปเลยว่า จริงๆแล้วพรรคภูมิใจไทยคือเจ้าของลิขสิทธิ์เจ้าแรก

และเหมือนจะตั้งหลักได้ ล่าสุดโดยคำสั่งของ "เนวิน ชิดชอบ" มอบหมายหน้าที่ให้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย ในฐานะหัวหอกทีม กทม. ทำหน้าที่เป็นโฆษกโครงการรถเมล์เอ็นจีวี

เคลียร์ข่าวกันอย่างเป็นระบบ

ถึงจะพลาดท่าแพ้เกมเล่นกระแส ต้นทุนทางสังคมสู้ไม่ได้ ในเรื่องใสสะอาด แต่ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์โปรเจกต์รถเมล์เอ็นจีวี ที่ออกแรงดันกันมา 3-4 รัฐบาล

ภูมิใจไทยก็หวังได้กล่องจากคนกรุงบ้าง.


"ทีมข่าวการเมือง" รายงาน

THAI RED NEWSฉบับปฐมฤกษ์ลงแผงวันแรกเกลี้ยง เร่งปั๊มเพิ่มวันนี้อีกเท่าดับกระหายข่าวชาวเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์
6 มิถุนายน 2552

ไทยรัฐรายงานข่าวว่า วานนี้(5 มิ.ย.)หนังสือพิมพ์เดอะเรดนิวส์ ได้วางแผงจำหน่ายในชื่อ 'ไทยเรดนิวส์' อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแผงตามร้านหนังสือขนาดใหญ่ โดยจัดจำหน่ายในราคาฉบับละ 20 บาท ซึ่งปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ส่วนใหญ่กลุ่มคนเสื้อแดง และสมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อย่างมาก จนทำให้หนังสือเริ่มขาดตลาดเนื่องจากมียอดพิมพ์เพียง 15,000 ฉบับต่อสัปดาห์ ทำให้เอเยนต์หนังสือในกทม.ได้เรียกร้องให้ทางนายวิบูลย์ แช่มชื่น อดีต สว.กาฬสินธุ์ ประธานผู้บริหารหนังสือพิมพ์ ไทยเรดนิวส์ เพิ่มยอดพิมพ์ด่วน

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.วานนี้ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ในฐานะบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ 'ไทย เรดส์ นิวส์' เปิดเผยว่า ในวันนี้ ที่เป็นการวางแผงไทยเรดนิวส์ในเขตกรุงเทพมหานครครั้งแรก จำนวน 1 หมื่นฉบับขายหมดภายวันเดียว ชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร ภายในวันที่ 6 มิ.ย. จะพิมพ์หนังสือพิมพ์ ไทยเรดส์นิวส์ เพิ่ม จำนวนเป็น 2 หมื่นฉบับ เพื่อวางแผงกระจายไปยังเขตต่างจังหวัด หวังว่ารัฐบาลจะไม่ใช้อำนาจรัฐเข้ามาขัดขวางแทรกแซงสิทธิเสรีภาพสื่อ

นายสมยศกล่าวว่า Thai Red News เกลี้ยงแผงแล้ว ด้วยยอดจำหน่ายในกทม. 10000 ฉบับ หายวับทันที ส่วนต่างจังหวัดถึงแผงวันเสาร์ แน่นอน คาดว่าจะหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่ชั่วโมง คนเสื้อแดงจำนวนมากผิดหวัง ไม่ได้ซื้อเป็นเจ้าของ Thai Red News

ฉบับแรก ถล่มปชป.ยับ หากยื้อเวลาพาชาติล่มแน่ พร้อมด้วยบทสัมภาษณ์เปิดใจจั กรภพ เพ็ญแข กับ อนาคตของคนเสื้อแดง และกองทัพนักเขียนชื่อดังขึ้นทุกหน้ากระดาษอาทิเช่น เหวง โตจิราการ อดิศร เพียงเกษ สุนัย จุลพงษ์ศธร วิบูลย์ แช่มชื่น สุนิษา เลิศภควัตร ฯลฯ

นายสมยศ แถลงว่า ประเมินความต้องการตลาดต่ำไปหน่อย จึงผลิตมาแค่ 20,000 แต่เล่มต่อไปจะเพิ่มยอดผลิตถึง 40000 ฉบับ ต้องขอกราบขอบพระคุณคนเสื้อแดงที่รวมพลังต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตย ด้วยการอุดหนุน Thai Red News เป็นความหวังก้าวต่อไปที่จะสร้างสรรค์ประชาธิปไตยต่อไป

สำหรับท่านที่ต้องการสมัครสมาชิกติดต่อ 02-9349388

การสมัครเป็นสมาชิก Thai Red News

สมาชิก 6 เดือน 26 ฉบับ เป็นเงิน 800 บาท
สมาชิก 12 เดือน 52 ฉบับ เป็นเงิน 1500 บาท

กรุณาโอนเงินเข้าบัญชี สุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ ธนาคารกรุงไทย สาขาแจ้งวัฒนะ เลขที่ 096-0-12882-4
เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแฟ็กซ์สำเนาใบโอนเงินไปที่ โทร.02-934 9388
หรือติดต่อได้ที่ อาคารอิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าว ชั้น 5 โทร. 02-934 9388

ปฏิรูปสื่อ?

ที่มา เดลินิวส์

พาดหัวข่าว สาทิตย์เดินหน้าปฏิรูปสื่อ มีรายละเอียดบางตอนว่า รัฐบาลมองว่า ลูกจ้างแรงงานของบริษัทสื่อสารมวลชน ยังไม่มีบทบัญญัติมาคุ้มครองแรงงานด้านนี้

จึงต้องทำกฎหมายมารองรับให้เป็นรูปธรรม เช่น กรณีขบถไอทีวี เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ไม่สามารถไปร้องเรียนที่ไหนได้

ไอทีวีที่เคยเป็นของแบงก์ไทยพาณิชย์ แล้วทักษิณไปซื้อหนี้ต่อ จนถูกยึดจอดำไปนั่นล่ะ

แต่ รมต.ท่านคงเข้าใจผิด เพราะขบถไอทีวีไปฟ้องที่ ศาลแรงงาน และชนะคดี ศาลมีคำสั่งให้ไอทีวีรับขบถเข้าทำงาน รวมทั้ง ต้องจ่ายชดเชยย้อนหลังด้วย ที่บอกว่าไม่รู้จะไปร้องเรียนที่ไหน

จึงไม่จริง ที่หยิบเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง คงเพื่อจงใจชี้ให้เห็นว่า แม้วครอบงำสื่อ มากกว่า

ท่านรัฐมนตรียังบอกว่า จะมีการออก พ.ร.บ.ลงโทษนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่แทรกแซงสื่อ...

แต่ที่ฟังแล้ว ตื่นตาตื่นใจ คือ จะต้องมีการเปิดเผยงบโฆษณาของหน่วยงานรัฐที่จัดสรรแก่สื่อต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยงานรัฐใช้งบประมาณต่อรองและมีอำนาจเหนือสื่อ

และ จะให้มีการตั้งสหภาพแรงงาน ด้วย

ประเด็นแรก ดี จะได้รู้สื่อไหน ได้งบฯ โฆษณาอะไรบ้างจากรัฐ เท่าไหร่ เพื่อความโปร่งใส ส่วนประเด็นหลัง บอกได้เลย ยากมาก-มาก ชาติหน้าก็คงไม่สำเร็จ โดยเฉพาะในสื่อสิ่งพิมพ์

คนที่ยกร่างตอนนี้ ช่วยไปทำในองค์กรตัวเองให้เป็นตัวอย่างก่อนเถอะ รู้อยู่แก่ใจ ทำไม่ได้ แล้วจะเขียนไว้ทำไม ให้ดูเท่หรือ ยอมรับความจริงเถอะ !?!

กลับมาที่ท่านรัฐมนตรี ที่บอกว่า จะมีการออกกฎหมายลงโทษนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่แทรกแซงสื่อ ก็อยากเรียนท่านว่า มีการกระทำเช่นนั้นแล้ว

มีการสั่งตำรวจไปปิดวิทยุชุมชนที่เป็นปฏิปักษ์กับตัวเองทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีการสั่งตำรวจเอาค้อนกับคีมไปตัดโซ่คล้องประตูถึงห้องส่งทีวีที่เป็นปฏิปักษ์กับตัวเอง

แล้วจัดแจงยึดเครื่องส่งจากสถานีไปหน้าตาเฉย อ้างมีการปลุกระดมให้ประชาชนแตกแยก

ขนาดยุคเผด็จการ ท็อปบู๊ตครองเมือง เค้ายังไม่คุกคามสื่อขนาดนี้เลย !!!

แต่กับวิทยุชุมชน และ ทีวี ที่ล้างสมอง และปลุกระดมให้คนแตกแยก ทั้งวันทั้งคืน เพียงแต่บังเอิญเป็นแนวร่วมกำจัดศัตรูคนเดียวกัน เลยทำ หูหนวก ตาบอด ไม่กล้าแตะสักแอะ

ยังไม่นับตอนสงกรานต์เลือด ทีวีทุกช่องแทบจะกลายเป็นสื่อข้อมูลด้านเดียว คือด้านรัฐบาล ยังไม่นับสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ก็มีเรื่องถูกคุกคาม แบบไม่น่าเชื่อในยุคนี้

ไม่มีอะไรหรอก เบื่อโคตร-โคตร พวกมือถือสาก ปากถือศีล เอาดีใส่ตัว โยนชั่วให้คนอื่น น่ะ

ท่านรมต.สาทิตย์ ที่คุมสื่อเบ็ดเสร็จตอนนี้ ช่วยลงโทษ “นักการเมืองคนนั้น” ให้เป็นตัวอย่างหน่อยได้ไหม คนนี้แหละ คุกคามสื่อ....ตัวจริง ทำได้ ก็เท่ากับ ได้ปฏิรูปสื่อไปครึ่งค่อนทางแล้ว.

ดาวประกายพรึก

โวยห้างค้าปลีก เอนทรานช์ฟีโหด สินค้าละ1ล้านบาท

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_11035

ผู้ผลิตสินค้าร้องห้างค้าปลีกโขกค่าเอนทรานช์ ฟี สินค้าละ 1 ล้านบาท จากเดิมไม่กี่แสน ขณะที่ ค่าเมล์ก็ขึ้น 1 ล้านบาท/เมล์/15วัน จี้ตรวจสอบสินค้าเฮาส์แบรนด์ ขายราคาต่ำกว่าทุน พาณิชย์ เตรียมดูสัญญา ห้างเอาเปรียบหรือไม่ ก่อนเรียกทั้งห้าง-ผู้ผลิตหารือทางออก...

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ว่า ผู้ผลิตสินค้าร้องเรียนกระทรวงพาณิชย์ให้ตรวจสอบพฤติกรรมห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ว่าเข้าข่าย ผิดมาตรา 29 พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าพ.ศ.2542 หรือไม่ โดยเรียกเก็บค่าแรกเข้าสินค้า (เอนทรานช์ ฟี) มากถึงชนิดสินค้าละ 1 ล้านบาท จากเดิมเพียงไม่กี่แสนบาท นอกจากนี้ ห้างยังขอขึ้นราคาขายสินค้าบางชนิดอีก 10-20% โดยราคาส่วนที่เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตไม่ได้รับส่วนแบ่งด้วย แต่ห้างจะเอาไปเองทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ยังเรียกเก็บค่าลงโฆษณาสินค้าในแผ่นพับ (ค่าเมล์) อีกสินค้าละ 1 ล้านบาทต่อเมล์ต่อ 15 วัน จากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เก็บในอัตรา 10,000 บาทต่อเมล์เท่านั้น ถือว่าไม่เป็นธรรม และเอาเปรียบผู้ผลิตอย่างมาก พร้อมเสนอให้ตรวจสอบต้นทุนการขายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ของแต่ละห้างด้วย เพราะพบว่า ขายในราคาต่ำกว่าทุน และต่ำกว่าสินค้าชนิดเดียวกันของผู้ผลิตรายอื่นมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการตรวจสอบสัญญาของผู้ผลิตและห้างค้าปลีกว่าเข้า ข่ายมีความผิดมาตรา 29 หรือไม่ จากนั้นจะเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาหารือเพื่อหาทางออกต่อไป

อริสมันต์แจ้งกองปราบกล่าวโทษนายกฯ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_10895
นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง

กับพวกอยู่เบื้องหลังเสื้อน้ำเงินที่พัทยา ลั่นต้องการวัดใจตร.ให้ปฏิบัติมาตรฐานเดียวกันกับที่ทำกับทุกฝ่าย กร้าวหากตร.รักษากม.ไม่ได้ก็ไม่รักษาเช่นกัน...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (5 มิ.ย.) ที่ บก.ป. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปช. กับพวกอีก 13 คน ซึ่งตกเป็นจำเลยศาลจังหวัดพัทยาคดีมั่วสุมเกินกว่า 10 คน กีดขวางทางจราจร และบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ กรณีนำมวลชนไปชุมนุมที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา สถานที่จัดการประ ชุมอาเซียนบวกประเทศคู่เจรจา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย นายเนวิน ชิดชอบ นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีเป็นตัวการหรือสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองกำลังเสื้อน้ำเงินกว่าพันคน โดยบางส่วนนำอาวุธปืน มีด ไม้ ระเบิด ตะปูเรือใบ และอาวุธอื่นๆมาทำร้าย และพยายามฆ่ากลุ่มผู้ชุมนุม นปช.บริเวณโรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา เมื่อวันที่ 10-11 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายอริสมันต์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อน้ำเงินนั้นเป็นกองกำลังที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเนื่องจากกลุ่มคนเหล่านั้นอยู่แนวหลังตำรวจและทหาร รวมทั้งสามารถใช้อาวุธต่างๆได้โดยไม่มีการสกัดกั้นจากเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้หลังเกิดเหตุ ผู้นำ และส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนได้ให้สัมภาษณ์และอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยอมรับว่า กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินเป็นอาสาสมัคร เป็นคนของพรรคภูมิใจไทย หรือเป็นผู้นำกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินไป ซึ่งประเด็นเหล่านี้พวกตนจะได้นำภาพถ่าย วีซีดี ผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 ราย รวมทั้งเอกสารการอภิปรายในสภา รายงานสรุปจากคณะกรรมการกลาง และภาพข่าวจากสื่อมวลชนมาเป็นหลักฐานสนับสนุน

แกนำ นปช.นายอริสมันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนายอภิสิทธิ์ กับพวกแล้ว ตนยังได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ตำรวจภูธรภาค 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่เกี่ยวข้องในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกรณีที่ปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินยิงปืน และปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม นปช.

นายอริสมันต์ กล่าวด้วยว่า การที่พวกตนมาร้องทุกข์กล่าวโทษ นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ นายเนวิน กับพวกในครั้งนี้เป็นการวัดใจตำรวจให้ปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกันกับที่ปฏิบัติกับพวกตนซึ่งถูกดำเนินคดีอย่างรวดเร็วทั้งที่มีการร้องขอให้สอบพยานฝ่ายพวกตนหลายร้อยปากแต่กลับสอบสวนตนเพียงคนเดียว ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายกันไม่ได้พวกเราก็จะไม่รักษากฎหมายเช่นกัน

“สังคมโลกรู้กันหมดแล้วว่าการบังคับใช้กฎหมายของไทยนั้นมีปัญหาร้ายแรงมาก และในวันที่ 27 มิ.ย.นี้จะมากันอีกไม่ต่ำกว่าแสนคน ถ้าบ้านเมืองนี้รักษากฎหมายไม่ได้ เราก็จะไม่รักษากฎหมายเช่นกัน และพวกเราจะรักษาสิทธิด้วยตัวเอง” แกนนำนปช. กล่าว

เบื้องต้น พ.ต.อ.สุพิศาล มอบหมายให้ พ.ต.อ.อัคราเดช และพนักงานสอบสวนรับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ก่อนจะพิจารณาในข้อกฎหมายอีกครั้งเนื่องจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระบุว่า หากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้น ผู้เสียหายต้องไปร้องทุกข์ต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติโดยตรง

ยิ่งดับยิ่งโหมไฟใต้

ที่มา บางกอกทูเดย์

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ช่วงนี้ได้กลับมา“โหมกระพือ” ให้ร้อนแรงอีกครั้ง ทั้งเหตุการณ์ฆ่ารายวัน ทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือแม้แต่ “ครู” ที่ไม่มีทางสู้ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเมื่อมองจากสถานการณ์ที่กลับมารุนแรงในช่วงนี้ น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายและสามารถยึดอาวุธ เสบียง ของผู้ก่อความไม่สงบขณะเดียวกันสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ การก่อเหตุในระยะหลังเป็นการตอบโต้มาตรการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบ ที่มีบรรดาแม่ทัพนายกอง หรือแม้แต่รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ลงพื้นที่สั่งการด้วยตนเองเพื่อหวังจะลดความรุนแรงลงแต่เหตุการณ์ก็ย้อนกลับ การก่อเหตุเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องต่างออกมารายงานตัวเลขในรายงานจากหน่วยในพื้นที่ว่า สถานการณ์ภาพรวมดีขึ้นแม้ว่าฝ่ายความมั่นคงจะมั่นใจในสถานการณ์โดยรวมเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ในสายตาประชาชนโดยเฉพาะครูยังคงหวาดระแวงกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวพวกเขาอีกเมื่อไหร่แม้ว่าตำรวจ ทหาร จะปรับแผนคุ้มครองครู แต่การเดินทางไปสอนหนังสือยังเป็นการเดินทางบนความเสี่ยง ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าจะมีเหตุร้ายหรือไม่ขณะที่นายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าหารือ เพื่อปรับแผนและยุทธวิธีในการควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ ทันทีที่ข่าวความไม่สงบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาเช่นเดียวกับรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง “สุเทพเทือกสุบรรณ” ที่เตรียมเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้อีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งลงพื้นที่ไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาต้องจับตาดูว่าการลงพื้นที่บ่อยครั้งของรองนายกฯด้านความมั่นคง จะสามารถลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้หรือไม่อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมายังมีสถิติตัวเลขที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบเดือนเมษายนที่มา ซึ่งพอจะบอกได้ว่ามาตรการต่างๆ ที่ลงไปใช้ได้ผลหรือไม่เดือนเมษายนความรุนแรงยังคงปรากฏอย่างต่อเนื่อง จำนวนเหตุร้ายมากขึ้นกว่าเดือนมีนาคมเล็กน้อย แต่ยอดผู้เสียชีวิตลดลงอยู่ที่ 29 รายทั้งนี้ หากนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ต.ปิเหล็ง อ.เจาะไอร้องจ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จนถึงสิ้นเดือนเมษายน2552 ยอดผู้เสียชีวิตรวมพุ่งสูงถึง 3,550 รายแล้วสำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตลอดเดือนเมษายน 2552 มีทั้งสิ้น 89 เหตุการณ์ แยกตามพื้นที่ในระดับอำเภอและจังหวัดได้ดังนี้ปัตตานี เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทั้งสิ้น 36 เหตุการณ์แยกเป็นที่ อ.ยะรัง 9 เหตุการณ์ อ.สายบุรี 8 เหตุการณ์อ.หนองจิก 6 เหตุการณ์ อ.เมือง โคกโพธิ์ ยะหริ่ง มายอทุ่งยางแดง และกะพ้อ อำเภอละ 2 เหตุการณ์ และ อ.ปะนาเระ1 เหตุการณ์ยะลา เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทั้งสิ้น 21 เหตุการณ์แยกเป็น อ.เมือง 8 เหตุการณ์ อ.ยะหา 4 เหตุการณ์อ.รามัน 3 เหตุการณ์ อ.บันนังสตา กรงปินัง และธารโตอำเภอละ 2 เหตุการณ์นราธิวาส เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทั้งสิ้น 32เหตุการณ์ แยกเป็น อ.รือเสาะ 8 เหตุการณ์ อ.บาเจาะ6 เหตุการณ์ อ.ระแงะ 5 เหตุการณ์ อ.จะแนะ และเจาะไอร้องอำเภอละ 3 เหตุการณ์ อ.แว้งและสุไหงโก-ลก อำเภอละ 2เหตุการณ์ อ.ตากใบ สุไหงปาดี และศรีสาคร อำเภอละ 1

เหตุการณ์หากแบ่งตามลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพื้นที่เกิดเหตุสามารถแบ่งได้ดังนี้ลอบยิงรายวัน เกิดขึ้นทั้งหมด 60 เหตุการณ์ แยกเป็นพื้นที่ปัตตานี 26 เหตุการณ์ ยะลา 16 เหตุการณ์ และนราธิวาส 18 เหตุการณ์ลอบวางระเบิด เกิดขึ้นทั้งหมด 13 เหตุการณ์ แยกเป็นพื้นที่ปัตตานี 2 เหตุการณ์ ยะลา 2 เหตุการณ์ และนราธิวาส 9 เหตุการณ์ลอบวางเพลิง เกิดขึ้นทั้งหมด 16 เหตุการณ์ แยกเป็นพื้นที่ปัตตานี 8 เหตุการณ์ ยะลา 1 เหตุการณ์ และนราธิวาส 7 เหตุการณ์ด้านเหยื่อความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 100 ราย แยกเป็นเสียชีวิต 29 ราย บาดเจ็บ 71 ราย แบ่งตามจังหวัด กลุ่ม และอาการของเหยื่อความรุนแรงได้ดังนี้ปัตตานี มีเหยื่อความรุนแรง 41 ราย แยกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาดเจ็บ 14 ราย ประชาชนเสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 12ราย ผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 รายยะลา มีเหยื่อความรุนแรง 37 ราย แยกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 13 ราย ประชาชนเสียชีวิต 10 รายบาดเจ็บ 11 รายนราธิวาส มีเหยื่อความรุนแรง 22 ราย แยกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาดเจ็บ 8 ราย ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ12 ราย ผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิต 1 รายเป็นภาพรวมที่แสดงให้เห็นว่า ความสงบที่คนไทยคาดหวังจะเห็นจากฝีมือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงห่างไกลจากความเป็นจริง จึงเป็นภาระที่รัฐบาลต้องแสดงให้คนไทยได้เห็นว่า “ไฟใต้” ต้องมาก่อน “ไฟการเมือง” ■

4,000 คัน ยางไม่แตก!

ที่มา บางกอกทูเดย์

เห็นแล้วใช่ไหม “มาร์ค” หักหน้า “เนวิน” กันชัดๆกรณี รถเมล์ 4,000 คัน...ยางแตก ไม่ผ่านมติ“อนุมัติ” ครม.เรื่องนี้อย่าเพิ่งยึดติดคิดเป็นเรื่องใหญ่ “ตกอกตกใจ” เพราะไม่มีวันที่บุคคลทั้งสองจะยอมหักกันถึงขั้น “มองหน้าไม่ติด”ทั้ง 2 ฝ่าย ยังต้องพึ่งพาอาศัย “ซึ่งกันและกัน”โดยเฉพาะเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็น “นักการเมือง” ย่อมมีความสามารถพิเศษ เปลี่ยนจาก มิตรเป็นศัตรู และศัตรูเป็นมิตร ได้ทุกวินาทีแล้วกับเรื่อง “รถเมล์ 4,000 คัน” จะเป็นเรื่องใหญ่อะไร!ในเมื่อสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า ผู้ให้ กับ ผู้รับ ต่างบรรลุเป้าหมายจากกลยุทธ์ Win-Win ด้วยกันทั้งสิ้นสังเกตและจับตาดูให้ดีนับจากนี้ 1 เดือนที่มติ ครม. สั่งให้ทางคณะกรรมการ“สภาพัฒน์” เป็นผู้ศึกษาโครงการเช่าและจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันผลสรุปที่ได้จะออกมาเป็นอย่างไร?เพราะเรื่องที่เห็นผ่านทางช่องการ “สื่อสาร” ต่างๆนั้น เป็นเพียง “ละคร” ฉากหนึ่งเพื่อความน่าเชื่อถือฉากสั้นๆสาเหตุน่ะหรือ?แว่วว่าตอนนี้ในหน่วยงานหรือกรมแห่งหนึ่งย่าน“จตุจักร” ได้มีการเปลี่ยนแปลงคนระดับ “หัวหน้างาน”เพื่อรองรับคำสั่งจากบุคคลซึ่งมีระดับเป็นถึง“บิ๊กนักการเมือง” แต่จะเกี่ยวข้องกับรถเมล์เจ้าปัญหานี้หรือไม่...เป็นเรื่องที่น่าติดตามแน่นอนว่า “ความเชื่อมั่น” ส่วนตัวมีเกินร้อย...ยังไงก็ “ผ่านฉลุย”แต่สิ่งที่ต้องนำกลับมาคิดและทบทวนอีกครั้งของรัฐบาลชุดนี้ คือ หากโครงการนี้ผ่าน...แล้วมันจะมี“ผลกระทบ” อะไรกับประชาชน “หาเช้ากินค่ำ”โดยเฉพาะในสภาพเศรษฐกิจที่ต้องทำงาน“อาบเหงื่อต่างน้ำ” แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับน้อย“ไม่มีความมั่นคง”เพราะทันทีที่โครงการนี้ได้รับ “อนุมัติ” ปุ๊บ!เกรงว่าภายใน 2-3 เดือนให้หลัง...โครงการ“รถเมล์ฟรี...จากภาษีของประชาชน” ในยุค“น้าหมัก” จะหายวับไปกับตาเพราะดูตาม “สัญชาติ” ของคนบางพวกแล้วมันไม่น่าไว้วางใจ...เตรียมเอามือลูบกระเป๋ากันได้แล้วนะชาวเรา! ■