ที่มา thaifreenews
| เขียนโดย แม่ปังคุง |
| วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2009 เวลา 22:42 น. |
อ่านต่อ และ แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2009 เวลา 22:58 น. |
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา thaifreenews
| เขียนโดย แม่ปังคุง |
| วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2009 เวลา 22:42 น. |
อ่านต่อ และ แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2009 เวลา 22:58 น. |
ที่มา Thai E-News

โดย คุณเพียงดิน กลุ่มแดงไทย
11 มิถุนายน 2552
คำถามที่ท่านต้องตอบเองก็คือ อ้ายหรืออีที่ว่านี้ มันเป็นใคร มีกี่คน มีกี่ก๊ก มีก๊กใหญ่ก๊กเล็กหรือไม่?
งานนี้ไม่ใช่คนเดียวหรอกครับ ทำกันเป็นกระบวนการ หากวาดภาพซ้อนกันแบบตอแหล คุณอาจจะได้ภาพสวยงามมาก ๆ แต่พอแกะหน้ากากออก คุณจึงจะเห็นความเน่าเหม็นเป็นพิษแบบที่คุณยากจะยอมรับได้ต่อไปอีก

ที่มา Thai E-News

ที่มา เวบThailandmirror.com
งานเสวนา ThailandMirror Cyber + 6
"จากหลังคีย์บอร์ดถึงหน้ารัฐสภา "
ที่มา MCOT News
สำนักงาน กกต. 9 มิ.ย. - นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวอภิปรายเนื่องในโอกาสครบรอบ 11 ปี ของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ที่ผ่านมาประชาธิปไตยของไทยถือว่าล้มเหลว เพราะตลอด 77 ปีที่ผ่านมา เรามีการปฏิวัติรัฐประหารที่ทั้งฉีก และไม่ฉีกรัฐธรรมนูญถึง 12 ครั้ง ล่าสุดก็มีความขัดแย้งจนเกือบจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง ที่น่าเป็นห่วงคือความขัดแย้งครั้งนี้ยังไม่จบลง และยังไม่รู้ว่ายกต่อไปจะเป็นอย่างไร จนเริ่มมีผู้ตั้งคำถามว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยนี้ไม่เหมาะกับประทศไทยใช่หรือไม่
"ระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่เครื่องจักรที่เมื่อวางระบบแล้วใช้งานได้ แต่ต้องอาศัยคนที่มีจิตสำนึกมาสร้างประชาธิปไตยด้วย ปัญหาของระบอบประชาธิปไตย คือ ทำให้เกิดชนชั้นปกครองใหม่ขึ้นมา หากคนไม่พร้อมการเลือกตั้งก็จะกลายเป็นเพียงแค่เครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้ชนชั้นปกครอง นอกจากนี้ประชาธิปไตยยังนำความแตกแยกมาสู่คนในสังคม เรียกได้ว่าไปถึงไหน แตกแยกถึงที่นั่น" นายปริญญา กล่าว และว่า ประชาธิปไตย ยังนำมาซึ่งความเสื่อมของสังคม เนื่องมาจากการอ้างเสรีภาพโดยไม่พูดถึงเรื่องความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม เราควรจะมีวิชาพลเมือง เตรียมเยาวชน เช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จเรื่องประชาธิปไตยและใช้หลักนิติรัฐในการควบคุม .-สำนักข่าวไทย
ที่มา มติชนออนไลน์
ภท.เย้ยปชป.ยุบสภาอดเป็นรบ. ชี้เลือกตั้งซ่อมสกลฯเขต 3 วัดบารมี"เนวิน"กับ "แม้ว"กังวลคนซบมากส่อขัดแย้ง "เติ้ง" ชี้มีการดูดส.ส.ตลอดเวลา ยันไม่ไปดูดแข่งใคร "อีสานพัฒนา" แฉฟื้นแก๊งออฟโฟร์
ภท.เย้ยปชป.ยุบสภาอดเป็นรบ.
รายงานข่าวจากแกนนำพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน แจ้งว่า นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยได้หารือกับแกนนำพรรคถึงกรณีที่จะมี ส.ส.จากพรรคอื่นๆ ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย หากชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 ที่เป็นการชี้วัดบารมีระหว่างนายเนวิน กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายเนวิน มีความกังวลว่าหาก ส.ส.ย้ายมามากเกินไปอาจจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เพราะนายเนวิน ต้องการที่จะให้พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคขนาดกลาง ไม่ต้องการเป็นพรรคขนาดใหญ่ เพราะเคยเห็นปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนมาแล้ว
"กลุ่มแกนนำพรรคยังหารือกรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ บางคนออกมาระบุว่า จะจับตาการทุจริตเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 ซึ่งถือว่าเป็นการประกาศศัตรูกัน ทั้งที่นายเนวิน ได้หารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แล้วว่า ให้หยุดโจมตีโครงการของพรรคภูมิใจไทย เพราะในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลไม่ควรมาซ้ำเติมหรือคอยจับผิด ทั้งที่อยู่ด้วยกันมาเพียง 4-5 เดือน ยังทำได้ขนาดนี้ หากอยู่ต่อไปจะต้องมีความขัดแย้งมากขึ้น หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้อีก" แกนนำพรรคภูมิใจไทยกล่าว
"เติ้ง" ชี้มีการดูดส.ส.ตลอดเวลา
นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ที่พรรคชาติไทยพัฒนา ถึงความพยายามดึงตัว ส.ส.เข้าสังกัดของบางพรรคเพื่อโอกาสในการเลือกตั้งว่า เรื่องการดูด ส.ส. ไม่มีเวลาจำกัด เพราะดูดได้ทั้งวันทั้งคืน ถึงไม่มีการเลือกตั้งก็มีการดูด เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนามีปัญหาหรือ นายบรรหารกล่าวว่า "ไม่มี มีแต่ดูดอยู่กับที่ คือไม่ไปดูดใครเขาหรอก เรื่องนี้ผมไม่เกี่ยว ไปถามพรรค ผมไม่มีพรรคกับใครเขา ผมกลัว เพราะผมเป็นผู้ใหญ่ จึงกลัวพลาดคำพูด เดี๋ยวหาว่าไปก้าวก่ายพรรคการเมือง"
ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มี ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาถูกดูด แต่ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ค่อยมาดูแลคนของพรรคกันอีกที "ยอมรับว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่น่ากลัว ที่กลัวเพราะน่าจะเป็นพรรคใหญ่ และกลัวว่าจะมาเอาคนของเราไป"
"อีสานพัฒนา" แฉฟื้นแก๊งออฟโฟร์
นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กลุ่มอีสานพัฒนา เปิดเผยว่า กลุ่มอีสานพัฒนากำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการเปิดโปงแก๊งออฟโฟร์ยุค 2009 ที่กลายพันธุ์มาจากแก๊งออฟโฟร์ ชุดเดิมในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ซึ่งแก๊งออฟโฟร์ยุคปัจจุบันมีความร้ายแรงมาก เพราะเป็นการผนึกกำลังกันระหว่างผู้มีบารมีนอกรัฐสภา ฝ่ายสีเขียว และฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ในการสร้างฐานใต้ดินอย่างเข้มแข็งและมั่นคง สะสมทุนจากการผลักดันโครงการต่างๆ ในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อสะสมทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท หากแผนประสบความสำเร็จจะไม่มีกลุ่มการเมืองใดมีหลังอำนาจเท่ากลุ่มนี้
นายศักดากล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีกระบวนการยืมมือ ส.ว.เลือกตั้ง ดิสเครดิตการทำหน้าที่ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสาน ผ่านโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด ที่มีวงเงินงบประมาณจากงบฯเฉพาะกิจเกือบ 15,000 ล้านบาท โดยมีการหลอกล่อให้ ส.ว.ลงพื้นที่ไปสอบถามความต้องการโครงการพัฒนาต่างๆ กับประชาชนในเขตจังหวัดที่มี ส.ส.พรรคเพื่อไทยอยู่ เพื่อให้ท้องถิ่นผลักดันโครงการดังกล่าว หากท้องถิ่นใดมี ส.ว.อยู่เบื้องหลังการผลักดันโครงการนั้นจะได้รับการคัดกรองผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
ที่มา ไทยรัฐ
อภิสิทธิ์
ขนาดยังไม่วิ่งให้บริการ ยังมีแต่คนแย่งกันโหนรถเมล์เอ็นจีวี
ล่าสุดเป็นคิวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติมอบหมายให้นายเมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช. เป็นหัวหน้าทีมศึกษาข้อเท็จจริงโปรเจกต์ดังแห่งปี โดยมีนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตทีมงาน คตส.ร่วมวงไล่เบี้ย
แย่งซีนกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ได้รับมอบธงอย่างเป็นทางการจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
กรองก่อนฟันธงรอบสุดท้าย
ทั้งด่าน สศช. ยี่ห้อ ป.ป.ช. ไหนจะ ส.ว.ฝ่ายค้าน แห่กันโหนรถเมล์เอกซเรย์กันแบบถึงแก่นซะขนาดนี้ ถ้าโปรเจกต์รถเมล์เอ็นจีวี ฝ่าแรงต้าน ผ่านด่านอรหันต์ไปได้
ก็ต้องประทับตรา "คลีนฟู้ด" ให้
แต่ก่อนอื่นเลย โดยเกมการเมืองที่ทันกัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ยี่ห้อประชาธิปัตย์ แบะท่าพร้อมเสียบแย่งบิ๊กโปรเจกต์รถเมล์เอ็นจีวีไปทำเอง
เพราะมีศักยภาพเพียงพอ และรู้เส้นทางเป็นอย่างดี
เจอทีเด็ดของ "ปู่จิ้น" นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภูมิใจไทย บอกยินดี หาก กทม.จะรับโครงการรถเมล์เอ็นจีวีไป
แต่ต้องรับภาระหนี้หลายหมื่นล้านบาทของ ขสมก.ไปด้วย
เล่นมุกนี้ เขินเลยก็แล้วกัน
มันเป็นอะไรที่จับทางกันได้ โดยยี่ห้อประชาธิปัตย์ถนัดแต่รับชอบ ส่วนผิดโยนให้ คนอื่นรับไป
แต่ทั้งหมดทั้งปวง มันเป็นการยืนยันว่า ถ้าบิ๊กโปรเจกต์รถเมล์เอ็นจีวีไม่ดี ไม่มีผลประโยชน์ ประชาธิปัตย์จะแย่งไปดูเองทำไม
และเป็นอะไรที่วันนี้ ประชาธิปัตย์เองก็โดนประทับเครื่องหมายคำถาม มีวาระ แฝงหรือไม่กับการเล่นเกมกั๊กรถเมล์เอ็นจีวี
โดยลีลามันฟ้องว่า กะเหมาทั้งเค้กทั้งกล่อง
จากที่ค่ายภูมิใจไทยถูกถีบออกมา "ล่อเป้า" รับบาทาอยู่ฝ่ายเดียว โดยลูกเขี้ยวของยี่ห้อ "เนวิน ชิดชอบ" พลิกเหลี่ยมสู้ ตีปี๊บโหมโรง โครงการรถเมล์เอ็นจีวีมีเป้าหมายหาคะแนนเสียงกับคนกรุง เจาะสนาม กทม.
ล่อให้แชมป์เก่าอย่างประชาธิปัตย์ออกงิ้ว เล่นบทหวงก้าง
แก้ทางมวยกันแบบ "เซียนเจอเทพ"
ที่แน่ๆจากปมรถเมล์เอ็นจีวีที่ฝ่ายภูมิใจไทยต้องดิ้นแก้ เกม พลิกเหลี่ยมกลับมาได้เนียนๆ ล่าสุดก็เป็นฝ่ายประชาธิ- ปัตย์ที่ต้องปรับยุทธศาสตร์ สู้กับเรียลลิตี้ปั่นกระแสที่จังหวัดสกลนคร ผลงานการกำกับของยี่ห้อ "เนวิน"
ในอารมณ์ของนายกฯอภิสิทธิ์ที่บอกกับนักข่าวถึงการเตรียมโปรแกรมลงพื้นที่ตีปี๊บผลงานในโครงการเมืองไทยเข้มแข็ง บอกปัดการเลียนแบบคิวดำนาของค่ายภูมิใจไทย
"ทำไมต้องไปทำตามแบบเขาด้วย"
มันก็อย่างที่รู้กัน โดยเงื่อนไขจำกัดของยี่ห้อประชาธิปัตย์ ยากที่จะทำแผนการตลาด เจาะแต้มในพื้นที่ภาคอีสาน
ออกแรงไถนายังไงก็ปั่นกระแสไม่ขึ้น
อย่างที่เห็นๆกัน ในสนามเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนคร และจังหวัดศรีสะเกษที่ลุ้นกันแค่ยี่ห้อภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา บี้กับแชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย
เขตปลอดประชาธิปัตย์
แต่ทั้งหมดทั้งปวง โดยสถานการณ์ในตลาดใหญ่ภาคอีสาน มันก็อย่างที่เซียนเฒ่าอย่าง "เสธ.หนั่น" พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา วิเคราะห์ล่วงหน้า
การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนคร คงเป็นตัววัดบารมีระหว่างนายเนวิน กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้บ้าง แต่ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะต้องดูเป็นที่ๆไป
ไม่เห็นน้ำอย่าเพิ่งตัดกระบอก
โดยเฉพาะบิ๊กเนมยี่ห้อ "พินิจ จารุสมบัติ-ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ-ไพโรจน์ สุวรรณฉวี" ที่ ณ วันนี้ ยังจับมือมัดข้าวต้มกับ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ"
หมากยังเดินไม่ครบทั้งกระดาน.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ที่มา ไทยรัฐ
ปลอดประสพ สุรัสวดี
คณะกรรมการฝ่ายการเมืองนัดถกปรับทัพเสริมกลยุทธ์ ทำกิจกรรมการเมืองในทุกเขตเลือกตั้ง เสริมสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้าน ปูดแก๊งค์ออฟโฟร์ 2009 คอยจ้องประสานผลประโยชน์ร่วมกัน...
วานนี้ (9 มิ.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย ได้มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายการเมือง มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค เป็นประธาน ภายหลังการประชุมพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ในที่ประชุมได้ประเมินการบริหารงานของรัฐบาล โดยเห็นว่า ไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้แน่นอน ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติให้พรรคเตรียมการขับเคลื่อนครั้งทางการเมืองครั้งใหญ่แบบเต็มสูบ เพื่อทำงานการเมืองให้เป็นระบบ ทั้งสนับสนุนข้อมูลทุกด้านให้ส.ส.ทำงานในสภาเต็มที่ นอกจากนี้จะขับเคลื่อนทำกิจกรรมการเมืองในทุกเขตเลือกตั้ง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านในด้านนโยบายที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจ รวมถึงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน จะมีนโยบายให้เป็นทางเลือกแก่ชาวกทม. เพราะขณะนี้เช่าหรือซื้อก็มีปัญหา ทางออกที่ดีจะต้องปฏิรูประบบขนส่งมวลชนในกทม.ทั้งระบบ ไม่ใช่คิดอย่างรัฐบาลชุดนี้ทำอยู่ที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนกทม.ได้ ส่วนกรณีที่มีส.ส.ประกาศย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย 2 คนนั้น ที่ประชุมไม่ได้ตำหนิ เพราะเห็นว่าคนเหล่านี้ใจร้อนเกินไป หรือมีความจำเป็นบางอย่าง หน้าที่ของพรรคจะต้องเร่งประกาศนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อดึงคนเหล่านี้และเอาเพื่อนๆกลับมาทำงานช่วยพรรคต่อไปด้วย
ด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข สส.ยโสธร กลุ่มอีสานพัฒนา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายจุมพฎ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ประกาศย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยว่า เรื่องนี้ผู้ใหญ่ในพรรคได้ประชุมกัน โดยเห็นว่าอาจมีมาตราการต่างๆ เช่น ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนส.ส.หรือหามาตราการขับพ้นจากสมาชิกภาพโดยการฟ้องต่อศาล พรรคจะปล่อยไว้ไม่ได้ โดยเฉพาะหากผลการเลือกตั้งซ่อม จ.สกลนคร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทยชนะ จะถูกเกทับว่า นับประสาอะไรกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเอาชนะ และจะเป็นสงครามจิตวิทยาเกิดโดมิโน่ในพรรคเพื่อไทย โดย ส.ส.ส่วนหนึ่งอาจไหลไปพรรคภูมิใจไทย เพื่อหวังเอาอำนาจรัฐ และเอาเงิน ผลประโยชน์ใช้ ดังนั้นพรรคต้องมีวินัย ไม่ให้เกิดความไร้ระเบียบอย่างนี้ อย่างไรก็ตามพรรคไม่ควรต้องข้อสงสัยส.ส.ที่เคยสังกัดกลุ่มเพื่อนเนวินที่ยังอยู่ในพรรคเพื่อไทย แต่เราควรสร้างพรรคให้เกิดเอกภาพทั้งภายในและภายนอก เช่น จัดกิจกรรมมากพบปะสมาชิกมากขึ้น และให้ส.ส.ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารพรรค
ขณะที่ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม หัวหน้ากลุ่มอีสานพัฒนา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อด้อยของพรรคเพื่อไทย คือ ส.ส.ใหม่ที่ได้รับเลือกเพราะกระแสทักษิณ ทำให้ขาดความเป็นนักการเมือง ที่ต้องมีความสัมพันธ์กับประชาชน อย่าเข้าใจเพียงว่า เมื่อเราเป็นรัฐบาลจะได้นั่งกินนอนกิน มีเงินทอง พอมาเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีอำนาจ แล้วก็ต้องวิ่งหาอำนาจเงินอย่างนี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่านายจุมพฎ ไม่ใช่ส.ส.คนคนสุดท้ายที่จะย้ายออกจากพรรค เพราะเรื่องนี้มันตบมือสองข้างไม่ดัง อีกฝั่งก็เสนอผลประโยชน์ มีงบประมาณให้ แต่เชื่อว่า ประชาชนไม่โง่จะตัดสินนักการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์เหล่านี้ได้แน่
ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จะมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น นายไพจิต กล่าวว่า ได้คุยกับพล.อ.ชวลิต ล่าสุดทราบว่า ท่านมีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาบ้านเมือง และเป็นห่วงปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ส่วนตัวเห็นว่าขณะนี้ยังมีสถานการณ์ความขัดแย้งอยู่ หากพล.อ.ชวลิตมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะมีความเหมาะสม เพื่อช่วยให้บ้านเมืองเกิดความสงบ แต่ทั้งหมดพรรคยังไม่ได้พิจารณา
ด้านนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรคว่า ที่ประชุมประเมินภาพรวมการเมืองพบว่า ขณะนี้เกิดแก๊งค์ออฟโฟร์ 2009 โดยทุกกลุ่มมีพฤติกรรมประสานผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งต้องการเงินทอนจากโครงการต่างๆ เพื่อเตรียมเสบียงกรังไว้เลือกตั้ง อีกกลุ่มต้องครองอำนาจในระบบราชการ ยึดอำนาจการเมือง และสลายขั้วการเมืองฝ่ายที่ตัวเองไม่เห็นด้วย แก๊งค์นี้ยิ่งใหญ่กว่าแก๊งค์ออฟโฟร์ในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่ต้องการเพียงยึดอำนาจในการบริหารพรรคพลังประชาชนเท่านั้น และหาเงินอย่างเดียว ไม่เหมือนแก๊งค์นี้ที่ยิ่งกว่าสายฟ้าฟาด ไปตรงไหนกระจุยหมด ไม่มีใครต้านทานได้ สิ่งเหล่านี้ได้นำเข้าหารือกับคณะทำงานชุดต่างๆของพรรคอีกครั้ง เพื่อเปิดเผยถึงพฤติกรรมให้สังคมได้รับทราบ แม้วันนี้พรรคเพื่อไทยถูกกระทำหนัก โดยเบียงเบน ใส่ความ สร้างความอ่อนแอ่ให้พรรคฝ่ายค้านตลอด เช่น โครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคันก็ถูกกล่าวหาว่าผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยไปเอี่ยวผลประโยชน์ จะไปเอี่ยวได้อย่างไร เรื่องอะไรต้องแบ่งให้พรรคฝ่ายค้าน
ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 11 มิ.ย. จะมีการประชุมใหญ่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย หยิบยกประเด็น ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี และนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร เตรียมย้ายเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยหารือว่าจะมีมตรการดำเนินการอย่างไร พร้อมเปิดให้ ส.ส.ได้พูดคุยกัน
ที่มา ไทยรัฐ
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
ที่ประชุม พท. ตั้ง 8 รองโฆษก" วิสาระดี-ฐิติมา" ร่วมทีม เตรียมยื่น "ประธานชัย" ขอถ่ายทอดสดอภิปราย พรก.กู้ 15 มิ.ย.พร้อมตั้ง"มิ่งขวัญ" ชำแหละประเด็นศก. ส่วน "เฉลิม"นำทัพฉะปมการเมือง ปูด ทหารเขมรยึดเขาพระวิหาร...
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฝ่ายการเมืองของพรรคเพื่อไทยวันนี้ (9 มิ.ย.) ว่า ที่ประชุมเห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม จึงเสนอปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการติดตามข่าวสาร โดยเสนอแต่งตั้งรองโฆษกพรรค 8 คนมาช่วยงานของคณะทำงานโฆษก ประกอบด้วย นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และนายพิทยา พุกมาน
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ที่ีประชุม ได้พิจารณากรณีรัฐบาลออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังเพื่อการฟื้นฟูและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 ที่จะเข้าสู่การอภิปรายในวันที่ 15 มิ.ย. โดยรัฐบาลจะไม่ให้ถ่ายทอดสดในการประชุม พรรคเพื่อไทยเห็นว่าจะเป็นการซ่อนเร้นข้อเท็จจริงที่ประชาชนควรรู้ที่ต้อง แบกรับภาระหนี้ถึง 8 แสนล้านบาท จึงมีมติทำหนังสือถึงนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 10 มิ.ย. เวลา 10.00 น. เพื่อขอให้ถ่ายทอดสดการประชุม
ด้าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้จัดส.ส.ที่จะทำหน้าที่อภิปรายจำนวน 20 คน สำหรับประเด็นเศรษฐกิจจะนำโดยนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน ส่วนประเด็นการเมือง นำโดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรค ส่วนการยื่นถอดถอนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ส่อขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 169 พรรคจะรอให้เกิดความผิดสำเร็จก่อน จึงจะยื่นถอดถอนครม. รวมถึงส.ส.ที่โหวตผ่านพ.ร.ก.ดังกล่าวด้วย
ขณะที่ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่าเขาพระวิหาร บริเวณภูมะเขือ ถูกทหารกัมพูชายึดพื้นที่ เนิน 600 พร้อมตั้งบังเกอร์ที่มีความแข็งแรงมาก มีรถเกราะกว่า 30 คันประจำการ ทั้งที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อน ขณะที่ประเทศไทยส่งทหารไปลาดตะเวนดูแลได้เพียงแค่เชิงเขา เพราะไม่สามารถขึ้นไปบริเวณภูมะเขือได้ เนื่องจากการดำเนินการของทหารไทยไม่สามารถเทียบเท่าประเทศกัมพูชาได้ ขอทวงถามไปยังนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลว่าระหว่างนี้ไปอยู่ที่ไหน แม้เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตอบกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎรว่าบริเวณดังกล่าวทหารไทยได้ทำการยึดพื้นที่อยู่ แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นทหารของกัมพูชาเข้ายึดแทน ดังนั้นในวันที่ 12 มิ.ย. นี้ คณะกรรมาธิการการทหารจะลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว
ที่มา ไทยรัฐ
นักการเมืองจำนวนมาก ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เข้าร่วมงานศพบิดา ประธานวิปฝ่ายค้าน "วิทยา บุรณศิริ" ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยอดีตนายกฯทักษิณ ส่งพวงหรีดไว้อาลัยด้วย ...
เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (9 มิ.ย.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ผู้แทนพระองค์อัญเชิญน้ำหลวงอาบศพไปยังวัดวิเวกวายุพัด ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพระราชทานให้แก่ พ.จ.อ.วิทูรย์ บุรณศิริ บิดาของนายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ทั้งนี้ พ.จ.อ.วิทูรย์ บุรณศิริ เสียชีวิตที่จังหวัดพะเยา ด้วยโรคชรา รวมอายุ 81 ปี งานศพบิดาของประธานวิปฝ่ายค้านในครั้งนี้ มีอดีตนักการเมืองเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รวมถึงนายสมพล เกยุราพันธุ์ บิดาของนางสุดารัตน์ เข้าร่วมงานด้วย นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้ง 4 คน เข้าร่วมงาน รวมถึง ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย อาทิ นายการุณ โหสกุล ส.ส. กทม. นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี และยังมีนักการเมืองท้องถิ่นทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่างานศพพ่อของประธานวิปฝ่ายค้าน มีนักการเมือง และคนคุ้นเคย ฝ่ายรัฐบาล ส่งพวงหรีดร่วมไว้อาลัยจำนวนมากด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และภริยา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล นายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง ส่วนฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทย มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี รวมไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ นักการเมืองอีกหลายคนที่ร่วมส่งพวงหรีดไว้อาลัยด้วยเช่นกัน
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51