WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 14, 2009

จักรภพ เพ็ญแข:สายตาโลก

ที่มา Thai E-News


โดย จักรภพ เพ็ญแข
ที่มา คอลัมน์ “ผมเป็นข้าราษฎร” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 2
14 มิถุนายน 2552

บ้านเมืองของเราต้องการความช่วยเหลือมากครับ ขนาดคนเก่าๆ อย่างเดวิด คาร์ราดีนมาแขวนคอตายอยู่ที่ปาร์คนายเลิศ เรายังทำให้กลายเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนขนาดที่คนทั่วโลกเลิกคิ้วแล้วถามกันให้แซดว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นได้

นับประสาอะไรกับคำถามขนาดปลาวาฬสีน้ำเงินว่าเกิดอะไรกับการเมืองไทย?




หลังออกจากเมืองไทยมา ผมได้เดินทางรอนแรมไปในประเทศต่างๆ หลายประเทศ และได้พบปะกับเพื่อนฝูงต่างชาติต่างภาษาอยู่เกือบตลอดเวลา ใจห่วงอย่างเดียวคือคนเหล่านี้เขามองเหตุการณ์ในบ้านเราอย่างไร

ถึงผมจะมองความเป็นโลกาภิวัตน์ในเชิงบวกมากกว่าลบ มีสิ่งที่เขาเรียกกันว่า “ทัศนะโลก” อยู่ในตัวบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีความรักชาติอยู่สูง ยิ่งออกมาอยู่ข้างนอกแล้วมองเข้าไปอย่างนี้ก็ยิ่งรักและห่วงใยมากขึ้น จนบางครั้งอดโกรธอยู่ในใจไม่ได้ว่าทำไมคนที่เขาสูงวัยกว่าเราและเราเคยนึกว่าเขาคงรักชาติยิ่งกว่าเรา กลับทำลายชาติอย่างไม่หยุดยั้ง แถมยังกล่าวหาคนอื่นว่าทำร้ายประเทศไทยบ้าง หรืออวดอ้างว่าตนเองจะกู้ชาติบ้าง ในขณะที่มือและเท้าก็กระหน่ำเข้าใส่ประเทศไทยราวกับเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน หรือมีเอาไว้สนองความซาดิสต์ของตนเองแต่เพียงอย่างเดียว

ขณะนี้โลกกำลังสับสนอย่างยิ่งในทิศทางของประเทศไทย ไม่เฉพาะแต่อาเซียนหรอกครับ เพราะเขามีปุจฉาอยู่ในใจมากมาย

๑. เหตุใดจึงเกิดการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙?
๒. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือจะใช้ชื่อใหม่อย่างไรก็ไม่สำคัญนั้น เขาคือใคร?
๓. ใครสั่งกองทัพไทยในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ถ้าไม่ใช่รัฐบาล?
๔. ตุลาการไทยตั้งตนอยู่ในความยุติธรรมและใช้หลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดหรือไม่?
๕. นักวิชาการผู้มีความเห็นเป็นอิสระและควรชี้นำบ้านเมืองออกจากวิกฤติ หายไปไหนหมด?
๖. พรรคเพื่อไทยรู้หรือไม่ว่าปัญหาของตนอยู่ที่ไหนและอยู่ที่ใคร?
๗. ทำไมฝ่ายประชาธิปไตยจึงหมกมุ่นอยู่กับการสู้รบกับลูกน้องหรือนายหน้าของเขา และบอกให้ประชาชนสู้อยู่แค่นี้ แทนที่จะรบกับเขาโดยตรง?
๘. เบื้องหลังการสลายชุมนุม ๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ คืออะไร?
๙. การเลือกตั้งจะแก้ปัญหาการเมืองไทยได้หรือไม่?
๑๐. ใครคือเสื้อสีน้ำเงิน?


ผมใส่เอาไว้เพียง ๑๐ ข้อ ความจริงคุยกับเพื่อนฝูงแล้วเขาสงสัยมากกว่านี้เยอะ แต่บางข้อก็เป็นส่วนย่อยของคำถามบางข้อข้างต้น
แต่ความน่าสนใจจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่คำตอบของเราหรอกครับ คำถามของเขานั่นแหละที่น่าสนใจ และเป็นธงนำไปสู่ความรู้ความเข้าใจที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้ง โดยบางทีก็ไม่ต้องตอบตรง เพียงให้ข้อมูลจริงไปเติมคำในช่องว่าง เขาก็เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมาเองได้

ผมจะเลือกบางข้อมาคุยก็แล้วกันครับ คุยทั้งหมดเห็นจะไม่พอใส่ในเนื้อที่นี้

เรื่องพันธมิตรฯ นั้นเขาสงสัยกันมาก เพราะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการระดมคนบุกยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและทำเนียบรัฐบาล จนถึงความพยายามฆ่าคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่หลายคนในต่างประเทศยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงรอดมาได้

เขาถามตรงๆ ว่า การยึดสนามบินจนเสียหายเป็นแสนๆ ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมที่ยิ่งใหญ่อุกอาจมาก เหตุใดจึงไม่มีการลงโทษอย่างเหมาะสมและยุติธรรมจนบัดนี้ ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำนี้ และเขาคนนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหนจึงลอยนวลอยู่ได้

เขาสงสัยกันทั่วโลกเลยครับ

เมืองไทยไม่เหมือนหลายประเทศที่เกิดการ “ปฏิวัติ” ขึ้นและโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างของที่นั่นรวมทั้งสนามบินด้วย ต้องเปลี่ยนมือทั้งหมด เมืองไทยพยายามปั้นยิ้มบอกชาวโลกว่าทุกอย่างราบรื่นเรียบร้อย และรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็เป็นรัฐบาลในภาวะปกติที่กำลังบริหารบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยอยู่ แต่เมืองไทยก็ตอบไม่ได้ว่า อำนาจพิเศษหรืออำนาจลึกลับที่ทำให้พันธมิตรฯ ยึดสนามบินได้โดยไม่มีความผิดอย่างสมควรแก่เหตุ มันสถิตอยู่ตรงไหนในระบอบการปกครองที่อ้างกับเขาว่าเป็นประชาธิปไตย

หรือกองทัพบกภายใต้พลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดาก็เหมือนกัน ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวชเรียกออกมาทำงานแต่กลับไม่ทำ แต่เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ขยับตัวโดยใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน กลับมีทหารจำนวนมากมายเกลื่อนถนนในกรุงเทพมหานคร ในเงื่อนไขที่คล้ายคลึงกันจนเปรียบได้กับพันธมิตรฯ มิหนำซ้ำยังออกมาใช้อาวุธสงครามขนาดหนักยิงเข้าใส่พี่น้องประชาชนโดยตรง ตาย เจ็บ เท็จจริงขนาดไหนก็ยังไม่มีใครรับผิดชอบนั้น แสดงว่ากองทัพมิได้ทำตามคำสั่งของรัฐบาลทุกชุด แต่เลือกเอาตามใจชอบ หรือเพราะกองทัพไปฟังคำสั่งของใครที่อยู่นอกกรอบประชาธิปไตยแทน

เรื่องแบบนี้เขาก็ไม่เข้าใจ

พรรคเพื่อไทยก็เช่นกัน ตัวเองเป็นผลิตผลมาจากความสำเร็จของการเลือกตั้งสามครั้ง ตั้งแต่ใช้ชื่อว่าพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน โดนกลุ้มรุมทำร้ายปล้นเอาอำนาจอันชอบธรรมไปจากมือชนิดต้องเรียกว่าปล้นกลางแดด แต่มาบัดนี้คนบางคนในพรรคกลับทำท่า “แหยง” กับการต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตย ไม่กล้าเปิดหน้าสนับสนุนเขาอย่างเปิดเผย ไม่กล้าเพิ่มเป้าหมายในการต่อสู้เพราะกลัวเหลือเกินว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง ในขณะที่เลือกตั้งไปแล้วก็ไม่ได้แน่ใจเลยว่าตัวจะได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลและเป็นรัฐบาลตัวจริง
ก็ขนาดออกมาแถลงว่าคุณทักษิณเป็น “คนนอกพรรค” เพื่อให้ตัวปลอดภัยและได้เลือกตั้ง อย่าว่าแต่ชาวต่างชาติต่างภาษาเลยครับ ผมเองพูดไทยแท้ๆ ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ

ไม่รู้กลัวอะไรกับการยืนยันว่าข้านี้ก็เป็นคนที่มีสิทธิทางการเมืองเช่นเดียวกับคนอื่นเหมือนกัน

ปุจฉาและวิสัชนาแบบกระท่อนกระแท่นที่ผมยกตัวอย่างมานี้ เป็นการชี้ปัญหาที่ดีจากสายตาโลก อย่างน้อยก็ทำให้คนที่ยังกล้าๆ กลัวๆ และคนที่อยากจะเชื่อแบบเดิมเพราะมันสบายใจดี ไม่ต่างจากนกกระจอกเทศที่เอาหัวมุดทรายเมื่อรู้สึกว่ามีภัย ได้ทบทวนความคิด ความเชื่อ และจุดยืนของตัวเองอีกสักรอบหนึ่ง

บ้านเมืองของเราต้องการความช่วยเหลือมากครับ ขนาดคนเก่าๆ อย่างเดวิด คาร์ราดีนมาแขวนคอตายอยู่ที่ปาร์คนายเลิศ เรายังทำให้กลายเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนขนาดที่คนทั่วโลกเลิกคิ้วแล้วถามกันให้แซดว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นได้

นับประสาอะไรกับคำถามขนาดปลาวาฬสีน้ำเงินว่าเกิดอะไรกับการเมืองไทย?


-----------------------------
ประชาสัมพันธ์ :

การสมัครเป็นสมาชิก Thai Red News

สมาชิก 6 เดือน 26 ฉบับ เป็นเงิน 800 บาท
สมาชิก 12 เดือน 52 ฉบับ เป็นเงิน 1500 บาท

กรุณาโอนเงินเข้าบัญชี สุพิชฌาย์ พัฒนะพันธุ์ ธนาคารกรุงไทย สาขาแจ้งวัฒนะ เลขที่ 096-0-12882-4
เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแฟ็กซ์สำเนาใบโอนเงินไปที่ โทร.02-934 9388
หรือติดต่อได้ที่ อาคารอิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าว ชั้น 5 โทร. 02-934 9388
0000000000000000000

TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146
ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน)
Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)

งานเสวนา ThailandMirror Cyber + 6:"จากหลังคีย์บอร์ดถึงหน้ารัฐสภา "

ที่มา Thai E-News


งานเสวนา ThailandMirror Cyber + 6
"จากหลังคีย์บอร์ดถึงหน้ารัฐสภา "


Thailandmirror.com จัดงานเสวนาสุดยอดผู้นำ Cyber + 6
หัวข้อ "จากหลังคีย์บอร์ดถึงหน้ารัฐสภา การบ้าน หรือการเมือง? "
เสาร์ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552
เวลา 16.00 น เป็นต้นไป [ส่วนของงานเสวนาเริ่ม18.00-21.00 น.]


ลักษณะงาน No action Talk only
แลกเปลี่ยนทรรศนะ และเสวนาแบบไม่เสียค่าเนต
การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จากโลกไซเบอร์สู่ภาคประชาชน
วิพากษ์วัฒนธรรมองค์กรไซเบอร์ ความน่าเชื่อถือของข้อมูล


ในงานมีอาหาร เครื่องดื่ม ให้บริการในแบบบุพเฟ่ต์ Cyber talk
(สำหรับเครื่องดื่ม Lกฮ โปรดนำมาลงทะเบียนเพื่อขยายผล )


รูปแบบงาน
เป็นการแลกเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ โดยผู้ที่มาในงานสามารถเป็นผู้ร่วมเสวนาได้ทุกท่าน(ตามแต่เจตนารมณ์)
เพื่อให้เกิดองค์ความคิดเห็นอันหลากหลายขยายผลเป็นรูปธรรม


ร้านอาหารบ้านต้นซุง เลียบทางด่วน เอกมัย - รามอินทรา .. ห้องแสงจันทร์

บัตรราคา 499 บาท ( จำกัดจำนวน )

สำรองที่นั่ง และเป็นผู้ร่วมเสวนาติดต่อ

คุณที่ระลึก 0840-910-707
คุณพลรักษ์ 0800-735-735


เลขที่บัญชีจองบัตร

อนุสรณ์ พรหมจักร
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
สาขาย่อย มาบุญครอง
ออมทรัพย์ 172-208252-0

fax สลิปโอนเงินมาที่ 029313957
หรือ mail สลิปมาที่ iamnotchef@live.com


หมายเหตุ*จำกัดจำนวน และงดโฟนอิน
00000000000
อีกงาน เสื้อแดงเพชรบุรีเชิญสัมมนาที่หาดปีกเทียน เพชรบุรี


เสื้อแดงเพชรบุรี...เรียนเชิญ พี่น้องเสื้อแดง ..เที่ยวทะเลไทยไปหาดปึกเตียน..โดยเฉพาะพี่น้องเสื้อแดง เขตตะวันตก เพชรบุรี ..ราชบุรี..สมุทรสงคราม..สมุทรสาคร.. กาญจนบุรี นครปฐม..ประจวบฯ เข้าฟังสัมนา..อนาคตประเทศไทย....ในภาวะเศรษฐกิจ อภิสิทธิ เป็นรัฐบาล..ยุคภาษีอาน..จะได้เตรียมใจ รับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า....โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ..จาก 111...ที่ห้องประชุม ชั้น8 ปึกเตียนบีช คอนโดเทล หาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี.....วันที่ 20 มิถุนายน 2552..เริ่ม.เวลา 10.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน และ เข้าห้องสัมนา 13.00 น. ถึงเวลา 16.00 น.

****ฟรีค่ะ****โทรสอบถาม 086-5481066

มากันมากๆ..ถือโอกาสมาเที่ยวทะเล...ชม..ยักษ์ปากแดงที่ยืนอยู่ในทะเล สภาพยักษ์กำลังจะอกแตกตาย...

0000000000000000

ขอเชิญ ร่วมงานความจริงวันนี้ สัญจร แดงสมุทรปราการ



วันเสาร์ที่ 20 มิย. 52 เวลา 16.00 น. - 22.00 น.


ณ. บริเวณ ตลาดนัด ตรงข้าม สภอ. สำโรงใต้

ถนนปู่เจ้าสมิงพราย สมุทรปราการ


โต๊ะจีน 600 โต๊ะ ราคาบัตรโต๊ะละ 3,000 บาท (ท่านละ 300 บาท)

โต๊ะ ViP. มีจำนวนจำกัด โต๊ะละ 5,000 บาท

พบกับแกนนำ นปช.รุ่น 1

คุณวีระ , คุณจตุพร, คุณนัฐวุฒิ

ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้



แกนนำอื่น ๆ อีกหลายท่าน เช่น

คุณก่อแก้ว พิกุลทอง, คุณอดิศร เพียงเกษ, อ.สุรชัย แซ่ด่าน,

คุณวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย , คุณดารุณี กฤตบุญญาลัย และ

และคุณวรชัย เหมะ (คุณเงาะ) แกนนำและ เป็นประธานชมรม

แดงสมุทรปราการ เป็นต้น


พร้อมทั้ง คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง คุณวิสา คัญทัพ คุณไพจิตร

อักษรณรงค์ คุณมุข เมทินี และคุณอนุสรณ์ พิธีกรหนุ่มคนดังแห่ง

MV. 5


ซื้อบัตร และสอบถามได้ที่

-อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 6 หน้า D- Station -คุณสุทธินันท์ 081-834-8045

-อิมพีเรียล สำโรง ชั้น 4 ศูนย์จำหน่ายพระ - คุณหน่อย 085-8484-524 และ

คุณนิ 082-077-7510

-คุณวันดี ซอยแบริ่ง 083-198-0382

-คุณคำนึง แกนนำบางพลี 089-836-7288

-คุณสุนิสา แกนนำบางพลี 085-666-7523, 080-934-0407

-คุณโดม แกนนำ พระประแดง 080-591-0489

-เจ๊เล็ก ศูนย์จำหน่ายบัตร ปากซอยวัดบางด้วน 081-430-9448

ซื้อ หรือสั่งจองบัตร ด่วน !

คดียึดสนามบินเจอตอ คนหนุนหลังเจอโทษประหารด้วย ตร.โยนกลองดองคดีปลอดภัยกว่า

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
13 มิถุนายน 2552

*ชมคลิปข่าว พันธมิตรปิดหอบังคับการบิน เพื่อควบคุมไม่ให้มีการบิน และขนส่งสินค้าทางอากาศ คลิ้กที่นี่ และ ที่นี่

สาวเหตุตำรวจโยนกลองคดียึดสนามบินหลังจากดองมาครึ่งปียังไม่มีการดำเนินคดี อ้างรอกรมขนส่งทางอากาศสรุปความเสียหายทางกฎหมายมาก่อน ทั้งที่ไม่มีอะไรซับซ้อนยุ่งยาก เนื่องจากไทยลงนามข้อตกลงสากลปราบปรามการยึดสนามบินไว้แล้ว ออกกฎหมายรองรับไว้ชัดแจ้ง"ใครทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง โทษหนักถึงประหารชีวิต" แต่เหตุที่คดีโดนเป่าอาจเนื่องจากสะดุดตอใหญ่ เพราะกฎหมายกำหนดโทษ"ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด โดนประหารด้วย"


ก่อนหน้านี้พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายให้คุมคดีพันธมิตรยึดสนามบิน เปิดเผยว่าจะดำเนินคดีกรณีพันธมิตรยึดสนามบินได้ภายในปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ต่อมาเมื่อวันที่3มิ.ย.กลับอ้างว่าตำรวจทำคดีเต็มที่แล้ว แต่เหตุที่ล่าช้าเนื่องจาก กรมขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้สรุปความเสียหายว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ มายังพนักงานสอบสวน เพื่อใช้ประกอบสำนวนการสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น

จากการตรวจสอบพบว่า ไทยได้ลงนามในพิธีสารเพื่อการปราบปรามการกระทำรุนแรงอันมิชอบด้วยกฎหมาย ณ ท่าอากาศยาน ซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( อ่านรายละเอียด คลิ้กที่นี่ )และมีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นต้นมา โดยมีข้อตกลงในพิธีสารนี้ที่สำคัญว่า

พิจารณาเห็นว่า การกระทำรุนแรงอันมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัย ของบุคคล ณ ท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือซึ่งเป็นผลร้ายต่อการดำเนินการ อย่างปลอดภัยของท่าอากาศยานนั้น บ่อนทำลายความไว้วางใจของประชาชนแห่งโลกในความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยาน เหล่านั้น และรบกวนความปลอดภัยและความเป็นระเบียบในการดำเนินงานการบินพลเรือนของรัฐทั้งปวง

พิจารณาเห็นว่า การที่การกระทำเช่นว่านั้นอุบัติขึ้นเป็นเรื่องน่าห่วงใยอย่างมากต่อชุมชนระหว่างประเทศ และเพื่อความประสงค์ที่จะยับยั้งการกระทำเช่นว่านั้น ย่อมมีความจำเป็นอันรีบด่วนที่จะจัดหามาตรการ อันเหมาะสมเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิด

พิจารณาเห็นว่า มีความจำเป็นที่จะต้องรับเอาข้อบทเพิ่มเติมต่อจากอนุสัญญาว่าด้วยการปราบปราม การกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน ทำที่เมืองมอนตริออล เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๑๔ เพื่อจัดการกับการกระทำรุนแรงอันมิชอบด้วยกฎหมายเหล่านั้น ณ ท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือน ระหว่างประเทศ


ได้ตกลงกันต่อไปนี้

"๑ ทวิ บุคคลหนึ่งบุคคลใดกระทำความผิด หากได้กระทำดังต่อไปนี้อย่างมิชอบด้วยกฎหมายและโดยเจตนา โดยใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออาวุธใด ๆ

(ก) กระทำการอันรุนแรงต่อบุคคล ณ ท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเหตุให้หรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือความตาย หรือ

(ข) ทำลาย หรือทำความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยาน ซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือต่ออากาศยานที่ไม่ได้ให้บริการ ซึ่งจอดอยู่ ณ ท่าอากาศยานนั้น หรือทำให้การบริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง หากการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตราย ต่อความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานนั้น"


"๒ ทวิ ในทำนองเดียวกัน รัฐภาคีแต่ละรัฐต้องดำเนินมาตรการที่อาจจำเป็นเพื่อกำหนดเขตอำนาจศาล ของตนให้ ครอบคลุมเหนือการกระทำผิด ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑ วรรค ๑ ทวิ และในข้อ ๑ วรรค ๒ เท่าที่วรรคนั้น เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเหล่านั้น ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดปรากฏตัวในอาณาเขตของรัฐภาคี และรัฐนั้นมิได้ส่งตัวบุคคลนั้นข้ามแดนตามข้อ ๘ ไปให้รัฐที่ระบุไว้ในวรรค ๑ (ก) ของข้อนี้"

สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทยคือ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2538 (รายละเอียดคลิ้กที่ ลิ้งค์ )ระบุว่า

มาตรา 6 ทวิ(1) ผู้ใด
(1) กระทำการประทุษร้ายผู้อื่นในท่าอากาศยานที่ให้บริการการบินพลเรือนจนเป็นเหตุให้หรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้อื่นนั้นรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายหรือ
(2) ทำลาย หรือทำให้เสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยานที่ให้บริการการบินพลเรือน หรือต่ออากาศยานที่ไม่อยู่ในระหว่างบริการและอยู่ในท่าอากาศยานนั้น หรือทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง

ทั้งนี้ โดยใช้กลอุปกรณ์ วัตถุ หรืออาวุธใด ๆ และการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของท่าอากาศยานนั้น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี


มาตรา 11(2) ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 6 หรือมาตรา 6 ทวิ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ


หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยได้ให้ภาคยานุวัติต่อพิธีสารเพื่อการปราบปรามการกระทำรุนแรงอันมิชอบด้วยกฎหมาย ณ ท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศเพิ่มเติมต่อจากอนุสัญญาว่าด้วยการปราบปรามการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือนทำที่นครมอนทรีออล เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2514 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาฯพิธีสารดังกล่าวมีผลกำหนดให้การกระทำอันเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศเป็นความผิดเพิ่มขึ้นตามอนุสัญญาฯ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศเพื่ออนุวัติการให้เป็นไปตามพิธีสารดังกล่าวโดยกำหนดให้การกระทำดังกล่าว ณ ท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนภายในประเทศเป็นความผิดด้วยจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

Saturday, June 13, 2009

"ปิยะพันธ์"บอกยินดี ถ้าถูกเสนอปลด ย้ำจะไม่แจงข้อมูล"เช่ารถเมล์"ต่อกมธ.ป.ป.ช. เหตุติดภารกิจส่วนตัว

ที่มา มติชนออนไลน์

จากกรณีที่กรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ลงโทษนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ด้วยการถอดถอนออกจากประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือในการชี้แจงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน


นายปิยะพันธ์ จำปาสุต ประธานคณะกรรมการบริหาร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บอร์ด ขสมก.) กล่าวเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนว่า วันอังคารที่ 16 มิถุนายนนี้ ตนจะไม่เดินทางไปพบคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี เพราะติดภารกิจส่วนตัว ขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง แต่ได้เคยแจ้งวันเวลาที่สะดวกไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีการนัดหมายมาในช่วงเวลาดังกล่าว


นายปิยะพันธ์ กล่าวต่อว่า หากคณะกรรมาธิการฯ ต้องการจะเสนอเรื่องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเอาผิดตนในกรณีที่ไม่มาชี้แจง ก็ไม่ติดขัดอะไร โดยเฉพาะหากมีการเสนอปลดออกจากประธานบอร์ด ขสมก.ก็ยินดีอยู่แล้ว


ส่วนการฟ้องร้องนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นั้น นายปิยะพันธ์ กล่าวว่า ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนกรณีที่กรุงเทพมหานครจะเสนอตัวมาทำโครงการรถเมล์เอ็นจีวี ถือเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งตนไม่ขอแสดงความเห็นและยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีความคิดในการเข้าสู่วงการการเมือง

"สุเทพ"อ้างแกนนำป่วนใต้มีเป็นพันคน รบ.หวังได้ตัวคนยิงมัสยิดพิสูจน์จนท.บริสุทธิ์ ยะลายิงพระสาหัส1ดับ1

ที่มา มติชนออนไลน์

ยิงรายวัน กลุ่มป่วนใต้ประกบรัวอาก้ายิงพระบิณฑบาตสาหัส1 ดับ1 เหตุเกิดหลังประชุมเครียดครม.ใต้ไม่กี่ชั่วโมง เลขาฯโอไอซีจี้ไทยสอบเหตุฆ่าหมู่ในมัสยิด หวั่นเกิดการแก้แค้น ผบ.ทบ.เผยปืนกราดยิงมัสยิดเคยใช้ก่อเหตุมาก่อน "มาร์ค"หวังได้ตัวคนร้ายพิสูจน์จนท.ไม่เกี่ยว "สุเทพ"เชื่อแกนนำถึงหลักพัน

"สุเทพ"อ้างแกนนำป่วนใต้มีอิทธิพล มีอยู่หลักพันคน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ลอบยิงพระภิกษุจนมรณภาพในจ.ยะลา ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวด้วยความสลดใจ เพราะการลอบทำร้ายพระได้หายไปพักหนึ่งแล้ว ซึ่งในการเดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 13 มิถุนายน จะไปกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มมาตรการในการดูแลความปลอดภัยแก่พระและประชาชน อีกทั้งยังได้พูดคุยกับพล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่าในช่วงนี้ผู้ก่อความไม่สงบพยายามสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น จึงขอให้เจ้าหน้าที่รักษาความสงบงดวันลาวันหยุด และขอให้ประชาชนอดทน รัฐบาลจะแก้ปัญหา โดยไม่มีการแก้แค้นอะไรทั้งสิ้น

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ในการประชุมครม. ภาคใต้เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมได้รับทราบเหตุการณ์กราดยิงประชาชนในมัสยิดอัลฟุรกอน ในหมู่บ้านไอบาแย อ. เจาะไอร้อง จ. นราธิวาส จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 10 ศพ ซึ่งมีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้าย เนื่องจากปลอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นปลอกกระสุนจากปืนที่เคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่อื่นมาก่อนแล้ว ทั้งนี้นายกฯ ได้กำชับให้นำตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ เพราะถ้าจับตัวไม่ได้ จะทำให้ผู้ก่อการร้ายได้ใจ และก่อความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก นอกจากนี้นายกฯ ยังมอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศไปชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้ที่ประชุมองค์การอิสลามโลก (โอไอซี) รับทราบว่ารัฐพยายามทำทุกอย่างตามความเป็นจริง


เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลแยกแยะได้หรือยังว่ามีผู้ก่อเหตุระดับแกนนำและระดับปฏิบัติการได้หรือยัง รองนายกฯ กล่าวว่า "แยกแยะได้อยู่แล้ว มีบัญชีแยกแยะได้ชัดเจนว่าแกนนำที่มีอิทธิพลมีอยู่ในระดับเป็นพันๆคน แต่เราไม่มีเป้าหมายจะตามล่า ฆ่าฟันกันไป แต่พยายามทำให้เขาเห็นว่าเมืองไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยสันติ และเขาควรเปลี่ยนความคิด"

"อภิสิทธิ์"หวังได้ตัวคนร้ายกราดยิงมัสยิด พิสูจน์จนท.รัฐบริสุทธิ์

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนออกเดินทางเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ถึงการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อค่ำวันที่ 11 มิ.ย. นั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานถึงการลงพื้นที่ ขณะที่ตนได้กำชับและเร่งรัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด


เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรเพราะมีใบปลิวในพื้นที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการเร่งรัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะมีข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องที่น่าจะเป็นประโยชน์ จึงได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ


ต่อข้อซักถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าขณะนี้ในพื้นที่มีสงครามข่าวสารเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นอย่างไร


เมื่อถามว่ามีอะไรที่จะสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้หรือไม่ว่าไม่ใช่เป็นการกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การได้ตัวคนร้ายจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์

"อนุพงษ์"เผยปืนกราดยิงมัสยิด เคยใช้ทำร้ายปชช.มาก่อน


เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหาร(ผบ.ทบ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามผู้ก่อเหตุกราดยิงมัสยิดอัลฟุรกอน อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาสมัสยิด มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ว่า ขณะนี้ดูจากหลักฐานพบว่าหนึ่งในอาวุธที่ผู้ก่อเหตุนำมาใช้เป็นอาวุธที่เคยก่อเหตุทำร้ายประชาชนมาก่อน


"พูดตามข้อเท็จจริงและสภาพแวดล้อม โดยหมู่บ้านดังกล่าวให้ความร่วมมือกับราชการอย่างใกล้ชิดดีมาก และเจ้าหน้าที่ถือว่าหมู่บ้านนี้เป็นฝ่ายเราค่อนข้างสูง อีกทั้งสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นไทยมุสลิม และหมู่บ้านไทยพุทธที่อยู่ใกล้ที่สุดอยู่ห่าง 3 กิโลเมตร ดังนั้นการที่ผู้ก่อการร้ายพยามใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้" ผบ.ทบ.กล่าว

ยะลารัวอาก้ายิงพระบิณฑบาต สาหัส1มรณภาพ1

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 06.20 น. เกิดเหตุคนร้าย 2 คน ขับขี่จักรยานยนต์ ใช้อาวุธปืนอาก้า ยิงพระสมบัติ ศรีสุวรรณวิเชียร 60 ปี ลูกวัดบ้านคลองทรายใน ขณะบิณฑบาต ที่หมู 5 บ้านคลองทรายใน ต.ลุโป อ.เมือง จ.ยะลา มรณภาพในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้พระธวัชชัย ไชยหมาน อายุ 24 ปี ถูกยิงที่บริเวณสีข้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในที่เกิดเหตุ มีปลอกกระสุนอาก้าตกอยู่ด้วย

ด้านพระสมุห์คล่อง สุทธิประภาโส เจ้าอาวาสวัดคลองทรายใน เปิดเผยว่า พระสมบัติเพิ่งจะบวชเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุพระทั้งสองรูป ก็ออกบิณฑบาตตามปกติ แต่ในช่วงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้มีกำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ทหาร มาดูแลรักษาความปลอดภัยให้ แต่ในระยะหลังกลับไม่มีกำลังมาดูแล ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด

ทดลองกม.มั่นคงก่อนใช้ที่จว.ใต้


ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ถึงการแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ โดยจะประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ที่มีเหตุการณ์รุนแรง ใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่ในเมือง ส่วนพื้นที่ปลอดภัยจะใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ว่าจะพิจารณาในรอบของการต่ออายุ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งต่อไป โดยให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องประเมิน และทำเรื่องถอนกฎอัยการศึกมาในจังหวัดชายแดนที่ไม่ใช่ภาคใต้ก่อน แล้วเอา พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯเข้าไปจับ


นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เหตุที่ยังไม่นำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯมาใช้ในพื้นที่มีความรุนแรงก่อน เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงต้องการให้มีพื้นที่ที่ได้ใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ เพื่อจะได้ลองดูว่าการใช้อำนาจมีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร หากนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่ ก็ไม่ต้องการให้เกิดปัญหา หากมีการยกเลิกกฎอัยการศึกแล้วทำไม่ได้ ก็ต้องกลับมาประกาศใช้กฎอัยการศึกใหม่

ส่วนแนวทางที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอปรับลดการใช้กำลังทหาร และบทบาทโครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) โดยใช้กฎหมายใหม่นั้น นายกฯกล่าวว่า นายถาวรกำลังไปปรับในเรื่องกฎหมาย แต่ต้องใช้เวลา มีปัญหาเปลี่ยนแปลงต่างๆ และโครงสร้างยังไม่ลงตัว แต่ในหลักการทาง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) บอกว่ากองทัพไม่ขัดข้องในการปรับตรงนี้


"มาร์ค"สั่งเข้มข้นพิเศษหลายพื้นที่


"เรื่องที่กลุ่มก่อความไม่สงบจะยกระดับความรุนแรงโดยระเบิดรถบรรทุกก๊าซนั้น ผบ.ทบ.ยืนยันว่าจะต้องไปปรับปรุงมาตรการต่างๆ ให้ดีขึ้น โดยเรื่องการปฏิบัตินั้น ผมเห็นใจเจ้าหน้าที่ ถ้าอยากให้คุมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จะกลายเป็นต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่และงบประมาณเข้าไปอีก ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่แนวทางหรือไม่" นายอภิสิทธิ์กล่าว และว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดเหตุแบบนี้ ไม่ต้องการให้เกิดรุนแรงบานปลาย แต่ที่ยืนยันว่าการใช้แนวทางพัฒนาเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ย้อนไปใช้ความรุนแรง จนทำให้เกิดวงจรของความรุนแรง

เมื่อถามถึงกรณีชาวบ้านต้องการให้จับตัวคนร้ายให้ได้ นายกฯกล่าวว่า ถูกต้อง ในกรณีอื่นไม่ว่ายิงครู หรือคาร์บอมบ์ก่อนหน้านี้ ก็มีความชัดเจนขึ้นแล้ว แต่กรณียิงชาวมุสลิมในมัสยิดยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้น จึงได้ย้ำกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ตอนนี้อารมณ์มันรุนแรงในหมู่ประชาชน ฉะนั้นกระบวนการที่ต้องเข้าไประวังดูแล จะต้องเข้มข้นเป็นพิเศษในหลายพื้นที่


ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ที่รุนแรงขึ้นว่า เหตุการณ์ช่วงนี้เป็นเพียงประชาชนส่วนหนึ่งที่ก่อเหตุ หน้าที่ทหารคือ จะเข้าไปดูแลประชาชนส่วนใหญ่ให้ปลอดภัย หากจะควบคุมไม่ให้เกิดเหตุคงจะลำบาก แต่ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงไม่ได้ปล่อยปละละเลย "ที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุยิงชาวมุสลิมขณะละหมาดในมัสยิด เป็นเรื่องใหม่ที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น สถานที่ที่เกิดส่วนใหญ่ก็เป็นสถานที่ใหม่ที่เราไม่ได้คาดคิด"


เมื่อถามว่า เหตุการณ์จะพัฒนาไปสู่สงครามระหว่างศาสนาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น อย่าไปกังวลขนาดนั้น ขณะนี้ กอ.รมน.ได้ดูแล โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง เราสามารถไปในหมู่บ้านได้มากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นบ้างเพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องทำงานต่อไป เมื่อถามว่า รัฐบาลรู้หรือไม่ว่ารัฐบาลกำลังสู้กับใคร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า " รู้สิไม่รู้ก็แย่ ตอนนี้ฝ่ายความมั่นคงเขามีรายชื่อหมดแล้ว และถ้าอยากรู้ให้มาคุยกับผม"


แฉพูโลป้อนข้อมูลให้"โอไอซี"


นายพีรยศ ราฮิมมูลา ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ และนายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกันแถลงที่รัฐสภา เรียกร้องให้รัฐบาลมีความอดทนและเร่งแก้ไขปัญหา รวมถึงหาผู้กระทำผิดในการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ให้เร็วที่สุด โดยนายพีรยศกล่าวว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านพบว่าส่วนใหญ่เกรงว่า จะเกิดการแก้แค้นตามมา หากรัฐบาลยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดโดยเฉพาะการยิงถล่มมัสยิดใน จ.นราธิวาส เพราะแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า มีการเตรียมถังแก๊สไว้ก่อการเพื่อแก้แค้นแล้ว รวมถึงยังมีความกังวลในเรื่องความขัดแย้งทางศาสนา เพราะการยิงในมัสยิดหรือสุเหร่า ซึ่งถือเป็นบ้านของพระผู้เป็นเจ้า อาจทำให้ชาวไทยมุสลิมคิดว่าเป็นฝีมือชาวไทยพุทธ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ถูกตั้งข้อสงสัยแล้ว

"เรื่องนี้ 1 ใน 4 คนของขบวนการพูโลที่เคยออกชี้แจงผ่านโทรทัศน์ช่อง 5 โดย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เป็นผู้ประสานงาน ได้เล่าสถานการณ์ในพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กับองค์การกลางอิสลาม (โอไอซี) ฟัง ส่วนหนึ่งได้เปิดเผยถึงขบวนการต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้โอไอซีจับตามองและระบุว่า จะติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ของไทยอย่างใกล้ชิด เพราะมองว่าไทยยังไม่สามารถเคลียร์ตัวเองได้ตั้งแต่กรณีกรือเซะ ตากใบ ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งจับกุมคนร้าย อย่าให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงหรือกดดัน" นายพีรยศกล่าว


ปชป.ซัดรัฐบาลไม่ทำตามสัญญา


นายพีรยศกล่าวอีกว่า ยังได้รับข้อมูลอีกว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังไม่มีความเป็นเอกภาพ ตำรวจและทหารแย่งกันเป็นพระเอกจึงทำให้การแก้ปัญหาผิดพลาด ไม่ตรงจุด นอกจากนี้ยังรู้สึกผิดหวังกับรัฐบาล เพราะสมัยเป็นฝ่ายค้านได้สัญญากับชาวบ้านในพื้นที่ และได้ให้คำแนะนำรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่าควรจะมีรัฐมนตรีลงไปกำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้โดยตรง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลกลับไม่ยอมทำตามที่พูดไว้ ชาวบ้านจึงเสียความรู้สึก


"อยากเรียกร้องให้นายกฯพิจารณาทบทวน และเร่งดำเนินการส่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบปัญหาภาคใต้ คือ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน คือ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพราะถ้าไปๆ มาๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร" นายพีรยศกล่าว


ขณะที่นายต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ ส.ว.ยะลา ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ แถลงถึงเรื่องเดียวกันว่า ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ได้ โดย กมธ.จะลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลมาพิจารณาต่อไป

วันเดียวกัน นายเอกเมลิดิน อิห์ซาโนกลู เลขาธิการโอไอซี ได้ออกมาประณามเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าไปยิงชาวมุสลิมที่กำลังประกอบพิธีทางศาสนาภายในมัสยิด ที่ จ.นราธิวาส โดยกล่าวว่า เป็นการกระทำโหดเหี้ยมของกลุ่มติดอาวุธ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความหวาดกลัวและไม่ให้ชาวมุลิมสามารถใช้สิทธิพื้นฐานของตนได้ โดยเลขาธิการโอไอซีเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยให้สอบสวนเพื่อพิสูจน์ว่าเหตุการณ์น่าเศร้านี้เป็นฝีมือของใครและนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ รวมทั้งดำเนินความพยายามเท่าที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของชาวมุสลิมทางภาคใต้ของไทย


เผา-บึ้ม"ยะลา"11จุดเสียหาย123ล.


ด้านศูนย์ปฏิบัติการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จ.ยะลา ได้สรุปความเสียหายจากเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงและระเบิด 11 จุด เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า โดยการวางเพลิงโกดังศรีสมัย เสียหาย 3 แสนบาท วางเพลิงโกดังศรีสมัย เสียหาย 2 ล้านบาท วางเพลิงร้านอภิรักษ์เฟอร์นิเจอร์ เสียหาย 28 ล้านบาท วางเพลิงโกดังสินค้าย่งฮวด เสียหาย 80 ล้านบาท วางเพลิงรถยนต์ 10 ล้อของบริษัท ศิลาอุตสาหกรรม เสียหาย 24,000 บาท วางเพลิงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ระบบทรู และวางเพลิงตู้โทรศัพท์สาธารณะ (ทีโอที) จำนวน 1 ตู้ อยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย


ส่วนความเสียหายเหตุลอบวางระเบิด 4 จุด ประกอบด้วย วางระเบิดป้ายหน้าโชว์รูมรถอีซูซู เสียหาย 250,000 บาท ข้างตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย เสียหาย 350,000 บาท บริเวณถนนหน้าคาเฟ่ โรงแรมยะลารามา เสียหาย 239,000 บาท และที่ซุปเปอร์ยะลา เสียหาย 168,000 บาท รวมค่าเสียหายทั้งหมดกว่า 123 ล้านบาท


ครส.จี้ตั้งกก.อิสระสอบยิงมัสยิด


ด้านการสัมมนาทางวิชาการ "5 ปีตากใบ 5 ปีไฟใต้ 5 เดือนรัฐบาลอภิสิทธิ์" ที่ห้องประชุมสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นหลังจากศาลจังหวัดสงขลา มีคำสั่งในคดีไต่สวนการตาย 78 ศพ ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่าทั้งหมดเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ โดยนายวิทิต มันตราภรณ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เหตุการณ์คดีตากใบเป็นสิ่งที่กระทบต่อจิตใจของประชาชนในพื้นที่มาก โดยเฉพาะหลังจากมีคำสั่งดังกล่าวออกมา สิ่งที่เป็นภาพลบ คือการตอบโต้รุนแรงมากขึ้น จึงอยู่ที่รัฐจะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากเท่าไร ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเริ่มตอบโต้กันเองด้วยวิธีรุนแรง

นายรัษฎา มนูรัษฎา ตัวแทนสภาทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ศาลชี้เพียงว่า คนทั้งหมดเสียชีวิตเนื่องจากการขาดอากาศหายใจ ขณะอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ไม่ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการขาดอากาศหายใจ ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงาน คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) นำจดหมายเปิดผนึกมาแจกจ่ายให้กับผู้สื่อข่าว เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อตรวจสอบกรณีฆาตกรรมหมู่ที่มัสยิด อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พร้อมให้ปฏิรูปการทำงานของกองทัพในพื้นที่

มุมมอง"กรณ์-บัณฑูร" กระบวนการยุติธรรมกับวิกฤตศก.

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ รายงานพิเศษ



เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ผู้เข้าอบรมในหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ 13 ได้จัดสัมมนากระบวนการยุติธรรมกับวิกฤตเศรษฐกิจ

มีนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง มาบรรยายหัวข้อ "ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย" และนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย บรรยายหัวข้อ "กระบวนการยุติธรรมช่วยแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างไร"

สรุปดังนี้

-กรณ์ จาติกวณิช

รมว.คลัง

กระบวนการยุติธรรมเข้ามามีบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

ล่าสุดคือการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีตีความพ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 4 แสนล้านบาท กระบวนการตัดสินของศาลเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่น

เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเมื่อมีความเห็นที่แตกต่าง และต้องการการชี้แจงเร่งด่วน ศาลเป็นสถาบันเป็นที่ยอมรับและทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

แต่ไม่ใช่เพียงศาล ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมที่ช่วยเศรษฐกิจได้

เศรษฐกิจไทยปัจจุบันแม้จะถดถอย แต่ไม่ใช่วิกฤตเช่นที่สหรัฐประสบ หรือย้อนไปเมื่อปี"40 ตอนนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเราช่วยเหลือตัวเองได้ และทำได้ดีกว่าหลายประเทศ

แม้ไตรมาสแรกของปี"52 เศรษฐกิจจะตกต่ำถึงลบ 7.1% แต่จากนี้จะค่อยๆ ดีขึ้น ไตรมาส 4 จะกลับมาเป็นบวกได้

เมื่อสหรัฐเป็นต้นตอวิกฤต เป็นตลาดหลักของไทยที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจ ต้องพึ่งพาการส่งออกถึง 70% จึงกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก จึงถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

จากที่เคยพึ่งพาการส่งออก ก็ต้องพึ่งพาการบริโภคภายในมากขึ้น จีนปรับตัวก่อนและทำให้เศรษฐกิจยังขยายตัวเป็นบวก การปรับตัวของจีนส่งผลทางบวกต่อเศรษฐกิจไทย จากที่เคยผลิตเพื่อส่งขายชาติตะวันตกก็หันมาส่งขายจีนมากขึ้น

นี่คือช่วงจังหวะเวลาเหมาะสม ที่ไทยจะลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการแข่งขัน มาตรการระยะสั้นไม่เพียงพอจะกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นระยะกลาง หรือเอสพี 2 จึงเกิดขึ้น มีเงินลงทุนถึง 1.5 ล้านล้านบาท หรือ 17% ของจีดีพี รัฐบาลคาดหวังกับเอสพี 2 ว่าจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

ในแง่ประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจ บทบาทการลงทุนของรัฐที่มากเกินไปไม่ส่งเสริมให้เอกชนแข็งแกร่ง แต่ช่วงเวลานี้เมื่อเอกชนไม่ลงทุน ภาครัฐต้องชดเชย แต่อนาคตต้องลดบทบาทลง

นอกจากนี้เพื่อลดการแทรกแซงรัฐวิสาหกิจจากนักการเมือง อาจพิจารณาลดสัดส่วนการถือหุ้นภาครัฐในรัฐวิสาหกิจลงด้วย ในส่วนของกระทรวงการคลัง สิ่งที่จะทำได้คือการกลั่นกรองและจัดสรรงบให้รัฐวิสาหกิจอย่างเข้มงวดถี่ถ้วน

สำหรับการเสนอร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นเรื่องยากแต่อยู่ระหว่างการจัดทำประชาพิจารณ์

ล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) รายงานว่าหากภาษีนี้มีผลบังคับใช้ จะทำให้ผมซึ่งมีทรัพย์สินตามที่แจ้งไว้กับป.ป.ช.ต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 1 ล้านบาท ฟังแล้วตกใจ และมีความคิดแวบเข้ามาว่าผมมีที่ดิน 1 แปลง ต้องเร่งขายด่วน เพราะไม่สร้างประโยชน์อะไร ควรขายเพื่อให้ผู้อื่นนำไปใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า

นี่คือแรงกระตุ้นให้ประชาชนทำประโยชน์จากที่ดินมากขึ้น จากการมีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะมาทดแทนภาษีโรงเรือนและภาษีที่ดิน

สำหรับภาษีมรดก ผมให้น้ำหนักกับภาษีที่ดินมากกว่า

หากจะจัดเก็บภาษีที่ดินอยู่แล้วทำไมต้องจัดเก็บภาษีจากการโอนอีก หากภาษีมรดกเกิดขึ้น คนรวยจะได้รับผลกระทบน้อยเพราะเขามีวิธีหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว

ภาระจะตกกับคนชั้นกลาง

-บัณฑูร ล่ำซำ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย

วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้เกิดขึ้นจากสหรัฐ เกิดจากออกตราสารลึกลับซับซ้อนจำนวนมาก ตราสารปกติไม่เพียงพอ ไม่สร้างกำไรจำนวนมาก ไม่ประทับใจนักลงทุน

กดดันให้ฝ่ายบริหารบริษัทในตลาด โดยเฉพาะผู้บริหารของสถาบันการเงิน ต้องระดมสมองจากคนที่อ้างตัวว่าฉลาด นักคณิตศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ เพื่อหานวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ ปล่อยกู้ผาดโผนมากขึ้น

วิธีการเหล่านี้ไม่ผิดกฎหมาย เป็นการทำมาหากินในกรอบกติกาของตลาด โดยมีความโลภชักนำ และออกกฎหมายห้ามลำบาก

นี่คือโจทย์ท้าทายกระบวนการยุติธรรมไทย ว่าบัญญัติของกฎหมายมีเพียงพอจะติดตามความเสียหายที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ และใครจะรับผิดชอบกับเงินภาษีประชาชน ที่นำมาแบกรับความเสียหายเหล่านี้

ปี"40 รัฐบาลมีนโยบายไม่ต้องการให้ผู้ฝากเงินเสียหาย จึงหาเงินซึ่งมาจากภาษีประชาชนทั้งหมดมาจ่ายคืนเงินฝาก นี่เป็นความไม่เป็นธรรม แต่จะทำอะไรได้

ทั้งที่ความจริงก่อนที่แบงก์จะล้ม ผู้บริหารแบงก์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปแล้วจำนวนมาก นี่เป็นอาชญากรรม

ช่วงหลังเริ่มมีระบบธรรมาภิบาล เพื่อป้องกันผู้บริหารยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน แต่ใครจะรับประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในสหรัฐยังมีคดีแบงก์ล้มตามมาอีก และผู้บริหารแบงก์ที่ทำผิดก็ติดคุกจริง ไม่เหมือนในไทยไม่เคยมีที่ติดคุก

การบริหารระบบเศรษฐกิจโดยรวมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ประเทศไทยมีข้อด้อย เนื่องจากฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เป็นพรรคร่วมต้องต่อรองตลอดเวลา เรื่องนี้แก้ยาก

อีกทั้งกรณีการฟ้องร้องระหว่างพรรคก็สร้างปัญหา ทำให้นายกฯ มัวแต่ติดปัญหาคดีความ ไม่สามารถจัดการปัญหาเร่งด่วนของประเทศได้

นอกจากนี้กติกาใหญ่โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญไม่นิ่ง เมื่อการเมืองเปลี่ยนกติกาก็เปลี่ยน ปัญหาแบบนี้ไม่เกิดขึ้นในสหรัฐ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับเขาก็รู้ดีว่ามีกรอบที่จะทำอะไรได้บ้าง ทำให้นโยบายที่จะเกิดขึ้นมีพลัง

ใน 100 วันที่โอบามาเข้ามาบริหารงาน เขาทำอะไรได้เยอะมาก แก้ไขปัญหาทีละเปลาะ สู้กับสงคราม สู้กับแบงก์ล้ม สู้กับอุตสาหกรรมล้ม สู้กับไข้หวัดใหญ่ระบาด สู้กับนิวเคลียร์

แต่รัฐบาลไทยไม่เป็นเช่นนั้น มีปัญหาจุกจิกเข้ามาตลอด แม้จะซื้อรถเมล์ยังขึ้นหน้าหนึ่ง นี่คือข้อจำกัดประเทศไทย เมื่อกติกาไม่นิ่ง ใครเข้ามาแก้ปัญหาก็ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

โจทย์ทางเทคนิกของไทยแก้ยาก คนทำทำไม่ไหว แค่เศรษฐกิจอย่างเดียวก็ไม่ไหวแล้ว ยังจะมีเรื่องการศึกษา กฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค

นี่คือการปูพื้นไปสู่วิกฤตระยะยาว ไม่เพียงแค่วิกฤตเศรษฐกิจ แต่จะเป็นวิกฤตประเทศ สู้กับใครในโลกไม่ได้ เห็นได้จากประเทศที่เคยล้าหลังกว่าเรา กลายมาเป็นคู่แข่งและแซงหน้าไปหมดแล้ว

ทางออกจะเป็นอย่างไรนั้น ยืนยันว่าไม่มี เหมือนจะน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ปัญหามันวนอยู่กับที่หาทางออกไม่ได้ แต่กระบวนการยุติธรรมคือ 1 ใน 3 ของปัญหาพื้นฐานที่จะต้องสังคายนา

ถ้าคนอยู่รวมกันแล้วกติกาไม่ชัด ใครทำอะไรก็ได้ และใครทำผิดแล้วหลบได้ ไม่คิดว่าจะมีสังคมไหนเจริญก้าวหน้า นี่คือสิ่งที่น่ากังวล เราจะกลับมาได้อย่างไร

การจัดการความยุติธรรม การปูพื้นฐานบรรยากาศความถูกต้อง ความดีในระยะยาว จะเป็นตัวบ่งบอกว่าสังคมจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

นี่คือข้อจำกัดที่จะนำไปสู่การสร้างระบบพื้นฐานไม่ให้ก้าวไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตสังคม

ใครต้องรับผิดชอบ

ที่มา เดลินิวส์

ร้ายแรงสุดในรอบ 5 ปี ตอนแม้ว เพราะไปว่า เป็นโจรกระจอก ตัวเองเลยกระจอกสุดหน้าแหกไป

ประชาธิปัตย์ มาคุยว่า ตัวเลขก่อเหตุไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ลดลง ชาวบ้านกลับรู้สึกตรงข้าม แค่เดือนกว่ามานี้ มีทั้งคาร์บอมบ์ ฆ่าครูท้อง 8 เดือน เผาโชว์รูมรถยนต์

ฆ่าชุดรปภ.ครูแทบทุกวัน เผาตู้เอทีเอ็ม เผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ฆ่าคนบริสุทธิ์ไม่รู้เท่าไหร่ ทำกันกลางวันแสก ๆ ในแหล่งชุมชุนนั่นล่ะ หนักหนาสาหัสช็อกความรู้สึกคนไทยทั้งชาติ

คือเหตุการณ์ 8 มิถุนายน

คนร้ายสวมหมวกไหมพรม กราดยิงอาก้า,เอ็ม16,นับร้อยนัด ฆ่าหมู่ผู้คนที่กำลังละหมาดใน มัสยิดอัลกูรกอน ใน อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ผล ตายไป 11 ศพ บาดเจ็บอีก 13

เป็นห้วงที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ควงคู่ลงใต้หามาตรการดับไฟใต้พอดี เหมือน จะตบหน้า ก็ไม่ปาน

มีการออกมาพูดถึงสาเหตุมากมาย

โฆษกรัฐบาล ปณิธาน วัฒนายากร บอกว่า มัสยิดอยู่ใกล้โรงเรียนที่ มะแซ อุเซ็ง หัวขบวนผู้ก่อความไม่สงบเคยสอนอยู่ เป็นหมู่บ้านสีแดงเข้ม คนนอกเข้าออกมาไม่ได้ คนในพื้นที่นั่นล่ะ ก่อเหตุ

พล.อ.อนุพงษ์ ชี้ เป็นการทำเพื่อใส่ร้ายป้ายสีว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน ไม่ให้เชื่อมั่นอำนาจรัฐ และสร้างความหวาดกลัว มี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่ทำ แต่ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดออกไป ??

บอกอีกว่า การเอาชนะปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ ต้องใช้มาตรการทางการเมือง คือการเอาชนะจิตใจคนถึงจะแก้ปัญหาได้ ทำให้เห็นว่า อำนาจรัฐทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น

มีสิทธิเท่าเทียมกันภายใต้รัฐธรรมนูญและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่อนนี้ ก็ขอให้ท่านขีดเส้นใต้ให้หนัก ๆ เพราะมีคนไทยอีกไม่น้อยรู้สึกว่า

ถูกปฏิบัติ 2 มาตรฐานตลอดเวลา หากนี่คือสาเหตุของไฟใต้ ก็อย่าให้มันเกิดที่อื่นอีก ไม่เช่นนั้น ไฟใต้จะไม่อยู่เฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่จะลุกลามไปทั่วประเทศ

กลับมาที่ไฟใต้ เมื่อรู้สาเหตุ รู้วิธีแก้ งบประมาณก็ทุ่มไปที่ กอ.รมน. มากมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ต่ออายุแล้วต่ออายุอีก ยิ่งบอกว่า ทุกเดือนมิถุนายน จะมีเหตุร้ายแรง

เพราะตรงกับการประชุมใหญ่โอไอซี หรือการประชุมใหญ่ระดับรัฐมนตรี ของกลุ่มมุสลิมโลก

แล้วเหตุใดไม่หาทางป้องกัน ยังปล่อยให้เกิดเหตุช็อกโลกอีก ในฐานะหัวขบวนกองทัพ จะแสดงความรับผิดชอบอะไรบ้าง อย่าแค่รู้ปัญหา เพราะเท่านั้นไม่พอ!!!

ส่วนรัฐบาลที่คุยนักหนา รู้ปัญหาใต้ทุกซอกทุกมุม ผ่านมา 6 เดือน ทำไมเลวร้ายลง หรือดีแต่ปาก

นี่น่าห่วงมาก ๆ ล่าสุด เด็ก ป 6.โรงเรียนดังแถวดุสิต (ต่อมายอมเปิดเผยคือ เซนต์คาเบรียล) เป็นไข้หวัดหมู โดยไม่เคยไปเมืองนอก ทำไมสั่งปิดแค่ 3 ห้องเรียน ทำไมไม่ปิดทั้งโรงเรียน เพื่อป้องกันเหตุไว้ก่อนที่สุดโรงเรียนจึงต้องปิดเอง 12-18 มิ.ย. หากเด็กเป็นอะไรลงไป

ใครจะรับผิดชอบ หรือว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่งการปิดหู ปิดตา ปิดปาก โดยไม่มีใครอินังขังขอบ !!!.

ดาวประกายพรึก

พลิกเล่นเร็วกันเบี้ยว

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_12523

สมศักดิ์ เทพสุทิน,สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล,พินิจ จารุสมบัติ

ตั๊บแก ตั๊บแก เสียงตุ๊กแกร้องทักขณะทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ก็ว่าน่าใจแป้วแล้ว

แต่ที่น่าเอะใจกว่า อยู่ๆนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซุ่มพาทีมงานใกล้ชิดย่องขึ้นไปสักการะศาลพระพรหมบนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า มืดๆค่ำๆ หลังประชุมเครียดกับหน่วยงานความมั่นคงเรื่องไฟใต้ที่กลับมาลุกโชน


แก้เคล็ด เอาฤกษ์อะไรกันหรือเปล่า

เอาเป็นว่า ที่อ้างไปตรวจจุดที่ฟ้าผ่าลงมา แต่ในสถานการณ์ที่แกนนำรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญศึกรอบทิศทาง ทั้งคิวป่วนการเมือง ภาวะเศรษฐกิจดิ่งเหว ไฟใต้ที่กลับมาโหมแรง

ครบเครื่องเรื่องพาลพัง

มองซ้ายมองขวา ฝากความหวังไว้ที่ใครไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกในอารมณ์แบบไทยๆ "อภิสิทธิ์" ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ก่อน

ปลุกใจในยามคับขัน


แต่ทั้งหมดทั้งปวง โดยเงื่อนไขสำคัญรัฐนาวาประชาธิปัตย์จะอับปางวันไหน มันอยู่ที่เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร

โดยเฉพาะในอารมณ์ลุ่มๆดอนๆระหว่างค่ายภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังเหยียบตาปลากันอย่างแรงในศึกรถเมล์เอ็นจีวี

ยิ่งมาถึงนาทีนี้ ประเมินจากการเปิดยุทธศาสตร์ขึ้นป้ายโฆษณาบิ๊กโปรเจกต์รถเมล์เอ็นจีวีพะยี่ห้อภูมิใจไทย เปิดตลาดหาเสียงในกรุงเทพฯ

ใส่เกียร์ห้า ดับไฟหน้า

"เนวิน ชิดชอบ" เหยียบคันเร่งเกินไมล์บนหน้าปัด


นั่นหมายความว่า ถ้าโดนพรรคประชาธิปัตย์ขวางลำรถเมล์เอ็นจีวี พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่คว่ำ แต่อาจถึงขั้นพังตั้งแต่เริ่ม

เพราะนั่นหมายถึงการโดนประทับตรา "โกง" ทั้งๆที่โครงการยังไม่ได้คลอด


เงินที่โดนกล่าวหาว่างาบหัวคิวก็ไม่ได้ แถมยังตกเป็นผู้ร้ายของสังคม ในอารมณ์ที่ยี่ห้อภูมิใจไทยต้องแจ้งเกิดในสนาม กทม. และวัดกำลังกับ "นายใหญ่" ที่ภาคอีสาน

งานนี้คำตอบสุดท้ายของ "เนวิน" รถเมล์เอ็นจีวีต้องผ่าน ครม.สถานเดียว


ในสถานการณ์วัดใจฝ่ายประชาธิปัตย์ไม่แพ้กัน ถ้าปล่อยให้รถเมล์เอ็นจีวีฝ่าด่านไปได้ นอกจากถูกแย่งคะแนนนิยมใน กทม. ไหน "อภิสิทธิ์" จะต้องมัวหมองกับภาพโดนขี่

ทั้งๆที่กำลังลอยชายกับภาพ "คุณชายสะอาด"

สรุปสถานการณ์ "ขึงพืด" รัฐบาล "อภิสิทธิ์" ส่อเค้าอายุไม่ยืด

เซียนเลือกตั้งขยับกันแล้ว


ล่าสุดเท่าที่เช็กได้ มีการเคลื่อนตัวอย่างมีนัยสำคัญในบรรดาแกนนำ พรรคร่วมรัฐบาลระดับ "ขาใหญ่" ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดขั้วรัฐบาล ทั้งนายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ผู้มีบารมีนอกสภาของพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน บอร์ดจากพรรคภูมิใจไทย และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สายตรงของ "บิ๊กเติ้ง" นายบรรหาร ศิลปอาชา ผู้มีบารมีนอกพรรคชาติไทยพัฒนา

ต่อสายนัดตั้งวงถกสถานการณ์

แท็กทีมระดมกึ๋น กอดคอร่วมกันกำหนด "เส้นทาง" ของทีม พรรคร่วมรัฐบาล


โดยข้อสรุปเบื้องต้น จากลูกเขี้ยวของพรรคประชาธิปัตย์ที่เล่นเกมโหด กับพรรคภูมิใจไทยลากออกมาขึงพืดให้โดนรุมสกรัมโครงการรถเมล์เอ็นจีวี

ชัดเจนว่า ยี่ห้อประชาธิปัตย์ไม่เคยลบเหลี่ยมใส่เพื่อน

นั่นก็เป็นสัญญาณเตือนไปถึงเกมแก้รัฐธรรมนูญที่ส่อเค้าว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจจะเบี้ยวนาทีสุดท้าย แค่หลอกสมานฉันท์ยื้อเวลา

ดึงเกมแต่งตัว ชิงจังหวะได้เปรียบทางการเมือง ก่อนล้มโต๊ะ
ลงสนามเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน วันนี้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง นั่งเป็นประธาน ได้สรุปมาตราที่ต้องแก้ไขแล้ว ทั้งการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ระบบปาร์ตี้ลิสต์ และประเด็นการยุบพรรคที่ให้เล่นงานหนักเฉพาะคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

โดยเกมแก้ลำ ดักทางพรรคประชาธิปัตย์เบี้ยว แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเปิดยุทธศาสตร์เล่นเร็ว เดินหน้าชงแก้รัฐธรรมนูญ ปมไหน เสร็จ รีบดันเข้าพิจารณาในสภา

แก้กันทีละปม ไม่ต้องรอเสร็จทั้งฉบับ

ชิงตัดหน้าวัดใจ ก่อนประชาธิปัตย์ล่มเรือ.

"ทีมข่าวการเมือง" รายงาน

แผนร้ายของฝ่ายไหน?

ที่มา บางกอกทูเดย์

ความเห็นมักจะตั้งประเด็นไว้ก่อนว่า...ถ้าเจ้าหน้าที่ตาย 1 ราย ผลการสืบสวนจะชัดแจ้งกว่าว่า ถูกผู้ก่อการร้ายสังหาร ศพเจ้าหน้าที่จะได้รับเงินพิเศษ ศพจะถูกคลุมด้วยธงชาติ ได้รับการเชิดชูว่าเป็นวีรบุรุษผู้พลีชีพให้แผ่นดิน จะได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้นตามระเบียบพิเศษกรณีชาวบ้านตายหมู่หลายศพ อาจมีรัฐมนตรีไปเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจแก่ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ มีรัฐมนตรีหลายคนกล้าหาญชาญชัยเดินทางไปอย่างรวดเร็ว ดีกว่ารัฐมนตรีของรัฐบาลชุดก่อนๆที่หัวหด ขาสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถึง 3 จังหวัดภาคใต้แต่หากเจ้าหน้าที่ของรัฐตายหมู่ จะกลายเป็นเรื่องตื่นเต้นของรัฐบาลที่จะจัดพิธีไว้อาลัยอย่างยิ่งใหญ่ประดับเกียรติ และให้เงินช่วยเหลือมากที่สุดเท่าที่จะให้ได้ รวมทั้งบรรดาลูกๆ ก็ได้โอกาสทำงานสังกัดของพ่อได้ทันทีที่จบการศึกษานี่คือวิถีจำเจซ้ำซากที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ภายใต้ความล้มเหลวของกองทัพกองทัพไทยทั้งแผ่นดินนะครับ ไม่ใช่เฉพาะกองทพั ภาคที่4 เพราะกำลังพลทั่วประเทศถูกสับเปลี่ยนนำไปใช้แก้ปัญหาที่ภาคใต้เกือบทุกหน่วยที่ว่าแน่ๆแต่แล้ว 5 ปีที่ผ่านมา ก็บอกได้เพียงกล้อมแกล้มว่าสถานการณ์ก่อการร้ายลดความถี่ลง กองทัพและฝ่ายความมั่นคงสามารถคุมสถานการณ์ให้บรรเทาลงได้แต่พอ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ไทยเดินทางไปเยือนมาเลเซียเท่านั้น เหตุการณ์รุนแรงและร้ายแรงทั้งระเบิด ทั้งคาร์บอมบ์ ทั้งสังหารคนมุสลิมตายอย่างโหดเหี้ยมนับสิบรายในมัสยิด และเหตุการณ์ตายรายย่อยก็เกิดขึ้นมาอย่างถี่ยิบร้ายแรงกว่า 5 ปีที่ผ่านมาเสียอีกมันยิ่งประจานความล้มเหลวต่อการควบคุมพื้นที่โดยสิ้นเชิงของฝ่ายความมั่นคงหรือเปล่านับแต่ผู้เฒ่าแห่งพรรคประชาธิปัตย์ที่ปากดีนักมาถึงวัยหนุ่มที่คารมรื่นหูเสียเหลือเกิน คุยว่าเข้าใจปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ดี จะทำโน่นจะแก้นี่ดีกว่ารัฐบาลแม้วเป็นไหนๆเจอตอของกองทัพเบรกทุกกรณี ถูกบีบให้เทงบประมาณให้แต่กองทัพฝ่ายเดียว “ฝ่ายอื่นห้ามยุ่ง”หรือว่ารัฐบาลมาร์คกลายเป็น “ตัวประกัน”ของกองทัพไปโดยไม่รู้ตัวยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้ย้อนกลับมาดู “เจ้าหน้าที่ของรัฐ”ที่กุมสภาพปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้พี่น้องลองใช้สติปัญญาไตร่ตรอง และเชื่อซักนิดไหมว่า มันสมองของภาครัฐทั้งนักการเมืองและกองทัพทั้งหมด ไม่มีใครรู้จริงว่าจะแก้ปัญหา3 จังหวัดภาคใต้ให้สงบได้ยังไงหรือว่ามีคนรู้แจ้งแดงแจ๋ แต่ไม่อยากให้มันสงบง่ายๆหรือว่ามันเป็น “แผนร้ายของฝ่ายไหน” กันแน่ที่กำลังหยิบ 3 จังหวัดภาคใต้เป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อประโยชน์ของฝ่ายตัว ท่ามกลางศพนับพันของ2 ฝ่ายสายเลือดไทยทั้งนั้น?? ■

ศักยภาพกงทัพไทย

กองทัพได้แสดงศักยภาพว่า เขาทำได้
(ก) ปราบคน "เสื้อแดง "ใน กรุงเทพมหานคร
(ข) ปฏิวิติ รัฐประหาญ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
(ค) จับเทปผี,ซีดีเถื่อน ในกรุงเทพ

นรกใต้-รายได้นักรบ (3)

ที่มา บางกอกทูเดย์

ใต้ควันไฟในสงครามและกัมปนาทแห่งเสียงระเบิด..ใช่จะมีแต่หายนะและความตายมันสร้างเศรษฐกิจและผลิตเศรษฐีขึ้นมาได้..เศรษฐีสงครามหมดกันไปแล้วเป็นแสนล้าน..มันหมดจริงไปกับสงครามเท่าไหร่..เราซื้อกระสุนปืนมากกว่าน้ำมันกันการสึกหรอของยวดยานหรือไม่..เราใช้จ่ายเพื่อการลาดตระเวนไปเท่าไหร่..และใช้จ่ายในที่ตั้งปกติไปเท่าไหร่..เงินเดือนของ..แม่ทัพนายกองที่ยังไม่เคยตายสักศพ..กับนักรบจบใหม่ที่ไปตายพร้อมกับท ห า ร เ ก ณ ฑ์นั้น แ ต ก ต่า ง กัน อ ย่า ง ไ ร . .ความแปลกที่แตกต่างอย่างนี้..มีตัวเลขอยู่ที่ฝ่ายการเงิน..แต่ยังไม่มีใครเปิดเผยออกมา..ว่ากันว่า..เงินที่เสียไปในโรงแรมใหญ่ใกล้เขตรบนั้น..มันมากกว่าหลายเท่าของภาคสนามมีความแตกต่างกันมากมาย..ระหว่างบังเกอร์กับคาราโอเกะ และเราใช้จ่ายไปที่ส่วนไหนมากกว่าในสงครามที่ยังไม่มี

วันสิ้นสุดสงครามนี้เงินรายได้ของฝ่ายที่ต่ำต้อยที่ถูกหักไปทำอาหารการกิน กับงบเลี้ยงดูปูเสื่อของผู้สูงส่งที่รับครบในซองเงินเดือนและเงินเพิ่มนั้น..เป็นเรื่องที่มีอยู่จริงและเกิดขึ้นจริงหรือไม่สินค้าหนีภาษีที่หลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทย..ในเขตสู้รบนั้น..มันก่อให้เกิดรายได้กับใคร..ฝ่ายไหน..หรือทั้ง 2 ฝ่ายแต่มันลื่นไหลส่งไปขายได้ทั่วประเทศ..ในขณะนี้อย่างว่า..สงครามใช่จะมีแต่หายนะกับความตาย..มันสร้างเศรษฐกิจและผลิตเศรษฐีขึ้นมาได้..สงครามยิ่งยั่งยืนอยู่นานเท่าไหร่..ความมั่งคั่งมั่งมีมันก็ยิ่งเติบโตตาม..สงครามจึงเป็นสินค้าได้..หากมันมีผู้ขายและผู้ซื้อสงครามจึงเป็นสินค้าได้..หากมันมีผู้จับจ่ายและผู้คอยรับนรกใต้..จึงไม่ใช่นรกไปทั้งหมด..ถ้ามันใช่รายได้ของนักรบไม่ว่าฝั่งหนึ่งฝั่งใดหรือทั้ง2 ฝั่ง..มันอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งของความเป็นอมตะของสงครามนี้..เพราะมันเป็นสงครามที่ไม่มีอาณาเขต..แพ้ชนะมันจึงวัดกันไม่ได้..เบี้ยที่ถูกกินในกระดานหมากรุก..วัดผลแพ้ชนะในเกมไม่ได้..ตราบเท่าที่ขุนแต่ละฝ่าย..ยังอยู่สบายที่ปลายคนละด้านของกระดานอ เมริกาแพ้สงครามเวียดนาม. . เพร าะงบประมาณที่จ่ายต่อไปไม่ไหว..ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ในสงครามเข่นฆ่า..อเมริกันบอกว่า..เราชนะในการต่อสู้แต่เราแพ้สงครามเราล่ะ..เรากำลังแพ้ในการต่อสู้และแพ้ในสงคราม..ใช่หรือไม่.. ■