WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 21, 2009

เสวนาหลังคีย์บอร์ด (1) – บก.ลายจุด: เมื่อประชาธิปไตย อำนาจ และสื่ออยู่ในมือคุณ

มา ประชาไท

เสวนา “ThailandMirror Cyber Talk” บก.ลายจุด ชวนคิดเมื่อโลกเปลี่ยนไปสู่ความเร็วระดับใส่เกียร์หมา จากนักเลงคีย์บอร์ดสู่อินเตอร์เน็ตในมือถือ เมื่อคนเล็กคนน้อยเริ่มปฏิสัมพันธ์กันเองและเริ่มมีอำนาจ จนชนชั้นนำที่อยู่ในโลกเก่าเห็นเป็น “เสียงรบกวน” และพยายามหยุดการหมุนของโลก

เมื่อเวลา 16.00 น. วานนี้ (20 มิ.ย.) ที่ร้านบ้านต้นซุง ถ.ลาดพร้าว 94 กลุ่ม ThailandMirror, FARED ฯลฯ จัดงานเสวนาแบบดินเนอร์ทอล์ก หัวข้อ ThailandMirror Cyber Talk"จากหลังคีย์บอร์ดถึงหน้ารัฐสภา...การบ้านหรือการเมือง" โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นางดารุณี กฤตบุญญาลัย น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ป้าปากเกร็ด และ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล อย่างไรก็ตาม นายจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งมีชื่ออยู่ในกำหนดการไม่สามารถร่วมงานได้เนื่องจากติดภารกิจ นอกจากนี้ยังมีการอ่านบทกวีโดย ไม้หนึ่ง ก.กุนที และ ฮาเมอร์ ซาลวาลา

โดยการเสวนาที่เริ่มเมื่อ 18.00 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด กล่าวว่า เครื่องมือการสื่อสารของมนุษย์ก่อนที่จะเป็นคีย์บอร์ด อันดับแรกคือภาษาท่าทางหรือ Body language มนุษย์พยายามจะสื่อสารท่าทางกันก่อนที่จะมีภาษา ต่อมาเริ่มมีการวาดภาพ การเขียนอักษร บางคนอาจนึกถึงการใช้ไฟ นักรบที่ประจำการตามป้อมยามเวลามีสงครามก็ใช้ควันไฟส่งข้อความสั้นๆ ที่ไม่มีความสลับซับซ้อน รวมถึงการใช้นกพิราบ

เวลาเราพูดถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าคีย์บอร์ดล้าหลังไปแล้ว แต่ว่าถ้าเราไล่ลำดับความสำคัญกันขึ้นมา ย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ในวันที่พวกเราตัดสินใจซื้อแฟกซ์ วันที่โลกนี้มีเครื่องแฟกซ์ ผมจำได้ว่าเคยอภิปรายกับเพื่อนๆ ว่าคนซื้อแฟกซ์มันบ้า เพราะแฟกซ์ช่วงแรกๆ เครื่องละสามหมื่น คำถามก็คือ เราจะซื้อแฟกซ์เพื่ออะไร จะส่งไปถึงใคร เพราะคนที่เราจะติดต่อด้วยมันจะต้องมีเครื่องแฟกซ์ราคาสามหมื่นบาท ปัจจุบันเครื่องแฟกซ์ราคา 2-3 พันบาท กลายเป็นเรื่องพื้นฐานไปเรียบร้อยแล้ว
และเคยมีคนบอกว่าถ้ามีเครื่องแฟกซ์จะทำให้ไปรษณีย์เจ๊ง เพราะว่าคนจะไม่ส่งไปรษณีย์ คนจะไม่เอาแสตมป์แปะจดหมาย สุดท้ายไปรษณีย์ก็ไม่เจ๊ง สุดท้ายมีโมเด็มของอินเตอร์เน็ตก็มีคนไปขู่พวกที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับไปรษณีย์ว่าจะเจ๊ง สุดท้ายก็ไม่จริง ไปรษณีย์ก็ยังมี
ก่อนที่อินเตอร์เน็ตจะเข้ามาในเมืองไทย อินเตอร์เน็ตได้รับการพัฒนาในเครือข่ายกลาโหมของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็น แต่มันใช้งานดีมาก เลยมีการคิดว่าถ้าเอามาใช้ในทางธุรกิจคงจะดีไม่น้อย เลยถูกออกแบบใช้ทางธุรกิจ
เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน การสื่อสารของมนุษย์เปลี่ยน เมื่อการสื่อสารของมนุษย์เปลี่ยน มนุษย์เปลี่ยน เมื่อมนุษย์เปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ดังนั้น วันนี้พอเกิดเหตุการณ์ที่อิหร่าน มันน่าตกใจมากที่บทบาทของผู้ใช้ทวิตเตอร์ ซึ่งคือโปรแกรมอินเตอร์เน็ตเพียงแต่มาอยู่ในกำมือคุณ ที่ไม่ใช่คีย์บอร์ด เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของเมืองไทยไปอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แต่วันนี้คอมพิวเตอร์อยู่ที่ไหน อยู่ในมือถือ ดังนั้นเมื่อคอมพิวเตอร์อยู่ในมือคุณ
คือมาอยู่กับปัจเจก อยู่กับชาวบ้าน เมื่อก่อน จำวันแรกๆ ที่เราใช้มือถือได้ไหม คนเขาบอกว่าฟุ่มเฟือย คนกลุ่มแรกๆ ฟุ่มเฟือยทั้งนั้นแหละที่มีมือถือใช้ มือถือเท่ากระติกน้ำ มีหูหิ้ว แต่วันนี้แม้แต่ชาวนานะครับ เกี่ยวข้าวอยู่ดีๆ ก็มีโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมา เราไม่คิดว่าโลกมันไม่เปลี่ยนหรือ โลกมันเปลี่ยนไปนะ เพราะเครื่องมือสื่อสารมันเปลี่ยน
การเกิดของโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต ทำให้โลกมันเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก ก่อนการเลือกตั้ง 2550 ในรัฐบาลสุรยุทธ์ก็มีรัฐมนตรีไอซีทีคนหนึ่งชื่อสิทธิชัย (โภคัยอุดม) เป็นถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับเรื่องโทรคมนาคม แต่คุณสิทธิชัยเคยวิจารณ์คนรับใช้ที่บ้าน บอกว่าคนรับใช้ที่บ้านใช้โทรศัพท์มือถือโทรคุยกับใครไม่รู้เป็นการฟุ่มเฟือย
เพราะว่าคุณสิทธิชัยนั้นเป็นนักโทรคมนาคม ก็มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือของชนชั้นบนหรือคนที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษเท่านั้น ดังนั้นแกตกใจที่อุปกรณ์ที่มีความไฮเทคสลับซับซ้อนอย่างยิ่งอยู่ในมือคนใช้ของแก แล้วคนใช้ที่บ้านเริ่มคุยโทรศัพท์กับคนอยู่ๆ ไกลๆ ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม เพราะว่าคุณสิทธิชัยรู้ว่าโทรศัพท์ที่คนใช้ถืออยู่นั้นจะใช้ได้สัญญาณต้องวิ่งผ่านอุปกรณ์โทรคมนาคมที่มีความสลับซับซ้อนมาก แกตกใจว่าทำไมคนใช้ของแกถึงใช้โทรศัพท์มือถือได้
ผมอยากจะเรียนว่าต้องให้ความเห็นใจกับทุกฝ่าย หมายความว่า โลกมันวิ่งเร็วมาก หมายความว่า โลกมันหมุนความเร็วเท่ากับเกียร์ด็อก หมายความว่า หมาปีหนึ่งอายุเท่ากับเด็กอายุ 8 ขวบ หมายถึงสปีดอินเตอร์เน็ตมีความเร็วเท่ากับชีวิตของหมา
ดังนั้น เมื่อโลกส่วนหนึ่งมันวิ่งเร็วมาก ในขณะที่โลกอีกส่วนหนึ่งยังมีคนที่อยู่ในโลกเก่า คือโลกมันซ้อนกันเป็น Twilight Zone คนที่อยู่โลกเก่าเคลื่อนตามไม่ทัน ดังนั้นจึงไม่สงสัยว่าทำไมพวกเราที่มาเจอกันหรือคุยกันในอินเตอร์เน็ต มันคุยกันจนคนบางคนนอกสังคมฟังไม่รู้เรื่อง เพราะในโลกของเรามันวิ่งด้วยอัตราเร่งของเกียร์ด็อก ความเร็ว 8 เท่า ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิน 8 เท่าหรือยัง แต่โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 8 เท่า แต่การเกิดของไฮสปีดอินเตอร์เน็ต และ 3G ก็จะทำให้ความเร็วเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนี่เอง มันจะไปกระทบระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่า e-commerce จำได้ว่าช่วง 5-6 ปีแรกๆ การวิพากษ์วิจารณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องการกำเนิดหรือการพัฒนาการของอินเตอร์เน็ต เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนโครงสร้างและวัฒนธรรมของธุรกิจหรือระบบเศรษฐกิจ
ระบบเศรษฐกิจมันถูกกระทบมาก เพราะตัวเทคโนโลยีไปเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ แต่ว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้เปลี่ยนแค่โครงสร้างทางเศรษฐกิจเท่านั้น เราจะเห็น E-government วันก่อนผมอ่าน facebook ของใครคนหนึ่ง เขาเล่าว่าประทับใจมาก เขาไปทำ Passport ไปปุ๊บมันเร็วมาก หรือไปทำบัตรประชาชนเพราะว่ารัฐบาลเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปแล้ว
ทีนี้เข้าสู่การเมือง เข้าสู่รัฐสภา เมื่อเทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนปุ๊บ จึงทำให้คนเล็กคนน้อยเริ่มปฏิสัมพันธ์กันเอง เมื่อก่อนการเมืองพวกเราไม่มีหน้าสะเออะ การเมืองเป็นเรื่องของคนที่มีเสียง มีสิทธิ มีเสียง เสียงของเรามีเฉพาะวันที่เราไปลงเสียงเลือกตั้ง
แต่วันที่เรามีรูปแบบของการสื่อสารพิเศษอย่างการใช้อินเตอร์เน็ต เราไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะวันที่มีเสียงไปลงคะแนนเลือกตั้ง แต่ว่าเสียงของเรายังคงดำรงอยู่ต่อเนื่อง และเสียงของเรานั้นดังรบกวนฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายผู้มีอำนาจทั้งระบบ เพราะเขายังคิดว่าโลกนั้นยังแบนแล้วอยู่นิ่งๆ เราต้องเห็นใจเขาก่อนนะ มิเช่นนั้นเราจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง เขาคิดว่าโลกนั้นแบนแล้วอยู่นิ่งๆ แต่ความจริงแล้วโลกนั้นวิวัฒนาการตลอดเวลา
ตอนนี้มีโลก 2 โลกซ้อนกันอยู่ เพราะโลกที่ว่านี้คือโลกทางความคิด โลกมันเปลี่ยนไปเมื่อคนในสังคมนั้นความคิดของคนเปลี่ยน โลกที่ว่านี้ไม่ใช่โลกทางกายภาพ ผมจะบอกว่าความคิดของคนมีการเคลื่อนตัวไป แต่มีคนกลุ่มหนึ่งยังเคลื่อนไปไม่ได้หรือไม่อยากเคลื่อน มันเลยทับซ้อนกัน
เมื่อก่อนนี้ เขาไม่ได้ยินเสียงรบกวน ไม่ใช่ว่าไม่มีเสียงนั้น แต่เสียงไม่สามารถเข้าหูคุณได้ แต่วันนี้เสียงของประชาชนได้ดังและมีพื้นที่ด้วยนะ ไม่ได้เป็นพื้นที่ธรรมดานะ อินเตอร์เน็ตน่ากลัวกว่าสื่อประเภทอื่นก็คือ อย่างเทคโนโลยีลำโพงเมื่อผมหยุดพูดมันจะดับ คนเดินเข้ามาใหม่จะไม่ได้ยินเสียงผม ว่าผมพูดอะไร แต่อินเตอร์เน็ตไม่ใช่ พอคุณคลิกเมื่อเวลา 16.10 น. เสียงของคุณยังอยู่ เลยเที่ยงคืนแล้วเสียงผมก็ยังอยู่ พวกเว็บบอร์ดจะรู้ว่าคุณเล่นสนทนากับคนอื่นกับชุมชนอื่นแบบข้ามมิติเวลา
ดังนั้นเมื่อคนของโลกเก่า พบร่องรอยหรือเสียง เสียงสะท้อนที่ก้องอยู่เรื่อยๆ เขาจึงทนไม่ได้ เขาจึงต้องมีกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คุณจีรนุช (เปรมชัยพร – ผอ.ประชาไท) กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายนี้ไปแล้ว เพราะโดนไป 9 กระทง ในโลกของไซเบอร์ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงผลักดัน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์โดยรัฐบาลสุรยุทธ์ เพราะว่าทนเสียงรบกวนไม่ได้ แล้วเสียงรบกวนนั้นในสายตาของชนชั้นปกครองแล้วนี่ ในระบบโลกเก่าชนชั้นปกครองเขาเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “เสียงรบกวน” แต่ในระบอบประชาธิปไตยนี่คือ “เสียงสูงสุด” คืออำนาจสูงสุดของประชาชน ดังนั้นจึงเกิดปะทะกัน
นายสมบัติ ยกตัวอย่าง การกำเนิดรถไฟในสหรัฐอเมริกาว่า มีผู้เฒ่าท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังตอนที่ผมอยู่ในคุกคดีสพรั่งว่า รถไฟในสหรัฐอเมริกาตอนแรกในการสร้างได้รับการต่อต้าน เวลารถไฟวิ่งไปบนราง จะมีกลุ่มคาวบอยขี่ม้าซึ่งเดิมมีวิถีชีวิตที่อยู่ได้ด้วยการรับจ้างขนสินค้า วันที่รางรถไฟมันพาดผ่านเข้ามาแล้ววิ่งขนส่ง ปรากฏว่าพวกคาวบอยลอบยิงรถไฟขนาดที่ชาวบ้านบอกว่าธุรกิจคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้แล้ว รถไฟคงไม่เกิดขึ้น คำถามก็คือ วันนี้รถไฟยังมีอยู่หรือเปล่า มันไม่ใช่ คุณหยุดขบวนรถไฟไม่ได้
นายสมบัติกล่าวว่า เขาคงทนไม่ได้ที่จะยอมให้โลกเปลี่ยนไป และมีบางอย่างหลุดจากมือเขาไป ขอให้ดูเรื่องการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย เขารับไม่ได้ที่นายสมัคร สุนทรเวช เคยเสนอว่าถ้า รฟท. ไม่อยากเปลี่ยนวิธีการทำงาน คุณก็เดินรถไฟ แต่จะมีรถไฟคู่ขนาน มีระบบเดิมคุณก็เดินไป แต่รถไฟรางคู่จะใช้อีกระบบหนึ่งวิ่ง แต่ว่าคนในการรถไฟไม่สามารถยอมให้มีคู่แข่ง ถ้าเมื่อไหร่มันวิ่งมันจะเห็นเลยว่าประสิทธิภาพของการวิ่งมันจะต่างกัน
เหมือนคนกลุ่มหนึ่งยอมไม่ได้ที่จะให้โลกหมุน ระบบเศรษฐกิจอีกแบบหนึ่ง การเมืองอีกแบบหนึ่ง คนในโลกเก่าซึ่งไม่สามารถปรับตัวได้เขาไม่ยินดีที่จะกระโดดขึ้นรถไฟขบวนพัฒนา ถ้าคุณไม่กระโดด เขาจะเขี่ยคุณออกจากแผนที่เท่านั้นเอง แล้วคนบางกลุ่มเขารู้ว่าโลกใหม่นั้นเป็นอันตรายกับโลกที่เขาอยู่มาก เขาไม่สามารถดำรงโลกบางประเภทเอาไว้ได้ ดังนั้นเขาจึงทำทุกวิธีทางเพื่อหยุด เพียงแต่โลกมันจะต้องเคลื่อนไป ไม่ว่าเราจะอยู่หรือไม่ ไม่ว่าคุณทักษิณจะอยู่หรือไป หรือใครจะมาเป็นแกนนำ มันไม่เกี่ยว โลกมันเคลื่อนโดยตัวของมันโดยประวัติศาสตร์ขับเคลื่อน เหมือนคนคิดจะยิงรถไฟเพื่อให้รถไฟไม่วิ่ง ไม่ใช่
ระหว่างนี้ ประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้ หลังจากนี้คุณจะโคตรขำเลย เชื่อเถอะวันที่เราไม่ได้อยู่ในภาวการณ์สู้รบ เมื่อเลยไป 30 ปี ผมมีคำพูดทางการเมืองว่า ผมจะมีชีวิตอยู่จนถึงการเปลี่ยนแปลง เมื่อวันเวลาผ่านภาวะการสู้รบไปแล้ว ผมเชื่อว่าวันนั้นซึ่งวันที่ไม่ใช่วันทะเลาะกัน เรื่องทั้งหมดวันนี้เราจะนั่งขำกัน
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ทิ้งท้ายไว้ว่า คนในโลกไซเบอร์ ตอนนี้ถือว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมแล้ว ระบาดแล้ว อยู่ในภาวะระบาด เพียงแต่ว่าการระบาดของพวกเรายังไม่เป็นอันตรายต่อคนในระบบโลกเก่า รอให้มันกลายพันธุ์และระบาดเต็มที่ วันนั้นคนในโลกเก่า ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง เขาจะรับมือกับสถานการณ์หรือความคิดของผู้คนที่มีความคิดเปลี่ยนแปลงไปแล้วไม่ได้
หมายเหตุ: ประชาไทจะทยอยนำเสนองานเสวนาดังกล่าวในวันต่อไป

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญ และวันชาติ 24 มิถุนายน

ที่มา thaifreenews

เขียนโดย Bugbunny
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2009 เวลา 05:57 น.
altความ ทรงจำในวัยเด็กของผมเกี่ยวกับประชาธิปไตยไทยนั้นมีอยู่หลายเรื่อง ผมยังจำได้ว่าในแบบเรียนชั้นประถมของผมนั้น ด้านหลังปกจะมีรูปที่พิมพ์ให้เห็นกันว่า สิ่งที่สำคัญอันเป็นคำขวัญสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้น คือ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญ” ตอนนั้นเรามีสิ่งสำคัญของชาติ 4 อย่าง ไม่ใช่แค่ 3 อย่างตามที่ปรากฏสำหรับคนที่เกิดหลังปี 2501 ซึ่งจอมพลสฤษดิ์กลับจากอเมริกามายึดอำนาจรัฐบาลพลเอกถนอม ลูกน้องของแกเองในปี 2501 สถาปนาตนเองขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และมีผู้ Endorse ให้ด้วย ทำตนเป็นเผด็จการสมบูรณ์แบบ กฎหมายออกใหม่ทุกฉบับกลายเป็นประกาศคณะปฏิวัติ มีมาตรา 17 ตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร เอาไว้สั่งประหารชีวิตคนที่แกถือว่าเป็นภัยต่อชาติบ้านเมือง อย่างยิงเป้าคนที่ถูกจับว่าวางเพลิง ซึ่งภายหลังปรากฏว่ากลายเป็นว่าไม่ใช่คนเผา แต่เป็นแพะที่เอามายิงทิ้งเสียเพื่อเป็นการประกาศข่มขวัญประชาชนว่าแกมี อำนาจ

อ่านต่อ และ แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่


แล้วแกประกาศนโยบายประชานิยมประเภท “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ” ที่มีคนมาแอบแปลงกันเป็น “น้ำไม่ไหล ไฟริบหรี่ สามล้อห้ามขี่ กระหรี่ห้ามเช็ด” (ขอโทษนะครับ พี่ ๆ วัยหนุ่มแถวบ้านผมเขาร้องเล่นกันอย่างนี้และก็เป็นอย่างนี้จริง ๆ) หรือ “ทุกคนต้องทำงานหาเงิน ชาติที่จะเจริญต้องประหยัด” แต่ ธุรกิจการค้าในยุคนั้นเจ๊งกันระเนนระนาด แต่มีคนไม่กี่คนที่ใกล้ชิดกับอำนาจเท่านั้นที่ร่ำรวยขึ้น หนังสือพิมพ์ถูกเซ็นเซอร์ก่อนออกจำหน่ายทุกวัน ชาวบ้านห้ามบ่น เพราะจะมีคนคอยเตือนว่า ระวังมอสิบเจ็ด สถานการณ์แบบนี้มีอยู่นานจนจอมพลสฤษดิ์ตายไป ปรากฏว่าแกมีมรดกตกทอดมหาศาล ถ้าเป็นสมัยนี้อาจจะหลายหมื่นล้าน ให้บรรดาลูกเมียหลวงและเมียใหม่ฟ้องร้องแย่งชิงกันสนุกสนาน ก่อนที่จะโดนจอมพลถนอมลูกน้องเก่าแกนั่นแหละใช้ ม. 17 ยึดเป็นของแผ่นดินเสียจำนวนหนึ่ง

ความทรงจำเรื่องเผด็จการกลับมี มากกว่า เพราะโตขึ้นจนพอจะจำอะไรได้บ้าง เคยชื่นชมว่าประเทศกำลังพัฒนา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันคือการโฆษณาชวนเชื่อ ต้องตื่นเช้ามืดเพื่อที่จะไปสายและโดนหวดในเรื่องนี้ประจำ ทั้งที่เป็นคนเรียนเก่ง เนื่องจากบริษัทเดอเกรมองจากฝรั่งเศสมาขุดถนนทำท่อประปาจนพรุนไปหมด หลังมอบสินน้ำใจจำนวนมากแก่แม่ยายของจอมพลสฤษดิ์ แต่ไม่เคยสนใจว่าการขุดถนนของพวกเขานั้นทำให้รถติดขนาดไหน เผด็จการทำให้ผมลำบาก แต่ผมไม่มีสิทธิบ่น เพราะมันเป็นยุคเผด็จการ

สิ่ง ที่ผมไม่เคยลืมกลับเป็นความสนุกสนานในวัยเด็กมากและเป็นยุคประชาธิปไตย ได้ไปเที่ยวงานรัฐธรรมนูญ ได้นั่งรถไฟเล็กรอบสวนลุมพินี ได้เห็นร้านรวงที่มีพานรัฐธรรมนูญตกแต่งทุกร้าน ได้รู้ว่าในงานมีการประกวดนางสาวไทย แต่ไม่รู้ว่าพวกเธอสวยแค่ไหน เพราะยังทารกเหลือเกิน

แต่สิ่งที่ผมจำได้แม่นก็คือ คำขวัญของประเทศไทยในช่วงประชาธิปไตยนั้นมีสี่อย่าง คือ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญ” ไม่ใช่แค่สามอย่างแบบทุก วันชาติในวัยนั้นของผมคือ วันที่ 24 มิถุนายน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใครเอาวันชาติออกไปจากปฏิทินของประเทศไทย เมื่อได้เรียนวิชาหน้าที่พลเมืองสมัยมัธยม ที่ในตำราเรียนพยายามกล่าวถึงแบบข้าม ๆ เรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ไป ผมก็ยิ่งสงสัยว่า แล้ววันที่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตยมาเป็นประชาธิปไตย ซึ่งต้องถือว่าสำคัญมากนั้น ทำไมมันจึงถูกทำให้กลายเป็นวันที่ไม่สำคัญไปเสีย ใครทำและทำไปทำไม?

ผม มาเริ่มประจักษ์แจ้งเอาก็ตอนเรียนมอปลายและมหาวิทยาลัยว่า วันอย่าง 24 มิถุนา นั้นมันสำคัญสำหรับประชาชนเท่านั้น แต่เป็นวันแห่งแผลใจสำหรับชนชั้นสูงผู้ลากมากดีของประเทศนี้ จนต้องร่วมใจกันทำให้มันเลือน เลือนหายไป เพียงแต่มันทำไม่ได้ง่าย เพราะเมื่อคนเรียนรู้มากเข้า ก็เข้าใจแจ่มชัดว่าวันนั้นเมืองไทยได้เปลี่ยนอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ มาเป็นของราษฎรทั้งหลายแล้ว

จนถึงวันนี้ ความจริงที่ว่ามีความพยายามยักยอกอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศของราษฎรทั้ง หลายไปให้กลุ่มคนหยิบมือเดียวนั้นยังคงอยู่เหมือนเดิม การที่คนไทยมีโอกาสเลือกผู้นำประเทศของเราเองให้มาทำงานได้ครบสี่่ปีนั้น ได้พิสูจน์สัจจะที่ว่า ผู้นำประเทศที่มาจากความยินยอมพร้อมใจของประชาชน ย่อมจะุทำเพื่อประชาชน ทำให้ ฆ่าไม่ตาย สลายไม่สิ้น นี่เป็นสิ่งที่คนส่วนน้อยหวาดหวั่น ยิ่งคนไทยอยู่สบาย ไม่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ ก็ยิ่งจะเป็นปัญหากับคนส่วนน้อย เพราะเมื่อท้องอิ่มแล้ว สมองก็จะคิด ความคิดก็จะยิ่งแตกฉาน มองสังคมออกว่าอะไรเป็นอะไร เป็นอันตรายสำหรับคนส่วนน้อยที่ได้เปรียบในสังคม

ผม มาเรียกร้องความสำคัญให้วันที่ 24 มิถุนายน ไม่ได้มาขอให้เอากลับมาเป็นวันชาติในทันที เพราะรู้ดีว่าไม่อีซี่นัก แต่ขอให้ช่วยกันนำคุณูปการที่ถูกบิดเบือนปิดบังของผู้อภิวัฒน์ 2475 มาเผยแพร่กันให้มากที่สุด ท่านเหล่านั้นคือผู้กล้าและวีรชนของประเทศนี้ ถ้าไม่มีท่านเหล่านั้น คนไทยจะไม่ได้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ไม่มีนามสกุลครบกันทุกคน เพราะก่อน 2475 ชนชั้นสูงเท่านั้นมีนามสกุล แต่ไพร่ทั้งหลายไม่ค่อยมีกัน ไม่ได้เรียนหนังสือจนจบประถมเพราะการออกกฎหมายการศึกษาแห่งชาติบังคับให้ เด็กไทยทุกคนต้องได้เรียนหนังสือ ไม่มีความเท่าเทียมกันในความรัก เพราะมีกฎเหล็กห้ามไม่ให้เจ้านายฝ่ายหญิงแต่งงานกับสามัญชน ไม่มีเอกราชทางศาล จนกระทั่งรัฐบาลประกาศใช้ประมวลกฎหมายอันนานาชาติยอมรับว่าการยุติธรรมไทยมี มาตรฐานสากล (แต่ทุกวันนี้พวกเขาอาจจะไม่ชัวร์กันแล้วก็ได้ เพราะผลงานของพวกตุลาการวิบัติในช่วงสองสามปีนี้) ไม่มีโอกาสได้เรียนในมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองหรือมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ในวันนี้ ที่ผู้บริหารพากันลืมกำพืดของตนเองและมหาวิทยาลัยไปจนหมดสิ้น ฯลฯ และคนไทยจะไม่ได้อะไรอีกหลายอย่างที่คงจะได้นำมาเล่าให้ฟังกันอีกในโอกาส ข้างหน้า
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2009 เวลา 06:36 น.

21มิถุนาได้เวลาชาวสกลฯให้บทเรียนไอ้ห้อยจอมเนรคุณ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 มิถุนายน 2552

โค้งท้ายเลือกซ่อมสกลฯเล่นแรง บึ้มกำแพงวัดใกล้จุดปราศัยเพื่อไทย

เกิดเหตุระเบิดบริเวณกำแพงวัดลุมพินีวัน ใกล้พื้นที่ปราศรัยจุดสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย ในจังหวัดสกลนคร เคราะห์ดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด

เกิดเหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณริมรั้ววัดลุมพินีวัน บ้านกุดนาขาว อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นสถานที่ปราศรัยจุดสุดท้ายของพรรคเพื่อไทยมีการลงพื้นที่ก่อนเวลา 18.00 น.วันนี้ โดยแรงระเบิดส่งผลให้กำแพงวัดได้รับความเสียหาย โดยที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่าก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่ประชาชนที่เดินทางมารอฟังการปราศรัยของแกนนำพรรคเพื่อไทย ในระหว่างนั้นได้ยิงเสียระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้ง ทำให้ประชาชนต่างพากันวิ่งหนี

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว เพื่อเร่งติดตามตัวหาผู้กระทำผิดต่อไป

21มิถุนาถึงเวลาให้บทเรียนไอ้ห้อยจอมเนรคุณ

นักข่าวในสนามรายงานในบอร์ดประชาไท ว่า สำหรับบรรยากาศของการแข่งขันในโค้งสุดท้าย มีคนเดินแจกภาพพิมพ์สี่สี เป็นกระดาษขนาด A4 แบ่งเป็นสองส่วน ด้านซ้ายบนเป็นตัวอักษรสีแดงว่า “อดีต” ด้านล่างซ้ายเป็นรูปนายเนวิน ชิดชอบ กำลังกอด พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ตรงกลางด้านบนมีลูกศรสีขาวชี้ไปทางด้านขวา ด้านบนขวามีตัวอักษรสีน้ำเงินว่า “ปัจจุบัน” ส่วนด้านล่างขวาเป็นรูปนายเนวินกำลังกอดกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตรงกลางภาพมีตัวอักษรสีแดงว่า “21 มิถุนา ถึงเวลา ให้บทเรียนไอ้ซ่าจอมเนรคุณ

ด้านล่างเป็นตัวอักษรสีขาวว่า “เพื่อศักดิ์ศรีคนเมืองสกลนคร จาก... ชมรมคนอีสานต่อต้านเนรคุณ” ไปทั่วทั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 สกลนคร อันเป็นการสื่อความหมายว่า นายเนวินกอดได้ทุกคนเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง และสื่อถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 3 สกลนครไม่เลือกผู้สมัครในอุ้งมือของนายเนวิน ชิดชอบผู้เนรคุณต่ออดีตนายกๆ ทักษิณ ทำให้พลพรรคฝ่ายเบอร์ 1 พากันนั่งไม่ติดเก้าอี้ โดยเฉพาะนายอำเภอถึงกับสั่งการให้คนงานพากันตามเก็บไปทั่วทั้งเขตเทศบาลฯ

อีกด้านหนึ่งบุคคลระดับแกนนำของเบอร์ 1 ได้ออกจดชื่อเพื่อเตรียมยิงในช่วงสุดท้าย ข่าวแจ้งว่าเที่ยวนี้หัวละ 500 บาท ก่อให้เกิดความคึกคักขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง และโดยเฉพาะคนในสายของส.ส.จุมพฏ ทำงานกันอย่างทั่วถึง ต่างกับคนในสายของส.ส.มหาสารคาม และส.ส.เลย รู้สึกเงียบเหงาเพราะช่วงนี้ลูกพี่ต้องเข้าประชุมสภาเพื่อพิจารณางบประมาณ ปี 2553

จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากสายข่าวที่เกาะติดอยู่ในพื้นที่ ยืนยันว่าพลังเสื้อแดงยังสามารถสู้กับเงินที่จ่ายออกมาก่อนหน้านี้ได้สบายมาก แต่หาก 2 วันสุดท้ายมีการยิงหนักๆ อาจทำให้เป๋ได้ เพราะฝ่ายเบอร์ 2 ไม่มีอะไรเลย มีเสื้อแดงที่ใส่อยู่เพียงตัวเดียว แต่หากฝ่ายเบอร์ 2 มีทีเด็ดออกมาในช่วงนี้อาจเกิดปรากฏการณ์ “ต้มหัวคะแนน” ก็เป็นได้ ฉะนั้นจึงขอฝากเตือนมาว่า อย่ากระพริบตาโดยเด็ดขาด


จากเสียงชาวบ้านเขต 2 ชาววาริชภูมิ นิคมน้ำอูน วานรนิวาส พังโคน นายจุมพฎ ไม่ได้เกิดอีกแน่นอน ดับอนาถ แล้วก็เขตสว่างแดนดิน ตอนนี้ก็ถูกคนบุรีรัมย์ มาก่อความวุ่นวายทุกวันไม่มีหยุด การเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อเลยว่า ความยุติธรรมไม่มี เขาเอาเงินมาซื้อ เขาเอาคนมาขู่ทุกที่ทุกเวลา ไม่เป็นอันกินอันนอน เดือดร้อนไปหมด ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน อบต. นายก อบต. ข้าราชการถูกขู่ทุกรูปแบบ แข่งขันกันดีๆจะตายหรืองัย ทำไมคนบุรีรัมย์จะมามีอำนาจบังคับคนสกลนครได้ คนสกลเราทำไมไม่สู้บ้างละ ช่วยกันไล่ออกไปจากพื้นที่ มาดีเราไม่ว่า แต่นี่มาเหยียดหยามด้วยการข่มขู่ รีดบังคับจิตใต เอาเงินมาซื้อ200 300 บาท ให้เราทำตาม ขนาดยังไม่ได้ร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจนยังขนาดนี้ เกิดได้ไปเป็นผู้นำประเทศจะขนาดไหน หนี หนีไปให้ไกลๆ

'แดงทั้งโลก' รวบรวมกิจกรรมตั้งแต่ 20 มิถุนายน 2552

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าว thaienews
20 มิถุนายน 2552


*** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (1) -- สมุทรปราการ
.... ความจริงวันนี้ สัญจร แดงสมุทรปราการ เวลา 16.00 - 22.00 น. ณ. บริเวณ ตลาดนัด ตรงข้าม สภอ. สำโรงใต้ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย สมุทรปราการ
... โต๊ะจีน 600 โต๊ะๆ ละ 3,000 บาท (ท่านละ 300 บาท)... โต๊ะ VIP มีจำนวนจำกัด โต๊ะละ 5,000 บาท
...พบกับแกนนำ นปช. รุ่น 1 คุณวีระ , คุณจตุพร, คุณณัฐวุฒิ และแกนนำอื่น ๆ เช่น คุณก่อแก้ว พิกุลทอง, คุณอดิศร เพียงเกษ, อ.สุรชัย แซ่ด่าน, คุณวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย , คุณดารุณี กฤตบุญญาลัย และคุณวรชัย เหมะ (คุณเงาะ) ซึ่งเป็นแกนนำ และประธานชมรมแดงสมุทรปราการ เป็นต้น พร้อมทั้ง คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง คุณวิสา คัญทัพ คุณไพจิตร อักษรณรงค์ คุณมุข เมทินี และคุณอนุสรณ์ (พิธีกร)
... ซื้อบัตร และสอบถามได้ที่ -อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 6 หน้า DStation
...คุณสุทธินันท์ 081-834-8045 -อิมพีเรียล สำโรง ชั้น 4 ศูนย์จำหน่ายพระ ... คุณหน่อย 085-8484-524 และ คุณนิ 082-077-7510 ...คุณวันดี ซอยแบริ่ง 083-198-0382 ... คุณสุนิสา แกนนำบางพลี 085-666-7523 , 080-934-0407 ...คุณโดม แกนนำ พระประแดง 080-591-0489 ... เจ๊เล็ก ศูนย์จำหน่ายบัตร วัดบางด้วน 081-430-9448

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (2) -- บุรีรัมย์
... ขอเชิญร่วมงาน เปิดตัว >กลุ่มแดงสากล09 < (แดงบุรีรัมย์ 52) และเปิดตัว ว่าที่ ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ... เวลา 9.00 น. - 10.00 น. ร่วมทำบุญตักบาตร และถวายภัตราหารเพล ณ. บ้านเลขที่ 65 บ้านหนองเสม็ด ตำบลไทยเจริญ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ รับประทานอาหารร่วมกันและฟังการบรรยาย ... เวลา 12.00 - 18.00 น. ฟังการบรรยายธรรมมะกับการเมือง โดยพระมหาโชว์ ทสสุนีโย -เปิดตัว >แดงสากล09< ดร.สากล ศรีวันทา -ร่วมรับประทานอาหารและฟังการบรรยาย (ปราศรัยย่อย) บนเวที โดย คุณสุพร อัตถาวงศ์ (แรมโบ้อีสาน) -พบกับ อดีต สส. จังหวัดบุรีรัมย์ พลังประชาชน คุณโสภณ เพชรสว่าง -เจ้าภาพกล่าวปราศรัยปิดงาน ... เบอร์ประสานงาน 044-654-104 หรือ 080-770-6214

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (3) -- กรุงเทพฯ
... งานเปิดตัวสถานีวิทยุชุมชน คนรักไทย FM.95.25 MHz. ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ที่อาคารเดอะบีช เรซิเด้นซ์ รัชดาซอย 19

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (4) -- กรุงเทพฯ รามอินทรา
... เสวนาสุดยอดผู้นำ Cyber + 6 หัวข้อเรื่อง "จากหลังคีย์บอร์ดถึงหน้ารัฐสภา " เวลา 17.00 น เป็นต้นไป ที่ ร้านอาหารบ้านต้นซุง เลียบทางด่วน เอกมัย - รามอินทรา (ห้องแสงจันทร์) บัตรราคา 499 บาท ผู้ร่วมเสวนา อาทิ จาตุรนต์ ฉายแสง พงศ์เทพ เทพกาญจนา ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล, คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข,คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ฯลฯ อ่านรายละเอียดได้ที่ ลิงก์ หรือ ติดต่อ คุณที่ระลึก 084-0910707

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (5) -- กรุงเทพฯ ลาดกระบัง
...งานรวมพลคนเสื้อแดงของกลุ่มลาดกระบัง สวนหลวง ประเวศ ณ. ร้านป๋าบัตร ริมทางด่วนมอเตอร์เวย์ (แถบเดียวกับร้านบึงช่อน) จะเข้าทางถนนเฉลิมพระเกียรติก็ได้ เริ่มงาน 16.00 น. เป็นต้นไป มีคุณพรท อาจารย์สะอาด น้องกุ้ง คุณหนุ่มอุดร และคุณหนุ่มเสลภูมิ เป็นวิทยากร (และอาจจะมีคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข มาร่วมงานด้วย) บัตร 200 บาท อาหารบุฟเฟต์ ติดต่อได้ที่คุณวิรัช เบอร์ 082-4589948

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (6) --หาดปีกเตียน เพชรบุรี
...เสื้อแดงเพชรบุรี...เรียนเชิญ พี่น้องเสื้อแดง (เหลือง+น้ำเงินที่ได้รับผลพวงจาก รัฐบาลอภิสิทธิ) ....เที่ยวทะเลไทยไปหาดปึกเตียน ..โดยเฉพาะพี่น้องเสื้อแดง เขตตะวันตก....ประจวบฯ.. เพชรบุรี ..ราชบุรี..สมุทรสงคราม..สมุทรสาคร.. กาญจนบุรี นครปฐม.. เข้าฟังสัมนา ..'อนาคตประเทศไทย ในภาวะเศรษฐกิจ อภิสิทธิ เป็นรัฐบาล' ยุคภาษีอาน จะได้เตรียมใจ รับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า....โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ..จาก 111...ที่ห้องประชุม ชั้น 8 ปึกเตียนบีช คอนโดเทล หาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี.....เริ่ม.เวลา 10.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน และ เข้าห้องสัมนา 13.00 น. ถึงเวลา 16.00 น.****ฟรี****โทรสอบถาม 086-5481066

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (7) --สนามหลวง กรุงเทพฯ
...สมัชชาสังคมก้าวหน้า จัดการปราศรัยเพื่อเผยแพร่แนวทางรัฐสวัสดิการ การสร้างพรรคจากล่างสู่บน และต้านอำมาตยธิปไตย ตั้งแต่เวลา 17.00 น.

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (8) -- สายใหม กรุงเทพฯ
... กลุ่มสายใหมรักประชาธิปไตย ขอเชิญร่วมงาน "รวมใจเสื้อแดงสายใหม ทวงคืนประชาธิปไตย" 16.00 น - 20.00 น ณ ลานเอนกประสงค์ ตลาดสายใหม พบกับแกนนำรุ่น 1 และรุ่น 2 และศิลปินผู้รักประชาธิปไตย สนใจติดต่อ คุณ กาละแม โทร 085-9079589

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (9) -- ลำปาง
... ณ สนามกีฬากลางหนองกระทิง ลำปาง สำหรับผู้รักประชาธิปไตย พลาดไม่ได้
... บัตรผ่านประตู ท่านละ 100 บาท รายได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดงานสู้เพื่อประชาธิปไตยของชาวลำปาง

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (10) -- เชียงใหม่
... 'ดินเนอร์ทอล์คประชาธิปไตย' หาทุนให้สถานีวิทยุเสรีชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่ เวลา 17.00 – 23. 00 น.ณ.โรงแรม เชียงใหม่ภูคำ บัตรราคา 200 บาท (อาหารแบบบุฟเฟ่ต์)
... พบกับ ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ส.ส. วิทยา ทรงคำ ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ จัดโดย สถานีวิทยุเสรีชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่ FM. 89.50 MHz.

** เสาร์ที่ 20 มิ.ย.52 (11-13) -- สิงห์บุรี, อ่างทอง, นครปฐม
... มีการชุมุนมคนเสื้อแดงที่สามจังหวัดข้างต้น ผู้แจ้งข่าวไม่ได้บอกรายละเอียดสถานที่จัดงาน

** อาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.52 -- สตูล
... เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป เชิญพี่น้องผู้รักความเป็นธรรมและประชาธิปไตยทุกท่าน ที่อยู่ละแวก สตูล สงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีฯ กระบี่ พังงา ภูเก็ต ยะลา ปัตตานี และจากทั่วประเทศ พบปะจิบน้ำชา พูดคุย รับฟังสาระความรู้ เสวนาเรื่องการเมืองแบบคนใต้ ที่ร้าน นกน้ำ อ.เมือง สตูล (ริมทางหลวงสาย สตูล-ตรัง) บัตรราคา 200 บาท
... สำรองที่นั่งได้ที่ 082-2636508 มีวิทยากรรับเชิญ จากกรุงเทพ อาทิเช่น อ.สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ อ.วิภูแถลง

** อาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.52 -- USA
... Open House 'Red News USA' at Thailand Plaza, Hollywood, CA 90038
… 18-22 น. จะมีโฟนอินจาก ท่านทักษิน..ท่านอดิศร เพียงเกษ ...ดร. วิบูลย์ แช่มชื่น /
... บัตรราคา $30 อาหารและเครื่องดื่มพร้อม
... ติดต่อถามรายละเอียดและซื้อบัตรได้ที่ คุณวิไล 818/ 246-3229, คุณสนั่น 323/ 644-8254 คุณประเสริฐ 818/ 235-3258

** อาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.52 -- เชียงใหม่
... เชิญร่วมงานแนะนำหนังสือ 'ความจริง วิกฤตประชาธิปไตย .. 27 ประเด็นที่สังคมไทยต้องการคำตอบ' และร่วมสนทนากับ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง 13-15 น. ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่แอร์พอร์ท ลานกิจกรรมชั้น 3 หน้าลิฟท์แก้ว
... 13.00 น. ลงทะเบียน จำหน่ายหนังสือพร้อมลายเซ็นต์คุณจาตุรนต์ ฉายแสง
... 14.00 น. เปิดงานโดยสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย
... 14.10 - 15.00 น. สนทนา 'การเมืองต้องเป็นอย่างไร เมืองไทยจึงจะก้าวพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ' โดย คุณจาตุรนต์ ฉายแสง และ ศุภรัตน์ นาคบุญนำ

** จันทร์ 22 มิ.ย. 52 -- สามชุก สุพรรณบุรี
... แดงสามชุก ขอเชิญร่วมงาน เสวนาประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ณ ศาลาประชาคมจีนส่ามชุก โดยมีวิทยากรจาก สถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น นำทีมโดย คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรองและคณะ ผู้สนใจที่จะเข้าร่วมงาน ติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์ 087-1225892

** จันทร์-พุธที่ 22-24 มิ.ย.52 -- สนามหลวง กรุงเทพฯ
... มีการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง 'ทวงคืนประชาธิปไตย รื้อฟื้นวันชาติไทย 24 มิถุนายน' โดยในช่วงเช้า วันที่ 24 มิถุนายน 52 จะมีการร่วมทำบุญให้กับคณะราษฎร์ และอ่านแถลงการณ์คณะราษฎร์ที่หมุด 24 มิถุนายน 2475 พระบรมรูปทรงม้าด้วย

** อังคารที่ 23 มิ.ย.52 -- พัทยา ชลบุรี
... ชุมนุมเสื้อแดงภาคตะวันออก ที่พัทยา

** พุธที่ 24 มิ.ย.52 -- เชียงใหม่
... รำลึก ”วันชาติ” และสืบทอดประวัติศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย วันการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 เวลา13.30-17.00 น ศูนย์สตรีศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
... อ่านแถลงการณ์คณะราษฎร โดย ชำนาญ จันทรเรือง
... เสวนา เรื่อง วิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตประชาธิปไตย :อนาคตสังคมไทย โดย สมชาย ปรีชาศิลปะกุล, วรวิทย์ เจริญเลิศ,ไชยันต์ รัชชกูล, ธเนศ เจริญเมือง, วัฒนา สุกัณศีล, ชำนาญ จันทรเรือง ดำเนินรายการ พิธีกร สืบสกุลกิจจนุกร ..จัดโดย กลุ่มนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย ภาคเหนือ, แนวร่วมกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ(นกน.), กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐส

** พุธที่ 24 มิ.ย. 52 -- ยโสธร
... ผู้รักประชาธิปไตยจังหวัดยโสธร ร่วมใจจัดงาน คอนเสิร์ตเพื่อประชาธิปไตย ที่สวนสาธารณะพญาแถน ตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป พบกับนักร้องชื่อดัง รวมทั้งพิธีกรรายการความจริงวันนี้ รายละเอียดที่ ลิงก์


** เสาร์ที่ 27 มิ.ย.52 -- สนามหลวง กรุงเทพฯ
... ชุมนุมใหญ่ คนเสื้อแดง รวมพลังที่ท้องสนามหลวง ทวงประชาธิปไตย(แท้) ขับไล่โจรปล้นชาติ ล้มระบอบประชาธิปไตยซ่อนรูปอมาตยาธิปไตย อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชน

ร่วมกันเข้าใจวิกฤติในประเทศอิหร่าน

ที่มา Thai E-News


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
20 มิถุนายน 2552


การเดินขบวนและการปะทะกันระหว่างสองฝ่ายในประเทศอิหร่านหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทำให้เราเห็นสภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอิหร่าน

ถ้าเราจะทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเราต้องมองข้ามแนวโฆษณาชวนเชื่อของตะวันตกที่พยายามบิดเบือนสะภาพสังคมของสาธารณะรัฐอิสลามอิหร่าน และเราจำเป็นต้องระมัดระวังในการเลือกข้างระหว่างสองฝ่ายเพราะความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นสลับซับซ้อนพอๆกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่มาจากวิกฤติโลกและการกีดกันความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจโดยตะวันตก สังคมอิหร่านเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชนชั้นนำสองซีก ซึ่งทั้งสองซีกนี้ยังต้องการปกป้องสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและต้องการต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกา แต่ทะเลาะกันในเรื่องการจัดการภายใน

ซีกแรกของชนชั้นปกครองถูกเรียกว่า “พวกอนุรักษ์นิยม” ซีกนี้ต้องการจะได้ผลประโยชน์จากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ มีการรวมตัวกันภายใต้การนำของประธานาธิบดี อามาดินจาด (Ahmadinejad)

อามาดินจาด ชนะการเลือกตั้งในปี 2005 โดยมีนโยบายประชานิยมที่ใช้เงินจากน้ำมันเพื่อพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของคนจนทั้งในเมืองและชนบท เมื่อเขาขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีเขาสัญญาว่าจะกำจัดการคอรัปชั่นแต่ 4 ปีผ่านมาสังคมอิหร่านเต็มไปด้วยการคอรัปชั่น

ในปี 2008 นายพาลิสดา (Palizdar) ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สอบสวนการคอรั่ปชั่นในระดับสูงได้เขียนรายงานเปิดโปงการโกงกินของสถาบันชั้นสูงทั้งหลายของอิหร่าน แต่ถูกรัฐบาลจับกุมเข้าคุก

ซีกที่สองถูกตั้งชื่อว่า “ฝ่ายปฏิรูป” ขณะนี้นำโดย มุซาวิ (Mousavi) ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักของ อามาดินจาด ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมา ซีกของชนชั้นปกครองซีกนี้มองว่ารัฐบาลปัจจุบันสร้างความเสียหายผ่านการคอรัปชั่น เขาต้องการเปิดเศรษฐกิจและใช้แนวเสรีนิยมกลไกตลาด (ไม่ต่างรัฐบาลปัจจุบันตรงนี้)

มุซาวิ เคยเป็นนายกรัฐมนตรีท่ามกลางสงครามกับอิรัก ปี 1980-1988 หลายคนมองว่าเค้าบริหารเศรษฐกิจได้ดีในช่วงนั้น แต่เขาลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อมีการยุบตำแหน่งนี้ ก่อนหน้านี้ในปี 1997 ฝ่ายปฏิรูปนำโดย คะทามิ (Khatami) ซึ่งชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสองรอบ คือ 1997 และ 2001 แต่ในรูปธรรม คะทามิ ไม่ได้ปฏิรูปให้สังคมอิหร่านเปิดกว้างมากขึ้นแต่อย่างใด เขาจึงแพ้การเลือกตั้งในปี 2005 และ อามาดินจาด จากฝ่ายอนุรักษ์นิยมขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีแทน ประสบการณ์จากความล้มเหลวของ คะทามิ ทำให้ประชาชนและคนหนุ่มสาวที่หวังว่าจะมีการปฏิรูปสังคมท้อแท้หมดกำลังใจ

ข้อแตกต่างระหว่าง มุซาวิ กับ อามาดินจาด ไม่ได้อยู่ที่นโยบายเศรษฐกิจเพราะทั้งสองฝ่ายสนับสนุนแนวเสรีนิยมกลไกตลาดและการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และทั้งสองฝ่ายต่อต้านจักรวรรดินิยมสหรัฐอเมริกา

การที่มวลชนจำนวนมากโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวในเมืองเทหะหร่านสนับสนุนมุซาวิและฝ่ายปฏิรูป ก็เพราะเขาเบื่อหน่ายการคอรัปชั่นและต้องการพัฒนาประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพให้ดีขึ้น มุซาวิ สัญญาว่าจะตัดอำนาจของกอง “ตำรวจศีลธรรม” ที่คอยรังแกคนที่แต่งตัวไม่ถูกต้องตามความคิดของพวกพระอนุรักษ์นิยม เขาสัญญาว่าจะเพิ่มสิทธิเสรีภาพให้สตรี และบอกว่าจะนำตำรวจแห่งชาติมาอยู่ภายใต้อำนาจของประธานาธิบดี

ในขณะนี้กองกำลังทหารและตำรวจถูกควบคุมโดยพระคะเมนิ (Khamenei) ผู้นำสูงสุดที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและประชาธิปไตยอิหร่านเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบที่มีการควบคุมโดยคณะกรรมการพระมุสลิม อย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับสังคมอาหรับหรือสังคมอื่นในตะวันออกกลางประเทศอิหร่านถือว่ามีพื้นที่ประชาธิปไตยค่อนข้างสูง และมีประวัติอันยาวนานของการต่อสู้ของขบวนการประชาธิปไตย ขบวนการปฏิรูปสังคม ขบวนการแรงงาน และขบวนการสิทธิสตรี

สำหรับนักสังคมนิยมสากล เราสนับสนุนข้อเรียกร้องของคนหนุ่มสาวที่ต้องการลดอิทธิพลของพระอนุรักษ์นิยมที่เข้าไปก้าวก่ายวิถีชีวิตส่วนตัว เราสนับสนุนสิทธิสตรีและขบวนการแรงงาน แต่เราจะไม่ไปจับมือกับรัฐบาลจักรวรรดินิยมสหรัฐอเมริกาหรือหลงคิดว่าประธานาธิบดีโอบาม่าและคณะมีความหวังดีต่อประชาชนอิหร่าน

นอกจากนี้เราคัดค้านค้านเสรีนิยมกลไกตลาดของทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปฏิรูปหรือฝ่ายอนุรักษ์นิยม และเรามีความหวังว่าขบวนการคนหนุ่มสาวที่ต้องการปฏิรูปสังคมจะสามารถก้าวพ้นการนำอัน “คับแคบ” ของมุซาวิ

โดยเชื่อมโยงข้อเรียกร้องที่เป็นประโยชน์กับคนจนกับข้อเรียกร้องให้เปิดกว้างทางประชาธิปไตย

Time: In Thailand, A New Party Tries to Take Back the Swastika พรรคการเมืองใหม่พยายามจะดึงสัญลักษณ์สวัสดิกะ (Swastika) กลับมา

ที่มา Thai E-News

โดย Hannah Beech
ที่มา Time
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

ในประเทศไทย พรรคการเมืองใหม่พยายามจะดึงสัญลักษณ์สวัสดิกะ (Swastika) กลับมา




เด็กๆกำลังจุดเทียนเป็นรูป Swastika ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของชาวฮินดูเพื่อฉลองเทศกาล Diwali ในอินเดียเมื่อเดือนพฤษจิกายนปี 2004


เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ (New Politics Party หรือ NPP) เผย logo ของพวกเขา ซึ่งปกติมันเป็นขั้นตอนธรรมดาสำหรับประเทศที่พรรคการเมืองไปๆมาๆเหมือนหน้ามรสุม แต่สัญญลักษณ์ เหลือง-เขียวของพรรค NPP ก่อให้เกิดการโต้เถียงไม่เฉพาะกับโทนสียุค 1970 ที่แคลงใจ แต่เพราะมันดูเหมือนสัญลักษณ์ Swastika

ชาวเอเซียไม่พึงพอใจซึ่งก็สมควรอยู่ ที่ Adolf Hitler ขโมยเครื่องหมายทางศาสนาที่เก่าแก่ซึ่งหมายถึงความโชคดีและสันติภาพและเปลี่ยนมันไปเป็น logo อย่างไม่เป็นทางการของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และความเกลียดชังสีผิว ศาสนาทางโลกตะวันออกจากฮินดูและเชนไปจนถึงศาสนาพุทธ มีความศรัทธาต่อสัญลักษณ์ Swastika แม้กระทั่งในยุโรปก่อนยุคนาซี เครื่องรางนำโชคนี้ถูกประดับลงบนหลายอย่างจากศิลปะของพวก Celtic ถึงเหรียญรางวัลทหารอากาศของชาว Finland บทประพันธ์ชิ้นแรกเมื่อปี 1904 ของ Rudyard Kiplings ชื่อ Traffics and Discoveries มีสัญลักษณ์ Swastika อยู่บนหน้าปก ซึ่งเป็นเครื่องหมายของมิตรภาพกับประเทศอินเดียที่เขาเกิด

แน่นอน ผู้นำเยอรมันได้ปลดความโชคดีออกจากสัญลักษณ์นี้ในโลกตะวันออก และการใช้เครื่องหมายนี้อย่างต่อเนื่องโดยกลุ่ม neo-Nazi ใหม่ - แม้กระทั่ง Charles Manson (ฆาตรกรต่อเนื่อง) ที่เฉือนหน้าผากตัวเองเป็นรูปนี้ - มันทำให้ไม่สามารถรื้อฟื้นความหมายเดิมมันกลับมา

แต่ในแถบเอเซีย เครื่องหมาย Swastika ยังบ่งบอกถึงความเป็นมงคล ดิฉันยังจำได้ตอนที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นหลายปีมาแล้วและได้เห็นสีหน้าตกอกตกใจของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่ผ่านมาเจอการแต่งต้นไม้พุ่มเป็นรูป Swastika บนเขาใกล้วัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งโดยแท้จริงแล้ว บนแผนที่ของญี่ปุ่น วัดวาอารามจะถูกตราไว้ด้วยสัญญลักษณ์ Swastika เหมือนกับที่โบสถ์ถูกตราไว้ด้วยเครื่องหมายกางเขน (เพื่อให้ชัดเจน เครืองหมาย Swastika ของญี่ปุ่น หรือ Manji มันหันหน้าทวนเข็มนาฬิกา ส่วนสัญลักษณ์ของ Nazi มันไปทางด้านเข็มนาฬิกา เช่นกัน ชาวทิเบต ซึ่งเชื่อว่าสัญลักษณ์นี้เป็นตัวแทนของฝีก้าวของพระพุทธ ประดับกำแพงและร่างกายด้วยสัญลักษณ์นี้

พรรค NPP ซึ่งผูกตนเองเป็นแนวร่วมกับกษัตริย์ชาวพุทธของไทย สันนิฐานว่าคงจะกำลังค้นหาเครื่องหมายทางศาสนาที่มีพลังเพื่อเป็น logo ใหม่ของพวกเขา ซึ่งก็มีเหตุผลอยู่ แต่เครื่องหมาย Swastika มีความหมายที่หนักหน่วงอยู่สำหรับชาวโลก พรรค NPP เป็นผลของการเคลื่อนไหวข้างถนนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (PAD) ถึงแม้ว่ามีชื่อดังกล่าว ไม่เชื่อในประสิทธิภาพของระบอบหนึ่งคนหนึ่งเสียง เมื่อปีที่แล้วพันธมิตรเสื้อเหลืองเข้ายึดสนามบินนานาชาติของกรุงเทพ ทำให้ต้องปิดสนามบินอยู่หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่รัฐบาลที่พวกเขาต่อต้านจะถูกขับไล่ออกไปโดยคำตัดสินของศาล การเข้ายึดสนามบินทำให้การท่องเที่ยวทรุดลงและทำให้เกิดภาพลักษณ์ของความไม่มีเสถียรภาพของประเทศตั้งแต่นั้นมา การเลือกที่จะใช้สัญญลักษณ์ที่น่าถกเถียงดังกล่าวอาจทำร้ายชื่อเสียงของพรรค NPP ซึ่งไม่ว่าพวกเขาจะใช้เครื่องรางกี่อันก็ตาม มันไม่เป็นมงคลเอาซะเลย

In Thailand, A New Party Tries to Take Back the Swastika

By Hannah Beech / Bangkok

In early June, the founders of Thailand's New Politics Party (NPP) unveiled their logo — usually a routine procedure in a country where new parties seem to come and go with the monsoons. But the yellow-and-green symbol of the NPP has generated controversy not just for its questionable 1970s color scheme but because it resembles a swastika.

Asians are rightly miffed that Adolf Hitler hijacked an ancient religious symbol of luck and peace and turned it into the unofficial logo for genocide and racial hatred. The swastika symbol is venerated in eastern religions ranging from Hinduism and Jainism to Buddhism. Even in pre-Nazi Europe, the good-luck talisman adorned everything from Celtic art to Finnish Air Force medals. A 1904 first-edition copy of Rudyard Kipling's Traffics and Discoveries has a swastika on the cover, a sign of his kinship with India where he was born. (See pictures of the 2008 protests in Bangkok.)

Naturally, the Führer stripped the luck from the sign in the West, and its continuing use by neo-Nazi groups — not to mention Charles Manson slicing the symbol onto his forehead — prevents its rehabilitation. But in Asia the swastika still connotes all things auspicious. I remember traveling in Japan years ago and watching the shocked faces of American tourists coming across a giant topiary swastika that adorned a hillside near a famous temple. In fact, on some Japanese maps, temples are denoted with a swastika, just as churches are symbolized by a cross. (For the record, the Japanese swastika, or manji, faces counter-clockwise, while the Nazi symbol goes clockwise.) Similarly, Tibetans, who believe the symbol represents the Buddha's footsteps, adorn their walls or bodies with the token.

The NPP, which has aligned itself closely with Thailand's Buddhist King, was presumably reaching for a potent religious symbol as its new logo. Fair enough. But the swastika carries a lot of global baggage. The NPP is an outgrowth of a street-protest movement called the People's Alliance for Democracy (PAD), which, despite its name, is skeptical of the efficacy of a one-man-one-vote system. Last year, the yellow-shirted PAD besieged Bangkok's international airport, forcing its closure for a week before the government it was protesting was ousted from office by a court ruling. The airport takeover dented Thailand's tourism industry and contributed to an aura of instability that has enveloped the country since. Choosing such a contentious symbol could further harm the NPP's fledgling reputation. No matter how many ancient talismans are used, that's hardly auspicious.

พสกนิกรไทยปลาบปลื้ม Forbesเทิดพระเกียรติในหลวงมั่งคั่งที่สุดในโลก2ปีติดต่อกัน

ที่มา Thai E-News


แปลและเรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา นิตยสารฟอร์บส

อ่านรายละเอียดข่าวฉบับเต็ม:อีกครั้ง สำหรับราชวงศ์ที่มั่งคั่งที่สุดในโลก

นิตยสารฟอร์บส์ออนไลน์ยังจัดอันดับให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นพระราชวงศ์ที่มั่งคั่งที่สุดของโลก ในบรรดาพระราชวงศ์ที่ทรงมั่งคั่งที่สุดในโลก 15 พระราชวงศ์ประจำปี 2552 อันเป็นการรักษาอันดับที่ 1 ไว้ได้ต่อเนื่องจากปีก่อนนี้


โดยฟอร์บส์ระบุว่าทรงมีพระราชทรัพย์รวม 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(ราว1,020,000ล้านบาท)ลดลงจากปีก่อนราว 5 พันล้านเหรียญ(ราว170,000ล้านบาท)ทั้งนี้เนื่องจากการลดลงของมูลค่าสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์และราคาหุ้นที่ถือโดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสำนักงานที่พระองค์ท่านมีพระราชอำนาจในการจัดการ

วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศได้มีผลกระทบต่อพระราชทรัพย์ให้ลดลงไปด้วย

ฟอร์บส์รายงานว่า พระเจ้าอยู่หัวของไทยทรงครองสิริราชย์สมบัติยาวนานที่สุดในโลก พระองค์ได้รับการเคารพสักการะเยี่ยงพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ทรงพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา ได้รับการศึกษาในสวิตเซอร์แลนด์ ทรงพระราชอำนาจในราชณาจักรที่แบ่งแยกคนในชาติออกเป็นชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง และประชาชนในชนบท

วิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกสร้างผลกระทบให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในราชอาณาจักรไทย พระราชวงศ์ไทยมีอำนาจจัดการทรัพย์สินในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชน เช่น เครือซิเมนต์ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และการเป็นเจ้าของที่ดินมหาศาล รวมทั้งที่ดินกว่า3,500 เอเคอร์ในเขตกรุงเทพฯที่จัดการดูแลโดยสำนักงานทรัพย์สินฯ

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยย้ำว่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่ถูกจัดการเพื่อประเทศชาติ

ฟอร์บส์ระบุด้วยว่า ความมั่งคั่งของราชวงศ์มาจากมรดกตกทอดหรือตำแหน่งทางอำนาจ มักจะถูกแบ่งปันกันในเครือญาติ และหลายๆครั้งที่มันหมายถึงเงินที่ถูกควบคุมโดยราชวงศ์ในรูปของกองมรดก (trust) สำหรับประเทศหรืออาณาเขต และด้วยเหตุผลนี้ ราชวงศ์ทั้ง 15 ราชวงศ์ในรายชื่อนี้ขาดคุณสมบัติที่จะถูกจัดอันดับประจำปีของเราในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุด ไม่ว่าเขาจะมีสินทรัพย์เท่าไร

ยกตัวอย่างเช่น กษัตริย์ Mswati ที่ 3 ของ Swaziland เป็นผู้รับผลประโยชน์ของ 2 กองทุนที่จัดตั้งขึ้นโดยบิดาของเขาใน trust ของประเทศ Swaziland ในช่วงที่ครองราชย์เขามีอำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จในการใช้เงินที่เป็นรายได้จาก trust นั้น ซึ่งทำให้เขาสามารถสร้างราชวังให้กับมเหสี 13 พระองค์และพำนักอยู่ในโรงแรมระดับ 5 ดาวเมื่ออยู่ต่างประเทศ

เช่นเดียวกัน เรารวมทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของไทยในส่วนของทัรพย์สินของกษัตริย์ภูมิพลเพราะพระองค์เป็นผู้มีอำนาจเต็มในกองมรดก (trustee) อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยไม่เห็นด้วยและออกมาประกาศว่าทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สมบัติส่วนพระองค์ของกษัตริย์ แต่สำนักงานทรัพย์สินครอบครองและบริหารทรัพย์สินของสถาบันกษัตริย์ในนามของประชาชนชาวไทย

ตรงกันข้าม ราชวัง Buckingham และเครื่องเพชรของราชวงศ์ถือว่าเป็นสมบัติของชนชาติอังกฤษ ไม่ใช่ของพระราชินี Elizabeth เพราะฉะนั้นมันไม่ถูกนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินของพระองค์ แต่ทรัพย์สมบัติของพระองค์มาจากอสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษและสก๊อตแลนด์ ภาพศิลปะ อัญมนี และแสตมป์สะสมโดยพระอัยกา

พระราชวงศ์ที่มั่งคั่งที่สุดของโลกปี2552จัดโดยForbes

1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช, ราชณาจักรไทย
พระราชทรัพย์: 30 พันล้านดอลลาร์ (ลดลงจากปีก่อน 5 พันล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ:81

2.Sultan Haji Hassanal Bolkiah, บรูไน
พระราชทรัพย์: 20 พันล้านดอลลาร์ (ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน)

พระชนมายุ: 62

3.Sheikh Khalifa Bin Zayed Al Nahayan, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
พระราชทรัพย์: 18 พันล้านดอลลาร์ (ลดลง 5 พันล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 61

4.King Abdullah bin Abul Aziz, ซาอุดิอาระเบีย
พระราชทรัพย์: 17 พันล้านดอลลาร์ (ลดลง 4 พันล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 85

5.Sheikh Mohammed Bin Rashid Al Maktoum, ดูไบ
พระราชทรัพย์: 12 พันล้านดอลลาร์ (ลดลง6 พันล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 59

6.เจ้าชายฮานส์-อาดัมที่ 2 แห่งลิกเตนสไตน์
พระราชทรัพย์: ๑๒๒,๕๐๐ ล้านบาท (ลดลงจากปีที่แล้ว ๕๒,๕๐๐ ล้านบาท)
พระชนมายุ: 64 พรรษา

7.King Mohammed VI, โมร็อคโค
พระราชทรัพย์: 2.5 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่ม1 พันล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 45

8.Sheikh Hamad bin Khalifa Al Thani, การ์ตาร์
พระราชทรัพย์: 2 พันล้านดอลลาร์ (ไม่เปลี่ยนแปลง)

พระชนมายุ: 57

9.Prince Albert II, โมนาโค
พระราชทรัพย์: 1 พันล้านดอลลาร์ (ลดลง400ล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 51

10.Prince Karim Al Husseini, Aga Khan
พระราชทรัพย์: 800 ล้านดอลลาร์ (ลดลง 200 ล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 72

11.Sultan Qaboos bin Said, โอมาน
พระราชทรัพย์: 700 ล้านดอลลาร์(ลดลง400ล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 68

12.Queen Elizabeth II, สหราชอาณาจักร
พระราชทรัพย์: 450 ล้านดอลลาร์ (ลดลง200 ดอลลาร์)

พระชนมายุ: 83

13.Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al Sabah, คูเวต
พระราชทรัพย์: 400 ล้านดอลลาร์ (ลดลง 100 ล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 80

14.Queen Beatrix Wilhelmina Armgard,เนเธอร์แลนด์
พระราชทรัพย์: 200 ล้านดอลลาร์ (ลดลง100 ล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 71

15.King Mswati III, สวาซิแลนด์
พระราชทรัพย์:100 ล้านดอลลาร์(ลดลง 100 ล้านดอลลาร์)

พระชนมายุ: 41


กระทรวงการต่างประเทศชี้แจง กรณีบทความพิเศษของนิตยสาร Forbes เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุด

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ฟอร์บสได้จัดอันดับให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยเป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยอ้างว่าก่อนหน้านั้นนับเฉพาะทรัพย์สินส่วนพระองค์มีอยู่ราว 5 พันล้านดอลลาร์ เป็นอันดับที่ 5 ของโลก แต่ฟอร์บส์เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมีพระราชอำนาจในการจัดการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ด้วย จึงนำทรัพย์สินดังกล่าวมารวมเป็น 35 พันล้านเหรียญฯจึงถือว่าร่ำรวยที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงว่า กรณีที่นิตยสาร Forbes ได้เผยแพร่บทความพิเศษเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ประจำปี พ.ศ. 2551 และได้จัดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่ ในลำดับแรก ของพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดนั้น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ชี้แจงว่า บทความดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากว่า ทรัพย์สินที่บทความนำมาประเมินนั้น ในความเป็นจริง มิใช่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ แต่เป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันกับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่น ที่บทความเดียวกันนี้ไม่ได้จัดอันดับฐานะความร่ำรวย เพราะทรัพย์สินต่างๆ ไม่ใช่ของกษัตริย์ หากแต่เป็นของคนทั้งชาติ

สำนักงานทรัพย์สินฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "ที่ดิน" ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนใหญ่หน่วยงานราชการ องค์กรสาธารณะกุศลเป็นผู้ใช้ประโยชน์ และจัดให้ประชาชน ที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย รวมทั้งชุมชนอีกกว่าหนึ่งร้อยแห่ง เช่าในอัตราที่ต่ำ มีเพียงส่วนน้อยประมาณ 7% ของที่ดิน ที่จัดให้เอกชนเช่าและจัดเก็บในอัตราเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปยังนิตยสาร Forbes แล้ว

อย่างไรก็ดีแม้กระทรวงต่างประเทศชี้แจงไปในปีที่แล้ว แต่มาในปีนี้ฟอร์บสยังคงจัดอันดับให้ในหลวงเป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่2 โดยฟอร์บสอ้างว่า เพราะในหลวงมีพระราชอำนาจในการจัดการในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

Friday, June 19, 2009

สะเปะสะปะ

ที่มา ไทยรัฐ

ไม่รู้ว่าพลาดหรือคิดอย่างนั้นจริงๆ กับกรณีที่ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาพูดในรายการวิทยุว่า การกู้หนี้ยืมสินของรัฐบาลนั้น ประชาชนไม่ต้องใช้หนี้ แต่รัฐบาลจะเป็นผู้ใช้หนี้เอง

ประชาชนไม่ได้กินแกลบกินรำ

ผมคงไม่ต้องอธิบายซ้ำเติมอะไรมาก แต่เกรงว่าจะกระทบต่อ วุฒิผู้นำและวิสัยทัศน์ ของท่านนายกฯ อย่างที่ผมเคยเกริ่นเอาไว้บ้างแล้วว่า การเมืองยุคนี้คิดจะเป็นนายกฯไม่ใช่เรื่องยาก ขอให้มีเส้นมีทุนทหารหนุนก็พอ แต่การจะเป็นผู้นำประเทศเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา

ด้วยมาตรฐานคนเป็นผู้นำที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำเอาไว้ ทำให้ประชาชนหูตาสว่างขึ้นเยอะ เอาเถอะ เรื่องอย่างนี้พิสูจน์ได้ไม่ยาก ดังจะนำข้อมูลด้านเศรษฐกิจจากคณะเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูปมหาวิทยาลัยรังสิตโดย ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ มาเสนอ

"จากกรณีที่เศรษฐกิจโลกติดลบเกือบร้อยละ 2 ชี้เศรษฐกิจไทยจะเจอกับภาวะเงินฝืด เข้าสู่เศรษฐกิจถดถอยหรือ Technical Recession แล้วตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 คาดว่าคนตกงานสูงกว่าตัวเลขประมาณการของทางการอย่างมาก จะว่างงานไม่ต่ำกว่า 1.4 ล้านคน

คาดว่าเศรษฐกิจจะกระเตื้องในไตรมาส 4 แต่ก็จะเจอกับปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นอุปสรรคในการฟื้นตัว การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมจะทำให้เกิดวิกฤติทางการเมืองรอบใหม่

ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวในระดับ 60-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับต่ำ แต่ต้นทุนการกู้ยืมเงินจะสูงขึ้นจากเงินเฟ้อที่ติดลบและอาจจะเกิดสภาวะกับดักสภาพคล่อง

ทางการควรเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทที่แข็งค่าเนื่องจากดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่อง ดัชนีหลักทรัพย์มีโอกาสทดสอบระดับ 680-700 จุด และจะมีการปรับตัวครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี

ประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย อาทิ สหรัฐฯการขยายตัวติดลบร้อยละ 3.5 ยุโรปติดลบร้อยละ 3.3 ญี่ปุ่นติดลบมากหน่อยร้อยละ 5.8 ส่วนในเอเชีย อัตราการเจริญเติบโตในจีนกลับเป็นบวกร้อยละ 7 อินเดียบวกร้อยละ 6 โดยรวมเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นในรูปตัว V ตกจนถึงจุดต่ำสุดก็จะขึ้นมาทันที

ส่วนเศรษฐกิจบ้านเราน่าจะติดลบทั้งปีระหว่างร้อยละ 2.5-3.5 ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจก็คือการบริโภคและการลงทุน ทั้งปีจะติดลบมากกว่าร้อยละ 17.5 อัตราการขยายตัวของภาคส่งออกในปีนี้จะติดลบที่ร้อยละ 18.5 ซึ่งต่างจากเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ ค่อนข้างมาก"

ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นคำตอบให้รัฐบาลได้คิดว่าควรจะวางยุทธศาสตร์ด้านการค้ากับประเทศใดแค่ไหน ที่ไปกู้ไปยืมมาแล้วหวังว่าเอาเงินภาษีที่คิดว่าจะเก็บได้มากขึ้นไปใช้หนี้เป็นไปได้หรือไม่ แล้วที่ชาวรากหญ้าตกงานว่างงานจะทำอย่างไร เอะอะก็จะแจกเช็คท่าเดียว สะเปะสะปะ เหมือนเด็กเล่นขายของ ใช่ไม่ใช่.

"หมัดเหล็ก"

จับดาราเสื้อแดงข้อหาไล่ล่าทรราช เตี้ยลุอำนาจตามล้างสั่งยกเลิกละครทีวี บี้สุรนันท์หลุดช่อง11

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 มิถุนายน 2552

จับดารานายแบบเสื้อแดง "เมธี อมรวุฒิกุล"หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ รัฐบาลหุ่นเชิดเช็กบิลแค้นขึ้นเวทีหน้าทำเนียบคืนวันที่12เมษาฯประกาศไล่ล่าทรราชมาร์ค เจ้าตัวไม่สะทกแฉโดนไอ้เตี้ย"สาทิตย์ วงศ์หนองเตย"ทำหนังสือขอความร่วมมือไปถึงทีวีทุกช่อง จนถูกยกเลิกละครไปแล้วถึง 2 เรื่อง ล่าสุดลุแก่อำนาจปลด"สุรนันท์เวชชาชีวะ"พ้นช่อง11ด้วย


เมื่อเวลา 02.00 น.วันนี้ (19 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ ตม.ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทอช.) เข้าจับกุมนายเมธี อมรวุฒิกุล อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 279 ถนนวรจักร แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ดารานายแบบชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1697/2552 ลงวันที่ 15 มิ.ย.52 ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้ที่มีหน้าที่สั่งการ ,ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ,ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมณ ที่ใดๆตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปในท้องที่กรุงเทพมหานคร หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเจ้าตัวเดินทางกลับมาจากประเทศเวียดนาม ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต โดยมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และพ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ดุสิต ร่วมทำการสอบปากคำ

หลังสอบปากคำนายเมธี เปิดเผยว่า ช่วงที่กลุ่มเสื้อแดงมีการชุมนุม ตนเคยไปขึ้นเวทีอยู่ 2 ครั้ง คือก่อนรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 1 ครั้ง และหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 1 ครั้ง ซึ่งตนก็ทำใจแล้วว่าจะต้องถูกออกหมายจับแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ จนวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนก็เดินทางไปประเทศเวียดนาม และมาทราบว่า ตัวเองถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. จึงเดินทางกลับในวันนี้ ซึ่งตนก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะเดินทางเข้ามอบตัวเลยทันที แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน ทั้งนี้ตนขอให้การปฏิเสธ และได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท มายื่นขอประกันตัวแล้ว

"ตอนนี้ผมถูกยกเลิกละครไปแล้วถึง 2 เรื่อง สาเหตุก็เพราะนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ว่าขอความร่วมมือเกี่ยวกับกับผลงานของดาราที่ขึ้นเวทีเสื้อแดง" นายเมธี กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นจะควบคุมตัวนายเมธีไว้ที่ สน.ดุสิต ก่อน หลังจากนั้นจะเสนอเรื่องให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.เป็นผู้พิจารณาเรื่องการขอประกันตัวภายใน 24 ชม. จากนั้นก็จะปล่อยตัวไปชั่วคราว และหากทำสำนวนเสร็จเรียบร้อยแล้วพนักงานงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ก็จะเรียกตัวมาส่งอัยการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายเมธี อมรวุฒิกุล นั้น ได้ขึ้นเวทีของกลุ่มเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งกล่าวกับผู้ชุมนุมว่า จะไม่ยอมให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เหยียบแผนดินไทยอีกต่อไป และกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า “วันนี้คนเสื้อแดงถือว่าเสียสละ แม้โดนตัดสัญญาณดีสเตชั่น เหมือนวันวิสาขบูชาที่เรามาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย ผมเห็นวีรบุรุษวันนี้ที่เอาตัวเข้าแลกกับทรราชจนได้รับบาดเจ็บ และสุดท้ายอยากให้พี่น้องร่วมมือกันรวมเป็นหนึ่งเดียว เพราะผมอยากจะรู้ว่ามันจะมีเลวอะไรอีก อยากให้พรุ่งนี้พี่น้องช่วยกันปฏิบัติการไล่ล่าไอ้ทรราช”

หมายเหตุ:ฟังคลิปเสียง"เมธี"พูดบนเวทีหน้าทำเนียบคืนวันที่12เม.ย.52 คลิ้กที่นี่

แทรกแซงสื่อปลดสุรนันท์พ้นช่อง11อีกราย

กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า แหล่งข่าวจากช่อง 11 เปิดเผยว่า เมื่อตอนสายของวันที่ 15 มิ.ย. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯที่ดูแลสื่อรัฐ ได้ต่อโทรศัพท์สายตรงไปยังผู้บริหารของช่อง 11 ให้มีคำสั่งปลดนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งผู้วิจารณ์หรือ commentator ของรายการนิวส์ไลน์ (News line) ทางช่อง 11 ที่ออกอากาศทุกเช้าวันจันทร์-ศุกร์ แบบสายฟ้าแลบ ทั้งนี้สาเหตุที่นายสุรนันทน์ ถูกปลด เพราะอาจถูกมองว่า เคยเป็นรัฐมนตรีในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่นายสุรนันทน์ได้แยกตัวออกมาจากพรรคไทยรักไทยและไม่ได้มีความ เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน

อีกทั้งหนังสือคำสั่งให้ปลดนายสุรนันทน์ ยังระบุว่าเทปบันทึกรายการล่วงหน้าที่มีนายสุรนันทน์เป็นผู้วิจารณ์อยู่ ให้ระงับการนำมาออกอากาศ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่มีคำสั่งนี้ออกไปทันที

เรื่องที่ถูกปลดออกจากรายการนี้ นายสุรนันทน์ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านเวบไซท์ส่วนตัวใน Facebook.com โดยบอกเพียงแค่ว่า ตัวเขาเองไม่ได้รับอนุญาติให้ออกความเห็นในรายการ Newsline แล้ว และ สาเหตุน่าจะมาจากการออกความเห็นของตนเองในรายการ News line ที่หลายๆครั้งตนเองมักพูดตรงเกินไป ซึ่งอาจทำความไม่พอใจให้กับคนในรัฐบาลได้

ฝ่ายค้านสรุปการอภิปราย พ.ร.บ.งบรายจ่ายปีงบ 53

ที่มา MCOT News คลิ้กที่นี่ชมรายละเอียด


รัฐสภา 18 มิ.ย.-การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 วันที่สอง ฝ่ายค้านกำลังสรุปการอภิปราย .-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-06-18 23:41:32