WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, June 22, 2009

รัฐมนตรีสาธารณสุข เสนอแต่งตั้ง 2 อดีตผู้พัวพันทุจริตยา

ที่มา ประชาไท

21 มิ.ย.52 - รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายวิทยา แก้วภารดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสนอ ร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ” ทั้งสิ้น 10 คน ตามความในข้อ 4 (29) ของ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ.2551 (บังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 25 ธันวาคม 2551) อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวว่า มี 2 คน ที่เคยมีข้อกล่าวหาว่าพัวพันทุจริตยาในอดีตที่ทำให้นายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขถูกจำคุกในเวลาต่อมาแต่กลับมีการเสนอชื่อแต่งตั้งให้มาพัฒนาระบบยาแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีการเสนอชื่อผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่เคยมีบทบาทใดๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภคมาเป็นกรรมการ ซึ่งผิดจากร่างเดิมที่เคยเตรียมการที่จะเสนอเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยจิตเวชได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจาก คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมติเห็นชอบ(ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551) ให้เพิ่มยาริสเพอริโดน( Risperidone )ชนิดเม็ด และ ยาเซอร์ทราลีน (Sertraline) ชนิดเม็ด สำหรับใช้รักษาอาการผู้ป่วยจิตเภทและผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ครอบคลุมอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ทันทีที่ได้รับการบรรจุเข้าอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่การพิจารณาเรื่องนี้ทำไม่ได้ เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบยังไม่แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ จึงยังไม่มีการพิจารณายาสำหรับผู้ป่วยจิตเวช
โดยในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนนี้ ตัวแทนเครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสาธารณสุขและผู้บริโภค นำโดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ จะเข้าพบนายวิทยา แก้วภารดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแสดงความกังวลต่อการเตรียมแต่งตั้งผู้เคยพัวพันทุจริตยาดังกล่าวมาเป็นคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ รวมถึงความล่าช้าที่เกิดขึ้น และจะหารือเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขที่ภาคประชาสังคมยังคงมีความเห็นแตกต่างกับทางกระทรวงสาธารณสุขอย่างมาก โดยการหารือจะมีขึ้นในเวลา 14 นาฬิกาที่กระทรวงสาธารณสุข

The Thin Red Line เสื้อแดงเดือนเมษา ตอน 4 - ความตึงเครียด ในอ้อมโอบทหารและเอ็มสิบหก

ที่มา ประชาไท

กรกช เพียงใจ

ใครบางคนบอกว่า “ข้อเท็จจริง” (fact) นั้นแตกต่างจาก “ความจริง” (truth)
บันทึกนี้จึงอาจกล่าวอ้างได้เพียงว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงอันมากมายมหาศาล
แต่ก็คือทั้งหมดที่ฉันเห็น สังเกต และรู้สึก ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
มนุษย์ผู้ไม่ได้ไปอยู่ ณ จุดปะทะสำคัญใดๆ กับเขาเลย
หากใครคาดหวังเช่นนั้น ขออภัยล่วงหน้า ....
- - - - - - - - - - - -
เย็นวันที่ 13 เมษายน 2552
บรรยากาศในช่วงบ่ายแก่จนถึงเย็นค่อนข้างตึงเครียด เพราะมีข่าวมาตลอดทั้งวันเกี่ยวกับการปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดงที่สามเหลี่ยมดินแดง บวกกับเกิดเหตุปะทะกันรุนแรงหลายจุดรอบนอกตลอดทั้งวัน ทั้งอุรุพงษ์ เพชรบุรี ขณะที่ทหารเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้เพื่อปิดล้อมทำเนียบฯ
ข่าวต่างๆ ถูกเล่าปากต่อปากจากผู้เห็นเหตุการณ์ ขยายวงไปเรื่อย ถึงตอนนั้นฉันรู้สึกหวาดหวั่น และคาดเดาไม่ถูกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในที่ที่ยืนอยู่
ผู้ปราศรัยประกาศตั้งแต่ช่วงบ่ายให้การ์ด ณ จุดรอบนอกมารวมที่ทำเนียบฯ เพราะการตั้งด่านสกัดด้วยคนจำนวนน้อยมีแต่เสี่ยงต่อการถูกสลาย ถูกโจมตีด้วยความรุนแรง เขาประกาศซ้ำอีกทีในช่วงเย็นบอกประชาชนว่าไม่ต้องตกใจ และขออาสาสมัครผู้หญิง 30 คน เพื่อเป็นด่านหน้าตั้งแผงสกัดทหารด้านแยกนางเลิ้ง แยกสวนมิสกวัน โดยจะมีครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เป็นผู้นำไป
ไม่กี่นาที ด้านหลังเวทีคราคล่ำไปด้วยผู้หญิงโดยส่วนใหญ่เป็นวัย 40 ปีขึ้นไป น้าๆ ป้าๆ เหล่านี้ดูกระตือรือร้นและไม่มีแววตาหวาดหวั่น พวกเขาพยายามรับดอกกุหลาบแดงที่มีคนนำมาแจกเพื่อไปมอบให้ทหาร ขณะที่บนเวที ไพจิตร อักษรณรงค์ กำลังร้องเพลงดอกไม้ให้คุณขอมอบดอกไม้ในสวนนี้เพื่อมวลประชา อย่างไพเราะ
.......เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ เป็นสิ่งเสนอให้คุณ....
แม้บรรยากาศจะดูสบายๆ ทุกคนพยายามช่วยกันรักษาที่มั่น แต่จิตใจของฉันกลับว้าวุ่น ณ เวลานั้นเราไม่รู้จริงๆ ว่าการปราบปรามจะเกิดขึ้นหรือไม่ และจะมีความรุนแรงเพียงใด ภาพข่าวทหารกับปืนเอ็มสิบหกที่เห็นมาทั้งวันไม่สามารถสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยได้เลย
ฉันเดินไปเดินมา เดินมาแล้วก็เดินไป โดยไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ด้านหลังเวทีเป็นแหล่งศูนย์รวมข่าวสารต่างๆ ที่ยิ่งทำให้อาการว้าวุ่นกลายสภาพเป็นฟุ้งซ่านได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อแบตมือถือ และแบตกล้องดิจิตอลป๊อกแป๊กกำลังจะหมดลงพร้อมๆ กัน
0000
การ์ดตัวอ้วนคนหนึ่งวิ่งมาหลังเวที เพื่อแนะนำการจัดขบวนกับแกนนำ “พี่ช่วยประกาศบนเวทีหน่อย แบบนี้มันไม่ไหว เรามีคนเยอะแต่ทำอะไรไม่ได้เลย” เขาพยายามแนะนำให้แกนนำประกาศบนเวทีเพื่อแจ้งต่อการ์ดที่ตั้งด่านอยู่บริเวณรอบทำเนียบ โดยให้ทุกคนเอามือคล้องแขนกันและไม่ต้องวิ่งหนี และใช้นกหวีดเป็นสัญญาณ เนื่องจากสภาพที่เขาพบเจอคือเมื่อทหารประชิดเข้ามาทุกคนก็จะระดมขว้างปาสิ่งของต่างๆ แต่เมื่อมีการยิงปืนขึ้นฟ้าทุกคนก็วิ่งกันแตกกระเจิงไป
“ถ้าเราบอกว่าเราเป่าปี๊ดยาวๆ คือให้ทุกคนตั้งแถวคล้องแขนกันหลายๆ แถว พี่ตำรวจเขาบอกมาให้ยืนแบบนี้ (ทำท่าประกอบ) แล้วพอเป่าปี๊ดสั้นๆ ก็ให้เราถอย 3 ก้าว 5 ก้าวพร้อมๆ กัน อย่างนี้ยังจะพอทานไหว ไม่งั้นมันต่างคนต่างวิ่ง พอปืนดัง ข้างหลังวิ่งหมด ข้างหน้าก็ต้องวิ่งแล้ว” เขาพยายามอธิบายเป็นขั้นเป็นตอน และยังชักแม่น้ำทั้งห้ามารองรับได้อย่างใจเย็น
“พี่เข้าใจไหม มันก็เหมือนเกลียวเชือก ถ้าเกลียวเล็กๆ รวมๆ กันมันจะเป็นเชือกมะนิลา”
เขายังเล่าถึงเหตุการณ์เยื้องๆ กับแยกมิสกวัน ซึ่งจู่ๆ ก็มีคนขับเอารถเมล์มุ่งไปในกลุ่มทหารตรงแยกมิสกวันทำให้ทหารต้องกระโดดหลบ ทหารยิงรถเมล์คันนั้นจนพรุน และลากตัวคนขับเข้าไป แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่ามันอาจเป็นการจัดฉากก็ได้ เพราะมีทหารใส่เสื้อแดงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมาก และการขับนั้นไม่ได้หมายพุ่งชนแต่ขับไปเร็วๆ แล้วก็จอดด้านหน้า เมื่อลากตัวคนขับมาได้ทหารก็โวยวายๆ ใส่ จากนั้นก็คุมตัวหายเข้าไป อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้คนเสื้อแดงที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งพยายามจะเข้าไปช่วยคนขับรถเมล์ที่สวมเสื้อแดง ทำให้เกิดการปะทะกัน และทหารยิงปืนขู่จนชาวบ้านหนีแตกกระเจิง
โฆษกบนเวทีคนหนึ่ง ซึ่งฉันจำชื่อไม่ได้ กำลังจดสิ่งที่เขาแนะนำอย่างตั้งใจ ตึงเครียด และดูท่าเหมือนไม่รู้จะจัดการอย่างไร ขณะที่บนเวทีหมอเหวงและแกนนำคนอื่นๆ พยายามขึ้นไปอ่านแถลงการณ์สนับสนุนฉบับต่างๆ ที่มีคนส่งมาให้ผู้ชุมนุมฟัง โดยที่ไม่ได้ยินการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงตอบโต้แต่อย่างใด
ฉันเดินไปหยิบน้ำที่แจกฟรีมาตุนไว้ 2 ขวด ยืนดูดบุหรี่ฆ่าเวลาและฆ่าความว้าวุ่นในจิตใจ เนื่องจากมีโทรศัพท์จากหลายๆ คนแนะนำให้ออกจากพื้นที่ เพราะขณะนี้ทหารได้เคลื่อนกำลังเข้ามาล้อมไว้ทุกด้านแล้ว ประกอบกับข่าวคราวการทุบตีทำร้ายคนเสื้อแดงที่พยายามออกนอกพื้นที่ โดยกลุ่มประชาชนที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นเสื้อสีต่างๆ ซึ่งตั้งด่านสกัดอยู่รอบนอกกลุ่มทหาร ยิ่งทำให้ทางเลือกของคนอยากกลับบ้านแทบไม่มีเหลือ
ป้าคนหนึ่งวิ่งเข้ามากับเพื่อนอีกคน หน้าตาเหรอหรากำลังเล่าเรื่องให้คนหลังเวทีฟัง ฉันเดินเข้าไปฟังด้วย แกเล่าปากคอสั่นว่าแกไปอยู่ที่แยกมิสกวัน (น่าจะเป็นเหตุการณ์เดียวกับที่การ์ดเล่าเมื่อสักครู่) และว่าพอทหารยิงปืนและวิ่งบุกเข้ามา คนเสื้อแดงก็แตกกระเจิง กลุ่มผู้หญิงวิ่งหนีไปหลบหลังตำรวจประมาณ 1-2 กองร้อยที่ตั้งแถวอยู่หน้าแยก บช.น.ซึ่งอยู่เยื้องๆ กันกับที่เกิดเหตุ เมื่อทหารวิ่งเข้ามา ตำรวจชูปืนขึ้นแล้วตะโกนว่า “กูมีปืนนะ กูมีปืนเหมือนกัน ถ้ามึงยิงประชาชน กูจะยิงมึง” ป้าเล่าด้วยว่าหัวหน้าหน่วยทหารยิ้มๆ แล้วสั่งให้ลูกน้องถอยกลับไปอยู่ที่ตั้ง
“ถ้าไม่ได้ตำรวจ เราแย่แน่ ”
“แล้วจะเอายังไงดีป้า กลับบ้านก่อนดีมั้ย”
“ก็อยากกลับ ที่บ้านลูกก็รออยู่สองคน แต่เราปล่อยเพื่อนๆ ไว้ไม่ได้ ทิ้งไม่ลง”
แทนที่ฉันจะได้เพื่อนกลับบ้าน มันยิ่งทำให้ฉันเข่าอ่อน ก้าวขาไม่ออก ต้องกลับมานั่งตั้งหลักใหม่
จากนั้นไม่นาน นักข่าวและช่างภาพจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่เพิ่งตระเวนทำข่าวรอบนอกด้านถนนราชดำเนินนอก กลับเข้ามาส่งข่าวหลังเวที ในสภาพเหงื่อโทรมกาย เขาทักทายกับนักข่าวอีกคนที่กำลังเก็บของ เขาเป็นนักข่าวไทยสองคนที่ยังหลงเหลืออยู่หลังเวทีในเวลานี้ เพราะคนอื่นๆ ออกไปประจำการด้านนอกหมดแล้วตั้งแต่เกิดเหตุที่สามเหลี่ยมดินแดงในช่วงเที่ยง
เขาดูดบุหรี่และเลือกภาพที่ได้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่เคร่งเครียด ขณะที่ปากก็บ่นถึงการจลาจลที่ควบคุมไม่ได้ มีเสียงปืนให้ได้ยินตลอดเวลา กระทั่งมีการเผาตึก เผารถเมล์ ที่สำคัญ เขาต่อว่าแกนนำโดยบอกว่าเขาไม่สามารถทำงานต่อได้เพราะผู้ชุมนุมเริ่มหันมาคุกคามสื่อมวลชนมากขึ้นเรื่อยๆ
“ผมอยู่ไม่ได้แล้ว พวกนั้นจะหันมาตื้บผม”
“ตอนนี้มันเละไปหมดแล้ว”
ฉันพยายามสอบถามถึงสถานการณ์ในด้านต่างๆ ที่ทหารปิดล้อม แต่ยังไม่มีความรุนแรง
“ถ้าจะออกก็ด้านสวนจิตรฯ น่าจะดีสุด แล้วก็เดินเอา เดินไปเรื่อยๆ ... จะกลับแล้วหรือ อย่าเพิ่งกลับ อยู่ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ด้วยกันก่อน ยังไงคงจบคืนนี้ ถ้าไม่ปราบก็คงล้อมให้แห้งตาย”
ฉันกลับมานั่งตั้งหลักอีกรอบ รู้สึกชื่นชมนักข่าวภาคสนามคนนี้ พร้อมกับรู้สึกผิดที่จะหนีเอาตัวรอด
พอดีกับที่หันไปเห็น วัฒน์ วรรลยางกูร กับลูกชาย และไม้หนึ่ง ก. กุนที ศิลปินคนเสื้อแดงนั่งสนทนากันสบายๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ต่อให้คนที่ผ่านสนามรบมาแล้ว เข้าป่า ผ่านเขตงานต่างๆ มาแล้ว ก็น่าจะต้องหวาดหวั่นบ้างกับชะตากรรมข้างหน้า แต่เขาคงควบคุมสภาพอารมณ์ได้ดี คุยกับยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือพวกเขาอาจประเมินในทางดี อย่างน้อยที่นี่ก็มีป้าๆ อีกจำนวนมากที่ไม่ยอมกลับบ้าน แต่สารภาพตามตรง ด้วยกระแสสังคมที่เห็นด้วยกับการปราบปรามตอนนั้น ฉันรู้สึกว่า ป้าก็ป้าเถอะ ฉันไม่แน่ใจกับอะไรอีกแล้ว
0000
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “แม่โทรมา!!!” ฉันพยายามหาที่ที่เสียงดังน้อยที่สุด ...ไม่มี จึงมุดเข้าไปใต้โต๊ะทำงานสื่อมวลชนเอามือป้องปากแล้วโกหกว่าออกจากม็อบไปนานแล้วเพื่อให้เขาสบายใจ
“เราทำอะไรไม่ได้มากหรอกนะ เอาชีวิตให้รอดไว้ แล้วค่อยว่ากันยาวๆ” เสียงสุดท้ายจากแม่บังเกิดเกล้า
“เราไม่มีกล้องทีวี กล้องดีๆ ยังไม่มีซักตัว เหตุการณ์แบบนี้มันต้องใช้ภาพ อยู่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไปอยู่ที่โรงพยาบาลดีกว่า” เสียงเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งแว่วผ่านโทรศัพท์
ด้วยสภาพกายที่อิดโรยเต็มทีเพราะไม่ได้นอน และสภาพจิตใจที่ว้าวุ่น ฉันค่อยๆ ไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินหันหลังออกมาจากที่นั่น มุ่งไปทางสวนจิตรฯ โดยไม่หันมองอะไรอีก
แต่พระเจ้าไม่เข้าข้าง ระหว่างทางฉันเจอกับพี่ที่รู้จักอีกคนจนได้ เขากำลังยืนยิ้มแย้มพูดคุยกับคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งที่ช่วยกันเก็บขยะริมทางเท้าใส่ถุงดำจนเกลี้ยง บ้างกำลังกวาดพื้น อันที่จริงพี่คนนี้เป็นเจ้าของความคิด “เสื้อแดง” ตัวจริง แต่เป็นสีแดงที่ใช้รณรงค์ต้านรัฐประหารและตลอดจนช่วงไม่รับรัฐธรรมนูญ 50 เขายิ้มแล้วเล่าว่ากลุ่มนี้น่าสนใจเขามากันเอง 7-8 คนและคิดว่านั่งฟังปราศรัยเฉยๆ ก็เปล่าประโยชน์มาช่วยกันเก็บขยะดีกว่า ! ... ฉันยิ้มแหยๆ แล้วขอตัวลา ทั้งชื่นชมและทั้งไม่เข้าใจว่าทำไมเขายังมานั่งเก็บขยะกันอยู่ได้
มันน่าจะเป็นเวลาราวทุ่ม สองทุ่ม เมื่อเดินถึงแยกวัดเบญฯ ติดกับสวนจิตรฯ ทหารตั้งแถวตรึงกำลังที่นั่น..ไม่มากนัก แต่ที่มากกว่ามากคือกลุ่มผู้หญิงเสื้อแดงที่ไปตั้งแถวร้องเพลงต่อหน้ากลุ่มทหาร ตอนฉันเดินผ่านพวกเขาที่ยืนนิ่งร้องเพลงสดุดีมหาราชากันหลายรอบเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ฉันเดินไปถ่ายภาพ มีป้าคนหนึ่งยิ้มให้แล้วพยักหน้าเหมือนจะชวนให้ฉันมาร่วมวงร้องด้วย ฉันเบือนหน้าหนี แล้วเดินเลาะไปจนสุดแถวทหาร
“ออกได้ไหม”
“ได้”
ทหารนายหนึ่งเปิดทางให้ ฉันกลั้นใจแทรกตัวเดินออกไป เพื่อไปดักรอหาหลักฐาน นับจำนวนคนเจ็บ คนตาย ถ้าหากจะมี ที่โรงพยาบาล .... จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา

Sunday, June 21, 2009

"ชวรัตน์"แถลงรับพ่าย"โฟนอิน" "เฉลิม"โวคว่ำ"เนวิน"เป็นชัยชนะของคนรักทักษิณ ชู"แม้ว"ลุยต่อศรีสะเกษ

ที่มา มติชนออนไลน์

หลังปิดหีบเลือกตั้ง การเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 สกลนคร ปรากฏว่า การนับคะแนนในเขตอ.สว่างแดนดิน ผลเบื้องต้นพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำในหลายหน่วยเลือกตั้ง ในที่สุด "ชวรัตน์"ออกมายอมรับว่า คะแนนตามหลังพรรคเพื่อไทย และยอมรับการพ่ายแพ้ เนื่องจาก การโฟนอินของ"ทักษิณ"ต่อกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน มีผลทำให้คะแนนเปลี่ยนไป

"ชวรัตน์"แถลงยอมรับพ่ายแพ้ภูมิใจไทยสู้เพื่อไทยไม่ได้

พรรคภูมิใจไทยยอมรับพ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 โดยยอมรับว่า สู้กระแสพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ พร้อมจะนำบทเรียนมาวิเคราะห์เพื่อการเลือกตั้งสมัยหน้า รวมทั้งน้อยใจพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่ให้การช่วยเหลือ ขณะที่พรรคเพื่อไทยชี้เป็นชัยชนะของคนรักทักษิณ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมแกนนำพรรค ประกอบด้วย นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันแถลงข่าวที่รีสอร์ทชมดาว อ.สว่างแดนดิน ที่ใช้เป็นวอร์รูมในการติดตามความเคลื่อนไหวในการเลือกตั้ง แถลงภายหลังรับทราบผลการนับคะแนนเลือกตั้งในเบื้องต้นที่ นายพิทักษ์ จันทรศรี ผู้สมัครพรรคภูมิใจ มีคะแนนตามหลังนางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย มากว่า ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก ต่อพรรคภูมิใจไทย เพราะจากตัวเลขเบื้องต้นไม่สามารถที่จะเอาชนะคู่แข่งได้


"แต่ต้องขอขอบคุณประชาชน ที่ให้ความไว้วางใจในพรรคภูมิใจไทยด้วยการลงคะแนนให้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่พรรคเพิ่งจะเริ่มก่อตั้งขึ้นในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน จึงถือเป็นที่น่าพอใจ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในฐานะผู้ท้าชิงไม่สามารถสู้กับแชมป์เก่า ที่สามารถรักษาแชมป์เอาไว้ได้ เพราะมีส่วนได้เปรียบเพราะสามารถรักษาพื้นที่เดิมเอาไว้ได้" นายชวรัตน์กล่าว


เผยเหตุพ่ายเพราะกระแส"ทักษิณ"ยังแรง

"ความพ่ายแพ้ครั้งนี้พรรคก็จะนำบทเรียนกลับมาวิเคราะห์ทบทวน ว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร แต่ก็รู้สึกน้อยใจอยู่บ้างเพราะในการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคร่วมรัฐบาล และหากพรรคเพื่อไทยชนะโดยสมบูรณ์แล้ว ผมต้องแสดงความยินดี เพื่อแสดงน้ำใจนักกีฬา แพ้ครั้งนี้คงโทษคนอื่นไม่ได้นอกจากโทษตัวเอง และต้องยอมรับความจริง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าจะแพ้อยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกว่าเสียใจแต่อย่างใด"นายชวรัตน์กล่าว

นายศุภชัย กล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทยชนะเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น แต่เป็นเพราะการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินมายังเวทีปราศรัยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา เพราะสามารถเรียกคะแนนจากคนที่ยังรักพ.ต.ท.ทักษิณได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยยังประเมินว่าพรรคจะชนะ แต่เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินมา อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้โทรหากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นับ 10 คน เพื่อขอให้ช่วยเหลือในการเลือกตั้ง ทำให้พรรคภูมิใจไทยประเมินผิดพลาด แต่เป็นที่รู้กันว่า กระแสพ.ต.ท.ทักษิณ ยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในพื้นที่ และเป็นตัวชี้วัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยอยู่


"ชัย ชิดชอบ"ยันไม่เสียหน้า


นายบุญจง กล่าว ไม่ได้ประเมิน พ.ต.ท.ทักษิณต่ำไป แต่ถือว่าสนามในการเลือกตั้งในครั้งนี้ เป็นสนามแรกของพรรคภูมิใจไทย และต่อไปพรรคภูมิใจไทยจะต้องตั้งใจทำงานให้หนักขึ้น แต่ยอมรับว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณ โทรหากำนันผู้ใหญ่บ้าน ถือว่าเป็นบทบาทที่สำคัญ


เมื่อถามว่าการที่พรรคภูมิใจไทย แพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นตัวชี้วัดว่า ไม่สามารถที่จะชนะในภาคอีสานได้ใช่หรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ไม่ใช่ตัวชี้วัด เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 5 เดือน แต่ทุกคะแนนนับหมื่นคะแนน ถือเป็นส่วนสำคัญ ทุกเสียงถือเป็นกำลังใจ และจะต้องทำงานหนัก และนำนโยบายที่พรรรคทีมีอยู่ มาทำเพื่อประชาชน เข้าถึงประชาชน


นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้า ว่าหากผู้สมัครของพรรคแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหน้า เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นเด็กประถม ที่ไปแข่งกับพรรคเพื่อไทยที่จบปริญญาตรีแล้ว และผลการเลือกตั้งไม่น่าจะมีผลอะไรกับเสถียรภาพกับรัฐบาล รวมทั้งไม่มีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของลูกพรรคด้วย


"เฉลิม"ชี้คว่ำ"เนวิน" เป็นชัยชนะของคนรักทักษิณ

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานส.ส.ของพรรค และหัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมนางอนุรักษ์ บุญศล ว่าที่ส.ส.สกลนคร เขต 3 พรรคเพื่อไทย แถลงที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขต 3 จ.สกลนคร เมื่อเวลา 17.00 น. โดยร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ว่าขอขอบคุณประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.สกลนคร ทั้ง 5 อำเภอ ที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมครพรรคเพื่อไทยเข้ามา ประกอบกับประชาชนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นคนยากจนและมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะภาคอีสานในระดับรากหญ้า

"ชาวอีสานยังรักพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยแก้ไขปัญหาความยากจน ทำให้ประชาชนยังมั่นใจในนโยบายที่พรรคเพื่อไทยยึดมั่นมาจากพรรคไทยรักไทย นอกจากนี้ยังรวมไปถึงตัวผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยที่ขยันลงพื้นที่นำเสนอนโยบายต่อชาวอีสาน รวมถึงชาวจ.สกลนคร ยังตื่นตัวในเรื่องของการเลือกตั้งมากขึ้น พรรคเพื่อไทยเล่นการเมืองแบบตรงไปตรงมา จนทำให้ประชาชนไว้วางใจ ก่อนหน้านี้ผมได้ประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเพียง 3,000-5,000 คะแนน แต่ขณะนี้คาดว่าจะชนะถึง 10,000 คะแนน"ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว


ย้ำยุทธวิธีเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ ใช้"ทักษิณโฟนอิน"


ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อผลการเลือกตั้งชนะอย่างนี้การเลือกซ่อมที่จ.ศรีสะเกษ จะยังใช้ยุทธวิธีเดิมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังโฟนอินและพรรคเพื่อไทยมีนโยบาย 5 ข้อ ที่จะทำให้ประชาชนกลับมามีความสุข เชื่อว่าความกรุณานี้จะส่งผลถึงการเลือกตั้งที่จ.ศรีสะเกษ

เมื่อถามว่าการหาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะชูพ.ต.ท.ทักษิณ ทุกครั้งหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “แน่นอน เวลาเปลี่ยนแปลงแต่ใจเฉลิมยังมั่นคง ผมพูดมาโดยตลอดว่าประชาชนยังรักพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ เป็นชัยชนะของประชาชนซึ่งสามารถบอกกับสังคมโลกได้ว่าประชาชนยังรักพ.ต.ท.ทักษิณอยู่"


"ว่าที่ส.ส.อนุรักษ์" บอก"ทักษิณ"โทรแสดงความยินดี


ด้านนางอนุรักษ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีที่ได้รับเลือกตั้งแล้ว ทั้งนี้ขอขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้งและความเป็นธรรมในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะเริ่มนับคะแนนพ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหาตนและบอกว่าดีใจด้วย เตรียมตัวเข้าสภาได้เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับบรรยากาศที่ศูนย์ประสานงานเขต 3 จ.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งจัดเป็นสถานที่ลุ้นผลการนับคะแนนเป็นไปอย่างคึกคักชื่นมื่น โดยทุกครั้งที่ได้รับรายงานจากผู้สังเกตุการณ์ของพรรคที่ส่งไปประจำหน่วยเลือกตั้งโทรศัพท์เข้ามารายงานผลว่าพรรคเพื่อไทยเป็นมีคะแนนนำก็จะมีการตะโกนโห่ร้องแสดงความดีใจดังกึกก้อง ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิม ได้เลื่อนกำหนดการเดินทางกลับกรุงเทพฯ ออกไปเพื่ออยู่ร่วมฉลองชัยชนะของนางอนุรักษ์

ปิดหีบเลือกตั้งซ่อมส.ส.สกลนคร ปชช.ใช้สิทธิ์ 60%

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ภายหลังปิดเลือกตั้งซ่อมเขต 3 จ.สกลนคร วันที่ 21 มิ.ย.ว่า ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ในหลายพื้นที่ประมาณร้อยละ 60 โดยทุกพื้นที่ให้ข้อมูลตรงกันว่า ประชาชนส่วนหนึ่งออกไปทำงานที่อื่น โดยเจ้าหน้าที่เตรียมพื้นที่เพื่อนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว


ด้านผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.สกลนคร กล่าวว่า การใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้ ง 416 เขต เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมั่นใจว่า จะรู้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในเวลา 20.00 น.ของวันนี้ ซึ่งตลอดทั้งวันมีประชาชนไปทำบัตรประชาชนใหม่ ก่อนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1,000 คน


ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของทั้ง 2 พรรคนั้น พรรคภูมิใจไทยตั้งวอร์รูมอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในอ.สว่างแดนดิน โดยเตรียมติดตามผลการนับคะแนน ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และจะสรุปผลคะแนนแจ้งผ่านสื่อมวลชนด้วย ด้านพรรคเพื่อไทยมีแกนนำคนสำคัญ นำโดยร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย คอยติดตามการนับคะแนนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ ทั้งสองพรรคได้นัดที่จะแถลงขอบคุณประชาชนในพื้นที่พร้อมๆ กัน เวลา 15.30 น

ร.ต.อ.เฉลิม เชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินส่งผลถึงเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ

ที่มา MCOT News

สกลนคร 21 มิ.ย.- ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ควงผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 สกลนคร แถลงขอบคุณประชาชน เชื่อกระแส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอิน จะส่งผลถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเริ่มนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 สกลนคร ได้ไม่นาน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้เปิดแถลงข่าว พร้อมนางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 จ.สกลนคร ที่ ศูนย์ประสานงานผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 จ.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบคุณชาวสกลนคร เมื่อได้รับรายงานจากผู้สนับสนุนในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ว่า พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า องค์ประกอบที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยได้รับเลือก คือ ประชาชนเห็นว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคของคนยากจน ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะระดับรากหญ้า ประกอบกับประชาชนศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยทำงานแก้ปัญหาให้คนยากจน และพรรคเพื่อไทยยังยึดมั่นในนโยบายของพรรคไทยรักไทย แม้จะเปลี่ยนชื่อพรรคมาหลายครั้ง นอกจากนี้ อดีต ส.ส.ของพรรค ก็เคยสร้างศรัทธาให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้ และตัวผู้สมัครก็ลงพื้นที่พบประชาชน

“ตอนแรกคาดว่าจะชนะแค่ 3,000 – 5,000 คะแนน แต่ตอนนี้คาดว่าจะชนะเกิน 10,000 คะแนน ทำให้รู้ว่าประชาชนยังรักจริง และถ้าประชาชนฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอิน และนโยบาย 5 ข้อของพรรคเพื่อไทย เชื่อว่า ความกรุณานี้ จะส่งถึงประชาชนใน จ.ศรีสะเกษ ด้วย” ร.ต.อเฉลิม กล่าว

ส่วนการหาเสียงจะชู พ.ต.ท.ทักษิณ ในทุกเวทีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แน่นอน และว่า “แม้เวลาจะเปลี่ยน ใจเฉลิมยังมั่นคง” อย่างไรก็ตาม การชนะเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เป็นชัยชนะของประชาชน ที่จะบอกกับสังคมไทยและชาวโลกว่า ชาวอีสานรัก พ.ต.ท.ทักษิณ และแสดงให้เห็นว่า อำนาจรัฐ อำนาจเงิน ไม่สามารถทำให้ประชาชนเกรงกลัวได้

ด้านนางอนุรักษ์ ยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดี และที่ได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นความสามารถล้วนๆ .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-06-21 18:38:51

ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 สกลนคร เพื่อไทย มีคะแนนนำทุกอำเภอ

ที่มา MCOT News ชมรายละเอียดคลิ้กที่นี่สกลนคร 21 มิ.ย.-ช่วงนี้เราจะกลับไปที่จังหวัดสกลนครกันอีกครั้ง ติดตามบรรยากาศและผลคะแนนล่าสุดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 3.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2009-06-21 20:42:17

พท.ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นนับแล้ว95เปอร์เซ็นต์

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_14387

ผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม สกลนคร ผ่านไปแล้ว ร้อยละ 95 พรรคเพื่อไทยทิ้งห่าง ทั้ง 5 อำเภอ ขณะ เลือกตั้งล่วงศรีสะเกษ มีผู้มาใช้สิทธิ์กว่า 10,000 คน ...

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม เขต 3 จ.สกลนคร ช่วงเย็นวันนี้ (21 มิ.ย.) อย่างไม่เป็นทางการ หลังนับผ่านไปแล้ว ร้อยละ 95 ผลล่าสุด นางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคเพื่อไทย คะแนนนำห่างผู้สมัครหมายเลข 1 นายพิทักษ์ จันทศรี พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 5 อำเภอ แยกเป็น อำเภอส่องดาว พรรคเพื่อไทย ได้ 7,871 คะแนน ภูมิใจไทย 2,151 คะแนน อำเภอคำตากล้า เพื่อไทยได้ 10,297 คะแนน ภูมิใจไทย 2,576 คะแนน อำเภอเจริญศิลป์ เพื่อไทย 10,124 คะแนน ภูมิใจไทย 2,789 คะแนน อำเภอสว่างแดนดิน เพื่อไทย ได้ 83,118 คะแนน ภูมิใจไทย 33,758 คะแนน อำเภอบ้านม่วง เพื่อไทย ได้ 15,066 คะแนน ภูมิใจไทย 4,923 คะแนน รวมคะแนน นายพิทักษ์​ ได้ 46,197 คะแนน ส่วน นางอนุรักษ์​ ได้ 126,476 คะแนน

สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ส.เขต 1 ศรีสะเกษ ตลอด 2 วัน มีผู้มาใช้สิทธิ์สูงกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งที่แล้ว หลังปิดหีบลงคะแนนอนุกรรมการ กกต. เขต 1 ร่วมกันลงชื่อก่อนนำหีบเลือกตั้งไปเก็บรักษาไว้ ที่สถานีตำรวจ พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนใส่กุญแจ โดยจะเก็บลูกกุญแจไว้กับตำรวจและ กกต.คนละ 1 ดอก ซึ่งมีตัวแทนพรรคการเมืองและตำรวจ เข้าเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะมีการนำหีบบัตรไปเปิดนับคะแนน หลังปิดหีบเลือกตั้งจริงวันที่ 28 มิ.ย. ซึ่งทั้ง 9 อำเภอ มีผู้มาขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า จำนวน 11,147 คน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งหมด 355,694 คน สูงกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งที่แล้ว โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 8,282 คน

ผลเลือกตั้งซ่อมสกลฯ เพื่อไทยชนะ

ที่มา ประชาไท

21 มิ.ย. 52 - ผลคะแนนเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 สกลนคร อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า นางอนุรักษ์ บุญศล จากพรรคเพื่อไทย ชนะ ได้ 63,034 คะแนน นายพิทักษ์ จันทศรี จากพรรคภูมิใจไทย ได้เพียง 20,162 คะแนน

พื้นที่เลือกตั้ง
อนุรักษ์ บุญศล (เพื่อไทย)
พิทักษ์ จันทศรี (ภูมิใจไทย)
อ.สว่างแดนดิน
24,125
9,360
อ.ส่องดาว
7,871
2,152
อ.เจริญศิลป์
6,577
1,983
อ.บ้านม่วง
14,494
4,219
อ.คำตากล้า
9,967
2,498
รวม
63,034
20,162

ชาวสกลสั่งสอนบทเรียนไอ้ห้อยจอมเนรคุณ "มันจบแล้วครับเนฯ" ส.ส.ย้ายพรรคติดเบรกเอี๊ยด!

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 มิถุนายน 2552

เพื่อไทยชนะขาดชาวสกลให้บทเรียนไอ้ห้อยจอมเนรคุณ

สถานีโทรทัศนืTPBSรายงานผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งส.ส.สกลนครในช่วงข่าว 1 ทุ่มวันนี้(21มิ.ย.)หลังจากนับไปกว่า95%ว่า ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมีคะแนนสูงถึง140,000คะแนนเศษ นำห่างผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยที่มีคะแนนเพียง40,000คะแนนเสียงเศษๆ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้นำการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยแถลงกับสื่อมวลชนว่า คะแนนเสียงที่ออกมาเป็นการยืนยันว่าคนไทยยังรักและให้การสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวสะท้อนว่าคนอีสานยังสนับสนุนพรรคที่มีนโยบายเพื่อคนยากจนอย่างเพื่อไทย

ส.ส.ที่เคยประกาศย้ายพรรคอึ้งกิมกี่หลังรู้ผลเลือกตั้ง

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าว ยอมแพ้ พรรคเพื่อไทยในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวINNรายงานว่า ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย ว่า ยังยืนยันจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยตามที่ได้อภิปรายในสภาระหว่างการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฯของรัฐบาลหรือไม่ ปรากฏว่า นายจุมพฏ ได้ตัดสายโทรศัพท์ทิ้งไม่พูดคุยในประเด็นดังกล่าว แม้จะพยายามติดต่อไปอีก หลายครั้งด้วยหมายเลขโทรศัพท์เดิมก็ไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด


"ชวรัตน์"ยอมรับภท.พ่าย"โฟนอินแม้ว"ถึงกำนันผญบ.

หลังปิดหีบเลือกตั้ง การเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 สกลนคร ปรากฏว่า การนับคะแนนในเขตอ.สว่างแดนดิน ผลเบื้องต้นพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำในหลายหน่วยเลือกตั้ง ในที่สุด "ชวรัตน์"ออกมายอมรับว่า คะแนนตามหลังพรรคเพื่อไทย และยอมรับการพ่ายแพ้ เนื่องจาก การโฟนอินของ"ทักษิณ"ต่อกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน มีผลทำให้คะแนนเปลี่ยนไป

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวแถลงพร้อมแกนนำพรรคหลายคนด้วยสีหน้าผิดหวังว่า เท่าที่ทราบผลบางส่วนต้องยอมรับว่า ผู้สมัครส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ ต่อพรรคเพื่อไทย เนื่องจากการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต่อกับกำนันผู้ใหญ่บ้านนั้น มีผลต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้มาก ถือว่า พรรคเพื่อไทย สามารถรักษาแชมป์ต่อไป อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยมีอนาคตในอีสานได้ เพราะได้รับคะแนนตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก

แม้วโฟนอินยินดีชัยชนะของประชาชนอีสาน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เลื่อนกำหนดการเดินทางกลับกรุงเทพฯ เป็นวันพรุ่งนี้ จากเดิมที่จะเดินทางกลับค่ำนี้ โดยระบุว่าจะขอดูคะแนนอย่างชัดเจนก่อน พร้อมกับเห็นว่า คะแนนที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นชัยชนะของประชาชน และเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังให้ความชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป จะยังชู พ.ต.ท.ทักษิณ และนโยบายของพรรคไทยรักไทยเดิม
ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ โทรศัพท์แสดงความยินดีกับ นางอนุรักษ์ บุญศล แล้ว

คนไทยทั้งประเทศยินดีขอบคุณชาวสกลให้บทเรียนไอ้ห้อยจอมเนรคุณ



ทางด้านประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมืองได้ออกมาแสดงความยินดีกันตามเวบบอร์ดต่างๆทั้งราชดำเนิน เสบพันทิป,บอร์ดประชาไท,บอร์ดสนุก,บอร์ดเอ็มไทยเป็นต้น โดยต่างก็ชี้ว่าเป็นการชนะแบบขาดลอยหลายช่วงตัวทั้งที่นายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำพรรคตัวจริงของภูมิใจไทยทุ่มเทเงินทองและอำนาจรัฐทุกอย่างเพื่อปักธงพรรคภูมิใจไทยเหนือภาคอีสาน ต้องการล้มล้างลบอำนาจบารมีและการสนับสนุนของคนอีสานต่ออดีตนายกฯทักษิณออกไปให้ได้ แต่กลับโดนประชาชนชาวสกลนครให้บทเรียนอย่างเจ็บแสบ ต้องขอบคุณชาวสกลนครที่ออกมาแสดงมติอย่างชัดเจนว่าคนไทยรู้สึกอย่างไรกับชะตากรรมบ้านเมืองในเวลานี้

มีการคาดการณ์ว่าในสัปดาห์หน้าผลการเลือกตั้งที่ศรีษะเกษก็จะออกมารูปแบบเดียวกัน และจากการที่สร้างกระแสว่าส.ส.จะไหลออกจากเพื่อไทยมาอยู่ภูมิใจไทยนั้น ผลน่าจะเป็นไปในทางตรงกันข้าม เพราะพวกส.ส.ต่างกลัวสอบตก จากการที่ประชาชนให้บทเรียนในคราวนี้

สำหรับบรรยากาศของการแข่งขันในโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งนั้น มีคนเดินแจกภาพพิมพ์สี่สี เป็นกระดาษขนาด A4 แบ่งเป็นสองส่วน ด้านซ้ายบนเป็นตัวอักษรสีแดงว่า “อดีต” ด้านล่างซ้ายเป็นรูปนายเนวิน ชิดชอบ กำลังกอด พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ตรงกลางด้านบนมีลูกศรสีขาวชี้ไปทางด้านขวา ด้านบนขวามีตัวอักษรสีน้ำเงินว่า “ปัจจุบัน” ส่วนด้านล่างขวาเป็นรูปนายเนวินกำลังกอดกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตรงกลางภาพมีตัวอักษรสีแดงว่า “21 มิถุนา ถึงเวลา ให้บทเรียนไอ้ซ่าจอมเนรคุณ

ด้านล่างเป็นตัวอักษรสีขาวว่า “เพื่อศักดิ์ศรีคนเมืองสกลนคร จาก... ชมรมคนอีสานต่อต้านเนรคุณ” ไปทั่วทั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 สกลนคร อันเป็นการสื่อความหมายว่า นายเนวินกอดได้ทุกคนเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง และสื่อถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 3 สกลนครไม่เลือกผู้สมัครในอุ้งมือของนายเนวิน ชิดชอบผู้เนรคุณต่ออดีตนายกๆ ทักษิณ ทำให้พลพรรคฝ่ายเบอร์ 1 พากันนั่งไม่ติดเก้าอี้ โดยเฉพาะนายอำเภอถึงกับสั่งการให้คนงานพากันตามเก็บไปทั่วทั้งเขตเทศบาลฯ

จักรภพ เพ็ญแข:ต้นทุนเผด็จการ

ที่มา Thai E-News



โดย จักรภพ เพ็ญแข
ที่มา คอลัมน์ “ผมเป็นข้าราษฎร”
หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 3


เหตุผลก็เพราะว่า ตั้งแต่มีผู้สั่งให้กระทำการก่อการร้ายทำลายประเทศ..จนบัดนี้ ยังมิได้มีการชำระหนี้ความสูญเสียทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากความคลั่งอำนาจในครั้งนี้เลย สี่แสนล้านบาทเป็นงวดแรกๆ ของความเสียหายของประเทศที่เขาร่วมกันก่อขึ้นโดยตรง ต่อไปก็จะมีอีก เพราะมูลค่าจริงนับเป็นหลักล้านล้านบาท คอยดูไปเถิดครับ


รู้ไหมครับว่าทำไมผู้มีอำนาจไทยถึงเห็นดีเห็นงามกับการกู้เงินสี่แสนล้านบาทมาใช้จ่ายเป็นงบประมาณ จนถึงขั้นให้ตุลาการทั้งหลายวินิจฉัยว่ากู้ได้สบายมาก

รู้อยู่เต็มอกว่านี่คือการสร้างภาระอย่างยิ่งยวดให้กับบ้านเมือง และทำลายอันดับของประเทศไทยในสายตาโลกแล้วก็ยังให้ทำ
ทำไม?

เหตุผลก็เพราะว่า ตั้งแต่มีผู้สั่งให้กระทำการก่อการร้ายทำลายประเทศ โดยให้พันธมิตรฯ ก่อตัวขึ้น (จนบัดนี้กลายเป็นพรรค) ให้ตุลาการออกโรงจนลุกลามกลายเป็นโรคตุลาการภิวัตน์ ใช้องค์กรอิสระทำลายกลไกประชาธิปไตยจนราบคาบ สั่งให้ทหารทำรัฐประหาร และจัดตั้งรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ คบกับเนวินจนจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ขึ้นมาแทนที่รัฐบาลของประชาชนจนบัดนี้ ยังมิได้มีการชำระหนี้ความสูญเสียทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากความคลั่งอำนาจในครั้งนี้เลย

สี่แสนล้านบาทเป็นงวดแรกๆ ของความเสียหายของประเทศที่เขาร่วมกันก่อขึ้นโดยตรง ต่อไปก็จะมีอีก เพราะมูลค่าจริงนับเป็นหลักล้านล้านบาท

คอยดูไปเถิดครับ

ในเวลาที่เราควรเป็นประเทศที่ได้กำไรและดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในกรอบใหญ่แบบที่เรียกว่ามหภาค เช่น กองทุนและตลาดพันธบัตรเอเชีย การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ความร่วมมือในกรอบกว้างกับประเทศเพื่อนบ้าน (แทนที่จะทะเลาะกับเขารอบด้าน) เป็นต้น อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเหมือนเมื่อคุณทักษิณยังอยู่นั้น

ไทยกลับกลายเป็นประเทศที่ต้องบากหน้าไปกู้ชาวบ้านเขาอย่างทุเรศทุรัง เมื่อเป็นประชาธิปไตยเราเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าเขาทั้งหลายในทางเศรษฐกิจ และใครเขาก็ยกย่องให้เป็นลูกพี่ มาบัดนี้ต้องหน้าด้านกู้เงิน โดยที่บอกเขาไม่ได้แม้แต่ว่าจะมีคนบ้าที่ไหนยกขบวนมาปิดสนามบินกันอีกหรือไม่

เรื่องดีๆ แบบที่รัฐบาลประชาธิปไตยยุคคุณทักษิณทำนี้ พวกเขาเกลียดเป็นที่สุดเพราะจะทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ทั่วประเทศ
เพราะถ้าประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นจริง จะได้ใครมาคอยรองมือรองตีน?

นี่คือคำอธิบายว่า รัฐบาลชุดไหนที่กล้ากระทำการเปลี่ยนแปลงประเทศ ประชาชนทำท่าจะสบายขึ้นจริง จะโดนสัตว์ร้ายโถมเข้าใส่ทุกชุดไป กิจกรรมชวนเชื่อในหนังสือเรียนว่า ประเทศไทยเลิกทาสแล้วจึงเป็นเรื่องที่ไม่จริง

เพราะอิทธิพลการเมืองเช่นนี้คือนโยบายกดหัวประชาชนเอาไว้เป็นขี้ข้าโดยแท้ ไม่มีอะไรเจือปนเลย

มองให้ดีเถิดครับ แล้วท่านจะเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการก่อหนี้แห่งชาติในครั้งนี้ กับการรักษาโครงสร้างความร่ำรวยและความยากจนของประเทศให้ดำเนินต่อไป

พูดง่ายๆ ว่าผู้มีอำนาจไทยเขาสั่งทำรัฐประหารเมื่อคุณทักษิณชนะเลือกตั้งรอบสองอย่างท่วมท้น โดยใช้ทั้งตุลาการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (ตามฉบับที่เขายกร่าง) กองทัพ สื่อมวลชนกระแสหลัก มหาวิทยาลัยและนักวิชาการสายยี่เก ฯลฯ มาจนบัดนี้ ก็เพื่อทำให้คนรวยในระบอบเก่า ซึ่งคือเจ้าตัวกับอีกไม่กี่คนที่คลานวนอยู่รอบตัว คงความร่ำรวยต่อไปโดยไม่มีเศรษฐีใหม่หน้าไหนมาก่อความรำคาญและกระตุ้นต่อมริษยาได้อีก

แผนทำลายทั้งหมดนี้ใช้ทุนสะสมของประเทศมหาศาลเหลือคณานับ แต่ก็ไม่สนใจ คงคิดว่าตัวจะไม่ได้อยู่นานถึงวันใช้หนี้ก็ได้

แต่เมื่อประเทศทำท่าจะล้มละลาย ถึงขนาดไม่มีเงินเดือนจ่ายข้าราชการ ก็สั่งให้รัฐบาลในสังกัดออกไปกู้เขามา เพื่อหายามารักษาร่างกายผอมแห้งใกล้ตาย

พวกตัวก็รวยเหลือที่จะรวยอยู่บนความยากจนถึงกระดูกของคนในประเทศต่อไป

งานนี้คนเขาถึงไม่ยอมกันอีกแล้ว ตั๋วฟรีในการทำลายประเทศชาติหมดอายุแล้ว ต้องสู้ไปจนชั่วฟ้าดินสลายก็เอา

ฝ่ายอำมาตย์มีบารมีที่พัฒนาขึ้นมาจากอิทธิพลมืด การโฆษณาชวนเชื่ออย่างไม่หยุดยั้ง และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฝ่ายประชาธิปไตย
ฝ่ายประชาธิปไตยมีบารมีอันเกิดจากประชาชนธรรมดาผู้ “โง่ จน เจ็บ” มารวมตัวกันอย่างมั่นคงในเที่ยวนี้

ไอ้ที่จะเดินหมากคนละคำ ชนะแพ้กันคนละเกมสองเกมแล้วเลิกแล้วต่อกันไปนั้น อย่าได้หวังเลยครับ

รู้ครับว่าคุณมีทั้งเงิน ปืน และสุนัขรับใช้เป็นฝูงใหญ่ แผ่ซ่านในทุกวงการ ไม่ใช่ไม่รู้ แต่เราก็รู้เช่นกันว่าไม่นานจากนี้ ปืนทุกกระบอกจะเบนไปหาคุณ สุนัขทุกตัวจะกระโดดเข้าขย้ำคอคุณ เงินที่สั่งสมเอาไว้มาก ขนาดไปฝากไว้ล้นหลามในสามสี่ประเทศก็จะไม่มีโอกาสได้ใช้แม้แต่สตางค์แดงเดียว

ความจริงต้องขอบคุณที่ฝ่ายอำมาตย์ทำได้ถึงขนาดนี้ ปราศจากความช่วยเหลือจากคุณและสุนัขรับใช้ทั้งปวงของคุณแล้ว เราคงไม่อาจรวมการเฉพาะกิจของประชาชนได้หนักแน่นและเปี่ยมล้นไปด้วยศักยภาพได้ถึงขนาดนี้หรอกครับ

ขี้ข้า-ไม่ใช่ข้าน้อย-จึงขอคารวะ.

--------------------------------
ประชาสัมพันธ์ :


TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146
ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน)
Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)

แค่กระเหี้ยนกระหือรือ

ที่มา ไทยรัฐ

ไหนอ้างว่า ไล่ระบอบทักษิณ ไปแล้วจะทำให้บ้านเมืองพัฒนาขึ้น การเมืองจะวิวัฒนาการมากขึ้น สังคมจะดีขึ้น ประชาชนจะกินดีอยู่ดีขึ้น เหตุไฉนถึงตรงกันข้ามกันหมด เหลียวมองประเทศไทยยามนี้เดือดร้อน อัปลักษณ์ไปทุกหย่อมหญ้า ประชาชนอดอยากปากแห้ง

ประเทศก็กำลังล่มจม

งานนี้น่าจะมีผู้รับผิดชอบ ทั้งสื่อ ทั้งทหาร ทั้งนักการเมือง ทั้งผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว ทั้งนักวิชาการที่อยากได้รัฐบาลชุดนี้หายหัวไปไหนกันหมด ยกตัวอย่างเรื่องของปัญหาไฟใต้ ก็แล้วกัน กลายเป็นแหล่งทำมาหากินของคนมีสี กลายเป็นขุมทรัพย์ของรัฐบาลและกองทัพ

แล้ว นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีวุฒิภาวะทำอะไรได้บ้าง กองทัพชี้นิ้วสั่งได้ บางโครงการต้องพูดตรงๆว่าอีเดียด ของบกว่า 300 ล้านบาท เพื่อไปซื้อบอลลูนจับตาความเคลื่อนไหวคนร้ายในภาคใต้ พูดเหมือนว่าภาคใต้เป็นทะเลทรายไม่เท่าไหร่ แต่ที่จะเอาบอลลูนไปไล่ล่าคนร้ายน่าขำพิลึก

ขนาดเดินสวนกันเจ้าหน้าที่ยังไม่มีปัญญาแยกแยะว่าใครเป็นคนร้ายคนดี ไม่รู้เอาอะไรคิด วิธีแก้ปัญหาถึงได้แปลกประหลาดขึ้นทุกวัน คนมีสีที่ไปแสวงหาผลประโยชน์จากไฟใต้ มีพฤติกรรมอย่างไร พยายามจะจุดไฟใต้ขึ้นมาเองเพื่อรักษาแหล่งผลประโยชน์เอาไว้ ผมว่า คนขนาดนายกฯ หรือรองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่มีข้อมูล ก็อายชาวบ้านแย่
เพียงแต่ว่าไม่กล้าแตะ

เข้าตำราไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เท่านั้นยังไม่พอ มีการของบอีก 122 ล้านบาท ซื้อรถปฏิบัติการหุ้มเกราะ 20 คัน เพื่อเอามาปราบม็อบโดยเฉพาะเวรกรรมแท้ๆ

ตอนนี้คนไทยที่มาชุมนุมเรียกร้องต้องระวัง จะกลายเป็นผู้ก่อการร้ายไปแล้วถึงต้องใช้รถเกราะเข้ามาปราบปราม ผมไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐบาลชุดนี้จริงๆ วันดีคืนดีก็ออกมาไล่เบี้ยเอากับพรรคร่วมรัฐบาล โครงการนั้นนี้ เพื่อสร้างภาพพจน์ ให้กับตัวเอง ในขณะที่อีกมือก็ฉกฉวยผลประโยชน์เอาเต็มที่

เล่นเกมต่อรองผลประโยชน์กันจนปากมัน

ถ้าแบ่งเค้กไม่ลงตัวก็อ้างประชาชนเป็นตัวประกัน เดี๋ยวล้มโครงการประมูลข้าว แต่ให้งบไปเผาทำลายลำไยอบแห้งที่มีแต่กล่องเปล่าตั้ง 90 ล้านบาท เดี๋ยวเอารถเมล์ไปดอง แต่เตรียมอนุมัติโครงการรถไฟฟ้า เดี๋ยวก็มาต่อรองงบประมาณกันในสภา จ้องจะฮั้วท่าเดียว อะไรกันนักกันหนา

การเลือกตั้งซ่อมที่สกลนครและที่ศรีสะเกษ ทุจริตกันโจ๋งครึ่ม รัฐบาลประกาศว่าไม่เคยซื้อเสียงยังทำมึน ดักคอล่วงหน้าถ้าถูกถามหนักเข้าก็จะโยนให้ กกต.ตามฟอร์ม กระเหี้ยนกระหือรืออยากมาเป็นรัฐบาล

ก็แค่กระเหี้ยนกระหือรือจะเข้ามาถอนทุน.

หมัดเหล็ก