WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, June 24, 2009

ทนาย 'ดา ตอร์ปิโด' เผยศาลสั่งพิจารณาคดีลับ นักข่าว-ผู้สนใจแห้วเข้าฟังการสืบพยานโจทก์

ที่มา ประชาไท

23 มิ.ย. 52 นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความของ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดา ตอร์ปิโด" ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประทวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เผิดเผยว่า ในวันพิจารณาคดีวันแรกในวันนี้ (23มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 904 นายพรหมาศ ภู่แส หัวหน้าคณะผู้พิพากษาพิจารณาคดีมีคำสั่งให้การสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยในครั้งนี้เป็นการพิจารณาคดีลับ

ทนายจำเลยได้โต้แย้งคำวั่งดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาคดีลับที่ระบุว่าต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี หรือความปลอดภัยของประเทศที่ไม่ควรให้ประชาชนได้รับรู้ อย่างไรก็ตาม ศาลยืนยันคำสั่งดังกล่าว โดยผู้สื่อข่าว ญาติ และผู้สนใจเข้ารับฟังการพิจารณาคดีไม่สามารถเข้าร่วมฟังการสืบพยานโจทก์ในวันนี้ได้

นายประเวศให้ระบุว่าเหตุที่ทำการคัดค้านการพิจารณาคดีลับนั้น เนื่องจากเห็นว่าการวางหลักเกณฑ์พิจารณาคดีว่าต้องเปิดเผยนั้นเป็นการประกันสิทธิผู้ต้องหา และคดีของดารณีก็เป็นที่สนใจของคนจำนวนไม่น้อย อีกทั้งคำปราศรัยของเธอที่เป็นเหตุแห่งการถูกฟ้องคดีก็ถูกเผยแพร่ไปมากแล้วทางอินเตอร์เน็ต

ย่ำรุ่งมิถุนายน

ที่มา ประชาไท

1. แทงลึกลงหมุดสุดแผ่นดิน
ปักพินเป็นของปวงชนสยาม
คณะราษฎรปลุกวีรกรรม
24 มิถุนากระทำการ

2 หมุดเหล็กตอก 2475
ตรึงปักนัคราเป็นหลักฐาน
เบิกทางตีนตัดถนนต้นตำนาน
ปณิธาน “ประชาธิปไตย”

3 รุกรับกับปฏิกิริยา
ชนะแล้วรวนกระแสมาแพ้พ่าย
ซากโบราณกลับฟื้นสุดลมหายใจ
เกิดอสูรภายแฝงเร้นรัฐ

4 แทรกสนิมซึมกัดหมุดเหล็กกร่อน
ปกครองประชากรโดยอสัตย์
เศรษฐกิจล้าหลังโทมนัส
ไม่สามารถอภิวัฒน์ตามโลกา

5 ทุกชุมชนมีแต่เครือข่ายอำมาตย์
ทุนขวาจัดเสริมด้วยซ้ายไร้เดียงสา
แต่งวิเคราะห์สังคมจมมายา
ว่าชนชั้นศักดินาไม่ดำรง

6 คือฝูงทาสคงจงรักกับนายทาส
ม้วนรัดชาติชูโมหะจริตหลง
ชีวทรรศน์กระบวนทรรศน์ไม่ซื่อตรง
ทั้งประเทศกลายเป็นผงรอฝ่าตีน

7 ราษฎรปักหมุดหมายมากี่ปี
การกดขี่ไม่เห็นจะจบสิ้น
ยังยากจนทนทุกข์ขลุกโคลนดิน
ต้องพออยู่พอกินนั้นเพื่อใคร?

8 มาเถิดมา พี่น้อง ผองคนทุกข์
ไม่รบรุกคงไม่อาจเห็นฟ้าใหม่
ร่วมกันสู้สู่อุษาแสงอุทัย
ทวงประชาธิปไตยของปวงชน

9 มาเถิดมา พี่น้อง ผองคนทุกข์
ไม่รบรุกคงไม่อาจเห็นฟ้าใหม่
ร่วมกันสู้สู่อุษาแสงอุทัย
ปักหมุดใหม่อีกอันให้ถาวร!

วันหนึ่งวันนี้...ว่าด้วยการฟื้นคืนความหมายของ “การปฏิวัติ 2475”

ที่มา ประชาไท

(1)
สำหรับคนทั่วไปแล้ว คงเรียกเหตุการณ์ในวันที่ 24 มิ.ย. ของเมื่อ 77 ปีก่อนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างที่ถูกพร่ำสอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน [1] ก่อนหน้านี้ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียกเช่นนั้น
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นี้คราใด ความคิดในหัวช่วงประถม-มัธยมก็มักผูกโยงให้คิดถึงการ ‘ปฏิรูปการปกครอง’ และการ ‘เลิกทาส’ สมัย ร.5 กับการจัดตั้งเมืองจำลองประชาธิปไตย ‘ดุสิตธานี’ สมัย ร.6 และเป็นความประสงค์ของ ร.7 ท่านอยู่แล้วที่เตรียมจะ ‘พระราชทานรัฐธรรมนูญ’ ให้แก่พสกนิกรชาวไทยในสักวันหนึ่งเข้าด้วยกันเสมอ ผมเชื่อเช่นนั้นมาตลอดว่าทั้งสามเหตุการณ์เป็นผลเชื่อมโยงถึงกัน แต่ถึงกระนั้นก็มาเกิดการยึดอำนาจของ “คณะราษฎร” ขึ้นเสียก่อน ทว่าพระองค์ก็ยินยอมพร้อมใจและให้ความร่วมมือด้วยดี รูปธรรมคือรัฐธรรมนูญฉบับแรกนั่นเอง [2]
พอโตขึ้นมาหน่อยได้เข้าเรียนด้านรัฐศาสตร์ ระดับ ป.ตรี อาจารย์แกก็พยายามอธิบายให้เห็นว่า นั่นถือเป็นประชาธิปไตยที่ ‘ชิงสุกก่อนห่าม’ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยัง ‘ไม่พร้อม’ มันจึงนำมาซึ่งการเมืองอันล้มเหลวในเวลาต่อมา[3] แน่ละ ผมเริ่มชักไม่แน่ใจต่อสิ่งต่างๆ ที่ผมเคยรู้มาก็ระหว่างเรียน ป.โท นี่แหละ เนื่องจากอาจารย์วิชาการเมืองการปกครองไทยท่านนี้สั่งให้ไปอ่านหนังสือ การปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475[4] บางบทมา ซึ่งต้องยอมรับว่างานชิ้นนี้ได้เปิดแง่มุมใหม่ๆ ให้ผมขบคิดมากมาย เป็นต้นว่ายืนยันว่าการปฏิวัติสยามเป็นสิ่งที่ควรเกิดและหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งสิ้น, สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกลุ่มปัญญาชน ข้าราชการระดับกลาง คนชั้นระดับกลางและล่างว่าได้มีการเคลื่อนไหวอย่างแข็งขันในการเรียกร้องเพื่อบั่นทอนหลักการยึดถือ ชาติกำเนิด เป็นใหญ่ก่อนหน้านั้นมานานพอควร, ผลลัพธ์ที่ได้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แตกแยก และบาดหมางใจภายในผู้นำส่วนต่างๆ ตามมา
อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นผมก็ยังคงเห็นว่าเหตุการณ์นี้นั้นเกิดขึ้นจากความพยายามโดยคนกลุ่มเดียว ซึ่งเป็น ชนชั้นนำ (Elite) โดยที่ ประชาชน (Followership) ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยเลย คณะราษฎรมิได้เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ทั่วทั้งประเทศ แต่เป็นกลุ่มบุคคลที่เป็น ผู้นำ (Leadership) ในระบบราชการ (ทั้งข้าราชการทหารและพลเรือน) เป็นการดึงเอาอำนาจจากมือ ‘เจ้า’ มาเป็นของเหล่า ‘อำมาตย์’ เท่านั้น สอดคล้องกับเหตุผลของ ร.7 ในข้อความตอนท้ายๆ ของพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติ เมื่อ 2 มี.ค. 2477 ความว่า“…ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร…” ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็คงคุ้ยเคยกันดี [5]
และแม้นผมจะจดจำ “หลัก 6 ประการของคณะราษฎร” ได้มานานแล้ว [6] แต่ผมก็ไม่เคยได้อ่าน ‘ที่มา’ แบบเต็มๆ เสียที จวบจนมาถึงยุคอินเตอร์เน็ตฟูเฟื่อง ผมถึงมีโอกาสได้ ‘อ่าน’ ในสิ่งที่ไม่มีทางจะได้เห็นใน ‘โลกจริง’ สมัยนี้เป็นอันขาด [7] ผมคล้อยตามสิ่งที่นครินทร์เคยย้ำ มันควรเกิดและหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเข้าใจ ‘สาเหตุ’ ผลักดันว่าเอาเข้าจริงแล้วก็เป็นเพราะความล้มเหลว ทั้งทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจของระบอบสมบรูณาญาสิทธิราชย์เองนั่นหล่ะที่เป็น ‘ตัวการ’ จริงๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากการมาของ “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” (คปค.) และผ่องถ่ายอำนาจไปสู่รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ ‘ดีที่สุด’ เรียบร้อยโรงเรียน “คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ” (คมช.) แล้วนั้น ความคิดผมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้อ่านบทความขนาดยาว “คว่ำปฏิวัติ-โค่นคณะราษฎร”: การก่อตัวของ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” และ ‘อึ้ง’ กับประโยคจั่วหัวตรงไปตรงมาว่า “ประเทศนี้พร้อมแล้วหรือยังที่จะมีการปกครองแบบมีผู้แทน… ตามความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าขอย้ำว่าไม่ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอยู่นาน [8]
(2)
เท่าที่พอจำได้ ผมมาได้ยินคำว่าปฏิวัติครั้งแรกก็เมื่อตอน 23 ก.พ. 2534 เข้าให้แล้ว จากข่าวด่วนทางโทรทัศน์ ซึ่งใช้คำนี้เรียกการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ทว่าภายหลังผมถึงได้รู้ว่าการเรียกเช่นนี้ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เนื่องจากเอาเข้าจริงแล้ว การปฏิวัติ (Revolution) หมายถึง การผันแปรเปลี่ยนหลักมูล การเปลี่ยนแปลงระบบ เช่น ปฏิวัติอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงระบอบการบริหารบ้านเมือง เช่น ปฏิวัติการปกครอง [9] (ทว่าปรีดี พนมยงค์ใช้คำว่า อภิวัฒน์ เรียกแทน) การปฏิวัติใหญ่ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันของโลก ได้แก่ การปฏิวัติรัสเซีย ถึงสองครั้งในปีเดียว เมื่อช่วงปี ค.ศ.1917 การปฏิวัติจีน ปี ค.ศ.1949 การปฏิวัติคิวบา ในปี ค.ศ.1959 เป็นต้นดังนั้น สิ่งที่ รสช. กระทำ ในทางวิชาการถือเป็น การรัฐประหาร แค่นั้น ซึ่งในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Coup (อ่านว่า คู) ย่อมาจาก Coup d’ État (อ่านว่า คูเดะทา) ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง การใช้กำลังเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลโดยฉับพลัน หรือการใช้กำลังยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงรัฐบาล [10] รัฐประหารครั้งสำคัญๆ อย่างเช่น กรณีของยูกานดาโดยอีดี อามิน เมื่อปี ค.ศ.1971 หรือกรณีเปอร์เวซ มูชาร์ราฟของปากีสถานในช่วงก่อนสหัสวรรษใหม่ เมื่อปี 1999 ฯลฯ
อาจกล่าวได้ว่า เรามักจะใช้คำว่าปฏิวัติปะปนกันกับคำว่ารัฐประหารอยู่บ่อยครั้ง แม้อันที่จริง การปฏิวัตินับเป็น “ความรุนแรงทางการเมือง” ที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยครั้งนัก เพราะจะต้องโค่นล้มลงทั้งระบบ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ มิติ ทั้งที่เป็นระบอบการปกครอง อุดมการณ์ทางการเมือง วัฒนธรรม วิถีชีวิต ระบบเศรษฐกิจ ความเชื่อทางศาสนา และระบบสังคมโดยรวม เช่น เปลี่ยนจากราชอาณาจักร (Kingdom) ไปสู่สาธารณรัฐ (Republic) ขณะที่การรัฐประหารนั้น จะมีวัตถุประสงค์อยู่เฉพาะที่การเปลี่ยนตัวหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้ปกครองประเทศ เพื่อจัดตั้งคณะรัฐบาลชุดใหม่ที่อยู่ภายใต้อาณัติผู้ก่อการรัฐประหารขึ้นมาแทน จึงมีแต่ตัวผู้นำและคณะผู้นำเท่านั้นที่ต้องเปลี่ยนแปลง
ด้วยเหตุนี้เอง เหตุการณ์ในเช้าตรู่วันที่ 24 มิ.ย. 2475 จึงนับเป็นการปฏิวัติที่แท้จริงเพียงหนเดียวที่เคยเกิดขึ้นในบริบทการเมืองไทยการยึดอำนาจโดยการใช้กำลังในครั้งต่อๆ มา ถือว่าเป็นเพียงการทำรัฐประหารทั้งนั้น เช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วถึง 10 ครั้งในประเทศไทย [11] แต่มีข้อสังเกตคือ คณะผู้ก่อการรัฐประหารหลายๆ คราวถึงกับประกาศตัวเองว่าเป็นคณะปฏิวัติและออกประกาศคณะปฏิวัติให้มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายเลยทีเดียว อย่างในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์หรือจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งแง่หนึ่งย่อมเท่ากับเป็นการลดความสำคัญของคำนี้ลงอย่างราบคาบ จนกลายเป็นคำธรรมดาสามัญที่ใช้เรียกแทนการยึดอำนาจซะทุกครั้ง ทั้งที่คำๆ นี้ยิ่งใหญ่กว่านั้นมากนัก
(3)
หากเปรียบเทียบความสำคัญของ “การปฏิวัติ 2475” กับเหตุการณ์ ‘นองเลือด’ ทางการเมืองอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา’16, 6 ตุลา’19, พฤษภาทมิฬ’35 คำตอบก็ยิ่งแจ่มชัดว่าวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์วันนี้ได้ถูกทำให้คลายความสำคัญลงและแทบจะหมดความหมายไปเลย ทั้งๆ ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้รัฐธรรมนูญในฐานะกฎหมายสูงสุดเพื่อจำกัดอำนาจผู้ปกครอง และกำหนดให้กษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐภายใต้ขอบเขตแห่งกฎหมายแท้ๆ ขณะที่ทั้งสามเหตุการณ์หลังมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นข่าวเป็นภาพในสื่อสารมวลชนกระแสหลักทุกปี แต่กิจกรรมแด่วันที่ 24 มิ.ย. ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา กลับ ‘น้อย’ และ ‘เงียบ’ ผิดกันลิบลับ ถ้าอธิบายโดยแผนภูมิเส้นกราฟก็คงเป็นเส้นกราฟที่พุ่งขึ้นฮวบฮาบในช่วงต้น ค่อยๆ ตกลงมาเรื่อยๆ และราบแบนยาวนาน ก่อนที่มาเริ่มกระเตื้องขึ้นอีกครั้งในห้วงหลัง แบ่งเป็นยุคๆ ดังนี้
(1) 2475-2500 ในช่วงแรกที่คนของคณะราษฎรยังคงมีบทบาททางการเมือง วันที่ 24 มิ.ย. นับว่ามีความสำคัญ และแสดงนัยทางการเมืองหลายหลาก ถูกกำหนดให้เป็น วันชาติ ในสมัยพระยาพหลพลพยุหเสนา (หัวหน้าคณะราษฎร) เป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้มีเพลงชาติ (ฉบับ 24 มิถุนา) จัดงานเฉลิมฉลองวันชาติยิ่งใหญ่ รวมทั้งกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการอีกด้วย
(2) 2500-2549 หลังจากที่คนของคณะราษฎรสิ้นสุดบทบาททางการเมืองอย่างสิ้นเชิง พร้อมๆ กับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการปฏิวัติ 2475 ซึ่งถูกทำลายลงโดยน้ำมือของเผด็จการทหารหลังจากนั้น เริ่มต้นจากการที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถูกจอมพลสฤษดิ์ทำการยึดอำนาจในปี 2500 ต่อมารัฐบาลได้ออกมติให้ยกเลิก วันชาติ ตามติดๆ ด้วยการประกาศยกเลิกการหยุดราชการในวันที่ 24 มิ.ย. ของทุกปี กิจกรรมที่อาจจัดขึ้นบ้างเพื่อระลึกถึงวันๆ นี้ล้วนแล้วแต่รู้กันในวงแคบๆ ผู้คนสมัยนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราก็เคยมีวันชาติอย่างหลายๆ ประเทศมาแล้ว
(3) 2549-??? ภายหลังจาก คปค. ทำการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มาด้วยชัยชนะในการ ‘เลือกตั้ง’ ชนิดถล่มทลาย แน่ละ วันที่ 24 มิ.ย. เริ่มกลายมาเป็นสัญลักษณ์ในการเรียกร้องประชาธิปไตย และกลับมีพลังอีกครั้งในปีนี้ ดูได้จากกิจกรรมต่างๆ นานาที่กำลังจะเกิดขึ้นสารพัด [12] รวมทั้งยังมีข้อเสนอทำนองให้เปลี่ยนแปลง วันชาติ อีกด้วย เพราะอะไร? ถึงแม้นการสืบทอดอำนาจของ คมช. อาจสะดุดลงชั่วคราวระหว่างรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชต่อเนื่องรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่ในที่สุดเกมอำนาจนี้สถานการณ์ก็พลิกกลับ กระทั่งตกมาถึงมือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นผู้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งจนได้นั่นเอง
แน่นอนที่สุด การให้ความหมายและความสำคัญต่อวันๆ นี้ ย่อมผกผันไปตามสถานการณ์การเมือง ถ้าถามว่านัยของ 24 มิ.ย. 2475 ณ เวลานี้คืออะไร? หากตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คงหมายถึง ความเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ขณะที่อีกนัยหนึ่งก็ถือเป็น “จุดเปลี่ยน” (Turning Point) สำคัญที่สุดสำหรับประเทศนี้ ซึ่งเขา ‘กล้า’ ที่จะยืนยันหลักที่ว่า อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย เป็นครั้งแรก เพื่อให้เราฝ่าข้ามไปให้ถึงในโลกแห่งความเป็นจริง แม้นประชาธิปไตยในแบบที่คณะราษฎรปรารถนาให้เกิดขึ้นนั้นจะไม่เคยมีอยู่จริงในสังคมไทยมาก่อนเลยก็ตามที
(4)
ครั้งหนึ่งผมเคยถามยายว่า ตอนที่เขาปฏิวัติกันที่กรุงเทพฯ (พ.ศ.2475) ยายพอจะรู้เรื่องไหม (ตอนนั้นยายอายุราว 10 ขวบ) ยายตอบว่าไม่รู้เลย และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ทั้งบอกว่าการติดต่อไปมาหาสู่กันสมัยนั้นยากลำบาก ถนนหนทางยังไม่ดีเหมืือนสมัยนี้จะไปกรุงเทพฯ ก็ต้องไปทางเรือ ใช้เวลาเป็นเดือนๆ
ยายผมเป็นคน อ.เถิน จ.ลำปาง เคยเป็นลูกเสือชาวบ้าน ยายติดข่าวตอนสองทุ่มมากๆ แกเคารพบูชาในสิ่งที่ได้เห็นอย่างบริสุทธิ์ใจ และมักย้ำเตือนด้วยการแสดงออกให้ผมเห็นอยู่เสมอ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้ถ้ายายยังอยู่ แกจะเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อบ้างหรือไม่ และเข้าใจความสำคัญของการปฏิิวัติครั้งกระนั้นแล้วหรือยัง?
ยายจากผมไปเมื่อ 12 ก.ค. 2548 ก่อนที่การ “รัฐประหารเพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ในอีกหนึ่งปีเศษข้างหน้าจะมาถึง…
เชิงอรรถ
[1] จากการสำรวจแบบเร็วๆ พบว่าไม่มีหนังสือเรียนวิชาสังคม/ประวัติศาสตร์ในหลักสูตรปัจจุบัน (ไล่ตั้งแต่ชั้นประถมต้นจนถึงมัธยมปลาย) แม้แต่เล่มเดียวที่เรียกเหตุการณ์ครั้งนี้โดยใช้คำว่าปฏิวัติ แทบทั้งหมดใช้คำว่าเปลี่ยนแปลงการปกครองแทน
[2] ภายหลังจึงทราบว่า พระองค์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระในร่างธรรมนูญของคณะราษฎร แต่ขอแก้ไขเรื่องเดียว โดยเขียนคำว่า ‘ชั่วคราว’ เพิ่มเข้าไปก่อนจะทรงลงพระนามให้ใช้เป็น“พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475” โปรดดูประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากในบันทึกความทรงจำของ ยาสุกิจิ ยาตาเบ (เขียน), เออิจิ มูราชิมา และนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (แปล), การปฏิวัติและการเปลี่ยนแปลงในประเทศสยาม, (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน, 2550).
[3] อ่านข้อโต้แย้งที่มีต่อประเด็นนี้ของ ใจ อึ๊งภากรณ์: 24 มิ.ย. 2475 นิยายและความจริง http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24767
[4] นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, การปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475, (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2535).
[5] พึงพิจารณาภูมิหลังของเอกสารคลาสิกชิ้นนี้จาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, “พระราชหัตถเลขาสละราชย์ ร.7: ชีวประวัติของเอกสารฉบับหนึ่ง” ใน ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง, (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ 6 ตุลารำลึก, 2544), หน้า 20-30.
[6] ในตำราเรียนระดับมัธยมศึกษาบางเล่มที่เอ่ยถึงหลักข้างต้นก็ได้ตัดข้อความที่ขีดเส้นใต้ต่อไปนี้ออก
ข้อ 4) จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)
[7] โปรดดู ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 ใน http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=11&s_id=19&d_id=19
[8] ณัฐพล ใจจริง, ““คว่ำปฏิวัติ-โค่นคณะราษฎร”: การก่อตัวของ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”” ใน ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม 2551, หน้า 104-146.
[9] ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542, (กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์, 2546), หน้า 648.
[10] เรื่องเดียวกัน, หน้า 941.
[11] ดังเกิดขึ้นในปี 2476, 2490, 2494, 2500, 2501, 2514, 2519, 2520, 2534 และล่าสุดปี 2549 โดยพยายามจงใจที่จะ ‘ลืม’ รัฐประหารครั้งแรก ซึ่งพระยามโนปกรณ์นิติธาดาทำการปิดสภา และงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราในวันที่ 1 เมษายน 2476 ไป อ้างใน สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, “ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของการรัฐประหารในประเทศไทย” ใน ฟ้าเดียวกัน ฉบับพิเศษ รัฐประหารเพื่อระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, 2550), หน้า 221-228.
[12] ดู ปฏิทินกิจกรรมรำลึกวันชาติ 24มิถุนากระหึ่มทั้งประเทศ ใน http://thaienews.blogspot.com/2009/06/24_6825.html

“ปฎิรูปการรถไฟ” ความเสียหายของ “สหภาพฯ” กับ “ตัวประกันประชาชน”

ที่มา ประชาไท

การแปรรูปหรือการปฎิรูปดูจะเป็นคำแสลงของผู้เกี่ยวข้องในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดทุนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจากบทเรียนที่ผ่านมา โดยการเอา ปตท.ไปขายให้นายทุนในราคาแสนถูก และท้ายสุดก็ไม่ได้เป็นเครื่องมือประกันราคา แต่กับร่วมมือกับบริษัทต่างชาติ โขกราคาสินค้า กินส่วนต่างเอากำไรเข้ากระเป๋าจนปริ บทเรียนนี้เองทำให้การนำเรื่องปรับโครงสร้างและการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอื่นถูกต่อต้านจากผู้เกี่ยวข้อง

เราพบว่ารัฐวิสหากิจเป็นกิจการสาธารณูปโภคที่สำคัญของประเทศ มีการลงทุนสูงและผูกขาดโดยรัฐเพื่อประกันราคาและการเข้าถึงสาธารณูปโภคของประชาชน แต่ในความเป็นจริง เราพบว่าการบริหารรัฐวิสาหกิจทั้งหลายนั้นไร้ซึ่งประสิทธิภาพ เกิดการสูญเสียในการบริหารและการทุจริตทั้งภายในและภายนอกองค์กรโดยเป็นแหล่งทุจริตสำคัญของนักการเมืองซึ่งตักตวงผลประโยชน์ให้เห็นที่เป็นข่าวเสมอๆ ซึ่งผลเสียหายคือภาษีประชาชนที่ต้องจ่ายไป
การปฎิรูปและการเปิดให้มีการแข่งขันกับเอกชนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค รัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนจะต้องปฎิรูป ซึ่งการปฎิรูปมิได้หมายถึงการเอารัฐวิสาหกิจไปขายให้นายทุน แต่เป็นการปฎิรูปองค์กรเพื่อให้มีประสิทธิภาพพร้อมต่อการแข่งขันกับเอกชนโดยรัฐวิสาหกิจยังเป็นองค์กรของรัฐโดยแท้และยังให้บริการสาธารณูปโภคและเป็นหลักประกันราคา ซึ่งการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เสมือนเอกชนทั่วไป ที่ส่วนไหนมีต้นทุนสูงไร้ประสิทธิภาพก็ต้องลดหรือตัดออก ส่วนไหนขาดแคลนก็ปรับเพิ่มเติม แต่ปัญหาการปรับโครงสร้างองค์กรของรัฐวิสาหกิจอาจแตกต่างจากเอกชนในเรื่องสวัสดิการและความมั่นคงทางอาชีพ การปลดคนงานหรือลดเงินเดือนคงทำได้ยาก การแก้ไขคงต้องย้ายบรรจุตำแหน่งพนักงานตามโครงสร้างใหม่ และขณะตำแหน่งส่วนเกินก็ต้องจูงใจโดยจ่ายผลตอบแทนให้ผู้สมัครใจลาออซึ่งเป็นปกติปฎิบัติโดยทั่วไป
ในขณะที่ตลาดสาธารณูปโภคนั้นต้องเปิดให้มีการแข่งขันมากกว่ารัฐเจ้าเดียว การผูกขาดโดยไร้ซึ่งบริษัทคู่แข่งทำให้รัฐวิสาหกิจไม่พัฒนาตนเอง แต่เมื่อเกิดการแข่งขันย่อมทำให้เกิดการพัฒนา ทั้งความหลากหลายของตัวสินค้าบริการและราคา ในขณะที่รัฐวิสาหกิจยังคงสามารถประกันราคาและการเข้าถึงบริการแก่ประชาชนได้ บริษัทเอกชนจะทำให้ประชาชนจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม
จากประสบการณ์รัฐวิสาหกิจของไทย ที่มีเปิดให้มีคู่แข่งขันแต่ยังไม่เสรีนัก โดยรัฐยังจำกัดผู้ได้รับสัมปทานอยู่ อย่างในกรณีโทรศัพท์พื้นฐาน ในกรุงเทพ จะมี TOT ของรัฐ และ TRUE ของเอกชน ในขณะที่ต่างจังหวัด จะเป็นสัมปทานของ TOT และ TT&T แม้จะผูกขาดบ้าง แต่ก็ยังมีการแข่งขันระหว่างรัฐกับเอกชน ผลดีที่เกิดขึ้น คือประชาชนได้รับการให้บริการที่ทั่วถึงมากขึ้น บริการดีขึ้น ขณะที่ราคาไม่ได้สูงกว่าอดีต ถ้าไม่มีบริษัทเอกชนแข่งขัน ทุกวันนี้คนไทยคงต้องรอเลขหมายว่างอย่างหมดหวังและราคาขอเลขหมายที่แสนแพงจากองค์การอยู่
ส่วนกรณี ขสมก ซึ่ง ให้บริการเดินรถใน กทม. และ บขส เดินรถระหว่างจังหวัด ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการแข่งขันมีคู่แข่งเป็นเอกชนหลายราย ซึ่งในกรุงเทพก็มีทั้งรถร่วม รถตู้ รถปรับอากาศแข่งให้บริการมากมาย ในขณะที่ต่างจังหวัด บริษัทเดินรถเอกชนดีๆ เช่น นครชัยแอร์ ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงและให้บริการที่ดีกว่า
เมื่อเรามองถึงผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจเปรียบเทียบกับเอกชนในสินค้าเดียวกันแล้ว พบว่าเอกชนสามารถประกอบการทำกำไรได้ ขณะที่รัฐวิสาหกิจยังประสบปัญหาการขาดทุน ทั้งที่ไม่ต้องจ่ายค่าสัปทาน และได้รับการเอื้อประโยชน์ทางภาษี
แนวทางแก้ไขปัญหาการรถไฟนั้น ดังที่มีนักวิชาการที่เป็นกลางหลายฝ่ายได้ให้ความเห็นเสนอว่า การรถไฟจะต้องแปรรูปหรืปฎิรูปโดย แยกออกเป็น 2 ส่วน ดังตามที่ คณะรัฐมนตรี ได้นำเสนอ คือ
  1. ส่วนบริษัทการเดินรถไฟ ซึ่งให้บริการเดินรถไฟเพื่อการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า
  2. ส่วนบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของการรถไฟ ซึ่งให้เข้าบริหารใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดินของการรถไฟที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งทุกครั้งจะเห็นว่ามีการทำสัญญากับเอกชนและมักจะเสียเปรียบ และบางส่วนถูกบุกรุกโดยเอกชนใช้ประโยชน์โดยไม่เคยรับผลตอบแทนเลย
ทั้ง 2 ส่วนงานนี้ รัฐจะต้องถือครองหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแม้การแก้ไขตามแนวทางของนักวิชาการนี้จะทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นจริง แต่ผู้เขียนเองก็ไม่อาจเชื่อในระบบการบริหารแบบรัฐซึ่งมักขาดประสิทธิภาพ มีผลประโยชน์ทับซ้อนและทุจริตอยู่เสมอ แต่ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการก้าวข้ามผ่านวังวนปัญหาเดิมๆ ที่ทุกฝ่ายอาจยอมรับได้ แม้กระนั้นการเปิดให้มีการร่วมแข่งขันกับเอกชนก็ทำให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกมากขึ้น ในขณะที่ลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการลงทุน ทั้งรัฐยังมีผลประโยชน์จากค่าสัมปทานและภาษีรายได้กลับคืนมาบ้าง
การปฎิรูปดังข้างต้นทำให้ลดค่าใช้จ่ายลงและมีรายได้เพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจากค่าบำรุงรักษาและการสร้างระบบางเส้นทางใหม่ๆ นั้น เป็นภาระหนึ่งที่มีส่วนที่ทำให้การรถไฟขาดทุน รัฐควรต้องเป็นฝ่ายดำเนินการลงทุนและบำรุงรักษาเสมือนการสร้างถนนสาธารณะทั่วไป เพราะค่าใช้จ่ายนี้เป็นการลงทุนมหาศาล รัฐเองต้องหันมาให้ความสนใจพัฒนาระบบรางให้ครอบคลุมมากขึ้น เพิ่มช่องทางเดินรถโดยขยายเป็นระบบรางคู่ และสร้างเส้นทางใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความรวดเร็ว เพราะการขนส่งระบบรางที่มีประสิทธิภาพ จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าช้พลังงานโดยรวมน้อยกว่า ปลอดภัยและรวดเร็วกว่าระบบขนส่งทางถนนทั้งยังลดการจราจรแออัดบนท้องถนนได้ ซึ่งหลายๆ ประเทศได้พัฒนาไปไกลกว่ามากแล้ว
เพื่อให้เกิดการใช้ระบบรางอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งให้เกิดการแข่งขันและขยายการลงทุน รัฐควรต้องอนุญาตให้มีบริษัทเอกชนสามารถร่วมประกอบกิจการเดินรถไฟภายใต้การใช้ระบบรางรถไฟเดียวกันนี้ ซึ่งปัญหาคือการจัดบริหารระบบรางระหว่างการรถไฟและเอกชน ซึ่งจะต้องมีหน่วยงานกลางคอยดูแลการใช้ระบบรางร่วมกัน เป็นผู้จัดสรรตารางการเดินรถเพื่อให้เกิดความปลอดภัยผู้ใช้ เกิดการใช้ระบบรางอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าเทียม ซึ่งทั้งรัฐและเอกชนจะต้องเสียค่าบำรุงการใช้รางรถไฟร่วมกัน
ซึ่งจากทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นภาพรวมการพัฒนาระบบรถรางของประเทศ คือ
  • องค์กรรัฐหรือกึ่งรัฐ ให้บริการสถานี ระบบรางรถไฟ จัดตารางการเดินรถและให้บริการที่เกี่ยวเนื่อง
  • บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของการรถไฟ ซึ่งหารายได้จากการให้เช่าที่ดิน ให้บริการเช่าพื้นที่โฆษณา หรือร่วมลงทุนกับเอกชนทำธุรกิจการค้าและบันเทิงในรูปแบบต่างๆ
  • บริษัทเดินรถการรถไฟ ซึ่งยังเป็นหลักประกันราคาและการให้บริการอย่างทั่วถึงแก่ประชาชน
  • บริษัทเดินรถเอกชนที่สามารถร่วมเข้าแข่งขันบริการได้ โดยรัฐกำหนดรูปแบบสัมปทาน ซึ่งราคาอาจสูงหรือต่ำกว่าการรถไฟต่ก็ให้เป็นทางเลือกหนึ่งประชาชน
เมื่อเป็นเช่นนี้ การรถไฟย่อมมีแผนสร้างรายได้ชัดเจน ยังเป็นคงหลักประกันราคาและการให้บริการต่อประชาชนเมื่อมีการแข่งขันย่อมทำให้เกิดการพัฒนา บริษัทเอกชนจะเป็นตัวเลือกหนึ่งให้ประชาชนที่ไม่ต้องทนอยู่กับรถไฟเก่าๆกับเวลาที่ไม่แน่นอน เราอาจจะได้เห็นรถไฟความเร็วสูงวิ่งระหว่างจังหวัดได้ในอนาคต
การปฎิรูปรัฐวิสาหกิจนี้ควรนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดทุน การผูกขาดตลาดของการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจทั้งหลาย ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และอื่นๆ ด้วย
ผู้เขียนขอกล่าวถึงการประท้วงหยุดงานของสหภาพพนักงานย่อมทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมายอันเพื่อต่อรองนายจ้างของตนเอง ซึ่งผู้บริโภคเองสามารถเลือกซื้อหรือใช้บริการเจ้าอื่นได้ ผู้เสียหายคือเจ้าของกิจการเองเท่านั้น ในขณะที่กิจการรถไฟซึ่งผูกขาดเจ้าเดียว การหยุดงานของสหภาพย่อมกระทบต่อประชาชนโดยทั่วไป ผู้บริหารก็ไม่ได้เสียหายต่อรายได้ตนเอง ในขณะที่ผลแห่งความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้โดยสาร การขาดรายได้และค่าเสียหายอื่นๆ จากการฟ้องร้องของเอกชนผู้ได้รับผลกระทบนั้น ผลเสียหายก็คือภาษีประชาชนอีกนั่นเอง แต่ถึงกระนั้นเจ้าพนักงานรถไฟยังได้รับความคุ้มครองในอาชีพและรายได้ ส่วนผู้บริหารยังได้เงินเดือนสูงและโบนัสตอบแทนทุกปีไม่ว่าเกิดผลความเสียหายจะเป็นเช่นไร
สหภาพการรถไฟควรหยุดอ้างผลประโยชน์ประชาชนหรือของชาติและเอามาเป็นตัวประกัน จะอ้างได้ก็แต่ความมั่นคงตำแหน่งอาชีพและรายได้ของตนเองมากกว่า ผู้เขียนเห็นว่าจากอดีตที่ผ่านมา การรถไฟไม่เคยพัฒนาองค์กรเลยเป็นเวลาช้านาน จนทุกวันนี้มีหนี้เจ็ดหมื่นกว่าล้านยังไม่รวมหนี้ที่ต้องจ่ายให้ ค่าสวัสดิการพนง. อีกในอนาคต ในขณะที่หนี้ใหม่ก็เพิ่มขึ้นทุกปี
การกล่าวอ้างว่าผลกระทบจากการแปรรูปนั้น แล้วจะถูกนักการเมืองหรือนายทุนยึดครอง ประเทศชาติเสียหายและประชาชนจะต้องเสียค่าบริการที่แพงซึ่งไม่เป็นความจริงนัก ถ้าทำให้รัฐวิสาหกิจยังเป็นเครื่องมือในการประกันราคาและให้บริการประชาชนได้ แต่การไม่แปรรูปเสียอีกที่ทำให้ชาติและประชาชนจะต้องเสียหายจากการคอรัปชั่นภายในและภายนอกองค์กร ไม่ว่าการจัดซื้อที่มีผลประโยชน์แอบแฝง การทำสัญญาเอื้อประโยชน์นายทุน และการบริหารอย่างไร้ประสิทธิภาพ
ฉนั้นแม้ไม่ปรับโครงสร้าง ประชาชนก็เสียหายจากผลการทุจริตและการบริหารงานอย่างไร้ประสิทธิภาพโดยตลอดเวลาอยู่แล้ว การปรับโครงสร้างและเปิดให้มีการแข่งขัน จะเป็นแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาระยะยาว แม้ว่าสหภาพการรถไฟไม่ยอมรับการปฎิรูปองค์กรทางออกสุดท้ายคือการเลิกกิจการ โดยจ่ายเงินชดเชยให้แก่เจ้าพนักงานตามกฎหมายและจัดการล้างหนี้ในระบบทั้งหมด จากนั้นให้จัดตั้งรูปแบบคณะกรรมการร่วมรัฐและภาคประชาชนผู้ใช้บริการเพื่อมีอำนาจกำกับดูแลเองโดยอิสระกำหนดรูปแบบองค์กร การจัดสรรและให้บริการระบบรถรางโดยไม่ผูกขาด เพื่อผลประโยชน์ตกแก่ประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่ตกเป็นเครื่องมือของสหภาพและนักการเมืองที่มักใช้รัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือต่อรองในข้อขัดแย้งทางเมืองและผลประโยชน์ของตนเอง

คำถามใหม่ : ทำไมโรงกลั่นไทยขายน้ำมันแพงกว่าสิงคโปร์?

ที่มา ประชาไท

เราเคยสงสัยและตั้งคำถามเสมอมาว่า ทำไมราคาน้ำมันสำเร็จรูป (รวมทั้งราคายางพารา) ในภูมิภาคเอเซียจึงถูกกำหนดจากประเทศสิงคโปร์
คำตอบส่วนหนึ่งก็เพราะว่าประเทศสิงคโปร์สามารถกลั่นน้ำมันได้เท่าๆ กับประเทศไทยนี่แหละ แต่ประเทศสิงคโปร์บริโภคเพียงนิดเดียวเมื่อเทียบกับประเทศไทย จึงสามารถส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ยังมีเหตุผลด้านการจัดการที่มีประสิทธิภาพมาประกอบด้วย
มาวันนี้ ผมว่าคำถามเดิมดูท่าจะเชยเสียแล้วครับ
สิ่งที่ผมพบในวันนี้ คนไทยควรจะเปลี่ยนคำถามเสียใหม่ว่า
ทำไมโรงกลั่นไทยจึงขายน้ำมันแพงกว่าสิงคโปร์?
ผมค้นพบข้อมูลนี้จากวารสาร “นโยบายพลังงาน” ฉบับล่าสุด (มกราคม-มีนาคม 2552 ผมได้ตัดต่อมาลงให้ดูด้วยในที่นี้) ซึ่งเป็นวารสารที่จัดทำโดยกระทรวงพลังงานได้รายงานว่า
2009_06_23_Refinery_Margin_01
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 ราคาน้ำมันสำเร็จรูปชนิดดีเซลหมุนเร็วราคา 46.36 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อเปลี่ยนเป็นหน่วยที่คนไทยคุ้นเคยจะเท่ากับ 10.52 บาทต่อลิตร (อัตราแลกเปลี่ยน 36.0652 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และ 1 บาร์เรลเท่ากับ 159 ลิตร)
แต่ราคาหน้าโรงกลั่นในประเทศไทยที่รายงานโดยกระทรวงพลังงานเท่ากับ 12.0424 บาทต่อลิตร ซึ่งแพงกว่าที่สิงคโปร์ถึงลิตรละ 1.52 บาท
แพงกว่าถึงร้อยละ 14.4
นี่เป็นราคาหน้าโรงกลั่นนะ ไม่ใช่ราคาหน้าปั๊มน้ำมัน
เอกสารชิ้นเดียวกันนี้ ได้รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ (ของ 3 ตลาดใหญ่ของโลกคือ ดูไบ เบรนท์ และเวสต์ เทกซัส) อยู่ระหว่าง 40.91 ถึง 43.32 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อเฉลี่ยออกมาจะได้ 42.27 เหรียญต่อบาร์เรล
2009_06_23_Refinery_Margin_02
ถ้าเราคิดคร่าว ๆ ว่าหลังจากกลั่นแล้วได้น้ำมันออกมา 3 ชนิด (คือเบนซิน 95, เบนซิน 92 และดีเซลหมุนเร็ว) ราคาเฉลี่ย 49.07 เหรียญต่อบาร์เรล
ทำให้เราคิดได้ว่า “ค่าการกลั่น” ของสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 6.8 เหรียญต่อบาร์เรล
ท่านผู้อ่านคงอยากจะทราบว่า ค่าการกลั่นของโรงกลั่นในประเทศไทยเป็นเท่าใด ผมขอเรียนว่า นับแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2551 เป็นต้นมา กระทรวงพลังงานของประเทศไทยไม่ยอมเสนอข้อมูลส่วนนี้อีกเลยโดยไม่ทราบเหตุผล
ผมได้เคยคำนวณโดยการสุ่มข้อมูลของปี 2550 มาจำนวน 60 วันกระจายทั่วทั้งปี (จะค้นเองทุกวันก็เสียเวลามาก) พบว่า ค่าการกลั่นของประเทศไทยเท่ากับ 9.52 เหรียญต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากวารสารฉบับนี้ได้บอกเราแล้วว่า ราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซลชนิดหมุนเร็วแพงกว่าสิงคโปร์ถึงลิตรละ 1.52 บาท
เราไม่ทราบค่าขนส่ง เพราะเขาไม่ได้บอก แต่ก็น่าจะประมาณ 32 สตางค์ต่อลิตรโดยคิดเทียบกับการขนส่งจากกรุงเทพฯมาถึงสงขลา
อนึ่ง เมื่อปีกลาย (2551) ผมได้ค้นข้อมูลจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในกระทรวงพลังงาน พบว่าประเทศเราขุดน้ำมันดิบได้เองประมาณ 23 % ของปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้า ดังนั้นน้ำมันดิบที่โรงกลั่นในประเทศได้มาจึงเป็นน้ำมันดิบในอ่าวไทยและบนแผ่นดินไทยนี่เอง ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งมากนัก
เมื่อผมต้องการจะกลับไปค้นใหม่อีกครั้งเพื่อความทันสมัย ผมกลับค้นไม่เจอครับ สงสัยว่าทางกระทรวงฯได้ถอดข้อมูลนี้ออกไปแล้ว (ถ้าท่านใดค้นเจอกรุณาบอกผมด้วยครับ)
ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ โรงกลั่นไทยได้เอากำไรเกินกว่าที่ควรจะเป็นถึงอย่างน้อยลิตรละ 1.20 -1.30 บาทต่อลิตร
ในแต่ละเดือน คนไทยใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (ไม่นับเบนซิน) ประมาณ 1,500 ล้านลิตร ดังนั้น คนไทยถูกขูดรีดจากค่าการกลั่นเพียงอย่างเดียวไปถึงเดือนละ 1800 – 2,000 ล้านบาท
ใครเป็นเจ้าของโรงกลั่น ใครเป็นผู้ควบคุมโรงกลั่น ท่านผู้อ่านคงทราบดีกันอยู่แล้ว
โอกาสหน้าผมจะเสนอ “ค่าตลาด” ซึ่งก็เป็นภาระที่คนไทยต้องแบบรับมากอย่างผิดปกติเช่นเดียวกันครับ
เรื่องที่พ่อค้าน้ำมันขูดรีดคนไทยรวมทั้งเรื่องที่กระทรวงพลังงานไม่ยอมเสนอข้อมูลที่จำเป็นต่อผู้บริโภค ผมคิดว่าผมพอจะเข้าใจในเหตุผลของเขาอยู่นะ
แต่ที่ผมไม่เข้าใจก็คือ ทำไมคนไทยเราจึงมีความอดทนสูงมากถึงขนาดนี้ ทำไมไม่ช่วยกันคิดหากลไกใด ๆ มาควบคุมให้เกิดความเป็นธรรมกันเสียที่

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 20-26 มิ.ย. 2552

ที่มา ประชาไท

ยังอยู่กับอดีตเด็กหมา น่าอัศจรรย์ใจ


ตอนเด็กๆ หนูตัวเล็กแค่นี้เอง


พี่โด้ก็เหมือนกัน


แต่ละวัน หนูสำรวจโลกกว้างใหญ่



เหนื่อยเมื่อไรก็มานอนตัก มาอ้อน


แต่โตมาทุกทีๆๆ แววตาหนูก็...



และทำแบบนี้ๆๆๆ !!!


ปล. เมื่อเร็วๆ นี้ ลีอองกินหนังสือ “ขอบกรุง” ของ “ราช รังรอง” เข้าไป (เล่มโปรดมากๆ เสียด้วย !)


ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
The Sun ความเบิกบานสดใส สิ่งต่างๆ ดูมีช่องทางสู่ความสำเร็จ เบิกบานใจ อาจได้เครื่องประดับมีราคา หรือมีคนยกย่อง รับเกียรติยศชื่อเสียง

ความรัก ความสัมพันธ์ 8 เหรียญ การได้คู่คิดคู่สร้าง สนับสนุนกันและกันทางเศรษฐกิจ ฐานะ อีกอย่างมักแสดงถึงคนขยัน เก่งการฝีมือ อาจกำลังมองหาคนลักษณะนี้ หรืออยากทำให้คนที่คบอยู่เป็นไปดังนั้น :-)

สถานการณ์การเงิน The Tower ระวังเรื่องตกอกตกใจ เสียเงินกับอุบัติเหตุ เรื่องไม่คาดฝัน อย่าประมาทแม้จะมีพระอาทิตย์ขึ้นมาประกบก็ตาม

ธุรกิจ การงาน The Star ไพ่ดีขึ้นหลายใบเชียวค่ะ ในการงานมีความราบรื่น อาจได้ทำตามอุดมการณ์ ร่วมงานกับคนจิตใจดีๆ มีความสุขกับบรรยากาศเป็นมิตร

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 1 เหรียญ การเงิน การลงทุน สิ่งเริ่มใหม่ๆ ทุกอย่างค่ะ


คำแนะนำพิเศษ Temperance ความไม่แน่นอนก็คือความไม่แน่นอน เผื่อใจไว้กับความเปลี่ยนแปลงที่มาถึงได้ตลอดเวลา คุณอาจต้องปรับตัวหรือหลิ่วตาตามสถานการณ์หลายๆ อย่างไปก่อน


ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ ราชินีดาบ เรื่องหนักๆ ยังอยู่ อาจต้องร่วมมือร่วมงานกับคนใจแข็ง มือแข็ง ไม่ใช่ผู้อ่อนน้อมยอมใครง่ายๆ หรืออีกทีหมายถึงตัวคุณเองด้วย

ความรัก ความสัมพันธ์ 10 คทา มักแสดงถึงช่วงเวลาที่มีงานยุ่ง ภาระมาก ต่างฝ่ายมีความรับผิดชอบหรือหน้าที่หนักหน่วง เวลาอย่างนี้ก็คงต้องให้กำลังใจกัน แม้จะไม่ได้มีโอกาสหวานชื่นกันนัก

สถานการณ์การเงิน 4 ถ้วย มีเรื่องให้ต้องตัดสินใจ ต้องคิด อาจเป็นการกู้ยืม การใช้เครดิต หรือแม้แต่มีผู้มาขอความช่วยเหลือจากคุณ หรือค่าตอบแทนต่างๆ ที่เสนอเข้ามา ล้วนแต่ต้องคิดให้ถ้วนถี่

ธุรกิจ การงาน 2 ถ้วย มีความสุขกับการทำงาน ได้เพื่อนร่วมงานที่สอดคล้องกัน เจอสิ่งดีๆ เป็นไพ่ของความสมหวังในสิ่งที่ทำด้วยนะ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 6 ดาบ อุปสรรคใดๆ ก็ตาม มีแนวโน้มจะคาราคาซังออกไปอีก หากกำลังรออะไรอยู่ เผื่อใจไว้เลยกับเวลาที่จะยืดไปอีก


คำแนะนำพิเศษ The High Priestess ฟังเสียงจากสัญชาตญาณตัวเองให้ดี ไพ่ใบนี้มักสะท้อนถึงโลกส่วนตัวเร้นลับ ความฉลาดทั้งอีคิวและไอคิว ประเภทดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้ แน่ะ



ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 7 เหรียญ การเก็บออม การสั่งสมประสบการณ์ การเริ่มต้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่ง แต่ยังไม่จบแค่นี้ ต้องก้าวไปข้างหน้าอีกมาก

ความรัก ความสัมพันธ์ The Lovers อาจได้พบรัก พบคู่ พบคนทำให้จิตใจไหวหวั่น หรือมีเรื่องให้คิด ให้เลือก ซึ่งอย่างที่บอกเสมอ ไพ่ใบนี้เป็นได้ทั้งคบหาและแยกทาง ประเด็นคือทางที่ต้องเลือกไปค่ะ

สถานการณ์การเงิน ราชาถ้วย มีความสุขดีค่ะ ไม่มีอะไรน่ากังวล อาจจะใช้จ่ายมือเติบไปหน่อยด้วยซ้ำไป บางคนใช้เงินตามอารมณ์ไปจนเอาดาบหน้า

ธุรกิจ การงาน 7 คทา มีปัญหาหน้างานอีกแล้ว เรื่องต่างๆ ทำเหมือนจะจบแต่ก็ไม่ เรื่องเก่าไปเรื่องใหม่มา อยู่ในช่วงรวบรวมกำลังกายใจฝ่าอุปสรรค

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Moon ความวิตกกังวล ความหวาดระแวง ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่ฉุดจิตใจตกต่ำ


คำแนะนำพิเศษ 3 เหรียญ ลองหาอะไรใหม่ๆ ทำดูสิคะช่วงนี้ อาจเป็นงานพิเศษ งานอดิเรก เรื่องสนุกๆ หรือแง่งามในชีวิตประจำวัน จะนำโชคดีมาให้คุณอย่างคาดไม่ถึง


ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 10 ถ้วย ความสุขในครัวเรือน การตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัว การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก หรือวางแผนอนาคตร่วมกับคนรัก

ความรัก ความสัมพันธ์ 6 คทา อาจมีปัญหาบางอย่างที่คุณกำลังรอเวลาแก้ไข หรือลงมือทำไปบ้างแล้ว สุดท้ายปลายความสัมพันธ์ ต้องการชัยชนะหรือความสำเร็จ (จะรักหรือจะเลิกคะเนี่ย?)

สถานการณ์การเงิน The Empress ไพ่ของความสมบูรณ์ มั่งคั่ง การมีทรัพย์สินในครอบครอง หรือได้คู่ครองที่มีฐานะ อุปถัมภ์กันอยู่

ธุรกิจ การงาน 2 คทา การได้เพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนที่สอดคล้องกัน ช่วยเหลือกันได้ดี เป็นมือซ้ายมือขวาคอยสนับสนุนกัน แต่หากคุณกำลังทำงานใดตามลำพังอยู่ ลองพิจารณาหาคนมาช่วยดูค่ะ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 8 คทา งานๆๆๆ งานเยอะท่วมหูท่วมหู งานงอกงานเงย แต่เหนื่อยอย่างเดียวนะ ค่าตอบแทนไม่มี ถึงมีก็ไม่มาก ฮ่าๆ


คำแนะนำพิเศษ อัศวินเหรียญ อาจได้พบคนที่มีชั้นเชิงทางธุรกิจ ไอเดียเฉียบแหลม หรือได้ช่องทางใหม่ๆ ในการทำมาหาเงินเร็วๆ นี้ค่ะ


ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ ราชาเหรียญ เช่นเดียวกับราชินีเหรียญค่ะ เกี่ยวพันกับการเงิน มีงานทำให้ได้เงินก้อนใหญ่ มีโอกาสที่ดี หรือมีผู้เข้ามาช่วยเหลือ

ความรัก ความสัมพันธ์ Strength มักหมายถึงคู่สัมพันธ์ที่มีเรื่องปะทะคะคานกันอยู่ ต่างฝ่ายต้องใช้ความอดทน ข่มใจ อาจเป็นการพยายามเอาชนะใจตัวเองก็ได้ หรือลึกๆ มีเรื่องอยากเอาชนะกันอยู่

สถานการณ์การเงิน 9 คทา เป็นกังวล ไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจต่อสิ่งที่ตัวเองถืออยู่ พยายามมองหาช่องทางใหม่ให้ดีกว่าเดิม แต่ก็ดูเหมือนสิ่งต่างๆ ยากทีเดียว

ธุรกิจ การงาน ราชินีเหรียญ มีจังหวะที่ดีในเรื่องการงาน อาจพบหรือสัมพันธ์กับคนที่มีฐานะ มีอำนาจ มีความสามารถมอบงานให้ทำ หรือได้ทำงานที่หวังได้ถึงค่าตอบแทนงามๆ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 2 ดาบ การวิวาทบาดหมางจากคำพูดที่ไม่เจตนา การพยายามปกป้องตัวเองจากความเข้าใจ แต่ยิ่งผิดไปกันใหญ่


คำแนะนำพิเศษ 6 ถ้วย คนอายุน้อย หรือเด็ก จะนำของขวัญของฝากมาให้ หรืออาจหมายถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน อย่างหนึ่งหมายถึงการสัมพันธ์กับคนในอดีต การคืนดี การปรับความเข้าใจ



ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 4 คทา การเริ่มต้นกิจการใหม่ๆ อย่างมั่นคง การวางแผน วางรากฐานชีวิต ขึ้นบ้านใหม่ การร่วมมือกับหุ้นส่วนชีวิต

ความรัก ความสัมพันธ์ 2 เหรียญ เป็นช่วงต้องใช้การจัดการค่อนข้างมาก ความสัมพันธ์อาจมีปัญหาไม่ราบรื่นจากเรื่องส่วนตัวของแต่ละฝ่าย มีงานมาก ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน

สถานการณ์การเงิน 9 เหรียญ อาจได้เงินก้อนใหญ่ มีรายได้งาม หรือมีผู้เข้ามาช่วยเหลือปัดเป่าปัญหาทางการเงิน ได้รับความอิ่มเอมใจจากสิ่งที่ตนเองหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง

ธุรกิจ การงาน 5 ดาบ ระวังปัญหาเกิดจากคนเป็นกลุ่ม คนหมู่มาก การขอความร่วมมือไม่สำเร็จ หากต้องประชุมหรือวางแผนตัดสินใจร่วมกับคนหลายฝ่าย มีอุปสรรคมาก

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Fool อย่าประมาทกับการเสี่ยงภัย การมองโลกในแง่ดีมากเกินไป


คำแนะนำพิเศษ 10 เหรียญ หากคุณมีปัญหาทางการเงิน จะได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัว กัลยาณมิตร หรือผู้ที่พร้อมสนับสนุนคุณให้ก้าวสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง



ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
มหาดเล็กเหรียญ ข่าวดีด้านการเงิน การเงินเล็กๆ น้อยๆ ที่ไหลมาเติมของเก่า การได้คนอายุน้อยกว่า หรือบุตรหลานบริวารเข้ามาช่วยเหลือการงาน

ความรัก ความสัมพันธ์ The Chariot อาจต้องเดินทางห่างกัน หรือมีภาระความรับผิดชอบที่ต่างฝ่ายต่างต้องมุ่งไป ความสัมพันธ์ไม่ถือว่าราบรื่น ต่างคนอาจมีเป้าหมายของตัวเอง ต้องอดกลั้นอย่างมาก

สถานการณ์การเงิน อัศวินดาบ ถือว่าหนักพอสมควร ยังต้องแก้ปัญหาไปข้างหน้า หยุดไม่ได้ มีอุปสรรคให้ฝ่าฟัน ต้องรวบรวมกำลังใจอย่างมาก

ธุรกิจ การงาน The Magician ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นโดยฉับพลันทันใด หรือคุณจะได้พบงานที่ไม่เคยคิดเคยทำมาก่อน เป็นไพ่ของความหักเหเปลี่ยนแปลง (ในทางที่ดี) อาจได้งานที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งเรียนมาอย่างสิ้นเชิง

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 1 คทา งานใหม่ สิ่งที่เพิ่มเริ่มต้นเมื่อเร็วๆ นี้ อย่าเพิ่งหวังแต่ด้านโสภาเท่านั้น


คำแนะนำพิเศษ 7 ดาบ อาจจำเป็นต้องเอาตัวรอดให้ได้ ด้วยกลวิธีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการทำอะไรลับลวงพราง การลักลอบ การหลบหนี !?!



ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 3 ดาบ อาจอยู่ในบรรยากาศที่ชวนให้หงุดหงิด ต้องสัมพันธ์กับคนเจ้าอารมณ์ มีเรื่องยั่วโทสะไม่เว้นวาย ระวังอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ด้วย

ความรัก ความสัมพันธ์ Death อาจมีความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น คนรัก คนที่ผูกพัน หรือคนในความสัมพันธ์ (ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนรักคู่ครองเท่านั้น) อาจจากไป หรือมีเหตุให้ยุติความสัมพันธ์

สถานการณ์การเงิน The Hanged Man ปัญหายังไม่จบง่ายๆ และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น แม้สถานการณ์จะไม่ได้เปิดเผยออกมาชัดๆ คุณเองก็จะรู้เองว่าเข้าสู่วิกฤติแล้ว รายได้อาจหดหาย ระวังการถูกเลิกจ้างกลางคันด้วย

ธุรกิจ การงาน 4 ดาบ ไพ่ของการหยุดพัก การชะลองาน การปรับเปลี่ยนแผนการ และยังแสดงถึงความเครียดที่สะสมไปเรื่อยๆ ระวังจะถึงจุดที่ต้องหยุดเพราะป่วย

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 6 เหรียญ ถึงรอบต้องจ่าย ต้องใช้คืน เครดิตหรือการกู้ยืมต่างๆ ไม่ราบรื่น


คำแนะนำพิเศษ Judgement จะมีข่าวสารสำคัญมาถึงคุณในอาทิตย์นี้ ลองจับตาฟังให้ดี อาจเป็นหนทางแก้ไขปัญหาอีกครั้งหนึ่ง


ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 9 ดาบ ความวิตกกังวล จิตตก เครียด ช่วงเวลาที่บรรยากาศแวดล้อมชักพาให้เข้าสู่ความซึมเศร้าอีกครั้ง โอ้ ต้องรีบมองโลกในแง่บวกไว้ค่ะ

ความรัก ความสัมพันธ์ 10 ดาบ เป็นช่วงคราวเคราะห์ก็ว่าได้ ความสัมพันธ์ไม่ดีเอาเสียเลย อาจถึงคราวทะเลาะเบาะแว้งครั้งใหญ่ หรือขนาดจะตัดใจไปจากกัน คนอื่นๆ ก็เข้ามามีเอี่ยวให้เรื่องเลวร้ายกว่าเดิมอีกดกด้วย

สถานการณ์การเงิน 4 เหรียญ เป็นช่วงกังวล ไม่ราบรื่น สภาพไม่คล่อง ต้องประหยัดอย่างมาก อย่างไรก็ดี ไพ่ใบนี้หลายครั้งแสดงถึงความวิตกภายในใจ ไม่ได้หมายถึงคนที่ยากจนจริงๆ บางคนมีเงินเก็บเงินก้อน แต่ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี หวาดกลัวยิ่งกว่าคนที่ไม่มีเสียอีก

ธุรกิจ การงาน 1 ดาบ จะมีปัญหาให้ต้องตัดสินใจ มีงานซึ่งต้องใช้ความเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง แต่รวมๆ ก็คืออุปสรรคที่ไม่ง่ายหากจะฝ่าไป ต้องใช้ความอดทนอย่างหนัก

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 5 เหรียญ ความขัดสนที่มาเยือน ปัญหาจุกจิกรายวัน บั่นทอนจิตใจ


คำแนะนำพิเศษ Wheel of Fortune ชีวิตมีขึ้นมีลงค่ะ ทำความเข้าใจประโยคนี้จากภายในใจจริงๆ ของตัวเอง แล้วจะพบสัจธรรม


ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Hermit การแสวงหาคำตอบบางประการแก่ตัวเอง ความต้องการจะสงบใจ การปลีกตัว การอยู่กับความสันโดษแม้จะหลีกเลี่ยงความเหงาไม่ได้

ความรัก ความสัมพันธ์ 8 ถ้วย อาจมีเรื่องผิดหวัง ต้องเดินทางห่างกัน หรืออยู่ไกล บางคนจำใจจำจาก รวมๆ หมายถึงเวลาที่ไม่มีความสุขค่ะ

สถานการณ์การเงิน ราชินีคทา ไม่มีอะไรน่าห่วง มักหมายถึงคนที่จัดการสิ่งต่างๆ ได้ดี เก่งบัญชี ทำงบเป็น การเงินส่วนตัวหรือในความรับผิดชอบจึงราบรื่นดี

ธุรกิจ การงาน มหาดเล็กเหรียญ อาจต้องใช้เงินกับการลงทุนใหม่ๆ หรือมีข่าวดีเรื่องการเงิน หากทำงานกับคนอายุน้อย งานอดิเรกต่างๆ จะให้ผลตอบแทนน่าชื่นใจ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น มหาดเล็กดาบ ยังต้องผจญกับสายลมที่ปรวนแปร ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เตรียมรับมือไว้ค่ะ


คำแนะนำพิเศษ ราชาดาบ สู้ให้รู้กันไปข้าง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หากต้องเผชิญหน้ากับคนเก่ง คนแกร่ง ให้รู้ว่าคุณก็แกร่งได้เช่นกัน


ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Devil อาจพบกับแรงจูงใจให้ทำในสิ่งยั่วกิเลส สัมพันธ์กับคนต้องห้าม รักต้องห้าม การต้องอดทนอดกลั้นในสิ่งยั่วอารมณ์เหลือเกิน

ความรัก ความสัมพันธ์ The World ความสุขในชีวิตคู่ การนำพากันไปสู่ชีวิตที่สวยงาม ความเบิกบานภายใน บางครั้งหมายถึงการได้กัลยาณมิตร อยู่ในครอบครัวที่ผาสุก

สถานการณ์การเงิน The Hierophant หากเกิดปัญหา จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้หลักผู้ใหญ่ ไพ่มักแสดงถึงการใช้จ่ายอย่างคนที่มีวุฒิภาวะ ใช้เงินกับเรื่องสำคัญในชีวิต การวางแผนอย่างรอบคอบ

ธุรกิจ การงาน 9 ถ้วย ได้ทำงานที่มีความสุข หรือทำด้วยความสุขทางใจเป็นหลัก บางอย่างเป็นโลกส่วนตัวที่แสนสุข ไม่จำเป็นต้องสนใจใคร แต่ในบางคนอาจได้เพื่อนร่วมงานที่มีลักษณะลึกลับแต่ก็น่ารัก

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อัศวินคทา ความกระตือรือร้นที่มาง่ายไปง่าย ทำอะไรป๊อบๆ แป๊บๆ


คำแนะนำพิเศษ 3 คทา เปิดตัวเองออกสู่โลกกว้างได้อีกค่ะ อาจพบปะผู้คนใหม่ๆ ขยายแวดวงเดิมออกไป เรียนรู้ประสบการณ์จากเพื่อนๆ มีอะไรอีกมากรอคุณอยู่



ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ ราชินีถ้วย ความเหงาที่ไม่เข้าใครออกใคร ต่อให้ทุกอย่างดูสมบูรณ์พร้อมดี ในบางคนอาจมีเรื่องรักพัวพัน รักเขาข้างเดียว

ความรัก ความสัมพันธ์ 1 ถ้วย อาจมีความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง มีสิ่งดีๆ มอบให้แก่กัน บางคนคืนดีกับคนรัก บางคู่ถึงขั้นหมั้นหมาย แต่งงาน ย้ายห้องย้ายบ้านไปอยู่ร่วมกัน

สถานการณ์การเงิน 5 คทา ไม่ราบรื่นนัก โดยเฉพาะการเงินที่ต้องเกี่ยวพันกับคนอื่น ไม่สามารถตัดสินใจเพียงลำพังได้ การเบิกจ่ายต่างๆ ประสบปัญหา บางทีอาจต้องใช้เงินในการทำงาน (โดยไม่ประสบผลสำเร็จ)

ธุรกิจ การงาน 3 ถ้วย แต่สำหรับเรื่องงาน มีเรื่องให้ยินดี อาจเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ทีเพิ่งทำเสร็จไป หรือได้รับคำชมจากคนรอบข้าง มีเหตุให้ต้องฉลองงง

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 7 ถ้วย การมองโลกด้วยสายตาเคลือบฝัน แยกแยะอะไรไม่ออก อย่างที่เคยเทียบว่า เห็นป้ายหน้าร้านลาบนึกว่าเป็นแสงกะพริบจากดวงดาว


คำแนะนำพิเศษ
8 ดาบ อาจต้องตกอยู่ในช่วงเคลื่อนไหวลำบากอีกครั้ง มีปัญหาสุมรุมเร้า ถูกจำกัดสิทธิ ถูกจองจำ ขอให้สงบใจ มีสติให้มาก ค่อยคิดแก้ไขไปทีละเปลาะ แล้วสิ่งต่างๆ จะคลี่คลายไปในที่สุด