WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 28, 2009

BBC:ทักษิณปลุกเสื้อแดงรวมพลใหม่ยืนหยัดสู้

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา BBC
28 มิถุนายน 2552

สื่อต่างประเทศเสนอข่าวทักษิณขอให้เสื้อแดงต่อต้านรัฐบาลต่อไป


สำนักข่าวBBC นำเสนอภาพและข่าวหัวข้อเรื่อง"ทักษิณเรียกร้องให้ต่อต้านครั้งใหม่"โดยระบุว่าทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกทำรัฐประหารโค่นลงจากอำนาจได้โฟนอินมายังเวทีผู้ประท้วงจำนวนมหาศาลในกรุงเทพฯเรียกร้องให้มีการต่อต้านรัฐบาลครั้งใหม่ และให้การต่อต้านดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ภายหลังจากการลุกขึ้นประท้วงในคราวก่อนเมื่อกลางเดือนเมษายนถูกรัฐบาลใช้พรก.ฉุกเฉินใช้กำลังทหาร-ตำรวจปราบปรามลง ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต2คน และบาดเจ็บอีกกว่า 100 คน

รายงานข่าวอ้างการประเมินของตำรวจว่ามีผู้ชุมนุมมากเกินกว่า25,000คน จำนวนมากที่สุดนับแต่เหตุการณ์ชุมนุมใหญ่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งปิดฉากลงด้วยความรุนแรง

ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ป้องกันเหตุและเตรียมปราบจลาจลในคราวนี้มากกว่า4,000นาย

ทักษิณกล่าวทางโทรศัพท์จากดูไบมายังผู้สนับสนุนเขาว่า"เราไม่ได้รับความยุติธรรม เราถูกปฏิบัติแบบ2มาตรฐาน ตอนนี้พวกเรารวมตัวกันอยู่ ณ ที่นี้เพื่อที่จะบอกว่าหากคุณต้องการให้เราหยุด ก็ให้คืนความยุติธรรม และประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา"

เขายังได้ร้องเพลงให้บรรดาผู้ชุมนุมฟัง และวิงวอนว่าให้พยายามช่วยนำเขากลับประเทศด้วย

ทักษิณกล่าวในการโฟนอินว่า อย่าปล่อยให้เขาตายอยู่กลางทะเลทราย ในเมื่อเขายังมีความสามารถทำงานให้ประเทศได้ และว่าเขาจะกลับมาช่วยฟื้นฟู"ประชาธิปไตยที่แท้จริง"ให้กับประเทศ

พวกนิยมเจ้ามองเห็นความนิยมชมชอบที่ประชาชนมีต่อทักษิณว่าเป็นภัยต่อพระราชวงศ์(ภาพและคำบรรยาย:BBC)

บีบีซีรายงานด้วยว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก้าวมาเป็นรัฐบาลเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย หลังจากรัฐบาลที่เป็นพันธมิตรกับทักษิณล่มลง จากการประท้วงของพวกเสื้อเหลืองที่ต่อต้านทักษิณ โดยอภิสิทธิ์ได้รับการโหวตหนุนจากนักการเมืองที่เคยเป็นฝ่ายหนุนทักษิณมาก่อน และได้เปลี่ยนข้างในเวลาต่อมา

นักวิเคราะห์กล่าวว่าความแตกแยกในสังคมไทยที่แบ่งฝ่ายเป็นสีแดงกับสีเหลืองยังคงรุนแรง

ประชาชนไทยในชทบทจำนวนมากให้การสนับสนุนทักษิณและแนวร่วม โดยใช้สัญลักษณ์เสื้อสีแดง

ส่วน"เสื้อเหลือง"คือพวกที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชนชั้นนำในกรุงเทพฯ,คนชั้นกลาง และพวกอนุรักษ์นิยมเจ้า

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน เป็นการจัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดของบรรดาผู้สนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณในรอบ2เดือน นับจากเกิดการปะทะกันรุนแรงเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้มีการยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่ โดยเห็นว่าการก้าวขึ้นสู่อำนาจของอภิสิทธิ์ไม่ชอบธรรม เพราะถูกกำกับโดยทหารที่ทรงอำนาจ

"ผมเข้าร่วมการประท้วงเพราะต้องการประชาธิปไตยในประเทศไทย และต้องการอดีตนายกฯทักษิณกลับบ้าน เพราะสิ่งที่เขาถูกกระทำนั้น ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่ามันไม่ยุติธรรม"ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์

จตุพรปูดเสื้อแดงเทียมอาจสร้างสถานการณ์

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_15785

กลุ่มเสื้อแดง ทยอยชุมนุมสนามหลวง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 มั่นใจดูแลความเรียบร้อยได้ ยันไม่ขัดขวาง 'จตุพร' แฉ อาจมีเสื้อแดงเทียมแฝงตัวสร้างสถานการณ์​ ...


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนามหลวง วันนี้ (27 มิ.ย.)ได้เริ่มต้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. โดยประชาชนสวมเสื้อแดงทยอยมาเข้าร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และมาเป็นคณะด้วยรถบัส สำหรับบรรยากาศโดยรอบมีการจำหน่ายของที่ระลึก ส่วนมาตรการดูแลความเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเป็นจุด ๆ จุดละ 20 นาย ทิ้งระยะห่างจุดละ 50 เมตร รอบพื้นที่สนามหลวง

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้มาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานครั้งนี้จำนวน 4 กองร้อย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ โดยส่วนหนึ่งดูแลบริเวณสนามหลวง อีกส่วนหนึ่งประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมสนับสนุนการทำงานทันทีที่เกิดเหตุวุ่นวาย มั่นใจว่าจะสามารถดูแลความเรียบร้อยได้ เนื่องจาก การข่าวยังไม่ได้รับรายงานว่า มีการแฝงตัวจากมือที่สาม เพื่อก่อเหตุวุ่นวาย หรือจะมีการเคลื่อนย้ายการชุมนุมออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะไม่ขัดขวางการชุมนุม จะปล่อยให้ใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่ได้สั่งการให้บันทึกเนื้อหาการปราศรัยของแกนนำ หากพบว่าเข้าข่ายหมิ่นสถาบันจะดำเนินการทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.45 น. ได้เกิดฝนตกลงอย่างหนัก ทำให้ผู้ชุมนุมต้องวิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น แต่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ยังปักหลักนั่งอยู่บริเวณหน้าเวที

จากนั้น นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การชุมนุมจะเป็นไปอย่างสงบ และจะยุติในเวลา 06.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) แต่หากมีการสร้างสถานการณ์ใดขึ้นมา ก็อาจไม่เป็นไปตามนั้น เพราะขณะนี้ ได้รับรายงานว่า อาจมีเสื้อแดงเทียมมาสร้างสถานการณ์ ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ไม่ได้เป็นไปตามแผนตากสิน 2 ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่า แผนดังกล่าวเป็นการบิดเบือนจากรัฐบาลหรือไม่ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินเวลา 20.30 น.โดยจะพูดถึงความล้มเหลวของรัฐบาล ในการบริหารประเทส อย่างไรก็ตาม ส่วนการชุมนุมครั้งต่อไป ต้องประเมินสถานการณ์ก่อน

บันนังสตาปะทะเดือด จนท.ดับ2 คนร้ายดับ1 ชาวบ้านถูกบล็อกไม่ให้ออกบ้านครึ่งวัน

ที่มา ประชาไท

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุปะทะกันหลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นบ้านในเขตเทศบาล อ.บันนังสตา จ.ยะลา จนคนร้ายเสียชีวิต 1 เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 และมีการปิดล้อมหมู่บ้านอีกครึ่งวัน กระทั่งล่าสุด ได้ยกเลิกการปิดล้อมแล้ว

โพสต์ทูเดย์รายงานว่า 07.55 น.ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าทีตำรวจ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะที่ 15 (ฉก.15) เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 198 ถนนสุขยางค์ เขตเทศบาลตำบลบันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้เกิดยิงปะทะกลุ่มคนร้าย ผลจากการปะทะ ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 คน บริเวณหน้าบ้านดังกล่าว ทราบชื่อ นายโซปบัน บือแน อายุ 26 ปี มีหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุนเฉิน เดิมเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ต .บันนังกูแว อ.บันนังสตา จ.ยะลา พร้อมยึดอาวุธปืน SK จำนวน 1 กระบอก

ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 คน ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.พงศธร นิรภัย เป็นเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจที่ 15 และ จ.ส.ต.สังสรรค์ กาหลง อายุ 39 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา และยังมีเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจที่ 15 ได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ทราบชื่อ คือ สิบโทคำรณ จอมมาศ อายุ 24 ปี ถูกกระสุนเฉี่ยวที่บริเวณศีรษะ ผู้สื่อข่าวรายเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังมีคนร้ายบางส่วนยังคงหลบอยู่ภายในบ้านดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่พยายามที่จะเจรจาให้ออกมามอบตัว โดยเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมในเจรจา เพื่อให้คนร้ายที่ยังเหลืออยู่ภายในบ้านออกมามอบตัว
ประชาไทสอบถามจากชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เหตุปะทะใช้เวลาประมาณ 5 นาที ส่งผลชาวบ้านส่วนใหญ่ตกใจและเสียขวัญ ขณะนี้ ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงจุดปะทะยังไม่สามารถออกจากบ้านได้ ทราบแต่เพียงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และคนร้ายเสียชีวิต 1 คน สถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านซึ่งคนในพื้นที่รู้จัก แต่สำหรับคนร้ายนั้น ชาวบ้านไม่ทราบว่าเข้ามาเวลาไหน
เวลา 13.00 น. สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำการปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวเพื่อเจรจากับคนร้ายที่เหลือ ส่งผลให้การจราจรติดขัด และแม้ว่าวันนี้โดยปกติเป็นวันที่มีตลาดนัด แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ตัดสินใจเก็บข้าวของไม่ทำการค้าขายเนื่องจากรู้สึกไม่ปลอดภัย
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่เดินทางกลับแล้วเนื่องจากพบว่า ข้างในบ้านซึ่งทำการปิดล้อมไม่มีคนร้ายอยู่ในบริเวณดังกล่าวแล้ว

ที่มาของข่าวบางส่วน: บันนังสตาปะทะเดือด จนท.ดับ2 http://www.posttoday.com

กระทรวงการต่างประเทศโต้องค์การนิรโทษกรรมสากลกรณีคดีดา ตอร์ปิโด

ที่มา ประชาไท

กระทรวงการต่างประเทศระบุกระบวนการพิจารณาคดี ของดารณี ชาญเชิงศิลปกุลเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมภายใต้หลักกฎหมายเช่นเดียวกับคดีอื่นๆ โต้ เป็นที่น่าเสียใจและไม่มีเหตุผลอย่างยิ่งที่องค์การนิรโทษสากลจะตั้งข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับความเที่ยงธรรมและความเป็นมืออาชีพของตุลาการไทย

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2552 นายธานี ทองภักดี รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีองค์การนิรโทษสากล (Amnesty International) ออกแถลงข่าวเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของน.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ว่า การพิจารณาคดีดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมภายใต้หลักกฎหมาย เช่นเดียวกับคดีอื่นๆ

ผู้ถูกดำเนินคดีได้รับสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม มีโอกาสในการต่อสู้คดีและได้รับความช่วยเหลือจากทนาย ส่วนการที่ศาลสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับ ถือเป็นดุลพินิจของศาลตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177 สำหรับเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันความลับอันเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ (ข้อ 14 ของกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง) และไม่แตกต่างจากแนวปฏิบัติของประเทศอื่นๆ

จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและไม่มีเหตุผลอย่างยิ่งที่องค์การนิรโทษสากลจะตั้งข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับความเที่ยงธรรมและความเป็นมืออาชีพของตุลาการไทย

ก่อนหน้า ในวันเดียวกัน องค์การนิรโทษกรรมสากลได้ส่งหนังสือถึงสื่อมวลชนเรียกร้องให้ศาลอาญาไทยดำเนินการพิจารณาคดีของดา ตอร์ปิโดอย่างเปิดเผย โดยระบุว่าแม้ว่าสนธิสัญญาสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองระหว่างประเทศ (ICCPR) และรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้กีดกันสาธารณะออกจากการพิจารณาคดีได้ แต่ก็ต้องเป็นไปอย่างจำกัดอย่างยิ่ง และจะต้องเป็นเพียงมาตรการสำคัญเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่หลังจากไม่มีมาตรการอื่นใดที่ใช้ได้แล้ว

"รัฐบาลไทยจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ลำบากในการอธิบายว่าทำไมการพิจารณาคดีบุคคลคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าแสดงความเห็นดูหมิ่น จึงต้องประนีประนอมกับความมั่นคงของประเทศไทย" แซม ซาริฟี ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวในตอนหนึ่งของหนังสือถึงสื่อมวลชน

รัฐบาลเด็กอมมือทำประเทศหน้าแตกในการประชุมยูเนสโก

ที่มา thaifreenews

เขียนโดย แปลโดย kila1255
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2009 เวลา 01:32 น.


altThailand Suffers Massive Loss of Face at UNESCO Meeting
by Domrei on Wed Jun 24, 2009 3:32 pm
แปลจากกระดานข่าวของ New Sky

ประเทศไทยหน้าแตกในการประชุมยูเนสโก
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา กล่าวกับ “Deum Ampil” ในวันที่ 23 มิย. 2552 ว่า คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ได้ตัดสินใจปฏิเสธการร้องขอจากนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งพยายามที่จะขอร่วมกับกัมพูชาในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร



อ่านเพิ่มเติมและแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
การปฏิเสธของยูเนสโกในครั้งนี้ทำให้รัฐบาลไทยเสียหน้า โดยเฉพาะนายกฯ ของไทยซึ่งได้อำนาจมากโดยการรัฐประหารรัฐธรรมนูญ โดยได้รับการช่วยเหลือจาก (เซ็นเซอร์) และกลุ่มนายพลทหาร เหตุการณ์หน้าแหกครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการพ่ายแพ้ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยซึ่งได้รับการมอบหมายจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ของไทยที่นำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมครั้งที่ 33 ของคณะกรรมการมรดกโลกที่เมือง Seville ประเทศสเปน ประเทศไทยต้องการให้มีการทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกการพ่ายแพ้ครั้งนี้ได้ทำให้โลกหันมาสนใจกับความพยายามอย่างไร้ยางอายของประเทศไทย และแสดงให้เห็นความพยายามของรัฐบาลไทยในการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา และการครอบครองปราสาทพระวิหารของกัมพูชามีการรายงานข่าวที่กรุงเทพในวันอังคารว่ารองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ บอกว่าเขาจะไปเยี่ยมกัมพูชาอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ เพื่อยืนยันกับฮุนเซนเกี่ยวกับจุดยืนของไทยในการคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารนายสุเทพ กล่าวว่า เขาและรมต. กลาโหม พล อ. ประวิตร วงศ์สุวรรณ จะไปเย่ียมกัมพูชาเพื่ออธิบายกับฮุนเซนในเรื่องการเข้าใจผิดของทั้งสองประเทศในกรณีปราสาทพระวิหารแม้ว่านายสุเทพจะยืนยันการเดินทางไปกัมพูชาในวันเสาร์นี้ Kuy Kuong โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า จนกระทั่งบัดนี้ กระทรวงฯ ยังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการใดๆ ในเรื่องการเดินทางนี้ จากประเทศไทยเลย เขาเสริมว่า "จนกระทั่งบัดนี้ เราได้รับข้อมูลว่า รองนายกฯ​ และรมต.​กลาโหม ของไทยจะมาเยี่ยมกัมพูชาอย่างเป็นทางการ แต่ จนถึงวันอังคาร สถาทฑูตกัมพูชายังไม่ได้รับ การติดต่ออย่างเป็นทางการจากไทย เกี่ยวกับการเดินทางนี้"นายสุเทพ กล่าว "ไทยและกัมพูชา ต่างก็มีจุดประสงค์ในการหลีกเลี่ยงปัญหาบริเวณชายแดนในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร และความขัดแย้งนี้ไม่ใช่การขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา แต่เป็นการขัดแย้งระหว่างไทยและกรรมการมรดกโลก"นายสุเทพฯ เสริมว่า เขาหวังว่าจะสามารถทำให้ฮุนเซนเข้าใจจุดยืนของไทยได้รายงานข่าวเรื่องการเดินทางของนายสุเทพ ภายใต้คำสั่งของนายอภิสิทธิ์ มีขึ้นหลังจากปฏิกิริยารุนแรงของฮุนเซนในการตอบโต้ปัญหาที่ถูกหยิบยกโดยผู้นำนอกกฎหมายของไทย รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ นายกฯ​ ไทย และกษิต ภิรมย์ รมต. ต่างประเทศที่หยาบคายของไทย ซ่ึงหน้าด้านพอที่จะไปขอให้ยูเนสโก ทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร โดยขอสิทธิ์ร่วมในการขึ้นทะเบียนด้วย ปัญหานี้ถูกหยิบยกขึ้นมาโดยคนโง่ๆ ท่ีทำตัวราวกับผีที่บริหารประเทศที่มีพลเมือง 7 ล้านคน ซึ่งทำให้สมเด็จฮุนเซน นายกฯ ที่ฉลาด และมีปัญญา ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่คนที่ล้าหลังพวกนี้ได้ก่อปํญหาขึ้นฮุนเซน บอกกับนักข่าวที่กระทรวงการต่างประเทศว่า "ผมเชื่อว่านี่เป็นคำพูดของคนเป็นนายกฯ​ จากประเทศที่แทรกแซงอธิปไตยของประเทศอื่น และผมผิดหวังในสิ่งที่เขา (นายกฯ​ไทย) พูดและแสดงความต้องการ ตอนที่เขา (นายกฯ ไทย) มาเยี่ยมกัมพูชา เขาไม่ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกับผม แต่ผมเชื่อว่าจุดมุ่งหมายของเขาจะไม่ประสบผลสำเร็จ"
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2009 เวลา 01:48 น.

สด!เสื้อแดงล้นสนามหลวง สืบเจตนาคณะราษฎร์ โค่นรัฐบาลอำมาตยาฯทวงประชาธิปไตย ยุบสภา

ที่มา Thai E-News



ยุบสภา-ฉากหลังเวทีชุมนุมใหญ่เสื้อแดงเขียนว่า"สืบเจตนาคณะราษฎร์ โค่นรัฐบาลอำมาตยาฯ ทวงคืนประชาธิปไตย ยุบสภา"โดยเน้นคำว่า"ยุบสภา"ใหญ่เห็นเด่นชัดที่สุด(ชมภาพชุดเวลา 5 โมงเย็น คลิ้กที่นี่)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 มิถุนายน 2552
หมายเหตุ:ภาพข่าวนี้จะมีการอัพเดตเป็นระยะ

ติดตามการถ่ายทอดสด
http://www.thaipeoplevoice.org
http://www.newskythailand.us
http://www.uddtoday.ning.com
http://www.newskythailand.com
true vision TNN24ถ่ายทอดสดเป็นช่วงๆดูทางเน็ต http://truemusic.truelife.com/home/player/player_livetv.php?guid=8



เราต่างมาจากทุกทั่วสารทิศ-ภาพบรรยากาศกลุ่มเสื้อแดงที่เดินทางทางจากทั่วสารทิศมาที่ท้องสนามหลวงเพื่อร่วมกัน"สืบเจตนาคณะราษฎร์ โค่นรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย ทวงคืนประชาธิปไตย ยุบสภา"(ชมภาพชุดเหตุการณ์บ่าย3โมงคลิ้กที่นี่)
ก่อนการชุมนุมใหญ่ภายใต้คอนเซ็ปต์"สืบเจตนาคณะราษฎร์ โค่นรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย ทวงคืนประชาธิปไตย ยุบสภา"ในวันนี้(27มิ.ย.)เวลา16.00น.ที่ท้องสนามหลวง ฝ่ายกุมอำนาจรัฐ และสื่อมวลชนกระแสหลักต่างออกมาขัดขวางทุกวิถีทาง แต่ไม่อาจขวางกั้นกระแสธารแห่งธรรมได้ ประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรมต่างมุ่งหน้ามาจากทุกสารทิศมุ่งหน้าสู่สนามหลวง โดยไม่หวาดหวั่นต่อการคุกคามของอมาตยาธิปไตย กับรัฐบาลหุ่นเชิด และสมุนบริวาร จนล้นสนามหลวง

ทักษิณประนีประนอมลดแข็งกร้าวขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อกลับประเทศ

16.00 น.ประชาชนมาแน่นล้นสนามหลวง
17.00 น.ฝนตกหนัก ผู้ชุมนุมนำร่มมาด้วยต่างกางร่มเป็นพลร่มลานตาเต็มท้องสนามหลวง แต่ต่อมาฝนหยุดตก
18.00 น.กวีศรีประชา วิสา คัญทัพ-ไพจิตร อักษรณรงค์ นำเข้าสู่บรรยากาศการชุมนุมด้วยเพลงปลุกขวัญ และ3เกลอวีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิร่วมกันร้องเพลง"ชนะแน่"

(ภาพช่วง1ทุ่มตอนอดิศรปราศรัย ชมภาพชุดคลิ้กที่นี่)
18.30 น.อดิศร เพียงเกษ ขับร้องเพลงหมอลำ และเปิดการปราศรัย
19.00 น. ก่อแก้ว พิกุลทอง ปราศรัย
19.30 น.ฝนตกลงมาหนัก จตุพร พรหมพันธ์ ขึ้นปราศรัยกลางสายฝน ผู้ชุมนุมกางร่มสู้ไม่ถอยหนี

21.15 น.วีระ มุสิกพงศ์ ขึ้นกล่าวปราศรัย
21.33 น.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินเข้ามายังเวทีคนเสื้อแดง โดยลดท่าทีความแข็งกร้าวลงจากคราวก่อน นอกจากการพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์แก้ไขไม่ตรงจุดแล้ว ก็บอกว่าเขามีความสามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้ โดยนายวีระ มุสิกพงศ์กล่าวว่าจะพาประชาชนเข้าชื่อ1ล้านคนทูลเกล้าฯถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษแก่ทักษิณให้กลับประเทศ ทั้งนี้ทักษิณกล่าวว่าแล้วแต่พระบรมราชวินิจฉัย แต่เขาไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร จะกลับมาสนองคุณในหลวง และทุกฝ่ายจะได้กลับสู่ความปรองดองสมานฉันท์(อ่านช่วงที่ทักษิณโฟนอินเข้ามาอย่างละเอียด คลิ้กที่นี่)
23.10 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวปราศรัย
06.00 น.วันอาทิตย์ที่28มิ.ย. คาดว่าจะยุติการชุมนุม


สื่อต่างประเทศเสนอข่าวทักษิณขอให้เสื้อแดงต่อต้านรัฐบาลต่อไป


สำนักข่าวBBC นำเสนอภาพและข่าวหัวข้อเรื่อง"ทักษิณเรียกร้องให้ต่อต้านครั้งใหม่"โดยระบุว่าทักษิณโฟนอินมายังเวทีผู้ประท้วงจำนวนมหาศาลในกรุงเทพฯเรียกร้องให้มีการต่อต้านรัฐบาลต่อไป

รายงานข่าวอ้างการประเมินของตำรวจว่ามีผู้ชุมนุมมากเกินกว่า25,000คน จำนวนมากที่สุดนับแต่เหตุการณ์ชุมนุมใหญ่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งปิดฉากลงด้วยความรุนแรง

ทักษิณกล่าวในการโฟนอินว่า อย่าปล่อยให้เขาตายอยู่กลางทะเลทราย ในเมื่อเขายังมีความสามารถทำงานให้ประเทศได้ และว่าเขาจะกลับมาช่วยฟื้นฟู"ประชาธิปไตยที่แท้จริง"ให้กับประเทศ

พวกนิยมเจ้ามองเห็นความนิยมชมชอบที่มีต่อทักษิณของประชาชนว่าเป็นภัยต่อพระราชวงศ์(ภาพและคำบรรยาย:BBC)

แนวร่วมเสื้อแดงทยอยรวมตัวที่ท้องสนามหลวง

สำหรับบรรยากาศ บริเวณท้องสนามหลวงช่วงเช้าวันนี้(27มิ.ย.) ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเย็น ภายหลังจากที่ แกนนำประกาศจะทวงคืน ประชาธิปไตยแก้ไขรัฐธรรมนูญและขับไล่รัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯล่าสุด กลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีแดงได้เดินทางโดยรถบัสมารอการรวมตัวชุมนุม ในช่วงเย็นวันนี้แล้ว

ขณะเดียวกัน กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า รวมถึง กลุ่มแนวร่วมคนเสื้อแดง ได้มีการนำเสื้อสีแดงที่มีตราสัญลักษณ์ความเป็นตัวตนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และกลุ่มสามเกลอ หมวก ซีดี หนังสือพิมพ์ และอาหาร มาจำหน่ายอยู่รอบบริเวณท้องสนามหลวง

รายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางโทรทัศน์ช่อง 3 รายงานช่วงเวลา11.50น.ว่า บรรยากาศเวทีคนเสื้อแดงค่อนข้างร้อน คนเสื้อแดงเริ่มทยอยเข้ามาที่ท้องสนามหลวงแล้ว โดยได้รับการยืนยันจากแกนนำว่าการชุมนุมจะมีตั้งแต่ช่วงเย็นไปเลิกตอนเช้าตรู่วันอาทิตย์ โดยไม่เคลื่อนย้ายไปที่ใด ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลได้ตรึงกำลังรักษาทำเนียบฯ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เตือนว่าเสื้อแดงอย่าเข้ามายึดทำเนียบรัฐบาล ไม่เช่นนั้นจะจัดการเฉียบขาด

ตำรวจคาดเสื้อแดงร่วมชุมนุมเย็นนี้ 50,000 คน

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.องอาจ พงษ์ศักดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการควบคุมดูแลการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ นปช. เพื่อประเมินสถานการณ์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะนัดรวมตัวกันเย็นวันนี้ โดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จะใช้กำลังตำรวจ 600 นาย ดูแลพื้นที่การชุมนุมรอบท้องสนามหลวง ทั้งนี้ หากผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนขบวน ตำรวจจะไม่ตั้งจุดสกัดกั้น แต่จะประเมินสถานการณ์เป็นระยะ แล้วใช้มาตรการในการควบคุมดูแลจากเบาไปถึงหนัก ตั้งแต่การประกาศเตือน จนถึงมาตรการขั้นสูงสุดตามคำสั่งศาลปกครอง

ส่วนสถานที่ราชการต่างๆ ยังไม่มีการส่งกำลังไปดูแลเป็นพิเศษ นอกจากทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ที่ตำรวจและทหารได้สนธิกำลังไปคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประเมินว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมในวันนี้ ประมาณ 30,000-50,000 คน โดยกล่าวฝากไปยังแกนนำและผู้ที่มาชุมนุมให้ใช้สิทธิตามกรอบของกฎหมาย โดยเฉพาะการห้ามพกพาอาวุธ และห้ามทำลายสถานที่ราชการอย่างเด็ดขาด

ส่วนความเคลื่อนไหวของเสื้อแดงทั่วประเทศที่เดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่มีรายงานข่าว มีดังนี้

มาแล้ว-เสื้อแดงกลุ่มเสรีชนจากอุบลราชธานีเดินทางถึงกรุงเทพฯหลายคันรถบัสเมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้เพื่อร่วมชุมนุมใหญ่สนามหลวง 27 มิ.ย.นี้(ภาพข่าว:บอร์ดประชาไท)

เสื้อแดงสมุทรปราการ นัดเจอกันที่สนามหลวงคึกคัก มีรถออกบ่ายโมงตรง บริการฟรี

คนสมุทรปราการ ขอมีส่วมรวมชุมนุมกับ คนเสื้อแดงทั้งประเทศ ที่ท้องสนามหลวง ใครไม่มีรถ หรือไม่สะดวก ที่จะขับรถไป เชิญขึ้นรถบัส ที่ชมรมแดงสมุทรปราการ จัดไว้ให้ อาศัยเงินรายได้ที่เหลือจากการจัดงาน ความจริงวันนี้สัญจร สมุทรปราการ เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มย. 52 ที่ผ่านมา รถออกเวลาบ่ายโมงตรง จุดที่รถจอด มีดังนี้
1.ข้างเรือนจำเก่า ใกล้ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ
2.ข้างอิมพีเรียล สำโรง
3.หน้าตลาดกิ่งแก้ว ตรงข้ามโฮมโปร
4.หน้าวัดแพรกษา
5.ปั้ม ปตท.ซอยวัดด่าน
6.หน้าโลตัส ศรีนครินทร์
7.อุดมสุข ซอย 56 หลังร้านอาหารอร่อยแน่
8.บางเสาธง
9.หน้า บิ๊กซี บางพลี
10.พระสมุทรเจดีย์
11.เมเจอร์ พระประแดง
12.ปั้ม ปตท. ปู่เจ้าสมิงพราย

เหนือตอนล่างนับหมื่นเข้ากทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนาวิน บุญเสรฐ อดีต ส.ส. พิจิตรเขต 2 พรรคไทยรักไทย และประธานกลุ่มเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่าง กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนกลุ่มเสื้อแดงจาก 12 อำเภอ ๆ ละ 50 คน แจ้งจำนงมายังตนเองว่า จะเดินทางเข้าไปชุมนุมสมทบกับกลุ่มเสื้อแดงส่วนกลาง ที่จะจัดชุมนุม ณ สนามหลวง กรุงเทพฯ ในวันที่ 27 มิถุนายน นี้ โดยประชาชนกลุ่มเสื้อแดงส่วนใหญ่จะเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือรถไฟ เนื่องจากนโยบายของคนกลุ่มเสื้อแดงจะไม่มีการเหมารถให้ เพราะเกรงว่าจะถูกสกัดกั้นจากรัฐบาลตามด่านต่างๆ

นายนาวินกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีประชาชนกลุ่มภาคเหนือตอนล่างอีกหลายจังหวัดไม่ว่าจะเป็น จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จะเดินทางไปชุมนุมกันที่สนามหลวงอีกมาก คาดว่าคนกลุ่มเสื้อแดงในเขตภาคเหนือจะเดินทางไปสมทบกับส่วนกลวงเป็นหมื่น โดยประชาชนกลุ่มเสื้อแดงที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ จะไปด้วยใจ อีกทั้งจะไปเรียกร้องเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ 2 มาตรฐานของรัฐบาล ที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับคนกลุ่มเสื้อแดง ดังจะเห็นได้จากที่ผ่านมา รัฐบาลมักเร่งดำเนินคดีกับคนกลุ่มเสื้อแดง แต่เวลาคนกลุ่มเสื้อเหลืองทำผิดกลับไม่เห็นดำเนินการอะไรได้ จึงถือเป็นการเลือกปฏิบัติ


อยุธยายันฝ่าด่านปิดกั้นไปสนามหลวง 27 มิ.ย.

นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมคนเสื้อแดงอยุธยา กล่าวว่า ในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ คนเสื้อแดงจะไปรวมตัวกันที่สนามหลวง เพื่อเป็นการรวมพลังของคนเสื้อแดงและเป็นกิจกรรมร่วมกับ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ซึ่งจำนวนที่ไปนี้ก็มากเช่นเดิม ส่วนวิธีการไปอาศัยที่อยู่ติดกรุงเทพ ก็คงใช้วีการเดิมคือแยกย้ายกันไป และไปรวมตัวกันที่สนามหลวงตามเดิม ไม่ว่ารัฐบาล ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร จะพยายามขัดขวางเท่าไร คนเสื้อแดงทั่วประเทศก็ต้องเดินทางไปรวมกันเพื่อแสดงพลังที่จะต้องการกำจัดระบอบอำมาตยาธิปไตย และต้องการไล่พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกดดันให้ยุบสภาลาออก เพื่อคืนประชาธิปไตยให้คนไทยได้มีการเลือกตั้งใหม่ด้วยเสียงของประชาชน

เพราะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ จ.สกลนครก็เห็นว่าคนยังให้ความนิยมพรรคเพื่อไทยจำนวนมาก อีกประเด็นพรรคประชาธิปัตย์หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศชาติ เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาของชาติทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคมได้เลยอีกทั้งยังมีโครงการต่าง ๆ ที่ส่อไปในทางทุจริต และใช้เงินกู้ไม่คุ้มค่าหรือใช้ไปในการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด

ขวัญชัยนำเสื้อแดงอุดรถึงกรุงเทพฯกลางดึก26มิ.ย.

ก่อนหน้านี้สมาชิกชมรมคนรักอุดรจำนวนมาก ต่างทยอยเดินทางมาที่สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 หนองเหล็ก ซ. 9 เทศบาลนครอุดรธานี เพื่อลงชื่อร่วมเดินทางไปชุมนุมที่ กทม.ในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ ที่ท้องสนามหลวง โดยสมาชิกที่มาลงชื่อ ได้ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน พร้อมลงชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมนำเงินมาร่วมบริจาค สำหรับการเดินทางไปร่วมชุมนุมครั้งนี้

นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า อยู่ระหว่างมาร่วมเดินสายปราศรัยกับแกนนำ นปช.ที่ออกเดินปราศรัยพบกับคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ส่วนเรื่องที่สถานีวิทยุที่มีสมาชิกชมรมต้องการเดินทางไปร่วมชุมนุมที่ กทม.นั้น ขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 500 คน ซึ่งตนจะรีบเดินทางกลับทันทีที่ปราศรัยเสร็จในช่วงเย็น เพื่อตรวจสอบจำนวนคนเสื้อแดงที่จะเดินทางไป ว่ามีจำนวนเท่าไหร่แน่นอน โดยจะเดินทางในคืนวันที่ 26 มิถุนายน

“เมื่อทราบยอด ทางผมจะได้ดำเนินการจ้างรถทัวร์ เพื่อนำสมาชิกไปได้ถูก เพราะการเดินทางครั้งนี้ ทางชมรมต้องออกค่าใช้จ่ายเอง โดยจะให้สมาชิกที่ร่วมเดินทางไปร่วมกันบริจาค ส่วนการจะไปอยู่ชุมนุมกี่วันนั้น คงต้องฟังเสียงสมาชิกก่อนว่า ต้องการอยู่จนจบการชุมนุมหรือไม่ ซึ่งคาดว่าการชุมนุมครั้งนี้ ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ เมื่อเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา”นายขวัญชัย กล่าว

ลำปางคึก11คันรถบัสอีกเกือบพันตีตั๋วรถไฟลงเมืองหลวงค่ำวันที่26

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่บริเวณศูนย์การค้าเพ็ญทรัพย์กลางเมืองลำปางกลุ่มคนเสื้อแดง นครลำปางระดมพลเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงดึกของคืนนี้ โดยเช่าเหมารถโดยสารทัวร์ปรับอากาศมาจอดรออยู่จำนวน 7 คันบัส โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปางจำนวนหนึ่งไปอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและไปสังเกตการณ์เพื่อ รักษาความปลอดภัย โดยมีกล่มคนเสื้อแดงจากอำเภอต่าง ๆ เช่น อ.แม่เมาะ อ.แม่ทะ อ.เมืองลำปาง อ.เกาะคา และ อ.แจ้ห่ม แต่ละคนได้เตรียมกับข้าวอาหารพื้นเมือง จำพวกหน่อไม้ แคบหมู ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมอีกจำนวนหนึ่ง ไปรวมพลกันอยู่ที่สถานีรถไฟลำปาง ไม่ต่ำกว่า 800 คน

โดยผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง มีผู้ชุมนุมประมาณ 4 คันรถบัส ยืนยันว่าการเดินทางในครั้งนี้จะร่วมกันชุมนุมด้วยความสันติ เพื่อเตือนสติให้รัฐบาล ที่อยู่ในความฝันให้มารับทราบข้อเท็จจริง

เชียงรายมาแล้วลงขันคนละ1,000ต่อสู้

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.เชียงราย หลายกลุ่มพร้อมเคลื่อนไหวเดินทางเข้าไปยังกรุงเทพมหานครเพื่อร่วมการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในวันที่ 27 มิถุนายน นี้ โดยเฉพาะกลุ่มต้นกล้าเพื่อประชาธิปไตย ของนายบุญเลิศ บุญศรี โดยกำหนดจะเดินทางออกจากลานจอดรถห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาเชียงราย อ.เมือง ในเวลา 18.00 น.วันนี้และจะเดินทางกลับในวันที่ 28 มิถุนายน

นายบุญเลิศ กล่าวว่ากลุ่มต้นกล้าเพื่อประชาธิปไตย เป็นกลุ่มใหม่ที่เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง โดยจะเดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ประมาณ 2 คันรถตู้ แม้จะมีปัญหาทางด้านการเงินบ้างก็พยายามรวบรวมเงินคนละ 1,000 บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนคนไม่มีเงินก็นั่งรถฟรีไป

เชียงใหม่มาตั้งแต่ไก่โห่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงใหม่ ว่า กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเสื้อแดง อ.สันป่าตอง และกลุ่มเสื้อแดงชาวเหนือเพื่อประชาธิปไตย ได้ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่เย็นวานนี้ และเช้านี้ โดยทั้งหมดใช้วิธีการเช่ารถตู้เดินทางล่วงหน้าไปก่อน ส่วนกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 นั้น บรรดาแกนนำคนสำคัญเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่กรุงเทพฯ หลายวันแล้ว

พะเยาระดมพลคึกคักเข้ากรุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงพะเยา ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมชุมนุมใหญ่กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 27 มิ.ย. ประกอบด้วย กลุ่มพะเยารักประชาธิปไตย นำโดยนายจีรโรจน์ กีรติศักดิ์วรกุล ประธานกลุ่ม ชมรมพะเยาอาร์มี่ อ.ปง และพะเยา 51 อ.จุน

อุบลฯมาฮอดแล้วเตรียมเดินทางสู่สนามหลวง
กลุ่มเสื้อแดง อุบลราชธานี กลุ่มเสรีชนได้เดินทางถึงกรุงเทพฯหลายคันรถบัสเมื่อช่วง19.00น.วันที่26มิ.ย.นี้เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่

สตูลบินขึ้นมาร่วมกว่า500คน
นายจิรายุส เนาวเกตุ อดีตผู้สมัครพรรคไทยรักไทย และ แกนนำเสื้อแดง จ.สตูล กล่าวว่า ขณะนี้ชาวเสื้อแดง จ.สตูล กว่า 500 คน ได้แจ้งชื่อเตรียมเดินทางไป กทม. เพื่อร่วมชุมนุมครั้งใหญ่กับคนเสื้อแดงที่ กทม. ในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ เนื่องในวันครบรอบ 77 ปี ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยต่างทยอยเดินทางด้วยเครื่องบิน และต่างคนต่างไปไม่จัดเป็นกลุ่มคณะ เพราะเกรงว่าจะถูกสกัด เนื่องจากขณะนี้ ไม่สามารถดำเนินการเคลื่อนไหวในพื้นที่ได้มากนักเพราะทางการเพ่งเล็งและติดตามตลอด แม้จะทำถูกต้องตามกฎหมายหรือตามสิทธิก็ตาม

จันทบุรีไม่ต่ำกว่า1,000ลุยกรุง

ผู้ใช้นามว่า"ส.จ.จันท์"กล่าวในเวบบอร์ดประชาไทว่า ชาวจันทบุรีกำลังเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า1,000คนแน่นอน

กรุงเทพฯ เตรียมต้มสมุดบัญชีแบงก์กรุงเทพ บูชายัญแหล่งทุนอำมาตย์

ผู้ชุมนุมเสื้อแดงกรุงเทพฯได้เตรียมจัดกิจกรรม การบอยคอตแบงก์บัวหลวง โดยจะมีการต้มสมุดบัญชีที่ปิดบัญชีแล้วที่สนามหลวงวันที่ 27 มิถุนายน 2552 ในช่วงเย็น โดยเห็นว่าธนาคารแห่งนี้เป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญให้อมาตยาธิปไตย มีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ใช้อิทธิพลเหนือธนาคารนี้ และได้รับเงินทุนมาดำเนินการที่ทำลายประชาธิปไตย

"ทางเพื่อนๆ ผู้จัดฝากให้ผมประชาสัมพันธ์ให้เชิญชวนคนเสื้อแดง เข้าร่วมกิจกรรมพรุ่งนี้ครับ ใครมีสมุดเงินฝากที่ปิดบัญชีแล้ว นำไปต้มรวมกันได้ที่หน้าเวทีปราศรัยครับ และใครจะเขียนข้อความต่อต้านอำมาตย์ เผด็จการ หรือสมุนอำมาตย์ทั้งหลายที่จะนำเอาไปต้มพร้อมกันที่สนามหลวง กรุณาเขียนไปด้วยครับ ข้อความแล้วแต่จะจินตนาการครับ"โดยกิจกรรมเขาก็มีคนแต่งกายเป็นยมทูต รวมทั้งมีการแสดงสั้นๆ ประกอบ เป็นต้น

RED SHIRT RESCUEเตรียมพร้อมการพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

ทีมRED SHIRT RESCUE เตรียมพร้อมการพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

ดังนั้นเต็นท์ ทีมRED SHIRT RESCUEขณะนี้อยู่หลังเวที (ด้านวัดพระแก้ว)

ความพร้อมการดูแลรักษาและส่งต่อด้วยรถกู้ชีพ และอุปกรณ์ภาคสนาม เต็มร้อย พร้อมให้บริการ

กรณีเร่งด่วน โทร 081-625-6670 เอ็ม

089-200-1237 ปุ๊ก

083-070-0064 ฮีตเตอร์

ช่วยแจ้งข่าวกันด้วยครับ หรือโปรดจดเบอร์โทรฯไว้ เพื่อช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน


อื้อหืมม์ท่านนายกฯเทือก-สำนักข่าวไอเอ็นเอ็นโปรยหัวข่าว"นายกรัฐมนตรี " สุเทพ เทือกสุบรรณ ลั่น พร้อมใช้ พรบ.ความมั่นคง จัดการม็อบเสื้อแดงทันที หากการชุมนุมไม่เป็นไปตามกฎหมาย(ภาพข่าว:INN)

วาระสำคัญ"สืบเจตนาคณะราษฎร์ โค่นรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย"

แกนนำกลุ่มเสื้อแดง นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ร่วมแถลงข่าวว่า การชุมนุมในวันที่ 27 มิถุนายน ที่ท้องสนามหลวง เนื่องจาก นับตั้งแต่กลุ่มเสื้อแดงสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 เมษายน ก็นัดชุมนุมอีกครั้งที่บริเวณลานหน้าวัดไผ่เขียว แต่มีฝนตกลงมา ทำให้พี่น้องประชาชนพบปะกันยังไม่จุใจ

ในโอกาสนี้มีสองประการที่มีความเหมาะสม คือวันที่ 24-27 มิถุนายน เป็นช่วงสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองไทย คือในวันที่ 24 มิถนายน เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศ และวันที่ 27 มิถุนายน เป็นวันพระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแรก เหตุผลที่สองก็คือรัฐบาลนี้บริหารประเทศมา 6 เดือนแล้ว ควรที่คนเสื้อแดงจะมาชุมนุมเพื่อพิจารณาผลงานของรัฐบาล โดยจะชุมนุมตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน ไปจนถึงเวลา 06.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน คือหนึ่งคืนเต็มๆ


นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในวันที่ 27 มิถุนายน จะประกาศจุดยืน "สืบเจตนาคณะราษฎร์ โค่นรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย ทวงคืนระชาธิปไตย ยุบสภา" เป้าหมายการชุมนุมครั้งนี้ก็คือให้ยุบสภา โดยจะไม่เคลื่อนขบวนไปที่ใด ประท้วงแบบสงบสันติ

ทักษิณเตรียมโฟนอินขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดทำลายชาติ

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนกิจกรรมบนเวทีจะมีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในเวลาราว20.00น. อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า จะไม่มีการเคลื่อนขบวนหรือดาวกระจายไปในสถานที่อื่น นอกจากนี้จะมีการเปิดตัวหนังสือพิมพ์ราย 3 วัน ชื่อ "มหาประชาชนฉบับความจริงวันนี้" ซึ่งมีคอลัมน์นักเขียนจากแดนไกล คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ในลักษณะของการส่งไปรษณียบัตรที่เดินทางไปประเทศต่างๆ โดยฉบับปฐมฤกษ์จะส่งมาจากเมืองดูไบ โดยเฉพาะการขอบคุณชาวสกลนครที่ยังคงให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครของพรรคเข้ามาทำหน้าที่

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ประชาธิปไตยไทยในปัจจุบันมีปัญหาเพราะมีนักการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ สนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นเกิดในช่วงที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลเพราะมีการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ถึงเวลาทวงประชาธิปไตยคืนให้ประชาชนเสียที ไม่รู้ว่าประเทศไทยไปทำเวรทำกรรมอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์เอาไว้เพราะสมัยที่ประเทศเป็นหนี้ไอเอ็มเอฟ (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ก็มาจากการบริหารประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อผมได้มาเป็นรัฐบาลก็ช่วยปลดหนี้ช่วยล้างหนี้ให้ และตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลอีก ก็จะไปกู้เงินมาอีกซึ่งมากกว่าเดิมหลายแสนล้านบาท


"ตอนนี้รู้สึกเหงาและเป็นห่วงประชาชน อยากกลับบ้าน นี่ก็ 3 ปีแล้วที่ไม่ได้กลับประเทศไทย เดือนหน้าก็อายุ 60 ปีแล้ว ยังมีแรงทำงานให้ประชาชนอยู่ แต่ถ้าอายุ 65 ปี คงจะทำงานไม่ไหว อยากให้พี่น้องเสื้อแดงพากลับบ้าน พากลับไปช่วยล้างหนี้ให้ประเทศ พร้อมทั้งยังกล่าวปลุกระดมให้พี่น้องเสื้อแดงเดินทางไปร่วมชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ พร้อมกันในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ที่สนามหลวง"พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวทิ้งท้าย

บันทึกเปิดผนึกถึงพี่วีระ และคุณทักษิณ: ด้วยความนับถือนะครับ แต่นอกจากการชุมนุมแล้ว อย่างอื่นล่ะครับ..

ที่มา Thai E-News

โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา บอร์ดประชาไท
27 มิถุนายน 2552


ผมชอบการชุมนุมนะครับ ชอบมากๆด้วย

แต่เห็นว่า แม้แต่แกนนำเกือบทุกคน ก็เคยพูดว่า ลำพังการชุมนุม ไม่สามารถ "ล้มอำมาตยธิปไตย" ได้

สิ่งที่ผมอยากเรียนถามคือ

ถ้าเช่นนั้น แกนนำเอง มีข้อเสนอหรือแนวทางอื่นที่จะปฏิบัติมากกว่าการชุมนุมไหมครับ?


ผมเชื่อว่า ที่เกิดปรากฏการณ์อย่าง กรณีชูพงศ์ ที่ข้อเสนอเรื่อง Vote No ก็ดี เรื่องถวายฎีกาก็ดี ได้รับการสนใจอย่างมากในหมู่คนเสื้อแดง ก็เพราะมาจากพื้นฐานความรู้สึกกันอย่างกว้างขวางว่า ลำพังการชุมนุม หรือรุปแบบที่เป็นอยู่ไม่เพียงพอ

ผมเองไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของชูพงศ์ ไม่ว่าจะเรื่อง Vote No หรือ ถวายฎีกา

แต่ผมเห็นว่า เป็นเรื่องดี ที่อย่างน้อยมีการพยายามอภิปรายกันว่า ควรทำอะไรบ้าง นอกเหนือจากการชุมนุม

ตรงข้ามกับคุณชููพงศ์ ผมกลับมองว่า เรื่องการต่อสู้ทางรัฐสภาสำคัญ

พรรคเพื่อไทยนั้น ไม่มีผู้นำที่เป็นทางการมากว่าครี่งปีแล้ว

ไม่ได้ปฏิเสธความพยายามของคุณเฉลิมนะครับ แต่ผมไม่คิดว่า คุณเฉลิม สามารถเสนอตัวเองเป็น alternative PM ได้

และสิ่งที่คนส่วนใหญ่ที่สุดมอง ผมเชื่อวา่ คือการเมืองที่เป็นทางการ โดยผ่านพรรคการเมือง และ ส.ส. แบบนี้ (ไม่ว่าในแง่ performance ในสภาเอง หรือ นอกสภา)

ไม่ใช่การเมืองบนถนน

ผมคิดว่า ตราบเท่าที่ พรรคเพื่อไทย ยังขาดผู้ำนำที่เป็นทางการ และขาดลักษณะการนำเสนอตัวเองอย่างจริงจังในฐานะ alternative government

ฝ่ายรัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็ยังได้เปรียบ


ประการต่อมา นับจาก D-Station ถูกปิดช่วงสงกรานต์แล้ว จนขณะนี้ การเผยแพร่ทางทีวี ได้เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่นอย่างยิ่ง

ไม่ต้องพูดถึงสื่อสิ่งพิมพ์

แม้จะมีความพยายามของหลายกลุ่มเสื้อแดง ที่จะพิมพ์หนังสือพิมพ์ออกมา

อันที่จริง ในความเห็นของผม เท่าที่ทำๆกันมา และมีแผนจะทำต่อไปอีก (ได้ยินว่า จะมี นสพ. ราย 3 วัีนออกใหม่) กลับกลายเป็นเรื่อง มากปริมาณ แต่ด้อยคุณภาพ

ผมยังไม่เห็น D-magazine และ ธงแดง แต่ฉบับอื่นได้เห็นแล้ว)

ผมกลับมองว่า มีความจำเป็น ที่จะต้องมี นสพ.ฉบับเดียว ที่มีคุณภาพมากกว่านี้ ไม่ว่าจะในรูปรายสัปดาห์ หรือ ราย 3 วันก็ตาม

พูดโดยสรุปรวบยอดคือ ผมเห็นว่า งานการเมืองของขบวนเสื้อแดง (การต่อสู้ทางความคิด ทางการเมือง ไม่ใช่การแสดงพลังด้วยการชุมนุมอย่างเดียว) เป็นสิ่งที่อ่อนมากๆในขณะนี้


บันทึกนี้ ผมเขียนถึงพี่วีระ เพราะเชื่อว่า แม้พี่วีระ จะได้เสียสละอย่างสูงในเวลา 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่กระโดดเข้ามานำขบวนต่อสู้บนถนนหลังการยุบพรรค ทรท.เป็นต้นมา แต่หัวใจของความรับผิดชอบว่า ขบวนการต่อสู้ของเสื้อแดงจะพัฒนาไปอย่างไรต่อนับจากนี้ ขึ้นอยู่กับพี่วีระเป็นสำคัญ

ในส่วนคุณทักษิณนั้น ผมว่า ต้องถามตัวเองอย่างซีเรียสว่า ต้องการจะเพียงปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปเองเรื่อยๆเช่นนี้ หรือจะพยายามผลักดันอย่างเป็นระบบครับ?
.....
ความ irony อันใหญ่หลวงของเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือ

ถ้าเสื้อแดงจะมีอะไรที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่อีกฝ่ายโจมตีว่า "แผน" ตากสิน ก็คงจะดีไม่น้อย

ความจริงคือไม่มี

สิ้นเยาวชน...สิ้นชาติ

ที่มา บางกอกทูเดย์

เป็นประเด็น “การเมือง” ที่เกี่ยวข้องกับระบบ“สังคม” อันน่าสนใจโดยเฉพาะกับ สังคมไทย ที่มีความเชื่อและวัฒนธรรมการปลูกฝังให้เคารพ ผู้ใหญ่ หรือ ผู้อาวุโส ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามศิษย์ให้ความเคารพครู...ผู้น้อยให้ความเคารพผู้ใหญ่แต่หากสิ่งดีๆ เหล่านี้ถูกนำมาทำให้ “แปดเปื้อน”ด้วยมลทิน โดยการเพาะบ่มด้วยความคิดของผู้ใหญ่ที่ผิดๆ...แฝงไว้ด้วยความ ดูถูก และ เกลียดชังต่อไป “อนาคตของชาติ” เหล่านี้จะเป็นอย่างไร??และเมื่อไหร่ประเทศชาติถึงจะพบกับทาง “สมานฉันท์”อย่างแท้จริงเสียทีเริ่มตั้งแต่ครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก ไปจนถึง ครูบาอาจารย์ กับ ลูกศิษย์ ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด...มีความรักใคร่ เมตตา และช่วยเหลือส่งเสริมในเรื่องที่เป็นคุณแต่เวลานี้หลายครอบครัว...หลายโรงเรียน ทำให้ผมรู้สึก “เป็นห่วง” เพราะผู้ใหญ่กำลังนำเรื่อง “การเมือง”มาชี้นำสอนลูกหลานหรือเยาวชนให้ดูถูกและเกลียดชังกัน

การแบ่งพรรคแบ่งพวก...แบ่งสีแบ่งฝ่าย เป็นสิ่งที่เยาวชนถูก “ปลูกฝัง” ให้ซึมซับเข้าไปในจิตใจ...กลายเป็นบุคคลที่มีใจ “หยาบกระด้าง”รู้กันบ้างหรือไม่??ปัจจุบันเด็กนักเรียนชั้น “ประถม” ที่อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน...ใช้สมอง “รับรู้” เรื่องราวข่าวสารรอบตัว...เวลานี้ยังรู้เรื่อง “การเมือง”แต่รู้แบบผิดหรือแบบถูก...พวกเขายังไม่ถึงวัยที่จะสามารถ “แยกแยะ” ว่า ข่าวสารอันใดเป็นเรื่องที่“บิดเบือน”พวกเขารู้แต่เพียงเชื่อตาม “ผู้ใหญ่” ที่เป็นผู้อบรมสั่งสอนมา“ผู้ใหญ่” โดยเฉพาะ ผู้มีอำนาจ ในบ้านเมืองก็ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่พูดคุยกัน...จนเป็นปัญหาต่อเนื่องทำให้ชาติ “ฉิบหาย” ทุกวันนี้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ช่วยกันโหมโรงช่วยกัน “จุดไฟเผาเมือง” โดยอ้างความชอบธรรม ก็ได้โปรด “หยุดพฤติกรรม” ย่ำยีโดยใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายอย่าให้ “ลูกหลานไทย” ต้องถูกจับ “โคลนนิ่ง” เพื่อมารับเคราะห์กรรมความไม่ดีเหล่านี้กันเลยคำพังเพยโบราณที่ว่า กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี...แต่ก็ขาดไปอีกวลีหนึ่ง คือ กรุงศรีอยุธยาก็มากด้วยคนชั่ว“ประเทศไทย” วันนี้ก็เช่นเดียวกัน...ตั้งแต่ผู้มีอำนาจระดับสูง ไล่มาจนถึงผู้ใต้บังคับบัญชาระดับล่างรวมกลุ่มกัน “ย่ำยี” เหมือนไม่คิดอ่านทำการรักษาบ้านเมืองไว้ให้ลูกหลานต่อไปสิ้นเยาวชน เท่ากับเรา สิ้นชาติแต่ถ้าถามว่าสิ้นชาติเพราะอะไร...คำตอบเดียวเป็นเพราะน้ำมือของผู้ใหญ่ที่สิ้นคิด! ■

‘บ้าจี้’ กับ ‘บ่จี๊’

ที่มา บางกอกทูเดย์

จะเจริญไปถึงไหน!!!สุภาษิตโบราณว่า “คนตายขายคนเป็น” แปลว่า คนที่ตายไปแล้วมีหนี้สินติดตัวอยู่มาก ทำให้คนที่อยู่ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเป็นญาติพี่น้องต้องรับผิดชอบใช้หนี้ มิหนำซ้ำต้องเป็นภาระในการจัดทำศพ ซึ่งถ้าหากไม่มีเงินเลยก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาทำศพอีกแหม!!! มันตรงเป๊ะเหมือนไม้ฝากระดานตรา “ยิบซั่ม”มัน “ตรง” ยังไงวะ! ไม่ต้องสงสัย เดี๋ยวจัดให้เคลียร์???เช็คช่วยชาติ (มือขวาจ่าย มือซ้ายล้วงคืน) จำนวน 2,000 บาทยังสะสางไม่เคลียร์..บางรายก็ไม่ได้ ได้แต่คำตอบแบบไร้เหตุผลเพราะ มันมีแต่ลมดังเฮ้อ เฮ้อ แทนคำอธิบายนอกจากจะหมดเงิน “คลังเกือบโบ๋” แถมพฤติกรรม “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ยังเสนอหน้ามาตอกย้ำแต่ก็ยังไม่เข็ดเห็นกันจะจะ...แจกไปคนละ 2,000 บาท…แล้วยังไง ไหนว่า

กระตุ้นเศรษฐกิจชาวบ้านชาวช่องยังเห็นรัฐบาลเต้นโหยงๆ เพราะ “ไฟลนเก้าอี้” ต้องสปีดเต็มพิกัด วิ่งสู้ฟัดฝุ่นตลบ เพื่อเอาใบอนุญาตกู้เงิน 800,000 ล้านบาท...ไม่ได้เอาไปทำอะไร เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ...สรุปว่าเช็ค2,000 บาท ไม่กระเทือน “ติ่ง”เสียดายจริงๆ แทนที่ “เสนาบดี” ที่แบมือขอจะได้ไป “ต่อยอด”อย่างอื่น ไม่ต้องมานั่งรอนั่งถกกันจน “น้ำลายกระเซ็น” เหม็นโฉ่..ออกมาฟ้องชาวบ้านร้านตลาดใครก็ได้บอกอั๊วหน่อย?? รัฐบาลเขายัง “แจก” ไม่สะใจ หรือ“กลัว” ประปาไม่ไหล ไฟฟ้าดับ กันแน่ฟะ??ถึงได้ ศิโรราบ ตามเสียงฮึ่มๆ ฮั่มๆ จากพนักงานการไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวง อนุมัติให้เพิ่มวงเงินค่าครองชีพอีกคนละ 2,000 บาท ต่อเดือน โปรโมชั่นนาน 6 เดือนหากแฮปปี้ทั้ง 2 ฝ่าย ไฟฟ้า-ประปาตระกูลนครหลวง โอเค(ได้เงินเพิ่ม) รัฐบาลเซย์เยส (ได้คะแนนนิยม) อยู่กันยาว งานนี้อาจมียืดเวลาโปรโมชั่นเหมือนโปรโทรศัพท์ ยิ่งโทรยิ่งถูกแหม!! ถ้าเงินเหลือใช้ กำไรมีเหลือ จะไม่สะเออะมา “ถาม”ให้เปลืองน้ำลาย แต่ความจริงที่ต้องยอมรับก็คือ “รัฐบาล” ยังต้อง“วิ่ง” หาเงินมาดัมพ์ใส่ “คลัง” เพราะถ้าไม่ทำ “เงินเดือน”ของพวกท่านอาจมีจ่ายเลทให้จารึกเป็น “อุทาหรณ์”ยัง ยังไม่พอ ยังไม่จบ!! เพราะคำตอบสุดท้ายไม่ใช่แค่ 2,000บาท สำหรับคนเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 นาน 6 เดือน แต่ยังรอลุ้นกันตัวโก่งแทบจะบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันเลยทีเดียว กับข้อเสนอ “ได้คืบจะเอาศอก”มันมีอยู่ว่าไฟฟ้า-ประปาตระกูลนครหลวง ขอขยับ “มูลค่า” อีกเท่าตัว เป็นเดือนละ 2,000 บาทสำ ห รับ พ นัก ง า น เ งิน เ ดือ น

50,000 บาท ลงมานาน 1 ปี..(ขอมาได้เนอะ)ขอบอกว่าไม่ได้อิจฉาตาร้อน!! ไม่ได้ประชด แค่เห็นว่าเงินเดือนเฉียด 30,000 บาท นี่ก็อยู่แบบ “สบายๆ” ถ้าไม่เว่อร์!!ส่วนที่ได้มากกว่า 30,000 บาท คงไม่ต้องพูดถึง...คิดเอาเองเศรษฐกิจแย่ๆ อย่างนี้ เจียดเงินมา “ช่วยคนจนหรือมนุษย์เงินเดือน 8,000 บาท” ให้ได้ลืมตาอ้าปาก “น่าสรรเสริญกว่าเยอะ”พล่ามมาจนหมดเนื้อที่ พล่ามมากกว่านี้มีเจอ “เบื้องล่าง”แน่ๆ เอาเป็นว่าสรุปเลยดีกว่าว่าทำไม มันตรงเป๊ะกับที่เกริ่นไว้ว่า“คนตายขายคนเป็น”คิดเอาดิ “ถ้าโปรโมชั่นใจดี๊ ใจดี มีจริง” รัฐบาลต้องจ่ายเงินประมาณ 144 ล้านบาทตามข้อเสนอ เพราะคนรับเงินมี6,071 ราย คิดเป็นเงินประมาณเดือนละ 12 ล้านบาท นาน 1 ปีจำนวนเงินอาจจะไม่สะเทือนคลังแต่ “ใคร” จะการันตีว่า รัฐบาลนี้จะอยู่ “จีรังยั่งยืน” (ไม่ได้แช่งแต่สถานการณ์มันไม่น่าไว้ใจเท่านั้นเอง)หากหมดวาระก่อนวัย รัฐบาลต่อไปต้องรับผิดชอบ...ถูกไหมครับท่านยังมีภาค 2 ถ้ารัฐวิสาหกิจอีก55 หน่วย ออกมาร้องเพลง “โปรดเมตตาฉันบ้าง” นึกไม่ออกเหมือนกันว่า “รัฐบาลจะร้องเพลงอะไรตอบ”ในสถานการณ์ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง”แถมมีบัญชีหนังหมา ระบุว่า เศรษฐกิจติดลบตัวแดงยาวเป็นพรืด แปะหน้าผากตัวเบ้อเริ่ม..แน่นอนว่าถ้ารัฐบาลนี้สิ้นวาระ “ขี้” เอ๊ย “หนี้” ก้อนนี้ต้องตกเป็นภาระของรัฐบาลที่มารับ “มรดกขนลุก” นี้ต่อแต่ถ้า รัฐบาลมาร์ค อยู่ “จีรังยั่งยืน” ทำหน้าที่“จ่ายตังค์” ต่อไปก็บ่มีปัญหาอย่างมากก็แค่ บ่จี๊...กระเป๋าบี้เท่านั้นเอง ■

Friday, June 26, 2009

องค์การนิรโทษกรรมสากลยื่นมือฉุดดาตอร์ปิโด หลังเผชิญชะตากรรมคุกคดีหมิ่นฯเกือบขวบปี

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวเรอยเตอร์
26 มิถุนายน 2552

องค์การนิรโทษกรรมสากล(Amnesty international)ออกแถลงการณ์เรียกร้องไทยพิจารณาคดีหมิ่นฯโดยเปิดเผย หลังจากผู้พิพากษาสั่งปิดห้องคดี"ดาตอร์ปิโด"เป็นการลับ สั่งนักข่าวและผู้สังเกตการณ์ออกนอกห้องพิจารณา ระบุ"เมื่อศาลปิดประตูห้องพิจารณา มันก็ส่งนัยยะสำคัญว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะทำให้สถานที่นั้นเกิดความอยุติธรรม" เผยเป็นครั้งแรกที่นิรโทษกรรมยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องคดีนี้ หลังจากคดีหมิ่นถูกเหวี่ยงแหเอาผิดฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการมาอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง


Amnestyร้องประเทศไทยพิจารณาคดีหมิ่นฯโดยเปิดเผย

กรุงเทพฯ(รอยเตอร์)กลุ่มเคลื่อนไหวทางด้านสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้สากลได้เรียกร้องต่อทางการไทยเมื่อวันศุกร์(26มิ.ย.)ให้เปิดการพิจารณาคดีที่นักรณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมืองถูกจับกุมฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างเปิดเผย ภายหลังจากมีการพิจารณาคดีเป็นการลับ โดยอ้างเหตุผลเรื่อง"ความมั่นคงของชาติ"

แอมเนสตี้กล่าวว่าการที่ศาลไทยสั่งห้ามสื่อมวลชนและสาธารณชนเข้าสังเกตการณ์การพิจารณาของดารุณี ชาญเชิงศิลปกุล ซึ่งเป็นคนใน"กลุ่มเสื้อแดง"ผู้ให้การสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรที่ถูกโค้นล้มจากรัฐประหาร เสี่ยงที่จะทำให้เธอไม่ได้รับโอกาสที่เป็นธรรมในการพิจารณาคดี

ดารุณี วัย46ปี หรือที่รู้จักกันในฉายา"ดาตอร์ปิโด"ถูกจับกุมดำเนินคดีฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว หลังจากได้กล่าวปราศรัยอย่างแข็งกร้าวเพื่อต่อต้านการทำรัฐประหารปี2549เพื่อโค่นล้มทักษิณลงจากตำแหน่ง

"เมื่อศาลปิดประตูห้องพิจารณา มันก็ส่งนัยยะสำคัญว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะทำให้สถานที่นั้นเกิดความอยุติธรรม"ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ เอเชีย-แปซิฟิก แซม ซาริฟีกล่าวในแถลงการณ์

"รัฐบาลไทยต้องประสบกับเวลาที่ยุ่งยากที่จะอธิบายว่าเพราะเหตุใดการพิจารณาคดีใครบางคนที่ถูกจับกุมฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจึงเป็นเครื่องหมายถึงความมั่นคงแห่งชาติด้วย"

"ในกรณีนี้ การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมหมายความถึงประตูห้องพิจารณาของศาลควรจะต้องเปิด"ซาริฟีกล่าว

เมื่อวันอังคารที่23มิถุนายน ผู้พิพากษาพรหมมาส ภู่แส สั่งให้สื่อมวลชนและผู้สนับสนุนดารุณีออกจากห้องพิจารณาคดีในศาลอาญากรุงเทพ เพราะคดีของเธอนั้น"ขัดต่อความมั่นคงของชาติ"

จากคำสั่งของศาลดังกล่าว ดารุณีอาจจะไม่ได้รับประกันว่าจะได้มีการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม หากสาธารณชนถูกสั่งไม่ให้เข้าสังเกตการณ์พิจารณาไต่สวนคดี ทั้งนี้เป็นการยื่นคำร้องเพื่อคัดค้านโดยทนายความของเธอ

การพิจารณาคดีนี้จะมีขึ้นอีกในวันที่28กรกฎาคมนี้ ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์เชิงขัดแย้งต่อเรื่องเสรีภาพในการพูดในกรณีของคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือการหมิ่นประมาทพระราชวงศ์เป็นคดีที่มีโทษร้ายแรงในประเทศไทย แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระชนมายุ 81 พรรษาจะเป็นที่เทิดทูนสักการะของพสกนิกรไทยเสมือนสมมุติเทพและมีสถานะอยู่เหนือการเมือง แต่ก็มีการระบุโทษจำคุกสำหรับผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพไว้สูงสุดถึง 15 ปี

ผู้พิพากษาพรหมมาสไม่ได้แสดงความเห็นใดต่อการเคลื่อนไหวเรียกร้องของแอมเนสตี้ในครั้งนี้ แต่ได้ยืนยันในสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้วคือการปิดห้องพิจารณาคดีเป็นการลับ

"สิ่งเดียวที่ผมสามารถพูดได้,ผมเป็นกลาง"เขากล่าวให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์"

นี่เป็นครั้งแรกเช่นกันที่องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือAmnestyยื่นมือเข้ามาข้องเกี่ยวกับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในรอบ 3 ปีมานี้ ก่อนหน้านั้นแอมเนสตี้ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจหรือเคลื่อนไหวใดๆ กระทั่งรศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ ผู้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพรายหนึ่ง เคยเรียกร้องให้บรรดาผู้บริจาคสนับสนุนAmnestyมาก่อนเลิกบริจาค และหันไปบริจาคแก่องค์กรอื่นที่ตื่นตัวต่อปัญหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในไทย ซึ่งรศ.ใจเห็นว่าเป็นข้อหาที่มุ่งเอาผิดต่อนักการเมือง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เรียกร้องประชาปไตย ต่อต้านเผด็จการ และต่อต้านรัฐประหาร19กันยายน2549เป็นหลัก

*อ่านรายละเอียดแถลงการณ์ของAmnesty คลิ้กที่นี่ เนื้อหาแถลงการณ์ระบุในตอนหนึ่งว่า

“ภายใต้กฏหมายนานาชาติ การพิจารณาคดีแบบเปิดเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องสิทธิของบุคคลที่พึงได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อผู้พิพากษาปิดประตูห้องพิจารณาคดี มันทำให้ความเสี่ยงที่ความอยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก รัฐบาลไทยจะประสบปัญหาในการอธิบายว่าทำไมการพิจารณาคดีของบุคคลหนึ่งซึ่งถูกตั้งข้อหาว่าทำการหมิ่น ว่าร้าย จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างไร”

ผู้พิพากษา ให้เหตุผลสนับสนุนข้อวินิจฉัยให้ปิดประตูห้องพิจารณาคดี ด้วยเหตุผลว่านี่เป็นเรื่อง ความมั่นคงของชาติ ทั้งกฏหมายสิทธิมนุยชน และ สิทธิทางการเมืองนานาชติ และ รัฐธรรมนูญอนุญาตให้มีการพิจารณาคดีแบบลับได้ ภายใต้เหตุผลนี้จริง แต่การปิดกั้นดังกล่าวจะถูกต้องชอบธรรมก็ต่อเมื่อมันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด และมาตรการการสกัดกั้นอื่นๆไม่มีแล้ว

แม้ผู้พิพากษา พหรมมาส รับประกันว่าจำลยจะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม แม้ว่าจะปิดกั้นการพิจารณาคดีต่อสื่อ และสาธารณชนก็ตาม

แซม ซาฟิริ กล่าวว่า “การกล่าวรับประกันแบบนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้เมื่อประตูห้องถูกปิดลง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม กฏหมายนานาชาติ และกฏหมายไทยเอง เรียกร้องให้การพิจารณาคดีเปิดแก่สาธารณะ”

มาตรา 14 ของกฏหมายสิทธิมนุษยชน และสิทธิทางการเมืองนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยตกลงอยู่ภายใต้ ระบุว่า บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และ เป็นสาธารณะ

มาตรา 40 ของรัฐธรรมนูยของไทย ปี 2550 ระบุว่าบุคคลทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในขั้นตอนทางศาลซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุด การพิจารณาคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะ


คดีหมิ่นเอาไว้เล่นงานเสื้อแดง ชุมนุมใหญ่งวดนี้ตำรวจจับอีก

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมกันบริเวณท้องสนามหลวงในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ ว่า ตำรวจประเมินด้านการข่าวเพื่อจัดวางกำลังและแผนรองรับทุกขั้นตอนในการดูแลความสงบเรียบร้อย

พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการปราศรัยที่ท้องสนามหลวง เมื่อคืนวันที่ 23 และ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ได้รับรายงานจาก บก.น.1 ว่า มีคำพูดที่เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายและเสียงไว้แล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย จึงฝากเตือนไปยังแกนนำผู้ชุมนุมที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีว่า สามารถใช้สิทธิแสดงความเห็นทางการเมืองได้ แต่หากเอาสถาบันมาพูดหมิ่นเบื้องสูงแบบนี้ ตำรวจคงปล่อยเอาไว้ไม่ได้แน่นอน

ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.กล่าวว่า เรื่องการชุมนุมก็ขอให้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ ส่วนวันที่ 27 มิ.ย.นี้ จะมีความรุนแรงหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุมเอง ทางตำรวจจะมีการบันทึกภาพและเสียงเอาไว้ตลอด จากนั้นก็จะนำมาถอดเทปตรวจสอบดูว่า มีการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองหรือไม่ หากพบก็จะนำไปสู่การออกมายจับอีกแน่นอน

“ส่วนเรื่องการปราศรัยนั้น ขอร้องแล้วว่าอย่าให้ร้าย หรือกล่าวหาใดๆ เกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงทั้งสิ้น ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่พูดหมิ่นเบื้องสูงแล้ว ภายในเย็นนี้จะมีการออกหมายจับแน่นอน แต่บอกไม่ได้ว่ากี่คน หรือเป็นใครบ้าง โดยหลังจากออกหมายจับแล้วจะจับกุมทันที และจะไม่ให้ประกันด้วย ใครทำผิดก็ต้องจับหมด จะจับกันทั้งยวง และอีกหน่อยจะบุกขึ้นไปจับบนเวทีด้วย” รอง ผบช.น.กล่าว