WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, July 4, 2009

ข้อคิดสำหรับสหรัฐฯในวันชาติปี 2009 กรณีประเทศไทย

ที่มา Thai E-News



โดย pegasus
ที่มา บอร์ดประชาไท
4 กรกฎาคม 2552

หากสหรัฐฯจะได้กลับไปทบทวน รากฐานความเป็นมาของเสรีชนที่ยิ่งใหญ่ของชาวอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางส่วนที่ได้มีการกล่าวไว้ในคำประกาศอิสรภาพแห่งสหรัฐอเมริกาแล้ว สหรัฐฯย่อมจะเห็นได้ชัดเจนว่า ประเทศไทยกำลังจะก้าวยกระดับขึ้นไปเป็นประเทศแรกๆในเอเชียที่จะมีคุณสมบัติของการเป็นประชาธิปไตยที่ใกล้เคียงกับประเทศตะวันตกอย่างยิ่ง..ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของสหรัฐฯเองว่า จะเห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้นจากเผด็จการโบราณ ที่ใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว หรือจะมีความร่วมมือกับประชาชนชาวไทยที่ต้องการประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันเป็นความร่วมมือในระยะยาวที่ยั่งยืนกว่า


คำประกาศอิสรภาพแห่งสหรัฐอเมริกา

In CONGRESS, 4 กรกฎาคม, 1776.

คำประกาศอันเป็นเอกฉันท์ของสหรัฐอเมริกาทั้งสิบสามรัฐ,
ฯลฯ

พวกเราถือว่าความจริงเหล่านี้ มีความชัดเจนในตัวของมันเอง, ความจริงที่ว่ามนุษย์ทุกคนถูกสร้างมาให้มีความเท่าเทียมกัน, ความจริงที่ว่าพวกเขาได้รับมอบสิ่งต่างๆ จากผู้สร้าง พร้อมด้วยสิทธิที่ไม่อาจพรากไปจากเขาได้, สิ่งเหล่านั้นได้แก่ ชีวิต, อิสรภาพ, และ การแสวงหาความสุข.

ดังนั้น เพื่อที่จะประกันสิทธิเหล่านี้, รัฐบาลได้รับการจัดตั้งขึ้นในหมู่ผู้คน, โดยพวกเขาได้รับการยินยอมให้ใช้อำนาจปกครอง.

โดยที่ว่า เมื่อใดที่รัฐบาลชุดใด ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบลักษณะใดก็ตามแต่ ได้กลับมาทำลายสิ่งเหล่านี้, ประชาชนก็มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงหรือล้มรัฐบาลนี้, และที่จะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่, ที่วางอยู่บนรากฐานของหลักการเช่นว่านั้น, และ จัดระบบอำนาจของรัฐบาลในรูปแบบลักษณะที่ปรากฏให้เชื่อได้ว่า จะก่อให้เกิดความปลอดภัยและความสงบสุขต่อพวกเขา ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้.

โดยแท้จริงแล้ว, ความรอบคอบระมัดระวัง จะคอยบังคับควบคุมว่า รัฐบาลชุดที่จัดตั้งมายาวนานนั้น ไม่ควรจะถูกเปลี่ยนแปลงเพียงเพราะสาเหตุอันเล็กน้อยที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น; และ ประสบการณ์ทั้งหมดได้แสดงให้เห็นอย่างสอดคล้องตรงกัน, ว่ามนุษยชาติมักถูกทอดทิ้งให้ทุกข์ทรมาน,ในขณะที่สิ่งชั่วร้ายมีความทนต่อความทุกข์ทรมาน,มากกว่าที่จะแก้ไขที่ตัวพวกเขาเองโดยการ ยกเลิก รูปแบบที่พวกเขาคุ้นเคย.

แต่ทว่า, เมื่อเหตุการณ์อันยาวนานของการข่มเหงและแย่งชิงอำนาจ, ซึ่งได้กระทำการเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกันอย่างไม่ลดละ, ได้แสดงออกอย่างชัดแจ้งว่ามีจุดประสงค์ที่จะลดทอนพวกเขาลงไปอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จ, มันก็จะเป็นสิทธิของพวกเขา, เป็นหน้าที่ของพวกเขา, ในการที่จะถอดถอนและสลัดรัฐบาลเช่นว่านั้นทิ้งไป, และ เพื่อที่จะจัดเตรียมเครื่องป้องกันอันใหม่เพื่อประกันความปลอดภัยในอนาคตของพวกเขา.

สิ่งนั้นเป็นความอดทนอดกลั้นของประเทศอาณานิคมเหล่านี้; และ บัดนี้ สิ่งนั้นได้เป็นสิ่งที่บังคับให้พวกเขาต้องเปลี่ยนแปลงระบอบของรัฐบาลก่อนหน้านี้ของพวกเขา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้. ประวัติศาสตร์ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันแห่งบริเตนใหญ่ เป็น ประวัติศาสตร์ของ การล่วงละเมิดสิทธิ และ แย่งชิงอำนาจ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า, ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายโดยตรง ที่จะสร้างผู้ปกครองที่มีอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จ เหนือรัฐต่างๆ เหล่านี้. จงปลดปล่อยความจริงต่างๆ ออกสู่โลกที่ปราศจากอคติ เพื่อเป็นการพิสูจน์สิ่งนี้ เถิด.

เขาได้ปฏิเสธที่จะยอมรับกฎหมาย, อันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุด ต่อผลประโยชน์สาธารณะ.

เขาได้ยับยั้ง ผู้ปกครองรัฐที่มาจากเขา ไม่ให้ผ่านกฎหมายหลายฉบับที่มีความสำคัญจำเป็นเร่งด่วน , เว้นเสียแต่ว่ากฎหมายเหล่านั้นจะถูกยับยั้งการใช้งานไว้ชั่วคราว จนกว่า จะได้รับการยินยอมจากเขา; และ เมื่อมีการยับยั้งชั่วคราวแล้ว, เขาได้เพิกเฉยอย่างถึงที่สุดที่จะรับฟังหรือเอาใจใส่ในตัวกฎหมายเหล่านั้น.

เขาได้พยายามขัดขวางการเพิ่มจำนวนประชากรของรัฐเหล่านี้; เพื่อบรรลุจุดประสงค์นั้น เขาได้ขวางการออกกฎหมายว่าด้วยสัญชาติคนต่างด้าว ; ปฏิเสธที่จะอนุญาตให้พวกเขาย้ายถิ่นฐานมาที่นี่, และ ได้เพิ่มเงื่อนไขสำหรับการจัดสรรที่ดินแห่งใหม่

เขาได้ขัดขวางระบบการบริหารงานยุติธรรม, ด้วยการไม่อนุมัติกฎหมายที่จะจัดตั้งอำนาจของระบบศาลยุติธรรม.

เขาได้ลดทอนความเป็นอิสระของบรรดาผู้พิพากษาเพื่อให้ผู้พิพากษาทำในสิ่งที่เขาต้องการแต่เพียงผู้เดียว, ด้วยการเสนอตำแหน่งหน้าที่, และ การเพิ่มเงินเดือนค่าตอบแทนต่างๆ ให้กับพวกเขา.

เขา...

เขา...

ในทุกๆ ขณะของการกดขี่เหล่านี้ พวกเราได้ร้องเรียนเพื่อขอให้มีการชดเชย โดยใช้คำพูดที่นอบน้อมที่สุด: การร้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของพวกเรา ได้รับเพียงการตอบรับ ด้วยการล่วงละเมิดสิทธิซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นเดียวกัน. เจ้าชายองค์หนึ่ง, ผู้ซึ่งบุคลิกของเขาได้รับการสลักด้วยการกระทำทุกๆ อย่างของเขา ที่สามารถจะนิยามได้ถึงความเป็นผู้ปกครองเผด็จการ, เขาไม่เหมาะที่จะเป็นผู้ปกครองของเสรีชน.

ฯลฯ


ผู้เขียนเชื่อว่า สถานการณ์ต่างๆในประเทศไทยนั้น สหรัฐอเมริกาได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจนอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าสหรัฐจะตัดสินใจใช้ข้อมูลชุดใดในการที่จะปฏิสัมพันธ์ต่อประเทศไทย

จะเป็นผลประโยชน์ระยะสั้นของสหรัฐฯเอง ในอันที่จะเรียกร้องหรือขอความร่วมมือใดๆจากประเทศไทยในฐานะที่ได้เปรียบเนื่องจากความอ่อนแอของรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม และระบอบการปกครองเผด็จการโบราณ โดยผ่านเหล่าทหาร และข้าราชการบำนาญที่จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

หรือจะมีความร่วมมือกับประชาชนชาวไทยที่แสดงออกอย่างชัดเจนในทุกพื้นที่ ทุกการเลือกตั้งว่า ปรารถนาประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ประชาชนที่กำลังเติบโต มีความเข้มแข็ง มีความตื่นตัว ประการสำคัญคือจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศต่อไปอีกเป็นระยะเวลายาวนาน

แน่นอนล่ะ การที่สหรัฐฯจะมีความร่วมมือกับประชาชนไทยนั้น ย่อมอยู่ในสถานะที่เสมอกันในฐานะของมนุษยชาติ สหรัฐฯอาจไม่ได้เปรียบใดๆมากไปกว่าระบอบการปกครองเดิม แต่สหรัฐฯจะได้ร่วมมือกับมิตรประเทศที่เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ต่อไปในระยะยาว หากสหรัฐฯตัดสินใจเลือกอย่างถูกต้อง

สังคมใหม่ของไทยกำลังเปลี่ยนไปในลักษณะที่คล้ายคลึงกับสังคมของยุโรปตะวันตก และสหรัฐฯ เนื่องจากปรากฏการณ์ที่ประชาชน ไม่ยอมสยบต่ออำนาจมืด อาวุธปืน และกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม

ดังที่ปรากฏจากการชุมนุมใหญ่ที่สงบ สันติ แม้ว่าจะถูกใส่ร้าย ป้ายสี สร้างสถานการณ์ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจ และกลับมาเรียกร้องความเป็นธรรม ประชาธิปไตย และนิติรัฐอย่างเข้มแข็ง

ประการสำคัญคือ ประชาชนไทยได้แสดงจากการเลือกตั้งซ่อมในหลายจังหวัดแล้วว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องเกรงใจเสียงของประชาชน เพราะผู้นำท้องถิ่น หรือ อดีตนักการเมืองไม่มีอิทธิพลต่อประชาชนเทียบเท่า การตัดสินใจของประชาชนเอง ดังนั้น การผูกขาดอำนาจ การกดขี่ประชาชนในระยะต่อไปนั้นจะยากยิ่งและจะทำไม่ได้ในที่สุด

หากสหรัฐฯจะได้กลับไปทบทวน รากฐานความเป็นมาของเสรีชนที่ยิ่งใหญ่ของชาวอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางส่วนที่ได้มีการกล่าวไว้ในคำประกาศอิสรภาพแห่งสหรัฐอเมริกาที่ได้ยกมาไว้เป็นเบื้องต้นแล้ว สหรัฐฯย่อมจะเห็นได้ชัดเจนว่า ประเทศไทยกำลังจะก้าวยกระดับขึ้นไปเป็นประเทศแรกๆในเอเชียที่จะมีคุณสมบัติของการเป็นประชาธิปไตยที่ใกล้เคียงกับประเทศตะวันตกอย่างยิ่ง

และ โดยที่ประเทศไทยมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเอเชีย ซึ่งสหรัฐฯเองก็ได้ทราบเป็นอย่างดียิ่งแล้ว จะเป็นการดีหรือไม่ที่สหรัฐฯจะได้ยื่นมือเข้ามาจับมือของประชาชนชาวไทยเพื่อเป็นด่านหน้าของเสรีชนในภูมิภาคนี้ต่อไป

ขอกล่าวซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่า สหรัฐฯ อาจไม่สามารถได้ประโยชน์จากการที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ แต่การที่ไทยเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯในระยะยาวที่ยั่งยืนกว่าระบอบเผด็จการในรูปของประชาธิปไตยจอมปลอม หรือเผด็จการซ่อนรูปเช่นปัจจุบันนี้อย่างมาก

สหรัฐฯอาจลำบากในการติดต่อกับผู้นำของไทยที่ต้องรับฟังเสียงของประชาชน แต่นั่นมิใช่ปรัชญาเสรีนิยมที่สหรัฐฯชื่นชอบและทำให้สหรัฐฯยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบันนี้หรอกหรือ และถ้ามีพันธมิตรที่มีจิตวิญญาณและค่านิยมเดียวกับสหรัฐฯ และชาวอเมริกันในภูมิภาคนี้จะเป็นการดีกว่าหรือไม่ กับการที่จะติดต่อกับผู้นำเผด็จการเพียงบางคน บางกลุ่มที่ใกล้จะหมดลมหายใจแล้ว และถึงที่สุดแล้วการเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี แต่เมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นสหรัฐฯไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำให้เกิดขึ้นสหรัฐฯเองจะเสียโอกาสที่ควรจะอยู่ในมือนี้ไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง

ขอขอบคุณสหรัฐฯและประชาชนชาวอเมริกันที่ได้เคยช่วยเหลือไทยจากการตกเป็นเมืองขึ้นของบริเตนใหญ่มาครั้งหนึ่งแล้วในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งได้ช่วยในการแก้ไขการเสียเปรียบในด้านกฎหมายกับต่างชาติในเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในยุคล่าอาณานิคม เรื่องเหล่านี้ประชาชนไทยจำได้ดี

และหวังว่าสหรัฐฯจะได้ใช้โอกาสใหม่นี้ในการจับมือกับประชาชนชาวไทยในการก้าวไปในสังคมยุคโลกาภิวัตน์ซึ่งระบอบเผด็จการในทุกรูปแบบไม่เป็นที่พึงปรารถนา การร่วมมือเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์นี้ ผู้เขียนขอเสนอให้สหรัฐอเมริกาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ การตัดสินใจและผลที่จะตามมา

ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของสหรัฐอเมริกาเอง

"วีระ"คุยชื่อเกินล้าน จี้รมว.ตปท.พิจารณาตัวเองจีนเมินส่ง"แม้ว" "สันติสุข"โวยถูกอ้างชื่อค้านฎีกา

ที่มา มติชนออนไลน์

"เพื่อไทย"ยื่นยูเอ็นช่วย"ทักษิณ"กลับไทย แกนนำเสื้อแดงวางกรอบประเมินชื่อถวายฎีกา 3 รอบ "วีระ"คุยอาจเกินล้านแน่ "หนุ่ม-สันติสุข" โวยถูกอ้างชื่อค้านแถลงข่าวแจง 6 ก.ค. เสื้อแดงจัดแซยิด"แม้ว"26ก.ค.นี้ "มาร์ค"เผยหากขออภัยโทษต้องสำนึกผิดก่อน ชี้เจ้าตัวหรือญาติเท่านั้นที่ทำได้


15ก.ค.ประเมินคนร่วมถวายฎีกา


นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดงกล่าวเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ถึงการแจกจ่ายแบบฟอร์มการลงชื่อทูลเกล้าฯถวายฎีกา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้แกนนำคนเสื้อแดงแจกจ่ายแบบฟอร์มการลงนามถวายฎีกาไปให้เครือข่ายคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดเรียบร้อยเชื่อว่ามีการกระจายไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังได้นำแบบฟอร์มลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ เว็บไซต์มหาประชาชน เว็บไซต์พันทิป ห้องราชดำเนิน เว็บไซต์คนไทยดอทยูเค และเว็บไซต์ประชาไท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ดาวน์โหลดไปลงนามร่วมกัน ซึ่งเชื่อว่าตัวเลข 1 ล้านรายชื่อนั้นไม่ใช่เรื่องไกลเกินความจริง โดยจะขอระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 15 วัน ก่อนที่จะเปิดแถลงข่าวกันถึงจำนวนประชาชนที่ร่วมลงนามมาใน 15 วันแรกอีกครั้ง


ด้านนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า กำลังแจกจ่ายแบบฟอร์มกันอยู่ แจกตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม และจะแจกต่อไป คาดว่าวันที่ 15 กรกฎาคม จะประเมินรอบที่ 1 วันที่ 20 กรกฎาคม ประเมินรอบที่ 2 และวันที่ 25 กรกฎาคมประเมินรอบที่ 3 ซึ่งน่าจะได้ครบหรืออาจเกินแล้วก็ได้


เสื้อแดงจัดแซยิด"แม้ว"26ก.ค.นี้


นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภาคประชาชน กล่าวว่า วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ เป็นวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลุ่มวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ 92.75 และ 107.5 พร้อมเครือข่ายคนเสื้อแดงทั่วประเทศจะร่วมกันจัดงานแซยิดครบรอบ 60 ปี ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนเวลาจะกำหนดความเหมาะสมอีกครั้ง นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณอาจโฟนอินมาพูดคุยกับพี่น้องทั่วประเทศที่จัดงานแซยิดพร้อมกันด้วย


"มีประชาชนจำนวนมากโทรศัพท์มาที่สถานีวิทยุ เพื่อให้ทางสถานีเป็นผู้ประสานงานรับใบถวายฎีกาของประชาชนไปส่งให้กลุ่มความจริงวันนี้ เนื่องจากตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวว่า มีผู้มีอำนาจสั่งการให้ผู้บริหารในบริษัทไปรษณีย์ไทย ระงับเอกสารและจดหมายที่จะส่งไปยังสำนักงานความจริงวันนี้ อาคารอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว กทม. เพื่อไม่ให้กระบวนการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษทำได้สำเร็จ" นายชินวัฒน์อ้าง


พท.ยื่นยูเอ็นช่วย"ทักษิณ"กลับไทย


เมื่อเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน นายพร้อมพงศ์ นพฤธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมนายพิทยา พุกกะมาน รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อนายฟรานเซสโก นอตติ เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เพื่อส่งถึงนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติและประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เพื่อขอให้ยูเอ็นพิจารณาและตรวจสอบการกระทำรัฐประหารในประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เหมือนกับกรณีที่ยูเอ็นคัดค้านการยึดอำนาจของทหารในประเทศฮอนดูรัสพร้อมมีมติกดดันให้ฮอนดูรัสรับนายโจเซ มานูเอล เซลายา กลับเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งการรัฐประหารในไทยก่อให้เกิดผลเสียตามมาอย่างร้ายแรงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการละเมิดทำลายหลักนิติธรรม และสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางจากรัฐบาลทหารขณะนั้น


วันเดียวกัน นางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อม นายอนันต์ ศรีพันธ์ นายจักรพรรดิ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงาน "วันสาธิตการปลูกมะขามเปรี้ยวพันธุ์ผักใหญ่" ตามแผนยุทธศาสตร์ งบฯพัฒนา จ.อุดรธานี ซึ่งจัดโดย นายหาญชัย ทีฆธนานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี มีเกษตรกรในพื้นที่ อ.เมือง อ.หนองแสง อ.ประจักษ์ศิลปาคม กว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน


ซึ่งนางเยาวเรศกล่าวว่า "ดิฉันเดินทางเป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งท่านฝากมาว่าคิดฮอด (คิดถึง) ชาวอุดรธานีเด้อ ท่านอดีตนายกฯทักษิณจะมาเป็นคนอีสานด้วย เพราะว่าพี่น้องชาวอีสานทุกท่านมีความรักความจริงใจตลอดมา และสนับสนุนมาโดยตลอด ท่านอยากมาเป็นชาวอีสาน และอยากจะมาปลูกบ้านหลังแรกที่อุดรธานี ขอฝากประชาชนให้เลือกพรรคเพื่อไทยด้วย "


"มาร์ค" ชี้ขออภัยโทษต้องสำนึกผิดก่อน


ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มเสื้อแดงถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ในคดีทุจริตที่ดินรัชดาว่า อยากทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเรื่องการขออภัยโทษนั้น โดยหลักแล้วต้องทำโดยเจ้าตัวหรือญาติพี่น้องที่สำนึกผิดแล้ว ไม่ใช่การใช้จำนวนคนมาทำให้เป็นประเด็นการเมือง ที่สำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องของพระราชอำนาจที่เกี่ยวข้องกับทางผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง


เมื่อถามว่า แต่เนื้อหาในแบบฟอร์มที่ให้ลงชื่อได้พาดพิงว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมาอย่างไม่ชอบธรรม จึงต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เป็นเรื่องการเมือง ก็ยิ่งเป็นการไม่เหมาะสมที่จะไปดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องให้ทุกหน่วยงานไปทำความเข้าใจกับประชาชนจะได้ไม่เป็นเหยื่อขอคนที่พยายามจะทำให้เกิดความสับสน
เมื่อถามว่า จะต้องกลับมารับโทษก่อนใช่หรือไม่ หากจะมีการขอพระราชทานอภัยโทษ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "อย่างน้อยต้องสำนึกผิดก่อนแหละครับ"


จี้"รมว.ตท."พิจารณาตัวเอง หลังจีนเมินส่ง"แม้ว"


ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่มีรายงานข่าวระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังสามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศจีนได้ตามปกติว่า พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเดินทางไปได้หลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากนานาชาติเข้าใจสถานการณ์การเมืองของประเทศไทยว่าอะไรเป็นอะไร ดังนั้น ไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปไหนก็มีแต่คนให้การต้อนรับ ส่วนสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างทางการจีนกับไทยนั้น ถ้าตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคงจะอายที่ทั่วโลกไม่ให้ความร่วมมือ และจะขอพิจารณาตัวเองที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เหมือนกับหมาเห่าใบตองแห้ง
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยเดินทางเข้าประเทศจีนบ้างหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์


"สันติสุข" โวยถูกอ้างชื่อ


รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายสันติสุข พรหมศิริ หรือ "หนุ่ม" นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง เปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวกลุ่มสยามสามัคคีออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาสำคัญ คือต่อต้านระบอบทักษิณ โดยในแถลงการณ์ระบุชื่อบุคคลหลายคน รวมถึง สันติสุข พรหมศิริ เป็นผู้ร่วมแถลงการณ์นั้น ความจริงแล้วนายสันติสุขไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้เข้าร่วมกับกลุ่มนี้ และเพื่อชี้แจงให้ทุกคนทราบ นายสันติสุขจึงจะจัดแถลงข่าวในวันที่ 6 กรกฎาคม เวลา 13.00 น. ที่สตูดิโอเจเอสแอล

ทนอยู่กันต่อไป

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และนาย นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯ นัดกินข้าวหารือกับ นายเนวิน ชิดชอบ เจ้าของพรรคภูมิใจไทยตัวจริง ที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันก่อน

ข่าวที่ออกมา บ้างบอกว่านายอภิสิทธิ์ขอร้องให้นายเนวินถอนเรื่องการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันออกไป โดยอ้างว่าไม่อยากให้ขัดความรู้สึกของประชาชน

บ้างก็ว่า เป็นการเคลียร์ใจกัน หลังจากโครงการของภูมิใจไทยถูกเบรกใน ครม.หลายโครงการ

ล่าสุด ไฟแค้นการทวงบุญคุณก็เริ่มคุขึ้นอีก

เมื่อส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยออกมาแฉเบื้องลึกที่ยอมแยกออกจากพรรคเพื่อไทยมาร่วมกับประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล เพราะประชาธิปัตย์รับปากว่าจะให้ทำการเมืองแทนในภาคอีสาน

แต่ถ้าไม่ยอมเทงบประมาณให้นำไปต่อสู้กับกระแส พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

ก็มีแต่จะกอดคอกันตาย

ทำให้นายอภิสิทธิ์ออกมาโต้ว่าถ้ากอดคอกันทำงานจะไม่มีวันตายแน่

นายสุเทพก็งัดคำเท่ออกมาอ้างว่างบประมาณมีไว้เพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อให้พรรคนำไปแบ่งกัน

ตามสไตล์พรรคประชาธิปัตย์ คงจะมีส.ส.และบรรดาสารพัดโฆษก รอท่าออกมาตอบโต้เรื่องนี้อีกหลายคน

นายสุเทพคงเห็นท่าไม่ดี เลยรีบกวักมือเรียกนายเนวินมาเคลียร์ก่อนจะบานปลาย

ผลการกินข้าว จะคุยรายละเอียดอะไรกันบ้าง ก็คงรู้กันเฉพาะในวงอาหาร

อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย และน้องชายนายเนวิน ออกมาเปิดเผยว่า

ทั้ง 4 คนเห็นพ้องต้องกันว่าจะให้พรรคร่วมรัฐบาลกอดคอกันทำงานต่อไป อย่าแตกคอกันอย่างเด็ดขาด

แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะแพ้เลือกตั้งซ่อมใน 2 จังหวัดที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแพ้พ.ต.ท.ทักษิณอีกในการเลือกตั้งครั้งใหญ่

รัฐบาลยังมีเวลาอีกอย่างน้อยปีครึ่ง ที่จะพิสูจน์ผลงานเอาชนะใจประชาชน

การเลือกตั้งครั้งหน้า แค่พรรคร่วมรัฐบาลมีคะแนนเสียงเกินครึ่งแค่ 1 เสียงก็เพียงพอที่จะร่วมรัฐบาลกันอีก พรรคภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์จึงพร้อมจะกอดคอกันต่อไป

"ยังไงพรรคร่วมรัฐบาลต้องทนเป็นรัฐบาลกันต่อไป ทนบริหารเงิน 8 แสนล้านบาทและรองบประมาณปี 2553 อีกที่รออยู่ ก็ต้องทนกันไป" นายศักดิ์สยามระบุ

หลังเคลียร์กันจนสมประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว

ก็มีข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นจังหวัดแรก

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่ายอมพึ่งบารมีนายเนวิน เพื่อทำงานการเมือง

หลังจากพึ่งเงา "เทพเทือก" จนได้เป็นนายกฯ มาแล้ว

แค่ไม่แพ้ก็ชนะ

ที่มา ไทยรัฐ

ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆที่ รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาบริหารประเทศจะสร้างปัญหาได้มากมายเพียงนี้ ทั้งภายนอกภายใน เละเทะ ผมยังห่วงอยู่ว่า การแก้ไขสารพัดปัญหาของรัฐบาลเวลานี้จะเข้าตำรา ลิงแก้แห ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง

สถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ตึงเครียดอย่างหนัก ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การนำกำลังเข้ารักษาพื้นที่ในลักษณะเผชิญหน้าอย่างนี้ ถือว่าสถานการณ์ไม่ปกติ โดยเฉพาะท่าทีของกัมพูชา ท่าทีของสมเด็จฮุน เซน คราวนี้เอาจริง โดยไม่ได้เหลือเยื่อใยหรือความเป็นมิตรประเทศเพื่อนบ้าน

การที่รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาให้ข่าวว่า การ เจรจาชื่นมื่น ถึงขนาดภรรยานายกฯฮุน เซนทำกับข้าวให้รับประทาน คล้ายๆกับปาหี่อย่างไรพิกล

เป็นปาหี่ระดับประเทศ

มีอะไรที่กินใจนายกฯกัมพูชามาตั้งแต่สมัยที่ พันธมิตรฯ ไปทวงเขาพระวิหาร แล้วรัฐบาลชุดนี้ก็เอาคนที่ไปด่าพ่อล่อแม่ มาเป็น รมว.ต่างประเทศ แล้วก็มีการมาออกข่าวของผู้นำในลักษณะไม่ค่อยจะตรงกับความจริงหลายครั้ง ทั้งนี้ปัญหาเขาพระวิหาร
เป็นอย่างไรคนไทยก็รู้ๆกันอยู่ แต่อาศัยความสัมพันธ์กันมาช้านาน อาศัยวิธีทางการทูต ทั้งสองประเทศจึงอยู่ร่วมกันมาโดยหลีกเลี่ยงข้อบาดหมาง

มาวันหนึ่งมีคนไทยกลุ่มหนึ่งไปทวงเขาพระวิหารเหยงๆโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เฮละโลเป็นกระแสครึกโครมเพียงเพื่อเป็นเกมหนึ่งของการชิงอำนาจทางการเมืองเท่านั้น ในประเทศก็แตกแยก ต่างประเทศก็แตกแยก เพราะเงื่อนไขที่สร้างกันเอาไว้เลยหันกลับมาเชือดคอตัวเอง

ปัญหาการเมืองภายในก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ ผมอ่านข่าวว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับประทานอาหารเที่ยงกับ คุณเนวิน ชิดชอบ เพื่อเคลียร์ใจปัญหาระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย

ว้าเหว่

ก็เลยสงสัยว่าต้นทุนของนายกฯจะเหลืออยู่แค่ไหน ในอดีตเคยดูถูกดูแคลนนักการเมืองประเภทไหน ชนิดไหน ระดับใดเอาไว้บ้าง วันนี้กลืนน้ำลายตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อให้ อยู่ทน อยู่นาน

ประชาธิปัตย์ต้องมาก่อน

ไม่แปลกถ้าจะมีกระแสการเรียกร้องของชาวบ้านให้อดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมา เมื่อประชาชนหมดความศรัทธาขั้วนี้ ก็ต้องเรียกร้องให้อีกขั้วมาบริหารเพราะแบ่งการเมืองให้เป็นสองขั้วอำนาจเอง

คำว่า ขอพระราชทานอภัยโทษและนิรโทษกรรม คนละความหมายกัน เมื่อเกิดการปิดกั้นจากขั้นตอนตามปกติ ทางออกในการที่จะแก้ไขวิกฤติบ้านเมือง จึงเหลือไม่กี่ทางเลือก

เมื่อรัฐบาลไม่สามารถเอาชนะมวลชนได้ แผนบันได 4 ขั้น จึงล้มเหลวในที่สุด ตรงกันข้ามกลับจะทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามเข้มแข็งมากขึ้น แม้วันนี้ขั้ว พ.ต.ท.ทักษิณ จะยังไม่ชนะ แต่แค่ไม่แพ้ก็ถือว่าเป็นชัยชนะแล้ว.

หมัดเหล็ก

ตีไพ่อีกใบ'ปานปรีย์'

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_17208

ปานปรีย์ พหิทธานุกร

"สุทัศน์ ไม่ใช่ฮุน เซน"


ในลีลาหัวเราะกลบเกลื่อนของ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล รีบตัดบท เดินหนีนักข่าวที่เปลี่ยนประเด็นคำถามจากปมชายแดนด้านเขาพระวิหาร มาเป็นเรื่องวุ่นๆ ในภาคอีสานของประชาธิปัตย์

ชิ่งตอบคิวร้อนๆ กรณีที่นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.ระบบสัดส่วน แกนนำสายอีสานอาละวาดใส่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เลือกลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ รับมุกเป็นนัยยกพื้นที่ภาคอีสานให้ค่ายภูมิใจไทยของนายเนวิน ชิดชอบ เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย


ขู่กันแรงถึงขั้นพร้อมลาออก

"เทพเทือก" บอกปัด "สุทัศน์" ไม่ใช่ "ฮุน เซน" แต่โดยเค้ารางก็อย่างที่เห็นๆ ปมป่วนๆของพรรคประชาธิปัตย์ที่ภาคอีสาน ก็เร้าใจไม่แพ้ชายแดนเขมรด้านเขาพระวิหารเหมือนกัน

นั่นคือการต้องดิ้นสู้กับ "สภาพแห่งความเป็นจริง"

โดยเฉพาะความจริงในภาคอีสาน ที่แม้แต่คนของประชาธิปัตย์ด้วยกันเองยังวิเคราะห์
ขาดเลยว่า คนอีสานเกลียด ปชป.จริง จากผลที่สะท้อนมาจากการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนครและจังหวัดศรีสะเกษ

ตอกย้ำด้วยความจริงที่ถูกแฉออกมาจากนายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย เปิดข้อตกลงเบื้องหลังในการพลิกขั้วตั้งรัฐบาล ประชาธิปัตย์รู้ตัวว่าเข้าภาคอีสานไม่ได้ ต้องอาศัยพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การบัญชาการของ "เนวิน" เป็นตัวลุยแทน

มันเป็นความจริงที่รู้กันอยู่แก่ใจ

แต่ก็ยากจะทำใจยอมรับสภาพอดสูได้ สำหรับแกนนำสายอีสานรุ่นเก๋า อย่างนายสุทัศน์ และเหล่าขุนศึกที่ยังปักหลักสู้อยู่ในพื้นที่

ด้วยศักดิ์ศรีทางการเมืองแล้ว ยอมตายดีกว่าจะยอมให้คนอื่นรบแทน

เพราะไม่ใช่แค่หมดความหมาย แต่อนาคตยังหมดพื้นที่ยืน

โดยเกมต่อสายเรียก "เนวิน" เข้าไปกินข้าวที่บ้านพิษณุโลก และก็เป็นฝ่ายประชาธิปัตย์ที่พยายามเล่นข่าวให้เกิดภาพของการ "ข่ม" อยู่เหนือค่ายภูมิใจไทย


ทั้งคิวที่นายกฯอภิสิทธิ์ปฏิเสธไฟเขียวรถเมล์เอ็นจีวี โดยที่ "เนวิน" พยักหน้ารับ "ผมเข้าใจ" ทั้งรายการที่นายกฯอภิสิทธิ์ให้ข่าวเองว่า เรียกนายเนวินมาทำความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะชาวบ้านแคลงใจโครงการรัฐบาลไม่โปร่งใส ต้องปิดช่องโหว่ก่อนเข้า ครม.

ตามทางข่าว "อภิสิทธิ์" ได้ทีข่ม "เนวิน" ที่กำลังตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ

ประชาธิปัตย์ได้ทีขี่ภูมิใจไทย


แต่ของจริงมันก็เป็นอะไรที่ก่อให้เกิดคิวป่วนหนักในพรรคประชาธิปัตย์ นายกฯอภิสิทธิ์ลงพื้นที่อีสาน เจาะจงไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ฐานบัญชาการใหญ่ของ "เนวิน"

เอาเป็นว่าเกมนี้ใครตีกิน สุดท้ายใครขี่ใคร อย่าเพิ่งด่วนสรุปจากฉากหน้า

ประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยต้องกั๊ก ต้องวัดใจกันอีกหลายช็อต

ในอารมณ์เดียวกัน ยังเคาะโต๊ะ แทงเต็งไปเลยไม่ได้ กับโฉมหน้าของแม่ทัพคนใหม่ค่ายเพื่อไทย แชมป์ตัวยืนในภาคอีสาน

ตามอาการแล้ว "นายใหญ่" ยังจั่วไพ่เล่นไปเรื่อยๆ

อาศัยจังหวะลากยาวกระแส ปล่อยชื่อออกมาให้ฮือฮา แย่งพื้นที่ข่าวรายวันได้แบบเนียนๆ โดยลูกเล่นของเซียนการตลาด

ล่าสุดชื่อใหม่ที่ถูกโยนออกมา "ปานปรีย์ พหิทธานุกร" ในภาพของหนุ่มใหญ่มาดดี ด็อกเตอร์นักเรียนนอก มีดีกรีด้านเศรษฐกิจ พะยี่ห้อหลานเขย "น้าชาติ" พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเครื่องการันตี

ชื่อชั้นพอฟัดพอเหวี่ยงกับยี่ห้อ "อภิสิทธิ์"

และที่เด่นกว่าใคร ชื่อนี้ยังได้สิทธิพิเศษในฐานะสายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้า


แน่นอนถ้าเปิดสเปกแบบ "ปานปรีย์" ออกมา ก็สรุปได้เลยว่า สิงห์เฒ่าอย่าง "ป๋าเหนาะ" นายเสนาะ เทียนทอง หรือ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ผลุบๆโผล่ๆ

เอาจริงๆน่าจะถูกยกขึ้นหิ้งเป็นกุนซือ ผู้คุมกฎให้เด็กๆอยู่ในโอวาท

และที่ชัดไปอีกขั้น กับแนวคิดแยกกันเดินรวมกันตี ข้อเสนอที่ให้แยกสาขาพรรค กทม.บวกภาคกลางต่างหากจากค่ายใหญ่พรรคเพื่อไทยที่ยึดภาคอีสาน ภาคเหนือ

ล่าสุดแผนนี้ "นายใหญ่" แตะเบรก

กลัวโดนลากออกจากฝูงไปกระทืบตาย.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 4-10 ก.ค. 2552

ที่มา ประชาไท

เคยฟังเพลงนี้กันไหมคะ...กุหลาบในมือเธอ

(...ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ขับร้อง, ขุนวิจิตรมาตรา คำร้อง, เรือโท มานิต เสนะวีนิน ทำนอง)



ใจพี่หายวาบเมื่อเห็นกุหลาบกลีบกระจาย



จำกลิ่นได้คลับคล้ายว่าดอกที่ถือในมือเธอ



พี่เพ้อขอมานาน…

นานเจ้าให้หลังพี่ เพราะเจ้ามีที่ต้องการ…




แต่ว่าเดี๋ยวนี้ดอกถูกขยี้ทิ้งกระจาย



พี่แสนจะเสียดาย...เพราะไปหมายอื่นให้เขาชื่นชม



เขาดมเล่นแล้วทิ้ง…



...ผู้ที่หวังจริงก็เลยต้องยิ่งหัวใจราญ… T-T


ราศีเมษ
Aries (13 เมย.-13 พค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
ราชินีเหรียญ การจัดการเงิน เงินก้อนใหญ่ เกี่ยวพันกับผู้มีฐานะหรือมีอำนาจตัดสินใจเรื่องทรัพย์สิน เรื่องทางบัญชี

ความรัก ความสัมพันธ์ 9 เหรียญ คุณอาจเป็นคนที่มีความพร้อมทุกอย่าง แต่ส่วนลึกในใจเหมือนไม่ถูกเติมเต็ม ความสัมพันธ์กับคนรักมีลักษณะอุปถัมภ์หรือให้กันด้วยเสน่หา แต่ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกอย่าง

สถานการณ์การเงิน 7 ดาบ อาจเกี่ยวข้องกับการเงินที่ไม่โปร่งใส มีนอกในหรือเรื่องลับลวงพรางทางบัญชี บางคนใช้เงินในการแก้พลิกแพลงปัญหา อย่างไรก็ดี ระวังเรื่องทรัพย์สินสูญหายด้วยค่ะ

ธุรกิจ การงาน The Devil คุณอาจกำลังทำงานไม่มีความสุข ตกในความกดดัน หรือพันธนาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องฝืนทนต่อสิ่งที่เป็นความทุกข์อย่างมาก

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hermit ความสุขสงบทางใจที่ไม่อาจหาได้ ไม่ว่าจะอยู่ลำพังอย่างไรก็ตาม


คำแนะนำพิเศษ The Sun พระอาทิตย์ขึ้นทุกเช้า วันเก่าผ่านไปวันใหม่เยือนมา เบิกบานไว้ รักษาแสงสว่างในใจให้ดี ไม่ว่าสิ่งใดร้ายเลว สุดท้ายย่อมคลายลง



ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ มหาดเล็กถ้วย ความรู้สึกอ่อนไหว ความรักหรือผูกพันกับคนต่างวัย ข่าวจากคนที่มีใจต่อกัน

ความรัก ความสัมพันธ์ 1 ดาบ จะมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันง่าย ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นในช่วงนี้ อาจมีเรื่องต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด

สถานการณ์การเงิน Judgement การรอคอยใดๆ จะมีคำประกาศออกมาในเร็ววันนี้ แต่จะเป็นแง่ดีหรือร้าย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเหตุผลและข้อเท็จจริง

ธุรกิจ การงาน 9 ดาบ มีเรื่องกลุ้มใจ ไม่สบายใจนัก ระวังปัญหาจากความเครียดจนกระทบต่อสุขภาพ เป็นช่วงกิจการต่างๆ มีแต่เรื่องน่ากังวล

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 1 ถ้วย ความสัมพันธ์ใหม่ๆ (หากมี) หรือสิ่งที่เคยเป็นความสุข เป็นการเติมเต็มจิตใจ มาอยู่ในจุดแห้งแล้ง ขาดแคลน


คำแนะนำพิเศษ 8 เหรียญ เพิ่มเติมความรู้และทักษะต่างๆ ให้มาก คุณมีทุนในเบื้องต้นที่ดีมากอยู่แล้ว ความขยันหมั่นเพียรนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จ หรือผลตอบแทนที่คุณต้องการ



ราศีเมถุน
Gemini (14 มิย.-14 กค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 7 ถ้วย ความปรารถนาหลายหลากมากมี สิ่งที่คุณอยากได้ อยากเป็นแต่ก็ให้ระวังภาพลวงตา แม้แต่การหลอกตัวเอง

ความรัก ความสัมพันธ์ Justice มีเรื่องต้องใช้สมองมากกว่าหัวใจ การไตร่ตรองหรือจัดการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การลงนามในเอกสารสำคัญ การใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมแก้ปัญหา

สถานการณ์การเงิน The Emperor มีผู้ใหญ่เปิดทางหรือให้การสนับสนุน อาจได้งานที่มีแนวโน้มได้ค่าตอบแทนงามๆ ในอนาคต แต่ก็อาจมีค่าใช้จ่ายในการนี้

ธุรกิจ การงาน ราชาคทา มีผู้เห็นผลงาน ได้รับมอบหมายงานสำคัญ มีจังหวะได้งานเด่นๆ การบริหารจัดการต่างๆ ราบรื่น ได้ร่วมงานกับคนเก่ง

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 10 คทา การทำงานหนัก แบกรับภาระความรับผิดชอบเกินกำลัง ปัญหากับคนหมู่มากที่ร่วมงานกัน


คำแนะนำพิเศษ The Star สิ่งใดที่คุณคาดหวังไว้ จะประสบผลในไม่ช้านี้ จะมีความสุขร่มเย็นด้วยมิตรภาพและกัลยาณมิตร



ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ ราชินีคทา อาจได้รับมอบหมายงานสำคัญ มีโอกาสแสดงฝีมือ ได้ร่วมงานกับคนเก่ง มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

ความรัก ความสัมพันธ์ 3 ดาบ ระวังปัญหาทางอารมณ์ ความสัมพันธ์กับคนใจร้อนขี้หงุดหงิดง่าย อาจเกิดปากเสียงกันบ่อยในช่วงนี้ คนโสดยังอุตส่าห์มีศัตรู :-)

สถานการณ์การเงิน 6 เหรียญ ธุรกรรมทางการเงินต่างๆ มักผ่านฉลุย การใช้เครดิต กู้ยืม ขอวงเงินเพิ่มเติม ฯลฯ ราบรื่นไม่มีปัญหา แต่คุณอาจได้ “ให้” คนอื่นด้วย เป็นการทำบุญทำทานที่ไม่สูญเปล่า

ธุรกิจ การงาน ราชาถ้วย ทำงานด้วยความสุข มักได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก หรือร่วมงานกับคนมีเสน่ห์ มีประสบการณ์น่าชื่นชม อย่างไรก็ดี ใช่ว่าจิตใจจะมั่นคงมาก บางครั้งก็เบื่อเอาดื้อๆ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชินีดาบ การปะทะกับผู้มีอำนาจ การจำต้องพึ่งตนเองอย่างไม่เต็มใจ


คำแนะนำพิเศษ 2 ถ้วย หากคุณจะมีรักใหม่ หรือกำลังพบใครถูกใจเป็นพิเศษ อย่าด่วนผลีผลาม ไม่ว่าจะดูสวยงามหรือชวนใจละลายแค่ไหน ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์เป็นสัจธรรม



ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 1 เหรียญ มีโอกาสได้เงินก้อนใหม่ ช่องทางดีๆ ทางการเงิน การลงทุนใดๆ จะมีแนวโน้มดีไปในอนาคต

ความรัก ความสัมพันธ์ 1 คทา อาจได้พบปะหรือร่วมงานกับคนเก่ง บางคนมีผู้เข้ามาชื่นชมความสามารถกระทั่งพัฒนาไปเป็นความรู้สึกพิเศษ แต่ในคู่รักคู่ครองมักหมายถึงช่วงงานเป็นใหญ่ ไม่ค่อยหวือหวากันนัก

สถานการณ์การเงิน มหาดเล็กเหรียญ มีช่องทางงามๆ เกี่ยวกับรายได้ ได้พบหรือร่วมงานกับผู้มีหัวคิดทางธุรกิจ ได้ประโยชน์จากความสัมพันธ์กับคนอายุน้อยกว่า

ธุรกิจ การงาน The Magician เป็นช่วงความคิดสร้างสรรค์คึกคักเป็นพิเศษ อาจมีการเล่นแร่แปรธาตุกระทั่งได้ผลประโยชน์อย่างงาม การเจรจาค้าขายประสบความสำเร็จอย่างดี

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อัศวินเหรียญ ธุรกิจที่ดูดีในตอนต้น ช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ยั่งยืน


คำแนะนำพิเศษ 4 เหรียญ อย่ากลัวมากนัก ในเรื่องของทรัพย์สินหรือการเงินต่างๆ บางคนอาจเข้าสู่ภาวะตระหนี่ถี่เหนียวหรือยึดมั่นถือมั่นในผลประโยชน์ของตนมากเกินไป ทั้งที่ความจริง คุณก็ “มี” มากกว่าใครอีกหลายคน


ราศีกันย์
Virgo (17 กย.-16 ตค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Fool การเปลี่ยนแปลงใหม่ โอกาสก้าวไปข้างหน้า ประตูสู่ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น การโยกย้าย การเดินทาง

ความรัก ความสัมพันธ์ 4 ถ้วย อาจต้องเลือกหรือตัดสินใจในสิ่งที่ไม่พร้อม ไม่มีข้อมูลพอ บางคนอยู่ในระหว่างใคร่ครวญว่าจะ “รับ - ไม่รับ” หรือจะ “เลิก - ไม่เลิก”

สถานการณ์การเงิน The Chariot ยังต้องผจญปัญหาหลายอย่าง มีความตั้งใจดีที่จะมุ่งสู่อนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงิน การหาเงิน ทุกอย่างไม่ง่ายสำหรับคุณ ที่สำคัญคือการรักษาวินัยในตัวเอง

ธุรกิจ การงาน 8 ดาบ อาจเจอมุมอับในการทำงาน ถูกมัดมือชก หรือจำใจในเรื่องไม่พึงประสงค์ ร่วมงานกับคนมีปัญหามาก ตกเป็นชนกลุ่มน้อยในที่ทำงาน

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 6 ดาบ ปัญหาที่รอการคลี่คลาย กลับดูยืดเยื้อออกไปอีก


คำแนะนำพิเศษ มหาดเล็กดาบ อย่ากังวลสนใจข่าวร้าย ข่าวลือ หรือสถานการณ์แวดล้อมที่ดูปรวนแปรไปมา ให้ยืนหยัดมั่นคงตามแนวทางของตัวเองไว้



ราศีตุลย์
Libra (17 ตค.-15 พย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
The World การอยู่ในบรรยากาศที่ดี ได้ยกระดับคุณภาพชีวิต ได้พบคนซึ่งนำความสงบร่มเย็นมาสู่จิตใจ

ความรัก ความสัมพันธ์ 2 คทา ได้คู่ที่เข้ามาช่วยเหลือการงาน หากมีความรักคนรัก จะมีส่วนช่วยเหลือกิจการต่างๆ มีความนับถือกันและกัน

สถานการณ์การเงิน 8 คทา มีแนวโน้มที่ดี ค่าตอบแทนจากการทำงานก้อนใหญ่ใกล้มาถึง อาจยังไม่เห็นผลในตอนนี้ แต่เชื่อได้ว่าจะรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต

ธุรกิจ การงาน Strength จัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ดี แม้อาจเจอคู่ปรับหรือคู่แข่งขันที่มีพลังอำนาจเสมอกัน ที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับคุณคือ การใช้พลังในทางสร้างสรรค์ การควบคุมตัวเอง

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 7 เหรียญ การขาดแคลนทุนสำรอง ประสบการณ์เก่าๆ ในอดีตกลายเป็นของไร้ค่า


คำแนะนำพิเศษ The Tower อาจมีเรื่องไม่คาดหมายเกิดขึ้น แต่บางเรื่องก็ต้องการการ “รื้อ” หรือ “พังลง” เพื่อก่อร่างสร้างใหม่ให้ดีและมั่นคงกว่าเดิม


ราศีพิจิก
Scorpio (16 พย.-15 ธค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 8 ถ้วย หากมีการเดินทางจะไม่ราบรื่น พบกับปัญหาชวนผิดหวัง มีเหตุให้เสียใจกับความผิดพลาดของตัวเอง

ความรัก ความสัมพันธ์ The Hanged Man ความสัมพันธ์มีเรื่องค้างใจ หรือมีปัญหาซ่อนไว้ใต้พรม อาจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแลกเปลี่ยนหรือต้องเสียสละในสิ่งไม่เต็มใจ

สถานการณ์การเงิน 2 ดาบ ระวังค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพ ปัญหาทางการสื่อสารต่างๆ การเงินชะงักเพราะความเข้าใจไม่ตรงกัน

ธุรกิจ การงาน 3 ถ้วย มีเรื่องให้ยินดี ให้เบิกบานใจ อาจมีรายได้พิเศษ หรือเพื่อนฝูงนำช่องทางพิเศษมาให้ บางคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและมีความสุขมาก ได้พบปะผู้คนที่สอดคล้องกัน

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 10 ดาบ ปัญหายังจะสุมรุมเร้าเข้ามาอีก เตรียมตัวรับมือไว้ โดยเฉพาะเรื่องจากครอบครัวหรือคนหมู่มาก


คำแนะนำพิเศษ อัศวินคทา รักษาไฟในตัวไว้ ก้าวไปข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น บางครั้งคุณอาจจำเป็นต้องรุกแทนการรอรับ



ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 9 ถ้วย อาจพัวพันกับปัญหารักซ้อน มีความรู้สึกที่ต้องการเก็บงำ คบหาคนรักหลายคน หรือมีเรื่องที่ไม่เปิดเผยต่อคนรักตัวเอง

ความรัก ความสัมพันธ์ 5 คทา อาจมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันง่าย ความคิดเห็นขัดแย้งกันบ่อย ไม่เหมาะกับการทำงานร่วมกับคนรักในช่วงนี้

สถานการณ์การเงิน มหาดเล็กคทา อาจได้รับค่าจ้างพิเศษหรือค่าตอบแทนจากงานที่นอกเหนืองานประจำ แต่บางครั้งแสดงถึงค่าตอบแทนที่น้อยกว่าการทำงานจริง

ธุรกิจ การงาน 5 ถ้วย มีเรื่องไม่สมหวัง ร่วมงานกับคนซึ่งขัดแย้งกัน มีปัญหาแต่พูดได้ไม่ถนัด มีเหตุผิดหวังอยู่เนืองๆ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Lovers ความผิดพลาดในการตัดสินใจ หรือช่วงเวลาที่ต้องเลือกแต่ก็ยังทำไม่ได้


คำแนะนำพิเศษ The Empress หากมีคู่รักคู่ครองอาจเป็นที่พึ่งพิงแก่กันได้ดี แต่ความมั่นคงทางใจของคุณก็ย่อมขึ้นกับอีกฝ่ายอย่างมีนัยสำคัญ ขึ้นอยู่กับว่าตัวคุณเองต้องการอะไรในชีวิต



ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ ราชาเหรียญ การเงินก้อนใหญ่ ความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจหรือสิทธิทางการเงิน การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

ความรัก ความสัมพันธ์ 2 เหรียญ มักไม่ค่อยมีเวลาให้กัน มีปัญหาเฉพาะหน้าต้องคอยแก้ไข บางคนอยู่ในช่วงชีวิตสับสนอลหม่าน ความสัมพันธ์ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ตามไปด้วย

สถานการณ์การเงิน 7 คทา ถือว่าเหน็ดเหนื่อยพอสมควร แต่ไพ่ใบนี้มักเป็นไพ่ของคนสู้ชีวิต ไม่ได้อะไรง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่คนที่เงินขาดมือขั้นวิกฤติ

ธุรกิจ การงาน อัศวินถ้วย หากมีการเดินทางจะราบรื่นดี อาจได้ทำงานร่วมกับคนน่ารัก มีเสน่ห์ เป็นที่พึงใจเป็นพิเศษ หรือได้ทำในสิ่งที่ทำให้ตัวเองชุ่มชื่นใจ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชาดาบ การร่วมงานกับคนที่ไม่ยอมฟังใครง่ายๆ การปะทะกับผู้มีอำนาจ


คำแนะนำพิเศษ
5 ดาบ อาจจำเป็นต้องปลีกตัวออกจากบางสถานการณ์ หรือยอมรับเงื่อนไขซึ่งไม่พึงประสงค์ ดูเผินๆ หรือยอมแพ้ แต่ความจริงอาจเป็นการตั้งหลักที่เหมาะสมที่สุดแล้ว



ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Death อาจมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การยุติบทบาท หรือสูญเสียผู้คนรักใคร่ แต่อาจเป็นเพียงการตัดใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้ อย่าเพิ่งกังวลมาก :-)

ความรัก ความสัมพันธ์ 4 ดาบ อาจอยู่ในช่วงพักรบชั่วคราว เหมือนคนที่เจอกันทีไรก็มีเรื่องให้เหนื่อยกันสองฝ่าย บางคนชะลอความสัมพันธ์ อยู่ระหว่างการทบทวนการตัดสินใจ

สถานการณ์การเงิน The High Priestess การใช้สติปัญญาเข้าแก้ไขปัญหาทางการเงิน รายได้หรือค่าตอบแทนที่ไม่อาจเปิดเผย บางคนได้ลาภจากความเสน่หา

ธุรกิจ การงาน The Moon อาจอยู่ในช่วงซึมเซา ทำงานไม่สนุก มีความระแวงแคลงใจต่อเพื่อนร่วมงาน หรือถูกผู้อื่นระแวงแคลงใจ บรรยากาศรอบด้านอึมครึมพิกล

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 6 ถ้วย ปัญหาจากคนที่เกี่ยวข้องกันมาแต่อดีต


คำแนะนำพิเศษ Temperance การปรับสมดุลแก่ตัวเอง การเดินทางสายกลาง ประนีประนอมต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เรียกว่ายืดหยุ่นให้เป็นว่างั้นเถอะ :-)



ราศีมีน
Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 4 คทา การก่อร่างสร้างตัว วางรากฐานให้เป็นปึกแผ่น อาจเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนหรือก่อตั้งธุรกิจที่จะมีความมั่นคงต่อไปในอนาคต

ความรัก ความสัมพันธ์ 3 เหรียญ ความสัมพันธ์พิเศษ การมอบสิ่งดีๆ ต่อกันในขั้นแรก การไม่คาดหวังถึงอนาคตยืดยาว การแลกเปลี่ยนสิ่งที่มีค่าต่อกัน แม้จะดูเล็กน้อยในทัศนะคนอื่น

สถานการณ์การเงิน 10 ถ้วย หากมีปัญหาทางการเงิน ครอบครัวหรือบุคคลที่รักใคร่กันจะเข้ามาช่วยเหลือ โดยทั่วไปมักหมายถึงผู้ที่มีฐานะพื้นฐานดีอยู่ก่อนแล้วด้วย

ธุรกิจ การงาน อัศวินดาบ ไม่ค่อยราบรื่นนัก มีอุปสรรคโน่นนี่นั่นตลอดเวลา อาจต้องเดินทางหรือต่อกรกับคนที่ชวนเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก แต่ก็เลี่ยงไม่ได้

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 10 เหรียญ การเงินของครอบครัว รายจ่ายก้อนใหญ่ ค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาสถานภาพทางครอบครัว


คำแนะนำพิเศษ
Wheel of Fortune จะมีโอกาสดีๆ มาถึงในเร็ววันนี้ เป็นช่วงชีวิตไม่หยุดนิ่ง เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง แต่ตอนนี้ขาขึ้นกำลังมาถึงอีกครั้งแล้วนะ

เสวนาวันชาติ 24 มิ.ย. ที่เชียงใหม่ (1) : 2475 กับหนัง “The Empire Strikes back”

ที่มา thaifreenews

เมื่อ 24 มิ.ย. 52 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมศูนย์สตรีศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลุ่มนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยภาคเหนือ แนวร่วมกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ และกลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ ได้จัดงานรำลึก "วันชาติ" และสืบทอดประวัติศาสตร์เพื่อประชาธิปไตยวันการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 ขึ้น
ทั้งนี้ในงานมีการเสวนาเรื่อง "วิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตประชาธิปไตย:อนาคตสังคมไทย" โดยมีวิทยากรซึ่งประกอบด้วย รศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล นักวิชาการประจำสถาบันศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ ม.พายัพ รศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่ รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่ มีนายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระด้านกฎหมาย มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยก่อนเสวนานายชำนาญได้อ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 ซึ่งประกาศเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 จากนั้นจึงเป็นการเสวนาของผู้ร่วมอภิปรายคนอื่นๆ โดยรายละเอียดของการเสวนามีดังนี้
0 0 0
วรวิทย์ เจริญเลิศ
วิกฤตเศรษฐกิจกับ 2475
รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เริ่มต้นประเด็นชี้ให้เห็นถึงเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยรูปธรรมชัดเจนในยุคนั้น จะสะท้อนได้จากหนังของ Charlie Chaplin เรื่อง The Modern Time ที่ทำให้เห็นภาพเศรษฐกิจตกต่ำสะท้อนภาพค่อนข้างชัด
โดยยุคเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ซึ่งเป็นสังคมอุตสาหกรรมค่อนข้างเต็มตัวและทุนนิยมค่อนข้างเสรี เริ่มมีกลไกเข้าไปกำกับ เพราะฉะนั้น คนที่ร่ำรวยจากการทำธุรกิจ แทนที่จะเอากำไรนี้ไปลงทุนภาคการผลิต แต่เขาเอากำไรตัวนี้ไปลงทุนปั่นหุ้น แล้ววันหนึ่งในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ต่อมาวันหนึ่งก็ล่มสลายลงนั้น ก็เป็นจุดที่ในประมาณปลายปี พ.ศ. 2473 ทำให้โลกเข้าสู่ The Great Depression (วิกฤตเศรษฐกิจ) มีการประมาณการว่ามีคนตกงาน 10 ล้านคน ซึ่งค่อนข้างสูง ทั้งนี้มีนักวิชาการได้ออกบอกว่านี่คือปัญหาเรื่องตลาดที่ไร้การจำกัด
ส่วนวิกฤตของประเทศเราซึ่งเป็นประเทศที่เราเรียกว่า “ด้อยพัฒนา” แล้วอยากพัฒนาตามตะวันตก โดยช่วงนั้นเขาก็เน้นการเติบโตผ่านการส่งออกสินค้า สินค้าส่งออกหลักของไทยก็คือข้าว ทั้งนี้เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ไทยก็ได้รับผลกระทบคือส่งออกไม่ได้ ซึ่งคล้ายกับในปัจจุบัน
“ประเด็นแรกเมื่อเราพูดถึงวิกฤตเศรษฐกิจ มันนำมาสู่การแก้ไขอย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นน่าสนใจ ด้านทางประเทศตะวันตก จะเห็นว่าในยุคที่เรียกว่า The Great Depression เราเห็นการเติบโตของขบวนการสังคมนิยม ซึ่งจะเห็นว่าทุนนิยม นำไปสู่วิกฤตต่อคนจน คนงานเป็นหลัก โดยในช่วงนั้นเราไม่มีรัฐสวัสดิการ” รศ.ดร.วรวิทย์ กล่าว
รศ.ดร.วรวิทย์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนขบวนการสังคมนิยมในยุโรป พรรคสังคมนิยมในฝรั่งเศส, ในเยอรมัน และประเทศยุโรปตอนเหนือ สแกนดีนิเวียน ชนะการเลือกตั้ง รัฐบาลพรรคสังคมนิยมจึงได้เข้ามากำกับตลาด สร้างรัฐสวัสดิการขึ้น ลดการกระจุกตัวของทรัพย์สินของคนรวยซึ่งเป็นคนส่วนน้อยของสังคมนำมากระจายให้กับคนส่วนต่างๆ สร้างรัฐสวัสดิการขึ้น
“ถามว่าในประเทศด้อยพัฒนามันนำไปสู่อะไร เมื่อโจทย์เขาคิดมาแล้วว่าพึ่งส่งออกไม่ได้ แน่นอน นี่เป็นสินค้าขั้นปฐมก็พึ่งไม่ได้ เราต้องหันมาสู่จะยืนด้วยฐานตัวเองได้ไง ก็กลับมาเร่งรัดอุตสาหกรรม พึ่งตลาดภายในประเทศ จึงเห็นว่าวิกฤตเศรษฐกิจ นำมาสู่ประเทศด้อยพัฒนา ในการต้องสร้างรัฐชาติ และพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย เราก็เห็นเหมือนกันคือ วิกฤตนี้ก็เป็นโอกาส ที่จะเปลี่ยนโครงสร้างการเมือง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของแนวคิด โดยเอาเรื่องประชาธิปไตยมาเป็นแนวของการต่อสู้” รศ.ดร.วรวิทย์ กล่าว
จากนั้น รศ.ดร.วรวิทย์ กล่าวต่อในประเด็นวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน ซึ่งไทยเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมแบบใหม่ เน้นการมุ่งความเป็นอุตสาหกรรม ความสัมพันธ์นายจ้าง ลูกจ้าง แต่อย่างไรก็ตาม วิกฤตของการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรก แล้วต่อมาก็จะเห็นเช่นวิกฤตปี 2540 มันก็เกิดวิกฤตจากปัจจัยภายในจากภาคเอกชน กู้เงินราคาถูก แล้วก็มาปล่อย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดูภายนอกยังไม่มีวิกฤต เมื่อไทยก็ยังส่งออกได้อยู่ แล้วไทยก็ฟื้น หลุดจากวิกฤตก็จะเข้าไปแข่งขันแรงงานราคาถูก นำไปสู่การจ้างงานที่ยืดหยุ่น ที่แรงงานขาดความมั่นคงในชีวิต
“โดยวิกฤตฟองสบู่แตก ส่งผลภาคการเงินญี่ปุ่นตามข่าวซึ่งลักษณะการเติบโตใกล้ศูนย์ หรือ 1% ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ญี่ปุ่น หรือยุโรป ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก แล้วมาดูไทย เศรษฐกิจพึ่งรายได้จากต่างชาติ ซึ่งปัจจัยภายในด้านเศรษฐกิจ เมื่อปัจจัยภายนอกไม่เอื้ออำนวย มันส่งผลลบต่อไทยโดยตรง ก็ยังไม่รู้จะหลุดอย่างนี้อย่างไร ในเมื่อ Global Crisis ประเด็นเรื่องในไทย ผมรู้สึกว่า มีเส้นแกว่งจากพัฒนาการระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาแล้ว เข้าสู่ประชาธิปไตย แล้วก็สลับกับเผด็จการทหาร หรือประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือนายทุนเข้าสู่อำนาจรัฐ ซึ่งก็เป็นเส้นหนึ่งของการเมืองไทย ที่การแทรกของอำนาจนิยมมีอยู่ตลอดเวลา” รศ.ดร.วรวิทย์ กล่าวในที่สุด
0 0 0
ไชยันต์ รัชชกูล
‘24 มิถุนา’ เป็นการเปลี่ยนมูลฐานของรัฐ
ผมฟังคุณชำนาญอ่านคำประกาศ คณะราษฎรแล้วรู้สึกกินใจในเนื้อความนั้น ถึงแม้ว่าน้ำเสียงจะราบเรียบ น่าเสียดายที่เราไม่มีการบันทึกเสียงในวันที่ ’24 มิถุนา’ ไว้ การประกาศการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้นอ่านตรงลานพระบรมรูปทรงม้า อย่าว่าแต่จะออกอากาศไปไกลๆ เลย ไมโครโฟนมีหรือเปล่าก็ไม่รู้ แค่อ่านให้ผู้ที่อยู่แถวนั้นได้ฟัง คนบางเขนยังไม่รู้ ไม่ต้องไปพูดถึงคนเชียงใหม่ เพียงข้ามไปตลิ่งชัน ก็ยังไม่รู้ทันทีเลย สมมุติว่าเราอยากจะเปลี่ยนมูลฐานของรัฐในสมัยนี้ ด้วยรูปแบบนั้น ก็คงอ่านให้คนขายผลไม้รถเข็นฟัง
77 ปีให้หลัง ความพยายามเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยเป็นอย่างไร? ไม่ใช่เพียงรู้กันว่าใครเลือดสีอะไรเท่านั้น การรับรู้และความต้องการอยู่ในระดับหมู่บ้านทั่วประเทศเลย ไม่ใช่เฉพาะจุดอย่างแต่ก่อน ยกตัวอย่าง กรณี ‘14 ตุลา’ คนที่เกี่ยวข้องอยู่แถวไหนกันบ้าง? แถวท่าพระจันทร์ แถวบางเขน แถวสามย่าน คนชัยนาทไม่ได้เกี่ยวข้องหรอก คนในเชียงใหม่มีส่วนนิดหน่อย โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัย ส่วนที่ขอนแก่นไม่ทราบเรื่องนี้นัก กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ ‘14 ตุลา’ เป็นนักศึกษา เรื่องนี้คงจะไม่เป็นประเด็นขึ้นมาเลย ถ้าไม่ได้มาเปรียบเทียบกับกลุ่มคนที่สนใจและเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองตอนนี้ ความรู้ ความสนใจเกี่ยวกับการบ้าน การเมืองบ้างใน พ.ศ.2552 เป็นอย่างไร เมื่อเปรียบกับปี 2475 และ ปี 2516
77 ปี ผ่านไป ทุกกลุ่มคน ทุกพื้นที่ ทั่วทุกหย่อมหญ้าเปลี่ยนแปลงความสำนึกทางการเมืองไปอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ขอตั้งคำถามกับพวกนักปราชญ์ราชบัณฑิตที่ชอบพูดว่าการเปลี่ยนแปลงปี 2475 เร็วเกินไป คนยังไม่พร้อม แล้วตอนนี้ล่ะยังเร็วไปไหม? สังคมไทยยังไม่พร้อมสำหรับประชาธิปไตยหรือ? 77 ปี ผ่านไป พวกนี้ยังดูถูกชาวบ้านเหมือนเดิม แต่ด้วยศัพท์แสงที่เปลี่ยนไป เช่น แทนที่จะว่าประชาชนยังไม่มีการศึกษา ก็ว่าไม่ได้รับรู้ข้อมูลรอบด้านบ้าง ตกอยู่ใต้อิทธิพลของนักการเมืองบ้าง ขายสิทธิขายเสียงบ้าง พวกผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้ก็ยังพูดกันอยู่ว่า ยังไม่พร้อม หรือมาด้วยศัพท์ ฟังดูหรูว่า ไม่สอดคล้องวัฒนธรรมไทย แล้วคนสกลนครล่ะ? ยังถูกกล่าวหาว่า ขายเสียงกันหรือเปล่า พวกเสนาขี้ข้าอำมาตย์ พูดขาวเป็นดำ ซึ่งก็มีมาตั้งแต่สมัย 2475 เรื่อยมา พวกปราชญ์ประจำแผ่นดินพวกนี้ปราดเปรื่องนักหรือ? ตะแบงตั้งคำถามตั้งแต่ทักษิณยังอยู่ แถมมีพวกฝ่ายซ้ายที่เคยเข้าป่าชูธงแดง ทำไมสวนกระแสมหาประชาชน พวกเอ็นจีโอบางกลุ่มก็พาลพาโลไปกับเขาด้วย ใช้หลักคิดอะไรไม่ทราบ ช่วยให้วิทยาทานหน่อย
ลองย้อนกลับไปดู สมัย ‘14 ตุลา’ ตอนนั้นผู้นำนักศึกษายิ่งใหญ่มาก แต่ตอนนี้ผมไม่เกรงใจคนเหล่านี้ที่ผมเคยนับถือแล้ว มึงกับกูขาดกันแล้ว พวกนี้บางคนไปประเทศฝรั่งเศส แล้วไปเถียงกับอาจารย์ปรีดีว่า ไอ้ 2475 ไม่ใช่การปฏิวัติ (ผมไม่ได้อยู่ในที่นั้น ได้มารับการบอกเล่าภายหลัง) เพราะไม่มีมวลชนเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์การผลิต ไปโน่น พวกนี้คิดว่าเขาติดอาวุธทางปัญญา แต่ระดับไหนไม่ทราบ? เขาคิดว่าเขาอิงความคิดกับศาสดาใหญ่ แต่ความจริงเป็นพวกครึ่งๆกลางๆ รู้หรือไม่ว่าศาสดาที่เขาน่าจะนำมาคิดต่อน่ะเคยว่าไว้อย่างไร ปรมาจารย์ใหญ่เลยเคยให้ข้อคิดว่า “เวลาต่อสู้ ต้องปรับยุทธวิธีให้เหมาะกับพละกำลังที่เรามี” อย่างคณะราษฎรจะไปตั้งเวทีอภิปรายสนามหลวงหรือ? อาจารย์ปรีดีเขียนบันทึกไว้ว่า แผนการเปลี่ยนแปลงการปกครองยังบอกภรรยาไม่ได้ ต้องเก็บความลับไว้อย่างยิ่งยวด การวางแผนมีการเปลี่ยนวันหลายครั้ง คิดจะไปให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือ? สติดีหรือเปล่า? เพราะฉะนั้น ต้องจัดยุทธวิธีให้เหมาะสมกับกำลังของเรา พร้อมๆกับคิดถึงกำลังของฝ่ายตรงข้าม การเปลี่ยนแปลงปี 2475 ไม่ได้เกี่ยวกับมวลชน ไม่มีการนองเลือด ไม่มีความปั่นป่วนนั้นรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้าไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้แล้ว ไม่เข้าคำนิยามการปฏิวัติ
ความสำคัญอยู่ที่ ’24 มิถุนายน 2475’ เป็นการเปลี่ยนมูลฐานของรัฐอย่างสำคัญจริงๆ แม้ว่า ชื่อประเทศไทย จะไม่ได้เปลี่ยนไป เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความนิยม มีหลายกรณีที่ชื่อประเทศระบุลักษณะและรูปแบบของรัฐ เช่น ประเทศอิหร่านที่กำลังวุ่นวายตอนนี้มีชื่อว่า Islamic Republic of Iran ซึ่งนอกจากจะหมายถึงการปกครองที่ไม่ใช่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างที่เคยเป็นในสมัยพระเจ้าชาห์แล้ว ยังประกาศเจตนารมณ์อีกด้วยว่า ระบบกฎหมายยึดถือหลักคำสอนของอิสลาม แต่ยังไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ที่นำชื่อประเทศตัวเองว่า Buddhist Republic ตัวอย่างอื่นๆก็เช่น จีน ลาว ใช้ชื่อทางการว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนลาว มาเลเซียเรียกตัวเองว่า สหพันธ์รัฐมาเลเซีย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ชื่อประเทศจะบอกถึงสถานะของรัฐเสมอไป ของเราก็เรียกว่า Kingdom of Siam, Kingdom of Thailand กันเรื่อยมา
24 มิถุนา 2475 กับหนัง “The Empire Strikes back”
หนังสือเกี่ยวกับการเมืองไทยตั้งแต่ปี 2475 เขียนโดยนักรัฐศาสตร์บ้าง นักประวัติศาสตร์บ้าง ชอบยกข้อมูลว่าประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญกี่ฉบับ มีรัฐประหารกี่ครั้ง มีนายกรัฐมนตรีกี่คน ใครบ้าง ฯลฯ แถมบางคนยังทำเป็นสถิติให้ดูอีกว่ามีค่าเฉลี่ยเท่าไร อ่านแล้วเวียนหัว ไม่รู้ว่าจะบอกว่าอะไร ผมว่าเอาง่ายๆดีกว่า โครงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากปี 2475 เป็นต้นมา คือการชักกะเย่อกันไปกันมา ระหว่างฝ่ายเพื่ออำนาจของราษฎร กับฝ่ายที่ครองอำนาจเดิมก่อนปี 2475
ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2475 ฝ่ายที่ครองอำนาจเดิมรู้ว่าเสียท่าไป ก็พยายามเอาอำนาจคืน ซึ่งก็สามารถตีกลับได้ทันทีตั้งแต่ปี 2476 แต่ฝ่ายเพื่ออำนาจของราษฎรก็ชิงกลับมาได้บ้าง ต้องยอมราข้อบ้าง รุกบ้าง รับบ้าง ฝ่ายที่ครองอำนาจเดิมก็พยายามสะสมกำลัง หาพวกเพิ่ม คอยเตะตัดขาอีกฝ่ายหนึ่ง จนได้คืนกลับไปในปี 2500 สมัยสฤษดิ์ สืบต่อตามด้วยถนอม/ประภาส แนวเรื่อง ช่วงเวลา ตัวละคร ผู้เล่น อาจจะผันแปรไปบ้าง แต่ภาพรวมไม่เปลี่ยน ถ้าเปรียบกับดูหนัง ต่อให้ไปเข้าห้องน้ำ กลับมาก็ยังตามเรื่องได้
เรื่องนี้คือเรื่อง The Empire Strikes Back ซึ่งเห็นชัดเจนมากในช่วงปี 2516- 2519 เพราะเป็นช่วงสั้นๆ พลังที่จะเสริมอำนาจราษฎรอยู่เพียง 3 ปี ก็ถูกอำนาจตามประเพณีแย่งกลับไปอีก การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสมัยร่วมสมัยของเรา สำหรับคนที่อยู่ในห้องประชุมนี้ก็รับทราบกันดี ในส่วนเฉพาะดำเนินไปตามโครงเรื่องใหญ่นี้ อาจจะเปลี่ยนผู้แสดงบ้าง พระเอกกลายเป็นตัวโกงบ้าง ตัวโกงกลับมาเป็นพระเอกบ้าง บางครั้งผู้คนที่อยู่ในยุทธหัตถีเองก็ตะลุมบอนจนไม่รู้ตัวเองว่าใครอยู่ข้างไหนบ้าง สลับข้างไปมาบ้าง ฯลฯ แต่เหล่านี้เป็นรายละเอียดทำนองเดียวกับที่เรียกในภาษาดนตรีว่า Variations on a theme
ลองเปรียบเทียบการทำรัฐประหารล้มชาติชาย กับล้มทักษิณ ถ้าเป็นนิยายมันเหมือนผู้ประพันธ์เอาเรื่องเก่ามาทำรีไซเคิล สำนวน “บุฟเฟต์ คาบิเนต” มาเป็น “ทักษิณ โกงกิน ขายชาติ” มันเพียงเปลี่ยนชื่อตัวละคร ผมไม่ได้หมายความว่าไม่มีการทุจริต ตรงกันข้าม ผมขอเสนอเป็นสโลแกนประจำราชอาณาจักรไทยเลยก็ได้ว่า “ที่ใดมีการจัดซื้อจัดจ้าง ที่นั่นมีการฉ้อราษฎรบังหลวง” โดยเฉพาะหน่วยงานราชการที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการทำรัฐประหารนั้น ไม่ได้น้อยหน้าใครในเรื่องนี้
แน่นอนที่เขาไม่สามารถกำหนดให้การปกครองเป็นแบบก่อน 2475 ได้อย่างสมบูรณ์ เขาก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามกาลสมัยและกระแส ทั้งจะลบชัยชนะของฝ่ายราษฎรให้สูญไปหมดก็ไม่ได้ ฝ่ายอำนาจตามประเพณีพยายามรุกชิงแนวรบด้านความคิด ความเชื่อ และแทรกซึมไปยังวงการต่างๆ ยิ่งที่ที่เคยเป็นป้อมปราการเพื่อราษฎรยิ่งต้องเข้าไปยึดครอง เช่น ตอนนี้ใครเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์? อธิการบดีสีอะไร? ความจริงก็ไม่ใช่เฉพาะธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยไหนๆก็คล้ายๆกัน ช่วง ‘14 ตุลา’ – ‘6 ตุลา’ Hope อยู่ในมหาวิทยาลัย แต่สมัยนี้ Hopeless เมื่อเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ผมโหวตให้พรรคพลังประชาชนซึ่งตอนนั้นสมัคร เป็นหัวหน้าพรรค พวกนักวิชาการแถวนี้เห็นว่าผมหลงทักษิณจนไม่เข้าใจจริยธรรมทางการเมือง ผมว่า ถ้าอย่างนั้น ความหมายของจริยธรรมของมึงกับของกู มันไม่เหมือนกันแล้ว ผมไม่ใช่แฟนทักษิณ ขอนอกเรื่องหน่อย ผมว่าทักษิณควรลาออก ในกรณีกรือเซะ และตากใบ ยิ่งมาถึงตอนนี้ทักษิณไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหัวใจอยู่ที่พลังประชาธิปไตยต้องดึงกลับมา เหมือนกับสมัย ‘14 ตุลา’ เหมือนกับคณะราษฎรที่ได้ทำให้เกิดขึ้น
เปรียบการเมืองกับการเล่นไพ่
เมื่อวันที่ 8 เมษาฯนี้ พรรคพวกเพื่อนฝูงบอกว่าอย่าไปชุมนุมกับเขาเลย ผมก็บอกว่า ไม่เป็นไร ผมมีของดีประจำตัว ก็หลวงพ่อโกยไง หลังวันที่ 14 เมษาฯ มีคำถามว่า ฝ่ายคนเสื้อแดงแพ้ใช่ไหม ผมไม่รู้ว่าแพ้หรือเปล่า แต่ยังสู้ไม่ได้ เปรียบเทียบกับเกมไพ่ โปกเกอร์ หรือ เผ หรือเก้าเก ก็ได้ มันเหมือนกับ เรายอมเกลงไปขอดูไพ่ในมือคู่ต่อสู้ว่ามีอะไรบ้าง ฝ่ายโน้นหงายออกมาหมดเลย ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น ถามว่าสู้ได้ไหม ก็ยังสู้ไม่ได้
เมื่อสมัยหลัง ‘6 ตุลา’ มีการชูคำขวัญจากฝ่ายซ้ายว่า เป็นการต่อสู้ทุกรูปแบบ แต่จริงๆแล้วหมายความว่าอย่างไร มันหมายถึง การต่อสู้ทางอาวุธเท่านั้นเอง ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจข้ามคนล้ม แต่ยกขึ้นมาเพื่อถกเถียงให้เห็นประเด็น ผมเคยอ่านพบในเว็บไซด์ว่า มีบางคนเสนอจะสู้ทางอาวุธ ผมว่าอย่าเอาเรื่องนี้มาพูดเป็นเล่น ไม่มีประเทศใดๆที่ต่อให้เป็นประชาธิปไตยขนาดไหน ก็จะยอมให้ฝ่ายค้านมีอาวุธได้ เขายอมให้ต่อสู้ได้ในทุกแนวรบ ยกเว้นการใช้กำลัง ประเทศที่ยึดถือหลักการประชาธิปไตย ให้มีองค์กรรวมตัวกันได้ ให้มีวิทยุ โทรทัศน์หนังสือพิมพ์ของตัวเองได้ ให้สิทธิ เสรีภาพมากมาย ยกเว้นอย่างเดียวคือจะให้มีกำลังทหารได้ ดังนั้น Option ที่ให้มีประชาธิปไตยด้วยการต่อสู้ทางอาวุธไม่มีครับ และก็ไม่ควรให้เป็นแบบนั้น
แต่ก่อน ผมไม่ค่อยชอบที่แปล bureaucratic polity ว่าระบอบอำมาตยาธิปไตย แต่ตอนนี้ชอบมาก เจ๋ง ขอคารวะผู้แปล bureaucratic polity เป็นระบบในประเทศด้อยพัฒนาหลายประเทศ สำหรับของไทยในช่วงหลังมานี้เป็นประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ ใช้คำว่าอำมาตยาธิปไตยนี้ก็ดี และก็เข้าใจกันกว้างขวาง ระบอบนี้ต่อสู้ทุกรูปแบบจริงๆ รวมๆหลายแนวรบแล้วทางฝ่ายราษฎรและแนวร่วมของราษฎรจะสู้ได้หรือ? ทางการบริหารราชการแผ่นดินสู้เขาได้หรือ? ทางเศรษฐกิจสู้เขาได้หรือ? ฝ่ายโน้นสู้ทุกแนวรบ ทางรัฐสภาเขาก็มีพรรคการเมืองเก่าแก่คอยสนับสนุน ทางมวลชนเขาก็มี ก่อนหน้าจะใช้พวกเสื้อเหลือง เขาเคยมีลูกเสือชาวบ้าน นวพล ทางสื่อก็เห็นๆกันอยู่ ใส่หูใส่ตากันทุกวัน จอมปลวกก็กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิไปได้ ทางกฎหมายลายลักษณ์เขาก็ได้เปรียบ พวกตีความกฎหมายก็พวกเขาอีก พวกตัดสินตามกฎหมายยิ่งประจำท้องพระโรงเลย ทางทหารไม่ต้องพูดถึง เป็นกำลังชี้ขาดในการต่อสู้ ไม่ใช่เพียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับฝ่ายอำมาตย์เท่านั้น แต่เป็นแกนหนึ่งเลย ระบอบอำมาตยาธิปไตยนี้แข็งแรงมาก เมื่อก่อนฝ่ายนี้ยกทักษิณให้ เป็นระบอบไปด้วย ให้เกียรติ์มาก แต่ตอนนี้แค่ passport ก็เกือบไม่มี
คนที่บ่นว่า สังคมไทยมีสองมาตรฐาน ขอโทษ มึงไม่รู้เหรอ เป็นอย่างนี้มานานแล้ว สังคมไทยมีสองมาตรฐาน คนเป็นไพร่ก็ต้องเป็นไพร่อยู่วันยังค่ำ มีศัพท์คำว่าชนชั้นกลางใหม่ ผมว่าทะแม่งๆ ชนชั้นกลางในสังคมไทยเป็นชนชั้นใหม่ทั้งชนชั้น ที่น่าสนใจกว่าคือ เราน่าจะยังถือว่าเราเป็นไพร่อยู่ น่าจะเรียกได้ว่า ‘ไพร่ใหม่’ นี่เป็นความเป็นจริงในราชอาณาจักรนี้ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นเช่นนี้ และมันถือว่าเป็นธรรมดาของสังคมไทย อยากจะให้สังคมไทยมีมาตรฐานที่ไม่ลักหลั่น เสมอหน้า และเสมอต้นเสมอปลาย ก็ต้องเปลี่ยนเงื่อนไขที่ทำให้สังคมไทยเป็นอย่างนี้ อย่างที่คณะราษฎรได้พยายามเริ่มไว้ คนรุ่นหลังก็ต้องรับไม้ผลัดมาวิ่งกันต่อไป
ขอสารภาพว่าผมเองจิตตกตั้งแต่ เดือนเมษาฯ เซ็งกับชีวิต จนเลือกตั้งที่สกลนคร เจ๋ง ผมจึงหายเซ็ง เมื่ออาทิตย์นี้เอง สมัยที่ผมทำงานองค์กรกลาง และร่วมงานกับอาสาสมัครที่สกลนคร ผมว่าเขาไม่น่าเซ่อ แล้วก็เป็นจริง ดังนั้น แล้วหวังว่าคงจะชื่นใจ ที่ศรีษะเกษ และอื่นๆ ซึ่งตั้งแต่เดือนเมษาฯ ผมถามใครต่อใครว่า สีแดงแพ้ไหม ผมไปถามแท็กซี่ หลายคนเขาพูดว่า มันขึ้นอยู่กับใจ ถามคนแถวๆ บ้าน คำตอบก็คือ สีแดงเขาไม่ยอมกัน ที่นี้ผมถามตัวเองว่า สีแดงแพ้ไหม ถ้าดูตั้งแต่ ‘24 มิถุนา’ เป็นต้นมา ทางราษฎรก็ชิงพื้นที่มาได้เยอะ ถ้าคนยุค 24 มิถุนา กลับชาติมาเกิด พระยาพหลฯ ปรีดี คงพูดว่า สถานการณ์อย่างนี้ ความตื่นตัวของคนตามถนนรนแคม ตามท้องไร่ท้องนา อย่างนี้แหละที่เราต้องการ เงื่อนไขอย่างนี้ ก้าวไปไกลมาก จากวันนั้นถึงวันนี้ แต่ถามว่าชนะไหม ตอบได้ไม่เต็มปากเต็มคำ ต้องเปลี่ยนคำถามใหม่ คือมีการเปลี่ยนแปลงในทางบวกไหม?
ไม่ต้องไปพึ่งสวนดุสิตโพลล์หรอก ใครๆ ก็คาดได้ว่า ถ้าเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะชนะ แสดงว่าในแนวรบรัฐสภา พอฟัดพอเหวี่ยงใช้ได้ แต่แนวรบอื่นๆ เขาได้เปรียบ ไม่ต้องไปพูดเรื่องการต่อสู้ทางอาวุธหรอก สู้กันเมื่อไรก็ต้องใช้ก้านกล้วยหลังบ้านเท่านั้นเอง เมื่อเปรียบเทียบพลังกันอย่างนี้แล้ว ก็เป็นคำถามกับเราทุกคนเลย ถ้าผมตอบ ก็อาจจะมาจากความเศร้าหมองของผมเอง คือสงสัยว่าจะชนะง่ายๆเหรอ ถึงแม้จะไม่แพ้ คือ พูดอย่างแบไต๋ ผมว่า มันคงชนะไม่ง่าย ถึงไม่แพ้แต่คงชนะไม่ง่าย
ประวัติศาสตร์จากวันชาติ
โลกเปลี่ยนไป คนที่เคยเป็นสหายกัน มายืนคนละข้างของฝั่งรบ เราต่างเข้าใจและให้ความหมายต่อเหตุการณ์ต่างกัน แม้ว่าประวัติศาสตร์จะลบไม่ได้ แต่ความหมายที่เราให้ต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ไม่คงที่ วันนี้เรามอง ‘24 มิถุนา’ แตกต่างไปจากเมื่อสิบปีก่อน ในอนาคตเราอาจจะมอง ‘24 มิถุนา’ ในมุมมองใหม่ขึ้นอีก เมื่อ ‘14 ตุลา’ คงมีน้อยคนที่โยงเข้ากับ ‘24 มิถุนา’ แต่วันนี้ เราเห็นกันว่า ปัญหาปัจจุบันสืบมาจากงานที่คณะราษฎรทำไม่สำเร็จ เป็นงานค้างที่เราต้องช่วยกันทำให้สมบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องระยะยาว แต่อย่างน้อยสิ่งที่อยู่ในวิสัยของเราเฉพาะหน้า คือพยายามทำให้ ‘24 มิถุนา’ กลับมามีชีวิต กลับมาอยู่ในความสำนึกของมวลราษฎร ซึ่งฝ่ายอำมาตย์พยายามที่จะลบออกจากความทรงจำ เช่น ไม่บรรจุ คำประกาศ ของคณะราษฎรไว้ในหนังสือเรียนของเยาวชน ชื่อปรีดีสมัยหนึ่งไม่มีใครเอ่ยถึงในที่สาธารณะ หรือไปเกี่ยวข้องกับเรื่องร้าย ชื่อพระยาพหลฯเป็นเพียงชื่อซอย ชื่อถนน แม้กระทั่งวันนี้ ’24 มิถุนา’ ก็ถูกลบหายไปในฐานะที่เป็นวันชาติ ความจริงเรื่องวันชาติ ก็ไม่ใช่ว่าจะมีกันทุกชาติ ทุกประเทศ อย่างญี่ปุ่น อังกฤษไม่มีวันชาติ การมีชาติกับการมีวันชาติไม่ได้สัมพันธ์กันโดยตรง แต่ถ้าจะมีก็ต้องเป็นวันที่มีความหมายต่อชาติจริงๆ วันเกิดของพลเอกเปรมก็สำคัญเฉพาะกับเขา ไม่มีความหมายอะไรกับเรา ยกเว้นว่า จะเอาขนมเค้กมาแบ่งกินกันบ้าง ถ้าอย่างนั้นก็จะช่วยกันร้องเพลง Happy Birthday ให้
ผมขอยกประเด็นหนึ่งให้มาช่วยกันคิด ฝ่ายอำมาตย์เขารู้ว่าฝ่ายเพื่อประชาธิปไตยนั้นแข็งแรงแค่ไหน และเขาก็เดินหมากรุกเป็น ซ้ำเก่งด้วย ขอลองยกที่ประชุมแห่งหนึ่งเป็นตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการชั้นนำของประเทศ บางคนเคยเป็นรัฐมนตรี มีข้อวิจารณ์การบ้านการเมืองว่า นโยบายต่างๆเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆเลย เมื่อเป็นอย่างนี้ บ้านเมืองจะพัฒนาได้อย่างไร สิ่งที่เขาต้องการ ก็คือให้ นโยบายของชาติให้คงอยู่ต่อไปเป็น 10 ปี 20 ปีหรือ กว่านั้น ฟังดูก็ดีที่มีการวางแผนระยะยาว แต่คำถามก็คือ ถ้านโยบายของรัฐถูกกำหนดตายตัวเสียแล้ว เราจะเลือกตั้งไปทำไม ผมว่าดัชนีที่ชี้ความเจริญของชาติคือ การที่ ส.ส.หญิงจากหนองหมาว้อเป็นรัฐมนตรีกลาโหมได้ นายพลคนไหนอวดโวหารว่ารัฐมนตรีต้องมาจากกองทัพ ก็ย้ายไปเป็นยามที่ช่องเม็กเสีย ผู้แทนราษฎรต้องสั่งการข้าราชการประจำได้ เพราะระบอบอำมาตยาธิปไตยนั้นก็คือ ข้าราชการอยู่เหนือการบริหารงานของรัฐ หรือให้ใครที่ไม่ได้มาจากความเห็นชอบของราษฎรมีอำนาจเหนือกลไกของรัฐ เรามีศัพท์ ‘ประชาธิปไตยแบบไทย’ ไม่รู้ว่าเป็นการวิพากษ์หรือว่าสมควรจะเป็นเช่นนั้น ถ้าจะให้วัฒนธรรมไทยกำหนด เราก็ควรมี มหาวิทยาลัยแบบไทยๆ การศึกษาแบบไทยๆ การเงินการคลังแบบไทยๆ อย่างนั้นหรือ?
ทุนนิยมสามานย์ และเกมการเดินหมากรุก
โดยข้อสังเกต ลักษณะความคิดชาตินิยม ผมขอท้าเอ็นจีโอบางกลุ่มที่ ด่าทักษิณว่า ทุนนิยมสามานย์ แล้วตอนนี้ทุนนิยมสามานย์ไหม? ทราบกันหรือเปล่าว่า มีผู้พิพากษาหนุ่มๆไปสมัครเป็นการ์ดพันธมิตร เห็นไหมว่า ฝ่ายเสื้อเหลืองเขาโยงใยกันขนาดไหน สิ่งที่ผมกลัวคือ เขาไม่ได้อยู่เฉยๆ เขามีหมากเต็มกระดาน และวางหมากทั้งรุกทั้งรับไว้ เหตุการณ์อย่าง ‘19 กันยา’ ใครบอกว่าเขาจะทำอีกไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และเวลา พูดไม่ได้หรอกว่าจะไม่มีรัฐประหารอีก ถ้าเราจำได้ว่าเมื่อ ‘พฤษภา 2535’ มีโปสเตอร์ใหญ่ว่าให้รัฐประหารครั้งสุดท้ายแล้ว ผมเคยพูดกับเพื่อนแบบทีเล่นทีจริงว่า ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหรอก ตอนนี้มีใครพูดไหมว่า เป็นครั้งสุดท้าย อาจจะเกิดขึ้นอีก เขาเตรียมการณ์ เขามีแผน ถ้าเปรียบเทียบกับหมากรุก ฝ่ายเสื้อแดงเราก็มีหมาก แต่หมากเราเป็นเบี้ย นี่เป็นการมองโลกในแง่เศร้า ถ้าเบี้ยเรากระจายอยู่บนกระดานตรงนั้น ตรงนี้ มันไม่มีพลังหรอกครับ ยกเว้นเบี้ยผูกกัน ซึ่งทำให้เขาต้องคิดหนักว่าจะเอาเรือ เอาม้ามาแลกเบี้ยไหม เมื่อเบี้ยผูกกัน ก็กินฟรีๆไม่ได้
คลื่นใต้น้ำในการเมืองไทย
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากมองโลกในแง่ร่าเริง คือ กระแสประวัติศาสตร์นั้นมีหลายระดับ ระดับหนึ่งคือ ระดับผิวน้ำ เวลามีคลื่น ถ้าใครคุ้นกับทะเล เขาจะบอกว่าเป็นทะเลหัวขาว คนออกเรือเขาก็จะรู้ว่า มีคลื่น แต่คลื่นแบบนี้อาจจะไม่น่ากลัวนัก เพราะว่ามันมาจากลมพัดผิวน้ำ แต่คลื่นที่น่ากลัวกว่า คือคลื่นที่ มาจากใต้น้ำ ประวัติศาสตร์ระดับนี้เป็นความปั่นป่วนอยู่ใต้ผิวน้ำ เป็น กระแสคลื่นใหญ่มาก ลองนึกภาพสึนามิ การเคลื่อนตัวของน้ำปริมาณมหาศาล นั้นพลิกน้ำพลิกฟ้าได้ แต่อาจจะ ไม่ ปรากฏแก่สายตา ทั้งๆที่เป็นพลังที่กำหนดปรากฏการณ์ที่ระดับผิว ข้างบนอาจจะดูสงบราบเรียบก็ได้ ผมดีใจมาก ที่เรามาพูดเรื่อง ‘24 มิถุนา’ เพราะว่าเป็นการมองประวัติศาสตร์ช่วงยาวไม่ใช่เรื่องแต่ละวันตามรายงานหนังสือพิมพ์ จะบอกว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงนั้น เราได้เปรียบในแง่โครงสร้างระยะยาว
แต่ละช่วงเวลา เราจะเห็นว่า มีความก้าวหน้ามากในช่วงชีวิตเรา ประวัติศาสตร์ที่เราต้องใช้หน่วยเป็นศตวรรษ แม้ว่าเฉพาะหน้า วันต่อวัน สัปดาห์ เราอาจจะสู้ไม่ได้ แต่ถ้ามองในระยะยาวก็ยังมีความหวังสำหรับคนต่ำต้อย น้อยหน้า ราษฎรนั้นถูกเขาดูถูกเหยียดหยาม มานาน ถ้าเราอยาก ให้ราษฎรมีศักดิ์ศรี ยืนขึ้นมาทัดเทียมกับฝ่ายที่คิดว่ามี DNA ดีกว่า เราก็มีวิธีการต่อสู้เหมาะสมกับพละกำลังของเรา และเชื่อได้ว่า เราอาจชนะในระยะยาว เราอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบ ประวัติศาสตร์อยู่ข้างเรา