WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, July 10, 2009

จักรภพ เพ็ญแข:ดูตัวอย่างฮอนดูรัส

ที่มา Thai E-News


โดย จักรภพ เพ็ญแข
ที่มา คอลัมน์ “ผมเป็นข้าราษฎร” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 6
10 กรกฎาคม 2552

อ่านข่าวการรัฐประหารเงียบในฮอนดูรัส ซึ่งเป็นสาธารณรัฐยากจนในภูมิภาคอเมริกากลาง และมีขนาดประมาณ ๑ ใน ๔ ของไทยแล้ว เสมือนได้อ่านข่าวการยึดอำนาจจากคุณทักษิณเมื่อวันอังคารที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙


ตัวละครอาจผิดกันบ้างในเนื้อนวนิยาย แต่เค้าโครงเรื่องเกือบจะเหมือนกัน นั่นคือความริษยาของผู้มีอำนาจเก่าและเศรษฐีเก่าต่อนักการเมืองได้รับอำนาจจากประชาชน และความกลัวสูญเสียผลประโยชน์ (ส่วนตัว) ของคนเก่าๆ เหล่านี้ หากฝ่ายประชาชนมีอำนาจสูงสุดขึ้นมาจริง ไม่น่าแปลกใจที่เครือข่าย “อำมาตย์” สไตล์ฮอนดูรัสมากันพร้อมหน้า ร่วมกันปลดประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย และตั้งคนของตัวขึ้นแทน คงหวังอยู่ในใจแบบอำมาตย์ไทยว่าจะมีสัจจะในหมู่โจร

แต่มาต่างตรงที่ว่าตัวประธานาธิบดีเขาฮึดสู้ ออกโรงเต็มที่ไม่มีการสงวนท่าทีหรือรอดูไปก่อน ไม่ต้องการประนีประนอมใดๆ กับอาชญากรในประเทศ ท่าทีอันทรงพลังได้ส่งผลให้องค์การสหประชาชาติ และมหาอำนาจระดับโลก ไปจนถึงบรรดามิตรประเทศเกิดความมั่นใจ ในที่สุดแทบทุกฝ่ายก็ออกโรงมาแสดงความสนับสนุนอย่างเปิดเผยและโดยพลัน ทำให้เกิดขั้วอำนาจคานกันระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยและเผด็จการแบบเก่าอย่างน่าประทับใจนัก

มานูเอล เซลาย่า ประธานาธิบดีผู้ถูกปลดจึงยังถูกเรียกว่าประธานาธิบดีจนบัดนี้ ไม่มีใครบังอาจเรียกว่าอดีตประธานาธิบดี เพราะเขายังอยู่ในตำแหน่งครบถ้วนและยังไม่ครบวาระ

ตัวของ นายโรเบอร์โต มิเชลเล็ตติ ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เขาตั้งให้เป็นประธานาธิบดีแทนเสียอีก ที่หลายประเทศและหลายสำนักข่าวยังไม่ยอมเรียกว่าประธานาธิบดีอย่างเต็มปากเต็มคำ

ความขัดแย้งในสาธารณรัฐที่มีประชาชนราวเจ็ดล้านสองแสนคนนี้ เกิดขึ้นเมื่ออดีตนักธุรกิจป่าไม้อย่างเซลาย่าชนะเลือกตั้งจนได้เป็นประธานาธิบดีเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๙ ประเด็นคือเขาได้รับเลือกตั้งในนามพรรคเสรีนิยม และผู้คนเชื่อว่าเขามีแนวคิดทางการเมืองแบบขวา-กลาง (centrist right) ไม่ใช่หัวรุนแรงพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินอย่างผู้นำการเมืองหลายประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ประธานาธิบดีเซลาย่าจึงไม่ใช่ผู้นำการเมืองที่ฝ่ายอำนาจเก่า คือเศรษฐีเก่าและข้าราชการระดับสูงในฮอนดูรัสกลัวเกรงอะไร นึกว่าสี่ปีผ่านไปก็จะได้คนใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฮอนดูรัสไม่เปิดโอกาสให้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ้ำสอง มีอะไรก็ทนๆ กันไป

แต่เซลาย่าก็หลอกพวกนี้ได้อย่างแนบเนียน เขารู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ อย่างถอนรากถอนโคนในระบอบประชาธิปไตย อย่างที่บางคนเรียกว่าปฏิวัตินั้น เป็นสิ่งที่บอกล่วงหน้าไม่ได้เด็ดขาด ได้อำนาจแล้วเขาจึงแสดงตัวตนอันแท้จริงออกมาสองอย่าง

อย่างแรกคือเขาเริ่มใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้นำชาติอื่นๆ ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ที่ได้ชื่อว่า “หัวรุนแรง” ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดีฮิวโก ชาเวซแห่งเวเนซุเอล่า หรือประธานาธิบดีอีโว่ โมราเลสแห่งโบลิเวีย ไปจนถึงแมวเก้าชีวิต-ฟิเดล คาสโตรแห่งคิวบา และได้รับคำสรรเสริญจากบุคคลเหล่านี้มาก ในที่สุดเซเลย่าก็เริ่มเดินแนวทางสังคมนิยมมากขึ้นจนเกิดความขัดแย้งลึกๆ กับบรรดาเศรษฐีเก่าที่สนับสนุนตัวเขามาตลอด ผู้สนับสนุนเหล่านี้อ้างว่าประธานาธิบดีกำลังเปลี่ยนไปอย่างแรง ความนิยมต่อตัวเขาในกลุ่มผู้ลากมากดีและข้าราชการระดับสูงของฮอนดูรัสลดลงอย่างฮวบฮาบ แต่กับมวลชนคนยากจนแล้วความนิยมกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ

อย่างที่สองคือเขาแสดงท่าทีว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประธานาธิบดีลงสมัครเลือกตั้งซ้ำได้ วิธีการก็ให้เป็นประชาธิปไตยแท้คือเปิดการลงประชามติทั่วประเทศว่าประชาชนเอาด้วยหรือไม่ หากเสียงส่วนใหญ่เอาด้วยก็จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญไปตามนั้น ฝ่ายข่าวกรองฮอนดูรัสซึ่งเป็นแขนขาของอำมาตย์ฮอนดูรัสก็แอบสำรวจล่วงหน้า แล้วก็ปรากฏผลว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเซลาย่าว่าเวลาสี่ปีและวาระเดียวของผู้นำไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาลึกซึ้งของประเทศ

ไม่มีฝันร้ายใดๆ จะน่ากลัวไปมากกว่านี้อีกแล้วสำหรับชนชั้นปกครองผู้ (แอบ) มีอำนาจจริงในฮอนดูรัส ประธานาธิบดีผู้กำลังจะ “ผ่าตัด” ประเทศอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก กระทบกระเทือนทรัพย์สมบัติและอำนาจของคนที่เขา “มี “อย่างประมาณมิได้ แถมอาจเป็นประธานาธิบดีที่มีอำนาจยาวนานกว่าสี่ปีอันเป็นการแหวกกฎเกณฑ์ของผู้มีอำนาจในเรื่องสมบัติผลัดกันชมเสียอีก

คนเหล่านี้เริ่มใช้นายหน้าของตนเอง “ขู่” ประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของเขาเองออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินสายแจ้งมวล “ม้า” คือทหารในกองทัพต่างๆ ว่าตนไม่เห็นด้วยและอาจถอนความสนับสนุนจากตัวประธานาธิบดี แต่ประธานาธิบดีเซลาน่าไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะใจเย็นกับบรรดาผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญเหล่านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปากกล้าถูกปลดอย่างสายฟ้าแลบ

ฝ่ายอำนาจเก่าก็เดินแผนต่อโดยให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งบก เรือ อากาศตบเท้าลาออกตามตัวรัฐมนตรีผู้หลุดจากตำแหน่ง แสดงความไม่สนับสนุนประธานาธิบดีอีกต่อไป ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วนครหลวงเตกูสิกัลปาและเลยต่อไปทั่วประเทศ ประชาชนฮอนดูรัสต่างปรับทุกข์กันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นวันลงประชามติทั่วประเทศ นรกก็แตก

ก่อนพระอาทิตย์จะฉายแสงสว่างในวันใหม่ ทหารที่สวมหน้ากากปิดหน้ามิดชิดจำนวนหนึ่งบุกเข้าจับตัว มานูเอล เซเลน่า ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฮอนดูรัสจากเตียงนอน บังคับทั้งชุดนอนให้ขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศไปทันที จุดที่เครื่องบินลงและปล่อยตัวประธานาธิบดีคือสาธารณรัฐคอสตาริกา เพื่อนบ้านในภูมิภาคอเมริกากลางที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูง

ในฮอนดูรัสก็เร่งตั้งมิเชลเล็ตติขึ้นมากุมบังเหียนเป็นหุ่นกระบอกตัวใหม่ของฝ่ายอำมาตย์ รีบประกาศตามคิวว่ายกเลิกการลงประชามติ และตั้งข้อหาอาญามากมายกับประธานาธิบดีเซลาน่า ตั้งแต่ความผิดในฐานการเมืองไปจนถึงความ “พัวพัน” กับขบวนการค้ายาเสพติดจนหลายคนอ้าปากค้างด้วยความแปลกใจว่าไปได้ถึงนั่น

ฮอนดูรัสมีชื่อเสีย-ไม่ใช่ชื่อเสียง-ว่าเป็นทางผ่านของยาเสพติดและสารเสพติดในทวีปอเมริกาทั้งกลางและใต้ จนทำให้เกิดกองโจรย่อยๆ ข่มขู่ชาวบ้านทั่วไปในประเทศไม่ผิดอะไรกับโคลอมเบีย

พร้อมกันนั้นเอง ผู้เรียกตนเองว่าประธานาธิบดีคือมิเชลเล็ตติพยายามประกาศต่อโลกว่า “ไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นในฮอนดูรัส” และขอร้องให้ประชาชนกว่าเจ็ดล้านคนช่วยกันป่าวร้องไปทั่วโลก แต่ประธานาธิบดีเซลาน่าเดินเกมการทูตได้เร็วและแรงกว่า เข้าถึงผู้เล่นรายสำคัญๆ อย่างถึงลูกถึงคน

ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าแห่งสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่าการกระทำของประธานสภาผู้แทนราษฎรฮอนดูรัส ศาลฎีกาฮอนดูรัสผู้ตัดสินใจว่าการลงประชามติขัดต่อรัฐธรรมนูญ กองทัพที่บุกจับตัวประธานาธิบดีเมื่อย่ำรุ่ง ล้วนเป็นการกระทำที่ “ผิดกฎหมาย” แปลได้ว่าสหรัฐฯ จะไม่รับรองรัฐบาลใหม่และไม่ยอมรับด้วยซ้ำว่ามีรัฐบาลและประธานาธิบดีใหม่ในฮอนดูรัส

องค์การสหประชาชาติโดยมติของที่ประชุมสมัชชาใหญ่ (United Nations General Assembly: UNGA) ประกาศเปรี้ยงว่า มานูเอล เซเลน่า คือประธานาธิบดีของสาธารณรัฐฮอนดูรัสและจะต้องกลับคืนสู่ตำแหน่งโดยพลัน

รัฐบาลสเปนนำธงสหภาพยุโรปด้วยการไม่รับรองรัฐบาลใหม่ในฮอนดูรัส เรียกร้องให้สมาชิกอียูทุกประเทศแสดงท่าทีพร้อมเพรียงกัน และยืนกรานว่า ประธานาธิบดีมานูเอล เซเลย่า ต้องได้กลับคืนสู่ตำแหน่งและอำนาจตามเดิม

รัฐบาลมิตรประเทศในอเมริกากลางและใต้ไม่ต้องพูดถึง ทุกคนออกโรงยืนกรานว่าการกระทำในฮอนดูรัสคือรัฐประหาร และ “จะไม่มีวันยอมให้เหตุการณ์เลวร้ายในอดีตเกิดขึ้นได้อีก” ประโยคหลังมาจากปากคำของ ฮิวโก้ ชาเวซ โดยตรง

และองค์การรัฐอเมริกา (Organization of American States: OAS) ซึ่งเป็นอาเซียนของที่นั่นก็ออกเดินสายมายังกรุงเตกูสิกัลปา ยื่นคำขาดว่าคนใหม่ที่ยึดอำนาจเขามาต้องออกไปโดยทันที มิฉะนั้นการคว่ำบาตรทางการเมือง อาจถึงขั้นไล่ออกจากสมาชิกภาพ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การยุติเงินกู้และทุนพัฒนาระหว่างประเทศทุกรูปแบบก็จะตามมา นี่ธนาคารโลกก็ประกาศแล้วว่าเงินทั้งหลายที่จะไหลไปสู่ฮอนดูรัสงดก่อนทั้งหมด

ก็ต้องตามดูกันต่อไปจนจบเรื่องนั่นล่ะครับ จะสรุปรวดยอดแบบละตินอเมริกาหรือจะอวสานแบบไทยๆ ก็ยังไม่รู้ เพราะขณะที่เขียนอยู่นี้เหตุการณ์ก็เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าเราต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวบนหลักการแห่งสากล เราจะได้รับความนับถือจากทั่วโลกและมีพวกเสมอ.

-------------------------------------

ประชาสัมพันธ์ :

TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146

ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน)

Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)

นปช.จัดงาน"เพลทั้งแผ่นดิน"ทำบุญวัดเกิดให้"แม้ว" เสื้อแดงทัวร์ท่องเที่ยวบุรีรัมย์ชน"มาร์ค"ลงพื้นที่

ที่มา มติชนออนไลน์

เสื้อแดงภาคกลางจัดทัวร์ท่องเที่ยวบุรีรัมย์วันเดียวกันกับ"มาร์ค"ลงพื้นที่ 11ก.ค. คนท้องถิ่นประกาศปกป้องนายกฯ ระดม ตร.บ้าน-อส.เสริม "นปช." จัดงานเพลทั้งแผ่นดินทำบุญฉลองวันเกิดให้"แม้ว"

คนบุรีรัมย์แถลงป้อง"มาร์ค"


เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศาลาประชาคมจังหวัดบุรีรัมย์ ภาคส่วนต่างๆ ใน จ.บุรีรัมย์ อาทิ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ตำรวจหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) คณะกรรมการพัฒนาสตรี ลูกเสือชาวบ้าน พร้อมตัวแทนองค์กรภาคเอกชนและชมรมต่างๆ กว่า 1,000 คน ในนาม ประชาคมคนบุรีรัมย์ ปกป้องสถาบันŽ ร่วมกันออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนในการต้อนรับนายอภิสิทธิ์และคณะที่จะลงพื้นที่ภาคอีสานเพื่อติดตามแผนปฏิบัติการ เปิดประตูอีสาน ประสานใจ ไทยเข้มแข็งŽ โดยเริ่ม จ.บุรีรัมย์ เป็นจังหวัดแรก


แถลงการณ์ ระบุว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศชาติได้รับความบอบช้ำจากความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆ และมีแนวโน้มที่จะก้าวล่วง พาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง ดังนั้นทางประชาคมคนบุรีรัมย์ ปกป้องสถาบัน จึงเรียกร้องให้หยุดการใช้ความรุนแรง ยุติความขัดแย้ง หันหน้าเข้าหากันเพื่อสร้างชาติ และที่นายกฯจะมาตรวจราชการที่ จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 11 กรกฎาคม จะเกิดประโยชน์ต่อชาวบุรีรัมย์ จึงขอต้อนรับและพร้อมจะร่วมกันปกป้องดูแลนายกฯให้มีความสุข ปลอดภัยและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ


เตรียม"ตร.บ้าน-อส."เสริมกำลัง


ขณะที่ พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางมาประชุมร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อวางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนายกฯและคณะโดยเตรียมกำลังทหาร ตำรวจ และตำรวจตระเวนชายแดน ทั้งใน จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ และ จ.นครราชสีมา กว่า 4,000 นาย รวมทั้งยังมีตำรวจหมู่บ้าน อาสาสมัครรักษาดินแดงอีกหลายพันคนเป็นกำลังเสริมเพื่อป้องกันก่อเหตุวุ่นวาย โดยระดมกำลังตำรวจในพื้นที่


พล.ต.ท.สถาพรกล่าวว่า ขณะนี้พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในหลายจังหวัดในภาคอีสานที่เตรียมเดินทางมา จ.บุรีรัมย์ อยากฝากถึงกลุ่มที่มุ่งหวังก่อความวุ่นวายขอให้นึกถึงประเทศชาติเป็นหลัก


นายมงคล สุระสัจจะ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า กระแสข่าวที่ว่าอาจมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมต่อต้านนั้น คงห้ามไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิเรียกร้อง แต่อย่าก่อความวุ่นวาย หากมาอย่างเป็นมิตรชาวบุรีรัมย์ยินดีต้อนรับ และคนบุรีรัมย์ไม่ยอมให้ใครมาทำลายชื่อเสียงของจังหวัด


เสื้อแดงภาคกลางจัดทัวร์บุรีรัมย์


นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมคนเสื้อแดงอยุธยา กล่าวว่า แกนนำกลุ่มเสื้อแดงภาคกลางหลายจังหวัดจัดทัวร์ท่องเที่ยวปราสาทพนมรุ้ง และสถานท่องเที่ยวสำคัญของ จ.บุรีรัมย์ อีกหลายแห่ง กำหนดเดินทางเช้าวันที่ 11 กรกฎาคม คาดว่าจะมีแกนนำไม่ต่ำกว่า 20 คนร่วมเดินทางและอาจมีสมาชิกร่วมขบวนเพิ่มอีก โดยจะนัดหมายเสื้อแดงแต่ละจังหวัดที่เป็นเส้นทางผ่านจากกรุงเทพฯไปถึง จ.บุรีรัมย์ ให้เข้าร่วมสมทบในครั้งนี้ด้วย


"ไปครั้งนี้จะไม่สวมเสื้อแดงออกจากบ้าน เพื่อมิให้ตกเป็นเป้าของตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่จะมาตั้งด่านสกัดขัดขวาง และจะเปลี่ยนเป็นเสื้อแดงเมื่อถึง จ.บุรีรัมย์" นางมยุรีกล่าว และว่า พวกเราไม่ได้ไปคิดป่วนการลงพื้นที่ของนายอภิสิทธิ์ แต่หากถูกกลุ่มเสื้อน้ำเงิน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองหรือส่วนราชการ สกัดกั้นหรือขัดขวาง ก็จะเปลี่ยนแผนจากไปเที่ยวที่ปราสาทพนมรุ้ง ไปต้อนรับนายกฯแทน และถ้ากลุ่มของตนถูกทำร้ายหรือถูกยั่วยุ หรือมีการสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดการปะทะจากฝ่ายตรงข้าม ก็จะประสานกลุ่มคนเสื้อแดงภาคอีสานทุกจังหวัดให้มาช่วยเหลือทันที


ลพบุรีจัดเบิร์ธเดย์"แม้ว"โฟนอิน

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรค พท. ในฐานะรองโฆษกพรรค พท. กล่าวยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยใช้ชื่อปลอมในการเดินทางไปประเทศต่างๆ ตามที่คนพรรค ปชป.กล่าวหา ในวันที่ 26 กรกฎาคมชาวจังหวัดลพบุรีจะจัดงาน รวมพลคนลพบุรีŽ เพื่ออวยพรวันเกิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณรับปากกับตนว่าจะโฟนอินเข้ามาทักทายชาวลพบุรีและวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเมืองให้รับฟังในเวลา 20.00 น.ในวันดังกล่าวด้วย


นายชินวัตร หาบุญพาด กล่าวว่า งานวันที่ 26 กรกฎาคมจะยังมีอยู่ แต่เป็นที่ใดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ส่วนกำหนดการยังเหมือนเดิม โดยมีการถวายภัตตาหารเพล จากนั้นเลี้ยงอาหารประชาชน ต่อด้วยการเปิดเวทีปราศรัยพูดถึงโครงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณเคยทำในอดีต จัดนิทรรศการเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ มีการจุดเทียนตัดเค้กที่ใหญ่ที่สุด ภายในงานจะมีคนเสื้อแดงร่วมกันสวมหน้ากาก พ.ต.ท.ทักษิณด้วย


นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน พรรค พท. และน้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การจัดงานแซยิดหรือทำบุญให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นงานที่ดีหากทำด้วยความเคารพรักและระลึก พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณคงภาคภูมิใจด้วยซ้ำที่มีคนทำแบบนั้นให้ แต่การไปโพนทะนาว่าจะมีการจัดการให้ในลักษณะที่เกิดขึ้น (จะจัดงานที่สนามหลวง) จะกลายเป็นการทำร้าย พ.ต.ท.ทักษิณมากกว่า จะกลายเป็นการประจานในที่สุด


ย้ำชื่อกลุ่ม"นปช."แดงทั้งแผ่นดิน"

ที่อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว วันที่ 9 กรกฎาคม แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกันแถลงข่าว โดยมีการสวมหน้ากากอนามัยป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วย โดยนายวีระ มุสิกพงศ์ กล่าวว่า วันที่ 7-8 กรกฎาคม ที่ จ.กาญจนบุรี กลุ่ม นปช.จัดสัมมนาและมีการย้ำถึงชื่อกลุ่มอย่างเป็นทางการว่าชื่อ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน"โดยมอบหมายให้ตนเป็นประธานกลุ่ม มีนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ เป็นที่ปรึกษา ส่วนเรื่องการรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการริเริ่มของกลุ่มสาขาความจริงวันนี้ ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งในแนวร่วม นปช.


นพ.เหวง โตจิราการ กล่าวว่า การประชุมของ นปช. ที่ จ.กาญจนบุรี กำหนดนโยบายเฉพาะหน้าของ นปช.6 ข้อ คือ 1.เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายทางการเมืองการปกครอง คือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนไทยอย่างแท้จริง 2.สามัคคีประชาชนไทยโดยประสานกับผู้รักประชาธิปไตยทุกภาคส่วน ทั้งในภาคธุรกิจ พรรคการเมือง องค์กรศาสนา สถาบันการศึกษา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน เพื่อต่อสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย 3.การเคลื่อนไหวและปฏิบัติการใช้แนวทางสันติวิธี 4.ผนึกการต่อสู้ทางเศรษฐกิจและรแก้ปัญหาความยากจน ร่วมกับการต่อสู้ทางการเมือง 5.ต่อสู้เพื่อให้ประเทศเป็นนิติรัฐที่มีนิติธรรมอย่างแท้จริง กระบวนการยุติธรรมต้องไม่ถูกแทรกแซง กดดัน โดยผู้มีอำนาจและอำมาตย์ และ 6.ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ให้นำรัฐธรรมนูญ 2540 มาปรับปรุงแก้ไข


จัดงาน"เพลทั้งแผ่นดินแด่ทักษิณ"


ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกกลุ่ม นปช. กล่าวว่า ที่ประชุม นปช.มีมติจัดสัมมนาให้ตัวแทนของ นปช.ทุกกลุ่ม โดยมีนายจรัล ดิษฐาอภิชัย นพ.เหวง โตจิราการ ฯลฯ เป็นคณะกรรมการกิจกรรมหลักสูตร จัดทำหลักสูตรสัมมนาแนวคิดและวิธีการขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 6 ข้อ และกลุ่มเสื้อแดงมีข้อสรุปร่วมกันว่า เนื่องในโอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะมีอายุครบ 60 ปี ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะเชิญชวนคนเสื้อแดงให้ร่วมกันทำกิจกรรมทำบุญเลี้ยงพระตามสะดวก และจะมีงานเลี้ยงเพลในชื่อ "เพลทั้งแผ่นดิน แด่ทักษิณผู้ปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ" ที่กรุงเทพฯ แต่เป็นที่ไหนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง และจะจัดในต่างจังหวัดด้วย


"รวมทั้งอาจมีจัดงานเป็นพิเศษที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยไปทำกิจกรรมแก้ไขความยากจน นอกจากนี้ยังจะมีการจัดทำบัตรสมาชิกประชาชนคนเสื้อแดงให้ฟรี มีคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์คนเสื้อแดง อาทิ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ นายสุพร อัตถาวงศ์ คอยติดต่อประสานงานกับคนเสื้อแดง"นายณัฐวุฒิกล่าว


"มาใหม่"ถวายเรื่องราวขออภัยโทษ


นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ กล่าวว่า การรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อทูลเกล้าฯ ไม่ใช่เป็นการขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการทูลเกล้าฯเพื่อกราบบังคับทูลให้ทรงทราบถึงความทุกข์ของคนไทยทั้งแผ่นดินอันเนื่องมาจากการยึดอำนาจ คือการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549


"การทูลเกล้าฯถวายเรื่องราวเป็นคนละเรื่องกับทูลเกล้าฯถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การทูลเกล้าฯถวายเรื่องราวไม่ใช่เป็นทูลเกล้าฯถวายฎีกา เพราะการทูลเกล้าฯถวายเรื่องราวเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษนั้น เป็นเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั่นคือ ผ่านการฟ้องคดีสืบสวนสอบสวน แล้วเข้าสู่กระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล จนในที่สุดศาลมีคำพิพากษาจำเลยเป็นผู้ที่กระทำความผิดนั้นแล้ว คดีนั้นถึงที่สุดแล้ว ผู้ที่ถูกคำพิพากษาถึงที่สุดนั้น ก็มีสิทธิที่จะทูลเกล้าฯถวายเรื่องราวเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษได้" นายมานิตย์กล่าว

กษิต-2 มาตรฐาน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ผู้ต้องหาหลายข้อหากรณีร่วมบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ที่หนักหนาสา กรรจ์ มีโทษถึงขั้นประหารชีวิตก็คือคดีก่อการร้าย เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อหาก่อนใครพวกไปแล้ว เมื่อวันที่ 6 ก.ค.

และยังยืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่งอย่างเด็ดขาด

เป็นไปตามที่กุนซือพรรคประธิปัตย์ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เคยโอบอุ้มก่อนหน้านี้ว่าให้ทำงานต่อไป

โฆษกหัวหน้าพรรคอ้างว่าคดียังไม่ถึงศาล ไม่จำเป็นต้องลาออก

ชวนให้นึกถึงคดีที่ นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ถูกกล่าวหา อยู่ในขั้นพนักงานสอบสวนเหมือนกัน

หนนั้นคนของประชาธิปัตย์ทั้งพรรคกางกฎหมาย ยึดกุมหลักการ จี้ให้ปลด ให้ลาออกอย่างแข็งขัน

กรณีของนายกษิต เมื่อดูจากโพลของบางสำนัก ร้อยละ 60.6 เห็นควรให้ลาออก อีกร้อยละ 39.4 เห็นว่าไม่ควรลาออก

มีการลงรายละเอียดถึงขนาดระบุว่าเกินกว่าครึ่งของหรือร้อยละ 54.1 กลุ่มที่เห็นว่าควรลาออก ให้ลาออกหลังประชุมอาเซียนซัมมิต

ขณะที่อีกร้อยละ 45.9 ระบุควรลาออกทันที

โพลสำนักเดียวกันนี้ ยังสอบถามกรณีการใช้สนามหลวงจัดแซยิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วย

ผลการสำรวจระบุว่าร้อยละ 81.4 ไม่เห็นด้วย มีเพียงร้อยละ 18.6 เท่านั้นที่เห็นด้วย

โพลดังกล่าวระบุว่าสำรวจในวันที่ 7 ก.ค. จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,283 ครัวเรือน ใน 17 จังหวัด

จะบอกว่าเป็นโพลถล่มข้างไหนจึงไม่ถนัด

สำหรับนายกษิต ก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์อย่างเท่เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2552 ว่าถ้าหากถูกดำเนินคดีที่ร่วมบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ

"ผมจะไม่อยู่ในเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะผมไม่ยึดติดกับเก้าอี้ ผมไม่เป็นรัฐมนตรี ผมก็ต้องไปสู้กับสิ่งที่มันเลวร้ายกเฬวรากในวงการเมือง ก็ต้องสู้ต่อไป

"ไม่กังวลใจ เพราะไม่ได้รับอามิสสินจ้างอะไรใครมาเพื่อจะได้เก้าอี้ เกาะตำแหน่ง เมื่อมีหมายเรียกมาก็ต้องต่อสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม และไปต่อสู้บนท้องถนนต่อไป"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากถูกหมายเรียกกรณีการยึดสนามบินสุวรรณภูมิจะทำอย่างไร

นายกษิตกล่าวว่า "ถ้ากระบวนการยุติธรรมเป็นกระ บวนการยุติธรรม ผมก็เคารพ ผมไม่ยึดติดกับเก้าอี้ เมื่อมีหมายเรียกมา ผมต้องไปศาล ผมก็ต้องลาออกจากตำแหน่ง"

บังเอิญว่าวันนี้ นายกษิตจำคำพูดของตัวเองไม่ได้เแล้ว

เหมือนกับที่เฉไฉ เอาตัวรอดไปดื้อๆ กรณีออกมาพูดถึงการยึดทำเนียบรัฐบาลว่าสนุกมาก อาหารดี ดนตรีเพราะ

หรือแม้แต่การคะนองด่าผู้นำประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็นกุ๊ย เป็นไอ้นักเลงข้างรั้ว

วันนี้ก็อีกเช่นกัน ที่ประชาธิปัตย์ยังคงรักษาสองมาตร ฐานต่อไป

เหตุผลที่ต้องออก

ที่มา ไทยรัฐ

หนังสือพิมพ์ นิวเสตรทไทม์ส รายงานข่าวกรณี พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกฯถูกพบในมาเลเซียและได้หลบหนีเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะเข้าจับกุมว่า ประเด็นนี้ ตัน ศรี มูซา ฮัสซัน จเรตำรวจแห่งชาติมาเลเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาที่อ้างว่าไทยได้เจรจากับตำรวจมาเลเซียถึงการปรากฏตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณดังกล่าว

"ผมไม่ได้รับรายงานและไม่เคยได้รับแจ้งเลยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในประเทศมาเลเซียหรือหลบหนีตำรวจที่นี่" นอกจากนี้ ยังมีการระบุต่อไปว่า การอ้างข้อมูลของ คุณถาวร เสนเนียม เป็นการรายงานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในกัวลาลัมเปอร์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าพักที่โรงแรมแชงกรี-ลา

หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวระบุ พ.ต.ท.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกฯของไทยจากปี 2001-2005 ก่อนจะถูกรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2006 ขณะไปประชุมสหประชาชาติ จากนั้นเดินทางกลับประเทศไทยช่วงสั้นๆเมื่อปีที่แล้วหลังชนะการเลือกตั้งเดือน ธ.ค. 2007 และต้องออกนอกประเทศเพื่อหลบหลีกโทษจำคุก

ต่อจากนั้นก็มีการออกมาให้สัมภาษณ์ของ คุณนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกจากดูไบเพื่อไปฟิจิ ต้องแวะเติมน้ำมันมีอยู่ 2 ทางคือ ที่กรุงเทพฯและกัวลาลัมเปอร์ แต่ไม่ได้มีการหลบหนีแต่อย่างใด และยังมีการต่อท้ายข่าวด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีนัดสำคัญกับ บุคคลระดับผู้นำ ไม่น้อยกว่า 4 คน ที่ฟิจิ

คงไม่ต้องอธิบายเรื่อง ต้นทุนและความเชื่อถือ ผมว่ามาเลเซียก็ดี ฟิจิก็ดี หรือประเทศอื่นๆที่ถูกอ้างอิงถึงคงไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่จะไม่ติดตามข่าวสารใดๆเลย การแสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรือกับ พ.ต.ท. ทักษิณของรัฐบาลไทยในสายตาชาวโลก และแม้แต่สายตาคนไทยเองเป็นอย่างไร รัฐบาลน่าจะส่องกระจกดูบ้าง

ผมเป็นห่วงประเทศของผมจะถูกปู้ยี่ปู้ยำและกลายเป็นตัวตลกสากลไปฉิบ ปลายเดือนนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนและ ARF เป็นการประชุมเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคนี้

มี คุณกษิต ภิรมย์ เป็นประธานในฐานะ รมว.ต่างประเทศของไทยในวาระการประชุมมีเรื่องของ การป้องกันการก่อการร้ายสากล อยู่ด้วยแน่นอนในขณะที่คุณกษิตตกเป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายปิดสนามบิน

ผมอยากจะย้ำว่า เป็นข้อหาจากทางการของรัฐ ไม่ใช่ ข้อกล่าวหาทางการเมือง หรือจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน แล้วไม่เฉพาะประเทศในอาเซียนเท่านั้นที่เข้าร่วมประชุม คนดังๆทั้งนั้น ฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ รมต.ความมั่นคงของสหภาพยุโรป จากออสเตรเลีย แคนนาดา นิวซีแลนด์ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีรวมแล้วประมาณ 20 ประเทศ

จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

นี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองที่จะมาเถียงกันข้างๆคูๆ แต่เป็นเรื่องของบ้านเมือง การกระทำของคุณกษิตไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเข้ามารับตำแหน่ง ย่อมฉายภาพว่าคุณกษิตสมควรจะอยู่ในตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศต่อไปหรือไม่ รัฐบาลชุดนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกลุ่มคนที่เชียร์คุณกษิตอาจไม่อาย แต่คนไทยทั้งประเทศอาย.

หมัดเหล็ก

ใครๆก็ยุให้อุ้ม 'กษิต'

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_18441

ตามไปดูช่วง "กษิตโชว์"

กับข่าวล่าสุดที่ถูกส่งตรงมาจากมหานครซิดนีย์ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่บินไปเยือนประเทศออสเตรเลีย ได้คิวขึ้นเวทีโชว์สปีดกับนักธุรกิจต่างชาติในวงแคบๆประมาณ 30 คน ถือโอกาสร่ายยาวเคลียร์ความบริสุทธิ์ กรณีโดนออกหมายเรียกคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน พร้อมกับเปิดฉากถล่ม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

สรุปว่า ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารอร่อยดี ดนตรีไพเราะ แต่เป็นทำเพื่อประโยชน์ของชาติ โดยใช้สิทธิตามวิถีประชาธิปไตย ต่อต้านการคอรัปชัน ยึดประเทศของระบอบทักษิณ

"กษิต" ร่ายยาวม้วนเดียวจบ โดยไม่มีคำถามขัดคอ ย้อนคอหอย


ตามข่าวว่า ฝรั่งทึ่งถึงขนาดเดินมาเอ่ยปากฝากชมกับนักข่าวไทยที่ติดสอยห้อยตามคณะไปว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยบรรยายได้เยี่ยมจริงๆ

และไม่แน่ใจจะเป็นเพราะผลของข่าวที่ได้ยินมาถึงเมืองไทยหรือไม่ ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปรับท่าทีจากที่อ้ำๆอึ้งๆเรื่องนายกษิต

ย้ำชัดๆ นายกษิตยังไม่จำเป็นต้องลาออก

ถ้าจะให้ลาออกจากตำแหน่งในขณะนี้ถือว่าหนักเกินไป เพราะยังเป็นเพียงหมายเรียก นายกษิตจะออกก็ต่อเมื่อทำให้งานเสียหาย แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเสียหาย ไม่ใช่เรื่องทุจริตที่มีผลต่อประชาชน ไม่เข้าเงื่อนไขกฎเหล็ก 9 ข้อที่ตั้งไว้


ในอารมณ์เดียวกันกับ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล ก็ยื่นมือออกมาช่วยอุ้มนายกษิต ออกตัวการันตีแทนเลยว่า คดียึดสนามบินเกิดขึ้นก่อนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี จึงไม่เกี่ยวกัน

เป็นอันว่า "อุ้ม" กันเต็มตัว


โดยเครดิตยี่ห้อประชาธิปัตย์ ต้นทุนส่วนตัวของพระเอกอย่าง "อภิสิทธิ์" เป็นหลักค้ำประกันให้นายกษิตอยู่ในตำแหน่งต่อไป

ส่วนตัวเลขโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ไม่สนเสียงทักของฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ไม่ให้ราคาเสียงขู่ฮึ่มๆของม็อบเสื้อแดง

ประชาธิปัตย์แท็กทีมเล่นบทฮึดสวนกระแส


แต่ในอารมณ์เขินหลบสายตา นายกฯอภิสิทธิ์ชิ่งไปรับลำไยจากเกษตรกรที่ทีมงานประชาธิปัตย์จัดมา โดยปล่อยให้รองเลขาธิการนายกฯ ออกมารับนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่เดินทางมายื่นวีซีดีบันทึกการให้สัมภาษณ์ของนายกษิต ที่ระบุว่า แค่ถูกออกหมายเรียกจะลาออก

เลี่ยงเกมย้อนคอหอย

แต่ที่น่าเอะใจจริงๆ ตามคิวแล้วน่าจะคอยมองอยู่ห่างๆ กับเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่ออกมาร่วมด้วยช่วยกันอุ้มนายกษิต

ยื้อให้อยู่บนเก้าอี้ต่อไป


ล่าสุด ก็เป็นคิวของนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ระบุว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายกษิตว่าอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีได้สร้างความเสียหายมากน้อยเพียงใด

ฟังแล้วก็เหมือนหวังดี แต่ในอารมณ์ที่รู้กัน หนังไม่ได้รองนั่ง แล้วจะเอากระดูกมาแขวนคอ เรื่องของเหลี่ยมคูทางการเมือง

อยู่ดีๆใครจะเสี่ยงเข้าเนื้อเปลืองตัว

คิวนี้ถ้าอ่านลึกไปอีกชั้น มันก็เป็นไปได้ ใครก็อยากให้ประชาธิปัตย์เก็บ "กษิต" ไว้เป็นตัว "ล่อเป้า" ช่วยแบ่งเบาแรงเสียดทาน


ย้อนเกล็ดที่ประชาธิปัตย์เล่นบทเขี้ยวใส่เพื่อนก่อน

และก็เป็นอะไรที่ได้ทีเหมือนกัน อาศัยคิวของ "กษิต" ที่แย่งซีน ยึดหน้าหนังสือพิมพ์ เบียดปมอื่นกระแสเบาลงไป ในจังหวะ "นายใหญ่" รีบต่อสายด่วน สั่งเบรกงานแซยิดครบรอบ 60 ปี

นัยว่ากลัวจะโดนฝ่ายตรงข้ามลากไปโยง "จุดสลบ" ข้อหาตีตนเสมอเบื้องสูง

เสี่ยงกระแสตีกลับ


แต่ที่ต้องจับตากันให้ดี หลังซุ่มจับขั้ววัดกระแสดูเชิงมาเป็นระยะ


โดยยี่ห้อ "ไพโรจน์ สุวรรณฉวี-สุวัจน์ ลิปตพัลลภ-พินิจ จารุสมบัติ-ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ" 4 สหายที่กอดคอแท็กทีมล่าสุดแว่วว่า เตรียมจัดฉลองใหญ่วันเกิดครบรอบ 87 ปี หลวงพ่อคูณ เทพเจ้าธรรมแห่งแดนอีสาน

เน้นงานบุญ ตีกรรเชียงจับจังหวะไปพลางๆ.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เสื้อแดงบุก กต.ไล่กษิต- วีระเผย นปช.ปรับโครงสร้างใหม่

ที่มา ประชาไท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงนับร้อยคน นำโดย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมาชุมนุมที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศ ด้านถนนพระราม 6 เพื่อกดดันให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหมายเรียกในคดีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.1 จำนวน 1 กองร้อยเฝ้าระวังป้องกันเหตุวุ่นวาย

นายจรัล ระบุว่า ถ้านายกษิตอยู่ในตำแหน่งอาจจะแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หากภายหลังพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ก็สามารถกลับเข้ามารับตำแหน่งได้ตามเดิม เพื่อสร้างมาตรฐานการเมืองใหม่ ในระบอบประชาธิปไตยตามที่นายกษิต เคยประกาศเรียกร้องไว้ แต่ถ้านายกษิต ยังยืนกรานอยู่ในตำแหน่งและรัฐบาลยังให้การสนับสนุนนายกษิตต่อไปอีก ถือเป็นการกระทำที่ปลิ้นปล้อนหน้าด้าน ไร้ยางอาย อย่างยิ่ง เพราะไม่รักษาคำพูดของตนเอง และไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ดังนั้นขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคร่งครัดดำเนินคดีเอาผิดทั้งทางแพ่งและอาญากับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยที่บุกยึดสนามบินต่างๆ อย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ระหว่างการชุมนุมผู้ชุมนุมบางส่วน นำโดย นายวรัญชัย โชคชนะ ได้ช่วยกันเผาหุ่นจำลองนายกษิต และเหยียบแผ่นกระเบื้องที่มีรูปนายกษิต เป็นการประท้วง ก่อนสลายการชุมนุมอย่างสงบ

ปรัชโครงสร้าง นปช.
วันเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว สถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น แกนนำคนเสื้อแดง หรือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายชินวัฒน์ หาบุญพาด, นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ร่วมกันแถลงข่าว

โดยนายวีระกล่าวว่า จากผลการประชุมของแกนนำคนเสื้อแดงวันที่ 7-8 กรกฎาคมที่ จ.กาญจนบุรีที่ผ่านมา มีมติว่า เพื่อการดำเนินการและการเคลื่อนไหวเป็นเอกภาพมากขึ้น ขอเปลี่ยนชื่อจาก แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เป็น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน โดยมีตนเป็นประธาน นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ เป็นที่ปรึกษา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นโฆษก ที่เหลือเป็นกรรมการ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติร่วมกันว่า จากเดิมกรณีการล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกาขออภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นไปเฉพาะส่วนของรายการความจริงวันนี้เป็นเจ้าภาพนั้น ให้กลับมารวมเป็นการดำเนินการร่วมกัน โดยทำกันอย่างมีเอกภาพ ซึ่งจะประกอบด้วย นปช.ทุกหน่วยร่วมมือกัน

นายมานิตย์กล่าวว่า การถวายฎีกาไม่ใช่การขออภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นลักษณะของการถวายฎีการ้องทุกข์ของประชาชน โดยยกกรณีตัวอย่างของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งแล้วแต่พระราชวินิจฉัย

ด้าน นพ.เหวงกล่าวว่า ทิศทางการเคลื่อนไหวของ นปช.นับจากนี้จะเป็นเอกภาพมากขึ้น และยืนยันว่าเราไม่มีความแตกแยก ส่วนกรณีของนายสุรชัย แซ่ด่าน ที่มีความเห็นไม่ตรงกันก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอะไร นายสุรชัยยืนยันที่จะทำงานร่วมกัน

นายณัฐวุฒิเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปในการจัดทำหลักสูตรอบรมและสัมมนาแกนนำคนเสื้อแดงแต่ละจังหวัด เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนตามกรอบนโยบายเร่งด่วนเฉพาะหน้าทั้ง 6 ข้อ และจะเร่งดำเนินการทำบัตรสมาชิก นปช.แดงทั้งแผ่นดินขึ้นทั่วประเทศ โดยจัดทำให้ฟรี เพื่อความสะดวกในการติดต่อมวลชนสัมพันธ์คนเสื้อแดงทั่วประเทศ

นายชินวัฒน์กล่าวว่า ข่าวการจัดแซยิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณที่ท้องสนามหลวง เมื่อเจ้าของวันเกิดประสานผ่านมายังนายนพดล ปัทมะ ว่าไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ประกอบกับไม่อยากให้คนไม่หวังดีโยงไปยังสถาบัน ซึ่งคำแนะนำนี้ตนเชื่อและขอทำตาม ยืนยันว่างานจัดวันเกิดที่ กทม.ยังคงมีอยู่ แต่เปลี่ยนเพียงสถานที่เท่านั้น ส่วนจะเป็นที่ใดตนไม่ขอเปิดเผยเพราะพวกมารคอยจ้องอยู่ ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวจะมีการเป่าเค้กที่ใหญ่ที่สุด มีประธานในงาน แต่ไม่ขอบอกว่าใครที่ใส่หน้ากาก พ.ต.ท.ทักษิณเป่าเค้ก รวมถึงการแจกจ่ายหน้ากาก พ.ต.ท.ทักษิณแก่ผู้มาร่วมงานด้วย

ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐและไทยโพสต์

ปิดสนามบินเสียหาย 1.8 หมื่นล้าน ครม.ชดเชย 8 ล้าน ที่เหลือฟ้องเอาเอง

ที่มา ประชาไท

(9 ก.ค. 52) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ได้ใช้ในการช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้างในช่วงที่มีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ตามนัยมติครม.วันที่ 9 ธ.ค.51 วงเงินทั้งสิ้น 8,096,025 บาท โดยให้กระทรวงคมนาคมเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.52 ในส่วนของงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 1,912,970,000 บาท ตามมติ ครม.9ธ.ค.51 และขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้างตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอมาในส่วนที่เหลืออีกจำนวน 671,628,910.75 บาท ของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) และสายการบินต่างๆ ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการให้บริการแก่ลูกค้าตามภารกิจและความรับผิดชอบของหน่วยงานหรือบริษัทนั้นๆ รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในกรอบวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือตามนัยมติ ครม.ดังกล่าว จึงควรที่หน่วยงานหรือบริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ยังรับทราบผลเสียหายจากการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมการบินจำนวน 18,932,594,271บาท ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการเรียกร้องค่าชดเชยจากผู้ก่อความเสียหายตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์นักข่าวฝรั่ง:ในหลวงทรงตั้งพระบรมฯเป็นพระรัชทายาทสืบราชบัลลังก์แล้ว

ที่มา Thai E-News

โดย William Mellor and Daniel Ten Kate
ที่มา bloomberg
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 กรกฎาคม 2552

ในการสัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ5วันก่อน นายกฯอภิสิทธิ์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ลงพระนามให้พระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวขึ้นสืบราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว


การเปลี่ยนผ่านรัชกาลไม่ได้สร้างความกังวลให้เฟเบอร์หยุดชะงักการลงทุนเล่นหุ้นในประเทศไทย

8 กรกฎาคม (สำนักข่าวบลูมเบิร์ก)--นายกรัฐมนตรีของไทยต้องหยุดชะงักการตอบข้อซักถามและฝืนพูดต่ออย่างยากลำบากต่อคำถามที่ว่า เพื่อนร่วมชาติของเขาจะเผชิญต่อชะตาอนาคตอย่างไร หากว่าชีวิตของพวกเขาซักวันใดวันหนึ่ง ไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เป็นร่มโพธิสมภารแก่พสกนิกร

"ผมไม่ได้แสร้งพูด--มันจะเป็นช่วงเวลาที่ลำบากยากยิ่งสำหรับพวกเราคนไทยทั้งมวล"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกล่าว เขาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลผสมเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และยังก้าวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ยังคงอยู่ในวังวนปัญหาให้กับประเทศเป็นรายที่5ในรอบเพียง4ปี

กษัตริย์ภูมิพลมีพระราชสมภพที่สหรัฐอเมริกา พระชนมพรรษา81ชันษา พระองค์ทรงได้รับการเทิดทูนสักการะจากคนไทยจำนวนมากประดุจสมมุติเทพ พระองค์เข้ารับพระราชบัลลังก์เมื่อปีพ.ศ.2489 ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันนั้นแฮรี่ ทรูแมน ยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ในทำเนียบขาว และโจเจฟ สตาลิน ก็ยังคงทรงอำนาจเหนืออดีตสหภาพโซเวียต ทว่าพระองค์ท่านทรงครองราชบัลลังก์มาได้ต่อเนื่องยาวนานผ่านการทำรัฐประหารที่ประสบความสำเร็จถึง15ครั้ง ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆที่แตกต่างกันมา16ฉบับ และมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรีมากถึง27คนในรัชสมัยของพระองค์ รัฐธรรมนูญให้พระราชอำนาจที่เป็นพิธีการเพียงเล็กน้อย ทว่าทรงพระราชบารมีสูงยิ่ง อย่างน้อยก็ทรงใช้พระราชบารมีนั้นในการดับวิกฤตการณ์นองเลือดมาแล้ว2หน

ประเทศไทยในยามนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะสร้างเสถียรภาพขึ้นมาเสียใหม่จากการแตกแยกออกเป็นฝักฝ่ายในประเทศ โดยใช้สีเป็นรหัสของความแปลกแยกในสังคม ระหว่างบรรดากฎุมพีผู้มั่งคั่งในเมืองกับบรรดาคนในชนบท การสวมเสื้อสีที่เน้นถึงการแยกจากกัน เป็นสัญลักษณ์ว่าคนแต่ละฝ่ายนั้นภักดีข้างฝ่ายใด

ฝ่ายหนึ่ง เป็นชนชั้นนำในเมือง ฐานหลักอยู่ในกรุงเทพฯ พวกเขานำสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันจันทร์ อันเป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯมาใส่
อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนยากจนส่วนใหญ่ในชนบท ซึ่งพวกเขาบอกว่ามีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวฯเสมอเหมือนกับคนในเมือง แต่ใส่เสื้อแดงเพื่อแสดงว่าก็ให้การสนับสนุนแก่มหาเศรษฐีทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีผู้ใช้นโยบายประชานิยม ซึ่งถูกโค่นจากตำแหน่งในการรัฐประหารปี2549

2ก๊ก

การเดินขบวนบนท้องถนนที่แบ่งก๊กแบ่งฝ่ายนำไปสู่การยึดสนามบินหลัก2แห่งในกรุงเทพฯเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และการยกเลิกการประชุมASEAN SUMMITเมื่อเดือนเมษายน แม้ว่าจะนำบรรยากาศไม่เป็นที่ต้อนรับต่อสาธารณชนมาสู่แดนแห่งรอยยิ้ม แต่การจัดชุมนุมของขบวนผู้ต่อต้านรัฐบาลจำนวนมากก็ยังเกิดขึ้นอีกเมื่อวันที่27มิถุนายนที่ผ่านมา และการจัดชุมนุมใหญ่ยังมีแผนการจะจัดประท้วงขึ้นอีกในเดือนหน้านี้

ในท่ามกลางความโกลาหลระส่ำระสาย แต่ก็มีนักลงทุนเซียนหุ้นบางรายมองให้เห็นเป็นโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ2ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองเพียงอินโดนีเซีย ณ วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นไปกว่า30%นับจากตอนต้นปี ดีกว่าดัชนีS&P500ของอเมริกาที่ตกลงมาในช่วงเวลาเดียวกัน0.8% ในช่วงเวลาที่กล่าวมานี้นักลงทุนชาวต่างประเทศเพิ่มการลงทุนในการถือครองหุ้นไทยขึ้นสุทธิ621.4ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากขายสุทธิออกมากว่า4.8พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

ตลาดหุ้นไทยมีอัตราส่วนของราคาต่อกำไร ณ สิ้นปี2552เพียง11เท่า ซึ่งก็นับว่าถูกที่สุดในย่านเอเชียรองจากตลาดหลักทรัพย์ปากีสถานแค่นั้น ขณะที่ให้อัตราผลตอบแทนในรูปของการจ่ายเงินปันผล4.7%เปรียบเทียบกับเพียง3%ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯจ่ายได้ และตลาดหุ้นจีนเพียง1% ทั้งนี้จากฐานข้อมูลของบลูมเบิร์ก ทำให้ตลาดหุ้นเมืองไทยน่าซื้อ เป็นคำกล่าวของมาร์ค เฟเบอร์ ซึ่งบริหารจัดการกองทุนขนาด300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกองทุนนี้มีฐานที่ตั้งในฮ่องกงชื่อบริษัทมาร์ค เฟเบอร์ จำกัด

"คุ้มค่าแก่การรอคอย"

"ผมสามารถที่จะอยู่ในตลาดหุ้นไทยได้ในยามที่เกิดภาวะถดถอย หรือธุรกิจเผชิญแนวต้าน แต่ที่สุดมันก็ให้ผลตอบแทนเป็นอัตราเงินปันผล6%หรือ7%กับผม"เฟเบอร์กล่าวในการตีพิมพ์เผยแพร่ในรายงานGloom,Boom&Doom เขาลงทุนในกลุ่มธนาคารไทยและบริษัทผู้ผลิตอาหารในปีนี้"หากคุณซื้อหุ้นในธุรกิจที่ดีมันก็จะทำเงินให้กับคุณดีๆในระยะ5หรือ10ปี โดยได้เงินปันผลจากหุ้นเหล่านี้ สำหรับประเทศไทยแล้วคุณควรจ่ายเพื่อจะได้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่คุ้มค่า"

นักลงทุนจำนวนมากก็มาถึงเวลาสำคัญที่จำเป็นต้องพิจารณาแล้วว่า อะไรจะเกิดขึ้นหากว่าประเทศไทยอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัชกาลเกิดขึ้น ความวิตกเกี่ยวกับพระชนมายุที่ทรงพระชราภาพของพระเจ้าอยู่หัวฯ และความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการสืบพระราชบัลลังก์บั่นทอนความเชื่อมั่นว่าพระราชอำนาจพิเศษนั้นจะยังทรงมีพระราชบารมีดังเดิมหรือไม่อย่างไร

อิทธิพลในภูมิภาค

ไทยเคยประสบวิกฤติในปีพ.ศ.2475เมื่อคณะทหารและข้าราชการพลเรือนได้ปฏิวัติยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ลง เป็นคำกล่าวของสตีเฟ่น วิคเกอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของFTI International จำกัด ซึ่งมีฐานในฮ่องกง ทำธุรกิจให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนในประเทศไทย

"ในประเทศไทย กษัตริย์เป็นดังเทพเจ้าสายฟ้าที่ทรงกังหันไฟมาบนเฮลิคอปเตอร์"วิคเกอร์กล่าวเปรียบเทียบ"นักลงทุนทั้งหลายอยู่ได้แม้ว่าจะผ่านการทำรัฐประหารมามากครั้งและมันก็ผ่านพ้นไปได้แบบไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่การเปลี่ยนรัชกาลนั้นต่างออกไป มันเป็นเรื่องที่มีนัยยะสำคัญที่ต้องตระหนักมากกว่าแต่ก่อน"

การสืบพระราชสันตติวงศ์อย่างราบรื่นเป็นเรื่องที่จะน่ายินดีต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดที่มีประชากรมากกว่า573ล้านคน ความอุดมสมบูรณ์ และเป็นประเทศเขตร้อนที่มีประชากรกว่า67ล้านคนของไทย และยังเป็นประเทศผู้ส่งออกยางพารา และข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอ้นดับสองของภูมิภาค

แม้ว่าจะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์โดยสภาพของทรัพยากรธรรมชาติ และบรรยากาศแห่งมิตรไมตรีในการดำเนินธุรกิจ แต่ไทยก็ไม่วายได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ยอดผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปีนี้เป็น2.5%จากเพียง1.5%ในปีที่แล้ว ทั้งนี้จากการเปิดเผยของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยอดผู้ว่างงานยังคงต่ำกว่ามาตรฐานของนานาชาติ โดยยอดนตกงานระดะบสากลนั้นสูงมากกว่า7.4% นับจนถึงวันที่28พฤษภาคมที่ผ่านมา จากการคาดการณ์องค์การแรงงานนานาชาติ ที่มีสำนักงานในเจนีวา

การกระตุ้นเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยติดลบ7.1%ในช่วงไตรมาสแรกของปี เป็นสถิติแย่ที่สุดนับแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินเอเชียเมื่อปี2541 ยอดการส่งออกทรุดตัวลง26.5% และยอดผลผลิตอุตสาหกรรมลดลง10%ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการตกต่ำต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่เจ็ดทั้ง2รายการ ในเดือนมิถุนายนสถาบันจัดอันดับสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์สเปิดเผยว่าอาจจะลดอันดับเครดิตของประเทศไทยลงจากระดับBBB+ ในเดือนพฤษภาคมฟิตซ์เรทติ้ง บริษัทจัดอันดับอีกรายได้ลดเครดิตลงสำหรับหนี้ต่างประเทศของไทย นับเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ โดยลดเครดิตลงสู่ระดับBBB ซึ่งเป็นอันดับการลงทุนที่อยู่ท้ายตารางน่าลงทุนเพียง2อันดับเท่านั้น

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ออกมาตรการเมื่อวันที่29พฤษภาคมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า1.4ล้านล้านบาท(ราว41พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)ให้มีอัตราขยายตัว หากแผนการสำเร็จ เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวเป็นบวกราว3.5%ในปีนี้ ทั้งนี้จากการคาดการณ์ของรัฐมนตรีคลัง

พระมหากษัตริย์นักลงทุน

อิทธิพลของกษัตริย์ที่มีต่อเศรษฐกิจ เฉพาะที่เป็นเรื่องส่วนพระองค์ พระองค์ท่านเป็นผู้นำนักลงทุนในประเทศ จากการจัดการทรัพย์สินของพระราชวงศ์ ผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงถือครองอสังหาริมทรัพย์และหุ้นเป็นมูลค่ามากกว่า33พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้จากการเปิดเผยของพอพันธ์ อุยยานนท์ นักวิชาการชาวไทยที่ได้ทำการศึกษาเรื่องการเงินของพระราชวงศ์

การลงทุนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯนั้นรวมถึงการถือหุ้นใหญ่ของธนาคารใหญ่ที่สุดอันดับ2ของประเทศ จากขนาดมูลค่าตลาด คือธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทโฮลดิ้งขนาดใหญ่ที่สุดคือเครือซิเมนต์ไทย และเป็นเจ้าของหุ้นบริษัทโรงแรม ชะตาของอาณาจักรธุรกิจ--ย่อมขึ้นอยู่กับผู้ถือครอง--ฉันใดการสืบทอดพระราชสันตติวงศ์ก็ย่อมเป็นไปตามเงื่อนนี้ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการของสำนักงานทรัพย์สินฯด้วย

ภายใต้รัฐธรรมนูญแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯสามารถเลือกพระรัชทายาทได้โดยพระองค์เอง รัฐบาลได้เปิดเผยว่าพระมหากษัตริย์องค์ต่อไปจะเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา57 พระองค์ท่านเป็นทหาร ไม่เหมือนพระขนิษฐาโสดซึ่งทรงเป็นที่นิยม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระชนมพรรษา 54 ชันษา พระองค์เคยเป็นว่าที่พระรัชทายาทพระองค์หนึ่งสำหรับพระราชบัลลังก์ ทรงมีบทบาททรงงานเพื่อการกุศล ส่วนมกุฎราชกุมารทรงหย่ามาแล้ว2ครั้ง พระราชจริยาวัตรส่วนพระองค์สำหรับสาธารณชนดูไม่เป็นที่ปลาบปลื้มนัก

9กษัตริย์

อย่างใดก็ตามในระบบการปกครองตลอด227ปีของพระราชวงศ์จักรี ซึ่งมีพระมหากษัตริย์มาแล้ว9พระองค์ก็ยังเหนียวแน่นอยู่กับแผ่นดินที่มีความยุ่งเหยิงทางการเมืองอยู่ถี่ๆ เสด็จทวดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าซึ่งรอดเจอร์และแฮมเมอร์สไตน์เคยนำมารังสรรค์เป็นละครเพลงเรื่องเดอะคิงแอนด์ไอ และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์นำโดยดาราชาวรัสเซียยูล บรีนเนอร์ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการที่ประเทศไทยขาดความจงรักภักดีต่อพระราชวงศ์เลยแต่อย่างใด

พระราชจักรีวงศ์มีประวัติศาสตร์การสืบพระราชสันตติวงศ์ที่คลุมเครือ พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่7คือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าทรงสละราชบัลลังก์ในปี2478เพียง3ปีให้หลังที่ทรงสูญเสียพระราชอาญาสิทธิ์จากการทำรัฐประหารโดยทหารและข้าราชการระดับสูง พระราชบัลลังก์ได้ตกทอดมาถึงยุวกษัตริย์พระชนมพรรษาเพียง10ชันษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหกิดล พระเชษฐาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ของรัชสมัยของพระองค์ท่านในการศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่สวิตเซอร์แลนด์ และไม่ได้มีพระชนมายุยืนนานพอที่จะเข้าสู่พิธีพระบรมราชาภิเษก

ในเดือนมิถุนายน2489ในพระชนม์20ชันษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลถูกพบนอนสวรรคตอยู่บนพระแท่นบรรทมในพระที่นั่งบรมพิมาน บรมมหาราชวังกรุงเทพฯโดยลูกกระสุนผ่านพระนลาฎ และมีปืนพกโคลท์วางอยู่ข้างพระบรมศพ ชาย3คนถูกตัดสินลงโทษว่าเป็นฆาตกรถูกประหารชีวิตในปี2498 ขณะที่นักประวัติศาสตร์บางคนอธิบายว่ากรณีสวรรคตนั้นยังคงเป็นปริศนาที่ไม่ถูกสะสาง

กษัตริย์ที่ทรงมีพระราชสมภพที่บอสตัน

ผู้สืบทอดพระราชสันตติวงศ์ลำดับถัดมาคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ทรงมีพระราชสมภพที่บอสตันในขณะที่พระราชบิดาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ทรงไปศึกษาวิชาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เช่นเดียวกับพระเชษฐา กษัตริย์ภูมิพลทรงได้รับการศึกษาที่สวิตเซอร์แลนด์และเสด็จนิวัติพระนครหลังจากทรงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในปี2493 และเสด็จมาประทับที่กรุงเทพฯในปีถัดมา เป็นเวลานานกว่า16ปีก่อนหน้านั้นที่ประเทศไทยไม่มีกษัตริย์ประทับอยู่ในประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลทรงมีพระราชวิริยะอุตสาหะในการกอบกู้ชื่อเสียงของพระราชวงศ์กลับคืนมา โดยเสด็จพระราชดำเนินไปยังชนบทและสร้างโครงการเกษตรกรรมและโครงการชลประทาน พระราชบารมีอันมาจากความนิยมเทิดทูนพระองค์ท่านทำให้ทรงมีพระราชอำนาจในการยับยั้งผู้นำทางทหารที่เข้มแข็งไม่ให้ใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยในปี2516ทรงเปิดพระราชวังสวนจิตรลดาเพื่อรับนักศึกษาที่หนีเข้ามาพึ่งพระบารมีจากการกวาดล้างของเผด็จการทหาร หลังจากกองกำลังเปิดฉากยิงนักศึกษาผู้ประท้วง

ในปี2535ชาวไทยได้รับชมโทรทัศน์ผู้นำทางทหารที่ใช้อำนาจทำรัฐประหารและใช้กองกำลังทหารติดอาวุธยิงใส่ผู้ประท้วงชนชั้นกลางซึ่งไร้อาวุธที่ออกมาประท้วงต่อต้านเขา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ผู้นำทหารและผู้นำการประท้วงเข้าเฝ้าฯ หลังจากมีพระราชดำรัสให้ยุติความขัดแย้ง ผู้นำการรัฐประหารได้สละอำนาจลง

ดินแดนแห่งรอยยิ้ม

ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่ได้ตกเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศตะวันตกนักล่าเมืองขึ้น เป็นประเทศที่สนับสนุนสหรัฐฯในระหว่างทำสงครามเวียดนาม เป็นประเทศชายแดนติดกับพม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ดินแดนแห่งรอยยิ้มแห่งนี้มีรอยยิ้มให้เห็นเป็นปกติ กระทั่งเกิดบรรยากาศหน้าทางการเมืองอย่างในเวลานี้

การสร้างฐานะทางการเงินสำหรับเศรษฐกิจแบบใหม่มาจากค่าจ้างแรงงานที่ถูกแต่มีทักษะช่วยให้ประเทศไทยเข้าสู่ระดับโรงงานโลกที่สร้างผลผลิตตั้งแต่รถยนต์ไปยันดิสค์ไดรฟ์ จากการเปิดเผยของไมเคิล ดูนน์ กรรมการผู้จัดการเอเชียแปซิฟิคของเจ.ดี.พาวเวอร์แอนด์แอสโซซิเอต ซึ่งมีฐานในเซี่ยงไฮ้ บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารการตลาด"ที่นี่เป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมญี่ปุ่น--ที่นี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว"เขากล่าว

ในปี2521เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัว10%เป็นครั้งแรก จากปี2530-2536มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย10.1% ไม่มีที่ไหนทำได้แบบนี้นอกจากที่จีน

วิกฤตอัตราแลกเปลี่ยน

แม้ว่าไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีเยี่ยมดังกล่าวมาแล้ว แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นในช่วงหลังของทศวรรษ2533"ไทยตกลงไปในหลุมพรางหนี้สินลึกเกินไป,มีการลงทุนในโครงการจำนวนมากที่ไม่เหมาะสม และมีการปล่อยให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์จนนำไปสู่การวิบัติ"UNDPหรือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติรบุในรายงานเมื่อปี2550

ในเดือนกรกฎาคม2540ไม่สามารถที่จะตรึงระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลเงินบาทไว้ได้ต่อไป จากที่มีอัตราแลกเปลี่ยนตายตัวที่25บาทต่อ1ดอลลาร์ ภายในเวลา6เดือนค่าเงินบาทดิ่งลงฮวบฮาบ และกว่าครึ่งหนึ่งของหนี้สินที่ถูกปล่อยสินเชื่อโดยธนาคารไทยกลายเป็นหนี้เสีย หลายร้อยบริษัทล้มละลายลง

ภายในชั่วสัปดาห์ความโกลาหลในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนลุกลามไปทั่วทั้งเอเชีย จากที่เคยเป็นมหัศจรรย์แห่งเอเชียตะวันออก วิกฤตการณ์ครั้งนั้นก็สร้างวิกฤตการณ์ทางการเงินไปทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียเช่นกัน

สวรรค์วันหยุดพักร้อน

ประเทศไทยเป็นที่ที่มีวัดส่องแสงสีทองอร่ามและมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ เป็นแหล่งที่ดึงดูดใจบรรดานักท่องเที่ยว เต็มไปด้วยความหลายหลาก ตั้งแต่โรงแรม5ดาวไปยันบังกาโลว์มุงสังกะสี มีบาร์สำหรับเต้นรำ ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว14.6ล้านคน และทำรายได้กว่า27.4พันล้านดอลลาร์เมื่อปีกลาย จากการเปิดเผยของรัฐบาลระบุว่า จากเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงต่างๆจะมีผลกระทบต่อสวรรค์วันหยุดของนักท่องเที่ยว ให้ลดจำนวนผู้มาเยือนลงเหลือราว10ล้านคนในปีนี้

ประเทศไทยมีการขยายโรงงานออกไปมาก อย่างเช่น โรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า อิซูซุ ฮอนด้า เจเนรัลมอเตอร์ส์ และฟอร์ด ผลิตรถยนต์มากกว่า1.4ล้านคัน มูลค่ามากกว่า20พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว และส่งออกไปจำหน่ายยัง130ประเทศทั่วโลก จากการเปิดเผยของเจ.ดี.พาวเวอร์

ในท่ามกลางความเจริญมั่งคั่ง ช่องว่างระหว่างผู้มั่งมีกับคนยากจนก็ถ่างกว้างขึ้น ในขณะที่นักลงทุนที่มีฐานที่อยู่ในกรุงเทพฯพากันร่ำรวยในปีที่เศรษฐกิจบูม ทว่าชาวนาตามชนบทก็ไม่ได้ประโยชน์โภชน์ผลอะไรไปด้วย อัตรารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของชาวนครหลวงกรุงเทพฯอยู่ที่35,000บาทในปี2550จากการเปิดเผยของสำนักงานสถิติแห่งชาติ แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีรายได้ต่อครัวเรือนเพียง340ดอลลาร์ และในนี้ราว13%มีรายได้น้อยกว่า1.35ดอลลาร์ตต่อวัน จากการเปิดเผยของสำนักงานเกี่ยวกับความยากจนระบุ

รหัสสีแห่งความขัดแย้ง

นั่นเป็นเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองของคนในประเทศให้แบ่งแยกด้วยสี สีเหลืองมีฐานหลักในกรุงเทพฯ นครหลวงของไทยที่มีประชากรราว9ล้านคน เมืองที่มีการจราจรติดขัดคับคั่ง ที่ที่มีรถเมอร์ซีเดสเบ๊นซ์หรูหราขับไปเคียงข้างกับรถตุ๊กตุ๊ก บางครั้งคราวก็มีช้างร่อนเร่ขอทานริมถนน

ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามใส่เสื้อสีแดง เป็นประชากรส่วนใหญ่ที่ยากจน และส่วนใหญ่มีฐานที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พวกเขาสนับสนุนทักษิณ อายุ59 นักธุรกิจมหาเศรษฐีผู้ซึ่งออกจากประเทศไทยเมื่อ3ปีที่แล้วจากการถูกทำรัฐประหาร โดยทหารอ้างว่าเขาคอร์รัปชั่น ผู้นำเสื้อแดงบอกว่ามันไม่ใช่สีของการปฏิวัติอะไรที่ไหนหรอก เขาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ให้เผอิญว่าสีแดงนั้นมันขับผิวดำของเขาให้เด่นขึ้น

ในการเลือกตั้ง4ครั้งที่ผ่านมานับจากปี2544ถึง2550ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงพากันเทคะแนนสนับสนุนทักษิณ ใน3ครั้งที่ผ่านมารัฐบาลจากการเลือกตั้งถูกโค่นจากอำนาจโดยผสมผสานกันจากการประท้วงบนท้องถนน,การกดดันจากทหาร และการตัดสินจากศาล

ปลดปล่อยชนบท

ในปี2541ทักษิณ ซึ่งเป็นอดีตตำรวจและก้าวมาเป็นมหาเศรษฐีธุรกิจการสื่อสารได้ตั้งพรรคการเมืองของเขาชื่อไทยรักไทย จากนั้นอีก3ปีพรรคของเขาชนะการเลือกตั้ง248ที่นั่งจากทั้งหมด500ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร

ภารกิจแรกของรัฐบาลทักษิณก็คือการให้สินเชื่อขนาดย่อมแก่หมู่บ้านเพื่อเริ่มต้นธุรกิจชุมชน และแนะนำโครงการสุขภาพราคาถูก ซึ่งได้รับการต้อนรับจากหมู่ประชาชนที่ยากไร้ขนานใหญ่ เพราะไทยมีผู้ติดเชื้อHIVอยู่ราว1.4% จากการคาดการณ์ของสหประชาชาติในปี2551 ขณะเดียวกันก็ส่งตำรวจออกปราบปรามผู้ค้ายาขนานใหญ่ ประชาชนกว่า2,500คนตายในปฏิบัติการนั้น ซึ่งผู้ที่ตายก็ไม่ใช่ว่าทั้งหมดที่พัวพันกับการค้ายาเสพติด ปฏิบัติการนั้นถูกประณามจากองค์การนิรโทษกรรมสากลว่าโหดร้ายทารุณ

ในปี2549ทักษิณชนะการเลือกตั้งกลับมาอีกครั้ง โดยคว้าเก้าอี้ในสภามากกว่า377ที่นั่ง และในปีเดียวกันนั้นเอง ผู้นำเสื้อเหลืองคือสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตผู้สนับสนุนทักษิณเริ่มต้นการประท้วงบนท้องถนนเพื่อต่อต้านนายกรัฐมนตรีทักษิณ โดยกล่าวโจมตีว่าทักษิณใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกื้อหนุนผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง

บอยคอตการเลือกตั้ง

ในเดือนมกราคม2549ครอบครัวของทักษิณขายหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คือบริษัท ชินคอร์ปแก่เทมาเส็กโฮลดิ้ง ซึ่งเป็นสำนักการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ด้วยมูลค่า2.15พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งดีลการซื้อขายดังกล่าวคนในตระกูลชินว้ตรไม่ต้องจ่ายภาษี กลายเป็นการจุดประเด็นโจมตีจากเสื้อเหลืองในกรุงเทพฯที่นำโดยเจ้าของสถานีโทรทัศน์คือสนธิ ลิ้มทองกุล ทักษิณกล่าวว่าการประท้วงนั้นแรงจูงใจที่แท้จริงของสนธิเกิดจากพลาดหวังไม่ได้สัมปทานสถานีโทรทัศน์ที่เขาปฏิเสธไม่ช่วยเหลือ

ทักษิณแสดงความรับผิดชอบโดยการยุบสภาเลือกตั้งใหม่แบบกระทันหัน ส่งผลให้พรรคการเมืองใหญ่3พรรคบอยคอตไม่เข้าแข่งขันส่งผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง หลังจากทักษิณชนะการเลือกตั้งแบบไร้คู่แข่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ทรงส่งสัญญาณการเข้ามามีบทบาททางการเมืองเป็นหนแรกนับจากปี2535ที่เกิดการนองเลือดขึ้น พระองค์ท่านทรงมีพระบรมราโชวาทในเดือนเมษายนว่าการเลือกตั้งไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะว่าไม่มีฝ่ายค้านลงเลือกตั้ง หลังจากนั้น2สัปดาห์ศาลได้ตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และทักษิณคงยังเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการบริหารประเทศต่อไป

ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคม คณะทหารเข้าทำการรัฐประหารยึดอำนาจเสียก่อนในวันที่19กันยายน2549 ระหว่างที่ทักษิณอยู่ในมหานครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ

พลังประชาชน

ในเดือนธันวาคม2550รัฐบาลที่คณะรัฐประหารสนับสนุนได้จัดการเลือกตั้งใหม่ขึ้น ขณะที่พรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณชื่อพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์2551ทักษิณเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เขาต้องเดินทางออกนอกประเทศ6เดือนหลังจากนั้นเพื่อหลีกหนีการดำเนินคดีฐานคอรัปชั่น โดยระบุว่าเขาได้รับการพิจารณาตัดสินที่ไม่เป็นธรรม ในเดือนตุลาคม2551เขาถูกตัดสินให้จำคุก2ปีโดยศาลตัดสินว่าเขาใช้ตำแหน่งขณะเป็นนายกรัฐมนตรีช่วยให้ภริยาซื้อที่ดินของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีคนแรกของพรรคพลังประชาชนคือสมัคร สุนทรเวช อายุ74ปีพ้นตำแหน่งหลังจากอยู่มา9เดือน โดยศาลตัดสินเกี่ยวกับเรื่องเงิน--ว่าเขามีรายได้ราว2,345ดอลลาร์จากการเป็นผู้ดำเนินรายการทำกับข้าวทางโทรทัศน์ พรรคเลยเลือกน้องเขยของทักษิณคือสมชาย วงศ์สวัสดิ์ วัย61ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยผ่านการโหวตของสภาฯ

ในเดือนพฤศจิกายน เสื้อเหลืองที่โทโสผู้อ้างว่าทักษิณซื้อเสียงจากชาวนาผู้โง่เขลาบุกเข้าปิดสนามบินหลัก2แห่งในกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างมากกว่า400,000คนเป็นเวลากว่าสัปดาห์ และสร้างความเสียหายให้ประเทศมากกว่า8พันล้านดอลลาร์(ราว270,000ล้านบาท)จากการขาดรายได้จากผู้โดยสารทางอากาศและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้จากการเปิดเผยของธนาคารแห่งประเทศไทย

การประท้วงที่ท่าอากาศยาน

หลังจากนั้น1สัปดาห์ ศาลได้ตัดสินให้ยุบรัฐบาลจากข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อเสียง จากการส่งฟ้องของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่บชี้ว่านักการเมืองอาวุโสของรัฐบาลบางรายถูกตรวจสอบพบว่ากระทำผิดฐานซื้อเสียง ทำให้การประท้วงปิดสนามบินต้องยุติลงไปด้วย

ในเดือนกรกฎาคมมีการออกหมายเรียกดำเนินคดีแกนนำเสื้อเหลืองที่นำการประท้วงยึดสนามบิน ซึ่งมีการดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับกฎหมายการเดินทางทางอากาศ และกฎหมายระหว่างประเทศที่ไทยได้ลงนามผูกพันไว้ด้วย จากการรายงานของหนังสือพิมพ์ไทย ผู้ถูกดำเนินคดีนั้นก็รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย นายกษิต ภิรมย์ด้วย โดยเขารีบไปรายงานตัวต่อตำรวจในวันที่6กรกฎาคมเพื่อรับฟังข้อกล่าวหา โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ธานี ทองภักดีได้ยืนยันกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก กษิตเพิ่งบอกกับนักข่าวในกรุงเทพฯเมื่อเร็วๆนี้ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด โฆษกกระทรวงกล่าวว่าใครที่ไปขึ้นเวทีต่อหน้าฝูงชนในการประท้วงยึดสนามบินระหว่างการประท้วง ก็ควรยังต้องมีตำแหน่งรัฐมนตรีได้ต่อไป

บอนไซประชาธิปไตย

"ประเทศไทยมีการบอนไซประชาธิปไตย"จรัล ดิษฐาภิชัย แกนนำเสื้อแดงกล่าว"เมื่อไหร่ที่ประชาธิปไตยเจริญเติบโต ใครบางคนก็จะตัดตอนให้มันแคะแกรน"

ในเดือนเมษายนเสื้อแดงพากันลุกฮือประท้วงเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่ และขวางการจัดประชุมอาเซียนซัมมิตในเมืองพัทยา การประชุมนี้เต็มไปด้วยผู้นำเอเชียที่ทรงอิทธิพล รวมทั้งนายกรัฐมนตรีจีนเหวินเจียเป่า พากันหนีออกที่นั่นด้วยเฮลิคอปเตอร์

แม้ว่าทักษิณซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัยในต่างประเทศจะกล่าวต่อผู้สนับสนุนเขาที่ลุกฮือขึ้นประท้วงผ่านทางภาพที่เผยแพร่มายังที่ประท้วง โดยเรียกขานการลุกฮือประท้วงครั้งนั้นว่า"ปฏิวัติประชาชน"หรือการ"ทำการยึดอำนาจโดยประชาชน"หรือไม่ก็ตาม ทักษิณ--ผู้ซึ่งลี้ภ้ยอยู่ที่ไหนไม่แน่ชัด--ก็ระมัดระวังเสมอที่จะกล่าวสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

คำกล่าวของเขานั้นสอดคล้องกับผู้นำชาวคลองเตยกว่า80,000คน ครูประทีป อึ๊งทรงธรรมฮาตะ สตรีที่มีความสูง5ฟุต(152เซ็นติเมตร)นักกิจกรรมผู้ที่รู้จักกันดีในประเทศไทยว่าเป็น"เทพธิดาสลัม"ผู้เกิดในคลองเตย ใช้ชีวิตวัยรุ่นในการจัดการชุมชนสลัมให้ชาวสลัมได้มีบ้านพักอาศัย และเป็นแกนนำการเรียกร้องประชาธิปไตยในปี2535

ไม่มีความหวัง

"ในอดีตนั้นประชาชนไร้ความหวัง"ประทีป วัย57กล่าว"แต่หลังจากทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ประชาชนก็ได้เห็นประชาธิปไตยที่สัมผัสและกินได้ พวกเขามีสุขภาพที่ดีขึ้น มีอาหารมากขึ้นและมีโอกาสที่จะมีงานทำ แต่เดี๋ยวนี้ประชาชนพบว่าประชาธิปไตยนั้นมี2ระดับชั้น"

ประเทศไทยมีประชากรมากกว่า95%เป็นชาวพุทธ ตอนนี้มีปัญหาทางด้านความมั่นคง--อันเนื่องมาจากความไม่สงบใน3จังหวัดภาคใต้ติดกับพรมแดนมาเลเซียลุกขึ้นเรียกร้องการปกครองตนเอง คาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า3,400คนนับจากปี2547เป็นต้นมา อภิสิทธิ์กล่าวว่าไทยอาจอนุญาตให้มีการปกครองตนเองมากขึ้น รวมทั้งให้ใช้กฎหมายชาเรียะห์ซึ่งเป็นกฎหมายอิสลามเพื่อลดเหตุการณ์ไม่สงบลงมา

เมื่อเปรียบเทียบกัน การขับเคี่ยวต่อสู้ระหว่างเหลือง-แดงก็นับว่าปัญหาน้อยกว่ามากนัก ในปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งเพียง7ราย และหลายร้อยคนบาดเจ็บในการปะทะบนท้องถนน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาสนธิผู้นำเสื้อเหลืองก็เพิ่งรอดพ้นการสังหารด้วยการระดมยิงใส่รถที่เขานั่งมากว่า50นัดจากมือปืนมาได้ ขณะที่ผู้นำเสื้อแดงอ้างว่าคนเสื้อแดงอย่างน้อย10คนถูกสังหารไประหว่างการประท้วงในเดือนเมษายนเช่นกัน

การคาดเดาถึงพระพลานามัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงอยู่เหนือการเมืองเรื่องที่มีการขัดแย้งกัน เมื่อปีกลายการไม่ปรากฎพระองค์ในพระราชพิธีสำคัญหลายครั้ง ทำให้สื่อมวลชนต่างประเทศพากันคาดเดาไปถึงพระพลานามัยของพระองค์ เมื่อวันที่5ธันวาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงไม่ได้เสด็จลงพระราชทานพระราโชวาทต่อพสกนิกรชาวไทยเป็นหนแรกในวาระเฉลิมพระชนม์พรรษา พระองค์ท่านมีพระวรกายที่ค้อมลงด้วยทรงพระชราภาพ ปรากฎพระองค์ล่าสุดในเดือนมิถุนายนในการพระราชพิธีทางพุทธศาสนาเพื่อเสด็จพระราชกุศลแด่พระเชษฐาที่สวรรคต และในวโรกาสได้รับรางวัลด้านสิทธิบัตรจากภาพข่าวประจำพระราชสำนักเมื่อวันที่24มิถุนายน

ส่วนงานของรัฐบาลยังคงมีเสถียรภาพในมือของนายกรัฐมนตรีวัย44อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำซึ่งสะท้อนภาพของนักการเมืองสหราชอาณาจักร เกิดในนิวคาสเซิล อังกฤษ เป็นบุตรของศาสตราจารย์นายแพทย์ เขาเรียนที่อีตันคอลเลจ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีนายกรัฐมนนตรีอังกฤษ18คนเคยเรียนที่นั่น ก่อนจะมาจบปริญญาสาขาการเมือง ปรัชญาและเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด

ดาวรุ่ง

อภิสิทธิ์กลับสู่ประเทศไทยในปี2529เขาเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนนายร้อยจปร.ก่อนจะลงเลือกตั้งในปี2535กับพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เป็นพรรคศูนย์กลาง-ขวาคือประชาธิปัตย์

อภิสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคที่เชิดชูระบบรัฐสภาที่เดินตามระบบรัฐสภาอังกฤษ ในปี2540หลังประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลผสมและมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่ให้อำนาจแก่สภามากขึ้น เขาได้เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย

ในปี2548เพียง4ปีให้หลังที่ประชาธิปัตย์สูญเสียอำนาจให้กับพรรคทักษิณ อภิสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้าน รัฐบาลผสมของเขาตอนนี้มี280จากทั้งหมด480เสียงในสภา ส่วนพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณตอนนนี้ชื่อพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นพรรคการเมืองที่มีส.ส.มากที่สุดในเวลานี้

เพื่อให้การเมืองสงบลง อภิสิทธิ์ได้เสนอแผนการให้เกิดปรองดองกันขึ้น รวมทั้งกำหนดการเลือกตั้งใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง อาจเป็นไปได้ที่จะมีการนิรโทษกรรมทางการเมือง และให้คำมั่นจะจัดการเลือกตั้งใหม่หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เสถียภาพการเมือง

"คำถามก็คือ:รัฐบาลจะสามารถรับประกันว่าจะประสบผลสำเร็จทั้งการสืบพระราชสันตติวงศ์และทำให้การเมืองมีเสถียรภาพได้หรือไม่?"แคนเตอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์ กล่าว"นี่จะนำไปสู่เรื่องที่ง่ายขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ปกติ แทนที่จะนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจ"

เสถียรภาพเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นข่าวที่รอคอยสำหรับผู้ประกอบการอย่างบิลล์ ไฮเนคเก้ นักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เครือโรงแรมและภัตตาคารซึ่งเป็นที่สนพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงเข้าไปถือหุ้นไว้ราว4%

บุตรชายของนักข่าวเสียงอเมริกา,ไฮเนคเก้มาที่กรุงเทพฯตั้งแต่วัยรุ่นในยุคทศวรรษ2503 ตอนนี้ธุรกิจของเขามีโรงแรมในเครือ27แห่ง รวมทั้งโรงแรมโฟร์ซีซั่นและแมริออต และเครือรีสอร์ตอนันธารา

ในการประท้วงปิดสนามบินเมื่อเดือนธันวาคม ยอดผู้เข้าพักของแมริออต กรุงเทพฯตกลงมามีผู้เข้าพักเพียง20%จาก80% และฟื้นตัวเป็นยอดผู้เข้าพัก65%ในไตรมาสแรกปีนี้ หุ้นMINORขึ้นมาราว700%จากปี2541ถึงปี2551 ปีนี้ตกลง1%ซื้อขายที่ราคา7.8บาทเมื่อวันที่7กรกฎาคม

กลับไปสู่ธุรกิจ

เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติกลับมา อภิสิทธิ์ใช้เวลาไปฮ่องกง1วันเมื่อ15พฤษภาคม และตามมาด้วยการไปสิงคโปร์ และจีนในเดือนมิถุนายน

"ประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อไปและกลับมาสู่ธุรกิจ"เขากล่าวต่อที่ประชุมสื่อมวลชนในฮ่องกง อภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ดี"ผมบอกคุณได้เลยว่าพระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ดียิ่ง ความต่างๆทรงทราบถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและทรงพิจารณาได้สอดคล้องเหมาะสมต่อสถานการณ์"

ในการสัมภาษณ์ในทำเนียบรัฐบาลที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอิตาลีเมื่อ5วันก่อน อภิสิทธิ์ได้เปิดเผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ลงพระนามให้พระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวขึ้นสืบราชบัลลังก์

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว

เราเดินทางไปเยือนบ้านของนักลงทุนเซียนหุ้นเฟเบอร์700กิโลเมตรทางเหนือของกรุงเทพฯ ไฮไลต์ของการไปหนนี้ก็มีทั้งมนต์เสน่ห์ของประเทศไทย และความเสี่ยงในอนาคตของการลงทุน

เฟเบอร์เป็นคนสวิสโดยกำเนิดเดินทางมาเที่ยวไทยเมื่อ36ปีก่อน และย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่เมื่อปี2543 ทุกวันนี้เขามีชีวิตราวกับท่านบารอนผู้โอ่อ่ามั่งคั่ง มีหนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรกของอาดัม สมิธเรื่องความมั่งคั่งแห่งชาติวางอยู่ข้างๆ บนเรือนไม้สักริมแม่น้ำปิง นอกกำแพงเมืองโบราณอายุนาน1,000ปีของกำแพงคูรอบนครเชียงใหม่

เมื่อพลบค่ำลงมาในนครที่มีวัดส่องประกายสีทอง เฟเบอร์ตัดสินใจออกไปหาละเลียดเบียร์ โดยโดดขึ้นคร่อมคาวาซากิขนาด1,150ซีซี มอเตอร์ไซค์คู่กาย ไม่กี่นาทีก็มาถึงบาร์ติดแสงไฟนีนอน ที่ซึ่งมีเพื่อนสาวจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือผู้ยากจนมานั่งคอยเอาอกเอาใจอย่างฉันมิตร โดยเธอเป็น"สาวนั่งดริ๊งค์"ในราคาเพียง80บาท

สูงขึ้นไปจากพื้นถนน10เมตรนั้นมีภาพเขียนพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตระหง่านอยู่พร้อมกับข้อความ"ทรงพระเจริญ" นี่เป็นความรู้สึกของนักลงทุนแบบไทยๆ พวกเขาคงต้องยอมรับอย่างเงียบๆว่า แดนแห่งรอยยิ้มนี้ก็คงวันใดวันหนึ่งที่ต้องหลั่งน้ำตาให้กับการผลัดแผ่นดินเปลี่ยนรัชกาล
ติดต่อผู้สื่อข่าวที่เขียนรายงานข่าวนี้: William Mellor in Hong Kong at wmellor@bloomberg.net; Daniel Ten Kate in Bangkok at dtenkate@bloomberg.net

Thursday, July 9, 2009

ครม.ไฟเขียว"รองนายกฯ"สั่งจ่ายงบฯกลางเพิ่มได้900ล. สำนักงบฯติงควรมีหลักเกณฑ์ชัดเจน

ที่มา มติชนออนไลน์ครม.อนุมัติร่างระเบียบสำนักนายกฯเพิ่มวงเงินให้รองนายกฯสั่งจ่ายงบฯกลางจาก 100 ล้านเป็น 900 ล้านต่อปี อ้างเพื่อความคล่องตัว-แก้ปัญหาได้ทันที สำนักงบฯติงควรมีหลักเกณฑ์ชัดเจน เหตุมีงบฯปกติอยู่แล้ว


นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการกำกับดูแลและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค (ฉบับที่ ...) พ.ศ... ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ และให้ส่งร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีให้คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย และร่างอนุบัญญัติที่เสนอต่อ ครม. ตรวจพิจารณาโดยให้รับความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปประกอบการพิจารณาด้วย


สาระสำคัญของร่างอยู่ที่การกำหนดให้รองนายกฯสามารถอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นให้แก่หน่วยงานของรัฐวงเงินไม่เกิน 900 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเพิ่มเติมจากระเบียบฉบับเดิม ที่อนุมัติวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี เท่านั้น นอกจากนี้ยังกำหนดให้รองนายกฯแต่ละคนเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองความเหมาะสม และความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินด้วย


การดำเนินงานดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2552 วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่มีมติให้แก้ไขระเบียบเพื่อเป็นการสนับสนุนงบประมาณตามอำนาจของรองนายกฯ ให้สามารถแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และเพื่อประโยชน์ในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่เป็นไปด้วยความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ระเบียบฉบับนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2547 แต่ขณะนี้สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมากขึ้น จะมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มวงเงินให้มากขึ้น ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้เสนอเรื่องเข้ามา แต่ยืนยันว่าการอนุมัติเงินจะทำได้แค่ 900 ล้านบาทต่อปี เท่านั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการนำเสนอเรื่องดังกล่าว สำนักงานปลัดสำนักนายกฯอ้างเหตุผลการขยายกรอบวงเงินครั้งนี้ว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รองนายกฯและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค โดยแบ่งพื้นที่ตามเขตตรวจราชการ ซึ่งแต่ละคนอาจมีจำนวนเขตและจังหวัดมากน้อยแตกต่างกัน


ทั้งนี้ กรอบวงเงินในการสนับสนุนงบประมาณจะอ้างอิงจากจำนวน รองนายกฯทำให้การจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีอาจไม่สัมพันธ์และสอดคล้องกับจำนวนรองนายกอย่างแท้จริง ประกอบกับคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ได้มีมติเห็นควรให้มีการพิจารณากำหนดกรอบวงเงินในการอนุมัติจัดสรรเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน และเกิดประโยชน์สุขของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง เหมาะสมสอดคล้องกับคำสั่งของนายกฯ ประกอบกับคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานที่ผ่านมา ได้กำหนดให้มีการดำเนินงานเป็นคณะสำหรับรองนายกฯแต่ละคนด้วย


อย่างไรก็ตาม ในการนำเสนอเรื่องครั้งนี้สำนักงบประมาณได้ให้ความเห็นว่า การแก้ไขระเบียบขยายวงเงินการอนุมัติของรองนายกฯดังกล่าว ควรพิจารณาความสามารถในการเบิกจ่ายเงิน เนื่องจากการบริหารงบประมาณในพื้นที่ส่วนภูมิภาค ยังมีงบปกติของจังหวัด และกลุ่มจัดสรรให้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพิ่มกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อชดใช้เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ดังนั้น งบประมาณที่ใช้ในภารกิจกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกฯ ควรมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ใช่งบประมาณซ้ำซ้อนกัน และสามารถจัดสรรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด


นอกจากนี้ ครม...เห็นชอบหลักการระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามโครงการไทยเข้มแข็งด้วย โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ครม.เห็นชอบหลักการระเบียบสำนัก เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งโดยสาระแล้วคือ การกำหนดแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นกรองและการใช้จ่ายเงินตามโครงการไทยเข้มแข็ง จะมีขั้นตอน กระบวนการ วิธีการที่รัดกุมเหมือนกับที่ได้เคยชี้แจงต่อสภาและประชาชน ฉะนั้น ก็จะเป็นหลักประกัน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการต่างๆ หรือในกรณีที่มีเงินเหลือจ่าย ก็จะต้องคืนกระทรวงการคลัง หมายความว่าการคุมเรื่องการใช้จ่ายตามโครงการไทยเข้มแข็ง จะมีความเข้มไม่แพ้กระบวนการงบประมาณ


นายกฯกล่าวว่า สำหรับการดำเนินการขั้นต่อไป ในเรื่องการเปิดจองพันธบัตร จะเริ่มต้นในสัปดาห์หน้าและในวันที่ 14 กรกฎาคม กระทรวงการคลังจะสรุปโครงการทั้งหมดที่จะดำเนินการในรอบแรกตาม พ.ร.ก.กู้เงิน บวกกับขั้นตอน ระเบียบ วิธีการ ในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วให้เป็นไปตามเป้าหมายของการกระตุ้นเศรษฐกิจตามโครงการไทยเข้มแข็ง นอกจากนี้ ในส่วนของการหยุดยาว 5 วันที่ผ่านมา รายงานเบื้องต้นที่ส่งผลต่อการเดินทางโดยเฉพาะการเข้าพักในโรงแรม สายการบินในประเทศก็เป็นไปในทางบวก ซึ่งจะมีการนำตัวเลขที่ได้มาประเมินอีกครั้ง


ทางด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงที่พรรคว่า 6 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ตรงกันข้ามกลับสร้างหนี้จำนวนมหาศาลเฉลี่ยราย 5.6 หมื่นบาทต่อหัว โดยรัฐบาลใช้นโยบายการคลังที่แปลกประหลาด เช่น การกู้หนี้ยืมสินมากมายถึง 8 แสนล้านบาท การขึ้นภาษีสรรพสามิตรน้ำมัน โดยมองแบบง่ายๆว่าเมื่อเงินไม่พอก็บวกภาษีเข้าไป แต่ในระยะยาวจะกัดกร่อนเศรษฐกิจในภาพรวม เพราะจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง ซึ่งในความเห็นของพรรค รัฐบาลต้องมุ่งเน้นให้ประชาชนมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย ต้องช่วยให้ประชาชนมีรายได้ สร้างผู้ประกอบการให้เพิ่มมากขึ้น ต้องเลือกโครงการที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจริงๆ ในระยะยาวเพื่อจะทำผลกำไรและนำไปใช้หนี้ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลกลับไปเลือกโครงการประเภทประชานิยมเพื่อหวังผลการเมือง


นายปลอดประสพกล่าวว่า พท.จัดสัมมนาทางออกประเทศไทยหัวข้อ "ล้างหนี้ประเทศ สร้างรายได้ประชาชน" ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 10-11 กรกฎาคม นำโดยคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรค รวมถึงนายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จะร่วมบรรยายในหัวข้อเหลียวหลัง แลหน้า จับชีพจรเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ จะลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกลำไยใน จ.ลำพูน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและโอท็อปใน จ.ลำปาง ก่อนจะจัดสัมมนาทางเศรษฐกิจ พบปะผู้ประกอบการเพื่อรับทราบปัญหาทุก 3-4 กลุ่มจังหวัด ทุกสัปดาห์ ถือเป็นการคิกออฟเพื่อเตรียมเลือกตั้งภายใต้ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจนำการเมือง 1 นโยบาย 1 ยุทธศาสตร์ 1 กิจกรรรม ซึ่งหลังการสัมมนาทุกครั้งจะรวบรวมเป็นประเด็นเพื่อนำไปสู่การจัดทำนโยบาย จากนั้นจะส่งไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย

บังเอิญหรือจงใจ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ 1 ในผู้ต้องหาก่อการร้ายจากเหตุการณ์ม็อบบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ตอบคำถามในรายการช่อง 11 เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา

ว่าการจะลาออกหรือไม่ขึ้นกับ 3 ประเด็น

1.การตัดสินใจของตัวเองและทนายความ 2.พรรคประชาธิปัตย์ และ 3.นายกฯอภิสิทธิ์

อย่างไรก็ตามในเงื่อนไข 3 ข้อดังกล่าว

ข้อแรกตัดทิ้งไปได้เลย

ถึงสื่อจะยืนยัน นายกษิตเคยพูดไว้เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

"หากผมเป็น 1 ใน 21 แกนนำพันธมิตรฯที่จะถูกออกหมายจับ ก็พร้อมลาออกจากรัฐมนตรี เพราะต้องให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม"

ก็ตาม

แต่นายกษิต ยังคงเสียงแข็งว่าจะไม่ลาออกเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายตามที่ถูกกล่าวหา

ข้อที่ 2 ก็น่าจะตัดทิ้งไปได้เช่นกัน เพราะระดับแกนนำพรรคลงมาถึงระดับลิ่วล้อ ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่านายกษิตไม่จำเป็นต้องลาออกตอนนี้

เนื่องจากในทางกฎหมาย นายกษิตยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะตัดสิน

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเหลือแค่ข้อ 3 นั่นก็คือนายกฯอภิสิทธิ์จะตัดสินใจอย่างไรในกรณีดังกล่าว

จะปลดออกหรือให้อยู่ต่อ จากคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯที่ว่า จะตัดสินเองโดยไม่ต้องรอคำสั่งฟ้องหรือกระบวนการทางกฎหมาย

ยังค่อนข้างคลุมเครือ

แต่ที่ชัดเจนไร้ความคลุมเครือโดยสิ้นเชิงคือกฎเหล็ก 9 ข้อ ที่นายกฯ ให้ไว้กับครม.เมื่อตอนเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ๆ โดยเฉพาะวรรคทอง

"รัฐมนตรีทุกคนไม่มีสิทธิ์เหนือประชาชนคนอื่นในแง่ของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองนั้นจะต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย"

ไม่รู้บังเอิญหรือจงใจ กรณีกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอครม.วันที่ 9 ก.ค.นี้ ขออนุมัติงบ 679 ล้านบาทเพื่อชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ภาครัฐและเอกชน ใช้ช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้างช่วงม็อบปิดสนามบิน 2 แห่ง

พร้อมรายงานความเสียหายจากการสูญเสียรายได้ ของหน่วยงานรัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมการบินจากการปิดสนามบิน จำนวน 1.9 หมื่นล้านบาท ให้ครม.ทราบเพื่อพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

ไม่รู้บังเอิญหรือจงใจ ที่การออกหมายเรียกแกนนำพันธมิตรฯ และนายกษิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เกิดขึ้นหลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เดินทางไปพบนายฮุน เซน นายกฯกัมพูชา ถึง 2 ครั้งในช่วงเวลาห่างกันแค่ 2 สัปดาห์

ถ้าบังเอิญก็แล้วไป

แต่ถ้าจงใจ

เร็วๆ นี้เราคงได้เห็นรมว.การต่างประเทศคนใหม่แน่