WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, July 11, 2009

แดงตั้งเวทีอัดมาร์ค บุกไล่ทุกที่ ลุยถิ่น'เนวิน'วันนี้

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_18709

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กลุ่มคนเสื้อแดงใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ตั้งเวทีโจมตีนายกรัฐมนตรี และ'เนวิน' ก่อนไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่วันนี้ ประกาศเดินทางไปขับไล่ทุกที่ จนท.ตั้งด่านสกัดเข้ม ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 10 ก.ค. กลุ่มคนเสื้อแดง ใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้จัดเวทีปราศรัยโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมทั้งนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย โดยใช้ภาพที่ นายเนวิน กอดกับนายกรัฐมนตรี ไปติดไว้ด้านหลังเวที โดยมีข้อความหยุดย่ำยีหัวใจคนบุรีรัมย์ พร้อมประกาศว่าจะเดินทางไปทุกจุดที่นายกรัฐมนตรี เดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ในวันนี้ ( 11 ก.ค.) ​และเป็นที่น่าสังเกตว่า มีประชาชนไปชุมนุมจำนวนน้อยมาก โดยทางแกนนำเสื้อแดง อ้างว่ามีนายอำเภอ และ ข้าราชการของกรมการปกครองเข้าไปในทุกพื้นที่เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนชุมนุม แต่เชื่อว่าวันนี้ ​จะมีประชาชนเดินทางไปขับไล่นายกรัฐมนตรีมากกว่านี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตลอดเส้นทางเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ โดยในทุกจุดจะมีกลุ่มคนเสื้อน้ำเงิน ประจำอยู่ใกล้ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงค่ำวันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายองค์กรพิทักษ์สิทธิคนพิการผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล กว่า 300 คน ปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ ในซอยสุขุมวิท 31 เพื่อขอเจรจาเพิ่มโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล จากเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้กลุ่มผู้พิการร้อยละ 19 หรือ 460,000 เล่ม และเรียกร้องขอให้กระทรวงการคลังจัดพิมพ์สลากเพิ่มขึ้นอีก 100,000 เล่ม แกนนำคนพิการ ระบุว่า เพราะสลากกินแบ่งรัฐบาลมีราคาแพง รับซื้อจากยี่ปั๊วสูงถึงใบละ 100 บาท เมื่อนำมาจำหน่ายในราคา 110 บาท หรือ มากกว่า จะถูกจับกุม การพิมพ์สลากเพิ่มจะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้พิการ และทำให้ราคาสลากถูกลง

ด้าน พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เข้าเจรจากับผู้ชุมนุม เพื่อให้ย้ายออกจากบริเวณดังกล่าว แต่ผู้ชุมนุมไม่ยอม ขณะที่ผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่งทยอยเข้ามาสมทบ โดยมีรถจักรยานยนต์เป็นแนวหน้า แต่ถูกตำรวจสกัด ก่อให้เกิดความไม่พอใจกับผู้ชุมนุม แต่ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น สำหรับบรรยากาศที่บ้านพักของนายกรัฐมนตรี มีตำรวจนครบาล 6 ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยนายกรัฐมนตรี หลังกลับจากประเทศเวียดนาม ยังไม่ได้เดินทางมาที่บ้าน

ในเวลาต่อมา พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย และ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม หลังประสานงานไปยังปลัดกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับข้อร้องเรียนของกลุ่มผู้ค้าสลาก ที่จะให้ตัวแทนไปพบปลัดกระทรวงการคลัง ในวันที่ 13 ก.ค. เพื่อหาข้อสรุป ซึ่งทำให้ผู้ชุมนุมพอใจและยอมสลายการชุมนุม ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถอนกำลังออกไป โดยเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เสื้อแดงเชียงใหม่ชุมนุมค้านถอนประกันตัวแกนนำ

ที่มา ประชาไท

รักเชียงใหม่ 51 ชุมนุมคัดค้านการถอนประกันตัว 2 แกนนำ ที่ บช.ภ.5 และศาลากลางเชียงใหม่ “เพชรวรรต” ยันแค่สังเกตการณ์ผู้ชุมนุมไล่ รมว.สธ. ไม่เข้าเงื่อนไขถอนประกัน ผบช.ภ.5 แจงพนักงานสอบสวนยังไม่ถอน ด้านปลัดจังหวัดแก้ข่าวรอง ผวจ. ที่ให้สัมภาษณ์เรื่องถอนประกันตัวแกนนำ แจงไม่มีหน้าที่ถอนประกัน เป็นเรื่องของตำรวจ ผู้ชุมนุมเมื่อทราบแล้วจึงสลายตัว

ผู้ชุมนุมรักเชียงใหม่ 51 ระหว่างชุมนุมที่หน้า บช.ภ.5 ถ.มหิดล อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อ 9 ก.ค. โดยมีการนำโลงเปล่าเขียนชื่อวัฒนวิทย์ พรหมวนิช ติดไว้ด้วย เพื่อเป็นการไว้อาลัยนายวัฒนวิทย์ อายุ 26 ปี เป็นการ์ดอาสาให้กับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และเพิ่งเสียชีวิตจากอาการปอดบวมกะทันหันเมื่อ 8 ก.ค. ด้วย
ผู้ชุมนุมรักเชียงใหม่ 51 ที่หน้าอาคารศูนย์ราชการ ถ.โชตนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อ 9 ก.ค.
เมื่อ 9 ก.ค. 52 พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ได้เรียกตัวนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล และ นางกัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม สองแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ให้มารับทราบเงื่อนไขหลังจากได้รับการประกันตัวออกไปในคดีชุมนุมปิดถนนเพื่อเรียกร้องทางการเมือง เมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเงื่อนไขของตำรวจภาค 5 ให้แกนนำทั้ง 2 คน เซ็นรับทราบ คือ ห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ห้ามมิให้ผู้ต้องหาส่งเสริมหรือยุยง ยัวยุ ปลุกระดม ปลุกปั่นหรือกระทำการอันก่อให้เกิดความวุ่นวายต่อบ้านเมือง และห้ามมิให้ผู้ต้องหากระทำการใดๆ ที่จะเป็นอุปสรรคหรือจ่อก่อให้เกิดความ เสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน
อย่างไรก็ตาม นายเพชรวรรต และนางกัญญาภัค ไม่ยอมที่จะเซ็นรับทราบเงื่อนไขดังกล่าว ขณะเดียวกันกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ประมาณ 500 คนที่นัดชุมนุมกันหน้าที่โรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ หลังวัดพระสิงห์ฯ จ.เชียงใหม่ ได้เคลื่อนขบวนมาให้กำลังแกนนำรักเชียงใหม่ 51 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) ทางตำรวจได้นำกำลังตำรวจปราบจลาจลและรถดับเพลิง เกือบ 300 นาย ปิดประตูป้องกันไม่ให้คนเสื้อแดงบุกเข้ามา
ต่อมานายเพชรวรรต ได้ขึ้นปราศรัยกับผู้ที่มาชุมนุมให้กำลังใจบนหลังคารถ ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิดกันเนื่องจากมีตำรวจจะถอนประกันแกนนำรักเชียงใหม่ 51 ที่นำกลุ่มเสื้อแดงไปขับไล่ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่มาเยี่ยมโรงพยาบาลนครพิงค์ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อวันก่อน ซึ่งตนได้ชี้แจงกับ ผบช.ภ.5 แล้วว่า ตนและ ดีเจอ้อม ไม่ได้เป็นแกนนำพาคนไปชุมนุม แต่ไปสังเกตการณ์เท่านั้น พนักงานสอบสวนจะถอนประกัน จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
นายเพชรวรต กล่าวต่อว่า ส่วนเงื่อนไข 3 ข้อที่ทาง ผบช.ภ.5 ให้ตนและ ดีเจอ้อม เซ็นรับทราบนั้น จะยังไม่เซ็น เพราะถือว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบธรรม ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) ตนจะมอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ขอเซ็นรับเงื่อนไขของตำรวจทั้ง 3 ข้อ จากนั้นนายเพชรวรรต ได้กล่าวปราศรัย โจมตีนายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ ที่เป็นคนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า พนักงานสอบสวนควรจะถอนประกันแกนนำของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ทุกคดี เพราะนำคนเสื้อแดงไปบุกไล่ รมว.สาธารณสุข
ด้าน พล.ต.ท.สมคิด บญถนอม ผบช.ภ.5 ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 บุกเข้าไปก่อความวุ่นวายขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข มาตรวจราชการที่โรงพยาบาลนครพิงค์ว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวน กำลังรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกมาจับ ดีเจอ้วน หรือนายอภิชาติ อินสอน แล้ว 1 คน และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอีก 50 คน ในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการทำให้เสียทรัพย์
ส่วนการถอนประกันตัวแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่พาพรรคพวกไปบุกไล่ รมว.สาธารณสุขนั้น พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่าตอนนี้ทางทางพนักงานสอบสวนยังไม่มีการถอนการประกันตัว เพียงแต่แจ้งให้ผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัวออกไปในคดีเก่าให้ไปมาเซ็น รับทราบข้อเงื่อนไข 3 ข้อเท่านั้น ส่วนผู้ต้องหาจะไม่เซ็นรับเงื่อนไขก็เป็นสิทธิของเขาที่จะกระทำได้
จากนั้น เวลา 12.40 น. ผู้ชุมนุมจึงเดินทางไปไปสอบถามนายไพโรจน์ แสงภู่วงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากทราบว่านายไพโรจน์ เป็นผู้ให้ข่าวการถอนประกันตัวแกนนำ
โดยในเวลา 14.30 น. ตัวแทนกลุ่มเสื้อแดง มีนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล และนายประแสง มงคลศิริ แกนนำจาก จ.อุทัยธานี ได้ไปเจรจากับ นายชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ้งชี้แจงว่าไม่มีการถอนการประกันแต่อย่างได และแจ้งว่านายไพโรจน์ ติดราชการที่กรุงเทพฯ
ด้านนายสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ที่ออกมาเจรจาแจ้งว่า นายไพโรจน์ ไม่อยู่ ทราบว่าที่ให้ข่าวเพราะตามหลักสากลใครที่ฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำก็ต้องโดนถอนประกันตัว แต่ไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้ และตนเองก็ไม่ได้มีหน้าที่ในการถอนประกัน แต่อย่างได เป็นเรื่องของตำรวจ ผู้ชุมนุมจึงพอใจและแยกย้ายกลับเวลา 16.00 น.

สัมมนาเพื่อไทยที่เชียงใหม่ เน้นวิจารณ์รัฐบาลแก้เศรษฐกิจ

ที่มา ประชาไท

พรรคเพื่อไทยจัดสัมมนาระดับภาคที่เชียงใหม่ วิจารณ์นโยบายแก้เศรษฐกิจ โอฬารติงรัฐบาลควรเน้นจ้างงานมากกว่าแจกเช็คละลายเงิน แนะให้หารายได้เข้าประเทศ-เพิ่มสินเชื่อ-กระจายเงินลดรายจ่าย “สุชาติ ธาดาธำรงเวช” เผยผลงานรัฐบาล “กู้หนี้ ขึ้นภาษี ไล่บี้ทักษิณ” เผย “ทักษิณ” แนะมาร์คให้วางแผนหาเงิน-ปรับโครงสร้างหนี้-เมื่อ ศก.ฟื้นให้เฟ้นอุตสาหกรรมเด่นในโลกที่ไทยแข่งได้

เวลา 9.30 น. วานนี้ (10 ก.ค.) ที่โรงแรมพรพิงค์ทาวเวอร์ จ.เชียงใหม่ ได้มีการจัดประชุมสัมมนาพรรคเพื่อไทยภาคเหนือ ครั้งที่ 1 จ.เชียงใหม่ มีกรรมการบริหารพรรค ส.ส. สมาชิกพรรคและแกนนำเสื้อแดงในเชียงใหม่เข้าร่วม ทั้งนี้มีเครือญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้แก่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมครอบครัว คือ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ บุตรสาว รวมถึงนายพายัพ ชินวัตร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้อง พ.ต.ท.ทักษิณมาร่วมสังเกตการณ์
โอฬารติงรัฐบาลไปไม่ถูก จ่ายเช็คละลายแทนการสร้างงาน
เวลา 09.35 น.นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษหัวข้อ “เหลียวหลังแลหน้า จับชีพจรเศรษฐกิจไทย” ซึ่งการบรรยายมุ่งเน้นเปรียบเทียบการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยกับประเทศอเมริกา จีนและเกาหลีใต้ที่ระบุว่ารัฐบาลไทยแก้ปัญหาไม่ถูกทาง ทุ่มเงินแจกโดยไม่มีการหมุนเวียนกระจายรายได้เช่นกับ 3 ประเทศดังกล่าว ซึ่งเขามุ่งเน้นให้เกิดการจ้างงานมากกว่าที่จะละลายเงินแจกเช็คช่วยชาติหัวละ 2,000 บาท
ปัญหาที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดคือตัวเลขการส่งออกสินค้าลดลง และรายได้จากการท่องเที่ยวที่ลดลงมากถึง 1.2 ล้านล้านบาท และขณะนี้ระบบธนาคารของประเทศไทยยังสามารถใช้เป็นช่องทางในการแก้ปัญหาได้ก็ควรจะนำมาใช้
นายโอฬาร กล่าวอีกว่า ตนอยากเสนอแนะไปถึงรัฐบาลว่าควรใช้ 3 นโยบายหลัก คือหารายได้เข้าประเทศให้ได้ประมาณ 5 แสนล้านบาท นำนโยบายด้านสินเชื่อและอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสสุดท้ายให้ได้ประมาณ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้ประชาชนในทุกระดับทั้งชาวนา นักธุรกิจ พนักงานโรงงานได้รับเงินคืนประมาณ 5 แสนล้านบาท และสุดท้ายกระจายเงินลดรายจ่าย สร้างรายได้ ของรัฐบาล 2 แสนล้านบาท ให้ลงไปในแต่ละท้องถิ่นกว่า 7 หมื่นหมู่บ้านๆ ละ 20 ล้านบาท ทั้งนี้สิ่งที่ตนพูดนั้นถือว่าเป็นการชี้ทางให้ขึ้นสวรรค์ ฉะนั้นรัฐบาลต้องนำไปวิเคราะห์ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและรวดเร็ว อย่ามัวแต่มะงุมมะงาหรา
“สุชาติ ธาดาธำรงเวช” ชี้รัฐบาลทำ 3 อย่าง “กู้หนี้ ขึ้นภาษี ไล่บี้ทักษิณ”
ต่อมาในเวลา 10.25 น.ได้มีเสวนาเรื่อง “ทางออกประเทศล้างหนี้สร้างรายได้ให้ประชาชน” โดยผู้ร่วมเสวนาได้แก่ ดร.สุชาติ ธาดาดำรงเวช อดีต รมว.คลัง ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการการเงินการคลังวิปรัฐบาล นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่
ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า ตัวเลขจีดีพีของไทยปีนี้ติดลบ 7.1 % อัตราการว่างงาน 4 % คิดเป็นประมาณ 1.2 ล้านคน ซึ่งจะก่อให้เกิด 2 ปัญหาใหญ่ คือ เงินเฟ้อติดลบซึ่งแปลว่าขายของจะขาดทุนหรือต้องดัมพ์ราคา (ลดราคาต่ำกว่าทุนเพื่อทุ่มตลาด) เพื่อให้ขายได้ ลดการจ้างงานซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะเงินฝืดตามมา และที่รัฐบาลกล่าวอ้างว่าในไตรมาสที่ 4 จะดีขึ้นนั้นไม่ได้หมายความว่าคนจะกลับมามีงานมากขึ้น แต่เป็นเพราะไตรมาสก่อนหน้านี้ย่ำแย่จากการปิดสนามบินต่างหาก ซึ่งโดยสรุปแล้วปัญหาเกิดจากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ไม่มีทิศทาง รัฐบาลขาดวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาคนยากคนจน
สรุปแล้วรัฐบาลนี้ทำ 3 อย่างคือ กู้หนี้ ขึ้นภาษี ไล่บี้ทักษิณ ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่ตั้งรายจ่ายนอก งบประมาณที่ 8 แสนล้านบาท ในปี 2551 ยอดหนี้คนไทยอยู่ที่ประมาณ 52,399 บาท/คน คาดว่าปี 2557 ยอดหนี้อยู่ที่ 100,892 บาท/คน ขณะที่สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ติดลบเป็นแสนล้าน ดอกเบี้ยเงินฝากเพียง 1% แต่ดอกเบี้ยเงินกู้สูง 6-7 % ปัญหาคือโครงการเอสเอ็มแอลถูกตัดไปหมด โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคถูกตัดงบฯไป 5 หมื่นล้าน
"พ.ต.ท.ทักษิณได้มอบข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมายังรัฐบาลชุดนี้คือต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีทิศทาง จากนั้นวางแผนหาเงินแล้วเริ่มปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งหลังจากภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นไปแล้วให้ไปศึกษาอุตสาหกรรมโลกว่าอุตสาหกรรมประเภทใดที่เป็นดาวเด่นและอุตสาหกรรมใดที่เราไปแข่งขันไม่ได้ "ดร.สุชาติ กล่าว
รอง หน.เพื่อไทยชี้รัฐบาลเมิน OTOP-SMEs
ด้าน ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในส่วนของ OTOP และ SMEs นั้นถือเป็นรายกลางและรายเล็กที่อยู่ปลายทางนั้นไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล จากสถิติ OTOP ที่เป็นกลุ่มดาวรุ่งนั้นเดิมมีอยู่ถึง 7,300 รายที่ประสบความสำเร็จ บางส่วนมีการส่งออกไปต่างประเทศและยอดจำหน่ายระหว่างปี 2544-2547 ต่อเนื่องถึงปัจจุบันนั้นน่าจะมีถึงแสนกว่าล้าน แต่รัฐบาลกลับไม่ให้ความสำคัญเพราะเห็นเพียงว่าเป็นนโยบายฝ่ายตรงข้าม จึงขอวอนให้รัฐบาลเข้ามาส่งเสริม
สำหรับตัวเลขของหน่วยงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระบุว่าตัวเลขการส่งออกปีนี้นั้นติดลบถึง 19% นำเข้าติดลบ 24% แล้วปี 2553 จะเป็นบวกได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าต้นปีธุรกิจ SMEs ปิดตัวลงประมาณเดือนละ 3,000 ราย ไตรมาสที่ 3 ปิดตัวลงเพิ่มเป็น 5,000 ราย และปัจจุบันตัวเลขจดทะเบียนนิติบุคคลก็ลดลงตามลำดับ
“รัฐบาลนี้ปรับลดงบฯส่งเสริม OTOP และ SMEs ทั้งในส่วนของงบฯเพิ่มเติมปี 52 งบประมาณปี 53 และโครงการไทยเข้มแข็งระยะที่ 1 จากงบประมาณ 2 ล้านล้านบาทกลับนำมาช่วย SMEs และ OTOP เพียง 582 ล้านบาทซึ่งคือเป็นเงิน 0.02 % ที่กู้มาให้คนไทยเป็นหนี้เท่านั้น ธนาคาร SMEs ได้รับการเพิ่มทุน 5,000 ล้านบาทแต่เวลาไปขอกู้แสนยากลำบาก จึงอดคิดไม่ได้ที่จะคิดว่านำไปอุ้มรายใหญ่มากกว่า”ดร.ปานปรีย์กล่าว
ปึ้งหวังผู้ประกอบการ OTOP ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เชื่อ Medical Hub ยังขายได้
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของ OTOP นั้น ผู้ประกอบการน่าจะนำความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วยให้มาก เช่นออกแบบนำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับกระแสแพนด้าน้อยที่กำลังมาแรงชูเป็นจุดขาย หรือในส่วนของโครงการ Medical Hub หรือทำประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์นั้น ปี 2550 ตัวเลขชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการรักษาพยาบาลในประเทศไทยมีถึง 1.4 ล้านคน คิดเป็นรายได้ 3.6 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ปี 2546 มีคนไข้ต่างประเทศเข้ามารักษาในไทย 9.7 แสนคน คิดเป็นมูลค่ารายได้ 2.4 หมื่นล้านบาท หากพ.ต.ท.ทักษิณไม่โดนปฏิวัติไล่ออกประเทศรายได้จะเข้าประเทศถึง 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเราไม่มั่นใจว่าหลังจากนี้ไปรัฐบาลชุดนี้จะทำได้หรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
เยาวภาระบุถวายฎีกาเป็นความต้องการของประชาชนเอง
ด้านนอกที่ประชุม นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวกับผู้สื่อข่าว กรณีที่ประชาชนมีการล่ารายชื่อถวายฎีกาให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้กลับประเทศไทยนั้น ทางครอบครัวของเรามองว่าเป็นความต้องการของประชาชนทางเราไม่มีความคิดเห็น แต่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่วันนี้มีหลายคนตื่นตัว มองว่าเป็นเรื่องของน้ำใจที่เขาอาจประทับใจที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำงานในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวของเรารู้สึกประทับใจและขอขอบคุณทุกท่านที่มีน้ำใจ และอยากจะขออวยพรให้ พ.ต.ท.ทักษิณให้มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงมีกำลังใจที่เข้มแข็ง ซึ่งการมาประชุมพรรคครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอยู่ที่ต่างประเทศเป็นห่วงเรื่อง OTOP และ SMEs รวมถึงกองทุนหมู่บ้านซึ่งเป็นการแก้ปัญหาให้ประชาชนไว้ค้างเก่า และได้ส่งคำแนะนำมาให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประชาชนและยังส่งกำลังใจให้กับพวกที่อยู่ที่นี่ให้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป
โฆษกเพื่อไทยอัดประชาธิปัตย์เกาไม่ถูกที่คัน เพราะไม่ศึกษาปัญหา
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเดินสายสัมมนาทั่วประเทศของพรรคเพื่อไทย เพื่อศึกษาปัญหาของประชาชนในแต่ละภาค นำไปทำเป็นนโยบายในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ โดยจะทำนโยบายเฉพาะแต่ละภาค เช่น ในภาคอีสานมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ ก็จะเน้นทำนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด
"เราไม่ทำเหมือนรัฐบาลปัจจุบัน เพราะไม่มีการศึกษาปัญหาให้ดี จึงแก้ไม่ตรงจุด หรือเกาไม่ถูกที่คัน อย่างไรก็ตาม เท่าที่เราได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลนี้ ประเมินได้ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน เพราะปัญหาต่างๆ ที่รัฐบาลแก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ"
ส.ส.เลยฝันเลือกตั้งใหม่เพื่อไทยเกิน 300 ที่นั่ง
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังพยายามยื้อให้อยู่เป็นรัฐบาลได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จากการประเมินคาดว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ด้วยปัจจัยปัญหาต่างๆ ที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งกับพรรคร่วมรัฐบาล กรณีการจัดสรรงบประมาณ ที่สำคัญคือปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้
"ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก ราคาสินค้าเกษตรก็ตกต่ำ ที่สุดแล้วประชาชนก็จะลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ จึงเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในช้านี้ และเมื่อถึงตอนนั้นพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะเกิน 300 ที่นั่งและได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง"
ที่มา: เรียบเรียงจากกรุงเทพธุรกิจ และคมชัดลึก

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 11-17 ก.ค. 2552

ที่มา ประชาไท


วันดีคืนดี พี่กับน้องก็ทะเลาะกัน


ขออมหัวพี่โด้หน่อยนะ


ไม่ได้เหรอ ว้า หนูเล่นหน่อยเดียวเอง


(เอ๊ ลีอองนี่ พี่บอกว่าไม่ได้ๆ)


(ไม่ต้องมาจ้อง พี่ง่วง
!)


(ยังอีก)


งั้นหนูนอนด้วยก็ได้
(เด็กนี่มันพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ!)


จุ๊บๆ เราดีกันนะ
(อ่อนใจจริงๆ!)


ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 2 คทา การร่วมหุ้น ลงทุน การมีที่ปรึกษาหรือเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ มีสิ่งเริ่มต้นใหม่ๆ ทางการงาน การก้าวไปร่วมกัน
ความรัก ความสัมพันธ์ 8 คทา ในคู่รักมักมีการพูดคุยหรือวางแผนเกี่ยวกับอนาคต การขยายขอบเขตความสัมพันธ์ออกไปอีกขั้น อาจมีการร่วมงาน ร่วมทุนทางธุรกิจ หรือแนะนำอีกฝ่ายกับครอบครัวตัวเอง
สถานการณ์การเงิน Strength เป็นเวลาที่ต้องยับยั้งชั่งใจ ต้องควบคุมตัวเอง ต้องมีวินัยเรื่องค่าใช้จ่าย แต่โดยทั่วไปถือว่าจัดการสิ่งต่างๆ ได้ดีอยู่
ธุรกิจ การงาน 3 ถ้วย ได้รับความเบิกบานใจ ทำงานกับคนที่เป็นมิตร มีบรรยากาศรื่นเริง บางคนได้ของขวัญของฝาก ได้ลาภจากการทำงาน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 10 ดาบ ระวังการทำงานร่วมกับคนหมู่มาก หรือปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้น มีความซวยเกิดเป็นโดมิโน่

คำแนะนำพิเศษ 7 คทา ต้องเข้มแข็งและอดทน สู้กับอุปสรรคไปอีกพักใหญ่ เป็นช่วงที่เน้นความแข็งแรงของกายและใจ เตรียมความพร้อมกับการแก้ปัญหาหน้างาน

ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 2 ดาบ ระวังปัญหาด้านการสื่อสาร เรื่องไม่เป็นเรื่องที่นำพาไปสู่ความเข้าใจผิดมากกว่าเดิม อุปกรณ์การสื่อสารต่างๆ เกิดชำรุดเสียหาย
ความรัก ความสัมพันธ์ 8 ถ้วย อาจต้องเดินทางห่างไกลคนรัก มีเรื่องห่างเหินกัน บางคนจำตัดอกตัดใจ ต้องไปอยู่กับความโดดเดี่ยวเศร้าหมอง แม้อยู่ใกล้แต่หัวใจมีช่องว่าง
สถานการณ์การเงิน 7 เหรียญ คุณน่าจะมีเงินทุน เงินออม ทรัพย์สินรองรังอยู่ระดับหนึ่ง แต่ยังต้องเหน็ดเหนื่อยต่อไปอีก ข้อดีคือเงินไม่ขาดมือ แต่ข้อร้ายเงินอาจร่อยหรอไปได้เรื่อยๆ
ธุรกิจ การงาน The Tower ระวังเรื่องไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นได้ การเปลี่ยนแปลงทางการงาน ส่วนที่สัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เรื่องที่ทำให้คุณต้องทบทวนหลายๆ อย่างกะทันหัน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The World การตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สร้างความอึดอัดใจ ความพยายามจะยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ไม่ประสบผล

คำแนะนำพิเศษ อัศวินเหรียญ อาจมีข่าวดีหรือช่องทางใหม่ๆ ทางการเงินในเร็ววันนี้ หากปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญของคุณ ให้ใส่ใจพิเศษกับไอเดียใหม่ๆ ที่มากับคนในวัยหนุ่มสาว

ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Fool การพบเรื่องใหม่ ประสบการณ์ใหม่ ได้เปลี่ยนที่ทำงาน หรือโยกย้ายที่อยู่อาศัย มีการเดินทาง หรือไม่ได้ไปไหนเลยก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้น
ความรัก ความสัมพันธ์ 4 ถ้วย มีเรื่องตรองไม่ตก ตัดสินใจไม่ลงตัว บางคนอาจเข้าข่ายรักพี่เสียดายน้อง หรือเจอกับเงื่อนไขที่ไม่พึงพอใจนัก
สถานการณ์การเงิน The Chariot ยังต้องใช้วินัยและความอดทนอย่างมาก คุณอาจมีพันธะหนี้ที่ต้องใช้เวลาอีกยาวนาน หรือมีงานที่ต้องทำไปก่อน ต้องรอ กว่าจะได้ผลตอบแทน แต่หากมีการเดินทางจะให้ผลดี
ธุรกิจ การงาน 8 ดาบ มีปัญหาหลายอย่างรุมเร้าเข้ามา ระวังเรื่องที่จำใจจำยอม หลีกเลี่ยงไม่ได้ การตกในสภาวะถูกบีบคั้น ทำงานด้วยความทุกข์
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 6 ดาบ เรื่องยุ่งๆ ที่เคยมีและคาดหวังว่าจะจบลงไปเร็ววันนี้ กลับยืดเยื้อออกไปอีก มีเรื่องสำคัญให้คุณต้องรอ

คำแนะนำพิเศษ มหาดเล็กดาบ อย่าสนใจข่าวลวง ข่าวร้าย ข่าวลือ หรือคำคนอื่นๆ ให้มากนัก ตั้งหลักจิตใจของคุณให้ดี สถานการณ์รอบด้านลมพายุกำลังพัดแรงจัด ยืนให้มั่นไว้

ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Hanged Man ความกังวลที่ฝังลึกในใจ ความรู้สึกด้านลบต่อการแลกเปลี่ยนหรือเสียสละที่อาจเกิดขึ้นแล้ว หรือกำลังจะเกิดขึ้นก็ได้
ความรัก ความสัมพันธ์ ราชาถ้วย อาจมีความรักใหม่อีกครั้ง หรือมีคนเจ้าเสน่ห์เข้ามาพัวพัน หากเป็นบุคคลมักหมายถึงผู้มีประสบการณ์ชำนาญรัก เคยมีครอบครัวมาก่อน หรือจะเป็นตัวคุณเองที่มีพันธะอยู่แล้ว?
สถานการณ์การเงิน ราชินีดาบ เป็นช่วงต้องพึ่งตนเองอย่างหนัก ยากจะหาความช่วยเหลือจากที่ไหน ๆ ได้ การเงินไม่คล่องตัวแต่คุณเองจะผ่านพ้นไปได้
ธุรกิจ การงาน 4 เหรียญ คุณอาจอยู่ในช่วงไม่มั่นใจในตัวเอง กังวลกลัวความสูญเสีย หรือยึดติดอยู่กับงานใดงานหนึ่งมากเกินไป พยายามอย่าเครียดมากนัก เชื่อมั่นในคุณค่าหรือสิ่งที่คุณมีด้วย
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 6 เหรียญ การให้หรือรับที่เป็นทุกข์ จิตใจผูกติดกับการทำบุญสุนทานด้วยความไม่เต็มใจ การใช้เครดิตมีปัญหา

คำแนะนำพิเศษ 1 คทา ให้ความสนใจกับงานใหม่ๆ หรือสิ่งที่จะนำคุณไปสู่การทำงานอย่างสร้างสรรค์

ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ มหาดเล็กเหรียญ ข่าวดีทางการเงิน การเริ่มต้นใหม่ การมีช่องทางใหม่ๆ รวมถึงได้ผู้เข้ามาช่วยเหลือทำให้ทุกอย่างคล่องแคล่วขึ้น
ความรัก ความสัมพันธ์ The Magician การพบกับคนเฉลียวฉลาด อาจเป็นคู่รักคู่ครองที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ชั้นเยี่ยม หรืออาจจะชิงไหวชิงพริบกันเองอยู่ในที มักเจอคนที่ไม่คาดฝันอีกด้วย
สถานการณ์การเงิน 2 ถ้วย ได้สิ่งที่เป็นความสุข ความยินดี หรือเพื่อนฝูง คนรัก นำโชคลาภมาให้ ได้ประโยชน์จากงานศิลปะ จากสิ่งที่ทำด้วยความรัก
ธุรกิจ การงาน 1 เหรียญ มีจังหวะดีๆ เข้ามา อาจมีการเริ่มต้นทางการงาน ได้ค่าตอบแทนก้อนใหม่ หรือการเบิกจ่ายที่คงค้างได้เวลา "รับ" แล้ว การลงทุนใดๆ จะให้ผลดีไปในอนาคต
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชาดาบ ปัญหากับคนที่แข็งแกร่ง ประเภทยอมหักไม่ยอมงอ คนใจใหญ่ ใจแข็ง

คำแนะนำพิเศษ 5 ดาบ คุณอาจจำเป็นต้องถอยทัพ หรือมีเรื่องให้คุณต้องจำใจยอมแพ้ ต้องหนีออกจากสนามรบชั่วคราว ตั้งหลักใหม่แล้วค่อยว่ากันอีกที


ราศีกันย์
Virgo (17 กย.-16 ตค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Death การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การโยกย้ายที่อยู่อาศัย ตัดขาดความสัมพันธ์ หรือญาติมิตรจากไป
ความรัก ความสัมพันธ์ 4 ดาบ ต้องปรับตัวปรับใจหากัน บางคู่อาจอยู่ในระหว่างการพักฟื้น การพักรบหลังจากทะเลาะเบาะแว้งกันมาพักใหญ่
สถานการณ์การเงิน อัศวินถ้วย ถือว่ามีข่าวดีพอสมควร อาจได้เงินเข้ามาตุนหรือเติมกระเป๋า มีรายได้จากสิ่งที่ตัวเองรักตนเองชอบ มีความสุขกับสิ่งที่ตนเองมี
ธุรกิจ การงาน 5 คทา ปัญหาการทำงานมักเกิดขึ้นเมื่อต้องร่วมมือกับคนหมู่มาก งานไหนที่ทำเอง ตัดสินใจได้เองก็แล้วไป แต่เรื่องใดต้องหาข้อสรุปร่วมกับผู้อื่น ยากมากกว่าจะสำเร็จ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น มหาดเล็กคทา การตกในสภาวะจำยอม ต้องเรียนรู้งานจากคนที่เชี่ยวชาญน้อยกว่าตนเอง หรือการต้องเรียนรู้ เริ่มต้น ในสิ่งที่ไปไกลกว่านั้นแล้ว

คำแนะนำพิเศษ 5 ถ้วย มองลึกซึ้งถึงสิ่งที่ยังมีอยู่ พินิจให้มากกว่าสิ่งที่เสียไป

ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ อัศวินคทา การเดินทาง การรุกไปข้างหน้า ความกระตือรือร้นที่จะขับเคลื่อนการงานไปสู่ความสำเร็จ
ความรัก ความสัมพันธ์ 9 ถ้วย คุณอาจมีความรู้สึกแอบแฝงในใจ มีความสัมพันธ์ซ่อนเร้น ในบางคนแสดงถึงการรักเพศเดียวกัน การอยู่กินก่อนแต่งงาน
สถานการณ์การเงิน Temperance มักหมายถึงคำแนะนำให้เดินทางสายกลาง หรือจัดการกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามความจริง การจัดสมดุลทางการเงิน ความมัธยัสถ์ที่มีเหตุผล
ธุรกิจ การงาน 4 คทา การงานคุณมีความมั่นคงดี มีรากฐานแข็งแรง ไม่ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะเป็นอย่างไร แต่มองไปข้างหน้า หากคุณยืนหยัดให้ได้ในช่วงนี้ คุณจะฟื้นตัวได้อีกครั้ง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 3 เหรียญ เรื่องที่คิดว่าสบายๆ อาจไม่ง่าย ไม่ชิลๆ อย่างที่คิด

คำแนะนำพิเศษ 10 ถ้วย ทำความเข้าใจ หรือมองให้ลึกซึ้งถึงคำว่า "ครอบครัว" ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม

ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ อัศวินดาบ การสู้กับอุปสรรคอย่างเต็มแรง การถาโถมไปข้างหน้า การเดินทางสู่เป้าหมายด้วยความยากลำบาก
ความรัก ความสัมพันธ์ 10 เหรียญ คนรักหรือคู่ครองมักมีส่วนในการสนับสนุนเรื่องเศรษฐกิจฐานะ การเป็นคู่ร่วมคิดร่วมสร้าง วางอนาคตให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง ตำรายังว่าคู่รักใดได้ไพ่ใบนี้ อนาคตรุ่งเรืองๆ
สถานการณ์การเงิน Wheel of Fortune ชะตากำลังเปลี่ยนแปลง หากเคยเจอช่วงขัดสน ลำบาก สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น อาจมีโชคจากการช่วยเหลือของคนในครอบครัว หรือการทำธุรกิจอสังหาฯ
ธุรกิจ การงาน The Lovers มีเรื่องสำคัญให้ต้องเลือกและตัดสินใจ มักเกี่ยวพันกับเพื่อนร่วมงาน หรือการดำเนินชีวิตของตัวคุณเอง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Empress ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคู่รักคู่ครอง ที่อยู่อาศัย หรือการยึดมั่นเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ

คำแนะนำพิเศษ ราชาเหรียญ คุณจะมีโอกาสได้บริหารจัดการเงินก้อนใหญ่ หรือมีเรื่องทางการเงินน่าตื่นเต้นในเร็วๆ นี้ อีกอย่างหนึ่งคือ การใช้เงิน ไม่ใช่เงินใช้คุณ

ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 2 เหรียญ เรื่องชุลมุนวุ่นวายหลายประการ อาจเป็นชีวิตส่วนตัว ชีวิตการงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามั่วๆ ขอไปที หรือต้องสัมพันธ์กับคนมากเล่ห์กล
ความรัก ความสัมพันธ์ 9 ดาบ ความทุกข์ ความกังวล ปัญหาที่เกิดจากสภาพจิตใจ สถานการณ์อาจไม่มีอะไรคืบหน้าหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิม แต่จิตใจที่คอยแต่เป็นทุกข์
สถานการณ์การเงิน ราชินีคทา รายได้สัมพันธ์กับการงาน อาจมีงานที่คุณต้องรวบรวมสมาธิและความสามารถทำให้สำเร็จ
ธุรกิจ การงาน 3 ดาบ เรื่องน่าหงุดหงิดใจ ปัญหาเกี่ยวกับผู้คนที่ใช้อารมณ์ในการทำงาน หรืออาจเป็นตัวคุณเองที่สมาธิสั้น ใจร้อน ฉุนเฉียวได้ง่ายๆ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 1 ถ้วย ความรัก การเริ่มต้น สิ่งที่ล้มเหลวอยู่เรื่อยๆ
คำแนะนำพิเศษ 8 เหรียญ ปัญหาที่สำคัญของคุณอาจเป็นการหาเงิน หรือทำงานให้ได้เงินก็ได้ ให้ไตร่ตรองถึงทักษะอาชีพ การเพิ่มพูนความสามารถ และการสร้างรายได้จากตัวคุณเองจริงๆ

ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Hierophant การรับคำแนะนำจากผู้อาวุโส มีประสบการณ์มาก่อน การใช้สติปัญญาเข้าแก้ไขสถานการณ์ร้ายๆ
ความรัก ความสัมพันธ์ The High Priestess มักแสดงถึงคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ความสัมพันธ์ที่ไม่เปิดเผย หรือสัมพันธ์กับคนที่จิตใจเปราะบาง อ่อนไหวง่าย
สถานการณ์การเงิน The Moon ไม่ค่อยเป็นสุขนัก มีความกังวลกับอนาคต หรือบางทีก็เอาอดีตมาคิดด้วย มีความไม่แจ่มใสเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจต้องเสียเงินกับสุขภาพ ระบบประสาท
ธุรกิจ การงาน 6 ถ้วย การทำงานกับเด็ก คนอายุน้อยกว่า หรือเพื่อนเก่า คนที่เคยร่วมงานกันมาก่อน จะราบรื่นดี ในบางคนอาจได้ทำงานในลักษณะเดิมๆ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ราชินีถ้วย การรอคอยที่เงียบเหงา ความอ่อนไหว ไม่มั่นใจในตัวเอง

คำแนะนำพิเศษ ราชินีเหรียญ จะมีการจัดการเกี่ยวกับเงินก้อนใหญ่ หรือต้องสัมพันธ์กับคนที่มีอำนาจในการถือเงิน

ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ 9 เหรียญ การเงินที่มากเกือบถึงมากที่สุด ความมั่งคั่งที่มีไว้รองรังไม่บอกใคร การหวังได้ถึงผลประโยชน์งามๆ ความก้าวหน้าทางการเงิน
ความรัก ความสัมพันธ์ 7 ดาบ คุณอาจต้องการหลบหนีจากปัญหายุ่งยากใจ หรือใช้วิธีพลิกแพลงในการสัมพันธ์กับใครบางคน แต่บางคนอาจเจอเรื่องรักซ้อนซ่อนใจ
สถานการณ์การเงิน The Devil ระวังการตกเป็นหนี้ หรือมีสิ่งที่พัวพันเป็นพันธะ การเงินซึ่งไม่ปลอดโปร่งใจ ความโลภหรือกิเลสที่ชักนำไปสู่การแสวงหารายได้ต่างๆ
ธุรกิจ การงาน Judgement การประกาศผลเรื่องสำคัญ อาจเป็นความสามารถของคุณ หรือความผิดพลาดของคุณ ขึ้นอยู่กับ "การกระทำ" ทุกประการ อย่างไรก็ตาม คุณอาจได้โอกาสในการแก้ไขบางเรื่องราวให้กลับสู่สภาวะปกติ หรือสู่ความสำเร็จ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hermit ความปรารถนาจะสงบสุขแต่ถูกรบกวน

คำแนะนำพิเศษ The Sun จะมีข่าวดีและคำอำนวยพรมาถึงคุณ ขอให้เบิกบานและตระหนักถึงมั่งคั่งที่คุณมี ไม่ว่าจะมีเรื่องร้ายใด ท้องฟ้าจะแจ่มใสอย่างแน่นอน

ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ มหาดเล็กถ้วย ข่าวเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับคนรักหรือบุคคลที่อยู่ไกล การเริ่มต้นของความรู้สึกใหม่ๆ การเริ่มต้นทางศิลปะ
ความรัก ความสัมพันธ์ 1 ดาบ มียังมีปัญหาหนักๆ เข้ามากระทบใจ หรือมีเรื่องกระทบกระทั่งระหว่างกันตลอด ต้องใจแข็ง ต้องอดทนกับการตัดสินใจบางประการ
สถานการณ์การเงิน 7 ถ้วย ระวังการใช้จ่ายด้วยความฝัน การมองโลกในแง่ดีหรือมีจินตนาการมากเกินไป การใช้เงินกับของที่ให้ความสุขทางใจ แต่ทำให้คุณ "จน" จริงๆ ในเวลาต่อมา
ธุรกิจ การงาน อัศวินดาบ ยังต้องพบกับศึกใหญ่ การต่อสู้กับคู่ปรับหรือคู่แข่งขันที่เร่งเร้าจะเอาชัยด้วยเช่นกัน การทำงานช่วงนี้ไม่มีอะไรราบรื่น
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Justice การลงนามในเอกสารสำคัญ การเกี่ยวข้องกับรัฐ กฎหมาย การใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เก่งจริง

คำแนะนำพิเศษ 3 คทา เปิดตัวเองออกไปให้มากกว่าเดิม สัมพันธ์กับผู้คนใหม่ๆ ใส่ใจกับสายสัมพันธ์ที่จะมีต่อไปข้างหน้า

Friday, July 10, 2009

ดับรายที่15 ติดหวัด09 เป็นหญิงสูงวัย

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_18671

มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ รมว.สธ.ห่วงการชุมนุมของเด็กนักเรียนประมาณ 5 แสนคนที่วัดธรรมกายในวันพรุ่งนี้ เสี่ยงที่จะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ แนะให้แจกหน้ากากอนามัย เจลและสบู่ล้างมือ

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (10 ก.ค.) ถึงการชุมนุมของเด็กนักเรียนประมาณ 5 แสนคนที่วัดธรรมกายในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.) ว่า มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ เนื่องจากคนอยู่รวมกันจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขได้ขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการให้ประสานวัดธรรมกาย แจกหน้ากากอนามัย เจลและสบู่ล้างมือให้เด็กด้วย และในวันนี้ได้รับแจ้งจากกระทรวงไอซีที จะเปิดสายด่วนไข้หวัดใหญ่ 1422 จำนวน 20 คู่สาย เพื่อให้ข้อมูลประชาชนเรื่องไข้หวัดใหญ่ตลอด 24 ชั่วโมง

ล่าสุด มีรายงานเมื่อช่วงเย็น โดยได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสมุทรปราการว่ามีผู้เสียชีวิตยืนยันจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อีก 1 ราย เป็นหญิงสูงอายุวัย 63 ปี มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ มีไข้ 3 วันก่อนมารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางบ่อในวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 จากนั้นมีภาวะปอดบวม จึงส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลสมุทรปราการในวันที่ 5 กรกฎาคม 2552 อาการทรุดลง และเสียชีวิต จากภาวะไตวายและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

หวัด 2009

ที่มา บางกอกทูเดย์

ได้ฟังอดีต รมว.สาธารณสุข “คุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธุ์” ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ทำให้ผมรู้สึกเกิดความสนใจสนใจตรงคำที่ว่า ควรประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ”ในลักษณะเดียวกับที่เคยดำเนินการในเรื่อง โรคซาร์สและ ไข้หวัดนก ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่เกิดความสับสนรู้ว่าตัวเองต้องปฏิบัติตัวอย่างไร!โดยเฉพาะกับพื้นฐานพฤติกรรมคนไทย ที่เป็นประเภทยโส...อวดดี...อวดรู้...อวดเก่งใครพูดอะไรก็ไม่เชื่อไม่ฟัง...แถมยังน้อมรับมาปฏิบัติกันแบบผิดๆดังนั้น จึงต้องออกมาตรการที่มี “ประสิทธิภาพ”ไม่ปล่อยให้เป็นเรื่อง สะเปะสะปะ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้โดยเฉพาะมาตรการที่รัฐบาลควรขอความร่วมมือแกม “บังคับ” ให้ประชาชนใช้ “ผ้าปิดปากปิดจมูก”ในเวลาที่ต้องออกไปพบปะกับผู้คนในชุมชนเพราะไม่ใช่เรื่อง “น่าอับอาย” หรือเป็นเรื่อง“น่าเสียหาย” เหมือนที่ใครบางคนกำลังสร้าง “ค่านิยม”ที่ผิดๆ กันขึ้นมาถูกมอง “เป็นตัวประหลาด” ยังดีกว่า “ประมาท”จนกลายเป็นผีเฝ้าหลุม!มันเป็น

เรื่องยิ่งใหญ่ “ระดับชาติ” ที่ผู้มีอำนาจต้องแสดงความชัดเจน และแสดงความจริงใจในการดูแล“ชีวิต” ของประชาชนจะรวย...จะจน ก็ต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกันรัฐบาลจะปิดโรงเรียนหรือล้างสภาฯ...ก็ควรทำให้เป็นเรื่องเป็นราวการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่อง “ไม่สำคัญ”แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือ ชีวิตของประชาชนเมื่อถึงคราวจำเป็น...คนเราต้องยอมเฉือนเนื้อตัดนิ้ว...ตัดแข้ง...ตัดขา เพื่อรักษาชีวิตอย่าทำตัวเป็น “ศรีธนญชัย” ผิดเวล่ำเวลา...เพราะเรื่อง คอขาดบาดตาย ไม่เคยคอยท่าให้ใครได้ทันตั้งตัวเห็นปัญหารายวัน...แต่ผู้มีอำนาจยังไม่สามารถทำอะไรให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน...ทั้งที่มี “อำนาจ” อยู่ในมือแท้ๆประเทศไทยวันนี้...ไม่ต่างอะไรไปจาก “ป่าช้า”นักท่องเที่ยวไม่มี ธุรกิจการค้าการลงทุนก็ซบเซารัฐมนตรีและที่ปรึกษา...ที่พ่นคำพูดออกมาว่า “ทำอะไรไม่ได้”ถ้าคำตอบเป็นจริงเช่นนั้นก็สมควร “พิจารณาตัวเอง”และให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานแทนพวกท่านทำกันไม่ได้ หรือพวกท่านไม่คิดจะทำจริงอยู่กับ “สัจธรรม” ที่ว่า...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม แต่กรรมอีกอย่างหนึ่งของคนไทย คือมีผู้บริหารประเทศที่ ไม่เอาไหน...ไม่เป็นสับปะรดแต่ละคน “ฟอร์ม” เยอะกันเหลือเกิน...ทำตัวเสมือน“เทวดา”ไอ้ที่ออกข่าวว่า ติดหวัด 2009 เพียงหลักร้อย...แท้ที่จริงมันไม่ปาเข้าไปเป็นหลักพันหลักหมื่นไปแล้วหรือ??หลอกคนไปเรื่อยว่าวงจำกัดควบคุมได้...มันก็ลามไปทั่วอย่างที่เห็น เซ็งจริงวุ้ย! พับผ่าสิ ■

รัฐบาลเข็ดขยาด!

ที่มา บางกอกทูเดย์

ชะล่าใจ!! ว่า “ม็อบแดง” ไร้น้ำยา!!รัฐบาลเลย “ลองของ” จัดการประชุมอาเซียนที่ “พัทยา”...หลายฝ่ายส่ง “ซิก” ขยิบตาเท่าไหร่? รัฐบาลก็มั่นใจ “ประชุมฉลุย” ที่ไหนได้เอาเข้าจริง “ม็อบแดง” อาละวาดซะ “นายกฯ มาร์ค” หน้าแหก!!รัฐมนตรีทั้งไทย-ทั้งเทศ หนีตายกันอลหม่าน..บทสรุปของการประชุม คือ อับอาย-ขายขี้หน้า16-23 ก.ค.2552 การประชุมที่ไทยเป็นเจ้าภาพจะเกิดขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้ “ย้ายถิ่น” ไปปักหลักถิ่นฐานพรรคพวกเรา อาณาเขตในการปกครองพรรคสะตอ..ปลอดภัยชัวร์!! (หรือเปล่า)สงสัยครั้งนี้ “รัฐบาล” จะ “หลอน” เลยเห็นชอบร่วมกันแบบราบรื่นให้ “เซฟ” อย่างเต็มที่ สำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีต่างประเทศคู่เจรจา และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระหว่างวันที่16-23 ก.ค.2552 ที่ จ.ภูเก็ตโดย คณะรัฐมนตรีทุบโต๊ะ!! ประกาศให้พื้นที่ จ.ภูเก็ต และทะเลอาณาเขต 5 กิโลเมตร รอบ จ.ภูเก็ต เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยมีกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 10-24 ก.ค.2552 และมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นผู้รับผิดชอบตามประกาศอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย

1. ให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการหรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้อำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ตามที่ ผอ.รมน. ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ หรือผู้รับมอบหมายจาก ผอ.รมน. มีคำสั่งป้องกันปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร

2. ห้ามบุคคลใดเข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน. และภายในระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน. ตามที่ ผอ.รมน. หรือผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ ประกาศกำหนด เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่

3. ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหสถาน

4. ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้เส้นทาง ตามที่ ผอ.รมน. ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ ประกาศกำหนดและ

5. ให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างใดเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในเขตบริเวณพื้นที่ที่ ผอ.รมน.ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ ประกาศกำหนดอ่านคำการประกาศแล้วขอบอก “เด็ดขาด” มาก..งานนี้ใครที่ไม่เกี่ยวข้อง “แหยม” เข้าไป ระวังจะ “ซี๊แหงแก๋”อ่อ!! ข้อบังคับทั้งหมดคณะรัฐมนตรี เขาฝากบอกว่าคลอดออกมาเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชนทั้งน้าน... ■

ถึงสื่อมวลชนทุกท่าน ผมจะบอกความจริงเรื่อง ไข้หวัด 2009 ให้ทราบ

ที่มา thaifreenews


เขียนโดย คุณหล่อใสไร้รัก (คุณหมอท่านหนึ่ง)
วันศุกร์ที่ 10 กรกฏาคม 2009 เวลา 19:45 น.
alt

ถึงสื่อมวลชนทุกท่าน ผมจะบอกความจริงเรื่อง ไข้หวัด 2009 ให้ทราบ.........โดยคุณหล่อใสไร้รัก (คุณหมอท่านหนึ่ง)พวกคุณงง และสับสนกับเจ้าหน้าที่และหมอหลายคนที่ให้ข่าวไม่ค่อยตรงกันใช่มั้ยครับ?ผม จะบอกข้อมูลอะไรให้ฟัง ซื่งคุณสามารถตรวจสอบได้เอง จากแพทย์ผู้เชื่ยวชาญด้าน ไวรัสวิทยา หรือ จุลชีววิทยา ตามภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทย์มหาลัยใหญ่ๆนะครับ(กรุณาเลิกสัมภาษณ์นักการเมืองได้แล้ว ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ควรสัมภาษณ์อาจารย์ที่เขารู้จริง ทำงานเรื่องนี้จริงๆดีกว่า)เมื่อคืนนี้คืนเดียว รพ.ที่ผมอยู่เวร รับคนไข้ใหม่สงสัยหวัด 2009 เข้านอนรพ. 4 คน (เฉพาะเวรดึก)อะไรกันจ๊ะ ไหนบอกไม่น่ากลัว ไหนบอกควบคุมได้ แล้วตัวเลขการแพร่ระบาดขนาดนี้มันอะไรกัน??มาดูสรุปความจริงกันอีกทีภาพข้อมูลการระบาดจาก องค์การอนามัยโลก ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2552(เห็นความสยองมะคับ??)
อ่านต่อ และแสดงความคิดเห็น
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 10 กรกฏาคม 2009 เวลา 19:46 น.

หลักแถVSหลักฐาน มัดคอโจรก่อการร้ายยึดสนามบินกุดหัวประหารชีวิต "เว่อร์VSไม่เวอร์"

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 กรกฎาคม 2552

Q-การตั้งข้อหาแกนนำพันธมิตรยึดสนามบินก่อการร้ายนั้นถือว่าเว่อร์เกินไป

A-เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเว่อร์เกินไปหรือไม่ แต่เป็นเรื่องฐานความผิดที่มีหลักฐาน และมีกฎหมายเอาโทษถึงประหารชีวิต ดังนี้

-จะเห็นว่าการแจ้งข้อหาแกนนำพันธมิตรแบ่งเป็น2คดี คดีแรกกรณียึดสนามบินดอนเมือง ซึ่งไม่มีการแจ้งข้อหาก่อการร้าย เป็นแค่ข้อหาบุกรุก เพราะดอนเมืองเป็นสนามบินภายในประเทศ แต่อีกคดีคือสุวรรณภูมิมีข้อหาก่อการร้าย เพราะเป็นสนามบินสากล มีชาวต่างชาติได้รับผลกระทบ ที่สำคัญมีกฎหมายระหว่างประเทศบังคับไว้

-กฎหมายสากลนี้คือพิธีสารข้อตกลงมอนทรีออล ที่มีนานาชาติลงนามรับรอง ไทยลงนามรับรองไว้เมื่อ14พ.ค.2539 ความสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า"บุคคลหนึ่งบุคคลใดกระทำความผิด ทำให้การบริการของท่าอากาศยานซึ่งให้บริการการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หยุดชะงักลง หากการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตราย ต่อความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานนั้น" เป็นการกระทำผิดตามพิธีสารเพื่อการปราบปรามการกระทำรุนแรงอันมิชอบด้วยกฎหมาย ณ ท่าอากาศยานสากลฉบับนี้

-กฎหมายที่ออกมารองรับพิธีสารฉบับนี้-เมื่อไทยลงนามแล้วก็ได้มาออกกฎหมายพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2538)มีใจความสำคัญว่า "ผู้ใดทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง ทั้งนี้ โดยใช้กลอุปกรณ์ วัตถุ หรืออาวุธใด ๆ และการกระทำนั้นเป็นอันตรายหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของท่าอากาศยานนั้น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี"

-ส่วนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1เขียนไว้ว่า ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาเกี่ยวกับการก่อการร้าย ดังต่อไปนี้ (2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท


เมื่อเป็นดังนี้โจรก่อการร้ายพันธมิตรจะกล่าวอ้างลอยๆว่า"เว่อร์เกินไป"ได้อยู่หรือ?


Q-แต่ก็ยังเว่อร์เกินกว่าเหตุ

A-จะว่าเกินกว่าเหตุได้อย่างไร เพราะการก่อการร้ายดังกล่าวมีผลให้ผู้โดยสารต่างชาติตกค้างอยู่ในไทยนานนับสัปดาห์กว่า 4 แสนคน รวมทั้งมกุฎราชกุมารราชอาณาจักรเดนมาร์คที่มาเยือนไทยเป็นอาคันตุกะส่วนพระองค์ของในหลวง ในช่วงนั้นก็ต้องตกค้าง มีคนที่เดินทางเข้าประเทศไม่ได้หลายแสนคน

-ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานประเทศชาติเสียหายด้านต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม 270,000 ล้านบาท

-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่าอากาศยานฯ การบินไทย สายการบินต่างชาติได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลชดเชยความเสียหายให้มากกว่า 19,000 ล้านบาท ที่เป็นผลเสียหายโดยตรง

-โจรก่อการร้ายพันธมิตรยึดเครื่องบินโดยสารต่างชาติไว้ช่วงเกิดเหตุการณ์กว่า 88 ลำ จนทูตชาติมหาอำนาจ 6 ชาติ คือสหรัฐ สหภาพยุโรป เป็นต้นเข้ายื่นโนติสกับกระทรวงการต่างประเทศขอให้ยุติและอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ทำให้ไทยเสี่ยงต่อการถูกมหาอำนาจแทรกแซงอธิปไตย

-โจรก่อการร้ายพันธมิตรได้กลุ้มรุมทำร้ายคนสาหัสปางตายในเหตุการณ์นี้ และขัดขวางทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัยสนามบินด้วย

แล้วอะไรคือสิ่งที่โจรก่อการร้ายพันธมิตรเห็นว่าไม่ได้"เกินกว่าเหตุ"กรุณาอธิบายมาด้วย

Q-กษิตแค่ขึ้นเวทีเฉยๆทำไมโดนข้อหาก่อการร้ายด้วย

A-แถแบบนี้หากไม่รู้กฎหมายก็น่าเห็นใจ แต่ส่วนใหญ่นั้นรู้แต่แกล้งไม่รู้ กฎหมายพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2538)มาตรา 11(2)เขียนไว้ดังนี้"ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 6 หรือมาตรา 6 ทวิ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ" พูดง่ายๆคือผู้ใดสนับสนุนให้โจรก่อการร้ายพันธมิตรไปยึดสนามบิน จนทำให้การบริการท่าอากาศยานสากลสุวรรณภูมิหยุดชะงักลง ก็ต้องผิดและโทษถึงประหารเหมือนตัวการ

คำถามคือนายกษิตไปที่สุวรรณภูมิในตอนยึดสนามบินแค่ไปกินข้าวฟรี ฟังดนตรีไพเราะแล้วกลับบ้านหรือไม่ ความจริงนายกษิตไปสนับสนุนการกระทำความผิด ขึ้นพูดให้การสนับสนุนบนเวทีหลักฐานก็มี ยังจะมาเถียงอีกว่า"ผมทำผิดตรงไหน!"

Q-พันธมิตรไม่ได้ปิดสนามบิน ผอ.สุวรรณภูมิเป็นคนปิดเอง

A-จะพูดจะแถอย่างไรก็ได้ แต่ดูหลักฐานนี่ก่อน

-หลังเข้ายึดสนามบินไว้ได้แล้วเมื่อค่ำวันที่25พ.ย.2551นั้น พันธมิตรได้ออกแถลงการณ์ในเวลา21.57น.วันนั้น เป็นแถลงการณ์ฉบับที่ 26/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ความสำคัญตอนหนึ่งคือ"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับการชุมนุม และเพิ่มมาตรการอารยะขัดขืนโดยการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อยื่นคำขาดผ่านพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและทั่วโลกไปยังนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และคณะรัฐบาลให้ลาออกจากตำแหน่งโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

-เมื่อยึดไว้จนกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบ3พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลในวันที่2ธ.ค.2551ทำให้รัฐบาลนายสมชายสิ้นสภาพลง ต่อมาวันรุ่งขึ้นเวลา09.20น.พลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นผู้แทนพันธมิตรทำพิธีส่งมอบสนามบินคืนแก่นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ประธานบอร์ดการท่าอากาศยานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

วิญญูชนหรือสามัญชนที่มีสามัญสำนึกย่อมพิจารณาเป็นไปอย่างอื่นไม่ได้ว่า หากพันธมิตตรไม่ได้เป็นคนยึดแล้วไปออกแถลงการณ์ปิดสุวรรณภูมิทำไม และหากไม่ได้ยึดเอาไว้ จะไปทำพิธีส่งมอบคืนทำไม?

Q-เป็นข้อหาทางการเมืองที่ประชาธิปัตย์สกัดพรรคการเมืองใหม่ ทำไมปล่อยไว้ตั้งนาน ทำไมเพิ่งมาเล่นงานตอนนี้ แบบนี้เข้าข่ายละเว้นต่อหน้าที่ไหม?

A-ใครอยากให้ช้า หากไปดูดีๆจะพบว่ามีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าและพนักงานสอบสวนหลายหน

-ตอนแรกๆรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศแทนรัฐบาลนายสมชายก็ว่าจะเร่งคดี แต่เอาไปเอามาจากวันที่25ธ.ค.2551ที่ก่อการร้ายทำความผิด กว่าจะออกหมายเรียกก็วันที่ 1 ก.ค.2552กินเวลา221วัน หรือ7เดือนกับ9วัน ส่วนว่าพรรคประชาธิปัตย์สกัดพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ให้ไปไล่เบี้ยกันเอง เพราะเป็นพวกเดียวกัน ทำงานรับส่งเข้าขากันมาตลอด

-มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าชุดและพนักงานสอบสวนสืบสวนหลายชุด เดี๋ยวก็จะแยกคดีดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ เดี๋ยวก็จะรวม มีการโยกย้ายคนที่จะเอาจริงเอาจังพ้นหน้าที่

-สุดท้ายก็ว่ารอให้กรมการขนส่งทางอากาศรวบรวมข้อกฎหมายและร้องทุกข์มา กว่าจะครบทั้งพยาน หลักฐาน ข้อกฎหมายก็เลยกินเวลานานมาก ส่วนจะเล่นงานกันเรื่องละเว้นหรือไม่ละเว้นก็เชิญจัดการกันเอง

แต่ที่แน่ๆประชาชนผู้รักความเป็นธรรมเห็นว่าช้ามาก และไม่เป็นการยุติธรรม เพราะเวลาเสื้อแดงโดนออกหมายจับทันควัน แต่โจรก่อการร้ายเสื้อเหลืองมีคดีปล่อยเรื่องมานาน7เดือนเศษ แถมให้เกียรติแค่ออกหมายเรียกอีกต่างหาก

Q-แล้วทำไมไม่เล่นงานพวกเสื้อแดงข้อหาก่อการร้ายบ้าง ทีพันธมิตรทำไมโดนหนักๆทั้งกบฎ ทั้งก่อการร้าย

A-เสื้อแดงเขาได้ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินสากล มีพิธีสารมอนทรีออลคุ้มครองไหมหละ ถึงต้องโดนคดีก่อการร้าย เขาได้เข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลไว้นานเป็นเดือนๆเพื่อล้มล้างรัฐบาลไหมหละ ถึงต้องโดนข้อหากบฎ เขาได้บุกยึดโทรทัศน์NBTจนต้องโดนข้อหาบุกรุกและคุกคามสื่อหรือไม่

Q-แต่ยังไงกษิตก็ยังไม่ผิด จนกว่าศาลจะตัดสิน ดังนั้นกษิตก็เป็นรัฐมนตรีต่อได้ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็เป็นส.ส.ต่อได้

A-แล้วตอนกรณีเขาพระวิหารทำไมไล่นพดล ปัทมะออกหละ ทำไมคดีจักรภพ เรื่องยังไม่ถึงศาล ทำไมไล่บี้ให้ออกแสดงความรับผิดชอบ และรัฐบาลสมัครกับรัฐบาลสมชายทำไมเสื้อเหลืองพากันก่อกบฎก่อการร้ายกดดันให้พ้นตำแหน่ง ทำไมไม่รอให้ศาลตัดสินคดีก่อนบ้างหละ

Q-ยังไงๆก็เห็นว่าเว่อร์นะคดีก่อการร้าย ถือว่าเกินกว่าเหตุจริงๆ

A-??!!

อภิสิทธิ์ผู้ปราชัย

ที่มา บางกอกทูเดย์

ประสิทธิภาพของทหาร ดูกันที่สนามรบความพร้อมของกำลังรบ ดูกันที่การสวนสนามความปราชัยของรัฐบาลไทยที่มีนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นแม่ทัพใหญ่ และพ่ายศึกหวัด 2009..จากการเป็นประเทศที่ปลอดโรคเมื่อก่อนหน้า ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ทั้งในด้านการแพร่หลายและอัตราคนตายในทวีปเอเชียนั้นยืนยันได้ดิบดี ถึงฝีมือในการบริหารราชการแผ่นดินของ..คณะรัฐมนตรีชุดนี้ยืนยันได้ดิบดี ถึงการไม่รู้จักประเทศไทยของ..นักเรียนนอกจำนวนมากที่นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี..ไทย..เป็นประเทศที่ปลอดภัย ในขณะที่หวัด2009 กำลังแพร่ขยายตัวอยู่ในโลก และเริ่มข้ามทวีปเข้ามาในเอเชีย..กระทรวงสาธารณสุข..ตั้งรับเต็มที่จากการเฝ้าตรวจที่ทางเข้าประเทศสนามบิน..แต่ทางเข้าประเทศไทย..ใช่จะมีแต่สนามบินมีหนทางเข้าประเทศมากมายเกือบจะในทุกๆชายแดนของประเทศ..ดังนั้น มาตรการป้องกันจึงพังทลาย และกลับกลายเป็นว่า..เป็นประเทศที่มีการระบาดน่ากลัวที่สุดประเทศหนึ่งในโลกนายกฯ อภิสิทธิ์..ออกมาแบ่งรับ

แบ่งสู้ว่า..ตัวเลขคนป่วยน่าจะมีมากกว่าที่เป็นตัวเลขทางราชการ..ก็ต้องแสดงความเคารพกับการยอมรับความจริงของนายกรัฐมนตรีถึงวันนี้..รัฐบาลวิ่งไล่ตามการระบาดของโรคโดยการปิดโรงเรียนกวดวิชา..แต่รัฐบาลแทบจะไม่ทำอะไรกับประชาชนวันละหลายล้านคนที่..แออัดยัดทะนานกันอยู่บนรถเมล์ รถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน..ในรถตู้แสนอุดอู้ที่แล่นแทนที่รถประจำทางเราไม่ต้องการรัฐบาลที่ทำปาฏิหาริย์..หยุดการคุกคามของโรคนี้ได้...เพราะไม่มีรัฐบาลใดๆ ในโลกสามารถทำได้..แต่รัฐบาลก็ให้การศึกษาน้อยมาก สำหรับให้ประชาชนรู้จักตัวตนของโรคนี้...ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง..โฆษณาส่วนมากของรัฐบาลยังเน้นไปที่การหาเสียงและอวดคุณวิเศษของรัฐมนตรี..มีโฆษณาของทางราชการล้นไปทุกหน้าจอทีวี..แทนที่จะใช้เวลาและงบประมาณทำให้ประชาชนรู้ที่จะอยู่และสู้กับภัย 2009ในญี่ปุ่นผู้คนปิดผ้าคาดหน้าเดินกันเพ่นพ่าน..แต่ประเทศไทยเห็นกันได้ 1 หรือ 2 คนต่อวันหมอกับหมอ..ทะเลาะกันข้างห้องวีไอพีไม่มีสักคนที่เป็นคนไทยกล้าใช้ผ้าคาดหน้า..ทั้งที่ในญี่ปุ่น เกาหลี..เขาใช้กันเต็ม..วันนี้สายเกินไปแล้วสำหรับการต่อสู้..ยังเหลืออยู่แต่การป้องกันบอกประชาชนว่า..จะปลอดภัยได้อย่างไรจาก..หวัด 2009.. ■