WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, July 12, 2009

ทักษิณสายตรงจากต่างแดนผ่านวิทยุคนรักอุดรเริ่มจันทร์13ก.ค.

ที่มา Thai E-News


ติดตามรับฟังวิทยุทางอินเตอร์เน็ตได้ที่
-http://www.weloveudon.net/
-http://www.weloveudon.net/radio-station.php

แฉกลโกงใน โครงการ 'เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน'

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ NARAK
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
12 กรกฎาคม 2552

===============================

สืบเนื่องจากข่าว ในเวบไซต์ ไทยรัฐ

' ส.ส.เพื่อไทย ปูดพบการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง ใน กทม. ตู้น้ำหยอดเหรียญพลังงานแสงอาทิตย์ ราคาไม่เกิน 1.5แสน ซื้อ 2.5-3 แสน จากเอกชนรายเดียว ร่วมนักการเมืองพรรคใหญ่ขี้โกง รวมโครงการอื่นๆ เสียหายพันล้าน... '

================================

หลังจากที่เห็นข่าวนี้แล้ว ก็เอามาลงให้อ่านกัน ปรากฏว่า พี่ท่านหนึ่ง(ไม่ขอเปิดเผยนาม) โทรมาหาผมทันที ว่าเรื่องนี้นั้นเป็นอย่างไร ช่วยขยายให้หน่อยได้ไหม และตกลงโครงการนี้ มันโกงกันได้ด้วยเหรอ

ผมเลยตัดสินใจตามเรื่องนี้ทั้งคืน โดยการติดต่อหาข้อมูลเท่าที่จะหาได้ จากแหล่งข่าวของผม

เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้ กล่าวคือโครงการนี้มันดันแปลงมาจากโครงการ SML ของท่านนายกทักษิณนั่นล่ะ แต่แล้วพอเอามาใช้ ก็เปลี่ยนชื่อ เพื่อให้ชาวบ้านลืมท่านนายก ด้วยการตั้งชื่อว่า โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน แล้วมีการเปลี่ยนขั้นตอนการดำเนินการ และเพิ่มงบลงไปมากกว่าเดิม เรียกว่าทุ่มไม่อั้น เพราะรัฐบาลนี้ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และงบประมาณก็ล่อไป 2 หมื่นล้าน

วิธีการดำเนินโครงการแบบคร่าวๆ คือในแต่ละชุมชน ที่มีประชากรตั้งแต่ 50 คน ขึ้นไป โดยจะแบ่งเป็น 7 ระดับ มีงบให้ ชุมชนละ 1 แสน ถึง 7 แสน ขึ้นอยู่กับขนาดชุมชน ซึ่งชุมชนเหล่านี้ก็เป็นชุมชนที่ ส่วนหนึ่งก็มาจากโครงการ SML แต่หากเข้าโครงการนี้มาแล้ว จะได้งบครึ่งเดียว

หลังจากที่ได้รวบรวมประชาชนในชุมชนแล้ว ก็จะมีการประชุมแบบเปิดเวทีประชาคม คัดเลือกกรรมการชุมชน 12 คน และผู้นำชุมอีก 3 คน(กรรมการ เลือก) กลุ่มคนพวกนี้ ก็จะเสนอนโยบาย หรือโครงการต่างๆ ในชุมชน

ซึ่งเดิมทีนั้น ใน SML ไม่ได้จำกัดว่า ต้องทำอะไร แต่โครงการใหม่นี้ เขาจำกัดแนวทาง และหนึ่งในนั้นคือ ส่งเสริมอนุรักษ์ พลังงานทดแทน

หลังจากที่ชาวบ้านได้โครงการต่างๆ แล้ว ก็จะต้องเสนอเรื่องไปให้เขต เพื่อส่งให้กับ สนง. เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช) เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณลงมาให้ เพื่อเอาเงินไปใช้จ่าย

แต่ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ไม่มีการดำเนินการจัดเวทีประชาคม และมีการกำหนดสินค้า สร้างโครงการ เพื่อเบิกงบประมาณเอาไว้แล้ว เพียงแต่ล่ารายชื่อชาวบ้านเท่านั้น เสร็จแล้วก็ส่งเรื่องไป ดำเนินการเบิกงบ

เท่าที่ทราบมานั้น มีการไปเปิดบัญชีรอ แล้วคนจากบริษัทที่ขายของ ก็ไปรอที่ธนาคารเลยทันที เรียกว่าเงินมาปุ๊บ แม่งเอาเงินไปก่อน ของยังไม่ส่ง (ส่งทีหลัง มีด้วยหรือว่ะ

แล้วที่ตลกที่สุดก็คือ ไอ้เครื่องกรองน้ำ หรือเครื่องผลิตน้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์เนี่ย จริงแล้ว ก็ใช้ไฟฟ้าธรรมดา แบบที่เราเห็นตามร้านค้าทั่วไป หรือตามหอพักต่างๆ แต่เพื่อให้เข้าองค์ประกอบข้อกำหนดส่งเสริมอนุรักษ์ พลังงานทดแทน เลยเอาโซลาเซลมาติดเข้า (เอากะมัน

แล้วที่ระยำหนักเลยก็คือ มันขาย Set ละ 3 แสนครับ ไอ้เชี่ย เครื่องกรองน้ำแบบนี้ ขายกันเต็มที่ไม่เกิน 50,000 บางยี่ห้อ 25,000 ก็ซื้อได้ ผมให้ราคากลางที่ 4 หมื่น

ส่วน Solar Cell นั้น เต็มที่เลย ไม่เกิน 6 หมื่น เพราะโดยปกติแล้ว ขนาด 120 watts ขายที่ 3 หมื่น

แต่เครื่องกรองน้ำมันใช้กำลังไฟ 250 watts เอาหยวนๆ คิดแบบสองชุด คิดให้ 6 หมื่น รวมแล้ว แสนเดียว

แต่แม่งเอามาขาย 3 แสน และที่สำคัญ ราคามันจัดมาพอดีงบเป๊ะๆ หากชุมชนระดับ 6 ที่ได้งบ 6 แสน มันเอามาขายให้สองชุด จัญไรไหม

และที่ร้ายไปกว่านั้น พี่ที่ให้ข้อมูลมาบอกว่า บางชุมชนรับไปแล้ว ต้องเสียบไฟบ้านแบบธรรมดา ไม่ได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพราะไม่พอครับ ใช้ไม่ได้

จริงๆ แล้ว เครื่องกรองน้ำหยอดเหรียญ มันกินไฟวันละ 21 บาท (กินไม่ถึง 1 ยูนิท / ชม.) หากหักลบกับเครื่องกรองน้ำ ที่ราคา 4 หมื่น ได้ชุดพลังงานแสงอาทิตย์ มันจะราคา 2.6 แสนบาท แล้วเอา 21 หาร จะเท่ากับ 33 ปี

ไม่ทราบว่า มันอนุรักษ์ภาษาพ่อมันครับ เครื่องกรองน้ำพังชิบหายไปแล้ว ยังไม่คุ้มทุนเลย กับเงินที่เสียไป

และสิ่งที่ผมต้องตามเรื่องนี้อีก ตามสันดานชอบขุด ก็คือ เรื่องบริษัทที่ขายของให้โครงการนี้ เท่าที่ทราบมาว่า มาจากคนกลุ่มเดียว

และโครงการลักษณะ ส่งเสริมอนุรักษ์ พลังงานทดแทน ไอ้บริษัทนี้ เหมาอยู่บริษัทเดียว แล้วตอนนี้ มันกระจายไปทั่วประเทศครับเรียกว่าหมู่บ้านไหนเผลอ ก็จะเข้าไปจัดการให้ทั้งหมด แล้วเอาของจากบริษัทตัวเองเข้าไปยัดให้ชาวบ้าน

เรื่องนี้จากที่ทราบมาว่า บางชุมชนนั้น ชาวบ้านยังไม่รู้เลยว่า มีโครงการนี้ แล้วในระเบียบการดำเนินการนั้น โครงการชุมชนพอพียง ต้องมีการตั้งเวทีประชาคม โดยชาวบ้านในชุมชน ไม่น้อยกว่า 70 % แต่นี่ไม่มี

เหอะๆ งานนี้ ต้องติดตามต่อไป เพราะเชื่อได้ว่า เจอของดี

การคุ้มกันมาร์คที่บุรีรัมย์ คือชัยชนะของคนเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ LB1
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
11 กรกฎาคม 2552

หลายคนอาจจะมองว่า นี่คือความสำเร็จ ที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและเจ้าพ่อใหญ่ของจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถวางแนวป้องกัน จนไม่ปรากฏภาพการประท้วงของคนเสื้อแดงในบริเวณที่มาร์คเดินทางไปถึง

หลายคนอาจจะดูว่า เสื้อแดงเสียหน้า/พ่ายแพ้ จากการถูกสมุน นายเนวิน ปิดล้อม ทำให้ไม่สามารถเข้าใกล้ทรราชได้

แต่ผมกลับมองว่า มุมมอง 2 กรณีข้างต้น คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่า นายมาร์ค ประสบความล้มเหลวในการเยี่ยมเยือนบุรีรัมย์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล

ถ้ารัฐบาลที่มาจากประชาชน เดินทางบนแผ่นดินไทย ไปในสถานที่ที่ตนเองมั่นใจว่า มีเจ้าถิ่นระดับเจ้าพ่อค้ำประกันความปลอดภัย กลับต้องมีบุคคล ทั้งที่อยู่ในกฏหมายและนอกกฎหมายจำนวนมากมายมหาศาล ล้อมหน้าล้อมหลัง ทั้งบนดินและบนฟ้า เพื่อคอยให้ความคุ้มครองป้องกัน

ใช้แค่บางเสี้ยวของสมองคิด ก็ตอบได้ว่า...

ต้องเป็นรัฐบาลที่ดำรงอยู่ท่ามกลางความเกลียดชังของประชาชนเท่านั้น จึงจะเกิดภาพเช่นนี้ขึ้นมาได้

..............

เกาะเก้าอี้อยู่ต่อไปนานๆ เถิด ให้ความเกลียดชังของประชาชน ได้สั่งสมจนกลายเป็นพลังมหึมา กวาดทั้งรัฐบาลโจรและมือที่อุ้มสม ให้สูญสิ้นไปจากแผ่นดินไทย

เรื่องเล่า.. คนเสื้อแดงถูกละเมิดสิทธิ์การเดินทางถึง 7 ชม. เพียงเพื่อสร้างภาพให้มาร์คว่า ไม่มีการต่อต้านที่บุรีรัมย์

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ ไทยสีคิ้ว
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
11 กรกฎาคม 2552

ผมต้องขอขอบคุณ และนับถือน้ำใจของคนเสื้อแดง และความอดทน ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดของเสื้อแดง ที่ร่วมเหตุการณ์ในครั้งนี้ทุกๆ ท่าน

ก่อนอื่นผมต้องยอมรับว่า การเป็นเสื้อแดงบุรีรัมย์นั้น ยากลำบากกว่าจังหวัดอื่นๆ จริงๆ นอกจากต้องมีใจรักประชาธิปไตยแล้ว ยังจะต้องต่อสู้กับพวกนักเลงอันธพาลในจังหวัด

วันนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจน ได้จากการกระทำ ถ่อย เถื่อน ของพวกเสื้อน้ำเงิน ผมขอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทราบกันอีกครั้ง

คนเสื้อแดงบุรีรัมย์ จัดเวทีสาธารณะในวันที่ 10 มีการอภิปรายตั้งแต่เย็นจนเช้าวันรุ่งขึ้น ที่บริเวณสระริมน้ำทางแยกเข้าเมื่องบุรีรัมย์ เหตุการก็ปกติ ไม่มีอะไรรุนแรง มีวัยรุ่นมาก่อกวนบ้างเป็นช่วงๆ แต่ก็ไม่มีเหตุร้าย

ได้มีการประชุมแกนนำคนเสื้อแดงในคืนนั้น และสรุปว่า คนเสื้อแดงบุรีรัมย์ ต้องการแสดงให้สังคมภายนอก และ นายอภิสิทธิ์รับรู้ว่า บุรีรัมย์ ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ไม่เหมือนกลุ่มเนวิน ที่ทรยศต่อประชาชน

จึงวางแผนที่จะเคลื่อนขบวนในตอนเช้าไปที่ อ. ลำปลายมาศ เพื่อแสดงตนให้อภิสิทธิ์เห็นว่า จริงแล้ว เนวิน คุมคนบุรีรัมย์ไม่ได้ทั้งหมดตามที่คุยไว้

จึงเคลื่อนขบวนประชาชนโดยรถยนต์ ส่วนมากจะเป็นรถส่วนตัว เดินทางไปกันประมาณ 30 คัน

เมื่อเดินทางผ่านอำเภอ ชำนิ เข้าเขต อ. ลำปลายมาศ จึงพบว่า มีกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินประมาณ 200 คน ปิดถนนอยู่ ขบวนจึงหยุดและเข้าเจรจาขอผ่านทาง จึงผ่านทางมาได้

เมื่อเดินทางต่อมาอีก 2 กิโลเมตร ก็พบกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินจำนวนมากประมาณ 500 คน พร้อมอาวุธในเมือปิดถนนอยู่ และกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินเหล่านี้ ก็ไม่ยอมให้ผ่าน จึงมีการตั้งตัวแทนเข้าเจรจากัน โดยเสื้อแดงส่งประธานกลุ่มเสื้อแดงบุรีรัมย์ คุณทองพูน เมืองสุข และคุณเขื่อนเพชร โพนรัมย์ เป็นตัวแทน และเสื้อน้ำเงินก็ส่ง คุณคำตา แทนบุญจัน และ สจ.ลำปลายมาศ มาเป็นตัวแทน

การเจราจาเป็นไปด้วยดี มีการทำข้อตกลงเป็นหนังสือว่า คนเสื้อแดงจะไม่เดินทางต่อไป ที่ลำปลายมาศ และให้เดินทางกลับที่ตั้ง ที่ อ. นางรอง และเสื้อน้ำเงินต้องถอนกลุ่มคนออกไป อย่าให้เข้ามาช่วงเสื้อแดงถอนตัว

ปัญหาเกิดขึ้น เพราะ คุณคำตา แทนบุญจัน และ สจ. ท่านนั้น ไม่สามารถสั่งการคนเสื้อน้ำเงินได้

ผลการเจรจาจึงไม่มีประโยชน์ ทำให้ทั้งสองฝ่าย ต้องเผชิญหน้ากันมากขึ้น และในเวลานั้น คนเสื้อน้ำเงินที่เราผ่านด่านแรกมา ก็รวมตัวกันปิดถนน และบีบวงล้อมเข้ามา ทำให้เกิดอาการตึงเครียดขึ้นมาทันที

ขณะที่คนเสื้อน้ำเงิน ก็พูดจายั่วยุผ่านเครื่องขยายเสียงตลอด มีการยื่นข้อเสนอให้ตัวแทนเสื้อแดง ต้องขึ้นประกาศขอโทษนายของเขา แต่ได้รับการปฏิเสธจากเสื้อแดง ทำให้เวลาต้องยืดเยื้อยาวนาน

ช่วงหลังก็มีเด็กวัยรุ่นใส่เสื้อขาวจำนวนหนึ่ง ส่วนมากอยู่ในอาการมึนเมา ปรากฏตัวที่แนวตั้งของเสื้อน้ำเงิน คนกลุ่มนี้ มีแป๊บน้ำและไม้กระบองเป็นอาวุธ เริ่มออกมายั่วยุ และเดินเข้ามาประชิดเสื้อแดง ทำให้เกิดการตึงเครียดมากขึ้น และมีการใช้หนังสติ๊ก และขว้างปาสิ่งของเข้าใส่คนเสื้อแดง และมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากเสื้อน้ำเงิน

ช่วงเที่ยงวัน ทำให้คนเสื้อแดงไม่มีข้าวที่จะรับประทาน มีแต่น้ำ โชคดี มีรถกาแฟโบราณของคนเสื้อแดงร่วมขบวนอยู่ด้วย จึงพอที่จะซื้อหามาทดแทนกันได้ระดับหนึ่ง

เวลายิ่งผ่านไป ยิ่งมีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อหัวหน้าเสื้อน้ำเงินบางส่วนมาบอกว่า พวกเขาไม่สามารถสั่งการคนเสื้อขาวได้ พวกนี้รับคำสั่งจากเนวินเท่านั้น

จากเหตุนี้ ทำให้หัวหน้าคนเสื้อน้ำเงินเริ่มมองปํญหาที่จะเกิดขึ้นมาแน่นอน ถ้าไม่มีทางออก และตนเองจะต้องได้รับผิดชอบ เพราะส่วนมากเป็น สจ. สท. และ อบต. และข้าราชการที่รับคำสั่งจาก เนวิน

จึงมีการนำเสนอให้แกนนำทั้งสองฝ่าย ยอมรับการขอโทษซึ่งกันและกัน โดยประกาศที่รถเครื่องเสียง

แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศก่อนว่า ถ้าการกระทำของคนเสื้อแดง ทางเสื้อน้ำเงินเห็นว่าไม่ถุกต้องตรงไหน ก็ขอโทษมา ณ ที่นี้ ส่วนแกนนำคนเสื้อน้ำเงิน ก็กล่าวขอโทษที่ปิดกั้นการเดินทางของคนเสื้อแดง ในการที่จะใช้สิทธิ์ในการแสดงออก

กล่าวจบ การปิดกั้นถนนของคนเสื้อน้ำเงินก็ยอมเปิดถนน ให้เสื้อแดงเดินทางได้

เหตุการณ์ก็จบลง..

เพิ่มเติม ... คุณ cheeky จากเวบ konthaiuk
คลิป 1 สัมภาษณ์ คุณทองพูน สุขเนื่อง แกนนำคนเสื้อแดงบุรีรัมย์ และ
คลิป 2 สัมภาษณ์ ดร.สากล ศรีวันทา พรรคเพื่อไทย
ในห้วข้อ: เหตุการณ์ความตึงเครียดที่ นางรอง-ชำนิ-ลำปลายมาศ บุรีรัมย์

เรื่องเล่า.. คนเสื้อแดงถูกละเมิดสิทธิ์การเดินทางถึง 7 ชม. เพียงเพื่อสร้างภาพให้มาร์คว่า ไม่มีการต่อต้านที่บุรีรัมย์

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ ไทยสีคิ้ว
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
11 กรกฎาคม 2552

ผมต้องขอขอบคุณ และนับถือน้ำใจของคนเสื้อแดง และความอดทน ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดของเสื้อแดง ที่ร่วมเหตุการณ์ในครั้งนี้ทุกๆ ท่าน

ก่อนอื่นผมต้องยอมรับว่า การเป็นเสื้อแดงบุรีรัมย์นั้น ยากลำบากกว่าจังหวัดอื่นๆ จริงๆ นอกจากต้องมีใจรักประชาธิปไตยแล้ว ยังจะต้องต่อสู้กับพวกนักเลงอันธพาลในจังหวัด

วันนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจน ได้จากการกระทำ ถ่อย เถื่อน ของพวกเสื้อน้ำเงิน ผมขอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทราบกันอีกครั้ง

คนเสื้อแดงบุรีรัมย์ จัดเวทีสาธารณะในวันที่ 10 มีการอภิปรายตั้งแต่เย็นจนเช้าวันรุ่งขึ้น ที่บริเวณสระริมน้ำทางแยกเข้าเมื่องบุรีรัมย์ เหตุการก็ปกติ ไม่มีอะไรรุนแรง มีวัยรุ่นมาก่อกวนบ้างเป็นช่วงๆ แต่ก็ไม่มีเหตุร้าย

ได้มีการประชุมแกนนำคนเสื้อแดงในคืนนั้น และสรุปว่า คนเสื้อแดงบุรีรัมย์ ต้องการแสดงให้สังคมภายนอก และ นายอภิสิทธิ์รับรู้ว่า บุรีรัมย์ ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ไม่เหมือนกลุ่มเนวิน ที่ทรยศต่อประชาชน

จึงวางแผนที่จะเคลื่อนขบวนในตอนเช้าไปที่ อ. ลำปลายมาศ เพื่อแสดงตนให้อภิสิทธิ์เห็นว่า จริงแล้ว เนวิน คุมคนบุรีรัมย์ไม่ได้ทั้งหมดตามที่คุยไว้

จึงเคลื่อนขบวนประชาชนโดยรถยนต์ ส่วนมากจะเป็นรถส่วนตัว เดินทางไปกันประมาณ 30 คัน

เมื่อเดินทางผ่านอำเภอ ชำนิ เข้าเขต อ. ลำปลายมาศ จึงพบว่า มีกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินประมาณ 200 คน ปิดถนนอยู่ ขบวนจึงหยุดและเข้าเจรจาขอผ่านทาง จึงผ่านทางมาได้

เมื่อเดินทางต่อมาอีก 2 กิโลเมตร ก็พบกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินจำนวนมากประมาณ 500 คน พร้อมอาวุธในเมือปิดถนนอยู่ และกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินเหล่านี้ ก็ไม่ยอมให้ผ่าน จึงมีการตั้งตัวแทนเข้าเจรจากัน โดยเสื้อแดงส่งประธานกลุ่มเสื้อแดงบุรีรัมย์ คุณทองพูน เมืองสุข และคุณเขื่อนเพชร โพนรัมย์ เป็นตัวแทน และเสื้อน้ำเงินก็ส่ง คุณคำตา แทนบุญจัน และ สจ.ลำปลายมาศ มาเป็นตัวแทน

การเจราจาเป็นไปด้วยดี มีการทำข้อตกลงเป็นหนังสือว่า คนเสื้อแดงจะไม่เดินทางต่อไป ที่ลำปลายมาศ และให้เดินทางกลับที่ตั้ง ที่ อ. นางรอง และเสื้อน้ำเงินต้องถอนกลุ่มคนออกไป อย่าให้เข้ามาช่วงเสื้อแดงถอนตัว

ปัญหาเกิดขึ้น เพราะ คุณคำตา แทนบุญจัน และ สจ. ท่านนั้น ไม่สามารถสั่งการคนเสื้อน้ำเงินได้

ผลการเจรจาจึงไม่มีประโยชน์ ทำให้ทั้งสองฝ่าย ต้องเผชิญหน้ากันมากขึ้น และในเวลานั้น คนเสื้อน้ำเงินที่เราผ่านด่านแรกมา ก็รวมตัวกันปิดถนน และบีบวงล้อมเข้ามา ทำให้เกิดอาการตึงเครียดขึ้นมาทันที

ขณะที่คนเสื้อน้ำเงิน ก็พูดจายั่วยุผ่านเครื่องขยายเสียงตลอด มีการยื่นข้อเสนอให้ตัวแทนเสื้อแดง ต้องขึ้นประกาศขอโทษนายของเขา แต่ได้รับการปฏิเสธจากเสื้อแดง ทำให้เวลาต้องยืดเยื้อยาวนาน

ช่วงหลังก็มีเด็กวัยรุ่นใส่เสื้อขาวจำนวนหนึ่ง ส่วนมากอยู่ในอาการมึนเมา ปรากฏตัวที่แนวตั้งของเสื้อน้ำเงิน คนกลุ่มนี้ มีแป๊บน้ำและไม้กระบองเป็นอาวุธ เริ่มออกมายั่วยุ และเดินเข้ามาประชิดเสื้อแดง ทำให้เกิดการตึงเครียดมากขึ้น และมีการใช้หนังสติ๊ก และขว้างปาสิ่งของเข้าใส่คนเสื้อแดง และมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากเสื้อน้ำเงิน

ช่วงเที่ยงวัน ทำให้คนเสื้อแดงไม่มีข้าวที่จะรับประทาน มีแต่น้ำ โชคดี มีรถกาแฟโบราณของคนเสื้อแดงร่วมขบวนอยู่ด้วย จึงพอที่จะซื้อหามาทดแทนกันได้ระดับหนึ่ง

เวลายิ่งผ่านไป ยิ่งมีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อหัวหน้าเสื้อน้ำเงินบางส่วนมาบอกว่า พวกเขาไม่สามารถสั่งการคนเสื้อขาวได้ พวกนี้รับคำสั่งจากเนวินเท่านั้น

จากเหตุนี้ ทำให้หัวหน้าคนเสื้อน้ำเงินเริ่มมองปํญหาที่จะเกิดขึ้นมาแน่นอน ถ้าไม่มีทางออก และตนเองจะต้องได้รับผิดชอบ เพราะส่วนมากเป็น สจ. สท. และ อบต. และข้าราชการที่รับคำสั่งจาก เนวิน

จึงมีการนำเสนอให้แกนนำทั้งสองฝ่าย ยอมรับการขอโทษซึ่งกันและกัน โดยประกาศที่รถเครื่องเสียง

แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศก่อนว่า ถ้าการกระทำของคนเสื้อแดง ทางเสื้อน้ำเงินเห็นว่าไม่ถุกต้องตรงไหน ก็ขอโทษมา ณ ที่นี้ ส่วนแกนนำคนเสื้อน้ำเงิน ก็กล่าวขอโทษที่ปิดกั้นการเดินทางของคนเสื้อแดง ในการที่จะใช้สิทธิ์ในการแสดงออก

กล่าวจบ การปิดกั้นถนนของคนเสื้อน้ำเงินก็ยอมเปิดถนน ให้เสื้อแดงเดินทางได้

เหตุการณ์ก็จบลง..

เพิ่มเติม ... คุณ cheeky จากเวบ konthaiuk
คลิป 1 สัมภาษณ์ คุณทองพูน สุขเนื่อง แกนนำคนเสื้อแดงบุรีรัมย์ และ
คลิป 2 สัมภาษณ์ ดร.สากล ศรีวันทา พรรคเพื่อไทย
ในห้วข้อ: เหตุการณ์ความตึงเครียดที่ นางรอง-ชำนิ-ลำปลายมาศ บุรีรัมย์

"มาร์ค"ใส่เสื้อเกราะ ใช้ฮ.อารักขาลงพื้นที่บุรีรัมย์ เสื้อแดงสิ้นฤทธิ์โดนน้ำเงินสกัดถอยไม่เป็นขบวน

ที่มา มติชนออนไลน์

"มาร์ค"ลงพื้นที่บุรีรัมย์ผ่านฉลุยไม่มีเสื้อแดงต้าน สวมเสิ้อเกราะใช้เฮลิคอปเตอร์บินคุ้มกัน ยาหอมให้งบฯลงบ้านเนวิน 6.5 พันล้าน ติดใจเตรียมไปอุบลราชธานี-ยโสธร 23 ก.ค. "เสื้อน้ำเงิน" ตั้งด่านสกัด "เสื้อแดง" ถอยร่นไม่เป็นขบวน

นายกฯยกคณะใหญ่ไปบุรีรัมย์


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 กรกฎาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบด้วย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายธีระวงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ส.ส.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน และ น.ส.ณิรัฐกานต์ ศรีลาภ ส.ส.ยโสธร ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร (บน.6) ไปปฏิบัติภารกิจตรวจพื้นที่ภาคอีสานที่ จ.บุรีรัมย์


ไร้เงา"สุทัศน์"ใช้ ฮ.บินคุ้มกัน


เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์และคณะมาถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เป็นที่น่าสังเกตว่า นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มาร่วมคณะอย่างใด เมื่อมาถึงนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เจ้าของพื้นที่เดินมารับนายกฯพร้อมกับนายมงคล สุระสัจจะ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากนี้ยังมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า "มาดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เพราะเป็นห่วงนายกฯ ไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้น"


บริเวณหน้าสนามบิน มีหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนกว่า 500 คน สวมเสื้อยืดสีขาวมีข้อความว่า "เรารักนายกฯ" มารอต้อนรับ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) อย่างเข้มงวด ทั้งตำรวจ ทหาร อพ.ปร. ยืนคุ้มกันตลอดเส้นทางที่คณะนายกฯผ่าน มีเฮลิคอปเตอร์บินติดตามขบวนนายกฯไปทุกจุด ระหว่างทางมีกลุ่มชายฉกรรจ์สวมใส่เสื้อสีน้ำเงินตั้งด่านสกัดกลุ่มเสื้อแดงที่จะเคลื่อนมาชุมนุมขับไล่นายกฯ ตามถนนสายต่างๆ เช่น ที่สี่แยกบ้านกระสัง อ.เมือง เป็นต้น


นายกฯสวมเสื้อเกราะอ่อน


รายงานข่าวแจ้งว่า ทีม รปภ.ของนายกฯได้เพิ่มกำลังเป็นพิเศษ ติดอาวุธครบมือ อาทิ ปืนเอ็มพี 5 ปืนสั้นลูกกรด กระบอง ฯลฯ แบ่งการรักษาความปลอดภัยออกเป็น 3 ชั้น คือ ระยะประชิดตัว ระยะใกล้ และระยะไกล ด้านนายอภิสิทธิ์ได้สวมเสื้อเกราะอ่อนไว้ข้างใน ก่อนสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าทับชั้นที่ 2 และสวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีขาวมีข้อความว่า "ฉันรักประเทศไทย" ทับเป็นชั้นที่ 3 เพื่ออำพราง เป็นที่น่าสังเกตว่าตลอดการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกฯนั่งรถยนต์กันกระสุน ยี่ห้อฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีดำ เลขทะเบียน ฌฌ 7771 กรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังนำรถโตโยต้า พลาโด มานำขบวน และรถโตโยตา ฟอร์จูนเนอร์ ของหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน มาปิดท้ายขบวนนายกฯ ด้วย


เสื้อแดงเจอน้ำเงินสกัดยอมถอย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ากลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน พร้อมขบวนรถยนต์หลายสิบคัน นำโดยนายทองพูน สุขเมือง เคลื่อนจากสระน้ำทุ่งแหลม ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มุ่งหน้าสู่ อ.ลำปลายมาศ จุดที่นายกฯจะลงพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเคลื่อนมาถึงเส้นทางสาย อ.นางรอง-อ.ชำนิ มุ่งหน้าสู่ อ.ลำปลายมาศ ปรากฏว่า ที่บริเวณเส้นทางช่วงบ้านหนองเทา ต.หนองโดน อ.ชำนิ มีกลุ่มชายฉกรรจ์สวมเสื้อสีน้ำเงินประมาณ 500 คน ในนาม คนรักบุรีรัมย์Ž นำโดยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.บุรีรัมย์ หลายคนนำรถบรรทุกหกล้อติดเครื่องขยายเสียงปราศรัย มาตั้งด่านสกัดการเคลื่อนขบวนของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงผ่านมาถึง กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินซึ่งมีทั้งกระบองและไข่ไก่ นำรถหกล้อและรถสองแถวหลายคันปิดหัวปิดท้ายขบวนเสื้อแดง ไม่ยอมให้เสื้อแดงเคลื่อนขบวนออกจากบริเวณดังกล่าวได้ ทำให้กลุ่มเสื้อแดงติดแหงกอยู่ที่นั่นตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. เป็นต้นมา ส่งผลให้รถที่ใช้เส้นทางสาย อ.นางรอง-อ.ลำปลายมาศ ต้องเลี่ยงไปใช้ถนนในหมู่บ้านหนองเทาแทน


กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยยืนยันไม่ยอมให้กลุ่มคนเสื้อแดงมาทำลายชื่อเสียง หรือก่อความวุ่นวายให้กับ จ.บุรีรัมย์ ในระหว่างที่นายกฯลงพื้นที่ ระหว่างนั้นแกนนำทั้งสองกลุ่มเปิดเจรจากัน กลุ่มคนเสื้อน้ำเงินยืนยันไม่ให้ไปไหนจนกว่านายกฯจะออกจาก จ.บุรีรัมย์ กลุ่มเสื้อแดงยอมย้ายกลับไปชุมนุมที่สระน้ำทุ่งแหลมตามเดิมโดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น


ชาวบ้านกรี๊ด-แห่ผูกผ้าขาวม้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแต่ละจุดที่นายอภิสิทธิ์ปฏิบัติภารกิจ ประชาชนให้ความสนใจขอถ่ายรูป ส่งเสียงกรี๊ด ขอลายเซ็น และแห่ผูกผ้าขาวม้ารอบเอวให้ เริ่มจุดแรกที่บริเวณสถานีรถไฟบุรีรัมย์ นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยต่อหน้าประชาชนหลายพันคนว่า มีการจับตาดูว่านายกฯมาบุรีรัมย์ มาภาคอีสานเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ทั้งที่ความจริงเคยมาปราศรัยที่ จ.บุรีรัมย์ แล้วคนมาฟังมากแต่คะแนนเสียงไม่ค่อยได้ ที่ผ่านมาเคยบอกประชาชนในวันเข้ารับตำแหน่งว่าจะทำหน้าที่ให้คนไทยทุกคนไม่ว่าอยู่ที่ไหน เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน


ยาหอมงบฯลงบุรีรัมย์6.5พันล.


"ที่ผมตัดสินใจมาในช่วงนี้ เพราะต้องยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ค่อนข้างวุ่นวาย ผมไม่อยากให้เกิดปัญหาจากการเดินทางของผมไม่ว่าจะภาคไหน หลายปีที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้ว่าการลงทุนไม่ค่อยเกิด แต่ 3 ปีหลังจากนี้รัฐบาลจะลงทุนพัฒนาประเทศไทยอย่างจริงจัง เฉพาะ จ.บุรีรัมย์ จะมีงบประมาณมาลง 6.5 พันล้านบาท จะมีแหล่งน้ำ ถนนไร้ฝุ่น สถานีอนามัย" นายอภิสิทธิ์กล่าว


เวลา 11.10 น. นายอภิสิทธิ์ปฏิบัติภารกิจในจุดที่ 2 ด้วยการตรวจเยี่ยมโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา และศูนย์การเรียนรู้ของนายมีชัย วีระไวทยะ จากนั้น ไปที่โรงเรียนธารทองพิทยาคม อ. ลำปลายมาศ เพื่อเปิดงานมหกรรมสุขภาพและมหกรรมของดีบุรีรัมย์ ชมสาธิตการเต้นแอโรบิคจากอาสาสมัครสาธารณสุขจาก 5 อำเภอ จำนวน 3,000 คน ที่นี่มีประชาชนมารอต้อนรับหลายหมื่นคนจนเต็มพื้นที่สนามกีฬา นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยงว่า ขอขอบคุณที่ชาวบุรีรัมย์ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีไม่เฉพาะกับจังหวัด แต่หมายถึงประเทศ เพราะเชื่อว่าประชาชนในจังหวัดอื่นๆ ก็จะทำเช่นนี้


เปิบข้าวเหนียว-ส้มตำบ้าน"โสภณ"


จากนั้น นายอภิสิทธิ์ไปเปิดงานคมนาคมเคลื่อนที่ โดยนั่งรถอีแต๋นพร้อมกับโบกมือทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดโดยเฉพาะจากผู้หญิงและนักเรียน บางคนวิ่งตามมาขอสัมผัสมือ


เวลา 12.45 น. นายกฯและคณะไปโรงเรียนบ้านหนองบัว เปิดโครงการถนนไร้ฝุ่นสายแรกที่บ้านแสงพัน-บ้านหนองน้ำขุ่น ต.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ เสร็จแล้วแวะไปรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านพักของนายโสภณ เมนูที่เจ้าบ้านเตรียมไว้ อาทิ ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวหมู ผัดหมี่โคราช ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง กุ้งเผา ลอดช่อง ฯลฯ


คุยชาวบ้านบอกมัดใจไว้ที่อีสาน


เวลา 14.40 น. นายอภิสิทธิ์นั่งรถอีแต๋นจากบ้านนายโสภณไปปฏิบัติภารกิจต่อในจุดที่ 5 ที่โครงการปลูกยางพาราและปลูกอ้อย อ.นาดอน ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อไปถึงนายกฯได้นั่งล้อมวงพูดคุยกับชาวบ้านที่พื้นดิน จากนั้น คว้าไมโครโฟนมากล่าวทักทายประชาชนด้วยสำเนียงอีสานเป็นครั้งแรกว่า ซำบายดีบ่Ž เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่น ก่อนจะสอบถามถึงความพอใจต่อการกำหนดราคาสินค้าเกษตร


ต่อมาไปยังสถานีอนามัยหนองครก ซึ่งพัฒนาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ เป็นจุดที่ 6 ก่อนปิดท้ายตรวจโครงการอ่างเก็บน้ำลำตะโคงเป็นภารกิจสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ยังพูดด้วยภาษาอีสานขอบคุณชาวบุรีรัมย์ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ประทับใจมาก แสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคี ไม่เฉพาะชาวบุรีรัมย์เท่านั้น แต่เป็นความสามัคคีของคนทั้งชาติ มาครั้งนี้จะเห็นได้ว่าชาวบ้านได้นำผ้าขาวม้ามารัดที่เอวของตนหลายสิบผืน แถมบอกด้วยว่าจะต้องมัดให้แน่นๆ เพื่อที่จะได้มัดใจของตนไว้ที่อีสาน และจะได้กลับมาที่นี่อีก เมื่อดูจากจำนวนผ้าก็คงบอกได้ว่าจะต้องกลับมาอีกกี่รอบ


เสื้อแดง4คนเล็ดลอดมาไล่


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างนายกฯเดินทางไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 17.45 น. มีจุดหนึ่งที่ชาวบ้านสวมเสื้อแดง 3 คน นำเสื้อแดงมาทำเป็นธงแล้วโบกใส่คณะของนายกฯ มีเด็กถือตีนตบมาเขย่า ถือเป็นจุดเดียวที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงปรากฏตัว
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ กล่าวหลังส่งนายกฯว่า รู้สึกสบายใจมาก เพราะเมื่อคืนวันที่ 10 กรกฎาคม ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เพราะออกไปดูว่าประชาชนตั้งด่านอยู่จริงหรือไม่ เนื่องจากข่าวดังจริงๆ มาตอนนี้ก็รู้สึกดีมากๆ


ติดใจเล็งไปอุบลฯ23ก.ค


นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเครื่อง ถึงกระแสข่าวในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ จะไปลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกำหนดการ ขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละพื้นที่ที่จัดมา รวมถึงภาคเหนือและภาคใต้ด้วย


เมื่อถามว่า งานนี้ต้องขอบคุณนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ก็ขอบคุณทุกท่าน เพราะหลายคนเหนื่อยกับการเตรียมการครั้งนี้" เมื่อถามว่า ทำไมไม่เห็นนายเนวินมาต้อนรับบ้างเลย นายกฯกล่าวว่า คงไม่จำเป็น การมาวันนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับนายเนวิน แต่ได้โทรศัพท์พูดคุยกันก่อนหน้านี้


"วิฑูรย์"ขอให้แวะยโสธรด้วย


ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในวันที่ 23 กรกฎาคม นายกฯมีภารกิจที่ต้องไปปฏิบัติราชการใน จ อุบลราชธานีอยู่แล้ว จึงได้หารือกับนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน ซึ่งนายวิฑูรย์เสนอให้นายกฯไปลงพื้นที่ จ.ยโสธรด้วย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา นายกฯยังพูดเล่นกับนายวิฑูรย์ว่าถ้าไป จ.ยโสธร จะมีคนมาต้อนรับมากเหมือนมาที่ จ.บุรีรัมย์หรือไม่

องคมนตรีชี้"ทักษิณ"ต้องรับโทษก่อนขออภัยโทษ "จตุพร" คุยล่ารายชื่อถวายฎีกาทะลุล้านแล้ว

ที่มา มติชนออนไลน์

องคมนตรีเผย"แม้ว"ต้องรับโทษก่อนขอพระราชทานอภัยโทษ ตุลาการตัดสินแล้วต้องเป็นไปตามกฎหมาย "จตุพร" โวล่ารายชื่อถวายฎีกาทะลุล้านแล้ว "อภิวันท์" เปรียบเหมือนสมัยพ่อขุนราม ไม่กระทบสถาบัน

องคมนตรีชี้อดีตนายกต้องรับโทษก่อน


เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่โรงแรมอมารี วอร์เตอร์เกท พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงล่ารายชื่อประชาชน 1 ล้านรายชื่อ เพื่อยื่นถวายฎีกาขออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า "ท่านคิดว่า ถูกหรือผิด การอภัยโทษต้องถูกลงโทษแล้วใช่หรือไม่"


ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการขออภัยโทษจะเป็นการระคายเคืองเบื้องยุคลบาทหรือไม่ พล.อ.พิจิตรกล่าวว่า ประเทศไทยมีฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และฝ่ายนิติบัญญัติในการทำหน้าที่ชัดเจน อยากถามว่า ทางอำนาจตุลาการตัดสินไปอย่างไร ตุลาการตัดสินไปแล้ว ดังนั้น ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย


"จตุพร"โวลงชื่อฎีกาทะลุล้านแล้ว


นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการล่าชื่อยื่นถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณว่า จากการประเมินจำนวนใบฎีกาเปิดผนึกที่ส่งกลับเข้ามายังสำนักงาน ความจริงวันนี้Ž เบื้องต้น น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านรายชื่อแล้ว ส่วนจะเพิ่มยอดไปถึงจำนวน 2-3 ล้านรายชื่อหรือไม่ รอผลการสรุปยอดในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จะดำเนินการถวายฎีกาให้เสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคม เพราะในเดือนสิงหาคม จะเริ่มเตรียมการจัดชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงอีกครั้ง ที่ท้องสนามหลวง และจะขยายพื้นที่ไปจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย


"อภิวันท์"เทียบฎีกากับกระดิ่งพ่อขุน


พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบมาว่าการถวายฎีกาเป็นการขอพระราชทานความเป็นธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับการอภัยโทษ เพราะถือว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีความผิด ประชาชนมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะหลังจากการทำรัฐประหาร มีการออกกฎหมายไม่ได้เป็นมาตรฐานของโลกมาดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หากเป็นกระบวนการยุติธรรมตามปกติ เชื่อว่าประชาชนคงยอมรับได้ ขณะนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ต้องรีบสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับคนในชาติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่รัฐบาลชุดปัจจุบันแทนที่จะรีบสร้างความรักความสามัคคีกลับมีโฆษกพรรคมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ทุกวัน ยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นเรื่อยๆ


พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า ธรรมเนียมราชประเพณีไทยตั้งแต่โบราณสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงแขวนกระดิ่งหน้าพระราชวัง หากประชาชนเดือดร้อนจะพึ่งพระบารมีพระองค์ ก็จะไปสั่นกระดิ่ง ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันคือใช้วิธีการกราบบังคมทูล ขอความเป็นธรรมให้กับคนคนหนึ่ง ซึ่งถือว่าทำประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมายาวนาน


ไม่ทิ้งแดงเหมือนปชป.รักเหลือง


เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่า การยื่นถวายฎีกาเป็นการกระทำที่กระทบต่อสถาบัน พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า มองว่า ถือเป็นการให้ความเคารพสถาบันเบื้องสูงด้วยซ้ำไป เพราะเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระองค์ บรรดาลูกๆ ที่มีความเดือดร้อนจะต้องพึ่งพ่อแม่ ไม่ถือว่าเป็นการดึงสถาบันมาเกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นการเฉลิมพระเกียรติพระองค์


รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์มาขอความกรุณากลุ่มคนเสื้อแดงว่าอย่าจัดงานแซยิดวันเกิดที่สนามหลวงแล้ว แต่หากจะจัดคงเป็นเรื่องของผู้จัด คงห้ามไม่ได้ เพราะห้ามความรักของคนไม่ได้ ส่วนกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเข้าร่วมแซยิดด้วยนั้น กลุ่มประชาชนถือเป็นฐานเสียงให้ ส.ส.บางคน ส.ส.ละทิ้งไม่ได้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถละทิ้งกลุ่มเสื้อเหลืองได้เช่นกัน แต่สิ่งที่อยากจะให้ช่วยกันคิดคือจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความรักความสามัคคี ความสมานฉันท์

ร้อนๆในประชาธิปัตย์ กษิต-วิทยา-สุทัศน์ ร้อนเก้าอี้-ร้อนงาน

ที่มา ข่าวสด

ทะลุคน ทะลวงข่าว




กษิต ภิรมย์/ วิทยา แก้วภราดัย / สุทัศน์ เงินหมื่น

ช่วงนี้ประชาธิปัตย์ "งานเข้า" เต็มๆ ทั้งปัญหาจากภายในและภายนอก

ส่งผลให้อุณหภูมิการเมืองร้อนฉ่าขึ้นตามไปด้วย

ร้อนขึ้นหลังจาก พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผบ.ตร. หัวหน้าคณะสอบสวนคดีม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิป ไตย(พธม.)บุกสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ออกหมายเรียก 36 แกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯ

ในข้อหาก่อการร้าย

1 ใน 36 ผู้ต้องหมายเรียกคือ นาย กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ

ตามติดมาคือเสียงเรียกร้องจากสังคมให้นายกษิตลาออก

เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

มีพรรคฝ่ายค้านช่วยเตือนความจำ หยิบคำให้สัมภาษณ์ของนายกษิตเอง เมื่อ 23 ก.พ.ว่า

"หากผมเป็น 1 ใน 21 แกนนำพันธมิตรฯที่จะถูกออกหมายจับ ก็พร้อมจะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะต้องให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม

"และหากผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว ก็จะไปต่อสู้กับสิ่งเลวร้ายในวงการการ เมืองบนถนนต่อไป"

และพุ่งเข้าใส่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะคนแต่งตั้ง

ว่าควรจะตัดสินใจปรับรมว.ต่างประ เทศออกได้

ยกกรณีของนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ที่แสดงสปิริตลาออกจากกรณีปลากระป๋องเน่ามาเทียบเคียง

แต่คนโดนกระทุ้งยังเสียงแข็ง

ประกาศลั่นจะอยู่บนเก้าอี้ต่อไป จน กว่าคดีจะถึงชั้นศาล

โดยมีเพื่อนๆ พันธมิตรฯออกมาฮึ่มฮั่ม จะฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจและนายอภิสิทธิ์

ฐานตั้งข้อหาแรงไป

อีกหนึ่งเรื่องร้อนที่สะท้อนปัญหาภายใน

คล้อยหลังนายอภิสิทธิ์เปิดบ้านพิษณุ โลก ถกลับกับ นายเนวิน ชิดชอบ ตัวจริงของพรรคภูมิใจไทย โดยมีแกนนำพรรคอย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ร่วมวง

ข่าว"โอ๋"ภูมิใจไทยเล็ดลอดออกมา ว่าจะทั้งทุ่มงบประมาณและมอบพื้นที่อีสานให้ภูมิใจไทยดูแลในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า

ตามมาด้วยการลงพื้นที่อีสานครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี เลือกเป้าที่บุรีรัมย์

พื้นที่ในการควบคุมเข้มแข็งของนายเนวิน

แทนที่จะเป็นอุบลราชธานี ฐานเสียงพรรคซึ่งมีแกนนำทั้ง นายวิฑูรย์ นามบุตร นายอิสสระ สมชัย

และนายสุทัศน์ เงินหมื่น อดีตรองหัวหน้าพรรคโควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อดีตส.ส.อุบลราชธานีหลายสมัย

เจ้าของวาทะ

"ชาวบ้านหวังให้คุณอภิสิทธิ์เป็นตัวของตัวเอง เพราะเขาเชื่อท่าน ไม่เชื่อบางคน

"ผมไปได้ทั่วภาคอีสาน ไปมาหมดแล้วทุกตำบล ขับรถไปได้หมดไม่ต้องดูแผนที่ เข้าใจดีว่าจะแก้ปัญหาให้คนอีสานได้อย่างไร

"พอมีข่าวว่าจะมอบให้พรรคอื่นดูแล ผมไม่ยอม เพราะเหมือนฮั้วประเทศชาติ"

เจ้าของวาจาคือ นายสุทัศน์ เงินหมื่น

ขย่มให้ระอุซ้ำว่า หากข้อตกลงดังกล่าวมีจริง จะลาออกจากพรรค

เพิ่มความร้อนเข้าไปอีกด้วยการกินข้าวกับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีต นายกฯจากขั้วเพื่อไทย

แกนนำทั้งหลาย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี-หัวหน้าพรรค ไปจนถึงเลขาธิการ-ผู้จัดการรัฐบาล ต้องออกปากบอก ปัดปฏิเสธกันให้วุ่น

เคลียร์จบก็เหมือนยังไม่จบ



ออกมานอกพรรค งานก็หนักอก

โดยเฉพาะปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่แพร่กระจายแบบรั้งไม่อยู่

มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นนับร้อยคนแทบทุกวัน ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยในไทยเฉียด 3,000 คน

ผู้อยู่ในข่ายป่วยอาจจะมากกว่า 200,000 ราย

ที่ร้ายกว่านั้นคือมีคนทยอยเสียชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ

เสียงวิจารณ์คือมาตรการแก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้อ่อนหัด เมื่อเทียบกับครั้งแก้ปัญหาโรคหวัดนกและโรคซาร์ส

วัดกึ๋นของรมว.สาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรคและส.ส. นครศรีธรรมราชหลายสมัย

โดยเฉพาะกับระดับของมาตรการรับมือปัญหาที่กลับมากลับไป

จากเข้มข้นสุดขีดในช่วงเริ่มต้น จู่ๆ ก็คลายมือระบุว่าก็แค่ไข้หวัดธรรมดา อัตราผู้เสียชีวิตไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์

โดยผู้เสียชีวิตเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคประจำตัว

แต่ล่าสุด โรคประจำตัวไม่มีก็เสียชีวิตได้ง่ายๆ

ขณะที่การระบาดยิ่งแพร่กระจายมากขึ้นกว่าเก่า

ถึงขั้นหารือกันว่าจะต้อง "ปิดประ เทศ" อย่างที่เม็กซิโกต้นตอของหวัดชนิดนี้เคยทำมาแล้วหรือไม่

คำถามอื้ออึงคือทำไม

ทำไมบุคลากรสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล ที่เคยรับมือโรคอุบัติใหม่ได้ผล จึงกลายเป็นปวกเปียกเอาในหนนี้

สังคมเพ่งสายตาไปที่นายวิทยา ในฐานะเจ้ากระทรวง

ว่าจะรับผิดชอบอย่างไร

เพ่งไปที่นายกรัฐมนตรี ว่าจะคลี่คลายปัญหาใหม่ที่ถาโถมเข้ามาซ้อนปัญหาเก่าอย่างไร

ฤดูฝนนี้ไยจึงร้อนนัก

ฏีกาตอกลิ่ม ไทยกลียุค

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_18794

ชี้อันตราย "เสื้อแดง" ล่าล้านชื่ออภัยโทษหัวหน้าใหญ่ "ทักษิณ"

หลังตกอยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์นานนับสัปดาห์

จากกรณีที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศจะใช้ท้องสนามหลวงรวมพลคนเสื้อแดงจัดงานแซยิดอายุครบ 60 ปี ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 กรกฎาคม

ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และอาจโดนครหาโจมตีว่าทำตัวเสมอเจ้า

ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณได้ออกมาเบรกการจัดงานแซยิดที่สนามหลวง โดยยกหูโทรศัพท์บอกผ่านมาทางนายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว ที่ออกมาระบุว่า

พ.ต.ท.ทักษิณฝากขอบคุณประชาชนทุกคนที่ตั้งใจจะมาร่วมงานแซยิด 60 ปี แต่ไม่อยากให้ใช้ท้องสนามหลวงจัดงาน

เพราะรู้สึกไม่สบายใจที่มีหลายฝ่ายออกมาต่อต้าน และพยายามเชื่อมโยงไปถึงความไม่เหมาะสมและพาดพิงสถาบัน

จึงได้ขอร้องกลุ่มผู้จัดงานทบทวนเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าจะไม่เหมาะสม อยากให้ประชาชนที่ตั้งใจจะจัดงานวันเกิดให้เปลี่ยนไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านแทน

แค่ "ทักษิณ" ส่งสัญญาณผ่านคนใกล้ชิด

แผนการจัดงานแซยิดที่ท้องสนามหลวงก็ยุติลง

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ แม้มีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะผู้ดูแลสถานที่ ออกมาประกาศชัดเจนว่า

กทม.ไม่เคยอนุญาตให้เอกชนรายใด เข้ามาใช้พื้นที่สนามหลวงจัดกิจกรรมที่เป็นลักษณะส่วนตัว

ดังนั้น จึงไม่อนุญาตให้กลุ่มคนเสื้อแดงใช้พื้นที่สนามหลวงจัดงานแซยิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเด็ดขาด

เพื่อป้องกันข้อครหาหรือถูกนำไปเป็นประเด็นโจมตีว่า บุคคลที่กำลังจะถูกจัดงานแซยิดให้นั้นทำตัวเสมอเจ้า

แต่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดงาน ก็ยังยืนยันแข็งกร้าวจะใช้วิธีการอารยะขัดขืน

ใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงเป็นสถานที่จัดงานแซยิด 60 ปีให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

พร้อมเตรียมระดมพลคนเสื้อแดงมากันให้พรึบ โดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนใจกระแสทักท้วงจากฝ่ายใดทั้งสิ้น ใครขวางก็ไม่ยอม

แต่สุดท้าย พอ "ทักษิณ" ยกหูโทรศัพท์ส่งซิกผ่านคนสนิท ขอให้แกนนำกลุ่มเสื้อแดงยกเลิกการจัดงานแซยิดที่สนามหลวง

การเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ ก็ยุติลงทันที

เชื่อง เรียบร้อย สงบเสงี่ยม

ท่าทีกระเหี้ยนกระหือรือของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงที่เคยประกาศกร้าวจะใช้สนามหลวงจัดงานแซยิด 60 ปีให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
วูบหายไปทันที

พร้อมกับเปลี่ยนแนวทางการจัดงานแซยิด มาเป็นการเชิญชวนคนเสื้อแดงไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดใกล้บ้านแทน

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นอีกความเคลื่อนไหวหนึ่งที่สะท้อนชัดเจนว่า ใครคือหัวหน้าใหญ่ตัวจริงของกลุ่มนปช. กลุ่มคนเสื้อแดง รวมไปถึงพรรคเพื่อไทย

ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้

ที่สำคัญ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งนอกสภาและในสภา ภายใต้รูปแบบประชาธิปไตยสากล

แต่เนื้อหาจริงๆ กลับเป็นการสั่งการกดปุ่มได้ โดยคนเพียงคนเดียว

เหนืออื่นใด เมื่อสถานการณ์เดินมาถึงวันนี้ แม้จะมีการสั่งการให้แกนนำคนเสื้อแดงยกเลิกการจัดงานแซยิด 60 ปี ที่ท้องสนามหลวงไปแล้ว

เพื่อลดกระแสต่อต้านจากสังคมที่อาจส่งผลกระทบไปถึง "นายใหญ่"

แต่สำหรับอีกเรื่องหนึ่งที่ยังเป็นประเด็นร้อนแรง และยังไม่มีการสั่งการให้ยุติการดำเนินการ นั่นก็คือ

การที่แกนนำกลุ่ม นปช.เดินหน้าล่ารายชื่อประชาชนคนเสื้อแดง 1 ล้านคน ภายใน 1 เดือน

เพื่อยื่นถวายฎีกาขออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

ในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง

การเมือง ตัดสินพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี ในคดีที่ดินรัชดาฯ

ปมนี้ มีคำถามถึงท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และก็เป็นนายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ออกมาเฉลยคำตอบ

"พ.ต.ท.ทักษิณยังบอกเหมือนเดิม คือ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน"

ยังไม่มีสัญญาณที่จะให้แกนนำกลุ่มเสื้อแดงยุติ เปลี่ยนแปลงแผนการแต่อย่างใด

ทั้งๆที่ว่ากันตามจริงแล้ว ปมการเคลื่อนไหวล่ารายชื่อถวายฎีกาขออภัยโทษให้ "ทักษิณ"

ถือเป็นเรื่องใหญ่และร้อนแรงกว่าปมการการเคลื่อนไหว

จัดงานแซยิด 60 ปี ให้ พ.ต.ท.ทักษิณที่ท้องสนามหลวงหลายเท่านัก

ล่าสุด แกนนำกลุ่ม นปช.ออกมาประกาศโปรแกรมว่าจะแถลงจำนวนผู้ร่วมลงชื่อถวายฎีกาชุดแรกในวันที่ 15 กรกฎาคม โดยเชื่อว่าจะสามารถรวบรวมรายชื่อได้ถึง 1 ล้านรายชื่อ

เพราะถ้า 76 จังหวัด มีคนร่วมลงชื่อจังหวัดละ 15,000 คน หรือมีคนร่วมลงรายชื่อในแบบฟอร์มถวายฎีกาแค่ใบละ 4 คน เพียง 2,500 ใบ ก็ได้ 10,000 คน ถ้าแจกจังหวัดละ 5,000 ใบ เมื่อครบ 1 เดือนน่าจะได้รายชื่อเกิน 1 ล้านคนแน่นอน

และในวันที่ 31 กรกฎาคม จะยุติการล่ารายชื่อ หากได้ถึง

1 ล้านคน จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กำหนดการเคลื่อนไหวไว้เป็นขั้นเป็นตอน วางงานอย่างเป็นระบบ

โดยการเดินเกมดังกล่าว มีการจัดการผ่านแกนนำกลุ่ม นปช.

ในสาย "ความจริงวันนี้"

ผนวกกับการใช้ระบบหัวคะแนน กลไกจัดตั้งทางการเมืองของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในจังหวัดต่างๆเป็นตัวขับเคลื่อน

เดินสายกระจายแบบฟอร์มให้ประชาชนร่วมลงชื่อ

แน่นอน ด้วยเครือข่ายการจัดการอย่างเป็นระบบ บวกกับฐานมวลชนคนเสื้อแดงที่ยังรักและศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ

การรวบรวมรายชื่อ 1 ล้านคน ไม่ใช่เรื่องยาก

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวล่ารายชื่อถวายฎีกาขออภัยโทษให้ "ทักษิณ"

โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงให้การสนับสนุน

แต่ก็มีคนในสังคมอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว

ในสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าฝ่ายที่มีความเห็นแย้งว่าไม่สมควรที่จะมีการอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ

ประกาศตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชนถวายฎีกาคัดค้านการอภัยโทษ

บ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้น

ที่สำคัญ หากเกิดสถานการณ์เช่นนั้น ก็เท่ากับว่าสถาบันสูงสุดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ อยู่เหนือจากความขัดแย้งทั้งมวล

ต้องถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง

ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งที่คนไทยจะกระทำ

"ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ" ขอชี้ว่า การที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเดินเกมล่ารายชื่อถวายฎีกาขออภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้

ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ส่งผลสะเทือนต่อโครงสร้างของประเทศไทยอย่างรุนแรง

เริ่มจากกระบวนการยุติธรรม สถาบันศาล โดยเฉพาะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณได้ป่าวร้องฟ้องนานาชาติว่า เขาถูกกระทำ ถูกรังแก กระบวนการยุติธรรมของไทยไม่น่าเชื่อถือ

โจมตีรุนแรงถึงขั้นระบุว่า เป็นกระบวนการยุติความเป็นธรรม

ทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทย ถูกลดความเชื่อถือในสายตาของชาวต่างชาติบางส่วนที่ไม่เข้าใจสังคมไทย

อย่างลึกซึ้ง

ยิ่งมีการเคลื่อนไหวล่ารายชื่อถวายฎีกาขออภัยโทษให้ "ทักษิณ" ก็เท่ากับเป็นความพยายามที่จะตอกย้ำว่า

กระบวนการยุติธรรมของไทยมีปัญหา

ดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทย

ในขณะที่การบริหารของรัฐบาลก็จะสั่นคลอน เพราะเมื่อมีการล่ารายชื่อถวายฎีกา ก็จะมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้าน

ส่งผลให้ความแตกแยกของคนในชาติยิ่งถ่างออกไป และมีแต่ความเกรี้ยวกราดใส่กัน

ทำให้การบริหารประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ เพราะเมื่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเดินทางไปปฏิบัติงานที่ไหนก็จะโดนกลุ่มเสื้อแดงต่อต้าน

ในขณะที่การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ การทำงานในสภาฯระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ก็จะดำเนินไปแบบเป็นศัตรู

ตีรวน ขัดขา ขวางลำกันทุกเรื่อง ไม่ได้มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เน้นไปที่การชำระแค้นกันเป็นหลัก

เหนืออื่นใด สถาบันสูงสุดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ และอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง

กำลังถูกดึงให้กระทบกระเทือนไปด้วย

จากสถานการณ์ที่เป็นผลกระทบจากการเดินเกมล่ารายชื่อถวายฎีกาขออภัยโทษให้ "ทักษิณ" ในครั้งนี้

ล่อแหลมที่จะทำให้โครงสร้างประเทศไทยตกอยู่ในอาการเดี้ยง

สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดกลียุคครั้งใหญ่.

"ทีมการเมือง"

ชาเวซอัดสหรัฐฯ เหตุหนุนเจรจา เผย “เป็นกับดักที่อันตรายต่อประชาธิปไตย”

ที่มา ประชาไท

ชาเวซวิจารณ์การเจรจาในคอสตาริกา เป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย เผยควรจับตัวมิเชลเลตตีและให้สหรัฐฯ มีมาตรการที่แข็งกร้าวกว่านี้กับปัญหาฮอนดูรัส ด้านพรรคริพับริกันวิจารณ์รัฐบาลโอบามา เลือกข้างเดียวกับผู้นำละตินอเมริกา ในเรื่องรัฐประหารในฮอนดูรัส

ชาเวซอัดสหรัฐฯ เหตุหนุนเจรจา เผย “เป็นกับดักที่อันตรายต่อประชาธิปไตย”
ขณะที่การเจรจาระหว่างสองคู่ขัดแย้งของฮอนดูรัสยังไม่มีความคืบหน้าเป็นชิ้นเป็นอัน ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลลาผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐฯ มาโดยตลอดคือ ฮูโก้ ชาเวซ ก็ได้ออกมากล่าวตำหนิวิธีการที่สหรัฐฯ ผลักดันให้มีการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งในคอสตาริกา
ออสการ์ อาเรียส ประธานาธิบดีคอสตาริกา ผู้เป็นคนกลางของการเจรจาออกมาระบุว่า ทั้งฝ่ายมานูเอล เซลายา ประธานาธิบดีฮอนดูรัสผู้ถูกทำรัฐประหาร และตัวโรเบอร์โต มิเชลเลตตี ผู้นำชั่วคราวที่ได้รับการแต่งตั้งหลังการรัฐประหาร ต่างก็บอกว่าจะยอมให้มีการเจรจาอีก ในอนาคต แต่ยังไม่ระบุวันและเวลา ซึ่งซิลเวีย อยาลา นักกฏหมายฝ่ายซ้ายและตัวแทนคนอื่น ๆ ของเซลายา บอกว่าทั้งสองฝ่ายยอมให้อาเรียสเป็นผู้เลือกวันเวลาการเจรจาครั้งต่อไป แต่ก็อยากให้จัดการเจรจาโดยเร็ว เนื่องจากคิดว่าคนในประเทศคงไม่อาจตนรอได้
ขณะที่ฮูโก้ ชาเวซ กล่าวถึงการเจรจาครั้งนี้ในการแถลงข่าวว่า การที่อาเรียสได้พบกับผู้นำชั่วคราวชองฮอนดูรัส โรเบอร์โต มิเชลเลตตี นั้น "เป็นกับดักอันตรายต่อประชาธิปไตยมาก ซึ่งมันจะทำให้เกิดความล้าหลังอย่างเลวร้าย"
เขายังได้วิจารณ์ว่าการเจรจาในคอสตาริกาเพื่อค้นหาทางออกให้กับวิกฤตการณ์ในฮอนดูรัสนั้น "ตีบตัน" (Dead) ชาเวซให้ความเห็นว่า การที่สหรัฐฯ ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในเรื่องนี้ "พวกเขาเจรจากับพวกยึดอำนาจเข้าไปได้ยังไง" ชาเวซกล่าว
"มันแย่ขนาดไหนที่เห็นประธานาธิบดีผู้มีความชอบธรรมให้การต้อนรับผู้ยึดอำนาจ และปฏิบัติต่อเขาเหมือนกัน (กับที่ปฏิบัติต่อเซลายา)" ชาเวซกล่าว ซึ่งเขาหมายถึงการที่ประธานาธิบดี อาเรียส ให้การต้อนรับและปฏิบัติต่อมิเชลเลตตี เช่นเดียวกับเซลายา
ชาเวซบอกว่าเขาได้รับการบอกเล่าจากคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ว่า ประธานาธิบดีอาเรียส ผู้เป็นคนกลางนั้นพูดคุยกับมานูเอล เซลายา เพียงแต่ชั่วโมงครึ่ง ขระที่พูดคุยกับ "ผู้ยึดอำนาจ" อย่างมิเชลเลตตีหลายชั่วโมง
ชาเวซระบุว่า มิเชลเลตตีควรจะถูกจับกุมในคอสตาริกา และสหรัฐฯ ควรกดดันฮอนดูรัสให้มากกว่า เพื่อให้เซลายาได้คืนสู่ตำแหน่ง ซึ่งเขาได้ตังคำถามว่า
"ทำไมพวกเขาไม่เรียกตัวเอกอัครราชฑูตของพวกเขากลับจากฮอนดูรัส ทำไมพวกเขาไม่หนุนการคว่ำบาตร ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือการคว่ำบาตรทางการเมือง ขี้ขลาดตาขาวเสียจริง"
ซึ่งชาเวซได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับฑูตระดับสูงของสหรัฐฯ โทมัส แชนนอน เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมาเพื่อแสดงความเห็นของเขาในเรื่องนี้
"พวกเขามีฐานทัพนี่ ทำไมพวกเขาถึงไม่เคลื่อนไหวอะไรสักอย่างที่ฐานทัพนั่น" ชาเวซกล่าว "หรือถอนทัพกลับมาทั้งหมดน่ะหรือ ...ทำอะไรบางอย่างสิ โอบาม่า ทำสักอย่าง"
โดยมิเชลเลตตีได้พูดถึงชาเวซโดยท้าเขาว่าให้ทำอะไรสักอย่างกับรัฐบาลชั่วคราวของฮอนดูรัสนี้เสีย
"ชาเวซบอกว่าเขาจะบุก แต่ก็ไม่เห็นบุกเรา ขู่ว่าจะไม่ส่งน้ำมันให้ฮอนดูรัส แตเขาก็ไม่ได้ทำ ประกาศว่าจะทำให้มานูเอล เซลายา กลับคืนสู่ตำแหน่งในหนึ่งวัน แต่เขาก็ไม่ได้ทำ ฮูโก้ ชาเวซ กำลังเสียความน่าเชื่อถือในสายตาชาวโลก" มิเชลเลตตีกล่าว
ทางด้านประธานาธิบดีผู้พ่วงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพออกมาเปิดเผยว่าเขาอยากให้ "ชาวอเมริกากลางแก้ปัญหาของชาวอเมริกาด้วยกันเองเช่นเดียวกับที่พวกเขาทำมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว"
ทางด้านโฆษกรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ พี.เจ. โครวลีย์ กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่าแม้การเจรจาจะดำเนินการโดยอาเรียส แต่ทางเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ก็จะยังคงประชุมหารือกันต่อไป และอาจทำงานร่วมกับองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) ในเร็ววันนี้เพื่อดูว่าจะสามารถช่วยเหลืออะไรอาเรียสในการสร้างหนทางไปสู่ผลลัพท์อย่างสงบสุขได้บ้าง
โครวลีย์ ยังได้ตอบโต้ชาเวซโดยบอกว่าคำกล่าวของเขา "ไร้วุฒิภาวะ"
"มันไม่กระจ่างชัดว่าประธานาธิบดีชาเวซต้องการหรือกำลังต่อต้านอะไรอยู่แน่ ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่า หลายครั้งมากที่รัฐบาลเวเนซุเอลลามีท่าทีสนับสนุนกระบวนการที่จะทำให้ประธานาธิบดีเซลายากลับคืนสู่ตำแหน่ง" โครวลีย์ กล่าว
ขณะเดียวกันหลังการเจรจา เซลายาก็ได้เดินทางไปสาธารณรัฐโดมินิกัน ซึ่งประธานาธิบดีเลออนเนล เฟอร์นานเดซ ให้การต้อนรับเขาอย่างดี
ทางด้านฮูโก้ ชาเวซ บอกว่าเซลายายังคงอยากกลับประเทศฮอนดูรัส แม้ว่าจะผิดพลาดจากการไม่สามารถนำเครื่องบินลงจอดได้จากการถูกปิดกั้นลานจอดโดยรัฐบาลชั่วคราวของมิเชลเลตตี และมีการขู่ว่าหากเซลายากลับไปแล้วจะมีการจับกุมตัวเขา
"เซลายาจะต้องกลับเข้าไป เขาต้องการจะกลับ" ชาเวซกล่าว "ไม่รู้ว่าโดยวิธีไหน บก น้ำ หรืออากาศ แต่เซลายาจะต้องกลับเข้าฮอนดูรัส"
นอกจากนี้ชาเวซยังได้อ่านโน้ตที่มาจากฟิเดล คาสโตรด้วยว่า "ชาเวซ การพบปะเจรจาที่คอสตาริกา เป็นประตูที่เปิดไปสู่กระแสการทำรัฐประหารในละตินอเมริกา"
ริพับลิกันวิจารณ์รัฐบาล เลือกข้างเดียวกับผู้นำละตินอเมริกาในฮอนดูรัส
ในวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ส.ส. พรรคริพับลิกัน ของสหรัฐฯ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อกรณีรัฐประหารในฮอนดูรัส ในเรื่องที่พวกเขาเลือกข้างไปในทางเดียวกับประเทศอย่าง เวเนซุเอลลา และ โบลิเวีย แต่ทางรัฐบาลพรรคเดโมแครทก็ออกมาปฏิเสธจุดยืนดังกล่าว และต้องการให้ประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา คืนสู่ตำแหน่ง
โดยทั้งนักวิเคราะห์ องค์กรภาคประชาชน และ อดีตนักการฑูต ที่เข้าฟังการปราศรัยจากสภาผู้แทนฯ ก็พากันวิจารณ์เซลายาที่สร้างบรรยากาศของขั้วการเมืองก่อนหน้าจะถูกรัฐประหารในวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ คอนนี แมคค์ ส.ส.จากพรรคริพับลิกัน ออกมาเรียกร้องให้มีการจับกุมตัวเซลายา และแสดงความเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในฮอนดูรัสไม่ใช่รัฐประหาร เนื่องจากทหารไม่ได้นำกองกำลังเข้าไปยังที่ทำการของผู้นำ แต่ทหารแค่ทำตามสิ่งที่ศาลสูงสั่งมาเท่านั้น
"การที่เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นรัฐประหารและการเรียกร้องให้คืนตำแหน่งให้เซลายานั้น รัฐบาล (สหรัฐฯ) ในตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่ข้างเดียวกับ (ฮูโก้) ชาเวซ (อีโว) โมราเลส และ (ดานิเอล) ออร์เตก้า ทั้งยังไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับประชาชนฮอนดูรัสด้วย" แมคกล่าว
ที่มา แปลและเรียงเรียงจาก
Chavez attacks US plan to solve Honduras coup , MARIANELA JIMENEZ , AP , 10-07-2009
http://news.yahoo.com/s/ap/20090711/ap_on_re_la_am_ca/lt_honduras_coup_202
Chavez contacted US over Honduras: official , AFP , 10-07-2009
http://news.yahoo.com/s/afp/20090711/pl_afp/honduraspoliticsmilitarycoupvenezuelaus_20090711022300
US views as "premature" Chávez's criticism of discussions over Honduras , El Universal , 10-07-2009
http://english.eluniversal.com/2009/07/10/en_pol_esp_us-views-as-prematu_10A2482483.shtml
Chávez criticizes Costa Rica's reception of Michelleti , El Universal , 10-07-2009
http://english.eluniversal.com/2009/07/10/en_pol_esp_chavez-criticizes-co_10A2481163.shtml
Republicans: The US makes a mistake by taking sides with Venezuela in the Honduras case , El Universal , 10-07-2009
http://english.eluniversal.com/2009/07/10/en_pol_esp_republicans:-the-us_10A2482363.shtml