WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, July 17, 2009

ก็เขาคือ"ผู้ก่อการดี"

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_20051

"ผู้ก่อการดี"

โดยมุกที่เหล่าสาวกม็อบพันธมิตรฯขึ้นป้ายเยินยอแกนนำที่เดินทางมาเผชิญหน้ากับพนักงานสอบสวนที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต

บลัฟข้อหา "ก่อการร้าย" ยึดสนามบิน

จากเหตุการณ์ใหญ่โตกระทบภาพพจน์บ้านเมือง คดีรุนแรงส่งผลกระเทือนระดับโลก ก่อมูลค่าความเสียหายให้ประเทศไทยนับแสนๆล้านบาท


หักมุม กลายเป็นเรื่องตลกไปซะได้


และที่ต้องใช้คำว่า "เผชิญหน้า" ก็เพราะ "บักใส" นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ ในฐานะผู้ประสานงานม็อบพันธมิตรฯ ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า ผู้ถูกกล่าวหาคดีก่อการร้ายทั้งหมด

ไม่ได้เดินทางมาเพื่อรับหมายเรียก หรือมอบตัว


แต่เดินทางมาเพื่อใช้สิทธิโต้แย้งการออกหมายเรียกที่ไม่ชอบธรรมของพนักงานสอบสวน ซึ่งแตกต่างจากการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา เพราะการเดินทางมาตามหมายเรียกเท่ากับยอมรับข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน กระบวนการจะเดินไปสู่อัยการและศาลต่อไป

อาศัยลีลาหัวหมอ ลากไปแบบน้ำใสๆ


ในอารมณ์สบายๆ กองทัพม็อบพันธมิตรฯแสดงให้เห็นเลยว่า ไม่ได้ตื่นเต้นไปกับข้อหาก่อการร้ายยึดสนามบิน มีการเปิดร้านขายเสื้อ "พรรคการเมืองใหม่" เสื้อผ้าสัญลักษณ์ของม็อบพันธมิตรฯ รวมถึงตั้งโต๊ะรับบริจาค

ไม่ให้เสียเที่ยวที่นัดรวมพลแฟนคลับจากทั่วสารทิศ

และก็เป็นอะไรที่เสียงอ่อยลงไปถนัดใจ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวน ออกตัวอ้อมๆแอ้มๆ โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อหา "ผู้ก่อการดี"


ข้อหาก่อการร้าย ถือเป็นข้อหาที่ตั้งขึ้นมาใหม่ พนักงานสอบสวนต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดีก่อน ซึ่งหลังการตั้งข้อกล่าวหาแล้ว ปรากฏว่า มีผู้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจกันมาก ทำให้ต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานหลายขั้นตอน เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ

หากแกนนำพันธมิตรมีข้อเรียกร้องใดๆ ทางพนักงานสอบสวนจะรับฟัง

วิญญาณตำรวจไทย โดดหลบกันวูบวาบเลย


เป็นอันว่า ถึงนาทีนี้ก็ยังขลัง โดยเสียงคำรามของม็อบพันธมิตรฯยังดังกลบคำวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง "2 มาตรฐาน"

เสียงดัง สั่งได้


และนั่นก็น่าจะส่งพลังฮึกเหิมไปถึงกลุ่ม 40 ส.ว. เครือข่ายในสภาของค่ายการเมืองใหม่ ที่กำลังเล่นบทองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับ "หน้าแหลมฟันดำ" แท็กทีมยื้อบทสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ

ขวางทางนิรโทษกรรม

ดาหน้าขู่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ฟัง จะโชว์พลังแนวร่วมประชาชนออกมาเคลื่อนไหวล้มรัฐบาล


นัยว่า จำเป็นต้องอาศัยกฎเหล็กในรัฐธรรมนูญล้างบางนักเลือกตั้งพันธุ์เก่า

อ้างพฤติกรรมน้ำเน่า ปิดทางนักเลือกตั้งอาชีพไม่ให้กลับมาลงสนามเคลียร์ทางสะดวกให้ลูกข่ายทีมการเมืองใหม่

แต่กับคิวที่ตัวเองได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญฉบับ 50

ล่าสุดนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายประธานวุฒิสภา ระบุขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งหนังสือถึงนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อแจ้งผลการพิจารณาให้ 16 ส.ว. พ้นจากสมาชิกภาพ เหตุถือหุ้นในสัมปทานของรัฐ ซึ่งทางวุฒิสภาคงทำอะไรไม่ได้แล้ว

แต่ทาง ส.ว.จะพิจารณาดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป โดยจะชี้ให้เห็นถึงเจตนาบริสุทธิ์ในการถือครองหุ้น เพราะการพิจารณาของ กกต.เป็นไปอย่างรวบรัด และผู้ถูกล่าวหาได้ไปชี้แจงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ขณะที่นางอัจฉรา เตชฤทธิ์พิทักษ์ ส.ว.สรรหา 1 ใน 16 ส.ว.ที่ถูก กกต.เพิกถอนสมาชิกภาพ ก็โอดครวญ อยากให้ กกต.และผู้เกี่ยวข้องดูที่เจตนา ไม่ใช่ดูที่ตัวอักษรเพียงอย่างเดียว

ดิ้นสู้ข้อหา ยื้อเก้าอี้กันสุดฤทธิ์

ในอารมณ์นัก "ลากตั้ง" ที่ติดบ่วงรัฐธรรมนูญ "หน้าแหลมฟันดำ" ฉบับเกลียดกลัว "นักเลือกตั้ง"

โดนเข้ากับตัวเอง ธาตุแท้ก็โผล่เหมือนกัน.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

พท.ตะเพิดเทพเทือกโชว์สปิริตโดนกกต.ฟัน

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_20045

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ

พรรคเพื่อไทย เตรียมเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ถูกพิษถือหุ้น พร้อมจี้ รองนายกฯ ​สุเทพ แสดงสปิริต หลัง โดน กกต.​ ชี้มูลความผิดถือหุ้น ...

เมื่อวานนี้ (16 ก.ค.) พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร กล่าวถึงการอนุมัติซื้อเครื่องมือปราบจลาจล มูลค่า 66 ล้านบาท เพื่อใช้รักษาความปลอดภัยในงานประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ กลุ่มประเทศอาเซียน ที่จ.ภูเก็ต ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนว่าการจัดซื้อเครื่องมือปราบจลาจล ของกองร้อยรักษาความสงบ ไม่ตรงกับความต้องการของกำลังพล และ การจัดซื้อไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด ถึงหลักเกณฑ์การจัดซื้ออุปกรณ์ที่ควรซื้อจากอุตสาหกรรม ที่ผลิตในประเทศไทยเป็นหลัก แต่กลับไปซื้อสินค้าของอินโดนีเซียแทน นอกจากนี้ยังพบส่วนต่างของราคาอุปกรณ์ระหว่างกองทัพบก และ กองทัพเรือ โดยกองทัพบก ซื้อในราคา 19,500 บาท ขณะที่กองทัพเรือซื้อภายหลังกองทัพบก 2 สัปดาห์ ซื้อในราคา 13,000 บาท แสดงให้เห็นว่าไม่โปร่งใส ดังนั้น วันที่ 23 ก.ค.นี้ จะเชิญเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก และกองทัพเรือ มาชี้แจง

นายสมชาย กล่่าวอีกว่า ขณะนี้โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังระบาดอยู่ ล่าสุดทราบว่านายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ตรวจพบว่า ติดเชื้อไข้หวัด 2009 และ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 มากว่าส 4 วัน อาการทุเลาลงมาก ส่วนกรณีที่รัฐบาลอนุมัติให้สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์-กรมปศุสัตว์ เป็นสถานที่ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน อ.ปากช่อง ที่อาศัยใกล้กับบริเวณของสำนักเทคโนโลยีฯ ดังกล่าว เพื่อให้เข้าไปตรวจสอบมาตรฐานของการผลิตวัคซีน ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการเพาะเชื้อจากไข่ไก่ เนื่องจากชาวบ้านกังวลอาจมีการระบาดได้ง่าย เพราะไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเท่าที่ควร

ด้าน นายพีรพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมทีมงาน ด้านนโยบายของพรรค ที่ได้หารือกันถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้ยื่นให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ 44 ส.ส.ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เพราะถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ หรือ ที่ถือหุ้นบริษัทสื่อ โดยในจำนวนนั้นมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 23 คน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ที่ ส.ส. จากทุกพรรคที่ถูกตัดสินให้พ้นจากสมาชิกภาพ โดยขอให้ฝ่ายที่รับผิดชอบไปเตรียมการไว้ให้พร้อม

นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ที่ปรึกษาทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หาก กกต. ยึดบรรทัดฐานการพิจารณา ส.ว. และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เชื่อมั่นว่า ส.ส.เพื่อไทย ที่เข้าข่ายมีไม่เกิน 5 คน แต่ไม่ว่า ส.ส.พรรคการเมืองไหนโดน ต้องต่อสู้กันทางกระบวนการยุติธรรมอีกนาน โดย กกต.ต้องส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาพอสมควรอยู่ ตอนนี้ ส.ส.และรัฐมนตรี ยังทำงานต่อไปได้จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ

ส่วน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงการเตรียมตัวผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ในส่วนของที่พรรคการเมืองอื่น และพรรคเพื่อไทยที่จะมี ส.ส.พ้นสมาชิกภาพ โดยเทียบเคียงกับกรณี 16 ส.ว. โดยคาดว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เข้าข่ายมี 4 คน จาก 23 คน ประกอบด้วย นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น ทั้งนี้ สุดท้ายอยู่ที่ กกต.จะพิจารณา ส่วนถ้าหาก ส.ส.สัดส่วน ของพรรค ถูกตัดสินให้พ้นสมาชิกภาพ จะทำให้พรรคมีจำนวนส.ส.ลดลงทันที เพราะไม่สามารถขยับลำดับถัดไปขึ้นมา เนื่องจากเป็นบัญชีของพรรคพลังประชาชน ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูก กกต. ชี้มูลความผิดนั้น ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์มีมาตรฐานสูงในเรื่องสปริตทางการเมือง นายสุเทพ ต้องลาออกจากตำแหน่ง รองนายกฯ แต่คงไม่กล้า เพราะขณะนี้มาตรฐานทางการเมืองไม่ได้สูงไปกว่าพรรคการเมืองอื่นแล้ว

กลุ่มต้านรัฐประหารในฮอนดูรัสมุ่งกระจายกำลังชุมนุม

ที่มา ประชาไท

ผู้สนับสนุนเซลายาชุมนุมหน้ารัฐสภาฮอนดูรัส เมื่อวันที่ 15 ก.ค.
(AP Photo/Rodrigo Abd)
ผู้สนับสนุนเซลายาคนหนึ่งกำลังฉีดสเปรย์กราฟิตี้ หน้าอาคารรัฐสภาของฮอนดูรัส ในวันที่ 15 ก.ค.
(AP Photo/Rodrigo Abd)

ผู้สนับสนุนเซลายาคนหนึ่งยืนร้องไห้ขณะถือรูปโปสเตอร์ของเขาในการประท้วงหน้ารัฐสภา
(AFP/Orlando Sierra)
หนังสือพิมพ์ ลา ทริบิวนา ของฮอนดูรัส รายงานเมื่อวันที่ 15 ก.ค. นี้ ว่ากลุ่มผู้สนับสนุนเซลายาประกาศว่าจะมีการชุมนุมตามท้องถนนสายหลักและสะพานของประเทศฮอนดูรัสในวันพฤหัส (16) และวันศุกร์ (17) นี้ โดยการประท้วงครั้งนี้จัดตั้งโดยกลุ่มเครือข่ายชาวนา สหภาพแรงงาน และกลุ่มครูอาจารย์ ซึ่งทางลา ทริบิวนา รายงานว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้ทำงานมากว่า 15 วันแล้ว
ราฟาเอล อัลเลเกรีย ผู้นำกลุ่มแนวหน้าการต่อต้านรัฐประหารแห่งชาติ (National Front for Resistance Against the Coup) เรียกการประท้วงครั้งนี้ว่าเป็น "ชุมนุมเพื่อสันติ" โดยจะเริ่มจากช่วงแปดโมงเช้าของวันที่ 16 ก.ค. และภายในสองวันนี้จะกระจายไปตามจุดต่างๆ เพื่อเรียกร้องให้คืนตำแหน่งประธานาธิบดีให้มานูเอล เซลายา ผู้ถูกยึดอำนาจเมื่อปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา
อัลเลเกรียอ้างว่า เซลายาเรียกร้องให้ประชาชนฮอนดูรัสเคลื่อนไหว และประชาชนก็ให้การตอบรับ เขายังบอกอีกว่าพวกเขาต้องการเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสถาบันการปกครองรวมถึงรัฐธรรมนูญและคืนอำนาจให้ประธานาธิบดีเซลายา
ด้านเซลายาก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนก่อการต่อต้านรัฐบาลชั่วคราว โดยระบุว่าพวกเขา "มีสิทธิในการก่อจลาจล"
ลา ทริบิวนา รายงานว่า ในวันนี้ (15) มีประชาชนหลายสิบคนเดินขบวนในกรุงเตกูซิกาลปา โดยเริ่มตั้งขบวนที่มหาวิทยาลัยครุศาสตร์แห่งชาติ ฟรานซิสโก โมราซาน (Universidad Pedagogica Nacional Francisco Morazan หรือ UPNFM) ในเวลาสิบเอ็ดโมงเช้า ไปยังจุดต่างๆ ของกรุงเตกูซิกาลปา
คาร์ลอส เรเยส จากกลุ่มแนวร่วมประชาชน (Popular Bloc) บอกว่าการประท้วงในสัปดาห์นี้จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน ขณะที่ อิสราเอล ซาลินาส จากสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานของฮอนดูรัส (Confederacion Unitaria de Trabajadores de Honduras หรือ CUTH) กล่าวว่าในการชุมนุมตามแหล่งต่างๆ ของเมืองเตกูซิกาลปา, ซาน เปโดร ซูลา และพื้นที่อื่นๆ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ เขายังได้กล่าวด้วยว่า การกดดันในครั้งนี้ต้องอาศัยพลังการขับเคลื่อนของแรงงานทุกคนด้วย โดยซาลินาสบอกด้วยว่าเขาคาดหวังจะร่วมมือกับสหภาพของภาคเอกชนมาร่วมประท้วงด้วย
ขณะที่กลุ่มสหภาพแรงงานอเมริกากลางในคอสตาริกาก็ออกมาประกาศว่าจะร่วมชุมนุมปิดพรมแดนกับทางฮอนดูรัสในวันพฤหัสฯ และวันศุกร์เพื่อประท้วงรัฐประหารด้วยเช่นกัน
โฆษกของคณะกรรมการประสานงานระดับชาติของคอสตาริกาเปิดเผยกับสื่อว่าจะดำเนินการปิดพรมแดนเป็นระยะๆ ในสามประเทศที่มีพรมแดนติดกับฮอนดูรัสคือ นิคารากัว เอล ซัลวาดอร์ และ กัวเตมาลา
โดยนอกจากนี้สมาชิกสภาฯ ผู้ที่สนับสนุนการลงประชามติของเซลายาเรียกร้องให้ทางการสหรัฐฯ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรกับรัฐบาลชั่วคราว เรียกร้องให้มีการระงับวีซ่าของคณะรัฐประหารและครอบครัว และระงับการส่งเงินช่วยเหลือจากคนงานฮอนดูรัสในสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันในวันที่ 15 ก.ค. ทางรัฐบาลชั่วคราวของฮอนดูรัสก็ประกาศห้ามประชาชนออกนอกบ้านในเวลากลางคืนอีกครั้ง หลังจากที่ยกเลิกไปในวันอาทิตย์ (12 ก.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งทางรัฐบาลชั่วคราวระบุว่าเคอร์ฟิวจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนจนถึงตีห้า โดยให้เหตุผลในการประกาศเคอร์ฟิวอีกครั้งว่า เป็นเพราะมีการข่มขู่อย่างเปิดเผยจากกลุ่มที่ยุยงให้เกิดความวุ่นวาย และเป็นไปเพื่อปกป้องประชาชนรวมถึงทรัพย์สินของพวกเขาด้วย
แปลและเรียบเรียงจาก:
Honduras reimposes curfew amid protest threat ,Simon Gardner , Reuters , 15/07/2009

กษิต แจงต่างชาติ "ทักษิณหนีหมายจับ" ถามมิตรประเทศ จะเอา "ไทย" หรือ เอา "ทักษิณ"

ที่มา ประชาไท

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า ผู้สื่อข่าวรายงานจากเมืองชาร์ม เอล เชค ประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด หรือ "NAM" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 ก.ค. โดยวันแรกของการประชุม นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ผู้แทนนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ร่วมพิธีเปิดและเข้าร่วมประชุมในวันแรกแล้ว ซึ่งได้มีการหารือทวิภาคีกับหลายประเทศ เช่น ฟินแลนด์ มอนเตเนโกร โมรอคโค สหภาพยุโรป เกาหลีเหนือ และ ซูดาน

ภายหลังการหารือทวิภาคี นายกษิต เปิดเผยว่า การหารือทวิภาคีกับประเทศมอนเตเนโกรนั้น เขาได้แจ้งให้ทราบว่าเขาต้องการมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย และอยากกระชับความสัมพันธ์กับไทย อีกทั้งยังสรุปให้เราฟังถึงการเข้าเป็นสมาชิกในสหภาพยุโรปและองค์การนาโต้ และกำลังพัฒนาภายในประเทศ โดยเฉพาะการเป็นประชาธิปไตยและการเคารพกฎหมาย ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากกับสถานะของเขาในการเข้าเป็นสมาชิกในสหภาพยุโรปอย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งนี้ ในนามประเทศไทยได้ถือโอกาสนี้ยกประเด็นปัญหากระแสข่าวการออกหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยได้บอกสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในกระบวนการยุติธรรมของไทย และการดำเนินการของ พ.ต.ท.ทักษิณในช่วง 6 เดือน โดยเฉพาะที่ผ่านมา ในทำนองเป็นบ่อนทำลายเสถียรภาพการเมืองของไทย

"ก็อยากขอร้องให้เขารับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง ให้เขาพิจารณาว่าเขาควรปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติอย่างไรต่อตัวคุณทักษิณ ที่มีคดีอาญาอยู่ และขอให้คำนึงภาพรวมของโอกาสที่จะกระชับความสัมพันธ์ และต่างคนก็ต่างมุ่งมั่นที่จะเคารพในความเป็นประชาธิปไตยและกฎหมาย ซึ่งนโยบายภายในของแต่ละคนก็ย่อมสะท้อนพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยว่า จะไม่ให้มีการขัดกันในตัวว่า ประเทศหนึ่งประเทศใดให้การพักพิงกับคนที่หนีกระบวนการยุติธรรมและมีความไม่ชอบมาพากล ซึ่งได้ทิ้งไว้ให้เขาพิจารณา ไม่ได้ไปบีบบังคับ แต่ขอความร่วมมือกันในฐานะที่เป็นประเทศที่มีมิตรจิตมิตรใจต่อกัน เราเองก็เป็นประเทศแรกๆ ที่ให้การรับรองการเป็นประเทศเอกราช ซึ่งเขาก็ซาบซึ้งในเรื่องนี้” นายกษิต กล่าว

เมื่อถามถึงท่าทีของมอนเตเนโกร นายกษิต กล่าวว่า เขาก็พูดในทำนองว่าเขาก็เป็นประเทศที่รักษากฎเกณฑ์ การที่จะเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป พฤติกรรมของเขาก็สำคัญ ดังนั้น ก็ต้องไปถามว่าการที่เขารับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องไปตรวจสอบเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณหนีหมายจับ ตนเองพูดไปก็อาจจะไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หนีหมายจับ มีประเด็นทางสังคมและยังมีพฤติกรรมทางการเมืองที่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม

"ถ้าบอกว่าสังคมที่รักสันติภาพรักประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้มีความขัดแย้งนองเลือดในสังคม ถ้าคุณบอกอย่างนั้นแล้วพฤติกรรมการไปให้ที่พักพิง ออกหนังสือเดินทางให้ มันไม่สอดคล้องกัน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นระหว่างเรากับเขา แต่เป็นประเด็นของเขากับสหภาพยุโรป ซึ่งผมก็ให้ข้อคิดไปในฐานะเพื่อน แต่เราไปทำอะไรไม่ได้ เพราะเขามีอธิปไตยโดยตรง แต่ต้องให้เขาคิดดูว่าการที่ไปปกป้องคุ้มครอง หรือคบค้าสมาคมใด มันเกี่ยวข้องกับสถานะของเขาด้วย และที่สำคัญมันเกี่ยวกับสภาวะจิตใจของคนไทยเหมือนกัน"

นายกษิต เปิดเผยด้วยว่า ในวันเดียวกันนี้ นายพณิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศ ก็ได้พบกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี โดยได้พูดถึงข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ดูไบ

"ท่านเห็นความสัมพันธ์ของท่านกับไทย เทียบกับการปกป้องดูแลหรือต้อนรับอย่างไรก็แล้วแต่ ซึ่งคุณทักษิณอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่จริงก็ไม่ทราบ แต่ข่าวออกมาหนาหู ไม่เช่นนั้นก็มีเรื่องคาใจกันอยู่” นายกษิต กล่าว

ขณะที่ นายพณิช กล่าวเสริมว่า เราก็ยืนยันว่าก็ขอให้เขาไปตรวจสอบ ทั้งนี้ ทางยูเออีก็บอกว่ามีข้อมูลเหมือนกันว่าเขามาโดยพาสปอร์ตมอนเตเนโกร ซึ่งถ้าอยู่ เขาก็จะเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ มาให้เซ็นเอกสารเพื่อให้ปฏิบัติตัวให้ดี คือ ห้ามขับเคลื่อนทางการเมืองในยูเออี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยูเออีตอบเช่นนี้รัฐบาลไทยพอใจหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า คำตอบนี้ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เป็นการตอบกลับให้ทราบว่าเขาจะได้กลับไปพิจารณาเพิ่มเติม คือทั้งหมดนี้จะเอาประเทศไทยเป็นตัวตั้ง หรือจะเอา พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวตั้ง อันนี้เราต้องถามทุกประเทศทั่วโลก

ถามต่ออีกว่าในช่วงประชุมสุดยอดกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ได้ถามกับผู้นำมาเลเซียหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ได้เจอกันและได้ฝากกับ รมต.ต่างประเทศมาเลเซีย ว่าช่วยตรวจสอบสักนิดว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งเขาก็ได้รับไปดูให้ และขอทราบมาตรการของเขาในอนาคต อย่างไรก็ตามทั้งหมด คือจะใช้เรื่องความสัมพันธ์ของประเทศนั้นๆ เป็นตัวตั้งหรือไม่

"อย่างประเทศนิคารากัวก็บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและนิคารากัวไม่ใช่ตัวตั้ง เพราะเขาตอบปฏิเสธเราที่จะพบปะ เราเองก็พูดกับทูตของเขามาหลายคนแล้ว แต่ก็ไม่พบปะ ไม่รับ อันนี้ก็ไม่เป็นไร ก็ทิ้งไว้อย่างนี้ก่อน มิตรประเทศของนิคารากัว เราก็จะฝากฝังกับนิคารากัวและมิตรบางประเทศว่าขอให้กรุณาทบทวนกันสักนิดด้วยเหตุด้วยผล" นายกษิต กล่าว

เมื่อถามว่า ในเวทีการประชุม NAM มีใครสงสัยกรณีถูกออกหมายเรียกข้อกล่าวหาก่อการร้ายหรือไม่ นายกษิต ตอบว่า รัฐมนตรีหลายคนที่มาพบกัน ต่างก็ผ่านเวทีมาเยอะ หลายประเทศที่เป็นสมาชิก NAM ก็ต่อสู้มาด้วยอุดมการณ์ทั้งนั้น เป็นสิบปียี่สิบปี

"ผมว่าผู้นำที่นั่งอยู่เต็มห้องสาหัสยิ่งกว่า และหลายคนจับอาวุธเสียด้วยซ้ำ"

เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีใครมาถามเลยหรือ นายกษิต ตอบว่า มี แต่มาแสดงความเห็นใจหลายคน และแสดงความเข้าใจ และขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

พันธมิตรฯ บุกชุมนุมสโมสรตำรวจ ขึ้นป้าย "เราคือผู้ก่อการดี"

ที่มา ประชาไท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (16 ก.ค.) ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดประมาณ 500 คน พากันเดินทางมาปักหลักชุมนุมเพื่อให้กำลังใจแกนนำพันธมิตรฯ และแนวร่วม จำนวน 36 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาก่อการร้ายจากการบุกยึดท่าอากาศยานดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ซึ่งแกนนำที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา มีกำหนดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ในเวลา 09.30 น. และ 13.00 น.
บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคึกตั้งแต่ช่วงเช้า กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรถ 6 ล้อ 2 คัน ทำเป็นเวทีปราศรัยหันหน้าเวทีไปทางหน้าตึกสโมสรตำรวจ บนเวทีปราศรัยมีการโจมตีการตั้งข้อหาก่อการร้ายกับแกนนำพันธมิตรฯ ว่าเป็นข้อหาที่รุนแรงเกินจริงจึงต้องมาคัดค้าน และมีการขึ้นป้ายมีข้อความว่า "เราคือผู้ก่อการดี" ไว้ข้างเวที ต่อมา กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเข้าร่วมมากขึ้นประมาณ 1,000 คน ต่างใช้อุปกรณ์มือตบ และร้องตะโกนว่าตำรวจยัดข้อหาประชาชน บางคนชูป้ายเขียนข้อความว่า "อภิสิทธิ์ ทรยศพันธมิตร" ขณะที่พื้นที่ริมถนนด้านในสโมสรตำรวจมีกลุ่มพันธมิตรฯออกร้านค้าขายเสื้อผ้า และของที่ระลึกจนเต็มทั้งสองฝั่งถนน และพบว่ามีการนำเสื้อยืดสีเขียวพรรคการเมืองใหม่ มาจำหน่ายในราคาตัวละ 200 บาท
ต่อมาเวลา 09.30 น. นายสุวัตร อภัยภักดิ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ 2 ทนายความของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เดินทางมาถึง และเข้าพบพนักงานสอบสวน ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้พากันขึ้นไปไปยืนตะโกนว่าสู้ๆ บนทางเข้าอาคารบนชั้น 2 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันไว้ให้อยู่ด้านนอกอาคารเท่านั้น
กระทั่ง เวลา 10.00 น. บรรดาแกนนำ อาทิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา รวมทั้งแนวร่วมที่โดนหมายเรียกยกเว้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เดินทางมาถึงแต่ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน กลับขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ และยืนยันว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯ เป็นการเรียกร้องตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย โดย พล.ต.จำลอง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาร้ายแรงทั้งที่ผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ และการชุมนุมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ทุกคนที่ถูกออกหมายเรียกจึงจะไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน เพราะตอนนี้ก็ทราบแล้วว่าข้อกล่าวหาคืออะไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความดำเนินการไปตามขั้นตอน การมาในวันนี้ถือว่าเป็นโชคดีที่จะได้มาชุมนุมชี้แจงในสถานที่ของตำรวจ และไม่จำเป็นต้องอยู่นาน แค่เที่ยงก็จะสลายตัวกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของพันธมิตรฯ พร้อมด้วย พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส หัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยชี้แจงกับผู้ชุมนุม โดยนายสุวัตร กล่าวว่า ตำรวจให้ความเป็นธรรมรับเอกสารทุกอย่างที่พันธมิตรฯ ทำเรื่องชี้แจงเข้าไป พันธมิตรฯ มีแค่มือตบไม่ได้มีอาวุธร้ายแรงจะถือว่าเป็นผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินได้อย่างไร และการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญจะไม่มีความผิดฐานเป็นผู้ก่อการร้าย เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กับพวก 10 คน แจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับพันธมิตรฯ ซึ่งขณะนี้ พล.ต.จำลอง ได้ฟ้องกับคนกลุ่มคนเสื้อแดงนี้แล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็เริ่มเห็นแล้วว่าการตั้งข้อหาก่อการร้ายมันรุนแรงเกิน ไป วันนี้จึงไม่มีใครเข้ามอบตัว เพียงแต่ให้ทนายเข้าโต้แย้งคำสั่งของตำรวจไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดว่าจะเป็นอย่างไร
ด้าน พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวบนเวทีปราศรัยกับผู้ชุมนุม ว่า ต้องขออภัยที่ทำให้ทุกคนต้องเสียเวลามาให้กำลังใจพันธมิตรฯ ที่โดนข้อหาทั้ง 36 คน ที่ตนออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา จากการรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่วันนี้ทนายความของพันธมิตรฯ ได้นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มามอบให้พนักงานสอบสวนนำไปพิเคราะห์รวมกับสำนวนการสอบสวนต่อไป เพื่อจะสอบให้ได้ความเป็นจริงและเกิดความยุติธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ถ้าตนไม่ได้รับการยอมรับจากทุกคนก็จะไม่อยู่ทำคดีนี้ต่อไป แต่ถ้าได้รับการยอมรับจะอยู่ต่อเพื่อทำให้เกิดความยุติธรรมอย่างที่สุด เพราะยังนึกเสมอว่าประชาชนคือนายของตำรวจ ซึ่งการชี้แจงของ พล.ต.ท.วุฒิ สร้างความพอใจให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่บางคนเห็นว่าเป็นการเล่นละครจึงตะโกนโห่ด้วยความไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม บรรดาพันธมิตรฯ และแกนนำก็ได้สลายตัวในเวลาต่อมา

สำหรับแกนนำพันธมิตรฯที่ถูกออกหมายเรียกครั้งนี้ ในส่วนคดีบุกรุกสนามบินสุวรรณ มีทั้งหมด 25 คน ประกอบด้วย 1.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง 2.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 3.นายสุริยะใส กตะศิลา 4.นายสำราญ รอดเพชร 5.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 6.นายอมร อมรรัตนานนท์ 7.นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 8.นายศิริชัย ไม้งาม 9.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า 10.นายเทิดภูมิ ใจดี11.นายพิภพ ธงไชย 12.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ 13.น.ส.อัญชลี ไพรีรัก 14.นายพิชิต ไชยมงคล 15.นายประพันธ์ คูณมี 16.นายบรรจง นะแส 17.นายกษิตย์ ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ 18.นายศรัณยู วงษ์กระจ่าง 19.นายวีระ สมความคิด 20.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 21.น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ 22.ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ 23.นายชนะ ผาสุกสกุล 24.พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ และ 25.นายสุรวิชช์ วีรวรรณ

ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายเรียกในคดีบุกรุกสนามบินดอนเมืองทั้งหมด27 คนคือ 1.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง 2.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 3.นายพิภพ ธงไชย 4.นายสุริยะใส กตะศิลา 5.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 6.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า 7.นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 8.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 9.นายอมร อมรัตนานนท์ 10.นายสำราญ รอดเพชร 11.นายศิริชัย ไม้งาม 12.นายเทิดภูมิ ใจดี 13.นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ 14.นายสาวิทย์ แก้วหวาน15.นายพิชิต ไชยมงคล 16.นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด 17.น.ส.อัญชลี ไพรีรัก 18.นายประพันธ์ คูณมี 19.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ 20.นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ 21.นายสมบูรณ์ สุวรรณฝ่าย 22.น.ส.จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ 23.นายเติมศักดิ์ จารุปราณ 24.นายบัณฑิต ปิ่นมงคลกุล 25.น.ส.วรรษมณ ช่างปรีชา 26.นายยุทธิยงค์ ลิ้มเลิศวาที และ 27.นายสุมิตร นวลมณี

นอกจากนี้เมื่อเวลา 17.00 น. มีรายงานว่า พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด หนึ่งในผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาร่วมกับแกนนำพันธมิตรฯ ดังกล่าว พร้อมคุณหญิงสุพัตรา มาศสดิษฐ์ ภริยา ได้ขับรถยนต์โตโยต้า คามรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน รง-678 กทม. เพื่อเดินทางไปดูการก่อสร้างบ้านที่บริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง บ้านหัวหิน ต.นครชุมน์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยพล.อ.ปฐมพงษ์ เป็นคนขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว

และเมื่อมาถึงบริเวณทางตัดรถไฟหน้าวัดบ้านหม้อ หมู่ที่ 6 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม ได้ชนกับรถไฟขบวนที่ 37 กรุงเทพ-สุไหงโกลก ซึ่งวิ่งมาจากกรุงเทพฯ ด้วยความเร็ว โดย พล.อ.ปฐมพษ์ ถอยรถกลับแต่ไม่พ้นจึงถูกรถไฟขบวนดังกล่าวชนด้านหน้ารถอย่างจังจนทำให้หม้อน้ำรถและกันชนด้าน หน้ารถพังยับเยิน ส่วนคุณหญิงและสามีนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

กกต.ฟัน 13 สส. ปชป. "เทพเทือก-ไตรรงค์-จุติ-เจือ" ไม่รอด

ที่มา ประชาไท

16 ก.ค.52 - ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ กรณี ส.ส.ประชาธิปัตย์ 28 คน เข้าไปถือครองหุ้นในกิจการสื่อและบริษัทสัมปทานของรัฐ ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติ 3-1 ให้ ส.ส. 13 คน สิ้นสภาพการเป็น ส.ส.ตามมาตรา 48 ประกอบมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 106 (6) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดย ส.ส. 13 คนประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอนุชา บุรพชัยศรี, นายสมเกียรติ ฉันทวานิช, นายสราวุธ อ่อนละมัย, นายเธียรชัย สุรรณเพ็ญ, น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธ์, นายสัมพันธ์ ทองสมัคร , นายจุติ ไกรกฤษ์, นายเจือ ราชสีห์, นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ, นางนิภา พริ้งศุลกะ, นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี และ น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ส่วนกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร นั้น ที่ประชุมเห็นว่าได้พ้นจากการเป็น ส.ส.ไปแล้วจึงไม่เข้าข่าย
อย่างไรก็ตาม 13 ส.ส.จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่า กกต.จะส่งเรื่องให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ขาดต่อไป ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นยืนตามกกต. ก็จะส่งผลให้ 13 ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จะต้องพ้นจากสมาชิกภาพความ ส.ส. ในทันที
ส่วนกรณีภรรยาของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ถือครองหุ้นบริษัท ทางด่วนกรุงเทพฯ นั้น กกต.ได้ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าเป็นเพียงหุ้นกู้ที่ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกิจการของบริษัท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดการถือครองหุ้นของ 13 ส.ส.ประกอบด้วย 1. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เลขาธิการพรรค และรองนายกรัฐมนตรี ถือหุ้นในบริษัท บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 2. นายอนุชา บูรพชัยศรี ส.ส.กทม. ถือหุ้น บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 3. นายสมเกียรติ ฉันทวานิช ส.ส.กทม.ถือหุ้น บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 4. นายสราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร ถือหุ้น บริษัท โทเทิล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 5. นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ส.ส.ตาก ถือหุ้น บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
6. น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ถือหุ้น บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) 7. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ถือหุ้นบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) 8. นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ถือหุ้นโดยภรรยา คือ นางสมานจิตต์ ไกรฤกษ์ ซึ่งถือหุ้นใน บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหานชน) บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) 9. นายเจือ ราชสีห์ ส.ส.สงขลา ถือหุ้นโดยภรรยา คือ นางสมผิว ราชสีห์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลว์พลังงานจำกัด (มหาชน) 10. นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ ส.ส.สงขลา ถือหุ้นโดยภรรยาคือ นางสุไหม ลาภาโรจน์กิจ ซึ่งถือหุ้นใน บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน)
11. นางนิภา พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ถือหุ้นโดยนายกำธร พริ้งศุลกะ ซึ่งถือหุ้นในบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 12. น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 8 ถือหุ้น บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) และ 13. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 8 ถือหุ้นโดยภรรยาคือนางนงนุช สุวรรณคีรี ซึ่งถือหุ้นใน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ มติเสียงข้างมากยังยกคำร้องส.ส. 14 ราย ประกอบด้วย 1. นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.กทม. ถือหุ้น บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่นจำกัด (มหาชน) 2. นายวินัย เสนเนียม ส.ส.สงขลา โดย พญ.วณิดา เสนเนียม ถือหุ้น บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) 3. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. ถือหุ้น บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 4. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. ถือหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 5. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนางธันยวีร์ ศรีอ่อน ภรรยา ถือหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
6. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก ถือหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)และบริษัทธนายง จำกัด 7. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ถือหุ้นบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) 8. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา โดยนพปฎล กุลจรรยาวิวัฒน์ สามี ถือหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 9. พล.อ.พิชาญเมธ ม่วงมณี ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 1 ถือหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 10. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.กทม. ถือหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
11. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ส.ส.นครสวรรค์ ถือหุ้นกู้ ปตท.จำกัด 12. นายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม.ถือหุ้นกู้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด(มหาชน) 13. นายวิชัย ล้ำสุทธิ ส.ส.ระยอง ถือหุ้นกู้ บมจ.ปตท.จำกัด (มหาชน) และ 14. นายประกอบ จิรกิติ ส.ส.สัดส่วน ถือหุ้น บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บมจ.บ้านปู บมจ.ไทยออยล์ และบมจ.เบญจจินดา เนื่องจากเห็นว่าถือครองหุ้นที่บริษัทที่ไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และในบางรายแม้จะถือหุ้นในบริษัทต้องห้ามแต่หุ้นที่ถือครองนั้นเป็นประเภท หุ้นกู้ เช่น นายประกอบ ถือหุ้นกู้ในบริษัท ทรูคอเปอร์เรชั่น นายวิชัย ถือหุ้นกู้ในบริษัท ปตท. นายสงกรานต์ ถือหุ้นกู้ในบริษัทปตท. ส่วนม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร อดีตส.ส.กทม. กกต. ไม่ได้พิจารณาเนื่องจากได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.แล้ว
“ไตรรงค์” ไม่สน กกต. ฟันพ้นสภาพ ส.ส.
ด้านนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถือหุ้นในบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพจาก ส.ส.เนื่องจากถือหุ้นในสัมปทานของรัฐว่า ผลออกมาเป็นเช่นนี้ก็ไม่เป็นไร ซึ่งตนก็ไม่ได้เห็นด้วยกับ กกต.อยู่แล้ว เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 วรรคหนึ่ง ระบุว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือไม่คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไป แต่ในมาตรา 265 เกี่ยวกับคุณสมบัติของ ส.ส.และ ส.ว. โดยในวรรคที่สองระบุว่า ส.ส.หรือส.ว.ไม่รับหรือแทรกแซงหรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งในมาตราดังกล่าว ไม่ได้มีคำว่า ไม่คงไว้ในการถือหุ้น จึงถือว่ามีความแตกต่างกัน เพราะสามารถถือหุ้นได้โดยไม่ต้องขาย แต่ห้ามซื้อหุ้นเพิ่มเท่านั้น ซึ่งกกต.ก็มีความเห็นต่างจากคนอื่นในกรณีนี้
“จากนี้ไปคงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาด ว่าจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร เป็นหุ้นเสรี หุ้นผูกขาด หรือไม่ผูกขาด แม้ว่า กกต.จะมีมติออกมาอย่างไรก็ไม่ต้องเชื่อ เพราะเป็นแค่คนไม่กี่คน ที่เขาอาจจะไม่ได้มีความรู้เรื่องหุ้น หรือตีความกฎหมายแตกต่างออกไป เรื่องนี้จึงถือเป็นบทเรียนว่าคนร่างกฎหมายควรจะเขียนกฎหมายให้ชัด อย่าให้เป็นปัญหาในการตีความในภายหลัง” นายไตรรงค์กล่าว
นายไตรรงค์ กล่าวอีกว่า เมื่อกกต.มีมติออกมาเช่นนี้ก็คงไม่มีผลอะไรต่อการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาก็เท่านั้น และหากมีคำวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ ตนซึ่งเป็นส.ส.สัดส่วนก็ต้องพ้นสภาพขาดจากการเป็นส.ส. และส.ส.สัดส่วนที่มีคะแนนรองลงมาก็ต้องเลื่อนขึ้นมาแทนที่ตน ทั้งนี้ ในอนาคตเมื่อมีการเลือกตั้งตนก็พร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่
ปชป.น้อมรับคำมติ กกต. เขี่ย ส.ส.พ้นสมาชิกภาพ
ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่กกต.มีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพจากส.ส.เนื่องจากถือหุ้นในสัมปทานของรัฐว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของ กต. ตนไม่ได้โทษใครแต่ต้องโทษตัวเองที่ไม่ดูให้ดีก่อน และเมื่อเป็นอย่างนี้ตนก็ต้องไปเลือกตั้งใหม่ ซึ่งตนได้เตรียมลงพื้นที่มาแล้ว 3-4 เดือน ตั้งแต่มีการพิจารณาเรื่องนี้แล้ว ส่วนจะได้กลับเข้ามาหรือไม่ตนไม่ทราบ ทั้งนี้ ก็ต้องขอโทษประชาชนที่ทำให้ต้องเสียเงินเลือกตั้งใหม่
ส่วนนายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ได้ว่าอะไรเมื่อกกต.วินิจฉัยว่าผิดก็ต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งก็ต้องไปเลือกตั้งกันใหม่ แต่กว่าจะถึงขึ้นตอนนั้นต้องอีกระยะหนึ่ง เพราะยังต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง ทั้งนี้ หุ้นที่ตนถืออยู่ถือมาตั้งแต่ปี 37 แล้ว และไม่ได้เข้าไปมีอิทธิพลอะไรในบริษัท รวมทั้งคุณสมบัติของส.ส.ก็ไม่ได้เขียนตรงนี้ไว้ อย่างไรก็ตาม ต่อไปเราจะได้ไม่ถือหุ้นอะไร เพราะขนาดพันธบัตรรัฐบาลตนยังไม่กล้าซื้อเลย กลัวจะถูกกล่าวหาว่าผูกขาดกับรัฐบาล
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังกกต.ชี้มูล ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 13 ราย ขาดคุณสมบัติจากการถือหุ้นเอกชนที่เป็นคู่สัมปทานของรัฐ ว่า ผลการวินิจฉัยดังกล่าวของกกต.นั้น เป็นสิ่งที่ทางพรรคคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลแต่อย่างใด เพราะรัฐบาลยังมีเสียงที่มากกว่าฝ่ายค้านในสภา ทั้งนี้ พรรคอยากให้กระบวนการยุติธรรมไปถึงจุดที่ชัดเจน คือให้ศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ที่ดีต่อไป อีกทั้งส.ส.13 คนของพรรคที่ถือครองหุ้นนั้น ไม่เคยใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปแทรกแซงหรือทำให้มูลค่าหุ้นที่ถือครองอยู่มีราคาสูงขึ้น จึงเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาดูจากเจตนารมณ์ของผู้ถือครองหุ้นและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ
“การถูกชี้มูลครั้งนี้ของกกต.จะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทางพรรคน้อมรับ โดยในขั้นตอนต่อไปคือรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีนี้” นพ.บุรรัชย์กล่าว
6 รมต. ลุ้นถูกเชือด 23 ก.ค.
สำหรับกรณีการถือหุ้นของส.ส.ยังคงเหลือกรณีที่คณะกรรมการไต่สวนของกกต.กำลัง สอบสวนกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา นายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ร้องขอให้กกต.ตรวจสอบการสิ้นสมาชิกภาพความส.ส.ของส.ส.61 คน แต่มีผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิและลาออก จึงเหลือกรณีที่กกต.จะวินิจฉัย 44 คน โดยเป็นพรรค เพื่อไทย 23คน ชาติไทยพัฒนา 3 คน ประชาราช 3คน เพื่อแผ่นดิน 8 คน ภูมิใจไทย 3 คน กิจสังคม 1 คน รวมใจไทย 2 คน ประชาธิปัตย์ 1 คน โดยในจำนวนนี้เป็นรมต.ในรัฐบาล 6 คน
ประกอบด้วยนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข และนายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน โดยคณะกรรมการไต่สวนครบกำหนดขอขยายระยะเวลาการสอบสวน 15 วันในวันที่ 23 ก.ค.นี้
“โกเมศ-ภูเบศ”จ่อคิวขึ้นส.ส.สัดส่วน ปชป.แทน
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงมติกกต.ที่ให้ 13 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส. ว่า คดีนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด เพราะต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินก่อน ซึ่งส.ส.ทั้ง 13 คน ก็ต้องหาพยานหลักฐานไปสู้ในศาลว่ามีเจตนาอย่างไรในการถือหุ้นดังกล่าวด้วย ซึ่งผลการตัดสินเป็นอย่างไรทุกคนพร้อมยอมรับคำตัดสินไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร แต่เรื่องนี้จะไม่กระทบต่อรัฐบาลแน่นอน เพราะหากศาลยืนคำวินิจฉัยเหมือนกับกกต. ส.ส.เขตก็สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้ เพราะทุกคนได้ถอนหุ้นไปหมดแล้ว ยกเว้นส.ส.สัดส่วน ซึ่งมีอยู่ 2 คน คือ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี และน.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ที่หากศาลตัดสินให้ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส. ก็ต้องเลื่อนบัญชีรายชื่อลำดับต่อไปขึ้นมาแทนคือ ผู้สมัครส.ส.สัดส่วนนายโกเมศ ขวัญเมือง และนายภูเบศ จันทนิมิ
“ส่วนเรื่องที่เรียกร้องให้ 13 ส.ส. แสดงสปิริตลาออกทันที โดยไม่ต้องต่อสู้ในชั้นศาลนั้น คงจะไม่ได้ เพราะกรณีนี้ไม่ใช่ความผิด และไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเพียงข้อห้ามเกี่ยวกับคุณสมบัติส.ส. ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแสดงสปิริตอะไร เพราะทุกคนได้ถอนหุ้นไปหมดแล้ว และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่กระทบต่อการโหวตกฎหมายในสภา เพราะแม้จะมีจำนวนส.ส.ลดลง แต่กฎหมายกำหนดให้องค์ประชุมสภาใช้เสียงกึ่งหนึ่งของส.ส.เท่าที่มีอยู่ จึงไม่น่าจะมีปัญหาต่อองค์ปรชุมและเสถียรภาพรัฐบาลแต่อย่างใด” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: ไทยรัฐออนไลน์, เว็บไซต์แนวหน้า, เว็บไซต์คมชัดลึก

สาวแจ้งจับจักรภพ-FCCT หมิ่นเบื้องสูง มีหมายจับติดตัว

ที่มา ประชาไท

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. เนชั่นทันข่าว รายงานว่า น.ส.ลักษณา กรณ์ศิลป์ อายุ 57 ปี ที่ปรึกษาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าพบ ร.ต.ท.สุเทพ สุโพธิ์ พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี แจ้งความดำเนินคดีกับ นายจักรภพ เพ็ญแข ในข้อหาเพิ่มเติมกรณีพาดพิงเบื้องสูงที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่าวประเทศ รวมถึงนายมาร์วาน มาแคน มาร์เกอร์ ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) และนายโจนาธาน เฮด รองประธานกรรมการ และกรรมการสมาคมฯ ระหว่างปี 2550-2552 ในข้อหา เป็นซ่องโจรร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร รวมทั้งหมิ่นประมาทประมุขต่างประเทศ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 113, 210 และ 213 เพื่อให้ดำเนินคดีฐานหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเคยได้แจ้งความไว้แล้วเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแจ้งความเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี นำเลขบัตรประชาชนไปสืบค้น SMS พบหมายจับ น.ส.ลักษณา ลงวันที่ 22 พ.ค.2551 โดย ร.ต.อ.วัชรพล ขำศิริ พนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ในคดีร่วมกันหมิ่นประมาท ร่วมกันส่งจดหมายที่มีข้อความเป็นเท็จให้ร้ายใส่ความสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และศาสตราจารย์ซาอิด อิวานตุส ผู้เสียหาย ว่ามีพฤติกรรมเอารัดเอาเปรียบ โดยให้นักศึกษาทำงานหาเงินให้ผู้เสียหายทุจริตคอรัปชั่น กลั่นแกล้งนักศึกษา ต่อ ดร.เตช บุนนาค ซึ่งเป็นบุคคลที่ 3 โดยประกาศที่จะทำให้เสียชื่อเสียง ดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง

ทั้งนี้ นส.ลักษณา กล่าวว่า รับทราบข้อกล่าวหาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสายสืบ สน.ลุมพินีแล้ว ซึ่งจะเดินทางไปให้พนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ดำเนินคดี โดยเหตุดังกล่าว นส.ลักษณาระบุว่า ได้ส่งจดหมายร้องเรียนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย ต่อ ดร.เตช บุนนาค ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถาบันดังกล่าวในขณะนั้น เธอซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาเอก คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับการขอร้องจากอธิการบดีให้จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ที่โรงแรมโนโวเทล เมื่อปี 2549 ซึ่งเธอเป็นคนติดต่อประสานงาน และเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานเพียงคนเดียวในระหว่างนั้น ทำให้เสียทั้งทรัพย์และการเรียน โดยได้ประสานไปทางสถาบันก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายมาโดยตลอด จึงได้เขียนจดหมายร้องเรียน

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ได้ส่งหมายเรียกไปที่บ้านที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ แต่ไม่มีใครอยู่ที่บ้านดังกล่าว 2-3 ครั้ง จึงกลายเป็นหมายจับ ทั้งนี้ นส.ลักษณา จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา โดยใช้เงินประกัน 75,000 บาท

ที่มา: เนชั่นทันข่าว

เศรษฐกิจไทยอยู่ในหลุมยาวนานแน่ จากหวัด 2009 และรัฐบาลเด็กชายสองคน

ที่มา thaifreenews

เขียนโดย ลูกชาวนาไทย
วันศุกร์ที่ 17 กรกฏาคม 2009 เวลา 00:18 น.

alt

alt

ตอนนี้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจไม่มีตัวไหนฟื้นสักตัวนะครับ เมื่อเดือนที่แล้วยังมีข่าวให้ดีใจเล็กน้อย ที่เศรษฐกิจประเทศจีนฟื้นแล้ว ทำให้การส่งออกในส่วนของปิโตรเคมีบางตัวกระเตื้องขึ้นบ้างเล็กน้อย

จีดีพีได้มาส 2 ที่ประมาณการณ์กันไว้คือ ประมาณลบ 4-5% แย่น้อยลงกว่าไตรมาสและที่ติดลบ 7.2% ที่แย่น้อยลงเพราะผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าเพิ่มขึ้นการจากการ Build Stock หรือผลิตเพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลัง ของบริษัทต่างๆ ไม่ใช่มี Order แต่อย่างใด ดังนั้นการแย่น้อยลง อาจไม่ได้หมายความว่าไตรมาสอื่นจะไม่กลับไปที่ลบ 7 อีก หากการส่งออกหรือการท่องเที่ยวยังไม่ฟิ้นตัว


อ่านเพิ่มเติมและแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่


มีคนคาดหวังกันว่า หากนายมาร์กไปจีน ก้มกราบประธานาธิปดีจีน ขอให้เขาส่งนักท่องเที่ยวมาไทยได้สัก 1 ล้านคน เศรษฐกิจไทยอาจกระเตื้องขึ้นบ้าง

พอหวัด 2009 มาเยือน ก็บอกศาลาได้เลยครับ เพราะการท่องเที่ยวฟุปไปนานแน่ ที่หวังว่าจะฟื้นตัวปลายปี (ความหวังลมๆ แล้งๆ) ผมยังมองไม่เห็นแสงสว่างอะไรทั้งสิ้น

ตอนนี้เศรษฐกิจไทยมีขยายตัวอยู่อย่างเดียวคือ ค่าใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเบิกจ่ายได้ช้า แต่ก็ยังเป็นตัวเดียวที่เป็นบวกอยู่ ก็แน่นอน รัฐบาลย่อมจ่ายเงินตามโครงการต่างๆ อยู่แล้ว

แต่หากการลงทุนภาคเอกชนไม่เพิ่มขึ้น ก็อย่าได้หวังเลยว่าจะเห็นทางสว่าง แบงค์ยิ่งไม่กล้าปล่อยกู้ในสถานการณ์เช่นนี้ ยิ่งไม่ปล่อยกู้ ก็ไม่มีการลงทุนจากเอกชน ซึ่งจะลงทุนไปหาพระแสงอะไร ในเมื่อไม่มี order สั่งสินค้าเข้ามา ภาคท่องเที่ยว คนไม่มาเที่ยว จะลงทุนขยายงาน ไปทำไม

สรุป หวัด 2009 คือ สัญญาณดับความหวังของการฟิ้นตัวเศรษฐกิจไทย แม้จะจัดประชุมผู้นำได้ที่ภูเก็ตเพื่อแก้หน้าพัทยา แต่ต้องหนีไปถึงภูเก็ตแสดงว่ารัฐบาลคุมประเทศนี้ได้แค่ด้ามขวานเท่านั้น ที่เหลืออยู่ไม่สามารถมควบคุมได้แต่อย่างใด

ยิ่งอุ้ม คนอุ้มยิ่งโดนด่า ประณาม แม้จะทำในใจ แต่การสนทนากลุ่มย่อย ผมก็เห็นคนด่าอย่างเสียๆ หายๆ ไม่กลัวบาปเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

รัฐบาลนี้มองไม่เห็นอนาคต

ผมว่าตอนนี้ฝ่ายโน้นอยู่ในอาการงงงวย ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน จะไปส่งเสริมการส่งออก ก็ทำไม่เป็น มี รมต.ต่างประเทศที่ใครไม่อยากคุยด้วย เพราะเล่นจะเอาแต่ปัญหาการเมืองภายในประเทศตนไปรบกวนคนอื่นเขา ไม่สนใจเจรจาปัญหาเศรษฐกิจ หรือมีข้อเสนอใหม่ให้กับชาวโลก

ประเทศจีน เป็นประเทศเดียวที่เศรษฐกิจยังเป็นบวก แทนที่ไทยซึ่งเคยสนิทกับจีนมาก่อนจะได้ประโยชน์ ความอ่อนหัดทางการทูต และจีนไม่ไว้ใจรัฐบาลที่โปรสหรัฐอย่างเดียว

ส่วนสหรัฐเองก็ไม่สนใจ ไทยเหมือนกัน เพราะไม่แน่ใจในสถานการณ์ทางการเมืองว่าฝ่ายใดจะชนะกันแน่ ทีมทำงานในไทยจึงแบ่งเป็นสองทีมคือ สายทหารมาคุยกับเสื้อแดง (เท่าที่ผมรู้) สายพลเรือนเข้าวังไปหาอำมาตย์ เหยียบเรือทั้งสองแคม นโยบายสหรัฐจึง wait and see อย่างเดียว ยุโรปก็เหมือนกัน

ส่วนพวก แขกที่ยังพอมีเงินอยู่ และอาจส่งออกไปได้ ก็ไม่เอารัฐบาลชุดนี้ ไปคุยกับใครด้วยไม่ได้ เพราะคอยแต่จะไปให้เขาส่งตัวทักษิณ ซึ่งทางการเมืองระหว่างประเทศเขาทำไม่ได้ มันก็เซ้าซี้อยู่นั่นแหละ

สรุปตอนนี้คือ ปล่อยไปตามบุญตามกรรม

รอมวลชนทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาปฎิวัติ

ติดตามรายการสดเหตุการณ์ลุกขึ้นสู้ที่เชียงใหม่

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 กรกฎาคม 2552

ลุกขึ้นสู้ที่เชียงใหม่-ชาวเชียงใหม่ลุกฮือขึ้นสู้หลังจากตำรวจจับกุมดีเจสถานีวิทยุเชียงใหม่51ไป2ราย โดยอ้างว่าพกอาวุธและไม่พกบัตรประชาชนไปคัดค้านการเดินทางมาเชียงใหม่ของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลัง กับพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีพาณิชย์เมื่อตอนหัวค่ำต่อเนื่องถึงเที่ยงคืนวันที่16ก.ค.

คนเสื้อแดงเชียงใหม่เห็นว่า ตำรวจกลั่นแกล้ง และทำรุนแรงเกินกว่าเหตุจึงลุกฮือขึ้นต่อต้านการจับกุมดีเจ2รายดังกล่าวด้วยการเข้าล้อมสภต.ภูพิงค์ฯที่ควบคุมตัวดีเจเอาไว้เพื่อกดดันให้ปล่อยตัว

ในเวลาราว 01.00 น.วันที่ 17 ก.ค.ตำรวจได้ประกาศเตือนให้กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ ที่ปิดล้อมสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ให้สลายตัวไม่เช่นนั้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการสลาย แต่ทางกลุ่มเสื้อแดงไม่ยินยอมสลายตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้น้ำฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

ระหว่างนั้นมีเสียงยิงปืนและขว้างปะทัดเข้าใส่เจ้าหน้าที่ มีประชาชนบริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดเดินแถวหน้ากระดานเรียงบีบกลุ่มเสื้อแดงล่าถอยไปจนถึงประตูด้าหน้าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สถานีวิทยุเชียงใหม่ 51 รายงานว่า เกิดบรรยากาศเผชิญหน้าขึ้นหลายระลอก และรายงานว่าประชาชนโดนทางตำรวจและกองกำลังมือที่สามเสื้อสีน้ำเงินทำร้าย ส่วนการยิงปืนและจุดประทัดเป็นฝีมือของกลุ่มเสื้อน้ำเงินที่เป็นมือที่สาม กลุ่มเสื้อแดงจึงพากันมาตั้งหลักที่โรงแรมวโรรสช่วงกลางดึก

ติดตามรายงานสดได้ทางวิทยุคนเชียงใหม่F.M.92.5ทางอินเตอร์เน็ต

http://www.fm925cm.com/

http://www.democraticthai.com/board/index.php?topic=4464.0

http://www.todayfact.tv/

ร่วมพลังร้องTRUEเลิกบล๊อกไทยอีนิวส์+33เวบประชาธิปไตย หากไม่ได้ผลก็ยกเลิกไปใช้เน็ตอื่น

ที่มา Thai E-News


ต้นตอและวิธีแก้ไข-ไทยอีนิวส์และอีก33เวบฝ่ายประชาธิปไตยเจอวิธีบล๊อคเวบแบบใหม่ โดยเฉพาะคนที่ใช้อินเตอร์เน็ต True คือการ redirect หน้าเวบไปยังอีกหน้าหนึ่ง ก็คือหน้าของictที่ขึ้นรูปใบไม้เขียว วิธีแก้ไขคือการร้องเรียนTrueให้ยกเลิกการบล๊อก หากร้องเรียนไม่ได้ผล วิธีแก้เบ็ดเสร็จคือยกเลิกบริการของTrueไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่น

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 กรกฎาคม 2552

ในการนี้เราใคร่ขอวิงวอนให้ท่านผู้อ่านของเรากรุณาสละเวลาเพียงเล็กน้อยด้วยการ โทรศัพท์ หรืออีเมล์ไปร้องเรียนกับTrueเพื่อให้พวกเขาทราบถึงปัญหาของท่านผู้อ่าน และกรุณาเตือนเขาว่าหากยังไม่ยกเลิกการบล๊อกไทยอีนิวส์ และเวบฝ่ายประชาธิปไตยอีก33เวบ ก็อาจทำให้Trueต้องสูญเสียลูกค้าที่ทรงคุณค่าอย่างท่านผู้อ่าน และท่านผู้อ่านอื่นๆที่เป็นผู้อ่านไทยอีนิวส์อีกนับล้านคนได้ เมื่อร้องเรียนไปแล้วผลเป็นประการใดกรุณาแจ้งมาให้เราทราบทางอีเมล์
thaienews@googlegroups.com จะเป็นพระคุณอย่างสูง


เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์มาแล้วที่มีผู้อ่านของเราได้ร้องเรียนเข้ามา และมีการแจ้งข่าวร้องทุกข์ตามเวบบอร์ดต่างๆเช่น ประชาไท พันทิป ฟ้าเดียวกัน เป็นต้นว่า เมื่อคลิ้กเข้าชมเวบบล็อกของไทยอีนิวส์ ตามลิ้งค์www.thaienews.blogspot.com หรือhttp://thaienews.blogspot.comแล้วไม่สามารถเข้าได้ เพราะจะลิ้งค์ไปที่เวบไซต์ของictโดยอัตโนมัติที่ http://58.97.5.29/ict.html

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกรณีผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตของTRUE เป็นหลัก ถือว่าเป็นวิธีบล๊อคเวบแบบใหม่ของคนที่ใช้ Internet ของ True คือการ redirect หน้า webpage ไปยังอีกหน้านึง ก็คือหน้าของictที่ขึ้นรูปใบไม้เขียว

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับไทยอีนิวส์ แต่รวมถึงอีก33เวบของฝ่ายประชาธิปไตย(ดูรายชื่อท้ายข่าวนี้)

อย่างไรก็ตามสำหรับวิธีแก้ไขในระยะนี้ เราแนะนำท่านผู้อ่านของเราที่ประสบปัญหาดังนี้

1.ท่านควรใช้สิทธิร้องเรียนตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง “กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่อง ร้องเรียนของผู้ใช้บริการ” ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2549 โดยท่านสามารถร้องเรียนได้ดังนี้

- ทางโทรศัพท์ (Call Center) (ไม่คิดค่าบริการ)
ผ่านเลขหมาย 0-2900-8088
เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 08.00น.-20.00น. ไม่มีเวลาพัก
- ทางโทรสาร (Fax) (คิดอัตราค่าใช้จ่ายตามอัตราปกติ)
ผ่านเลขหมาย 0-2699-4338
- ทางจดหมายอิเลคทรอนิคส์ (Email) Email Address: voc@truecorp.co.th
- ทางเว็บไซต์ (Website) www.truecorp.co.th
- ทางจดหมาย (Mail) ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเลขที่ 1252 ชั้น10 อาคารธญาณ ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวงเขตสวนหลวงกทม.10250


หากการร้องเรียนเป็นผล คือTrueยกเลิกการบล๊อก ท่านควรให้โอกาสเขาได้แก้ไข แต่หากท่านร้องเรียนแล้วไม่เกิดผล เราแนะนำให้ใช้วิธีการแก้ไขเบ็ดเสร็จเด็ดขาดคือยกเลิก และเปลี่ยนไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นที่ไม่บล๊อกไทยอีนิวส์ หรือเวบของฝ่ายประชาธิปไตย

2.หากท่านไม่ได้ดำเนินการตามข้อ1 คือไม่ขอร้องเรียน และหรือไม่ยกเลิกอินเตอร์เน็ตTRUEไปใช้บริการอื่น ก็ยอมทนรำคาญเสียเวลาอีกหน่อย ด้วยการเปิดหน้าwww.google.co.thก่อน จากนั้นคีย์คำว่าthaienewsลงไปในช่องค้นหาและคลิ้ก ก็จะเข้ามาหน้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ

3.หากท่านไม่ร้องเรียน และหรือไม่ยกเลิกอินเตอร์เน็ตTRUEไปใช้บริการอินเตอร์เน็ตอื่น และไม่อยากรำคาญทำตามข้อ2 ก็ขอรบกวนให้ท่านเข้าเยี่ยมชมผ่านทางเวบพร็อกซี่ต่างๆ โดยเข้าไปที่www.proxy.org จากนั้นเลือกเวบพร็อกซี่ที่ท่านต้องการ เช่น www.hidemyass.com เป็นต้น เมื่อเข้าไปในเวบพร็อกซี่เหล่านี้ได้แล้ว ก็นำชื่อurlของไทยอีนิวส์ คือwww.thaienews.blogspot.comหรือhttp://thaienews.blogspot.comไปวางในช่องค้นหา แล้วกดenter เพียงแค่นี้ท่านก็สามารถเข้าเยี่ยมชมไทยอีนิวส์ได้ แต่อาจไม่ได้รับความสะดวกนัก

ในการนี้เราใคร่ขอวิงวอนให้ท่านผู้อ่านของเรากรุณาสละเวลาเพียงเล็กน้อยด้วยการ โทรศัพท์ หรืออีเมล์ไปร้องเรียนกับTrueเพื่อให้พวกเขาทราบถึงปัญหาของท่านผู้อ่าน และกรุณาเตือนเขาว่าหากยังไม่ยกเลิกการบล๊อกไทยอีนิวส์ และเวบฝ่ายประชาธิปไตยอีก33เวบ ก็อาจทำให้Trueต้องสูญเสียลูกค้าที่ทรงคุณค่าอย่างท่าน และท่านอื่นๆที่เป็นผู้อ่านไทยอีนิวส์อีกนับล้านคนได้ เมื่อร้องเรียนไปแล้วผลเป็นประการใดกรุณาแจ้งมาให้เราทราบทางอีเมล์
thaienews@googlegroups.com จะเป็นพระคุณอย่างสูง


ไทยอีนิวส์เป็น1ในจำนวน63เวบไซต์ของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งถูกรัฐบาลบล็อกเวบ นับตั้งแต่เหตุการณ์ลุกฮือขึ้นประท้วงครั้งใหญ่ของขบวนการคนเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา โดยรัฐบาลอ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อบล็อกหรือปิดกั้นเวบ อย่างไรก็ตามแม้เวลาต่อมารัฐบาลได้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วก็ไม่ยกเลิกการปิดกั้นเวบบล็อกของไทยอีนิวส์แต่อย่างใด และยังได้ปิดกั้นหนักขึ้นในระยะ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โดยเมื่อผู้อ่านคลิ้กเข้าเยี่ยมชมก็จะลิ้งค์ไปยังเวบไซต์ของictขึ้นรูปใบไม้เขียว โดยไม่ต้องมีพฤติกรรมปิดบังซ่อนเร้นแบบที่เคยทำตั้งแต่หลังสงกานต์เลือดอีกแล้ว แต่ictก็ไม่ได้ระบุสาเหตุว่า ทำไมต้องปิดกั้นเวบบล็อกนี้

แต่ผู้อ่านของเราได้ตั้งข้อสังเกตว่าบางครั้ง บางวัน บางช่วงเวลาก็เข้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ ไม่ต้องผ่านพร็อกซี่ ขึ้นกับว่า รัฐบาลหรือict และหรือTRUEกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนเป็นหลัก

ไทยอีนิวส์เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร19กันยายน2549เพื่อรายงานข่าว และบทความ ตลอดถึงความเคลื่อนไหวของฝ่ายเรียกร้องต้องการประชาธิปไตย เปิดโปงความชั่วช้าของเผด็จการทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนกระแสหลักไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรต้องทำ

ไทยอีนิวส์มียอดผู้เข้าอ่านถึงขณะนี้ 10,850,397 คลิ้ก โดยเริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 เป็นต้นมา
(อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:ฝ่าวงล้อมสื่อกระแสหลัก ยอดผู้อ่านไทยอีนิวส์ทะลุ10ล้านคลิ้ก )

รายชื่อเว็บไซต์ทั้ง 33 แห่งที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตของTrueเจอปัญหา เมื่อคลิ้กเข้ามาแล้วจะredirectไปที่ictใบไม้เขียว

01. http://www.justin.tv/nationsiam (Blocked)
02 http://www.konthai.org (Blocked)
03. http://www.thaifreenews.com (Blocked)
04. http://www.thairedshirt-democracy.org/cbox/s1.html (Blocked)
05. [url]http://www.democracytoday.tv [/url](OK)
06. http://www.thaipeoplevoice.org (OK)
07. http://freethais.com/update_13apr09.php (OK)
08. http://www.wered.net (Blocked)
09. http://www.redplus.org (N/A)
10. http://thaienews.blogspot.com (Blocked)
11. http://www.prachachonthai.com (Blocked)
12. http://www.cbnpress.com (OK)
13. http://uddtoday.ning.com (Blocked)
14. http://www.thaireduk.com (N/A)
15. http://www.nocoup.net (OK)
16. http://downmerng.blogspot.com (Blocked)
17. http://www.jakrapob.net (Blocked)
18. http://www.truethaksin.com (Blocked)
19. http://www.chupong.com (Blocked)
20. http://www.rednon.com (Blocked)
21. http://www.chupong.org (Blocked)
22. http://www.serichon.com (Blocked)
23. http://www.nationsiam.com (OK)
24. http://www.gmm2008.com/index.php (OK)
25. http://thaksin.wordpress.com (Blocked)
26. http://thaipresslog.blogspot.com (Blocked)
27. http://thaiopinions.blogspot.com (Blocked)
28. http://www.newskythailand.com (Blocked)
29. http://sites.google.com/site/prachathaiclub/Home (Blocked)
30. http://siamfreedom.blogspot.com (Blocked)
31. http://www.priority-radio.com (Blocked)
32. http://www.cbox.ws (Blocked)
33. http://www.sameskyboard.org