WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, July 17, 2009

Destiny..?

ที่มา บางกอกทูเดย์

“สุริยคราส” หรือปรากฏการณ์เงามืดบดบังดวงอาทิตย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 22 ก.ค. ภายใต้ท้องฟ้าประเทศไทย ตั้งแต่ช่วง 07.00-09.00 น.ข้อมูลจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ระบุไว้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสุริยุปราคาเต็มดวงในชุดซารอส(Saros) ที่ 136 ซึ่งเป็นชุดซารอสที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงยาวนานที่สุดโดยแนวคราสเต็มดวงจะพาดผ่านประเทศอินเดียจีน ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ และบริเวณที่คราสเกิดยาวนานที่สุด คือ บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้เป็นเวลา 6 นาที 39 วินาที นับว่าครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาที่ยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21บ้านเราอยู่นอกแนวคราสเต็มดวง เลยเป็นสุริยุปราคาบางส่วน ซึ่งภาคเหนือที่ จ.เชียงราย จะเห็นนานที่สุดในไทย ประมาณ 2 ชั่วโมง 12 นาที กินถึง 69เปอร์เซ็นต์ของการที่ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์ส่วนคนกรุงเทพฯ เริ่มดูกันได้ตั้งแต่ราว 07.06-09.08 น. แต่จะเห็นชัดที่สุดตอนช่วงเวลา 08.03 น.ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ“บุญรักษา สุนทรธรรม” เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาหรือสุริยคราสครั้งนี้ ถือเป็น

สุริยุปราคาเต็มดวงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2538 หรือประมาณ 14 ปีที่ผ่านมาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์จะติดตั้งกล้องดูดาวหลายสิบตัวที่วงเวียน 22 กรกฎา ย่านเยาวราช เพื่อให้สอดคล้องกับวันที่เกิดสุริยคราส คือ วันที่ 22 ก.ค. และระดมนักดาราศาสตร์ทั่วประเทศมาให้ความรู้กับประชาชนที่มาชมด้วย“สุริยคราส” ยังไม่ถึงวันปรากฏ แต่ก็เริ่มมีคำทำนายทายทักออกมา ทั้งดวงเมืองและชะตาของผู้บริหารบ้านเมืองโยงมาบรรจบกันพอดีเป๊ะทำนองที่ว่าหากเกิดสุริยคราสแล้ว อาจจะเกิดความยุ่งยากเดือดร้อนกับรัฐบาลหรือแม้แต่ประชาชน กระทั่ง ความขัดแย้งที่เป็นอยู่จะรุนแรงขึ้นแถมเดือน ต.ค.นี้ อาจถึง “จุดเปลี่ยน” ของรัฐบาลคงต้องดูกันต่อไปว่า ผู้นำฝ่ายบริหาร หัวหน้ารัฐบาลรูปหล่อ จะเข้าข่าย “คนเหนือดวง” หรือเปล่า...กับเรื่องที่นำปรากฏการณ์ที่ว่าไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ลางร้ายของบ้านเมือง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯ ย้ำไว้ธรรมดาๆ แต่ก็น่าคิดไม่น้อยว่าไม่เกี่ยวข้องกันสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งทุกปีเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพียงแต่ประเทศไหนจะเห็นหรือไม่เท่านั้นเอาเถอะน่า..ใครจะว่ายังไง สุดท้ายตัวคุณเองคือผู้ตัดสินใจ แต่ก็อย่าลืมเอาใจเขามาใส่ใจเรา เกลียดอะไรก็อย่าไปทำแบบนั้นกับคนอื่นอีกอย่าง..แม้เราจะมีความเชื่ออย่างหนึ่งที่คล้ายคลึงกันว่า บางสิ่งบางอย่างได้ถูกกำหนดมาแล้ว.....แต่ขอให้เชื่ออีกสักอย่างเถอะว่า ส่วนใหญ่ที่เหลือทั้งหมดของชีวิต เราจะเป็นคนเลือกเองได้…!! ■

แปลกแต่จริง!

ที่มา บางกอกทูเดย์

บันเทิง...พักผ่อน และได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นองค์ประกอบแห่งความรู้สิ่งที่ผมกำลังพูด หมายถึง “อินเตอร์เน็ต”เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก...พร้อมกับข้อมูลข่าวสารทุกประเภทที่เราสามารถค้นคว้าและรับส่งข้อมูลไปมาระหว่างกันวันนี้พูดได้เต็มปากว่า “อินเตอร์เน็ต” เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของประชาชนในทุกๆ สาขาอาชีพโดยเฉพาะในส่วน “ข่าวการเมือง” ที่ได้รับ“ความนิยม” อย่างมากในเวลานี้...ผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนประชาชนคนไทยหลายล้านคนที่ “ใช้อินเตอร์เน็ต” เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข่าวสาร...ข่าวซี้ซั้ว และข่าวความจริงวันนี้บ้านเมืองถูก “แบ่งแยก” เป็นหลายฝ่าย...การยอมรับเสียงข้างมากตาม “ระบอบประชาธิปไตย”ถูกทำลายด้วยน้ำมือของผู้มีอำนาจในประเทศนี้เพียงไม่กี่คนต่างฝ่ายต่างใช้ “ตัวช่วย” เพื่อดึงมวลชนเข้าให้การสนับสนุนแก่ฝ่ายตน...เพื่อให้บรรลุแก่“อำนาจ”ไม่ใช้กฎ ไม่มีกติกา ทำทุกวิถีทางเพื่อดำรงไว้ซึ่ง “อำนาจ” อันเป็นสิ่งปรุงแต่งจอมปลอม

“ทางสว่าง” ซึ่งจะนำพาความสุขมาสู่ “ประชาชน”ถึงเวลานี้เส้นทางความสมานฉันท์ของประเทศ...มันริบหรี่ร่อยหรอไม่เหลือแสงประเทศไทยมีเรื่องราวอะไรแปลกๆ หลายอย่าง...กฎหมายฉบับเดียวกัน บัญญัติขึ้นด้วยมันสมองของผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญแต่ทำไม “กฎหมาย” ในบ้านเราถึงใช้บังคับได้ไม่ทั่วถึง...กฎหมายใช้ได้กับอีกฝ่าย แต่ใช้ไม่ได้กับอีกฝ่ายเพื่อนร่วมอุดมการณ์คนหนึ่งใน “โลกไซเบอร์”เขาได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ประมาณว่า It’snot Fair, and it’s really not ok.บุคคลหนึ่งหากมี “คนหนุนหลังดี” ใครก็ไม่อาจ“แตะต้องได้”ฝรั่งคนหนึ่งได้อ่านหนังสือพิมพ์ของไทยฉบับภาษาอังกฤษ เขาถึงกับ “ร้องอุทาน” เนื่องด้วยเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่สุดในโลกซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกเขาทำกันอย่างเช่น...เหตุการณ์ “ปิดสนามบิน” ซึ่งคนบางกลุ่มยังยกย่องว่า เป็น “การก่อการดี” ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติฝรั่งเขางง??ทำความเสียหายทางธุรกิจเป็นแสนล้าน การส่งออก การนำเข้า การท่องเที่ยว...ทำความเดือดร้อนให้กับผู้คนในการเดินทางไปและกลับแล้วอย่างนี้เรียกว่า “ก่อการดี” ตรงไหน!เรื่องแปลกในประเทศด้ามขวานนี้ยังมีอีกเยอะ...ยิ่งประเทศไทยได้ “ท่านกษิต” มาเป็น รมว.ต่างประเทศ ฝรั่งถึงกับร้อง Oh My God!แม่_...เอาหัวอะไรคิดวะเนี่ย!! ■

บนความต่าง

ที่มา บางกอกทูเดย์

ความต่างระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรี ที่นำไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีที่ประสบความสำเร็จและนายกรัฐมนตรีที่ประสบความล้มเหลว ก็คือ..วิธีคิดฝรั่งบอกว่า..การไล่ให้ทันคนอื่นเป็นสิ่งจำเป็นในการแข่งขัน แต่ผู้ชนะคือผู้ที่คิดและสร้างเกมใหม่ขึ้นมาประเทศมันก็เหมือนกับบริษัทร้านค้า..กิจการยิ่งใหญ่แต่ถ้าไม่มีกำไร..หายนะมันก็ตามมาประเทศมันก็เหมือนกับบริษัทร้านค้า..ทุนน้อยกำไรมาก..คือ ความเจริญรุ่งเรืองทันทีที่ ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี..มีเกมใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย..ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องผูกพันกับชีวิตประชาชนคนระดับรากหญ้า..เงินจากกระทรวงคลังไหลตรงลงที่หมู่บ้าน..ปลุกชีวิตอันเงียบเหงาและการเฝ้ารอคอยเปลี่ยนไปสู่การต่อสู้และแข่งขันหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์..ทำให้ทุกอณูแผ่นดินเคลื่อนไหวไวน์ไทยผลิตภัณฑ์จาก

พืชผลไม้กลายเป็นน้ำในขวด..การประกาศสงครามกับยาบ้า..ทำให้โยงใยหลากหลายโดนทำลายลง..ผู้ร้ายกับผู้ร้ายไล่ทำลายกันเพื่อตัดเส้นทางที่จะนำอำนาจกฎหมายไม่ให้เข้าถึงมีความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้น และประชาชนรับรู้ได้ถึงสิ่งนั้นจึงไม่แปลกที่..คะแนนเสียง 11 ล้านเสียงของพรรคไทยรักไทย กลายมาเป็น 19 ล้านเสียงในอีก 4 ปีต่อมาทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ก้าวข้าม..ทไวไลท์โซน..แห่งประชาธิปไตยประเทศไทย..เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มีเสียงเกินครึ่งในรัฐสภาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..บนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..อะไรคือความแปลกใหม่ที่ประเทศไทยและคนไทยได้รับ ในระยะเวลาครึ่งปีแห่งการครองอำนาจของท่านดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 5 ในพันธบัตรไทยเข้มแข็ง..ที่คนไทยแห่แหนไปเฝ้าซื้อใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที..มันก็เป็นแค่วิธี..ปล้นธนาคารโดยถูกกฎหมายดอกเบี้ย 4,000 ล้านต่อปีที่รัฐบาลจะต้องนำมาจ่ายในแต่ละปีของมูลค่าพันธบัตร 80,000 ล้าน..มันก็มาจากภาษีประชาชนทั้งประเทศ..ตรงไหนที่เป็นความวิเศษของการบริหารจัดการเฮนรี่ ฟอร์ด..เจ้าพ่อรถยนต์และประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ..พูดไว้ว่า..“ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถทำได้ดีกว่าที่ทำอยู่แล้วเสมอ” ■

'สื่อ' : เครือข่ายโล่มนุษย์ เกราะกำบัง 'ผู้มีอำนาจ'

ที่มา Thai E-News


ที่มา เวบไซต์ บางกอกทูเดย์
17 กรกฎาคม 2552

เร่งปฏิกิริยาให้รุนแรงเร็วขึ้น?

ยุทธวิธีรูปแบบปฏิบัติการของชนชั้นปกครอง ที่เรียกว่า เหล่าเสนาธิการ “อมาตย์” ที่ต้องการพยายาม “ควบคุมอำนาจ” ไว้ในมืออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ทุกช่องทางการสื่อสารถูก “แทรกแซง” โดยกลุ่มผู้มีอิทธิพล ที่ต้องการหวังผลประโยชน์ทางการเมือง อันเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “ประเทศไทย” ไม่เจริญ... เพราะมีการกดดันความเจริญให้มันย่ำอยู่กับที่

โดยเฉพาะด้าน “เทคโนโลยี” การสื่อสาร ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ ซึ่งประชาชนไม่มีสิทธิและเสรีภาพในการใช้ ด้วยความเท่าเทียมและเสมอภาค

วิธีคิด ...การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทุกสิ่งทุกอย่าง กลายเป็น “สงครามสื่อ” เพื่อการแย่งชิงมวลชน
ประชาชน “ถูกกดดัน” ไม่ให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน

เหรียญมี 2 ด้าน แต่ผู้มีอำนาจ กลับกรอกหูให้ประชาชนซึมซับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียว ซ้ำร้ายบางเรื่องราวยังมีการ “ปรุงแต่ง” เติมสี เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้งมากขึ้น...

คนเสพ ก็เสพด้วยอาการขาดสติ ไม่รู้จักนึกคิด ตรึกตรอง

กรณีล่าสุด คงเป็นที่ เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ เว็บไซต์การเมืองอันดับต้นๆ ของไทย ที่ “ถูกบล็อก” ไม่ให้เยี่ยมชม... พูดตามตรงว่า ไทยอีนิวส์ เป็นเว็บไซต์แหล่งข้อมูลทางการเมืองที่อยู่ “ตรงกันข้าม” กับทางรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ เป็นผลลัพธ์ที่ไปกระทบผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเจ้าหนึ่งโดยตรง

เหตุการณ์นี้ถือว่า เป็นวิธีบล็อกเว็บแบบใหม่ ของคนที่ใช้อินเตอร์เน็ต คือการ redirect หน้า webpageไปยังอีกหน้าหนึ่ง ซึ่งก็คือหน้าของ ict ที่ขึ้นให้เห็นรูป ใบไม้เขียว

เรื่องนี้เกิดความวุ่นวาย ...ถึงขั้นผู้ใช้บริการ ที่เข้ามาดูข่าวการเมืองในเว็บไซต์การเมืองแห่งนี้เป็นประจำ ร้องเรียนขอ “ยกเลิกบริการ” หากไม่ยกเลิกการบล็อกเว็บไซต์ไทยอีนิวส์

ซึ่งผลสุดท้าย ...ทางบริษัทจึงต้องยกเลิกการบล็อกเว็บไซต์ไทยอีนิวส์ เพราะหากยังกระทำตามคำสั่งของ “ผู้มีอำนาจ” ทางบริษัทอาจ “สูญเสียรายได้” จำนวนมหาศาล...

เพราะนั่นถือเป็นการไป “ละเมิดสิทธิผู้บริโภค”

กรณี เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่ชี้ให้เห็นว่า ...ผู้มีอำนาจต้องการ “ปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร” ไม่ให้ประชาชนรับรู้ในสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์

การปิดหูปิดตาประชาชน ...เกิดขึ้นทั่วไปในทุกหย่อมหญ้า ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทย ...

อย่างที่ “ประเทศจีน” ศึกวิวาทะระหว่าง ชาวฮั่น และ ชาวอุยกูร์ ที่มณฑลกวางตุ้ง แม้ภาพเหตุการณ์จะไม่ปรากฏตามสื่อทั่วไปมากนัก แต่ก็เป็นภาพที่มีการ “แพร่หลาย” อยู่ในอินเตอร์เน็ตประเทศจีน เป็นประเทศที่รัฐบาลมีการควบคุมข้อมูลข่าวสารอย่างเข้มงวด

“อินเตอร์เน็ต” จึงถือเป็นเครื่องมือที่ทรงอิทธิพล ประชาชนสามารถเข้าถึงได้รวดเร็ว พร้อมกับมีการส่งต่อข้อมูลผ่านถึงกัน ด้วยความแม่นยำในความเป็นจริง ประชาชนคนไทยที่อยู่ในกลุ่มแต่ละกลุ่ม ....ทุกคนล้วนหวังให้ประเทศชาติพัฒนา และเจริญก้าวหน้า

แต่ความคิด ...วิธีการ และแนวทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายวัตถุประสงค์นั้น แตกต่างกัน

ปัจจุบัน “ข้อมูลข่าวสาร” จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้มองเห็น “ภาพรวม” ที่แตกฉานต่อการนำมาคิดวินิจฉัยและตรึกตรอง

เสียดายที่ว่า ...ทุกวันนี้ “ทางเลือก” มันไม่มี ...

ผู้มีอำนาจไม่ยอมเปิดโอกาส คิดถึงแต่การทำลายมากกว่าสร้างสรรค์ อ้างความชอบธรรมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ แต่กลับทำให้ประชาชนคนอื่น เกิดความเดือดร้อน

เหตุการณ์บ้านเมืองที่ความขัดแย้งลุกลามใหญ่โตทุกวันนี้ เกิดจาก ความอิจฉาริษยา และจิตเกินพอ ที่คิดถึงแต่เรื่องผลประโยชน์

โดยเฉพาะ “ธุรกิจ” ทางด้านสื่อ หลายเจ้า ที่ต้องยอม “ก้มหัว” ตกเป็นเบี้ยล่างให้แก่กลุ่มอมาตย์ “เผด็จการ” อย่างไม่มีทางเลือก

ตอนนี้กลาดเกลื่อน ...ไม่มีคุณภาพ วันๆ ได้ยินแต่คำด่าทอ เสียดสี และปลุกระดม หรือไม่ก็เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ...หาสาระความจริงอะไรไม่ได้

ศักดิ์ศรีเลือนหาย ...จริยธรรมไม่หลงเหลือ จรรยาบรรณไร้ค่า

“สื่อ” เป็นเพียงโล่มนุษย์ ที่สร้างเครือข่ายขึ้นมา เพื่อเป็นเกราะกำบังให้ “ผู้มีอำนาจ”

แต่หากวันหนึ่งวันใด คนเหล่านั้น “หมดอำนาจ” และ “วาสนา”

เครือข่าย “โล่มนุษย์” ที่ว่า ...ก็จะเปลี่ยนสภาพ กลายเป็นแค่ “อากาศ”

ไม่เชื่อลองเอา “ขี้หมา” ปาใส่หน้ามันดู!!

ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น อะไรมันจะซวยขนาดนี้ สองวรนุช !!

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ อัคนี คคนัมพร
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
17 กรกฎาคม 2552

ทำไปทำมา ปลาใหญ่กำลังจะตายน้ำตื้น คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่นแหละครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน

นักเรียนนอก ออกซ์ฟอร์ด หน้าใส ปัญญาดี ฝีปากเด่น ตกหลุมพราง “เนรวิน” ถิ่นบุรีรัมย์เข้าจังเบอร์ คล้ายต้องมนต์ดำเมืองเขมร

หลงดีใจได้ปลื้ม ที่เนรวินอุ้มเข้าสะเอว กระเตงไปแถลงพื้นที่อีสานได้ ลบคำสบประมาทของนักการเมืองทั้งปวง แต่แล้วก็พลาด ไปติดบ่วง “ความประจบสอพลอ” ของรัฐมนตรีในรัฐบาลตัวเอง บวกกับความเผลอไผลเคลิบเคลิ้มในบุญบารมี ปลื้มปีติรับเอาของกำนัลมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ไปหลายแสน

งาช้างครับ งาช้างแท้ๆ งาช้างประจำตระกูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสียด้วย คู่หนึ่งราคาหลายแสนบาท

ผู้สื่อข่าวไร้สำนัก เขารายงานว่า ในการมอบของกำนัลกันครั้งนี้ ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ได้กล่าวสุนทรพจน์หวานจับใจ (ประมาณว่า รัฐมนตรีต่างประเทศกษิต ภิรมย์ ที่ใช้ลิ้นทูตยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคลของประเทศไทยได้อายไปเลย)

รัฐมนตรีคมนาคมโสภณกล่าวว่า งาช้างนี้เป็นสมบัติประจำตระกูล ตกทอดมาแต่บรรพบุรุษซึ่งเคยเลี้ยงช้าง เป็นของมีค่าที่หวงแหนหนักหนา แต่การที่นายกรัฐมนตรีให้เกียรติเสี่ยงภัย (จากคนเสื้อแดง) มาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน นับเป็นเกียรติและเป็นสิริมงคลอย่างสูง ไม่มีสิ่งใดจะเป็นเครื่องตอบแทน จึงขอมอบงาช้างประจำตระกูลคู่นี้ให้

เรื่องมันจะไพเราะเพราะพริ้งกว่านี้เพียงใด เกินสติปัญญาที่ผู้เขียนจะบรรยายได้ จึงขอสรุปว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็รับเอาของกำนัลนั้นกลับกรุงเทพฯ ด้วยความสุขเปี่ยมล้นหัวใจ

สิทธิการิยะ ท่านว่า คนเราเมื่อถึงกาลแห่งความวิบัติ พุทธิปัญญาก็ดับไปเสีย นายอภิสิทธิ์ลืมไปว่า คนที่มีตำแหน่งทางการเมืองนั้น ประกาศของ ป.ป.ช. เขาห้ามไว้ว่า จะรับของกำนัลมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาทมิได้ ผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดต้องโดนปรับอาบัติขั้นปาราชิก คือหลุดจากตำแหน่งทันที

คราวนี้แหละครับที่ผู้เขียนบอกว่า ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น เพราะเหตุว่า คนเสื้อแดงจะกล่าวหาด้วยเรื่องราวใดๆ นายอภิสิทธิ์ก็ทำเป็นเฉยเสีย

เป็นต้นว่า กล่าวหาว่าตั้งรัฐบาลนอกครรลองประชาธิปไตย ก็เฉยเสีย
กล่าวหาว่า ตั้งรัฐบาลแล้วไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ก็เฉยเสีย
กล่าวหาว่า หนีการเกณฑ์ทหารและใช้เอกสารราชการปลอม ก็เฉยเสีย

ทำท่าเหมือนกับว่า จะอยู่ในตำแหน่งไปได้โดยไม่มีใครสามารถทำอะไรให้ระคายผิว

แต่แล้ววันดีคืนดี ก็รับของกำนัลกันง่ายๆ กลางหมู่คนที่อ้างว่ามีเกียรติสูง มีความน่าเชื่อถือทางศีลธรรมและจริยธรรม

นั่นเท่ากับเป็นการทำผิดต่อหน้าพยานบุคคลผู้มีเกียรติจำนวนมาก และความผิดก็สำเร็จแล้ว

เรื่องมันง่ายๆ อย่างนี้แหละครับท่านผู้อ่าน

ปัญหามันอยู่ที่ว่า ป.ป.ช. ผู้มีหน้าที่ที่จะต้องจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะว่าอย่างไร จะปกป้องกันต่อไปตามระบอบ 2 มาตรฐาน หรือว่า จะตรงไปตรงมาสักครั้งหนึ่ง พอให้คนเห็นว่า ป.ป.ช. ยังมีความใฝ่ดีอยู่บ้างเหมือนกัน อันนี้สุดแท้แต่จะเลือกเดิน

ป.ล. สำหรับ นายโสภณ ซารัมย์ นั้น มีปัญหาว่า งาช้างอันเป็นทรัพย์สินมีค่านั้น มิได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งไว้ต่อ ป.ป.ช. แต่อย่างใด จึงมีความผิดฐานซุกทรัพย์สินอันมีค่า ต้องอาบัติปาราชิกเหมือนกัน

อะไรมันจะซวยขนาดนี้ละวุ้ย

พลังประชาธิปไตยชนะ TRUEยุติบล๊อกไทยอีนิวส์แล้ว หลังเจอรุมสวดพร้อมขู่เลิกใช้บริการนับล้าน

ที่มา Thai E-News


พลังของผู้บริโภค-หลังจากที่ท่านผู้อ่านของเรารวมพลังร้องเรียนไปยังเน็ตTrueให้ยกเลิกการบล๊อกเวบไทยอีนิวส์และอีก33เวบฝ่ายประชาธิปไตย ช่วงสายวันนี้ท่านผู้อ่านของเรารายงานมาว่าเริ่มเข้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติแล้ว หลังจากส่วนใหญ่ได้ร้องเรียนTrueไปทำนองว่าหากไม่ยกเลิกการบล๊อก ก็จะใช้วิธีแก้ไขแบบเบ็ดเสร็จคือยกเลิกบริการของTrueไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่น

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 กรกฎาคม 2552


ท่านผู้อ่านไทยอีนิวส์จำนวนมากได้กรุณาแจ้งเข้ามาว่า ในช่วงเช้าวันนี้ได้ร้องเรียนไปยังผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตTrueเพื่อขอให้ยกเลิกการบล๊อกปิดกั้นเวบไทยอีนิวส์ และอีก33เวบไซต์ฝ่ายประชาธิปไตย โดยเตือนว่าหากไม่ยกเลิกการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายนี้ก็จะยกเลิกการให้บริการ ส่งผลให้ช่วงสายวันนี้สามารถเข้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติแล้ว อย่างไรก็ตามยังวางใจไม่ได้ทีเดียว เรายังขอวิงวอนให้ท่านผู้อ่านของเราร่วมพลังร้องเรียนต่อไปเพื่อให้Trueยกเลิกการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย และละเมิดสิทธิผู้บริโภค มีพฤติการณ์ปิดกั้นความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเด็ดขาดต่อไป


ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเพียงส่วนหนึ่งของการรายงานผลการร้องเรียนของท่านผู้อ่านเข้ามายังไทยอีนิวส์

วันนี้แหละจะด่าให้หนำใจ ทั้งโทรสาร และโทรสด ด่ากันมาหลายยกแล้วเรื่องตอนกลางคืนปล่อยอ่อน สปีดไม่ถึงที่กำหนด โทรไปถามมันบอกให้แบ่งๆ กันใช้ในพื้นที่นั้น ๆ .. ห่วยแตกจริง/เสื้อแดง


ผมได้ร้องเรียนทรู โดยแนบข่าวไทยอีนิวส์โดนบล๊อกไป และแจ้งร้องเรียนทางอีเมล์ไปดังนี้

บริษัทของข้าพเจ้าเป็นองค์กรธุรกิจขนาดกลาง ใช้บริการทรูลีดไลน์มานานหลายปี แต่ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้รับความสะดวกในการบริการ เนื่องจากเข้าเวบไทยอีนิวส์ และเวบประชาธิปไตยอื่นๆไม่ได้เลย มาทราบภายหลังว่าทรูได้ปิดกั้นเวบเหล่านี้โดยพลการ ทำให้กระทบต่อธุรกิจของข้าพเจ้าที่ใช้ข้อมูลข่าวสารจากไทยอีนิวส์และเวบอื่นๆไปประเมินความเสี่ยงและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดำเนินธุรกิจที่สำคัญ การที่ท่านปิดกั้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีคำสั่งศาล ไม่มีคำสั่งจากรัฐบาล แต่ทำไปเองถือเป็นการกระทำที่แย่มาก

จึงขอให้ท่านยกเลิกการปิดกั้นหรือบล๊อกเวบดังกล่าวเสีย ก่อนที่ข้าพเจ้าและบริษัทของข้าพเจ้าจะยกเลิกการใช้บริการอินเตอร์เน็ตของท่านและอาจจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีฐานละเมิดต่อท่านด้วย

หากผลพิจารณาเป็นประการใดโปรดแจ้งกล้บมาเป็นการด่วน ด้วยความผิดหวังในบริการของท่านเป็นอย่างยิ่ง/สมชาย กรรมการผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่งที่เป็นลูกค้าทรูลีดไลน์มานาน แต่เหลืออดเต็มทนในการนี้


ไทยอีนิวส์กราบขอบพระคุณท่านผู้อ่านของเราที่กรุณาเสียสละเวลาของท่านแสดงพลังในการนี้ อย่างไรก็ตามยังวางใจไม่ได้นัก จึงขอเรียนเชิญร่วมพลังร้องเรียนต่อไป เพื่อให้Trueยกเลิกการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย และละเมิดสิทธิผู้บริโภค มีพฤติการณ์ปิดกั้นความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเด็ดขาดต่อไป

เมื่อเช้าวันนี้ไทยอีนิวส์นำเสนอข่าวว่า เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์มาแล้วที่มีผู้อ่านของเราได้ร้องเรียนเข้ามา และมีการแจ้งข่าวร้องทุกข์ตามเวบบอร์ดต่างๆเช่น ประชาไท พันทิป ฟ้าเดียวกัน เป็นต้นว่า เมื่อคลิ้กเข้าชมเวบบล็อกของไทยอีนิวส์ ตามลิ้งค์www.thaienews.blogspot.com หรือhttp://thaienews.blogspot.comแล้วไม่สามารถเข้าได้ เพราะจะลิ้งค์ไปที่เวบไซต์ของictโดยอัตโนมัติที่ http://58.97.5.29/ict.html

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกรณีผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตของTRUE เป็นหลัก ถือว่าเป็นวิธีบล๊อคเวบแบบใหม่ของคนที่ใช้ Internet ของ True คือการ redirect หน้า webpage ไปยังอีกหน้านึง ก็คือหน้าของictที่ขึ้นรูปใบไม้เขียว

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับไทยอีนิวส์ แต่รวมถึงอีก33เวบของฝ่ายประชาธิปไตย(ดูรายชื่อท้ายข่าวนี้)

อย่างไรก็ตามสำหรับวิธีแก้ไขในระยะนี้ เราแนะนำท่านผู้อ่านของเราที่ประสบปัญหาดังนี้

1.ท่านควรใช้สิทธิร้องเรียนตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง “กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่อง ร้องเรียนของผู้ใช้บริการ” ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2549 โดยท่านสามารถร้องเรียนได้ดังนี้

- ทางโทรศัพท์ (Call Center) (ไม่คิดค่าบริการ)
ผ่านเลขหมาย 0-2900-8088
เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 08.00น.-20.00น. ไม่มีเวลาพัก
- ทางโทรสาร (Fax) (คิดอัตราค่าใช้จ่ายตามอัตราปกติ)
ผ่านเลขหมาย 0-2699-4338
- ทางจดหมายอิเลคทรอนิคส์ (Email) Email Address: voc@truecorp.co.th
- ทางเว็บไซต์ (Website) www.truecorp.co.th
- ทางจดหมาย (Mail) ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเลขที่ 1252 ชั้น10 อาคารธญาณ ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวงเขตสวนหลวงกทม.10250


หากการร้องเรียนเป็นผล คือTrueยกเลิกการบล๊อก ท่านควรให้โอกาสเขาได้แก้ไข แต่หากท่านร้องเรียนแล้วไม่เกิดผล เราแนะนำให้ใช้วิธีการแก้ไขเบ็ดเสร็จเด็ดขาดคือยกเลิก และเปลี่ยนไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นที่ไม่บล๊อกไทยอีนิวส์ หรือเวบของฝ่ายประชาธิปไตย

2.หากท่านไม่ได้ดำเนินการตามข้อ1 คือไม่ขอร้องเรียน และหรือไม่ยกเลิกอินเตอร์เน็ตTRUEไปใช้บริการอื่น ก็ยอมทนรำคาญเสียเวลาอีกหน่อย ด้วยการเปิดหน้าwww.google.co.thก่อน จากนั้นคีย์คำว่าthaienewsลงไปในช่องค้นหาและคลิ้ก ก็จะเข้ามาหน้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ

3.หากท่านไม่ร้องเรียน และหรือไม่ยกเลิกอินเตอร์เน็ตTRUEไปใช้บริการอินเตอร์เน็ตอื่น และไม่อยากรำคาญทำตามข้อ2 ก็ขอรบกวนให้ท่านเข้าเยี่ยมชมผ่านทางเวบพร็อกซี่ต่างๆ โดยเข้าไปที่www.proxy.org จากนั้นเลือกเวบพร็อกซี่ที่ท่านต้องการ เช่น www.hidemyass.com เป็นต้น เมื่อเข้าไปในเวบพร็อกซี่เหล่านี้ได้แล้ว ก็นำชื่อurlของไทยอีนิวส์ คือwww.thaienews.blogspot.comหรือhttp://thaienews.blogspot.comไปวางในช่องค้นหา แล้วกดenter เพียงแค่นี้ท่านก็สามารถเข้าเยี่ยมชมไทยอีนิวส์ได้ แต่อาจไม่ได้รับความสะดวกนัก

ในการนี้เราใคร่ขอวิงวอนให้ท่านผู้อ่านของเรากรุณาสละเวลาเพียงเล็กน้อยด้วยการ โทรศัพท์ หรืออีเมล์ไปร้องเรียนกับTrueเพื่อให้พวกเขาทราบถึงปัญหาของท่านผู้อ่าน และกรุณาเตือนเขาว่าหากยังไม่ยกเลิกการบล๊อกไทยอีนิวส์ และเวบฝ่ายประชาธิปไตยอีก33เวบ ก็อาจทำให้Trueต้องสูญเสียลูกค้าที่ทรงคุณค่าอย่างท่าน และท่านอื่นๆที่เป็นผู้อ่านไทยอีนิวส์อีกนับล้านคนได้ เมื่อร้องเรียนไปแล้วผลเป็นประการใดกรุณาแจ้งมาให้เราทราบทางอีเมล์
thaienews@googlegroups.com จะเป็นพระคุณอย่างสูง


ไทยอีนิวส์เป็น1ในจำนวน63เวบไซต์ของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งถูกรัฐบาลบล็อกเวบ นับตั้งแต่เหตุการณ์ลุกฮือขึ้นประท้วงครั้งใหญ่ของขบวนการคนเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา โดยรัฐบาลอ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อบล็อกหรือปิดกั้นเวบ อย่างไรก็ตามแม้เวลาต่อมารัฐบาลได้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วก็ไม่ยกเลิกการปิดกั้นเวบบล็อกของไทยอีนิวส์แต่อย่างใด และยังได้ปิดกั้นหนักขึ้นในระยะ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โดยเมื่อผู้อ่านคลิ้กเข้าเยี่ยมชมก็จะลิ้งค์ไปยังเวบไซต์ของictขึ้นรูปใบไม้เขียว โดยไม่ต้องมีพฤติกรรมปิดบังซ่อนเร้นแบบที่เคยทำตั้งแต่หลังสงกานต์เลือดอีกแล้ว แต่ictก็ไม่ได้ระบุสาเหตุว่า ทำไมต้องปิดกั้นเวบบล็อกนี้

แต่ผู้อ่านของเราได้ตั้งข้อสังเกตว่าบางครั้ง บางวัน บางช่วงเวลาก็เข้าไทยอีนิวส์ได้ตามปกติ ไม่ต้องผ่านพร็อกซี่ ขึ้นกับว่า รัฐบาลหรือict และหรือTRUEกำลังอยู่ในอารมณ์ไหนเป็นหลัก

ไทยอีนิวส์เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร19กันยายน2549เพื่อรายงานข่าว และบทความ ตลอดถึงความเคลื่อนไหวของฝ่ายเรียกร้องต้องการประชาธิปไตย เปิดโปงความชั่วช้าของเผด็จการทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนกระแสหลักไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรต้องทำ

ไทยอีนิวส์มียอดผู้เข้าอ่านถึงขณะนี้ 10,850,397 คลิ้ก โดยเริ่มนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 เป็นต้นมา
(อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:ฝ่าวงล้อมสื่อกระแสหลัก ยอดผู้อ่านไทยอีนิวส์ทะลุ10ล้านคลิ้ก )

รายชื่อเว็บไซต์ทั้ง 33 แห่งที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตของTrueเจอปัญหา เมื่อคลิ้กเข้ามาแล้วจะredirectไปที่ictใบไม้เขียว

01. http://www.justin.tv/nationsiam (Blocked)
02 http://www.konthai.org (Blocked)
03. http://www.thaifreenews.com (Blocked)
04. http://www.thairedshirt-democracy.org/cbox/s1.html (Blocked)
05. [url]http://www.democracytoday.tv [/url](OK)
06. http://www.thaipeoplevoice.org (OK)
07. http://freethais.com/update_13apr09.php (OK)
08. http://www.wered.net (Blocked)
09. http://www.redplus.org (N/A)
10. http://thaienews.blogspot.com (Blocked)
11. http://www.prachachonthai.com (Blocked)
12. http://www.cbnpress.com (OK)
13. http://uddtoday.ning.com (Blocked)
14. http://www.thaireduk.com (N/A)
15. http://www.nocoup.net (OK)
16. http://downmerng.blogspot.com (Blocked)
17. http://www.jakrapob.net (Blocked)
18. http://www.truethaksin.com (Blocked)
19. http://www.chupong.com (Blocked)
20. http://www.rednon.com (Blocked)
21. http://www.chupong.org (Blocked)
22. http://www.serichon.com (Blocked)
23. http://www.nationsiam.com (OK)
24. http://www.gmm2008.com/index.php (OK)
25. http://thaksin.wordpress.com (Blocked)
26. http://thaipresslog.blogspot.com (Blocked)
27. http://thaiopinions.blogspot.com (Blocked)
28. http://www.newskythailand.com (Blocked)
29. http://sites.google.com/site/prachathaiclub/Home (Blocked)
30. http://siamfreedom.blogspot.com (Blocked)
31. http://www.priority-radio.com (Blocked)
32. http://www.cbox.ws (Blocked)
33. http://www.sameskyboard.org

ติดตามรายงานสดเหตุการณ์ลุกขึ้นสู้ที่เชียงใหม่(2)

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 กรกฎาคม 2552

มีรายงานว่าช่วงบ่ายวันนี้ กองกำลังผสมระหว่างตำรวจ ภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 น้องชายอดีตหัวหน้าสำนักงานคมช.(สมเจตน์ บุญถนอม) สนธิกำลังกับอันธพาลการเมืองเสื้อสีน้ำเงินได้ระดมกันปราบปรามประชาชนชาวเชียงใหม่ ทั้งการใช้แก๊สน้ำตา ทั้งลูกหนังสติ๊กส่วนรอบๆ นอกเมืองเชียงใหม่ มีเสื้อน้ำเงิน ดักทุบคนเสื้อแดงเป็นจุดๆ

เหตุการณ์ลุกขึ้นสู้ของชาวเชียงใหม่เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากวานนี้เพื่อต่อต้านคนในรัฐบาลคือนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลังที่ไปลงพื้นที่เพื่อประชุมร่วมกับภาคเอกชนในโครงการไทยเข้มแข็ง ประชาชนชาวเสื้อแดงเชียงใหม่ได้อ้างว่ามีรายงานข่าวอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯหุ่นเชิดกำลังเดินทางไปที่นั่น อย่างไรก็ตามฝ่ายทางรัฐบาลไม่ยืนยันข่าวนี้

มีรายงานจากประชาชนผู้ต่อต้านรัฐบาลว่า ในทันทีที่เครื่องบินนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดเทียบท่า ก็มีคำสั่งประกาสิตลงมาให้สลายการชุมนุมของ "เสื้อแดง" โดยเด็ดขาด ไม่มีการตกลง ประนีประนอม หรือ รับเงื่อนไข ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยยื่นคำขาดในเวลา 13:30 โดยให้เวลาเสื้อแดงสลายตัว 30 นาที เมื่อประชาชนชาวเชียงใหม่ยังยืนหยัดต่อสู้ จึงตามมาด้วยการสนธิกำลังปราบปรามดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายตำรวจอ้างว่าทำหน้าที่คุ้มกันนายกรณ์เท่านั้น

ติดตามรายงานสดได้ทางวิทยุคนเชียงใหม่F.M.92.5 และแนวร่วม ทางอินเตอร์เน็ต

http://www.fm925cm.com/

www.thaipeoplevoice.org

http://www.democraticthai.com/board/index.php?topic=4464.0

http://www.todayfact.tv/

http://hacksecrets.com/ คลิกเลือก Red Box II

หรือ จาก winamp http://210.1.60.95:8032/


สำนักข่าวเนชั่นรายงานว่า เมื่อเวลา 13.20 น. กองร้อยปราบจราจลที่วางแนวปิดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง บริเวณถนนนิมมานเหมินทร์ ด้านตลาดต้นพยอม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มปฎิบัติการสลายฝูงชน ภายหลังขอความร่วมมือให้ยุติและแยกย้ายกลับบ้าน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงไม่ปฎิบัติตาม โดยเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนตัวเข้าผลักดันผู้กลุ่มชุมนุมดังกล่าวจนล่าถอยไปได้ 20 เมตร

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงยังพยายามฝ่าแนวเข้ามาแต่ไม่เป็นผล แนวปราบจราจลของเจ้าหน้าที่ได้ผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมไปจนถึงหน้าคณะทัตนแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ห่างจากจุดเริ่มผลักดันประมาณ 500 เมตร กลุ่มผู้ชุมนุมจึงขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปทั้งหมด

ขณะเดียวกันมีผู้ชุมนุมเสื้อแดงประมาณ 50 คน ถูกเจ้าหน้าที่ล้อมกักบริเวณไว้ ซึ่งหลังจากเจรจานานถึง 10 นาที ผู้ชุมนุมกลุ่มนี้จึงยอมแยกย้าย แต่ยังต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฎิบัติการข่มเหงประชาชน ทั้งนี้แม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะสลายไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังตั้งแนวรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณจุดเดิม จนกว่าการประชุมจะเสร็จสิ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง บริเวณหน้า สภ.ภูพิงค์ เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นที่น่าสังเกตว่า จากนี้ไปเจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หลังจากได้รับสัญญานผู้บัญชาการภาค 5 โดยก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงมาก่อน

ก่อนหน้านั้น 7.45 น. ข่าวแจ้งว่า นายกรณ์ ได้เดินทางมาถึงเชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวาน (16 กค.) และมีข่าวเพิ่มเติมว่า นายอภิสิทธิ์ จะเดินทางมาที่เชียงใหม่วันนี้ คนเสื้อแดงเชียงใหม่ กำลังระดมพลขับไล่ โดยเช้านี้ มีการรวมตัวกันที่หน้า รร.แกรนด์วโรรส

นอกจากนี้ จากกำหนดการเดิม วันนี้ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆ 60 จังหวัดทั่วประเทศ จะเดินทางมาประชุมเสวนากันที่เชียงใหม่อยู่แล้ว ที่ รร.แกรนด์วโรรส ซึ่งเดิมกำหนดว่าจะมาประมาณ 4-5 คนต่อกลุ่ม แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ในคืนวันที่ 16 กค. จึงมีข่าวว่า อาจจะมีพี่น้องเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆ ร่วมเดินทางมากับแกนนำไม่จำกัดจำนวนมาก

เหตุการณ์ลุกขึ้นสู้ช่วงค่ำว้นที่16ถึงกลางดึก

ลุกขึ้นสู้ที่เชียงใหม่-ชาวเชียงใหม่ลุกฮือขึ้นสู้หลังจากตำรวจจับกุมดีเจสถานีวิทยุเชียงใหม่51ไป2ราย โดยอ้างว่าพกอาวุธและไม่พกบัตรประชาชนไปคัดค้านการเดินทางมาเชียงใหม่ของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลัง กับพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีพาณิชย์เมื่อตอนหัวค่ำต่อเนื่องถึงเที่ยงคืนวันที่16ก.ค.

คนเสื้อแดงเชียงใหม่เห็นว่า ตำรวจกลั่นแกล้ง และทำรุนแรงเกินกว่าเหตุจึงลุกฮือขึ้นต่อต้านการจับกุมดีเจ2รายดังกล่าวด้วยการเข้าล้อมสภต.ภูพิงค์ฯที่ควบคุมตัวดีเจเอาไว้เพื่อกดดันให้ปล่อยตัว

ในเวลาราว 01.00 น.วันที่ 17 ก.ค.ตำรวจได้ประกาศเตือนให้กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ ที่ปิดล้อมสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ให้สลายตัวไม่เช่นนั้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการสลาย แต่ทางกลุ่มเสื้อแดงไม่ยินยอมสลายตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้น้ำฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

ระหว่างนั้นมีเสียงยิงปืนและขว้างปะทัดเข้าใส่เจ้าหน้าที่ มีประชาชนบริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดเดินแถวหน้ากระดานเรียงบีบกลุ่มเสื้อแดงล่าถอยไปจนถึงประตูด้าหน้าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สถานีวิทยุเชียงใหม่ 51 รายงานว่า เกิดบรรยากาศเผชิญหน้าขึ้นหลายระลอก และรายงานว่าประชาชนโดนทางตำรวจและกองกำลังมือที่สามเสื้อสีน้ำเงินทำร้าย ส่วนการยิงปืนและจุดประทัดเป็นฝีมือของกลุ่มเสื้อน้ำเงินที่เป็นมือที่สาม กลุ่มเสื้อแดงจึงพากันมาตั้งหลักที่โรงแรมวโรรสช่วงกลางดึก

เหตุการณ์สด วันที่ 17 กรกฎาคม 2552

คุณ AnnieHappy ได้แสดงความเห็นที่น่าสนใจไว้ที่เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน ว่า

กรณ์ ไปเชียงใหม่ รู้แน่ ๆ ว่าจะต้องเจอกลุ่มเสื้อแดงต่อต้าน ..ก็ยังจะไป
มีการจับกุมแกนนำ เหตุเพราะพบอาวุธปืนในรถ กับคนที่ไม่แสดงบัตรประชาชน
ทำให้คนเสื้อแดงไม่พอใจ แล้วออกมาชุมนุมมากขึ้น
(ขณะที่สื่อรัฐช่วยประโคมข่าว ให้ร้ายคนเสื้อแดง ตามแผนที่วางไว้)
นายกรณ์ ออกจากสนามบินไปพักที่โรงแรมได้
เพราะคนเสื้อแดง ย้ายไปสนใจเรื่องแกนนำถูกจับ (น่าจะเป็นแผนที่วางไว้)
วันนี้.. พวกเขาก็จะยิ่งช่วยกันประโคมข่าว ให้ร้ายคนเสื้อแดงมากขึ้น
เพื่อลดความน่าเชื่อถือของคนเสื้อแดง
(มันซ้ำรอยกับตอนสงกรานต์)

จักรภพ เพ็ญแข:ก้าวที่ถูกและผิดของฝ่ายประชาธิปไตยในฮอนดูรัส

ที่มา Thai E-News


โดย จักรภพ เพ็ญแข
ที่มา คอลัมน์ “ผมเป็นข้าราษฎร” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 7
17 กรกฎาคม 2552

เขารู้ครับว่า การเอาศาลมาตัดสินคดีเพื่อให้ศัตรูทางการเมืองกลายเป็นคนผิด เป็นวิธียึดอำนาจแบบใหม่ที่ใช้แทนรถถังและอาวุธประจำกายของทหารราบ ความหวังว่าสากลโลกเขาจะเออออไปด้วยเหมือนว่าฝ่ายตุลาการมีความศักดิ์สิทธิ์และแสนจะเที่ยงธรรมนั้น ก็หดหายไปตามระเบียบ ไม่อย่างนั้นผู้นำทั่วโลกเขาไม่ยืนอยู่ข้างเซเลน่าทั้งๆ ที่ศาลฮอนดูรัสตัดสินแล้วว่ามีความผิดหรอกครับ


ผมนั่งดูข่าวการช่วงชิงอำนาจในฮอนดูรัสด้วยความสนใจใกล้ชิด

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราคุยกันว่าได้เกิดการรัฐประหารเงียบกลางนครหลวงเตกูสิกัลปา ทหารเกือบ ๓๐๐ คนบุกจี้ตัวประธานาธิบดีและบังคับให้บินออกไปจากประเทศทั้งชุดนอน ประเทศทั่วโลกทั้งมหาอำนาจและไม่ใช่มหาอำนาจประสานเสียงเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่ยอมรับการกระทำครั้งนี้ของฝ่ายทหารฮอนดูรัส และขู่จะต่อต้านต่างๆ นานา

ตัวประธานาธิบดีมานูเอล เซเลน่าก็ไม่อยู่เฉย เดินสายขอความสนับสนุนไปทั่วโลก ขณะที่เขียนอยู่นี้ก็ได้ข่าวว่าอยู่ในสาธารณรัฐโดมินิกันและได้รับความสนับสนุนเต็มที่จากประเทศนั้น

คำถามที่น่าสนใจมีอย่างน้อย ๒ ข้อคือ ๑) เราศึกษาอะไรได้บ้างจากกรณีฮอนดูรัส ๒) จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ถามเพื่อเอาคำตอบมาประยุกต์ใช้ในเมืองไทยนั่นล่ะครับ

ฝ่ายประชาธิปไตยไทยได้รับประโยชน์ใหญ่อย่างหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เมื่อทั่วโลกวิเคราะห์ถึงวิธีที่เขารวมหัวโค่นฝ่ายประชาธิปไตยในฮอนดูรัส เราก็เกิดสว่างวาบทางปัญญาขึ้นด้วย

ก่อนการรัฐประหาร มานูเอล เซเลน่าคือประธานาธิบดีที่กำลังใช้ขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญที่เรียกว่า “การหารือสาธารณะโดยไม่มีข้อผูกพัน” หรือ “the non-binding public consultation” กำหนดให้เป็นวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๒

เรื่องนี้แปลไทยเป็นไทยได้ว่า ประธานาธิบดีขอถามประชาชนฮอนดูรัสว่าเราสมควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประธานาธิบดีลงสมัครรับเลือกตั้งซ้ำสองหรือไม่ ถ้าประชาชนตอบว่าสนใจ ก็ยังไม่เด็ดขาด ต้องจัดการลงประชามติขึ้นในทันที หรือจะรอถามเมื่อวาระตำแหน่งของประธานาธิบดีใกล้จะสิ้นสุดลงในปลายปี ๒๕๕๒ ก็ได้

แต่เซเลน่ากำลังเป็นที่หวาดระแวง หวาดกลัว ไปจนถึงเกลียดชังของ “ฝ่ายอำมาตย์” ในฮอนดูรัสเป็นอย่างยิ่ง

เพราะนโยบายที่ค่อนมาทางสังคมนิยมขึ้นเรื่อยๆ ของเขา แถมประชาชนผู้มีรายได้ขนาดกลางและระดับรากหญ้าพอใจขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ว่าข้าราชการระดับสูง ทหารใหญ่ ข้าราชการตุลาการ (โดยเฉพาะผู้พิพากษา) จนถึงนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม จ้องจะโค่นเขาลงทั้งนั้น เมื่อประชาชนทำท่าว่าจะต่ออายุอำนาจต่อให้เขาอีก โบราณวัตถุเหล่านี้ก็แผลงฤทธิ์ในทันที

เริ่มต้นจากฝ่ายถือปืน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของฮอนดูรัสแสดงท่าทีปฏิเสธที่จะจัดกำลังพลและอุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยประธานาธิบดีจัดการหารือสาธารณะฯ ทั้งที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่แตกต่างนักจากผู้บัญชาการทหารบกที่ปฏิเสธคำสั่งนายกรัฐมนตรีในการควบคุมฝูงชนที่ใช้ความรุนแรง ตลอดจนการคุ้มครองทำเนียบรัฐบาลและท่าอากาศยานนานาชาติของประเทศ แต่ประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งในฮอนดูรัสเขาไม่ต้องเกรงใจหรือเห็นแก่หน้าใคร ไม่ต้องก่ายหน้าผากวิเคราะห์ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดจึงถูกปลดแบบสายฟ้าแลบเป็นรายแรก

แต่ไม่ทันลงมือในรายที่สอง ศาลฮอนดูรัสกระโดดร่วมวงศ์ไพบูลย์ ออกโรงวินิจฉัยทันทีว่าคำสั่งปลดของประธานาธิบดีไม่ถูกต้องและขัดต่อรัฐธรรมนูญ สั่งให้ประธานาธิบดีแต่งตั้งนายทหารผู้นี้กลับคืนสู่ตำแหน่งและอำนาจดังเดิม

จากนั้นตุลาการภิวัตน์แกก็เดินหน้าต่อ วินิจฉัยอีกว่าหากประธานาธิบดียังยืนกรานจัดการหารือสาธารณะฯ ต่อไป ให้ถือว่าประธานาธิบดีกระทำการอันขัดต่อรัฐธรรมนูญอีกเหมือนกัน แต่เซเลน่าไม่ใส่ใจใดๆ ประกาศเดินหน้าถามประชาชนต่อไปเหมือนเดิม

ในที่สุดก็เกิดรัฐประหารอย่างเงียบๆ ขึ้นในช่วงย่ำรุ่งของวันหารือสาธารณะฯ นั่นเอง

คนที่ฝ่ายอำมาตย์ฮอนดูรัสเลือกขึ้นมานั่งแป้นรักษาการแทนคือ โรเบอร์โต มิเชลเล็ตติ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นลำดับสองในการสืบทอดตำแหน่งอยู่แล้วโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเกมนี้ถือเป็นไม้สอง ก็แสดงความสามารถดึงเสียงสมาชิกจำนวนมากมาสนับสนุนการแต่งตั้งตนเอง ส.ส. กลุ่มนี้ได้รับเลือกตั้งโดยตรงและไม่ใช่ฐานเสียงของประธานาธิบดี เรื่องนี้ไม่แปลก เพราะตัวประธานาธิบดีก็ไม่ได้อยู่หรือไปด้วยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรตามระบอบนี้อยู่ดี

ตัวอย่างนี้บอกเราว่า กลไกของฝ่ายอำมาตย์ที่ไหนก็ตามมักมีองค์ประกอบที่คล้ายกันเสมอ นั่นคือ

๑) กองทัพ
๒) ศาลและผู้พิพากษา
๓) นักการเมืองฝ่ายอำมาตย์




องค์ประกอบอื่นๆ ที่ทำหน้าที่เชียร์แขกอยู่แทบเท้าก็ไม่แตกต่างจากรัฐเผด็จการทั่วไปนัก ได้แก่นักวิชาการอนุรักษ์นิยมหรือไม่ก็ขาดความกล้าหาญทางจริยธรรม สื่อมวลชนผู้หลงใหลระบบอุปถัมภ์และการเล่นพวก องค์กรพัฒนาเอกชนที่แสดงความสำคัญของตนด้วยกิจกรรมเชิงลบและยังชีพตลอดมาด้วยพฤติกรรมเช่นนั้น ส่วนสุดท้ายและเป็นปัจจัยตัดสิน คือมวลชนที่ตกเป็นเหยื่อของการครอบงำทางสื่อและการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายอำนาจเดิมจนสับสน

เพราะประชาชนมีอำนาจต่อรองน้อยที่สุด เขาก็เล่มเกมปั่นหัวหนักที่สุด

อดอยากยากจนแทบจะไส้ขาด เขาก็ชวนตั้งชื่อลูกหมีแพนด้าบ้าง ลูกช้างบ้าง อยู่เฉยๆ เขาก็ทำให้เกิดกลัวไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จนสังคมแทบเป็นบ้า ทั้งๆ ที่คนไทยตายด้วยไข้หวัดสายพันธุ์เก่าและอุบัติเหตุทางรถยนต์ปีละไม่รู้เท่าไหร่ นี่ยังไม่รวมประเด็นไร้สาระต่างๆ ที่เข้ามาครองพื้นที่ข่าวอยู่ทุกวัน จนเห็นชัดว่ารัฐบาลของฝ่ายอำมาตย์จะขึ้นครองอำนาจพร้อมข่าวที่ไร้สาระจนไม่น่าจะเป็นข่าวเสมอ

ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพื่อให้มวลชนลืมปัญหาอันแท้จริงของชาติ นั่นคือเศรษฐกิจที่ไร้อนาคตและความคิดที่จะปิดประเทศไทยของผู้มีอำนาจที่แท้จริง เพราะความเปลี่ยนแปลงใหญ่ใกล้เข้ามาเต็มที จะยืดเวลาครองอำนาจให้นานที่สุดอย่างไร คิดมาคิดไป รูปแบบเมียนมาร์ก็ปรากฏขึ้น

แต่นั่นก็ยังไม่เด็ดที่สุด

นอกจากวิกฤติฮอนดูรัสเผยว่าใครคือผู้แสดงประจำของฝ่ายอำมาตย์บ้างแล้ว ประโยชน์สำคัญอีกหนึ่งคือทำให้เรารู้ว่าประชาคมระหว่างประเทศเขาก็รู้เท่าทันวิธีสร้างอำนาจของอำมาตย์เหมือนกัน

เขารู้ครับว่า การเอาศาลมาตัดสินคดีเพื่อให้ศัตรูทางการเมืองกลายเป็นคนผิด เป็นวิธียึดอำนาจแบบใหม่ที่ใช้แทนรถถังและอาวุธประจำกายของทหารราบ ความหวังว่าสากลโลกเขาจะเออออไปด้วยเหมือนว่าฝ่ายตุลาการมีความศักดิ์สิทธิ์และแสนจะเที่ยงธรรมนั้น ก็หดหายไปตามระเบียบ ไม่อย่างนั้นผู้นำทั่วโลกเขาไม่ยืนอยู่ข้างเซเลน่าทั้งๆ ที่ศาลฮอนดูรัสตัดสินแล้วว่ามีความผิดหรอกครับ

แล้วอะไรบ้างที่ถือว่าผิดพลาดในทางยุทธวิธีของฝ่ายประชาธิปไตย?

ประธานาธิบดีมานูเอล เซเลน่า อาจจะมุ่งมั่นชิงอำนาจคืนจนลืมอะไรบางอย่าง เดิมเกมการเมืองระหว่างประเทศอย่างชาญฉลาดจนเอาสหรัฐอเมริกามารับรองได้ในวันที่ ๒๙ มิ.ย. หรือรุ่งขึ้นของการรัฐประหาร ทำให้องค์การรัฐอเมริกา หรือ OAS ลงมติเป็นเอกฉันท์ประณามการยึดอำนาจได้ในวันที่ ๔ ก.ค. ซึ่งเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับองค์กรนี้ คอสตาริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ OAS มอบหมายเป็นประเทศตัวกลางในการเจรจาหย่าศึกระหว่างประธานาธิบดีเซเลน่าที่ประชาชนเลือกตั้ง และมิเชลเล็ตติที่อำมาตย์รวมหัวกันตั้ง ก็เพิ่งจบรอบแรกไปที่กรุงซานโฮเซ่ โดยฝีมือกรรมการกลางระดับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ คือประธานาธิบดีออสการ์ อาริอัส ซานเชซ

ถึงยังไม่ได้ความอะไรแต่ก็ยืนยันว่าเซเลน่ายังมีความชอบธรรมทางการเมืองอย่างครบถ้วนอยู่

ทั้งที่ทุกอย่างเริ่มเข้าที่แล้ว แต่เจ้าตัวเกิดใจร้อน บินกลับมายังฮอนดูรัสในวันที่ ๕ ก.ค. ๕๒ นัยว่าจะไปเดินขบวนร่วมกับมวลชนในการต่อสู้กับรัฐบาลฝ่ายอำมาตย์ ขนาดปราศรัยสดๆ ลงจากเครื่องบินมาที่สถานีโทรทัศน์ฝ่ายซ้ายคือเทเลซอร์ ปลุกใจเต็มที่ ขนาดใช้สำนวนว่า “เลือดของพระเจ้ากำลังหลั่งไหลเต็มตัวข้าพเจ้า และบัดนี้ข้าพเจ้าพร้อมแล้วที่จะแบกไม้กางเขนเดินร่วมไปกับประชาชน

ฮอนดูรัสเป็นสาธารณรัฐแคธอลิคที่ออกจะเคร่งครัด อ้างอย่างนี้ก็พอเข้าใจได้ คนข้างล่างก็ฮือฮากันอย่างหนัก เหวี่ยงปะทะเข้ากับทหารและตำรวจที่มาสกัดกั้นไม่ให้เครื่องบินของเซเลน่าลง จนเกิดล้มตายและบาดเจ็บกันมาก ในที่สุดเซเลน่าก็ไม่ได้ลง ต้องบินต่อไปเอลซัลวาดอร์ เขาให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าความจริงเขาพร้อมสู้ตายแล้ว แต่นักบินปฏิเสธไม่ยอมลง เนื่องจากกลัวอุบัติเหตุจากเครื่องกีดขวางต่างๆ ที่วางอยู่

ข้อคิดก็คือ ผู้นำประชาธิปไตยที่โลกเขามายืนอยู่ข้างตัวจนสามารถสร้างแรงกดดันได้แล้ว อย่าบุ่มบ่ามผลีผลามและเสี่ยงต่อการทำให้ตัวเองบาดเจ็บล้มตายไปอย่างโง่เขลา ต้องมีศรัทธาต่อมวลชนและปล่อยให้พลังของระบอบประชาธิปไตยโลกได้ทำงาน ตัวเองค่อยเสริมเข้าไปอย่างนิ่มนวลในภายหลังเมื่อถึงจังหวะ เซเลน่าถูกต่อว่าจากผู้นำต่างๆ พอดูในประเด็นนี้

การเมืองไทยจะได้รับประโยชน์ขนาดไหนจากกรณีฮอนดูรัส ขึ้นอยู่กับความเด็ดเดี่ยวทางความคิด ผู้นำประชาธิปไตยต้องมั่นคงว่าระบอบประชาชนเหนือกว่าอะไรทั้งหมด ความชัดเจนในแง่นี้ต้องมีมากและไม่แปรผัน ต้องท่องไว้เสมอว่าในระบอบประชาธิปไตยนั้น คืบก็ประชาชน ศอกก็ประชาชน

ใครถือตัวว่าไม่ใช่ประชาชน คนนั้นคือส่วนเกินของระบอบประชาธิปไตย.


----------------------------------------------

ประชาสัมพันธ์ :

TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146

ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน)

Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)

"เสนาะ" แนะทุกฝ่ายร่วมแก้วิกฤติการเมือง

ที่มา MCOT News ชมรายละเอียดคลิ้กที่นี่

กทม. 17 ก.ค. - หัวหน้าพรรคประชาราช แนะทุกฝ่ายร่วมแก้วิกฤติการเมือง หลังคณะกรรมการสมานฉันท์เสนอผลการศึกษาให้นายกรัฐมนตรี เตือนพรรคประชาธิปัตย์อย่ากลัวการหักหลัง

นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวในงานเลี้ยงขอบคุณคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ว่า เป็นห่วงประเทศที่ประสบปัญหาความขัดแย้ง จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีจิตสำนึกร่วมกันฝ่าวิกฤติ ส่วนผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่ส่งถึงรัฐบาลแล้วจะเป็นรูปธรรมหรือไม่ อยู่ที่คนเพียงไม่กี่คน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พอจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์บ้างแล้ว พร้อมกันนี้ยังฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่ต้องกลัวการหักหลัง. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-07-17 01:09:21

ไทยไม่แข็ง

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




รัฐบาลเอาไม่อยู่แน่นอนแล้ว

กับปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

เริ่มมีเสียงท้าพนันขันต่อว่าระหว่างนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ในฐานะผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย กับนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข จำเลยของสังคม

ใครจะอึดกว่าใคร?

ทั้งกรณีนายกษิต และนายวิทยา

คือสิ่งยืนยันถึงความผิดพลาดอย่างมหันต์ในการวางตัวบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี

ที่คนเป็นนายกฯ ไม่ยึดเอาความเหมาะสมและความรู้ความสามารถเป็นหลัก

นายกษิต ถึงจะเป็นอดีตทูตประจำหลายประเทศใหญ่ๆ แต่พฤติกรรมการไปร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ปิดยึดสนามบิน ขึ้นเวทีด่าทอผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอย่างเสียๆ หายๆ

ก่อปัญหาให้กับรัฐบาลอย่างไร ก็เห็นกันอยู่

สำหรับนายวิทยา รมว.สาธารณสุขของเรานั้น เรียนจบมาทางด้านนิติศาสตร์ เคยยึดอาชีพทนายความมาช่วงหนึ่งก่อนจะเข้าสู่การเมือง มาเป็นทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์

จัดอยู่ในสายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคและผู้จัดการรัฐบาลคนปัจจุบัน

ตรวจสอบประวัติการทำงานแล้ว นายวิทยาไม่เคยข้องแวะกับกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใด

ขนาดตอนเป็นรัฐมนตรีเงา ก็เป็นรัฐมนตรีเงากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

แต่พอพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล เป็นเพราะเกมการเมืองภายในพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลยตั้งนายวิทยาเป็นรมว.สาธารณสุข

ทั้งที่นายวิทยาไม่เคยมีความรู้ทางด้านนี้มาก่อน

พอเข้ามาเจองานยากอย่างเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ก็เลยไปไม่เป็น

ไม่รู้จะแก้อย่างไร จับต้นชนปลายไม่ถูกเพราะไม่มีความรู้พอจะมองปัญหาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

กว่าจะตั้งหลักได้ก็สายเกินไป

นี่แหละคือพิษร้ายของการตั้งรัฐมนตรีที่อิงอยู่กับระบบต่างตอบแทน เด็กเส้น เด็กฝาก เด็กใครเด็กมัน

แทนที่จะคำถึงถึงความรู้ความสามารถ

อยากฝากไว้ตรงนี้ขณะที่รัฐบาลกำลังโหมโฆษณายกใหญ่กับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

ปลื้มอกปลื้มใจกับพันธบัตรกู้เงินเกือบแสนล้านที่ขายหมดเกลี้ยงภายในพริบตา

ทำอย่างกับว่าประเทศไทยเข้มแข็งขึ้นแล้วจริงๆ

ทั้งที่ความจริงประเทศจะเข้มแข็งได้ก็ต่อเมื่อประชาชนในประเทศมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

หรืออย่างน้อย

ก็ไม่สมควรต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยอย่างเช่นทุกวันนี้