WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, July 20, 2009

มองไม่เห็นทางออก

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อตอนสิ้นเดือนมิถุนายนไปหมาดๆ ผมเคยปรารภกับท่านผู้อ่านว่าน่าจะมีสถาบันหรือนักวิชาการที่ผู้คนเชื่อถือลองมาประเมินสถาน- การณ์ด้านต่างๆของประเทศไทยเราเสียหน่อย...ว่าเป็นอย่างไรบ้าง?

เพราะปี 2552 ที่เรานึกว่าเพิ่งฉลองปีใหม่ไปเมื่อเร็วๆนี้ จึงยังเป็น ปีใหม่อยู่นั้น แท้ที่จริงได้กลายเป็นปีเก่าไปเรียบร้อยแล้ว เพราะผ่าน 6 เดือน หรือครึ่งปีไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน

สถานการณ์ที่ประชาชนทั่วๆไปให้ความสนใจนั้นมีเรื่องใหญ่ๆอยู่ 2 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจตกสะเก็ดกับปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง

ส่วนเรื่องรองๆลงมาก็เช่นปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, ปัญหาสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวงในช่วงหลังๆ, ปัญหาสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะล่าสุดก็คือ ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ถ้าเราจะลองเน้นเฉพาะ 2 เรื่องแรกซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสนใจ สูงสุด เท่าที่ผมติดตามอ่านจากข่าวคราวและถ้อยแถลงของนักวิชาการ นักวิเคราะห์ ตลอดจนสถาบันที่เกี่ยวข้อง คงจะพอสรุปได้ดังนี้ครับ

สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ...เสียงส่วนใหญ่ระบุว่ายังไม่ดีขึ้น อัตราความเจริญเติบโตน่าจะยังติดลบ เพราะกิจกรรมด้านเศรษฐกิจส่วนมากยังซบเซา หรือถดถอย ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยว ฯลฯ

ทำให้การว่างงานยังเพิ่มขึ้น รายได้โดยเฉลี่ยยังตํ่าลง คนจนทั้งในเมือง และในภาคเกษตรยังคงได้รับผลกระทบมากกว่าคนรวย

มาตรการแก้เศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่ค่อยถูกใจประชาชน โดยเฉพาะยังไม่ค่อยถูกใจนักลงทุน หรือนักอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้ส่งออกต่างๆ และยังคงมีเสียงบ่นจากลุ่มนี้อยู่เสมอๆในทำนองไม่ค่อยมั่นใจในมาตรการแก้ เศรษฐกิจของรัฐบาล

แต่กระนั้น เมื่อมองถึงความรู้สึกโดยรวมๆ คนไทยก็ยังพอมีความหวัง ว่าสถานการณ์อาจจะดีขึ้นในช่วงปลายๆปีนี้...นักวิเคราะห์ไม่น้อยออกมา

ปลอบใจว่า สถานการณ์โลกอาจจะดีขึ้น เช่น สหรัฐฯอาจจะฟื้นขึ้น ในขณะที่ จีนนั้น อ้างว่าฟื้นแล้วด้วยซํ้า อาจจะช่วยฉุดเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆได้

ตรงข้ามกับปัญหาที่ 2 อันได้แก่ ปัญหาความขัดแย้งการเมือง

เท่าที่อ่านจากบทวิพากษ์วิจารณ์ หรือจากการพูดคุยกับนักวิชาการ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่าน ดูเหมือนว่าปัญหาประเด็นนี้จะหนักที่สุดและยังมองไม่เห็นแนวทางแก้ไข

ปัญหาหลักที่เป็นรากฐานของความขัดแย้งอันได้แก่ความคิดที่ไม่เหมือนกัน ความเชื่อที่ไม่เหมือนกันและความศรัทธาที่แตกต่างกัน ยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว

มีแต่จะรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วยซํ้า จนเกิดเหตุใหญ่เมื่อเดือนเมษายน

มองเผินๆเหมือนกับว่าหลังจากนั้นสถานการณ์จะคลี่คลายลง เพราะการรวมตัวก่อม็อบ น้อยลงและการประท้วงแม้จะยังมีอยู่แต่ก็ไม่รุนแรงนัก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นความสงบเพียงชั่วคราวเท่านั้น และอาจจะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อไรก็ได้ เพราะความคิดความเชื่อและศรัทธา, อันเป็นสาเหตุสำคัญของการขัดแย้งมิได้ลดน้อยลงเลยดังที่กล่าวไว้ตอนต้น

ยังคงมีการพูดจาปลุกระดมภายในของแต่ละกลุ่มอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดงที่รวมตัวมากกว่ากลุ่มเสื้อเหลืองในระยะหลังๆ

นอกเหนือจากประเด็นความขัดแย้งหลักของทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว โดยตัวของกฎหมายรัฐธรรมนูญอันหยุมหยิมก็ยังเป็นชนวนของความขัดแย้งอยู่ตลอดเวลา

มีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ และทุกครั้ง ที่มีผลการพิจารณาก็มักจะส่งผลกระทบทำให้เกิดความยุ่งเหยิงทางการเมืองตามมาไม่มากก็น้อย

ระลอกคลื่นทางการเมือง จึงกระเพื่อมไม่หยุดแม้จนวันนี้

ครับ! สาระข้างต้นนี้ คือประเด็นที่ผมได้ยินได้ฟังได้อ่านและได้คุยมากับผู้มีความรู้ และติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิดหลายท่าน

ผมอาจจะสรุปได้ไม่ครบถ้วนหรือตกๆ หล่นๆ ในบางประเด็น แต่ก็ คงจะเห็นภาพได้ชัดเจนว่า แทบไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...แถมนับวันจะย่ำแย่ลง

ของเศรษฐกิจเขายังพูดกันว่าพอจะมีความหวัง เมื่อนั่นเมื่อนี่ เราอาจจะ ได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กันบ้าง

แต่ด้านการเมือง ไม่มีใครพูดเลยครับว่าจะเห็นแสงสว่างเมื่อไร?

ผมเองก็ไม่รู้จะสรุปอย่างไรเหมือนกัน นอกจากจะหวังในปาฏิหาริย์ หวังในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองดูแลประเทศไทยของเราอยู่ จะช่วยบันดาลให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นบ้างเท่านั้น

ผมไม่อยากสรุปอย่างนี้เลยครับ เพราะมันไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าไม่สรุปอย่างนี้ก็จะรู้สึกห่วงประเทศไทย จนทำให้กินไม่ได้ นอนไม่หลับเสียเปล่าๆ ขออภัยท่านผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยก็แล้วกัน.

"ซูม"

มาตรฐาน'เทพเทือก'

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_20688

ขนาดโพลยังไปกันคนละทิศคนละทาง

ในประเด็นเดียวกันแท้ๆ เอแบคโพล ถามความเห็นประชาชนต่อการลาออกของ ส.ส.และ ส.ว.ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยให้ขาดคุณสมบัติจากกรณีการถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญ

59.3 เปอร์เซ็นต์ อยากให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมขั้นสิ้นสุดที่ศาลรัฐธรรมนูญ มากกว่าตัวเลขที่เห็นควรให้ลาออกทันที 40.7 เปอร์เซ็นต์

แต่ไล่เลี่ยๆ วันเดียวกันเลย สวนดุสิตโพล เปิดตัวเลขย้อนเอแบคโพล ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 62.70 เห็นด้วยกับการประกาศลาออกจาก ส.ส.สุราษฎร์ธานี ของ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

และร้อยละ 37.87 ยังเห็นว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์อีก 12 คน ที่โดน กกต.ฟันข้อหาถือหุ้น ควรลาออกด้วย


สับสน ไม่รู้จะเชื่อโพลไหน

เอาเป็นว่า โดยตัวเลขที่สะท้อนออกมา มันบ่งบอกอาการสบสนของประชาชนคนตาดำๆ กำลังงงกับเกมชักเย่อ รายการมั่วๆในหมากอำนาจการเมืองไทย


วันนี้ เกิน "สองมาตรฐาน" ไปแล้ว

เทียบกับคิวของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่โดนหมายเรียกข้อหาฉกรรจ์ ก่อการร้ายยึดสนามบิน ที่เจ้าตัวดิ้นยื้อเก้าอี้สุดแรงเกิด และก็เป็นนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาการันตีให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป

ไม่สนเรื่องความสง่างาม แรงเสียดทานในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ รมว.ต่างประเทศ


แต่พอถึงรายของ "เทพเทือก" พลาดโดนเรื่องหุ้น แค่คิวกิ้งกือตกท่อ และโดยกระบวนการก็ยังได้ลุ้นคำตอบสุดท้ายจากศาลรัฐธรรมนูญ

โดยลูกเขี้ยวยี่ห้อประชาธิปัตย์ยื้อกันได้สบายๆ


ประกอบกับมาตรฐานในอดีตยี่ห้อ "เทพเทือก" จากคดี ส.ป.ก.4-01 ที่ตื๊อกันถึงขั้นส่งตีความคำว่า "เกษตรกร" จนสุดท้ายต้องยุบสภา พังกันทั้งรัฐบาลมาแล้ว

มันก็ยิ่งสบายๆในเรื่องมาตรฐานอย่างหนา เผชิญหน้ากับแรงกดดัน

แต่รอบนี้พลิกล็อกผิดคาด "เทพเทือก" ใช้เวลาแค่ไม่กี่อึดใจ ร่อนใบลาออกจาก ส.ส.สุราษฎร์ธานี ซะดื้อๆ

แม้แต่ต้นสังกัดอย่างนายกฯอภิสิทธิ์ ยังรับมุกไม่ทัน


โดยอาการที่หัวหน้ารัฐบาล ยังประกาศย้ำท่าทีคัดค้าน ไม่ให้ ส.ส.และ ส.ว.ที่โดน กกต.วินิจฉัยขาดคุณสมบัติเพราะเรื่องหุ้นลาออก เพราะศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ตัดสิน

ที่สำคัญ การเลือกตั้งซ่อมจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ

งานนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการโชว์สปิริตอะไร


เพราะโดยท่าทีของ "เทพเทือก" ที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวในการเปิดเผยเรื่องการลาออกจาก ส.ส. ก็มีการตะโกนดังๆไปถึง กกต. ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าไม่ผิด กกต.จะต้องรับผิดชอบกับมาตรฐานคำตัดสินเรื่องหุ้นที่ออกมา

นัยว่า ท้าเดิมพัน วัดดวงล่วงหน้า

น้ำเสียงเหมือนจะมั่นใจ กับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะไปกันคนละทางกับ กกต.

ล้มโต๊ะ โละเสี้ยนหนามไปทีเดียวเลย


และก็เป็นอะไรที่ไม่ได้ขาดทุนซะที่ไหน ล่าสุด "เทพเทือก" กลับพื้นที่ไปขอโทษคนสุราษฎร์ธานี ที่ลาออกจากตำแหน่งผู้แทนฯ โดยไม่บอกล่วงหน้า

และก็ถือโอกาสฝากฝังนายธานี เทือกสุบรรณ อดีตนายก อบจ.สุราษฎร์ฯ ที่กำลังตกงานเพราะโดน กกต.ชักใบแดง พร้อมกับการแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุเทพ กรณีแจกของในระหว่างการเลือกตั้ง ส.จ.เขตอำเภอเกาะสมุย ให้ลงปักหลักยึดเก้าอี้ ส.ส.แทน

สบช่องหาที่ลงให้น้องๆ ตามประสาพี่ใหญ่

ขณะที่ตัวเองก็ได้เบาตัวกับบทผู้จัดการใหญ่รัฐบาล ที่ไม่มีเก้าอี้ไหนจะปึ้กกว่านี้

สรุปก็แค่ประเทศเสียงบประมาณให้ กกต.จัดเลือกตั้งซ่อมเขตละ 10 ล้านบาท ส่วน "เทพเทือก" ไม่มีอะไรต้องเสีย

จะมีแต่คนชื่อ "อภิสิทธิ์" ที่แว่วๆว่า เสียความรู้สึก ที่ "เทพเทือก" ไม่ได้ปรึกษากันก่อนบ่งบอกภาวะความสนิทใจของคนกันเอง

นับวันยิ่งห่าง จูนกันไม่ติด.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ต้องเคารพกฎหมาย (ใช่ไม่ใช่)

ที่มา ไทยรัฐ

นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปพูดเอาไว้บนเวทีเสวนาเรื่อง คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย ระบุว่าการอ้างสิทธิ ตามระบอบประชาธิปไตยนั้น ต้องเคารพกฎหมาย ต้องไม่ให้เกิดความรุนแรง สรุปสั้นๆว่า ต้องไม่ให้ กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย เพราะ ถ้าคนบางกลุ่มอยู่เหนือกฎหมาย

บ้านเมืองก็จะไม่สงบสุข

ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ประโยคนี้ของนายกฯอภิสิทธิ์ น่าประทับใจ ในวงเล็บว่าต้องทำได้จริงๆอย่างที่พูดเอาไว้ เพราะคำพูด นั้นคือนายเรา ถ้าดีแต่พูดอย่างเดียว ก็จะมีผลต่อภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือไปฉิบ

ขอตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้ก็คือ คดีความต่างๆไม่ว่าจะเป็นกับฝ่ายพันธมิตรฯ ฝ่ายรัฐบาลชุดที่แล้ว หรือแม้แต่ ฝ่ายรัฐบาลพรรค ประชาธิปัตย์เอง ต้องให้อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันและต้องมีมาตรฐานเดียวกันด้วย

ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะไม่สงบสุข

กรณีข้อหาผู้ก่อการร้ายของพันธมิตรฯก็ดี ต้องไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ ต้องไม่มีการแสดงออกที่เป็นการเข้าข้างใดข้างหนึ่งหรือเข้าข้าง ผู้ถูกกล่าวหาอย่างออกหน้าออกตา โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหรือผู้สามารถให้คุณให้โทษก็ตาม

จะมาบอกว่าใครเป็นผู้ก่อการร้ายหรือก่อการดี ยอมจะให้เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ ยอมคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากดดันขอให้เปลี่ยนข้อหา เปลี่ยน พนักงานสอบสวนหรือการกระทำที่แสดงว่ามีการใช้อำนาจเข้าแทรกแซง

ไม่สมควรอย่างยิ่ง

กรณี กกต.มีคำวินิจฉัยเรื่องการถือหุ้น ส.ส.และ ส.ว.เป็นเหตุให้ต้องพ้นสมาชิกภาพ แม้ในเชิงข้อกฎหมายยังจะต้องรอการชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องเคารพความเห็นของ กกต.เช่นที่เคยปฏิบัติเป็นธรรมเนียมใช่หรือไม่ การออกมาแสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัย ของรองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือของคุณไตรรงค์ สุวรรณคีรีในเชิงลบต่อ กกต.เหมาะสมหรือไม่ ในฐานะนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ก็ควรประกาศจุดยืนให้ชัด

ผมว่านายกฯอภิสิทธิ์ต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ เพราะถ้า ตอบไม่ได้ ก็จะตอบโจทย์เรื่องของอนาคตประเทศไทยไม่ได้ นั่นหมายความ จะเกิดข้อกังขาอยู่ร่ำไปว่า กฎหมู่ต้องอยู่เหนือกฎหมาย จึงจะมีอำนาจต่อรองความเป็นธรรมในแผ่นดินนี้ และกลายเป็นเหตุ แห่งวิกฤติไม่รู้จบ

มีเสื้อเหลืองจึงเกิดเสื้อแดง

บ้านเมืองเราที่เสื่อมโทรมอยู่ทุกวันนี้เพราะมีคนพยายามจะละเมิดกฎหมาย ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือชิงอำนาจทางการเมือง ดึงกระบวนการยุติธรรมมายุ่งกับการเมือง นี่ลือถึงขนาดว่า ส.ส.ที่โดน พิษหุ้น 12 คนของประชาธิปัตย์จะหลุดในชั้นศาล อะไรจะขนาดนั้น การออกอาการอาละวาดของนักการเมือง เป็นการตอกย้ำ

อำนาจอยู่เหนือความเป็นธรรม.

หมัดเหล็ก

เสวนา "การล่มสลายของประชาธิปไตยไทย: จุดเริ่มต้นในการแสวงหาประชาธิปไตย"

ที่มา ประชาไท

วานนี้ (19 ก.ค.) สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย (Institute of Democratization Studies - IDS) ร่วมกับ สถาบันเพื่อการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น (Institute for Local Education and Development (ILED) จัดการอภิปรายหัวข้อ "การล่มสลายของประชาธิปไตยไทย: จุดเริ่มต้นในการแสวงหาประชาธิปไตย" ที่โรงแรมสุริวงศ์ จ.เชียงใหม่ ดำเนินรายการโดยนายจอม เพชรประดับ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในฐานะประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตยได้กล่าวชี้แจงว่า จากการรัฐประหารที่บอกว่าเป็นการถอยหลังหนึ่งก้าวนั้นทุกวันนี้คงเห็นแล้วว่าเป็นการทำลายประชาธิปไตย ทั้งยังมีกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายหลังที่มีการรัฐประหารซึ่งทำให้ประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย ฉะนั้นเราต้องหาคำตอบว่าทำอย่างไรจึงจะไปถึงประชาธิปไตยโดยหลีกเลี่ยงความรุนแรงจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ซึ่งคำตอบคงไม่ได้มาด้วยสมการง่ายๆ ว่าเราทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะว่ามันมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น
ดร.สุชาติ ธาดาดำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าตนคิดว่าในประวัติศาสตร์ไทยที่ผ่านมาตนเห็นว่าช่วงที่มีประชาธิปไตยมากที่สุดคือช่วงที่มีนายปรีดี พนมยงค์เป็นนายกฯ และในช่วงของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ซึ่งในสมัยทักษิณใช้ประชาธิปไตยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยที่ไม่ตระหนักว่าการเมืองนั้นเป็นระบบขุนนาง อย่างรัฐบาลชุดปัจจุบันก็มาจากการแต่งตั้งของทางขุนนางและขุนศึก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตย
ดร.สุชาติ ชี้ให้เห็นว่าโครงการต่างๆ ในสมัยรัฐบาลทักษิณนั้นเป็นประชาธิปไตยที่กินได้และเป็นการใช้เงินที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่การใช้เงินของรัฐบาลชุดนี้ไม่ว่าจะเป็นการซื้อตำราเรียนหรือเช็คช่วยชาตินั้นขาดประสิทธิภาพ เพราะตามหลักแล้วต้องให้คนทำงานแล้วได้เงินถึงนำไปจับจ่ายไม่ใช่การแจกเงินโดยตรง นอกจากนี้หนี้ภาครัฐบาลในรัฐบาลชุดนี้ยังเพิ่มขึ้นกว่ารัฐบาลทักษิณในสัดส่วนที่สูงมาก หลายคนอาจคิดว่าคนจนไม่ต้องแบกรับหนี้ดังกล่าวเพราะฐานเงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี แต่โครงสร้างภาษีประเทศไทยทำให้เราต้องเสียภาษีทางอ้อม เพราะฉะนั้นคนจนก็ต้องแบกรับหนี้ดังกล่าวเช่นกัน
ด้าน รศ.ดร.วรพล พรหมมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แสดงความเห็นว่า ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันนั้นการใช้เหตุผลในการตัดสินเรื่องราวต่างๆ นั้นไม่พอหากขาดซึ่งข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงจำนวนมาก ยกตัวอย่างกรณีที่นายกอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการกู้เงินของรัฐบาลชุดนี้ว่าในสมัยรัฐบาลชุดทักษิณนั้นก็มีการกู้เงินเช่นกันแล้วยังมีสัดส่วนที่สูงกว่า ซึ่งหากเราฟังตามนี้ก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล แต่แท้จริงแล้วการกู้เงินในสมัยรัฐบาลคุณทักษิณนั้นเป็นเพราะหนี้ที่เกิดจากรัฐบาลชุดก่อนหน้านั้นซึ่งเป็นรัฐบาลของคุณชวน เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นการใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาแบบขาดข้อมูลที่เพียงพอ จึงนำไปสู่ปัญหาอีกทอดหนึ่ง
ทั้งนี้ รศ.ดร.วรพล กล่าวว่า ประชาธิปไตยในประเทศไทยถูกทำลายมาอย่างต่อเนื่อง โดยสำหรับคนที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไปที่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยมาตั้งแต่ ยุค พ.ศ.2512 นั้น จะรู้ว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยมีปัญหาขนาดไหน โดยส่วนตัวแล้วผมว่าในช่วงปี พ.ศ.2544-2548 นั้นเป็นช่วงที่มีเสรีภาพและมีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ซึ่งสภาพดังกล่าวทำให้คนที่เคยได้เปรียบจากโครงสร้างเดิมที่ไม่เป็นธรรมต้องพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นเพื่อให้พ้นจากสภาพการณ์ในตอนนั้นด้วยการล้มพรรคไทยรักไทย ซึ่งความพยายามดังกล่าวนั้นถูกซ่อนมาในบรรยากาศของการสัมมนาทางวิชาการที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยจะเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นอกจากนี้ รศ.ดร.วรพล ยังชี้ให้เห็นว่ามีการใช้ผู้นำทางสังคมในการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อโน้มน้าวสังคมในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เช่น การที่นักวิชาการตัดสินว่ากรณีการที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตากับกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี พ.ศ.2551 นั้นเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก แต่กลับมองว่าการที่คนเสื้อแดงซึ่งมาล้อม สภ.ต.ภูพิงค์ เพื่อให้มีการประกันตัว “ดีเจแหล่” นั้น สมควรที่จะต้องใช้ความรุนแรง เห็นได้จากการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์มติชน ในขณะที่การนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไม่ได้มีสองมาตรฐานอย่างนั้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวนั้นมีในทุกกระบวนการไม่เพียงแค่ในวงการสื่อมวลชนเท่านั้น ชนชั้นกลางต้องไม่ใช้แค่ความเป็นเหตุเป็นผลเท่านั้น เชื่อว่าวันหนึ่งชนชั้นกลางจะเข้าร่วมกันมวลชนเสื้อแดง
นายคณิณ บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 และอดีต ส.ส. หลายสมัย กล่าวว่าจากหัวข้อการสัมมนานั้นชวนคิดได้ว่าประชาธิปไตยไทยนั้นเคยเฟื่องฟูมาก่อนจึงล่มสลายได้ แต่แท้จริงประชาธิปไตยไทยไม่เคยไปถึงจุดนั้น โดยการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 นั้นเป็นครั้งแรกที่สื่อมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำลายประชาธิปไตย ซึ่งการไม่เคารพต่อกระบวนการตัดสินใจของประชาชนที่แสดงผ่านการเลือกตั้งนั้นถือว่าชั่วร้ายที่สุด รวมถึงการดูหมิ่นผู้อื่นว่าเป็นผู้ที่ไม่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ เวลานี้ทักษิณคือสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยไทย
รศ. สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ทุกวันนี้การแบ่งเป็นกลุ่มแล้วคาดหวังถึงระบอบการปกครองที่ตนฝันถึงมากเกินไป วิกฤตทางการเมืองในตอนนี้นั้นดำเนินมาเป็นเวลาห้าปีแล้ว และจนวันนี้ก็ยังมองไม่เห็นทางออกมากนัก ซึ่งกรณี 14 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬนั้นยังมีเส้นแบ่งระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งเป็นความขัดแย้งกับชนชั้นนำ แต่ความขัดแย้งในตอนนี้ที่มีการแบ่งเป็นสองฝ่ายนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีมวลชนของตนสนับสนุนอยู่ ซึ่งความขัดแย้งนี้ได้ดึงคนในสังคมเข้ามาร่วม แล้วยังเกิดในช่วงที่กลไกต่างๆ ที่เคยจัดการความขัดแย้งในอดีตไม่สามารถจัดการได้ เสนอให้คิดเพราะความขัดแย้งนี้นั้นไม่ว่าฝ่ายใดชนะก็จะยังคงมีอีกฝ่ายเคลื่อนไหว เพราะเราอยู่ในสังคมที่มีคนที่คิดไม่เหมือนกับเราแน่นอน ฉะนั้นแล้วต้องใส่ใจกับเรื่องสันติวิธีมากขึ้น

คลิปของคนที่ถูกเรียกว่า คนเชยๆ

ที่มา thaifreenews

เขียนโดย สมเพชร
วันจันทร์ที่ 20 กรกฏาคม 2009 เวลา 14:43 น.
altMiss Susan Boyle สาวใหญ่วัย 47 ปี จาก Blackburn เมืองเล็กๆแต่งต้วเชยๆ ผู้เคยแต่ร้องเพลงคาราโอเกะ และเพลงสวดในโบสถ์ ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องผู้มีชื่อเสียงระดับโลกภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ โดยมีคนทั่วโลกผู้เข้าชมคลิปวิดีโอการแสดงของเธอ ในรายการโทรทัศน์ Britain's Got Talent. ซึ่งมีผู้นำไปโพสต์ในเว๊ปไซต์ "ยูทูบ" มากกว่า 25 ล้านคนแล้ว
ในตอนแรกที่ปรากฏตัวบนเวที บอยล์ผู้กล่าวบนเวทีว่า"ยังไม่เคยได้รับจุมพิตจากชายคนใดเลย น่าอายแต่ก็ไม่ได้เรียกร้องความสนใจ" ทำให้ผู้ชมหัวเราะและทำสีหน้าขบขัน เพราะเธอดูเชยๆในผมหยิกฟูและเสื้อผ้าล้าสมัย หลายคนมองเธออย่างดูหมิ่น ตอนที่เธอบอกว่าอยากเป็นนักร้องอาชีพแบบดาราบรอดเวย์ " เอลีน เพจ"

อ่านต่อ และแสดงความคิดเห็น


แต่เมื่อเธอเริ่มร้องเพลง "I Dreamed a Dream" จากละครเพลง " เลส์ มิเซราบส์"ก็เรียกรอยยิ้มแปลกใจบนใบหน้าของกรรมการ 3 คนซึ่งประกอบด้วยชาย 2 คน หญิง 1 คน และผู้ชมพากันลุกขึ้นยืนปรบมือให้เธอ ซึ่งเป็นการให้เกียรติสูงสุด
หนึ่งในกรรมการคือ ไซม่อน โคเวลล์ กล่าวว่า ฝีมือการร้องเพลงของเธอ"เป็นเลิศ" เธอทำให้เขาอึ้ง เป็นสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจมากที่สุดในช่วง 3 ปีที่เป็นกรรมการตัดสินรายการนี้ ขณะที่เธอบอกว่าทำเพื่อมารดา อยากให้มารดาทราบว่าเธอก็ทำบางสิ่งกับชีวิตได้ และว่าเธอจำสิ่งที่เกิดบนเวทีคืนนั้นไม่ได้มากนักเพราะเธอหลับตาเสียเป็น ส่วนใหญ่
จุดประสงค์ที่ผมนำคลิปนี้มาเสนอ (หลายท่านคงเคยดูแล้ว)เพียงอยากจะเปรียบเทียบให้เห็นว่าคนสีแดงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นรากหญ้า หรืออย่างมาก็แค่ไพร่ปลกแอก มันก็มีอะไรดีเพียงแต่ถูกปิดกั้นมาตลอดรอก็แต่โอกาสที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นเท่านั้นครับ เชิญสดับรับฟ้งนะบัดนี้

เพลทั้งแผ่นดิน แซยิดทักษิณกระหึ่มประเทศ

ที่มา Thai E-news

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 กรกฎาคม 2552

กิจกรรมน่าสนใจของฝ่ายประชาธิปไตยวันนี้-สิงหาคม 2552
-กิจกรรมแซยิด60ปีทักษิณ ถวายเพลทั้งแผ่นดินคึกหลายกลุ่มระดมพลังจัดทั้งประเทศ
-ทักษิณสายตรงจากต่างแดนผ่านวิทยุคนรักอุดรทุกจันทร์10.00-11.00น.(จันทร์นี้งด)
-แกนนำ3เกลอพบพี่น้องเสื้อแดงภาคตะวันตกที่หาดปึกเทียน เพชรบุรี
-เปิดตัวหนังสือVoice of Thaksinหนังสือของคนรักทักษิณอย่างเป็นทางการ
-3เกลอออนแอร์ทางทีวีพีแชนัลแล้ว
-ฟ้าเดียวกันโฉมใหม่ หาทุนช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน
-เสื้อแดงชุมนุมใหญ่31กรกฎารวบรวมฎีกาล้านรายชื่อ
-อภิปราย การล่มสลายของประชาธิปไตยไทย : จุดเริ่มต้นในการแสวงหาประชาธิปไตย
-ชมรมรักประชาธิปไตยแหลมฉบัง ร่วมกับทีมงานความจริงวันนี้เปิดสถานีวิทยุเสียงประชาชน
-เครือข่ายคนเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่างรวมพลคนรักประชาธิปไตย
-สัมมนากฎหมายเกี่ยวกับความผิดทางคอมพิวเตอร์กับเสรีภาพบนอินเตอร์เน็ต
-คอนเสิร์ตไลท์ออเคสตร้าเพลงปฏิวัติ ...เพราะคิดถึงเพื่อน


จันทร์ที่20 กรกฎาคม 2552-วันนี้ทักษิณงดสายตรงจากต่างแดน


วันนี้ทักษิณงดรายการสายตรงจากต่างแดนมาที่วิทยุชมรมคนรักอุดร เนื่องจากติดภารกิจในทวีปยุโรป เวลาไม่เอื้ออำนวย จึงเลื่อนโฟนอืนเข้ารายการมาเป็นวันจันทร์ที่ 27 ก.ค.หลังวันเกิด โดยวันนี้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จะมาแทนพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009 และเรื่องการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาลแทน

ติดตามรับฟังวิทยุทางอินเตอร์เน็ตได้ที่
-http://www.weloveudon.net/
-http://www.weloveudon.net/radio-station.php
หากมีปัญหา มีการถ่ายทอดสดเชื่อมสัญญาณทางอินเตอร์เน็ตผ่านวิทยุแท็กซี่
http://www.shinawatradio.net/

จันทร์ที่20กรกฎาคม-เปิดตัวหนังสือVoice of Thaksinหนังสือของคนรักทักษิณอย่างเป็นทางการ

นายสุธรรม แสงประทุม อดีต เลขานุการพ.ต.ท.ทักษิณ และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยคนสำคัญ อดีตรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง จะจัดงานเปิดตัวนิตยสาร Voice of Taksin : เสียงทักษิณ หนังสือของคนรักทักษิณอย่างเป็นทางการการ ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2552 เวลา 13.00 น. ที่ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ โดยได้รวบรวมพรรคพวกที่มีความรัก ความศรัทธาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจะจัดจำหน่ายเป็นรายปักษ์ ราคาเล่มละ 40 บาท


21 กรกฎาคม 2552 เชิญเสื้อแดงภาคตะวันตกที่อึดอัดใจมาคุยกับแกนนำ3เกลอที่หาดปึกเทียน เพขรบุรี

งานนี้ ไม่เสียเงินอีกแล้ว ....นปช. แดงทั้งแผ่นดิน

เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป...เชิญ แกนนำกลุ่มเล็กกลุ่มย่อย พร้อมทั้งแกนใหญ่ ในภาคตะวันตก นครปฐม..ราชบุรี..เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และ ประจวบ รวมถึง พี่น้อง เสื้อแดง จ. ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี...ที่อึดอัดใจ ขอให้มาร่วมคุยกับ 3เกลอ แกนนำ นปช. ทุกท่าน.....วีระ มุสิกพงศ์ ... ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ....จตุพร พรหมพันธ์...อริสมันต์ ..แรมโบ้..วรชัย เหมะ...พายัพ ปั้นเกตุ..ฯลฯ ในงาน แดงทั้งแผ่นดิน

ตั้งโต๊ะ ..รับฎีกา จาก พี่น้อง เสื้อแดงภาคตะวันตก นครปฐม, ราชบุรี, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบรี, ประจวบฯ, ชุมพร, สุราษฎร์ และ จังหวัดอื่นๆ....

นำส่งฎีกา แกนนำ เดินทางมารับฎีกาด้วยตัวเอง ...จะได้ทะลุ 4 ล้าน เสียที จึงมาบริการถึงที่...
และ อยากเรียนเชิญ พี่น้อง มาเที่ยวพักผ่อนตากอากาศไปในตัว ..แถมด้วยความสนุกสนาน จากแกนนำ แบบส่วนตั๊วส่วนตัว....
อังคารที่ 21 กรกฎาคม 2552 เวลา 10.00 เป็นต้นไป.....

ณ..ห้องประชุม ริมทะเล หาดปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

ไปไม่ถูก โทร. ถามเส้นทางที่ สนง.หาดปึกเตียน 032-591026-7....

หรือ ติดต่อ แกนนำเสื้อแดงเพชรบุรี 081-8575762.......

งานนี้ ฟรี! ตลอดงานจ้า....รู้แล้วก็บอกต่อๆ กันไปด้วย..

ตั้งแต่15 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นไปพบ3เกลอความจริงวันนี้ทางP-Channel

นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวว่า คนเสื้อแดงจะจัดรายการความจริงวันนี้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์พีเพิล ชาแนล อีกครั้งในเวลา 21.30-22.30 น. ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์เวลา 13.00-14.00 น. รายการแดงทั้งแผ่นดินจะกลับมาออกอากาศอีกครั้งด้วยเช่นกัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่15 กรกฎาคม เป็นต้นไป

ติดตามออนไลน์ได้ทาง http://www.goo-online.com/

ตั้งแต่6กรกฎาคมเป็นต้นไป บอร์ดฟ้าเดียวกันเปลี่ยนโฉม ระดมทุนช่วยคุณซาบซึ้งย้ายบ้าน

กระดานสนทนาที่ไม่จำกัดเพดาน ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความเห็น ตามแนวทางเสรีประชาธิปไตยฟ้าเดียวกันwww.sameskybooks.org/boardย้ายบ้าน เปลี่ยนเป็นwww.sameskyboard.orgตั้งแต่6กรกฎาคม เป็นต้นไป โดยยังเข้าช่องทางเดิมระยะหนึ่ง

เชิญระดมความเห็นเพื่อให้กระดานสนทนาแห่งนี้สู่มิติใหม่ หลังจากแยกออกจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันอย่างเด็ดขาด และเชิญระดมทุนช่วย"คุณซาบซึ้ง"ย้ายบ้าน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น20,000บาท และค่าใช้จ่ายระยะเริ่มต้นอีกไม่น้อยกว่า50,000บาท ลืมไปได้เลยที่เขาลือกันว่ามีนายทุนใหญ่หรือใครหนุนหลัง ตอนนี้ต้องช่วยกันควักเพื่อความอยู่รอดในระยะเปลี่ยนผ่านและระยะยาว

สำหรับการบริจาค ในระยะการเปลี่ยนผ่านนี้ ทางสนพ. ฟ้าเดียวกัน จะรับภาระในการดูแลการเงิน ให้ชั่วคราว โดยโอนเงินการสนับสนุนตามกำลังจะหลักร้อยหลักพัน หรือเท่าไหร่ก็ยินดี แต่ไม่ขอมีภาระผูกพัน โดยโอนไปได้ที่บัญชี

ธนาพล อิ๋วสกุล
ธนาคารกรุงเทพ สาขาลุมพินี
บัญชีออมทรัพย์
124-4-36528-2

ส่งสำเนาการโอนที่
02-8636061 หรือ
sameskybooks@gmail.com


อาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม-งานแซยิด60ปีทักษิณ

ขอเชิญผู้มีความรักและคิดถึง นายกฯทักษิณ ชินวัตร
ร่วมงานวันเกิด (แซยิด) นายกทักษิณ ชินวัตร
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2552
ณ ลานเอนกประสงค์ ซ.วัดอุทัยทาราม ถพระราม 9 กรุงเทพฯ

เวลา 10 . 19 น. พระสงฆ์ 9 รูปเจริญพระพุทธมนต์ สืบชะตา
เวลา 11 . 19 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป
เวลา 12 . 19 น. ผู้เข้าร่วมงานรับประทานอาหาร (บุฟเฟ่)
เวลา 14 . 19 น. เปิดเวทีแสดงดนตรี สลับการปราศรัย
เวลา 20 . 19 น. นายกทักษิณ ชินวัตร เป่าเทียน - ตัดเค้ก
เวลา 20 . 49 น. คนรักทักษิณ ร่วมอวยพรวันเกิด
เวลา 21 . 19 น. นายกทักษิณ ชินวัตร ขอบคุณผู้ร่วมงาน
เวลา 21 . 49 น. คณะกรรมการจัดงาน - แกนนำ ปราศรัยเรื่อง "นโยบายทักษิณกินได้"
เวลา 24 . 00 น. ปิดงาน

วิทยุชุมชนคนแท็กซี่ FM 107.50 MHz. และคนรักทักษิณ เจ้าภาพ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดโทร. 02-617-7118 - 9

อาทิตย์ที่ 26กรกฎาคม 2552-ชมรมคนคิดถึงทักษิณเลี้ยงพระเพลงานแซยิดที่วัดแก้วฟ้า


อย่าพลาดครับ วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคมนี้ เวลา 9.00 น. วัดแก้วฟ้า บางกรวย

ชมรมคนคิดถึงทักษิณ ขอเรียนเชิญเพื่อนสมาชิก และ พี่น้องคนไทยผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มาร่วมในงานทำบุญวันเกิดเลี้ยงเพลพระสงฆ์ 61 รูป ณ บริเวณ วัด แก้วฟ้า บางกรวย (ดูแผนที่ คลิ้กที่นี่ )รับประกันได้ว่างานนี้สุดยอด ใครไม่ได้มาจะเสียดายมากๆ แถมน่าจะมีเซอร์ไพรส์ด้วย ขออุบไว้ก่อน เป็นเรื่องดีมากๆ

ในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 18.00 น.-23.00 น. ชมรมจะปิดภัตตาคารมังกรหลวงจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน 350 โต๊ะฉลองวันเกิดให้อดีตนายกฯ โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว, นายพานทองแท้ บุตรชาย และบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณมาร่วมงาน ร่วมกับอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่จะมาร่วมอวยพรและร้องเพลงให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งในเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดคุยผ่านระบบวิดีโอลิงค์กับผู้ร่วมงาน และร่วมเป่าเทียนเค้กวันเกิดผ่านระบบวิดีโอลิงค์ โดยภายในงานจะมีการจัดรำอวยพรตามแบบจีน และจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลอง ซึ่งงานดังกล่าวจะขายบัตรในราคาใบละ 500 บาท.

สำหรับผู้ที่สนใจจะมา เราจะมีการจัดรถ 2 แถวรับส่งทั้งขาไป ขากลับ บริเวณหน้าโรงไฟฟ้าบางกรวย(สะพานพระราม 7)

สำหรับท่านที่จะขับรถมา เราจะทำแผนที่ให้ใหม่ และ จะมีป้าย บอกทางตลอดทางเข้าวัดกำลังพยายามประสาน กับทาง ท้องถิ่น เรื่องการจราจร

กลุ่มเสื้อแดงใดสนใจร่วมงานในฐานะกลุ่ม ติดต่อที่ชมรมฯโดยตรง หรือที่ คุณ พ๊อกเกท เลขาฯชมรมฯ

หากต้องการมาร่วมงานในฐานะคนไทยทั่วไปธรรมดา ไม่ต้องจองครับ เชิญมาได้เลย

หากต้องการร่วมทำบุญ และ เป็นเจ้าภาพงานครั้งนี้ร่วมกัน เพียงนำปิ่นโตใส่อาหารมาร่วมงาน หากเหลือจากพระฉัน เราก็มาแบ่งกันกิน

งานบุญชาวบ้านจัดโดยประชาชน เพื่อนายกรัฐมนตรีที่รักของคนไทย

อาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม-ปทุมธานีรักษ์ประชาธิปไตยจัดงาน"รำวงย้อนยุคไทยท้องถิ่น แซยิดนายกฯทักษิณ 60 ปี"

ณ อาคารอเนกประสงค์วัดแสงสรรค์ คลองสองธัญญบุรี จ.ปทุมธานี

9.00 น. รวมพลคนเสื้อแดง "เพลทั้งแผ่นดิน แด่ทักษิณผู้ปลดหนี้"
10.00 น. ประธานฯในพิธีจุดธูปเทียนพระภิกษูสงฆ์สวดธรรมจักรปัทมสูตร เจริญพุทธมนต์ มงคลจักรวาล ฯลฯ
11.00 น. พระภิกษุสงฆ์ - สามเถร ฉันภัตราหารเพล
12.00 น.เสร็จพิธีสงฆ์

16.00 น. เปิดเวทียินดีต้อนรับ "พลังมวลชนคนเสื้อแดง" เข้าสู่งาน
16.30 น. เรียนคณะผู้ปราศรัย จากรายการความจริงวันนี้ ขึ้นปราศรัยบนเวทีตามลำดับ
19.00 น. เรียนเชิญคุณชูชาติ หาญสวัสดิ์และทีมงาน สส.พรรคเพื่อไทย จ.ปทุมธานีขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน "รำวงย้อนยุคไทยท้องถิ่น แซยิดนายกฯทักษิณ 60ปี" โดยมีนายสมบุญ ขุนทองไทย (กำนันต้อย)ประธานกลุ่มฯกล่าวรายงานประธานในพิธีฯ

เวลามงคล พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร โทรศัพท์(phone in)เข้าสู่เวทีประธานในพิธีขึ้นเวทีจุดเทียนชัยบนเค็กวันเกิด ร่วมร้องเพลง Happy Birthday ท่านนายกฯตลอดกาลทักทายปราศัย ร่วมรำวงกับแกนนำบนเวทีสังสันต์ สนุกสนานจนเวลาพอสมควรปิดเวที

เสาร์ที่25 และอาทิตย์ 26 กรกฎาคม -เสื้อแดงอีสานจัดงานรวมพลทั้งแผ่นดินเพื่อทักษิณผู้ปลดหนี้IMF

กลุ่มคนเสื้อแดงภาคอีสาน และสมาพันธ์คนเสื้อแดงภาคอีสาน 19 จังหวัด ให้จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน"รวมพลทั้งแผ่นดิน เพื่อทักษิณ ผู้ปลดหนี้ไอ เอ็ม เอฟ" และจัดงานวันคล้ายวันเกิดอดีดนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และคัดเลือกจัดในพื้นที่อำเภออาจสามารถ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อดีดนายกฯทักษิณ เคยลงพื้นที่อาจสามารถโมเดล เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของอดีดนายกรัฐมนตรีที่ประกอบคุณประโยชน์ ให้กับแผ่นดิน

เริ่มจากช่วงเช้าของวันที่ 25 ก.ค. ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ จาก 19 จังหวัดภาคอีสาน และกิจการบริหารราชการแผ่นดินของอดีดนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ สังคมโลกให้การยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตยของมวลมหาชนคนเสื้อแดง การจำหน่ายโปสการ์ด เพื่อใส่กล่องส่งความคิดถึง และอวยพรให้กับอดีดนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันคล้าย วันเกิด และการรวบรวมฎีกาเพื่อนำทูลถวายฎีการายงานสถานการณ์ความทุกข์ระทมแสนสาหัสจาก ปัญหาเศรษฐกิจ อันมีปฐมเหตุมาจากการยึดอำนาจทางการเมือง ส่วนช่วงเย็นเป็นการขึ้นเวทีปราศรัยและการแสดงของวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังมากมาย

อาทิตย์ 26 กรกฎาคม- ชมรมคนรักอุดรจัดแซยิดแม้ว

เวลา 18.00 น. หน้าสนามทุ่งศรีเมือง จัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยชมรมคนรักอุดรฯ จะเข้าร่วมกิจกรรมเข้าชื่อถวายฎีกา และมีการ์ดอวยพรวันเกิดซึ่งจัดทำโดยสมาพันธ์เสื้อแดงภาคอีสาน จำนวน 1,000 แผ่น มาให้ได้ร่วมเขียนอวยพร และจะเป็นผู้นำไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณที่ดูไบ

จันทร์ที่ 27 กรกฎาคม-เครือข่ายพลเมืองเน็ตสัมมนา"กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์: มุมมองจากสากลและหลักปฏิบัติ"

เครือข่ายพลเมืองเน็ต ด้วยการสนับสนุนจาก Media Legal Defense Initiative (MLDI) และ Electronic Frontier Foundation (EFF)

ขอเชิญร่วมสัมมนา เรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์: มุมมองจากสากลและหลักปฏิบัติ
วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมโนโวเทล ห้องโมเน่ต์ – พิซซาโร่ ชั้น 4

09.00 - 11.00 น. บรรยาย “กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์: มุมมองจากสากลและหลักปฏิบัติ”
“ภาพรวมกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จากทั่วโลก” โดย Eddan Katz ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการต่างประเทศ EFF

“การ วิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในต่างประเทศและในประเทศไทย” โดย ทศพล ทรรศนกุลพันธุ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“มุมมองจากเจ้าหน้าที่รัฐ” โดย ตัวแทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ กระทรวงยุติธรรม*

11.00 - 11.30 น. พัก
11.30 - 12.30 น. ถามตอบ ดำเนินโดย สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต
12.30 - 13.30 น. อาหารกลางวัน
13.30 - 15.00 น. อภิปราย “เสรีภาพบนอินเทอร์เน็ตทั่วโลก: ก้าวหน้าหรือถดถอย” ร่วมอภิปรายโดย
Danny O'Brien ผู้ประสานงานนานาชาติ EFF, ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการเครือข่ายฯ
15.00 - 16.30 น. อภิปราย ดำเนินโดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ที่ปรึกษาฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ SIU
16.35 น. แถลงข่าว “ข้อเสนอต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550” โดย คณะกรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต

*วิทยากรอยู่ในระหว่างการติดต่อ
เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด ขอความกรุณาท่านที่สนใจ ลงทะเบียนในกล่องด้านล่างภายในคืนวันที่ 23 กรกฎาคม 2552
รายละเอียดดูที่ www.thainetizen.org

ศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2552-ชุมนุมใหญ่สนามหลวงรวบรวมล้านรายชื่อถวายฎีกา

31 กรกฎาคม เวทีชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ที่จะปิดรับรายชื่อ และในเวลา 24.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงจะประกาศจำนวนรายชื่ออย่างไม่เป็นทางการอีกครั้ง

โดยแกนนำคนเสื้อแดงได้ตัดสินใจร่วมกันว่า จะมีการจัดงานเพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อยื่นฎีกาจากภาคต่างๆ เข้ามาพร้อมกัน เพื่อป้องกันเล่ห์เหลี่ยมขบวนการที่จะขัดขวางการถวายฎีกาฯ โดยจะนัดหมายแกนนำแต่ละภาคทำความเข้าใจขั้นตอนและชี้แจงกลไกการขัดขวางของกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย จะเริ่มจากวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ จ.มหาสารคาม วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ จ.ชลบุรี วันที่ 20 กรกฎาคม ที่ จ.อยุธยา และ จ.นครสวรรค์ วันที่ 21 กรกฎาคม ที่ จ.เพชรบุรี และวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ จ.เชียงราย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า จากนั้นจะกำหนดรูปแบบของ 10 วันรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงลายมือชื่อถวายฎีกาฯ โดยคนเสื้อแดงทุกจังหวัดจะจัดจุดรวบรวมรายชื่อเพื่อนำมาส่งพร้อมกันที่เวทีชุมนุมใหญ่ท้องสนามหลวง วันที่ 31 กรกฎาคม

เสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 เครือข่ายคนเสื้แดงภาคเหนือตอนล่างรวมพลคนรักประชาธิปไตย

ชมรมคนรักทักษิณ ร่วมกับ เครือข่ายเสื้อแดงภาคเหนือตอนล่าง ขอเชิญร่วมงานรวมพลคนรักประชาธิปไตย ณ สนามกีฬากลาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

เสาร์ที่15 สิงหาคม 2552-ไลท์ออเคสตราเพลงปฏิวัติ..เพราะคิดถึงเพื่อน


โครงการจัดแสดงคอนเสิร์ตไลท์ออเคสตร้าเพลงปฏิวัติ ...เพราะคิดถึงเพื่อน”
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 19:30 น.

วัตถุประสงค์
คอนเสิร์ตครั้งนี้ จึงได้จัดมีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูจิตใจกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละเพื่อส่วนรวม ของมวลนิสิต นักศึกษาและประชาชน ที่ต่อสู้เพื่อเอกราช ประชาธิปไตย และความเป็นธรรมในสังคม เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ของบทเพลงปฏิวัติ และเพื่อได้มีการพบปะกันในหมู่อดีตนักปฏิวัติ

รูปแบบการแสดง
เป็นการแสดงดนตรีของวงเพื่อนมิตรไลท์ออเคสตร้า ประกอบการขับร้องของส่วนหนึ่งของนักร้องปฏิวัติในอดีต นักศึกษาปัจจุบัน และชุดการแสดงนาฏศิลป์ประกอบ

บทเพลงที่ใช้แสดง
คัดเลือกบทเพลงปฏิวัติที่เกี่ยวกับความคิดความผูกพัน จำนวน 20 เพลง มาแสดงได้แก่

1. เพลงรำลึกวีรชน 12. เพลงแองเตอร์นาซิอองนาล
2. นาฏศิลป์ประกอบเพลงฟ้าทอง 13. เพลงลาไปเป็นทหารปลดแอก
3. เพลงสดุดีวีรชน 14 ตุลา 14. เพลงทหารประชาชน
4. เพลงสดุดีวีรชน 6 ตุลา 15. เพลงดาวแดงส่องสว่างเหนือภูพาน
5. เพลง ตุลาชัย 16. เพลงพี่น้องภาคใต้รุกรบช่ำชอง
6. เพลง นกน้อย 17. เพลงสดุดีนักรบแนวหน้า
7. สดุดีครูประชา 18. เพลงความหวังแห่งชีวิตใหม่
8. เพลงดาวแห่งชาวนา 19. เพลงขอสดุดีแด่พรรคที่รักยิ่ง
9. เพลงขอเพื่อนจงหยัดยืน 20. เพลงสายทางนักรบประชา
10. เพลงแผ่นดินของเรา 21. เพลงภูสระเริงรำ
11. นาฏศิลป์ประกอบเพลงตันหยง

บัตรชมการแสดง

ประกอบด้วยที่นั่งชม 520 ที่นั่ง จำแนกเป็น

บัตรวีไอพี 10 ที่นั่ง
บัตรราคา 1,000 บาท จำนวน 149 ที่นั่ง
บัตรราคา 500 บาท จำนวน 188 ที่นั่ง
บัตรราคา 300 บาท จำนวน 173 ที่นั่ง

การจองบัตรชมการแสดง

ติดต่อจองบัตรได้ที่ คุณจันทิรา สระทองเขียว หมายเลขโทรศัพท์: 084.116.4992 Email: cpt.song@gmail.com

จัดส่งโดย: โปรดโอนเงินเข้าบัญชี น.ส. นงลักษณ์ จตุเทน
เลขที่บัญชี 748-2-03431-9
ประเภทบัญชีออมทรัพย์
ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยเซ็นทรัลพระรามที่ 3
และโปรดส่งใบโอนเงิน ถึงคุณจันทิรา สระทองเขียว โทรสาร: 0.2295.1154 โทรศัพท์: 084.116.4992

สถานที่จัดการแสดง
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านติดกับถนนวิภาวดีรังสิต)

สถานที่จัดการแสดง
ณ หอประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ด้านติดกับถนนวิภาวดีรังสิต)

วันที่จัดแสดง
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 เวลา 19.30 น.
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้โครงการกำแพงประวัติศาสตร์


หมายเหตุ: การแสดงครั้งนี้จะไม่มีบันทึกซีดี และดีวีดีไว้จำหน่ายแต่อย่างใด แต่จะมีต้นฉบับเพื่อการนำไปสำเนาได้เพื่อการแจกจ่ายโดยไม่ได้นำไปหารายได้ รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้ว (ถ้ามี) จะมอบให้กำแพงประวัติศาสตร์ 6 ตุลา เพื่อร่วมสมทบทุนจัดงานรำลึก 6 ตุลาคม 2519)


โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติม และชมกิจกรรม3ครั้งที่ผ่านมาได้ที่ http://cpt.igetweb.com

จุดตายของหัวหน้าผู้ก่อการร้ายตั๊บ

ที่มา Thai E-News


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
20 กรกฎาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์: ชื่อบทความเดิมคือ เบื้องหลัง ′โกตั๊บ′ กับคดีปลอมแปลงเอกสาร กู้เงินแบงก์กรุงไทยพันล้าน !!

เบื้องหลังเอ็มกรุ๊ปของ"สนธิ ลิ้มทองกุล"กู้เงินจากแบงก์กรุงไทย ถูกก.ล.ต.ฟ้องร่วมกันปลอมเอกสารในการทำสัญญาร่วมค้ำประกันการกู้พันล้าน ศาลนัดสืบจำเลยเป็นวันที่ 12 ต.ค.52

13 ปีที่แล้ว บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอนจิเนียริง จำกัด(มหาชน) หรือไออีซี ค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัท เดอะ เอ็มกรุ๊ป จำกัด บริษัทมีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหาร

จะว่าไป เอ็มกรุ๊ป ก็คือ บริษัทแม่ของไออีซี นั่นเอง

ครั้งนั้น เอ็มกรุ๊ปของนายสนธิ กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย 1,198 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2539 แต่ทางไออีซีไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าวให้แก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฯ

นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ประธานกรรมการไออีซีในช่วงที่มีการค้ำประกันเงินกู้ออกมาปฏิเสธว่า คณะกรรมการไออีซีไม่เคยอนุมัติให้ค้ำประกันเงินกู้ให้เดอะ เอ็มกรุ๊ป แต่ผู้บริหารระดับสูงรายหนึ่งของไออีซีปลอมมติคณะกรรมการ

ต่อมา นายสุรเดช มุขยางกูร กรรมการผู้อำนวยการไออีซี ได้ยอมรับกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ว่า ไออีซีค้ำประกันเงินกู้ให้เดอะ เอ็มกรุ๊ปจริง

เดือน ธันวาคม ปี 2542 สำนักงาน ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษนายสุรเดช ต่อพนักงานสอบสวนโดยกล่าวหาว่า ปลอมหรือยินยอมให้มีการปลอมสำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทไออีซีเพื่อลวงให้ธนาคารกรุงไทยหลงเชื่อว่า คณะกรรมการบริษัทไออีซีมีมติให้ทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้ในนามบริษัท ไออีซี เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์มาตรา 312 ระหว่างโทษจำคุก 5-10 ปี และยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานปลอมแปลงเอกสารด้วย

สำนักงาน ก.ล.ต. ในยุคที่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นเลขาธิการ กลต. ตรวจสอบข้อมูลกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม จนกลางเดือนตุลาคม 2543 จึงได้กล่าวโทษ นายสนธิ นายสุรเดช นางสาวเสาวลักษณ์ และนางสาวยุพิน อดีตกรรมการบริษัท ร่วมกันปลอมเอกสารในการทำสัญญาร่วมค้ำประกันการกู้จำนวน 1,073 ล้านบาทให้แก่บริษัท เดอะ เอ็ม กรุ๊ปจากธนาคารกรุงไทยโดยคณะกรรมการบริษัทแมเนเจอร์ มิได้รับทราบและมิได้มีการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของบริษัทแมเนอร์เจอร์ฯ

การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์มาตรา 307, 311 312 ซึ่งแต่ละกระทง ระวางโทษจำคุก 5-10 ปีและยังมีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และ 268

หลังสำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษ ในครั้งนั้นแล้ว เรื่องราวของนายสนธิและบริษัท เดอะเอ็มกรุ๊ปในคดีนี้ก็เงียบหายไป

แต่จริง ๆ คดีนี้ค้างอยู่ในศาลอาญา เกือบ 10 ปี โดยคดีนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสุรเดช มุขยางกูร น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ และ น.ส.ยุพิน จันทนา อดีตกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดียกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

เนื่องจากนายสนธิ กับพวกซึ่งเป็นกรรมการบริษัท ร่วมกันลงข้อความเท็จในเอกสารของบริษัทแมเนเจอร์ ฯ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2539-30 เมษายน 2540

ล่าสุด ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลนัดสืบจำเลย แต่ทนายจำเลย ขอเลื่อนนัด โดยอ้างว่า นายสนธิอยู่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บจากการผ่าตัดบาดแผลถูกลอบยิงที่ศีรษะ

ศาลสั่งเลื่อนคดี เป็นวันที่ 12 ตุลาคม 2552

คดีนี้ เดินไปได้อย่างล่าช้า ผ่านห้วงเวลาที่พลิกผันมาหลายครั้ง จากยุคที่นายสนธิ หรือ โกตั๊บ เชียร์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา จนมาถึงวันที่ความสัมพันธ์ระหว่าง โกตั๊บ กับ ทักษิณ ขาดสะบั้น กลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต

จากวันที่ โกตั๊บ เคยเป็นลูกค้าชั้นดีของ ธนาคารกรุงไทย โดยมี วิโรจน์ นวลแข เป็นเพื่อนรักของ โกตั๊บ

ภายในปีนี้ หากสืบพยานฝ่ายจำเลยเสร็จสิ้นลง ศาลอาญาอาจ(จะ)มีคำพิพากษาลงมา

ข่าวดี หรือ ข่าวร้าย ยังต้องรอลุ้นกันต่อไป

แต่ที่แน่ๆ ใครหลาย ๆคน บอกว่า พฤติกรรมของ นายห้างทักษิณ กับ โกตั๊บ ละม้ายคล้ายกันยิ่งนัก

กุนซือใหญ่ ผู้เคยทำงานให้ทั้งสนธิ และ ทักษิณ กล่าวว่า พวกเขาอาจเคยทำกรรมร่วมกันมาในชาติก่อน ทำให้ต้องมาตามล้างกันในชาตินี้

กุนซือใหญ่ ผู้หนึ่ง กล่าวว่า "สนธิ เป็นคนศึกษาประวัติศาสตร์ มองเกมมองคนทะลุปรุโปร่ง ส่วนทักษิณ เป็นคนฉลาด แต่พังเพราะบริวารเป็นพิษ"

ถ้า ทักษิณ มีคนเสื้อแดง และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เป็นผนังทองแดง สนธิ ก็มี พวกเสื้อเหลือง และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็น กำแพงเหล็ก

ถ้า ทักษิณ ใช้สโลแกน คิดใหม่ ทำใหม่ สนธิ ก็ใช้ การเมืองใหม่ เป็นธงนำความคิด

ถ้า ทักษิณ มีมูลนิธิไทยคม เสริมภาพลักษณ์เชิงบวก สนธิ ก็มี มูลนิธิ ไชย้ง ลิ้มทองกุล เป็นมูลนิธิเพื่อสังคม ซึ่ง 2 มูลนิธิ ก่อตั้งขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน

ถ้า ทักษิณ มีทนายคู่บุญคือ ชานนท์ สุวสิน สนธิ ก็มีทนายคู่ใจชื่อ สุวัตร อภัยภักดิ์

ถ้า ทักษิณ เป็นตัวแทนของระบอบประชาธิปไตยที่เน้นย้ำว่า "ผมมาจากการเลือกตั้ง" สนธิ คือผู้ประกาศตัว พิทักษ์สถาบันกษัตริย์ ต่อต้านระบบประธานาธิบดี

ถ้า ทักษิณ เคยเฉียดล้มละลาย สนธิ ก็ผ่านการล้มละลายมาแล้ว

ถ้า ทักษิณ ต้องคำพิพากษาจำคุก คดีที่ดินรัชดาฯ สนธิ ก็กำลังลุ้นระทึกกับคดีหลายสิบเรื่องในศาล

ถ้า ทักษิณ มี ชินแซทเทลไลท์ สนธิ ก็เกือบมี ลาวสตาร์ ไว้เชยชม

ถ้า ทักษิณ มีพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นที่ปรึกษาทางความคิดและไอเดียหลุดโลก สนธิ ก็มี ชัยอนันต์ สมุทวณิช เป็นนักวิชาการผู้ขี่กระแสโลกาภิวัตน์เป็นคู่บารมี

ถ้า ทักษิณ เคยถูกลอบสังหารมาแล้ว 3 ครั้ง สนธิ ก็โดนมาแล้ว มากกว่า 3

ถ้า ทักษิณ ใช้บริการนอมินี ไม่ว่าจะเป็น ลูกสาวและลูกชายของตนเอง รวมถึงแก๊งค์คนรับใช้ เช่น นางสาวบุญชู เหรียญประดับ นางสาวดวงตา วงศ์ภักดี นายวิชัย ช่างเหล็ก ถือหุ้นมูลค่าหลายหมื่นล้าน แทนตัวเอง หรือ ที่เรียกว่า นอมินี สนธิ ก็เรียนรู้วิธีการนี้มาอย่างดี

และถ้าทักษิณมี ปมเรื่อง ชินคอร์ป เป็นจุดตาย

บางที สนธิ อาจต้องลุ้นกับคดี ไออีซี จนนอนไม่หลับ !!!

Sunday, July 19, 2009

นายกฯ สั่ง กทช.จับตาโฟนอิน พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านวิทยุชุมชน

ที่มา MCOT News


รัฐสภา 19 ก.ค. - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงปลุกระดมต่อต้านการลงพื้นที่ของรัฐมนตรี ว่า การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีทุกคนไม่มีลักษณะการยั่วยุหรือสร้างความขัดแย้ง แต่เป็นการลงไปติดตามการทำงาน และขณะนี้รัฐมนตรีทุกคนยังเดินหน้าลงพื้นที่และยังสามารถทำงานได้ ส่วนตัวแล้วจะลงพื้นที่ทุกภาค เพื่อไปพบปะกับประชาชน ซึ่งจังหวัดที่มีการนัดหมายไปแล้ว มีทั้งจังหวัดสงขลา สุโขทัย อุบลราชธานี และจังหวัดเชียงใหม่

ส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านรายการวิทยุชุมชนนั้น หากพบว่าเข้าข่ายปลุกระดมก็จะประสานให้ทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) และหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปสอดส่องดูแล และจะย้ำเรื่องนี้ไปยัง กทช. อีกครั้ง แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องใช้ความระมัดระวัง มิเช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่า รัฐบาลปิดกั้นการทำงานของสื่อมวลชน ส่วนการชุมนุมของคนเสื้อแดงก็เป็นสิทธิ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย หากฝ่าฝืนตำรวจก็ต้องเข้าไปควบคุมดูแล.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-07-19 17:53:41

พท.งงโยง"บิ๊กเหวียง"คดียิงสนธิ เชื่อเป็นที่ปรึกษาพรรค ซินแสบอก"แม้ว" ต้องฆ่า4คนได้กลับเมืองไทย

ที่มา มติชนออนไลน์

พท.งงโยง"เชษฐา"เอี่ยว"คดีลอบฆ่าสนธิ"เชื่อถูกดึงเพราะเป็นที่ปรึกษาพรรค ส.ส.เพื่อไทยปูด ซินแสบอกทักษิณ ต้องฆ่า"คน4คน"ถึงจะได้กลับเมืองไทย "อภิสิทธิ์"ลั่น"ธานี"รู้คนบงการยิง"สนธิ"แล้ว รอหลักฐานชัดก่อน ชมทำดีไม่เหวี่ยงแห เชื่อปิดฉากก่อน"รอง ผบ.ตร."เกษียณ


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.11) เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ถึงการคลี่คลายคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ว่า ไม่ค่อยหนักใจ เพราะ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน มาพบและรายงานให้ทราบเป็นระยะๆ เกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี ทุกครั้งถ้ามีอุปสรรคก็ได้ขอให้บอกมาว่าจะให้แก้อย่างไร ถึงวันนี้ยังเป็นเช่นนั้นอยู่


"ผมคุยกับคุณธานี คุณธานีบอกมั่นใจ ทำต่อได้ เดินต่อได้ ผมเชื่อความตรงไปตรงมาของคุณธานี จึงไม่หนักใจในคดีของคุณสนธิ ใครทำก็ต้องรับผลตามนั้น ทุกคดีต้องไม่มีสีสำหรับผม"นายอภิสิทธิ์กล่าว


ผู้ดำเนินรายการถามว่า สมมุติว่ามีนายทหารยศสูงมาเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะยศอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำ เพราะสิ่งหนึ่งที่พูดชัดเจนคือ ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายมานาน ทำให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ ดังนั้นดีที่สุดคือให้ไปสอบถาม พล.ต.อ.ธานีว่าได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตนหรือไม่ และถ้า พล.ต.อ.ธานีทำไม่ไหวหรือติดขัดอะไรก็ต้องบอกตน ถ้าบอกแล้วตนไม่ทำก็มาเล่นงานตนได้


เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ลงไปในรายละเอียด และไม่มาคาดคะเนด้วยตัวเอง ก็บอกให้ พล.ต.อ.ธานีทำไปตามพยานหลักฐาน ซึ่ง พล.ต.อ.ธานีจะไม่พูดทั้งหมด จะพูดคร่าวๆ ตนขอความเห็นใจ เพราะคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ถ้าจะบอกให้พนักงานสอบสวนมาบอกกับประชาชนว่ามีข้อมูลอะไรอยู่บ้างในมือ คงทำไม่ได้
"ผมชอบใจก็คือคุณธานีบอกกับผมเองว่าหลักการทำคดีของท่านจะไม่พูดง่ายๆ คือเหวี่ยงไปก่อน เสร็จแล้วไปวัดดวงเอา สุดท้ายเจอหลายคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือพอขึ้นศาลแล้วศาลยกฟ้อง ไม่ทำอย่างนั้น เอาความแน่นอนระดับหนึ่งถึงจะดำเนินการŽ นายอภิสิทธิ์กล่าว


ผู้ดำเนินรายการถามว่า แต่ พล.ต.อ.ธานีทราบใช่หรือไม่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ท่านก็ต้องทราบ และการเชื่อมโยงก็มี แต่ต้องมีพยานหลักฐาน" เมื่อถามว่า ถ้า พล.ต.อ.ธานีทราบก็ต้องรายงาน แสดงว่านายกฯต้องทราบเหมือนกัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ผมพยายามหาข้อมูลด้วยตัวเองบ้าง แต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกับสาธารณะ เดี๋ยวจะกลายเป็นชี้นำไป"

ต่อมานายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงกระแสข่าว พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. สั่งย้ายนายตำรวจที่เข้ามาร่วมคลี่คลายคดีลอบยิงนายสนธิว่า มีนายตำรวจที่ถูกยืมตัวมาช่วยคลี่คลายคดีแล้วถูกส่งตัวกลับไป เมื่อมีความต้องการให้อยู่ตรงนี้ต่อก็เลยดึงตัวกลับมา เมื่อถามว่า สอบถามเหตุผลจาก ผบ.ตร.หรือไม่ เพราะยืนยันตลอดว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีนายสนธิ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เท่าที่คุยกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้รับคำชี้แจงว่าตำรวจนายนี้มีภารกิจอยู่ที่ จ.สุราษฎรธานี ด้วย แต่ตนบอกไปว่าน่าจะมาทำคดีต่อ ส่วนที่มีข่าวออกมาว่านายตำรวจคนนี้กำลังตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์อยู่ ทำให้ถูกตัดตอนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เท่าที่คุยกับ ผบ.ตร. ไม่ใช่อย่างนั้น เอาเป็นว่าไม่ว่าจะมีปัญหาใดๆ หากทำให้คดีไม่คืบหน้า จะแก้ไขแน่นอน และ ผบ.ตร.ทราบดีว่าเป็นเรื่องสำคัญ


เมื่อถามว่า พล.ต.อ.พัชรวาทอยู่ในตำแหน่ง ผบ.ตร. ทำให้ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีรู้สึกหวาดผวา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงไม่ เพราะเท่าที่พูดคุยกับ พล.ต.อ.ธานี ได้รับคำยืนยันว่าไม่เป็นปัญหา และยังสามารถทำงานได้ เมื่อถามว่า ก่อน พล.ต.อ.ธานีจะเกษียณอายุราชการจะปิดคดีได้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ใช่ครับ ผมก็ย้ำไปตลอด ท่านก็บอกว่าท่านทำได้"เมื่อถามย้ำว่า คิดว่า พล.ต.อ.พัชรวาทไม่ใช่อุปสรรคในการสางคดีนี้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ในขณะนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น"เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าเหตุที่ไม่ย้าย ผบ.ตร. เพราะรัฐบาลไม่กล้าขัดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ชาย พล.ต.อ.พัชรวาท ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่มีความขัดแย้งระหว่าง ผบ.ตร. กับพนักงานสืบสวนคดีนายสนธิ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ท่านก็ไม่เห็นพูดอย่างนั้น"


ด้าน พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ สังกัดศูนย์ข่าว บช.ปส. ช่วยราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลอบยิงนายสนธิ ว่า หลังจาก พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. ลงนามคำสั่งให้ ส.ต.ท.วรวุฒิ ออกจากราชการแล้วเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เนื่องจากผิดวินัยร้ายแรงจากการขาดราชการเกิน 15 วัน ทำให้ความเป็นเจ้าพนักงานสิ้นสุดลง ส่งผลให้ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนและการอ้างตัวเป็นตำรวจได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อ ส.ต.ท.วรวุฒิได้ และยังไม่ได้รับการประสานมาทาง บช.ปส.ว่าผู้ต้องหาจะขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ทาง บช.ปส.ประสานติดต่อญาติของ ส.ต.ท.วรวุฒิเพื่อขอให้เข้ามอบตัวและแจ้งว่ามีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว แต่ทางญาติระบุว่าไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน ส่วนจะเข้ามอบตัวที่ใดเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่ไม่ได้ประสานมาทาง บช.ปส.แต่อย่างใด


พล.ต.ต.อดิเทพกล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษทำหนังสือลับส่งถึงอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อขอให้จัดทำฐานข้อมูลทะเบียนบุคคลใหม่ โดยขอให้เปลี่ยนชื่อนามสกุล และที่อยู่ของ ส.ต.ท.วรวุฒิ ให้เป็นนายอรรถพล ปาทาน เพื่อต้องแฝงตัวเข้าไปสืบราชการในขบวนการค้ายาเสพติดภาคใต้ว่า ตนเห็นว่าถือเป็นการยอมรับไปโดยปริยายว่า ส.ต.ท.วรวุฒิเคยทำงานให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษมาก่อน แต่ต้นสังกัดของ ส.ต.ท.วรวุฒิยังคงอยู่ที่ บช.ปส.


พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา และ ส.ต.ท.วรวุฒิ ว่าอยู่ระหว่างทำหนังสือไปสอบถามที่กองกำลังพล กองทัพบก ว่า จ.ส.อ.ปัญญาอยู่ในหน่วยงานหรือสังกัดใดที่ชัดเจน ส่วน ส.ต.ท.วรวุฒิยังไม่มีการยืนยันว่าจะเข้ามอบตัว ส่วนที่มีกระแสข่าว่ามีการตั้งค่าหัวสำหรับผู้แจ้งเบาะแสไปสู่การจับกุมบุคคลทั้งสองนั้น พนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีการหารือกัน และยังไม่มีการเรียกตัวนายทหารคนใดมาสอบสวนตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด


ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวระหว่างตรวจมาตรการรักษาความปลอดภัยการประชุมอาเซียนที่ จ.ภูเก็ต ถึงความคืบหน้าคดียิงนายสนธิ ว่ายังไม่ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.ธานี อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันการทำงานว่าระหว่างตนกับ พล.ต.อ.ธานี ว่าไม่มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด


ด้านนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทยและรองโฆษกของพรรค กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ถูกเชื่อมโยงเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีลอบยิงนายสนธิว่า มั่นใจว่า พล.อ.เชษฐาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เพราะไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับนายสนธิ จึงต้องถามกลับไปว่ามีการทิ่มแทงกันเองเพราะต้องการให้คนอื่นขึ้นมาทำงานแทนหรือไม่ การที่มีชื่อ พล.อ.เชษฐาเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีไม่เฉพาะ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่งุนงง แต่คนงงกันทั้งประเทศ แต่ตนยังไม่อยากเชื่อว่ามีความพยายามโยง พล.อ.เชษฐา เพราะเป็นที่ปรึกษาของพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม ครั้งแรกมีความพยายามโยงมาที่ตนและ พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เพื่อโยงไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากช่วงเกิดเหตุพวกตนเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่เกาะฮ่องกง จากนั้นเรื่องเงียบไป


"พ.ต.ท.ทักษิณเคยเล่าให้ผมฟังครั้งหนึ่งว่า มีซินแสชื่อดังของจีนบอกว่าจะกลับประเทศไทยได้ต้องฆ่าคน 4 คน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า ถ้าฆ่าคนเพื่อได้กลับประเทศไม่ทำ เพราะเป็นคนพุทธ จะยอมรอจนกว่าคนในประเทศจะเข้าใจ ซึ่งซินแสยังทำนายอีกว่า ดวง พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับประเทศแน่นอน แต่ช้าหรือเร็วอยู่ที่บุญกรรม ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจึงได้เดินทางไปศึกษาดูงานในประเทศต่างๆ เมื่อกลับมาแล้วจะได้ทำงานได้เลย"นายสุชาติกล่าว

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ : ขอม คือ ใคร Who are the Khom?

ที่มา ประชาไท

(1)
คำในภาษาเขียนและภาษาพูดของไทยและลาว คือ “ขอม-ขะแมร์-ขะเหมน-เขมร-กัมพูชา” (Khom, Khmer, Khamen, Cambodia) นั้นมีความยุ่งยาก สลับซับซ้อนมาก ทั้งในแง่ของความหมายว่าหมายถึงเรื่องของ “ชาติพันธุ์” หรือ “เชื้อชาติ” (คือหมายถึง “คน” ethnic/race) หรือหมายถึง “วัฒนธรรม” (“ภาษา” “อักษร” “ปราสาท-เทวรูป-พุทธรูป-ศิลปะ” culture/language/scripts/prasat/images) หรือว่าหมายถึง “นาม/ชื่อ” ของดินแดน อาณาจักร ประเทศชาติ ฯลฯ (place-names: land-kingdom-country-nation) หรือไม่และอย่างไร
คำชุดนี้ มีความยุ่งยาก สลับซับซ้อนไม่แพ้คำว่า “ไทย-ไท-ไต-ลาว-ฉาน-ชาน-ซำ-ซัม-สยาม-เสียม-เซียม-เสียน ฯลฯ” (Thai-Tai-Lao-Shan-Sam-Siam-Siem-Sien, etc.)
สำหรับคำว่า “ขอม” เป็นคำไทยและลาว และก็ไม่มีอยู่ในภาษาพูดหรือภาษาเขียนของกัมพูชาแต่อย่างใด คนกัมพูชา/เขมร ไม่รู้จักและไม่น่าจะสนใจคำว่า “ขอม” แต่คำๆนี้ ก็มีรากศัพท์มาจากภาษาของกัมพูชา กล่าวคือ ทั้งไทยและลาวนำเอาจากคำว่า “ขะแมร์-กรอม” (Khmer Krom) หรือ “เนี๊ยกอีกรอม” (คนใต้/ขะแมร์ใต้)
คำว่า “ขอม” นี้เราจะยังพบได้ใน “ภาษาเขียน” ของพระราชพงศาวดาร หรือไม่ก็ในตำนานไทย/ลาว เช่น “ขอมดำดิน” สมัยสุโขทัย หรือ “ขอมแปรพักตร์” สมัยต้นอยุธยา และเราก็ยังพบใน “ภาษาพูด” ของชาวบ้านทั่วๆไปในประเทศลาวและประเทศไทย เช่นคำว่า ปราสาทขอม ตัวขอม ยันตร์ขอม เทวรูปขอม พุทธรูปขอม หลวงพ่อขอม เป็นต้น
(2)
นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ (รวมทั้งจิตร ภูมิศักดิ์ และอุไรศรี วระศริน ซึ่งรู้ภาษาเขมรสมัยใหม่และสมัยโบราณ) ต่างก็ลงมติเห็นพ้องต้องกันว่า คำว่า “กรอม” นั้น แปลว่า “ต่ำ ใต้ ล่าง” ลิ้นไทย/ลิ้นลาว จะออกเสียงคำนี้กร่อนและเพี้ยนเป็น “กะหล๋อม” เป็น “กล๋อม” หรือเป็น “ก๋อม” ในที่สุดก็กลายเป็น “ขอม” นั่นเอง
ดังนั้น คำว่า “ขอม” นี้ ทั้งคนไทย/ทั้งคนลาวก็ใช้เรียก “ผู้คน ชนชาติ ปราสาท ตัวหนังสือ ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม” ที่พบทั้งในดินแดนกัมพูชา และทั้งที่พบในสยามประเทศ(ไทย) กับใน สปป. ลาว และก็ใช้กันแพร่หลายทั่วไปตั้งแต่สมัยสุโขทัยกับสมัยต้นอยุธยา (รวมทั้งในล้านนาและล้านช้าง)
อนึ่ง ขอแทรกเพิ่มเติมว่า คำว่า Khmer Krom หรือ “ขอม” นี้ ก็ยังใช้กันอยู่และพบทั่วไปในเวียดนามในปัจจุบัน ทางแถบใกล้ปากแม่น้ำโขง ติดกับพรมแดนกัมพูชาใกล้เมือง “ออกแก้ว” และฮาเตียน (บันทายมาศ) ซึ่งกำลังมีปัญหาเรื่อง “การละเมิดสิทธิมนุษยชน” ว่าด้วยเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ขะแมร์/เขมรในเวียดนาม ทำนองคล้ายกันกับ “ชาติพันธุ์มลายู” ในสามสี่จังหวัดภาคใต้ของไทย ทำนองเดียวกันกับธิเบตหรืออุยกูร์ในจีน
(3)
สำหรับคำว่า “เขมร” นั้นเป็นคำไทยที่สะกดตามตัวอักษรเดิม (และเพื่อความชัดเจน ขอถอดออกมาตามแบบอักษรละติน คือ Khmer) หากจะออกเสียงให้ถูกตามต้นตำหรับของเดิม ต้องรัวลิ้นมีตัว “ร.เรือ” อยู่ข้างท้ายด้วย เป็น “ขเมร” หรือ “ขะแมร”
แต่ลิ้นไทยลิ้นลาว ออกเสียงพยัญชนะตัวท้ายด้วยการทำให้ ร.เรือ กลายเป็น น.หนู ดังนั้น ก็เลยกลายเป็นคำในภาษาพูดว่า “ขะ-เหมน” (เหมือนคำว่า “นคร” ที่กลายเป็น “นะ-คอน” หรือ “คอน” หรือคำว่า “ละคร” กลายเป็น “ละคอน” แล้วก็กลายเป็น “โขน” ในที่สุด)
(4)
คำว่า “ขอม” เป็นคำที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อนมาก และด้วยทัศนคติที่มี “อคติ/มายาคติ” ของ “ลัทธิอำมาตยาเสนาชาตินิยม” ก็ทำให้มีการตีความเลยเถิดไปว่า “ขอมไม่ใช่เขมร” หรือ “เขมรไม่ใช่ขอม” หรือแม้กระทั่งเลยเถิดไปไกลถึงขนาดว่า “ขอมคือไทย/สยาม” หรือไม่ก็ “ไทย/สยามคือขอม” เป็นต้น
นี่เป็นมรดกตกทอดจากช่วงการเมืองทศวรรษ 2470 ที่เราจะพบได้ในงานของนักคิดนักเขียน และข้าราชการกรมศิลปากร อย่างหลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา) หรือนายธนิต (กี) อยู่โพธิ์ ที่ตกทอดมายังคนรุ่นต่อๆมา เช่น น. ประภาสถิตย์ หรือ “นายหนหวย” และ/หรือสำนักประวัติศาสตร์กับโบราณคดีของบางมหาวิทยาลัย เช่น มศว. หรือ ศิลปากร ในทางกลับกันกลุ่ม “ชาตินิยม” ดังกล่าว ก็จะกล่าวหาว่าสำนักที่เชื่อว่า “ขอมคือเขมร” หรือ “เขมรคือขอม” ก็จะถูกตราหน้าว่า “ตามก้นฝรั่ง” หรือ “สำนักฝรั่งเศส” อย่าง ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล และศิษย์
เราต้องไม่ลืมว่าในช่วงของทศวรรษ 2470 นั้น จะจบลงด้วยการ/ปฏิวัติ-รัฐประหาร 24 มิถุนายน 2475 ที่ทำให้กระแสของ “อำมาตยาเสนาชาตินิยม” ผงาดขึ้นมาแทนที่แทน “ราชาชาตินิยม” (ที่ศูนย์กลางของชาติย้ายจาก “กษัตริย์” มาเป็น “เชื้อชาติไทย” ดังที่ปรากฏในเนื้อร้องเพลงชาติใหม่ ที่ว่า “ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย”) เปลี่ยนจุดศูนย์กลางจาก “สีน้ำเงิน” มาเป็น “สีแดง” และนำไปสู่การเปลี่ยนนามประเทศ/เพลงชาติโดย “ปีกขวา” ของคณะราษฎร จาก “สยาม” เป็น “ไทย” จาก Siam เป็น Thailand
แม้แต่ “พระสยามเทวาธิราช” ก็ยังถูกเปลี่ยนนามเรียกไประยะหนึ่งว่าเป็น “พระไทยเทวาธิราช” ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้จะได้รับการทัดทานจาก “ปีกซ้าย” ของคณะราษฎร เช่น นายปรีดี พนมยงค์ หรือหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ก็ตาม และมรดกของลัทธิชาตินิยม (Nationalism) ที่แปรเปลี่ยนรูปไปเป็น “เชื้อชาตินิยม” (Racism) เช่นนี้ ก็ยังอยู่กับเราจนถึงปัจจุบัน เหมือนๆกับ “วาทกรรม-ขอมไม่ใช่เขมร” นั่นเอง
จำได้ว่าครั้งหนึ่งสำนักศิลปวัฒนธรรม สมัยสุจิตต์ วงษ์เทศ ยังเป็น บก. อยู่นั้น ได้จัดอภิปรายเรื่อง “ขอม คือ ใคร” ณ หอศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ สะพานผ่านฟ้า โดยเชิญนักวิชาการทั้ง 4 มาร่วมอภิปราย คือ ดร.ประเสริฐ ณ นคร, ศรีศักร วัลลิโภดม, ไมเคิล ไรท์, และชาญวิทย์ เกษตรศิริ
ในตอนท้ายของรายการ มีการยิงคำถามตรงว่า “ท่านคิดว่า ขอมคือเขมร ใช่หรือไม่” ดร. ประเสริฐ ตอบอย่างเนิบนาบและเชื่องช้าตามแบบของท่านว่า “อือ... ใช่” ส่วนไมเคิล ไรท์ และชาญวิทย์ ตอบตรงว่า “ใช่” เช่นกัน มีเพียงท่านเดียว คือ ศรีศักรที่ตอบปฏิเสธ
(5)
กล่าวโดยย่อ อันว่าเทือกเขาพนมดงรัก พรมแดนของสยามประเทศ(ไทย)-ลาว-กัมพูชานี้
ที่ด้านหนึ่งทางเหนือ คือ “ขะแมร์เลอ” หรือ “เนี๊ยกอีเลอ” กับอีกด้านหนึ่งทางใต้ คือ “ขะแมร์กรอม” หรือ “เนี๊ยกอีกรอม” เป็นดินแดนของชนชาติ “ขอม-ขะแมร์-ขะเหมน-เขมร-กัมพูชา” ที่อาศัยอยู่ร่วมกับชาติพันธุ์อื่น ๆอันหลากหลายของอุษาคเนย์
ชนชาตินี้ประสบความสำเร็จในการสร้างอารยธรรมอันยิ่งใหญ่และสูงส่งของ Angkor หรือ “อาณาจักรเมืองพระนคร” (Angkorian Kingdom ที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “นครวัดนครธม”) อันเป็นมรดกวัฒนธรรม “ร่วม” ตกทอดมามาสู่ “รัฐ-ชาติ” (nation-state) สมัยใหม่ อย่าง กัมพูชา-ลาว-ไทย
ทั้ง Thailand ทั้ง Laos ทั้ง Cambodia เป็นหนี้ทางวัฒนธรรมต่อ Angkorian Kingdom แน่นอนผู้ที่สืบมรดกโดยตรง ก็คือ ประชาชนและประเทศชาติกัมพูชาในปัจจุบัน นั่นเอง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง “ขอม-ขะแมร์-ขะเหมน-เขมร-กัมพูชาโบราณ” นั้น ดูประหนึ่งน่าจะเป็น “กรีก-โรมัน” แห่งอุษาคเนย์ แน่นอนขอม/เขมรโบราณ ก็เรียนรู้และลอกเลียนมาจากอินเดีย มาจากทมิฬ อีกทอดหนึ่ง วัฒนธรรมเป็นเรื่องของการไหลทอดถ่ายเท หยิบยืม ส่งออกและนำเข้าอยู่ตลอดเวลา หาได้จำกัดอยู่ในโลกแคบๆ ตามจินตนาการของผุ้คนของ “รัฐ-ชาติ” สมัยใหม่ไม่
ผู้คนกัมพูชาปัจจุบันบางกลุ่ม รังเกียจเสียงและสำเนียงของคำพูดว่า “ขะเหมน” ของไทยและลาว เพราะตีความว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยามทางชาติพันธุ์/เชื้อชาติ ดังนั้นเพื่อ “สมานฉันท์” กับเพื่อนบ้านในสุวรรณภูมิ/อุษาคเนย์/อาเซียน เพื่อการสร้าง “สปิริตอาเซียน” ขึ้นมาให้จงได้ เราต้องยกเลิก “นโยบายอสมานฉันท์” กับเพื่อนบ้าน เราต้องขจัดซึ่ง “อคติ” และ “มายาคติ” ที่เป็นมรดกตกทอดที่เป็น “อประวัติศาสตร์” และ “วาทกรรม” ประเภท “ขอมไม่ใช่เขมร” และ/หรือ “การเสียดินแดน” ประเภท “เสียแล้วเสียอีก” แต่ไม่เคย “ได้ดินแดน” เอาเสียเลย
และหากจะเลี่ยงในภาษาพูด ไม่ใช้คำว่า “ขะ-เหมน” หันไปใช้คำว่า “กัมพูชา” หรือคำว่า “ขะแมร์” ก็จะดีกว่า เหมือน ๆ กับที่เราควรเลี่ยงไม่ใช้คำว่า “เจ๊ก” สำหรับเรียกคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว จีนฮกเกี้ยน จีนกวางตุ้ง จีนแคะ จีนไหหลำ นั่นเอง