WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, July 21, 2009

ถึงคิวคนขี่เก๋งกัดมาร์คจมเขี้ยววิสัยทัศน์โคตรๆ

ที่มา Thai E-News


โดย คุณเหล่านั้งเคียวห่วย
ที่มา บอร์ดรัชดา พันทิป
21 กรกฎาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:กระทู้"ผมรักนายกอภิสิทธิ์ เพราะท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล"เป็นการแซววาทีอย่างเจ็บแสบถึงทรวงของห้องสนทนารัชดา เวบพันทิป ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวแทนของชนชั้นกลางของประเทศที่มีรถยนต์ขับ มีผู้ร่วมแจมความคิดเห็นมากกว่า600ความเห็น ขึ้นเป็นกระทู้แนะนำ และเจ้าของกระทู้ได้รับกิ๊ฟไปท่วมท้น เชิญอ่าน


ผมรักนายกอภิสิทธิ์ เพราะท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล

รัฐบาลท่านนายกอภิสิทธิ์ ท่านมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลกว่าใครจะคาดคิดนะครับ ประชาชนตัวเล็กตัวน้อยโง่ๆอย่างเราไม่รู้อะไรซะเลย
เพราะท่านมีนโยบายทำประเทศไทยให้เป็นเมืองน่าอยู่คือ

1.แก้ไขปัญหารถติด ด้วยการขึ้นภาษีน้ำมัน หรือการนำเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

2.ส่งเสริมให้คนไทยทันยุค ทันสมัยต่อเหตุการณ์โลก ดูได้จากไขหวัดใหม่สายพันธุ์ใหม่2009 ประเทศไทยทันสมัยมาก เป็นกับนานาอารยะประเทศ แถมยังก้าวล้ำนำไกล เริ่มมีคนทันสมัยติดโรคเยอะกว่าประเทศอื่นแล้ว

3.ลดจำนวนประชากรในเมืองใหญ่ ไม่ให้กระจุกตัว ด้วยการปล่อยให้มีการแพร่ระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่2009

4.ให้ประชาชนรู้สำนึก รักบ้านเกิด กลับบ้านกลับช่อง กลับบ้านที่ตนเองเกิด ด้วยการทำให้เศรษฐกิจแย่ลง ไม่มีงานทำ คนที่มาทำงานให้เมืองหลวง จะได้กลับบ้านไปทำไร่ไถนาต่อไป

5.ส่งเสริมการเกษตร เพราะงานเมืองหลวงไม่มีให้ทำแล้ว

6.ส่งเสริมการให้ความอบอุ่นแก่ครอบครัว เพราะเศรษฐกิจไม่ดี งานไม่มี เงินก็ไม่มา เงินก็ไม่มีเที่ยวตามคาเฟ่ เที่ยวกลางคืนกลับบ้านหาลูกหาเมีย

7.ส่งเสริมให้คนไทยรู้จักความพอเพียง พอกินพอใช้มีเท่าไหร่ใช้เท่านั้น

8.แก้ไขปัญหาการซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร

9.ส่งเสริมให้คนไทยใช้ของอย่างคุ้มค่า เช่นรถยนต์ใช้ได้ก็ใช้ไป เสียก็ซ่อม เสียบ่อยก็ทนซ่อมเอา เพราะไม่มีเงินไปซื้อรถใหม่

10.ส่งเสริมวิชาชีพ รถเสียก็ซ่อมเอา ซ่อมบ่อยๆเสียแต่เงิน ก็หันมาศึกษาเรียนรู้เอง จะได้ซ่อมเป็น

11.ให้คนไทยรักสิ่งแวดล้อม ลดการใช้รถยนต์ หันมาใช้จักรยาน เพราะ...ไม่มีเงินเติมน้ำมัน

12.ให้คนไทยสุขภาพดี ไม่ขี้เกียจ ไปไหนที่ไม่ไกลนักก็เดินเอา จากเมื่อก่อนแค่300-500เมตร เรียกมอไซค์รับจ้างกันแล้ว แต่เดี๋ยวนี้1กม.เดินเอาก็ได้ แค่นี้เอง

13.รัฐบาลชุดก่อนทำราคาที่ดินสูงกว่าความเป็นจริง ท่านนายกอภิสิทธิ์ท่านจึงทำราคาที่ดินให้ต่ำลง เพื่อที่จะได้ให้คนไทยที่ยังไม่มีที่ดินได้จับจ่ายซื้อกันง่ายยิ่งขึ้น

14.ยังนึกไม่ออก เดี๋ยวค่อยมาต่อ



ผู้ร่วมแจมกระทู้รายหนึ่งอภิปรายว่า มาดูตารางของท่าน Mr. NATO (์No action talk only) ดีกว่าครับ

เมื่อวานนี้ท่าน Mr.NATO ก็เพิ่งไปงาน แซกโซโฟน โลกมา

ไล่จับเงาตัวเอง!! เหลวทั้ง ครม.

ที่มา บางกอกทูเดย์

เวลาและวารี ไม่ยินดีจะรอใคร!!!ฉะนั้น คนที่ทำงานเป็นย่อมจะรู้ดีว่า หากจะให้เห็นผลงานทันอกทันใจ จะต้องลงมือทำให้ทันกับเวลาที่เดินไปข้างหน้าตลอดเวลาหากอาศัยเพียงลมปาก ซื้อเวลาปล่อยผ่านไปวันๆ ผลงานที่ได้ก็เพียงแค่น้ำลายที่ฟุ้งกระจายและหล่นร่วงลงสู่พื้นดินเท่านั้นย่อมยากจะจับต้องได้ หรือยากที่จะเป็นรูปธรรมให้ควรค่าแก่ความภาคภูมิใจทำงานเป็นหรือไม่เป็น ต่างกันตรงนี้แหละโดยเฉพาะในการเป็นรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่สื่อมวลชนต่างๆต้องการเห็นผลงานและตรวจสอบการทำงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพประชาชนทั้งประเทศก็แหงนคอรอคอยผลงานที่จะช่วยให้ลืมตาอ้าปาก มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยกันทั้งนั้นดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมื่อผ่านระยะเวลาในการเป็นรัฐบาลมาได้ 6 เดือน หรือ 180 วันแล้ว จะมีคำถามพุ่งเข้าใส่รัฐบาลที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีว่าผลงานอยู่หนใดผลงานมีอะไรบ้าง???เพราะในความเป็นจริง ดูเหมือนแม้แต่ผู้ที่เชียร์หรือสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็ยังยอมรับว่ายังหาผลงานที่เป็นจุดเด่นจริงๆ จังๆ ของรัฐบาลชุดนี้ได้ลำบากแต่หากมองหาร่องรอยความขัดแย้งในการทำงานร่องรอยของปัญหาและความล้มเหลวในการทำงานสารพัดโครงการแล้ว…น่าจะหาได้ง่ายกว่าทั้งๆ ที่หากยังจำกันได้ในช่วงการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์เคยออกนโยบาย แผนปฏิบัติการ 99 วันทำได้จริง เอาไว้อย่างสวยหรูแต่ทำไมเมื่อได้โอกาสพลิกขึ้นมาเป็นรัฐบาลเข้าจริงๆ จนผ่านไปกว่า 180 วันแล้ว ผลงานกลับไม่มีอะไรที่เป็นเนื้อเป็นหนังแต่อย่างใดซึ่งในแผนปฏิบัติการ 99 วันทำได้จริง ที่ นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะทำงานขับเคลื่อนวาระประชาชนของพรรค ได้ประกาศไว้นั้นมีทั้งเรื่องลดค่าครองชีพ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนโยบายเรียนฟรีที่สำคัญนายอภิสิทธิ์ได้มีการยืนยันไว้ด้วยว่า พร้อมจะรับผิดชอบกับสิ่งที่พรรคได้ประกาศออกไป หากว่าไม่สามารถทำได้จริงแล้ววันนี้ เป็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มในมือ

แม่ทัพนายกองขุนทหารที่คุมกำลังในยุคปัจจุบัน ก็หนุนอย่างพร้อมพรั่งกลุ่มม็อบพันธมิตรฯ ก็ทำตัวเรียบร้อย ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาลเลยแม้แต่นิดเดียวกลุ่มสังคมชั้นสูง กลุ่มธุรกิจ กลุ่มผู้กุมอำนาจ ล้วนแล้วแต่ส่งเสริมให้กำลังใจและให้แรงเชียร์กันอย่างชัดเจนแล้วไฉนผลงานของรัฐบาลเทพประทานจึงหาได้ยากยิ่งด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ว่า 6 เดือนแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนได้จริงทั้งยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ แม้แต่การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009เพราะถึงขณะนี้ นายวิทยา แก้วภราดัย คนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีมาตรการป้องกันที่ดีพอ จนทำให้ลุกลามไปทั่วประเทศสุดท้ายต้องเปลี่ยนโหมดจากการป้องกันการแพร่กระจายมาเป็นโหมดของการรักษาเยียวยา และรอคอยความหวังที่ฝากไว้กับวัคซีนซึ่งกว่าจะมาก็อีก 5 เดือน ประมาณเดือนธันวาคมหรือมกราคม 2553 โน่นแหละซึ่งไม่รู้ว่าระหว่างทางที่รอคอย ประชาชนคนไทยจะต้องตายกันอีกเท่าไร เพราะเวลานี้ได้ใช้วิธีแก้ไขปัญหาด้วยการเปลี่ยนการสรุปรายงานจาก Daily Report มาเป็น Weekly Reportไปแล้วฉะนั้น ตัวเลขต่างๆ จึงถูกประวิงให้ล่าช้าไปหมดแม้แต่ข้าราชการระดับ 8–9–10 ในกระทรวงยังบ่นอุบว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีไม่ใช้งาน เลือกใช้แต่คนรอบข้างที่ทำงานไม่เป็น หรือทำงานให้เสียหายมาแล้วก็ยังทู่ซี้ใช้งานกันอยู่มาที่เรื่องของ ปัญหาค่าครองชีพ ซึ่งรัฐบาลแทนที่จะสร้างผลงานให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมีความสุข เพราะสู้อุตส่าห์ทุ่มทุนแจกเงินช่วยค่าครองชีพเป็นเช็คช่วยชาติคนละ 2,000 บาทให้กับ 8 ล้านกว่าคนแต่เงินเช็คช่วยชาติช่วยอะไรไม่ได้เลย เมื่อเทียบกับการที่กระทรวงการคลังได้มีการไปขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพราะเติมน้ำมันราคาแพงหูตูบแค่ 2-3 ครั้ง ก็หมดเกลี้ยงแล้ว2,000 บาท

จึงทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นการทำที่ไม่เหมาะสมแทนที่จะขึ้นภาษีเหล้าขาวกลับขึ้นภาษีน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนในการขนส่ง ต้นทุนสินค้าทุกชนิด จนทำให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็นแต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่าง นายกรณ์ จาติกวณิชรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังหรือแม้แต่นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ก็อ้างแต่ว่าเป็นเพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดจากระดับ 120 เหรียญต่อบาร์เรล ลงมาอยู่ที่ 60 เหรียญต่อบาร์เรลแล้ว แต่ราคาน้ำมันในประเทศไทยก็ยังสูงอยู่ในระดับเดิมๆและแม้ว่าจะมีกระแสข่าวออกมาว่า เพื่อลดแรงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน อาจจะมีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงมา แต่ก็มีข่าวออกมาในทันทีว่า หากลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันก็จะเพิ่มการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันแทนในทันทีซึ่งสุดท้ายที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ยังไม่กล้าที่จะพิจารณาเรื่องนี้แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ราคาน้ำมันที่ยังสูงอยู่ ได้กดดันให้ค่าครองชีพไม่ได้ลดลงอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศไว้ยิ่งเรื่องของ ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ประชาชนเห็นชัดเจนว่าปัญหายุติหรือว่าปัญหารุนแรงขึ้นกันแน่ เพราะการลอบทำร้ายลอบฆ่าผู้บริสุทธิ์ ยังคงเกิดเป็นรายวันไม่ยอมหยุด ซ้ำบางช่วงยังปะทุมากขึ้นด้วยแต่แทนที่นายอภิสิทธิ์จะเลือกลงไปดูแล สร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและข้าราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับเลือกที่จะไปลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วขนกองกำลังอารักขาไปเต็มเพียบ ทั้งกำลังทหาร ทั้งเฮลิคอปเตอร์หรือแม้แต่เสื้อเกราะทั้งๆ ที่บุรีรัมย์ไม่ได้เป็นดินแดนมิคสัญญี หรืออันตรายมีเหตุรุนแรงเช่นที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้เสียเมื่อไหร่ภาพที่ออกมาในสายตาประชาชนจึงติดลบไปเต็มๆ

แถมผลงานที่ได้ก็คือ ไปรับงาช้างคู่งามมาจาก นายโสภณซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งปกติงาช้างคู่งามๆขนาดนั้น มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000–300,000 บาทอย่างแน่นอนเลยกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกว่า รับของที่มีมูลค่ามากกว่า 3,000 บาทได้อย่างไร!!!ในขณะที่นายโสภณเองก็โดนตั้งคำถามว่า งาช้างคู่งามและมีราคาขนาดนี้ ตอนลงบัญชีแจ้งทรัพย์สินไม่เห็นแจ้งเอาไว้เลยว่างาช้างนี้ท่านได้แต่ใดมาที่สำคัญ แม้แต่แผนงานในเรื่องของ นโยบายเรียนฟรีซึ่งควรเป็นมาตรการที่ทำได้จริงมากที่สุด กลับกลายเป็นว่าในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มาตรการเรียนฟรีถูกวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาผู้ปกครองทั่วประเทศอย่างหนักเพราะจนถึงวันนี้ยังไม่มีผู้ปกครองคนใด พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเรียนฟรีเลยจริงๆมีแต่จ่ายน้อยหรือว่าจ่ายมากซึ่งส่วนใหญ่และโดยเฉพาะกรณีที่บุตรหลานเรียนอยู่โรงเรียนเอกชน เกือบ 100% ยังจ่ายหนักในระดับเรือนหมื่นบาทต่อภาคการศึกษาอยู่เช่นเดิมแต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดในช่วงของการถามหาผลงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้น ปรากฏว่ามีกรณีของการขัดแย้งในรัฐบาลออกมาเป็นระยะ เช่น กรณี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านเศรษฐกิจ ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีความขัดแย้งในการทำงาน แย่งผลงานกับ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาโดยตลอด จนทำให้การแก้ไขในเรื่องราคาพืชผลทางด้านการเกษตรไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรหรือกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า นายกอร์ปศักดิ์มีการไปบ่นกับคนใกล้ชิด แล้วคนใกล้ชิดก็เอามาเล่าต่อให้นักข่าวสายทำเนียบฟังอีกทีว่านายกอร์ปศักดิ์ไม่แฮปปี้กับการทำงานของ นายกรณ์จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางการทำงานของนายกรณ์ที่มัวไปให้ความสำคัญกับมาตรการไทยเข้มแข็งซึ่งเป็นมาตรการระยะปานกลางถึงระยะยาว และเอาแต่ลงพื้นที่ต่างจังหวัด แทนที่จะเร่งมาตรการระยะสั้น เร่งการเบิกจ่ายงบ เพื่อให้เศรษฐกิจกระเตื้องเร็วขึ้นกลับไม่ทำ

รวมไปถึงแม้แต่กระทั่งการทำงานของนายอภิสิทธิ์นายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อย เพราะภาพของนายอภิสิทธิ์ในเรื่องการทำงาน สะท้อนว่าที่ผ่านมาไม่ได้ดูแลภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจังมัวแต่ไปให้ความสำคัญกับงานรับเชิญไปเปิดงานสัมมนาและงานแสดงสินค้า โดยแต่ละวันจะมีงานกล่าวปาฐกถาไม่ต่ำกว่า 1-2 งานและเกิดปัญหางานชนกันมาแล้วคือ มีกำหนดแถลงผลงานรัฐบาล 6 เดือนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)แต่นัดชนกับการแถลงผลงานของกระทรวงยุติธรรม ทำให้ที่สุดไม่ไปแถลงผลงานร่วมกับ สศช.พอเรื่องนี้ปูดออกมาเท่านั้น นายกอร์ปศักดิ์ก็ดิ้นพล่านรีบแก้ข่าวเลยว่า ไม่จริง ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ยังทำงานร่วมกับทั้งนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ได้เป็นอย่างดีแต่แน่นอนว่าเรื่องนี้แม้จะปฏิเสธเสียงแข็งคอเป็นเอ็นแต่ลึกๆ แล้วก็ยังเป็นร่องรอยที่เห็นชัดเจนถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้นอกเหนือจากผลงานความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเด่นชัดระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวินซึ่งจนวันนี้ โครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ซึ่งโดยหลักการแล้วเป็นเรื่องดีเป็นเรื่องจำเป็นของคนกรุงเทพฯแต่พอถูกเอาไปโมดิฟายด์เป็นโครงการโคตรรถเมล์ฝังเพชรเท่านั้น โครงการนี้ก็เลยไม่เกิดถึงเวลาหรือยัง ที่นายอภิสิทธิ์จะต้องหันมาทบทวนบทบาทของตนเอง ทบทวนความสามารถในการทำงานของตนเองและบรรดารัฐมนตรีร่วมคณะทั้งหลายว่าหากมีผลงานแค่ไรฝุ่นแบบนี้ ประชาชนมองไม่เห็นจริง!!!หากยังไม่ยอมตาสว่าง...เวลาที่พยายามซื้ออาจจะหดสั้นลงก็เป็นได้เพราะทุกวันนี้นายกฯ อภิสิทธิ์และ ครม. มีสภาพเหมือน“คนไล่จับเงาตัวเอง”?!? ■

ถึงเวลา!

ที่มา บางกอกทูเดย์

น.พ.สมชัย นิจพานิช รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และคณะประมาณ 10 คน ได้ยกขบวนมาเยี่ยม “บางกอกทูเดย์” ถึงสำนักงาน นำคู่มือการป้องกันโรคหวัดสายพันธุ์ใหม่2009 มาฝากให้ประชาสัมพันธ์แม้จะมาช้าไปนิด แต่ก็เข้าหลักเกณฑ์ “มาช้าดีกว่าไม่มา”คุณไพวงษ์ เตชะณรงค์ บิ๊กบอสที่นี่พร้อมกับผู้สื่อข่าวที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผม ก็ได้มีโอกาสนั่งซักถามความข้องใจทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ “ไข้หวัดนรก” นี้เพราะ....ข้อมูลที่เราได้รับมาก็เท่ากับคนไทยทั้งประเทศที่ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้กี่คนกันแน่ และเสียชีวิตไปแล้ว 30 รายจริงหรือเปล่า??ท่านรองอธิบดี น.พ.สมชัย อธิบายว่า ความจริงแล้วขณะนี้มีผู้ป่วยเป็น “โรคหวัด 2009” ถึง 1,000,000 คน ไม่ใช่หลักแสนแต่ผู้เสียชีวิตมีแค่ 30 ราย!!ในความคิดผมซึ่งเป็นผู้เขียน อัตราส่วนอย่างนี้ยังถือว่าน้อยมาก แต่ก็จะประมาทและมองข้ามไม่ได้!!ท่านรองอธิบดีอธิบายพอให้เข้าใจได้ว่า คนที่ป่วยเป็น“หวัด 2009” ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดมักมี “โรคแทรก”คือ โรคปอด โรคหืดหอบ ถึงจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตนอกนั้นมักจะปลอดภัย!!ด้วยคำอธิบายของคนระดับรองอธิบดีกรมควบคุมโรคซึ่งมาแทนท่านอธิบดีอย่างนี้ ผมก็นึกถึงความล้มเหลวอย่างหนึ่งของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ที่มี คุณวิทยาแก้วภราดัย เป็นรัฐมนตรีความล้มเหลวในการ “ประชาสัมพันธ์” ให้ผู้คนรับรู้

อย่างเป็นระบบ ที่เรียกกันอย่างโก้เก๋ว่า ประชาสัมพันธ์เชิงรุกรัฐบาลมีงบประชาสัมพันธ์มากมายเป็นพันๆ ล้าน โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข จึงน่าจะนำข้อมูลเรื่องราวที่เกี่ยวกับ“ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ให้โทรทัศน์ วิทยุและหนังสือพิมพ์ ลงให้ในรูปแบบโฆษณา ปูพรมให้ทั่วถึงคนไทยก็จะได้รู้จักไข้หวัดชนิดนี้มากขึ้น ไม่ต้องมานั่งจินตนาการหรือคิดเองเออเอง??มันจะหมดซักกี่ร้อยล้านหรือกี่พันล้าน น้อยกว่าการสูญเสียใน “บุฟเฟ่ต์ คาบิเนต” ที่ประเทศชาติต้องสูญเสียเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้าน??อย่าคิดว่าเป็นการเสียหน้าหรือลอกเลียนแบบอะไรเลยกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของ วิทยา แก้วภราดัยควรจะดูตัวอย่างที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทำไว้สมัยต่อสู้กับ “ไข้หวัดนก” ที่น่ากลัวกว่านี้หลายเท่า ช่วงเป็นรมว.กระทรวงนี้คุณสุดารัตน์ทุ่มเงินในการทำความเข้าใจให้กับประชาชนเป็นร้อยๆ ล้าน ซึ่งมันถูกเหลือเกินเมื่อเปรียบเทียบกับความปลอดภัยของประชาชนกว่า 63 ล้านในสถานการณ์ที่อึมครึมวังเวงอย่างนี้ ก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่พอช่วยให้คนไทยหายใจอึดอัดน้อยลง คือ การโดดลงมากำกับการแสดงเองของ คุณชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคนี้มาร่วมกันแสดงความคิดในการป้องกันรักษาเยียวยาไอเดียอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ชวน หลีกภัย ในการคิดริเริ่มให้มี “สาธารณสุขหมู่บ้าน” จะเป็นการช่วยผู้คนที่ยากไร้ในบ้านนอกลึกๆ ไกลปืนเที่ยงให้พอมีลมหายใจต่อไปเป็นการให้โอกาสและแก้ปัญหาอย่างตรงเป้า!!สำหรับรัฐบาล? รีบทำรีบตัดสินใจเสียเถิดครับ ถึงเวลาที่ท่านและพรรคพวกใน ครม. ต้องทำอะไรสักอย่าง ให้คนไทยเชื่อว่าตอนนี้เรายังมีรัฐบาลอยู่!! ■

ทางออกประเทศท้าทายคนไทย

ที่มา บางกอกทูเดย์

ยังเป็นเรื่องถกเถียงกันว่า ความสมานฉันท์ ระหว่างคนไทย จะเกิดขึ้นได้ และเป็น “ทางออก” ทางเดียวที่ปลอดภัย และรักษาประเทศในการปกครองระบอบประชาธิปไตย...สามารถจะเกิดขึ้นได้หรือไม่? และอย่างไร?ต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า...ก่อนอื่นคนไทยทุกพวกทุกฝ่ายต้องทำใจเป็นกลางด้วยความบริสุทธิ์ใจ และตั้งใจจะให้ “ทางออก” ที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้นเกิดขึ้นจริง โดยต้องสลัดข้างสลัดพวกออกให้หมดโดยสิ้นเชิงและทุกคนต้องยอมรับว่า การหา “ทางออก” นี้ถ้าเราไม่แสวงจุดร่วมและสงวนจุดต่างแล้ว เรื่องที่พยายามคิดเรื่องนี้จะไม่มีทางเกิดและเป็นไปได้เลยนั่นหมายความว่า สุดท้ายประเทศไทยจะเป็นอย่างไร พวกเราก็ไม่สามารถกำหนดชะตาประเทศให้เกิดในทางที่ดีร่วมกันได้ผมจะไม่พูดถึงฝ่าย ไม่ว่าเสื้อเหลือง เสื้อแดงเสื้อน้ำเงิน และเสื้อสีไหน ที่ยังมีอคติของตัวเองอยู่ผมจะพูดถึงวิธีที่จะทำให้ ทางออก ที่ปลอดภัยสำหรับประเทศไทยและประชาชนทุกคน จะได้กลับมาสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยสงบสันติสุขเหมือนเดิมที่เคยมีในอดีตแรกสุดต้องคิดตรงกันก่อนว่า เราจะช่วยกันสร้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ

อธิปไตยและเจ้าของประเทศต่อมา...เราต้องสร้าง มาตรฐานนักการเมือง เพื่อให้เป็น ความหวังของประเทศไทยให้ได้และถ้าจะให้เกิดขึ้นได้จริง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ต้องสร้างให้เกิดมาตรฐานนักการเมืองตัวอย่างขึ้นให้ได้ โดยจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศไทย ไม่ใช่ของพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคใดทั้งสิ้นและส่วนสำคัญที่จะเกิดทางออกที่ว่านี้ได้จริงทหาร ต้องเป็น ทหารอาชีพจริงๆ ไม่ใช่ด้วย ปากแต่ต้องด้วย การกระทำ และ ความประพฤติ...ที่สำคัญทหารจะต้องไม่ออกมาเล่นการเมืองไม่ว่าจะอยู่ข้างไหนก็ตาม หมายความถึง ทหาร ต้อง “ปาก” กับ “ใจ”ตรงกันที่ การกระทำทุกคนทุกฝ่ายต้องเอาเส้นแบ่งระหว่างพรรคใหญ่ 2พรรคออกจากกัน คือ พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยเพราะตราบใดที่มีเส้นแบ่งก็ยังมีข้างมีฝ่ายที่จะขาดไม่ได้เลย คือ ระบบความยุติธรรม ไม่ว่าจะด้วยกฎหมายหรือองค์การอิสระ และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจทางกฎหมายต้องไม่มี 2 มาตรฐาน ต้องไม่มีฝ่ายรัฐบาลต้องไม่มีฝ่ายค้านโดยเด็ดขาดที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ...สื่อมวลชน ทุกคนทุกแขนงต้องทำงานด้วย ความยุติธรรม เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบทุกฝ่ายด้วยมาตรฐานและวิธีการที่ไม่แตกต่างกันทั้งหมดนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่คิดได้ไม่ยากครับแต่ปฏิบัติจริงๆ ได้ยากทั้งหมด คือ ความท้าทายที่จะพิสูจน์ว่า ใครก็ตามที่บอกว่ารักประเทศไทยรักระบอบประชาธิปไตย จะทำพร้อมกันได้จริงหรือเปล่าอยู่กับพวกท่านทุกคนครับ ■

ไม่ต้องปลด

ที่มา บางกอกทูเดย์

นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..จะไม่ฟังใครไม่สนใจใคร..ในเรื่องที่พวกเขาร้องเรียนกล่าวหา..และระบุว่า..ให้ปรับปรุงคณะรัฐมนตรี และขอรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่..ที่ไม่ใช่ นายกษิต ภิรมย์134 ปี จากวันที่ 14 เมษายน 2418 นับตั้งแต่ท้วม บุนนาค หรือเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี..รับหน้าที่เป็นผู้ว่าการต่างประเทศ ตราบจนเมื่อ 51ปีที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย..พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธุ์ ได้สร้างเกียรติอันยิ่งใหญ่..ในตำแหน่งประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติกระทรวงการต่างประเทศของไทย..ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของผู้มีบทบาทในภูมิภาคและในโลก..พลจัตวาชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ..ยอมเสี่ยงชีวิตเอาตัวเป็นประกัน เพื่อนำผู้ก่อการร้ายชาวอาหรับออกจากสถานทูตอิสราเอล เป็นข่าวใหญ่ข่าวดังไปทั่วโลก ยกย่องกระทรวงการต่างประเทศของไทยไม่น่าเชื่อ..วันนี้ไม่นานมานี้แม้แต่..พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน..อดีตผู้

บัญชาการทหารบก..ยังกล่าวต่อผู้ฟังในที่สาธารณะว่า..“ประเทศไทยขณะนี้ไม่รู้เป็นอะไรถึงทะเลาะกับเพื่อนบ้านไปหมด ทั้งประเทศสิงคโปร์ ลาว กัมพูชา พม่า บางทีก็เลยไปถึงเวียดนาม ผมจึงสงสัยว่านโยบายต่างประเทศของรัฐบาลนี้เป็นอย่างไร ทำไมจึงเกิดลักษณะเช่นนี้ขึ้น แม้แต่ประเทศลาวซึ่งภาษาใกล้เคียงกับเรายังเกิดปัญหา เพราะเราไม่จริงใจกับเขา”ไม่กี่วัน..ผู้ยิ่งใหญ่แห่งกระทรวงการต่างประเทศ..เปิดปากว่า นิการากัวเขาเลือกทักษิณ..นั่นแปลว่าอะไร..นั่นเป็นวิธีการของกระทรวงต่างประเทศหรือ..กับวิธีการมาเฟีย..ให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเลือกเอาระหว่างการตามใจหรือไม่ตามใจวิบัติแล้ว..ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย..กลับไปถามครูบาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ท่านอุตส่าห์เรียนจนจบออกมา..มันอยู่ในตำราเล่มไหน..จะมีก็แต่ในคุกบางขวาง..ในแดนต่ำสุดเท่านั้น..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..ไม่ต้องปลดไม่ต้องเปลี่ยนนายกษิต ภิรมย์..ดูกันทีว่า..รัฐบาลนี้จะยั่งยืนอยู่ได้นานแค่ไหน..อยากรู้ว่าคนอย่างสุรินทร์ พิศสุวรรณ..หรืออย่างอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัยจะทนได้..อยากจะรู้ว่าประชาชนคนไทย..จะทนได้อีกนานแค่ไหนอย่าปลด อย่าเปลี่ยนแล้วมาลองดูกัน ■

กลุ่มหนุนแห่รอ “เซลายา” กลับประเทศถึงบ้านพัก

ที่มา ประชาไท

เจรจารอบสุดสัปดาห์นี้ไม่เป็นผล มิเชลเลตตีไม่ยอมรับมติรัฐบาลร่วม ด้านเซลายายังคงหนุนให้มีการต่อต้านรัฐบาลชั่วคราว เพื่อให้เขาเตรียมตัวกลับประเทศได้ หลายคนยังหวั่นสงครามกลางเมือง ขณะที่กลุ่มสนับสนุนเซลายาบางส่วนไปที่บ้านพักของเซลายาในคาตาคามาส เพื่อรอประธานาธิบดีพลัดถิ่นกลับมา

กลุ่มผู้สนับสนุนเซลายา พากันไปที่บ้านพักของเซลายาในคาตาคามาส ซึ่งเป็นเขตปกครองในทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดโอลานโช ประเทศฮอนดูรัส เมื่อวันที่ 18 ก.ค. เพื่อรอว่าเขาอาจจะกลับมา
(Reuters/Edgard Garrido)
กลุ่มผู้สนับสนุนเซลายา เตรียมรับประทานอาหารกันที่บ้านพักของเซลายาในคาตาคามาส ขณะรอ
(Reuters/Edgard Garrido)
กลุ่มผู้สนับสนุนเซลายาพากันเข้าไปรอในบ้านพักที่คาตาคามาส
(Reuters/edgard Garrido)
ผู้สนับสนุนเซลายาหลับพักผ่อนกันหลังจากประท้วงในคาตาคามาส
(AP Photo/Arnulfo Franco)
หญิงผู้สนับสนุนเซลายาคนหนึ่งนำหุ่นจำลองเสื้อที่เขียนข้อความต่อต้านรัฐบาลชั่วคราวของมิเชลเลตตีมาเผาที่พักของเซลายาในคาตาคามาส
(REUTERS/Edgard Garrido)
ผู้สนับสนุนเซลายาพากันปิดทางตำรวจขณะประท้วง
(AFP/Orlando Sierra)
ภาพวาดใบหน้าของเซียวมารา ภรรยาของมานูเอล เซลายา ภายในบ้านพักของเขาที่คาตาคามาส
(REUTERS/Edgard Garrido)
มานูเอล เฮอร์นานเดส ยามในบ้านพักของเซลายาที่คาตาคามาส แสดงห้องสำนักงานส่วนตัวของเซลายาให้ชม
(REUTERS/Edgard Garrido)
ผู้สนับสนุนเซลายาที่เข้าร่วมประท้วงสวมเสื้อที่มีข้อความว่า "เมลกำลังกลับมา" ซึ่ง 'เมล' คือชื่อเล่นของมานูเอล เซลายา (REUTERS/Edgard Garrido)
ผู้สนับสนุนเซลายาพากันนั่งปิดถนนในการประท้วงที่คาตาคามาส วันที่ 18 ก.ค.
(REUTERS/Edgard Garrido)
ผู้ประท้วงในวันที่ 18 ก.ค. ชูหนังสือพิมพ์ "Resistance" ซึ่งมีรูปของมานูเอล เซลายา
(REUTERS/Tomas Bravo)
กลุ่มตัวแทนเจรจาของทั้งสองฝ่าย ซ้ายสุดคือคาร์ลอส โลเปซ ตัวแทนของมิเชลเลตตี อีกสามคนถัดมาทางขวาคือ ริกซี่ มอนคาดา , อริสทิเดส มาเจีย และ เอนริค ฟลอเรซ์ ตัวแทนของฝ่ายเซลายา
(AFP/Mayela Lopez)
มานูเอล เซลายา ทักทายเด็กคนหนึ่งขณะเดินทางมายังสถานฑูตฮอนดูรัสในกรุงมานากัว ประเทศนิคารากัว วันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา (REUTERS/Oswaldo Rivas)
คนงานของที่ทำการประธานาธิบดียืนมองรูปปั้นของมานูเอล เซลายา ที่นอนอยู่บนพื้น
(AFP/Yuri Cortez)
รูปปั้นหุ่นของเซลายาที่ตั้งอยู่ในที่ทำการประธานาธิบดี โดยก่อนหน้านี้หุ่นพวกนี้ถูกปิดล็อกอยู่ภายในอาคาร ก่อนถูกนำออกมาโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลชั่วคราว
(REUTERS/Tomas Bravo)
มีคนไปนั่งถ่ายรูปใต้หุ่นจำลองของประธานาธิบดีเซลายาและผู้นำคนสำคัญอื่น ๆ ที่จัดแสดงในวันที่ 19 ก.ค.
(AP Photo/Rodrigo Abd)
มีผู้นำเสื้อที่เป็นรูปลายมานูเอล เซลายา มาขายซึ่งบนเสื้อเชิ้ตมีคำว่า "แด่ประชาธิปไตยที่แท้จริง" เขียนอยู่
(AFP/File/Jose Cabezas)
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา มีคนขว้างระเบิดเข้าไปในสมาคมบาร์ของฮอนดูรัส จนทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินเล็กน้อย (REUTERS/Tomas Bravo)
กลุ่มผู้สนับสนุนเซลายาประท้วงหน้าบ้านพักของของประธานาธิบดีอาเรียส ในคอสตาริกา เมื่อวันที่ 18 ก.ค.
(ที่มา: ภาพบน:REUTERS/Juan Carlos Ulate ภาพล่าง:AP Photo/Kent Gilbert)
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (18 ก.ค.) มีการจัดการเจรจาระหว่างมานูเอล เซลายา ประธานาธิบดีฮอนดูรัสผู้ถูกยึดอำนาจและรัฐบาลชั่วคราวของฮอนดูรัส ที่มาจากการยึดอำนาจ โดยมีคนกลางคือออสการ์ อาเรียส ประธานาธิบดีของคอสตาริกาผู้เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
อาเรียสได้เสนอแผนการณ์ให้เซลายาดำรงตำแหน่งต่อจนกว่าจะหมดวาระ โดยมีการเลื่อนการเลือกตั้งมาในช่วงปลายเดือนตุลาคมปีนี้แทน โดยให้นิรโทษกรรมข้อหาทางการเมืองทุกอย่างที่เขากระทำก่อนถูกรัฐประหารในวันที่ 28 มิ.ย. และให้มีการนำผู้แทนของพรรคการเมืองหลักเข้าไปอยู่ในรัฐบาลร่วมด้วย
โดยอาเรียสกล่าวว่า เซลายาควบยกอำนาจควบคุมกองทัพให้แก่ศาลเลือกตั้งในช่วงหนึ่งเดือนก่อนการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความแน่ใจในด้านความเป็นกลางและขอให้เขายกเลิกแผนการจัดลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้คณะรัฐประหารออกมายึดอำนาจด้วย
เมื่อถามว่าจะวามารถให้เซลายากลับสู่ฮอนดูรัสในฐานะประธานาธิบดีของรัฐบาลร่วมได้หรือไม่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ มาร์ธา ลอเรนา อัลวาราโด ก็ตอบปฏิเสธ โดยหันมาเสนอว่าจะก่อตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงเพื่อให้ชาวฮอนดูรัสและประชาคมโลกได้รับรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติการเมืองในปัจจุบันทั้งหมด
"มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างข้อตกลงที่เป็นที่พอใจได้เลย แม้ตัวแทนเจรจาของฝ่ายเซลายาจะยอมรับข้อเสนอแต่ฝ่ายของโรเบอร์โต มิเชลเลตตี ไม่ยอมรับ" อาเรียสกล่าว เขายังได้บอกอีกว่าจะพยายามให้มากกว่านี้ในการเจรจาอีกสามวันถัดไป
ทางด้านเซลายาซึ่งก่อนหน้านี้คยประกาศว่าจะจะกลับฮอนดูรัสและจัดตั้งรัฐบาลคู่ขนานหากการเจรจาไม่เป็นผล ก็กล่าวในวันที่ 19 ก.ค. ว่าเขาอยากจะให้มีการเปิดกว้างทางการฑูตและการเจรจา แต่ขณะเดียวกันก็บอกว่าจะผลักดันให้มีการจัดตั้ง "กลุ่มต่อต้าน" (Resistance) ภายในฮอนดูรัสต่อไป เพื่อเตรียมตัวสำหรับการกลับประเทศของเขาเอง
ขณะที่ผู้ช่วยของเซลายา อัลลัน ฟาจาร์โด บอกว่าเซลายาวางแผนจะกลับมาก่อนวันศุกร์ (24 ก.ค.) นี้ โดยไม่สนใจเรื่องข้อตกลง
นอกจากนี้เซลายายังได้กล่าวหาด้วยว่าฝ่ายมิเชลเลตตีแสดงท่าทีเย้ยหยันการเจรจาของออสการ์ อาเรียส ทั้งยังได้เรียกร้องให้ทางประชาคมโลกกดดันรัฐบาลชั่วคราวของมิเชลลตตีให้มากขึ้น โดยบอกว่าหากปล่อยไว้อาจกลายเป็นการสนับสนุนรัฐประหาร
"ประชาคมโลกกำลังเผชิญกับทางตัน" เซลายากล่าวในการแถลงข่าวที่สถานฑูตฮอนดูรัสในนิคารากัว เมื่อวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ที่ผ่านมา "พวกเขาเรียกร้องให้ทหารกองโจรเมื่อ 20 ปีที่แล้ววางอาวุธ ... แล้วตอนนี้พวกอนุรักษ์นิยมก็กลับมาใช้กำลังอาวุธขับไล่ฝ่ายซ้ายที่พยายามทำการปฏิรูป"
ทางด้านอิเฟรน ดิอาส นักวิเคราะห์การเมืองจากศูนย์พัฒนามนุษย์ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชนในฮอนดูรัสให้ความเห็นว่าการพยายามกลับประเทศของเซลายาอาจทำให้เกิดความรุนแรงภายในประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้เซลายาได้พยายามกลับประเทศโดยเครื่องบินแต่ถูกห้ามให้ลงจอด ขณะเดียวกันในขณะนั้นก็มีการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาต้อนรับเซลายาที่สนามบิน จนมีผู้เสียชีวิต โดยดิอาสบอกว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความตึงเครียดก็เพิ่มมากขึ้น
รัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลเซลายา แพทริเซีย โรดาส เรียกร้องให้มีการเดินขบวนหากการเจรจาไม่เป็นผล ขณะที่เขาเข้าร่วมงานครบรอบ 30 ปี การปฏิวัติซาดินนิสตาเมื่อวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ที่ผ่านมา
ทางด้านกลุ่มแรงงานที่สนับสนุนเซลายาเรียกร้องให้มีการประท้วงหยุดงานในวันพฤหัสฯ และวันศุกร์นี้ และในวันจันทร์ (20 ก.ค.) นี้ผู้สนับสนุนเซลายาจะเดินขบวนไปที่รัฐสภาในกรุงเตกูซิกาลปาเมืองหลวงของฮอนดูรัส
โฆษกของตำรวจอกมาประกาศในวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ว่าให้เด็กและผู้สูงอายุอยู่ห่างจากการประท้วงในสัปดาห์นี้ โดยระบุว่าทางกองกำลังรักษาความสงบไม่อาจทนกับผู้ที่ทำตัวเป็นผู้ก่อการร้ายในประเทศของเราได้
ทางด้าน ออสการ์ อาเรียส เองก็แสดงความวิตกกังวลว่าการเจรจาที่ไม่ประสบผลสำเร็จนี้อาจส่งผลให้เกิดการนองเลือด
ที่มาของข่าว: แปลและเรียบเรียงจาก
Tensions rise as Honduran crisis talks fail, Simon Gardner and Esteban Israel, Reuters, 20/07/2009
Honduras talks break down over Zelaya's return, MARIANELA JIMENEZ, AP, 19/07/2009

ถ่ายทอดสดอภิปราย220ปีปฏิวัติฝรั่งเศส

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 กรกฎาคม 2552
บทความเกี่ยวเนื่อง
-ร่วมกันฉลอง วันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789
-ระลึก 12 ปีรัฐธรรมนูญ 2540 ระลึก 220 ปีอภิวัฒน์ฝรั่งเศส
-สงครามปฏิวัติ สงครามประชาชน


อภิปราย “220 ปี การปฏิวัติฝรั่งเศส”

วันอังคาร 21 กรกฎาคม 2552
เวลา 13.00-16.00 น.
ห้อง 708 อาคารบรมราชกุมารี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ฟรี ไม่มีค่าลงทะเบียน

อภิปรายโดย
ดร.จรัล ดิษฐาอภิชัย นักวิชาการอิสระ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระ สมบูรณ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวิมล รุ่งเจริญ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
อาจารย์ ดร.พิริยะดิศ มานิตย์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
ดำเนินรายการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

ขอรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ โทร. 0-2218-4672

คลิ้กฟังรายการถ่ายทอดสดได้ทางนิวสกายไทยแลนด์
http://www.newskythailand.us

กำหนดการเพลทั้งแผ่นดินทักษิณ60ปี

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 กรกฎาคม 2552

กิจกรรมกำหนดการเพลทั้งแผ่นดิน แซยิดทักษิณ25-26ก.ค.ทั่วประเทศ(เท่าที่ปรากฎเป็นข่าว หากมีเพิ่มเติมให้แจ้งมาที่ไทยอีนิวส์ thaienews@googlegroups.com



วันเสาร์ที่ 25 เวลา10.00น-คนไทยUKเชิญทำบุญเลี้ยงพระ69รูป

คนไทยยูเค.คอม ร่วมกับ แรมโบ้แฟนคลับ ขอเรียนเชิญพี่น้องผู้ที่มีใจเคารพรักท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ร่วมทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 69 รูปเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในวันคล้ายวันเกิดท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตรงกับวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ที่ วัดบัวขวัญ งามวงศ์วาน นนทบุรี พบท่าน ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานในพิธี

อาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม-คนแท็กซี่จัดงานแซยิด60ปีทักษิณ

ขอเชิญผู้มีความรักและคิดถึง นายกฯทักษิณ ชินวัตร
ร่วมงานวันเกิด (แซยิด) นายกทักษิณ ชินวัตร
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2552
ณ ลานเอนกประสงค์ ซ.วัดอุทัยทาราม ถพระราม 9 กรุงเทพฯ

เวลา 10 . 19 น. พระสงฆ์ 9 รูปเจริญพระพุทธมนต์ สืบชะตา
เวลา 11 . 19 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป
เวลา 12 . 19 น. ผู้เข้าร่วมงานรับประทานอาหาร (บุฟเฟ่)
เวลา 14 . 19 น. เปิดเวทีแสดงดนตรี สลับการปราศรัย
เวลา 20 . 19 น. นายกทักษิณ ชินวัตร เป่าเทียน - ตัดเค้ก
เวลา 20 . 49 น. คนรักทักษิณ ร่วมอวยพรวันเกิด
เวลา 21 . 19 น. นายกทักษิณ ชินวัตร ขอบคุณผู้ร่วมงาน
เวลา 21 . 49 น. คณะกรรมการจัดงาน - แกนนำ ปราศรัยเรื่อง "นโยบายทักษิณกินได้"
เวลา 24 . 00 น. ปิดงาน

วิทยุชุมชนคนแท็กซี่ FM 107.50 MHz. และคนรักทักษิณ เจ้าภาพ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดโทร. 02-617-7118 - 9

อาทิตย์ที่ 26กรกฎาคม 2552-ชมรมคนคิดถึงทักษิณเลี้ยงพระเพลงานแซยิดที่วัดแก้วฟ้า


อย่าพลาดครับ วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคมนี้ เวลา 9.00 น. วัดแก้วฟ้า บางกรวย

ชมรมคนคิดถึงทักษิณ ขอเรียนเชิญเพื่อนสมาชิก และ พี่น้องคนไทยผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มาร่วมในงานทำบุญวันเกิดเลี้ยงเพลพระสงฆ์ 61 รูป ณ บริเวณ วัด แก้วฟ้า บางกรวย (ดูแผนที่ คลิ้กที่นี่ )รับประกันได้ว่างานนี้สุดยอด ใครไม่ได้มาจะเสียดายมากๆ แถมน่าจะมีเซอร์ไพรส์ด้วย ขออุบไว้ก่อน เป็นเรื่องดีมากๆ

กำหนดการภาคกลางวัน

09.30 น. ท่านผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน บำเพ็ญกุศล ทักษิณานุประทาน
10.09 น. พระสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์
11.00 น. ถวายภัตตาหาร เพล พระสงฆ์ 61 รูป
ถวายสังฆทาน , ผ้าอาบน้ำฝน(โดย ท่านนายกฯทักษิณ อนุโมทนา
มาจากต่างแดน ) , ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ ไถ่ชีวิตโค(วัว) จำนวน 3 ตัว
12.00 น. ร่วมรับประทานอาหาร กลางวัน
12.30 น. วัดแก้วฟ้า จัดพิธี สวดหงายบาตร เพื่อแก้บ่วงกรรมให้กับ ท่านนายกฯทักษิณร
และพิธีเสริมมงคล ปลดทุกข์ ปลดกรรม ให้กับผู้มาร่วมงาน

หมายเหตุ. ขอเชิญผู้มาร่วมทำบุญทุกท่าน นำอาหาร คาว หวาน มาร่วมกันถวายเพลแก่
พระสงฆ์เพื่อเป็นการร่วมกันทำบุญ ครบรอบวันเกิด และร่วมส่งผลบุญนี้
ให้กับท่านนายกฯทักษิณ


ในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 18.00 น.-23.00 น. ชมรมจะปิดภัตตาคารมังกรหลวงจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน 350 โต๊ะฉลองวันเกิดให้อดีตนายกฯ โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว, นายพานทองแท้ บุตรชาย และบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณมาร่วมงาน ร่วมกับอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่จะมาร่วมอวยพรและร้องเพลงให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งในเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดคุยผ่านระบบวิดีโอลิงค์กับผู้ร่วมงาน และร่วมเป่าเทียนเค้กวันเกิดผ่านระบบวิดีโอลิงค์ โดยภายในงานจะมีการจัดรำอวยพรตามแบบจีน และจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลอง ซึ่งงานดังกล่าวจะขายบัตรในราคาใบละ 500 บาท.

สำหรับผู้ที่สนใจจะมา เราจะมีการจัดรถ 2 แถวรับส่งทั้งขาไป ขากลับ บริเวณหน้าโรงไฟฟ้าบางกรวย(สะพานพระราม 7)

สำหรับท่านที่จะขับรถมา เราจะทำแผนที่ให้ใหม่ และ จะมีป้าย บอกทางตลอดทางเข้าวัดกำลังพยายามประสาน กับทาง ท้องถิ่น เรื่องการจราจร

กลุ่มเสื้อแดงใดสนใจร่วมงานในฐานะกลุ่ม ติดต่อที่ชมรมฯโดยตรง หรือที่ คุณ พ๊อกเกท เลขาฯชมรมฯ

หากต้องการมาร่วมงานในฐานะคนไทยทั่วไปธรรมดา ไม่ต้องจองครับ เชิญมาได้เลย

หากต้องการร่วมทำบุญ และ เป็นเจ้าภาพงานครั้งนี้ร่วมกัน เพียงนำปิ่นโตใส่อาหารมาร่วมงาน หากเหลือจากพระฉัน เราก็มาแบ่งกันกิน

งานบุญชาวบ้านจัดโดยประชาชน เพื่อนายกรัฐมนตรีที่รักของคนไทย

อาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม-ปทุมธานีรักษ์ประชาธิปไตยจัดงาน"รำวงย้อนยุคไทยท้องถิ่น แซยิดนายกฯทักษิณ 60 ปี"

ณ อาคารอเนกประสงค์วัดแสงสรรค์ คลองสองธัญญบุรี จ.ปทุมธานี

9.00 น. รวมพลคนเสื้อแดง "เพลทั้งแผ่นดิน แด่ทักษิณผู้ปลดหนี้"
10.00 น. ประธานฯในพิธีจุดธูปเทียนพระภิกษูสงฆ์สวดธรรมจักรปัทมสูตร เจริญพุทธมนต์ มงคลจักรวาล ฯลฯ
11.00 น. พระภิกษุสงฆ์ - สามเถร ฉันภัตราหารเพล
12.00 น.เสร็จพิธีสงฆ์

16.00 น. เปิดเวทียินดีต้อนรับ "พลังมวลชนคนเสื้อแดง" เข้าสู่งาน
16.30 น. เรียนคณะผู้ปราศรัย จากรายการความจริงวันนี้ ขึ้นปราศรัยบนเวทีตามลำดับ
19.00 น. เรียนเชิญคุณชูชาติ หาญสวัสดิ์และทีมงาน สส.พรรคเพื่อไทย จ.ปทุมธานีขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน "รำวงย้อนยุคไทยท้องถิ่น แซยิดนายกฯทักษิณ 60ปี" โดยมีนายสมบุญ ขุนทองไทย (กำนันต้อย)ประธานกลุ่มฯกล่าวรายงานประธานในพิธีฯ

เวลามงคล พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร โทรศัพท์(phone in)เข้าสู่เวทีประธานในพิธีขึ้นเวทีจุดเทียนชัยบนเค็กวันเกิด ร่วมร้องเพลง Happy Birthday ท่านนายกฯตลอดกาลทักทายปราศัย ร่วมรำวงกับแกนนำบนเวทีสังสันต์ สนุกสนานจนเวลาพอสมควรปิดเวที

เสาร์ที่25 และอาทิตย์ 26 กรกฎาคม -เสื้อแดงอีสานจัดงานรวมพลทั้งแผ่นดินเพื่อทักษิณผู้ปลดหนี้IMF

กลุ่มคนเสื้อแดงภาคอีสาน และสมาพันธ์คนเสื้อแดงภาคอีสาน 19 จังหวัด ให้จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน"รวมพลทั้งแผ่นดิน เพื่อทักษิณ ผู้ปลดหนี้ไอ เอ็ม เอฟ" และจัดงานวันคล้ายวันเกิดอดีดนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และคัดเลือกจัดในพื้นที่อำเภออาจสามารถ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อดีดนายกฯทักษิณ เคยลงพื้นที่อาจสามารถโมเดล เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของอดีดนายกรัฐมนตรีที่ประกอบคุณประโยชน์ ให้กับแผ่นดิน

เริ่มจากช่วงเช้าของวันที่ 25 ก.ค. ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ จาก 19 จังหวัดภาคอีสาน และกิจการบริหารราชการแผ่นดินของอดีดนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ สังคมโลกให้การยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตยของมวลมหาชนคนเสื้อแดง การจำหน่ายโปสการ์ด เพื่อใส่กล่องส่งความคิดถึง และอวยพรให้กับอดีดนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันคล้าย วันเกิด และการรวบรวมฎีกาเพื่อนำทูลถวายฎีการายงานสถานการณ์ความทุกข์ระทมแสนสาหัสจาก ปัญหาเศรษฐกิจ อันมีปฐมเหตุมาจากการยึดอำนาจทางการเมือง ส่วนช่วงเย็นเป็นการขึ้นเวทีปราศรัยและการแสดงของวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังมากมาย

อาทิตย์ 26 กรกฎาคม- ชมรมคนรักอุดรจัดแซยิดแม้ว

เวลา 18.00 น. หน้าสนามทุ่งศรีเมือง จัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยชมรมคนรักอุดรฯ จะเข้าร่วมกิจกรรมเข้าชื่อถวายฎีกา และมีการ์ดอวยพรวันเกิดซึ่งจัดทำโดยสมาพันธ์เสื้อแดงภาคอีสาน จำนวน 1,000 แผ่น มาให้ได้ร่วมเขียนอวยพร และจะเป็นผู้นำไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณที่ดูไบ

อัยการปัตตานียื่นฎีกาสู้คดีสังหารผู้พิพากษา

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 20 ก.ค. - อัยการปัตตานียื่นฎีกาสู้ต่อ หลังศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ยกฟ้อง “ อับดุลเลาะห์” ช่างแกะสลักเฟอร์นิเจอร์ ทีมฆ่า “รพินทร์ เรือนแก้ว” ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี เมื่อปี 2547

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (20 ก.ค.) ถึงความคืบหน้าคดีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี ให้ยกฟ้องนายอับดุลเลาะห์ ปะชี อาชีพช่างแกะสลักเฟอร์นิเจอร์ อยู่เลขที่ 57/1 ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี จำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนว่า ล่าสุด พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาลงโทษจำเลยตามความผิดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

สำหรับคดีนี้พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี เป็นโจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อเดือน ก.ค. ถึงวันที่ 17 ก.ย. 2547 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกสมคบกันก่อการร้าย โดยเป็นสมาชิกของกลุ่มบุคคลไม่ทราบชื่อ ซึ่งปกปิดวิธีการและมีความมุ่งหมายใช้กำลังประทุษร้าย ฆ่า และลอบฆ่า เจ้าพนักงานของรัฐและประชาชน เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความกลัวในหมู่ประชาชน โดยจำเลยกับพวกอีก 3 คน ซึ่งหลบหนีไปร่วมกันใช้อาวุธปืนพกปืนสั้นขนาด .38 ยิงนายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี จำนวนหลายนัด กระสุนเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะเป็นเหตุให้นายรพินทร์เสียชีวิต อันเป็นการคบคิดกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำและไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ หมายเลขทะเบียน กนร 877 ปัตตานี หมวกกันน็อก โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ตายและแจ้งให้พวกจำเลยหลบหนี เหตุเกิดที่บริเวณสี่แยกไฟแดง ถ.โรงเหล้าสาย อ.เมือง จ.ปัตตานี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,83,91,135/1 และ 289

ต่อมา ศาลจังหวัดปัตตานี มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2550 ว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.289 (4) ให้ประหารชีวิต คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยยื่นอุทธรณ์ อ้างว่า ขณะถูกจับกุมจำเลยกำลังไปแลกเหรียญเพื่อใช้โทรศัพท์หาเพื่อน โดยเมื่อถูกจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ ให้รับสารภาพว่า ร่วมกับพวกฆ่าผู้ตาย ซึ่งจำเลยทนความเจ็บปวดไม่ได้ จึงยอมรับสารภาพ ซึ่งในชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้อ่านคำให้การให้ฟัง และขณะลงลายมือชื่อจำเลยอยู่ในอาการภวังค์รู้สึกปวดศีรษะโดยลงลายมือชื่อตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูเป็นตัวอย่าง

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า ตามวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ นายรพินทร์ ผู้ตายถูกคนร้ายหลายคนร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงหลายนัด จนถึงแก่ความตาย คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์มี นางยามีล๊ะ เจ๊ะเล๊าะ เจ้าของร้านขายอาหาร, นายมนตรี ธรรมโชติ ผู้เช่าแผงขายอาหาร และนายวินิจ จันทร์ประดิษฐ์ เจ้าของร้านขายของบริเวณสี่แยกถนนสายโรงเหล้าที่เกิดเหตุ เบิกความทำนองเดียวกันว่า ขณะกำลังจัดร้านและล้างจานอยู่ในร้าน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เมื่อหันออกไปดูเห็นคนร้ายขับรถจักรยานยนต์มา 2 คน ซึ่งหลังยิงปืนได้ขับหลบหนี โดยเห็นคนเจ็บถูกนำขึ้นรถพยาบาล และเห็นรถยนต์แบบโฟร์วีลและรถกระบะอยู่ในที่เกิดเหตุ

แต่พยานไม่ได้สังเกตหน้าคนร้ายและจดจำไม่ได้ เพราะอยู่ในอาการตกใจ เห็นว่าพยานทั้ง 3 ปาก ซึ่งอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุต่างไม่เห็นหน้าคนร้ายที่ร่วมกันยิงผู้ตาย และไม่ได้เบิกความว่า เห็นจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุหรือมีส่วนร่วมกระทำผิดอย่างใดบ้าง ขณะที่นางยามีล๊ะ ยังให้การในชั้นสอบสวนว่า เห็นคนร้ายอีกคนหนึ่งซุ่มดูอยู่ที่ตู้โทรศัพท์ และขับหนีตามคนร้ายที่ยิงผู้ตาย

แม้โจทก์มี นางเพ็ญศรี มารดาผู้ตายเบิกความว่า ก่อนวันเกิดเหตุเห็นจำเลยมาดูลาดเลาอยู่หน้าบ้านผู้ตายช่วงเช้านานประมาณ 5 วัน ซึ่งวันเกิดเหตุเวลา 07.00 น.พยานเปิดประตูรั้วเพื่อให้ผู้ตายขับรถออกไปส่งบุตรตามปกติ ก็เห็นจำเลยอยู่ที่หน้าบ้านอีก และจำเลยทำเป็นไม่สนใจ แต่นางเพ็ญศรีให้การในชั้นสอบสวนว่า ช่วงเวลา 22.00 น.ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน เห็นชายอายุประมาณ 20 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาสังเกตการณ์ที่หน้าบ้านพัก โดยในวันเกิดเหตุเวลา 07.00 น. ขณะยืนอยู่บนบ้าน พยานเห็นจำเลยขี่รถจักรยานยนต์จอดคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างถนน เห็นได้ว่าคำเบิกความของนางเพ็ญศรีล้วนขัดแย้งแตกต่างกับคำให้การชั้นสอบสวนโดยสิ้นเชิง จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้

นอกจากนี้ หลังจับกุมจำเลยได้ ก็ไม่ปรากฏว่า นางเพ็ญศรีไปชี้ตัวจำเลยเพื่อยืนยันว่าเป็นคนร้าย พยานหลักฐานโจทก์จึงขาดความเชื่อมโยงแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ช่วงก่อนเกิดเหตุและวันเกิดเหตุ เช่นเดียวกับ เจ้าพนักงานตำรวจที่เบิกความเกี่ยวกับการตรวจสอบและเก็บพยานวัตถุเช่น กระสุนปืน หมวกกันน็อก ซึ่งพยานตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า บริเวณที่พบรถจักรยานยนต์และกระสุนปืนไม่พบพยานหลักฐานอื่นอีก โดยวัตถุพยานที่พบ 10 รายการไม่ปรากฏว่า พบหมวกกันน็อกในที่เกิดเหตุ ซึ่งรายงานผลตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมหมวกกันน็อกระบุว่า สารพันธุกรรมที่ได้จากหมวกกันน็อก ซึ่งพบอยู่กับรถจักรยานยนต์เป็นของจำเลย แต่ไม่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้ยึดและเก็บหมวกกันน็อกไว้เป็นของกลางด้วย ดังนั้น ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานโจทก์จึงแสดงให้เห็นว่า หมวกกันน็อกไม่ได้พบในที่เกิดเหตุตามที่รอง ผกก.สส.สภ.เมืองปัตตานี เบิกความ แต่พบเพียงรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ ที่จำเลยขับและถูกยึดไปหลังถูกจับกุม และโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นว่า จำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่าผู้ตาย มีเพียงคำรับสารภาพในชั้นสอบสวน รวมถึงบันทึกนำชี้ที่เกิดเหตุพร้อมภาพถ่าย ซึ่งคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมายที่ไม่ให้รับฟังได้ตามลำพัง โดยจำเลยก็ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาว่า ไม่ได้กระทำผิดและต่อสู้ว่า ถูกขู่เข็ญทำร้ายร่างกายให้รับสารภาพ พยานหลักฐาน โจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 วรรค 2

ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ศาลอุทธรณ์ ภาค 9 ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ โดยให้คืนรถจักรยานยนต์ และโทรศัพท์มือถือของกลางให้จำเลย แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-07-20 19:46:31

"สมชาย"ยิ้มร่าตีกอล์ฟชิงถ้วย"แม้ว"มีความสุขมาก "เสนาะ"ห่วงนายกฯมาร์คที่สุด-ปท.อยู่อันเดอร์มหาโจร

ที่มา มติชนออนไลน์

"สมชาย"บอกออกรอบก๊วนกอล์ฟชิงถ้วย"แม้ว"มีความสุขมาก เตรียมนำเงินที่ได้นัดกินข้าวรำลึกความหลังอดีตครม. "เสนาะ"บอกน่าห่วงนายกฯชื่อ"อภิสิทธิ์"ที่สุด ปท.อยู่"อันเดอร์มหาโจร" คนใกล้ชิด"ทักษิณ"แห่ร่วมนับร้อย


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 กรกฏาคม ที่สนามกอล์ฟโลตัส วัลเลย์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ได้จัดการแข่งขันกอล์ฟ ชื่องาน "กอล์ฟปาร์ตี้สานสัมพันธ์สามัคคี ครั้งที่ 2 111+37 = เพื่อไทย" โดยมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสานพรรคเพื่อไทยและน้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตหัวหน้ากลุ่มไทยรักไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.พ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ทักษิณ) นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ อดีต รมช.พาณิชย์ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ นายอดิศร เพียงเกษ ประธานกรรมการบริหารบริษัทดี สเตชั่น จำกัด เจ้าของสถานีโทรทัศน์เสื้อแดง ดี สเตชั่นและพีเพิ่ล เทเลวิชั่น


นอกจากนี้ยังมี แกนนำและส.ส.พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคไทยรักไทย พร้อมทีมทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ นำโดยนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล และนายอุดม โปร่งฟ้า รวมทั้ง นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เข้าร่วมประมาณ 100 คน ทั้งนี้ มีการแบ่งก๊วนออกเป็น 18 ก๊วน


ภายหลังการออกรอบ นายสมชาย กล่าวว่า การออกรอบกอล์ฟวันนี้มีความสุขมาก และคนที่มีความสุขมากที่สุดคือนายเสนาะ เพราะรับทั้งซ้ายและขวา ส่วนในก๊วนนอกจากตนเองและนายเสนาะแล้ว ก็มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ซึ่งเงินที่ได้ไม่ใช่การพนันแต่จะเก็บไว้ไปเลี้ยงข้าวกันในเร็วๆ นี้ และจะมีการนัดทานข้าวระหว่างอดีต ครม.ของตนในเร็วๆ นี้ ขอยืนยันว่าระหว่างการออกรอบไม่ได้ทาบทามนายเสนาะ ให้มาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย แต่หากนายเสนาะมาร่วมงาน เชื่อว่าจะทำให้การเมืองดียิ่งขึ้น


"สำหรับผลงานของรัฐบาลนั้น ผมได้ยินมาว่าประชาชนเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถครองใจประชาชนได้หรือไม่ แต่เท่าที่อ่านข่าวโพลเห็นบอกว่ารัฐบาลสอบตก นอกจากนี้ ทุกวันนี้มีข่าวจำนวนมากถึงการตามล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับมารับผิดที่ประเทศซึ่งผมดูแล้วเป็นประโยชน์อะไรหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว" นายสมชายกล่าว


นายเสนาะกล่าวบนเวทีสังสรรค์หลังตีกอล์ฟว่า "ในอดีตเราเคยหัวเราะเยาะเขมรว่าประเทศเดียวมีนายกฯ 2 คน แต่นั่นก็เป็นการหาทางออกของประเทศกัมพูชาในภาวะที่เขากำลังเกิดวิกฤตเขมร 3 ฝ่าย แต่ประเทศไทยในขณะนี้ฟันธงได้เลยว่า ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปอีก 1-2 ปี อย่างที่รัฐบาลบอกว่าจะอยู่ในตำแหน่งให้ครบวาระนั้น พวกเราไม่รอดแน่ ยิ่งปล่อยให้รัฐบาลอยู่ยาวเท่าไหร่ พวกเรายิ่งอายุสั้นเท่านั้น ประเทศชาติจะอยู่ไม่ได้ ผมอยู่ตรงนี้มานาน อยู่ข้างๆ นายกฯมาหลายคน วันนี้บอกได้เลยว่าคนที่ชื่ออภิสิทธิ์นั้นน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะประเทศชาติอยู่ในอันเดอร์ มหาโจร"