WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, July 24, 2009

‘มาร์ค’ จนแต้ม? รีดภาษีที่ดินแน่!

ที่มา บางกอกทูเดย์

ดูเหมือนว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์จะมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการที่จะผลักดันให้มีการเก็บภาษีทรัพย์สินมรดกและภาษีที่ดินโดยไม่ยี่หระกับเสียงสะท้อนจากคนหลายๆ กลุ่มในสังคมที่ว่าเหมาะสมแล้วหรือที่จะมาเรียกเก็บภาษีมรดก ภาษีที่ดินในจังหวะที่เศรษฐกิจกำลังฟุบ และคนไทยกำลังหน้าแห้งหน้าเหี่ยวไปตามๆ กันแบบนี้และเป็นธรรมจริงๆ แล้วหรือกับแนวคิดดังกล่าว???เพราะอย่าลืมว่า มรดกหรือที่ดินของคนทั่วไปนั้น กว่าจะได้มาก็เลือดตาแทบกระเด็น ยังจะมาทำให้เมื่อตายแล้วยังกลายเป็นกดดันลูกหลานเข้าให้อีกประชาชนทั่วไป ไม่ใช่อย่างนักการเมืองบางประเภทที่โกงกิน คอร์รัปชั่น แล้วก็เอาไปสะสมเป็นทรัพย์สินเป็นที่ดิน... ในขณะที่คนทั่วไปต้องทำงานชั่วชีวิต เพื่อที่จะซื้อบ้านสักหลัง ซื้อที่ดินสักผืนในเรื่องนี้ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจยิ่งการที่รัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับ ภาษีทรัพย์สิน ซึ่งจะเรียกเก็บเป็นรายปีจากมูลค่าของทรัพย์สิน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครอง เพื่อใช้ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาครวมทั้งที่เคยประกาศแนวคิดเกี่ยวกับ ภาษีมรดก ได้สร้างความหวาดวิตกให้กับเจ้าของทรัพย์สินที่มีรายได้สูงเป็นอย่างมากซึ่งภาษีมรดกนั้นเป็นเรื่องของการเมือง ที่มักมีการ“โยนหินถามทาง” เป็นระยะๆ และขึ้นอยู่กับการต่อสู้ทางความคิดทางการเมืองมาโดยตลอดระบบภาษีมรดก นั้นมีอยู่ใน ประเทศอังกฤษ ถือเป็นสงครามความคิด ระหว่างฝ่ายพรรคอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นของคนชั้นสูง กับฝ่ายพรรคแรงงานซึ่งเป็นของคนระดับล่างในห้วงหนึ่งฝ่ายพรรคแรงงานสามารถกุมอำนาจ และมีภาษีมรดกขึ้นมารีดภาษีกับผู้มีรายได้สูงที่มีมรดก และยังขยายแนวคิดนี้ไปยังประเทศในเครือจักรภพอังกฤษอีกด้วยดังนั้น สามารถที่จะพูดได้ว่า ภาษีนี้อาจจัดเป็นภาษีเชิงการเมืองได้

ฝ่ายเจ้าของที่ดินรายใหญ่ จะใช้ข้ออ้างว่าตนเองไม่ได้ทำธุรกิจและเป็นทรัพย์สินที่ถือครองมาโดยสุจริต จึงไม่ควรต้องเสียภาษีในยามที่โอนให้ทายาทแต่อีกฝ่ายหนึ่งก็มองว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ได้ประโยชน์มหาศาลจากระบบสาธารณูปโภคที่ลงทุนโดยรัฐ ดังนั้น มูลค่าที่เพิ่มขึ้นจึงถือว่าเป็นการได้จากการลงทุนของรัฐ ฉะนั้น จึงควรเสีย!!ซึ่ง ศ.วิลเลียม แมคคลัสกี แห่งมหาวิทยาลัยอัสเตอร์ให้ข้อมูลว่า อังกฤษ ในฐานะเจ้าตำรา ยังมีการใช้กฎหมายมรดกอยู่ซึ่งมุ่งจะเก็บภาษีจากการที่เจ้าของที่ดินไม่ได้ทำประโยชน์กับทรัพย์สินของตนเท่าที่ควรเช่นเดียวกับใน สหรัฐอเมริกา “นายเดวิด เลน” ที่ปรึกษาด้านการเวนคืนทรัพย์สิน ให้ความเห็นว่า การจัดเก็บภาษีมรดกนั้นคำนวณจากมูลค่าตลาดล่าสุด ลบด้วยหนี้สินใดๆ ของผู้ให้มรดกและหากทรัพย์สินดังกล่าวมีราคาเกินกว่าประมาณ 100 ล้านบาทก็ต้องนำไปเสียภาษีซึ่งกระบวนการคำนวณภาษีนั้นกินเวลายาวนาน จนบางครั้งอาจเป็นปี แต่เขามีระบบการจัดเก็บภาษีที่เข้มงวด โอกาสโกงจึงมีจำกัดส่วนในแอฟริกาใต้ ศ.วัลมอน กะยูท อดีตคณบดีคณะอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัยแอฟริกาใต้ ระบุว่า ยังมีการเก็บภาษีมรดก แต่มีการกำหนดให้ชัดเจนว่า ทายาทต้องได้รับมรดก จะเกิดกรณียึดไปเพื่อเสียภาษีแทบทั้งหมดไม่ได้!!ในขณะที่ ออสเตรเลีย แม้เป็นหนึ่งในประเทศเครือจักรภพอังกฤษ แต่ก็เลิกเก็บภาษีทรัพย์สินมาตั้งแต่ปี 2524 โน่นแล้วเช่นเดียวกับใน แคนาดา ที่ก็ไม่มีระบบภาษีทรัพย์สินแล้วเช่นกันประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ก็เลิกเก็บภาษีนี้แล้วเช่นกัน ตั้งแต่ปี 2544โดยตอนที่เก็บนั้นใช้อัตราประมาณ 40% ของส่วนต่างระหว่างมูลค่าตลาดล่าสุด กับมูลค่าตลาดตอนได้มาซึ่งสร้างความสับสนมาก เพราะบางคนได้ทรัพย์มานับร้อยปีแล้วแน่นอนว่าสมัยนั้นคงไม่มีหลักฐานราคาให้เปรียบเทียบอีกตัวอย่างที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ควรฟังไว้เป็นแง่คิด ก็คือประเทศสวีเดน ซึ่ง อ.บุญส่ง ชเลธร ผู้ประสานงาน

มหาวิทยาลัยรามคำแหงประจำสวีเดน บอกว่า สวีเดนมีระบบภาษีทรัพย์สินจนกระทั่งหลังเกิดสึนามิ เมื่อปี 2547พลเมืองสวีเดนเสียชีวิตจากเหตุพิบัติภัยสึนามิเป็นจำนวนมากเรียกว่าเศร้าโศกกันทั้งประเทศ แต่เพราะระบบภาษีทรัพย์สินนี่แหละที่ดันทะลึ่ง ทำให้ทายาทยังต้องมาเสียภาษีมรดกอีกโดนด่าจมกระเบื้อง หูชาไปหมด จนรัฐบาลสวีเดนต้อง“เยียวยา” จิตใจประชาชน ด้วยการ ยกเลิกภาษีมรดก โดยให้ยกเลิกย้อนหลังไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิเลยฉะนั้น ภาษีมรดกต้องบอกเลยว่า ทั่วโลกไม่เป็นที่นิยมแล้ว…แต่รัฐบาลไทยซึ่งมีนายกรัฐมนตรีที่ร่ำเรียนมาจากอังกฤษจากมหาวิทยาลัยดังระดับโลกอย่างออกซ์ฟอร์ด กลับคิดจะเก็บภาษีตัวนี้โดยไม่สนใจว่า ผลกรรมจะตกแก่บุพการีของครอบครัวที่ไม่รวย แต่อาจจะเป็นเพราะมีเพียง อสังหาริมทรัพย์ที่จะยกให้แก่ลูกๆ เท่านั้นซึ่งนี่คือสามัญสำนึกพื้นฐานของคนที่เป็นพ่อคนแม่คนที่จะพึงมี พึงห่วงลูกหลาน ...ดังนั้น หากจะผลักดันในเรื่องนี้จริงๆ ภาษีที่กระทรวงการคลังของไทยควรเก็บนั้น น่าจะเป็นการเก็บ ภาษีที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในเมือง เพราะรัฐบาลได้ลงทุนสาธารณูปโภคไปมากมายแต่เจ้าของที่ดินกลับเพียงแต่นั่งรอให้ราคาขึ้น โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามควร ทำให้เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาส ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จะพัฒนาที่ดิน ก็ต้องเสียเงินไปซื้อที่ห่างไกลเมืองออกไปเรื่อยๆคนจนๆ ก็ต้องตามออกไปซื้อ ต้องกระเสือกกระสนเดินทางไปกลับนอกเมืองเข้าตัวเมือง เพื่อทำงานหาเลี้ยงปากท้อง และหาเงินมาผ่อนบ้านผ่อนที่ดินซึ่งอยู่ไกลลิบๆเพราะไม่มีปัญญาจะซื้อบ้านราคาแพงในเมืองในขณะที่รัฐบาลก็ต้องลงทุนในสาธารณูปโภค ต้องขยายตามออกไปโดยไม่สิ้นสุดกลายเป็นความสูญเสียของคนส่วนใหญ่ไปคำถามจึงมีว่า ทำไม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงดิ้นรนผลักดันในเรื่องนี้นัก??ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก็ชูจั๊กแร้เชียร์เต็มที่ในเรื่องนี้ เหมือนกับรู้ดีว่า การที่จะมีรายได้เข้ารัฐเพิ่ม แม้จะสักนิดหน่อย ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

ใช่เป็นเพราะ 9 เดือนแรกปีงบฯ 52 รัฐบาลขาดดุลเงินสดกว่า 376,000 ล้านบาทหรือไม่???ใช่เป็นเพราะรัฐบาลถังแตกหรือไม่???ใช่เป็นเพราะกู้เงินจนเป็นหนี้มากมายมหาศาลแล้วใช่หรือไม่???เพราะถ้าดูฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในเดือนมิถุนายน 2552 จะพบว่า รัฐบาลมีรายได้ 252,450ล้านบาท จากการนำส่งรายได้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จากผลกำไรสุทธิรอบสิ้นระยะเวลาบัญชีปี 2551 ที่เหลื่อมมาจากเดือนพฤษภาคมค่อนข้างมากรวมทั้งมีการนำส่งรายได้จากภาษีน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยขณะที่รัฐบาลมีรายจ่ายประจำ 110,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้น3.3% รายจ่ายลงทุน 20,236 ล้านบาท ลดลง 32.1% และการเบิกจ่ายจากงบประมาณปีก่อนอีกจำนวน 8,473 ล้านบาทที่สำคัญๆ คือ การเบิกรายจ่ายให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จำนวน 9,478 ล้านบาท และเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 8,948 ล้านบาทขณะที่ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 รัฐบาลอภิสิทธิ์มีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1,027,344 ล้านบาทต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2551 จำนวน 104,516ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.2%เนื่องจากการจัดเก็บภาษีของ 3 กรมหลักที่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2551 โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และอากรขาเข้าและแม้กระทั่งการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจก็ลดลงเช่นเดียวกันดุลการคลังรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสด จึงขาดดุล376,747 ล้านบาทเป็นการขาดดุลเงินงบประมาณ 386,623 ล้านบาทส่วนดุลเงินนอกงบประมาณเกินดุลจำนวน 9,876 ล้านบาทซึ่งรัฐบาลได้บริหารเงินสด โดยชดเชยการขาดดุลดังกล่าวด้วยการออกพันธบัตร ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตั๋วเงินคลัง

รวม 363,030 ล้านบาท และใช้เงินคงคลัง 13,717 ล้านบาทส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 มีจำนวน215,343 ล้านบาทฐานะการคลังเช่นนี้ใช่หรือไม่ เมื่อรวมกับความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทำให้ต้องกู้เงินสูงถึง 800,000 ล้านบาททำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องดิ้นพล่าน เพื่อหารายได้เพิ่มในทุกๆ ทางจะมากจะน้อยก็เอาทั้งนั้นจึงทำให้เกิดการเร่งผลักดัน ที่จะให้มีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้ให้ได้เล่นเอาขวัญเสีย ผวากันทั้งประเทศเพราะแว่วๆ กันว่า อัตราภาษีทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ คือ 1.193% นั่นคือ ถ้าใครมีบ้านราคา1 ล้านบาท ก็ต้องเสียภาษี 11,930 บาทแต่การเก็บภาษีท้องถิ่นในรูปแบบภาษีทรัพย์สินเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ท้องถิ่นไทยขึ้นกับรัฐบาลส่วนกลางในการจัดสรรงบประมาณเป็นอย่างมากและนี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาธิปไตยซึ่งทุกฝ่ายควรมีส่วนร่วม ไม่มีโอกาสหยั่งรากในผืนแผ่นดินไทยส่วนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะเราจำกัดเฉพาะอสังหาริมทรัพย์นั้น สามารถเป็นจริงได้ และสามารถดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายได้หากภาษีทั้งหลายของประเทศ ที่รีดมาจากประชาชนคนไทยทุกคนนั้น ไม่ถูกใครฉ้อราษฎร์บังหลวงเสียก่อน!!!ดังนั้น ก็คงต้องดูว่า “พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์แบบ CAMA” ที่จะนำมาใช้แทน พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและภาษีที่ดิน และ พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งบังคับใช้มานานแล้วนั้นสุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะกับสังคมไทยที่ช่องว่างระหว่างชนชั้นยังถ่างกว้าง ซ้ำคนรวยๆ เองโดยเฉพาะที่เข้ามาในแวดวงการเมืองทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็ใช่ว่าเห็นด้วยไปหมดงานนี้ไม่ใช่แค่ป่วนเฉพาะประชาชนทั่วประเทศ แม้แต่นักการเมือง หรือบรรดากองเชียร์รัฐบาลชุดนี้ ก็ไม่รอดเหมือนกันเพราะดูแล้วเอามาใช้แน่นอน!! ■

Thursday, July 23, 2009

กำหนดการสถานที่แซยิดทักษิณ60ปีกระหึ่มโลก

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 กรกฎาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:การจัดกิจกรรมเพลทั้งแผ่นดิน แซยิดทักษิณ60ปีที่กลุ่มเสื้อแดง และประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย เพรียกหาความยุติธรรมจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมทั่วประเทศ และในต่างประเทศด้วย หากท่านสะดวกใกล้ที่ไหนขอเรียนเชิญได้ที่นั่น หากตกหล่น หรือเพิ่มเติมสถานที่ใดกรุณาแจ้งเพิ่มเติมมาที่thaienews@googlegroups.com


กิจกรรมทั่วประเทศ


พิธีฉลองอายุวัฒนมงคล 61 ปี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร -มอบ61ทุนการศึกษา5ภาคทั่วประเทศ

น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ตัวแทนกลุ่มคนรักและคิดถึงทักษิณ แจ้งว่า เนื่องด้วยจะมีการจัดงานบุญเพื่อท่าน นายกทักษิณ ดังรายละเอียดตามนี้

กิจกรรมนี้เรียกว่า “พิธีฉลองอายุวัฒนมงคล 61 ปี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร “ จัดโดย กลุ่มคนรักและคีดถึงทักษิณ จัดพิธีพร้อมกัน 9 วัด ทั่วประเทศ วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2552

กิจกรรม หลัก สามประการ ประกอบด้วย
-เช้า 0630น การตักบาตรพระสงฆ์ 61 รูป
-บ่าย 1630น. พิธีมอบทุนการศึกษา จำนวนแห่งละ 61 ทุน
-และพระสงฆ์ 61 รูปเจริญพระพุทธมนต์ ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร

5 รายชื่อวัด 9 แห่ง ทุกภาค ทั่วประเทศคือ

ภาคเหนือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และ ที่วัดจุฬามณี อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ภาคอีสาน วัดบูรพาภิราม อ. เมือง จ.ร้อยเอ็ด และวัดพระธาตุเชิงชุม อ.เมืองจ.สกลนคร

ภาคกลาง วัดมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.อยุธยา และวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

ภาคตะวันตก วัดไชยมงคลชนะสงคราม(วัดใต้) อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

ภาคใต้ วัดมุจลินทวาปีวิหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ประเด็นประชาสัมพันธ์ ขอความกรุณาเชิญชวนพี่น้องคนไทยที่รักท่านนายกทักษิณ ได้ไปร่วมพิธีฉลอง โดยเน้นมวลชนในจังหวัดที่มีงาน และจังหวัดใกล้เคียง

ขอเน้นเวลาพิธี คือ 0630 น. การตักบาตร

1630 น. พิธีมอบทุนการศึกษาและพระสงฆ์ 61 รูปเจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร

กรุงเทพฯและปริมณฑล


วัดอุทัยธาราม(แถวRCA) อาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม-ชมรมคนแท็กซี่จัดงานแซยิด60ปีทักษิณ

ณ ลานเอนกประสงค์ ซ.วัดอุทัยทาราม ถ.พระราม 9 กรุงเทพฯ

เวลา 10 . 19 น. พระสงฆ์ 9 รูปเจริญพระพุทธมนต์ สืบชะตา
เวลา 11 . 19 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป
เวลา 12 . 19 น. ผู้เข้าร่วมงานรับประทานอาหาร (บุฟเฟ่)
เวลา 14 . 19 น. เปิดเวทีแสดงดนตรี สลับการปราศรัย
เวลา 20 . 19 น. นายกทักษิณ ชินวัตร เป่าเทียน - ตัดเค้ก
เวลา 20 . 49 น. คนรักทักษิณ ร่วมอวยพรวันเกิด
เวลา 21 . 19 น. นายกทักษิณ ชินวัตร ขอบคุณผู้ร่วมงาน
เวลา 21 . 49 น. คณะกรรมการจัดงาน - แกนนำ ปราศรัยเรื่อง "นโยบายทักษิณกินได้"
เวลา 24 . 00 น. ปิดงาน

วิทยุชุมชนคนแท็กซี่ FM 107.50 MHz. และคนรักทักษิณ เจ้าภาพ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดโทร. 02-617-7118 - 9

26ก.ค.มูลนิธิไทยคมแจกทุนเด็ก6.6ล้าน ฟังมิ่งขวัญปาฐกถา

มูลนิธิไทยคม กำหนดจัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป มูลค่า 6,600,000 บาท จากการประกวดเรียงความในหัวข้อ อนาคตประเทศไทยที่ฉันฝัน

นอกจากนี้ ยังมี ปาฐกถาพิเศษ อนาคตประเทศไทยที่ฉันฝัน โดย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2552 เวลา 09.00-12.30 น. ณ ห้องประชุม AUDITORIUM ชั้น 9 อาคารชินวัตร 3

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการและเลขานุการมูลนิธิ เป็นผู้มอบทุนการศึกษา

-นนทบุรี วัดแก้วฟ้า ตอนเย็นที่ภัตตาคารมังกรหลวง


อย่าพลาดครับ วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคมนี้ เวลา 9.00 น. วัดแก้วฟ้า บางกรวย

ชมรมคนคิดถึงทักษิณ ขอเรียนเชิญเพื่อนสมาชิก และ พี่น้องคนไทยผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มาร่วมในงานทำบุญวันเกิดเลี้ยงเพลพระสงฆ์ 61 รูป ณ บริเวณ วัด แก้วฟ้า บางกรวย (ดูแผนที่ คลิ้กที่นี่ )รับประกันได้ว่างานนี้สุดยอด ใครไม่ได้มาจะเสียดายมากๆ

กำหนดการภาคกลางวัน

09.30 น. ท่านผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน บำเพ็ญกุศล ทักษิณานุประทาน
10.09 น. พระสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์
11.00 น. ถวายภัตตาหาร เพล พระสงฆ์ 109 รูป
ถวายสังฆทาน , ผ้าอาบน้ำฝน(โดย ท่านนายกฯทักษิณ อนุโมทนา
มาจากต่างแดน ) , ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ ไถ่ชีวิตโค(วัว) จำนวน 3 ตัว
12.00 น. ร่วมรับประทานอาหาร กลางวัน
12.30 น. วัดแก้วฟ้า จัดพิธี สวดหงายบาตร เพื่อแก้บ่วงกรรมให้กับ ท่านนายกฯทักษิณร
และพิธีเสริมมงคล ปลดทุกข์ ปลดกรรม ให้กับผู้มาร่วมงาน

หมายเหตุ. ขอเชิญผู้มาร่วมทำบุญทุกท่าน นำอาหาร คาว หวาน มาร่วมกันถวายเพลแก่
พระสงฆ์เพื่อเป็นการร่วมกันทำบุญ ครบรอบวันเกิด และร่วมส่งผลบุญนี้
ให้กับท่านนายกฯทักษิณ


ในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 18.00 น.-23.00 น. ชมรมจะปิดภัตตาคารมังกรหลวงจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน 350 โต๊ะฉลองวันเกิดให้อดีตนายกฯ โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว, นายพานทองแท้ บุตรชาย และบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณมาร่วมงาน ร่วมกับอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่จะมาร่วมอวยพรและร้องเพลงให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งในเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดคุยผ่านระบบวิดีโอลิงค์กับผู้ร่วมงาน และร่วมเป่าเทียนเค้กวันเกิดผ่านระบบวิดีโอลิงค์ โดยภายในงานจะมีการจัดรำอวยพรตามแบบจีน และจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลอง ซึ่งงานดังกล่าวจะขายบัตรในราคาใบละ 500 บาท.

สำหรับผู้ที่สนใจจะมา เราจะมีการจัดรถ 2 แถวรับส่งทั้งขาไป ขากลับ บริเวณหน้าโรงไฟฟ้าบางกรวย(สะพานพระราม 7)

สำหรับท่านที่จะขับรถมา เราจะทำแผนที่ให้ใหม่ และ จะมีป้าย บอกทางตลอดทางเข้าวัดกำลังพยายามประสาน กับทาง ท้องถิ่น เรื่องการจราจร

กลุ่มเสื้อแดงใดสนใจร่วมงานในฐานะกลุ่ม ติดต่อที่ชมรมฯโดยตรง หรือที่ คุณ พ๊อกเกท เลขาฯชมรมฯ

หากต้องการมาร่วมงานในฐานะคนไทยทั่วไปธรรมดา ไม่ต้องจองครับ เชิญมาได้เลย

หากต้องการร่วมทำบุญ และ เป็นเจ้าภาพงานครั้งนี้ร่วมกัน เพียงนำปิ่นโตใส่อาหารมาร่วมงาน หากเหลือจากพระฉัน เราก็มาแบ่งกันกิน

งานบุญชาวบ้านจัดโดยประชาชน เพื่อนายกรัฐมนตรีที่รักของคนไทย

ปทุมธานีรักษ์ประชาธิปไตยจัดงาน"รำวงย้อนยุคไทยท้องถิ่น แซยิดนายกฯทักษิณ 60 ปี"

ณ อาคารอเนกประสงค์วัดแสงสรรค์ คลองสองธัญญบุรี จ.ปทุมธานี

9.00 น. รวมพลคนเสื้อแดง "เพลทั้งแผ่นดิน แด่ทักษิณผู้ปลดหนี้"
10.00 น. ประธานฯในพิธีจุดธูปเทียนพระภิกษูสงฆ์สวดธรรมจักรปัทมสูตร เจริญพุทธมนต์ มงคลจักรวาล ฯลฯ
11.00 น. พระภิกษุสงฆ์ - สามเถร ฉันภัตราหารเพล
12.00 น.เสร็จพิธีสงฆ์

16.00 น. เปิดเวทียินดีต้อนรับ "พลังมวลชนคนเสื้อแดง" เข้าสู่งาน
16.30 น. เรียนคณะผู้ปราศรัย จากรายการความจริงวันนี้ ขึ้นปราศรัยบนเวทีตามลำดับ
19.00 น. เรียนเชิญคุณชูชาติ หาญสวัสดิ์และทีมงาน สส.พรรคเพื่อไทย จ.ปทุมธานีขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน "รำวงย้อนยุคไทยท้องถิ่น แซยิดนายกฯทักษิณ 60ปี" โดยมีนายสมบุญ ขุนทองไทย (กำนันต้อย)ประธานกลุ่มฯกล่าวรายงานประธานในพิธีฯ

เวลามงคล พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร โทรศัพท์(phone in)เข้าสู่เวทีประธานในพิธีขึ้นเวทีจุดเทียนชัยบนเค็กวันเกิด ร่วมร้องเพลง Happy Birthday ท่านนายกฯตลอดกาลทักทายปราศัย ร่วมรำวงกับแกนนำบนเวทีสังสันต์ สนุกสนานจนเวลาพอสมควรปิดเวที

คนสีแดงรักประชาธิปไตย สมุทรสาครเพลทั้งแผ่นดิน

ร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพล วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.2552 ณ ร้านอาหารหนึ่งคลองสองทะเล จังหวัดสมุทรสาคร ติดต่อคุณ พิสิฐ 080-4932445,085-2452656

ภาคกลาง

26 กรกฎาคม-รวมพลคนลพบุรีฟังทักษิณวิเคราะห์เศรษฐกิจการเมือง

ชาวจังหวัดลพบุรีจะจัดงาน “รวมพลคนลพบุรี” เพื่ออวยพรวันเกิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ โดยงานดังกล่าวพ.ต.ท.ทักษิณรับปากกับตนว่าจะโฟนอินเข้ามาทักทายชาวลพบุรีรวมทั้งวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเมืองให้ฟังในเวลา 20.00 น.ของวันดังกล่าวด้วย

อ่างทอง - เลี้ยงพระเพล 9-12 น. ที่วัดต้นสน อ.เมือง จ.อ่างทอง

กำแพงเพชร - รับใบถวายฎีกา ที่ศูนย์เครื่องสำอางค์ MTI หน้าวัดบาง หลังโรงแรมชากังราว 8-19 น. ติดต่อคุณมณีรัตน์

นครนายก - เสื้อแดงนครนายก ร่วมกับชมรมแฟนคลับณัฐวุฒิ จัดงาน 'แดงสัมพันธ์นครนายกเพื่อประชาธิปไตย' เริ่ม 15.00 น.เสาร์25ก.ค.
ณ.สนามกีฬาจังหวัดนครนายก (ใกล้ศูนย์ประชุมกิตตินเรศวร) อาหาร น้ำดื่มฟรี รถรับส่งฟรีที่ชมรมแฟนคลับณัฐวุฒิ จองได้ที่ 080-0652249

ภาคตะวันออก


26 กรกฎาคม 2552 แดงพัทยาร่วมหมื่นอวยพรแม้ว

ขณะนี้สมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงพัทยา กว่า 1 หมื่นคน ได้เตรียมจัดงานเลี้ยงสังสรรค์วันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่บริเวณลานประชาธิปไตย ถ.เพ็ชรตระกูล ข้างฮอลลีวู๊ด ผับ หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยในช่วงเช้า สมาคมกลุ่มคนเสื้อแดงจะมาร่วมใจกันเปิดสำนักงานชมรมคนรักประชาธิปไตย ที่บริเวณข้างร้านตำนานอีสาน โดยสมาชิกจะร่วมทำบุญเลี้ยงพระและทำกิจกรรมเกี่ยวกับประชาธิปไตย

หลังจากนั้นในช่วงเย็นประมาณ 18.00 น . เราจะมีการเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของอดีตท่านนายกขึ้นที่ลานประชาธิปไตย ซึ่งเป็นงานเลี้ยงครบรอบอายุ 60 ปีของท่านอดีตนายกทักษิณด้วย ซึ่งงานนี้ชาวเสื้อแดงพัทยาจะได้ยินเสียงโพนอินของอดีตท่านนายกฯแบบเต็มๆ

สำหรับการเลี้ยงสังสรรค์วันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนี้ ทางกลุ่มคนเสื้อแดงพัทยาได้จัดเลี้ยงโต๊ะจีนจำนวน 360 โต๊ะ และ จำหน่ายในราคาโต๊ะละ 2,000 บาท ซึ่งหางบัตรจะมีการจับฉลากชิงรางวัลมากมาย อาทิ สร้อยคอทองคำ ทีวีสี ขนาด 21 นิ้ว ตู้เย็น วิทยา จักรยาน จานดาวเทียม และ รางวัลอื่นๆอีกมากมาย ส่วนการแสดงบนเวที จะมีศิลปินเพลงชื่อดังไปร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีวงโปงลางมาขับกล่อมบรรเลงในงานอีกด้วย

สัตหีบ ชลบุรี - ที่วัดเตาถ่าน อ.สัตหีบ ช่วงเช้าจนเที่ยง ตักบาตร เลี้ยงพระเพล และร่วมพัฒนาวัด

จันทบุรี - ที่วัดแสลง อ.เมือง จัดทำบุญเลี้ยงพระเพล 12.00 น. ช่วงเย็นมีกิจกรรมบนเวที ที่สนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย

ภาคเหนือ

26 กค. 52 เสื้อแดงเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง จัดแซยิดทักษิณ

ร่วมทำกิจกรรมในงานวันเกิดท่าน ทักษิณ ชินวัตร ณ. บริเวณ พืชสวนโลก

กำหนดการ
1. เวลา 06.00 - 07.00 ร่วมทำบุญตักบาตร
2. เวลา 08.00 - 10.00 ทำพิธีสืบชะตา ณ. วัดดอนจั่น
3. เวลา 16.00 - 24.00 ภาคบันเทิง
พบกับ คุณสุรชัย . คุณมานิตย์ . คุณสุนัย . และศิลปินเสื้อแดงทุกท่าน
จึงเรียนเชิญทุกๆท่านมาร่วมทำกิจกรรมรวมกัน

ดำเนิน การโดย 1. คนรักทักษิณแห่งประเทศไทย(เชียงใหม่) 2. สมาพันธ์รากหญ้าแดง 3. ชมรมวิทยุล้านนา 4. สหกรณ์เดินรถล้านนา 5. กลุ่มสันป่าตองเพื่อประชาธิปไตย 6. พี่น้องประชาชนเสื้อแดงที่เชียงใหม่

26 กรกฎาคม 2552 ลำพูนจัดพิธีสืบชะตาหลวง

ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชาวลำพูนจะร่วมกันจัดพิธีสืบชะตาหลวงครั้งใหญ่ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่วัดพระธาตุหริภุญไชย ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของชาวลำพูน จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวภาคเหนือตอนบนที่สนใจเข้าร่วมพิธีครั้งนี้ด้วย

26ก.ค.คนฮักเจียงฮายเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวที่แม้วโปรด ตกเย็นจัดมวยการเมือง

คนเสื้อแดง-กลุ่มคนเจียงฮายฮักประชาธิปไตย จัดงาน “รวมพลคนฮักทักษิณ ครั้งที่ 1” เพื่อร่วมอวยพรวันเกิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.ค.51 เวลา 17.00 น.ที่ถนนข้างโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จ.เชียงราย

ทุกอำเภอของเชียงรายมาร่วมงาน ซึ่งพิธีจะเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้า ด้วยการทำบุญตักบาตร หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวรสเยี่ยม หลังจากนั้นในช่วง 5 โมงเย็นเป็นต้นไป จะมีเวทีกิจกรรมอวยพรวันคล้ายวันเกิด ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งจะมีการจัดแสดงมวยคู่เอก เป็นมวยคู่พิเศษล้อเลียนการเมือง โดยตัวแสดงนั้นยังไม่เผยว่าเป็นใคร แต่จะเป็นที่ประหลาดใจแน่นอนหากได้มาดู

ในงานครั้งนี้จะมีการนำก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวรสเยี่ยม ซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชื่นชอบมาก มาให้ประชาชนทุกคนที่มาร่วมในงาน ได้รับประทานฟรีตลอดงาน ทั้งจะมีเซอร์ไพรส์ซึ่งอาจจะมีการออกอากาศเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับประชาชนที่มาในงานทั้งหมด หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะมาปรากฏตัวในงานด้วยตัวเอง เนื่องจากมีการเปรยว่าอยากจะมารับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวรสเยี่ยม ที่เชียงราย อีกครั้ง


ภาคอีสาน

เสาร์ที่25 และอาทิตย์ 26 กรกฎาคม -เสื้อแดงอีสานจัดงานรวมพลทั้งแผ่นดินเพื่อทักษิณผู้ปลดหนี้IMF

กลุ่มคนเสื้อแดงภาคอีสาน และสมาพันธ์คนเสื้อแดงภาคอีสาน 19 จังหวัด ให้จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน"รวมพลทั้งแผ่นดิน เพื่อทักษิณ ผู้ปลดหนี้ไอ เอ็ม เอฟ" และจัดงานวันคล้ายวันเกิดอดีดนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และคัดเลือกจัดในพื้นที่อำเภออาจสามารถ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อดีดนายกฯทักษิณ เคยลงพื้นที่อาจสามารถโมเดล เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของอดีดนายกรัฐมนตรีที่ประกอบคุณประโยชน์ ให้กับแผ่นดิน

เริ่มจากช่วงเช้าของวันที่ 25 ก.ค. ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ จาก 19 จังหวัดภาคอีสาน และกิจการบริหารราชการแผ่นดินของอดีดนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ สังคมโลกให้การยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตยของมวลมหาชนคนเสื้อแดง การจำหน่ายโปสการ์ด เพื่อใส่กล่องส่งความคิดถึง และอวยพรให้กับอดีดนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันคล้าย วันเกิด และการรวบรวมฎีกาเพื่อนำทูลถวายฎีการายงานสถานการณ์ความทุกข์ระทมแสนสาหัสจาก ปัญหาเศรษฐกิจ อันมีปฐมเหตุมาจากการยึดอำนาจทางการเมือง ส่วนช่วงเย็นเป็นการขึ้นเวทีปราศรัยและการแสดงของวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังมากมาย

อาทิตย์ 26 กรกฎาคม- ชมรมคนรักอุดรจัดแซยิดแม้ว

เวลา 18.00 น. หน้าสนามทุ่งศรีเมือง จัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยชมรมคนรักอุดรฯ จะเข้าร่วมกิจกรรมเข้าชื่อถวายฎีกา และมีการ์ดอวยพรวันเกิดซึ่งจัดทำโดยสมาพันธ์เสื้อแดงภาคอีสาน จำนวน 1,000 แผ่น มาให้ได้ร่วมเขียนอวยพร และจะเป็นผู้นำไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณที่ดูไบ

26 กรกฎาคม ยโสธรทำบุญแต่เช้าที่วัดมหาธาตุ

กลุ่มคนรักทักษิณยโสธรกำหนดจัดงานวันคล้ายวันเกิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยมี นายสุรชาติ เวชกามา ประธานกลุ่มคนรักทักษิณยโสธรเป็นแม่งานใหญ่กำหนดการทำบุญครบรอบวันเกิด ท่านนายกทักษิณ เช้าวันที่ 26 กรกฎาคม 52 เวลา 7.oo น. กลุ่มคนรักทักษิณยโสธรพร้อมกันที่วัดมหาธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ร่วมทำบุญตักบาตรและถวายภัตราหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์โดยพร้องเพรียงกัน

ดูรายละเอียดที่ http://yasothonred.blogspot.com/

26ก.ค.52-เสื้อแดงขอนแก่น จัดงานแซยิดทักษิณ

พบกับ ณัฐวุฒิ ,และแกนนำคนอื่นๆ เวลา 17.00 น. ที่ลานด้านข้างศูนย์ฝึกอบรม เอไอ เอ ถนน มิตรภาพ จังหวัด ขอนแก่น

ร้อยเอ็ด - ที่ อ.เมืองสรวง โต๊ะรับฎีกาที่ตลาดเทศบาล อ.เมืองสรวง โดยคุณประดับพร โทร.086-2477464

สุรินทร์ - ตั้งเต๊นท์ รับลงชื่อถวายฎีกาที่หน้าโรงพยาบาลสุรินทร์ จนถึงวันที่ 29 กค.52

ชัยภูมิ-ชาวจังหวัดชัยภูมิและใกล้เคียงร่วมฉลองวันเกินให้กับนายกฯในดวงใจ ที่วัดบ้านหนองหลอด พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย

ภาคใต้

สงขลา - เชิญ พลพรรคผู้รักประชาธิปไตย ชาว สตูล พัทลุง สงขลา ตรัง นครศรีฯ และผู้ที่สนใจ พบปะสังสรรค์ งานแซยิด 60 ปีนายกฯทักษิณ ณ.ตำบล 3 บ่อ อ.ระโนด สงขลา ริมถนน สายสงขลา - นครศรี (ระโนด-สะทิ้งพระ) เริ่มงานเวลา 13.30 น.เป็นต้นไป รายละเอียดสอบถามได้ที่ 084- 4500338

นครศรีธรรมราช - ที่วัดสวนขัน อ.ช้างกลาง หน้าศาลาชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์ เวลา 9-12 น. ร่วมทำบุญวันเกิด และร่วมลงชื่อถวายฎีกา

ภาคตะวันตก


26-27 ก.ค.-เสื้อแพงเพชรบุรีจัดแซยิดแม้ว

26ก.ค. ที่จังหวัดเพชรบุรี ทางกลุ่มเสื้อแดงเพชรบุรีเลี้ยงพระเพล ที่วัดไสกระดาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี

วันรุ่งขึ้น 27 ก.ค.52 มีการฉลองเนื่องในวันคล้ายวันเกิด เริ่มตั้งแต่ 10.00 น. ณ ชายหาดเขาตะเกียบ..ที่เดียวกับ จัดเทศกาลดนตรีแจ๊ส

พบกับ แกนนำทีมความจริงวันนี้ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แรมโบ้..สุนัย จุลพงศธร ที่ขาดไม่ได้ คือ PHONE IN ของนายกขวัญใจประชาชน และ คุณจักรภพ เพ็ญแข

และ ฟุตบอลนัดสำคัญ ระหว่าง ทีมเสื้อแดงเพชรบุรี 51 และ ทีมฟุตบอล เรารักทักษิณ (รวมนักธุรกิจชาวเกาหลีที่รักท่านทักษิณ)ชิงถ้วย ของ ท่านนายกทักษิณ

ต่างประเทศ

สหรัฐอเมริกา - คุณปรีชา แกนนำคนเสื้อแดงจาก Chicago ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ พตท.ทักษิณ ที่ร้านอาหารไทยรามาการ์เดนส์ เวลา 11 น. จะมีโฟนอินด้วย

คนไทยในสหราชอาณาจักร

คนไทยในอังกฤษ(konthaiuk.com)เดินทางมาจัดงานในประเทศไทย ร่วมกับ แรมโบ้แฟนคลับ ขอเรียนเชิญพี่น้องผู้ที่มีใจเคารพรักท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ร่วมทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 69 รูปเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในวันคล้ายวันเกิดท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตรงกับวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ที่ วัดบัวขวัญ งามวงศ์วาน นนทบุรี พบท่าน ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานในพิธี

งดแถลงสัปดาห์เดียวเพิ่ม 20 ศพ

ที่มา เดลินิวส์
เหยื่อหวัดตายแล้ว 44 คาดไทยมีผู้ป่วยถึง 5 แสนคนจ่อรับอาสาสมัครทดลองวัคซีน'ทาทา ยัง'แค่หลอดลมอักเสบ

งดแถลงสัปดาห์เดียว ยอดตายไข้หวัด 2009 ไทยขยับ 44 ศพ ป่วยสะสม 6,776 ราย เผยตายเพิ่มจากอาทิตย์ที่แล้วถึง 20 ราย เหยื่อต่ำสุดเด็กวัย 4 เดือน อายุสูงสุด 91 ปี “หมอวิชัย” จ่อเปิดรับอาสาสมัคร ทดลองวัคซีนชนิดพ่น คาดไทยมีผู้ป่วย 5 แสนคน สธ.สั่งยาต้านไวรัสเพิ่ม 24 ล้านเม็ด “อภิสิทธิ์” ยอมรับเชื้อแพร่ระบาดรวดเร็ว สั่งเดินหน้ามาตรการเข้มข้น ด้าน “วิทยา” ใช้กระทรวงมหาดไทย ประชุมผวจ.-สสจ.ผ่านดาวเทียมทางไกล โยนให้ผู้ว่าฯ เป็นประธานศูนย์ ช่วยเกาะติดพื้นที่ “มท.1” โวลั่นไทยคุมเข้มเจ๋งกว่าอังกฤษ ส่วนนักร้องสาวเซ็กซี่ “ทาทา ยัง” โล่งใจ แค่ป่วยเป็นหลอดลมอักเสบ ขณะที่อดีตดาราหนุ่ม สูญเสียผู้เป็นพ่อ วอนทุกคนระมัดระวัง ชี้เป็นเรื่องใกล้ตัว ด้านตัวแทนอนามัยโลก ยาหอมสาธารณสุขไทยเข้มแข็ง “แดนจิงโจ้” เริ่มดีเดย์ทดลองวัคซีนกับคน

สถานการณ์ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) ที่ยังคงแพร่ระบาดคุกคามไปทั่วประเทศ ล่าสุดนักร้องสาวเซ็กซี่สตาร์ “อมิตา- ทาทา ยัง” ศิลปินโกอินเตอร์ค่ายโซนี่มิวสิค ล้มป่วยมีอาการไข้สูงตัดสินใจเข้าพักรักษาตัว ที่รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เพื่อให้แพทย์ตรวจเช็กอาการเป็นการด่วน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

แถลงไข้หวัดประจำสัปดาห์

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย รศ. (พิเศษ) นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ นพ.ศุภมิตร ชุณห์สิทธิ์วัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมการแพทย์ นพ.ภาสกร อัครเสวี ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ศ.พญ. สยมพร ศิรินาวิน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พญ.มัวรีน เบอร์มิงแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย และนพ.ไมเคิล มาลิสัน ผู้แทนศูนย์ความร่วมมือควบคุมโรคไทย-สหรัฐอเมริกา ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด เอ (เอช 1 เอ็น 1) ประจำสัปดาห์

ตะลึงยอดตายขยับ 44 ศ

นพ.ไพจิตร์ แถลงว่า จากการติดตาม สถานการณ์การระบาดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สะสม 6,776 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ได้รับการรักษาจนอาการหายเป็นปกติแล้ว 6,697 ราย กำลังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 35 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยหนัก 7 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม 44 ราย โดยเป็นชายและหญิง 22 รายเท่ากัน อายุต่ำสุด 4 เดือน มากสุด 91 ปี โดยในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 20 ราย ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด พบว่า 29 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว มากที่สุดคือโรคอ้วน และโรคเบาหวาน ร่วมกับความดันโลหิตสูงหรืออื่น ๆ อย่างละ 6 ราย รองลงมาได้แก่ ไตวาย โรคหัวใจ และมะเร็ง อย่างละ 3 ราย ตั้งครรภ์ 2 ราย ที่เหลือเป็นโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ ตับอักเสบเรื้อรัง ปอดอักเสบติดเชื้อซ้ำ ร่างกายพิการ และเด็กเล็ก อย่างละ 1 ราย

อ่านรายละเอียดต่อ

งึกๆงักๆ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โยนข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการ เมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่งได้รับมาเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ให้พรรคร่วมรัฐบาลไปพิจารณา โดยอ้างว่าอยากรับฟังความคิดเห็นในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อได้ข้อสรุปกลับมาก็จะส่งให้คณะกรรมการสมานฉันท์ฯต่อไป

สำหรับคณะกรรมการดังกล่าวเป็นแนวคิดของนายอภิสิทธิ์เอง ที่เสนอให้รัฐสภาจัดตั้งขึ้นมา หลังรัฐบาลปราบม็อบเสื้อแดงเป็นผลสำเร็จ

นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการ ใช้เวลานานถึง 45 วันในการนัดประชุม ถกเถียงหาข้อสรุป

ในวันที่รับรายงานดังกล่าวมา นายอภิสิทธิ์ก็พูดจาเพราะพริ้งว่าจะเสนอให้ประธานรัฐสภานำไปหารือกับสมาชิกรัฐสภา

ในส่วนของรัฐบาลก็จะดำเนินการคู่ขนานกันไป โดยจะนำไปหารือในครม. และจะเดินหน้าต่อไปเพื่อให้การเมืองกลับสู่ระบบ

สุดท้ายก็งึกๆ งักๆ ดึงเรื่องแล้วโยนกลับไปดื้อๆ ซึ่งก็สะท้อนภาวะผู้นำและจุดยืน

อาจเป็นไปได้ ที่นายอภิสิทธิ์เกรงอกเกรงใจกลุ่ม 40 ส.ว. ที่ส่วนใหญ่เป็นสายพันธมิตรและส.ว.สรรหา เพราะทันทีได้รับผลสรุปมา ส.ว.กลุ่มเดียวกันก็ยื่นหนังสือคัดค้านทันที

แถมทวงบุญคุณอีกต่างหากว่าถ้าไม่ได้กลุ่ม 40 ส.ว.เข้าร่วมประชุมฟังการแถลงนอกสภา รัฐบาลก็ไม่สามารถบริหารได้

บางคนทำเท่ สวมหน้ากากอนามัย เขียนข้อความประชดประชัน รังเกียจเดียดฉันท์นักการเมือง ทั้งๆที่ตัวเองก็เล่นการเมืองเหมือนกัน

ข้อเสนอของคณะกรรมการ เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ได้แก่

ระบบการเลือกตั้งส.ส.-ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

ยกเลิกมาตรา 190 การทำสัญญากับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ที่ต้องให้รัฐสภาเห็นชอบก่อน

มาตรา 237 การยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรค ให้ตัดสิทธิเฉพาะผู้กระ ทำความผิดเท่านั้น

แก้มาตรา 265 และมาตรา 266 การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของส.ส.และส.ว.

ส่วนเหตุผลของกลุ่ม 40 ส.ว.ที่ยื่นคัดค้าน อ้างว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่สมานฉันท์ แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหม่

ถ้าจะแก้มาตรา 237 ก็เป็นการนิรโทษกรรมซ่อนรูป

ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่ตอบโจทย์ความขัดแย้งของสังคมไทย

เขตเลือกตั้งยิ่งเล็กยิ่งทำให้ 2 สีทะเลาะกันง่ายขึ้น

ความเห็นของส.ว.กลุ่มนี้ หลายฝ่ายมองว่าทำเหมือนเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรือไม่ก็เจ้าของรัฐธรรมนูญเสียเอง

ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาแบบไหน

ยุบสภา

ที่มา ไทยรัฐ

กกต.ตีแสกหน้าประชาธิปัตย์พ้นสมาชิกภาพ 13 คน ถือหุ้นสัมปทานรัฐ "สุเทพ" เด้งรองนายกฯ นายกฯมึนตึ้บไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร แนวโน้มโอกาส "ยุบสภา" สูง

ข่าว "เขย่าขวด" สุดสัปดาห์นี้ สถานการณ์บ้านเมืองดูท่าจะวุ่นวาย เพราะมีหลายเรื่องหลายราวประเดประดังเข้ามาพร้อมๆกัน

รัฐบาลจะเอาตัวรอดได้หรือไม่...นี่คือปัญหา

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ภูเก็ต ซึ่งมีการเตรียมพร้อมเต็มอัตราศึกถึงขั้นต้องนำกฎหมายความมั่นคงมาประกาศใช้

เพราะกลัว "เสื้อแดง" จะมาปิดประตูตีแมวเหมือนที่พัทยา จึงต้องป้องกันอย่างเต็มที่ หากเกิดอีกครั้งก็ไม่ต้องพูดกันแล้ว

สู้อุตส่าห์หนีไปที่ภูเก็ตก็ยังไม่วาย

เหนืออื่นใด ปัญหาการเมืองที่รุมเร้าดูเหมือนว่าจะมีเรื่องใหญ่ที่ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งแน่

นั่นคือการที่ กกต.ลงมติฟันฉับให้รัฐมนตรี และ ส.ส.ต้องพ้นจากสมาชิกภาพ เนื่องจากถือหุ้นบริษัทสัมปทานรัฐ

13 คนของประชาธิปัตย์ถือว่ามีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น มีเหลืออีกลอตหนึ่ง ซึ่งจะมีทั้ง ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน หาก ส.ส.รัฐบาลโดนเข้าไปอีกมันคงจะป่วนพิลึก

สำหรับประชาธิปัตย์มีนักการเมืองคนสำคัญก็คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง

ที่สำคัญคือตำแหน่งผู้จัดการรัฐบาล

อีก 2 คนที่ดังไม่น้อยกว่ากันคือ ดร. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายจุติ ไกรฤกษ์ ซึ่งคนหลังนี้ผิดหวังกับเก้าอี้รัฐมนตรีมาแล้ว

แน่นอนว่า แม้จะยังต้องรอขั้นตอนคือให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีความผิดตามที่ กกต.ชี้หรือไม่ หากชี้ผิดก็เรียบร้อย รวมถึง 16 ส.ว. ที่กำลังจะมีการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินสุดท้าย

อย่างไรก็ดี วุฒิสมาชิกกำลังหาวิธีการที่จะสู้อย่างสุดฤทธิ์เพื่อให้พ้นผิด ไล่ตั้งแต่ ประธานวุฒิสภาเลยทีเดียว

หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าผิดก็ต้องพ้นจากสมาชิกภาพ ซึ่งจะทำให้ต้องมีการเลือกตั้งและสรรหากันใหม่

นายกฯคงต้องประเมินสถานการณ์ว่าผลจะออกมาอย่างไร แม้หากจะสู้ต่อ หมายความว่าเลือกตั้งซ่อมแล้วรอฟังผลว่าจะเท่าเดิม หรือต้องสูญเสียที่นั่งอันจะทำให้มีผลกระทบต่อเสียงสนับสนุน

เพราะทุกวันนี้เสียงก็ปริ่มน้ำอยู่แล้ว ทำให้การประชุมสภาล่มมาหลายครั้ง และเป็นปัญหามาตลอด

ถ้าได้เท่าเดิม หรือน้อยกว่านิดหน่อยก็พอจะกล้อมแกล้มอยู่กันไปได้ แต่ถ้าหายไปเพราะแพ้เลือกตั้ง

มันจะยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่

นั่นก็หมายความว่าก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินนายกฯคงต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

"ยุบสภา" หรือเชิดหน้าเป็นรัฐบาลต่อไป

เหนืออื่นใด ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเวลา หากศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณานานล่วงเลยไปถึงปลายปี

นั่นก็หมายความว่างบประมาณผ่านเรียบร้อย เงินกู้ 8 แสนล้านเรียบร้อย การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการผ่านฉลุย เศรษฐกิจของประเทศฟื้นขึ้นมาจนเห็นเป็นรูปธรรม

โอกาสที่นายกฯจะยุบสภาก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินก็มีความเป็นไปได้ แม้ว่าประชาธิปัตย์ต้องการจะอยู่ยาวก็ตาม

แต่แม้ว่าจะอยู่ต่อไปก็คงจะบริหารประเทศด้วยความลำบากมากขึ้น เพราะการตีรวนและความยุ่งยากทางการเมือง

เรียกว่าเข้าทางเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มั่นใจว่ารัฐบาลคงอยู่ไม่รอดจนถึงปลายปีแน่ จึงเปิดเกมรุกทุกรูปแบบ

หมายเผด็จศึกให้ได้ ยิ่งรัฐบาลยังกุมสภาพไม่ได้ยิ่งอันตราย

สงสัยว่า "บุญ" จะมีแค่นี้เอง!!!

"ลิขิต จงสกุล"

อนาคต "ข้าวไทย" อาการน่าเป็นห่วง?

ที่มา ไทยรัฐ

ผมนั่งอ่านรายงาน "สกู๊ปข่าวหน้า 1" ของไทยรัฐ ฉบับเมื่อวานนี้ แล้วก็มีอาการไม่สบายใจขึ้นมาตงิดๆ ต้องขออนุญาตนำมาขยายความออกความเห็นเพิ่มเติมในวันนี้

ทีมสกู๊ปข่าวหน้า 1 ซึ่งไปฟังการเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง "จำนำ-ประกันราคา-ฤาแก้ปัญหาสินค้าเกษตรไทย" จัดโดยสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ รายงานตอนหนึ่งว่า...

ผลของการใช้นโยบายรับจำนำข้าวที่ดำเนินการมา 6 ปีแล้ว โดยให้ราคาที่สูงกว่าความเป็นจริง ทำให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวมากขึ้น แต่เป็นการปลูกอย่างลวกๆ ง่ายๆ ชนิดปลูกปีละ 3 ครั้ง เพื่อจะได้มีข้าวมาจำนำรัฐบาลเยอะๆ

ด้วยการกระทำแบบนี้ทำให้ข้าวไทยมีคุณภาพตํ่าลงและกลายเป็นข้าวที่ตลาดโลกไม่ให้ราคาและซื้อข้าวไทยน้อยลง

ตัวเลขจากการเสวนาน่าห่วงมาก ไทยส่งข้าวออกลดลง 30% เวียดนามเพิ่มขึ้น 56% และไทยมีส่วนแบ่งตลาดโลกเพียง 22% เท่านั้น ในขณะนี้ โดยเวียดนามไล่จี้มาที่ 20% ใกล้จะทันอยู่รอมร่อ

ผลเสียอีกประการหนึ่งของนโยบายจำนำข้าว เกิดขึ้นจากการที่บุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสนำข้าวจากพม่าและจากเขมรที่ต้นทุนการเพาะปลูกตํ่ากว่าเข้ามาจำนำด้วยเพราะได้กำไรจากการซื้อข้าวพม่าเขมรมาจำนำเป็นเท่าๆตัว

ส่งผลให้ชาวนาพม่าชาวนาเขมรต่างก็ขยายการเพาะปลูกกันยกใหญ่ เพื่อส่งมาขายคนไทยที่จะเอาไปจำนำต่อ

กลายเป็นว่านโยบายรับจำนำข้าวนอกจากจะทำลายข้าวไทยให้กลายเป็นข้าวคุณภาพตํ่าเป็นประการแรกแล้วยังกลายเป็นนโยบายช่วยเหลือชาวนาของประเทศเพื่อนบ้านเป็นประการที่สอง

นี่แหละครับ...สาเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจเมื่ออ่านรายงานชิ้นนี้ ซึ่งเก็บมาจากอภิปรายในเวทีเสวนาที่ว่า

รายละเอียดใครกล่าวว่าอย่างไร ลองกลับไปอ่านไทยรัฐฉบับเมื่อวานกันอีกทีนะครับ อยู่ในหน้า 5 ใกล้ๆกับคอลัมน์ผมนี่แหละ

ในฐานะนักเรียนเศรษฐศาสตร์ ผมไม่เห็นด้วยกับนโยบายประกันราคาข้าว จำนำข้าว หรือแม้แต่แทรกแซงราคามาตั้งแต่แรก...

เพราะอะไรก็ตามที่ไปทำให้กลไกตลาดบิดเบือน ในที่สุดก็จะทำให้ ทุกสิ่งทุกอย่างบิดเบือนและจะเป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจเป็นส่วนรวม

แต่ในทางการเมือง หรือบางครั้งก็อาจกล่าวได้ว่า ในทางมนุษยธรรม... เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นผู้อ่อนด้อยกว่ากลุ่มอื่นๆในสังคม รัฐบาลมักมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ

โดยทั่วไปแล้วนักเศรษฐศาสตร์ก็มิใช่ใจไม้ไส้ระกำ ถึงกับคัดค้านหัวชนฝา หรือห้ามขาดไปเสียหมด เพราะตระหนักดีว่าสิ่งที่รัฐบาลกระทำลงไปนั้นก็ด้วยเจตนาดี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

จึงมักไม่ค้านสุดโต่ง แต่ก็จะมีความเห็นตักเตือนรัฐบาลว่า จะต้อง ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด และควรทำเมื่อมีความจำเป็นจริงๆเท่านั้น

สำหรับกรณีที่มีการเสวนากันนี้ เห็นได้ชัดเจนว่าการบิดเบือนได้ส่งผลอย่างกว้างขวางออกไปถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย

หากจะบิดเบือนภายในและรัฐบาลจะต้องขาดทุนสูญเสียไปบ้าง แม้จะ ไม่สมควร แต่หากเสียเพื่อคนไทยที่ยากจน ก็ยังจะกัดฟันทนได้

นี่กลายเป็นเสียเพื่อคนอื่น...ใครจะทนได้ล่ะครับ

พ่อค้าหรือบุคคลที่ร่วมขบวนการบิดเบือน ด้วยการไปนำข้าวจากประเทศอื่นมาจำนำ เพื่อหวังผลกำไรให้แก่ตัวเอง ก็ช่างเป็นคนที่ผมอยากจะใช้คำว่า "สิ้นคิด" โดยสิ้นเชิง
เพราะไม่คิดถึงเหตุผลอะไรเลย นอกจากความร่ำรวยของตัวเองเท่านั้น

ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีข้อเสนอว่า จะต้องทบทวนนโยบายทั้ง หลายแหล่ ไม่ว่าจำนำ ประกัน หรือแทรกแซง ฯลฯ กันอย่างจริงจัง เพราะผลร้ายมันเกิดขึ้นดังกรณีเรื่องข้าวที่กำลังพูดกันอยู่นี้

ที่สำคัญที่สุด ด้วยตัวเลขภาพรวมของการส่งออกข้าว ที่น่าเป็นห่วงมากถึงขนาดว่า เวียดนามขึ้นมาหายใจรดต้นคอและมีสิทธิจะแซงเราได้ ในปีหน้าปีโน้น ที่กล่าวถึงตอนต้น
จะนิ่งดูดายไม่ได้แล้วนะครับ และไม่ควรจะเป็นแค่เสวนาเล็กๆ จัดโดยสมาคมสื่อมวลชนเกษตรฯของเพื่อนๆผมเท่านั้น

ควรจะเป็นเรื่องใหญ่ระดับ "วาระแห่งชาติ" จัดโดยรัฐบาลไทยด้วยซ้ำไป.

"ซูม"

กติกาสากล

ที่มา ไทยรัฐ

ผมไม่เห็นด้วยกับ คุณวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ที่พยายามจะเบี่ยงประเด็น ไม่ให้ฝ่ายค้านนำเรื่องของ ความสูญเสียจากกรณีไข้หวัดใหญ่ 2009 มาเป็นประเด็นทางการเมือง
เพราะเรื่องนี้เกิดจากความผิดพลาดในนโยบายหรือมาตรการของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต่างจากคำว่าสุดวิสัย โดยพิสูจน์ ได้จากคำพูดและการกระทำของรัฐบาลทั้งของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตัวคุณวิทยาเอง

จนทำให้ประเทศไทยถูกจับตาในฐานะมีผู้เสียชีวิตเป็น อันดับ 1 ของเอเชีย

และกรณีนี้ผลอันเกิดจากความผิดพลาดของนโยบายส่งผลให้ ประชาชนถึงต้องเสียชีวิต ในทางความรับผิดชอบด้านการบริหารถือว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร ส่วนรัฐบาลจะแสดงสปิริตอะไรอย่างไรหรือไม่ น่าจะสายไปแล้ว เพราะความมั่นใจและความเชื่อมั่นในรัฐบาลได้ลดลงไปโดยอัตโนมัติ

การประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียน มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ อาทิ สิทธิมนุษยชน ซึ่งบังเอิญมีหลายเรื่องหลายกรณีที่ทำให้ ประเทศไทยถูกมองว่า ยังอยู่ในหลุมดำของการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนอยู่ จะโทษต่างประเทศเสียทีเดียวก็ไม่ได้ เนื่องจากประเทศไทยเพิ่งจะผ่านการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง

เรื่องของ คุกลับในประเทศไทย การทรมานนักโทษก่อการร้าย หรือแม้แต่เรื่องที่สื่อต่างประเทศตีพิมพ์เรื่องของนักท่องเที่ยวถูกรีดไถที่สนามบินสุวรรณภูมิ คงไม่ใช่ปัญหา โลกล้อมประเทศ ที่รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ พยายามจะโยงใยให้ถึงใครบางคน เพื่อจะจุดประเด็น ว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลเวลานี้ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังทางการเมืองทั้งนั้น

หากประชาธิปัตย์คิดแต่เรื่องการเมือง

บางสิ่งบางอย่างที่ควรจะมองว่าเป็นเรื่องของบ้านเมือง จึงถูกมองข้ามไป คำพูดของ คุณเสนาะ เทียนทอง อดีตผู้จัดการรัฐบาลและผู้อาวุโสทางการเมือง ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในสนามการเมืองมาไม่น้อย คงอธิบายให้เห็นถึงอนาคตของประเทศไทยได้ดีที่สุดและอธิบายตัวตนของผู้นำประเทศได้อย่างตรงไปตรงมา

เรื่องของคุกลับ ไม่ใช่เพิ่งจะมีการพูดถึงในรัฐบาลประชาธิปัตย์ เท่านั้น รัฐบาลสมัคร ก็เคยถูกร้องถูกตรวจสอบ ก่อนหน้านั้นก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันหลายครั้ง อาจจะตั้งแต่เกิดสงครามอิรักเลยก็ว่าได้ และไม่ใช่มีการเพ่งเล็งมาที่ประเทศไทยเท่านั้น ประเทศอื่นก็ถูกพูดถึง ดูจะหนักกว่าเราด้วยซ้ำ

เพราะนี่คือกติกาสากล

ติดไข้หวัดการเมือง!

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_21373

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ขึ้นชื่อว่าในรอบร้อยปี มันจึงเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจกันทั้งทวีปเอเชีย กับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21


ที่แน่ๆโดยความพิเศษตามหลักวิชาโหราศาสตร์ ผลจากพระราหูอมพระอาทิตย์ บรรดาโหรเปิดคำทำนาย ส่วนใหญ่ทักไปในทางร้าย

จะนำมาซึ่งอุบัติภัยธรรมชาติ เหตุพลิกผันทางการเมือง

ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ เพราะตามท้องเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย มันก็เป็นอะไรที่ชักจะเข้าเค้าไปทุกที

ล่าสุด นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในรอบสัปดาห์ ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อยู่ที่ 44 คน

ติดเชื้อ 6,776 คน โดยมีอาการหายเป็นปกติ 6,697 คน ทั้งนี้ มีผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล 35 คน ในจำนวนนี้ พบว่า มีอาการน่าเป็นห่วง 7 คน

จำนวนคนตาย พุ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

โดยตัวเลขมันฟ้องอยู่ตรงหน้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องยอมรับเสียงอ่อย ขณะนี้การแพร่ระบาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในหลายประเทศมีการขยายตัวค่อนข้างเร็ว ตามหลักของการระบาดจะพุ่งสูงขึ้น ในทางกลับกัน หลักของการบริหารต้องพยายามชะลอและไม่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหากับสถานพยาบาล

พูดซะเห็นภาพเลย

คนไทยติดไข้หวัด 2009 ทะลัก โรงพยาบาลไม่พอรับผู้ป่วย


แต่ในอารมณ์ที่ยังออกตัวกันได้ นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ระบุ ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกกับจำนวนผู้เสียชีวิต และติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับ มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเชื้อเริ่มกระจายไปทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธยอดจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตของไทย ไม่ได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 4 ของโลก เนื่องจากที่ผ่านมาหลายประเทศหยุดรายงานสถานการณ์ไข้หวัด แต่ไทยยังต้องรายงานอยู่โดยตลอด

เด้งเชือก ไม่ยอมเสียเชิงเสียหน้า


เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ภายใต้หลักความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารประเทศต่อชีวิตพลเรือน รัฐบาลคุมสถานการณ์ไข้หวัดมฤตยูไม่อยู่

"อภิสิทธิ์" หนีไม่พ้นติดหวัดการเมือง

และโดยความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกได้ง่ายๆ กับอาการที่ภูมิคุ้มกันรัฐบาล "บุญอุ้ม" กำลังบกพร่องอย่างแรง


กับคดีลอบสังหาร "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ที่วกไปวนมาจบที่เกม ลับ ลวง พราง ล่อกันเองในฝ่ายถืออำนาจ

ฉวยจังหวะหักหอกข้างแคร่ทางการเมือง


ล่าสุดก็เป็นนายกฯอภิสิทธิ์ที่เรียก พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.หัวหน้าทีมสืบสวน หอบแฟ้มเข้ารายงานความคืบหน้าที่ทำเนียบฯ แล้วก็ออกมาป่าวประกาศเสียงดังๆ ในภาพรวม พล.ต.อ.ธานี ระบุว่ายังมีอุปสรรคอยู่หลายจุด

อย่างที่ทราบกันอยู่ว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับคดีอยู่ในราชการด้วย


โดยน้ำเสียงปักใจ แสร้งย้ำกันเป็นนัยๆ ล้อกับกระแสข่าวที่ฝ่ายม็อบพันธมิตรฯฟันธงแล้วว่า คดีนี้เกี่ยวโยงกับขบวนการคนมีสีที่ทรงอิทธิพล

ขุมข่ายอำนาจที่เป็นเงาทะมึนครอบรัฐบาลประชาธิปัตย์

"อภิสิทธิ์" ตั้งป้อมล่อกับทีมงานที่อุ้มสมให้ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกฯ


ในอารมณ์วัดใจ สร้างตึกเสร็จแล้วรื้อนั่งร้าน


และก็ได้วัดใจอีกเหมือนกัน กับคิวรื้อรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่นายกฯอภิสิทธิ์ชงตั้งขึ้นมาเองกับมือ

ล่าสุดจับอาการคนประชาธิปัตย์ออกลีลาอิดๆออดๆ ตั้งแง่ท่านั้นท่านี้ ไม่ทิ้งลายจอมเขี้ยว ส่อแววจะเบี้ยวกันดื้อๆ


แค่เกมหลอกล่อซื้อเวลา แหกตาคนที่หลงคารม

ตามแผนที่น่าจะวางกันไว้ในห้วงที่กระแสยังอุ้มสม ขี่คอพรรคร่วมรัฐบาล แต่บังเอิญวันนี้เจอไข้หวัดการเมือง ในอาการที่ "อภิสิทธิ์" เสี่ยงกับภาวะโรคแทรก

จะกล้าท้าเป็นท้าตายเชียวหรือ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

มีนบุรี หนองจอก แชมป์ล่ารายชื่ออภัยโทษ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_21424

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

รัฐบาลสั่งการให้ติดตามการล่ารายชื่อประชาชน เพื่อยื่นถวายฎีกาขออภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยพบว่า เขตมีนบุรี หนองจอก มีผู้มาลงชื่อมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากทำเนียบรัฐบาล วานนี้ (22 ก.ค.) ว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหว ในการล่ารายชื่อประชาชน เพื่อยื่นถวายฎีกาขออภัย โทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มคนเสื้อแดงดำเนินการอยู่นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล ติดตามความเคลื่อนไหวกรณีดังกล่าว

โดยหน่วยงานความมั่นคงได้รายงานลับ กลับเข้ามา มีข้อมูลระบุว่า ได้ลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ ของระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช.ที่เป็นจังหวัดอิทธิพลเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็น จ.อุบลราชธานี อุดรธานี เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง โดยเฉพาะที่หน่วยงานความมั่นคงได้ไปถ่ายรูป และบันทึกวีดีโอ ที่มีการขนคนให้ไปร่วมลงชื่อ ทั้งนี้ เขตที่มีการเคลื่อนไหว ในการล่ารายชื่อ และได้จำนวนผู้ที่มาลงชื่อมากที่สุด คือ เขตมีนบุรี หนองจอก

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ยังได้ประเมินยุทธศาสตร์ ของพ.ต.ท. ทักษิณ ที่จะนำมาต่อสู้ทางการเมือง 3 ประเด็น คือ1.พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้การตลาด ในการสร้างสื่อใหม่ เช่น เรดนิวส์ ทักษิณวอยส์ ทีวีดาวเทียม เพื่อสร้างความสนใจ 2.วิธีทำการตลาดทั้งหมดจะผนวกกับวิทยุชุมชน ที่มีฐานที่มั่นในจังหวัด ที่เป็น สีแดงเข้ม โดยเฉพาะคลื่นวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่ 3.พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้วิธียืมมือสื่อขนาดใหญ่ โดยสร้างสื่อใหม่ๆ เพื่อให้เผยแพร่ เช่น การโฟนอินจากวิทยุชุมชนอุดรธานี แล้วสื่อขนาดใหญ่จะนำไปลงเผยแพร่ เป็นข่าวสาร ซึ่งรัฐบาลจะเร่งปิดสถานีวิทยุชุมชน ที่ออกอากาศเข้าข่ายล้มล้างระบอบประชาธิไตย หมิ่นเบื้องสูง เพื่อตัดตอนแผน ตามที่พ.ต.ท.ทักษิณวางไว้

ซูจีได้รับรางวัลมหาตมคานธี

ที่มา ประชาไท

นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดีและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่าได้รับรางวัล “มหาตมคานธีเพื่อสันติภาพ (Mahatama Gandhi Peace Award) โดยพิธีจัดขึ้นที่เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ในคืนวันจันทร์ (20 ก.ค.) ที่ผ่านมา

นายเส่ง วิน ญาติของนางอองซาน ซูจีและดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลพม่าพลัดถิ่น (The exiled National Coalition Government of the Union of Burma หรือ NGCUB) รับรางวัลแทนนางซูจีที่ไม่สามารถเดินทางมารับรางวัลด้วยตัวเองได้ เนื่องจากยังคงถูกกักขังอยู่ในเรือนจำอินเส่ง และอยู่ในระหว่างการไต่สวนคดีในข้อหาละเมิดกฎกักบริเวณบ้าน เนื่องจากทางการอ้างว่า นางซูจีปล่อยให้ชายอเมริกันวัย 53 ปีเข้ามายังบ้านพักของเธอที่ผ่านมา

นายเส่งวินกล่าวขณะที่ขึ้นรับรางวัลว่า “ทุกคนคงอยากเห็นเธอเก็บรางวัลนี้ไว้กับตัวในคุก แน่นอนว่ามันคงจะดีกว่า แต่เธอไม่สามารถทำได้ เพราะกำลังถูกนำตัวขึ้นพิจารณาในชั้นศาล ในเวลาเดียวกัน ผมรู้สึกกังวลว่ารัฐบาลพม่าจะตัดสินว่าเธอมีความผิด”

ด้านอดีตนายกรัฐมนตรีของแอฟริกาใต้และนางเอลา คานธี หลานสาวของมหาตมคานธีกล่าวว่า “นอกจากมอบรางวัลให้กับนางซูจีแล้ว เราขอร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าปล่อยตัวนางซูจีและนักโทษทางการเมืองในพม่าทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยการเจรจา ไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยใช้วิธีทางทหาร ซึ่งไม่ใช่ทางออกที่ดี”

ในขณะที่นางอองซาน ซูจีกำลังถูกคุมขังในคุกอินเส่ง หลังถูกทางการพม่าตั้งข้อหาว่าให้ที่พักแก่ชายอเมริกันวัย 53 ที่ว่ายน้ำเข้ามายังบ้านพักของเธอโดยไม่ได้รับเชิญเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถ้าหากนางซูจีถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง เธออาจถูกจองจำในคุกต่อไปอีกเป็นเวลา 5 ปีรางวัลมหาตมคานธีเพื่อสันติภาพจัดตั้งโดยกลุ่ม Gandhi Development Trust เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับมหาตมคานธี ผู้นำด้านจิตวิญญาณของคนอินเดียที่เคลื่อนไหวและต่อสู้จนทำให้อินเดียหลุดพ้นจากการเป็นทาสในอาณานิคมของอังกฤษ โดยมีการมอบรางวัลครั้งแรกในปี 2546 เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปีของหนังสือพิมพ์ชื่อ “Indian Opinion” ที่ก่อตั้งโดยมหาตมคานธีขณะดำรงตำแหน่งทนายความในประเทศแอฟริกาใต้

ทั้งนี้ รางวัลมหาตมคานธีเพื่อสันติภาพจะมอบให้กับผู้ที่อุทิศตนทำงานเพื่อประชาชนในสาขาต่างๆ จากทั่วโลก โดยเมื่อปีที่ผ่านมาได้มอบให้แก่นายเนลสัน แมนเดลา ที่ต่อสู่เพื่อต้านการเหยียดสีผิวและเสรีภาพมาเป็นเวลายาวนาน(DVB/Irrawaddy 21 ก.ค.52)


เจ้าหน้าที่สอบปากคำพระสงฆ์ หลังรับของใส่บาตรจากพรรคฝ่ายค้าน

พระสงฆ์ในย่างกุ้งถูกเจ้าหน้าที่ทางการพม่าสอบปากคำอย่างหนัก หลังรับของใส่บาตรจากสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีที่ร่วมทำบุญเนื่องในวันครบรอบวันตายปีที่ 62 ของนายพลอองซานเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมผ่านมา ทั้งนี้ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ราว 20 คนจากเมืองติงกันจุน (Thingangyun) ในเขตย่างกุ้ง เดินทางไปยังวัดมะกิน (Maggin) ในเลย์ดองกัน (Laydauntkan) โดย นอ อุน ลา สมชิกพรรคเอ็นแอลดีเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงรายละเอียดการประกอบพิธีกรรม อาหารที่นำมาใส่บาตร การแต่งกายของสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี นอกจากนี้ยังข่มขู่พระสงฆ์ว่า หากมีใครเดินทางมาทำบุญที่วัดจะต้องให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ

นอ อุน ลาถูกจับพร้อมกับสมาชิกคนอื่นๆ และเป็นหนึ่งใน 21 คนที่ถูกปล่อยตัวออกมา โดยเปิดเผยว่า “พวกเขาห้ามเราไม่ให้สวมเสื้อที่มีรูปของนายพลอองซาน เมื่อเราเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ พวกเขาก็เข้ามาจับเราทันที” โดยเธอยังบอกอีกว่า มีสมาชิกพรรคฯ คนหนึ่งถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักและถูกโยนเข้าไปในรถ โดยในวันดังกล่าวมี มีสมาชิกพรรคเอ็นแอลกีถูกจับไปกว่า 50 คน (DVB 22 ก.ค.52)