จากอัลบั้ม
"Wall Photos" โดย Thaksin Shinawatra

คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
จากอัลบั้ม
"Wall Photos" โดย Thaksin Shinawatra

ที่มา Thai E-News
ที่มา Asia One News http://news.asiaone.com/News/Latest%2BNews/Asia/Story/A1Story20090725-157009.html
แปลโดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 กรกฎาคม 2552
ภายใต้ username "Thaksinlive" พตท.ทักษิณซึ่งกำลังพำนักอยู่ที่ประเทศดูไบ จะเปิดตัวการสนทนาสดเป็นทางการวันนี้ หัวข้อแรกที่เขาจะนำเสนอทางเครือข่าย online จะเป็นคำแนะนำต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรื่องวิธีแก้ปัญหาโรคไข้หวัดระบาด type-A (H1N1) นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึษาทางกฏหมายของพตท.ทักษิณกล่าว
เขามีเพื่อนกว่า 651 คนใน Facebook และ 587 (ล่าสุดมากกว่า 1500) คน ใน Twitter
เขาลงข้อความใน Twitter บอกแฟนๆว่าจะมีเซอร์ไพรส์ในวันเกิดครบรอบ 60 ปีของเขาในวันที่ 26 กรกฎาคม
นายนพดลกล่าวว่าพตท.ทักษิณและผู้สนับสนุนเขาได้ถูกจำกัดการสื่อสารระหว่างกัน และนี่จะทำให้เขาสามารถพูดคุยกันโดยตรง
"พตท.ทักษิณ จะรับทุกคนในเครือข่าย ใครที่อยากจะอวยพรเขาสามารถทำได้ผ่าน Facebook หรือ Twitter" นายนพดลกล่าว
นายกฯอภิสิทธิ์ได้เป็นสมาชิก Hi5 หลายปีก่อนที่จะมาเป็นนายกฯ เขาเป็นสมาชิกของ Facebook และ Twitter เช่นกัน
Now you can tweet Thaksin on Facebook and Twitter
Under the user name "Thaksinlive", Thaksin, who is now in Dubai, will officially launch his real-time chat today. His first subject on the online networks is a suggestion to the Abhisit Vejjajiva government on how to tackle the type-A (H1N1) flu epidemic, Thaksin's former legal advisor Noppadon Pattama said.
He already has 651 friends on Facebook and 587 on Twitter.
He posted on Twitter, telling his fans to expect a surprise on July 26, his 60th birthday.
Noppadon said Thaksin and his supporters had been restricted from communicating and this would enable him to speak to them directly.
"Thaksin will accept everybody on the networks. Those who want to wish him a happy birthday can do it on Facebook or Twitter," Noppadon said.
Prime Minister Abhisit was there first, having been registered on Hi5 for years before he became PM. He also has an account on Facebook and one on Twitter.
ที่มา Thai E-News

โดย ใหญ่ บางซื่อ
26 กรกฎาคม 2552
มาถึงในวันนี้ ฯพณฯยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานเพื่อมวลประชาชนคนไทยมากมายอย่างที่ไม่เคยมีนายกฯคนไหนทำได้มาก่อน
หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
สร้างความแตกแยก
แทรกแซงองค์กรอิสระ และ
ฉ้อราษฎร์บังหลวง
ที่มา ไทยรัฐ
"ทักษิณ" ขอโทษ นายกฯ การจัดงานวันเกิด 60 ปี แย่งความสนใจจากประชาชน มากกว่าผลงาน รบ. รับคาดไม่ถึงประชาชนมอบความรัก-ศรัทธาให้มากเช่นนี้ นิตยสารดังของโลกติดต่อทำสกู๊ปพิเศษ เตรียมครวญเพลง"ฉันจะกลับมา"
วันนี้ (25 ก.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้ใกล้ชิดทางโทรศัพท์จากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ถึงการจัดงานแซยิดครบรอบ 60 ปีในวันที่ 26 ก.ค.2552 ว่า อยากฝากขอโทษ รัฐบาลโดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่งานวันเกิดของตนไปแย่งความสนใจของสาธารณชนจากภารกิจต่าง ๆของรัฐบาลในช่วงนี้ ตนคาดไม่ถึงเหมือนกันว่า จะมีประชาชนที่มอบความรักความศรัทธาตนจะให้ความสำคัญร่วมกิจกรรมจัดงานวัน เกิดให้มากมายถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ได้รับการติดต่อจากนิตยสารชื่อดังระดับโลก วาง จำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย จะเดินทางมาบันทึกภาพเหตุการณ์ในงานวันเกิดของตนเพื่อจัดทำสกู๊ปพิเศษและ สัมภาษณ์ ถึงความเป็นอยู่ในต่างประเทศและอีกหลากหลายประเด็นทางการเมือง เป็นข้อ เท็จจริงเพื่อนำไปเผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลก
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า สำหรับพิธีกรรมทางศาสนา พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ตลอดจน คำทำนายดวงชะตาต่าง ๆ ที่มีการนำเสนอข่าวในช่วงนี้ ว่า เกิดจากความปรารถนาดีของผู้สนับสนุน ตนถือว่าทุกคนมีเจตนาดีต้องการช่วยเหลือตนอย่างจริงใจ ตนก็รู้สึกซาบซึ้งและจะไม่ขอปฏิเสธน้ำใจ แม้ว่าโดยส่วนตัว จะไม่ได้พึ่งไสยศาสตร์เป็นหลักในการดำเนินชีวิตก็ตามที นอกจากนี้ ตนอยากฝากขอบคุณ "ศิลปินชื่อดัง" คนหนึ่ง ที่แต่งเพลง "ฉันจะกลับมา" ให้เป็นของขวัญวันเกิด แม้จะเป็นของขวัญที่ไม่มีราคาค่างวดเท่าใดนัก แต่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับตนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเนื้อหาทุกประโยครู้สึกกินใจและตรงกับชีวิตของตนที่ผ่านมา ตนจะร้องเพลงให้คนไทยได้รับฟัง อาจถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ในวัน เกิดครั้งนี้ด้วย
สำหรับเนื้อหาของเพลง "ฉันจะกลับมา" มีใจความว่า ต้องมีสักวันฉันจะกลับมา มาตามสัญญาด้วยศรัทธาและเยื่อใย ฉันถูกให้ยอม ทั้งที่..ยังไม่พร้อมใจ ฉันจะกลับมาใหม่ให้ชาวไทยจงได้โปรดรอ ต้องมีสักวันฉันจะกลับมาถึง เธอคือแรงดึง เคยซาบซึ้ง น้ำตาคลอ ฉันจะอดทน กับคำคนที่บ่นด่าทอ เชิญเหยียบย่ำให้พอ จะรอวันฟ้าเปลี่ยนสี กลายเป็นคนต้องพเนจร โยกย้ายที่นอน ดังผู้ร้ายหลบหนี โอ้นกขมิ้น แผ่นดินของเจ้าก็ยังมี ต่างจากตัวข้านี้ไม่มีถิ่นที่อาศัย ต้องมีสักวันฉันจะกลับห้องหอ ทุกคนจงรอวันคนซึ้งมีชัย ฉันจะกลับมาเพื่อร่วมแรงร่วมใจ ฉันจะกลับมาใหม่เพื่อชาวไทยและผืนแผ่นดิน ต้องมีสักวันฉันจะกลับห้องหอ ทุกคนจงรอวันคนช้ำ..มีชัย ฉันจะกลับมาเพื่อร่วมแรงร่วมใจ ฉันจะกลับมาใหม่เพื่อชาวไทยและผืนแผ่นดิน ฉันจะกลับมาใหม่เพื่อรวบร่วมใจ แก้ปัญหาชาติไทย ให้สดใสอยู่ดีมีกิน
ที่มา ไทยรัฐ
คณะผ้าป่าคนรักทักษิณแห้ว หวังไปทำบุญกับหลวงพ่อคูณ แล้วให้ "ทักษิณ" โฟนอิน แต่ไม่อยู่มีรถตู้มารับไปตั้งแต่กลางดึก แม้วครวญตั้งใจทำบุญไม่เกี่ยวการเมือง แต่ไม่วายโดนการเมืองกลั่นแกล้ง..
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (25 ก.ค.) นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายบุญเลิศ ครุฑขุนทด ส.ส.นครราชสีมา เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกลุ่มแม่บ้านด่านขุนทด กว่า 1,000 คน นำผ้าป่าเดินทางไปทอดและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ที่ศาลาการเปรียญ วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
ปรากฏว่าหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัด ไม่อยู่ทราบเพียงว่ารับนิมนต์ฉันภัตตาหารเช้าที่ อ.สูงเนิน ทางคณะของนายจำลองจึงต้องนั่งรอเป็นเวลานาน ขณะที่ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นคณะศิษย์จาก จ.สิงห์บุรี จำนวน 12 คันรถบัส ต้องเดินทางกลับเพราะผิดหวังไม่ได้กราบหลวงพ่อคูณ ทั้งที่นิมนต์ไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ นายจำลอง กล่าวว่าการที่พวกตนจัดทำบุญที่วัดบ้านไร่ ก็เนื่องจากเมื่อเดือน ส.ค. 2547 อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เคยมานอนค้างคืนกับหลวงพ่อคูณ จึงคิดว่าน่าจะเป็นสิริมงคลในโอกาสวันเกิด นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะโทรศัพท์มาขอพรหลวงพ่อคูณ รวมทั้งพูดคุยกับประชาชนด้วย
ต่อมา นายจำลอง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกครั้งว่า ระหว่างที่รอหลวงพ่อคูณนั้น ได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์กับลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณ แต่ปรากฏว่าปิดโทรศัพท์หมดทุกคน และทราบว่ามีรถตู้มารับหลวงพ่อคูณออกจากวัดบ้านไร่ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. คืนวันที่ 24 ก.ค. ไม่ได้ไปกิจนิมนต์อย่างที่บอกไว้ จึงเชื่อว่าคณะลูกศิษย์จะต้องนำหลวงพ่อคูณไปจำวัดที่อื่น เพื่อไม่ให้พวกตนทำบุญขอพรกับหลวงพ่อคูณ ที่ตนมั่นใจเช่นนี้ เพราะรองประธานคณะกรรมการวัดบ้านไร่ ชื่อ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคภูมิใจไทย
"ใครก็ตามที่ขัดขวางไม่ให้พระสงฆ์ปฏิบัติกิจนิมนต์ตามที่รับนิมนต์ไว้ถือว่า เป็นคนบาป แม้แต่พระสงฆ์ตั้งใจไม่ปฏิบัติกิจนิมนต์ตามที่รับนิมนต์ก็เป็นอาบัติ" นายจำลองกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่คณะของนายจำลอง กำลังถวายผ้าป่ากับพระครูจารุธรรมวัฒน์ แทนหลวงพ่อคูณ นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของนายประชาธิปไตย เพื่อจะขอพรหลวงพ่อคูณตามที่นัดหมายกันไว้ แต่หลังจากทราบข้อเท็จจริง พ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้พูดคุยกับประชาชนผ่านเครื่องขยายเสียงของวัดว่า ตั้งใจจะขอพรหลวงพ่อคูณ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ก็ไม่พ้นโดนกลั่นแกล้งโดยการเมือง แต่ไม่เป็นไรเมื่อตั้งใจทำบุญ ก็ขอให้ทุกคนทำบุญอย่างบริสุทธิ์ใจ และขอขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจทำบุญอุทิศให้ตน
ที่มา มติชนออนไลน์
คนสนิท"แม้ว"เรียงหน้ายันไม่มี"โฮโลแกรม" อ้างแค่วิดีโอ30นาทีถวายผ้าไตรจีวร บอกเจ้าอาวาสแก้วฟ้าปลื้มใจจนคิดเองเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ "เจ๊แดง"สั่งเตรียมระบบถ่ายสดเป่าเทียนข้ามทวีป ลูกทั้งสามบินบินไปร่วมงานเบิร์ธเดย์พ่อที่ดูไบแล้ว
"แม้ว"มาแค่วิดีโอ30นาทีไม่มีโฮโลแกรม
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาชน กล่าวเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ถึงกรณีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาระบุในลักษณะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมการใช้เทคนิคชั้นสูงทำภาพเสมือนจริง คล้ายกับ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าร่วมงานทำบุญวันคล้ายวันเกิด 26 กรกฎาคมที่วัดแก้วฟ้าด้วยตัวเอง ว่า จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย ไม่มีการทำภาพ 3 มิติเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ มาร่วมงานทำบุญวันที่ 26 กรกฎาคมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเรื่องนี้ทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยได้เดินทางไปเมืองดูไบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อบันทึกเทปวิดีโอ พ.ต.ท.ทักษิณทำพิธีสวดถวายผ้าไตรจีวร ผ้าอาบน้ำฝนและแผ่นทอง ที่จะนำมามอบให้พระสงฆ์ที่ทำพิธีที่วัดแก้วฟ้า 109 ชุด ด้วยตัวเองความยาวประมาณ 30 นาที ซึ่งในช่วงหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดคุยกับประชาชนเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องและเกษตรกรมาด้วยเท่านั้น
"ไม่มีโฮโลแกรม หรือเทคนิคขั้นสูงสร้างภาพ 3 มิติใดๆ ทั้งสิ้น พี่ประชาอาจจะดูหนังมากไปเลยมาเดาว่าจะใช้เทคนิคชั้นสูง เพียงแต่ในวันงานเราจะเปิดวิดีโอที่ผมไปบันทึกมาเปิดระหว่างการร่วมงานทำบุญเท่านั้น และตรงนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับบิ๊กเซอร์ไพรส์" นายจารุพงศ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามพระครูปลัดไพศาล กิตฺติภัทฺโท เจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้า ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ส่งสิ่งของที่เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์มาไว้ที่วัดแล้ว โดยกำชับให้เปิดในวันที่ 26 กรกฎาคม นายจารุพงศ์กล่าวว่า "เจ้าอาวาสคงปลื้มใจ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำพิธีถวายผ้าไตรจีวร ผ้าอาบน้ำฝนและแผ่นทอง จากดูไบ เพื่อนำมามอบให้คณะสงฆ์ถึงวัดแก้วฟ้า จึงคิดว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์"
"เจ๊แดง"สั่งเตรียมระบบถ่ายสด
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ได้เข้าพบนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ พท.ช่วงเที่ยงวันวันเดียวกันนี้ โดยนางเยาวภากำชับนายณัฐวุฒิ ดูแลเรื่องการจัดงานวันเกิดของคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ ให้เรียบร้อย โดยเฉพาะระบบการสื่อสารในช่วงการเป่าเทียนวันเกิด ซึ่งต้องเชื่อมโยงเข้ากับการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์พีเพิ่ล ชาแนล ให้เป็นระบบเดียวกัน ควรให้ พ.ต.ท.ทักษิณพูดครั้งเดียวแล้วถ่ายทอดสัญญาณไปทุกสถานที่ที่มีการจัดงานวันเกิด โดยเฉพาะเวทีใหญ่ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ภัตตาคารมังกรหลวง ย่านบางนา และเวทีวัดอุทัยทาราม ย่านพระราม 9 โดยในช่วงเย็นวันที่ 24 กรกฎาคม นายณัฐวุฒิได้นัดแกนนำคนเสื้อแดง ที่จัดงานวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณทั้ง 3 แห่งมาหารือซักซ้อมทำความเข้าใจกันอีกครั้ง
นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ในวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะมีการถ่ายทอดพิธีทำบุญทางช่องพีเพิลแชนแนล ใน 3 เวทีหลัก ได้แก่ วัดแก้วฟ้า จ.นนทบุรี ลานวัดอุทัยธาราม ถนนพระราม 9 และที่ตลาดนัดคลองถม อ.อาจ สามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยจะส่งสัญญาณเชื่อมต่อไปยังเวทีต่างๆ ทั่วประเทศพร้อมกัน และจะมีการสนทนาโต้ตอบกับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย โอ๊ค-เอม-อิ๊งไปดูไบร่วมเบิร์ธเดย์
นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พท. กล่าวว่า ภายในวัดจะมีการติดตั้งจอทีวีพลาสม่าหลายเครื่องเพื่อฉายภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นายจารุวงศ์ไปถ่ายทำมาจากเมืองดูไบ ซึ่งจะปรากฏภาพเสมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังร่วมพิธีอยู่รอบทิศพร้อมกับเปิดเสียงสวดมนต์ของ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย นอกจากนี้ในงานเลี้ยงช่วงค่ำที่ภัตตาคารมังกรหลวง พ.ต.ท.ทักษิณจะวิดีโอลิงก์ขอบคุณประชาชนที่ร่วมอวยพรวันเกิด และภายหลังจากคนในครอบครัวชินวัตร อวยพรวันเกิดให้กับพี่ชายจบลง พ.ต.ท.ทักษิณก็จะเป่าเค้กข้ามทวีปผ่านวิดีโอลิงก์ โดยเทียนที่ปักบนเค้กที่ทีมงานเตรียมไว้ก็จะดับลง
รายงานข่าวจากแจ้งว่า นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทายาท พ.ต.ท.ทักษิณทั้ง 3 คน ทยอยเดินทางไปร่วมงานวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จัดขึ้นเฉพาะคนในครอบครัว ที่เมืองดูไบแล้ว โดยนายพานทองแท้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ทำเค้ก-ผ้าไหมหวังลงกินเนสส์ฯ
นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดงานวันเกิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่วัดแก้วฟ้าเป็นการสร้างความแตกแยกให้พระสงฆ์ 2 นิกาย ว่า เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนอยากร่วมทำบุญ ซึ่งการทำบุญสามารถไปที่วัดไหนก็ได้ โดยการทำบุญในวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อความแตกแยกหรือนำศาสนามาเป็นเครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงการแจกทุนการศึกษาและจัดติวเตอร์ให้กับเยาวชนด้วยที่ไม่ได้เป็นการหากินกับเด็ก ทั้งนี้ ทราบมาว่าชาวเชียงใหม่จะทำขนมเค้กวันเกิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 2,492 ก้อน และผ้าไหมหรือกระดาษสาความยาว 2,492 เช่นกัน ซึ่งผู้จัดต้องการให้เรื่องนี้ได้ลงกินเนสส์บุ๊ก
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษก พท. กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะวิดีโอลิงก์ เข้ามาพูดคุยและตอบคำถามเกี่ยวกับทางออกของประเทศไทยในการแก้ปัญหาของประเทศ ตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00-19.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีเพิลชาแนล
สำหรับคำถามที่จะมีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อาทิ จากการติดตามสถานการณ์ในประเทศไทย ควรจะแก้ไขปัญหาอะไรก่อน-หลัง แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ปากท้องของคนรากหญ้า รวมถึงทางออกปัญหาการเมือง มท.3เตือนทำผิดกม.เจอฟันแน่
นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร เพราะเป็นแค่การจัดงานวันเกิดของชายไทยคนหนึ่งที่หนีคำพิพากษาจำคุกไปอยู่ต่างประเทศ แล้วไม่สามารถจะมาฉลองวันเกิดของตัวเองได้จึงส่งเงินมาให้พรรคพวกจัดงานวันเกิดให้ ถือเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งวันเกิดทั่วๆ ไปอาจจะมีขึ้นเวทีพูดขอบคุณ แต่ถ้ารวยหน่อยก็อาจจะเช่าสัญญาณวิทยุหรือโทรทัศน์ ถ้าพูดด้วยความปรารถนาดีก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นการพูดยั่วยุให้เกิดความรุนแรง หรือทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี รวมทั้งช่องสัญญาณวิทยุโทรทัศน์นั้นๆ ด้วย คนมีเงินจะจัดงานวันเกิดเลี้ยงคนทั้งประเทศก็ได้ "อยากทำก็ทำไปแต่อย่าไปทำอะไรผิดกฎหมาย เพราะถ้าผิดแล้วก็ต้องดำเนินคดี จะไม่มีการสั่งการให้จังหวัดต่างๆ สกัดการจัดงาน แต่จะให้จับตามองว่ามีอะไรที่เข้าข่ายความผิดหรือไม่" นายถาวรกล่าว
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คงไม่ต้องเตรียมความพร้อม หรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นเสรีภาพ เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนจะแสดงออก แต่เชื่อว่าทุกคนเข้าใจและแยกแยะได้ว่า อะไรอยู่ภายใต้กติกากฎหมายก็สามารถปฏิบัติได้
"ที่วัดแก้วฟ้า ก็ไม่สกัดกั้น ไม่ควบคุมใดๆ การจะโฟนอินหรืออะไรก็ตาม เป็นสิทธิและเสรีภาพ ถ้าการดำเนินการทั้งหมดไม่ฝ่าฝืนกฎหมายก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าฝ่าฝืนกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะต้องกำกับควบคุมดูแล" นายบุญจงกล่าว
"สาทิตย์"ถามแม้วเซอร์ไพรส์ให้ประโยชน์ชาติอย่างไร
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่เครือข่ายวิทยุชุมชน และโทรทัศน์เคเบิลทีวีจะทำการถ่ายทอดงานแซยิด พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า สามารถดำเนินการได้แต่รายการนั้นต้องไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ไปละเมิดสิทธิของใคร หรือปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย และถ้ามีความผิดพลาดในเชิงของข้อกฎหมายก็ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่ถ่ายทอดรายการนั้นๆ โดยรัฐบาลไม่จำเป็นต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะปกติธรรมดาก็เป็นการดูทั่วๆ ไป และมีหน่วยงานตามปกติมีดูกันอยู่แล้ว
"รัฐบาลก็มีหน้าที่แก้ไขปากท้องประชาชนเป็นเรื่องหลัก คงไม่คิดเรื่องของคุณทักษิณเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราจะให้ความสำคัญของคุณทักษิณว่า จะทำอะไรเซอร์ไพรส์หรือไม่เซอร์ไพรส์ คำถามเดียวเท่านั้นคือ สิ่งเหล่านั้นให้ประโยชน์กับประเทศชาติอย่างไร" นายสาทิตย์กล่าว
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
ที่มา ไทยรัฐ
ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมที่บริเวณ สามเหลี่ยมดินแดง เขียนจดหมายทวงความรับผิดชอบจากรัฐบาล จนบัดนี้ ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐแต่อย่างใด ทั้งๆที่รับปากว่าจะดูแลเป็นอย่างดี หน่วยงานไหน คณะกรรมการชุดไหนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ช่วยตรวจสอบทีเถอะ
ผลงานรัฐบาล ในรอบ 6 เดือน มีอะไรบ้าง ผมว่าเป็นโจทย์ที่ตอบยากมาก อันที่จริงแล้วชาวบ้านไม่สนใจว่ารัฐบาลจะอยู่มากี่เดือนแล้ว ทำอะไรไปบ้าง แต่อยากเห็น ประเทศพ้นจากวิกฤติ ทั้งเศรษฐกิจและการเมืองมากกว่า
เลยเกิดกระแสระหว่าง 6 เดือนกับ 60 ปี
ก็อย่างที่เคยเกริ่นแล้วว่ารัฐบาลกำลังประสบกับวิกฤติศรัทธาอย่างหนัก จะทำอะไร จะไปจะมา ประชาชนเลยรู้สึกเฉยๆ กลับกลายว่าแค่งานแซยิด ครบรอบวันเกิด 60 ปีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชาวบ้านสนใจมากกว่าเยอะ เรื่องของเรื่องเพราะรัฐบาล นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ความสนใจเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณมากกว่าเรื่องของประชาชน เลยปรากฏผลงานอยู่ชิ้นเดียว ที่ยิ่งทำให้วิกฤติบ้านเมืองบานทะโรคมากขึ้น
ว้าเหว่
ความไม่ชอบมาพากลเรื่องของทุจริตคอรัปชันผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด อย่างกรณีที่ได้รับข้อมูลมาจากสมาชิกตั้งข้อสังเกตเรื่องของ การปลูกป่าชายเลน ที่มีการโกงกินงบประมาณปีละไม่ต่ำกว่า 200-400 ล้านบาท ไม่เห็นรัฐบาลเข้าไปทำอะไรได้ ในขณะที่ชาวบ้านที่ยากจนจะเข้าไปตัดไม้เพียงเล็กน้อยเพื่อเลี้ยงชีพ กลับถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้ หน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริต ไม่ว่าจะเป็น สตง.-ปปช.-ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าไปตรวจสอบในประเด็นต่อไปนี้
งานบำรุงแปลงปลูกป่าชายเลนอายุ 2-6 ปี อัตราไร่ละ 750 บาท งานบำรุงแปลงปลูกเสริมและปรับปรุงสภาพป่าชายเลนอายุ 2-6 ปี อัตราไร่ละ 330 บาท งานจัดทำเขตพิทักษ์ รักษ์สัตว์น้ำ มีการจัดทำจริงหรือไม่
งานดูแลเขตพิทักษ์ป่าชายเลนรักษ์สัตว์น้ำ มีการเบิกเงินซ้ำซ้อน กับงานจัดการและอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลน การควบคุมและเฝ้าระวังพื้นที่ป่าชายเลน งานเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันรักษาป่าตามพระราชดำริหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการปลอมแปลงลายเซ็นในการจ่ายเงินเข้าบัญชีคนงานหรือบัญชีเจ้าหน้าที่กันอย่างไรบ้าง
งานปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ปลูกแล้วได้ผลแค่ไหน งานฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนเพื่อบรรเทาสภาวะโลกร้อน งานจัดทำแผนที่และเร่งรัดหมายแนวเขตที่ดินป่าชายเลน ปลูกป่า ชายเลนที่ จ.นครศรีธรรมราช 7,000 ไร่ งานปลูกป่าชายเลนเต็มพื้นที่ตั้งแต่ปี 2546-2551 งานเพาะชำกล้าไม้ มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเยอะแยะไปหมด จึงมีข้อสงสัยตามมาระหว่าง สิ่งที่รัฐบาลพูดกับการกระทำ
จริงใจหรือจิงโจ้.
หมัดเหล็ก
ที่มา บางกอกทูเดย์
ถึงวันนี้...มีใครบ้างจะเชื่อว่า ประเทศไทยปกครองด้วย“ระบอบประชาธิปไตย”ในเมื่อประชาชนยังถูกกลุ่มบุคคลที่เรียกตนว่า“ผู้มีอำนาจ” กดขี่ข่มเหงจนโงหัวไม่ขึ้น...ประเทศไทยเรามีดีทุกอย่างเว้นเสียแต่ “คนไทย” ไม่ได้เป็นเจ้าของครอบครองสิ่งมีค่าโดยสมบูรณ์การปกครองทางการเมืองในประเทศไทยทุกวันนี้...ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการปกครองในระบอบ “เผด็จการซ่อนรูป”ซึ่งในอดีตจากปี พ.ศ.2465-2486 นายกรัฐมนตรีจอมเผด็จการแห่งประเทศอิตาลี “เบนิโต มุสโสลินี”ก็ใช้ระบอบการปกครองนี้...ปกครองผู้คนในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2“ฟาสซิสต์” มีแนวคิดสำคัญ คือ รัฐเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าตนหรือบุคคล โดยจะมีบุคคลคนหนึ่งปกครองประเทศเรียกว่า “ผู้นำเผด็จการ”มีอำนาจสิทธิในการควบคุมรัฐบาลและประชาชนซึ่งประชาชนภายในรัฐจะต้องเชื่อฟังผู้นำสูงสุด เพื่อใช้ประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย และพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องซึ่งสอดคล้องกับประเทศไทยที่ “ผู้มีอำนาจ” ยังยึดติดว่า...ตนหรือบุคคลมีอำนาจเสมอเทียบเทียมกับรัฐ...คิดว่าตนมีอำนาจเหนือ “ประชาชน”เปรียบเสมือนการวางอำนาจการปกครองใน “ระบอบอมาตย์” ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศให้เป็นไปอยู่ในเวลานี้จอมบงการที่มีอำนาจบาตรใหญ่...ใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยไม่ฟังสิทธิฟังเสียงของประชาชนการเมืองไทยหลายยุคสมัย...ผู้มีอำนาจที่แท้จริงมักไม่ใช่ผู้นำ ซึ่งก็คือ “นายกรัฐมนตรี” ที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาบริหารอำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นของประชาชน
เหมือนการเลือกตั้งทุกครั้ง...เพื่อต้องการให้ประชาชนไปเลือกตั้งหวังลดความกดดันของกระแสประชาธิปไตยเพียงเท่านั้นถูกต้องหรือไม่! ที่คนไทยบางคนเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยแค่ 5 นาที เฉพาะตอนกาบัตรออกเสียงเพราะหลังจากนั้น รัฐบาลที่ประชาชนเลือกให้ปกครอง...ต้องเข้าไปอยู่ใน“ร่มเงา” คำบงการของเผด็จการที่กุมอำนาจทางการเมืองวัฒนธรรมการเมืองในบ้านเรา...ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ช่วงก่อนปฏิวัติ 19 กันยา 49 การเมืองภาคประชาชนยังคงอ่อนแอประชาชนเสพข่าวสารเพียงด้านเดียว...อีกทั้งยังขาดการวิเคราะห์วิธีคิดอย่างเป็นระบบลองนึกถึงคำขวัญของฟาสซิสต์ที่ว่า “สามัคคีคือพลัง”แล้วลองนำมาเทียบเคียงกับคำป่าวประกาศของผู้มีอำนาจในประเทศยามนี้ว่า มีความ “สอดคล้อง” กันหรือไม่??สิ่งที่ผู้มีอำนาจต้องการ “ความสามัคคี” คือ ความสามัคคีที่ต้องการให้คนในชาติ “รักใคร่ปรองดอง” ด้วยความสมานฉันท์ หรือเป็นความต้องการที่ไม่อยากให้เกิดความ “กระด้างกระเดื่อง”การกระทำที่ผ่านมา...ส่งผลให้เห็นภาพชัดเจน ประชาชนคนไทย “ตาสว่าง” รู้กันไปทั่วแล้วว่า “ผู้มีอำนาจ”ไม่อาจละทิ้งซึ่งสิ่ง “ลวงตา” ที่เรียกว่า “พลังอำนาจ”เมื่อความจริงเปิดเผย...ประเทศไทยกำลังย่างก้าวเข้าสู่ “ยุคชาววิไล” อีกไม่นานเกินรอเราคงได้เห็นเหล่า“อมาตย์” ต้องพบจุดจบอย่างทรมาน อันเนื่องมาจาก“ผลกรรม” ที่ทำตกไว้กับแผ่นดินเชื่อเถิดว่า...การวางอำนาจปกครองในระบอบ “อมาตย์” ที่ทำอยู่ในเวลานี้...อีกไม่นานจะถึงกาลอวสานและล่มสลาย!!ซึ่งผู้ที่ทำลายนั่นก็คือ พลังอันเข้มแข็งของ “ประชาชน”
ที่มา บางกอกทูเดย์
หวิดตายน้ำตื้น...จึงต้องรีบนำ “งาช้าง” มาคืนท่าทีของนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”กรณีรับมอบงาช้างจาก “โสภณ ซารัมย์” ซึ่งราคาตามท้องตลาดในมูลค่าของ “งาช้าง” เชื่อได้ว่าย่อมต้องสูงเกินกว่า 3,000 บาทหากท่านนายกฯ รับไว้...โดยไม่นำไปคืนแน่นอนต้องเข้าข่าย “การกระทำผิด” ตามประกาศของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2543เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ท่านรัฐมนตรีรวมถึงทีมที่ปรึกษา “คนใกล้ชิด” ขาดความรอบคอบ...ซึ่งเป็น“คมหอกดาบ” ที่กลับมาทิ่มแทงตัวท่านเองเรื่อง “รับของขวัญ” บุคคลที่ดำรงตำแหน่งจะต้องรู้ว่าควรรับหรือไม่ควรรับซึ่งกรณีของ “อภสิ ทิ ธิ์ เวชชาชวีะ”ถือว่าเป็น “การรับสิ่งของ” ที่มีผลครบถ้วนสมบูรณ์แม้จะมีคนบางกลุ่มมองว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ รับงาช้างไปแล้วย่อมเป็นความผิดเบ็ดเสร็จ แต่ก็ควรมองในแง่ของ “เจตนา” เป็นสิ่งควบคู่ประกอบกัน
แต่ก็อดคิดเปรียบเทียบไม่ได้กับกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี “สมัคร สุนทรเวช” ในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งมีคนนำ “นกเขา”มามอบให้ท่านได้ปฏิเสธทันทีว่า “รับไม่ได้” เพราะของสิ่งนั้นมีมูลค่าเกิน 3,000 บาทหรือแม้แต่สมัย “สมัคร” หาเสียงที่วัดสวนแก้ว...พระพยอม บอกว่า รับปากเรื่องพุทธศาสนาหน่อยได้ไหม“สมัคร” เอ่ยปากบอก รับอะไรไม่ได้เลย เพราะกฎหมายเขาไม่ให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้สั่งให้มีการสืบราคา “งาช้าง”ซึ่งท่านกำลังดึงเวลาเพื่อรออะไร ในเมื่อ “งาช้าง”ของแท้มูลค่าสูงเช่นนี้มีใบทะเบียนจาก “กรมป่าไม้” ถูกต้องตามกฎหมาย...ด้วยเนื้อแกะสลักที่งดงาม ซึ่งตามเว็บไซต์ขายของออนไลน์มกี ารประกาศราคาขายไวท้ ปี่ ระมาณ “500,000 บาท”เผื่อเหลือเผื่อขาด...ให้ผู้ซื้อได้มีการ “ต่อรองราคา”ทั้ง 2 กรณีในระดับ “ผู้นำประเทศ” ทั้ง 2 คน...เป็นการตอกย้ำทิ่มแทง “หัวใจคนไทย” ว่า ประเทศนี้เมืองนี้ไม่ได้เป็นระบบ “2 มาตรฐาน” อีกต่อไปแต่มันเป็นประเทศที่ไร้ซึ่งมาตรฐาน!งานนี้ “พ่ออุ้มบุญ” ทั้งหลายที่อุ้มชู...เชิดชูนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” คงต้องนั่งเอาเท้าก่ายหน้าผาก...มีปัญหาให้ขบคิดกันอีกแล้วกระดูกยังไม่แข็ง...แต่ก็ดันทุรังให้โดนลากมานั่งเก้าอี้ “ผู้นำประเทศ”เวลานี้ “ผู้เฒ่าผู้แก่” นั่งหัวร่องอหายจน “ฟันปลอม”แทบหลุด...มีดีแค่เรื่อง “ความหล่อ” แต่ผู้เฒ่าบอก“ไม่นิยม”ชั่วชีวิตนี้...เห็นประเทศที่เจริญแล้วทำความยุติธรรมให้เป็นกฎหมาย แต่นี่กระไร “หนุ่มหล่อ” ผู้นี้กลับทำกฎหมายให้เป็นความยุติธรรม ■
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51