WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, July 26, 2009

ความหวังในวาระวันเกิด ๖๐ ปี ของท่านนายก Thaksin Shinawatra

จากอัลบั้ม
"Wall Photos" โดย Thaksin Shinawatra

Asia One: Now you can tweet Thaksin on Facebook and Twitter: ตอนนี้คุณสามารถ tweet คุณทักษิณได้ใน Facebook และ Twitter ได้แล้ว

ที่มา Thai E-News

ที่มา Asia One News http://news.asiaone.com/News/Latest%2BNews/Asia/Story/A1Story20090725-157009.html
แปลโดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 กรกฎาคม 2552

ภายใต้ username "Thaksinlive" พตท.ทักษิณซึ่งกำลังพำนักอยู่ที่ประเทศดูไบ จะเปิดตัวการสนทนาสดเป็นทางการวันนี้ หัวข้อแรกที่เขาจะนำเสนอทางเครือข่าย online จะเป็นคำแนะนำต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรื่องวิธีแก้ปัญหาโรคไข้หวัดระบาด type-A (H1N1) นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึษาทางกฏหมายของพตท.ทักษิณกล่าว

เขามีเพื่อนกว่า 651 คนใน Facebook และ 587 (ล่าสุดมากกว่า 1500) คน ใน Twitter

เขาลงข้อความใน Twitter บอกแฟนๆว่าจะมีเซอร์ไพรส์ในวันเกิดครบรอบ 60 ปีของเขาในวันที่ 26 กรกฎาคม

นายนพดลกล่าวว่าพตท.ทักษิณและผู้สนับสนุนเขาได้ถูกจำกัดการสื่อสารระหว่างกัน และนี่จะทำให้เขาสามารถพูดคุยกันโดยตรง

"พตท.ทักษิณ จะรับทุกคนในเครือข่าย ใครที่อยากจะอวยพรเขาสามารถทำได้ผ่าน Facebook หรือ Twitter" นายนพดลกล่าว

นายกฯอภิสิทธิ์ได้เป็นสมาชิก Hi5 หลายปีก่อนที่จะมาเป็นนายกฯ เขาเป็นสมาชิกของ Facebook และ Twitter เช่นกัน



Now you can tweet Thaksin on Facebook and Twitter


Under the user name "Thaksinlive", Thaksin, who is now in Dubai, will officially launch his real-time chat today. His first subject on the online networks is a suggestion to the Abhisit Vejjajiva government on how to tackle the type-A (H1N1) flu epidemic, Thaksin's former legal advisor Noppadon Pattama said.

He already has 651 friends on Facebook and 587 on Twitter.

He posted on Twitter, telling his fans to expect a surprise on July 26, his 60th birthday.

Noppadon said Thaksin and his supporters had been restricted from communicating and this would enable him to speak to them directly.

"Thaksin will accept everybody on the networks. Those who want to wish him a happy birthday can do it on Facebook or Twitter," Noppadon said.

Prime Minister Abhisit was there first, having been registered on Hi5 for years before he became PM. He also has an account on Facebook and one on Twitter.

แด่ฯพณฯนายก ดร. ทักษิณ ชินวัตร ด้วยรักและเคารพยิ่ง

ที่มา Thai E-News


โดย ใหญ่ บางซื่อ
26 กรกฎาคม 2552

มาถึงในวันนี้ ฯพณฯยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานเพื่อมวลประชาชนคนไทยมากมายอย่างที่ไม่เคยมีนายกฯคนไหนทำได้มาก่อน



ผู้เขียนว่างเว้นจากการเขียนบทความแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในฐานะประชาชนมานานหลายเดือน ทั้งนี้ด้วยภารกิจรัดตัวค่อนข้างมาก แต่ไม่เคยว่างเว้นในการส่งเสริมความเป็นบุคคลและสังคมประชาธิปไตย เพราะเป็นหน้าที่ของเราทุกคนต้องมีส่วนร่วม และช่วยกันพัฒนา

แต่ครั้งนี้ แม้จะมีภาระมากอย่างไรก็ต้องปลีกเวลาเขียนถึงในวาระโอกาสวันคล้ายวันเกิดของฯพณฯนายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะมาถึงในวันนี้ เพราะในความรู้สึกของผม ฯพณฯยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานเพื่อมวลประชาชนคนไทยมากมายอย่างที่ไม่เคยมีนายกคนไหนทำได้มาก่อน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองแผนดินโดยธรรมที่มีความร่มเย็นผาสุกของประชาชนเป็นราชประสงค์ และทรงทุ่มเทพระสติปัญญา พระวรกาย และราชทรัพย์ เพื่อช่วยให้บรรลุผลทั้งทางตรง ทางอ้อม และผ่านงานของรัฐบาล

ฯพณฯนายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำรัฐบาลที่สำคัญที่สามารถนำพระราชดำริ พระราชปณิธานไปสู่การปฏิบัติได้ผลทั่วถึงมากที่สุด อย่างเป็นที่ทราบกัน

แต่ความสำเร็จของงานของฯพณฯ ได้กลายมาเป็นปัญหาความขัดแย้งที่ถือว่าร้ายแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งในสังคมไทยมาเกือบสามปีนับแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา และยังไม่มีท่าทีที่จะมีการปรองดองกันได้ ระหว่างผู้ที่มีกำลัง(นายทหารในและนอกราชการจำนวนหนึ่ง) และพวกที่ชอบสยบกับพวกมีกำลังร่วมหาประโยชน์ร่วมกันโดยมิชอบ กับเจ้าของอำนาจอธิปไตยคือประชาชนส่วนใหญ่

ที่สำคัญ และที่เจ็บปวดและเป็นอันตรายต่อสังคมไทยมากก็คือ ได้เกิดปรากฎการณ์ คนดีกลับถูกลงโทษ คนทำชั่วลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม และทำร้ายคนทำดีอยู่ตลอดเวลา สังคมไทยจึงอยู่ในอันตรายอย่างที่สุด

ฯพณฯนายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ถูกพวกที่ชอบใช้กำลังทำลายล้างรัฐธรรมนูญและขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผล ๔ ข้อ

หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
สร้างความแตกแยก
แทรกแซงองค์กรอิสระ และ
ฉ้อราษฎร์บังหลวง


ข้อกล่าวหานี้ไม่มีการไต่สวนด้วยกระบวนการยุติธรรมมากก่อน แต่ตัดสินโดยผู้ใช้กำลังที่ประชาชนจ้างด้วยภาษีอากรให้ป้องกันประเทศ แต่กลับใช้กำลังกับผู้ว่าจ้างเสียเองเยี่ยงโจรแอบแฝงเข้าปล้นเจ้าของบ้านเสียเอง

ข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ฯพณฯนายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ทำทุกอย่างเพื่อสนองงานเพื่อประชาชนคนหมู่มากได้ประโยชน์ ทำทุกอย่างเพื่อ เทิดพระเกียรติพระองค์ท่านไปทั่วโลก

ขณะที่คนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าพันธมิตรอ้างพระองค์ท่านเพื่อทำสิ่งไม่ดีด้วยการปิดถนนราชดำเนิน ปิดสนามบิน ทั้งมีอีกหลายกลุ่มหลายคน แฝงตัวเข้าอ้างอิงพระราชอำนาจหาประโยชน์โดยมิชอบทั้งโดยตรงและโดยอ้อม กลับถูกมองจากคนบางพวกว่าจงรักษ์ภักดี ไม่ถูกลงโทษ

คำถามคือ ใครควรถูกลงโทษ

ข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างความแตกแยก ฯพณฯนายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ปราบยาเสพติดทำให้ครอบครัวที่แตกกลับมารวมกันได้ใหม่ ครอบครัวไม่มีจะกิน ได้มีกินมีใช้ขึ้นย่อมมีความอบอุ่นในครอบครัว ชาวบ้านไม่มีที่พึ่งยามเจ็บป่วยหรือยามมีหนี้สิน ก็ได้รับการดูได้ที่พึ่งพิงทำให้ชีวิตดีขึ้น สินค้าได้ราคาดีขึ้น ฯลฯ คนไทยมีความสุขกันทั่วหน้า

เว้นแต่พรรคฝ่ายค้านที่สร้างความแตกยากทุกอย่างเพื่อล้มรัฐบาลด้วยวิธีการที่สกปรก นี่ต่างหากที่สร้างความแตกแยก ปฏิวัติรัฐประหารต่างหากที่สร้างความแตกแยก กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรมต่างหากที่ทำให้แตกแยก คนกลุ่มหนึ่งทำอย่างไรก็ไม่ผิด แต่อีกลุ่มหนึ่งทำอะไรก็ผิดหมด จนทำให้แยกเป็นฝ่ายผิดทุกเรื่องกับ ฝ่ายถูกทุกเรื่อง

คำถามคือ ใครทำแตกแยก ใครควรถูกลงโทษ

ข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงองค์กรอิสระ เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่มีข้อเท็จจริงมายืนยันที่เชื่อถือได้ว่า ฯพณฯนายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร แทรกแซงจริงหรือไม่

แต่ ณ ปัจจุบัน องค์กรอิสระมีมากกว่าการแทรกแซง แต่เป็นการตั้งกันเอง กำกับเอง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงทั้งด้านการเร่งเรื่องทำผิดของฝ่ายปฏิปักษ์ การถ่วงเรื่องทำผิดในฝ่ายตนหรือทำให้สำนวนอ่อน การแสดงออกที่จะช่วยหรือไม่ช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริง

คำถามคือ ใครตั้ง ใครกำกับ ใครแทรกแซง ใครควรถูกลงโทษ

ข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง จากประสบการณ์ในการบริหารงานระดับสูงมาแล้ว มีข้อมูลมาก่อนหน้านั้นว่า ไม่ว่านักการเมืองพรรคไหน รวมทั้งข้าราชการด้วย ไม่ความแตกต่างกันว่าใครฉ้อราษฎร์บังหลวงมากว่าใคร

ฯพณฯ นายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ต่างหากที่ทำให้การฉ้อราษฎร์บังหลวงน้อยลง โดยทำกองทุนหมู่บ้านไม่ให้เงินผ่านมือข้าราชการซึ่งอาจฉ้อโกงได้ ปราบยาเสพติดที่ข้าราชการนอกแถวหากินกับมิจฉาชีพ ใช้สินค้าเกษตรแลกอาวุธตัดการคดโกงในการซื้ออาวุธ ฯลฯ ถือว่าเป็นผู้ปราบการฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยแท้

และโดยตัวฯพณฯท่านเอง ไม่รู้จะฉ้อราษฎร์บังหลวงไปทำไม เพราะเท่าที่ผู้เขียนทราบเงินเจ็ดหมื่นล้านที่ขายหุ้นไปนั้นเป็นเพียงเศษเงินที่ท่านหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงทั้งสิ้น ผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ การแอบอ้างพระราชอำนาจหากินโดยมิชอบ การขายสมบัติชาติ การให้สำปะทานกับพวกพ้อง การด้อยประสิทธิภาพในการทำงาน การหากินกับความหายนะทางเศรษฐกิจช่วงปี ๒๕๓๙-๔๓ เหล่านี้ควรเป็นกลุ่มฉ้อราษฎร์บังหลวงตัวจริง

คำถามคือ ใครกันแน่ ที่ควรถูกลงโทษ

เหตุผลของการปฏิรูปการปกครองฯ หรือจะเรียกว่าปฏิวัติรัฐประหาร จึงมิชอบมาแต่ต้น และผลพวงนั้นยังต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ ยังคงสร้างปัญหาให้กับสังคมด้วยความเขลา ทำของดีให้เสีย (ตัวอย่าง-เลิกสามสิบบาทเอาหน้า ทำให้เพิ่มผู้ป่วยแต่ลดค่าใช้จ่ายทำงานมีปัญหามาก) ทำงานไม่เป็น สร้างศัตรูรอบบ้าน รู้จักแต่การขึ้นภาษี การกู้เงินกู้เงิน ฯลฯ นับเป็นการปฎิรูปการปกครองเพื่อหาคนไร้ฝีมือทำงานสร้างความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงให้สังคมไทยแท้ๆ

ขณะนี้ต้องถือว่าประเทศไทยกำลังเดินอยู่ในเส้นทางอันตรายมากที่สุด เพราะคนไม่ดีที่มาโดยไม่ถูกต้องมาเป็นใหญ่ มีการสร้างความแตกแยกภายในร้าวลึกใส่ร้ายคนดี ยกย่องคนไม่ดี ไร้ฝีมือในการบริหารประเทศและมีสัญญาณบอกเหตุว่าขาดความซื่อตรง หาประโยชน์โดยมิชอบให้ตนเองและพวกพ้อง มีความสัมพันธ์เปราะบางกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ และต่างประเทศเข้ามาประโยชน์โดยไม่เป็นธรรมโดยอาศัยช่องว่างและความเห็นแก่ตัวของผู้นำบางคน ฯลฯ

วันเกิดของ ฯพณฯนายก ดร.ทักษิณ ชินวัตรในปีนี้ จึงอยู่ในท่ามกลางความอปกติที่น่ากลัว แต่ก็ยังมีเคราะห์ดีอยู่บ้างที่บารมีของ ฯพณฯ นายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ยังมีอยู่มาก ร่วมกับประชาชนที่มีความฉลาดและมีความเป็นธรรมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้รวมตัวกันในรูปของคนเสื้อแดง (เป็นแกน แต่ปัจจุบันทุกสีมาช่วยกันมากขึ้นแล้ว) เพื่อช่วยกันสร้างประชาธิปไตยกันขึ้นมาใหม่ ประชาธิปไตยที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์เท่ากัน รู้จักใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา และตั้งอยู่บนหลักของคุณธรรม

ด้วยหลักการนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าจะสามารถนำไปแก้ปัญหาได้มากหากเข้าถึง และนำมาใช้ให้ถ่องแท้ ทราบว่าคนเสื้อแดงทุกคนทราบดี แต่เพื่อความชัดเจน ผู้เขียนจะขออาศัยวันคล้ายวันเกิดของ ฯพณฯ ขยายความหลักการประชาธิปไตยดังกล่าว เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันต่อสู้สานต่อ เพื่อวันหนึ่งข้างหน้าฟ้าเมืองไทย จะได้ใสสดชัดเจนยิ่งขึ้น

หลักความเท่าเที่ยมกันในความเป็นมนุษย์นี้มาจากพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดงด้วยพระองค์เองว่า การเป็นเจ้าชายกับการหนีออกไปเป็นคนเร่รอนเรียนรู้ในป่ามีค่าเท่ากัน นี่เป็นรากฐานที่ทำไมเวลาเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี กับชาวบ้านจึงมีสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากัน ผู้ที่ไม่เข้าใจหลักการนี้ มักเสนอการให้สิทธิในคนบางคนมากกว่าชาวบ้าน(แม้ผู้ถูกมอบจะมีตำแหน่งสูง แต่ไม่สามารถประกันได้ว่ามีความเที่ยงธรรมเที่ยงตรง ปลอดจากอิทธิพลแอบแฝง)ทำให้เสียหลักการ ก่อให้เกิดกลุ่มผลประโยชน์ที่เป็นอันตรายมาก

หลักนี้เป็นหลักของความเป็นมนุษย์ด้วย หลักที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ สัตว์มันไม่เข้าใจหลักนี้ มันไม่รู้จนถึงขั้นกัดกันเพื่อแย่งสิทธิ์ ทำร้ายกัน แม้กระทั่งกินลูกของมันเอง

หลักประชาธิปไตยจึงกำหนดเรื่องนี้เป็นสำคัญว่าทุกคนต้องเคารพในศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ ต้องเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน ไม่ละเมิดกัน หากละเมิดจะมีความผิดมากน้อยตามการกระทำ

อีกประการหนึ่งก็คือ หลักของการใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา ไม่ใช้กำลังในการแก้ปัญหา การใช้กำลังเป็นสัญลักษณ์ของความป่าเถื่อน และเทียบไปถึงสัตว์ด้วย แต่จะใช้เมื่อจำเป็นที่หลีกเลี่ยงอย่างที่สุดแล้วเมื่อถูกละเมิดอย่างร้ายแรง การใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาเป็นหลักสำคัญอีกประการหนึ่งของความเป็นมนุษย์ และความเป็นประชาธิปไตย การพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ที่สำคัญขาดไม่ได้ ขาดเมื่อไรจะเกิดวิบัติ คือหลักคุณธรรมจริยธรรม สังคมไทยค่อนข้างสับสน คิดว่าการมีอายุมาก ยศสูง วุฒิสูง ร่ำรวย เป็นเรื่องเดียวกับคุณธรรม การมีไม่ใช่คุณธรรม แต่การทำประโยชน์แก่คนหมู่มากต่างหากจึงจะเรียกว่ามีคุณธรรม

ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์แสดงแก่พระสาวกมีใจความว่า เมื่อสิ้นพระองค์แล้ว ธรรมะคือพระพุทธเจ้า ขอให้สงฆ์ทั้งหลายจงออกไปทำประโยชน์แก่คนหมู่มากเถิด ดังนั้นผู้ทำประโยชน์ให้แก่คนหมู่มากต่างหากจึงจะเรียกว่าเป็นผู้มีคุณธรรม

หลักนี้นักปราชญ์ตะวันตกหลายคนได้นำไปจัดทำเป็นมาตรวัดคุณธรรม โดยถือหลักว่า ใครทำประโยชน์แก่คนหมู่มากมากกว่าถือว่ามีคุณธรรมสูงกว่า

ฯพณฯ นายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ทำประโยชน์ต่อคนหมู่มากภายใต้เบื้องยุคบาทอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้เท่ามาก่อน กลับถูกกล่าวร้าย ๔ ประการดังกล่าวแล้วอย่างไม่เป็นธรรม ถูกขับออกจากตำแหน่ง ป้ายความผิดจนพำนักอยู่ในประเทศไม่ได้ นับเป็นความวิปริตทางคุณธรรมอย่างร้ายแรง

ผู้เขียนจำได้ว่า อับราฮัม ยูนุส ชาวบังคลาเทศ ทำกองทุนหมู่บ้านช่วยชาวบ้านอย่างเดี่ยว ได้รับรางวัลโนเบลไพรส์ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ แต่ฯพณฯ ทำกองทุนหมู่บ้าน และช่วยชาวบ้านให้มีหลักประกัน มีชีวิตที่ดีขึ้น กลับไม่มีประเทศอยู่ สังคมพุทธธรรมอย่างเมืองไทย เป็นอะไรไปแล้ว

ขณะนี้เรายังไม่มีทางออกที่ชัดเจนสำหรับประเทศ แต่ความเข้มแข็งของคนที่รักประชาธิปไตย และรักความยุติธรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่ากฎแห่งกรรม เป็นกฎแห่งความจริง คนที่ยึดหลักแห่งความเป็นมนุษย์ หลักของประชาธิปไตยที่แท้จริงย่อมเป็นการทำเหตุที่ดี ย่อมได้ผลดีตามมา

ส่วนคนที่ยังมีสันดานดิบชอบใช้กำลังเพื่ออำนาจเด็ดขาด (ปราชญ์ทางรัฐศาสตร์กล่าวไว้ว่าจะโกงเด็ดขาดด้วย) และคดโกงจะโกงไม่ได้นาน เพราะความโง่ในการบริหารจะทำให้ไม่มีอะไรจะให้โกง และแม้จะโกงไปได้ นำไปใช้บริโภคย่อมเป็นของร้อนทำร้ายตัวเขาเองและครอบครัวอย่างแน่นอน คิดเสียอย่างนี้พอช่วยเยียวยาจิตใจได้บ้าง

แต่เราคงปล่อยให้คนเลว(ทำร้ายคนอื่น)คนโง่(คดโกงทำให้ส่วนรวมอ่อนแอ และที่สุดตนเองก็อยู่ไม่ได้)ลอยนวลอยู่นานไม่ได้ จะต้องมีกระบวนการเร่งกรรมร้ายให้เกิดแก่เขาเหล่านั้นที่ทำกรรมวิปริตให้ได้รับผลกรรมโดยเร็วต่อไป

ผู้เขียนพร้อมให้กำลังใจ และให้ความร่วมมือในทุกทาง และในโอกาสวันอันเป็นมงคลในวาระวันคล้ายวันเกิดของฯพณฯขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงบันดาลให้ชาวเสื้อแดง และแนวร่วมผู้รักประชาธิปไตย และความยุติธรรม จงมีความสุขความสำเร็จในชีวิต และร่วมมือกันเหนียวแน่นเพื่อสร้างประชาธิปไตยบนผืนแผนดินไทยให้มั่นคง สืบไป

เฉพาะ ฯพณฯ นายก ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในวันคล้ายวันเกิด วันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ นี้ ขอพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และสังฆานุภาพ ทั้งพลังแห่งความเป็นคนดีมีคุณธรรม สร้างประโยชน์แก่คนหมู่มาก ช่วยให้เขาได้พ้นทุกข์ประสบแต่ความสุข จงมีความสุข มีพลานามัยที่แข็งแรง ปลอดจากภัยอันตรายทั้งปวง และจงเป็นพลังร่วมกันสร้างสังคมประชาธิปไตยไทยให้เข้มแข็ง ยั่งยืนต่อไป.

Saturday, July 25, 2009

แม้วขอโทษมาร์ค แย่งเรตติ้ง ผลงานรัฐบาล

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_21931

"ทักษิณ" ขอโทษ นายกฯ การจัดงานวันเกิด 60 ปี แย่งความสนใจจากประชาชน มากกว่าผลงาน รบ. รับคาดไม่ถึงประชาชนมอบความรัก-ศรัทธาให้มากเช่นนี้ นิตยสารดังของโลกติดต่อทำสกู๊ปพิเศษ เตรียมครวญเพลง"ฉันจะกลับมา"

วันนี้ (25 ก.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้ใกล้ชิดทางโทรศัพท์จากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ถึงการจัดงานแซยิดครบรอบ 60 ปีในวันที่ 26 ก.ค.2552 ว่า อยากฝากขอโทษ รัฐบาลโดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่งานวันเกิดของตนไปแย่งความสนใจของสาธารณชนจากภารกิจต่าง ๆของรัฐบาลในช่วงนี้ ตนคาดไม่ถึงเหมือนกันว่า จะมีประชาชนที่มอบความรักความศรัทธาตนจะให้ความสำคัญร่วมกิจกรรมจัดงานวัน เกิดให้มากมายถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ได้รับการติดต่อจากนิตยสารชื่อดังระดับโลก วาง จำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย จะเดินทางมาบันทึกภาพเหตุการณ์ในงานวันเกิดของตนเพื่อจัดทำสกู๊ปพิเศษและ สัมภาษณ์ ถึงความเป็นอยู่ในต่างประเทศและอีกหลากหลายประเด็นทางการเมือง เป็นข้อ เท็จจริงเพื่อนำไปเผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลก

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า สำหรับพิธีกรรมทางศาสนา พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ตลอดจน คำทำนายดวงชะตาต่าง ๆ ที่มีการนำเสนอข่าวในช่วงนี้ ว่า เกิดจากความปรารถนาดีของผู้สนับสนุน ตนถือว่าทุกคนมีเจตนาดีต้องการช่วยเหลือตนอย่างจริงใจ ตนก็รู้สึกซาบซึ้งและจะไม่ขอปฏิเสธน้ำใจ แม้ว่าโดยส่วนตัว จะไม่ได้พึ่งไสยศาสตร์เป็นหลักในการดำเนินชีวิตก็ตามที นอกจากนี้ ตนอยากฝากขอบคุณ "ศิลปินชื่อดัง" คนหนึ่ง ที่แต่งเพลง "ฉันจะกลับมา" ให้เป็นของขวัญวันเกิด แม้จะเป็นของขวัญที่ไม่มีราคาค่างวดเท่าใดนัก แต่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับตนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเนื้อหาทุกประโยครู้สึกกินใจและตรงกับชีวิตของตนที่ผ่านมา ตนจะร้องเพลงให้คนไทยได้รับฟัง อาจถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ในวัน เกิดครั้งนี้ด้วย

สำหรับเนื้อหาของเพลง "ฉันจะกลับมา" มีใจความว่า ต้องมีสักวันฉันจะกลับมา มาตามสัญญาด้วยศรัทธาและเยื่อใย ฉันถูกให้ยอม ทั้งที่..ยังไม่พร้อมใจ ฉันจะกลับมาใหม่ให้ชาวไทยจงได้โปรดรอ ต้องมีสักวันฉันจะกลับมาถึง เธอคือแรงดึง เคยซาบซึ้ง น้ำตาคลอ ฉันจะอดทน กับคำคนที่บ่นด่าทอ เชิญเหยียบย่ำให้พอ จะรอวันฟ้าเปลี่ยนสี กลายเป็นคนต้องพเนจร โยกย้ายที่นอน ดังผู้ร้ายหลบหนี โอ้นกขมิ้น แผ่นดินของเจ้าก็ยังมี ต่างจากตัวข้านี้ไม่มีถิ่นที่อาศัย ต้องมีสักวันฉันจะกลับห้องหอ ทุกคนจงรอวันคนซึ้งมีชัย ฉันจะกลับมาเพื่อร่วมแรงร่วมใจ ฉันจะกลับมาใหม่เพื่อชาวไทยและผืนแผ่นดิน ต้องมีสักวันฉันจะกลับห้องหอ ทุกคนจงรอวันคนช้ำ..มีชัย ฉันจะกลับมาเพื่อร่วมแรงร่วมใจ ฉันจะกลับมาใหม่เพื่อชาวไทยและผืนแผ่นดิน ฉันจะกลับมาใหม่เพื่อรวบร่วมใจ แก้ปัญหาชาติไทย ให้สดใสอยู่ดีมีกิน

ทักษิณโฟนอินเก้อ ศิษย์อุ้มพ่อคูณหนีตอนดึก

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_21995

คณะผ้าป่าคนรักทักษิณแห้ว หวังไปทำบุญกับหลวงพ่อคูณ แล้วให้ "ทักษิณ" โฟนอิน แต่ไม่อยู่มีรถตู้มารับไปตั้งแต่กลางดึก แม้วครวญตั้งใจทำบุญไม่เกี่ยวการเมือง แต่ไม่วายโดนการเมืองกลั่นแกล้ง..

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (25 ก.ค.) นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายบุญเลิศ ครุฑขุนทด ส.ส.นครราชสีมา เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกลุ่มแม่บ้านด่านขุนทด กว่า 1,000 คน นำผ้าป่าเดินทางไปทอดและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ที่ศาลาการเปรียญ วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

ปรากฏว่าหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัด ไม่อยู่ทราบเพียงว่ารับนิมนต์ฉันภัตตาหารเช้าที่ อ.สูงเนิน ทางคณะของนายจำลองจึงต้องนั่งรอเป็นเวลานาน ขณะที่ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นคณะศิษย์จาก จ.สิงห์บุรี จำนวน 12 คันรถบัส ต้องเดินทางกลับเพราะผิดหวังไม่ได้กราบหลวงพ่อคูณ ทั้งที่นิมนต์ไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ นายจำลอง กล่าวว่าการที่พวกตนจัดทำบุญที่วัดบ้านไร่ ก็เนื่องจากเมื่อเดือน ส.ค. 2547 อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เคยมานอนค้างคืนกับหลวงพ่อคูณ จึงคิดว่าน่าจะเป็นสิริมงคลในโอกาสวันเกิด นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะโทรศัพท์มาขอพรหลวงพ่อคูณ รวมทั้งพูดคุยกับประชาชนด้วย

ต่อมา นายจำลอง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกครั้งว่า ระหว่างที่รอหลวงพ่อคูณนั้น ได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์กับลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณ แต่ปรากฏว่าปิดโทรศัพท์หมดทุกคน และทราบว่ามีรถตู้มารับหลวงพ่อคูณออกจากวัดบ้านไร่ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. คืนวันที่ 24 ก.ค. ไม่ได้ไปกิจนิมนต์อย่างที่บอกไว้ จึงเชื่อว่าคณะลูกศิษย์จะต้องนำหลวงพ่อคูณไปจำวัดที่อื่น เพื่อไม่ให้พวกตนทำบุญขอพรกับหลวงพ่อคูณ ที่ตนมั่นใจเช่นนี้ เพราะรองประธานคณะกรรมการวัดบ้านไร่ ชื่อ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคภูมิใจไทย

"ใครก็ตามที่ขัดขวางไม่ให้พระสงฆ์ปฏิบัติกิจนิมนต์ตามที่รับนิมนต์ไว้ถือว่า เป็นคนบาป แม้แต่พระสงฆ์ตั้งใจไม่ปฏิบัติกิจนิมนต์ตามที่รับนิมนต์ก็เป็นอาบัติ" นายจำลองกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่คณะของนายจำลอง กำลังถวายผ้าป่ากับพระครูจารุธรรมวัฒน์ แทนหลวงพ่อคูณ นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของนายประชาธิปไตย เพื่อจะขอพรหลวงพ่อคูณตามที่นัดหมายกันไว้ แต่หลังจากทราบข้อเท็จจริง พ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้พูดคุยกับประชาชนผ่านเครื่องขยายเสียงของวัดว่า ตั้งใจจะขอพรหลวงพ่อคูณ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ก็ไม่พ้นโดนกลั่นแกล้งโดยการเมือง แต่ไม่เป็นไรเมื่อตั้งใจทำบุญ ก็ขอให้ทุกคนทำบุญอย่างบริสุทธิ์ใจ และขอขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจทำบุญอุทิศให้ตน

อดเห็น"แม้ว สกายวอล์คเกอร์" คนสนิทปัด"โฮโลแกรม"อ้างแค่วิดีโอเป่าเทียนวันเกิด ลูกดอดบินดูไบร่วมงาน

ที่มา มติชนออนไลน์

คนสนิท"แม้ว"เรียงหน้ายันไม่มี"โฮโลแกรม" อ้างแค่วิดีโอ30นาทีถวายผ้าไตรจีวร บอกเจ้าอาวาสแก้วฟ้าปลื้มใจจนคิดเองเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ "เจ๊แดง"สั่งเตรียมระบบถ่ายสดเป่าเทียนข้ามทวีป ลูกทั้งสามบินบินไปร่วมงานเบิร์ธเดย์พ่อที่ดูไบแล้ว

"แม้ว"มาแค่วิดีโอ30นาทีไม่มีโฮโลแกรม


นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาชน กล่าวเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ถึงกรณีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาระบุในลักษณะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมการใช้เทคนิคชั้นสูงทำภาพเสมือนจริง คล้ายกับ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าร่วมงานทำบุญวันคล้ายวันเกิด 26 กรกฎาคมที่วัดแก้วฟ้าด้วยตัวเอง ว่า จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย ไม่มีการทำภาพ 3 มิติเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ มาร่วมงานทำบุญวันที่ 26 กรกฎาคมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเรื่องนี้ทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยได้เดินทางไปเมืองดูไบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อบันทึกเทปวิดีโอ พ.ต.ท.ทักษิณทำพิธีสวดถวายผ้าไตรจีวร ผ้าอาบน้ำฝนและแผ่นทอง ที่จะนำมามอบให้พระสงฆ์ที่ทำพิธีที่วัดแก้วฟ้า 109 ชุด ด้วยตัวเองความยาวประมาณ 30 นาที ซึ่งในช่วงหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดคุยกับประชาชนเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องและเกษตรกรมาด้วยเท่านั้น


"ไม่มีโฮโลแกรม หรือเทคนิคขั้นสูงสร้างภาพ 3 มิติใดๆ ทั้งสิ้น พี่ประชาอาจจะดูหนังมากไปเลยมาเดาว่าจะใช้เทคนิคชั้นสูง เพียงแต่ในวันงานเราจะเปิดวิดีโอที่ผมไปบันทึกมาเปิดระหว่างการร่วมงานทำบุญเท่านั้น และตรงนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับบิ๊กเซอร์ไพรส์" นายจารุพงศ์กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามพระครูปลัดไพศาล กิตฺติภัทฺโท เจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้า ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ส่งสิ่งของที่เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์มาไว้ที่วัดแล้ว โดยกำชับให้เปิดในวันที่ 26 กรกฎาคม นายจารุพงศ์กล่าวว่า "เจ้าอาวาสคงปลื้มใจ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำพิธีถวายผ้าไตรจีวร ผ้าอาบน้ำฝนและแผ่นทอง จากดูไบ เพื่อนำมามอบให้คณะสงฆ์ถึงวัดแก้วฟ้า จึงคิดว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์"


"เจ๊แดง"สั่งเตรียมระบบถ่ายสด


แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ได้เข้าพบนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ พท.ช่วงเที่ยงวันวันเดียวกันนี้ โดยนางเยาวภากำชับนายณัฐวุฒิ ดูแลเรื่องการจัดงานวันเกิดของคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ ให้เรียบร้อย โดยเฉพาะระบบการสื่อสารในช่วงการเป่าเทียนวันเกิด ซึ่งต้องเชื่อมโยงเข้ากับการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์พีเพิ่ล ชาแนล ให้เป็นระบบเดียวกัน ควรให้ พ.ต.ท.ทักษิณพูดครั้งเดียวแล้วถ่ายทอดสัญญาณไปทุกสถานที่ที่มีการจัดงานวันเกิด โดยเฉพาะเวทีใหญ่ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ภัตตาคารมังกรหลวง ย่านบางนา และเวทีวัดอุทัยทาราม ย่านพระราม 9 โดยในช่วงเย็นวันที่ 24 กรกฎาคม นายณัฐวุฒิได้นัดแกนนำคนเสื้อแดง ที่จัดงานวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณทั้ง 3 แห่งมาหารือซักซ้อมทำความเข้าใจกันอีกครั้ง


นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ในวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะมีการถ่ายทอดพิธีทำบุญทางช่องพีเพิลแชนแนล ใน 3 เวทีหลัก ได้แก่ วัดแก้วฟ้า จ.นนทบุรี ลานวัดอุทัยธาราม ถนนพระราม 9 และที่ตลาดนัดคลองถม อ.อาจ สามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยจะส่งสัญญาณเชื่อมต่อไปยังเวทีต่างๆ ทั่วประเทศพร้อมกัน และจะมีการสนทนาโต้ตอบกับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย

โอ๊ค-เอม-อิ๊งไปดูไบร่วมเบิร์ธเดย์


นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พท. กล่าวว่า ภายในวัดจะมีการติดตั้งจอทีวีพลาสม่าหลายเครื่องเพื่อฉายภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นายจารุวงศ์ไปถ่ายทำมาจากเมืองดูไบ ซึ่งจะปรากฏภาพเสมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังร่วมพิธีอยู่รอบทิศพร้อมกับเปิดเสียงสวดมนต์ของ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย นอกจากนี้ในงานเลี้ยงช่วงค่ำที่ภัตตาคารมังกรหลวง พ.ต.ท.ทักษิณจะวิดีโอลิงก์ขอบคุณประชาชนที่ร่วมอวยพรวันเกิด และภายหลังจากคนในครอบครัวชินวัตร อวยพรวันเกิดให้กับพี่ชายจบลง พ.ต.ท.ทักษิณก็จะเป่าเค้กข้ามทวีปผ่านวิดีโอลิงก์ โดยเทียนที่ปักบนเค้กที่ทีมงานเตรียมไว้ก็จะดับลง


รายงานข่าวจากแจ้งว่า นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทายาท พ.ต.ท.ทักษิณทั้ง 3 คน ทยอยเดินทางไปร่วมงานวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จัดขึ้นเฉพาะคนในครอบครัว ที่เมืองดูไบแล้ว โดยนายพานทองแท้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา


ทำเค้ก-ผ้าไหมหวังลงกินเนสส์ฯ


นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดงานวันเกิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่วัดแก้วฟ้าเป็นการสร้างความแตกแยกให้พระสงฆ์ 2 นิกาย ว่า เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนอยากร่วมทำบุญ ซึ่งการทำบุญสามารถไปที่วัดไหนก็ได้ โดยการทำบุญในวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อความแตกแยกหรือนำศาสนามาเป็นเครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงการแจกทุนการศึกษาและจัดติวเตอร์ให้กับเยาวชนด้วยที่ไม่ได้เป็นการหากินกับเด็ก ทั้งนี้ ทราบมาว่าชาวเชียงใหม่จะทำขนมเค้กวันเกิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 2,492 ก้อน และผ้าไหมหรือกระดาษสาความยาว 2,492 เช่นกัน ซึ่งผู้จัดต้องการให้เรื่องนี้ได้ลงกินเนสส์บุ๊ก


นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษก พท. กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะวิดีโอลิงก์ เข้ามาพูดคุยและตอบคำถามเกี่ยวกับทางออกของประเทศไทยในการแก้ปัญหาของประเทศ ตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00-19.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีเพิลชาแนล


สำหรับคำถามที่จะมีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อาทิ จากการติดตามสถานการณ์ในประเทศไทย ควรจะแก้ไขปัญหาอะไรก่อน-หลัง แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ปากท้องของคนรากหญ้า รวมถึงทางออกปัญหาการเมือง

มท.3เตือนทำผิดกม.เจอฟันแน่


นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร เพราะเป็นแค่การจัดงานวันเกิดของชายไทยคนหนึ่งที่หนีคำพิพากษาจำคุกไปอยู่ต่างประเทศ แล้วไม่สามารถจะมาฉลองวันเกิดของตัวเองได้จึงส่งเงินมาให้พรรคพวกจัดงานวันเกิดให้ ถือเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งวันเกิดทั่วๆ ไปอาจจะมีขึ้นเวทีพูดขอบคุณ แต่ถ้ารวยหน่อยก็อาจจะเช่าสัญญาณวิทยุหรือโทรทัศน์ ถ้าพูดด้วยความปรารถนาดีก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นการพูดยั่วยุให้เกิดความรุนแรง หรือทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี รวมทั้งช่องสัญญาณวิทยุโทรทัศน์นั้นๆ ด้วย คนมีเงินจะจัดงานวันเกิดเลี้ยงคนทั้งประเทศก็ได้

"อยากทำก็ทำไปแต่อย่าไปทำอะไรผิดกฎหมาย เพราะถ้าผิดแล้วก็ต้องดำเนินคดี จะไม่มีการสั่งการให้จังหวัดต่างๆ สกัดการจัดงาน แต่จะให้จับตามองว่ามีอะไรที่เข้าข่ายความผิดหรือไม่" นายถาวรกล่าว


นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คงไม่ต้องเตรียมความพร้อม หรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นเสรีภาพ เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนจะแสดงออก แต่เชื่อว่าทุกคนเข้าใจและแยกแยะได้ว่า อะไรอยู่ภายใต้กติกากฎหมายก็สามารถปฏิบัติได้


"ที่วัดแก้วฟ้า ก็ไม่สกัดกั้น ไม่ควบคุมใดๆ การจะโฟนอินหรืออะไรก็ตาม เป็นสิทธิและเสรีภาพ ถ้าการดำเนินการทั้งหมดไม่ฝ่าฝืนกฎหมายก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าฝ่าฝืนกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะต้องกำกับควบคุมดูแล" นายบุญจงกล่าว


"สาทิตย์"ถามแม้วเซอร์ไพรส์ให้ประโยชน์ชาติอย่างไร


นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่เครือข่ายวิทยุชุมชน และโทรทัศน์เคเบิลทีวีจะทำการถ่ายทอดงานแซยิด พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า สามารถดำเนินการได้แต่รายการนั้นต้องไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ไปละเมิดสิทธิของใคร หรือปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย และถ้ามีความผิดพลาดในเชิงของข้อกฎหมายก็ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่ถ่ายทอดรายการนั้นๆ โดยรัฐบาลไม่จำเป็นต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะปกติธรรมดาก็เป็นการดูทั่วๆ ไป และมีหน่วยงานตามปกติมีดูกันอยู่แล้ว


"รัฐบาลก็มีหน้าที่แก้ไขปากท้องประชาชนเป็นเรื่องหลัก คงไม่คิดเรื่องของคุณทักษิณเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราจะให้ความสำคัญของคุณทักษิณว่า จะทำอะไรเซอร์ไพรส์หรือไม่เซอร์ไพรส์ คำถามเดียวเท่านั้นคือ สิ่งเหล่านั้นให้ประโยชน์กับประเทศชาติอย่างไร" นายสาทิตย์กล่าว

โอกาสที่หลุดลอย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




เว็บไซต์สโมสรลิเวอร์พูลรายงานการทัวร์เมืองไทยของทีมหงส์แดงทุกแง่มุม

ภาพเฟอร์นันโด ตอร์เรส เที่ยวชมวัดพระแก้ว เด่นสะดุดตา

ทราบว่าโปรแกรมไปวัดพระแก้วของนักเตะหงส์แดง ททท. ประสานผู้จัดงานขอแทรกคิวพิเศษ

แม้ลิเวอร์พูลจะจากเมืองไทยหลายวันแล้ว แต่ภาพ ข่าว สกู๊ปอินไทยแลนด์ยังอยู่

ตั้งตรงไหน ประชากรเท่าไหร่ มีอะไรน่าสนใจ

ก่อนทิ้งท้าย Land of smile

ต้องชื่นชมททท.ที่ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยได้อย่างคุ้มค่าและแยบยล

พร้อมๆ กับลิเวอร์พูล เมืองไทยมี ฮิลลารี คลินตัน รมว. ต่างประเทศสหรัฐมาเยือน

มีรมว.ต่างประเทศอาเซียน บวกคู่เจรจา รวม 27 ประเทศมาประชุมที่ภูเก็ต

แล้วได้อะไร คุ้มค่าแค่ไหน?

ก่อนหน้านี้ อิตาลีจัดประชุมจี 8

ด้วยนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เน้นตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีน

เจ้าภาพพาผู้นำจีนและภริยา ไปเที่ยวชมหอเอนเมืองปิซ่า

วันรุ่งขึ้นภาพผู้นำกับหอเอนมหัศจรรย์ของโลก เผยแพร่กระหึ่มทั่วประเทศจีน

อิตาลีไม่ต้องเสียค่าโปรโมตแม้แต่ลีร์เดียว!

มาดูเมืองไทย มีระดับ ฮิลลารี คลินตัน

รมต.กับหลังบ้าน 27 ประเทศเป็นแขก

ไม่นับสื่อมวลชนจากทั่วโลกอีกหลายร้อย

แต่สิ่งที่เห็นคือ ฮิลลารีลงดอนเมือง แวะทำเนียบ ไปภูเก็ต

รมต.กับหลังบ้าน 27 ประเทศ ปฏิบัติภารกิจอยู่ในภูเก็ต

ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรพิเศษ

กระทรวงการต่างประเทศแม่งานทำได้แค่นี้หรือ??

กระทรวงอื่นๆ หายไปไหน!!

กระทรวงอุตสาหกรรม มีสินค้าผลิตภัณฑ์มากมาย

กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ขายของ ทำเงินสร้างรายได้

สำนักนายกฯ มีสื่อในมือทุกแขนง

กระทรวง กรม กองอื่นๆ ต่างต้องมีส่วนร่วมไม่มากก็น้อย

ทำไมไม่ใช้โอกาสทองฝังเพชรครั้งนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด

จัดชุดเสื้อผ้า อาภรณ์ เครื่องประดับ

จัดเลี้ยงอาหาร การแสดง ของฝากของที่ระลึก

ยังไม่นับพาหน้าบ้านหลังบ้านไปท่องเที่ยว ทำกิจกรรม ช็อปปิ้ง เล่นกีฬา

แล้วนำเสนอเผยแพร่ออกไปอย่างมีกึ๋น

แค่นี้ แค่นี้จริงๆ หลายๆ ความน่าสนใจของไทยแลนด์ก็กระหึ่มโลก

โดยไม่ต้องลงทุน ลงแรงตำน้ำพริกละลายน้ำเหมือนผ่านๆ มา

ประเทศเงินน้อย เครดิตลด ภาพพจน์แย่

แล้วผู้มีอำนาจไร้กึ๋น

ฮ่วย!?

ความจริงที่สวนทาง

ที่มา ไทยรัฐ

ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมที่บริเวณ สามเหลี่ยมดินแดง เขียนจดหมายทวงความรับผิดชอบจากรัฐบาล จนบัดนี้ ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐแต่อย่างใด ทั้งๆที่รับปากว่าจะดูแลเป็นอย่างดี หน่วยงานไหน คณะกรรมการชุดไหนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ช่วยตรวจสอบทีเถอะ

ผลงานรัฐบาล ในรอบ 6 เดือน มีอะไรบ้าง ผมว่าเป็นโจทย์ที่ตอบยากมาก อันที่จริงแล้วชาวบ้านไม่สนใจว่ารัฐบาลจะอยู่มากี่เดือนแล้ว ทำอะไรไปบ้าง แต่อยากเห็น ประเทศพ้นจากวิกฤติ ทั้งเศรษฐกิจและการเมืองมากกว่า

เลยเกิดกระแสระหว่าง 6 เดือนกับ 60 ปี

ก็อย่างที่เคยเกริ่นแล้วว่ารัฐบาลกำลังประสบกับวิกฤติศรัทธาอย่างหนัก จะทำอะไร จะไปจะมา ประชาชนเลยรู้สึกเฉยๆ กลับกลายว่าแค่งานแซยิด ครบรอบวันเกิด 60 ปีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชาวบ้านสนใจมากกว่าเยอะ เรื่องของเรื่องเพราะรัฐบาล นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ความสนใจเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณมากกว่าเรื่องของประชาชน เลยปรากฏผลงานอยู่ชิ้นเดียว ที่ยิ่งทำให้วิกฤติบ้านเมืองบานทะโรคมากขึ้น

ว้าเหว่

ความไม่ชอบมาพากลเรื่องของทุจริตคอรัปชันผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด อย่างกรณีที่ได้รับข้อมูลมาจากสมาชิกตั้งข้อสังเกตเรื่องของ การปลูกป่าชายเลน ที่มีการโกงกินงบประมาณปีละไม่ต่ำกว่า 200-400 ล้านบาท ไม่เห็นรัฐบาลเข้าไปทำอะไรได้ ในขณะที่ชาวบ้านที่ยากจนจะเข้าไปตัดไม้เพียงเล็กน้อยเพื่อเลี้ยงชีพ กลับถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้ หน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริต ไม่ว่าจะเป็น สตง.-ปปช.-ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าไปตรวจสอบในประเด็นต่อไปนี้
งานบำรุงแปลงปลูกป่าชายเลนอายุ 2-6 ปี อัตราไร่ละ 750 บาท งานบำรุงแปลงปลูกเสริมและปรับปรุงสภาพป่าชายเลนอายุ 2-6 ปี อัตราไร่ละ 330 บาท งานจัดทำเขตพิทักษ์ รักษ์สัตว์น้ำ มีการจัดทำจริงหรือไม่

งานดูแลเขตพิทักษ์ป่าชายเลนรักษ์สัตว์น้ำ มีการเบิกเงินซ้ำซ้อน กับงานจัดการและอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลน การควบคุมและเฝ้าระวังพื้นที่ป่าชายเลน งานเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันรักษาป่าตามพระราชดำริหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการปลอมแปลงลายเซ็นในการจ่ายเงินเข้าบัญชีคนงานหรือบัญชีเจ้าหน้าที่กันอย่างไรบ้าง

งานปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ปลูกแล้วได้ผลแค่ไหน งานฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนเพื่อบรรเทาสภาวะโลกร้อน งานจัดทำแผนที่และเร่งรัดหมายแนวเขตที่ดินป่าชายเลน ปลูกป่า ชายเลนที่ จ.นครศรีธรรมราช 7,000 ไร่ งานปลูกป่าชายเลนเต็มพื้นที่ตั้งแต่ปี 2546-2551 งานเพาะชำกล้าไม้ มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเยอะแยะไปหมด จึงมีข้อสงสัยตามมาระหว่าง สิ่งที่รัฐบาลพูดกับการกระทำ

จริงใจหรือจิงโจ้.

หมัดเหล็ก

อำนาจปกครอง ระบอบ ‘ฟาสซิสต์’

ที่มา บางกอกทูเดย์

ถึงวันนี้...มีใครบ้างจะเชื่อว่า ประเทศไทยปกครองด้วย“ระบอบประชาธิปไตย”ในเมื่อประชาชนยังถูกกลุ่มบุคคลที่เรียกตนว่า“ผู้มีอำนาจ” กดขี่ข่มเหงจนโงหัวไม่ขึ้น...ประเทศไทยเรามีดีทุกอย่างเว้นเสียแต่ “คนไทย” ไม่ได้เป็นเจ้าของครอบครองสิ่งมีค่าโดยสมบูรณ์การปกครองทางการเมืองในประเทศไทยทุกวันนี้...ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการปกครองในระบอบ “เผด็จการซ่อนรูป”ซึ่งในอดีตจากปี พ.ศ.2465-2486 นายกรัฐมนตรีจอมเผด็จการแห่งประเทศอิตาลี “เบนิโต มุสโสลินี”ก็ใช้ระบอบการปกครองนี้...ปกครองผู้คนในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2“ฟาสซิสต์” มีแนวคิดสำคัญ คือ รัฐเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าตนหรือบุคคล โดยจะมีบุคคลคนหนึ่งปกครองประเทศเรียกว่า “ผู้นำเผด็จการ”มีอำนาจสิทธิในการควบคุมรัฐบาลและประชาชนซึ่งประชาชนภายในรัฐจะต้องเชื่อฟังผู้นำสูงสุด เพื่อใช้ประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย และพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องซึ่งสอดคล้องกับประเทศไทยที่ “ผู้มีอำนาจ” ยังยึดติดว่า...ตนหรือบุคคลมีอำนาจเสมอเทียบเทียมกับรัฐ...คิดว่าตนมีอำนาจเหนือ “ประชาชน”เปรียบเสมือนการวางอำนาจการปกครองใน “ระบอบอมาตย์” ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศให้เป็นไปอยู่ในเวลานี้จอมบงการที่มีอำนาจบาตรใหญ่...ใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยไม่ฟังสิทธิฟังเสียงของประชาชนการเมืองไทยหลายยุคสมัย...ผู้มีอำนาจที่แท้จริงมักไม่ใช่ผู้นำ ซึ่งก็คือ “นายกรัฐมนตรี” ที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาบริหารอำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นของประชาชน

เหมือนการเลือกตั้งทุกครั้ง...เพื่อต้องการให้ประชาชนไปเลือกตั้งหวังลดความกดดันของกระแสประชาธิปไตยเพียงเท่านั้นถูกต้องหรือไม่! ที่คนไทยบางคนเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยแค่ 5 นาที เฉพาะตอนกาบัตรออกเสียงเพราะหลังจากนั้น รัฐบาลที่ประชาชนเลือกให้ปกครอง...ต้องเข้าไปอยู่ใน“ร่มเงา” คำบงการของเผด็จการที่กุมอำนาจทางการเมืองวัฒนธรรมการเมืองในบ้านเรา...ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ช่วงก่อนปฏิวัติ 19 กันยา 49 การเมืองภาคประชาชนยังคงอ่อนแอประชาชนเสพข่าวสารเพียงด้านเดียว...อีกทั้งยังขาดการวิเคราะห์วิธีคิดอย่างเป็นระบบลองนึกถึงคำขวัญของฟาสซิสต์ที่ว่า “สามัคคีคือพลัง”แล้วลองนำมาเทียบเคียงกับคำป่าวประกาศของผู้มีอำนาจในประเทศยามนี้ว่า มีความ “สอดคล้อง” กันหรือไม่??สิ่งที่ผู้มีอำนาจต้องการ “ความสามัคคี” คือ ความสามัคคีที่ต้องการให้คนในชาติ “รักใคร่ปรองดอง” ด้วยความสมานฉันท์ หรือเป็นความต้องการที่ไม่อยากให้เกิดความ “กระด้างกระเดื่อง”การกระทำที่ผ่านมา...ส่งผลให้เห็นภาพชัดเจน ประชาชนคนไทย “ตาสว่าง” รู้กันไปทั่วแล้วว่า “ผู้มีอำนาจ”ไม่อาจละทิ้งซึ่งสิ่ง “ลวงตา” ที่เรียกว่า “พลังอำนาจ”เมื่อความจริงเปิดเผย...ประเทศไทยกำลังย่างก้าวเข้าสู่ “ยุคชาววิไล” อีกไม่นานเกินรอเราคงได้เห็นเหล่า“อมาตย์” ต้องพบจุดจบอย่างทรมาน อันเนื่องมาจาก“ผลกรรม” ที่ทำตกไว้กับแผ่นดินเชื่อเถิดว่า...การวางอำนาจปกครองในระบอบ “อมาตย์” ที่ทำอยู่ในเวลานี้...อีกไม่นานจะถึงกาลอวสานและล่มสลาย!!ซึ่งผู้ที่ทำลายนั่นก็คือ พลังอันเข้มแข็งของ “ประชาชน”

มีดีแค่ ‘ความหล่อ’

ที่มา บางกอกทูเดย์

หวิดตายน้ำตื้น...จึงต้องรีบนำ “งาช้าง” มาคืนท่าทีของนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”กรณีรับมอบงาช้างจาก “โสภณ ซารัมย์” ซึ่งราคาตามท้องตลาดในมูลค่าของ “งาช้าง” เชื่อได้ว่าย่อมต้องสูงเกินกว่า 3,000 บาทหากท่านนายกฯ รับไว้...โดยไม่นำไปคืนแน่นอนต้องเข้าข่าย “การกระทำผิด” ตามประกาศของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2543เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ท่านรัฐมนตรีรวมถึงทีมที่ปรึกษา “คนใกล้ชิด” ขาดความรอบคอบ...ซึ่งเป็น“คมหอกดาบ” ที่กลับมาทิ่มแทงตัวท่านเองเรื่อง “รับของขวัญ” บุคคลที่ดำรงตำแหน่งจะต้องรู้ว่าควรรับหรือไม่ควรรับซึ่งกรณีของ “อภสิ ทิ ธิ์ เวชชาชวีะ”ถือว่าเป็น “การรับสิ่งของ” ที่มีผลครบถ้วนสมบูรณ์แม้จะมีคนบางกลุ่มมองว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ รับงาช้างไปแล้วย่อมเป็นความผิดเบ็ดเสร็จ แต่ก็ควรมองในแง่ของ “เจตนา” เป็นสิ่งควบคู่ประกอบกัน

แต่ก็อดคิดเปรียบเทียบไม่ได้กับกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี “สมัคร สุนทรเวช” ในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งมีคนนำ “นกเขา”มามอบให้ท่านได้ปฏิเสธทันทีว่า “รับไม่ได้” เพราะของสิ่งนั้นมีมูลค่าเกิน 3,000 บาทหรือแม้แต่สมัย “สมัคร” หาเสียงที่วัดสวนแก้ว...พระพยอม บอกว่า รับปากเรื่องพุทธศาสนาหน่อยได้ไหม“สมัคร” เอ่ยปากบอก รับอะไรไม่ได้เลย เพราะกฎหมายเขาไม่ให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้สั่งให้มีการสืบราคา “งาช้าง”ซึ่งท่านกำลังดึงเวลาเพื่อรออะไร ในเมื่อ “งาช้าง”ของแท้มูลค่าสูงเช่นนี้มีใบทะเบียนจาก “กรมป่าไม้” ถูกต้องตามกฎหมาย...ด้วยเนื้อแกะสลักที่งดงาม ซึ่งตามเว็บไซต์ขายของออนไลน์มกี ารประกาศราคาขายไวท้ ปี่ ระมาณ “500,000 บาท”เผื่อเหลือเผื่อขาด...ให้ผู้ซื้อได้มีการ “ต่อรองราคา”ทั้ง 2 กรณีในระดับ “ผู้นำประเทศ” ทั้ง 2 คน...เป็นการตอกย้ำทิ่มแทง “หัวใจคนไทย” ว่า ประเทศนี้เมืองนี้ไม่ได้เป็นระบบ “2 มาตรฐาน” อีกต่อไปแต่มันเป็นประเทศที่ไร้ซึ่งมาตรฐาน!งานนี้ “พ่ออุ้มบุญ” ทั้งหลายที่อุ้มชู...เชิดชูนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” คงต้องนั่งเอาเท้าก่ายหน้าผาก...มีปัญหาให้ขบคิดกันอีกแล้วกระดูกยังไม่แข็ง...แต่ก็ดันทุรังให้โดนลากมานั่งเก้าอี้ “ผู้นำประเทศ”เวลานี้ “ผู้เฒ่าผู้แก่” นั่งหัวร่องอหายจน “ฟันปลอม”แทบหลุด...มีดีแค่เรื่อง “ความหล่อ” แต่ผู้เฒ่าบอก“ไม่นิยม”ชั่วชีวิตนี้...เห็นประเทศที่เจริญแล้วทำความยุติธรรมให้เป็นกฎหมาย แต่นี่กระไร “หนุ่มหล่อ” ผู้นี้กลับทำกฎหมายให้เป็นความยุติธรรม ■