WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, July 29, 2009

ประชาชนวิเคราะห์ข่าว บิ๊กจิ่ว สับ มาร์ค

ที่มา thaifreenews

จิ๋ว"สับนโยบายต่างประเทศ นายกฯไม่ค่อยรู้เรื่อง สอนควรเล่นบทตีสองหน้าบ้าง ชี้จีนไม่สบายใจ"มาร์ค"ไปฮ่องกง เตือนระวังท่าทีต่อพม่า หวั่นถูกกล่าวหาแทรกแซงกิจการภายใน ติวพวกทำปฏิวัติ ห้ามทำครึ่งเดียว ไม่งั้นลงเหวตายไปหมด

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาต่อนักศึกษาหลักสูตร "การพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง" (พตส.) รุ่นที่ 1 ประจำปี 2552 จำนวน 85 คน หัวข้อ "พรรคการเมืองกับการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ" ที่ห้องสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมว่า โครงสร้างของประชาชนเป็นรูปสามเหลี่ยม ฐานคนจนเยอะ ข้างบนคนรวยจำนวนน้อย ไม่ว่าหันหน้าไปทางไหน มีแต่ความยากจน ทำไมคนเหล่านี้มีหัวใจให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะพ.ต.ท.ทักษิณให้ต่อคนยากจน แต่การให้ของพ.ต.ท.ทักษิณต่อคนยากจนมีอันตราย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณรู้ว่ามีอันตราย เพราะการที่เอาเงินวันนี้ไปใช้ล่วงหน้าอันตราย ทำให้ขณะนี้เกิดความพยายามเปลี่ยนประชานิยม ไปสู่ระบบรัฐสวัสดิการ ที่ต้องใช้เงินมหาศาล อีกทั้งการปกครองบ้านเมืองยังไม่ค่อยมีคำว่าการปกครองคือความสำคัญผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครอง


"ผมอ่านสารนิพนธ์ของเหมา เจ๋อ ตุง (อดีตประธานาธิบดีจีน) ท่านบอกว่า ถ้าจะเอาชนะเผด็จการได้ ต้องใช้การเมืองนำการทหาร คือการเมืองนำจริงๆ และการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีหลัก 5 ข้อ คือ 1.อธิปไตยของปวงชน 2.เสรีภาพ 3.ความเสมอภาพ 4.นิติรัฐ 5.รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง วันนี้มีคนพูดเยอะประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย แต่ของเรายังไม่เพื่อประชาชนเสียที" พล.อ.ชวลิต กล่าว


อดีตนายกฯ กล่าวว่า วันนี้โลกเปลี่ยนไป แกนการพัฒนาจะมาอยู่ที่เอเชีย ซึ่งก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไทยไม่ใกล้ชิดประเทศอื่น เหมือนเมื่อก่อน
"กับประเทศจีนนั้น ผมคุยกับจีนมา 5-6 ปี หรือล่าสุดที่นายกฯ จะไปเยือนจีนผมก็ไปก่อน โดยไปหารือว่าการประชุมผู้นำในประเทศไทยในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ขอให้นายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีประเทศจีน มาด้วยตนเอง ซึ่งเขาก็รับปาก แต่ปรากฏว่าอีก 2 วัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งไปประเทศจีนแทนที่จะไปปักกิ่งกลับไปที่ฮ่องกงแทน ทำให้เขาไม่สบายใจพอสมควร ซึ่งต้องยอมรับว่านายกฯ ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ต้องช่วยกัน หรืออย่างนโยบายกับพม่า ก็ขอให้ระวังเอาไว้ เพราะแม้สังคมภายนอกต้องการให้เรากดดันพม่า แต่หากเราทำหนังสือไป เราก็จะถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงกิจการภายในประเทศของเขา ดังนั้นนโยบายการต่างประเทศบางครั้งก็ต้องตีสองหน้า" พล.อ.ชวลิตกล่าว


จากนั้น นักศึกษาได้ซักถาม พล.อ.ชวลิต โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ถามว่า ในวันเกิดเมื่อ 2 ปีก่อน พล.อ.ชวลิตเขียนหนังสือ "ขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า" ขณะนี้ได้ติดตามสถานการณ์มาแค่ไหนและยังมีความรุนแรงหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า "ความจริงเป็นเรื่องจะเกิดขึ้นก็เลยเขียนเตือน แต่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ต้องระวัง"


นายคำนูณ ถามซักว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเตือน แต่เวลานี้ได้ผ่านไป 2 ปีแล้วขบวนการนี้ได้พัฒนาไปขนาดไหนแล้ว เพราะพล.อ.ชวลิตเคยบอกว่าต้องช่วยกันปกป้องด้วย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า "เรื่องนี้พี่น้องมีส่วนดีและไม่ดี อีกทั้งคนมีความรู้สึกว่า มีเชื้อดังกล่าวอยู่เราคงทำอะไรไม่ดีไม่ได้ ดังนั้นเราต้องใช้ความอดทนเข้าชี้แจง ผมว่ามีแนวทางเดียวคือสันติ ที่ทำให้บ้านเมืองอยู่รอดได้"


ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) นักศึกษาหลักสูตร พตส. ถามว่า ถึงเวลาที่กองทัพควรถอยกลับกรมกองหรือไม่ เพราะการตั้งรัฐบาลชุดนี้ ตั้งในค่ายทหาร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เคยปราบรัฐประหารมา 2 ครั้ง ช่วงนั้น พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร จปร.รุ่น 7 จะยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเขาต้องการจะแก้ไขเหมือนอย่างที่ พล.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) อยากจะแก้ไขจริงๆ แต่เวลาทำแล้วไม่ได้แก้ ก็ทำให้เป็นปัญหา คนทำการปฏิวัติเขาห้ามว่าอย่าปฏิวัติครึ่งเดียวไม่เช่นนั้นอาจลงเหวไปตายหมด ส่วนมากคนที่ทำอายไม่กล้าทำต่อ หากประธาน คมช.เป็นนายกฯเองก็จบแล้ว แต่เวลาอยากจะเป็นต่อมาก็ไม่ได้เพราะจะยุ่งแล้ว ดังนั้นต้องช่วยการให้การศึกษาให้ดี


จากนั้น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ประธาน พตส. รุ่นที่ 1 ชี้แจงว่า ขอให้ไปดูรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับปี 2549 เพราะตามกฎหมายดังกล่าว ตนมีภาระหน้าที่เพียง 14 วัน ที่ต้องทำให้เรียบร้อยเพราะกฎหมายให้อำนาจไว้แค่นั้น


นอกจากนี้ พล.อ.สนธิกล่าวว่า "ผมขอติงเรื่องนโยบายการต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องกัมพูชาว่าที่ผ่านมา หากจะทำอะไรกับกัมพูชาเรามักจะใช้ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านเมืองหรือกระทั่งเรื่องธุรกิจส่วนตัว จนเป็นข้อสังเกตว่า เราใช้ พล.อ.เตีย บันห์ เกินกว่าเหตุ และทำลายเขาหรือไม่ เราน่าจะถนอมเขาไว้บ้าง"


ทั้งนี้ มีผู้ถาม พล.อ.ชวลิตว่าพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า "ขออนุญาตไม่เป็น ผมไม่หวังเป็นอะไรอีกแล้ว แต่ยังหยุดทำหน้าที่เพื่อแผ่นดินไม่ได้"

ที่มา มติชน

เนวินเป็นคนหยาบกระด้าง ทำงานละเอียดไม่ได้ ออกมาต่อต้านฎีกา เสียต่ออำมาตย์มากกว่าดีแน่นอน

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย



จากข่าวที่ผมเห็นในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ที่พรรคภูมิใจไทยออกมาขยับต่อต้านการถวายฎีกาของคนเสื้อแดงอย่างเต็มที่ ตามนี้

--------------------

“พรรค ภูมิใจไทยออกแถลงการณ์ต้านถวายฎีกา สั่งสมาชิกพรรคชี้แจงประชาชนอย่าเข้าร่วม ลั่นอย่ากดดันพระเจ้าอยู่หัว จี้ ทักษิณ สั่งหยุดดำเนินการแบ่งแยกประชาชนในชาติ...

วันนี้(28 ก.ค.)เวลา14.30น.พรรคภูมิใจไทย ได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนเพื่อคัดค้าน กรณีการล่ารายชื่อประชาชน เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรค และนางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ร่วมแถลง และได้มีการแจกสติ๊กเกอร์ข้อความว่าหยุดดึงฟ้าต่ำ หยุดทำหินแตก หยุดแยกประชาชน หยุดล่ารายชื่อถวายฎีกา ให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน...”

-----------

ลักษณะของเนวิน มีนิสัยดั้งเดิมของเด็กช่างกลคือ เรื่องการใช้กำลังต่อยตี ยกพวกตีกันนี้ถนัด เป็นพวก โง่แต่ขยัน อาศัยลูกขยันเข้าสู้ เพื่อให้ได้ใจนายที่ตนเองรับใช้ เป็นคนชอบอาสานาย หรือแม้แต่นายมองไม่เห็นก็จะพยายามสร้างความเด่นให้นายเห็น ใช้ง่าย ไม่ว่าเรื่องใดก็รีบทำให้ทันที



คนแบบนี้หากได้นายดีก็ดีไป หากได้นายที่ใช้ไม่เป็นก็พังกันทั้งบ่าวและนาย

ตอนนี้เนวินกำลังหานายใหม่คือ อำมาตย์ พยายามทำงานทุกอย่างเพื่อให้เข้าตานาย ตั้งแต่การใช้ม็อบเสื้อน้ำเงินมาชนกับคนเสื้อแดง ซึ่งแม้ในทางยุทธวิธีจะได้ผลอยู่บ้าง คือ ทำให้เกิดการตีกันขึ้น แต่ผลลัพธ์ในทางยุทธศาสตร์นั้นไม่มีประโยชน์สักเท่าใด เพราะสงกรานต์เลือดแม้คนเสื้อแดงจะสลายการชุมนุม แต่ในด้านมวลชน คนเสื้อแดงหาได้อ่อนกำลังลงไม่ แต่เกิดเงือนไขความไม่พอใจต่อสถาบันอำมาตย์มากยิ่งขึ้น สร้างเงือนไขสงครามมากยิ่งขึ้น

ตอนนี้เนวินให้สมัครพรรคพวกออกมาต่อต้านการถวายฎีกาของคนเสื้อแดง ซึ่งคงไม่มียุทธศาสตร์ลึกซึ้งอะไรที่ คนอย่างนายเนวินจะสามารถทำได้นอกจากการกล่าวหาว่า ประชาชนที่ลงนามในฎีกาเป็นพวกไม่จงรักภักดีไปโน้น หรือไม่ก็ปลุกกระแส "ขวาพิฆาตซ้าย" โยงเรื่องการล้มล้างสถาบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินเลย และอำมาตย์พยายามสร้างกระแสมากว่า 3 ปี แต่ยุคนี้ไม่ใช่ปี 2520 การสร้างกระแสแบบนี้มีแต่ข้อเสียต่อสถาบันเบื้องสูงมากกว่าข้อดี

การปลุกกระแสขวาพิฆาตซ้ายในปี 2552 ไม่มีทางสำเร็จไปได้ เพราะคนเสื้อแดงได้พัฒนาไปไกลทั้งในด้านแนวคิด เครือข่ายที่มีคนจำนวนมากนับสิบล้านคนเข้าร่วม ไม่มีเวทมนต์ใดๆ ที่จะทำให้คนหลายล้านเปลี่ยนใจจากจุดยืนของตนได้ ยิ่งสร้างกระแสยิ่งมีการปะทะ (ผมเชื่อว่าไม่มีการปะทะ เพราะภาคอีสาน ภาคเหนือ แดงทั้งภาค ไม่มีพื้นที่ให้อำมาตย์เล่น)




นวินมีบุคลิกภาพของการเข้าที่ไหน นายตายเรียบ ทำให้สถานการณ์ของฝ่ายนั้นเละลงมากกว่าที่จะส่งผลดี ดังนั้น ตอนนี้เนวินไม่มีทางเลือก เพราะถูกประชาชนในพื้นที่อีสานปฏิเสธ จึงมีแต่การ "แอบอิงสถาบัน" ที่เนวินคิดว่าเป็นไม้ขอนสุดท้ายที่จะยึดเกาะเมื่อใกล้จะจมน้ำเท่านั้น แต่เชื่อเถอะว่าเนวินจะทำให้ฎีกาของคนเสื้อแดงนี้ มีคนเซ็นมากกว่าเดิม

ผมคิดว่ากรอบความคิดของคนไทยในปี 2552 นี้แตกต่างจากเดิมในอดีตค่อนข้างมาก วิกฤติการณ์ทางการเมืองกว่าสามปีเข้าปีที่สี่ ทำให้ประชาชนเรียนรู้อย่างมาก และหลุดออกไปจากกรอบเดิมที่ครอบงำมากว่าครึ่งศตวรรษ ดังนั้นการใช้กรอบความคิดแบบเดิม เข้าสกัดการเข้าชื่อ ร้องเรียนของคนหลายล้านคน จะยิ่งสร้างความเสียหายต่อสถาบันเบื้องสูงมากกว่าเป็นเรื่องดี

ฎีกาของคนเสื้อแดงครั้งนี้ หากวิเคราะห์กันอย่างตรงไปตรงมา ถือว่าเป็นฎีกาทางการเมืองอย่างเต็มที่ และคนที่ลงนามในฎีกา ส่วนใหญ่ที่ผมพบคือ “ตั้งใจลงนามอย่างเต็มที่” มีการส่งพรรคพวกเพื่อนฝูงของตนมาขอกระดาษที่จะลงชื่อ และตั้งกลุ่มล่ารายชื่อกันเองแพร่กระจายไปทุกกลุ่มสังคมของคนเสื้อแดง คนลงชื่อถวายฎีกาต่างมีความเข้าใจทั้งผลได้ผลเสียของฎีกานี้ดี ไม่มีใครถูกหลอก ดังนั้น การชี้แจงของอำมาตย์ สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือ สร้างความโกรธแค้นไม่พอใจให้คนเสื้อแดงมากยิ่งขึ้น และมีคนที่เคยลังเลไม่ลงชื่อ ต่างก็รีบลงชื่อมากขึ้น

ในตอนแรกที่วีระ มุกสิกพงษ์เสนอเรื่องนี้ที่สนามหลวง คนเสื้อแดงไม่เห็นด้วยจำนวนมาก แต่ไม่ได้ไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม รบกวนหรืออะไร แต่จำนวนมาก คิดว่ามันจะไม่ได้ผล ไม่อยากที่จะใช้วิธีการดั้งเดิมแบบนี้ (ที่จริงหากไม่มี ม. 112 ปิดปากไว้ จะทำให้เข้าใจอะไรได้มากกว่านี้ ม. 112 ในขณะนี้จึงมีผลเสียมากกว่าผลดี) แต่เมื่อกลุ่มอำมาตรยาธิปไตยศักดินา สั่นสะเทือนและอ่อนไหวต่อยุทธวิธีนี้ คนเสื้อแดงที่ไม่เห็นด้วยกับฎีกาแต่แรก เลยกลับใจมาลงนามหลายล้านคน จากที่แรกที่ผมคิดว่าจะไม่ถึงล้านคน ตอนนี้ผ่านหลัก 3 ล้านคน ภายในเดือนเดียว

หากวิเคราะห์กันในได้แนวคิด เบื้องหลัง ผมว่าเรื่องฎีกานี้สั่นสะเทือนรากฐานเลยทีเดียว หากฝ่ายอำมาตย์มัวใช้แต่กรอบแนวคิดเดิม คนลงนามจะมากกว่านี้ มันสื่อว่า ประชาชนไม่กลัวอำนาจของอำมาตย์อีกไปแล้ว

ผมว่าอำมาตยาธิปไตย เสียเวลาที่จะไปต่อต้านฎีกา เพราะมีคนเซ็นชื่อนับล้านแล้วครับ ยิ่งต้านคนยิ่งลงชื่อมากขึ้นมากกว่าเดิม

ทางที่จะทำให้สังคมไทยสงบ พวกคุณต้องคิดถึงการเจรจาสันติภาพอย่างแท้จริงแล้วละครับ ยิ่งพยายามทำลายทักษิณ ผลสุดท้ายสถานะภาพของอำมาตย์ศักดินา แย่ลงกว่าเดิมไปเรื่อยๆ

Tuesday, July 28, 2009

อภิสิทธิ์:"ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมฯสืบต่อพระราชบัลลังก์"

ที่มา Thai E-News


ทรงพระเจริญ-สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และ พระองค์เจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด 9 ชนิด รวมห้าแสนเก้าหมื่นตัว ณ บริเวณท่าวาสุกรี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร

โดย William Mellor และ Daniel Ten Kate
ที่มา bloomberg
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์


ในการสัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ5วันก่อน นายกฯอภิสิทธิ์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงลงพระปรามิไธยโปรดเกล้าฯให้พระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวขึ้นสืบต่อพระราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว


หมายเหตุไทยอีนิวส์:บทความดั้งเดิมชื่อ"การเปลี่ยนผ่านรัชกาลไม่ได้สร้างความกังวลให้เซียนหุ้นเฟเบอร์หยุดชะงักการลงทุนเล่นหุ้นในประเทศไทย"

8 กรกฎาคม (สำนักข่าวบลูมเบิร์ก)--นายกรัฐมนตรีของไทยต้องหยุดชะงักการตอบข้อซักถามและฝืนพูดต่ออย่างยากลำบากต่อคำถามที่ว่า เพื่อนร่วมชาติของเขาจะเผชิญต่อชะตาอนาคตอย่างไร หากว่าชีวิตของพวกเขาซักวันใดวันหนึ่ง ไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เป็นร่มโพธิสมภารแก่พสกนิกร

"ผมไม่ได้แสร้งพูด--มันจะเป็นช่วงเวลาที่ลำบากยากยิ่งสำหรับพวกเราคนไทยทั้งมวล"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกล่าว เขาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลผสมเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และยังก้าวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ยังคงอยู่ในวังวนปัญหาให้กับประเทศเป็นรายที่5ในรอบเพียง4ปี

กษัตริย์ภูมิพลมีพระราชสมภพที่สหรัฐอเมริกา พระชนมพรรษา81ชันษา พระองค์ทรงได้รับการเทิดทูนสักการะจากคนไทยจำนวนมากประดุจสมมุติเทพ พระองค์เข้ารับพระราชบัลลังก์เมื่อปีพ.ศ.2489 ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันนั้นแฮรี่ ทรูแมน ยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ในทำเนียบขาว และโจเซฟ สตาลิน ก็ยังคงทรงอำนาจเหนืออดีตสหภาพโซเวียต ทว่าพระองค์ท่านทรงครองราชบัลลังก์มาได้ต่อเนื่องยาวนานผ่านการทำรัฐประหารที่ประสบความสำเร็จถึง15ครั้ง ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆที่แตกต่างกันมา16ฉบับ และมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรีมากถึง27คนในรัชสมัยของพระองค์ รัฐธรรมนูญให้พระราชอำนาจที่เป็นพิธีการเพียงเล็กน้อย ทว่าทรงพระราชบารมีสูงยิ่ง อย่างน้อยก็ทรงใช้พระราชบารมีนั้นในการดับวิกฤตการณ์นองเลือดมาแล้ว2หน

ประเทศไทยในยามนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะสร้างเสถียรภาพขึ้นมาเสียใหม่จากการแตกแยกออกเป็นฝักฝ่ายในประเทศ โดยใช้สีเป็นรหัสของความแปลกแยกในสังคม ระหว่างบรรดากฎุมพีผู้มั่งคั่งในเมืองกับบรรดาคนในชนบท การสวมเสื้อสีที่เน้นถึงการแยกจากกัน เป็นสัญลักษณ์ว่าคนแต่ละฝ่ายนั้นภักดีข้างฝ่ายใด

ฝ่ายหนึ่ง เป็นชนชั้นนำในเมือง ฐานหลักอยู่ในกรุงเทพฯ พวกเขานำสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันจันทร์ อันเป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯมาใส่
อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนยากจนส่วนใหญ่ในชนบท ซึ่งพวกเขาบอกว่ามีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวฯเสมอเหมือนกับคนในเมือง แต่ใส่เสื้อแดงเพื่อแสดงว่าก็ให้การสนับสนุนแก่มหาเศรษฐีทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีผู้ใช้นโยบายประชานิยม ซึ่งถูกโค่นจากตำแหน่งในการรัฐประหารปี2549

2ก๊ก

การเดินขบวนบนท้องถนนที่แบ่งก๊กแบ่งฝ่ายนำไปสู่การยึดสนามบินหลัก2แห่งในกรุงเทพฯเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และการยกเลิกการประชุมASEAN SUMMITเมื่อเดือนเมษายน แม้ว่าจะนำบรรยากาศไม่เป็นที่ต้อนรับต่อสาธารณชนมาสู่แดนแห่งรอยยิ้ม แต่การจัดชุมนุมของขบวนผู้ต่อต้านรัฐบาลจำนวนมากก็ยังเกิดขึ้นอีกเมื่อวันที่27มิถุนายนที่ผ่านมา และการจัดชุมนุมใหญ่ยังมีแผนการจะจัดประท้วงขึ้นอีกในเดือนหน้านี้

ในท่ามกลางความโกลาหลระส่ำระสาย แต่ก็มีนักลงทุนเซียนหุ้นบางรายมองให้เห็นเป็นโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ2ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองเพียงอินโดนีเซีย ณ วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นไปกว่า30%นับจากตอนต้นปี ดีกว่าดัชนีS&P500ของอเมริกาที่ตกลงมาในช่วงเวลาเดียวกัน0.8% ในช่วงเวลาที่กล่าวมานี้นักลงทุนชาวต่างประเทศเพิ่มการลงทุนในการถือครองหุ้นไทยขึ้นสุทธิ621.4ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากขายสุทธิออกมากว่า4.8พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

ตลาดหุ้นไทยมีอัตราส่วนของราคาต่อกำไร ณ สิ้นปี2552เพียง11เท่า ซึ่งก็นับว่าถูกที่สุดในย่านเอเชียรองจากตลาดหลักทรัพย์ปากีสถานแค่นั้น ขณะที่ให้อัตราผลตอบแทนในรูปของการจ่ายเงินปันผล4.7%เปรียบเทียบกับเพียง3%ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯจ่ายได้ และตลาดหุ้นจีนเพียง1% ทั้งนี้จากฐานข้อมูลของบลูมเบิร์ก ทำให้ตลาดหุ้นเมืองไทยน่าซื้อ เป็นคำกล่าวของมาร์ค เฟเบอร์ ซึ่งบริหารจัดการกองทุนขนาด300ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกองทุนนี้มีฐานที่ตั้งในฮ่องกงชื่อบริษัทมาร์ค เฟเบอร์ จำกัด

"คุ้มค่าแก่การรอคอย"

"ผมสามารถที่จะอยู่ในตลาดหุ้นไทยได้ในยามที่เกิดภาวะถดถอย หรือธุรกิจเผชิญแนวต้าน แต่ที่สุดมันก็ให้ผลตอบแทนเป็นอัตราเงินปันผล6%หรือ7%กับผม"เฟเบอร์กล่าวในการตีพิมพ์เผยแพร่ในรายงานGloom,Boom&Doom เขาลงทุนในกลุ่มธนาคารไทยและบริษัทผู้ผลิตอาหารในปีนี้"หากคุณซื้อหุ้นในธุรกิจที่ดีมันก็จะทำเงินให้กับคุณดีๆในระยะ5หรือ10ปี โดยได้เงินปันผลจากหุ้นเหล่านี้ สำหรับประเทศไทยแล้วคุณควรจ่ายเพื่อจะได้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่คุ้มค่า"

นักลงทุนจำนวนมากก็มาถึงเวลาสำคัญที่จำเป็นต้องพิจารณาแล้วว่า อะไรจะเกิดขึ้นหากว่าประเทศไทยอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัชกาลเกิดขึ้น ความวิตกเกี่ยวกับพระชนมายุที่ทรงพระชราภาพของพระเจ้าอยู่หัวฯ และความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการสืบพระราชบัลลังก์บั่นทอนความเชื่อมั่นว่าพระราชอำนาจพิเศษนั้นจะยังทรงมีพระราชบารมีดังเดิมหรือไม่อย่างไร

อิทธิพลในภูมิภาค

ไทยเคยประสบวิกฤติในปีพ.ศ.2475เมื่อคณะทหารและข้าราชการพลเรือนได้ปฏิวัติยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ลง เป็นคำกล่าวของสตีเฟ่น วิคเกอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของFTI International จำกัด ซึ่งมีฐานในฮ่องกง ทำธุรกิจให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนในประเทศไทย

"ในประเทศไทย กษัตริย์เป็นดังเทพเจ้าสายฟ้าที่ทรงกังหันไฟมาบนเฮลิคอปเตอร์"วิคเกอร์กล่าวเปรียบเทียบ"นักลงทุนทั้งหลายอยู่ได้แม้ว่าจะผ่านการทำรัฐประหารมามากครั้งและมันก็ผ่านพ้นไปได้แบบไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่การเปลี่ยนรัชกาลนั้นต่างออกไป มันเป็นเรื่องที่มีนัยยะสำคัญที่ต้องตระหนักมากกว่าแต่ก่อน"

การสืบพระราชสันตติวงศ์อย่างราบรื่นเป็นเรื่องที่จะน่ายินดีต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดที่มีประชากรมากกว่า573ล้านคน ความอุดมสมบูรณ์ และเป็นประเทศเขตร้อนที่มีประชากรกว่า67ล้านคนของไทย และยังเป็นประเทศผู้ส่งออกยางพารา และข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอ้นดับสองของภูมิภาค

แม้ว่าจะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์โดยสภาพของทรัพยากรธรรมชาติ และบรรยากาศแห่งมิตรไมตรีในการดำเนินธุรกิจ แต่ไทยก็ไม่วายได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ยอดผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปีนี้เป็น2.5%จากเพียง1.5%ในปีที่แล้ว ทั้งนี้จากการเปิดเผยของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยอดผู้ว่างงานยังคงต่ำกว่ามาตรฐานของนานาชาติ โดยยอดนตกงานระดะบสากลนั้นสูงมากกว่า7.4% นับจนถึงวันที่28พฤษภาคมที่ผ่านมา จากการคาดการณ์องค์การแรงงานนานาชาติ ที่มีสำนักงานในเจนีวา

การกระตุ้นเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยติดลบ7.1%ในช่วงไตรมาสแรกของปี เป็นสถิติแย่ที่สุดนับแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินเอเชียเมื่อปี2541 ยอดการส่งออกทรุดตัวลง26.5% และยอดผลผลิตอุตสาหกรรมลดลง10%ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการตกต่ำต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่เจ็ดทั้ง2รายการ ในเดือนมิถุนายนสถาบันจัดอันดับสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์สเปิดเผยว่าอาจจะลดอันดับเครดิตของประเทศไทยลงจากระดับBBB+ ในเดือนพฤษภาคมฟิตซ์เรทติ้ง บริษัทจัดอันดับอีกรายได้ลดเครดิตลงสำหรับหนี้ต่างประเทศของไทย นับเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ โดยลดเครดิตลงสู่ระดับBBB ซึ่งเป็นอันดับการลงทุนที่อยู่ท้ายตารางน่าลงทุนเพียง2อันดับเท่านั้น

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ออกมาตรการเมื่อวันที่29พฤษภาคมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า1.4ล้านล้านบาท(ราว41พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)ให้มีอัตราขยายตัว หากแผนการสำเร็จ เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวเป็นบวกราว3.5%ในปีนี้ ทั้งนี้จากการคาดการณ์ของรัฐมนตรีคลัง

พระมหากษัตริย์นักลงทุน

อิทธิพลของกษัตริย์ที่มีต่อเศรษฐกิจ เฉพาะที่เป็นเรื่องส่วนพระองค์ พระองค์ท่านเป็นผู้นำนักลงทุนในประเทศ จากการจัดการทรัพย์สินของพระราชวงศ์ ผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงถือครองอสังหาริมทรัพย์และหุ้นเป็นมูลค่ามากกว่า33พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้จากการเปิดเผยของพอพันธ์ อุยยานนท์ นักวิชาการชาวไทยที่ได้ทำการศึกษาเรื่องการเงินของพระราชวงศ์

การลงทุนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯนั้นรวมถึงการถือหุ้นใหญ่ของธนาคารใหญ่ที่สุดอันดับ2ของประเทศ จากขนาดมูลค่าตลาด คือธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทโฮลดิ้งขนาดใหญ่ที่สุดคือเครือซิเมนต์ไทย และเป็นเจ้าของหุ้นบริษัทโรงแรม ชะตาของอาณาจักรธุรกิจ--ย่อมขึ้นอยู่กับผู้ถือครอง--ฉันใดการสืบทอดพระราชสันตติวงศ์ก็ย่อมเป็นไปตามเงื่อนนี้ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการของสำนักงานทรัพย์สินฯด้วย

ภายใต้รัฐธรรมนูญแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯสามารถเลือกพระรัชทายาทได้โดยพระองค์เอง รัฐบาลได้เปิดเผยว่าพระมหากษัตริย์องค์ต่อไปจะเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา57 พระองค์ท่านเป็นทหาร ไม่เหมือนพระขนิษฐาโสดซึ่งทรงเป็นที่นิยม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระชนมพรรษา 54 ชันษา พระองค์เคยเป็นว่าที่พระรัชทายาทพระองค์หนึ่งสำหรับพระราชบัลลังก์ ทรงมีบทบาททรงงานเพื่อการกุศล ส่วนมกุฎราชกุมารทรงหย่ามาแล้ว2ครั้ง พระราชจริยาวัตรส่วนพระองค์สำหรับสาธารณชนดูไม่เป็นที่ปลาบปลื้มนัก

9กษัตริย์

อย่างใดก็ตามในระบบการปกครองตลอด227ปีของพระราชวงศ์จักรี ซึ่งมีพระมหากษัตริย์มาแล้ว9พระองค์ก็ยังเหนียวแน่นอยู่กับแผ่นดินที่มีความยุ่งเหยิงทางการเมืองอยู่ถี่ๆ เสด็จทวดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าซึ่งรอดเจอร์และแฮมเมอร์สไตน์เคยนำมารังสรรค์เป็นละครเพลงเรื่องเดอะคิงแอนด์ไอ และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์นำโดยดาราชาวรัสเซียยูล บรีนเนอร์ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการที่ประเทศไทยขาดความจงรักภักดีต่อพระราชวงศ์เลยแต่อย่างใด

พระราชจักรีวงศ์มีประวัติศาสตร์การสืบพระราชสันตติวงศ์ที่คลุมเครือ พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่7คือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าทรงสละราชบัลลังก์ในปี2478เพียง3ปีให้หลังที่ทรงสูญเสียพระราชอาญาสิทธิ์จากการทำรัฐประหารโดยทหารและข้าราชการระดับสูง พระราชบัลลังก์ได้ตกทอดมาถึงยุวกษัตริย์พระชนมพรรษาเพียง10ชันษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหกิดล พระเชษฐาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ของรัชสมัยของพระองค์ท่านในการศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่สวิตเซอร์แลนด์ และไม่ได้มีพระชนมายุยืนนานพอที่จะเข้าสู่พิธีพระบรมราชาภิเษก

ในเดือนมิถุนายน2489ในพระชนม์20ชันษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลถูกพบนอนสวรรคตอยู่บนพระแท่นบรรทมในพระที่นั่งบรมพิมาน บรมมหาราชวังกรุงเทพฯโดยลูกกระสุนผ่านพระนลาฎ และมีปืนพกโคลท์วางอยู่ข้างพระบรมศพ ชาย3คนถูกตัดสินลงโทษว่าเป็นฆาตกรถูกประหารชีวิตในปี2498 ขณะที่นักประวัติศาสตร์บางคนอธิบายว่ากรณีสวรรคตนั้นยังคงเป็นปริศนาที่ไม่ถูกสะสาง

กษัตริย์ที่ทรงมีพระราชสมภพที่บอสตัน

ผู้สืบทอดพระราชสันตติวงศ์ลำดับถัดมาคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ทรงมีพระราชสมภพที่บอสตันในขณะที่พระราชบิดาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ทรงไปศึกษาวิชาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เช่นเดียวกับพระเชษฐา กษัตริย์ภูมิพลทรงได้รับการศึกษาที่สวิตเซอร์แลนด์และเสด็จนิวัติพระนครหลังจากทรงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในปี2493 และเสด็จมาประทับที่กรุงเทพฯในปีถัดมา เป็นเวลานานกว่า16ปีก่อนหน้านั้นที่ประเทศไทยไม่มีกษัตริย์ประทับอยู่ในประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลทรงมีพระราชวิริยะอุตสาหะในการกอบกู้ชื่อเสียงของพระราชวงศ์กลับคืนมา โดยเสด็จพระราชดำเนินไปยังชนบทและสร้างโครงการเกษตรกรรมและโครงการชลประทาน พระราชบารมีอันมาจากความนิยมเทิดทูนพระองค์ท่านทำให้ทรงมีพระราชอำนาจในการยับยั้งผู้นำทางทหารที่เข้มแข็งไม่ให้ใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยในปี2516ทรงเปิดพระราชวังสวนจิตรลดาเพื่อรับนักศึกษาที่หนีเข้ามาพึ่งพระบารมีจากการกวาดล้างของเผด็จการทหาร หลังจากกองกำลังเปิดฉากยิงนักศึกษาผู้ประท้วง

ในปี2535ชาวไทยได้รับชมโทรทัศน์ผู้นำทางทหารที่ใช้อำนาจทำรัฐประหารและใช้กองกำลังทหารติดอาวุธยิงใส่ผู้ประท้วงชนชั้นกลางซึ่งไร้อาวุธที่ออกมาประท้วงต่อต้านเขา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ผู้นำทหารและผู้นำการประท้วงเข้าเฝ้าฯ หลังจากมีพระราชดำรัสให้ยุติความขัดแย้ง ผู้นำการรัฐประหารได้สละอำนาจลง

ดินแดนแห่งรอยยิ้ม

ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่ได้ตกเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศตะวันตกนักล่าเมืองขึ้น เป็นประเทศที่สนับสนุนสหรัฐฯในระหว่างทำสงครามเวียดนาม เป็นประเทศชายแดนติดกับพม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ดินแดนแห่งรอยยิ้มแห่งนี้มีรอยยิ้มให้เห็นเป็นปกติ กระทั่งเกิดบรรยากาศหน้าทางการเมืองอย่างในเวลานี้

การสร้างฐานะทางการเงินสำหรับเศรษฐกิจแบบใหม่มาจากค่าจ้างแรงงานที่ถูกแต่มีทักษะช่วยให้ประเทศไทยเข้าสู่ระดับโรงงานโลกที่สร้างผลผลิตตั้งแต่รถยนต์ไปยันดิสค์ไดรฟ์ จากการเปิดเผยของไมเคิล ดูนน์ กรรมการผู้จัดการเอเชียแปซิฟิคของเจ.ดี.พาวเวอร์แอนด์แอสโซซิเอต ซึ่งมีฐานในเซี่ยงไฮ้ บริษัทผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารการตลาด"ที่นี่เป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมญี่ปุ่น--ที่นี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว"เขากล่าว

ในปี2521เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัว10%เป็นครั้งแรก จากปี2530-2536มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย10.1% ไม่มีที่ไหนทำได้แบบนี้นอกจากที่จีน

วิกฤตอัตราแลกเปลี่ยน

แม้ว่าไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีเยี่ยมดังกล่าวมาแล้ว แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นในช่วงหลังของทศวรรษ2533"ไทยตกลงไปในหลุมพรางหนี้สินลึกเกินไป,มีการลงทุนในโครงการจำนวนมากที่ไม่เหมาะสม และมีการปล่อยให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์จนนำไปสู่การวิบัติ"UNDPหรือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติรบุในรายงานเมื่อปี2550

ในเดือนกรกฎาคม2540ไม่สามารถที่จะตรึงระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลเงินบาทไว้ได้ต่อไป จากที่มีอัตราแลกเปลี่ยนตายตัวที่25บาทต่อ1ดอลลาร์ ภายในเวลา6เดือนค่าเงินบาทดิ่งลงฮวบฮาบ และกว่าครึ่งหนึ่งของหนี้สินที่ถูกปล่อยสินเชื่อโดยธนาคารไทยกลายเป็นหนี้เสีย หลายร้อยบริษัทล้มละลายลง

ภายในชั่วสัปดาห์ความโกลาหลในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนลุกลามไปทั่วทั้งเอเชีย จากที่เคยเป็นมหัศจรรย์แห่งเอเชียตะวันออก วิกฤตการณ์ครั้งนั้นก็สร้างวิกฤตการณ์ทางการเงินไปทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียเช่นกัน

สวรรค์วันหยุดพักร้อน

ประเทศไทยเป็นที่ที่มีวัดส่องแสงสีทองอร่ามและมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ เป็นแหล่งที่ดึงดูดใจบรรดานักท่องเที่ยว เต็มไปด้วยความหลายหลาก ตั้งแต่โรงแรม5ดาวไปยันบังกาโลว์มุงสังกะสี มีบาร์สำหรับเต้นรำ ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว14.6ล้านคน และทำรายได้กว่า27.4พันล้านดอลลาร์เมื่อปีกลาย จากการเปิดเผยของรัฐบาลระบุว่า จากเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงต่างๆจะมีผลกระทบต่อสวรรค์วันหยุดของนักท่องเที่ยว ให้ลดจำนวนผู้มาเยือนลงเหลือราว10ล้านคนในปีนี้

ประเทศไทยมีการขยายโรงงานออกไปมาก อย่างเช่น โรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า อิซูซุ ฮอนด้า เจเนรัลมอเตอร์ส์ และฟอร์ด ผลิตรถยนต์มากกว่า1.4ล้านคัน มูลค่ามากกว่า20พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว และส่งออกไปจำหน่ายยัง130ประเทศทั่วโลก จากการเปิดเผยของเจ.ดี.พาวเวอร์

ในท่ามกลางความเจริญมั่งคั่ง ช่องว่างระหว่างผู้มั่งมีกับคนยากจนก็ถ่างกว้างขึ้น ในขณะที่นักลงทุนที่มีฐานที่อยู่ในกรุงเทพฯพากันร่ำรวยในปีที่เศรษฐกิจบูม ทว่าชาวนาตามชนบทก็ไม่ได้ประโยชน์โภชน์ผลอะไรไปด้วย อัตรารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของชาวนครหลวงกรุงเทพฯอยู่ที่35,000บาทในปี2550จากการเปิดเผยของสำนักงานสถิติแห่งชาติ แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีรายได้ต่อครัวเรือนเพียง340ดอลลาร์ และในนี้ราว13%มีรายได้น้อยกว่า1.35ดอลลาร์ตต่อวัน จากการเปิดเผยของสำนักงานเกี่ยวกับความยากจนระบุ

รหัสสีแห่งความขัดแย้ง

นั่นเป็นเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองของคนในประเทศให้แบ่งแยกด้วยสี สีเหลืองมีฐานหลักในกรุงเทพฯ นครหลวงของไทยที่มีประชากรราว9ล้านคน เมืองที่มีการจราจรติดขัดคับคั่ง ที่ที่มีรถเมอร์ซีเดสเบ๊นซ์หรูหราขับไปเคียงข้างกับรถตุ๊กตุ๊ก บางครั้งคราวก็มีช้างร่อนเร่ขอทานริมถนน

ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามใส่เสื้อสีแดง เป็นประชากรส่วนใหญ่ที่ยากจน และส่วนใหญ่มีฐานที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พวกเขาสนับสนุนทักษิณ อายุ59 นักธุรกิจมหาเศรษฐีผู้ซึ่งออกจากประเทศไทยเมื่อ3ปีที่แล้วจากการถูกทำรัฐประหาร โดยทหารอ้างว่าเขาคอร์รัปชั่น วีระ มุสิกพงศ์ ผู้นำเสื้อแดงบอกว่ามันไม่ใช่สีของการปฏิวัติอะไรที่ไหนหรอก เขาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ให้เผอิญว่าสีแดงนั้นมันขับผิวดำของเขาให้เด่นขึ้น

ในการเลือกตั้ง4ครั้งที่ผ่านมานับจากปี2544ถึง2550ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงพากันเทคะแนนสนับสนุนทักษิณ ใน3ครั้งที่ผ่านมารัฐบาลจากการเลือกตั้งถูกโค่นจากอำนาจโดยผสมผสานกันจากการประท้วงบนท้องถนน,การกดดันจากทหาร และการตัดสินจากศาล

ปลดปล่อยชนบท

ในปี2541ทักษิณ ซึ่งเป็นอดีตตำรวจและก้าวมาเป็นมหาเศรษฐีธุรกิจการสื่อสารได้ตั้งพรรคการเมืองของเขาชื่อไทยรักไทย จากนั้นอีก3ปีพรรคของเขาชนะการเลือกตั้ง248ที่นั่งจากทั้งหมด500ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร

ภารกิจแรกของรัฐบาลทักษิณก็คือการให้สินเชื่อขนาดย่อมแก่หมู่บ้านเพื่อเริ่มต้นธุรกิจชุมชน และแนะนำโครงการสุขภาพราคาถูก ซึ่งได้รับการต้อนรับจากหมู่ประชาชนที่ยากไร้ขนานใหญ่ เพราะไทยมีผู้ติดเชื้อHIVอยู่ราว1.4% จากการคาดการณ์ของสหประชาชาติในปี2551 ขณะเดียวกันก็ส่งตำรวจออกปราบปรามผู้ค้ายาขนานใหญ่ ประชาชนกว่า2,500คนตายในปฏิบัติการนั้น ซึ่งผู้ที่ตายก็ไม่ใช่ว่าทั้งหมดที่พัวพันกับการค้ายาเสพติด ปฏิบัติการนั้นถูกประณามจากองค์การนิรโทษกรรมสากลว่าโหดร้ายทารุณ

ในปี2549ทักษิณชนะการเลือกตั้งกลับมาอีกครั้ง โดยคว้าเก้าอี้ในสภามากกว่า377ที่นั่ง และในปีเดียวกันนั้นเอง ผู้นำเสื้อเหลืองคือสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตผู้สนับสนุนทักษิณเริ่มต้นการประท้วงบนท้องถนนเพื่อต่อต้านนายกรัฐมนตรีทักษิณ โดยกล่าวโจมตีว่าทักษิณใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกื้อหนุนผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง

บอยคอตการเลือกตั้ง

ในเดือนมกราคม2549ครอบครัวของทักษิณขายหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คือบริษัท ชินคอร์ปแก่เทมาเส็กโฮลดิ้ง ซึ่งเป็นสำนักการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ด้วยมูลค่า2.15พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งดีลการซื้อขายดังกล่าวคนในตระกูลชินว้ตรไม่ต้องจ่ายภาษี กลายเป็นการจุดประเด็นโจมตีจากเสื้อเหลืองในกรุงเทพฯที่นำโดยเจ้าของสถานีโทรทัศน์คือสนธิ ลิ้มทองกุล ทักษิณกล่าวว่าการประท้วงนั้นแรงจูงใจที่แท้จริงของสนธิเกิดจากพลาดหวังไม่ได้สัมปทานสถานีโทรทัศน์ที่เขาปฏิเสธไม่ช่วยเหลือ

ทักษิณแสดงความรับผิดชอบโดยการยุบสภาเลือกตั้งใหม่แบบกระทันหัน ส่งผลให้พรรคการเมืองใหญ่3พรรคบอยคอตไม่เข้าแข่งขันส่งผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง หลังจากทักษิณชนะการเลือกตั้งแบบไร้คู่แข่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ทรงส่งสัญญาณการเข้ามามีบทบาททางการเมืองเป็นหนแรกนับจากปี2535ที่เกิดการนองเลือดขึ้น พระองค์ท่านทรงมีพระบรมราโชวาทในเดือนเมษายนว่าการเลือกตั้งไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะว่าไม่มีฝ่ายค้านลงเลือกตั้ง หลังจากนั้น2สัปดาห์ศาลได้ตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และทักษิณคงยังเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการบริหารประเทศต่อไป

ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคม คณะทหารเข้าทำการรัฐประหารยึดอำนาจเสียก่อนในวันที่19กันยายน2549 ระหว่างที่ทักษิณอยู่ในมหานครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ

พลังประชาชน

ในเดือนธันวาคม2550รัฐบาลที่คณะรัฐประหารสนับสนุนได้จัดการเลือกตั้งใหม่ขึ้น ขณะที่พรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณชื่อพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์2551ทักษิณเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เขาต้องเดินทางออกนอกประเทศ6เดือนหลังจากนั้นเพื่อหลีกหนีการดำเนินคดีฐานคอรัปชั่น โดยระบุว่าเขาได้รับการพิจารณาตัดสินที่ไม่เป็นธรรม ในเดือนตุลาคม2551เขาถูกตัดสินให้จำคุก2ปีโดยศาลตัดสินว่าเขาใช้ตำแหน่งขณะเป็นนายกรัฐมนตรีช่วยให้ภริยาซื้อที่ดินของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีคนแรกของพรรคพลังประชาชนคือสมัคร สุนทรเวช อายุ74ปีพ้นตำแหน่งหลังจากอยู่มา9เดือน โดยศาลตัดสินเกี่ยวกับเรื่องเงิน--ว่าเขามีรายได้ราว2,345ดอลลาร์จากการเป็นผู้ดำเนินรายการทำกับข้าวทางโทรทัศน์ พรรคเลยเลือกน้องเขยของทักษิณคือสมชาย วงศ์สวัสดิ์ วัย61ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยผ่านการโหวตของสภาฯ

ในเดือนพฤศจิกายน เสื้อเหลืองที่โทโสผู้อ้างว่าทักษิณซื้อเสียงจากชาวนาผู้โง่เขลาบุกเข้าปิดสนามบินหลัก2แห่งในกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้างมากกว่า400,000คนเป็นเวลากว่าสัปดาห์ และสร้างความเสียหายให้ประเทศมากกว่า8พันล้านดอลลาร์(ราว270,000ล้านบาท)จากการขาดรายได้จากผู้โดยสารทางอากาศและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้จากการเปิดเผยของธนาคารแห่งประเทศไทย

การประท้วงที่ท่าอากาศยาน

หลังจากนั้น1สัปดาห์ ศาลได้ตัดสินให้ยุบรัฐบาลจากข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อเสียง จากการส่งฟ้องของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่บชี้ว่านักการเมืองอาวุโสของรัฐบาลบางรายถูกตรวจสอบพบว่ากระทำผิดฐานซื้อเสียง ทำให้การประท้วงปิดสนามบินต้องยุติลงไปด้วย

ในเดือนกรกฎาคมมีการออกหมายเรียกดำเนินคดีแกนนำเสื้อเหลืองที่นำการประท้วงยึดสนามบิน ซึ่งมีการดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับกฎหมายการเดินทางทางอากาศ และกฎหมายระหว่างประเทศที่ไทยได้ลงนามผูกพันไว้ด้วย จากการรายงานของหนังสือพิมพ์ไทย ผู้ถูกดำเนินคดีนั้นก็รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย นายกษิต ภิรมย์ด้วย โดยเขารีบไปรายงานตัวต่อตำรวจในวันที่6กรกฎาคมเพื่อรับฟังข้อกล่าวหา โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ธานี ทองภักดีได้ยืนยันกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก กษิตเพิ่งบอกกับนักข่าวในกรุงเทพฯเมื่อเร็วๆนี้ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด โฆษกกระทรวงกล่าวว่าใครที่ไปขึ้นเวทีต่อหน้าฝูงชนในการประท้วงยึดสนามบินระหว่างการประท้วง ก็ควรยังต้องมีตำแหน่งรัฐมนตรีได้ต่อไป

บอนไซประชาธิปไตย

"ประเทศไทยมีการบอนไซประชาธิปไตย"จรัล ดิษฐาภิชัย แกนนำเสื้อแดงกล่าว"เมื่อไหร่ที่ประชาธิปไตยเจริญเติบโต ใครบางคนก็จะตัดตอนให้มันแคะแกรน"

ในเดือนเมษายนเสื้อแดงพากันลุกฮือประท้วงเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่ และขวางการจัดประชุมอาเซียนซัมมิตในเมืองพัทยา การประชุมนี้เต็มไปด้วยผู้นำเอเชียที่ทรงอิทธิพล รวมทั้งนายกรัฐมนตรีจีนเหวินเจียเป่า พากันหนีออกที่นั่นด้วยเฮลิคอปเตอร์

แม้ว่าทักษิณซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัยในต่างประเทศจะกล่าวต่อผู้สนับสนุนเขาที่ลุกฮือขึ้นประท้วงผ่านทางภาพที่เผยแพร่มายังที่ประท้วง โดยเรียกขานการลุกฮือประท้วงครั้งนั้นว่า"ปฏิวัติประชาชน"หรือการ"ทำการยึดอำนาจโดยประชาชน"หรือไม่ก็ตาม ทักษิณ--ผู้ซึ่งลี้ภ้ยอยู่ที่ไหนไม่แน่ชัด--ก็ระมัดระวังเสมอที่จะกล่าวสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

คำกล่าวของเขานั้นสอดคล้องกับผู้นำชาวคลองเตยกว่า80,000คน ครูประทีป อึ๊งทรงธรรมฮาตะ สตรีที่มีความสูง5ฟุต(152เซ็นติเมตร)นักกิจกรรมผู้ที่รู้จักกันดีในประเทศไทยว่าเป็น"เทพธิดาสลัม"ผู้เกิดในคลองเตย ใช้ชีวิตวัยรุ่นในการจัดการชุมชนสลัมให้ชาวสลัมได้มีบ้านพักอาศัย และเป็นแกนนำการเรียกร้องประชาธิปไตยในปี2535

ไม่มีความหวัง

"ในอดีตนั้นประชาชนไร้ความหวัง"ประทีป วัย57กล่าว"แต่หลังจากทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ประชาชนก็ได้เห็นประชาธิปไตยที่สัมผัสและกินได้ พวกเขามีสุขภาพที่ดีขึ้น มีอาหารมากขึ้นและมีโอกาสที่จะมีงานทำ แต่เดี๋ยวนี้ประชาชนพบว่าประชาธิปไตยนั้นมี2ระดับชั้น"

ประเทศไทยมีประชากรมากกว่า95%เป็นชาวพุทธ ตอนนี้มีปัญหาทางด้านความมั่นคง--อันเนื่องมาจากความไม่สงบใน3จังหวัดภาคใต้ติดกับพรมแดนมาเลเซียลุกขึ้นเรียกร้องการปกครองตนเอง คาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า3,400คนนับจากปี2547เป็นต้นมา อภิสิทธิ์กล่าวว่าไทยอาจอนุญาตให้มีการปกครองตนเองมากขึ้น รวมทั้งให้ใช้กฎหมายชาเรียะห์ซึ่งเป็นกฎหมายอิสลามเพื่อลดเหตุการณ์ไม่สงบลงมา

เมื่อเปรียบเทียบกัน การขับเคี่ยวต่อสู้ระหว่างเหลือง-แดงก็นับว่าปัญหาน้อยกว่ามากนัก ในปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งเพียง7ราย และหลายร้อยคนบาดเจ็บในการปะทะบนท้องถนน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาสนธิผู้นำเสื้อเหลืองก็เพิ่งรอดพ้นการสังหารด้วยการระดมยิงใส่รถที่เขานั่งมากว่า50นัดจากมือปืนมาได้ ขณะที่ผู้นำเสื้อแดงอ้างว่าคนเสื้อแดงอย่างน้อย10คนถูกสังหารไประหว่างการประท้วงในเดือนเมษายนเช่นกัน

การคาดเดาถึงพระพลานามัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงอยู่เหนือการเมืองเรื่องที่มีการขัดแย้งกัน เมื่อปีกลายการไม่ปรากฎพระองค์ในพระราชพิธีสำคัญหลายครั้ง ทำให้สื่อมวลชนต่างประเทศพากันคาดเดาไปถึงพระพลานามัยของพระองค์ เมื่อวันที่5ธันวาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงไม่ได้เสด็จลงพระราชทานพระราโชวาทต่อพสกนิกรชาวไทยเป็นหนแรกในวาระเฉลิมพระชนม์พรรษา พระองค์ท่านมีพระวรกายที่ค้อมลงด้วยทรงพระชราภาพ ปรากฎพระองค์ล่าสุดในเดือนมิถุนายนในการพระราชพิธีทางพุทธศาสนาเพื่อเสด็จพระราชกุศลแด่พระเชษฐาที่สวรรคต และในวโรกาสได้รับรางวัลด้านสิทธิบัตรจากภาพข่าวประจำพระราชสำนักเมื่อวันที่24มิถุนายน

ส่วนงานของรัฐบาลยังคงมีเสถียรภาพในมือของนายกรัฐมนตรีวัย44อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำซึ่งสะท้อนภาพของนักการเมืองสหราชอาณาจักร เกิดในนิวคาสเซิล อังกฤษ เป็นบุตรของศาสตราจารย์นายแพทย์ เขาเรียนที่อีตันคอลเลจ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีนายกรัฐมนนตรีอังกฤษ18คนเคยเรียนที่นั่น ก่อนจะมาจบปริญญาสาขาการเมือง ปรัชญาและเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด

ดาวรุ่ง

อภิสิทธิ์กลับสู่ประเทศไทยในปี2529เขาเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนนายร้อยจปร.ก่อนจะลงเลือกตั้งในปี2535กับพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เป็นพรรคศูนย์กลาง-ขวาคือประชาธิปัตย์

อภิสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคที่เชิดชูระบบรัฐสภาที่เดินตามระบบรัฐสภาอังกฤษ ในปี2540หลังประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลผสมและมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่ให้อำนาจแก่สภามากขึ้น เขาได้เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย

ในปี2548เพียง4ปีให้หลังที่ประชาธิปัตย์สูญเสียอำนาจให้กับพรรคทักษิณ อภิสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้าน รัฐบาลผสมของเขาตอนนี้มี280จากทั้งหมด480เสียงในสภา ส่วนพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณตอนนนี้ชื่อพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นพรรคการเมืองที่มีส.ส.มากที่สุดในเวลานี้

เพื่อให้การเมืองสงบลง อภิสิทธิ์ได้เสนอแผนการให้เกิดปรองดองกันขึ้น รวมทั้งกำหนดการเลือกตั้งใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง อาจเป็นไปได้ที่จะมีการนิรโทษกรรมทางการเมือง และให้คำมั่นจะจัดการเลือกตั้งใหม่หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เสถียรภาพการเมือง

"คำถามก็คือ:รัฐบาลจะสามารถรับประกันว่าจะประสบผลสำเร็จทั้งการสืบพระราชสันตติวงศ์และทำให้การเมืองมีเสถียรภาพได้หรือไม่?"แคนเตอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์ กล่าว"นี่จะนำไปสู่เรื่องที่ง่ายขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ปกติ แทนที่จะนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจ"

เสถียรภาพเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นข่าวที่รอคอยสำหรับผู้ประกอบการอย่างบิลล์ ไฮเนคเก้ นักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เครือโรงแรมและภัตตาคารซึ่งเป็นที่สนพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงเข้าไปถือหุ้นไว้ราว4%

บุตรชายของนักข่าวเสียงอเมริกา,ไฮเนคเก้มาที่กรุงเทพฯตั้งแต่วัยรุ่นในยุคทศวรรษ2503 ตอนนี้ธุรกิจของเขามีโรงแรมในเครือ27แห่ง รวมทั้งโรงแรมโฟร์ซีซั่นและแมริออต และเครือรีสอร์ตอนันธารา

ในการประท้วงปิดสนามบินเมื่อเดือนธันวาคม ยอดผู้เข้าพักของแมริออต กรุงเทพฯตกลงมามีผู้เข้าพักเพียง20%จาก80% และฟื้นตัวเป็นยอดผู้เข้าพัก65%ในไตรมาสแรกปีนี้ หุ้นMINORขึ้นมาราว700%จากปี2541ถึงปี2551 ปีนี้ตกลง1%ซื้อขายที่ราคา7.8บาทเมื่อวันที่7กรกฎาคม

กลับไปสู่ธุรกิจ

เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติกลับมา อภิสิทธิ์ใช้เวลาไปฮ่องกง1วันเมื่อ15พฤษภาคม และตามมาด้วยการไปสิงคโปร์ และจีนในเดือนมิถุนายน

"ประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อไปและกลับมาสู่ธุรกิจ"เขากล่าวต่อที่ประชุมสื่อมวลชนในฮ่องกง อภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ดี"ผมบอกคุณได้เลยว่าพระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ดียิ่ง ความต่างๆทรงทราบถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและทรงพิจารณาได้สอดคล้องเหมาะสมต่อสถานการณ์"

ในการสัมภาษณ์ในทำเนียบรัฐบาลที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอิตาลีเมื่อ5วันก่อน อภิสิทธิ์ได้เปิดเผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงลงพระปรามิไธยโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทสืบทอดราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว

(ต้นฉบับของบลูมเบิร์กคือIn an interview at his Italianate office in Government House in Bangkok five days later, Abhisit discloses that Bhumibol, who has 4 children and 11 surviving grandchildren, has already endorsed his only son as the next king.

“The crown prince is the designated heir,” Abhisit says. )

เราเดินทางไปเยือนบ้านของนักลงทุนเซียนหุ้นเฟเบอร์700กิโลเมตรทางเหนือของกรุงเทพฯ ไฮไลต์ของการไปหนนี้ก็มีทั้งมนต์เสน่ห์ของประเทศไทย และความเสี่ยงในอนาคตของการลงทุน

เฟเบอร์เป็นคนสวิสโดยกำเนิดเดินทางมาเที่ยวไทยเมื่อ36ปีก่อน และย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่เมื่อปี2543 ทุกวันนี้เขามีชีวิตราวกับท่านบารอนผู้โอ่อ่ามั่งคั่ง มีหนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรกของอาดัม สมิธเรื่องความมั่งคั่งแห่งชาติวางอยู่ข้างๆ บนเรือนไม้สักริมแม่น้ำปิง นอกกำแพงเมืองโบราณอายุนาน1,000ปีของกำแพงคูรอบนครเชียงใหม่

เมื่อพลบค่ำลงมาในนครที่มีวัดส่องประกายสีทอง เฟเบอร์ตัดสินใจออกไปหาละเลียดเบียร์ โดยโดดขึ้นคร่อมคาวาซากิขนาด1,150ซีซี มอเตอร์ไซค์คู่กาย ไม่กี่นาทีก็มาถึงบาร์ติดแสงไฟนีนอน ที่ซึ่งมีเพื่อนสาวจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือผู้ยากจนมานั่งคอยเอาอกเอาใจอย่างฉันมิตร โดยเธอเป็น"สาวนั่งดริ๊งค์"ในราคาเพียง80บาท

สูงขึ้นไปจากพื้นถนน10เมตรนั้นมีภาพเขียนพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตระหง่านอยู่พร้อมกับข้อความ"ทรงพระเจริญ" นี่เป็นความรู้สึกของนักลงทุนแบบไทยๆ พวกเขาคงต้องยอมรับอย่างเงียบๆว่า แดนแห่งรอยยิ้มนี้ก็คงวันใดวันหนึ่งที่ต้องหลั่งน้ำตาให้กับการผลัดแผ่นดินเปลี่ยนรัชกาล
............

ติดต่อผู้สื่อข่าวที่เขียนรายงานข่าวนี้: William Mellor in Hong Kong at wmellor@bloomberg.net; Daniel Ten Kate in Bangkok at dtenkate@bloomberg.net

งานแซยิด..ที่ยังความสุขใจไปทั่วหล้า

ที่มา Thai E-News

โดย วโรทาห์

ที่มา บล็อกของวรโรทาห์

ผ่านไปแล้ว กับงานแซยิดของสามัญชนผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ ชนิดที่ฝุ่นควันยังไม่ทันจางหาย ประชาชนยังปลื้มกันไม่เสร็จ ตรงกันข้ามกับตัวเป้งๆในเครือข่ายอำมาตย์ ที่จนป่านนี้ยังถ่ายเป็นเลือดไม่ยอมเลิก


ปรากฏการณ์เช่นนี้ ไม่รู้ว่าอีกกี่หมื่นกี่พันปีแสง จะย้อนกลับมาให้เห็นเป็นบุญตาอีกซักครั้ง ดังนั้นทุกผู้ทุกนามที่มีโอกาส ได้สัมผัสบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ด้วยตัวเอง ต้องนับว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว


ใครจะไปนึกว่า แค่พ่อค้าธรรมดาคนหนึ่ง ที่ต่อสู้ดิ้นรน ล้มคว่ำคะมำหงาย จนขึ้นชั้นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองไทย จู่ๆจะกลายเป็นอภิมหาขวัญใจประชาชน สร้างสถิติตลอดกาล ชนิดที่คงไม่มีใครทำลายลงได้..ตราบชั่วนิรันดร


แปลกแต่จริง ที่คนๆหนึ่งซึ่งหนีคดีอาญาหัวซุกหัวซุน ฐานเซ็นต์ชื่อให้เมียไปซื้อที่ จนถูกตามไล่ล่าไปทั่วโลก อย่างกับราชายาเสพติดยังไม่ปาน แต่กลับมีมหาประชาชนหลายล้านคนทั่วประเทศ ร่วมแรงร่วมใจกันควักกระเป๋าดังหนึบ จัดงานแซยิดให้อย่างยิ่งใหญ่ ชนิดที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์


ผิดกันกับคนอื่นๆ ที่ว่าดีนักดีหนาจนไม่อาจหาใครเทียบได้ สรรเสริญเยินยอกันจนเว่อร์ อย่างกับไม่ใช่คน แต่นอกจากประชาชนจะไม่คิดจัดงานฉลองวันเกิดให้แล้ว ยังกระเหิ้ยนกระหือรือรอฉลองวันตาย..อย่างใจจดใจจ่อ


เขาถึงว่า ห้ามน้ำห้ามทะเลยังพอห้ามได้ แต่จะห้ามใจคนนั้นอย่าหวัง นี่ขนาดว่า ฝ่ายอำนาจรัฐ เตะตัดขาสกัดกั้นทุกวิถีทางแล้ว ยังเอาไม่อยู่..คิดดูก็แล้วกัน


หรือว่านี่อาจเป็นการแสดงออก ซึ่งความอัดอั้นตันใจของประชาชน ที่ถูกกดขี่อย่างสาหัสสากรรจ์มาโดยตลอด หลังจากที่ชาวสกลนครและศรีสะเกษ โชคดีไปก่อนที่ได้มีโอกาส ระบายความแค้นลงที่การเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมา


ที่ทิ่มเอาขบวนการอำมาตย์หงายเก๋งไม่เป็นท่า จนเป็นข่าวฮือฮาให้ชาวบ้านตาดำๆ ได้แบ่งปันความสะใจกันไม่เสร็จ จนกระทั่งทุกวันนี้
เมื่อสบโอกาสวันครบรอบแซยิดของนายกฯในดวงใจ ที่บังเอิญมาถูกที่ถูกเวลาอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าลูกมาเข้าทางตีนกันเห็นๆ จึงเป็นโอกาสที่จะได้แสดงท่า "บาทาลูบพักตร์อำมาตย์" ด้วยการจัดงานแข่งบารมีอย่างยิ่งใหญ่


โอกาสงามๆอย่างนี้ มีหรือประชาชนจะไม่ใส่กันเต็มสูบ
นับว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม กับการลงทุนจัดงานแค่ครั้งเดียว แต่ฟันกำไรเหนาะๆถึง 3 เด้ง นอกจากเป็นโอกาสได้สื่อสารไปถึงโคตรอำมาตย์ ว่าเขาไม่รักตัวแล้ว ยังได้ส่งความระลึกถึงไปยังคนที่ตัวรัก ซึ่งห่วงหาอาทรกันอยู่ไม่รู้คลาย..ทุกเวลานาที


ส่วนผลพลอยได้เล็กๆ น้อยๆ ก็คือการแสดงกตัญญูกตเวทิตา ต่อผู้ที่เคยทำคุณงามความดี ให้กับประเทศชาติอย่างเอนกอนันต์ ชนิดที่ทำจริงเจ็บจริง ไม่ใช่แสร้งทำแล้วมาลำเลิกกันไม่เสร็จ


งานวันเกิดยิ่งใหญ่ระดับนี้ ต่อให้โคตรอำมาตย์แปลงกายลงมาเอง ก็คงจะกินทักษิณลำบาก ถ้าวัดกันภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ไม่ใช้อำนาจรัฐกะเกณฑ์กันไปให้เมื่อยตุ้ม ไม่ใช้เงินภาษีประชาชนมาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ อย่างกับไม่ใช่เงินพ่อเงินแม่ตัวเอง


นอกจากนั้นยังไม่มีการโหมโฆษณา ประชาสัมพันธุ์อย่างบ้าคลั่ง ตรงกันข้ามกลับโดนสื่อกลั่นแกล้งโจมตีอย่างเอาเป็นเอาตาย ประสานกับอำนาจรัฐ ที่งัดสารพัดวิชามารมาขัดขวางทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้


ยิ่งไม่ต้องไปเทียบชั้นกันซะให้ยาก ระหว่างนายกฯคนก่อนที่ถูกปล้นตำแหน่งไป กับนายกฯคนปัจจุบันที่ไปปล้นตำแหน่งมา หรือจะพูดให้ง่ายคือ ระหว่างทักษิณ..แวร์อาร์ยู? กับอภิสิทธิ์..ฮูอาร์ยู?


ซึ่งในทางการต่อสู้เขาเรียกว่ามวยคนละชั้น กระดูกมันคนละเบอร์ ฝีมือลายมือมันห่างไกลกัน ราวท้องฟ้ากับหุบเหว


ถ้าใครดวงซวย จับพลัดจับผลูหลงไปฟังรายการ "เชื่อแม่มันเลย..ประเทศไทย กับนายอภิสิทธิ์" ที่ดันมาออกอากาศในวันเวลาเดียวกัน กับที่ชาวบ้านเขากำลังทำบุญมหากุศลสุดยิ่งใหญ่ จะเห็นได้เลยว่า กึ๋นคนกับกึ๋นควาย มันต่างกันแค่ไหน


ยิ่งถ้าใครที่ถือคติว่ากำขี้ดี กว่ากำตด งานนี้คงต้องผิดหวังไปตามระเบียบ หลังจากที่ได้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วนั่งงงอีกพักใหญ่ คงพอสรุปได้ว่า วิสัยทัศน์ของนายกฯหนุ่มหล่อคนนี้


ไม่ใช่ขี้ๆ..มีแต่ตดเพียวๆ


จึงไม่มีข้อกังขาใดๆอีกแล้วว่า ถ้าให้เลือกนายกฯเมื่อไหร่ ยังไงก็ทักษิณ จากคุณูปการอันมากมายของท่าน ที่บรรยายกันสามวันแปดวันไม่รู้จบ ทำให้จนถึงป่านนี้ ประชาชนยังไม่อาจสรรหาคำเรียกขานใดๆ ที่คู่ควรต่อนายกฯในดวงใจตลอดกาลของพวกเขาได้


คำว่ามหาบุรุษนั้น คงกินความกว้างไปซักหน่อย ส่วนคำว่ารัฐบุรุษยิ่งไม่ได้ใหญ่ เพราะว่าท่านไม่เคยมีประวัติอยู่บ้านหลวงฟรี ไม่เคยแม้แต่มีความคิดที่จะเข่นฆ่าประชาชน ยิ่งกว่านั้นยังไม่เคยเสวยสุขบนภาษีประชาชน แล้วสมคบโจรมาปล้นประชาธิปไตย


แต่หลังจากที่เปิดพจนานุกรมจนมือหงิกแล้วหงิกอีก ถ้าต้องเลือกเอาซักอย่าง...


คำว่าอภิมหาราษฎรผู้ยิ่งใหญ่..คงน่าจะพอกล้อมแกล้ม


วโรทาห์: 27 ก.ค. 2552

ดาตอร์ปิโดชนะคดีหมิ่นหัวโจกผู้ก่อการร้าย

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 กรกฎาคม 2552


ความยุติธรรมเริ่มรำไรในชีวิตดาตอร์ปิโด ศาลตัดสินยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทลิ้มหัวโจกก่อการร้ายและบุกรุกASTV แต่ยังผจญชะตามืดคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ศาลไม่ให้ประกันและพิจารณาคดีทางลับ แม้องค์การนิรโทษกรรมสากลยื่นมือช่วย สมัชชาสังคมก้าวหน้านัดผู้มีใจรักความเป็นธรรมเยี่ยมให้กำลังใจย้ำ"เราไม่ทอดทิ้งกัน"30ก.ค.นี้


วันนี้ (28 ก.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 908 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.3634/2551 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด เป็นจำเลยฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป กระทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ ทำให้เสียทรัพย์ พยายามบุกรุก และหมิ่นประมาทผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, 310, 326, 328, 358 ตามที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวโจกผู้ก่อการร้ายพันธมิตรและASTVเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง และได้ตัดสินยกฟ้อง

โดยคำตัดสินมีว่า ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานนำสืบทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ขัดแย้งกันเองในหลายประเด็น ขณะที่เทปบันทึกภาพเหตุการณ์ของเอเอสทีวี ซึ่งเป็นของผู้เสียหายที่ 2 ไม่ต่อเนื่องกันนับว่ามีข้อพิรุธ นอกจากนี้ องค์ประกอบความผิดของข้อหาก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ต้องดูต้นเหตุแห่งการกระทำว่ามีความประสงค์ต่อผลอย่างไร ผู้กระทำต้องมีเจตนาต่อการกระทำนั้นด้วยเห็นว่าสภาพสังคมในปัจจุบันมีความเชื่อแบบแบ่งฝ่ายต่างฝ่ายก็ต่างไม่ต้องการให้อีกฝ่ายมีอำนาจทางบริหาร เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยแล้วจำเลยได้กระทำไปเกี่ยวกับเรื่องการเมืองแต่ไม่ถึงกับมีเจตนาก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

อีกทั้งพยานโจทก์ที่เป็นเจ้าพนักงานตำรวจก็เบิกความเจือสมว่าไม่มีใครเห็นจำเลยนำพวกเข้าไปขว้างปาขวด หิน และปิดล้อมบริษัทของพวกผู้เสียหาย แม้จะมีคนขว้างปาจริง แต่ก็จับกุมตัวใครไม่ได้ ขณะเกิดเหตุมีตำรวจรักษาการณ์เพียงสองนาย แต่มีผู้ชุมนุมเสื้อแดงกว่า 50 คน หากพวกจำเลยจะก่อภยันตรายก็สามารถทำได้ แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น แม้มีเหตุควรเชื่อว่าพวกผู้เสียหายอาจะถูกทำร้ายได้ แต่พวกผู้ชุมนุมได้ก่อตัวกัน 2 ชั่วโมงแล้วก็แยกย้ายกันไปเอง ไม่มีพยานโจทก์ปากใดยืนยันว่าจำเลยเป็นคนนำพวกเสื้อแดงไปขว้างปาหรือปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยจึงไม่มีเจตนาบุกรุกในเวลากลางคืน และหน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลอื่นด้วย

แม้การชุมนุมบนเวทีและด่าทอกันระหว่างผู้ชุมนุมเกิดขึ้น แต่ก็แยกย้ายและขาดตอนไปแล้ว มีเพียงพยานโจทก์เห็นดารณีใช้ไมโครโฟนด่าทอนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้เสียหายที่ 2 ด้วยถ้อยคำหยาบคายในลักษณะหมิ่นประมาทเท่านั้น จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้จำเลยกลับตัว การลงโทษจึงคำนึงถึงวิชาชีพของจำเลย และเพื่อให้จำเลยพึงระมัดระวังในคำพูด โทษจำคุกฐานหมิ่นประมาทจึงให้รอลงอาญาไว้ แต่ให้ปรับ 5 หมื่นบาท ส่วนข้อหาอื่นให้ยก

ภายหลังฟังคำพิพากษา ดา ตอร์ปิโด ซึ่งอยู่ในชุดนักโทษเนื่องจากอยู่ระหว่างถูกคุมขังในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แสดงความดีใจโดยชู 2 นิ้ว และส่งยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว โดยกล่าวว่าในที่สุดตนเองได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม ความเป็นธรรมมีจริง ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวเดินทางกลับเรือนจำ

เราจะไม่ทอดทิ้งกันเชิญเยี่ยมดาตอร์ปิโดที่คลองเปรม30ก.ค.นี้

สมัชชาสังคมก้าวหน้า (social move) แจ้งข่าวถึงมิตรสหายผู้รักประชาธิปไตย ขอเรียนเชิญท่านไปเยี่ยมเยียมคุณดา ตอปิโด ที่ฑัณฑสถานหญิง เรือนจำกลางคลองเปรมในวันที่ 30 ก.ค 52 เวลา 9.30 น.โดยแนวคิดคือ "เราไม่ทอดทิ้งกัน"


ท่านสามารถนำของฝาก อาหารแห้ง ของใช้ ดอกไม้ ฯลฯ ติดต่อสอบถามที่คุณอ้นวิทยุแท็กซี่ ontontnong@hotmail.com

เราไม่ทอดทิ้งกัน
-- ทางเดินของชีวิต --


ทางเดินสำหรับชีวิตมีอยู่เพียงสองทางเท่านั้น
นั่นคือต่อสู้เพื่อสัจจธรรมด้วยความกล้าหาญ
หรือยอมแพ้และตายอย่างทาส
เกียรติยศอันรุ่งโรจน์มีไว้สำหรับผู้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
และแก่ทาสนั้นหรือ สิ่งที่เขาพึงได้รับก็คือ หลุมศพของคนขลาด!


*กวีโดย มูสา จาลิล แปลโดยจิตร ภูมิศักดิ์อ้างใน "ถึงร้อยดาวพราวพรายกระจายแสง", สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, หน้า 233-4

นับเป็นเวลา 1 ปีเต็มที่คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด ได้ถูกจับกุมในคดีหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้จะมีการขอยื่นประกันตัวเธอหลายต่อหลายครั้ง แต่ศาลก็พิจารณายกคำร้องโดยตลอด ทั้งๆที่ ผู้ต้องหาอื่นในคดีเดียวกลับสามารถขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีได้

ขณะที่คุณดาต้องยืนหยัดต่อสู้เพียงลำพังในเรือนจำ เราได้ยินข่าวสารของเธออยู่บ้างจากผู้ที่ไปเยี่ยมเยียนเธอเป็นระยะ เราได้ติดตามอ่านข่าวของคุณดาด้วยความรู้สึกนับถือในหัวใจและจิตวิญญาณแห่งความเป็นเสรีชนของเธอ ไม่ง่ายเลยที่ใครสักคนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ จะยังสามารถรักษาความเข้มแข็งและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเอาไว้ได้ ภายใต้แรงกดดันจากสภาพแวดล้อมเหมือนที่เธอกำลังเผชิญ

ในวันนัดสืบพยานโจทย์คดีของเธอครั้งแรก ในวันที่ 23 มิ.ย. 2552 ศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีดังกล่าวเป็น "การลับ" โดยคำสั่งดังกล่าวได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งได้สร้างข้อกังขาต่อสาธารณะชนทั่วไปถึงกระบวนการยุติธรรมของไทยในการพิจารณาคดีนี้

ดังที่องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ได้ส่งแถลงการณ์ถึงผู้สื่อข่าวต่อมาในวันที่ 26 มิ.ย. 2552 ความตอนหนึ่งในแถลงการณ์ระบุว่า "ภายใต้หลักกฎหมายสากล การพิจารณาคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นหลักสำคัญในการปกป้องสิทธิของปัจเจกบุคคลจากการพิจารณาคดีและกระบวนการเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม...เมื่อศาลปิดประตูห้องพิจารณา นั่นคือสัญญาณเสี่ยงต่อความอยุติธรรม"

แม้สัญญาณจากศาลที่จะดำเนินการพิจารณาคดีแบบปิดลับ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าคุณดาจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพียงพอในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนเจตจำนงในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคุณดา หาได้หวาดหวั่นต่ออำนาจอยุติธรรมเลย เธอยังคงยืนยันศักดิ์ศรีของความเป็นคนอย่างเต็มเปี่ยม

ดังคำแถลงที่คุณดาเขียนขึ้นในวันที่ 24 มิ.ย. 2552 คุณดาได้เผยแพร่คำแถลงถึง "สื่อมวลชนและพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม" ต่อกรณีการพิจารณาคดีแบบปิดลับของศาล โดยบางส่วนของคำแถลงคุณดาได้เขียนว่า
"ข้าพเจ้าขอประณามว่าการพิจารณาคดีโดยลับนั้นเป็นการทำลายหลักการยุติธรรมของกฎหมายโดยสิ้นเชิง วันนี้เมื่อ 77 ปีก่อน มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาสู่ระบอบประชาธิปไตย ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองยืนยันในหลักการที่จะให้ราษฎรได้รับความยุติธรรมมาก ขึ้นกว่าจากเดิมที่เคยถูกกดขี่จากผู้ปกครองโดยตามอำเภอใจ แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แต่ข้าพเจ้าขอสรรเสริญเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ดังกล่าว แม้ว่าในวันนี้ข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่ก็เชื่อมั่นว่าเจตนารมณ์ ของคณะราษฎรผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 จะต้องได้รับชัยชนะในที่สุด”


22 กรกฎาคม 2552 เป็นวันครบรอบ 1 ปีเต็มที่คุณดา ถูกจับกุมและคุมขังอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมตามสิทธิทางกฎหมาย เราจึงขอเชิญพี่น้องเสรีชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลาย ไปร่วมให้กำลังใจแก่คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด นักสู้ประชาธิปไตยผู้ทรนงของพวกเรา ที่หน้าเรือนจำกรุงเทพใต้ (บางขวาง) ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 เวลา 09.30 น.

ทั้งนี้ขอให้ผู้ร่วมไปให้กำลังใจคุณ นำดอกไม้และป้ายผ้าให้กำลังใจคุณดามาพร้อมเพรียงกัน เราจะส่งแรงกำลังใจไปสู่คุณดาในยังอีกฟากของกำแพงซี่กรงขังของเรือนจำว่า "เราจะไม่ทอดทิ้งกัน"

ท้ายนี้ สมัชชาสังคมก้าวหน้าขอนำบทกวี "นอกกฎหมาย" ของคุณไม้หนึ่ง ก.กุนที เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคุณดา รวมไปถึงเสรีชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลาย และขอไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย

เสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จงเจริญ!

คุกไม่อาจกักขังกวี

๏ คุกไม่อาจกักขังกวี และจะไม่ขอความปรานีศาล
ตุลาการเมื่อรับใช้เผด็จการ ถึงเวลาสร้างศาลประชาชน

๏ คุณให้ท้ายกลุ่มลัทธิคลั่งอำนาจ สิทธิ์เสรีประชาชาติถูกชิงปล้น
เสาะแสวงทุกวิธีให้จำนน ไม่ยอมรับ 1 เสียงของพลเมือง

๏ รุมปลูกฝังตรรกะวิปริต ชุดความคิดมอมเมาให้คนเชื่อง
ติดคุณธรรมความดีที่เปล่าเปลือง เพราะเบื้องหลังอำพรางอาชญากรรม

๏ คุณฆ่ากลุ่มความคิดที่ก้าวหน้า คนชั้นล่างที่ต้นทุนสังคมต่ำ
อ่อนจริตมารยาทแต่งชี้นำ จองจำเขาในความจน อด เจ็บ ตาย

๏ คุกไม่อาจกักขังกวี และล้านล้านเสรีชนทั้งหลาย
จะกู่ก้องก่นประณามคุณเรื่อยไป กว่ากฎหมายจะรับใช้มหาชน.


โดย ไม้หนึ่ง ก.กุนที

ฟ้าส่งให้ข้ามาเกิดแล้ว...ทำไมต้องให้ทักษิณมาเกิดด้วย

ที่มา Thai E-News

โดย พิษณุ พรหมสร
28 กรกฎาคม 2552


พลังของประชาชนที่ทำให้ทักษิณในวันเกิดนั้น มันมิได้หมายความว่าพวกเขารักทักษิณแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันหมายความว่า พวกเขาไม่เอาศตรูของทักษิณด้วย และผลกระทบจากการจัดงานแซยิดในครั้งนี้ อาจทำให้ใครบางคนเกิดอาการอิจฉาจนบ้าคลั่ง เหมือนกับ จิวยี่ ในสามก๊ก ที่อาฆาตแค้นขงเบ้ง


จากปรากฏการณ์งานแซยิดกระหึ่มโลก ที่มวลมหาประชาชนทั้งในและต่างประเทศ ได้ร่วมกันจัดงานวันเกิดให้กับ ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกในดวงใจของพวกเขาในครั้งนี้ เป็นปรากฏการณ์อันยากยิ่งที่จะมีผู้นำคนหนึ่งคนใดในโลกจะได้รับ ความรักและศรัทธาที่ประชาชนมอบให้ ก็เป็นไปด้วยใจอันบริสุทธิ์

หลายคนที่ออกมาต่อสู้ และกรำศึกมานานเกือบ3 ปี เงินทองก็หมดไป ส่งผลกระทบถึงการงานและรายได้ที่มีในปัจจุบัน บางคนก็แทบไม่มีจะกิน ต้องต่อสู้ทั้งน้ำตา แต่พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดที่จะต่อสู้ มีจิตใจเด็ดเดี่ยวที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่อไป เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิและเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกันในสังคม และเพื่อความยุติธรรมให้แก่ทักษิณ

คนที่พอมีอันจะกินก็หนุนเนืองกำลังทรัพย์เข้ามา เพื่อต่อยอดการต่อสู้อย่างไม่ขาดสาย มีหลายคนที่วันเกิดของตัวเองยังไม่สนใจ แต่กลับทุ่มเททั้งกำลังใจ กำลังกาย และกำลังทรัพย์ เพื่อจัดงานวันเกิดให้กับมหาบุรุษผู้นี้

ถ้าถามว่าทำไมพวกเขาถึงต้องต่อสู้เพื่อทักษิณ พวกเขาก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแล้ว ดร. ทักษิณ ชินวัตร คือนายกที่ดีที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยเคยมีมา เราจะต่อสู้เพื่อเขาเพราะเขาทำเพื่อประชาชน นี่คือเสียงตอบรับของประชาชนที่มีต่อชายวัย 60 ปีผู้นี้

พลังของประชาชนที่ทำให้ทักษิณในวันเกิดนั้น มันมิได้หมายความว่าพวกเขารักทักษิณแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันหมายความว่า พวกเขาไม่เอาศตรูของทักษิณด้วย

จากประวัติศาสตร์การเมืองของโลก มีผู้นำเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ประชาชนจะให้ความรักและศรัทธาเคารพยกย่องว่าเป็นบิดาหรือมหาบุรุษ

เขาผู้นั้นจะต้องทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติของตนเองอย่างใหญ่หลวง และแน่นอนครับว่าทักษิณกำลังจะก้าวเข้าไปสู่จุดนั้น จากผลงานในอดีตที่ทักษิณสามารถพลิกฟื้นประเทศไทย จนเป็นที่ยอมรับของสังคมโลก โดยมีหลายประเทศได้นำเอานโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความยากจนของเขาไปใช้ จนผู้นำบางประเทศถึงกับกล่าวยกย่องในเวทีโลก โดยเรียกนโยบายของเขาว่า “ทักษิโณมิกส์”-THAKSINOMICS

นอกจากจะทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติของตนเองแล้ว ทักษิณยังมีแนวคิดที่ขจัดความยากจน ของสังคมโลกด้วย จากนโยบาย 4 ปีซ่อม 4 ปี สร้าง จนเป็นระบบที่คนในพรรคไทยรักไทยสามารถดำเนินการต่อด้วยตนเองได้แล้ว จากนั้นทักษิณก็จะวางมือทางการเมือง ออกไปจัดตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือประเทศยากจน

ถ้ามันไม่สะดุดจากการรัฐประหาร เมื่อ 19 กันยา 49 แน่นอนครับว่า รางวัลแห่งเกียรติยศที่ทักษิณจะได้รับนั้นก็คือ โนเบล ไพรซ์ NOBEL PRIZE ดังนั้นคนที่ทำลายทักษิณคือคนที่ทำลายทรัพย์ยากรทางปัญญาอันมีค่าของโลกด้วย

มาดูกันว่าทักษิณได้ทำอะไรให้ประเทศชาติและประชาชนของเขาบ้าง

ทุกข์ของประชาชนอยู่ที่ไหนเขาก็แก้ที่เหตุแห่งทุกข์นั้น

เช่น ทุกข์ของคนทำงาน ที่เก็บออมเงินมาอย่างยากลำบาก ถ้าเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาต้องผ่าตัด เงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิตก็ต้องหมดไป ทักษิณก็แก้ที่30 บาทรักษาทุกโรค

ทุกข์ของคนที่ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ทักษิณก็แก้ที่ บ้านเอื้ออาทร

ทุกข์ของคนขับรก TAXI ที่ต้องจ่ายค่าเช่าให้เฒ่าแก่รถ ทักษิณก็แก้ที่ TAXI เอื้ออาทร โดยการผ่อนรถเป็นของตัวเอง

ทุกข์ของ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่ต้องจ่ายให้กับผู้มีอิทธิพล ทักษิณก็แก้ที่การปราบอิทธิพล

ทุกข์ของคนในหมู่บ้านที่ไม่มีงานทำ ทักษิณก็แก้ที่ กองทุนหมู่บ้าน

ทุกข์ของพ่อค้า แม่ค้ารายย่อยที่ขาดเงินทุนหมุนเวียน ทักษิณก็แก้ที่แปลงสินทรัพย์เป็นทุนโดยให้ใช้สัญญาเช่าแผงมากู้ ดอกเบี้ยต่ำที่ธนาคารออมสิน

ทุกข์ของคนจนที่ไม่มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ ทักษิณก็แก้ที่นำเงินในสิ่งที่ผิดกฎหมาย คือหวยใต้ดิน มาทำให้ถูกกฎหมายคือหวยบนดิน มาเป็นทุนการศึกษาของเด็กๆ และยังให้มูลนิธิไทยคมช่วยส่งเสริมโดยเน้นในเรื่องการศึกษาของเยาวชน

ทุกข์ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่เห็นลูกหลานตัวเองต้องติดยาเสพติด ทักษิณก็แก้ที่การปราบปรามยาเสพติดอย่างหนัก จนพ่อค้ายาเสพติดต้องฆ่าตัดตอนกันเองเพื่อไม่ให้ถึงตัว แต่ก็ทำให้พ่อแม่หลายครอบครัวได้ลูกของตัวเองกลับคืนมาทั้งที่หมดความหวังไปแล้ว

และนี่เป็นนโยบายเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ทักษิณได้สร้างประโยชน์ไว้ให้กับประเทศชาติและประชาชน

จึงไม่แปลกใจเลยที่มีผู้คนจำนวนมากมายร่วมกันจัดงานวันเกิดให้ทักษิณอย่างยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เกียรติยศที่ทักษิณได้รับจากประชาชนในครั้งนี้ มันไม่สามารถที่จะเรียกเป็นอย่างอื่นได้เลย นอกจากคำว่าว่า “ มหาบุรุษของแผ่นดิน”

และผลกระทบจากการจัดงานแซยิดในครั้งนี้ อาจทำให้ใครบางคนเกิดอาการอิจฉาจนบ้าคลั่ง เหมือนกับ จิวยี่ ในสามก๊ก ที่อาฆาตแค้นขงเบ้ง จนถึงกับตะโกนออกมาว่า “ เทียนกี้แซยี้ฮ่อปิ๊ดแซเหลียง ” คือฟ้าให้ยี้มาเกิดแล้ว แต่ทำไมให้เหลียงมาเกิดด้วย

สำหรับคนที่มีแผ่นดินเดียวอยู่ในเมืองไทย ถ้าเขาจะกระอักเลือดตาย เขาก็คงจะต้องตะโกนออกมาเหมือนกันว่า “ ฟ้าส่งให้ข้ามาเกิดแล้ว แต่ทำไมต้องให้ทักษิณมาเกิดด้วย ”

ปชป.ขาลง

ที่มา บางกอกทูเดย์

การเข้ามาเป็นรัฐบาลอย่างเปะปะ ขาดการวางแผนที่ดีในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้พรรคการเมืองนี้กำลังเข้าสู่สภาพ “ขาลง”เพราะประชาชนมากมายไม่อาจรับได้ กับการแก้ปัญหาแทบทุกปัญหาของชาติด้วยการ “ขอไปที”ขาดงบประมาณก็ กู้ยืมมา 800,000 ล้าน กู้ไม่ได้ เพราะเคยกู้มาเต็มเพดาน ก็ ออกกฎหมายมาข่มขืน ข่มเหงเอาตามใจชอบต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ผมเห็นว่า เป็นอันตรายต่ออนาคตของชาติ อนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ และอนาคตของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เองผมอยากให้ประดาผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ได้เปลี่ยนทัศนคติใหม่ ในการเลิกมองโลกในแง่บ้าเสียทีทุกวันนี้...โลกเจริญก้าวหน้าไปมาก ประชาชนคนรากหญ้าทั้งหลายต่างรู้ว่า...ใครคือคนที่เขาควรจะเคารพนับถือ??จึงไม่น่าแปลกทั้งที่มันแปลกมาก ในการที่โพลล่าสุดชี้ออกมาว่า ณ วันนี้ คะแนนนิยม ของ ทักษิณ ชินวัตร เหนือกว่าคะแนนนิยมของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะทั้งที่คนหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี มีทั้งอำนาจและโอกาสในการสร้างผลงานมากกว่าอีกฝ่ายที่เป็นเพียง “ผู้ลี้ภัย”จากการถูกกฎหมายจาก คมช. หรือคณะปฏิวัติรุมกันล้อมกรอบ!!ผมอยากให้อภิสิทธิ์ที่เป็นนักเรียนนอก มีชาติตระกูลที่ดีคิดเรื่องดีๆ ที่เป็นมงคลต่อตัวเอง ดีกว่าการจ้อง “ตีสำนวน”เหมือนลำตัดหรือพวกทอล์กโชว์ณ วันนี้ ทักษิณ ชินวัตร เป็นเพียงประชาชนหรือราษฎรคนหนึ่ง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของอภิสิทธิ์เช่นกัน แต่เพราะ“ทักษิณ” เหนือกว่าอภิสิทธิ์ในทุกกระบวนท่า คนไทยค่อนประเทศและชาวโลกจึงมอง “มาร์ค” เหมือน “มือใหม่หัดขับ”

คนที่ทำให้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ คือ สุเทพเทือกสุบรรณแม้จะผิดวิธีผิดแนวทางประชาธิปไตย แต่อภิสิทธิ์ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อเป็นแล้วก็ควรทำจิตให้นิ่ง นั่งทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต เปลี่ยนแปลงทัศนคติ บุคลิก และการวางตัวกับคำพูดเสียใหม่อย่าแดกดัน!! อย่าแฝงความริษยาลงไปในคำพูดอย่างที่พูดถึงทักษิณด้วยคำว่า “ดวงตาเห็นธรรม”??คนที่น่าจะต้องพยายามทำให้ตัวเอง “ดวงตาเห็นธรรม”คือ อภิสิทธิ์เอง!! ไม่ใช่ทักษิณ!!อยากให้มาร์คหันมามองสุเทพซึ่งเปรียบเหมือนพี่และลูกพี่จะเห็นสุเทพเปลี่ยนไปมากในระยะนี้ หลายคำถามที่ถูกนักข่าว “ถามนำ” คุณสุเทพไม่ตอบแต่จะบอกว่า “ผมไม่ตอบเรื่องอย่างนี้”สุเทพพูดถึง ผลสำรวจความเห็น เรื่องการทำงานของรัฐบาล ที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีคะแนนนิยมมากกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าถือเป็นเรื่องปกติที่ในแต่ละช่วงเวลาคะแนนนิยมจะมีขึ้นลงบ้าง ในอดีต นายกฯ อภิสิทธิ์ก็เคยมีคะแนนนิยมมากกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่ใช่เรื่องน่าวิตกขณะนี้...คนในครอบครัว “เทือกสุบรรณ” คุณดำรงเทือกสุบรรณ ผู้สมัครหมายเลข 1 เจ้าของพื้นที่เดิมและเป็นหลานนายสุเทพ ยังแพ้การเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี ถือเป็นการ“ล้มช้าง” และเป็นลางร้ายสำหรับสุเทพและ ปชป.ต่างๆ เหล่านี้...คือ “การเตือนครั้งสุดท้าย” สำหรับ“คนใต้” ที่มีต่อ “บางคนใน ปชป.” เลิกเหิมเกริมแล้วมาสร้างสามัคคีในชาติ สร้างความปรองดองตามที่ทักษิณ ชินวัตร เสนอแนวทางมาดีกว่า!! ก่อนที่จะถูกประชาชน “พิพากษา”!! ■

3 สิงหาคม

ที่มา บางกอกทูเดย์

คนไทยท่านใดที่เกิดโชคร้ายในการติดเชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ขอให้ทำใจเข้มแข็งเข้าไว้อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเสียก่อน!!ตอนนี้ “ท่านผู้นำ” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เริ่มรู้และเชื่อแล้วว่า อันตรายของ “หวัดนรก” นี้มันทำให้คนป่วยถึงแก่ชีวิตได้จริง ไม่ใช่เป็นเองหายเองอย่างที่หลายคนในรัฐบาลนี้เคยออกมาพูดให้ท่านเชื่อมาร์ครู้ด้วยว่ายาที่จะรักษาโรคนี้ได้ ตอนนี้มีอยู่ตัวเดียว คือ ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ แต่ปัจจุบันนี้หลายส่วนในภูมิภาค ยังไม่สามารถจ่ายยาตัวนี้ได้ จึงต้องปรับแก้บนความพอดี เพราะผู้เชี่ยวชาญไม่อยากปล่อยยาตัวนี้ไปใช้อย่างไม่จำเป็นนี่คือเหตุผลที่กระทรวงสาธารณสุขอ้างเอาตัวรอดไปวันๆแต่...จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือเป็นการฉวยโอกาสในการหาเสียง ผมไม่อาจคาดเดาได้ คุณอภิสิทธิ์บอกว่าจะรีบให้กระทรวงสาธารณสุขสั่งจ่าย “ยาตัวนี้”ให้กับคนไทยทั้งประเทศใน “วันที่ 3 สิงหาคม”ที่จะถึงนี้นี่ถ้าเป็น ทักษิณ ชินวัตร ก็คงด่าเปิง!!เพราะวันที่ 3 สิงหาคม คือ “วันเกิด” ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ!!การสั่งจ่ายยา

ในวันนั้น อาจเป็นเรื่องบังเอิญ??แต่ถ้ากรณีนี้เป็น “คนอื่นทำ” หรือคู่ต่อสู้ทางการเมืองทำ ก็จะถูกนำมาเยาะเย้ยถากถางเสียผู้เสียคนไปแล้วแต่สำหรับ มาร์ค แล้ว เขาโชคดีเสมอในเรื่องอย่างนี้??สื่อทั้งหลายต่างพาดหัวข่าวสะท้อนให้เห็นถึง“ความล้มเหลว” ในการบริหารจัดการและการแก้ปัญหาโรคหวัดมหาภัยอย่างเห็นได้ชัด ด้วยประโยคที่ว่า.....“มาร์ค” สั่งรัฐรื้อระบบ-ปิดจุดอ่อนคนตายหวัด 09 สั่งกระจายยาก่อน 2-3 ส.ค. อังกฤษขุดสุสานเก่าฝังศพ!!อังกฤษยังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มากที่สุดในยุโรป โดยเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 30 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล72 คน และไปรักษาตัวนอกโรงพยาบาลราว 2,000 คนแปลว่า หวัดนรก นี้ไม่ใช่หวัดธรรมดา เป็นแล้วหายเองได้อย่างที่นายกรัฐมนตรีเองก็เคยเผลอปากพูดออกมาตอนนี้เมืองไทยมีคนตายเพราะหวัด 2009มากกว่าประเทศอังกฤษ ที่ต้องขุดสุสานเก่ามาฝังศพกันแล้วอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังมีกะจิตกะใจไปเตะบอลกับทูตต่างประเทศ ในขณะที่บรรยากาศทั่วประเทศไทยกำลังวิตกกังวลกับโรคภัยที่สามารถคร่าชีวิตคนได้ทุกวินาทีและยังไม่มีทางรักษา??ก็ไม่มีใครคอมเพลนท่านอีกเหมือนกัน!!สำหรับคนที่เป็นหวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่าเพิ่งตาย!! รอวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งเป็น “วันเกิดนายกรัฐมนตรี” จะมียาตัวใหม่มาช่วยท่านแล้ว!!■

เรตติ้ง

ที่มา บางกอกทูเดย์

เป็น..นายกรัฐมนตรีมาครบครึ่งปี..กลายเป็นว่า..ศรัทธาประชาชนในวันนี้..สุ่มตัวอย่างมาจากสำนักโพล..ทักษิณ ชินวัตร..ได้รับความนิยมมากกว่า อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..ไม่ว่ามวลมิตรและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์..จะแสดงความไม่ยี่หระกับตัวเลขนี้..แต่กับพฤติกรรมที่ประดังกันออกมา..ยืนยันว่า..ตกใจ..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..ต้องตัดใจแสดงความกล้า..จะเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ..ก็น่าจะมาจากความปรารถนาจะสร้างเรตติ้งขึ้นมา..เพราะรู้ๆกันอยู่ว่า..มีหลายคดีความที่จะเป็นปัญหา..ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ..ต้องหยุดการทำหน้าที่..ก่อนวันเกษียณอายุราชการเหลืออีกแค่ 2 เดือน..ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ..ก็จะเกษียณอายุราชการ..การปลดน้องชายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในคณะรัฐบาล..จึงเป็นเรื่องขัดแย้งกับหลักแห่งความเป็นจริงและมิตรภาพแห่งหมู่คณะ..มันจึงเป็นการสารภาพ..ถึงความไม่เป็นเอกภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน..สำหรับประชาชนแล้ว..นายกรัฐมนตรีผู้

กำลังเป็นปัจจุบัน..จะต้องทำงานหนัก..เพราะสิ่งที่ประชาชนคาดหวังนั้น..ย่อมสูงส่งกว่ากำลังความสามารถและถูกจำกัดด้วยงบประมาณ..นายกรัฐมนตรีในอดีตหรืออนาคต..มีเพียงวาจาก็สามารถ..ขายฝัน..สร้างความสำคัญให้กับตนเองได้แต่..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..เปื่อยยุ่ยยิ่งกว่านั้นโรคหวัด 2009..เป็นวิกฤติก็จริงอยู่..แต่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..สามารถปรับให้เป็นโอกาสได้..ถ้าท่านมีปัญญาหรือมีที่ปรึกษาที่..ลึกและกว้าง..ทักษิณ ชินวัตร..แค่บินไปยืนอยู่ท่ามกลางกองศพและซากปรักหักพัง..จากหายนะสึนามิ..หายนะนั้นก็ดันเขาขึ้นมาสู่ความเป็นนายกรัฐมนตรี..ของผู้เดือดร้อน..และคนไทยที่ยังไม่เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าเฮลิคอปเตอร์ที่บินว่อน..บ้านราคาถูกที่ผุดขึ้นแบบฉับพลัน..อาหารการกินที่หลั่งไหลเข้าไป..หายนะกลายเป็นโอกาส..เขาพระวิหาร..บดทำลายภาพลักษณ์ของ..นายกรัฐมนตรีเด็กของประเทศไทย..จะเป็นอย่างไร หาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..จะกล่าวเตือน..กัมพูชาว่า..หากสงครามเกิดขึ้นแล้ว..ต่อไปจะไม่มีปราสาทหลังนั้นปรากฏอยู่บนหน้าผาเป้ยตาดี..หินทุกก้อนจะถูกกวาดลงไปจากหน้าผา..ไปสู่เขมรต่ำข้างล่าง..เอาปราสาทของคุณคืนไป..ไทยจะเอาแผ่นดินไทยของเราคืนมาประโยคนี้ประโยคเดียว..เรตติ้งทิ้งห่างทักษิณ..แน่นอน ■

ปชป.ปลดแอก? เลิกเป็นเบี้ยล่าง!

ที่มา บางกอกทูเดย์

บิ๊กเซอร์ไพรส์” ที่ถูกแย้มเอาไว้ล่วงหน้าว่า ให้ทุกคนรอฟังไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ จะเป็นกลุ่มเสื้อแดง หรือประชาชนคนใดก็ตามได้ก่อให้เกิดการจับจ้องและติดตาม รวมทั้งการคาดเดาไปสารพัดว่า น่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรืออาจจะเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้สื่อทุกฉบับไม่กล้าที่จะมองข้ามประเด็นนี้แน่นอนว่านี่คือกลยุทธ์ในทางการเมือง ที่ได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์ในเชิงธุรกิจและการเคี่ยวกรำทางการตลาด รวมถึงการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้นเป็นการช่วงชิงประเด็นบนพื้นที่สื่อ ที่แม้แต่รัฐบาลเองก็ต้องยอมรับว่า กระแสความสนใจทั้งสื่อไทยสื่อเทศเทไปตรงจุดนั้นหมดว่า คือ อะไรกันแน่แต่ก็แน่นอนอีกเช่นกันว่า เซอร์ไพรส์ใดๆ ในโลกก็ตามเมื่อเปิดออกมาแล้วก็ย่อมหมดความเซอร์ไพรส์ แล้วตามมาด้วยนานาจิตตังของแต่ละบุคคลแนวคิดในการจะลงทุนทำโทรทัศน์ที่ครอบคลุมทั้งโลกอาจจะถึงร้อยช่อง โดยที่จะมีการทำช่องเพื่อประเทศไทยให้เป็นประโยชน์กับคนไทยอย่างน้อย 3 ช่อง คือ ช่องการศึกษา ช่องขายของ และช่องเกี่ยวกับเรื่องความยากจนหนึ่ง คือ เรื่องเกี่ยวกับสินค้าโอท็อป เพื่อให้เห็นและซื้อสะดวก สามารถสั่งซื้อได้สอง คือ การทำเรียลลิตี้ทีวี ถ่ายทำชีวิตคนจนและสาม คือ เรื่องการศึกษา จะหาครูติวหนังสือผ่านทางทีวีและสามารถโต้ตอบได้

แนวคิดนี้ถือเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ก็ได้หากมองกันที่เนื้อหา หรือจะไม่ถือเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ก็ได้สำหรับคนที่มีจุดยืนตรงข้าม ซึ่งก็มีหลายคนเหลือเกินในขั้วรัฐบาลที่ออกมาพูดทำนองว่า ไม่เห็นจะบิ๊กเซอร์ไพรส์ตรงไหน?ซึ่งทำให้สังคมไทยได้รับรู้ถึงวุฒิภาวะและความหมกมุ่นมืดดำ ในจิตใจของคนที่พูดเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนแต่สำหรับมุมมองของ บางกอกทูเดย์ บิ๊กเซอร์ไพรส์ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 26กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น หากมองกันเฉพาะแค่เรื่องการจะทำทีวีครอบคลุมทั่วโลกนั้นแม้ว่าจะเป็นเซอร์ไพรส์ ก็เป็นเพียงแค่เซอร์ไพรส์อันดับ 2รองลงมาเท่านั้น!!!เพราะหากให้ลึกซึ้งและจับสัญญาณการเมืองด้วยใจเป็นกลางไม่เลือกสี ไม่เลือกฝ่าย และเห็นกับผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง เป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญที่สุดแล้ว ก็จะพบว่าบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่แท้จริง ก็คือคำพูดและท่าทีระหว่างกันของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีเริ่มแสดงให้เห็นถึงการที่รู้แล้วว่า หากยืนกรานขึงพืดสถานการณ์ทางการเมืองกันต่อไปเช่นนี้ไม่มีใครได้ ซ้ำประเทศชาติก็จะมีแต่เสียกับเสียสมานฉันท์จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ต้องเกิดจากหัวขบวนทางการเมืองระดับแกนกลาง ระดับแก่นเพราะระดับกระพี้ที่เข้ามาในแวดวงการเมือง เพียงเพื่อหวังเกาะกินผลประโยชน์นั้น ไม่มีวันที่จะสนใจถึงผลประโยชน์ที่แท้จริงของประเทศชาติบ้านเมือง มีแต่คิดฉกฉวยสถานการณ์เพื่อแสวงหาประโยชน์ใส่ตนเองเท่านั้นและบรรดาคนเหล่านี้ เชื่อเถอะว่าพร้อมที่จะพลิกและเปลี่ยนขั้วกลับมาเชลียร์ใครก็ได้ โดยไม่มีจุดยืนที่แท้จริงทางการเมืองดังนั้น การสื่อสารกันระหว่างนายอภิสิทธิ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณทั้งการส่งข้อความอวยพรวันเกิด และตอบขอบคุณคำอวยพร

การเผยแพร่ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ระบุว่า สิ่งที่ต้องการเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี คือ ต้องการเห็นความปรองดองเกิดขึ้นภายในประเทศรวมทั้งยังได้ขอบคุณนายอภิสิทธิ์ที่ได้กล่าวถึง ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ และขอเป็นกำลังใจในการแก้ปัญหาบ้านเมืองประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ การเสนอตัวให้ความช่วยเหลือหากสามารถช่วยได้ขณะที่นายอภิสิทธิ์ก็พูดเช่นกันว่า การได้ทำงานตามอุดมการณ์ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม ไม่รู้สึกกังวลใดๆ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต แต่ที่สำคัญก็คือขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณมีดวงตาเห็นธรรม จะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความสุขมากขึ้นเป็นการสื่อสารที่ไม่ควรมองข้ามประเด็นลึก คือความสมานฉันท์ในอนาคตเพราะโดยใจความที่เป็นนัยยะที่ตรงกันอยู่ประการหนึ่งก็คืออยากให้ประเทศไทยกลับสู่ภาวะปรองดองโดยเร็ว ไม่ต้องทะเลาะกัน ควรเป็นสีธงไตรรงค์ ธงชาติไทยเหมือนกันนี่แหละที่บางกอกทูเดย์ถือว่าน่าจะเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่แท้จริงสำหรับประเทศชาติเพราะต้องไม่ลืมว่า ไม่ว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์หรือพ.ต.ท.ทักษิณ ต่างก็มีแรงสนับสนุนด้วยกันทั้งนั้นดูแค่โพลล่าสุดของสำนักวิจัยเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่สำรวจเรื่องสภาวะเศรษฐกิจของสาธารณชนกับแนวโน้มความนิยมต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจะเห็นว่าความนิยมชอบของประชาชนต่อ พ.ต.ท.ทักษิณยังมีอยู่ โดยที่มีประมาณร้อยละ 34.0ในขณะเดียวกันความนิยมในตัวนายอภิสิทธิ์เองแม้จะตกลงมาบ้าง จากช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ แต่ก็ยังมีถึงร้อยละ 32.9

นั่นหมายความว่าหากการเมืองสามารถสมานฉันท์ 2 พรรคใหญ่คือ พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยได้ ความนิยมของประชาชนก็จะรวมกันมากถึงร้อยละ 60-70 เลยทีเดียวในขณะที่กลุ่มพลังเงียบประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์เชื่อว่า หากเห็นบ้านเมืองสงบก็น่าจะเห็นดีด้วยแน่จะมีก็คือกลุ่มก๊วนการเมือง กลุ่มพลังกลุ่มสีที่เห็นแก่ประโยชน์ตนเองเป็นที่ตั้ง กับกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมอมเมาทางความคิดชนิดกู่ไม่กลับแล้วนั้น ซึ่งก็มีแค่ร้อยละ 4-5 ของประชาชนทั้งหมด ก็คงจะหมดอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชใดๆ ไปเองประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ทั้งนายอภิสิทธิ์และ พ.ต.ท.ทักษิณควรจะต้องไตร่ตรองให้จงหนักที่สำคัญ เอแบคโพลได้มีการระบุชัดว่า มีปัจจัยที่ควรจะต้องพิจารณาอย่างน้อย 4 ประการประการแรก ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะระดับรากฐานของสังคมไทย ยังคงอยู่ในความยากลำบากเดือดร้อนประการที่สอง รัฐบาลอาจมีข้อจำกัดด้านบริหารจัดการที่ไม่ทันใจ ไม่เป็นเอกภาพ ไม่เป็นมืออาชีพ และข่าวความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในโครงการต่างๆ ของรัฐบาลประการที่สาม ฝ่ายการเมืองน่าจะมีวิธีทำให้สาธารณชนรับทราบผลการดำเนินงานแก้ปัญหาอย่างกว้างขวางมากกว่านี้และ ประการที่สี่ แกนนำรัฐบาลบางส่วนกำลังมุ่งเน้นโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ มากเกินไป จึงเข้าทางที่ว่า ยิ่งตียิ่งได้รับความเห็นใจจากสาธารณชนมากขึ้นประเด็นเหล่านี้ นายอภิสิทธิ์ซึ่งวันนี้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องหาทางสร้างความสมานฉันท์ที่แท้จริงให้เกิดขึ้นให้ได้ไม่อาจที่จะมองข้ามได้อย่าไปเดินหลงตามเกมบรรดาผู้ทวงบุญคุณทั้งหลายที่หวังเพียงผลประโยชน์และความสะใจเป็นอันขาด เพราะระยะเวลา 6 เดือนของการเป็นรัฐบาลร่วมกัน นายอภิสิทธิ์คงจะเห็นแล้วว่า

พรรคร่วมรัฐบาล กลุ่มก๊วนการเมือง คนจากกลุ่มเสื้อเหลืองคนจากกลุ่มสีเขียว สีกากี ที่อาละวาดฟาดงวงฟาดงา จนทำให้ผลงานบวกของรัฐบาลไม่ปรากฏมีแต่ผลงานลบที่ทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายและเอือมระอานั้นระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา น่าจะมากเพียงพอให้นายอภิสิทธิ์ได้รู้ซึ้งกระจ่างว่า มีใครจริงใจเพียงใด...หรือว่าใครแสบสันต์แค่ไหนจนขนาดนี้แล้ว ยังมีความพยายามจะเอาให้ได้กับ โครงการโคตรรถเมล์ฝังเพชร 4,000 คัน ทั้งๆ ที่ประชาชนยี้กันสนั่นว่าราคาโคตรแพงระยับซะขนาดนั้น...ฉุดรั้งให้รัฐบาลเสียคะแนนป่นปี้แม้แต่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) คนนามสกุลเทือกสุบรรณ ก็แพ้ให้เห็นแล้วซ้ำยังลามไปถึงผลการเลือกตั้งนายก อบจ.สตูล ด้วย เพราะคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์หมายเลข 1 ได้รับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.สตูล ด้วยคะแนน77,417 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ นายอามีน มันยามีนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้แค่ 30,500 คะแนน แบบไม่เห็นฝุ่นแม้แต่ ปชป. ทีม 2 ที่ลงประกบ คือ นายมาวิน หลีเส็นก็ได้แค่ 4,260 คะแนนเท่านั้นทั้งๆ ที่นายอามีนมี นายธานินทร์ ใจสมุทร อดีตนายกอบจ.สตูล และอดีต ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ หนุนหลังแถมมี นายฮาชาลี ม่าเหร็ม ส.ส.สตูล และ นายสมัยเจริญช่าง ส.ส.กทม. ช่วยหาเสียงให้ขณะที่ นายมาวิน หลีเส็น ก็เป็นน้องภรรยาของน.พ.อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบันและมี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ไปช่วยหาเสียง แต่ก็ได้แค่อันดับสุดท้ายฉะนั้น นายอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีและเป็น

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น…ผลงานของรัฐบาลจึงไม่มีไม่เกิดในสายตาประชาชนเกิดอะไรขึ้น...ความนิยมในตัวนายอภิสิทธิ์จึงได้ลดลงและเกิดอะไรขึ้น...พรรคประชาธิปัตย์ถึงพ่ายแพ้การเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใตเป็นไปได้หรือไม่ว่า ประชาชนเอือมระอากับการแบ่งสีแบ่งฝ่ายเต็มทนแล้ว!!!หากพรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคเพื่อไทยได้ การเมืองจะสงบ สัมภเวสีทางการเมืองจะกระจัดกระจายเพียงแต่นายอภิสิทธิ์จะต้องกล้าตัดสินใจทางการเมืองไม่เป็นเบี้ยล่างของพรรคร่วมรัฐบาลอีกต่อไป เพื่อที่จะได้สร้างผลงานดีๆ ให้เกิดกับประเทศชาติซึ่งหากเห็นกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ จะต้องเอาคำเสนอตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เก็บไปตรึกตรองให้หนักแล้วหาทางที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปหากทำให้พรรคเพื่อไทยจับมือได้ หากขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณหยุดพักบทบาททางการเมืองได้ เอาแค่ 4-5 ปีก็เหลือเฟือแล้วที่จะทำให้ประชาธิปัตย์มีผลงานซึ่งสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทวง จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมือง แต่ทวงแค่ความยุติธรรมเท่านั้น...ดังนั้นหากใครก็ตามในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์หรือบรรดาผู้อาวุโสอย่างเช่น นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติบรรทัดฐาน สามารถทำได้ก็จะได้รับการยกย่องอย่างแน่นอนการเมืองขณะนี้แรงจนถึงขนาด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธยังต้องเอ่ยปากว่า ไม่อยากเข้ามาในวังวน สะท้อนชัดว่าตกต่ำถึงที่สุดฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่คนชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะต้องกล้าทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ■